ตอนที่ 11
นับแต่รับบทคู่หมั้นอุปโลกน์ให้กมลชนก ชีวิตของทองตราก็ตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย เครียดจนนายมลปลอบและเกิดปัญหาร้ายแรงถึงขั้นทองม้วนทำร้ายและไล่นายมลออกจากบ้าน ที่กดดันกว่านั้นคือถูกแม่โกรธจนไม่พูดด้วย
ทองตรามืดแปดด้าน โทร.เรียกแบมบี้กับมินนี่เพื่อนรักมาปรับทุกข์ที่บ้าน พอเล่าเรื่องเบสกับแขไขไฉไล จับเท็จเรื่องกมลชนกกับนายมลเป็นคนเดียวกันให้ฟัง
มินนี่บอกว่ามันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆเบสก็หึงยัยแขก็หวง เลยใช้วิชามารหาเหตุมาใส่ร้ายคุณกมลชนก กับคนหน้าเหมือนทำให้เธอต้องไขว้เขว
แบมบี้ฟังแล้วเห็นว่าน่าคิด เพราะที่ผ่านมาตนเห็นเจ๊มลไม่เหมือนกะเทย ดูมันเฟค แอ๊บยังไงไม่รู้ ที่สำคัญคือ...
“ไม่ว่ามองมุมไหนก็คล้ายกันเดี๊ยะ ฉันก็พยายามทำใจให้เชื่อแต่พอได้ยินเรื่องนี้ฉันว่ามันก็น่าคิดเหมือนกันนะแก” มินนี่แย้งว่าแต่มันไม่น่าเป็นไปได้ ฐานะทางสังคมคนละระดับ คนอย่างกมลชนกจะลดตัวมาเป็นพ่อครัวได้ไง แบมบี้เสนอว่า “งั้นก็ไปตามเจ๊มลมาแล้วพาไปหาเขาด้วยกัน ทีนี้ก็จบชัวร์”
แต่ทองตราบอกว่าแม่ไล่นายมลแล้ว ทั้งสองก็ไม่รู้ จะทำอย่างไร ยิ่งรู้ว่าทำไมทองม้วนจึงไล่นายมลออกก็ยิ่งตกใจจนแบมบี้บอกว่าฟังแล้วรู้สึกเหมือนฟ้าผ่ากลางใจยังไงไม่รู้ มินนี่ถามว่าแล้วเธอแอบชอบนายมลตั้งแต่เมื่อไหร่
ทองตราตัดบทว่าตนไม่มีเวลาเล่า ตอนนี้เอาเรื่องที่ตนคาใจสงสัยก่อนว่า ถ้าเขาเป็นคนคนเดียวกันจริง เขาทำเพื่ออะไร เพื่อนรักทั้งสองมองหน้ากัน แล้วหันมองทองตรา เธอส่ายหน้าเนือยๆ
ตั้งแต่นายมลไป ทองตราก็เฝ้ารอข่าวและจดหมายจากเขา จนเย็นวันนี้มีจดหมายในตู้ พอเห็นว่าเป็นของนายมลก็รีบเม้มไปอ่านในห้องนอน
“ถึง...คุณทองตราที่คิดถึง ขอโทษที่ผมไม่ได้ติดต่อกลับมาเลยเพราะหลังจากถูกไล่ออกไป ผมต้องขายสมบัติที่มี แม้แต่โทรศัพท์เพื่อเป็นทุนออกหางานทำก็เลยติดต่อใครไม่ได้ ต้องใช้จดหมายแทน วันเสาร์นี้สิบโมงเช้าออกมา เจอผมที่สวนสาธารณะได้ไหม ผมจะรอคุณที่เก้าอี้ใต้ร่มจามจุรีริมสระน้ำ แล้วเจอกันนะครับ...คิดถึงคุณตรา ที่สุดในโลกเลย” แล้ววาดการ์ตูนน่ารักไว้ตอนท้าย ก่อนลงชื่อ “จาก...นายมล คนครัว”
ทองตราอ่านจดหมายแล้วยิ้ม รอวันเสาร์ใจจดจ่อ
พอถึงวันเสาร์สิบโมงเช้า ทองตราหน้าตาสดใสไปยืนมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาแถวต้นจามจุรี เธอไปนั่งรอที่เก้าอี้จนถึงเวลานัดก็ไม่เห็นวี่แววของนายมล เธอหน้าเศร้า ก่อนลุกเดินไป ทันใดนั้นก็เห็นนายมลวิ่งจ๊อกกิ้งแซงขึ้นไปรีบร้องเรียก แต่พอเข้าไปจับมือและหันมากลายเป็นกมลชนก เธอหน้าเสียน้ำตาไหล กมลชนกจับไหล่เธอมองตาถาม
“บอกผมได้ไหมว่าใครทำอะไรคุณ หรือว่านายมล” ทองตราเสียใจโผกอดเขาร้องไห้โฮอย่างผิดหวัง กมลชนกกอดเธอไว้ปลอบว่า “อยากร้องก็ร้องออกมาให้เต็มที่จะได้สบายใจ ผมจะคอยดูแลคุณ อยู่ใกล้ๆคุณไม่ไปไหน”
ooooooo
เมื่อพาทองตราไปนั่งที่ริมสระน้ำ กมลชนกถามว่าใครทำให้เธอต้องเสียน้ำตาอย่างนี้ ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร ตนเห็นว่าเขาเป็นคนที่แย่มาก
“มันเป็นความผิดของฉันเองที่ไปหลงรักเขา ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเขาไม่ได้แคร์ฉันเลย ฉันคิดไปเองทั้งนั้น พอกันทีจบกันเท่านี้”
“คนที่ไม่รู้ซึ้งถึงคุณค่าของความรัก คนคนนั้นก็ไม่มีค่าพอที่จะได้รับความรักจากใครหรอกครับ”
ทองตราบอกว่าตนจะพยายามตัดเขาออกไปจากหัวใจให้ได้ กมลชนกให้กำลังใจว่าดีแล้วเพราะชีวิตต้องดำเนินไปอีกยาวไกล ตนขอเป็นกำลังใจให้ คำปลอบให้กำลังใจในยามที่หัวใจกำลังเจ็บช้ำทำให้ทองตรามองหน้าเขาเต็มตา เขาย้ำว่า
“ถ้าคุณตราไม่รังเกียจ ผมขอเป็นคนดูแลหัวใจคุณตราแทนคนคนนั้นจะได้ไหมครับ”
คืนนี้ ขณะทองตรานั่งเศร้าอยู่ที่ห้อง นายมลก็โทรศัพท์มา พอรับสายเธอถามว่า “นายโทร.มาทำไม”
“ผมรู้ว่าคุณตราโกรธ แต่ถ้าคุณตราอยากรู้เหตุผลว่าทำไม ช่วยออกมาพบผมที่ถนนในซอยบ้านคุณ ผมจะรอนะ”
พูดจบก็วางสายเลย ทองตรามองโทรศัพท์อย่างครุ่นคิด บอกตัวเองเครียดว่า “แล้วทำไมฉันต้องไปด้วย”
ooooooo
แต่แล้วก็ทำใจไม่ได้ ทองตราออกไปพบนายมลตามนัด เห็นนายมลในสภาพมีผ้าพันแผลที่หัวถือไม้ค้ำยันพยุงร่างยืนรออยู่ เธอตกใจวิ่งเข้าไปหาถามว่าเป็นอะไร ไปทำอะไรมา
กมลชนกในคราบของนายมลคนครัวตีหน้าเศร้าเล่าว่า เมื่อเช้าตนกลัวไปไม่ทันเวลาก็เลยวิ่งขึ้นรถเมล์จนพลัดตก แต่พอมาถึงเห็นเธออยู่กับกมลชนกเลยไม่กล้าเข้าไปขัดจังหวะ ทำหน้าเศร้าบอกว่า ที่สำคัญตนไม่อยากให้เธอต้องเสียเวลารอตนอีกต่อไปเพราะเท่าที่เห็นคนที่เข้ามาจีบเธอ ตนก็เห็นว่ากมลชนกดีที่สุด และตนก็ไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนเนรคุณกับครอบครัวเธอที่ดีและมีน้ำใจกับตนตลอดมา
“นี่นายกำลังจะบอกอะไรฉัน”
“บอกว่าผมรักคุณตรามาก แต่ผมก็ต้องตัดใจเพราะวันนี้คุณอยู่ในที่ที่ผมเอื้อมไม่ถึงจริงๆ ผมอยากให้คุณตราไปกราบขอโทษแม่ คืนดีกับท่านและรักกับคนที่คู่ควร” เธอถามว่าแล้วเขาล่ะ “ไม่ต้องห่วงผม เพราะผมเป็นคนไม่มีค่าอะไร ลืมผมไปเถอะนะครับคุณตรา...”
ทองตรามองนายมลนิ่ง เอ่ยขอบใจก่อนผละไป
คืนนี้ เธอก็คิดทบทวนคำพูดของกมลชนกที่สวน สาธารณะที่บอกว่าคนที่ไม่รู้ซึ้งถึงคุณค่าของความรัก
คนคนนั้นก็ไม่มีค่าพอที่จะได้รับความรักจากใคร และขอเป็นคนดูแลหัวใจเธอแทนคนคนนั้น...
คิดถึงการยอมถอยเพื่อคนที่เหมาะสมกับเธอมากกว่าของนายมล และคิดถึงคำพูดของแม่ในวันที่เกิดเรื่องที่ว่า... “รู้ไหมว่าคนเป็นแม่เสียใจแค่ไหนที่ได้ยินลูกสาวพูดว่ารักคนใช้ในบ้าน”
ทองตราคิดหนัก ในที่สุด เธอมองไปข้างหน้าแววตาจริงจังอย่างตัดสินใจแล้ว...
รุ่งขึ้น เธอเข้าไปกราบขอโทษแม่ที่ทำให้เสียใจ สัญญากับแม่ว่า
“ต่อไปหนูจะพยายามทำใจไม่คิดอะไรกับนายมลและหนูจะไม่ทำอะไรให้แม่เสียใจ แม่ให้อภัยหนูนะคะ”
ไม่มีอะไรจะมาขวางกั้นบั่นทอนความรักที่แม่มีต่อลูกได้ ทองม้วนกอดทองตราไว้สองแม่ลูกกอดกันด้วยความเข้าใจ ทองม้วนน้ำตารื้น เอ่ยอย่างปลื้มปีติท่ามกลางเสียงปรบมือดีใจชองรณยุทธและทองทิวว่า
“แม่ได้ลูกสาวคนเดิมกลับคืนมาแล้วใช่ไหม...”
ต่อมา ทองตราโทร.คุยกับแบมบี้และมินนี่บอกว่าตนเพิ่งไปเจอกมลชนกกับนายมลในเวลาไล่เลี่ยกัน มินนี่ฟันธงว่าแบบนี้ก็เป็นคนละคนกันชัวร์ แต่แบมบี้ไม่เชื่อเพราะทองตราบอกว่าเจอในเวลาไล่เลี่ยกันไม่ใช่มายืนประจันหน้ากัน
ทองตราบอกเพื่อนทั้งสองว่า ตนยังไม่ปักใจจนกว่าจะเห็นมลสองคนมายืนอยู่ต่อหน้า มินนี่เสนอว่าเธอควรตัดทุกคนออกไปแล้วโฟกัสไปที่คุณกมลชนกคนเดียว ชีวิตจะได้ไม่วุ่นวายสับสนอยู่อย่างนี้
ฟังมินนี่แล้ว ทองตรานิ่งคิด...
ooooooo
ดำเนินแผนจนนายมลถอนตัวไปอย่างเป็นทางการแล้ว กมลชนกก็รุกต่อไป เย็นนี้ก็มาขออนุญาตทองม้วนกับรณยุทธพาทองตราไปออกกำลังกัน บอกว่าให้เธอออกกำลังกายบ่อยๆจะได้เข้มแข็งทั้งกายและใจ
รณยุทธยิ้มพยักหน้า แต่ทองม้วนดี๊ด๊าสนับสนุนเต็มที่
ขณะเตรียมออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ ทั้งสองวอร์มอัพแล้วเต้นแอโรบิกกันอย่างสนุกสนาน กมลชนกดูแลทองตราอย่างอบอุ่นคอยเอาน้ำให้ดื่ม และเช็ดเหงื่อให้แต่เธอดึงผ้าขนหนูไปเช็ดเอง
หลังออกกำลังกายพากันไปทานอาหารในร้านอาหารเพื่อสุขภาพกันอย่างยิ้มแย้ม กมลชนกดูแลทองตราอย่างอบอุ่นเธอมองเขายิ้มปลื้มด้วยความรู้สึกดีๆ
ถึงวันจัดงานประจำปีแล้ว งานนี้จัดที่คฤหาสน์ของกมลชนก นอกจากคนในบริษัทแล้ว ยังเชิญรณยุทธ ทองม้วน และคนรู้จักคุ้นเคยมาร่วมงานด้วย
ทองม้วนมาเห็นคฤหาสน์ของกมลชนกก็ตื่นความรวยจนถูกรณยุทธกระซิบเหน็บว่าสำลักความรวยเลยหรือ
แขไขไฉไล ไววิทย์และเบสมาร่วมงานอย่างมีแผน เธอบอกกับเบสก่อนเข้าไปในงานว่า เรื่องกมลชนกกับนายมลนั้น ทุกคนรู้กันหมดมีแต่ทองตราที่ซื่อบื้อยังไม่รู้ ทั้งสองหมายมั่นปั้นมือว่าจะใช้งานนี้ฉีกหน้ากากกมลชนกให้ทองตราได้รู้ความจริง
แขไขไฉไลกับเบสเข้าไปในงานก่อน เธอเห็นกมลชนก ทองทิว และเทวา กำลังยืนคุยกันอย่างอารมณ์ดีก็แทรกเข้าไปพูดว่า
“ดีจังวันนี้ได้เจอเจ้าแผนการทั้งก๊วนเลย จะได้ ไม่ต้องเสียเวลามาก”
บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที เทวาถามว่าพูดอะไรตนงง เธอย้อนถามว่าก็กำลังทำอะไรอยู่ล่ะ เบสก็ต่อว่าทองทิวว่าไม่น่าทำอย่างนี้กับน้องตัวเองเลย กมลชนกที่ได้กลิ่นเรื่องนี้อยู่บ้าง ต่อว่าเบสว่า
“เบสนั่นแหละอย่าทำอย่างนี้ พี่เคยบอกว่าของอย่างนี้มันอยู่ที่ผู้หญิงถ้าเขาเลือกเบสพี่ก็จบจะไม่ทู่ซี้และไม่ติดใจแต่นี่มันไม่ใช่ เบสก็เลยพาลมาโกรธพี่ ให้แขใช้เป็นเครื่องมือมาคอยจับผิดพี่ใช่ไหม”
“ต้องขอโทษถ้าพี่คิดอย่างนั้น ผมจะไม่ยุ่งกับพี่ ถ้าพี่ไม่มายุ่งกับผู้หญิงของผม”
กมลชนกเหนื่อยใจรู้ว่าเบสถูกแขไขไฉไลเป่าหูยุยง จึงหันไปพูดกับเธอว่า
“แข ผมขอร้องให้คุณกลับไปเสียเลิกจินตนาการเรื่องเดิมๆ ว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้โดยไม่มีหลักฐานเสียที ผมเบื่อ” เทวาเสริมว่าคนเราเคยรักกันแล้วเลิกกันก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ แขไขไลไฉใช้ไม้ตายทันที ควักโฉนดที่ดินบ้านอาม่ามาโชว์แฉว่านี่คือหลักฐานที่เขาใช้หลอกผู้หญิงคนนั้นใช่ไหม กมลชนกอึ้งไม่คิดว่าเธอจะมาไม้นี้ เธอแฉต่อไปว่า
“แล้วก็อย่าหวังว่าจะทำอะไรให้เป็นไปตามแผนได้ เพราะฉันรู้ว่าคืนนี้จะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์ แต่ตราบใดที่มีฉันอยู่มันไม่หมูแน่!” เธอจ้องหน้ากมลชนกยิ้มกับเบสอย่างสะใจแล้วจะเดินไป แต่กมลชนกคว้ามือพาห่างออกไป ถามว่า
“เอาตรงๆเลยได้ไหม ว่าคุณต้องการอะไรจากผมกันแน่”
“ทีแรกต้องการความรัก ต่อมาต้องการความสะใจ และเพิ่งนึกได้เมื่อกี๊...ก็เรื่องที่ดินแปลงนี้ไงคะ” เธอยิ้มสะใจ กมลชนกถามว่าตนต้องทำอย่างไรเธอถึงจะเลิกยุ่งวุ่นวายกับตนและผู้หญิงของตนเสียที “ก็แค่...ยอมรับปากว่าจะซื้อที่ดินแปลงนั้นฉันก็จะหยุดแฉเรื่องที่คุณปลอมเป็นนายมลคนครัวเพื่อไปทำให้ยัยทองตราหน้าโง่นั่นหัวปั่นไงคะ”
กมลชนกตัดปัญหาจึงรับปาก เธอขู่ว่าพูดอะไรให้จำไว้และให้ทำตามนั้น อย่าเบี้ยว! เขาบอกว่าตนไม่เคยมีปัญหาและรักษาคำพูดมาตลอด แต่เธออย่ามา ลูกเล่นก็แล้วกัน เพราะความอดทนของตนมีจำกัด พูดแล้วเดินผละไปเลย
ooooooo
โต๊ะวีไอพีที่ด้านหน้าเวที... กาญจนา รณยุทธ และทองม้วนนั่งอยู่ ไววิทย์เดินเข้ามาทักและขอนั่งร่วมโต๊ะโดยเลือกนั่งข้างๆกาญจนา
ไววิทย์ไม่รู้จักรณยุทธกับทองม้วน ถามกาญจนาว่าเป็นพ่อแม่ของทองตราเลขากมลชนกใช่ไหม พอรู้ว่าใช่ก็ชมว่าทองตราเป็นคนเก่งและทำงานดีมาก ทองม้วนพูดกันท่าอย่างรู้ทันว่า
“ก็คงจะเก่งพอๆกับคุณแขนั่นแหละค่ะ แต่เก่งคนละอย่าง”
ถูกทองม้วนกันท่ารู้ทัน ไววิทย์เลยไม่กล้าคุยต่อ พอดีแขไขไฉไลกับเบสเดินเข้ามา ไววิทย์รีบแนะนำรณยุทธกับทองม้วนว่าเป็นพ่อแม่ของเลขากมลชนก เธอบอกว่ารู้จักแล้ว
“ดีจัง งั้นเชิญจ้ะเชิญ...นั่งด้วยกันเลยนะคะ” กาญจนาเอ่ย
งานนี้มีเทวาและทองทิวเป็นพิธีกร ทั้งสองขึ้นเวทีแนะนำตัวเอง ทองทิวกล่าวต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานด้วยความยินดี เทวาประกาศว่า
“หลังจากที่ได้สนุกสนานกับการเล่นเกมและกิจกรรมมากมาย ในโอกาสนี้ผมขอเรียนเชิญคุณกมลชนกและคุณทองตราให้เกียรติมารำวงย้อนยุค เพื่อเปิดฟลอร์ด้วยครับ”
เสียงเป่าปากวี้ดวิ่วดังขึ้นทันที พอเพลงรำวงขึ้น กมลชนกก็ไปโค้งทองตราตามแบบการรำวงดั้งเดิม ทองตรายิ้มลุกขึ้นเดินออกไป
กาญจนาสบตากับทองม้วนยิ้มปลื้ม ทองม้วนปรายตามองแขไขไฉไลยิ้มเยาะ แขไขไฉไลก็มองกมลชนกยิ้มสมเพช เบสเห็นทั้งคู่ออกไปรำวงด้วยกันก็ยิ่งเครียด
เมื่อรำวงเปิดฟลอร์แล้ว พิธีกรเชิญทุกคนร่วมรำวงย้อนยุคด้วยกัน ให้ทุกคนสนุกกันให้เต็มที่ แล้วทองทิวก็ผละจากไมค์ไปรำป้อด้วย เทวาจะไปโค้งกาญจนาไปรำวง ถูกไววิทย์ตัดหน้าไปก่อน เทวาเลยขออนุญาตรณยุทธโค้งทองม้วนออกไปรำ
แต่พอขึ้นเวทีรำได้ไม่นาน เทวาก็รำเบียดไววิทย์แย่งคู่มารำกับกาญจนา ไววิทย์เลยต้องรำคู่กับทองม้วนหน้าเจี๋ยมเจี้ยม ส่วนมินนี่รำคู่กับทองทิว ทองทิวส่งตาหวานฉ่ำให้ตลอดเวลา
เมื่อได้เวลา เทวาเชิญกมลชนกขึ้นกล่าวบนเวที
“ผมต้องขอขอบคุณพนักงานและผู้มาร่วมงานทุกท่าน ถึงแม้งานนี้จะถูกจัดขึ้นแค่ปีละครั้งแต่ก็คงจะทำให้ทุกคนมีความสุข สนุกสนานกันอย่างเต็มที่ ขอบคุณในความทุ่มเท และตั้งใจในการทำงาน ผมยังยืนยันว่า จะนำพาให้ทุกคนก้าวไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมั่นคง แล้วปีหน้าเราจะมาสนุกกันใหม่...ขอบคุณครับ”เสียงปรบมือกึกก้อง เขากล่าวต่อไปว่า “ในโอกาสนี้ผมขอเรียนเชิญคุณทองตราขึ้นมาบนเวทีด้วยครับ”
ทองตราเดินขึ้นไปงงๆ กมลชนกไปจูงเธอมากลางเวที หยิบแหวนเพชรที่ทองตราถอดคืนให้ตอนหมั้นกันหลอกๆ เธอตกใจหน้าเหวอ กมลชนกเอาแหวนออกมาประกาศ
“ก่อนหน้านี้ ผมเคยสวมให้เธอแล้ว แต่ไม่มีใครเห็นและเป็นพยานให้ วันนี้ผมขอถือโอกาสนี้ รบกวนให้ทุกท่านช่วยเป็นพยานในการหมั้นของผมและอีกไม่นาน จะมีการแถลงข่าวการแต่งงานอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะครับ” พูดจบก็ประคองมือทองตราขึ้นจูบ
ทองตรางง ตั้งตัวไม่ติด แต่ทองม้วนที่มองตาไม่กะพริบ ดีใจจนลุกขึ้นยืนปรบมือยิ้มร่า ทุกคนในงานจึงลุกขึ้นปรบมือตามแขไขไฉไล ไววิทย์และเบสจำต้องลุกขึ้นปรบมือแต่หน้าเครียดจัด
กมลชนกดึงทองตราที่ยังตกใจ งง เข้าไปกอดอย่างอบอุ่น
ooooooo
ทองตรารับไม่ได้ พอลงจากเวทีก็เดินหนี กมลชนกตามมาถามว่าเธอเป็นอะไร ทองตราต่อว่าอย่างไม่พอใจ ว่าเขาทำอย่างนี้ทำไม ไม่ให้เกียรติกันเลย
กมลชนกบอกว่าตนทำเพราะรักและอยากแต่งงานกับเธอ
“แต่การแต่งงานมันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้หญิง คุณจะเอามาล้อเล่นอย่างนี้ได้ยังไง เราเพิ่งจะศึกษาดูใจกันแล้วคนอื่นเขาจะมองฉันยังไง” เขาบอกว่าอย่าไปสนใจคนอื่น เพราะตนจริงใจกับเธอ “ไม่สนใจได้ยังไง ในเมื่อเรายังไม่รู้จักกันดีพอ คุณจะมารีบร้อนทำไม ทำอย่างนี้มันเหมือนไม่ให้เกียรติกันและฉันก็จะไม่ยอมทำตามเด็ดขาด”
ทองตราถอดแหวนคืนให้บอกว่าตนไม่ต้องการแล้วเดินหนีไป กมลชนกถือแหวนตามอ้อน
“คุณตรา ถ้าสิ่งที่ผมทำมันทำให้คุณไม่พอใจ ผมขอโทษ แต่ขอให้เข้าใจว่าที่ผมทำไปก็เพราะรักและอยากให้คุณลบใครๆออกไปจากหัวใจให้หมด ถึงแม้เราจะรู้จักกันไม่นาน แต่ผมมั่นใจว่าคุณคือคนที่ใช่และเหมาะสมกับผมที่สุด ผมถึงได้เลือกที่จะรักคุณและทำสิ่งนี้ไงครับ”
ทองตรายังยืนปึ่งหน้าเชิด เขาเว้าวอนอย่าทำกับตนอย่างนี้ เธอบอกว่าตนไม่เต็มใจและไม่รู้เรื่องด้วย
“ก็ผมอธิบายให้คุณฟังอยู่นี่ไง ทำไมคุณไม่เชื่อใจผมบ้าง ขอความกรุณาเห็นใจผม อย่าทำร้ายจิตใจผมอีกเลย”
“ฉันไม่ได้ทำร้ายจิตใจใคร แค่อยากให้เราค่อยๆ ดูกันไป จนกว่าจะแน่ใจจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง”
“คุณตรา...” กมลชนกจับมือเธอเว้าวอน “ทุกอย่างที่ผมทำมันผ่านขั้นตอนการคิดมาเยอะมาก ผมอาจจะไม่ใช่คนที่ดีที่สุด แต่ขอให้คุณเชื่อว่าผมรักคุณมากที่สุด ถ้าวันข้างหน้าคุณยังไม่แน่ใจในตัวผม ผมก็พร้อมที่จะให้คุณเป็นคนตัดสินใจว่าจะให้ผมอยู่หรือไป”
ทองตรามองหน้าเขาอย่างไตร่ตรองชั่งใจ กมลชนกยังคงเว้าวอนอย่างน่าเห็นใจว่า
“ผมสัญญาว่าจะไม่มีวันทำให้คุณผิดหวังในตัวผม ได้โปรดเชื่อผมนะ”
เมื่อเห็นท่าทีทองตราอ่อนลง กมลชนกบรรจงสวมแหวนวงนั้นที่นิ้วนางซ้ายของเธอให้อีกครั้ง...
ooooooo
เมื่อทั้งสองเดินกลับเข้าไป แขไขไฉไลกับเบสจับตาดูอยู่ ทั้งสองแสดงความยินดีกับกมลชนกและทองตรา แล้วเบสก็ขอเวลาคุยกับทองตรา และแขไขไฉไลก็อยู่กับกมลชนก
เบสพูดเรื่องกมลชนกกับนายมลเป็นคนคนเดียวกันกับทองตราอีก คราวนี้มีโฉนดที่ดินบ้านอาม่ามายืนยันด้วย บอกว่ากมลชนกซื้อบ้านนี้เพื่อหลอกเธอให้หัวปั่นระหว่างกมลชนกกับนายมล ยุว่าเธอกำลังกลายเป็นตัวตลกของเขา
ฝ่ายแขไขไฉไลก็ขู่กมลชนกว่าถ้าว่าที่เจ้าสาวของเขารู้ว่าถูกหลอกเธอจะรู้สึกอย่างไร คิดแล้วน่าสนุก กมลชนกถามว่าเรื่องนี้เราพูดกันรู้เรื่องและตกลงกันแล้วจะรื้อฟื้นขึ้นมาอีกทำไม
“มลจะได้ไม่ลืมว่าเราสัญญาอะไรกันไว้ และให้ทำตามสัญญาไม่งั้นฝันสลายแน่”เธอพูดอย่างเป็นต่อ
ทองตราคุยกับเบสแล้วเดินกลับมา แขไขไฉไลแกล้งจุ๊บแก้มกมลชนกให้ทองตราเห็นก่อนเดินเชิดไป กมลชนกยิ้มแหยกับทองตราที่เดินฝืนยิ้มเข้ามา
ฝ่ายพวกผู้ใหญ่เห็นการกระทำของกมลชนกก็คิดไปต่างๆนานา กาญจนากราบขอโทษทองม้วนที่ลูกชายทำอะไรไม่ปรึกษากันก่อน แต่ทองม้วนยิ้มร่าบอกว่า
ตนกับสามีเคลียร์กันแล้ว เราเข้าใจดีไม่ต้องห่วง
เมื่อกลับถึงบ้านทองม้วนพูดกับรณยุทธอย่างปลื้มไม่หายว่ากมลชนกตั้งใจเซอร์ไพรส์อย่างคนสมัยนี้เขาชอบทำกัน คอยดูเถอะพรุ่งนี้ต้องเป็นข่าวดังแน่ ถูกรณยุทธขัดคอว่ากมลชนกทำอะไรก็ดูจะดีไปหมด แล้วถามทองตราว่า
“ยัยตราหนูดูเขาดีแล้วหรือไง ถึงได้รีบหมั้น รู้ไหมว่าคนเราจะอยู่ด้วยกันยืนยาวมันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนสมัยนี้”
“หนูรู้ค่ะพ่อ แล้วหนูก็ตกใจกับสิ่งที่เขาทำแต่เราก็ตกลงกันแล้วว่ากว่าจะถึงวันแต่งเราก็เรียนรู้กันไป เขาให้โอกาสหนูเป็นคนตัดสินใจเลือกได้ค่ะ”
ทองม้วนเสียงดังทันทีว่าจนป่านนี้แล้วจะเลือกอะไรอีก ทองทิวพูดแทรกว่าน่าดีใจแทนกมลชนกจริงๆที่ว่าที่แม่ยายเอาใจช่วยถึงขนาดนี้ ทองม้วนเลยถามว่าเมื่อไหร่ตัวเองจะมีปัญญาหาแม่ยายกับเขาได้สักที รณยุทธผสมโรงเห็นด้วย ทองทิววางท่าบอกว่าเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ดีไม่ดีอาจจะแซงหน้ายัยตรามาทั้งเมียทั้งลูกพร้อมกันไปเลย
“ก็ดียัยตาแต่งออกนายทิวแต่งเข้า แม่กับพ่อจะได้หายห่วง”
“แม่...ของอย่างนี้มันไม่มีอะไรแน่นอนหรอกนะคะ ต้องดูกันไป” ทองตราพูดหน้านิ่ง มองทุกคนอย่างครุ่นคิด
ooooooo
ฝ่ายกาญจนาขอโทษทองม้วนกับการกระทำของลูกชายแล้ว กลับถึงบ้านก็ตำหนิกมลชนกว่าทำพิเรนทร์อะไร ทำไมไม่คิดบ้างว่าฝ่ายโน้นเขาจะโกรธเอา กมลชนกบอกว่าไม่ต้องห่วง ตนเคลียร์กับเธอจนเข้าใจกันแล้ว
“นี่ดีนะที่ฉันขอโทษพ่อแม่เขา แล้วเขาก็ไม่ติดใจอะไร ฉันว่าแกจะคิดจะทำอะไรก็หัดนึกถึงหนูทองตราและคนในครอบครัวเขาเอาไว้บ้าง ถ้าเขาจับได้ คงไม่ไหวจะเคลียร์”
“แต่ตอนนี้เขารับรักผม มีใจให้กับผมและเราก็หมั้นกัน อีกไม่นานก็จะแต่งงานกัน”
“อย่าลืมว่าทองตราเขาไม่เหมือนผู้หญิงที่ผ่านมาของแก ถ้าเขาจับได้แล้วเขาจะเข้าใจสิ่งที่แกทำไหม กรุณาอย่าเจ้าแผนการให้มากนัก”
“อย่าห่วงเลยคุณแม่ ยังไงเขาก็ไม่มีวันจับได้ เพราะนายมลมันหายไปแล้ว และอีกไม่นานเรื่องทุกอย่างก็จะจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งแน่นอน” เขายักคิ้วหน้าทะเล้นกับแม่อย่างมั่นใจ
“จ้า...คุณแม่ก็ภาวนาให้มันเป็นอย่างนั้นนะจ๊ะ คุณลูก” กาญจนาประชดอย่างหมั่นไส้กับลูกชายจอมแผนการ
แต่กมลชนกหารู้ไม่ว่าตัวเองกำลังถูกแขไขไฉไลและเบสรวมหัวกันเล่นงาน เบสเอาโฉนดที่ดินบ้านอาม่าให้ทองตราดูเป็นหลักฐานว่าเธอถูกหลอกและกำลังเป็นตัวตลกของกมลชนก ทองตราเอาโฉนดกลับไปดู คิดจะโทร.ไปถามกมลชนกแต่เปลี่ยนใจเอาเก็บไว้ในลิ้นชัก
รุ่งขึ้นเมื่อเธอออกไปจ๊อกกิ้งวิ่งผ่านหน้าบ้านอาม่าก็หยุดดูสภาพภายใน พอดีกำไลไปตลาดกลับมาถามว่าเธอทำอะไรอยู่ ทองตราบอกว่าแค่นึกถึงน้ำใจก็อยากจะทักทายโอ๊คที่เขาเคยช่วยงานบ้านเรา
กำไลที่หมายตาโอ๊คไว้ พูดอย่างไม่หายเจ็บว่าอย่าพูดถึงผู้ชายคนนี้อีกเลย ตนยังเจ็บอยู่ ถามว่ารู้ไหมพอเจ๊หายไปเขาก็หายไปด้วย บ้านนี้กลายเป็นบ้านร้างไปแล้ว
“เขาหายไปพร้อมกับนายมลงั้นเหรอ...” ทองตราครุ่นคิด
แล้วเย็นนี้กมลชนกก็เผลอเผยความลับของตน เมื่อเขาขี่บิ๊กไบค์เอาช่อดอกไม้มาให้ทองตราที่บ้าน กำไลเพ้อว่าเมื่อไหร่ตนจะได้ดอกไม้อย่างนี้บ้าง เขารับปากว่า “ได้สิ งั้นรอแป๊บก็แซ่บ”
กำไลตาโต อุทานทึ่งว่านอกจากเขาจะหน้าเหมือนนายมลคนครัวแล้วยังพูดเหมือนกันอีก เขาทำหน้าตายถามว่าบังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอ กำไลบอกว่าแต่ท่านายมลเยอะกว่าแล้วทำท่าประกอบคำพูด “รอแป๊บก็แซ่บแล้ว” ให้ดู กมลชนกดูแล้วทำเป็นขำกลบเกลื่อน
“เชิญไปหาคุณตราดีกว่านะคะ” กำไลเชิญเข้าบ้าน กมลชนกถือช่อดอกไม้เดินตามเข้าไป
ooooooo










