ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

‎พ่อไก่แจ้

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คุณนายนอนให้อาทิตย์นวด พอเขานวดเสร็จ คุณนายก็หายเป็นปลิดทิ้งเหมือนคราวก่อน

แต่ขณะคุณนายกำลังหลงใหลได้ปลื้มหมอเทวดาอยู่นั่นเอง มัทนีก็เดินหน้าถมึงทึงเข้ามาสั่งอย่างเกรี้ยวกราด

“หยุดๆๆ หยุดเดี๋ยวนี้ นายอาทิตย์” พอทุกคนชะงักงง เธอจ้องหน้าเขา “พอกันที กับการเล่นกลทำตลกบ้าบอหลอกคุณพ่อคุณแม่ฉันให้หลงเชื่อนาย” คุณนายติงว่าทำไมว่าหมออย่างนั้น “เขาเป็นพวกมารสังคม เป็นแก๊งทำลายผู้หญิง”

“ไร้สาระ คุณมัทนี ผมก็เป็นตัวผมนี่แหละแล้วผมก็นวดเป็นจริงๆ ที่บ้านผมทำกิจการเกี่ยวกับสิ่งนี้” ชี้แจงและแน่ใจว่าคุณนายหายแล้วอาทิตย์จึงลากลับ คุณนายถามว่าคิดค่ารักษาเท่าไร “ไม่หรอกครับ ผมรักษาฟรี อะไรๆก็ฟรีทั้งนั้นเพราะสิ่งที่ผมต้องการนั้นคือบุญคุณ คุณมัทนี คุณเป็นหนี้บุญคุณผม ถ้าไม่ใช้ในชาตินี้ก็ต้องไปใช้ในชาติหน้าว่ะฮ่ะๆๆ”

อาทิตย์หัวเราะร้ายเดินออกไป มัทนีบอกคุณนายว่าอาทิตย์เป็นพวกขบวนการผู้ชายเลวๆ พวกชอบพรากผู้เยาว์ พวกเขาลวนลามพนักงานในออฟฟิศ เจ้าชู้ หลอกผู้หญิงไม่เลือกลูกเขาเมียใคร เขาทำทุกอย่างก็เพื่อขัดขวางงานของมูลนิธิตนและการพยายามดูแลสถาบันครอบครัวเป็นสุขของคุณแม่ พูดอย่างแค้นใจว่า

“แล้วที่เขาเข้ามาในบ้านนี้ ก็เป็นแผนที่จะเข้ามาก่อกวนทำลายการทำงานของเรา”

คุณนายพึมพำถามว่า จริงหรืออาทิตย์ เขาไม่ตอบมองหน้ามัทนีอย่างไม่เข้าใจเธอจริงๆ ส่วนมัทนีมองเขาอย่างปักใจเชื่อว่าเป็นคนเลวแน่นอน! สั่งโหน่งกับเหน่งให้ไล่เขาออกจากบ้านไป

“นี่คุณมัทนี โลกนี้ไม่ได้มีแต่สีขาวกับสีดำนะครับ ยังมีสีเทาสีสันอื่นๆอีกเพียบเลย ฟันธงได้เลยว่าคุณยังหาแฟนไม่ได้ใช่ไหม หึๆ ผู้หญิงแบบนี้ใครจะเอ๊า...ดูก็รู้ว่ามีปมด้อยเรื่องผู้ชายอย่างรุนแรง”

อาทิตย์เยาะเย้ยมัทนี ทำให้ทั้งหาญและคุณนายโมโหมาก ต่างรุมกันด่าว่าเขา โดยเฉพาะหาญโกรธจนลืมหมดทุกอย่าง ด่าอาทิตย์ที่บังอาจมาลบหลู่ลูกสาวที่ตนบูชาเหนือสิ่งอื่นใด ไล่ให้ออกจากบ้านนี้ไปเลย

“ผับเพลย์เกิร์ล!!” อาทิตย์ตะโกนขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่ทำเอาหาญชะงักหน้าเผือด เปลี่ยนเสียงเป็นพูดดีกับอาทิตย์ บอกมัทนีกับคุณนายที่มองงงๆว่า ตนแค่หยอกอำอาทิตย์เล่นเท่านั้น แล้วทำตีซี้โอบไหล่พาออกไป พอพ้นหน้าลูกเมียหาญด่าอาทิตย์ว่าเลวอย่าง

ที่มัทนีว่าไว้จริงๆ แต่พออาทิตย์จะแฉอีก หาญตัดบทว่า “แกเคยช่วยฉัน วันนี้ฉันก็ช่วยแก เราเจ๊ากันแล้ว ไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว เพราะฉะนั้น ในฐานะลูกผู้ชายเหมือนกันและเป็นคนดีเหมือนกัน แกต้องสาบานว่าจะไม่พูดเรื่องของฉันอีก”

“ได้ครับผมสัญญา” หาญชมว่าดีมาก อาทิตย์จึงพูดต่อว่า “แต่...ผมไม่รักษาสัจจะ จะมาเอาจริงเอาจังอะไรกับคำพูดจากปากคนอย่างผมครับ ถ้ามีใครหรืออะไรมากวนอารมณ์ยั่วยวนให้ผมเผลอไผลหลุดปาก ช่วยไม่ได้นะครับ ผมค่อนข้างจะปากพล่อยด้วย อาจจะหลุดปากแฉอย่างหมดเปลือก ทั้งเรื่องโคโยตี้และเรื่อง...” อาทิตย์มองต่ำลงที่เป้ากางเกงหาญ “ปัญหาส่วนตัวของท่านนะครับ หึๆๆ”

“ไอเลว...ไอ้!!” หาญโกรธจนด่าไม่ออก

ooooooo

ผลกระทบจากข่าวฉาวที่ลงหนังสือพิมพ์ของอาทิตย์ ทำให้ห้างดังยกเลิกการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของคุณนายลิ้นจี่ เพื่อรักษาภาพพจน์ของห้าง

“อาทิตย์...อธิบายมาซิว่านี่มันอะไร ทำไมอยู่ๆก็มีข่าวถึงลูกแบบนี้” คุณนายลิ้นจี่ถามแทบหมดแรง...

ในขณะเดียวกัน เอกชเยศร์สะใจกับผลงานของตนมาก เขาโทร.คุยกับมัทนีว่า ตนจะติดตามพฤติกรรมของพวกลูกไฮโซแก๊งนี้แบบไม่ให้ตกกระแสง่ายๆ แล้วเอาสกู๊ปข่าวที่จะตีพิมพ์พรุ่งนี้ให้ดู รับรองนายอาทิตย์ดิ้นพล่านแน่ มัทนีขอเอาสกู๊ปและคลิปที่เขามีทั้งหมดเป็นเอกสารประกอบคดี เพราะตนไม่อยากให้มีการประนีประนอมเหมือนคราวก่อนอีก

“มัทจะเอาคลิปไปใช้เหรอ...ได้ๆ ไม่ต้องห่วงมันเป็นลิขสิทธิ์ของรุ่นน้องเอกน่ะ แต่เดี๋ยวเอกจะคุยให้นะว่าต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรหรือเปล่า ไม่ต้องห่วง ถ้ามันจะขอค่าใช้จ่ายอะไรเดี๋ยวเอกออกให้ก่อนแล้วค่อยไปเก็บเอากับมัทก็ได้ สบายๆจ้ะ บาย”

พอวางสายเอกชเยศร์ก็ได้รับบทความที่ลูกน้องเอามาให้บอกว่าเขียนตามที่เขาบรีฟมาเลย ลูกไฮโซมักง่ายไม่มีจิตสำนึกและดูถูกคนจน รับรองมันแน่ เอกชเยศร์รับไปอย่างพอใจมาก

ฝ่ายคุณนายจำเนียรที่กำลังจะออกไปให้สัมภาษณ์รายการวิทยุ โทร.มาสั่งมัทนีว่าเสร็จงานให้แวะรับตนไปสปาด้วย มัทนีนัด ห้าโมงเย็นจะไปรับ

คุณนายไม่ทันออกจากบ้าน เจอหาญกำลังแอบโทร.นัดกิ๊กนกให้ออกมาพบกัน กิ๊กนกถามว่าจะไปพบที่ไหน หาญดีใจถึงกับร้องไชโย คุณนายถามว่าดีใจอะไรนักหนาหรือ มีความสุขแปลกๆ คุยกับใครอยู่?

“เปล๊า...ก็แค่...เพิ่งสนทนาธรรมกับหลวงพ่อนกเสร็จ” หาญโกหกเนียนเสียจนคุณนายไม่สงสัย แถมยังไชโยดีใจไปกับหาญด้วย

ooooooo

ในงานให้สัมภาษณ์ทางวิทยุของคุณนายนี่เองได้เจอกับคุณนายลิ้นจี่ที่เป็นสปอนเซอร์ใหญ่ของรายการ ต่างทักทายกันด้วยความยินดี

คุณนายลิ้นจี่ฟังการให้สัมภาษณ์และตอบปัญหาของคุณนายจำเนียรแล้วพอใจมาก พอจบรายการ มัทนีมารับคุณนายจำเนียร จึงได้พบกับคุณนายลิ้นจี่ที่ชื่นชอบและมาดมั่นที่อยากได้เธอมาเป็นสะใภ้ คุณนายลิ้นจี่จึงเชิญทั้งคุณนายจำเนียรและมัทนีไปในงานเปิดตัวสินค้าสมุนไพรตัวใหม่คือ ยาโด่ไม่รู้ล้มสูตรใหม่ คุณนายลิ้นจี่เชิญชวนว่า

“อิฉันขอเชิญชวนคุณจำเนียรกับหนูมัทไปงานเปิดให้ได้ เพราะงานนี้เชื่อได้ว่าต้องมีพวกหื่น จิตอกุศลมาด้วยแน่ๆ คุณจำเนียรจะได้ไปช่วยจัดการคนพวกนี้ให้กระเจิงไงคะ ไปให้ได้นะคะคุณจำเนียร อิฉันขอเรียนเชิญ”

มัทนีรับคำว่าถ้าไม่ติดงานหรือธุระอะไรก็จะไป แล้วเร่งคุณนายจำเนียรให้รีบไปเพราะนัดเวลาสปาไว้แล้ว คุณนายลิ้นจี่มองตามพึมพำอย่างชื่นชม

“ลูกสาวคุณจำเนียร...เจ้าอาทิตย์มันต้องเจอของแรงแบบนี้แหละ หึๆ ฮ่ะๆ ฮ่าๆๆ” คุณนายลิ้นจี่หัวเราะชอบใจ

ฝ่ายหาญนัดกิ๊กนกมาพบกันแล้วก็พยายามจะชวนไปสนุกกัน แต่กิ๊กนกยังติดพันการเต้นในผับอยู่ชวนไปเต้นกันก่อนค่อยไป หาญหงุดหงิดงุ่นง่านมากเพราะยาที่กินเข้าไปครึ่งขวดกำลังออกฤทธิ์อย่างแรง เมื่อกิ๊กนกกลับเข้าไปเต้นในผับต่อ หาญจึงติดต่อกิ๊กแนนก็ไม่รับสาย กิ๊กแต้วก็เปลี่ยนเบอร์ หาญแทบจะคลั่ง ร้องอย่างทรมาน...

“โอ๊ย...หาญพร้อมแล้ว ขอแค่ใครสักคน ใคร ก็ด้ายยยย!!!”

สุดท้ายหาญก็ต้องกลับบ้านทั้งที่ยายังออกฤทธิ์เต็มที่ เจอคุณนายจำเนียรที่ยังรออยู่ คว้ามือได้ก็ลากไปตึงๆ ตังๆ สนั่นเรือน

รุ่งเช้า มัทนีถามโหน่งกับเหน่งว่าเมื่อคืนย้ายอะไรกันตึงตังลั่นไปหมด ทั้งสองบอกว่าไม่ได้ย้ายอะไร มัทนีถามว่าแล้วคุณพ่อคุณแม่ยังไม่ตื่นหรือ เพราะวันนี้คุณแม่ต้องไปงานเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ของคุณนายลิ้นจี่ด้วย เหลือบไปเห็นคุณนายเดินสวยพริ้งหน้าใสสดชื่นลงมาอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

คุณนายสั่งโหน่งให้ลวกไข่ไว้ให้หาญหลายๆ ฟอง แต่พอหาญเดินโผเผลงมาก็บอกว่าไม่ต้องตนไม่กินไข่ลวก คุณนายถามเสียงหวานว่าทำไมล่ะ กินเยอะๆจะได้มีแรงไง หาญตอบเนือยๆเดินไปหงอยๆว่า

“เมื่อคืนเป็นแค่ความฝันเท่านั้น...” มัทนีถามคุณนายว่าคุณพ่อเป็นอะไรไป คุณนายสะบัดผมลอยหน้าบอกว่าไม่รู้ เมื่อคืนยังดีๆอยู่เลย แล้วคุณนายก็ลงมือกินอาหารไปฮัมเพลงไป ซ้ำยังทำตาหวานปิ๊งไปปิ๊งมาอย่างอารมณ์ค้าง

ooooooo

ที่งานเปิดสินค้าตัวใหม่ของคุณนายลิ้นจี่ ลูกค้าโดยเฉพาะบรรดาผู้ชาย ทั้งหนุ่มทั้งแก่กระทั่งหง่อม พากันมางานรับของแจกกันคนละถุง บางคนเวียนรับไปหลายถุง โดยเฉพาะแก๊งพ่อไก่แจ้

อีกห้านาทีจะเปิดงานอย่างเป็นทางการ คุณนายลิ้นจี่เชิญนักข่าวและช่างภาพให้ไปแถวหน้าเวที แต่พอมีเสียงนักข่าวคนหนึ่งร้องว่า “มาแล้วๆ” ทั้งนักข่าวและช่างภาพก็กรูกันออกไปเหมือนผึ้งแตกรัง

อาทิตย์ที่เพิ่งมาถึงถูกนักข่าวและช่างภาพห้อมล้อมสัมภาษณ์ถามเรื่องที่เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ อีกด้านหนึ่งคุณนายจำเนียรกับมัทนีถือช่อดอกไม้มาแสดงความยินดี กำลังเดินเข้ามา

อาทิตย์ถูกนักข่าวรุมถามเรื่องที่เป็นข่าวในหนังสือพิมพ์ พอเขาเห็นข่าวและรูป โดยเฉพาะระบุว่าสกู๊ปโดยเอกชเยศร์ อาทิตย์ก็เซ็งพูดกับนักข่าวด้วยอารมณ์ประชดประชันว่า

“เอาเลย! อยากจะเขียนอะไร ยังไง เชิญ เอาตามต้องการเลย มีปากกาในมืออยู่แล้วนี่”

คุณนายลิ้นจี่เห็นอาทิตย์ถูกนักข่าวรุมก็รีบลงมาช่วย บอกนักข่าวว่าอาทิตย์ลูกชายตนไม่ใช่คนสาธารณะไม่ต้องสัมภาษณ์อะไรทั้งนั้น คุณนายจำเนียรกับมัทนีได้

ยินชัดๆว่าอาทิตย์เป็นลูกชายของคุณนายลิ้นจี่ คุณนายจำเนียรบอกมัทนีอย่างตื่นเต้นว่า ที่แท้อาทิตย์ไม่ใช่ลูกไฮโซกระจอกๆ เขารวยมากทั้งเงินทองและทั้งภูมิปัญญาโบราณ

“แม่คะ คุณนายลิ้นจี่เป็นคนดี มัทไม่เถียง ยาว่านของคุณนายลิ้นจี่ก็ดี มัทก็ไม่เถียง แต่...นายอาทิตย์ไม่ใช่คนดีแน่ แม่อย่ามาเถียง”

คุณนายจำเนียรบอกว่าแม่ไม่เถียงแต่ตอนนี้ไปทักทายคุณนายลิ้นจี่กันก่อน มัทนีให้แม่ไปคนเดียวตนไม่อยากเจอหน้าไม่อยากเสวนากับนายอาทิตย์ แล้วเดินแยกออกไปเลย

ooooooo

ความบาดหมางกินแหนงแคลงใจระหว่างแก๊งพ่อไก่แจ้กับเอกชเยศร์ฝ่ายที่มีปากกาเป็นอาวุธ เขม็งเกลียวขึ้นทุกทีเมื่อต่างฝ่ายก็มองกันอย่างเป็นคู่ปรับ

ขณะเดียวกัน แก๊งพ่อไก่แจ้ก็ยังมีโมกข์ที่กำลังมีปัญหากับปะการังเป็นประเด็นหนักใจของเพื่อนๆเพราะรู้แก่ใจดีว่าปะการังกำลังถูกมัทนีจับมั่นยุให้เอาเรื่องถึงที่สุด หมายให้เป็นคดีตัวอย่างแก่สังคม แม้ว่าปะการังจะเป็นห่วงและยังรักโมกข์อยู่มาก แต่ก็น้ำท่วมปากพูดไม่ออกไม่รู้ว่าจะบอกมัทนีอย่างไร เธอจึงโทร.นัดอาทิตย์มาพบ

อาทิตย์อ่านใจปะการังออก เขาบอกว่าให้ปะการังนัดมัทนีมา นอกเหนือจากนั้นตนจะจัดการเอง แต่โมกข์เองกลับยืนยันจะหย่ากับปะการังเพราะทนสภาพถูกดูถูกและต้องอยู่ในอาณัติของปะการังต่อไปไม่ไหว

ฝ่ายหาญยังหมกมุ่นครุ่นคิดแต่เรื่องยาโด่ไม่รู้ล้มที่ยังเหลืออยู่อีกครึ่งขวด เขาพยายามโทร.หากิ๊กนกอีก มัทนีถามว่าพ่อโทร.หาหลวงตาอีกหรือ พักนี้พ่อโทร.หาหลวงตาบ่อยมาก ถามว่าพ่อมีทุกข์ใจอะไรหรือ

“เรื่องทุกข์สิ มีมาตลอดแหละ โดยเฉพาะเมื่อคืนนี้ พ่อรู้ซึ้งเลยว่า คนเราไม่ควรทำอะไรตามอารมณ์ เพราะมันจะทำให้เรายิ่งทุกข์หนัก พ่อถึงต้องพยายามจะแก้ไขทำเรื่องผิดให้ถูกไง แต่หลวงพ่อไม่รับสายเลย” หาญตอบหงอยๆ

การสนทนายุติลงเมื่อปะการังโทร.เข้ามือถือมัทนีนัดให้ไปพบที่โรงแรม เมื่อเธอไปถึงโรงแรมในเช้าวันรุ่งขึ้น เลขาของปะการังออกมาต้อนรับ บอกว่าปะการังกำลังมาให้นั่งรอสักครู่

ที่มุมหนึ่งของล็อบบี้โรงแรม อาทิตย์แอบดูอยู่ เขาพึมพำกับตัวเองอย่างหมายมาดว่า

“มัทนีคนสวย...วันนี้คุณโดนแน่...หึๆๆ”

ooooooo

เมื่อนัดกับปะการังแต่กลับพบอาทิตย์ มัทนีมีท่าทีต่อต้านทันที ถูกอาทิตย์ทำขึงขังกล่าวหาว่าเธอเป็นฆาตกรเลือดเย็น ทำให้คนรักกันไม่ได้อยู่ด้วยกัน

เห็นมัทนีทำหน้างงๆเคืองๆ อาทิตย์พูดอย่างมีอารมณ์ว่า เธอทำให้คนคนหนึ่งต้องตายทั้งเป็น ถามว่าทำกับเพื่อนตนแบบนี้ได้ยังไง! มัทนีเย้ยว่าพอรู้ว่าปะการังจะฟ้องถึงกับจะตายเชียวหรือ อาทิตย์จึงเล่าทั้งเศร้าทั้งแค้นว่า

“ไอ้โมกข์เข้าโรงพยาบาลเมื่อวานนี้ หมอบอกว่าไอ้โมกข์เป็น...มะเร็งเม็ดเลือดขาว ลูคีเมียระยะสุดท้าย ยิ่งมันตรอมใจมะเร็งก็ยิ่งลุกลาม ผมเลยมาขอร้องให้คุณปะการังไปดูใจมันบ้าง อย่างน้อยมันจะได้จากไปอย่างสงบ แต่คุณปะการังยังไม่ยอมไป...รู้ไหมเพราะอะไร...ก็เพราะคุณ...คุณคนเดียว!! สะใจคุณแล้วสิ!!”

มัทนีไม่เชื่อ หาว่าโมกข์แกล้งเรียกร้องความเห็นใจ ถูกอาทิตย์ด่าก่อนแล้วจึงเอาคลิปให้ดู เอามือถือมากดแล้วเข้าประกบเธออย่างใกล้ชิด ระหว่างนั้นก็แอบดูว่าโทนี่ทำงานหรือยัง เพราะนัดกันว่าให้โทนี่เก็บภาพระหว่างเขากับมัทนีไว้อย่างละเอียดในมุมที่กุ๊กกิ๊ก โทนี่ทำงานอย่างเอาการเอางาน

ภาพในคลิปเป็นโมกข์ในชุดคนไข้กำลังร้องครวญครางอย่างเจ็บปวดทรมานอยู่บนเตียง โดยใช้ห้องพักของโมกข์ในบ้านอเนก แต่งให้ดูเหมือนห้องพักในโรงพยาบาล

ที่แท้อเนกกับแท่นหลอกโมกข์ว่าจะถ่ายไปแคสงานโฆษณา โมกข์จึงแสดงเต็มที่ แต่พอเอะใจคาดคั้นจึงรู้ว่าถูกหลอกถ่ายไปให้ปะการังดู โมกข์โมโหที่ถูกเพื่อนหลอก ลุกพรวดวิ่งออกไป อเนกร้องบอกแท่นว่า

“เฮ้ย รีบไปตามมันมาเร็ว อาทิตย์มันกำลังเริ่มแผนขั้นที่สองแล้ว เดี๋ยวไม่ทันการณ์”

อเนกกับแท่นช่วยกันชี้แจงกับโมกข์ว่าที่ถ่ายทำภาพนี้เป็นการช่วยอาทิตย์ล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับตัวเขาและปะการังเลย โมกข์จึงให้ความร่วมมือ

ทีแรกมัทนีดูคลิปแล้วไม่เชื่อ แต่โมกข์แสดงได้เนียนเสียจนเธอเริ่มลังเลบอกอาทิตย์ให้พาไปดู เมื่ออาทิตย์พามัทนีมาดูจึงเห็นโมกข์อยู่ในสภาพอาการหนัก เพ้อพร่ำคร่ำครวญเรียกหาแต่ปะการัง

ส่วนบรรดาพยาบาลก็แต่งตัวเปรี้ยวเหมือนออกมาจากมิวสิกวีดิโอจนมัทนีแปลกใจ แท่นที่ปลอมตัวเป็นหมออธิบายเป็นคุ้งเป็นแควว่า

“คืออย่างนี้ครับ การรักษาผู้ป่วยมะเร็งตามสไตล์ของผมเนี่ย เป็นกลวิธีใหม่จากนิวซีแลนด์ เราจะให้ยาควบคู่ไปกับจิตวิทยาประยุกต์ คนไข้ทุกคนจะเซนซิทีฟต่อความซึมเศร้าทุกรูปแบบ ถ้าเราเครียดคนไข้จะซึมซับความเครียดนั้นเข้าไปด้วย ยิ่งจะทำให้เนื้อร้ายเติบโตลุกลามยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นพยาบาลถึงต้องแต่งตัวอย่างนี้เพื่อให้คนไข้ได้เห็นอะไรสวยๆงามๆจิตใจจะได้เบิกบาน ถ้าพวกคุณอยากให้คนไข้อาการดีขึ้นก็ต้องร่าเริงเดี๋ยวนี้...เอ้า...ร่าเริง...”

สิ้นเสียงหมอแท่น สี่พยาบาลสาวก็เต้นกันอย่างสนุกสนาน มัทนีเห็นแล้วได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ

แก๊งพ่อไก่แจ้เล่นละครกันได้แนบเนียน หมอแท่นถามว่าภรรยาของคนป่วยไม่มาเยี่ยมบ้างหรือ ถ้าได้กำลังใจจากภรรยาก็คงจะอยู่ได้อีกหนึ่งเดือน แต่ถ้าไม่ก็อาจอยู่ได้ไม่เกินสัปดาห์ พอหมอแท่นพูดจบ อาทิตย์ก็ร้องไห้โฮๆ จนมัทนีรับปากว่าจะไปคุยกับปะการังให้มาเยี่ยมโมกข์ อาทิตย์หยุดร้องไห้ทันทีดีใจจนโผเข้ากอดมัทนี โทนี่ถ่ายรูปแชะๆทันทีเช่นกัน

อาทิตย์กอดมัทนีไว้ทำเสียงร้องไห้ฮือๆ แต่หน้ายิ้มอย่างสะใจจริงๆ

ooooooo

โทนี่เอารูปที่แอบถ่ายอาทิตย์กับมัทนีใกล้ชิดกันเหมือนกำลังโอบ กำลังกอด และกำลังจูบกัน เอามาตัดต่อใส่หน้าอาทิตย์เป็นการ์ตูนชินจังไม่ใส่เสื้อซิกแพ็กเป็นลอนๆดูแล้วสยิว

ส่วนมัทนีก็แต่งเสื้อผ้าให้ดูเซ็กซี่โชว์เนื้อหนังมังสา สถานที่ก็แต่งฉากให้เป็นริมสระน้ำ

แต่งภาพเสร็จ บรรดาพ่อไก่ก็แจ้ซี้ดปากสยิวกันลั่น

วันนี้ เอกชเยศร์นัดมัทนีกินข้าวกัน แต่เขาขอส่งอีเมล์งานก่อน พอเปิดหน้าต่างป๊อปอัพเล็กๆมุมจอขึ้นเตือนว่ามี 1 อีเมล์ใหม่ เอกชเยศร์คลิกดู เป็นภาพหลุดของมัทนี! ทีแรกเขาก็ขำๆนึกว่าถูกส่งมาล้อเล่น แต่ดูไป...ดูไป ก็หน้าเครียดขึ้นทุกที เพราะทุกรูปจริงจังได้อารมณ์ จนเขาทนไม่ได้ ยิ่งดูก็ยิ่งโมโห

พอไปถึงหน้ามูลนิธิเพื่อรับมัทนีไปทานข้าวกันตามนัด เอกชเยศร์ก็ลังเลว่าจะเข้าไปหรือไม่เข้าไปดี จนมัทนีออกมาพบถามว่าทำไมไม่เข้าไปรอข้างใน เรียกให้เข้าไปตนมีเรื่องจะปรึกษาพอดี

เพราะเอกชเยศร์ระแวงอยู่แล้ว ไม่ว่ามัทนีจะพูดอะไรเขาก็ระแวงว่าเธอทำผิดและกำลังจะบอกตน เอกชเยศร์เหมือนคนสติแตก อาละวาดโวยวายว่าไม่อยากเชื่อว่าเธอจะทำกับตนอย่างนั้นได้ ยังไงตนก็ไม่ให้อภัย

มัทนีมีแต่ความงุนงงสงสัยว่าเขาพูดอะไร เขาคิดอะไร ถามว่าตนทำอะไรผิด ตั้งแต่เมื่อไหร่

“ใช่สิ! มัทไม่เคยผิด มัทถูกตลอด ถูกเสมอ เอกผิดเอง ผิดที่ไว้ใจมัทไปหมดทุกอย่าง เลิกกับเอกไปเลยสิ มัทจะได้มีความสุขของมัทให้เต็มที่”

เอกชเยศร์งอนอย่างไร้สติไร้เหตุผล ไม่ยอมไปไหนจนกว่ามัทนีจะเอารถมารับแล้วทิ้งตัวนอนรอตรงนั้นเลย

ooooooo

หาญยังหมกมุ่นมัวเมาอยู่กับยาโด่ไม่รู้ล้มที่เหลืออยู่ครึ่งขวด อยากกินและใช้กับคนที่ถูกใจ แต่เพื่อความปลอดภัยหาญจึงฉีกฉลากออกเหลือแต่ขวดกับน้ำยา

ปรากฏว่าคุณนายจำเนียรยังติดใจปรากฏการณ์อัศจรรย์เมื่อคืน วันนี้ก็มาสะกิดหาญตั้งแต่กลางวัน หาญเข็ดขยาดหาทางเลี่ยงอ้างว่าจะสวดสรภัญญะสักหน่อย เมื่อตื๊ออย่างไรก็ไม่สำเร็จ คุณนายเห็นขวดยาถามว่าอะไร หาญบอกว่าน้ำมนต์ คุณนายเลยเอามาลูบหน้าพรมหัวบอกว่าพักนี้ดวงไม่ค่อยดี

หาญแทบขาดใจเมื่อคุณนายคืนขวดเหลือยาติดก้นขวดนิดเดียว แต่คุณนายกลับยิ่งกระปรี้กระเปร่า ส่งสายตาสั่งหาญเป็นนัยว่า สวดมนต์เสร็จให้สะกิดด้วยชม้ายมองแล้วเดินออกไป

ขณะหาญกำลังมองขวดยาอย่างแสนเสียดายนั่นเอง เหน่งก็เข้ามาบอกว่า

“คุณผู้ชายคะ มีโทรศัพท์มาค่ะ จาก...เอิ่ม...เขาบอกว่าเป็นคนที่ช่วยให้คุณผู้ชายร้องเพลงได้แบบเนี้ยค่ะ...โด่เรมีฟาซอลลาซีโด๊...โด๊...โด๊...”

หาญคว้าโทรศัพท์ออกไปอย่างดีใจสุดขีด พอรับสายก็รีบบอกว่า “คุณอาทิตย์ ผมกำลังคิดถึง ต้องการคุณอยู่พอดี สวรรค์ทรงโปรดมากๆ” พอดีมัทนีเดินผ่านมาเอ่ยสวัสดี หาญรีบเปลี่ยนเป็นพูดเสียงสำรวม “ว่ายังไงนะครับพระอาจารย์ ทำกายให้เป็นวัด ทำจิตให้เป็นพระ แล้วหมั่นเจริญสติ เข้าไปเยี่ยมพระอยู่บ่อยๆ โอ้วววว...ลึกซึ้งมากเลยครับท่าน...”

มัทนีเดินผ่านไปไม่ติดใจ บ่นถึงเอกชเยศร์ว่า “งอนอะไรของเขา ถ้าไม่คุยกันตรงๆแล้วจะรู้เรื่องไหมเอก”

พอโหน่งรู้ว่าแฟนมัทนีงอนและโทร.ไปเขาไม่รับสาย จึงให้เอามือถือของตนโทร.เพราะเบอร์แปลกๆเขาอาจรับสายก็ได้ มัทนีกับโหน่งจึงแยกไปอีกมุมหนึ่งเพื่อโทร.หลอกเอกชเยศร์ให้รับสาย

ส่วนหาญพอมัทนีเดินห่างออกไปแล้วก็รีบคุยต่อ “คุณอาทิตย์ คุณต้องช่วยผมด้วย”

“ผมช่วยได้ทุกอย่างอยู่แล้วครับ ไม่มีปัญหา แต่ผมขอถามอะไรหน่อยสิครับ ตอนนี้คุณมัทนีอยู่บ้านหรือเปล่า...อยู่คนเดียวหรืออยู่กับแฟนครับ...เยี่ยมมาก ผมจะแวะไปหาเดี๋ยวนี้เลย” อาทิตย์วางสายหัวเราะร่า “ฮ่าๆๆ แกต้องทรมานเจ็บปวดใจยิ่งกว่าตายทั้งเป็นแน่ ไอ้เอกชเยศร์ ฮ่าๆๆ”

ooooooo

มัทนีใช้มือถือของโหน่งโทร.ไป ปรากฏว่าเอกชเยศร์รับสายจริงๆ พอโทร.ติดปลายสายรับปั๊บ โหน่งบอกมัทนีทันทีว่านาทีละ 5 บาท

“เอก...เอกคุยกันก่อน อย่าวางสายนะ” เอกชเยศร์ถามว่ามีไร! มัทนีง้อเต็มที่ขอให้หายงอนเถิดจะให้ตนชดใช้อะไรก็ยอมหมด พูดแล้วร้องไห้ฮือๆ ตามการกำกับของโหน่ง ซ้ำโหน่งยังช่วยส่งเสียงเสริมให้สมจริงว่า

“ว้ายๆคุณมัทคะ ยืนไหวไหมคะ โถ...ไม่ยอมกิน ไม่ยอมนอน จนจะเป็นลมอยู่แล้ว”

เอกชเยศร์ได้ยินก็เริ่มใจอ่อน แต่ยังทำเป็นงอนอยู่ บอกว่าเธอทำผิดขนาดนี้ต้องชดใช้อย่างสาสม

“เอกจะให้มัทชดใช้อะไรบอกมาเลย” มัทนียอมให้ทุกอย่างทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเอกชเยศร์งอนตนเรื่องอะไร

ooooooo

อาทิตย์ขี่มอเตอร์ไซค์คู่ชีพมาจอดที่หน้าบ้าน มัทนี เหน่งกำลังทำงานอยู่แถวนั้น พอเห็นอาทิตย์ก็โวยวายทันที

“อ้าว...คุณ...มาทำไมไม่ทราบคะ บ้านนี้ไม่ต้อนรับคุณแล้วค่ะ ไป ชิ่วๆ”

“ทำไมคนบ้านนี้เป็นเหมือนกันหมด หน้าตาดีแต่ชอบใจร้าย”

พอถูกชมว่าหน้าตาดี เหน่งก็เขินสะบัดสะบิ้งว่าไม่ต้องมาชม ไม่อย่างนั้นจะไม่ปรานี หาญที่คอยอาทิตย์อยู่รีบวิ่งออกมาไล่เหน่งเข้าบ้านไป แล้วเปิดประตูให้อาทิตย์ แต่พอนึกได้ว่ายังเคืองกันอยู่ก็เก๊กหน้า เก็บอาการ ทำเสียงเข้มขึ้นว่า

“อะแฮ่ม...เข้ามาสิ ไหนๆก็มาแล้ว ไปไหว้พระภูมิก่อนสิ แล้วก็วางของไว้ที่เดิมนะ” พออาทิตย์บอกว่าไม่ได้พกของมาด้วย หาญก็ชักสีหน้าใส่ ปิดประตูไล่เอาดื้อๆ “ไม่ได้เอามา...งั้นกลับไปเอามาเดี๋ยวนี้”

อาทิตย์เลยแกล้งถามเสียงดังเหมือนคนหูตึงว่า “อะไรนะ...คุณหาญอยากได้น้ำยาว่านโด่ไม่รู้...?”

“เฮ้ยๆๆ หยุดๆๆ” หาญขัดขึ้นแทบไม่ทัน พอดีโหน่งวิ่งพาคุณนายออกมา เจ้าท่วมทุ่งวิ่งกระดุ๊บๆ ตามมาด้วย คุณนายทักอาทิตย์น้ำเสียงแจ่มใส ท่วมทุ่งก็กระดิกหางจนก้นส่าย

คุณนายกระวีกระวาดออกมาเชิญอาทิตย์เข้าบ้าน หาญถามว่าเชิญทำไมก็ตอนนั้นตัวเองเป็นคนไล่เองไม่ใช่หรือ

“ตอนนั้นมันเข้าใจผิด แต่ตอนนี้เราเข้าใจกันดีแล้ว คุณอาทิตย์ไม่ใช่คนไม่ดีซะหน่อย แต่เป็นถึงลูกชายคุณนายลิ้นจี่ เจ้าของอาณาจักรว่านสมุนไพรโบราณตำรับคุณนายลิ้นจี่เชียวนะ”

หาญตาโตตื่นเต้นจนเกือบเอ่ยชื่อยาโด่...แต่หยุดทัน ถามว่าแบบนี้ก็เป็นเจ้าของโกดังโรงงานผลิตยาว่าน...สมุนไพร...?

“ใช่ครับ จะเอาไว้กินหรือเอาไว้อาบก็ยังได้ครับ” ตอบแล้วก้มเล่นกับเจ้าท่วมทุ่ง สนใจหมากว่าเจ้าของบ้านเสียอีก

“แล้วมาคนเดียวเหรอ คุณแม่ไม่มาด้วยเหรอจ๊ะ...

เอ้าเข้ามาก่อนสิ” เห็นอาทิตย์ชะเง้อมองข้างในถามว่า“มองอะไรจ๊ะ” พออาทิตย์บอกว่าตนไม่เข้าไปดีกว่าไม่อยากมีปัญหา คุณนายรีบบอกว่ามัทนีไม่อยู่ออกไปตะกี๊เอง พอถามว่าไปไหนคุณนายบอกไม่รู้ แต่โหน่งดี๊ด๊าเสนอหน้าออกไปบอกว่าตนรู้ พอถูกคุณนายเรียกปรามก็แก้เกี้ยวว่า “อุ๊ย...ล้อเล่นค่ะ คุณมัท แกไป...”

อาทิตย์ขี่มอเตอร์ไซค์ออกมาติดไฟแดงแถวบ้านมัทนี เขาใส่บลูทูธที่หูบอกเพื่อนร่วมแก๊งราวกับลั่นกลองรบว่า

“พวกเรา! พวกเรา ได้เวลาระดมพลตามแผนขั้นสุดท้ายแล้ว ฉันกำลังจะไปหา...เตรียมทุกอย่างให้พร้อม วันนี้เป้าหมายเราจะต้อง...ตาย! ฮ่าๆๆๆ”

ooooooo

ที่ร้านอาหารทะเลชายหาดชะอำในยามเย็น เอกชเยศร์กับมัทนีนั่งกันอยู่ เอกชเยศร์พูดอย่างเกเรเห็นแก่ตัวเอาแต่ได้เอาแต่ใจตัวว่า

“มัทเป็นคนผิด เพราะฉะนั้นมื้อนี้เอกจะนั่งและกินแบบไม่ยั้ง จะกินให้พุงกาง แล้วจะสั่งกลับบ้านด้วย โดยทั้งหมดมัทต้องเป็นคนจ่าย เพราะคนทำผิดต้องชดใช้ เข้าใจไหม”

มัทนีตอบรับตัดปัญหา เอกชเยศร์ได้ใจเพิ่มเงื่อนไขว่าเธอจะไม่มีสิทธิ์กินจนกว่าตนจะกินอิ่ม ต้องแกะกุ้งหอยปูปลาให้ด้วย ซึ่งมัทนีก็ยอมทุกอย่าง แต่ขอร้องให้ช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่าเขาโกรธตนเรื่องอะไร

“ให้เอกกินอิ่มก่อน แล้วค่อยมาคุยกัน แกะเร็วๆหน่อยสิ” เอกชเยศร์ทำตัวราวกับเจ้าชีวิตของมัทนี

แต่ทั้งหมดนั้นก็พังทลายหมดสิ้น เมื่อแก๊งพ่อไก่แจ้ขี่ม้าเดินเรียงหนึ่งผ่านมาอย่างสง่างาม อาทิตย์ทำทีเพิ่งเห็นทักว่ามาพักผ่อนกันหรือ มัทนีอารมณ์เสียทันทีถามว่า “นาย...มาทำอะไรที่นี่” อาทิตย์โดดลงจากหลังม้าบอกว่าพาโมกข์มาสูดอากาศบริสุทธิ์ ไม่คิดว่าจะเจอเธอที่นี่ กำลังคิดถึงอยู่เลย

อเนกกับโทนี่ลงไปพูดก่อกวนเล็กน้อยแล้วชวนกันถอดเสื้อลงเล่นน้ำ แก๊งพ่อไก่แจ้แต่ละคนหล่อล่ำบึ้กกล้ามแขนเป็นมัด แผงอกแน่นปึ้ก กล้ามท้องเป็นลอนซิกแพ็ก ที่สำคัญคือที่แขนอาทิตย์มีรอยสักรูปชินจังแบบเดียวกับรูปตัดต่อหนุ่มลึกลับที่นัวเนียกับมัทนี เอกชเยศร์ผงะเมื่อเห็นรูปชินจัง อาทิตย์บอกหน้าระรื่นว่า แก๊งตนมีกันทุกคนเลย แล้วทุกคนก็โชว์รอยสักรูปชินจังของตัวเอง เอกชเยศร์ถึงกับจังงัง!

ยิ่งเมื่ออาทิตย์บอกว่าพวกตนชอบทำอะไรเหมือนๆกัน สุขก็สุขด้วยกันทั้งแก๊ง ไม่เชื่อให้ถามมัทนีดูว่าสุขทั้งแก๊งจริงไหม พูดแล้วหัวเราะเป็นปริศนา ทำให้เอกชเยศร์แทบคลั่ง ตะโกนว่าไม่จริ๊งง...ไม่จริง...แล้ววิ่งเตลิดไปตามชายหาด มัทนีวิ่งตามร้องเรียก แต่เอกชเยศร์ ก็วิ่งเตลิดไปอย่างคนสติแตก

เอกชเยศร์วิ่งไปถึงถนนเจอมอเตอร์ไซค์รับจ้างจึงเรียกให้พาไปส่งที่ท่ารถกลับกรุงเทพฯ

“รับรองว่างานนี้ไอ้เอกชเยศร์เจ็บปวดแบบยาวๆ แน่ๆฮ่าๆๆ” อาทิตย์มองตามทั้งสองหัวเราะร่าสะใจแกล้งยั่วจนเอกชเยศร์สติแตกหนีกลับไปแล้ว

แก๊งพ่อไก่แจ้ก็สุมหัวกันหาวิธีแก้เผ็ดมัทนี โดยแอบไปปล่อยลมยางรถเธอทั้งสี่ล้อ แล้วให้โมกข์แกล้งอาการกำเริบรีบพากันขึ้นรถตู้กลับทิ้งอาทิตย์ไว้หมายให้เขาปั่นหัวเธอต่อ อาทิตย์โวยวายที่ถูกเพื่อนทิ้ง บอกมัทนีว่ากระเป๋าสตางค์ตนอยู่ที่รถตู้ ต้องขออาศัยรถเธอกลับ มัทนีไม่ยอมให้กลับด้วยบอกให้เดินเอาระยะทางแค่สองร้อยกว่ากิโลเอง

แต่พอมัทนีจะขับรถกลับจึงรู้ว่ารถถูกปล่อยลมยาง เธอตกใจแก้ปัญหาไม่ได้ทั้งเวลาก็เริ่มค่ำมืดเข้าทุกที ออกไปยืนโบกรถขอความช่วยเหลือ เจอมอเตอร์ไซค์รับจ้างคันหนึ่งเข้ามาจอด ปรากฏว่าอาทิตย์ซ้อนท้ายมาบอกเธอว่าตนเอานาฬิกาแลกเป็นค่ารถ แล้วเลยไปไม่ ไยดีเธอเลย

ครู่เดียวก็มีรถเก๋งแล่นมาจอดข้างๆ มัทนีตกใจรีบขึ้นรถล็อกประตูขังตัวเองไว้หน้าซีดเผือด

อาทิตย์ให้มอเตอร์ไซค์รับจ้างวกกลับมาอีกที เขาลงมายืนดูสภาพของเธอแล้วหัวเราะขำๆ

ส่วนเอกชเยศร์ระหว่างนั่งรถตู้กลับ คนขับรถตู้เห็นอาการของเขา พอซักถามรู้ว่าเขาทิ้งแฟนตัวเองมาเพราะเธอมีกิ๊กถึง 3 คนในคราวเดียวกัน แต่ละคนล้วนแต่เป็นเสือผู้หญิง คนขับรถตู้ติงว่า ถ้าเป็นตน ตนจะชกหน้าพวกมันแล้วแย่งแฟนคืนมา พูดอย่างทะนงว่า

“มันเป็นผู้ร้ายนะ เราเป็นพระเอก แล้วพระเอกที่ไหนวะ ทิ้งนางเอกให้พวกผู้ร้ายเอาไปเฮโร้เรกิ๊ปๆง่ายๆ แบบนี้ไม่มี มีแต่ตัวประกอบ” ผู้โดยสารอีกคนบอกว่าถ้าพวกนั้นเป็นผู้ร้ายแล้วพระเอกทิ้งนางเอกมาแบบนี้นางเอกตกที่นั่งลำบากแน่ๆ

“จอดๆๆๆ จอดเดี๋ยวนี้!” เอกชเยศร์สติกลับ พอรถตู้จอดเขาก็ลงจากรถวิ่งอ้าวออกไปตะโกน “มัท...เอกไม่น่าทิ้งมัทไว้กับแก๊งเสือโหยพวกนั้นเล้ย...”

เอกชเยศร์นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปถึงร้านอาหารเดิม เขาถามพนักงานที่ร้านว่าผู้หญิงที่มากับตนไปไหนแล้ว พนักงานบอกว่าเห็นเดินไปกับผู้ชายหล่อๆแล้ว

“คนที่หล่อๆ...ใคร...ไอ้อาทิตย์มันต้องมาล่อลวงมัทนีไปแน่ๆ มัทนีกำลังตกอยู่ในอันตราย เราต้องไปช่วย!!” เอกชเยศร์สวมวิญญาณพระเอกเหมือนคนสติแตกเตลิดไปอีกขั้วหนึ่ง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่
14 พ.ค. 2564

13:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 20:12 น.