ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    พ่อครัวหัวป่าก์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เข้าไปนั่งที่เก้าอี้รับแขกในห้องกาญจนาแล้ว แขไขไฉไลถามว่าใครเป็นคนเลือกเลขาให้กมลชนก ช่างตาถึงจริงๆทั้งเก่งทั้งดี จนกมลชนกก็ยังชมให้ฟังว่าทำงานละเอียด อัธยาศัยดีมากๆ

    “ที่สำคัญเขาจิตใจดีและไม่เคยคิดร้ายกับใคร ไว้ใจได้เลยนะเลขาคนนี้” กาญจนาย้ำ

    ไววิทย์ผสมโรงชมว่าคนดีๆอย่างนี้หายาก

    แขไขไฉไลฟังแล้วเซ็ง เทวาเห็นว่ากาญจนามีแขกจึงขอตัวออกไป แต่กาญจนาบอกว่าไม่เป็นไร ไววิทย์จึงถามเรื่องที่ดินที่นำมาเสนอไว้คราวก่อนว่าพิจารณาอย่างไรแล้ว กาญจนาจึงเชิญที่ห้องประชุม บอกให้เทวาพาแขกไปที่นั่นและให้ตามกมลชนกกับทองตราให้มาประชุมด้วย

    กมลชนกบอกทองตราให้ไปประชุมเธอขอโทษที่เป็นต้นเหตุให้เขากับแฟนต้องผิดใจกัน กมลชนกบอกว่า

    แขไขไฉไลเป็นเพื่อนเก่าไม่ใช่แฟน ทองตราอ้างว่าทองทิว ว่าเป็นแฟน ตนถึงเข้าใจว่าทำไมแขไขไฉไลถึงไม่พอใจตนมาก

    เบสกำลังดูแพ็กเกจทัวร์ที่ห้องทำงานเสียงไลน์ดังขึ้น เขาเปิดดูเป็นของทองตราไลน์มาบอกว่า “เย็นนี้มีธุระไม่ต้องมารับ” เบสฉุนขาดขว้างโทรศัพท์ทิ้ง คำราม “แล้วเราจะได้เห็นดีกัน กมลชนก!”

    ในการประชุมพิจารณาที่ดินที่ไววิทย์นำมาเสนอ เทวามีข้อสังเกตว่าที่ดินแปลงใหญ่เป็นป่าเขาอย่างนี้เกรงจะไปทับที่ป่าสงวน กาญจนาถามความเห็นของทองตรา เธอเห็นด้วยกับเทวา

    ทั้งไววิทย์และแขไขไฉไลรับรองว่าที่ดินนี้ไม่มี ปัญหา กาญจนาตัดสินว่าที่สวยขนาดนี้น่าจะผ่านการพิจารณาอยู่แล้ว

    ไววิทย์กับแขไขไฉไลดีใจมาก กลับไปคุยกันเรื่อง

    ที่จะได้ค่านายหน้าก้อนโต ไววิทย์ยังหวังว่ากมลชนกจะลมพัดหวนกับแขไขไฉไล แต่เธอติงว่าทั้งเขาและแม่ปลื้มเลขาคนนี้มาก เชื่อว่าต้องมีอะไรกันแน่ๆ

    ขณะนั้นเองแขไขไฉไลได้รับโทรศัพท์จากเบสบอกว่ามีเรื่องพี่มลจะปรึกษา เรามาคุยกันหน่อยได้ไหม

    ooooooo

    เทวาข้องใจว่าทำไมกาญจนาถึงได้ให้ความหวังแขไขไฉไลกับพ่อมากขนาดนั้น กาญจนาบอกว่าเขามาดีเราก็ต้องมีน้ำใจให้ กมลชนกบอกว่าราคาที่เสนอก็สูงกว่าราคาประเมินหลายเท่า เทวาบ่นว่าเขี้ยวเกินไป

    “พูดถึงเรื่องเขี้ยว ฉันล่ะนึกถึงคุณนายทองม้วนว่าที่แม่ยายเอ็มดี ทั้งงกทั้งเค็มทั้งเขี้ยวแถมจุ้นจ้านอย่าบอกใคร แล้วถ้าแต่งไปจะทนเขาไหวรึ” กาญจนากังวล กมลชนกแก้ต่างให้ว่าคุณนายเป็นคนปากร้าย ขี้งกไปหน่อย แต่ก็ไม่เคยทำผิดคิดร้ายกับใครจิตใจดี กาญจนาประชดว่า “จ้า...ก็อย่าโลกสวยจนเกินไป แล้วก็กรุณาเก็บไปคิดและเตรียมใจไว้ให้ดีถ้าคิดจะเอาจริง”

    ถูกแม่ประชด กมลชนกก็หันมองเทวาหาตัวช่วย แต่เทวาก็ทำได้แค่นั่งเงียบยักคิ้วแผล็บๆเท่านั้น

    ทองตราเข้าไปหากาญจนาท้วงติงเรื่องรถประจำตำแหน่งที่ซื้อให้ บอกว่าไม่มีความจำเป็นและสิ้นเปลืองเปล่าๆ กาญจนาไม่รู้เรื่องแต่ก็พอเดาได้ บอกว่าไม่เป็นไรให้ถือว่ากมลชนกตอบแทนน้ำใจที่เธอตั้งใจทำงานก็แล้วกัน

    พอทองตราไป กาญจนาก็พูดกับเทวาอย่างชื่นชมว่า “คนจะดีเขาดีมาจากข้างในจริงไหม”

    กมลชนกเดินแผนรุกทองตราต่อเนื่อง วันนี้ก็ให้เธอออกไปซื้อของให้คนสำคัญแต่ไม่บอกว่าเป็นใคร พาไปซื้อเสื้อผ้าผู้หญิงในห้าง ให้เลือกตามที่เธอเห็นดีและไซส์ขนาดเธอ

    ทองตราคิดว่าเขาจะซื้อไปง้อแขไขไฉไล ชมว่าทำถูกแล้ว ผู้หญิงงอนก็ต้องรีบง้อ หรือจะให้ตนไปชี้แจงก็ยินดีเป็นกาวใจให้ กมลชนกชมว่าเธอช่างเป็นคนดีจริงๆ เธอบอกว่า “ก็ฉันไม่อยากให้ใครต้องมาเข้าใจผิดกันเพราะฉันนี่คะ”

    เมื่อซื้อเสื้อผ้าได้แล้ว กมลชนกไปจ่ายเงินและให้ที่อยู่ให้ทางร้านช่วยส่งไปตามนี้ด้วย

    แขไขไฉไลกับเบสมาพบกันที่ล็อบบี้โรงแรม ต่างไม่พอใจความสัมพันธ์ของกมลชนกกับทองตรา เบสพูด เครียดว่ายังไงตนก็ไม่ยอม เราจะปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้ แขไขไฉไลก็ไม่ยอม ฉะนั้นเราต้องร่วมมือกันจัดการปัญหานี้

    แต่พอเบสเห็นแขไขไฉไลเอาจริง ก็เป็นห่วงทองตรา กันเธอออกมาบอกว่าเธอเป็นคนดี ที่เป็นเช่นนี้เพราะถูกกมลชนกบังคับ ถูกติงว่ามันก็พอกันแหละของอย่างนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดัง แล้วก็ช่วยกันคิดว่าจะทำยังไงดี

    แขไขไฉไลแกล้งโทร.ถามกมลชนกว่าอยู่ไหน เขาบอกว่าอยู่ห้าง เธอรู้สึกดีที่เขาไม่โกหกบอกว่าตนก็อยู่ห้างเดียวกัน เดี๋ยวจะไปหา

    ooooooo

    พอไปเจอกัน แขไขไฉไลก็วิ่งเข้าไปกอดแขนกมลชนก บอกว่าวันนี้เจอเบสแล้วยังบังเอิญเจอแฟนเบสอีก พยายามจับคู่ให้เบสกับทองตรา ทองตราอึดอัดเลยบอกว่าวันนี้ตนนัดแบมบี้กับมินนี่ไว้ ถามเบสว่าจะไปไหม เบสตอบรับทันที

    พอดีแบมบี้กับมินนี่เดินมาเจอกัน แบมบี้พุ่งไปกอดแขนกมลชนกนึกว่าเป็นนายมล พอทองตราบอกว่าไม่ใช่นายมล แบมบี้หน้าเหวอร้อง “มายก๊อด ถอดบล็อกเจ๊มลมาเด๊ะเลย” แล้วแบมบี้กับมินนี่ก็ไหว้ชดช้อย เอ่ย “สวัสดีค่ะคุณกมลชนก”

    แขไขไฉไลมองงงถามว่านี่มันอะไรกัน เบสจะ อธิบายก็ถูกกมลชนกตัดบทชวนแขไขไปกันเถอะ ตนจะรีบไปส่งเธอแล้วจะกลับมาทำงาน กำชับทองตราว่าอย่ากลับบ้านดึก เดี๋ยวคนที่บ้านเป็นห่วง

    ทั้งสี่ชวนกันไปที่ร้านอาหาร คุยกันประสาเพื่อนเก่า เบสบอกว่าตนเจอกับทองตราบ่อย ถามทั้งสองว่าทองตราเล่าให้ฟังหรือยังว่าเรากลับมาเป็นแฟนกันแล้ว มินนี่ถามว่าขี้ตู่หรือเปล่า แบมบี้ก็ว่าเบสมโนไปเองหรือเปล่า ทั้งแบมบี้และมินน่ีเชียร์ทองตรากับเอ็มดีของเธอจนเบสหน้าเจื่อน ทองตราตัดบทว่าจะนินทาเจ้านายตนไปถึงไหน ชวนกินกันดีกว่า

    กินเสร็จแบมบี้กับมินนี่ไปส่งทองตราที่บ้าน นายมลเอาน้ำมาเสิร์ฟ แบมบี้ดีใจวิ่งเข้าไปนัวเนีย แต่ยังคุยติดพันเรื่องเจ้านายของทองตรา บอกให้นายมลนั่งก่อน เขา ถือโอกาสนั่งฟังพวกเธอคุยกัน แบมบี้และมินนี่เชียร์ทองตรากับกมลชนกสุดๆ

    ไม่นานก็มีแมสเซนเจอร์มาส่งของ ทองม้วนรับ เปิดดูแล้วเอามาให้ทองตรา เธองงมากเพราะเป็นเสื้อผ้าที่ไปซื้อกับกมลชนกคิดว่าเขาส่งผิดคน รีบลุกไปโทร.ถาม

    กมลชนกที่นั่งอยู่รีบปลีกตัวไปรับสถานการณ์ ทองตราโทร.ถามกมลชนกว่าส่งผิดหรือเปล่า เขายืนยันว่าไม่ผิด เธอบอกว่าตนไม่ขอรับเพราะราคาแพงเกินไปไม่เหมาะกับตน

    “คุณกำลังจะทำให้ผมเสียความตั้งใจ ผมตั้งใจจะซื้อชุดนี้ให้ผู้หญิงของผมแต่คุณกลับปฏิเสธ ในฐานะผมเป็นเจ้านาย ผมขอสั่งให้คุณรับ แล้วพรุ่งนี้ช่วยใส่มาทำงานด้วยนะครับ”

    เจอไม้นี้ ทองตราก็พูดไม่ออกวางโทรศัพท์เซ็งๆ กลับไปที่ห้องรับแขก ทุกคนรุมถามว่าตกลงเป็นของใคร พอเธอเล่าให้ฟัง รณยุทธบอกให้คืนเขาไป ถูกทองม้วนด่าว่าจะบ้าหรือ ทุกคนลงความเห็นว่ากมลชนกชอบเธอให้เธอรับไว้พิจารณาและตัดนายเบสออกไปได้เลย ทองม้วนหว่านล้อมเสียงอ่อนโยนว่า

    “เอาน่าลูก รับไว้มันก็ไม่ได้เสียหายอะไร อย่า คิดมากสิ”

    นายมลกลับมานั่งฟังอีก เห็นใครๆก็ลุ้นให้ทองตรารับกมลชนกไว้พิจารณาก็เศร้าใจ

    “ฉันว่าตอนนี้แกยังไม่มีใคร แล้วคนในครอบครัวก็เห็นตรงกันหมดว่าคุณกมลชนกเขาเหมาะสมกับแก คราวนี้ก็อยู่ที่แกว่าจะเปิดใจรับเขาได้ไหม” แบมบี้พูดเป็นการเป็นงานจนทองตรานิ่งไป

    ส่งแบมบี้กับมินนี่กลับแล้ว ทองตราเดินกลับมา เจอนายมลเดินเข้ามาหาบอกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่โชคดีมาก มีครอบครัวดี มีงานดี แถมยังมีเจ้านายดีอย่างหาที่ติไม่ได้อีกด้วย ได้ยินว่าเขาดีมาก รวยมาก ผู้หญิงที่ไหนได้เป็นคู่ชีวิตถือว่าโชคดีมาก ถ้าเขาสนใจเธอจริงๆ ตนก็ยินดีด้วยเพราะอีกหน่อยเธอจะได้สบาย

    ทองตราบอกนายมลว่าชีวิตคู่ไม่ง่ายเหมือนที่เขาคิด สิ่งที่เราเห็นมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างนั้นก็ได้

    นายมลบอกว่าแต่ความรวยก็ทำให้ชีวิตมีความสุข ไม่ต้องกัดก้อนเกลือกินและทุกคนก็ชื่นชมเขา ตนดีใจกับเธอด้วย

    “แต่ทุกคนไม่ถามฉันสักคำว่าฉันรู้สึกยังไงกับเขา”

    “ระหว่างคนที่เรารัก กับคนที่รักเรา คุณตราควรเลือกใครล่ะครับ”

    ทองตราบอกว่ามันเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องนี้ นายมลรำพึงรำพันความสิ้นหวังของตน ถามทองตราว่าตนจะมีโอกาสร่ำรวยอย่างเจ้านายเธอไหม มันคงเป็นแค่ความฝันสำหรับตน ทองตราปลอบว่า

    “นายจะท้อแท้สิ้นหวังได้ยังไง ทุกคนเกิดมาเท่ากันมีมือมีเท้ามันสมองเหมือนกัน อยู่ที่นายจะมุ่งมั่นหาโอกาสให้ตัวเองขนาดไหนต่างหาก”

    “ถ้าผมขอโอกาสอีกสักสิบปี ยี่สิบปี คุณตราจะยังรอผมได้ไหมครับ” ทองตราตะลึงอึ้ง กมลชนกยังรำพึงรำพันต่อ “ความฝันกับความจริง ยังไงมันก็เป็นเหมือนเส้นขนานไม่มีทางจะบรรจบกันได้หรอกจริงไหมครับ ได้ยินเรื่องดีๆของคุณตราวันนี้แล้วผมดีใจและทำให้ผมเห็นทางออกของชีวิตตัวเองแล้วล่ะครับ ผมควรจะไปจากที่นี่เสียที เพราะนับวันผมก็เหมือนฝุ่นละอองไม่มีค่าอะไรเลย”

    ทองตราตกใจถามว่าเขาจะลาออกหรือ จะไปไหน ไปทำอะไร กมลชนกยิ่งคร่ำครวญ บอกว่าเธออย่าสนใจตนเลย แต่ตอนนี้ “ผมบอกได้อย่างเดียวว่าความทรงจำของผมทุกอย่างที่นี่ จะเป็นกำลังใจให้ผมตลอดไปครับ ถ้าคุณตราไม่รังเกียจ ผมขออนุญาตคุณตราอย่างนึงได้ไหมครับ”

    ทองตรามองนิ่ง กมลชนกเอื้อมไปจับมือเธอ มองหน้าเว้าวอนก่อนก้มลงจูบอย่างอ่อนโยน แผ่วเบา ทองตราได้แต่นิ่ง ไม่ขัดขืน เขาค่อยๆปล่อยมือเธอ บอกว่า

    “ดึกมากแล้ว คุณตราเข้าบ้านเถอะครับ”

    ทองตราค่อยๆเดินจากไป เขามองตามตาละห้อย เธอหันกลับมามองเขาอีกครั้งก่อนเดินเข้าบ้านไป...

    เข้าห้องนอนแล้ว ทองตรานั่งที่เตียง คิดถึงคำพูดของนายมลเมื่อครู่นี้ คิดถึงกมลชนกที่พาไปซื้อเสื้อผ้าที่เธอแขวนไว้ในห้อง ยิ่งคิดยิ่งว้าวุ่น ตัดสินใจลุกขึ้นหยิบโทรศัพท์ส่งไลน์ไปให้นายมล...

    “จะทำอะไร คิดและตัดสินใจให้ดี ว่ามันจะดีและมั่นคงกว่าเดิม อย่าใช้อารมณ์”

    พอกมลชนกอ่านไลน์ก็ยิ้มอิ่มเอมใจ

    ooooooo

    เช้าวันต่อมา ขณะทองม้วนออกมาเล่นโยคะที่สนามหญ้าหน้าบ้าน เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ทองม้วนหากำไลไม่เห็น คิดว่าเป็นนายมลจึงเดินไปเปิดประตู

    พอเปิดประตูเล็กเห็นหน้านายมลก็เปิดฉากด่าทันทีว่า ไม่มีมือเปิดเองรึไง หรือคิดว่าตนเป็นคนใช้!

    “สวัสดีครับคุณแม่ ผมกมลชนกครับ” เอ่ยพลางยกมือไหว้ ทองม้วนอึ้ง เหวอ รีบปรับอารมณ์และสีหน้า ยิ้มแหยทัก ขอโทษที่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นนายมลคนครัว กมลชนกยิ้มตอบอย่างสุภาพ “ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจครับ”

    ทองม้วนถามว่ามาหายัยตราหรือ เขาบอกว่าใช่และตั้งใจจะมากราบคุณพ่อกับคุณแม่ด้วย ทองม้วนยิ้มแก้มแทบแตก ผายมือเชิญเข้าบ้าน เดินต้อนหน้าต้อนหลังปลื้มกับมาดแมนแฮนด์ซั่มของเขาจนแทบจะอุ้มเข้าไปเลย

    ทองตราใส่ชุดที่กมลชนกซื้อให้ตามคำสั่งของเขาเดินมา ทองม้วนถลาไปเอามือปิดตาพาเดินเข้ามาที่ห้องรับแขกบอกให้ทายซิว่าใครมา เธอทายว่าไม่ใช่เบสก็ต้องเป็นแบมบี้กับมินนี่

    “ผิดทุกข้อ” ทองม้วนเอามือออก ทองตราเห็นก็พึมพำว่านายมล ทองม้วนหัวเราะคิกคัก “เห็นไหมแม้แต่หนูก็ยังเข้าใจผิดคิดว่าคุณกมลชนกเป็นนายมลเหมือนแม่เลย ไหนๆก็มาแล้วเดี๋ยวอยู่กินอาหารเช้าด้วยกันก่อนนะลูก”

    “ครับคุณแม่”

    ทองตราเดินงงๆไปนั่งที่โซฟาตรงข้ามกับกมลชนก ทองม้วนจึงขอตัวไปในครัว พอดีทองทิวกับรณยุทธเดินเข้ามา กมลชนกไหว้รณยุทธ ส่วนทองทิวเดินไปกอดเพื่อน แซวว่าจะมารับน้องตนขออนุญาตหรือยัง เห็นไหมว่ามีขาใหญ่คุมอยู่ พลางชายตาไปที่พ่อ รณยุทธพูดสบายๆว่า

    “ไม่เป็นไร เพราะยังไงผมก็รู้สึกว่าคุ้นเคยกับคุณดี เหมือนรู้จักกันมานานมาก...”

    ทองตรามองหน้าพ่องงๆ กมลชนกยิ้มเจื่อน ทองทิวเลยตัดบทชวนไปกินอาหารเช้ากันดีกว่า

    ooooooo

    ทองตรายังกังวลเรื่องนายมลจะลาออก สั่งกำไลว่าถ้าเจอนายมลให้คอยดูเขาไว้ให้ดีอย่าให้ไปไหน กำไลถามว่าทำไมต้องคอยดู ทองตราตัดบทว่าอย่าถามมาก ตนสั่งอะไรก็ทำตามนั้น เข้าใจไหม

    เมื่อทองตรานั่งรถไปกับกมลชนก ทองม้วนเพ้อกับรณยุทธว่าคู่นี้สมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก รณยุทธขัดคอว่าแม่ม้วนคิดไปถึงไหนต่อไหนแล้วมั้ง เลยถูกเอ็ดว่าตนแค่พูดให้ฟังไม่ได้ขอความเห็น มองตามรถยิ้มปลื้มเพ้อ...

    “ว้าว...ลูกกมลชนกของฉัน...หล่อ...หรู...รวย มาแรงแซงทุกคนจริงๆ”

    เมื่อไปถึงโรงแรม กมลชนกเดินยิ้มกริ่มเข้าไปกับทองตรา เขามองเธอในชุดที่ซื้อเมื่อวาน ชมว่าวันนี้เธอสวยจริงๆ ขณะกำลังจะพูดต่อก็ชะงักค้าง เมื่อน้องเอยหญิงสาวสวยกรี๊ดกร๊าดวิ่งเข้ามากอดแขนเขาแล้วหอมแก้มซ้ายขวา ถามว่าหายไปไหนนานรู้ไหมว่าน้องเอยคิดถึง

    “ขอบคุณครับ” กมลชนกยิ้มแหยเขิน ทองตราลอบมอบอย่างกระอักกระอ่วนใจ

    น้องเอยเกาะแขนกมลชนกแจเดินไปรอลิฟต์ด้วยกัน ทันใดนั้นก็มีหญิงสาวอีกคนกรี๊ดกร๊าดเข้ามาทัก ชวนคืนนี้ไปดูหนังรอบค่ำด้วยกัน เลยเกิดศึกชิงหนุ่มกันที่หน้าลิฟต์ ต่างคนต่างอ้างสิทธิ์ของตัว จนกมลชนกต้องบอกให้พอแล้ว สองสาวก็หยุดทันที พอดีลิฟต์มา กมลชนกรีบเข้าไป สองสาวเบียดแย่งกันตามไป ทองตราได้แต่มองอย่างเหนื่อยใจ

    เมื่อขึ้นถึงห้องทำงาน ทองตราจำต้องกันสองสาวไปนั่งที่เก้าอี้รับแขกแล้วขอตัวไปทำงาน ทองตรายังกังวลเรื่องนายมล ไลน์ไปบอกว่า “อย่าเพิ่งไปไหน ให้รออยู่ที่บ้าน เย็นนี้ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”

    กมลชนกบอกให้ทองตราไปกันสองสาวให้กลับไปเสีย เธอบอกว่าตนเป็นแค่เลขาไม่มีอำนาจทำอย่างนั้นและนี่ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา อย่าให้ตนเข้าไปยุ่งเลยมันไม่เหมาะ

    “ผมจะทำให้คุณเหมาะ และมีอำนาจ เพราะนี่มันคืองาน คือหน้าที่ของคุณ” แล้วเขาก็เอากล่องแหวนเพชรออกมาบอกเธอว่า “คุณช่วยบอกกับทุกคนว่าเราเป็นคู่หมั้นกันด้วยการสวมแหวนวงนี้” ทองตราติงว่านี่ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา “แต่มันใช่สำหรับตอนนี้ แล้วผมก็รู้ตัวดีและมีสติทุกอย่าง ผมถึงได้บอกให้คุณช่วย จะได้ตัดปัญหาเรื่องผู้หญิงออกไป ผมจะได้ทำงานจริงจังเสียที”

    ทองตราอึดอัดใจ กมลชนกออดอ้อนขอให้เธอช่วยเพราะตนหงุดหงิดใจทนไม่ไหวแล้วจริงๆ เธอจึงตกลง เขาดีใจมาก จับมือเธอสวมแหวนเพชรให้ที่นิ้วนางทันที เสร็จแล้วเอ่ยตาเชื่อม

    “ขอบคุณนะครับคุณตรา ที่ยอมทำเพื่อผม ขอบคุณจริงๆ”

    “ฉันทำเพราะมันเป็นหน้าที่ค่ะ” ทองตราตอบหน้า นิ่งแล้วเดินออกไป กมลชนกมองตามยิ้มเจ้าเล่ห์

    ขณะทองตราออกไปบอกสองสาวให้กลับไป เธอไม่เพียงไม่กลับแต่ยังวิ่งแข่งกันเข้าไปแย่งเกาะกอดกมลชนกนัวเนีย

    ทันใดนั้น แขไขไฉไลผลักประตูเข้ามาเห็นสองสาวนัวเนียกมลชนกก็หึงลมออกหูไล่ไปให้พ้นอย่ามายุ่งกับผู้ชายของตน กมลชนกบอกให้ใจเย็นๆ เพราะนี่คือลูกค้าของตน

    สองสาวไม่ยอมเป็นลูกค้าแต่จะเป็นเจ้าของ เลยทะเลาะกันเองจนจะตบตีกัน ทองตราตวาดให้หยุด ที่นี่เป็นที่ทำงาน

    “นี่เธอคิดว่าเป็นใครทำตัวใหญ่เสียเหลือเกิน กะอีแค่เลขาหน้าห้อง” แขไขไฉไลมองเหยียด

    ทองตรารวบรวมความกล้าหน้าทน เพราะคิดว่านี่เป็นสิ่งที่จะแก้ปัญหาได้ ทำหน้าเข้มโต้ว่า

    “ฉันไม่ได้เป็นแค่เลขา แต่ฉันเป็นคู่หมั้นคุณกมลชนก เชิญทุกคนออกไปจากห้องคู่หมั้นฉันเดี๋ยวนี้!”

    สองสาวเผ่นแน่บ แขไขไฉไลมองทองตรานิ่งก่อนเดินเชิดออกไปอย่างแค้นใจ

    สองสาววิ่งออกจากห้อง ก็ไปหาเทวาที่มุมลับตาในโรงแรม รับค่าจ้างบอกว่ามีงานอีกก็เรียกได้ แล้วเริงร่าแยกกันไป

    แขไขไฉไลไปฟ้องกาญจนาว่าเลขาของกมลชนกบอกว่าเป็นคู่หมั้นของเขาจริงหรือ กาญจนางงๆแต่แก้ปัญหาได้อย่างเฉียบขาดชัดเจนว่า

    “เรื่องนี้แม่ไม่เคยเข้าไปก้าวก่าย ก็เคยบอกแล้วไง ว่าถ้าเขารักใครและคนคนนั้นเป็นคนดี แม่ก็รักด้วย”

    แขไขไฉไลหน้าแตกเลยกลับไปด้วยความแค้นยิ่งขึ้น ลงไปนั่งหน้าถมึงทึงที่ล็อบบี้ จนไววิทย์ถามว่าเจ็บมากใช่ไหม ทนไหวไหม บอกว่าถ้าเรื่องรักมันไปไม่ได้อย่างที่หวังอยากจะถอดใจพ่อก็ไม่ว่า แต่ขอให้เราเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยว่ากันจะได้ไหม

    “แขจะไม่มีวันถอดใจ เขาหมั้นได้ก็ถอนหมั้นได้แล้วแขก็ต้องได้ทุกอย่างไม่ว่าคนหรือเงิน อีกไม่นานเขาจะได้รู้ว่า คนอย่างแขถ้าเอาจริงมันเป็นยังไง ใครจะเจ็บกว่ากัน”

    “งั้นเราก็เดินหน้าต่อไปลูก”

    สองพ่อลูกพยักหน้าให้กัน เธอบอกให้พ่อกลับไปก่อนตนมีธุระต้องทำต่อ แล้วกดโทรศัพท์หาเบสทันที

    เบสมาเร็วทันใจ พอได้ฟังแขไขไฉไลเล่า เบสไม่เชื่อ มั่นใจว่าเป็นแผนของกมลชนกมากกว่าเพราะเขาเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบาย เธอเสนอว่าอย่างนี้เราก็ต้องจับโกหกเขาให้ได้ พอดีเห็นกมลชนกเดินอารมณ์ดีออกมาจึงสะกดรอยตาม

    ooooooo

    ทองตรากังวลเรื่องนายมล โทร.ก็ไม่ติด ไลน์ก็ไม่อ่าน พอกลับถึงบ้านก็เดินตามหา เจอกำไลก็ถามว่าเจอนายมลหรือยัง เขาไปไหน ให้ตามมาหาตนเดี๋ยวนี้

    กำไลบอกว่าตั้งแต่เช้ายังไม่เห็นเจ๊เลย เมื่อกี๊ไปดูที่ห้องก็ไม่เจอ แต่ของยังอยู่ครบ บอกว่าไม่ต้องห่วงหรอกเดี๋ยวก็กลับมา อาจออกไปหาผู้ชาย จะเอาอะไรกับตุ๊ด

    ทองตราจึงไปที่ห้องรับแขกที่ทุกคนในครอบครัวนั่งเล่นกันอยู่ ทองม้วนตาไวเห็นแหวนเพชรเม็ดเขื่องน้ำงามที่นิ้วนางถามว่าไปเอามาจากไหน หรือใครให้ ทองตราแกล้งหยอกแม่ว่าแหวนหมั้นมังคะ ทุกคนหันมองเป็นตาเดียว รณยุทธตึงเครียดกว่าเพื่อนถามว่าทำไมเกิดเรื่องอย่างนี้ได้ ทองทิวมโนเลยเถิดไปว่าหรือไอ้มลมันทำท้อง

    ทองตราหัวเราะบอกว่าตนมีสติดี มีการศึกษาไม่มีวันทำอย่างนั้นให้เสียชื่อหรอก แล้วเล่าให้ฟังว่า

    ตนทำตามหน้าที่เท่านั้น แต่รณยุทธก็ไม่พอใจบ่นว่า

    “หน็อยแน่ะ สร้างเรื่องโกหกเพื่อจะเอาตัวรอดจากผู้หญิง มันใช้ได้ที่ไหนไอ้คนอย่างนี้มันเห็นแก่ตัวชัดๆ”

    ทองม้วนโต้ว่าเขาจริงใจต่างหาก เป็นตนก็ทำอย่างนี้ใครที่เป็นเสี้ยนหนามก็ต้องจัดการให้หมด พูดอย่างอิ่มเอมใจว่าอีกไม่นานเรื่องหลอกๆก็จะเป็นเรื่องจริง ไม่เชื่อก็คอยดู ทองตราเพลียใจติงว่า

    “แม่คะ ท่องไว้ค่ะว่านี่มันแค่เรื่องหลอกๆ ไม่มีวัน เป็นจริง”

    ooooooo

    เบสกับแขไขไฉไลขับรถตามกมลชนกมา แปลกใจ ที่เขาขับรถเข้าไปในบ้านอาม่า แขไขไฉไลจึงลองไปกดกริ่งหน้าบ้าน โอ๊คโผล่หน้ามาดู เบสตะโกนว่ารบกวนขอสอบถามอะไรหน่อยได้ไหม โอ๊คจึงวิ่งออกมา

    แขไขไฉไลบอกว่ามาขอพบกมลชนก โอ๊คบอกว่าไม่มีคนชื่อนี้ มีแต่มิสเตอร์ริชาร์ดเจ้าของบ้าน

    “หรือว่าพี่มลกับนายมล คนหน้าเหมือนจะเป็นคนคนเดียวกัน” เบสสงสัย

    เบสไปกดกริ่งบ้านทองตรา กำไลชะเง้อมอง ร้องดีใจว่าคุณเบสมา พลางวิ่งไปเปิดประตู

    กมลชนกเห็นกำไลวิ่งดี๊ด๊าออกไปเปิดประตูก็โดดหลบแอบฟัง

    “นายมลอยู่ไหมกำไล” เบสถาม

    “อยู่ค่ะ แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน”

    กมลชนกเห็นทั้งสองตามราวีไม่เลิก ทำใจดีสู้เสือ ถามออกไปว่า “มีอะไรเหรอคะคุณเบส ถามถึงมลทำไม หรือว่าคิดถึง” แล้วตุ้งติ้งถลาไปนัวเนีย เบสผลักออกอย่างรังเกียจ บอกว่าแค่ถามถึงเฉยๆ เพราะไม่เห็นมานานแล้ว

    แขไขไฉไลจับตาดูพูดอย่างรู้ทันว่า “มลคะ นี่มลกล้าทำได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอคะ”

    เธอบอกว่าเราคบกันมานาน ต่อให้เขาทำมากกว่านี้ ตนก็จำได้ กำไลแทรกว่าอย่าไปตื๊อเลย ยังไงนี่ก็คือนายมล คนครัวไม่ใช่กมลชนก มีแต่คนเข้าใจผิดจนเสียความเป็นส่วนตัวไปหมด ยืนยันว่าเขาคือเจ๊มลของตน

    กมลชนกทำกระแดะผายมือเชิญทั้งสองเข้าไปข้างใน พอไปเจอทองม้วน ทั้งสองก็ช่วยกันเผากมลชนกว่า กำลังหลอกทองตรา แขไขไฉไลคือแฟนเก่าที่กำลังกลับมารักกันใหม่ ใครๆก็รู้ โดยเฉพาะทองทิว แขไลไฉไลบอกว่าตนกล้ามาวันนี้เพราะอยากให้ทองตราเห็นใจหัวอกผู้หญิงด้วยกัน ถอนหมั้นเสียเถอะ

    “แต่ฉันว่าเรื่องอย่างนี้มันอยู่ที่ผู้ชาย คุณควรจะไปคุยกันแล้วรีบให้เขาบอกกับฉัน ถ้าจะต้องถอนหมั้น ฉันก็โอเค แต่ให้เขาสมัครใจมาก็แล้วกัน มันแฟร์ดี”

    “ได้ค่ะ งั้นแขจะรีบกลับไปคุยกับเขา ขอตัวนะคะ” เธอจำต้องไหว้ลา

    เบสแยกไปคุยกับทองตรา เขาพยายามบอกว่าเธอถูกกมลชนกหลอกชวนเธอลาออกจากที่นี่แล้วไปทำงาน กับตน ทองตราบอกว่า รู้ว่าเขาหวังดี แต่เรื่องของชีวิตตนจะเป็นคนคิดเอง เบสพูดผิดหวังว่า “งั้นตราก็ต้องทำใจ...ที่จะต้องเสียใจเพราะผู้ชายคนนั้น” แล้วเดินหน้าเศร้าไป

    เมื่อมาเจอกันในรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน ทั้งแขไขไฉไล และเบสต่างไม่พอใจ แขไขไฉไลแค้นลึกอาฆาตว่า ในเมื่อกมลชนกกล้าทำกับตนขนาดนี้ ต่อไปตนจะไม่สนใจอะไร ไม่สนใจใครทั้งนั้น เบสตกใจถามว่าพี่จะทำอะไร

    “อะไรก็ได้ที่จะทำให้สองคนนั้นแยกจากกัน ที่สำคัญเราต้องหาความจริงให้ได้ว่ามลหลอกผู้หญิงคนนั้นจริง

    ดูซิถ้ารู้ว่าถูกหลอกหล่อนจะทำหน้ายังไง” เบสติงว่า

    ทองตรากำลังถูกหลอก พี่จะโกรธเธอไม่ได้ “เรื่องนี้ไม่มีปัญหา มันอยู่ที่ว่าเขาถูกหลอกจริงหรือจงใจให้เขาหลอกกันแน่”

    แขไขไฉไลตาวาวแค้น ส่วนเบสถอนใจหน้าเครียด

    ooooooo

    คืนนี้...ทองตรานั่งเครียดอยู่ที่เก้าอี้สนาม นายมลเอาน้ำส้มมาให้ถามว่าเธอหมั้นกับกมลชนกจริงหรือ เธอบอกว่าแค่เขาอุปโลกน์ขึ้นมา และตนทำไปก็เพราะหน้าที่เท่านั้น

    นายมลบอกว่าตนจะดีใจมากถ้ามันเป็นเรื่องจริง ตนเชื่อว่าเขารักเธอจริง อยากให้เธอใส่แหวนนี้ไว้ตลอดไป เพราะมันเหมาะสมกับเธอที่สุด

    ทองตราเปลี่ยนเรื่องถามว่าเมื่อกลางวันเขาไปไหนมา เขาบอกว่าไปหาสมัครงานเพราะเธอเคยบอกว่าคนเราต้องมุ่งมั่นหาโอกาสตนเลยอยากหาโอกาสนั้นให้กับตัวเองบ้าง เธอถามว่าเขาจะไปไหน

    “ยังไม่รู้เลยครับผมทั้งจนและความรู้น้อยก็คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบุญวาสนาพาไปพร้อมกับใจ และความสามารถ”

    ทองตราน้ำตาเอ่อพูดอย่างน้อยใจว่า ถ้าเขาจะไปตนก็ยินดี น้ำตาร่วงเผาะแล้วจะวิ่งไป นายมลคว้ามือไว้ถามว่าเธอร้องไห้ทำไม เธอส่ายหน้าวิ่งไป นายมลวิ่งตามด้วยความเป็นห่วงเผลอวิ่งตามเธอเข้าไปในห้อง

    นายมลถามว่าเธอร้องไห้ทำไม หรือไม่อยากให้ตนไป เธอตอบไม่สบตาว่าเปล่า เขาพูดอย่างน้อยใจว่า

    “งั้นผมก็คงเข้าใจผิด คิดเองมาตลอดว่าคุณตรารักผมแต่สุดท้ายมันก็ไม่ใช่” ทองตราพูดไม่ออกโผเข้ากอด นายมลยืนอึ้งกอดปลอบ “ผมเข้าใจแล้วและผมจะไม่ไปไหน อย่าร้องไห้นะ ผมสัญญาว่าจะอยู่ที่นี่กับคุณ”

    กมลชนกในคราบนายมล ประคองหน้าเธอเช็ดน้ำตาให้ ทองตรายิ้มกอดเขาไว้

    แต่แล้วเรื่องก็กลับตาลปัตรกลายเป็นเรื่องร้ายแรงใหญ่โต เมื่อกมลชนกออกจากห้องทองตราเจอทองม้วนออกจากห้องพอดี ทองม้วนเหมือนถูกฟ้าผ่าตรงหน้า ร้องกรี๊ดแล้วปรี่เข้าตบทุบตีเขาอย่างบ้าคลั่งจนทองตราต้องเข้าไปห้าม นายมลถูกไล่ออกจากบ้านคืนนั้นเลย

    ทองม้วนคาดคั้นทองตราว่ามีอะไรกับนายมลแล้วใช่ไหม เธอปฏิเสธก็ไม่เชื่อ ถามว่าคิดยังไงถึงไปชอบมันทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่มีค่ามีราคาอะไรเลย

    “หนูวัดคนที่ความดีความมีคุณค่า ไม่เคยคิดเป็นมูลค่าค่ะแม่...ถึงเขาจะเป็นอะไรจนแค่ไหน แต่เขาก็มีหัวใจ เป็นคนดี เป็นคนคนเดียวที่ทำให้หนูสบายใจได้ค่ะแม่” ทองม้วนประชดว่าที่แล้วมาตนทำให้ทุกข์ใจมากเลยใช่ไหม “หนูก็แค่อึดอัด ในเมื่อเรารักกันด้วยใจ ไม่เคย ทำอะไรเสียหาย ทำไมเราจะรักกันไม่ได้ล่ะคะ”

    ทองม้วนหาว่านายมลเสี้ยมสอนให้เธอเถียงและขึ้นเสียงกับแม่ ทองตราบอกว่าตนไม่ได้เถียง แต่มันคือเหตุและผลที่ตนอยากให้แม่รู้ว่าตนคิดยังไง ทองม้วนรับไม่ได้ตึงตังออกไป ทองตราจึงวิ่งตามไป

    นายมลหิ้วกระเป๋าเดินไปที่ประตู ทองม้วนตามไปตบตีชี้หน้าด่าอีก ทองทิวออกมาบอกแม่ว่าเดี๋ยวตนจัดการเองแล้วส่งสัญญาณให้กมลชนกเล่นละครคิวบู๊กับตน

    ทองตราสงสารนายมลที่ถูกทำร้ายเข้าไปห้าม

    พี่ชาย ถูกทองทิวไล่และสั่งกำไลให้ไล่นายมลออกจากบ้านอย่าให้มาที่นี่อีก กำไลดึงนายมลออกไปเพราะไม่อยากให้ถูกทำร้าย บอกว่า เจ๊ไปก่อนวันหลังค่อยมาใหม่

    นายมลถูกลากออกไป ทองตราตามไปจับประตูรั้วร้องไห้ เขาบอกเสียงเครือว่า

    “ใจเย็นๆ แล้วฟังผมนะ คุณรอผมอยู่ที่นี่ อีกไม่นาน ผมจะติดต่อกลับมา”

    ทองตราพยักหน้า มองนายมลเดินจากไปน้ำตาไหล

    ooooooo

    ทองม้วนร้องไห้ดุด่าตัดพ้อทองตราว่าทำให้เสียใจที่ไปรักกับคนใช้ในบ้าน รำพันความรักความหวังที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกได้ดี เพื่อที่วันข้างหน้าไม่มีพ่อแม่แล้วลูกจะได้มีใครสักคนที่พร้อมจะดูแลแทน พ่อกับแม่ก็หมดห่วง

    ทองตราร้องไห้โฮอย่างอัดอั้น ทองทิวกอดปลอบน้อง รณยุทธยืนอึ้งพูดอะไรไม่ออก

    เมื่อไล่นายมลออกไป ชีวิตคนในบ้านก็กระเทือนไปหมด กาแฟที่กำไลชงให้ก็กลืนกันไม่ลง ทองม้วนก็ต้อง เข้าครัวทำอาหารเองอย่างทุลักทุเล แต่ถึงจะลำบากยังไงก็ไม่เอาคนใช้อีกแล้ว ที่ผ่านมาไม่มีคนใช้แต่ช่วยกันทำเราก็อยู่ได้เหมือนเดิม ไม่ต้องเสียเงินและสบายใจด้วย

    ฝ่ายกมลชนกเมื่อถูกไล่ออกจากคนใช้ก็กลับไปทำงานอย่างเป็นทางการ พอไปถึงโรงแรมเทวากล่าวต้อนรับอย่างกระตือรือร้น เขาถามว่าคุณแม่โทร.มาบอกแต่เช้าหรือ เทวาบอกว่าตนรู้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

    “มันชักจะยังไงอยู่นะ คุณแม่กับคุณอาเนี่ย” กมลชนก สงสัย เทวาชวนคืนนี้ไปฉลองกันดีไหม “ไม่ดีกว่าเดี๋ยวนี้ผมรู้สึกเบื่อ ไม่อยากเที่ยวกลางคืน ผมต้องทำตัวให้ดีเพราะต่อไปนี้ผมต้องทำให้ทองตราเขารักผมไม่ใช่รักนายมลคนที่ไม่มีตัวตนคนนั้น”

    “ช่างมุ่งมั่นจริงๆ เจ้านาย ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้จริง”

    “ความรักมักทำให้คนเปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนไป และต่อไปนี้ผมก็จะทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานและเดินหน้าตามหาความรักจากทองตราให้ได้”

    “งั้นผมขอเชียร์สุดใจเลยแล้วกัน” เทวาไม่เจียม สังขารเต้นท่าเชียร์ลีดเดอร์จนกมลชนกขำ

    ooooooo

    ทองตราเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคิดมากจนลืมทำงานที่กมลชนกสั่ง เขาถามว่าเธอเป็นอะไรจนเบลอได้ขนาดนี้

    ทองตราส่ายหน้า บอกว่าไม่น่าเชื่อว่าการหมั้นกันหลอกๆจะทำให้หลายคนต้องเดือดร้อนทุกข์ใจ แล้วถอดแหวนหมั้นคืน ขอเลิกเล่นบทนี้ กมลชนกรับแหวน ไปบอกว่า ถ้ามันทำให้เธอสบายใจตนก็ยินดี

    ฝ่ายเบสยังพยายามบอกทองตราว่ากมลชนกกับนายมลเป็นคนคนเดียวกันเพื่อให้เธอรู้ว่ากำลังถูก

    กมลชนกหลอก เพราะวันก่อนตนเห็นเขาขับรถเข้าไปบ้าน ข้างบ้านเธอ ทองตราไม่เชื่อ เบสบอกว่าไม่เป็นไรแต่ถ้าวันหน้ามันใช่อย่างที่ตนพูดหวังว่าเธอคงไม่เสียใจนะ

    เมื่อกลับไปบอกแขไขไฉไลว่าทองตราไม่เชื่อที่ตนบอก เธอหัวเราะเยาะว่า

    “สาวโลกสวยมีไอคิวแต่อาจจะบกพร่องทางอีคิวก็ได้ใครจะไปรู้” เบสขออย่าว่าแฟนตนอย่างนั้น “นี่พี่ชมนะ เอาน่าเบสใจเย็นๆ เรื่องมันเพิ่งเริ่ม อย่าเพิ่งท้อ

    สิจ๊ะ” พอดีเห็นกมลชนกเดินผ่านไป เธอบอกเบสว่า ยังมีอะไรให้เล่นอีกเยอะแล้วแกล้งตะโกน “นายมล...”

    กมลชนกเผลอหยุดกึกหันขวับ แขไขไฉไลโบกมือ ทักทายเขาจึงรู้ว่าหลงกลเธอแล้ว รีบทำท่าปกติโบกมือตอบแล้วเดินไป แขไขไฉไลบอกเบสอย่างมีแผนว่า

    “ทองตรายังไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้เราเชื่อและมั่นใจแล้วจับให้มั่นคั้นให้ตายก็พอ แล้วค่อยมาต่อที่ทองตรา”

    แขไขไฉไลยิ้มเจ้าเล่ห์กับเบส ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังไปที่ห้องทำงานของกมลชนกถามทีเล่นทีจริงว่า

    “ว่าไงนายมล วันนี้มีเมนูอะไรให้กินบ้าง” กมลชนก ทำไขสือ ถามว่าพูดอะไรตนไม่รู้เรื่อง เธอเล่าจับเท็จเขาว่า ตนกับเบสเห็นเขาขับรถเข้าไปในบ้านติดกับบ้านทองตรา เขาทำเสียงรำคาญว่าไร้สาระ ประชดว่า ถ้าตนทำจริงก็คงทำเพื่อพิสูจน์รักแท้จะได้ไม่ถูกใครหลอกอีกเพราะตนเจ็บแล้วจำ ถามว่าเธอทำอย่างนี้เพื่ออะไร

    “เพื่อความสะใจไงคะ ถ้าใครทำให้ฉันไม่มีความสุขก็อย่าหวังว่าจะมีความสุขเหมือนกัน” พูดแล้วจ้องหน้ายิ้มเยาะอย่างเป็นต่อ

    “เธอมันบ้าไปแล้วจริงๆ”

    แม้จะปากแข็ง แต่ฟังแขไขไฉไลอาฆาตแล้ว กมลชนก ก็แอบเครียด

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 19:14 น.