ข่าว

วิดีโอ



‎พ่อไก่แจ้

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

ที่หน้าบ้านมัทนี...นักข่าวมาออกันที่ประตูหน้าบ้าน มีเอกชเยศร์ยืนสังเกตการณ์อยู่ด้วย

โหน่ง กับเหน่งอยู่กันสองคน พยายามช่วยกันบอกว่าไม่มีใครอยู่ กลับไปเถอะ แต่พอดีมัทนีขับรถกลับมาถึง ทั้งสองตกใจ คุณนายนั่งตั้งสติก่อนเปิดประตูรถลงไป มัทนีรีบตามไปเพื่อปกป้องแม่

นักข่าวกรูกันมายิงคำถามกันอย่างดุเดือด บางคนถามว่าเป็นประธานชมรมครอบครัวอบอุ่นแล้วจะจัดการสามีตัวเองอย่างไร บางคนถามว่า สอนสาวๆให้กำราบสามี แต่สามีตัวเองกลับคุมไม่ได้ ต่อไปจะสั่งสอนคนอื่นอย่างไร และบางคนสายตาสอดไปเห็นใบหย่าถามว่าของมัทนีใช่ไหม โชว์นักข่าวหน่อยได้ไหม และที่ถามแสบกว่าเพื่อนคือ

“สาเหตุการหย่าคืออะไรคะ สามีมีกิ๊กเหมือนสามีคุณแม่หรือเปล่า”

โหน่งกับเหน่งออกมารับหน้าปกป้องนาย ทั้งด่าทั้งไล่พวกนักข่าวและกันให้คุณนายกับมัทนีเดินเข้าบ้านไป

ทันใดนั้น แท็กซี่คันหนึ่งเข้ามาจอด หาญลงจากรถ นักข่าวกรูกันเข้าไปราวกับเจอเหยื่ออันโอชะ!

คนแรกยิงคำถามทันทีว่า รู้สึกยังไงครับที่กินเด็ก, ข่าวลือว่าคุณกับลูกเขยแลกเปลี่ยนกิ๊กกันไปมาจริงหรือเปล่า, และ “คุณจะหย่าไหมคะ ถ้าหย่าจะแบ่งทรัพย์สินกับคุณจำเนียรยังไงคะ”

“เฮ้ย!! คำถามนี่คิดมาดีแล้วหรือ พวกคุณเห็นครอบครัวผมเป็นอะไร” หาญโมโหมาก แหวกนักข่าวเดินเข้าบ้านไปเลย เอกชเยศร์ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่แสยะยิ้มสะใจนัก!

ooooooo

คุณนายจำเนียรและมัทนีถามอย่างห่วงใยกันว่า โอเคไหม...

หาญตามเข้ามาจะขอโทษ แต่มัทนีเย็นชาและเดินหนี หาญตามตื๊อ...

“เดี๋ยวก่อนมัท ฟังพ่อสักนาทีนึง...มัท...ได้โปรดเถอะลูก” มัทนีเดินหนีขึ้นข้างบนอย่างไม่แยแส หาญจึงหันมาทางคุณนาย ก็ถูกเย็นชาและเดินหนีเช่นกัน หาญตามขึ้นไปที่ห้องนอน เห็นคุณนายนั่งอย่างสงบ มีสติ พร้อมที่จะเคลียร์ปัญหาให้จบ พอหาญเดินเข้าหา คุณนายถามน้ำเสียงราบเรียบๆว่า

“ที่พระหาย ที่ของของฉันหาย ฉันเข้าใจแล้ว” หาญขยับเข้าหา “ไม่ต้องเข้ามาใกล้ฉัน!! คืนนี้ฉันจะไปนอนโรงแรม เก็บของของคุณแล้วออกไปจากบ้านนี้ พรุ่งนี้ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณอีก”

หาญผวาเข้ากอด พร่ำสารภาพผิดและขอโทษ ถูกคุณนายผลักไสก็ยิ่งกอดกระทั่งทรุดลงกอดขาอ้อนวอนยอมรับผิดให้อภัยตนด้วย ตนไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุ ตนก็เหมือนผู้ชายที่คุณนายชอบด่าออกรายการ ก็น่าจะรู้

“จะบอกว่าไอ้การนอกใจ มันเป็นเรื่องปกติของเพศชาย ฉันต้องยอมรับและเข้าใจมันอย่างนั้นหรือ? ความดีความชั่วมันขึ้นอยู่กับเพศตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!! แล้วไอ้ที่คุณโกหกไหว้พระทำบุญ สร้างภาพว่าเป็นคนธรรมะธัมโมมาเป็นสิบๆปีมันก็เป็นเรื่องปกติของผู้ชายงั้นสิ!!”

หาญยืนยันว่าส่วนหนึ่งตนก็ธรรมะธัมโมจริงๆ คุณนายถามว่าโกหกเป็นไฟใส่ร้ายป้ายสี ขโมยของ นอกใจ ผิดศีลกี่ข้อ สั่งให้นับ หาญบอกว่านับไม่ถ้วน คุณนายสั่งให้พนมมือ หาญนั่งพนมมือแต้แล้วคุณนายก็อบรม

“จะผู้ชายผู้หญิงก็มีความอยากเหมือนกันทั้งนั้น แต่สิ่งที่ต่างกันคือความยับยั้งชั่งใจที่คุณเคยมี ปล่อยอารมณ์ความรู้สึกไปตามสัญชาตญาณ ไร้สามัญสำนึก ไร้ความรับผิดชอบ ไม่ต่างอะไรกับสัตว์”

“ก็ได้...ผมยอมรับว่าผมชั่วเอง ผมผิดทุกประตู”

“ฉันเคารพและให้เกียรติคุณ ยกย่องชื่นชมคุณในทุกวาระและโอกาส แต่คุณ...คุณใช้ความรักและไว้ใจของฉัน...ทำร้ายฉัน ฉันกลายเป็นอีบ้าโง่เง่าที่เที่ยวไปสั่งสอนครอบครัวคนอื่น โดยไม่รู้เลยว่าครอบครัวตัวเองเน่าเฟะยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด...คุณทำกับฉันอย่างนี้ได้ยังไง...ทำได้ยังไง...” คุณนายน้ำตาไหล เสียงแผ่วขาดหายไปกับเสียงสะอื้น

หาญเอามือลงมองคุณนายอึ้งเพราะไม่เคยเห็นคุณนายร้องไห้อย่างนี้ ขอร้องอย่าร้องไห้ ขอโทษและสัญญาสาบานว่าจะกลับตัวกลับใจ ขอโอกาสให้คนบาปกลับตัวกลับใจด้วยเถิด...

“ที่นี่ไม่มีอะไรจะให้คุณทำลายอีกแล้ว...ความรัก ความศรัทธา ความไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่มีเหลือแล้ว คุณไปที่อื่นเถอะ ฉันไม่ต้องการมีคุณในชีวิตอีกแล้ว” คุณนายผลักหาญออกและลุกไป

“คุณจำเนียร...ไม่...ไม่ อย่าเลิกกับผม ผมไม่มีใคร

ญาติพี่น้องก็ไม่มี ทั้งชีวิตผมก็มีคุณกับลูก...สงสารผมเถอะ”

“นี่ใช่ไหมที่คุณห่วง คุณกลัวจะถูกทิ้งให้อยู่ลำพัง คุณกลัวเหงา กลัวไม่มีคนห้อมล้อม แล้วที่ผ่านมาฉันอยู่กับอะไร! กี่คืนที่คุณทิ้งให้ฉันนอนคนเดียว!! กัมมุตตา วัตตีโลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม เราคงทำกรรมกันมาแค่นี้ ต่อไปก็กรรมใครกรรมมันเถอะ”

คุณนายมองหาญอย่างไร้ตัวตน หาญอึ้ง มองคุณนายเดินออกไปด้วยดวงตาแห้งผาก...

ooooooo

หาญยื้อคุณนายจำเนียรไว้ ถูกมัทนีขวางขอให้ ปล่อยแม่ไปเถิด หาญขอให้มานั่งคุยหาทางออกกันดีๆ ตนยินดีไปขอโทษอาทิตย์แล้วขอให้เขากลับมา

“ปัญหาไม่ใช่เรื่องที่มัทเลิกกับนายอาทิตย์ แต่คือพ่อสิ่งที่พ่อทำ ทำให้สิ่งที่มัทมีมาตลอดคือความรัก ความนับถือ เชื่อมั่นศรัทธาในตัวพ่อมันถูกทำลายจนย่อยยับไม่มีชิ้นดีไปหมดแล้ว”

มัทนีเข้าไปพาแม่ออกไป หาญตามไปอ้อนวอนขอให้คุณนายอภัยให้ ตนจะพิสูจน์ให้เห็นว่าได้กลับใจแล้วจริงๆ คุณนายบอกให้ไปบวชเสีย หาญรีบรับคำ ถาม ว่ากี่พรรษา พอคุณนายบอกว่าตลอดชีวิต หาญอุทาน หา!

“ทำได้เมื่อไหร่ค่อยมาพูดกัน” พูดแล้วคุณนายเดินออกไป มัทนีรีบตาม หาญตามตื๊อ คุณนายหันมาพูดว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม จำไว้”

หาญไม่ยอมแพ้พยายามติดต่ออาทิตย์ให้ช่วยแต่ติดต่อไม่ได้เลย หาญจึงไปหาคุณนายลิ้นจี่ให้ช่วยตามหาอาทิตย์ให้ ถูกคุณนายลิ้นจี่ไล่ตะเพิด ถ้าไม่ออกไปจะเอากระปุกว่านชักมดลูกปา หาญเลยจำต้องถอยไปจ๋อยๆ

คุณนายกับมัทนีหนีหาญไปนอนที่โรงแรมก็ไปเจอเอกชเยศร์เข้าอีกจนได้ เอกชเยศร์ทำทีปรารถนาดีจะช่วยเหลือโดยเอาความเป็นสื่อมวลชนมาอวดอ้างว่า

“ผมเป็นสื่อใหญ่ เพาเวอร์เยอะ เส้นสายผมช่วยบิดเบือนข่าวของคุณป้าได้ ผมจะทำสกู๊ปเพื่อชี้นำสังคม ทำให้คุณป้าดูน่าสงสาร เห็นใจ เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส ภาพลักษณ์ของคุณป้าจะกลับมาดีเหมือนเดิม หรือดียิ่งกว่าเดิม คนไทยจะต้องรักคุณป้าอีกล้านเท่า ทั้งหมดนี้คุณป้าจะได้รับทันทีที่มัทยอมกลับมาเป็นแฟนผม”

การใช้สถานะสื่อมาแสวงประโยชน์อย่างไร้ยางอายของเอกชเยศร์ถูกทั้งคุณนายจำเนียรและมัทนีปฏิเสธ เขาก็ยังตามขู่ว่า “ถ้าไม่ตกลง ผมอาจจะโหมกระหน่ำให้ข่าวนี้ยิ่งบานปลายนะครับ” เลยถูกคุณนายด่าว่า

“เธอมันเป็นสื่อที่น่าสะอิดสะเอียนที่สุด...” แล้วชวนมัทนีเข้าไปด้านใน เมื่อเอกชเยศร์ทั้งคุยเขื่องและขู่ไม่ได้ผล เขาก็ด่าและดูถูกมัทนีว่าไม่แปลกใจเลยที่ถูกอาทิตย์ทิ้ง สมควรแล้ว พูดอาฆาตทิ้งท้ายก่อนหนีไปว่า

“คอยดู อยากเป็นศัตรูกับ บก.ใหญ่ ได้เจอดีแน่!!”

เมื่อหาญถูกทุกคนรังเกียจขับไล่ไสส่งก็ยิ่งว้าวุ่น แต่ยังดิ้นรนหาทางที่จะกลับไปสู่ครอบครัวให้ได้ พอดีมาเจอนรีกับลูกที่ร้านอาหาร หาญเข้าไปร้องไห้สะอึกสะอื้นอ้อนวอนนรี...

“ช่วยพูดกับป้าของหนูกับมัทนีให้ลุงที ลุงไม่อยากเสียครอบครัวไป ลุงผิดไปแล้ว...ลุงอยู่ไม่ได้...อยู่ไม่ได้จริงๆ”

ooooooo

รุ่งขึ้นเมื่อมัทนีกับคุณนายกลับบ้านพบพลอย เชอรีลมานั่งรออยู่แล้ว พลอยบอกมัทนีว่า ตนทราบข่าวอาทิตย์แล้วมีบางอย่างจำเป็นต้องบอกเธอ

พลอยเล่าว่า ตนแต่งงานได้ไม่ถึงเดือน สามีก็รถคว่ำจากไปอย่างกะทันหัน เวลานั้นตนเอาแต่ร้องไห้อยากตายตาม แต่ก็มีผู้ชายดีๆคนหนึ่งมาช่วยไว้ เขาดูแลให้กำลังใจทำทุกอย่างให้ตนเข้มแข็ง ตั้งแต่นั้นมาจนตอนนี้ก็หลายปีแล้ว เขาก็ยังดูแลตนอยู่อย่างสม่ำเสมอ

เล่าแล้วพลอยยื่นการ์ดแต่งงานของตนกับมิสเตอร์ทานิกาวะ โชโกะ ให้มัทนีดูบอกว่านี่คือแฟนตน ไม่ใช่อาทิตย์ พลอยเล่าว่า เพราะอาทิตย์เห็นตนกับคุณแม่ของเขาหัวใจสลายมาก่อน เขารู้ดีว่ามันเจ็บปวดทรมานใจมาก เขาเลยกลัวว่าถ้าเขารักใครมากๆแล้ว วันหนึ่งเธอคนนั้นต้องจากไปเหมือนอย่างตนกับแม่ของเขาเคยเจอ เขาคงทนไม่ได้ ชี้ให้เห็นว่า

“เพราะเขารักคุณมาก ความรักที่เขามีให้คุณมันมากกว่าความกลัวในใจเขา เขาเลยแต่งงานกับคุณและพยายามจะทะนุถนอมปกป้องคุณทุกวิถีทางทำให้คุณมีความสุขที่สมบูรณ์ที่สุด ส่วนตัวเองจะยังไงก็ได้ ใครจะตราหน้าว่าเป็นเพลย์บอย เป็นพ่อไก่แจ้ เป็นอะไรก็ยอมได้ แต่อย่างเดียวที่เขาจะไม่ยอมก็คือปล่อยให้คุณเสียใจ ถ้ารู้ความจริงเรื่องพ่อ” แล้วติงให้มัทนีได้มองตัวเองว่า “ที่ผ่านมาคุณเย็นชา ปิดใจ และไม่แสดงออกว่ารักเขาเลยหรือเปล่า ขอให้คุณรู้ว่าเขารักและเจ็บปวดมากกับเรื่องนี้ ถ้าคุณรักเขา คุณมัท...ดิฉันว่าถึงคราวที่คุณต้องทำอะไรเพื่ออาทิตย์นะ”

“ฉันคงทำอย่างที่คุณต้องการไม่ได้ ขอโทษด้วยนะคะ” มัทนียังทิฐิจนพลอยอึ้ง

พลอยยังไม่ทันกลับ นรีก็พาหาญมาที่บ้าน หาญรีบบอกว่าตนรู้ว่าอาทิตย์อยู่ที่ไหน ขอร้องคุณนายว่าขอให้ตนได้ทำดีชดเชยเพื่อลูกสักเรื่องเถิด ให้ช่วยพูดให้มัทนีไปตามอาทิตย์กลับมา สัญญาว่าเสร็จจากนี้แล้วตนจะไม่มากวนอีกเลย พอดีมัทนีออกมาส่งพลอย หาญพุ่งเข้าไปหามัทนีบอกว่าเวลานี้อาทิตย์อยู่เกาหลี ตนซื้อตั๋วเครื่องบินพร้อมแพ็กเกจที่พักไว้พร้อมแล้ว ให้รีบไปกับนรี ไปตามอาทิตย์กลับมา

นรีบอกว่าเวลานี้อเนกอยู่กับอาทิตย์ที่เกาหลี ถ้าเราไปตามต้องเจอแน่ พลอยช่วยพูดว่าถ้ารักอาทิตย์จะลังเลอะไรอีก แต่มัทนียังเป็นห่วงแม่ คุณนายพูดอย่างไว้ฟอร์ม ให้มัทนีไปเถิด เพราะไหนๆก็เสียค่าตั๋วแล้ว

เมื่อรู้ความจริงและเข้าใจอาทิตย์แล้ว มัทนีจะกลับไปเตรียมของ แต่เหลือเวลาเพียงห้านาที คุณนายบอกให้ไปอย่างนี้เลยแล้วไปหาซื้อเอาข้างหน้า พลางบอกนรีให้ส่งลูกมาตนจะดูให้ หาญรีบอาสาขับรถไปส่งที่สนามบินทุกอย่างวุ่นวายมาก

แล้วเรื่องก็ยิ่งวุ่นวายเมื่อเอกชเยศร์แทรกเข้ามา ขวางไม่ให้มัทนีไป พูดอย่างคนเห็นแก่ตัวว่าเมื่อตนไม่สมหวังเธอก็อย่าสมหวังเลย แต่ถูกคุณนายจำเนียรที่ถ่ายคลิปเขาที่ขู่จะใช้อิทธิพลของสื่อมาเล่นงานตนมาขู่คืน บอกว่าถ้าไม่เลิกขู่มัทนีจะเอาคลิปนี้ลงอินเตอร์เน็ตและส่งไปให้สมาคมผู้สื่อข่าว บก.ใหญ่อย่างเขาได้ตกงานแน่!!

เจอไม้ตายของคุณนายจำเนียร เอกชเยศร์ก็ซีดขอคลิปนั้น คุณนายบอกว่าให้คุกเข่าขอโทษตนก่อน ทีแรกเอกชเยศร์ก็ไม่ยอมแต่พอนึกถึงหายนะของตัวเองก็ย้อนกลับมาคุกเข่าไหว้ขอโทษขอให้ลบคลิปนั้นเสีย

“ไม่ลบ ฮ่ะๆๆ” คุณนายหัวเราะอย่างเป็นต่อแล้วผละไป เอกชเยศร์ยังคุกเข่าหน้าซีดคร่ำครวญอย่างน่าทุเรศ

ooooooo

มัทนีกับนรีไปถึงเกาหลีแล้ว แต่นรีติดต่ออเนกไม่ได้ จึงชวนมัทนีไปถ่ายรูปและช็อปปิ้งรอให้อเนกเปิดมือถือก่อน นรีพยายามสร้างบรรยากาศร่าเริง แต่มัทนีไม่มีแก่ใจเท่าไร

พวกอาทิตย์กำลังสนุกสนานกันที่ลานสกีในรีสอร์ต ทุกคนกลับไปสู่อารมณ์สมัยเรียนหนังสือที่เคยมาสนุกสนานกันที่นี่ ต่างสนุกเพลิดเพลินทั้งกับกีฬาที่ชอบ หญิงสาวที่เลือกและอาหารที่ติดใจจนแท่นบอกเพื่อนๆว่า

“ฉันดีใจจริงๆเว้ยที่พวกเรามีวันนี้ แก๊งพ่อไก่แจ้คืนชีพแล้วววว”

แม้อเนกจะคิดถึงลูก แต่ความรักเพื่อนเขาก็ทำใจสนุกกับเพื่อนๆเต็มที่ อาทิตย์พูดอย่างรู้ใจว่า

“พวกแกมาเที่ยวกับฉัน ฉันก็แฮปปี้สุดๆแล้ว ถ้าแกคิดถึงลูกเมียหากมีธุระอะไรโทร.กลับไปหาก็ได้นะเว้ย ฉันเข้าใจ”

“ไม่ได้...ไม่ได้ ห้ามโทร. เราตกลงกันแล้วว่าจะไม่ใช้มือถือให้วุ่นวายเด็ดขาด” แท่นค้านเต็มที่

ระหว่างที่นรีกับมัทนีกำลังช็อปปิ้งรอเวลานั่นเอง ก็ได้รับโทรศัพท์จากอเนก เธอถามทันทีว่าตอนนี้อาทิตย์อยู่ไหน พอรู้ว่าอยู่ที่โซลทาวเวอร์ ก็พากันไปทันทีแต่พอไปถึงปรากฏว่าอาทิตย์หายไปแล้ว! ก๊วนไก่แจ้เชื่อว่าเขาต้องอยู่แถวนี้ ชวนไปตามหากัน จนได้รับข้อความจากอาทิตย์เข้ามือถืออเนกต่อว่าเพื่อนๆว่า “เพื่อนกันหักหลังกันได้ไงวะ”

ส่งข้อความแล้วอาทิตย์โยนมือถือทิ้งถังขยะไปเลย

มัทนีตัดสินใจวิ่งออกไปหมายตามหาอาทิตย์ให้เจอ แต่วิ่งหาไปจนทั่วบริเวณอาคารก็ไม่เห็นแม้เงาเขา

ooooooo

หลังจากอาทิตย์หายไป คุณนายลิ้นจี่มาหาคุณนายจำเนียรที่บ้านด้วยความเข้าใจเห็นใจหัวอกคน เป็นแม่เหมือนกัน ระหว่างนั้น  หาญเข้ามาลาเพื่อไปบวช ตามที่รับปากคุณนายจำเนียรไว้ คุณนายลิ้นจี่ถามว่า

“คุณยังคิดจะไปอีกเหรอ ลูกคุณมีปัญหา ภรรยาคุณก็มีปัญหา เวลาอย่างนี้ยังกล้าทิ้งคุณนายจำเนียรไว้คนเดียวอีกหรือ...”

“แล้วจะให้ผมทำยังไง ผมง้อทุกทางแล้วเขาไม่ให้อภัยผม”

“ถ้าอยู่ คุณยังมีหวัง แต่ถ้าไป คุณก็ไปตายได้เลย”

หาญครวญว่าคุณนายจำเนียรไม่ได้รักตนแล้ว คุณนายลิ้นจี่เลยสาธยายว่า

“พวกคุณอยู่ด้วยกันมายี่สิบสามสิบปี มันเกินคำว่ารักไปแล้ว มันเป็นความผูกพัน สิ่งที่คุณจำเนียรรู้สึก ไม่ใช่ไม่รัก แต่มันคือความผิดหวัง แล้วคุณทำอะไร ง้อสองวันเป็นพิธีให้ได้ชื่อว่าง้อ พอวันที่สามก็ช่างมันไม่หายงอนก็พอ เหนื่อย เบื่อ เซ็ง จบก็จบอย่างนั้นหรือ!! คุณง้อได้แค่นี้หรือ คุณพยายามเพื่อคนที่คุณบอกว่ารักมากได้แค่นี้เองใช่ไหม งั้นก็อย่าพูดว่ารักเลย ทุเรศ!”

“สรุปผมควรทำยังไง” หาญถามเสียงอ่อย

“ไปตาย!!” คุณนายลิ้นจี่พูดใส่หน้าแล้วเดินเข้าบ้านไปเลย

เมื่อคุณนายจำเนียรไปจัดรายการวิทยุ โดยเอาเรื่องในครอบครัวตัวเองไปคุยเป็นอุทาหรณ์ ระหว่างนั้นหาญฟังอยู่ข้างนอก เขายกป้ายชูให้คุณนายจำเนียรที่พูดอยู่ในห้องส่ง เปลี่ยนป้ายแล้วป้ายเล่า เช่น ผมรักคุณ, ผมจะไม่บวช, ไม่อยากให้ศาสนาเสื่อม, ผมหยุดรักคุณ ไม่ได้ และผมรักคุณ...ผมรักคุณ... ชูป้ายนี้อยู่อย่างนั้น จนคุณนายจำเนียรใจอ่อน ออกมาหา หาญยกมือไหว้บอก “ผมรักคุณนะคุณจำเนียร” คุณนายรับไหว้แทบไม่ทัน เมื่อหาญโผเข้ากอด คุณนายกอดตอบ ต่างรับรู้กันด้วยสัมผัสถึงการอภัยและความรักที่มีต่อกัน

ooooooo

เพื่อนๆช่วยกันตามหาอาทิตย์ก็ไร้วี่แวว มัทนีนั่งถอนใจจนนรีบอกว่าอย่าเพิ่งถอดใจ พอดีก๊วนไก่แจ้ วิ่งมา อเนกบอกอย่างตื่นเต้นว่า

“นรีๆ ผมนึกออกแล้ว เกาะนามิ ไอ้อาทิตย์มันยังไม่เคยไป และมันก็อยากไป มันต้องไปที่นั่นแน่เลย”

โมกข์ชวนไปตามกันที่นั่น แท่นจะช่วยโพสต์ลงโซเชียลอีกแรงเผื่ออาทิตย์เห็น แท่นจะขอให้น้องพีอาร์ ช่วยส่งข่าวให้สื่อเกาหลี เผื่อคนไทยที่มาเที่ยวเห็นตัวอาทิตย์จะได้ติดต่อกลับมา แล้วทุกคนก็พามัทนีไปที่เกาะนามิอย่างมีความหวัง

ระหว่างนั่งเรือข้ามฟากไปเกาะนามิ มัทนีมองผู้คนในเรือ ภาวนาขอให้เจออาทิตย์ ส่วนแท่นกับโทนี่ ก็โพสต์โซเชียลไปตลอดทางด้วยข้อความที่กระแทกใจ เพื่อนรักว่า “อาทิตย์อยู่ไหน มัทนีรออยู่โว้ย” “ไอ้เพื่อนใจร้ายถ้าไม่ไปหามัทนีเลิกคบ!” และมีภาพอาทิตย์ขึ้นหน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ของเกาหลีพร้อมข้อความภาษาไทย “มัทนีจะรออยู่ที่เกาะนามิ จนกว่าอาทิตย์จะมา”

ที่แนวต้นสนบนเกาะนามิ มัทนีนั่งร้องไห้เมื่อไม่มีวี่แววของอาทิตย์ อเนกปลอบใจว่าวันนี้อาทิตย์ไม่มาพรุ่งนี้เขาอาจมาก็ได้ นรีมาชวนกลับไปพักก่อนดีไหม พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่

“ขอบคุณนะคะ ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ มัทไม่ทำอะไรโง่ๆบ้าๆหรอก แค่อยากนั่งพักเงียบๆคนเดียวน่ะค่ะ”

“ก็ได้...มัทเปิดมือถือไว้นะ มีอะไรโทร.หาพี่ตลอดนะ” นรีบอกแล้วพากันกลับ ให้มัทนีได้อยู่กับตัวเองเงียบๆที่นั่น

ooooooo

มัทนีนั่งอยู่ที่แนวต้นสนจนใกล้ค่ำ ผู้คนที่มาท่องเที่ยวทยอยกันกลับจนบางตา หิมะเริ่มโปรยปรายลงมา มัทนีนั่งนิ่งอยู่ในภวังค์แห่งการรอคอย จนไม่รู้ตัวว่ามีคนมานั่งข้างๆ...

“รอนานไหม” มัทนีขนลุกซู่จำได้ว่าคือเสียงของอาทิตย์! เขาถามอีกว่า “ตั้งใจจะรอไปถึงเมื่อไหร่”

“จนกว่าคุณจะมา” มัทนีตอบเสียงปีติ เขาถามว่าถ้าตนมาปีหน้า เธอบอกว่า “ก็จะรอ” อาทิตย์ลูบหัวแล้วดึงตัวไปกอดถามว่าทำไมต้องทำตัวปัญญาอ่อนอย่างนี้ด้วย มัทนีตอบเสียงตัดพ้อว่า “ก็อย่าหายไปไหนอีกสิ”

“ไม่ได้อยากหายไปเลย แต่ผมกลัวทำให้คุณมีความสุขไม่ได้ ผมกลัวคุณจะเสียใจเพราะผม ผมรักคุณนะ”

“รักกันก็ต้องอยู่ด้วยกัน สุขด้วยกัน ทุกข์ด้วยกัน ตายด้วยกัน” อาทิตย์ถามว่าถ้าตนตายก่อนล่ะ “ฉันก็จะ เสียใจที่คุณตาย แต่จะไม่เสียใจที่รักคุณ ความรักจะอยู่กับเราตลอดไป”
ทั้งสองต่างมองกันด้วยความซึ้งใจ แล้วหัวเราะออกมา

ด้วยความเข้าใจกัน

อาทิตย์เสนอให้แต่งงานกันอีกรอบไหม ครั้งแรกถือว่าซ้อม คราวนี้ตนอยากแต่งกับเธอจริงๆ โอเคไหม มัทนีไม่ทันตอบ พวกก๊วนไก่แจ้กับนรีก็โผล่จากที่ซุ่มเฮกันด้วยความดีใจ พอนรีรู้ว่าอาทิตย์จะแต่งงานกับมัทนีใหม่อีกรอบ ก็ร้องออกมาอย่างดีใจ...

“ไชโย...พ่อกับแม่มัทต้องดีใจแน่ๆ มัทยังไม่รู้ใช่ไหม คุณป้าให้อภัยคุณลุงแล้ว คืนดีกันแล้ว พวกท่านต้องดีใจมากที่มัทกับอาทิตย์ก็แฮปปี้เอนดิ้ง”

“เรากลับไปจัดงานแต่งงานใหม่ แล้วชวนพ่อกับแม่มัทแต่งใหม่อีกรอบพร้อมกับเราดีไหม” อาทิตย์เสนอ

มัทนีเห็นด้วย โมกข์กับอเนกขอแจมด้วยเพื่อรื้อฟื้นความรักสมัยโน้นกัน แท่นกับโทนี่ปรารภกันว่าแต่งงานมันดีจริงๆหรือ อาทิตย์ชวนว่า “อยากรู้พวกแกต้องลองเว้ย เลิกเป็นพ่อไก่แจ้ได้แล้ว” แล้วชวนมัทนี “เรามาทำให้ความรักของเราเป็นตำนานเถอะ” มัทนีถามว่ายังไงหรือ พลันอาทิตย์ก็ร้องนำขึ้นว่า

“อาทิตย์รักมัทนี...” มัทนีร้องตอบ “มัทนีรักอาทิตย์” นรีร้องต่อว่า “นรีรักอเนก” อเนกร้องตอบว่า “อเนกรักนรี” ส่วนโมกข์ร้องคนเดียวว่า “โมกข์รักปะการัง” แท่นกับโทนี่มองหน้ากันแล้วร้องขึ้นพร้อมกัน “ไม่-มี-คน-รัก...”

แล้วทุกคนก็หัวเราะกันอย่างมีความสุข...

ooooooo

–อวสาน–


ละคร‎พ่อไก่แจ้ ตอนที่ 13(ตอนจบ) อ่าน‎พ่อไก่แจ้ ติดตาม‎พ่อไก่แจ้ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 26 ก.พ. 2557 09:20 2014-02-27T01:20:39+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ