ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    พ่อครัวหัวป่าก์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    คนอย่างกมลชนกไม่มีวันจนแต้ม เขาเลี่ยงไปไลน์หาตัวช่วย ครู่เดียวลุงเชฟก็ไลน์กลับมา เขาดีใจมากรีบกลับไปหาทองตราพาไปซื้อกุ้ง หอย ปู ปลาทะเล เลือกไปก็แนะนำไปราวกับกูรูจนทองตราทึ่ง

    ซื้อกุ้ง หอย ปู ปลาแล้ว ทองตราไปหาซื้อพริก มะนาว กระเทียมไว้ทำเครื่องจิ้ม กมลชนกดี๊ด๊าจะโชว์ฝีมือเต็มที่

    พอกลับถึงบ้าน กำไลตาโตเพราะไม่เคยเห็นอาหารทะเลมากมายอย่างนี้ ทั้งทองตราและกำไลอาสาจะเป็นลูกมือให้ กมลชนกให้ไปรอรับประทานดีกว่าเดี๋ยวตนจะบริการให้เอง บอกทั้งสองว่า “รอแป๊บก็แซ่บแล้วค่ะ”

    ที่แท้กมลชนกให้ลุงเชฟมาทำอาหารให้ที่บ้านอาม่าที่ปรับปรุงเป็นห้องครัวทันสมัยแล้ว ทำเสร็จก็ใช้อุปกรณ์ไฮดรอลิกยกอาหารข้ามรั้วมา กมลชนกกระซิบ “ขอบคุณมากครับลุง” แล้วรีบเข้าครัว ทำเป็นพ่อครัวใหญ่ เสร็จแล้วสั่งกำไลให้ยกอาหารออกไป

    รณยุทธิ์มองอาหารตื่นเต้นมาก ขอบคุณทองตราที่กล้ายกทะเลมาไว้ที่นี่ แต่พอทองม้วนมาเห็นก็เป็นเรื่องทันทีบ่นว่าปูทะเลมันแพง ซื้อปูม้าหรือปูเค็มมาสองตัวก็กินกันได้ทั้งบ้านแล้ว จะเอาเรื่องนายมลที่ละเมิดกฎประหยัดของตน ทองตราบอกว่าตนเป็นคนบอกให้นายมลซื้อเอง ทองม้วนก็อ้างว่ากินเข้าไปเดี๋ยวจะท้องเสียเอา เท่านั้นไม่พอยังเอาคำพระมาอ้างว่าเหมือนกินซากศพกุ้ง หอย ปู ปลาอย่างกับยักษ์มาร

    แต่ไม่ว่าจะด่าจะยกอะไรมาขู่มาอ้าง รณยุทธิ์ก็ไม่กลัวแถมทองตรายังยุให้พ่อกินมากๆด้วย

    “เอ๊ะ ตั้งแต่รับไอ้พ่อครัวหน้ารกนี่มา ฉันรู้สึกว่าเหมือนโดนรุม โดนท้าทายยังไงก็ไม่รู้ แล้วนี่มันหายหัวไปไหน นังกำไลไปตามมันมาพบฉันเดี๋ยวนี้”

    กำไลรีบไปตามนายมลมา ทองม้วนดุด่าว่าทำอย่างนี้ท้าทายตนใช่ไหม เขาบอกว่าตนแค่อยากให้ทุกคนได้กินอาหารทะเลบ้างก็น่าจะดี ทองม้วนบ่นว่าของแพงเปลืองเงิน ตำหนิทองตราว่าทำอะไรไม่รู้จักคิด ประกาศจะไล่นายมลออก

    นายมลหน้าซีดเผือดมองหน้าทองตราเหมือนฝันสลาย ทองตราตกใจถามพ่อว่าจะทำยังไงตนมืดแปดด้านแล้ว หรือจะปล่อยไปตามกรรมของนายมล รณยุทธิ์บอกให้ใจเย็นๆ แต่อย่ายอมแพ้เราน่าจะลองช่วยเขาดูอีกที

    พ่อวิเคราะห์ว่าแม่เขาไม่ชอบนายมลเพราะเป็นผู้ชาย ทองตราบอกว่าตนยืนยันกับแม่ไปแล้วว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ ใครจะคิดไปรักพ่อครัว พ่อยกเรื่องบุพเพสันนิวาสให้ฟังว่าอะไรมันก็เกิดขึ้นได้ ทองตราถามว่าตนควรทำยังไง แล้วสองพ่อลูกก็ไปเจรจากับทองม้วนว่าเสียดายอย่าให้นายมลออกเลย แต่ทองม้วนยืนกรานยังไงก็ต้องไล่ออก

    กมลชนกแอบฟังอยู่ คิดหาทางแก้ปัญหา จึงแอบที่ข้างทางพอทองม้วนเดินมาก็พรวดออกไปคุกเข่าตรงหน้า ทองม้วนตกใจแทบหัวใจวาย นายมลอ้อนวอนคุณนายอย่าให้ตนออกเลย ตนผิดไปแล้ว เมื่อทองม้วนยืนยันจะไล่ออก ก็บอกว่าถ้าไม่ฟังตนแล้วจะเสียใจที่ไม่ได้กำไร

    พอได้ยินคำว่ากำไรทองม้วนก็หูผึ่งถามว่ากำไรอะไร ยังไง กมลชนกบอกว่าตนยินดียกเงินเดือนสองพันบาทให้เพื่อจ่ายค่าอาหารทะเลมื้อนี้แทนคุณนาย

    แค่นี้ก็สำเร็จ ทองม้วนยอมให้นายมลอยู่ต่อไปแต่อย่าทำอะไรให้ตนไม่พอใจอีก ทุกคนดีใจกับผลการเจรจานี้ โดยเฉพาะนายมลมองหน้าทองตราอย่างโล่งอก

    จากนั้นทุกคนก็ลงมือกับซีฟู้ดมื้อนี้มีทั้งกุ้ง หอยปู ปลาล้วนตัวโตสดๆ โดยเฉพาะทองม้วนอร่อยกว่าเพื่อน ทุกคนกินซีฟู้ดกันมีความสุขมาก ไม่เว้นแม้แต่กำไลที่กมลชนกเอาปูให้กินจะได้ปากไม่ว่าง พูดน้อยหน่อย

    ooooooo

    แล้วจู่ๆทองทิวก็หิ้วกระเป๋าเดินกรึ่มเข้ามา ทองตราดีใจมากถามว่ากลับมาอยู่กับพวกเราแล้วใช่ไหม ทองม้วนแปลกใจถามว่าลมอะไรหอบกลับบ้านได้ ทองทิวบอกว่าคงลมบ้าหมูมั้งแม่ เลยโดนด่าตามระเบียบ

    พอเห็นกมลชนก ทองทิวก็ทำหน้าตายสั่งนายมลให้ไปช่วยยกของที่รถให้ที แล้วถือโอกาสคุยกัน ทองทิวถามว่าเขายอมทำตัวเป็นตุ๊ดขนาดนี้เลยหรือ ถ้าถอดใจเมื่อไหร่ก็กลับบ้านไปเลย กมลชนกบอกว่าไม่มีวันถอดใจ ไม่ว่าจะอย่างไรตนต้องดูจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่ได้เลือกคนผิด

    ทองทิวชวนคืนนี้ไปเที่ยวไหนกันดี กมลชนกกลัวถูกจับได้เพราะตอนนี้ต้องทำคะแนนกับทองตรา ทองทิวนัดงั้นคืนนี้ไปหาที่ห้องหน่อย ตนซื้อไวน์มาเพียบ

    “ได้ เดี๋ยวเจอกัน แต่ตอนนี้ฉันไปก่อนนะ” กมลชนกรีบเดินแยกไปกลัวใครจะผิดสังเกต

    ทองตราเห่อพี่ชายที่กลับมาอยู่บ้าน คืนนี้จึงไปนั่งคุยด้วยที่ห้อง ทองทิวถามถึงพ่อครัวคนใหม่ แล้วแม่ยอมรับได้ยังไง ทองตราบอกว่าก็ใช้ได้ ที่แม่ยอมรับไว้เพราะเขาเป็นตุ๊ด

    “ใครบอกว่ามันเป็นตุ๊ด ไม่ว่าจะเป็นอะไรแกก็ต้องรู้จักระวังตัว เพราะไม่ว่าตุ๊ดหรืออะไรสุดท้ายมันก็คือผู้ชายนะยะ”

    ทองตราติงว่าพี่ทิวคิดเยอะไปหรือเปล่า ตนยังคิดว่าเขาเป็นพี่สาวด้วยซ้ำ เขามาอยู่แล้วทำให้บ้านเรามีสีสันได้หัวเราะกันทุกวัน ทองทิวบอกงั้นก็ตามใจ ไล่ให้ไปนอนเพราะดึกแล้ว พอทองตราออกไป กมลชนกก็ย่องเข้ามา แต่โชคไม่ดีถูกกำไลเห็นพอดี พึมพำตาโต

    “เจอกันไม่ทันไร ก็อดใจไม่ไหวเสียแล้ว ตุ๊ดอะไรไวไฟจริงๆ”

    พออยู่กันลำพังในห้อง ทองทิวยังอดปรามเรื่องทองตราไม่ได้ กมลชนกรับรองว่าตนไม่ทำให้น้องสาวเขาเสียหายแน่ ถ้าเห็นว่าไม่ใช่ก็จะเป็นฝ่ายไปเองแล้วก็ดื่มกันจนเมาแประ ขากลับกมลชนกเดินขาพันกันจนล้มฟาดเก้าอี้ขาเป็นแผลแต่เมาจนไม่รู้ตัว พอถึงหน้าห้องก็เปิดประตูคลานเข้าไปนอนแผ่เป็นตายไปทันที

    รุ่งขึ้นกมลชนกนอนไม่ตื่นจนกำไลต้องมาปลุกให้ไปทำงานจึงโงนเงนลุกขึ้นเดินเสียศูนย์เพราะทั้งขาเจ็บทั้งเมาค้าง กำไลถามว่าเป็นอะไร เขาเลยไล่ให้กำไลไปก่อนเดี๋ยวตามไป

    ทองตราเห็นนายมลเดินลากขามาถามว่าไปโดนอะไรมา รณยุทธิ์บอกให้ทองตราดูซิเป็นอะไรถ้าไม่ไหวจะได้พาไปหาหมอ ทองตราเข้าไปดูแผลที่หน้าแข้งมีเลือดออกเล็กน้อย มีรอยช้ำแดง เธอเสนอให้ไปพักเสียเดี๋ยวแผลอักเสบจะไปกันใหญ่

    ทองม้วนเข้ามาเห็นกำไลพยุงนายมลไปก็โวยว่าเป็นอะไรอีกแล้ว ทองตราบอกว่าขาเจ็บ ทองม้วนหาว่าสำออย อู้งาน รณยุทธิ์ขอให้มองในแง่ดี หัดเห็นใจคนอื่นบ้าง ยามดีเราก็ใช้ ยามป่วยไข้เราก็ต้องรักษาอย่าคิดเรื่องกำไรขาดทุนมากนัก

    “ไม่ได้” ทองม้วนหงุดหงิดเดินกระแทกเท้าออกไป ทองตรามองแม่หนักใจ ถามพ่อว่าตอนสาวๆ แม่เป็นยังไง

    “ถ้าไม่ได้แม่หนู พ่อก็ตั้งตัวไม่ได้หรอกลูก ตอนพ่อหนุ่มๆ เงินเดือนก็ไม่เท่าไหร่ ยิ่งมีลูกก็แทบชักหน้าไม่ถึงหลัง นี่ยังดีที่ปู่กับย่าเขายังมีบ้านหลังนี้ไว้ให้เรา”

    รณยุทธิ์เล่าถึงความอดทนสู้ชีวิตอย่างยากลำบากว่า แม่ทำสวนกล้วย ขายทุกอย่างเกี่ยวกับกล้วย ประหยัดมัธยัสถ์ อดทนทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว ไม่อย่างนั้นเราก็ไม่มีวันนี้ พ่อสงสารแม่มาก

    “คนเป็นพ่อแม่จะทำอะไรเขาก็ต้องมีเหตุผล ถึงแม้ว่าในบางครั้งมันอาจจะดูมากเกินไป แต่มันก็มาจากความรักและความหวังดีแหละลูก พ่อถึงไม่ถือสาแม่แกไง”

    ทองตราฟังพ่อเล่าเรื่องแม่อย่างซาบซึ้งสะเทือนใจ

    ooooooo

    ที่โรงแรม...กาญจนาเรียกเทวาไปพบ เทวาใจคอไม่ดี ไปนั่งสงบเสงี่ยมถามว่ามีอะไรเรียกใช้ตนแต่เช้า

    กาญจนาคาดคั้นถามว่ากมลชนกไปไหน เทวา บอกว่าไปเดินป่า เลยถูกจับเท็จว่าวันก่อนยังเห็นกลับมาบ้าน ถามว่าไปไหนแน่ โมโหจนทุบโต๊ะบอกว่าโทร.ไปก็ไม่รับสาย เทวาบอกให้ใจเย็นๆ

    “ฉันทนใจเย็นต่อไปไม่ไหวแล้ว คุณมีหน้าที่ไปลากคอมันกลับมาหาฉัน ไม่งั้นมีเรื่อง”

    เทวาถูกขีดเส้นตายก็รีบโทร.บอกกมลชนกให้กลับมาอยู่บ้านเถอะ มาหาคุณแม่ด่วนไม่งั้นตนตายแน่ กมลชนกบอกว่าแม่ก็พูดไปตามประสาไม่มีอะไรหรอก บอกให้รอไปก่อนเดี๋ยวตนจะกลับเอง เทวาถามว่าเมื่อไหร่

    “ไม่รู้ เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ ผมมีเวลาคุยกับอาได้แค่นี้ ผมต้องรีบไปแล้ว” เทวาบอกว่าเดี๋ยวยังคุยกันไม่รู้เรื่อง “ไม่ได้ เดี๋ยวเขาจะสงสัยเอา บอกคุณแม่ตามที่ผมบอกก็แล้วกันนะ” ตัดบทแล้ววางสายเลย เทวามองโทรศัพท์เครียด

    ooooooo

    วันนี้แบมบี้กับมินนี่มาหาทองตรา ขณะนั่งคุยกันที่ห้องรับแขก กมลชนกที่ค่อยยังชั่วแล้วเดินมาเห็นแบมบี้ก็จำได้ว่าเคยเจอกันในผับก็รีบหลบแต่ยังได้ยินพวกเธอคุยกัน

    แบมบี้ดีใจที่ทองทิวกลับมาอยู่บ้านแล้วจะได้ถามถึงเพื่อนสุดเซอร์ที่เจอกันในผับว่าชื่ออะไรได้ เบอร์โทร.ก็ยิ่งดี กมลชนกตกใจเพราะถ้าเจอกันความแตกแน่ พอดีทองทิวเดินมา แบมบี้จึงถาม เขานึกได้กำลังจะบอก กมลชนกรีบโทร.ขัดจังหวะ พอทองทิวออกมารับสาย เขารีบบอก

    “ไอ้ทิว แกอย่าบอกว่าฉันเป็นใคร แล้วรีบพาฉันออกไปจากที่นี่ด่วนเดี๋ยวความแตก”

    ทองทิวยิ้มเจ้าเล่ห์บอกว่าได้ เดี๋ยวจะพาไป พอ กลับไป แบมบี้ถามว่าตกลงเพื่อนชื่ออะไร ทองทิวบอกว่าชื่อไอ้แมว เห็นแบมบี้คลั่งไคล้ก็บอกว่าถ้ารัก ก็จะเป็นกามเทพให้ แล้วบอกให้ตามตนมา แบมบี้ดีใจดี๊ด๊าพอเดินถึงพุ่มไม้ที่กมลชนกซ่อนอยู่ก็เรียกเจ๊แมวให้ออกมาโชว์ตัวหน่อย

    กมลชนกจำต้องออกมาทั้งที่โกรธมาก พอแบมบี้เห็นตุ๊ดออกมาก็เชิดใส่ ถามทองทิวว่าใช่แน่หรือ วันก่อนเห็นแมนและมีราศีกว่านี้ บ่นกับมินนี่ว่ามองยังไงก็เหมือนผู้ชายจริงๆ แต่พอกมลชนกดีดดิ้นบอกว่าวันนั้นตนแอ๊บเกือบตาย แบมบี้เลยหมดความสนใจ ทองตราถามพี่ชายขำๆว่าไปรู้จักนายมลที่ไหน

    “ก็นายมลเขาเป็นบริกรอยู่โรงแรมเพื่อนพี่ มีฝีมือในการชงเหล้าเป็นเลิศ ชงเหล้าจนซี้กันก็เลยหนีบเอามันไปเที่ยวผับด้วย ก็วันที่ไปเจอแบมบี้นั่นแหละ”

    ทองทิวกะล่อนได้เนียนจนแบมบี้บ่นว่า ตัวเองตาไม่เคยพลาด คราวนี้ดูผิดได้ยังไง แต่ไม่เป็นไรเราเป็นเพื่อนสาวกันต่อไปได้ แล้วจับมือสัญญาเป็นเพื่อนกัน

    กมลชนกโมโหทองทิวมากที่แกล้งจนตนแทบเอาตัวไม่รอด ทองทิวบอกถ้าทนไม่ได้ก็ถอดใจกลับบ้านไปเสียบอกตรงๆว่าตนไม่ไว้ใจ ประวัติไม่ดี ไปให้ไกลจากน้องสาวตนเลย กมลชนจับไหล่เขย่าอาฆาตว่า

    “แก...แกทำอะไรแกจำไว้ให้ดี วันพระไม่ได้มีหนเดียวจำไว้”

    กำไลเดินมากับทองตราเห็นเข้าพอดี กำไลพึมพำว่าจะซาดิสต์รุนแรงเกินไปไหมเนี่ย ทองตราถามว่าคิดมากไปหรือเปล่า กำไลเลยเล่าเหตุการณ์ที่เห็นคืนที่กมลชนกแอบไปห้องทองทิวให้ฟัง ฟันธงว่าสองคนนี้ต้องมีอะไรกันแน่

    ooooooo

    แบมบี้กับมินนี่ลากลับ รณยทธิ์ชวนวันหน้ามาใหม่ยัยตราจะได้ไม่เหงา แบมบี้บอกว่าก็เราเป็นเพื่อนกัน รณยุทธิ์ดักคออย่างรู้ทันว่าเป็นเพื่อนกัน รักกันอย่างนี้ก็ดีแล้ว มินนี่ดักคอว่าแต่ยัยแบมมักจะมีอะไรมากกว่านั้น

    “แต่เรื่องวันนี้คงทำให้มีสแบมบี้เสียความมั่นใจไปอีกนาน” ทองตราแซว มินนี่ขัดคอว่าก็ไม่ได้หมายความว่าจะเลิกบ้าผู้ชาย รณยุทธิ์หัวเราะบอกว่า คนเราบ้าไม่เหมือนกัน มันก็ไม่ผิดนี่ลูก

    แบมบี้ยิ้มปลื้มกอดแขนพ่อขอบคุณที่เข้าใจตน มินนี่บอกทองตราว่าได้งานเมื่อไหร่อย่าลืมโทร.บอก

    ทั้งสองไหว้ลาพ่อและโบกมือบ๊ายบายทองตรา ขึ้นรถขับออกไป

    ooooooo

    ขณะรณยุทธ์นั่งอ่านตำราโหรที่สนามหญ้าเห็นทองทิวไปเคาะประตูห้องคนใช้ที่กมลชนกอยู่ ดัดเสียงเป็นตุ๊ดเรียกให้เปิดประตูให้หน่อย รณยุทธิ์ถึงกับเหวอ

    ที่แท้ทองทิวไปง้อขอโทษกมลชนกที่เมื่อกี๊หยอกเพื่อนแรงไป กมลชนกไม่หายโมโหไล่ให้ไปตายเสีย ประกาศว่าต่อไปนี้ตนจะตัดกิจกรรมเที่ยวฟรี กินฟรีและหลีสาวที่เคยมีทั้งหมด หมดเวลาของประชานิยมแล้ว

    ทองทิวหน้าจ๋อยยอมรับว่าตนผิดไปแล้วจะให้ทำอะไรไถ่โทษตนก็ยอม กมลชนกบอกว่าต้องพาตนออกข้างนอกโดยไม่ให้แม่เขารู้ ทองทิวยอมแลกเพื่อให้ได้กิจกรรมทั้งหมดคืนมา ถามว่าเขาจะไปไหน กมลชนกให้พาไปห้างซื้อเสื้อผ้าเพราะตนไม่มีเสื้อผ้าที่จะทำให้ตนใส่แล้วเหมือนตุ๊ด ทองทิวเหวอถามว่าจำเป็นไหมล่ะ

    “คนที่ทำให้มันจำเป็น และทำให้ฉันจำใจต้องทำก็คือแก หยุดถามแล้วไปตามหาคำตอบกับฉันเดี๋ยวนี้”

    “จ้ะๆ จะไปเดี๋ยวนี้จ้ะ” ทองทิวยอมหมอบราบคาบ แก้วเพื่อกิจกรรมฟรีที่ชอบเป็นชีวิตจิตใจ

    ทองทิวเจ้าเล่ห์บอกแม่ว่าขอนายมลไปช่วยขนของที่คอนโดฯเพราะถ้าไม่ขนออกวันนี้เขาจะคิดค่าเช่าห้องเพิ่มอีกเดือนนึงตั้งหมื่นห้า ทองม้วนบ่นว่าเค็มมาก ทองตราขอแม่ให้นายมลไปช่วยพี่ชาย รณยุทธิ์ที่เห็นเหตุการณ์เมื่อเช้ารีบเสนอตัวไปแทนนายมล กำไลสาระแนขอไปด้วย

    “โอ๊ย...วุ่นวายเอานายมลไปก็สิ้นเรื่อง รีบไปรีบมาเดี๋ยวได้จ่ายหมื่นห้าล่ะแย่เลย”ทองม้วนเร่ง ทองทิวรีบขอบคุณแม่แล้วเดินออกไปเลย รณยุทธิ์มองลูกชายไปกับตุ๊ดก็เครียด ทองตราเห็นพ่อเครียดก็สงสัย

    ooooooo

    กมลชนกนั่งรถทองทิวออกไป แล้วเปลี่ยนเป็นรถของตนบอกว่าคันนั้นไม่สมฐานะเดี๋ยวเจอสาวๆอายเขาแย่ ทองทิวบ่นว่านับวันเขาทำอะไรแผลงๆขึ้นทุกที กมลชนกตบไหล่เพื่อนบอกว่าทำใจร่มๆเดี๋ยวดีเอง

    เมื่อไปถึงห้าง กมลชนกเดินไปแผนกขายเสื้อผ้าสตรีเลือกเสื้อผ้าสีสดหวานแล้วเข้าไปลองออกมาโพสให้ทองทิวดูชุดแล้วชุดเล่า พอออกมาเจอเชอร์รี่กับลูกพีช สองสาวระริกระรี้เข้าหาถามว่าหายไปไหนกำลังคิดถึงพอดี กมลชนกถามว่ามีธุระอะไรหรือ สองสาวบอกว่าอีกไม่กี่วันจะเปิดเทอมกำลังหาคนเติมเงินให้

    กมลชนกบอกว่าตอนนี้ตนกำลังแย่ถูกแม่ตัดออกจากกองมรดก พอรู้ว่าทั้งสองเติมเงินให้ไม่ได้สองสาวก็แสดงท่าทีรังเกียจผลักกระเด็นแล้วชวนกันไป บ่นว่าอย่าเสียเวลากับคนไร้เครดิตอย่างนี้เลย

    ทองทิวที่ถือถุงช็อปปิ้งเดินตามกมลชนกบ่นว่าผู้หญิงสมัยนี้สุดบรรยายจริงๆ กมลชนกบอกว่าคิดได้อย่างนี้แสดงว่าเลิกบ้าผู้หญิงแล้วสิ ทองทิวบอกว่าเฉพาะสองคนนี้เท่านั้น

    กมลชนกบอกว่าผู้หญิงสมัยนี้ไม่ว่าใครสุดท้ายก็เห็นแก่เงิน ทองทิวแย้งว่ายกเว้นน้องสาวตน ยืนยันว่านั่นของจริง

    “จะจริงหรือไม่ ฉันจะรู้ได้จากน้องแก ไม่ใช่แก” กมลชนกจ้องหน้าจริงจังแล้วเดินไป ทองทิวถามว่าจะไปไหน กมลชนกบอกว่าไปบ้าน แต่เป็นบ้านที่ตนซื้อจากอาม่าอยู่ข้างบ้านเขา ทองทิวโวยว่าทำไมต้องลงทุนมากขนาดนั้น ถ้ามันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดจะมาโทษกันไม่ได้นะ

    “ฉันรู้น่า เดี๋ยวฉันจะให้คนขับรถพาไปดู แล้วค่อยกลับมาเอารถแกอีกที” แล้วสั่งคนขับรถไปเลย

    ooooooo

    กมลชนกพาทองทิวไปที่บ้านอาม่า ซึ่งมีลุงเชฟ ผู้ช่วยกับเด็กรับใช้อยู่ บอกทองทิวว่าลุงเชฟคือผู้มี

    พระคุณของตนทองทิวไหว้ ทักว่าไม่ได้เจอกันเสียนาน ลุงเชฟถอนใจเฮือกใหญ่บ่นว่างานเยอะแล้วยังต้องมาเลอะกับคุณมลอีก...

    กมลชนกพาทองทิวเดินดูทางหนีทีไล่รอบบ้าน ทองทิวอุทานทึ่งว่า “เฮ้ย...นี่แกทำได้ยังไงวะ”

    “ไม่มีอะไรเกินความสามารถของเงินได้หรอก ไม่ว่าผู้หญิงอย่างแขหรือผู้หญิงอย่างอาม่า เหมาไปได้เลยว่าผู้หญิงทุกคนก็เห็นแก่เงินด้วยกันทั้งนั้น...” กมลชนกทำตาวาวบอกว่า “คราวนี้ถึงทีน้องแก”

    ทองทิวถามว่าจะทำอะไรน้องตน การจะรักผู้หญิงสักคนทำไมต้องทำอะไรตั้งมากมาย มันจำเป็นไหมเนี่ย?

    “จำเป็นสิเงินหกล้านกับการซื้อบ้านหลังนี้ เพื่อเอาไว้เป็นบ้านอีกหลังหนึ่งที่จะทำให้ฉันสบาย ไม่ต้องเหนื่อย” ทองทิวตกใจที่ใช้เงินถึงหกล้าน เขาบอกว่าเงินไม่มีความหมายสำหรับตนถ้ามันจะทำให้ได้เรียนรู้ใครสักคนอย่างจริงจังด้วยตัวเอง “และที่สำคัญมันทำให้ฉันสะดวกในการส่งอาหาร แล้วกลางคืนฉันก็จะแว่บมานอนหนีร้อนมาพึ่งแอร์เย็นๆที่นี่” ทองทิวตาวาวขอเอี่ยวด้วยคน กมลชนกจัดให้แต่ขอให้ทำตัวเป็นเทพอุ้มสมตนกับทองตราไม่ให้กีดกันเหมือนที่ผ่านมา

    ทองทิวอ้างว่าทองตราไม่ชอบคนโกหก กมลชนกชี้ว่าถ้าเขาไม่บอกและตนไม่ถูกจับได้ก็ไม่มีอะไรน่าห่วง ทองทิวบอกว่าความลับไม่มีในโลก “เอาน่า แกมีหน้าที่คอยกันแม่แกกับยัยกำไลให้ฉันหน่อยแล้วกัน”

    “เออ...ไอเดียดี...ใช้ได้ งั้นวันนี้เราก็ต้องไปฉลองบ้านใหม่กันยันเช้าอีกสิวะ” ทองทิวเปรี้ยวปาก

    วันนี้ ขณะที่กมลชนกกำลังจะออกไปซื้ออาหารกับทองตรา กาญจนาก็โทร.เข้ามือถือเขารีบกลับเข้าห้องปิดประตูรับโทรศัพท์ เขารีบบอกแม่ว่าอาเทวาบอกแล้วว่าแม่อยากพบ กาญจนาถามว่าเอาเงินไปทำอะไรตั้งหกล้าน เขาบอกว่าเอาไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ไว้เก็งกำไร ซื้อไว้ทำประโยชน์ทางจิตใจแล้วจะอธิบายรายละเอียดให้ฟังทีหลัง พอถูกคาดคั้นก็บอกว่ามีธุระต้องทำเอาไว้ว่างเมื่อไหร่จะกลับไปอธิบายให้ฟัง

    กาญจนาบ่นว่าตนเหนื่อยมากแล้ว เมื่อไหร่เขาจะเลิกใช้ชีวิตไปวันๆ แล้วคิดทำอะไรให้มันจริงจังเสียที

    “คุณแม่ของขึ้นอีกแล้ว งั้นแค่นี้นะครับ” พูดแล้วตัดสายเลย พอออกจากห้องเจอกำไลพอกหน้าขาววอกยืนอยู่ ถามว่าเมื่อกี๊คุยกับใครเสียงดังมากนึกว่าทะเลาะกันเสียอีก เขาบอกว่าคุยกับแม่ แม่หูไม่ดีเลยต้องเสียงดังนิดหน่อย ถามว่าได้ยินอะไรบ้างล่ะ

    “ได้ยินแว่วๆว่าซื้ออะไรแล้วจะกลับไปไหน แต่เจ๊...คุณนายเคยสอนกำไลว่าห้ามพูดเสียงดัง ห้ามเถียงบิดามารดามันไม่ดี” เขาถามว่าแล้วเธอเชื่อเขาไหม “ก็เพราะเชื่อไงกำไลเลยต้องมานั่งเถียงกับคุณนายแทน”

    กมลชนกมองกำไลขำๆ บอกว่ามีอะไรจะให้หยิบถุงเสื้อส่งให้ บอกว่าซื้อมาฝาก กำไลดีใจจนเกือบเป็นลม

    “เฮิ๊ก...ของชิ้นแรกในชีวิตที่ได้จากผู้ชาย....” แล้วมองกมลชนกตาเยิ้ม เขิน บิดตัวไปมาจนแทบจะเป็นเกลียว

    ooooooo

    ทองม้วนจับตาดูนายมลอย่างระแวง เห็นเขามาตามหาทองตราเพื่อไปตลาดก็ถืออีโต้เข้ามาขู่ว่าถ้าคิดจะเกาะแกะลูกสาวฉัน ตาย!

    ขณะนั้น ทองตราเดินมาเจอถามว่ามีอะไรกันทองม้วนวางปังตอบอกว่าตนกำลังสาธิตการใช้มีดอย่างถูกวิธี นายมลก็ผสมโรงเป็นปี่เป็นขลุ่ยว่าคุณนายท่านเป็นห่วงว่าถือมีดผิดท่าจะเป็นนิ้วล็อก ทองตรายิ้ม ถามว่าจะไปตลาดกับตนไหวไหม เขารีบบอกว่าตนหายดีแล้ว ทองม้วนหมั่นไส้ปรามว่าตอนนี้หายดีแต่ต่อไปอาจหายไปจากโลกนี้ ถ้าทำอะไรลูกตน จำไว้!!

    “ค่ะคุณนาย จำขึ้นใจค่ะ” กมลชนกเสียงอ่อย ทองตราชวนรีบไปกันเถอะ

    ขณะเดินกลับจากซื้อของ ทองตราขอบใจนายมล ที่ทำให้พ่อมีความสุข ถามว่าพ่อบอกหรือว่าอยากกินต้มโคล้ง กมลชนกได้ช่องคุยว่าคนเป็นพ่อครัวทำอาหารแล้วคนกินมีความสุขคนทำก็มีความสุขด้วย รำพึงรำพันความรักที่ตนมีต่อคุณพ่อเธอว่า อาจเป็นเพราะตนขาดความรักและท่านก็เมตตาตนมาก ทำเอาทองตราปลื้มถามถึงพ่อเขาบ้าง เขาตีหน้าเศร้าบอกว่าพ่อเสียไปแล้ว เธอเอามือแตะมือเขาด้วยความเห็นใจ ถามว่าแล้วแม่ล่ะ

    “แม่อยู่บ้านนอก” เธอถามว่าทิ้งแม่ให้อยู่คนเดียวได้ยังไง “ก็เพราะจนเลยต้องทิ้งท่านไว้กับญาติๆว่างเมื่อไหร่ค่อยกลับไปเยี่ยม” กมลชนกจับจุดความใจอ่อนมีเมตตาของทองตราได้ คร่ำครวญชีวิตรันทดเรียกความสงสาร เธอบอกว่า

    “นายรู้ไหม ว่าการได้อยู่ดูแล ได้ทำอะไรให้คนที่เรารัก มันมีความสุขมากจริงๆ ก็เหมือนที่ฉันพยายามจะทำให้พ่อกับแม่อยู่นี่ไง”

    กมลชนกชะงักกึกนึกถึงคำพูดของพ่อขณะสอนทำข้าวต้มกุ้งขึ้นมาทันที มองหน้าเธออย่างซึ้งใจจนทองตรา ถามว่ามองหน้าตนทำไม รีบไปกันได้แล้ว

    พอกลับถึงบ้าน รณยุทธิ์ถามทองตราว่าวันนี้ไม่ไปช่วยนายมลทำอาหารหรือ ทองม้วนถามเสียงขุ่นว่าลูกเราเป็นเจ้านายจะไปทำกับข้าวกับลูกจ้างได้ไง รณยุทธิ์เลยเปลี่ยนเป็นให้กำไลไปช่วย กำไลบอกว่าตนไม่ค่อยชอบทำอาหาร

    กมลชนกใจคอไม่ดีรีบตัดบทว่า ตนเป็นพ่อครัวทำเองได้อยู่แล้ว คุณตราไม่ต้องมาช่วยคุณนายก็จะได้สบายใจด้วย แล้วทำท่าร่าเริงท่องสโลแกนประจำตัว “รอแป๊บก็แซ่บแล้วค่ะ” แต่ทองม้วนก็ทั้งกล่อมทั้งบังคับให้กำไลไปเรียนทำกับข้าวกับเขาจนได้

    กำไลเข้าครัวเห็นมะพร้าวน้ำหอมวางอยู่ก็ตื่นเต้นถามว่าจะเอาไปทำอะไร เขาบอกว่าทำเครื่องดื่มสูตรใหม่ใส่ไว้ในลูกมะพร้าวเท่ไหมล่ะ กำไลจะขอดูเผื่อหัดทำบ้างก็ถูกไล่ให้ไปไกลๆเลยสูตรนี้ตนหวง ตนจะได้รีบทำกับข้าว

    ลุงเชฟทำอาหารเสร็จก็กดปุ่มอุปกรณ์ไฮโดรลิกส่งข้ามกำแพงมา ครู่เดียวอาหารก็ถูกจัดใส่จานชามพร้อมเสิร์ฟกำไลโผล่มาบอกว่า เมื่อกี๊ตนเห็นอะไรแว้บๆตรงกำแพง กมลชนกบอกว่าจะมีอะไรนั่นมันกำแพงแล้วก็ม่านชัดๆ เมื่อกำไลยืนยันว่าเห็นจริงๆ เขาเลยบอกว่าอาจเป็นผีเจ้าที่ท่านคงไม่ชอบให้กำไลทำตัวขี้สงสัย กำไลหน้าเหวอหุบปากทันที

    “มาช่วยกันยกกับข้าวไปเร็ว” กมลชนกทำเสียงเข้ม กำไลยกกับข้าวไป เห็นมะพร้าวอีกลูกที่วางอยู่ก็ตาวาว...

    ooooooo

    รณยุทธิ์เห็นต้มโคล้งก็ชวนทองม้วนดูบอกว่าของไทยๆสมุนไพรเยอะหอมเชียว ทองม้วนตักชิมทันที

    “โอ๊ย...แซ่บซี๊ดมากเลยค่ะคุณ”

    “นายมลเขาทำอาหารอร่อยทุกอย่างจริงๆเลยนะเนี่ย” รณยุทธิ์หัวเราะมีความสุขมาก ทองตราเห็นพ่อแม่มีความสุขก็ยิ้มปลื้ม กมลชนกยกมะพร้าวน้ำหอมมาวางไว้ข้างหน้าทองทิว บอกว่านี่ของคุณทิวลองชิมดูแล้วจะติดใจ ทองทิวสั่นหัวถามว่ายังไม่กินข้าวจะกินมะพร้าวได้ไง

    “ทิวไม่กินเดี๋ยวแม่กินเอง เห็นเขาว่ากินน้ำมะพร้าวดีทำให้ไม่เป็นอัลไซเมอร์” แล้วคว้าลูกมะพร้าวไปดูดอึกใหญ่รวดเร็วจนกมลชนกห้ามไม่ทัน พลันทองม้วนก็ร้องลั่น “อ๊าย...นี่มันเหล้าไม่ใช่มะพร้าวนี่นา”

    ครู่เดียวทองม้วนก็หน้าแดง โวยวายว่าเอาเหล้ามาใส่ในมะพร้าวได้ไง รู้ไหมว่าทำตนศีลขาดหลุดลุ่ยหมดแล้ว ทองทิวออกรับแทนว่าตนเป็นคนเอาเหล้ามาให้นายมลทำน้ำผลไม้สูตรนี้เอง
    กมลชนกบอกว่าเป็นน้ำผลไม้สูตรเมาปลิ้น พูดไม่ทันขาดคำทองม้วนก็ยกมะพร้าวขึ้นดูดอึ้กๆจนหมด พูดลิ้นไก่สั้นว่า

    “ไหนๆ ศีลก็ขาดแล้ว ขออนุญาตฟาดสักวันเถอะนะ” ชมว่าน้ำผลไม้สูตรนี้ทำได้ถูกใจจริงๆ ถามว่ามีอีกไหม กมลชนกบอกว่ายังมีอีกลูกเดี๋ยวตนไปเอามาให้ “ไม่ต้อง... เดี๋ยวฉันไปเอาเอง...” ว่าแล้วลุกเดินโซเซไปห้องครัว

    ooooooo

    พักใหญ่ ทองม้วนกับกำไลก็เมานั่งง่อกแง่กโงนเงนมีลูกมะพร้าววางอยู่ข้างๆ ทั้งสองกอดคอแข่งกันคุยขโมงโฉงเฉง จนข้างนอกนึกว่าทะเลาะกัน พอเข้าไปดูเห็นเมาแอ๋ทั้งคู่ ทองตราบอกแม่ว่า แม่เมาเหล้าแล้วพอเถอะ

    “ม่ายอาว...ม่ายมาว...จาอาวอีก...” ทองม้วนงอแง ทองตราเรียกนายมลให้ตามตนมา พอกมลชนกตามไป ทองทิวมองพ่อกับแม่สลับกันไปมา เขายิ้มกริ่มเมื่อปิ๊งไอเดียเจ๋ง...

    ทองตราเรียกนายมลไปหยิกลงโทษถามว่าทำอะไรลงไปรู้ไหม ต่อไปไม่ว่าจะเป็นผลไม้อะไรก็ห้ามเอาเหล้าเอาของมึนเมามาเป็นส่วนผสมเด็ดขาด ถามว่าเข้าใจไหม ถ้าเข้าใจแล้วพรุ่งนี้ให้ไปกับตน กมลชนกถามว่าไปไหนหรือ เธอมองหน้าถามว่ากลัวเอาไปฆ่ารึไงเขาส่ายหน้าอ้อนว่า

    “ขอแค่มีคุณตราไม่ว่าจะพาไปขึ้นเขาลงหวยที่ไหนมลก็ไปได้ทุกที่”

    “นายนี่ นับวันทะลึ่งขึ้นทุกวันจริงๆ” ทำเสียงดุแต่แอบเขิน

    ฝ่ายทองทิวเห็นแม่เมาเหล้าปั่นปิ๊งไอเดียจะพาพ่อไปเปิดหูเปิดตา เขากวักมือเรียกกมลชนก พอมาถึงก็โอบไหล่ทำท่าตุ๊ดตุ้งติ้งบอกให้ช่วยขับรถพาพ่อไปเปิดหูเปิดตาหน่อย กมลชนกถามว่าคุณลุงเนี่ยนะจะไปปาร์ตี้ อย่าเลยให้ตนไปแทนดีกว่า รณยุทธิ์เองก็ปฏิเสธว่าไม่ไปแล้วเดินหนี

    “โอกาสมีก็ไม่รีบไขว่คว้าแล้วห้ามมาบ่นเสียดายทีหลังนะพ่อ” ทองทิวยั่วตามหลัง

    แต่พอรณยุทธิ์เดินไป คิดถึงวันที่ทองทิวไปเคาะประตูเรียกนายมลที่ห้องพัก คิดถึงที่ทองทิวเรียกนายมลไปช่วยยกของที่รถกันอย่างสนิทสนม ก็ผวาบอกตัวเองว่า “ฉันจะปล่อยให้ผู้สืบพันธุ์หนึ่งเดียวของฉันต้องมีอันเป็นไปได้รึ”แล้วเปลี่ยนใจหันกลับไปหาทองทิวทันทีบอกว่าตกลงพ่อจะไป แล้วไปแต่งตัว

    กมลชนกทักท้วงทองทิวว่าบ้าหรือที่จะพาคนดีอย่างพ่อไปในที่แบบนั้น เพราะวิถีชีวิตของเขากับเรามันต่างกัน และพ่อเขาก็ไม่ได้เป็นอย่างอาเทวาด้วย

    “เอาน่า อย่าบ่นนักเลยวะ แกโทร.ตามอาเทวามาสิจะได้เป็นเพื่อนพ่อฉันได้” ทองทิวสนุก แต่กมลชนกหนักใจ

    พอไปเจอกันที่ผับหรู ทองทิวให้เทวาคอยดูแลแนะนำพ่อ แล้วทั้งเทวาและทองทิวก็ออกไปล่าเหยื่อปล่อยให้กมลชนกดูแลรณยุทธิ์ที่รู้สึกอึดอัดกับเสียงอึกทึกแสบแก้วหู ยิ่งเมื่อถูกสาวตู้มมานัวก็เกิดอาการกระสับกระส่ายใจเต้นรัว

    รณยุทธิ์รู้สึกอาการไม่ดีกวักมือเรียกนายมลบอกว่า ตนไม่ไหวใจมันสั่นรีบพาไปจากที่นี่ก่อนที่จะต้องพาไปที่เมรุ

    เมื่อพาออกมานั่งพักข้างนอก ทองทิวเดินมาหาบอกพ่อว่ามาอีกทีสองทีก็ชิน รณยุทธิ์บอกว่าตนยอมแพ้ยอมรับว่าเรามากันคนละทางจริงๆ ขอนั่งพักเดี๋ยวแล้วค่อยกลับ กมลชนกจึงคอยพัดและบีบนวดให้อย่างห่วงใย

    ooooooo

    รุ่งขึ้น ทองม้วนยังเมานอนสลบอยู่ ส่วนรณยุทธิ์นอนพักดีขึ้นแต่ยังเพลีย ทองทิวเห็นสภาพพ่อแล้วรู้สึกผิด

    นอนพักมีแรงขึ้น รณยุทธิ์ลุกขึ้นบอกทองตราว่าให้แม่เขานอนพักก่อน ส่วนตัวเองจะไปประชุมที่วัดหน่อย ทองทิวรู้สึกผิดเอ่ยขอโทษพ่อ ทองตรามองสงสัยว่าพี่ชายพูดเหมือนเป็นคนทำให้พ่อป่วย รณยุทธิ์รีบแก้ว่า

    “ไม่มีอะไร พ่อป่วยของพ่อเอง ไปทิว ไปกินข้าวกินปลาได้แล้วลูก”

    พอมาเจอกันที่เก้าอี้สนาม กมลชนกตำหนิทองทิวว่าตนเตือนแล้วไม่ยอมฟังแถมยังทำเอาพ่อเกือบตาย บอกว่าถ้าคนดีๆอย่างคุณลุงเป็นอะไรไปตนคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต เห็นทองทิวหน้าเจื่อน ก็เตือนสติเพื่อนว่า

    “ทิว...แกโชคดีที่มีพ่อดีมาก รักแกมาก แกต้องรักพ่อแกให้มากกว่านี้ ไม่งั้นแกก็ต้องมานั่งเสียใจภายหลังเหมือนฉัน” ทองทิวถามว่าทำไม “ฉันไม่เคยทำอะไรให้พ่อภูมิใจ ไม่เคยสนใจ ใส่ใจพ่อ” ทองทิวปลอบว่าอย่าโทษตัวเองสิ “แต่มันเป็นเรื่องจริง ฉันรักพ่อแต่ปาก จนเสียพ่อไปฉันถึงได้รู้ว่าฉันคิดผิด ฉันรู้สึกผิดต่อพ่อ แกอย่าทำอย่างฉันนะทิว”

    ฝ่ายทองตรายังเฝ้าดูแลแม่ที่หลับหมดสภาพอยู่อย่างเป็นห่วง โดยมีกำไลนั่งร้องไห้อยู่ข้างๆ โทษตัวเองว่าไม่น่าชวนคุณนายกินมันเลย พอทองม้วนลืมตาขึ้น กำไลโผกอดยิ้มทั้งน้ำตา นาทีนี้ทั้งกำไลและทองม้วนต่างรู้ถึงความรักความห่วงใยที่มีต่อกัน

    ทองตราบอกว่าเดี๋ยวกินข้าวแล้วจะพาแม่ไปหาหมอ ทองม้วนบอกว่าไม่ต้อง พักอีกเดี๋ยวก็หาย มองหน้าลูกสาวเอ่ยอย่างรู้สึกผิดว่า “ยัยตรา...แม่ขอโทษทีหน้าทีหลัง แม่ไม่ทำอีกแล้ว เข็ดจนตาย”

    ทองตรากับกำไลช่วยกันพยุงทองม้วนขึ้นนั่งแล้วป้อนข้าวต้มให้ ทองม้วนยังรู้สึกพะอืดพะอมแต่ก็ฝืนกิน

    ooooooo

    ดูแลและให้แม่พักผ่อนแล้ว ทองตราพากมลชนก ไปสถานสงเคราะห์ผู้พิการทางสายตา กมลชนกมองไปรอบๆอย่างตื่นตา ทองตราถามว่าเคยมาไหม เขาส่ายหน้า เธอจึงพาเขาเดินไปดูการทำกิจกรรมช่วยเหลือผู้พิการ

    เธอให้เขาอ่านหนังสือให้ผู้พิการฟัง แนะนำว่า “นายต้องอ่านออกเสียงให้ถูกต้อง ชัดเจนเข้าใจไหมและเสียงของนายจะเป็นเหมือนแสงสว่างนำทางให้เขาเหล่านั้น” เธอเอาหนังสือคุณภาพแห่งชีวิตให้เขาทดลองอ่าน เขาอ่านเร็วเกินไป จึงแนะนำให้อ่านช้ากว่านี้ แล้วสอนวิธีใส่หูฟังเพื่ออัดเสียง

    กมลชนกอ่านอย่างตั้งใจ พออ่านเสร็จถามทองตรา ว่าเป็นยังไงบ้าง เธอให้กำลังใจว่ามาครั้งแรกอ่านได้ขนาดนี้ก็ถือว่าใช้ได้แต่ยังเร็วอยู่ เขาถามว่าเราอ่านคู่กันได้ไหม เธอบอกว่าได้แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ เขาถามอีกว่าเธอมาที่นี่บ่อยหรือ

    “ตอนเด็กพ่อพามาบ่อยแต่พอโตก็พยายามหาเวลามาหรือไม่ก็แนะนำให้เพื่อนมา” เขาถามว่าทองทิวล่ะ “ตอนเด็กพ่อก็พามาด้วยกันแต่พอโตพี่ชายฉันเขาก็ไม่ค่อยได้มา เขาก็อ้างแต่งานเหมือนนาย”

    “เหรอครับ...”

    “พ่อพามา เพราะอยากให้เรารู้จักให้ รู้จักแบ่งปัน และได้ทำอะไรให้กับสังคมให้กับคนอื่น จะได้ไม่เห็นแก่ตัว ตอนนั้นฉันก็ไม่เข้าใจ แต่พอได้มามันทำให้ฉันรู้ว่า การได้ให้และได้เห็นว่าสิ่งที่เราทำมันทำให้คนอื่นมีความสุขเรายิ่งสุขมากกว่าแล้วนายล่ะรู้สึกยังไง”

    กมลชนกบอกว่าตนรู้สึกดีและมีความสุขจริงๆ เธอบอกคราวหน้าถ้ามีเวลาก็แวะมาอีก เขาอ้อนว่าอยากมากับเธอ ทองตราเขินจนหลบตาถามว่าทำไมล่ะ เราไม่ได้เป็นแฝดอินจันตัวติดกันสักหน่อย

    “ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าใจมันสั่งมามั้งครับ...เอ๊ย...ค่ะ”

    “เว่อร์ไปไหมเจ๊ แต่ก็ไม่เป็นไร ถ้าฉันมีเวลาแล้วนายยังไม่ลาออกไปไหน ฉันจะมาเป็นเพื่อนนายเอง”

    เมื่อมานั่งคุยกันในสวนหย่อม กมลชนกถามเธอว่า วันก่อนเธอบอกให้ตนหาจุดหมายในชีวิตมันคืออะไร

    ทองตราบอกว่าคือสิ่งที่เราคาดหวังไว้และต้องไปให้ถึง จุดหมายของตนคือครอบครัว ตนจะทำทุกอย่างให้พ่อกับแม่ได้อยู่สุขสบาย กมลชนกชมว่าคนสวยและเก่งอย่างเธอคงหาสามีรวยๆได้ไม่ยาก

    “นี่นาย...” ทองตราหน้าตึงทันที “ฉันมีสมองมีสติ ปัญญาพร้อมที่จะทำมาหากินด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องไปหาสามีเพื่อที่จะไปเกาะเขากิน” กมลชนกรีบขอโทษตนไม่ได้หมายถึงเธอจะไปเกาะใครกิน “ฉันก็แค่อยากจะบอกให้นายรู้ไว้ว่าฉันจะใช้ความรู้ความสามารถที่มีสร้างอนาคตด้วยตัวเอง แล้วนายล่ะ”

    กมลชนกส่ายหน้า เธอแนะว่าลองหาดูว่าอะไรที่มันเป็นประโยชน์กับตัวเองบ้าง รู้ไหมว่าเดี๋ยวนี้เขาเปิดโอกาสให้คนมีฝีมือไปประกวดอะไรตั้งมากมาย แนะนำให้เขาไปลองประกวดพ่อครัว ประกวดเชฟดู ถ้าชนะได้รางวัลก้อนใหญ่จะได้กลับไปดูแลแม่ตัวเอง

    กมลชนกยิ่งฟังก็ยิ่งซึ้ง ถามว่าถ้าตนไปแล้วคุณตราไม่คิดถึงหรือ แล้วจะไปหาพ่อครัวที่ไหนมาแทน

    “ฉันยินดีถ้านายจะไปจากที่นี่ เพื่อไปมีอนาคตที่ดีกว่า ขนาดฉันก็ยังไปหาสมัครงานเพื่ออนาคตที่ดีของฉัน นายก็คงไม่ต่างกัน”

    กมลชนกตื่นเต้นถามว่าเธอไปสมัครที่ไหน ช่วยพาตนไปสมัครหน่อยได้ไหม เธอบอกว่าสมัครทางอินเตอร์เน็ต พรุ่งนี้ก็ต้องไปสอบสัมภาษณ์แล้ว ถ้าเขาจะสมัครก็จะพาไป แต่อย่าลืมกลับไปหาจุดหมายในชีวิตให้เจอ แล้วตนจะเชียร์สุดใจให้เขากลับไปอยู่กับแม่

    “ครับผม” กมลชนกซึ้งและดีใจมาก แต่พอถูกว่าเก๊กแมนอีกแล้ว เขาก็รีบเปลี่ยนเป็นแต๋ว “ค่ะ คุณตรา”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 18:41 น.