ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    พ่อครัวหัวป่าก์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ออกจากสถานสงเคราะห์คนพิการทางสายตา ทองตราพากมลชนกไปหารณยุทธิ์ที่วัด เจอเขากำลังกวาดลานวัดอยู่ ทองตราบอกให้พ่อพักเสีย ตนกวาดให้เอง กมลชนกก็เข้าไปอาสา รณยุทธิ์บอกว่าช่วยกันจะได้เสร็จเร็ว

    เมื่อมานั่งพักที่ร่มไม้ รณยุทธิ์ถามนายมลว่าไปอ่านหนังสือกับยัยตราแล้วยังพามาที่วัดอีก รู้สึกน่าเบื่อไปไหม เขาบอกว่าไม่เลย ตนชอบ

    “ถ้าคิดได้อย่างนี้ก็ดีสิ” ทองตราถามว่าดียังไง “ก็ดีตรงที่ไม่ปล่อยให้คนแก่ต้องมานั่งดูแลแผ่นดิน ดูแลวัดวาอารามแทนคนรุ่นใหม่ที่นับวันจะห่างไกลศีลธรรมหันไปสนใจแต่วัตถุกับความสุขของตัวเอง ทั้งที่สุดท้ายไม่ว่าคนรุ่นใหม่หรือเก่าก็ไม่พ้นที่นี่ ถึงได้อยากให้คนรุ่นใหม่คิดอย่างพ่อมลเยอะๆ”

    ทองตราเล่าให้พ่อฟังว่าวันนี้นายมลอ่านหนังสือเร็วปรื๋อเลยแต่ก็ทำออกมาได้ดี กมลชนกหวานให้ทันทีว่าก็เพราะได้ครูดีอย่างคุณตรา ตนเลยทำได้ดี รณยุทธิ์บอกว่าคงตื่นเวที ทำบ่อยๆก็เก่งเองแหละ

    กมลชนกมองรณยุทธิ์ที่ทำหน้าเศร้า จนเขาถามว่าทำไมหน้าเศร้านักล่ะ

    “เห็นคุณลุงแล้วคิดถึงพ่อ พ่อน่าจะมีชีวิตอยู่ให้ผมได้ดูแลท่าน ให้เราได้ดูแลกันเหมือนคุณลุงกับคุณตรา”

    ทองตราสงสารจนเศร้าไปด้วย รณยุทธิ์ปลอบว่าอย่าคิดอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้ สู้เอาเวลาไปดูแลคนที่พ่อรักอย่างแม่ดีกว่า คนตายเราให้เขาได้แค่บุญ แต่แม่ที่ยังอยู่ เราต้องดูแลท่านแทนพ่อ และสิ่งที่พ่อมลได้ทำในวันนี้ มันคือการทำบุญ เดี๋ยวไปกรวดน้ำให้พ่อเขาเสีย

    กมลชนกทำหน้างงไม่เข้าใจ รณยุทธิ์ดักคอว่าอย่าบอกนะว่าไม่เคยกรวดน้ำ กมลชนกพยักหน้า

    “เป็นไปได้ยังไง นายเป็นคนบ้านนอกแท้ๆ มา... เดี๋ยวฉันจะสอนให้” แล้วทองตราก็พาไปกรวดน้ำพร้อมกับอธิบายความหมายให้ฟังอย่างละเอียด จากนั้นตรวจสอบการถือศีลห้าของเขา ไล่ไปทีละข้อถามว่าทำได้ไหม เขาพยักหน้าบ้างลังเลบ้าง เธอให้กำลังใจว่า “นายก็ทำได้ทั้งห้าข้อแล้วนี่ ถ้าเรามีศีลธรรมประจำใจ ฉันเชื่อว่าจะทำให้สังคมดีขึ้น นายว่าจริงไหม”

    กมลชนกพยักหน้าเนือยๆ เธอจึงชวนกลับเดี๋ยวพ่อรอแย่ กมลชนกเดินตามต้อยๆ รู้สึกตัวเองเล็กลงไปถนัด

    ooooooo

    ทองม้วนยังนอนเพลียๆที่ห้องรับแขก กำไลคอยเอายาดมรอที่จมูกให้ รณยุทธิ์ถามว่าเป็นยังไงบ้าง ทองม้วนบอกว่ายังใจสั่นอยู่ รณยุทธิ์เผลอบอกว่า เหมือนกันเลย ทองม้วนถามว่าเขาไม่ได้กินใจสั่นได้ยังไง เอะใจถามว่าหรือเขาไปไหนมา

    ทั้งรณรยุทธิ์และกมลชนกช่วยกันแก้ตัวแก้ต่างจนทองม้วนเชื่อ ถามว่าแล้วดีขึ้นหรือยัง

    “ดีขึ้นแล้วฉันหายแล้วจ้ะ ห่วงแต่แม่ม้วนนั่นแหละ” ทองม้วนยิ้มปลื้มบอกว่าต่อไปไม่เอาแล้ว เข็ดแล้วจริงๆ

    กมลชนกเห็นถึงความรักความห่วงใยกันของทั้งสองก็ปรารภว่าแปลก ปกติเห็นทะเลาะกันแทบตาย แต่สุดท้ายก็ห่วงกันรักกัน ทองตราบอกว่าอย่างนี้มั้งที่เขาเรียกว่ารักแท้ เข้าทางกมลชนกพอดีเขาถามว่ารักแท้มีอยู่จริงหรือ เธอบอกว่ามีจริงแต่อยู่ที่เราหามันเจอหรือยังเท่านั้น เขาหยอดทันทีว่าแล้วตอนนี้เจอหรือยัง เธอบอกว่ายัง ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเจอเขาหรือเปล่า

    “อ้าว...ทำไมคิดอย่างนั่นล่ะคะ ทั้งสวยทั้งดีอย่างนี้ ยังไงก็ต้องมีอยู่แล้วล่ะค่ะ”

    ทองตราชกท้องเขาเบาๆแก้เกี้ยว ถามว่ารู้ได้ไง เป็นหมอดูรึไงเจ๊ แล้วลุกเดินไปเขินๆขำๆ

    ooooooo

    ทองม้วนกินข้าวอร่อยทุกมื้อชมว่านับวันนายมลยิ่งทำอาหารอร่อย ตนกินจนจะใส่ชุดไม่ได้อยู่แล้ว ทองทิวแซวว่าเขาเป็นพ่อครัวคนแรกที่แม่ชม กมลชนกหัวเราะบอกว่าแบบนี้ตนคงเฮงทั้งปีแน่

    แม้ว่ากมลชนกจะทำทุกอย่างแนบเนียนแล้วแต่ก็เกือบถูกจับได้เมื่อกำไลมาเจอเขากินแมคคาเดเมียเขาเลยยื่นแมคคาเดเมียไล่ให้ไปกินกับคุณตราข้างนอกตนจะทำอาหารแล้ว

    ตกเย็นเขานั่งคุยกับทองทิว ปรารภว่า ตนเพิ่งจะรู้ว่าการได้มาคลุกคลีกับชีวิตคนอื่นมันเป็นเรื่องดี อย่างน้อยก็ทำให้เราได้ทบทวนตัวเองว่าต่อไปนี้ควรจะทำอะไรเพื่อใคร ยิ่งได้ไปทำประโยชน์ให้กับสังคมและได้ไปวัดมันเป็นอะไรที่ตนไม่เคยทำมาก่อน

    ทั้งสองคุยกันอย่างสนิทสนม บางครั้งซึ้งถึงกับจับมือกัน รณยุทธิ์เห็นแล้วเครียดไปถามกำไลว่ารู้สึกแปลกๆกับความสัมพันธ์ของสองคนนี้ไหม กำไลบอกว่าตนเคยบอกคุณตราแล้วแต่คุณตราไม่เชื่อ

    รณยุทธิ์ตัดสินใจถามกมลชนกเองว่าชายรักชายนี่มันเป็นยังไง แล้วทองทิวมีสิทธิ์จะเป็นแบบนั้นไหม กมลชนกได้ทีจะเอาคืนทองทิวที่ทำตนแสบคราวก่อน เลยใส่ไฟว่า เขาชอบให้ท่าแต่ตนไม่เล่นด้วย รณยุทธิ์ฟังแล้วตกใจ ขอบใจที่นายมลไม่ยุ่งกับลูกชายตน

    ใส่ไฟเพื่อนจนพ่อร้อนใจแล้ว กมลชนกดีใจสุดๆพึมพำสะใจ “โดนบ้างละมึ้ง”

    รณยุทธิ์ทุกข์ใจไปปรึกษาทองตรา เธอบอกว่าให้ไปถามเจ้าตัวเลยดีกว่าจะได้สบายใจไปเลย รณยุทธิ์ไปเลียบเคียงถามทองทิว บอกว่าไม่ต้องอาย นายมลเล่าให้ฟังหมดแล้ว ทองทิวเจ็บใจที่โดนกมลชนกเผาทั้งเป็น ยืนยันกับพ่อว่า

    “ฟังผมนะพ่อแล้วเรื่องนี้ยัยตราก็รู้ดี ว่าผมกับนายมลไม่ได้มีอะไรกัน แล้วมันก็ไม่มีวันเป็นไปได้ ผมสาบานว่าผมชอบผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชายแน่นอน” รณยุทธิ์ได้รับคำยืนยันก็ขอโทษบอกว่าพ่อคงคิดมากไปเอง ทองตราจึงชวนพ่อไปเคลียร์กับกำไล ทองทิวบอกว่าตนก็จะไปเคลียร์กับนายมลให้รู้เรื่องด้วย

    พอไปคุยกับกำไล กำไลดีใจเพราะตนแอบชอบนายมลอยู่แล้ว เมื่อทองตราบอกให้ไปเคลียร์กับนายมลกันเอง กำไลรับปากว่าตนจะจัดการกับเจ๊มลเอง

    ฝ่ายทองทิวทำท่าจะเอาเรื่องกับกมลชนกที่แอบเผาตนกับพ่อทำให้พ่อไม่สบายใจ กมลชนกบอกว่ามันจำเป็นเพราะตนยอมเห็นตัวเองถูกรังแกฝ่ายเดียวไม่ไหว

    สุดท้ายก็ตกลงเจ๊ากันไป แล้วลงเอยด้วยการชวนกันไปฉลองที่ผับ กมลชนกบอกว่าขากลับอย่าลืมเตือนซื้อข้าวต้มปลากลับมาด้วยเพราะพรุ่งนี้เช้าลุงเชฟไม่อยู่

    แต่ที่ผับกมลชนกก็ถูกเทวาตามมาบอกให้ไปหาแม่ทีเถอะตนรับหน้าไม่ไหวแล้ว

    “คุณอาก็เหมือนแม่ พูดแต่เรื่องซ้ำๆเดิมๆก็บอกแล้วไงว่าเดี๋ยวจะไปเอง”

    แต่ไม่มีโอกาสพูดอะไรกันมากนักก็ถูกสาวๆกรูกันเข้ามาห้อมล้อม ทั้งกมลชนกและเทวาก็ลืมเรื่องที่คุยกัน หายเครียดเป็นปลิดทิ้ง

    ทองทิวกับกมลชนกกลับบ้านตอนตีสาม ทองตราได้ยินเสียงนึกว่าขโมยขึ้นบ้านลุกขึ้นดูที่หน้าต่าง เห็นสองชายประคองกันย่องเข้าบ้านก็ยิ้มโล่งอก

    ooooooo

    รุ่งขึ้นทองม้วนกินข้าวต้มปลาชมว่าปลาชิ้นใหญ่สดมาก ทองตราเอะใจว่าเมื่อวานไม่ได้ซื้อปลามาแล้วนายมลไปเอาข้าวต้มปลาที่ไหนมา แล้วนี่ปลาอะไร ทองม้วนตัดบทว่าเอาจากไหนก็ช่างมีกินอร่อยก็ดีแล้วจะถามทำไม

    กมลชนกเครียดบอกว่าเป็นปลากะพง ก็ยังถูกทองตราซักอีกว่าโลละเท่าไหร่ เขาบอกว่าไม่รู้เพราะเขาขายเป็นชิ้น ทองตราซักรายละเอียดแบบจะจับผิดให้ได้ ทองทิวในสภาพทั้งเมาค้างทั้งง่วง พยายามช่วยแก้ตัวให้กมลชนกว่า ตนไปเที่ยวกลับมาตอนตีสามเลยให้นายมลแวะไปซื้อปลาเพราะแม่บอกว่ากินปลาแล้วฉลาด

    “แล้วทำไมไม่กลับเช้าให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปเลยล่ะลูก ฉลาดดี” รณยุทธิ์แซว

    ทองตรามองแม่ พี่ชายและพ่อที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ก็ได้แต่มองอย่างเหนื่อยใจ เพราะรับปากว่าจะจัดการเจ๊มลเอง กำไลเห็นกมลชนกทำลับๆล่อๆออกจากบ้านอาม่าก็สงสัยว่าเจ๊มลจะมีผัวใหม่ เข้าไปถามจับผิดว่าไปบ้านอาม่าทำไม เขาบอกว่าบ้านนั้นฝากซื้อของเลยเอาไปให้ กำไลจับผิดว่าไม่เคยเห็นมีใครอยู่บ้านนั้น

    กำไลอดใจไม่ได้ถามว่าเจ๊ยังคบกับผัวอยู่ไหม กมลชนกบอกว่าก็เรื่อยๆคบได้ก็คบแต่ถ้าเจอใครดีกว่าก็ต่างคนต่างไป

    กำไลตาโตอย่างมีความหวังดีใจสุดขีดวิ่งกลับไปหาทองตราให้ช่วยเป็นแม่สื่อให้ตนด้วย ช่วยแย็บดูหน่อยว่านายมลคิดอย่างไรกับตน ทองตราไม่รู้จะเริ่มอย่างไร แต่ทนกำไลอ้อนวอนไม่ได้เลยจะลองดู

    ตกเย็นจึงไปหากมลชนกที่ห้องขอเข้าไปคุยด้วย เข้าไปในห้องเห็นเสื้อผ้าสีสดหวานสวยแขวนเต็มไปหมด แล้วยังมีผ้าเช็ดหน้าวางอยู่ด้วย ถามว่านั่นผ้าเช็ดหน้าของเขาหรือ เขารีบคว้ามาใส่กระเป๋าบอกว่าใช่ แฟนให้มานานแล้วผืนนี้ตนรักมาก ทองตราบอกว่าแต่มันเหมือนของตนมากเลย

    กมลชนกรีบเปลี่ยนเรื่องถามว่ามีอะไรจะคุยกับตนหรือ

    “อย่าหาว่าฉันเสียมารยาทเลยนะ คือฉันมีเรื่องกำไลอยากจะปรึกษา คือกำไลเขาแอบชอบนาย ฉันเลยอาสาเป็นแม่สื่อให้ ถามว่าพอจะเป็นไปได้ไหม” เขาบอกว่า ความรักมันบังคับกันไม่ได้และตนก็มีคนที่อยู่ในใจแล้ว พอถามว่าเป็นใครอยู่ที่ไหน เขามองเธอบอกว่าอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลอีกไม่นานคุณตราก็รู้

    “แบบนี้กำไลก็หมดสิทธิ์” ทองตราบ่น เขาบอกว่ารักกำไลเหมือนน้องสาว “ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจแล้วฉันจะบอกกับกำไลให้เขาเข้าใจนาย ฉันไปล่ะ”

    คืนนี้ทองตราบอกกำไลให้ทำใจปล่อยวางเสียเพราะเขามีแฟนแล้วอย่าคิดไปแย่งคนอื่นเลยมันบาป กำไลโอดครวญว่าแต่ตนรักเจ๊จริงๆ

    “รักเขาข้างเดียวมันไม่ได้อะไร แล้วก็ไม่มีวันเป็นไปได้ กำไลก็น่าจะรู้ ผู้หญิงสมัยนี้ ไม่จำเป็นต้องมีผู้ชายมาเป็นส่วนประกอบของชีวิตเขาก็อยู่ได้”

    กำไลออดอ้อนว่าตนรักเจ๊จริงๆ อย่าหาว่าตนดื้อเลย ตนจะลองดู จะขอสู้อีกสักตั้งเผื่อเจ๊เขาจะมีใจให้ตนบ้าง ทองตราอ่อนใจบอกว่าตามใจแต่ถ้าผลออกมายังไงก็ต้องทำใจเผื่อไว้ก็แล้วกัน

    “ค่ะ ไม่ว่าผลจะออกมายังไง กำไลจะยอมรับมัน” ทองตราพยักหน้า กำไลดีใจบอกว่า “กำไลรักคุณตราที่สุดในโลกเลยค่ะ”

    ooooooo

    นับวันทองม้วนก็ไว้ใจนายมล จนกระทั่งจะให้เป็นคนขับรถพาทองตราไปไหนมาไหนเพราะไม่ไว้ใจคนอื่นและเป็นห่วงลูก ยอมจ่ายพิเศษให้นายมลครั้งละห้าสิบบาท กำชับนายมลว่า

    “เวลาไปไหนมาไหนกับลูกฉัน ให้ระวังกิริยา มารยาท อย่าทำตุ๊ดแหลกแต๊บหลุดจนเกินงาม ให้ดูแมน ดูเป็นคนขับรถให้คุณหนูประมาณนั้น”

    ทองตราติงว่ามันเยอะไปไหม ทองม้วนบอกว่าเชื่อแม่แล้วจะดีเอง ถามนายมลว่าเข้าใจใช่ไหม

    “ค่ะ คุณนาย” กมลชนกหัวใจพองโต ยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่แล้วก็สะดุ้งเมื่อทองม้วนสั่งว่า เสร็จจากงานของทองตราแล้วให้มารับตนที่โรงแรมด้วย “ได้ครับ แล้วให้ไปรับที่โรงแรมไหนครับคุณนาย”

    “ดรีม แบงคอก”

    กมลชนกแทบลมจับ ทองม้วนถามว่าเป็นอะไร เขารีบบอกว่าเปล่าค่ะ

    “รีบไปได้แล้ว เดี๋ยวยัยตราก็รอแย่” ทองม้วนเร่ง กมลชนกรีบวิ่งกลับไปที่ห้องหาอะไรที่จะปิดหน้าปิดตากลัวแม่จำได้ หยิบแว่นดำ ใส่หมวกแล้ววิ่งออกไป

    กมลชนกขับรถพาทองตราไปถึงหน้าอาคารสำนักงานที่ทองตราจะมาสอบสัมภาษณ์ เขาเห็นคนตาบอดถือไม้เท้าเดินเร่ขายลอตเตอรี่ เขามอง...คิด

    “ขนาดคนพิการเขายังลุกขึ้นมาทำมาหากิน เราเสียอีกที่ไม่ยอมทำอะไร ชอบยืมจมูกคนอื่นหายใจอย่างแม่ว่าจริงๆ” คิดแล้วเดินเข้าไปหาคนขายลอตเตอรี่เหมาทั้งหมด ให้เงินแล้วบอกไม่ต้องทอน

    “ขอให้โชคดีมีชัย แคล้วคลาดปลอดภัยนะครับ” คนขายลอตเตอรี่ดีใจมาก

    กมลชนกยัดลอตเตอรี่ใส่กระเป๋าแล้วเดินไป

    คอยจนทองตราสอบสัมภาษณ์เสร็จเดินออกมา ปรากฏว่าเขาถามว่าได้งานแล้วหรือ เธอบอกว่าประมาณนั้นแต่ตนยังไม่โอเค ขอคิดดูก่อน เพราะตนจบพีอาร์แต่เขาให้ไปเป็นเซล แถมยังขอลดวุฒิจากปริญญาโทให้เหลือแค่ปริญญาตรีอีกต่างหาก อย่างนี้มันจะมีความหมายอะไร ในเมื่อจบอะไร จบที่ไหนก็ไม่ต่างกัน

    กมลชนกบอกว่าถ้าคุณตราไม่อยากทำก็อย่าทำ เธอบอกว่าตนหางานมานานพอดู ถ้าเลือกมากก็ไม่ได้ทำเสียที กมลชนกตำหนิว่าบริษัทพวกนี้มันทำเกินไปจริงๆ

    “อืม...ก็จริง งั้นฉันไม่ทำดีกว่า รอดูพรุ่งนี้ต้องไปสัมภาษณ์อีกทีแล้วค่อยว่ากัน” กมลชนกดีใจบอกว่าดีค่ะ “ว่าแต่ฉันยังจะมีหวังได้ทำงานกับเขาอยู่ไหมเนี่ย เฮ้อ... ไป...รีบไปรับแม่เถอะ”

    ooooooo

    เย็นแล้ว กมลชนกพาทองตราไปถึงโรงแรมแต่ไม่เห็นทองม้วน ทองตราได้รับโทรศัพท์จากแม่บอกว่ายังไม่เสร็จ จึงชวนนายมลไปนั่งรอที่ล็อบบี้ กมลชนกหน้าเหวอกลัวเจอแม่

    แต่พอไปที่ล็อบบี้ พนักงานเห็นกมลชนกต่างพากันยกมือไหว้ เขาอึดอัดใจมากที่ปลอมตัวขนาดนี้แล้วก็ยังจำกันได้ นั่งพักหนึ่งทองตราถามว่าไม่คิดจะถอดหมวกถอดแว่นหรือ เขาจึงจำต้องถอด แต่พอถอดออกก็เห็นเทวาเดินคุยกันมากับกาญจนา เขารีบคว้าหมวกกับแว่นมาใส่ภาวนาอย่าเดินมาทางนี้เลย...

    เท่านั้นยังไม่อุ่นใจ ดึงหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่ทองตราอ่านอยู่ขอดูด้วยคน ทองตราบอกว่านี่มันภาษาอังกฤษนะก็อ้างว่าดูรูปก็ได้แล้วดึงหนังสือพิมพ์มากางบังหน้า ทั้งที่หนังสือพิมพ์เอาหัวลง

    “นายนี่เพี้ยนจริงๆ” ทองตรามองระอาใจ

    แต่แล้วเทวากับกาญจนาก็วกมานั่งข้างๆโต๊ะทองตรากับกมลชนกจนได้ เขาเงี่ยหูฟังทั้งสองคุยกัน ได้ยินแม่ถามเทวาว่ามีเรื่องอะไรด่วนหรือ เทวาบอกว่าฝ่ายบุคคลโทร.มาแจ้งว่าเชฟของเราที่ดรีม ริมทะเลขอลาออกเดือนหน้า เห็นว่าโดนซื้อตัวไป กาญจนาถอนใจบ่นว่าขืนเป็นอย่างนี้บ่อยๆก็แย่ เทวาถามว่าแล้วจะทำยังไงดี

    กาญจนาขอให้เทวาช่วยหาเชฟคนใหม่ด่วน เทวารับคำ กาญจนาขอบคุณบอกว่าถ้าไม่มีเขากับลุงเชฟตนคงแย่แน่

    “นี่ถ้าลูกชายฉันมันคิดได้ แล้วลุกขึ้นมาตั้งใจทำงานทำการช่วยเราบ้างก็คงจะดีกว่านี้ ไปกันเถอะคุณเทวา”

    กมลชนกฟังแม่แล้วถึงกับจุกอก แอบมองแม่ด้วยความเห็นใจ

    ooooooo

    พอทองม้วนมาเห็นนายมลใส่หมวกใส่แว่นดำก็ถามว่ามาขายลอตเตอรี่รึไง ทองตราแก้ให้ว่าเขาตาเจ็บ ทองม้วนถามว่าเธอได้งานหรือยัง พอรู้ว่ายังก็บอกว่าดีแล้วให้รอคุณสุดประเสริฐดีกว่า

    ทองตราบอกว่าตนอยากทำอะไรด้วยตัวเองให้มากที่สุดก่อน ทองม้วนบอกว่าเมื่อถึงเวลาแล้วยังไม่ได้ก็ต้องสัญญาว่าจะไปทำงานที่แม่ฝากให้ ทองตราไม่ตอบ แต่ชวนแม่กลับกัน พลางมองหานายมล

    หารู้ไม่ว่านายมลกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ เมื่อเดินอยู่ดีๆก็ถูกดึงหายไปที่มุมตึก พอหันมองเห็นเป็นแม่ก็แทบอยากตาย เขาถูกแม่ดึงหมวกดึงแว่นออกปรามว่า

    “ต่อให้แกใส่อะไรมาฉันก็จำแกได้ นึกว่าฉันโง่นักรึไง! ถ้าไม่คิดว่าจะเสียมารยาทต่อหน้าแขก ฉันจะเอาไม้แพ่นกระบาลแก”

    “ได้ครับแม่ ถ้าผมมีเวลาแล้วจะกลับมาให้แม่แพ่น แต่วันนี้ผมไม่มีเวลาจริงๆ ผมไปก่อนนะแม่” ว่าแล้วก็เผ่นแน่บ

    “คอยดูนะ ถ้ามันซานกลับมาเมื่อไหร่ฉันจะเอาให้หนำ สมกับที่มันทำเลยคอยดู” กาญจนาเสียงเหี้ยม

    กลับมาที่รถ ถูกทองม้วนกับทองตราถามว่าหายไปไหนมาปล่อยให้พวกตนยืนรอจนตะคริวจะกินอยู่แล้ว เขากะล่อนว่าหนีผู้จัดการที่ไล่ตนออกกลัวเขาจะเอาคนมากระกระทืบอีก ทองม้วนเร่งให้รีบไปเดี๋ยวพวกตนจะเจอลูกหลง

    การทำตัวเป็นตุ๊ดของกมลชนกทำให้ทองตราใกล้ชิดกับเขาได้สนิทใจ นอกจากสอนให้สมัครงานทางอินเตอร์เน็ตแล้วเห็นเขาทำงานบ้านเก้ๆกังๆ ก็อาสาสอนอีก กมลชนกเรียนไปมองเคลิ้มไป กำไลจับตาดูอยู่ พึมพำสับสนว่า

    “นี่มันสายตาตัวผู้ชัดๆ แล้วมันยังไงกันแน่วะเนี่ย”

    วันนี้ ขณะรณยุทธิ์นั่งคุยกับทองตราที่ห้องรับแขก มีกมลชนกกับกำไลทำอะไรอยู่ด้วย ทองม้วนก็เดินยิ้มเข้ามาสั่งกมลชนกว่าจะมีแขกมากินข้าวที่บ้านให้ทำอาหารที่เลิศหรูดูดีไว้ต้อนรับด้วย กมลชนกรับคำหน้าบานอยากเอาใจคุณนายแต่พอถามว่าเขาเป็นใครจะได้จัดได้ถูก ทองม้วนบอกอย่างภูมิใจว่า

    “ก็ท่านสุดประเสริฐ เลขาท่านรัฐมนตรีชัชชัย ว่าที่ลูกเขยคนดีของฉัน เขาคอนเฟิร์มแล้วว่าจะมาดูตัวลูกสาวฉันแล้วก็มากินข้าวที่นี่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”

    กมลชนกกัดฟันฉีกยิ้มรับคำ ทองตราเครียดขอแม่ว่าอย่าทำอย่างนี้เลยตนรู้สึกว่ามันน่าอาย รณยุทธิ์ก็ติงว่านี่มันสมัยไหนแล้ว อย่าไปยุ่งกับชีวิตลูกนักเลย ทองม้วนเสียงขุ่นโต้ว่าจะสมัยไหนแม่ก็ยังรักลูกหวังดีกับลูกไม่เปลี่ยนแปลงและตนก็ทำเพื่อลูกเพื่อครอบครัว ถามอย่างน้อยใจว่า “แล้วยังจะมาหาว่าฉันไม่ดี ไปยุ่งกับเขาอีกเหรอ?”

    ทองตราไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจรีบบอกว่าไม่เป็นไรตนเข้าใจแม่ ทองม้วนถามนายมลว่าทำได้ไหม เขาตอบทันทีว่า งานนี้มลเต็มที่แน่ ทองม้วนยิ้มดีใจสั่งให้เตรียมทุกอย่างให้ดูดีมีหน้าตาราคาถูก ทำมือเลิฟยูให้กมลชนกอย่างร่าเริง

    กมลชนกสังเกตดูรู้ว่าทองตราไม่สบายใจ เมื่อมาเจอเธอนั่งเศร้าที่ใต้ร่มไม้ก็เข้าไปบอกว่า ตนรู้ว่าเธอไม่สบายใจเรื่องอะไร ถามว่าทำไมไม่บอกคุณนายไปว่าตัวเองคิดยังไง ทองตราบอกว่าไม่มีใครเข้าใจตนหรอก แล้วรำพึงเศร้า...

    “แม่รักฉัน คาดหวังกับฉันมาก มากเสียจนฉันไม่อยากทำร้ายจิตใจท่าน” เขาถามว่ารักจนยอมทำร้ายตัวเองหรือ “ถ้าฉันไม่คิด ไม่สนใจ ฉันก็คงจะทำอะไรอย่างที่ใจอยากจะทำ แต่ฉันทำอย่างนั้นไม่ได้ ที่ผ่านมาแม่ยอมลำบากมากมายเพื่อฉัน”

    ฟังแล้วกมลชนกนึกละอายใจสิ่งที่ตัวเองทำกับแม่ พยักหน้าบอกว่า “ผมเข้าใจคุณตรา...”

    “นายคงเป็นคนแรกที่เข้าใจฉัน แล้วทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น” ทั้งสองสบตายิ้มให้กันเศร้าๆ

    ooooooo

    กมลชนกคิดหาทางที่จะช่วยทั้งทองตราและตัวเอง พอนึกได้ว่ารัฐมนตรีชัชชัยที่สุดประเสริฐเป็นเลขาหน้าห้อง เป็นเพื่อนคุณพ่อ ก็โทร.หาเทวาให้ช่วยโทร.หารัฐมนตรี แล้วสืบประวัตินายสุดประเสริฐเลขาหน้าห้องให้ด้วย

    เท่านั้นยังไม่วางใจ โทร.เรียกทองทิวให้กลับมาด่วนตนมีเรื่องจะปรึกษา ทองทิวถามว่ามีอะไรให้บอกมาเดี๋ยวนี้เลย เขาบอกว่าพูดทางโทรศัพท์ไม่ได้ให้รีบกลับมาแล้วจะเล่าให้ฟัง เรื่องนี้สำคัญกับตนและทองตรามาก

    เมื่อทองทิวกลับมา กมลชนกพาไปที่บ้านอาม่าอ้างว่าเล่าที่นี่กลัวคนอื่นจับได้ อ่อยทองทิวอย่างรู้จุดอ่อนว่า

    “ถ้าแกอยากดื่มและกินของอร่อยที่ลุงเชฟเขาเตรียมไว้ให้ก็ตามมา”

    แค่นั้น...ทองทิวก็เดินตามไปเหมือนต้องมนต์...

    เมื่อไปนั่งในห้องรับแขกบ้านอาม่า กมลชนกทั้งขู่ ทั้งหว่านล้อมขอให้เขาสงสารน้อง ปกป้องน้อง ทองทิวอ้างว่าทองตรายังไม่มีแฟน เธอรักแม่ไม่อยากให้แม่เสียใจทำตามใจแม่ก็ไม่แปลกอะไร

    “แต่ฉันกำลังจะเป็นแฟนเขา เราจะรักกัน” ทองทิวย้ำว่าทองตราคิดว่าเขาเป็นพี่สาว “ก็นี่แหละที่ฉันหนักใจ ฉันคงเล่นบทเก้งเก่งเกินไป ต่อไปฉันจะแอ๊บแมนให้มากกว่านี้”

    ทองทิวเห็นว่าเรื่องชักจะยุ่งใหญ่แล้ว ให้เขากลับไปเสียดีกว่า เพราะเรื่องความรักเป็นเรื่องของคนสองคนว่าจะจูนกันติดไหมและถ้าเขาแอ๊บแมนมากไป ทองตราก็จะไม่กล้าเข้าใกล้แน่ กมลชนกขอให้เขารีบไปห้ามแม่และช่วยให้ตนกับทองตราได้จูนกันติดสักที แล้วกมลชนกก็เซ็งเมื่อทองทิวตัดบทว่า

    “นี่ก็เป็นเรื่องที่เอาต์ออฟคอนโทรล ฉันคงจะช่วยใครไม่ได้หรอกนอกจากปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพรหมลิขิตว่าจะทำให้แกจูนกันติดไหม”

    ฝ่ายทองตราคืนนี้เตรียมตัวไปให้สัมภาษณ์งานพรุ่งนี้ สวดมนต์ภาวนาขอให้ได้งานเสียทีเถอะ

    ooooooo

    รุ่งขึ้น เมื่อทองตราไหว้พ่อไหว้แม่จะออกไปสัมภาษณ์งาน พ่ออวยพรให้ได้งาน ถูกแม่ขึงตาใส่ว่าอวยพรให้ได้งานทำไม เพราะตนจะให้รอท่านสุดประเสริฐ

    กมลชนกขับรถพาทองตราไปส่งที่สำนักงานพอเธอลงจากรถ เขาอวยพรขอให้โชคดี มองตามเธอที่เดินเข้าไปในสำนักงานเคลิ้ม พลันก็สะดุ้งเมื่อถูกรถคันหลังบีบแตรไล่ เขามองกระจกหลังด่า

    “ไอ้บ้าเอ๊ย บังอาจมาบีบแตรไล่ลูกเศรษฐีพันล้านอย่างฉันได้ไงวะ” แต่พอมองเห็นคนที่นั่งรถมาก็ชะงักคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นที่ไหน แต่นึกไม่ออก จึงหยิบโทรศัพท์ถ่ายรูปส่งไลน์ไปให้เทวาดู แล้วโทร.ถามทันทีว่า “ไอ้หมอนี่มันเป็นใคร ผมรู้สึกคุ้นหน้า”

    เทวาบอกทันทีว่าคือนายเบสลูกชายคุณบริรักษ์ ลูกค้ารายใหญ่ของโรมแรมเรา ตอนเป็นวัยรุ่นยังเคยต่อยกับเขาเลย กมลชนกจำได้ ถามว่าตอนนี้เขาทำอะไร เทวาบอกว่าทำบริษัททัวร์ กมลชนกปรามาสว่าแค่นั้นจะรวยสักเท่าไหร่

    “ไม่รวยได้ไง ตึกนั่นก็ของเขา แล้วบริษัทบอร์นทูบีทัวร์ของเขาก็ทำทัวร์ทั้งอินบาวนด์ เอาต์บาวนด์ดังจะตาย แล้วตอนนี้เขาทำอสังหาริมทรัพย์อีกหลายโครงการ แล้วคุณมลไปถ่ายรูปเขามาทำไม”

    กมลชนกบอกกว่าหมั่นไส้ที่มาบีบแตรไล่ตน เทวาขอร้องให้ใจเย็นๆคิดเสียว่าเขาเป็นลูกค้าเราก็แล้วกัน

    “ผมก็หวังว่าจะไม่ต้องเจอกับไอ้หมอนั่นอีก ผมไม่ชอบขี้หน้ามัน งั้นแค่นี้นะครับ” เขาตัดบท ตัดสายอารมณ์เสีย

    เจ้ากรรม! ทองตราสัมภาษณ์เสร็จออกมาเจอเบสเข้าพอดี เบสดีใจมากปรี่เข้าจับมือทักทาย ถามว่าได้งานไหม ถ้าไม่ได้ให้มาทำกับตน ทองตราหน้าแดงที่ได้เจอคนรักเก่าที่ต้องเลิกกันเพราะแม่ไม่ชอบ เบสบอกว่าตนคิดถึงเธอตลอด จะติดต่อเธอขอเบอร์แบมบี้กับมินนี่ก็ไม่เคยได้

    เบสชวนไปกินข้าวกันสักมื้อ ทองตราบอกว่า วันนี้ไม่ว่างจริงๆ เบสขอเบอร์โทร.แล้วเมมเบอร์เธอไว้

    กมลชนกรออยู่ในรถเห็นทั้งสองคุยกันก็หงุดหงิดทุบพวงมาลัย แผดเสียงลั่นรถ

    “อ๊าย...ไอ้เบส!”

    เบสเดินมาส่งทองตราที่รถอย่างอาลัยอาวรณ์ อ้อนว่าคราวหน้าหวังว่าจะได้กินข้าวกับเธอนะ ทองตรา บอกยินดี แล้วขึ้นรถโบกมือบ๊ายบายกัน กมลชนกกระชากรถออกไประบายอารมณ์
    ooooooo

    ทองตราตำหนิว่าเขาไม่มีมารยาทที่ทำกับเพื่อนตนอย่างนั้น กมลชนกถามว่าได้งานไหม พอรู้ว่าได้งานแล้วทำกับบริษัททัวร์ชื่อบอร์นทูบีทัวร์ก็อึ้งไปทันที ถามว่าจะเริ่มงานเมื่อไหร่ ถามหยั่งเชิงว่าผู้ชายเมื่อกี๊เป็นใคร

    ทองตราบอกว่าอย่าสนใจเลย มาดีใจกับตนที่จะได้ทำงาน ได้ดูแลพ่อกับแม่เสียทีดีกว่า และตนก็จะได้ดูแลเขาด้วย กมลชนกหัวใจพองฟู ถามว่าดูแลยังไง เธอบอกว่าเขาอยากจะกินอะไรก็จะเลี้ยง แต่ต้องไม่ให้แม่รู้ จะให้เขาลากลับบ้านไปดูแลแม่ด้วย และที่สำคัญวันนี้เราจะไปฉลองกันที่บ้าน ตนจะชวนเพื่อนมาด้วย

    กมลชนกชมว่าเก๋ กู๊ด สุดยอด งานนี้ตนขอทำอาหารให้ดีไหม ทองตรายกไม้โป้งโอเค กมลชนกยิ้มแป้นขับรถกลับไปอย่างมีความสุข

    กลับถึงบ้านทองตราบอกแม่ว่าตนได้งานแล้วเป็นบริษัททัวร์ตนอยู่ฝ่ายดูแลลูกค้าต่างประเทศ วันนี้ขอเลี้ยงฉลองให้สมกับที่รอคอยมานาน แต่วันนี้ห้ามมีแอลกอฮอล์ ทองทิวเข้ามาพอดีบอกว่าไม่มีปัญหา วันนี้ปาร์ตี้ไม่มีอบายมุขเต้นสเต็ปแดนซ์อย่างเดียว เมื่อตกลงกันแล้ว ทองตราขอไปดูนายมลในครัว

    กมลชนกทำอาหารโปรดของทองตราคือ ยำวุ้นเส้น และต้มแซ่บกระดูกหมู ทองตราช่วยทำ ช่วยชิมและป้อนให้ชิมกันจนพอใจ ทองตราดีใจ กอดเขาเอาหน้าซุกแขนอย่างมีความสุข กมลชนกยิ้มปลื้ม

    ถึงเวลาฉลองแบมบี้กับมินนี่มาร่วมดีใจด้วย กินข้าวแล้วก็ไปคาราโอเกะกัน วันนี้ทองตราทั้งร้องทั้งเต้นจนกมลชนกมองอึ้ง ทองทิวเข้าไปกระซิบว่า “ไม่ต้องอึ้ง ยัยตราเขามีมุมของเขา”

    รณยุทธิ์กับทองม้วนสนุกกันพอประมาณก็ไปพักปล่อยให้เด็กๆสนุกกันต่อ ทองทิวเมาปลิ้นหลับไปตามเคย แบมบี้กับมินนี่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ กำไลตามไปด้วย เมื่ออยู่กันสองคน กมลชนกก็จับไมค์ร้องเพลงรักให้ทองตราฟังหวานซึ้ง...

    ระหว่างไปห้องน้ำกำไลถามแบมบี้ว่าเห็นเจ๊มลเป็นยังไง ดีไหม ถ้าดีตนจะได้ตัดสินใจจีบ เพราะตอนมาใหม่ ๆ เขาดีกับตนมาก เขาเสียสละปูให้ตนกิน ห่วงใยถามโน่นถามนี่ สุดท้ายยังซื้อเสื้อตัวนี้ให้ด้วย ตนใส่มาสามวันแล้ว

    แบมบี้บอกว่านายมลเป็นเก้ง ให้จำไว้ว่าเก้งกวางส่วนใหญ่จะดูจิตใจดีโอบอ้อมอารี มินนี่บอกว่าอย่างที่เขาว่ารู้หน้าแต่ไม่รู้ใจน่ะ ฟังแล้วกำไลเซ็งที่ไม่มีใครเชียร์ตนเลย แบมบี้บอกว่าตนเชียร์ให้ลองดู เพราะเจ๊เขายังดูก้ำๆกึ่งๆ ครึ่งผีครึ่งคนอยู่

    “ไม่ว่าจะยังไง กำไลก็ต้องลอง” กำไลยิ้มปลื้มมีความหวังขึ้นรำไร

    ooooooo

    เมื่อส่งแบมบี้กับมินนี่กลับไปแล้ว คืนนี้กมลชนกโทร.หาเทวา ขอให้ช่วยรับทองตราเข้าทำงานโรงแรมของเรา เทวาโวยว่าใครจะกล้ารับ และตนก็ไม่มีอำนาจด้วย เขาขอให้บอกคุณแม่หรือไม่ก็ฝ่ายบุคคล

    กมลชนกผิดหวังเมื่อเทวาบอกว่าตนไม่ไหวแล้ว ไม่กี่วันก่อนก็เพิ่งโดนเฉ่งมา นี่เรื่องใหม่จะมาอีก บอกว่าถ้าอยากทำอะไรก็กลับมาคุยกับคุณแม่เองก็แล้วกัน เพราะตนโกหกให้ไม่ไหวแล้ว

    เมื่อพึ่งเทวาตัวช่วยที่ไม่เคยผิดหวังไม่ได้ กมลชนกตัดสินใจต้องไปหาแม่เท่านั้นจึงจะช่วยได้

    “เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ไม่ว่าจะเจออะไร ฉันต้องทำเพื่อเธอให้ได้...ทองตรา”

    รุ่งขึ้น เขาขอลางานกับทองตราหนึ่งวันอ้างว่าจะไปสมัครงาน รณยุทธิ์ยินดีเพื่ออนาคตที่ดีกว่า แต่ทองม้วนไม่พอใจอ้างว่าเขาลาไปอย่างนี้ตนขาดทุน เมื่อเขาอ้อนวอนทองม้วนยอมแต่ต้องกลับมาทำอาหารให้ตรงเวลา ถ้าไม่ตรงเวลาจะไม่หักเงินแต่ต้องจ่ายชดเชย

    นาทีนี้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรกมลชนกก็ยอม เขารีบไปหาเทวาทำหน้าตายชวนไปหาคุณแม่ด้วยกัน เทวาส่ายหัวดิกไม่ขอเกี่ยวด้วยแล้ว กมลชนกฮึดขึ้นมายักไหล่ไม่ยี่หระ

    “ก็ได้...ผมไปคนเดียวก็ได้”

    เขาเข้าไปนั่งหน้าจ๋อยที่โต๊ะทำงานของแม่ วางกระเป๋าเงินและบัตรเครดิตทุกอย่างไว้ที่โต๊ะ กาญจนา ถามว่าหายหัวไปไหนมา แล้ววันนั้นหนีตนทำไม แล้วยังให้เทวามาหยั่งเชิงเรื่องรับพนักงานเพิ่มทำไม

    กมลชนกตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดให้แม่ฟัง กาญจนายิ่งรับไม่ได้ที่เลี้ยงดูและส่งเรียนมาขนาดนี้แต่ไปเป็นคนใช้เขาด้วยเหตุผลต้องการศึกษาผู้หญิงคนเดียว กมลชนกอ้อนว่าคนนี้ตนต้องการศึกษาดูใจเธอจริง กาญจนาบอกให้เขียนใบลาออกจากงานแล้วไปศึกษาดูใจกันให้พอ ตนไม่อยากสนใจอะไรอีกแล้ว รำคาญ ว่าแล้วลุกไปเลย

    “คุณแม่ครับ ผมรู้ว่าผมเครดิตไม่ดี แล้วผมก็แย่อย่างที่คุณแม่ว่าจริงๆ” กมลชนกตามไปอ้อนวอน ขอโทษ ยอมรับผิดแต่วันนี้ตั้งใจจะเป็นคนใหม่ ตั้งใจทำทุกอย่างไม่ว่างานหรือความรัก กาญจนาบอกว่าตนจะดูที่การกระทำไม่ใช่แค่คำพูด “ครับ ผมจะทำ...แล้วผมต้องทำยังไง”

    “ต้องถามตัวเองแล้วล่ะ เพราะต่อไปนี้ แกจะเป็นคนที่มีแต่ตัวและหัวใจ” กาญจนายึดกระเป๋าเงินและบัตรเครดิตทุกอย่างไว้หมดแม้แต่รถก็ไม่ให้ใช้นอกจากจะใช้งานเท่านั้น ถ้าอยากมีเงินใช้ก็ต้องทำงาน ไม่อย่างนั้นก็จะยึดตำแหน่งเอ็มดีคืนด้วย แต่ถ้าคิดว่าไม่ไหวก็ไสหัวออกไปจะได้จ้างคนใหม่มาแทน

    “ไม่ครับแม่ ที่ผมมาก็เพราะผมตั้งใจและไม่ขัดใจแม่”

    แม้จะอ้อนเต็มที่แต่กาญจนาก็ยังยืนยันว่าถ้าทำได้ก็จะเชื่อแต่ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าหาว่าใจร้ายก็แล้วกัน ว่าแล้วก็รวบบัตรทุกใบไว้ คืนบัตรประชาชนให้ใบเดียว

    กมลชนกรับบัตรประชาชนไปหน้าเครียด ขอร้องอีกเรื่องคือให้ช่วยล็อบบี้อย่าให้บริษัททัวร์รับทองตราไว้ทำงานและให้แม่ช่วยรับเธอไว้ทำงานที่นี่ด้วย ไม่อย่างนั้นเธอจะยิ่งห่างตน และตอนนี้แม่เธอจะจับคลุมถุงชนอยู่ด้วย

    “ก็ไม่เห็นเป็นไร เขาเอาถุงคลุมไปแกก็หาใหม่สิถนัดนักไม่ใช่เหรอ...อย่ามาขอร้องต่อรองอะไร ก็บอกแล้วไงว่าทำวันนี้ให้ดีก่อน เรื่องอื่นไว้ทีหลัง” กาญจนา ใช้ไม้แข็งไสหัวเขาออกไป กมลชนกเดินคอตกออกไปไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป...

    กมลชนกตัดสินใจเป็นไงเป็นกันอีกครั้ง เขาไปหาลุงเชฟโค้งให้อย่างอ่อนน้อมให้ช่วยสอนตนทำอาหาร ลุงเชฟกับเทวามองหน้ากัน เทวาติงว่านี่ไม่ใช่เวลาพูดเล่น ลุงเชฟก็ติงว่าการทำอาหารไม่ใช่เรื่องง่ายและเขาก็เคยบอกว่าไม่ชอบทำอาหาร

    “แต่ตอนนี้ เวลานี้มันไม่ใช่ ผมเปลี่ยนใจแล้ว ทำไมไม่มีใครเชื่อผมบ้าง” ลุงเชฟบอกว่าไม่ใช่ไม่เชื่อแต่ต้องถามตัวเองว่าไหวไหม

    “ไหวครับ ไม่ว่าจะยังไงผมจะเป็นพ่อครัว แล้วก็จะเป็นให้ได้”

    ลุงเชฟเห็นความมุ่งมั่นแน่วแน่ของเขาก็ตกลงจะสอนให้ ถามว่าจะเริ่มเมื่อไหร่ดี เขาบอกว่าตอนนี้เลย

    เมื่อลุงเชฟไปสอนในห้องครัว เทวากับกาญจนาไปแอบดู กาญจนาบอกว่าก็คงจะเล่นเป็นเด็กอีกตามเคย บอกเทวาว่าแต่ยังไงเราก็ต้องลองให้เขาทำไป แต่ขอย้ำนะ ว่าห้ามใจอ่อนเด็ดขาด เทวารับคำแข็งขัน

    ลุงเชฟเห็นความตั้งใจของกมลชนกก็สอนให้จริงจัง พาไปดูอาหารสดในตู้แช่แนะนำให้รู้ว่าอะไร จะเก็บอย่างไร กมลชนกถือสมุดปากกาจดยิกๆ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 18:40 น.