ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    พ่อครัวหัวป่าก์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ที่เคาน์เตอร์โรงแรม กมลชนกคุยโทรศัพท์กับกาญจนาหน้าตาเหยเกเมื่อถูกแม่เช็กว่าอยู่ไหน เขาบอกว่าดูแลลูกค้าอยู่ กาญจนาบอกให้แต่งตัวให้ดีให้เขารู้ว่าเป็นผู้บริหารที่นี่ไม่ใช่กุลีคอยยกของ

    “คร้าบ...คุณแม่” กมลชนกลากเสียงยาว ถูกขู่ว่าถ้าลงมาเห็นเขาในสภาพเน่าๆล่ะน่าดู!

    กมลชนกในสภาพเซอร์ดูซกมก เห็นเด็กเสิร์ฟเดินมาก็รีบกวักมือเรียกขอยืมหูกระต่ายกับเสื้อกั๊กสวมทับ

    ทองตรากลับเข้ามาในโรงแรมเห็นกมลชนกจำได้ว่าเป็นคนขับรถที่เห็นเมื่อวันก่อน เห็นเขากำลังคุยกับแหม่มอยู่ที่เคาน์เตอร์ก็เดินผ่านไป เขามองตามเห็นเธอเดินไปที่ห้องอาหาร จึงเรียกผู้จัดการร้านมาซุบซิบอะไรบางอย่าง ผู้จัดการมองหน้าเหวอๆถามว่าจะดีหรือ

    “เออน่า ทำตามที่ผมบอก เอาให้เหมือนจริง ไม่ต้องเกรงใจ” ผู้จัดการกลัวถูกไล่ออก “ผมสั่งจะโดนไล่ออกได้ยังไง แต่ถ้าไม่ทำก็ไม่แน่” ผู้จัดการหน้าเสียรีบรับปาก

    ทองตราดูเมนูอาหารล้วนเป็นภาษาอังกฤษ เธอถอนใจหงุดหงิดถามพนักงานที่มายืนตรงหน้าว่าเมนูภาษาไทยไม่เคยคิดจะใส่ไว้เลยหรือ ถ้าเป็นอย่างนี้คนไทยคงไม่มีสิทธิ์เข้ามานั่งกินเพราะอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก

    กมลชนกตอบ ครับ...ครับ...พอทองตราเงยเห็นหน้าก็มองหาบริกร กมลชนกบอกว่าตนนี่แหละบริกร เธอบอกว่าจำได้ว่าเขาเป็นคนขับรถไม่ใช่บริกร เขายืนยันว่าตนเป็นทั้งสองอย่าง ทองตราบอกว่าตนไม่สั่งอาหารแต่ขอสั่งให้เขาไปไกลๆ

    “ผมทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะหัวใจของบริกรคือการบริการให้ลูกค้าพึงพอใจ” ทองตราหางตาใส่บอกว่าตนไม่เคยเห็นบริกรหน้าตาท่าทางอย่างนี้

    กมลชนกอ้อนว่าให้มองที่บริการไม่ใช่หน้าตาหรือท่าทางได้ไหม ทองตราเลยสั่งอาหารชุดที่หนึ่ง

    “ได้ครับ อาหารชุดที่อยากจะแนะนำเป็นชุดบำรุงสุขภาพและพละกำลังรับรองได้ว่ารับประทานเข้าไปแล้วเต่งตึงดึ๋งดั๋งแน่นอน” ทองตราหน้าตึงมองขวับไม่พอใจ แต่กมลชนกก็ยังแนะนำต่อ “มีหอยนางรมเป็นตัวนำ เอามามิกซ์แอนด์แมตช์กับบรรดาอาหารที่ผ่านงานวิจัยแล้ว เจ๋งจริงเรื่องเพิ่มพละกำลังกินเข้าไปรับรองได้ว่าบรื๊อ...แน่นอน”

    ทองตราปรามว่าอย่ามาทะลึ่ง เขาก็ยังยืนยันว่ามันดีจริงๆแนะนำใครก็ไม่เคยพลาดสักคน เธอโมโหลุกทุบโต๊ะปัง ด่าว่าทะลึ่งคว้ากระเป๋าจะไป เขารีบอ้อนว่าถ้าคุณผู้หญิงลุกไปผู้จัดการต้องไล่ตนออกแน่ๆ เธอบอกว่าตนไม่เกี่ยวไล่ให้ถอยไป

    ทองตราเดินหน้ามุ่ยออกมา ผู้จัดการเข้าไปถามอย่างนอบน้อมว่ามีอะไรหรือครับคุณผู้หญิง ทองตรามองขวับไปที่กมลชนก ผู้จัดการกวักมือเรียกเขาทันทีถามว่าไปทำอะไรให้คุณผู้หญิงไม่พอใจ

    กมลชนกชี้แจงว่าตนไม่ได้ทำอะไร คุณผู้หญิงคิดมากไปเอง ทองตราถามเคืองๆ ว่าตนเป็นผู้หญิง มาแนะนำเมนูแบบนี้ได้ยังไง เขาทำหน้าซื่อถามว่ามันแปลกตรงไหนในเมื่อเรื่องแบบนี้มันเป็นสากลใครๆ ก็เข้าใจทั้งนั้น ทองตราบอกว่าตนเป็นผู้หญิงไทยทำแบบนี้เหมือนไม่ให้เกียรติกัน

    ผู้จัดการปรามว่าพอได้แล้ว เราทำงานบริการไม่มีสิทธิ์ทำให้ลูกค้าไม่พอใจ สั่งให้ขอโทษคุณผู้หญิงเสีย กมลชนกยังเถียงว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิดจริงๆ เลยถูกผู้จัดการไล่ออกที่บังอาจมาเถียงตนต่อหน้าลูกค้า

    กมลชนกได้โอกาสเรียกคะแนนสงสารจากทองตรา ยกมือไหว้ปลกๆอ้อนวอนอย่าไล่ตนออกเลย ผู้จัดการตีบทแตกทำขึงขังยังไงก็ไม่ยอม เมื่อกมลชนกคุกเข่าเกาะขาอ้อนวอน ก็มีพนักงานสี่คนมาลากกมลชนกออกไป

    ทองตราตกใจรีบบอกผู้จัดการว่าตนแค่อยากให้ตักเตือนเท่านั้นไม่ได้ต้องการให้ไล่ออก ผู้จัดการทำหน้าเหี้ยมยืนยันว่าคนแบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ เมื่อผิดแล้วยังไม่ยอมรับผิดถือว่าขาดคุณสมบัติในการเป็นบริกรที่ดี ต้องไล่ออกสถานเดียว

    “จริงๆแล้วฉันเองก็มีส่วนผิดที่ใจร้อนไปหน่อย ฉันต้องทำยังไงที่จะไม่ให้เขาต้องถูกไล่ออกเพราะฉันได้คะ”

    ผู้จัดการยืนยันว่ามันจบแล้ว และนี่คือความรับผิดชอบจากทางโรงแรมที่พร้อมจะให้บริการที่ดีที่สุดสำหรับทุกท่าน ผู้จัดการโค้งศีรษะให้ทองตราแล้วเดินออกไป

    กมลชนกเล่นต่อ เมื่อทองตราไปนั่งเครียดในรถ เขารีบไปเกาะรถอ้อนวอนให้ช่วยตน เพราะจะถูกคนพวกนั้นจับไปซ้อม ทองตราเห็นชายฉกรรจ์หลายคนย่างสามขุมมาเลยเรียกให้เขารีบขึ้นรถพาหนีไป เขารีบขึ้นรถทำเป็นกลัวตัวสั่น แต่แอบชำเลืองทองตราที่สีหน้าตระหนก ยิ้มเจ้าเล่ห์เตรียมเล่นแผนต่อไป...

    ooooooo

    ขับรถพาหนีชายฉกรรจ์ไปจนเห็นว่าปลอดภัย ทองตราบอกให้ลงจากรถได้แล้ว กมลชนกอ้อนวอนขอไปด้วยตนกลัวเพราะกำลังถูกตามล่า พอทองตราจะมาลากลงจากรถ เขาก็เกาะเบาะไว้แน่นเหมือนเด็กเกเร

    ทองตราดึงเขาลงจากรถจนได้ ก็ถูกตัดพ้อว่าใจดำไม่มีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ทั้งที่ตัวเองทำให้ตนถูกไล่ออก เธอเอะใจถามว่าทำไมพวกนั้นถึงมาทำร้ายเขา กมลชนกแอบดีใจที่เธอเริ่มสนใจ ตีหน้าเศร้าสุดฤทธิ์ปั้นน้ำเป็นตัวออดอ้อนว่า

    “เขาว่าผมเป็นตัวซวย ตั้งแต่ผมเข้ามาทำงานผมทำให้แขกหายไปทำให้พวกเขาไม่ได้ทิป แล้ววันนี้ยังโดนคุณด่าอีก เขาก็เลยจะเชือดไก่ให้ลิงดูเพื่อไม่ให้ใครเอาเป็นเยี่ยงอย่าง เขาเอาคนที่เกลียดผมมากระทืบผม”

    ยิ่งฟังก็ยิ่งสงสัย เธอถามว่าเขามาทำงานที่นี่นานหรือยัง พอเขาบอกว่าไม่กี่วันนี่เอง เธอก็อุทานทึ่งที่ไม่กี่วันก็ทำให้คนเกลียดได้มากขนาดนี้

    กมลชนกอ้อนวอนให้เธอช่วยถ้าเธอไม่ช่วยตนต้องตายอยู่ที่นี่แน่ ทองตรายังใจแข็ง ให้เงินไปห้าร้อยบาทบอกว่าตนช่วยได้แค่นี้แล้วเดินปาดหน้าเขาไปขึ้นรถ แต่กมลชนกไวกว่าพรวดเข้าไปนั่งที่เบาะหน้าบอกว่าจะนั่งอยู่อย่างนี้ไม่ไปไหนทั้งนั้น ทองตราจะเรียก รปภ. เขาทำเป็นยอมตายบอกว่าถ้าเธอใจดำขนาดนั้นก็เอาเลย แล้วคร่ำครวญ...

    “ผมมันคนไม่มีอนาคตแล้วนี่ งานก็ไม่มีทำ หนำซ้ำยังถูกตามกระทืบ ไม่ซวยวันนี้จะซวยวันไหน ก็เอาให้สะใจกันไปเลยแล้วกัน”

    ทองตราถอนใจพรวดไม่รู้จะทำอย่างไรกับความดื้อรั้นของเขา เลยสตาร์ตรถกระชากออกไป กมลชนกไม่ทันระวังตัวเลยหงายเงิบไม่เป็นท่า

    ทองตราอ่อนใจถามว่าจะไปไหนตนจะไปส่ง เขาบอกว่าไม่มีที่ไป เพื่อนก็ไม่มีเพราะเป็นคนต่างจังหวัดเพิ่งเข้ามาหางานทำ ทองตราหงุดหงิดบอกว่างั้นไปพาไปปล่อยวัด เขาอ้อนวอนขอไปอยู่ด้วย คุยว่าตนทำได้หลายอย่าง อาหารบริการงานช่างทำได้หมด ทั้งรับรองตัวเองว่าเป็นคนดีซื่อสัตย์ไว้ใจได้

    เมื่ออ้อนวอนอย่างไรก็ดูท่าจะไม่ได้ผล กมลชนกเจ้าเล่ห์เปลี่ยนเรื่องอ้อนว่าตนหิวมาก ทองตราเลยจะพาไปเลี้ยงข้าวสักมื้อจากนั้นก็ทางใครทางมัน กมลชนกถ่วงเวลาหาวิธี แต่พอกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางอิ่มก็ทำหน้าตายเดินตามทองตราไปขึ้นรถอ้อนวอนว่าตนไม่มีทางไปจริงๆ

    สุดท้ายทองตราถามว่าเขาทำอาหารเป็นใช่ไหม เขาคุยโวว่าไม่ใช่แค่ทำเป็น แต่ทำเก่งด้วย ทองตราถามว่า ชื่ออะไร

    “ผมชื่อมล ชื่อจริง...น้ำมนต์ เป็นไงฟังดูขลังไหม” รีบเสนอตัวอย่างไม่มีเงื่อนไขว่ายินดีรับเงินเดือนเท่าไหร่ก็ได้ขอแต่ได้มีที่ซุกหัวนอนไม่เดือดร้อนใครก็พอใจแล้ว ทองตราบอกว่าจะลองพาไปสมัครงานกับคุณแม่ดู แต่ถ้าคุณแม่ไม่รับตนก็ช่วยไม่ได้ และเขาต้องสัญญาว่าจะไม่ต่อรองอะไรอีก กมลชนกรีบรับคำทันที

    ooooooo

    กมลชนกไปนั่งพับเพียบกระโดกกระเดกที่พื้น ทองม้วนมองลอดแว่นเดินสำรวจไปรอบตัวถามว่า “เธอชื่ออะไร”

    “ผมชื่อมล มีพี่น้องสองคนชื่อกลมกับรี แต่ตอนนี้กลายเป็นผีไปหมดแล้วครับ”

    รณยุทธิ์ชอบใจบอกว่าตอบละเอียดดีแต่อย่าเผลอไปชวนผีญาติมาอยู่ด้วยล่ะ ทองม้วนเสียงเขียวใส่ทันทีว่าใครบอกว่าตนจะรับนายคนนี้มาอยู่ที่นี่ ยิ่งเป็นผู้ชายยิ่งไม่ได้ กมลชนกฉุกคิดที่ทองทิวบอกว่าเป็นผู้ชายมาสมัครเห็นทีจะยากนอกจากเป็นตุ๊ด เลยรีบแก้ว่าตนยังสับสนว่าจะเลือกทางไหนดี บางวันก็อยากใส่กระโปรงอยากแต่งหน้าขึ้นมาเป็นระยะ ทองม้วนตาโตเท่าไข่ห่านถามว่ามีอย่างนี้ด้วยเหรอ!

    กมลชนกสะดีดสะดิ้งบอกว่าขนาดขนหน้าแข้งตนยังโกนเลย ไม่เชื่อจะถลกให้ดู ทองตราปรามว่าจะทำบ้าอะไร ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้

    “แต่ฉันไม่สนใจพวกสับสน ครึ่งผีครึ่งคนแบบนี้ ฉันมีแม่นกกะเทยควายสแตนด์บายรอฉันอยู่แล้ว” ทองตราลุ้นให้แม่รีบโทร.ถามเลย ทองม้วนหยิบโทรศัพท์ขึ้นทันที

    กมลชนกแทบหยุดหายใจ แกล้งทำเป็นปวดท้องลุกขึ้นขอตัวไปห้องน้ำแต่วิ่งไปทางห้องครัว ทองม้วนโวยลั่นว่าจะไปขี้ในห้องครัวได้ยังไง ชี้ให้ไปห้องน้ำ กมลชนกหมุนตัวกลับยิ้มแหยกุมท้องวิ่งอ้าวไป

    ทองม้วนยื่นโทรศัพท์ไปสุดแขนหรี่ตากดเบอร์ของนก กมลชนกวิ่งถึงห้องน้ำพอดีกดรับหอบแฮ่ก ทองม้วนถามว่าพรุ่งนี้ว่างไหมจะนัดคุยเรื่องงานแม่บ้าน

    “นกไปไม่ได้แล้วฮ่ะ ตอนนี้นกได้ผัวเป็นตัวเป็นตนกำลังจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ นกจะโกอินเตอร์แล้วฮ่ะ” แล้วขอบคุณที่คุณนายยังคิดถึงตน ขอให้คุณนายหาคนใช้ได้ในเร็ววันเจอคนดีก็รีบรับไว้เพราะเดี๋ยวนี้คนใช้หายากมาก

    ทองม้วนมองโทรศัพท์เซ็งๆ ทองตราถามว่าตกลงนกไม่มาอย่างนี้นายมลก็เข้าวินใช่ไหม

    “ไม่ แม่รู้สึกไม่ไว้ใจ ไม่อยากเอาผู้ชายมาไว้ในบ้าน แม่ห่วงแก”

    ทองตราขอแม่ว่าถ้าไม่ลำบากใจจนเกินไปช่วยรับเขาไว้เถอะเขาตกงานเพราะตน รณยุทธิ์ก็ขอให้นึกว่าช่วยลูกนกลูกกาก็แล้วกัน ทองม้วนไม่ไว้ใจเพราะเรามีลูกสาว เอาผู้ชายมาวุ่นวายในบ้านมันไม่งาม รณยุทธิ์บอกว่าเจ้าตัวเขายังสับสนเลือกไม่ถูกว่าจะเป็นอะไร จะซีเรียสไปทำไม ทองตราหัวเราะขำๆ บอกแม่ว่าไม่ต้องห่วง ตนไม่มีวันคิดกับนายมลเป็นอย่างอื่นแน่

    ทองม้วนท่าทีอ่อนลง ถามว่าค่าจ้างเท่าไหร่ถ้าแพงก็ไม่เอา ทองตราบอกว่านายมลไม่เรียกร้องแล้วแต่เราจะให้

    “งั้นให้มันไปสองพัน ถ้าได้ก็ลองดู” ทองม้วนจำใจ

    ooooooo

    กมลชนกถอนใจโล่งอกกดชักโครกแล้วเปิดประตู แต่พอออกมาเจอกำไลก็สะดุ้งโหยง กำไลมองทึ่งถามว่าเจ๊หน้ารกยังริจะเป็นกะเทยแถมมีผัวได้อีก

    กมลชนกรีบแก้ว่าตนเป็นเกย์ไม่ได้เป็นกะเทย ถามอย่างระแวงว่าเธอเป็นใคร มาแอบฟังตนทำไม ได้ยินอะไรบ้าง

    “ก็ได้ยินแค่ว่าเจ๊มีผัวก็แค่นั้น” กมลชนกโล่งอกทำตุ้งติ้งขอร้องว่าเราคนใช้ด้วยกันได้ยินอะไรก็เฉยไว้ กำไลมองสำรวจถามว่าแล้วนี่เจ๊มาทำอะไร พอบอกว่ามาสมัครเป็นพ่อครัว กำไลโวยว่าแล้วจะมาทำอะไรได้ คนที่นี่เขากินแต่ผัก...ผัก...แล้วก็ผัก

    “ถ้าฉันได้มาทำงานที่นี่ ฉันสัญญาว่าจะหาอะไรที่ไม่ใช่ผักมาให้เธอกิน แต่เธอช่วยเก็บเรื่องทุกอย่างที่ได้ยินไว้เป็นความลับแล้วกัน”

    กำไลบอกว่าเรื่องนั้นไม่มีปัญหา เจ๊ผ่านด่านคุณนายให้ได้ก่อนเถอะ ถึงได้อยู่แต่จะอยู่ได้สักกี่วัน ที่ผ่านมามีแต่คนหนีตลอด ไม่มีใครทนความเค็มของคุณนายได้นอกจากตน กมลชนกหัวเราะชมว่าเก่ง แต่คอยดูตนต่อไปแล้วกัน

    กมลชนกเดินกลับไปที่ห้องรับแขก ทองตราถามว่าดีขึ้นหรือยัง ถ้ายังจะให้กำไลไปเอายาให้ เขามองซาบซึ้งบอกว่าดีขึ้นแล้วครับ นึกได้รีบเปลี่ยนเป็นจ้ะ ทองตราบอกว่าไม่ต้องแอ๊บแมนก็ได้ ตนรับได้ในสิ่งที่เขาเป็น บอกว่าเราคุยกันแล้วจะรับเขาไว้ทำงานที่นี่ กมลชนกดีใจมาก รณยุทธิ์ก็ดีใจที่ตนก็จะได้มีเพื่อนใหม่กับเขาเสียที ทองม้วนถลึงตาใส่ทันทีปรามว่า

    “แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะรับไว้ตลอดไป แค่ให้ลองงาน ถ้าไม่ผ่านโปรก็โกเอาต์แล้วถ้าแกทำอะไรไม่ดีไม่งามทำรุ่มร่ามกับลูกสาวฉัน...แกตาย!!”

    ทองม้วนบอกว่าจะให้เงินเดือนสองพันถ้าคิดว่าทำไม่ได้ก็เชิญ กมลชนกรีบบอกว่าตนรับได้ สองพันก็สองพัน ทองม้วนจึงสั่งให้ตามตนไปที่ห้องครัว

    ทองม้วนย้ำว่ามาใหม่ต้องเข้าใจกฎเหล็กของตนก่อนไม่งั้นตนก็พร้อมจะไล่ออก กำไลสอดว่าปีหนึ่งมีสามร้อยหกสิบห้าวันตนถูกไล่ออกสามร้อยวัน ถูกทองม้วนถลึงตาปรามว่าอย่าสอด แล้วเริ่มเป็นการเป็นงานว่าทุกวันตนจะวางเงินค่ากับข้าวไว้ให้สามร้อย กำไลตาโตอุทานว่าตนฝันไปหรือเปล่า เมื่อก่อนให้มื้อละร้อยเพิ่มเป็นสามร้อย ทองม้วนบอกว่าที่ให้สามร้อยหมายถึงสามมื้อ มื้อละร้อยเหมือนเดิม

    กำไลทักท้วงว่าตอนนี้คุณทิวกับเจ๊เพิ่มมาสองคนค่ากับข้าวไม่เพิ่มจะกินอะไรได้นอกจากหญ้า ถูกทองม้วนถลึงตาปรามอย่าจุ้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่คนครัวเขาว่าจะทำได้ไหมหรือจะถอดใจก็ว่ามา

    “เพื่อคุณนาย มลทำได้อยู่แล้วค่ะ”

    “แล้วค่าน้ำค่าไฟ ฉันมีมิเตอร์แยกให้ อย่าใช้เกิน ไม่งั้นจะถูกตัดน้ำตัดไฟไปพร้อมๆกับตัดเงินเดือนของแกเข้าใจไหม แล้วห้องครัวก็กรุณาเช็ดปัดกวาดให้มันสะอาดเอี่ยมอย่าสกปรกซกมกเหมือนนังกำไล”

    กมลชนกรับคำ ทองม้วนกระหนาบว่าจำไว้แล้วก็ไปได้แล้ว พอออกจากห้องครัวกำไลถามว่าเห็นฤทธิ์คุณนายทองม้วนหรือยัง กมลชนกส่ายหน้าบอกว่า “แกเยอะจริงๆ”

    กำไลบอกว่าแกยังมีอีกเยอะ แต่ก็ชมว่า แกเค็มแกเขี้ยวอย่างนี้แต่แกก็มีน้ำใจ ให้ตนกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ได้ปีละครั้งตั้งอาทิตย์นึง แถมยังให้เงินด้วย เพราะคุณลุงเคยบอกว่าคุณนายชอบคนกตัญญูและแกก็เคยจนมาก่อนถึงได้รู้คุณค่าของเงิน แกกลัวจะกลับไปลำบากเหมือนเดิม

    “เออ แล้วคุณทิวกับคุณตราล่ะเป็นยังไง” กมลชนกเลียบเคียงถาม

    “คุณทิวจะเฮฮาชอบด่ากับแม่ คุณตราก็ตรงไปตรงมาเถียงแม่บ้างเป็นบางครั้งแต่สุดท้ายก็ตามใจแม่อยู่ดีแต่ทุกคนรักพ่อมาก” กำไลเล่าเกินที่ถาม แล้วถามว่า “เจ๊ถามทำไม เห็นชอบถามเรื่องเจ้านายอยู่เรื่อย”

    “ฉันก็แค่อยากรู้ไว้ จะได้ไม่ถูกไล่ออกรายวันเหมือนกำไลไง”

    กำไลพากมลชนกไปดูห้องนอนที่มีเสื่อผืนหมอนใบกับพัดลมอีกตัววางที่ปลายเท้า เขานั่งที่เสื่อมองสำรวจไปรอบห้อง ครู่หนึ่งทองตราก็ถือเสื้อผ้าเก่าที่จะเอาไปบริจาคมาให้

    กมลชนกตื่นเต้นที่ได้พูดคุยกับทองตราอย่างใกล้ชิด เผลอตอบรับครับแล้วรีบเปลี่ยนเป็นค่ะ ทองตราบอกว่าอยู่ต่อหน้าตนไม่ต้องแอ๊บแมนไม่ต้องเกร็งเดี๋ยวค่ะเดี๋ยวครับก็ได้ ตนรับได้ พูดสบายๆแล้วเดินไป

    กมลชนกเอาเสื้อผ้าที่เธอเอามาให้ขึ้นกอด...มองตามจนเธอเดินลับตาไป

    ooooooo

    รุ่งขึ้นกมลชนกใส่เสื้อผ้าที่ทองตราเอามาให้สีหวานแหวว กลายเป็นนายมลที่หญิงก็ไม่ใช่ชายก็ไม่เชิง จนกำไลร้องว้าวหวานโคตร แนะนำให้ไปดัดผมโกนหนวดเคราก็จะสวยหวานประมาณ...แซ่บ!

    รุ่งขึ้นออกจากห้องเจอกำไล กมลชนกก็เลียบเคียงถามว่าทองตรามีแฟนหรือยัง กำไลบอกว่าเคยมีแต่ต้องหนีตายไปเพราะแม่ แต่แม่กำลังหาใหม่ให้ แล้วถามว่าเจ๊จะถามทำไม เขาบอกว่าแค่อยากรู้ว่าทำไมคุณตราต้องให้แม่หาให้

    “ก็แกชอบจุ้นไง เจ๊นี่ดูจะสาระแนไม่เบานะเนี่ย รีบไปล้างหน้าล้างตาแล้วตามมาเร็ว เดี๋ยวคุณนายตื่นมาได้โดนด่าก่อนอาหารแน่”

    ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ทองตรากับรณยุทธิ์นั่งดื่มกาแฟกันสองพ่อลูก กำไลพานายมลเดินเข้าไป ทองตรากับรณยุทธิ์เห็นก็ยิ้มขำๆ นายมลเอ่ยอรุณสวัสดิ์ท่านกับคุณตรา รณยุทธิ์บอกว่าเรียกลุงก็พอ อย่าถึงกับเรียกท่านเลย

    ทองตราถามพ่อว่าวันนี้อยากทานอะไรจะให้นายมลทำให้ กมลชนกกลืนน้ำลายเอื๊อกนึกในใจ

    ตายละวา...รณยุทธิ์ชวนไปดูของในครัวก่อนดีกว่าว่ามีอะไรให้ทำบ้าง

    พอเข้าไปในครัว ทองตราบ่นว่าของที่จะทำกับข้าวไม่ค่อยมี บอกนายมลว่าลองใช้ความคิดพ่อครัวดูซิว่ามีอะไรจะทำเป็นอาหารเช้าได้บ้าง

    กมลชนกรับคำแล้วหยิบโน่นนี่นั่นดูอย่างคล่องแคล่วแล้วทิ้งไปเสียส่วนใหญ่ ทองตราถามว่ามันยังใช้ได้ทิ้งทำไม

    “โทษทีค่ะมลหยิบเพลินไปหน่อย” แล้วรีบหยิบกลับมาวางที่เดิม ทองตราบอกให้ดูว่าจะทำอะไรได้บ้างเดี๋ยวตนจะมาดู พอทองตราเดินออกไป กมลชนกก็เครียดจนท้องไส้ปั่นป่วน คราง “อูย...เอาไงดีวะ...” พลางคิดหาทางออก

    ooooooo

    พอไปดูที่ตู้กับข้าวเห็นน้ำพริกกะปิเหลือติดก้นถ้วย มีข้าวเย็นเหลืออยู่ในหม้อก็ปิ๊งไอเดียไปหาผักที่สวนครัวจึงเด็ดๆมาแล้วรีบกลับมาที่ครัว เริ่มผัดข้าว พอเห็นทองตราเดินเข้ามาก็ทำท่าทะมัดทะแมงเคาะกระทะช้งเช้งอย่างมืออาชีพ

    ผัดเสร็จให้กำไลเอาไปเสิร์ฟ กำไลถือจานร่อนไปจนรณยุทธิ์ต้องบอกให้น้อยๆหน่อยเดี๋ยวหกหมด พอทองม้วนตักเข้าปากช้อนเดียวก็ตาโตชมว่าอร่อยมาก ชมว่าเก่งสมเป็นพ่อครัวจริงๆ ยิ่งเมื่อรู้ว่าทำจากของเหลือเมื่อวานก็ยิ่งถูกใจบอกกำไลว่าให้ดูเป็นตัวอย่างของการประหยัดไว้

    กมลชนกโล่งใจที่รอดตายไปได้คราวหนึ่ง

    วันนี้ทองม้วนเอาเงินปึกใหญ่ออกมานับไปนับมาอยู่นาน แล้วดึงยื่นให้นายมลที่นั่งอยู่กับพื้น รณยุทธิ์เห็นเงินแล้วอดเหน็บไม่ได้ว่านับเสียนานเชียว แต่ให้แค่นี้เอง เดี๋ยวนี้ข้าวของแพงจดไม่ลง เลยถูกทองม้วนอบรมเสียยาวว่าอะไรแพงก็ไม่ต้องซื้อ ถ้ามันไม่ถูกลงก็ไม่ต้องกินเราต้องรู้จักเขียม

    เมื่อได้เงินแล้วทองตราพากมลชนกไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า เขาเดินมองซ้ายมองขวาหลุกหลิกกลัวเจอแม่เพราะรู้ว่าแม่ชอบมาซื้อของที่นี่ ทองตราหามุมของเซลแล้วชวนไป แต่พอเดินไปไม่กี่ก้าวกมลชนกก็ผงะเมื่อเห็นกาญจนาแต่ก็ยังนึกเบาใจว่าแม่ไม่มาเดินแถวของเซล

    ผิดคาด! กาญจนาเดินดิ่งมาที่ของเซล กมลชนกรีบหลบ ทองตราเอาสินค้าขึ้นมาดูวันหมดอายุ ครู่เดียว

    กาญจนาก็เดินเข้ามาให้ทองตราช่วยดูวันหมดอายุเพราะตนไม่ได้เอาแว่นมา กมลชนกหายใจไม่ทั่วท้อง มองไปมองมาเห็นหน้ากากการ์ตูนวางขายอยู่เลยหยิบมาใส่ ทองตราหันไปเห็นถามว่าทำบ้าอะไรคนมองกันใหญ่แล้ว ให้ถอดออกเดี๋ยวนี้

    “เห็นใจเถอะนะคะ นี่คือความฝันอันสูงสุดของคนจนที่เป็นปมในใจมลมาตั้งแต่เด็ก” ทองตราถามว่าปมอะไร “ก็มลอยากใส่หน้ากากแต่แม่ไม่มีเงินซื้อให้ วันนี้ไหนๆก็ได้เจอขอให้มลได้ใส่ให้สมใจสักวันนะคะคุณตรา”

    กมลชนกออดอ้อนจนทองตรายอมให้ใส่ กาญจนามาเห็นถามว่าคนนั้นเป็นอะไรท่าทางเหมือนไม่เต็ม พอทองตราเล่าปมในชีวิตของเขาให้ฟัง กาญจนาก็สงสารจะซื้อให้ ทองตราไม่รบกวน ถ้าเขาอยากได้จริงๆ ตนก็จะซื้อให้เอง

    ทองตรากับกาญจนาเดินซื้อของไปด้วยกันกมลชนกใส่หน้ากากยืนมองอยู่ห่างๆ

    ทองตราแยกเดินไปที่โซนอาหารสด ซื้อกุ้งลดราคาบอกว่าเอาไว้ทำอาหารพรุ่งนี้เช้า กมลชนกถามว่าแล้วมื้อเย็นวันนี้ล่ะ เธอบอกว่าซื้อผัดไทยไปก็ได้เพราะพ่อกับแม่ชอบผัดไทย กมลชนกแอบถอนใจโล่งอกที่รอดตัวไปได้อีกมื้อ เข็นรถตามทองตราไปหาซื้อของอื่น

    ขากลับ พอขึ้นรถกมลชนกถามว่าทำไมทองตราถึงไม่ค่อยยิ้ม เธอถามว่าอยู่เฉยๆจะให้ยิ้มยังไง ใครๆได้หาว่าบ้า ประชดว่า “ใครจะเหมือนนายล่ะยิ้มไว้ทั้งวัน”

    กมลชนกถือโอกาสบอกเป็นนัยว่าคนอารมณ์ดีมีความสุขก็อย่างนี้แหละ อยู่ใกล้อะไรที่ชอบก็ยิ้มได้ทั้งวัน แล้วยิ้มโชว์ทองตราถามว่าอารมณ์ดีกับสติดีมันต่างกันไหม ถามว่าอะไรที่เขาชอบ

    “คุณตรามั้ง” กมลชนกโพล่งออกไป เลยถูกด่าว่านายนี่ท่าจะบ้า แต่กมลชนกยังบ้าต่อท้าว่าไม่เชื่อก็ให้เธอลองชอบตนดู หรือถ้ามีอะไรในใจเล่าให้ตนฟังก็ได้ ทองตราถามว่านายเกี่ยวอะไรด้วย “ถ้าเล่าแล้วทำให้เราสบายใจก็เล่าเถอะค่ะ มลอยากเห็นคุณตรามีความสุข จริงๆนะคะเวลาคุณตรายิ้มแล้วทำให้โลกสดใส มลก็พลอยสดใสไปด้วย”

    “นี่นาย เอาเวลาไปทำอะไรที่มันมีประโยชน์ไม่ต้องมายุ่งกับหน้าฉันเข้าใจไหม”

    “ต่อไปมลจะทำให้คุณตรามีความสุข คุณตราจะได้ยิ้มทุกวัน” กมลชนกยังคงตีมึน ทองตราระอาเลยเหยียบคันเร่งออกไปจนกมลชนกหน้าหงาย แต่ก็ยังยิ้มระรื่น

    ooooooo

    พอกลับถึงบ้าน ทองม้วนดูนาฬิกาถามว่าไปซื้อของแค่นี้ใช้เวลาสี่ชั่วโมงยี่สิบนาทีกับอีกห้าสิบวินาที ต้องหักเงินนายมลห้าสิบบาทค่าเสียเวลางาน ทองตราบอกว่ารถติดก็ไม่สนใจ

    “แม่คะ หนูเป็นคนชวนเขาไปจะไปหักเงินเขาได้ยังไงกันคะ” ทองตราเหนื่อยใจ รณยุทธิ์ช่วยพูดว่าให้มีมิตรจิตรมิตรใจบ้าง ชาติหน้าจะได้ร่ำรวยเพียบพร้อมด้วยข้าทาสบริวาร ทองม้วนถามว่าจะให้หักเงินหรือไล่ออก รณยุทธิ์เงียบกริบแต่กมลชนกรีบบอกว่า เอาอย่างแรก

    “โอเค” ทองม้วนยิ้มถูกใจ แต่พอจัดผัดไทยให้กินก็มีปัญหาอีก ถามว่าราคาเท่าไหร่พอรู้ว่าห่อละห้าสิบบาทก็โวยว่าน่าจะแค่ยี่สิบแจกเครื่องแต่ละอย่างบอกว่าก็แค่ไม่กี่สตางค์ วันหลังให้นายมลผัดให้กินดีกว่าประหยัดกว่ากันเยอะ

    เช้าวันใหม่ ทองตราบอกนายมลว่าเช้านี้ทำข้าวต้มกุ้งนะ กมลชนกรับคำยิ้มเจื่อนไม่รู้จะทำอย่างไร ทองม้วนสั่งอย่าให้เค็มตนกลัวเป็นโรคไต กำไลจอมแสบบ่นงึมงำว่าตัวเองก็เค็มอย่างกับอะไรแล้วจะห่วงอะไรกับไตป่านนี้มิพังหมดแล้วรึ ทองม้วนได้ยินแว่วๆจะเอาเรื่อง รณยุทธิ์เลยไล่ให้กำไลไปรดน้ำสวนครัวช่วยให้รอดไปได้

    กมลชนกคิดหนักว่าจะทำข้าวต้มกุ้งอย่างไร เอากุ้งมาแกะก็เนื้อเละเพราะไม่สด แล้วยังข้าวต้มอีก คิดหนักจะทำยังไงนึกถึงตอนอายุ 18 พ่อเคยสอนให้ทำ บอกว่าเผื่อตกระกำลำบากหรือไม่ก็ทำให้คนที่เรารักกิน

    “เราคนรวยไม่มีวันลำบาก แล้วถ้าใครรักเราก็ต้องทำให้ผมกินสิครับคุณพ่อ เรื่องอะไรผมต้องไปทำให้เขากินด้วย”

    “ยังไม่เคยรักใครก็พูดได้สิ เมื่อก่อนพ่อก็เคยพูดอย่างนี้แต่พอพ่อเจอแม่แล้วก็มีลูกพ่อถึงได้รู้ว่า การได้ทำอะไรให้คนที่เรารักกิน มันมีความสุขจริงๆนะลูก แล้วพ่อก็จะมีความสุขมากถ้าจะได้กินอาหารจากฝีมือลูกสักครั้งก่อนตาย”

    จำได้ว่าเวลานั้นเขาบอกพ่อว่า ตนรักพ่อไม่ยอมให้พ่อตายถึงทำไม่เป็นก็จะไปหาซื้อเจ้าอร่อยมาให้พ่อกิน พ่อบอกว่างั้นวันนี้ดูพ่อทำไปก่อนก็ได้ วันนั้นเขาจึงฝืนใจหัดทำข้าวต้มกุ้งกับพ่อแต่ไม่ได้จำว่าทำอย่างไร

    แต่วันนี้กมลชนกก็พยายามทำ มองกุ้งเละๆแดงๆในหม้อข้าวต้มก็ปลื้มว่าดูดี วันก่อนข้าวผัดทำมั่วๆยังชมว่าอร่อยวันนี้ก็คงชม แล้วระดมใส่เครื่องปรุง ปิดฝาอย่างมั่นใจ

    แต่แล้วเมื่อได้เวลาเสิร์ฟ เขากลับตื่นเต้นจนมือไม้สั่น โทร.หาอาเทวาตัวช่วยบอกว่าตนทำข้าวต้มกุ้งแต่กินไม่ได้ขอให้อาช่วยทำแล้วส่งมาที่บ้านทองทิวด่วน เทวาถามว่าเขาไปทำอะไรที่นั่น พอดีกำไลวิ่งเข้ามา เขาจึงรีบเอาโทรศัพท์ซ่อน กำไลจะช่วยชิมก็รีบห้ามบอกว่าตนไม่อยากให้กินก่อนเจ้านาย แล้วพยายามหาทางกันกำไลออกไป เพื่อตนจะได้ไปรับข้าวต้มกุ้งที่เทวาจะส่งมาให้

    เมื่อเทวาเอาข้าวต้มกุ้งมาส่ง ถามว่าทำไมเขาแต่งตัวแบบนี้ กมลชนกไม่ตอบขอบคุณที่มาทันเวลาไม่อย่างนั้นตนแย่แน่ เทวาบอกว่าที่โรงแรมแย่ยิ่งกว่าป่วนกันไปทั้งโรงแรม โดยเฉพาะตนกับลุงเชฟ ถามว่า

    “นี่มันอะไรกันนักหนานะ ทำไมคุณมลถึงต้องลงทุนทำขนาดนี้ กะอีแค่ผู้หญิงคนเดียว”

    “ก็ไหนอาเคยบอกว่า ผู้หญิงดีหาไม่ได้ง่ายๆแล้วคนนี้ทั้งสวยทั้งดีเลยนะอา” เทวาถามว่ามั่นใจได้ไงว่าดีจริง “จากความรู้สึกข้างในและสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่นี่ไง ผมจะพิสูจน์ใจเธอ” หว่านล้อมว่าถ้าไม่ใช่ตนก็จะรีบกลับ ไปเอง เทวาถามว่าจะทำยังไงในเมื่อคุณแม่ถามหาทุกวัน “อาก็บอกคุณแม่ไปว่าผมไปเดินป่าที่ไหนก็ได้ยังไม่กลับมา”

    เทวาบ่นว่าให้โกหกว่าเดินป่า จนจะทั่วประเทศแล้ว กมลชนกบอกว่าคิดอะไรได้ก็พูดไปเถอะให้คุณแม่เชื่อก็พอ แล้วถือถุงรีบวิ่งกลับเข้าบ้านเพราะได้เวลาอาหารเช้าแล้ว

    ข้าวต้มกุ้งถูกนำไปเสิร์ฟอย่างสวยงาม กุ้งแดงตัวโตเนื้อแน่นน่ากินจนทองม้วนถามว่าซื้อมาได้ไงตัวโตขนาดนี้ต้องแพงแน่ๆ กมลชนกอึกอัก ทองตราบอกว่าตนเป็นคนซื้อเองซื้อของลดราคามันถูกมากเลย ทองม้วนจึงเลิกบ่นชมว่าของถูกและดีมีอยู่จริง รณยุทธิ์ตักเข้าปากก็ชมเปาะ

    “อือ...อร่อย นายมลนี่ฝีมือดีจริงๆ”

    ทองม้วนชิมบ้าง ชมว่าฝีมือดีจริงๆชมว่าทำงานมาหลายที่ฝีมือก็ดีอย่างนี้แหละ กมลชนกหน้าบ้านคุยโวว่า

    “ค่ะ...มลผ่านงานด้านอาหารมาเยอะ ประสบ-การณ์แยะ เรื่องทำอาหารนี่ไม่มีใครเก่งเกินมลได้หรอกค่ะคุณนาย”

    ทองตราฟังแล้วค้อนหมั่นไส้

    ooooooo

    กมลชนกดีใจมากที่ผ่านด่านทองม้วนมาได้ รีบโทร.บอกทองทิวว่าตนหาคนใช้ให้เขาได้แล้วและแม่เขาก็รับไว้แล้วด้วย ทองทิวขอบใจชมว่าเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ ถามว่าหาได้จากไหนล่ะ

    “ก็ฉันนี่ไง”

    “หา! แกว่าไงนะ!!” กมลชนกคุยว่าตนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพ่อครัวบ้านเขาเรียบร้อยแล้ว “ไม่ได้นะแกมาทางไหนไสหัวไปทางนั้นเลยก่อนที่ฉันจะกลับไปเตะแก”

    กมลชนกขอให้เห็นใจกว่าตนจะผ่านด่านเข้าไปได้ก็แทบแย่ ทองทิวยืนกรานยังไงก็ไม่ได้ ยังไงตนก็ไม่ยอมให้เขาใช้แผนซ้อนแผนกับตน กมลชนกบอกว่าตนตั้งใจต่างหาก ทองทิวด่าว่าเจ้าเล่ห์หลอกตน

    “ก็บอกแล้วไงว่าตั้งใจ ไม่ได้หลอก นี่ถามจริงแกจะมากั๊กมากันฉันทำไม หัดเห็นใจกันบ้างสิวะ”

    “ไม่! แกรีบออกมาพบฉันที่โรงแรมเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นมีเรื่อง!!”

    กมลชนกหน้าเหวอ ไม่คิดว่าเพื่อนจะโกรธถึงขนาดนี้ เขารีบกลับบ้านทั้งที่อยู่ในชุดนายมล กาญจนาเห็นถามอุ่นว่าไหนเทวาบอกว่าไปเดินป่า อุ่นบอกว่าคงกลับมาแล้วกระมัง

    “แล้วนั่นมันเป็นอะไร ดูจะเพี้ยนๆใหญ่แล้วนะแม่อุ่น” อุ่นบอกว่าตนก็ดูแปลกๆ กาญจนาส่ายหน้าบ่นระอาว่า “เยอะจริงๆไอ้ลูกคนนี้”

    ooooooo

    กมลชนกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าลงมาเจอกาญจนายืนจังก้าถามว่าจะไปไหน เขาบอกว่าจะไปเดินป่า ถามว่าแล้วงานล่ะ เขาว่าทุกอย่างเหมือนเดิมแต่ตนยังไม่พร้อมที่จะเริ่มต้นตอนนี้ แล้วขอตัวไปเลย

    เมื่อไปพบทองทิวที่ห้องทำงานในโรงแรม ทองทิวตึงเครียดมากห้ามเขาเข้าใกล้น้องสาวตนและห้ามเข้าบ้านตนอีก กมลชนกขอร้องให้ตนได้พิสูจน์ตัวเอง เพราะตนจริงจังกับทองตราที่สุดในชีวิต ขอโอกาสตนได้พิสูจน์ ถ้ามันไม่ใช่ ทองตราไม่ชอบ ตนก็พร้อมจะยอมรับและไม่ทู่ซี้อีก

    ไม่ว่าเพื่อนจะพูดอย่างไรทองทิวก็ไม่ยอม แต่มาแพ้ไวน์ชั้นดีจากฝรั่งเศสที่กมลชนกจะมอบให้ถ้าให้โอกาสตน

    “เออ...ก็ได้ แต่แกต้องสัญญาลูกผู้ชายนะว่าจะไม่ทำอะไรให้น้องสาวฉันเสียหาย แล้วเรื่องไวน์ก็ห้ามลืมนะ”

    “ได้เพื่อน ฉันสัญญา” กมลชนกดีใจมากโดดกอดทองทิวแน่น

    เมื่อผ่านด่านสำคัญอีกด่านได้แล้ว กมลชนกไปเล่าให้เทวาฟัง เทวาเตือนว่าระวังจะเสียเพื่อน เขาสัญญาว่าถ้าใช่ เขาจะหยุดทุกอย่างไว้ที่ทองตราให้เทวารับหน้าแม่ไว้ก่อน เทวารับปากแต่จะช่วยเป็นครั้งสุดท้ายต่อไปอ้อนวอนยังไงก็ไม่มีทาง

    จากนั้นกมลชนกไปเล่าให้ลุงเชฟฟังและขอความช่วยเหลือ ลุงเชฟติงว่าการเป็นพ่อครัวไม่ใช่เรื่องง่าย และตนก็ไม่อยากโกหกใครและไม่อยากให้เขาโกหกใครด้วย

    “ผมจริงจังกับความรัก ไม่ได้จริงจังกับการเป็นพ่อครัว เพราะถึงยังไงผมก็ไม่เคยคิดจะเป็นเชฟเหมือนลุงแน่” อ้อนว่า “แค่ช่วยทำตามที่ผมบอก ช่วยให้ผมเป็นพ่อครัวในสายตาเขาให้ได้นะครับลุง”

    กมลชนกทั้งหว่านล้อมทั้งอ้อนวอนจนลุงเชฟใจอ่อนเอาไงเอากัน เขาขอบคุณลุงเชฟที่เข้าใจตน

    จากนั้นกมลชนกไปขอซื้อบ้านอาม่าที่อยู่ติดกับบ้านทองตรา ที่แล้วมาหัวเด็ดตีนขาดอาม่าก็ไม่ยอมขายให้ใคร แต่พอกมลชนกเซ็นเช็คให้หกล้าน และให้อาม่าย้ายออกเลย อาม่าก็พูดได้คำเดียวว่า “ล่าย...ล่าย...”

    ซื้อบ้านแล้วก็บอกเทวาให้ปรับปรุงบ้านอาม่าให้เป็นครัว ให้สั่งซื้อเครื่องครัวสำเร็จรูปมาเลย

    จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาถือถุงดำวิ่งกลับไปในบ้าน เจอกำไลถามว่าหนีอะไรมา ในถุงมีอะไร เขาบอกว่าถุงใส่เสื้อผ้าขอร้องหน้าดุว่าอย่าถามมากได้ไหมเอาเวลาไปทำงานดีกว่ามาคอยจับผิดตน พอเข้าห้องพักก็จัดแจงแปลงกายเป็นนายมลนุ่งกางเกงขาสั้นเดินเอวอ่อนออกมา

    วันนี้ทองตราจะไปซื้อกับข้าวกับนายมลถามพ่อว่าอยากกินอะไร รณยุทธิ์บอกว่าอะไรน่ากินก็ซื้อมาแล้วกัน

    ทองตราพานายมลไปตลาดสด ไปเจอที่เฉอะแฉะสกปรกนายมลก็กระโดดหยองแหย็งทำท่ารังเกียจจนน่าหมั่นไส้ ส่วนทองตราไม่ว่าซื้ออะไรก็ต่อราคา จนกมลชนกติงว่าของเล็กน้อยเขาได้กำไรนิดเดียวไม่น่าไปต่อ ทองตราบอกว่าคนไทยยังไงก็ต้องต่อไว้ก่อน ให้ก็ซื้อไม่ให้ก็ซื้ออยู่แล้ว

    บรรดาแม่ค้าพ่อค้าต่างซุบซิบกันว่า “เมียซ้วยสวย แต่ผัวดันเป็นกะเทย”

    ทองตราหน้าชาดึงนายมลเดินหนี ต่อว่าที่เขาทำให้คนคิดไม่ดีทำให้ตนเสียหาย กมลชนกบอกว่าพวกเขาตาถึงต่างหาก เธอปรามว่าอย่าคิดว่าตนไม่รู้ว่าเขาเป็นเพศไหนกันแน่ เพราะกำไลบอกว่าเขามีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้ว นายมลถามว่าเธอเชื่อไหม ทองตราบอกว่าทีแรกก็ไม่เชื่อแต่ตอนนี้ใช่และชัวร์ แถมบอกว่า ดีเสียอีกแม่จะได้เลิกระแวงเสียที

    “จ้ะ...ดีจ้ะ” กมลชนกดีใจทำท่าตุ้งติ้งจนน่าหมั่นไส้ จากนั้นทั้งสองก็เดินซื้อผักนานาชนิด ทองตราถามว่ามื้อนี้จะทำอะไรกินดี กมลชนกเสนอให้จัดปาร์ตี้ซีฟู้ด แต่ทองตราก็ยังให้ยึดความประหยัด จนเขาปรารภว่าสงสารคุณลุง อยากให้ท่านได้กินอะไรที่อยากกินบ้าง ทองตราถามว่าแล้วตนต้องทำยังไง

    “มลอยากให้คุณตราทำสิ่งนี้เป็นเครื่องตอบแทนคุณท่าน เพราะการได้กินอาหารทะเลที่ท่านชอบและอยากจะกินเป็นความสุขอย่างหนึ่งนะคะคุณตรา” เห็นทองตราอึ้ง เขาพูดถึงตัวเองว่า “ผมเป็นโรคขาดความรัก พอพบใครก็เลยรักไปเรื่อย ยิ่งคนใจดีผมยิ่งรักมาก ความจริงคุณตราก็เป็นคนใจดี ถ้าใจไม่ดีก็คงไม่ยอมพาผมมาที่นี่หรอกจริงไหม”

    “เจ๊แอ๊บแมนอีกแล้ว เอาเป็นว่ามื้อนี้ปาร์ตี้ซีฟู้ดตามที่เสนอก็แล้วกัน ฉันรับผิดชอบเอง ไป...เจ๊ไปสอนวิธีเลือกซื้ออาหารทะเลให้ฉันเลย”

    กมลชนกถึงกับอึ้งที่จะต้องทำในสิ่งที่ตนไม่เป็น!

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 06:15 น.