ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    พ่อครัวหัวป่าก์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ทองตรานั่งคุยอยู่กับพ่อที่ห้องรับแขก เธอบอกพ่อว่าเห็นนายมลเอาโบรชัวร์มอเตอร์ไซค์เงินผ่อนมาดู เขาคงอยากได้ กำไลทำอะไรอยู่แถวนั้นสอดขึ้นมาว่าตนก็เคยเห็น

    “ก็ลองถามดูสิ ถ้าอยากได้แล้วเอามาใช้ประโยชน์เราก็ช่วยเขาได้”

    “ก็ดีค่ะพ่อ เขาก็จะได้ไม่ต้องโหนรถเมล์”

    ต่อมาทองตราเห็นพ่อนั่งอ่านตำราโหรถามว่าพ่อไปเรียนมาตอนไหนถึงได้ดูหมอเป็น ถามว่าพ่อเคยดูให้ตนบ้างไหม พ่อบอกว่าเคย ตามตำราเขาว่าอาทิตย์กับพุธร่วมราศีเดียวกันเขาเรียกพุธเพ็ญหัวคิดปราดเปรื่อง แต่มฤตยูอยู่ราศีเมษ เลยพูดอะไรขวานผ่าซากแต่รักอิสระและชอบโต้แย้ง พูดง่ายๆ ว่าชอบชวนวิวาท ทองตรา ถามว่าตนร้ายกาจขนาดนั้นเลยหรือ

    พ่อถามว่าอยากรู้เรื่องเนื้อคู่ไหม ถ้าดูตามตำราหนูจะได้เนื้อคู่ดีร่ำรวยมีทรัพย์มาก เธอถามขำๆ ว่าอย่าบอกนะว่าคนนั้นคือคุณสุดประเสริฐคนโปรดของแม่

    “พ่อไม่รู้ ก็ต้องดูกันไปว่าใครกันแน่ที่จะได้เป็นผู้โชคดีได้มาเป็นลูกเขยพ่อ”

    “แค่ฟังแม่เล่าหนูก็ไม่ชอบเขาแล้วล่ะค่ะพ่อ ดูซิ ทำบ้านเราวุ่นวายกันไปหมด”

    พ่อบอกให้ก็ทนๆแม่เขาไป พอไม่ชอบใจก็สิ้นฤทธิ์ไปเอง ย้ำว่า

    “ที่สำคัญไม่ว่าใครถ้าไม่ใช่เนื้อคู่กันยังไงมันก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันหรอก ไม่ต้องเครียดนะลูก”

    ทองตรายิ้มให้พ่อ แล้วขอตัวไปดูกำไลทำห้องให้น้าเล็ก

    ooooooo

    ในห้องว่างที่ทองม้วนกับกำไลกำลังทำความสะอาด ทองตราเข้าไปบอกแม่ว่างานที่เราฉลองกัน เมื่อวานตกลงไม่ได้แล้ว เขาโทร.มายกเลิกบอกว่าเป็นคำสั่งผู้บริหาร

    ทองม้วนไม่พอใจจะโทร.ไปต่อว่า พอดีทองตราได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวดีว่าได้งานใหม่แล้วเป็นงานโรงแรมเพื่อนทองทิว นัดวันจันทร์ให้ไปสัมภาษณ์ ทองม้วนบอกว่าวันจันทร์แม่ว่างจะไปด้วย ทองตราติงว่าตนโตแล้วไปคนเดียวได้

    “แต่แม่เป็นห่วง แล้วเขาก็เป็นเพื่อนตาทิว แม่ต้องให้เกียรติเขา ต้องไปแสดงตัว” ทองม้วนยืนกราน

    พอมานั่งพักที่ห้องรับแขก ทองม้วนบ่นว่าทำงานแค่นี้ก็ครั่นเนื้อครั่นตัวไปหมด กวาดตามองถามว่านายมลหายไปไหน ทองตราบอกว่าแม่ให้เตรียมอาหารฝรั่งเศสเขาคงไปเตรียมงาน ทองม้วนสั่งกำไลให้ไปดูซิว่า นายมลกลับมาแล้วหรือยัง

    กมลชนกกลับมาเห็นกำไลเข้าไปหาโอ๊คก็รีบหลบ กำไลถามโอ๊คที่ปลอมเป็นนายมลว่ากลับมาแล้วหรือทำกับข้าวเสร็จหรือยัง โอ๊คพยักหน้าตามเคย กำไลถามว่า เสียงหายอีกแล้วหรือ บอกให้ไปพักผ่อนเสียตนจะยกอาหารออกไปเอง

    จู่ๆรณยุทธก็เดินเข้ามาเตือนนายมลว่า ให้ระวังเรื่องฟืนไฟตนเป็นห่วง โอ๊คพยักหน้า เขาถามว่าเสียงหายอีกแล้วหรือ โอ๊คพยักหน้าอีก ขณะรณยุทธหันไปก้มหาอะไร กมลชนกก็รีบวิ่งไปสลับตัวกับโอ๊ค พอรณยุทธ เงยหน้าขึ้นกมลชนกบอกว่าเรื่องไฟไม่ต้องห่วงตนระวังเต็มที่ รณยุทธงงถามว่าพูดได้แล้วหรือ เขายิ้มแหยบอกว่าพอดีเสียงเพิ่งมาเมื่อกี๊นี้เอง

    เมื่อทองตราไปนั่งคุยกับพ่อที่ใต้ร่มไม้ เธอบอกข่าวดีว่าได้งานใหม่แล้ว พ่อดูแม่นจริงๆ ถามว่าพ่อกำลังทำอะไรอยู่

    “ก็เตรียมทำหนังสืองานศพไว้ให้ตัวเอง พอตายจะได้ไม่ต้องไปไหว้วานคนอื่น” ทองตราถามว่าทำไมพ่อแช่งตัวเอง “นี่หนู...คนเราอาจจะรู้วันเกิดแต่ไม่รู้วันตายนะลูก แล้วถ้าเรายังไม่ถึงที่ตายต่อให้แช่งยังไง มันก็ไม่ตายหรอก แต่ถ้ามันถึงที่ตาย นั่งอยู่กับบ้านเฉยๆ ก็ตาย”

    “ก็จริงพ่อ งั้นวันหลังหนูจะได้เขียนไว้บ้าง” พอดีเห็นกมลชนกเดินมา เธอบอกว่า “นายมลวันนี้ฉันมีข่าวดีกับข่าวร้าย ฉันถูกยกเลิกการเซ็นสัญญาจ้าง แต่จู่ๆก็มีอีกบริษัทที่โทร.มาเรียกตัวไปสัมภาษณ์”

    เขาบอกว่าอย่าไปเลย เธอเสียดายเพราะนี่มันเป็นนาทีทองของชีวิต เขาถามว่าจะไปสัมภาษณ์งานที่ไหน พอทองตราบอกชื่อโรงแรมและบอกว่าเป็นของเพื่อนพี่ทิว กมลชนกก็ดีใจจนตาลุก เห็นด้วยทันที ซ้ำยุให้สู้ๆด้วย

    ทองตราบอกว่าเขาต้องพาตนไปซื้อเสื้อผ้าด้วย เขามองเธอตาเยิ้มบอกยินดีเต็มที่

    พอกลับมาที่ห้องตัวเอง กมลชนกโทร.ขอบคุณแม่ที่รับทองตราไว้ทำงาน กาญจนาบอกว่าแค่นัดสัมภาษณ์ถ้าไม่มีความสามารถก็ไม่รับ แค่นั้นเขาก็ดีใจแล้ว ก่อนวางสายเขาบอกแม่ว่า

    “คุณแม่ครับ ผมรักคุณแม่ที่สุดในโลกเลยนะครับ”

    พอเปิดประตูออกมาก็เจอทองตรามาบอกว่ามีข่าวดีจะบอก เขาตาโตถามว่าข่าวดีอะไรอีก

    ทองตราเล่าว่าตนปรึกษากับพ่อแล้วว่าจะซื้อมอเตอร์ไซค์ให้แล้วให้เขาผ่อนกับพ่อ เขาจะได้ไม่ต้องโหนรถเมล์อีก กมลชนกเกรงใจบอกว่าถ้าจะช่วยก็แค่ช่วยค้ำประกันให้ก็พอ ที่เหลือตนจัดการเอง

    เมื่อมาเจอกัน รณยุทธบอกว่าจะซื้อรถก็ให้เตรียมเอกสารบัตรประชาชนให้เรียบร้อย วันต่อมาก็พาไปที่ร้านขายรถมอเตอร์ไซค์มือสองซื้อเงินผ่อน กมลชนกเซ็นชื่อในฐานะคนซื้อ และรณยุทธเซ็นในฐานะผู้ค้ำประกัน กมลชนกเซ็นชื่อในสัญญาว่า “นายกมลชนก วิวิทย์เวคิน” รณยุทธดูแต่ไม่ได้สนใจ

    เซ็นชื่อแล้ว เขายิ้มขำบอกทองตราว่า “ซื้อรถราคาแปดพัน ผ่อนชำระเดือนละหนึ่งพันบาทถ้วนเหลือใช้ตั้งพัน”

    เมื่อได้กุญแจรถ เขายิ้มร่าควงกุญแจรถโชว์ทองตรา แต่แล้วก็หุบยิ้มถามว่า ถ้าคุณนายรู้อะไรจะเกิดกับคุณลุง และคุณตรา เธอบอกว่าตนก็ไม่รู้เหมือนกัน

    รับรถมือสองเก่าๆ แล้วกมลชนกไหว้ขอบคุณรณยุทธ ที่ช่วยค้ำประกันให้ตน บอกว่านี่เป็นรถมอเตอร์ไซค์คันแรก และยังเป็นหนี้ก้อนแรกในชีวิตด้วย

    “งั้นนายขับรถคันแรกหนี้ก้อนแรกของนายกลับไป เดี๋ยวฉันกับพ่อจะขับรถตามไปนะ”

    พอกลับถึงบ้าน ทองม้วนถามว่ารถใคร พอรู้นายมลซื้อมาก็เบ้ปากว่าคนจนก็ทำได้แค่วนอยู่กับของเก่าๆโทรมๆ กมลชนกพูดอย่างภูมิใจว่าถึงมันจะโทรมแต่มีคุณค่าทางจิตใจกับคนจนๆอย่างตน ทองม้วนซักว่าเอาเงินที่ไหนไปซื้อ พอรู้ว่ารณยุทธค้ำประกันให้และเขาผ่อนเอง คุณนายก็โวยวายว่าค้ำประกันได้ยังไงเกิดนายมลหนีไปก็ต้องรับผิดชอบชดใช้แทนแล้วกว่าจะผ่อนหมดอีกตั้งแปดเดือน

    รณยุทธบอกให้เมตตาเขาเถอะ นายมลคงไม่คิดหนีไปไหนหรอก ทองม้วนสะบัดหน้าไม่พอใจหาว่าเตือนแล้วไม่ฟังโดนเมื่อไหร่จะหัวเราะให้ฟันหักเลยคอยดู!

    “อันนี้โมโหเรื่องค้ำประกัน อีกไม่นานจะต้องโมโหหิวแน่ๆ รีบไปซื้อกับข้าวเถอะ” รณยุทธบอกขำๆ

    ทองตรารับคำพ่อ แล้วขอโทษนายมลแทนแม่ที่พูดเหมือนดูถูกเขา กมลชนกยิ้มระรื่น เธอถามว่าเขาไม่โกรธหรือ

    “จะโกรธไปทำไม ในเมื่อสิ่งที่คุณนายพูดมันก็ถูกทุกข้อ เราจนก็ต้องยอมรับว่าจนว่าแต่คุณตรารังเกียจคนจนอย่างมลไหม” ทองตรายิ้มส่ายหน้า “แค่นี้ผมก็มีความสุขแล้วละครับ คุณตรา...เรื่องบางเรื่องเราก็อย่าไปเก็บมันมาไว้ในใจและคิดว่าเป็นปัญหาไปเสียหมด หัดปล่อยวางมองโลกให้กว้าง ให้สดใส แล้วจะสบายใจกว่ากันเยอะเลย”

    “ค่ะเจ๊” ทองตรายิ้มให้ กมลชนกยิ้มเจื่อนที่เธอยังมองเขาเป็นเจ๊ ยื่นมือไปให้จับแล้วจูงกันเดินยิ้มออกไป

    ooooooo

    ทองตราถามว่าจะเอารถตนไปหรือจะเอาจักรยานไปดี เพราะตนไม่คุ้นกับรถมอเตอร์ไซค์ตนกลัว

    “อยู่กับผมไม่ต้องกลัวอะไรผมจะปกป้องจะเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณเอง” ทองตราทำเสียงแหวะว่าจะเว่อร์อะไรขนาดนั้น “หรือว่าคุณตราไม่กล้าที่จะซ้อนมอเตอร์ไซค์คนจนที่ทั้งเก่าทั้งโทรมอย่างนี้”

    ทองตราบอกว่าตนห่วงเรื่องความปลอดภัยและหมวกกันน็อกก็ไม่มี กมลชนกเอาหมวกกันน็อกสีหวานลายน่ารักที่เตรียมไว้แล้วให้ดู แล้วขอใส่ให้ ในฐานะผู้หญิงคนแรกที่จะได้ซ้อนท้ายรถคันแรกของตน

    “ทำแมนอีกแล้วนะเจ๊” ทองตราแซวแต่แอบเขินจนต้องหลบตา

    กมลชนกขี่รถมอเตอร์ไซค์คันแรกกับหนี้ก้อนแรกและผู้หญิงคนแรกซ้อนท้ายไปอย่างมีความสุข

    พอไปถึงตลาดสด เดินซื้อของไปก็คุยกันไปอย่างมีความสุข กมลชนกบอกว่านับแต่นี้ไปตนจะทำอาหารให้เธอกินทุกวัน จะคิดสูตรอาหารใหม่ๆจะฝึกฝีมือไว้เพื่อไปประกวดเชฟ ทองตราเชียร์สุดใจแต่ตนคงจะอ้วนแน่เลย ถึงอ้วนก็ยินดีเพื่อเป็นสะพานให้เขาได้ก้าวข้ามไปสู่การเป็นพ่อครัวมือหนึ่งให้ได้

    “งั้นคุณตราก็ต้องเป็นที่ปรึกษา เป็นนักชิมและนักวิจารณ์อาหารให้มลด้วยนะคะ”

    “ได้สิ ด้วยความยินดีที่สุดเลยเจ๊” ทองตรายิ้มหวานควงแขนหมับเดินไปซื้ออาหารด้วยกันอย่างสนิทใจ

    ooooooo

    กลับถึงบ้าน กมลชนกทำอาหาร จัดอาหารโชว์อย่างสนุกเพลิดเพลิน โดยมีทองตราคอยให้กำลังใจ แต่พอชิมแล้วบอกว่าอร่อยน้อยกว่าทุกวัน กมลชนกหุบยิ้มแก้เกี้ยวว่าเป็นเพราะคุณตรามายืนมองอยู่แน่ๆเลย

    เธอถามว่าจะตื่นเต้นทำไมในเมื่อทำอยู่ทุกวัน โดยรวมอร่อยแต่อย่าปล่อยให้ฝีมือตกเดี๋ยวไปประกวดจะแพ้เขา

    “ผมจะไม่แพ้แน่ถ้ามีคุณตราคอยอยู่เคียงข้างอย่างนี้” เธอถามว่าเกี่ยวด้วยหรือ “เกี่ยวสิครับ คนเราถ้ากำลังใจดีทำอะไรก็มีพลัง คุณตราคือพลังและกำลังใจของผม แล้วผมก็เชื่อพ่อว่า การที่เราได้ทำอะไรให้คนที่เรารักกิน มันมีความสุขมากจริงๆ”

    เธอถามว่าใครคือคนที่เขารัก กมลชนกตอบทันทีว่า “ก็คุณตรานี่ไง” พูดแล้วรีบเอามือปิดปากเขิน แต่ทองตรากลับกอดแขนเขาเอาหน้าซบ บอกเสียงใสว่า “ได้เลยค่ะ พี่สาว”

    กมลชนกชะงักกับคำว่าพี่สาว ถามว่าหมายความว่ายังไง เธอบอกว่าก็คิดว่าเจ๊เป็นพี่สาวน่ะสิ แล้วเร่งให้ยกอาหารไปเถอะหิวแล้ว กมลชนกยิ้มแหยหน้าเซ็ง พอดีทองทิวเข้ามาแซวซ้ำอีกว่า

    “ว่าไงคะเจ๊มลพี่สาวของทองตรา ทองทิวหิวแล้วค่ะ”

    “กำไลก็หิวด้วยนะคะยกไปได้ยังเนี่ย” กำไลสาระแนเข้ามาแทรก แล้วช่วยกันยกอาหารออกไป

    ooooooo

    หลังอาหาร ขณะนั่งคุยกันในห้องรับแขก เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ทองม้วนให้กำไลออกไปดูว่าใครมาอย่าปล่อยให้เข้ามาก่อนตนจะอนุญาต สั่งนายมลให้ตามไปดูอีกคน

    กำไลไปเห็นเบสหนุ่มหล่อบาดใจถือกระเช้าผลไม้ ใบใหญ่บึ้มยืนอยู่ที่ประตู ก็มองใจสั่น ถามว่ามาหาใคร เบสบอกชื่อตัวเอง แล้วบอกว่าขอพบคุณตรา กำไลเสียงหวาน ว่ารบกวนรอแป๊บ แล้ววิ่งระริกกลับไป

    พอทองม้วนจำได้ว่าเป็นนายเบสที่ตนเคยไล่ตะเพิดไม่ให้มายุ่งกับทองตราก็ให้กำไลไปบอกว่าทองตราไม่อยู่บ่นว่าคบกับคนที่ไม่คู่ควรก็มีแต่เสียเวลาไร้ประโยชน์ แต่พอกำไลบอกว่าเขามีผลไม้กระเช้าเบ้อเร่อติดมือมาด้วยแถมยังหล่อและรวยเว่อร์ด้วย ทองม้วนก็เปลี่ยนเสียง ว่างั้นก็ไปเชิญเข้ามา ถามรณยุทธว่า คุยกันต่อหน้าผู้ใหญ่ก็ไม่มีอะไรเสียหายใช่ไหม

    “จ้า...ถ้าเสีย ม้วนไม่ ถ้าได้ ม้วนเอาอยู่แล้ว”

    ทองม้วนบอกให้ทองตราไปเชิญเบสเข้ามา ทองตรา รับคำเซ็งๆ เดินออกไปกับกำไล กมลชนกทนไม่ได้ตามไปอีกคน

    เบสเห็นทองตราก็ยิ้มเท่ยื่นกระเช้าผลไม้ให้ กำไลช่วยรับต่อ ยกเดินตัวเอียงเข้าไป เบสเดินเข้าไปกับทองตรา พอทองม้วนเห็นเบสก็มองตั้งแต่หัวจดเท้าตาวาว ยิ้มปลื้ม เมื่อเห็นมาดดีท่ารวย ก็ทักว่าเคยเห็นเมื่อหลายปีก่อนเปลี่ยนไปเยอะเลย กระวีกระวาดเชิญนั่งแล้วสั่งนายมลให้เอากระเช้าผลไม้ไปเก็บในครัวแล้วจัดผลไม้มารับแขกด้วย

    กมลชนกกลัวเบสจะจำตัวเองได้ เดินเบือนหน้าบิดตัวเอียงกระเท่เร่ออกไป ทุกคนมองสงสัยกับท่าแปลกๆ ของเขา

    พอเข้าครัวก็กระแทกกระทั้นยื่นมีดให้กำไลปอกผลไม้จนกำไลบ่นว่าเป็นอะไรของเขาเนี่ย

    ที่ห้องรับแขก เบสวางมาดเท่คุยกับพ่อ แม่ทองทิวและทองตรา เล่าว่าตนไปเรียนต่อโทที่เมืองนอกหลายปีและไม่ได้ติดต่อใครเลย ตอนนี้กลับมาอยู่เมืองไทย มาบริหารงานที่บริษัทของครอบครัวแล้ว

    พอทองม้วนรู้ว่าเบสเรียนจบนอกและเป็นเจ้าของธุรกิจก็ยิ้มแย้มชวนว่าว่างก็แวะมาเยี่ยมยัยตราบ้างตนไม่ว่าอะไร มองหากำไลถามว่าหายไปไหนไม่หาน้ำมารับแขก พอดีกำไลถือถาดน้ำเข้ามา ทองทิวเชิญเบสตามสบายตนขอตัวไปทำธุระก่อน

    พอทองทิวออกไปเจอกมลชนกก็ถูกต่อว่าต่อขานที่ไปญาติดีกับเบส ถามว่าถ้าทองตราเกิดไปชอบเบสเขาต้องโดนเตะแน่ ทองทิวแหย่ว่าตนเกี่ยวอะไรด้วยเพราะอยู่ที่ใจยัยตราเอง กมลชนกบ่นว่าทองตรากำลังทำให้ตนสับสน

    “แกนั่นแหละที่ทำให้สับสน เพราะแผนทุกอย่างมันออกมาจากแก”

    “เฮ้อ...มันจะอะไรกันนักกันหนาโว้ย” กมลชนกกุมขมับเถียงไม่ออก ทองทิวส่ายหน้าอย่างไม่รู้จะช่วยยังไง

    ยิ่งเมื่อเห็นเบสลาทองตราอย่างอาลัยอาวรณ์ กมลชนกก็ยิ่งร้อนใจ เมื่อเธอเดินกลับมาเขาถามว่านั่นแฟนคุณตราใช่ไหม ทองตราบอกว่าเรื่องส่วนตัว แต่จะว่าไปเขาก็ทำให้ตนหวั่นไหวได้ไม่น้อยเหมือนกัน ถามว่ากลัวตนจะแย่งเบสหรือ ปลอบว่า

    “เอาน่าเจ๊ ฉันยังไม่คิดอะไรไปไกลขนาดนั้น วันนี้ยังไม่ใช่แต่วันหน้า...ไม่แน่”

    ทองตราทำหน้าทะเล้นยั่วเล่น แต่ทำเอากมลชนกเกือบหมดแรง

    ooooooo

    เช้านี้ ขณะทองตรากับแม่ออกกำลังกาย พ่อกับทองทิวนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่สนามหน้าบ้าน จู่ๆทองทิวก็อุทานหน้าเหวอว่า

    “เฮ้ย...นี่มันพ่อมลนี่!”

    ทุกคนชะโงกเข้ามาดู ทองตราดูแล้วบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ทองม้วนดูแล้วมองนายมลบอกว่าถ้าไม่เห็นเขายืนตรงหน้าต้องคิดว่าใช่แน่ๆ แต่พอเพ่งดูก็บอกว่า

    “แค่คล้าย แต่ไม่ได้เหมือน” รณยุทธยืนยันว่าเหมือน “จะเหมือนได้ยังไงในเมื่อนี่มันคนใช้แถมยังจนสุดขั้วนั่นเขาเป็นเจ้านายแถมยังรวยสุดขีด ไม่ว่าจะยังไงมันก็คงไม่มีวันมาบรรจบกันได้แน่ๆ”

    ทองทิวบอกว่าเดี๋ยวนี้คนหน้าเหมือนมีเยอะ ทั้งบังเอิญเหมือนและจงใจผ่าตัดให้เหมือน ทองม้วนเห็นด้วยเพราะคนไปทำหน้าที่เกาหลีกันเยอะ กมลชนกฟังอยู่ทำตุ้งติ้งผสมโรงกลบเกลื่อนว่า

    “ว้าว...ทำไมเราโชคดีอย่างนี้นะ เกิดมาจนแต่หน้าดันไปเหมือนกับคนรวยได้ มันน่าดีใจจริงๆเลยค่ะ”

    “ดูมันทำ ท่าทางจริตล้นเชียว ตุ๊ดหนอตุ๊ด” ทองม้วนยิ้มขำๆ

    “หรือว่าเจ๊ไปทำหน้ามาให้เหมือนเขาเอง ไหนดูซิ” ทองตราเดินไปหยิกหน้านายมลจนเขาทำดีดดิ้นร้องโอดโอย แล้วหัวเราะกันครึกครื้น

    มีแต่รณยุทธที่จับตาดูอย่างสงสัย

    ooooooo

    แขไขไฉไลที่สลัดรักจากกมลชนกไปแต่งงานกับ คนที่เธอเชื่อว่าเป็นมหาเศรษฐีที่จะบันดาลให้เธอได้ ทุกอย่าง แต่เมื่อแต่งงานไปแล้วรู้ความจริงว่าถูกตบตาเธอจึงหย่าทั้งเจ็บและอายหมดอาลัยตายอยากในชีวิต

    พลตำรวจตรีไววิทย์ผู้เป็นพ่อเฝ้าปลอบโยนให้กำลังใจ ให้ลืมฝันร้ายทั้งหมดกลับมาสดใสร่าเริงเหมือนเดิม เธอคร่ำครวญว่าตนไม่เหลืออะไรแล้ว ไววิทย์บอกว่าเธอยังมีพ่อและยังมีอีกคนหนึ่งที่รักเธอมาก เธอถามว่าใครจะรักตนได้อีก

    “ก็...กมลชนกไง”

    เธอส่ายหน้าบอกว่าตนอายไม่กล้าสู้หน้าเขาอีก ไววิทย์จับไหล่ให้หันมามองหน้าถามว่า

    “แล้วแขจะอายไปทำไม แขต้องกล้า เพราะพ่อเช็กแล้วว่าเขาก็ยังไม่มีใคร แขต้องไปเอามลกลับมาให้ได้ อย่าลืมสิว่าแขยังมีมล”

    “ใช่พ่อ...แขยังมีมล...” แขไขไฉไลยิ้มทั้งน้ำตาอย่างมีความหวัง จากนั้นก็ลุกขึ้นไปสปาแต่งตัวให้

    ฟิตแอนเฟิร์มเพื่อจะกลับไปหากมลชนกแม้จะติดปัญหาที่แม่ของเขาแต่ก็จะพยายาม

    “อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันแล้วไปต่อจากนี้เรามาเริ่มต้นกันใหม่ ทำชีวิตเราให้มั่นคงสดใสโดยไม่ต้องลงทุนกันดีกว่านะลูกนะ” เธอถามพ่อว่าทำอะไรหรือ “เดี๋ยวถึงเวลาแขก็จะรู้เอง” ไววิทย์แววตาเจ้าเล่ห์

    แล้วไววิทย์ก็เอาหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวและรูปการเข้ารับตำแหน่งเอ็มดีและเข้าบริหารงานแทนแม่ทั้งหมดของกมลชนกให้ดู ชี้ว่ามลเขาดูดีขึ้นเยอะเลย อย่างนี้เขาเรียกราศีจับ ยุว่าราศีจับมลแขก็ต้องจับเขาอีกทีดีไหม เธอหัวเราะเขินบอกว่าจะลองดู ไววิทย์บอกว่าต้องทำได้แล้วแขจะสบายไปทั้งชาติเลย

    “นับแต่วันนี้ไป แขพร้อมลุยเต็มที่เลยค่ะพ่อ”

    ooooooo

    กมลชนกที่กำลังจะออกไปหาซื้อเสื้อผ้ากับทองตราจามอย่างแรง เธอแซวว่าสาวที่ไหนบ่นถึงเจ๊หรือ เขาพูดหน้าตาเฉยว่า แน่นะว่าจะไม่ใช่คุณตราบ่นเสียเอง เลยถูกด่าบ้าแล้วทุบหลังดังอั้ก เธอบอกให้เอารถเก๋งไปดีไหม

    “รถเก๋งนั่งทุกวันไม่เบื่อรึไง นั่งมอเตอร์ไซค์นี่แหละเร้าใจดี ชีวิตจะได้มีสีสัน แล้วคุณตราจะไปซื้อเสื้อผ้าห้างไหนจะได้พาไปถูก”

    เธอบอกว่าเอาแค่ร้านธรรมดาก็พอมีเสื้อผ้าเยอะแถมต่อได้ด้วย ตนขอแค่ใส่แล้วเหมาะกับตนก็พอไม่ต้องคิดเยอะและไม่ต้องเสียตังค์เยอะด้วย พอไปถึงเธอก็พาเดินดูและถามราคาไล่ไปเรื่อย กมลชนกเดินตามจนขาลากก็ยังไม่ได้ซื้อสักตัว เธอถามว่าเหนื่อยมากไหม พอเขาบอกว่ามากๆเลย เธอก็ชวนเดินย้อนไปซื้อที่ร้านแรก

    กมลชนกแทบเข่าอ่อน เดินตามไปซื้อที่ร้านแรก ซื้อเสื้อผ้าได้แล้วเขาจะพาไปหาอะไรอร่อยๆกินกัน

    ในบรรยากาศโรแมนติก ทองตราบอกว่าตนมีที่ดีกว่า โรแมนติกกว่า เขาดีใจถามว่าที่ไหนอยากรู้จัง

    ทองตราพาไปนั่งเรือเป็ดที่สระน้ำในเขาดินลงเรือเป็ดแล้วเขาถามว่าต้องทำยังไง เธอบอกให้ถีบเรือไป ถามว่าเขาไม่เคยมาเลยหรือที่นี่ดังออก เขาส่ายหน้าดิกบอกว่าเคยไปแต่ดิสนีย์แลนด์ ทองตราร้อง โอ้โห...เป็นพ่อครัวแต่ไม่เจียมตัวเลย เขาแก้ตัวเหนียมๆว่า ฟังเขามาน่ะ

    ทองตราบอกว่าตนชอบที่นี่เพราะเป็นเหมือนความทรงจำเก่าๆที่พ่อกับแม่พามาตอนเด็ก ถามว่าพ่อแม่เขาไม่เคยพามาที่นี่เลยหรือ เขาถามว่าแล้วมันโรแมนติกที่ไหน เธอบอกว่าก็ตรงที่ทำให้ตนมีความสุข ย้อนถามว่าแล้วโรแมนติกของเขาเป็นยังไง

    “เอาไว้ถ้ามีโอกาส มลจะพาคุณตราไปดูความโรแมนติกในแบบของมลดีไหมคะ”

    “ดีๆ แต่ตอนนี้ฉันจะพานายไปทัวร์ก่อนดีไหม” กมลชนกยิ้มแป้นบอกว่าดี

    ลงเรือเป็ดเล่นกันแล้ว ขึ้นไปเดินเที่ยวสวนสัตว์ทองตราดูความน่ารักของสัตว์หัวเราะอย่างมีความสุข

    เดินเที่ยวกันจนเพลินใจแล้ว กมลชนกถามหยั่งเชิงว่าเธอคิดยังไงกับเบส เขาเป็นคนยังไง เธอถามว่าจะพูดเรื่องนี้อีกทำไม เขาบอกว่าอยากรู้เพื่อประกอบการตัดสินใจของตน

    “สำหรับฉัน เบสเขาเป็นผู้ชายที่น่ารัก เขาไม่น่าจะสับสนเหมือนนาย แต่ไม่แน่เพราะผู้ชายสมัยนี้ ต่อให้รูปหล่อกล้ามใหญ่ยังไงก็พร้อมที่จะกลายพันธุ์ได้ทุกเมื่อ”

    กมลชนกติงว่าเธอยังไม่ตอบเลยว่าคิดยังไงกับนายเบส เธอบอกว่าจะคิดอะไรนอกจากเป็นเพื่อนกัน เขาใจชื้นถามว่าแล้วมีโอกาสจะพัฒนาไหม เลยถูกเอ็ดว่าถามอย่างกับนักข่าวสัมภาษณ์ดารา เลิกถามได้แล้ว ตัดบทแล้วลากไปเดินเที่ยวต่อกัน

    กมลชนกขอบคุณที่วันนี้เธอพาเที่ยวสนุกจริงๆ เมื่อทองตรากินไอศกรีมและเปื้อนที่แก้ม เขาบอกเธอให้เช็ด แต่เธอเช็ดไม่ถูกสักที เขาเลยเช็ดให้อย่างอ่อนโยนจนเธอชมว่า ถ้าเขาเป็นผู้ชายจริงๆคงมีเสน่ห์มากและตนก็คงคิดว่าเขาแอบชอบตนแน่ๆเลย

    “แล้วถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆล่ะคะ” กมลชนก ได้โอกาสถามทันที เธอตัดบทว่าอย่าพูดอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้ แล้วชวนให้รีบกลับเพราะโทรศัพท์แบตหมดแม่ต้องบ่นแน่ๆ เขาถามว่า “คุณตราโตแล้ว จะไปกลัวทำไมคะ”

    “ฉันไม่ได้กลัว แต่เกรงใจไม่อยากทำให้แม่ไม่สบายใจมากกว่า”

    ooooooo

    ทองม้วนกำลังบ่นที่โทร.หาทองตราไม่ติด ทองทิวติงแม่ว่าให้เขามีเวลาส่วนตัวบ้างเถอะอย่าคุมเข้มนักเลย หรือกลัวจะได้ลูกเขยเป็นพ่อครัว ถามว่า เมื่อทุกคนเชื่อว่านายมลเป็นตุ๊ดแล้วแม่จะไปกลัวอะไร

    กำไลสาระแนสอดว่าใช่ ถูกทองม้วนตวาดถามว่า “แล้วตุ๊ดมันไม่ใช่ผู้ชายรึไง!”

    รณยุทธถามว่าใจคอแม่ม้วนจะไม่ไว้ใจลูกที่เราเลี้ยงมากับมือเลยรึไง คนอย่างยัยตราไม่มีวันทำอะไรเสียหายแน่ แล้วชวนทองทิวไปคุยกับพ่อในห้องดีกว่า ทองม้วนมองพ่อลูกตาขวาง เหลือแต่กำไลที่ยืนตัวลีบเกร็งกลัวเจอระเบิดถล่ม

    พอทองตรากลับถึงบ้านก็ต้องตอบคำถามแม่ว่าทำไมกลับเอาป่านนี้แล้วมือถือน่ะปิดทำไม เธอบอกว่าแบตหมด กมลชนกก็ออกรับแทนว่าอย่าว่าคุณตราเลย ตนเป็นคนชวนเธอเถลไถลเอง ทองตราก็ขอแม่อย่าว่านายมลเลย

    ทองม้วนเห็นทั้งลูกและสามีปกป้องนายมลก็ยิ่งโมโหประกาศจะไล่นายมลออกเพราะคิดว่านี่เป็นไม้ตายขู่นายมลได้ แต่ผิดคาด เพราะนายมลตอบทันทีอย่าง

    ไม่ยี่หระว่า “ได้ค่ะ” แล้วยกมือไหว้ลาไปเลยทองม้วนหน้าเหวอถามว่าอวดดีกับตนขนาดนี้เลยหรือแล้วเงินค่ารถกับงานเลี้ยงอาหารฝรั่งเศสที่รับปากไว้ล่ะ

    “คุณนายก็ต้องไปหาคนใหม่เอาเอง ส่วนเรื่องเงิน ผ่อนรถมลจะรับผิดชอบเอง” ทองม้วนเปลี่ยนเสียงว่างั้นไม่ไล่ออกก็ได้ เมื่อกี๊โมโหและไม่เข้าใจว่าทำไมใครๆ ถึงเข้าข้างเขาทั้งๆที่ตนแค่บ่นลูกสาวตัวเอง “คุณนายมีลูกสาวที่แสนดี รักแม่ รักครอบครัวที่สุด แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ที่เขาขอไปหาความสุขใส่ตัวบ้างกลับถูกแม่ต่อว่า ไม่ยอมฟังเหตุผลเขาบ้างเลย”

    ทองตรามองเขาอย่างซาบซึ้ง ทุกคนมองกมลชนกอึ้ง ทองม้วนใบ้กินไปเลย กมลชนกยังคงพูดต่ออย่างเยือกเย็นว่า

    “คุณนายว่ามล มลทนได้ จะไล่ออกมลก็จะออกแต่ขออย่างเดียวอย่าว่าคุณตราเพราะคุณตราไม่ได้ทำอะไรผิด”

    “ก็ได้...ว่าแต่แกอย่าออกไปนะ” ทองม้วนพูดเสียงอ่อน แต่เก็บความแค้นไว้ในใจ

    คืนนี้...ทองตรานอนคิดถึงเวลาที่ได้ไปซื้อของและเที่ยวกับกมลชนก กระทั่งเขาโต้กับแม่เพื่อปกป้องเธอ ยิ่งคิดถึงตอนที่เขาเช็ดไอศกรีมที่เปื้อนแก้มให้และสบตากันใกล้แค่ฝ่ามือกั้น เธอก็ยิ้มเขิน ชักผ้าห่มคลุมโปงเลย

    ooooooo

    เช้าวันจันทร์ที่จะไปสัมภาษณ์ที่โรงแรม ทองม้วนถือกำปั่นเข้ามาให้ทองตราเลือกทองใส่ไป อ้างว่าเสื้อผ้าก็เรียบๆ ต้องใส่ทองให้ดูดีหน่อย ทองตราบอกว่าตนไม่ชอบและตนไปสัมภาษณ์งานไม่ได้ไปประกวดทอง

    ทองม้วนบ่นที่ลูกไม่ได้ดั่งใจแล้วตัวเองก็ประโคมใส่แทนเสียราวกับตู้ทองเคลื่อนที่ จนถูกรณยุทธแซวว่าระวังโจรมันจะอุ้มไปทุบเอาทอง ทองม้วนไม่กลัวเพราะตนจะเอานายมลไปเป็น รปภ.ให้ ทำเอากมลชนกหน้าเหวอตั้งตัวไม่ทัน

    เมื่อถูกทองม้วนสั่งให้ไปเป็น รปภ.กมลชนกรีบโทร.หาเทวา ฝากบอกแม่ด้วยว่าวันนี้ขอลางาน แต่ไม่มีเวลาอธิบายอะไรมากแล้ววางสายเลย เทวาบ่นอุบอิบว่าชอบทำอย่างนี้ทุกทีเลย

    พอไปถึงโรงแรม ทองม้วนสั่งนายมลให้ไปหาที่นั่งรอ ตนอาจจะต้องคุยนานหน่อยเพราะเจ้าของโรงแรมเป็นเพื่อนกับลูกชาย แล้วควักเงินให้ห้าสิบบาทเอาไว้กินข้าวนึกเสียดายดึงมือกลับจะให้แค่ยี่สิบบาทแต่สุดท้ายก็ตัดใจให้ไป

    ทองตราเหนื่อยใจกับความตระหนี่ของแม่ แอบเอาเงินยัดใส่มือกมลชนกสองร้อยบาทแล้วรีบเดินตามแม่ไป

    ถึงลานจอดรถก็เจอปัญหาอีกเมื่อจะไปจอดที่วีไอพี ถูก รปภ.มาไล่บอกว่าจอดไม่ได้เขายื่นหน้าออกไปโชว์บอกว่าตนเป็นเอ็มดีชื่อกมลชนก แต่ รปภ.ไม่รู้จัก เขาจึงโทร.บอกเทวา เทวาให้ไปวนรถอีกรอบตนจะลงไปเดี๋ยวนี้

    ฝ่ายทองม้วนตื่นตาตื่นใจกับความใหญ่โตหรูหราของโรงแรม บอกทองตราว่าแบบนี้ต้องเรียกเงินเดือนแพงๆ เข้าไว้ ทองตรากลัวเรียกแพงเขาจะไม่รับ ทองม้วนบอกว่าเราจบถึงเมืองนอกมาเชียวนะ

    “จบเมืองนอกแต่ไม่มีประสบการณ์ก็ใช่ว่าเขาจะรับนะคะ คนจบดีจบสูงแต่ทำงานไม่เป็นก็มีให้เห็นเยอะแยะ เอาเข้าจริง ประสบการณ์ก็สำคัญนะคะแม่” แล้วทองตราก็ขอไปเข้าห้องน้ำให้แม่รออยู่ที่นี่ก่อน

    กาญจนานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานเห็นกระดาษที่กมลชนกเขียนด้วยลายมือวางซ่อนๆอยู่ จึงหยิบอ่าน...

    “แม่ครับ ทองตราเป็นน้องสาวของทองทิว ถ้าคุณแม่จะกรุณาช่วยรับไว้ทำงานในตำแหน่งเลขาของผมด้วยนะครับ”

    ขณะนั้นเทวาเข้ามาบอกว่าทองตรามาถึงแล้ว กาญจนาถามว่าเขาเคยเห็นเด็กคนนี้ไหม เทวาบอกว่าเคยเห็นแต่ในรูปและเคยฟังจากคุณมลเท่านั้น กาญจนาถามว่าแล้วเขาคิดอย่างไร

    “เท่าที่ฟัง ผมก็เห็นว่าเธอเป็นคนดีใช้ได้นะครับ เพราะทองทิวพี่ชายเธอก็นิสัยดี คุณกาญจน์ก็รู้จักนายทิวดีนี่นา ยังไงก็ช่วยรับคุณทองตราไว้ให้คุณมลหน่อย แกจะได้มีกำลังใจ”

    กาญจนาบอกว่าตนเลือกไปตามเนื้อผ้า เทวาขอเวลาสิบนาทีแล้วจะเชิญทองตราเข้ามาเลย กาญจนาจึงออกไปเข้าห้องน้ำ กมลชนกฉวยโอกาสนั้นเข้าไปซ่อนอยู่หลังม่านเพื่อแอบฟังการสัมภาษณ์

    ทองม้วนจะเข้าไปด้วย เทวาติงว่าท่านประธานจะคิดยังไงที่ทองตราจะเอาแม่ไปนั่งสัมภาษณ์ด้วย ให้รออยู่นี่ดีกว่าทองม้วนจึงยอม

    เมื่อทองตราเข้าไปหากาญจนาที่โต๊ะ กาญจนา

    บอกว่าตำแหน่งที่จะรับไม่ใช่ผู้จัดการฝ่ายพีอาร์อย่างที่เธอสมัครมา แต่เป็นตำแหน่งเลขาเอ็มดีและดูแลงานด้านต่างประเทศด้วยถามว่าทำได้ไหม ยิ่งรู้ว่าเธอเป็นน้องทองทิวก็อยากรับไว้ทำงานที่นี่

    “ท่านคะขอความกรุณาอย่ารับหนูเพราะเป็น

    น้องพี่ทองทิวเลยนะคะ ขอให้พิจารณาตามความสามารถจะดีกว่าไม่ว่างานอะไรหนูก็ทำได้ ขอให้ทำงานแล้วสบายใจหนูก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกค่ะ”

    กาญจนายิ้มพอใจ บอกทองตราว่าไม่ต้องห่วง ส่วนเงินเดือนสตาร์ตให้ห้าหมื่น ต้นเดือนหน้าให้มาเริ่มงานเลย ทันใดก็สังเกตเห็นหลังม่านไหวๆ มองไปเห็นเงา ก็รู้ว่ามีการแอบฟังอยู่ กาญจนายิ้มเจ้าเล่ห์ พอทองตราไหว้ลา กาญจนาบอกว่าเดี๋ยวให้ไปพบเจ้านายสายตรงสักครู่ แล้วสั่งเทวาว่า...

    “เดี๋ยวช่วยพาคุณทองตราไปพบคุณกมลชนกที่ห้องด้วยนะจ๊ะ” เทวาช่วยปดว่าก็วันนี้คุณมลลา กาญจนายิ้มเยาะอย่างรู้ทันย้ำว่า “ฉันรู้ว่าเขามา อีกสักครู่ก็คงจะไปอยู่ที่ห้อง” พลางหางตาไปที่หลังม่าน

    ooooooo

    กมลชนกเหงื่อแตกพลั่ก วิ่งออกไปนอกห้องพรวดไปนั่งที่โต๊ะทำงาน มองตัวเองแล้วยังอยู่ในชุดนายมล เสียงเคาะประตูดังขึ้น พลันก็คิดออก หมุนเก้าอี้ผู้บริหารตัวใหญ่มีพนักสูงหันหลังให้ทองตราทันที เทวาพาทองตราเข้ามาบอกเป็นนัย

    “ท่านเอ็มดีครับ ท่านประธานให้ผมพาเลขาที่รับไว้มาเซอร์ไพรส์ท่านครับ” พูดพลางเอาตัวบังๆทองตราไว้ โค้งแล้วเดินออกไป ทองตรามองหลังเก้าอี้งงๆ พลันเสียงกมลชนกก็ดังมาจากหลังเก้าอี้ เสียงมีอำนาจอย่าง

    นักธุรกิจใหญ่ถามว่า

    “คุณใช่ไหมที่จะมาเป็นเลขาผม” ทองตรารับคำเสียงประหม่า “ผมอยากให้กลับไปเตรียมพร้อมทั้งกายและใจเพื่อที่จะมาทำงานร่วมกัน” ทองตรารับคำอีก “การทำธุรกิจเดี๋ยวนี้การแข่งขันสูงเราต้องมุ่งมั่นนำพาองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าเพื่อผลกำไรและเงินปันผลที่จะตอบแทนในทางธุรกิจ และคุณคือหนึ่งในผู้ร่วมสร้างสิ่งเหล่านั้นไปพร้อมๆกับผมต้องคอยอยู่ข้างๆผมตลอดเวลา”

    “ค่ะ” ทองตรารับคำอีก เขาถามว่าพูดเป็นแต่ค่ะหรือ เธอตอบ “เปล่าค่ะ” เขาจึงพูดต่ออีกว่า

    “ผมรู้ว่าคุณคงจะสงสัย ว่าทำไมผมต้องหันหลังให้ เฉลยให้เลยก็ได้ว่าเพราะผมเพิ่งป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่และตาแดงอยู่ นี่ท่านประธานคงยังไม่รู้ถึงได้กล้าให้พาคุณเข้ามา เดี๋ยวก็ได้ติดกันทั้งบริษัท” แล้วแกล้งปิดปากไอ ทองตราบอกว่าตนเข้าใจ “ถ้าเข้าใจก็เชิญกลับไปก่อนจะดีกว่าผมกลัวคุณจะติดไข้ จะไม่สบายเพราะผม”

    “งั้นดิฉันขอให้ท่านหายไวๆนะคะ สวัสดีค่ะ” ทองตรายกมือไหว้พนักเก้าอี้ที่กมลชนกนั่งหันหลังให้อยู่ แล้วเปิดประตูออกไป

    พอทองตราออกไป กมลชนกก็หมุนเก้าอี้กลับมา ถอนใจพรวดเหมือนเพิ่งรอดตาย

    ทองตรามาหาทองม้วนที่ห้องรับรองของโรงแรม เธอบอกแม่ว่าได้งานในตำแหน่งเลขาเอ็มดี เริ่มงานต้นเดือนหน้า ทองม้วนถามทันทีว่าแล้วเงินเดือนล่ะ พอทองตราบอกว่าให้ห้าหมื่นก่อน ทองม้วนก็ตาโตร้อง

    “หา! ให้ที่ห้าหมื่นก่อน นี่แสดงว่าเขามีให้มากกว่านี้” ทองตราจุ๊ปากให้แม่เบาๆอายเขา บอกว่าคงต้องรอให้พ้นโปรไปก่อน ทองม้วนดีใจมากหอมหน้าผากทองตรา

    บอกว่าต่อไปแม่จะได้มีเรื่องไปเม้าท์มอยกับคุณหญิงคุณนายกันให้สนุกไปเลย ทองตราชวนแม่กลับก่อนที่แม่จะดีใจจนร้องเสียงดังไปกว่านี้

    ooooooo

    พอทองตราออกจากห้อง กมลชนกรีบวิ่งไปที่รถ ไปถึงเจอทองม้วนกับทองตรามาถึงพอดี ทั้งสองเห็นเขาหอบฮักนึกว่าโรคหืดหอบกำเริบ ทองตราถามว่าไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม เขาตอบหอบๆ...ค่ะ...

    แต่พอสองแม่ลูกจะก้าวขึ้นรถ เทวาก็วิ่งกระหืด กระหอบมาบอกว่า

    “คุณครับ ท่านประธานให้ผมมาเรียนเชิญไปรับประทานอาหารกลางวันกับท่านก่อน ไม่ทราบว่าจะสะดวกไหมครับ มีธุระอะไรรึเปล่า”

    “อ๊าย...สะดวกสิคะ ด้วยความยินดียิ่งเลยค่ะ” ทองม้วนดีใจมาก ส่วนทองตราถามยิ้มๆว่าไม่ทราบมีเรื่องอะไรหรือเปล่า เลยถูกแม่หยิกปรามว่า “จะถามทำไม ผู้ใหญ่ให้ไปพบเราก็ต้องไปพบท่าน”

    แล้วทองม้วนก็สั่งนายมลให้รอต่อไป เทวาจึงเดินนำทองม้วนกับทองตรากลับไปที่ร้านอาหารจีนในโรงแรม

    ไปถึงห้องอาหารจีน อาหารวางไว้บนโต๊ะแล้ว ทองม้วนมองอาหารตาวาว กาญจนาขอโทษที่นัดฉุกละหุก ชวนคุยไปกินไปดีไหม ชวนทองตราว่าอาหารที่นี่อร่อยให้ลองชิมดู

    “ขอบคุณค่ะท่าน” ทองตราอ่อนน้อมอ่อนโยน กาญจนาขอให้เรียกป้าเถอะ แล้วชมทองม้วนว่าเลี้ยงลูกได้ดีทั้งคู่เลย ทองทิวก็น่ารัก ทองตราก็น่าเอ็นดู แค่ได้เห็นก็ถูกชะตาแล้ว ต่างคุยถึงลูกชายตัวเอง กาญจนาฟังแล้วสรุปว่าเราก็คงจะเจอปัญหาไม่ต่างกันหรอก ทองม้วนบ่นว่าหนักใจลูกชายจริงๆสู้ลูกสาวไม่ได้ ไม่เคยขัดใจแม่เลย

    กาญจนาขอโทษที่ชวนคุยเรื่องเครียดเดี๋ยวกินอาหารไม่อร่อย ชวนกินไปคุยไปดีกว่า

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 18:36 น.