ข่าว

วิดีโอ



ผู้บ่าวอินดี้ ยาหยีอินเตอร์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-คอมาดี้

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: แพรพริมา

กำกับการแสดงโดย: ธงชัย ประสงค์สันติ

ผลิตโดย: บริษัท พอดีคำ เอนเทอร์เทนเมนต์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ศุกลวัฒน์ คณารศ,เซฟฟานี่ อาวะนิค

ที่โกดังร้าง ธนภพกับหมอภัชร่วมมือกันเล่นงานลูกน้องไอ้เข้มจนสลบเหมือดก่อนที่ธนภพจะคว้าปืนของมันมาแล้วทำเหมือนจะยิงหมอภัช

“ที่จริงผมก็ควรต้องปิดปากหมอไปด้วย เพราะถึงตอนนี้หมอก็คงจะรู้อะไรมากมายแล้ว แต่ผมไม่ใช่คนโหดเหี้ยมอย่างเมียผม นังนั่นเป็นคนวางแผนและจ้างวานให้ผัวเก่ามันฆ่าพ่อแม่ชโลธร แล้วยังคิดจะให้มาฆ่าผมอีก เพราะฉะนั้นผมควรต้องไปจัดการพวกมันทั้งสองคนแล้วหนีไปใช้เงินของผมดีกว่า”

ธนภพพูดจบก็ใช้ด้ามปืนซัดเข้าที่หน้าหมอภัชทีเดียวถึงกับทรุดฮวบหมดสติอีกคน!

ทางด้านชโลธรที่ถูกหิ้วปีกพาลงมาในป่าใต้หน้าผา พอถึงจุดหมายไอ้เข้มกับลูกน้องก็ผลักเธอล้มลงทันที

“ถึงแล้วอีเหวิ่ง ที่นี่แหละที่ตายของแก”

ชโลธรมองพ่อใหญ่คมด้วยสายตากราดเกรี้ยวเจ็บแค้น แล้วฟุบหน้าลงกับพื้นร้องไห้สะอึกสะอื้น

“มารยาร้องไปก็ช่วยไม่ได้หรอก โทษผัวแกที่ทำให้ชีวิตฉันต้องฉิบหายป่นปี้ดีกว่า วันนี้แหละมันต้องเจ็บปวดสาสมกับที่มันทำไว้กับกู”

จากนั้นพ่อใหญ่คมสั่งลูกน้องดึงชโลธรลุกขึ้น แต่เธอเงยหน้ามาพร้อมก้อนหินแล้วปาโดนหัวพ่อใหญ่คมจนร้องลั่นเลือดไหล ไอ้เข้มเห็นดังนั้นจึงชกท้องเธอทรุดลงไปอีก แต่เธอยังมีแรงยิ้มเยาะอย่างสะใจ

“อย่าคิดว่าจะฆ่าฉันได้ง่ายๆ ฉัน...อีเหวิ่งลูกสะใภ้แม่ป่องพ่อปั้น เมียผู้ใหญ่พล คนบ้านโคกอีเกิ้ง ถ้าจะต้องตาย...อย่างน้อยก็ต้องเอาเลือดหัวแกออกมาบ้าง ไอ้สารเลว”

พ่อใหญ่คมโกรธจัดแย่งปืนจากมือไอ้เข้มมาทันที “อีเหวิ่ง!! มึงจะเป็นศพเน่าตายอยู่ในป่านี่อยู่แล้ว ยังปากดี”

“ไม่ใช่แค่ปากฉันที่แกต้องกลัว แต่แกต้องกลัวทุกคนในโคกอีเกิ้งด้วย เพราะถ้ามีใครคนหนึ่งเดือดร้อน พวกเราจะไม่ทิ้งคนในครอบครัวไว้ข้างหลังเด็ดขาด”

“ฮ่าๆๆ เพ้อเจ้อไปแล้วอีเหวิ่ง ไอ้พวกนั้นไม่มีใครตามมาช่วยแกได้หรอก”

“ถึงช่วยตอนนี้ไม่ได้ แต่ถ้าฉันตาย ทุกคนจะตามล่าแก ลูกสาวแกก็จะช่วยด้วย จนกว่าจะลากคอแกมาได้ เพราะฉะนั้นรู้ไว้เลยว่าแกไม่ได้เป็นศัตรูกับฉันคนเดียว แต่แกกำลังเป็นศัตรูกับชาวโคกอีเกิ้งทั้งหมู่บ้าน”

“อีเหวิ่ง!! ปากวอนตายแบบนี้ รีบตามไปอยู่กับพ่อแม่มึงได้แล้ว”

พ่อใหญ่คมจะลั่นไกยิงหัวชโลธร แต่จังหวะนั้นเสียงปืนดังขึ้นจากตำรวจชุดจู่โจมยิงเข้ามาถูกไหล่ลูกน้องไอ้เข้มบาดเจ็บ พ่อใหญ่คมตกใจรีบยิงสวนกลับไป ขณะที่เข้มกับลูกน้องก็ช่วยยิงสกัดแล้วบอกให้ลูกพี่รีบหนีไปก่อน

หนึ่งในตำรวจชุดจู่โจมเห็นพ่อใหญ่คมกระชากชโลธรออกไปก็รีบแยกตัวออกจากกลุ่มตามไป จนกระทั่งถึงบริเวณน้ำตก ตำรวจที่ปิดบังใบหน้าไล่ตามหลังมาก็ยิงสกัดลงพื้นขวางไว้พร้อมกับส่งเสียง

“ยอมมอบโตเถาะพ่อใหญ่ เจ้าหนีไปไสบ่รอดแล้ว”

พ่อใหญ่คมกับชโลธรชะงักเพราะคุ้นเสียงนั้นมาก พอหันกลับมาจึงได้เห็นใบหน้าที่ถอดหมวกออกคือทศพลนั่นเอง

“นายพล!!” ชโลธรอุทานด้วยความดีใจ

“ป๋าเมียข้อยคืนมาโลด อย่าท้าให้ตำรวจที่ล้อมหม่องหนี่ไว้เบิ่ดแล้วต้องวิสามัญเจ้า”

“บักห่าพล ซาติก่อนเฮาคือสิเฮ็ดเวรเฮ็ดกรรมฮ่วมกันไว้หลาย ซาติหนี่จังต้องชำระหนี้กันบ่เบิ่ดจักเถื่อ”

พ่อใหญ่คมกดปากกระบอกปืนลงที่เอวชโลธรอย่างแรงจนเธอสะดุ้งเฮือก ทั้งเจ็บและตกใจกลัว

“พ่อใหญ่ ข้อยบ่ได้ขู่ บ่มีทางหนีอีกแล้ว จำปูนจำปีฝากให้ข้อยมาบอกนำ ว่าเพิ่นยังถ่าให้พ่อกลับไปพ้อหน้ากันอีก”

พ่อใหญ่คมชะงักเมื่อทศพลพูดถึงลูกสาว ชโลธรได้ทีรีบหว่านล้อม

“พ่อใหญ่เชื่อที่จำปูนจำปีขอเถอะ ฆ่าฉันตายพ่อใหญ่ก็ต้องตาย แล้วลูกสาวจะมีชีวิตอยู่ยังไง ถ้าไม่มีพ่อให้กลับมาเป็นครอบครัวกันอีกแล้ว”

“วางปืนเถาะพ่อใหญ่ แล้วป๋าเมียข้อยคืนมา”

ในที่สุดพ่อใหญ่คมก็เลือกตัดสินใจแน่วแน่ยิงใส่ทศพลเปรี้ยง! ทศพลถูกยิงเฉี่ยวแขนไปหวุดหวิดทำให้ปืนหลุดมือกระเด็นตกพื้น พ่อใหญ่คมยิ้มร้ายพอใจ ผลักชโลธรออกห่างตัวแล้วเอาปืนจ่อหลัง

“มึงทำลายสุอย่างที่กูสร้างมา คึดว่ากูสิยอมไปเฒ่าตายในคุกเบาะบักพล คั่นกูบ่รอดไปได้อย่างน้อยกูก็ได้เฮ็ดให้มึงเจ็บปวด ย่อนว่าซาติหนี่มึงกับเมียสิบ่ได้อยู่นำกันอีก”

“อย่า...พ่อใหญ่!! อย่าฆ่าเมียข้อย” ทศพลร้องห้ามเสียงหลง

ชโลธรเสียใจน้ำตาไหลพราก พูดโพล่งออกมา “นายพล...ฉันรักนายนะ” แล้วหลับตาคิดว่าตัวเองตายแน่

พ่อใหญ่คมเตรียมลั่นไก แต่จังหวะนี้เลือดที่ศีรษะเขาไหลมาที่หางตาจนซึมเข้าตาทำให้เสียจังหวะการยิง ทศพลเห็นเป็นโอกาสจึงรีบกระโจนพุ่งไปคว้าปืนที่พื้นแล้วม้วนตัวยิงใส่พ่อใหญ่คมทันที

ปัง!! กระสุนปืนเข้าที่ท้อง ปืนในมือพ่อใหญ่คมหล่นพร้อมๆกับร่างเขาทรุดลง ทศพลรีบเข้าไปดูอาการแล้วจับมือเขากดปิดแผลถูกยิงเลือดชุ่มเอาไว้

“บ่ต้องห่วง พ่อใหญ่ยังบ่ตายดอก ข้อยบ่ได้ยิงที่จุดสำคัญ ย่อนว่าข้อยฮับปากจำปูนจำปีว่าสิต้องให้พ่อลูกได้พ้อหน้ากันอีก คนเฮาสิชั่วสิเลวจังได๋ คั่นยังมีครอบครัวถ่าอยู่ ก็ควรได้อยู่นำกัน”

“จำปูน...จำปี...”

“แม่นเด้อ...พ่อใหญ่อาจสิเป็นอย่างอื่นได้บ่ดี แต่อย่างน้อยก็ยังเป็นพ่อที่ดีได้อยู่”

พ่อใหญ่คมถึงกับน้ำตาซึมออกมา ระหว่างนั้นตำรวจชุดจู่โจมหลายคนคุมตัวไอ้เข้มกับลูกน้องเข้ามาในสภาพถูกจับใส่กุญแจมือ คนหนึ่งรีบมาดูอาการพ่อใหญ่คม ทศพลปล่อยให้เป็นหน้าที่คนอื่นแล้วถอยออกมายืนคู่กับชโลธรมองพ่อใหญ่คมถูกพาตัวออกไปอย่างเร่งรีบ

ooooooo

หลังจากนั้นทศพลพันแผลที่แขนตัวเองอย่างลวกๆ แล้วประคองชโลธรมานั่งที่ขอนไม้ สำรวจและจับต้องเนื้อตัวเธอด้วยความเป็นห่วง

“ก็บอกว่าพอแล้วไง ฉันไม่เป็นไรแล้ว”

“ไม่ได้ครับ อาจจะมีซอกไหนหลืบไหน หรือในร่มผ้าตรงไหนที่มองไม่เห็นรอยฟกช้ำดำเขียว เสียวไปถึงเครื่องใน สะเทือนไตบอบช้ำ มือคลำเป็นก้อน ขย้อนเป็นเลือดได้ ผมจะได้รีบพาคุณไปหาหมอเลย เปิดเสื้อครับ เปิดให้ผมดู”

“จะบ้าเหรอ ฉันไม่เป็นถึงขนาดนั้นหรอก ถ้าจะเป็นก็เจ็บมือนี่แหละ”

“เจ็บมือเหรอครับ เจ็บยังไง เจ็บตรงไหนครับ”

“เจ็บที่ฝ่ามือ ตอนที่ตบหน้าคนลามกอย่างนายเนี่ยแหละ ลองมั้ย”

“โธ่...คุณหนู ผมอุตส่าห์มาช่วย รู้ไหมว่ากว่าผมจะสืบจนรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน กว่าจะไปขอความร่วมมือกับท่านผู้การ ขออนุญาตให้ผมได้เข้าร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือคุณ ผมร้อนใจกลัวมาไม่ทันจะแย่”

“แต่สุดท้ายนายก็มาทันจนได้ ขอบคุณมากนะนายพล”

“เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นแทนได้ไหมครับ”

ทศพลทำแก้มป่องข้างหนึ่งเอียงมาให้ ชโลธรกำลังจะหอมเป็นรางวัล แต่นึกบางอย่างได้เสียก่อน

“เดี๋ยว!! ยังไม่จบ อาฉายมณี! ฉันต้องรีบไปแล้ว ไม่งั้นธุรกิจของพ่อแม่ฉันได้ตกเป็นของคนอื่นแน่”

“ได้ครับ ผมจะขอให้ท่านผู้การส่ง ฮ.มารับคุณเข้ากรุงเทพฯเดี๋ยวนี้เลย”

ทศพลทำได้อย่างนั้นจริงๆ เขาพาชโลธรไปถึงบริษัทอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนจะช้าไปเสียแล้วเพราะฉายมณีตกลงขายหุ้นบริษัททั้งหมดให้เดวิดเรียบร้อยแล้ว และเธอก็ชิงหนีออกไปแล้วด้วย หนำซ้ำเมื่อชโลธรมาถึงก็โดน รปภ.ขัดขวางไม่ให้เข้าเพราะสภาพการแต่งตัวของทศพลยังอยู่ในชุดหน่วยจู่โจม และเธอเองก็เนื้อตัวมอมแมมมาก

กระทั่งทศพลทำสีหน้าจริงจังเอาจริง รปภ.เลยอึกอักลังเล แต่ชโลธรไม่รออะไรอีกแล้ว วิ่งพรวดฝ่าเข้าไปกดลิฟต์จนทศพลแทบตามไม่ทัน

เมื่อถึงหน้าห้องประชุมใหญ่ ชโลธรกับทศพลเดินหน้าตั้งไม่สนใจเลขาที่พยายามต้อนหน้าต้อนหลังห้ามเสียงหลง

“คุณฉายมณีไม่อยู่จริงๆค่ะคุณชโลธร คุณเข้าไปไม่ได้นะ”

“หลบไป บริษัทนี้เป็นของพ่อฉัน นังนั่นวางแผนฆ่าพ่อฉันแล้วแย่งทุกอย่างที่ควรเป็นของฉันไป”

ชโลธรดันเลขาออกไปพ้นทางแล้วผลักประตูห้องประชุมเข้าไปทันที ทุกคนในนั้นแปลกใจพากันมองมาที่เธอและทศพลเป็นตาเดียวกัน โดยเฉพาะเดวิดที่ยืนอยู่หัวโต๊ะในตำแหน่งท่านประธานคนใหม่พอเห็นหน้าชโลธรก็จำได้ว่าเคยเจอกัน

“อยู่ไหน!! นังตัวแสบฉายมณีอยู่ไหน”

“ก็บอกแล้วไงว่าคุณฉายมณีไม่อยู่ คุณไปแล้วค่ะ...ขอโทษด้วยนะคะ ดิฉันเรียก รปภ.ให้ขึ้นมาแล้วค่ะ” ท้ายประโยคเลขารายงานเดวิด

“ฉันไม่เชื่อ ถ้าฉันเจอตัวแล้วเล่นงานเขาได้เมื่อไหร่ คนที่จะโดนไล่ออกแน่ๆก็คือเธอ”

ชโลธรชี้หน้าเลขาอย่างเอาเรื่อง เดวิดซุบซิบกับผู้ช่วยของเขาก่อนจะพยักหน้าเข้าใจเมื่อผู้ช่วยเอาแฟ้มในมือให้ดูข้อมูลของชโลธร

“โอเค ผมเข้าใจแล้ว ที่แท้คุณก็คือคุณชโลธรลูกสาวของผู้ก่อตั้งบริษัทนี้”

“ใช่ ฉันเอง...แล้วคุณเป็นใคร”

“ผมเดวิด ประธานคนใหม่ของที่นี่”

“ประธานคนใหม่!!? นี่หมายความว่า...”

“ใช่แล้วครับ...ตอนนี้ผมเทกโอเวอร์บริษัทนี้มาเป็นของผมเรียบร้อยแล้ว”

ชโลธรคาดไม่ถึง หน้าถอดสีด้วยความเสียใจ

ooooooo

ขณะนั้นฉายมณีนั่งรถอยู่บนถนน เธอดูสัญญาการขายหุ้นให้เดวิดแล้วชอบใจก่อนจะหยิบโทรศัพท์มาโทร.หาพ่อใหญ่คมแต่ติดต่อไม่ได้

“ไอ้คม...หายหัวไปไหนของมัน ไหนว่าจะส่งรูปนังชิโลมาให้ไง”

ฉายมณีวางโทรศัพท์ เริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี ทันใดนั้นเองคนขับเบรกรถกะทันหันกลางถนน จนฉายมณีหน้าทิ่มกระแทกเบาะร้องลั่นด้วยความโมโห

“โอ๊ย!! ไอ้บ้าเอ๊ย ขับรถประสาของอะไรของแก”

“มีรถตัดหน้าครับคุณ”

ธนภพนั่นเองที่ขับรถตัดหน้า เขาก้าวลงมากระชากคนขับรถของฉายมณีแล้วใช้ปืนขู่

“ไปให้พ้น นี่ไม่ใช่เรื่องของแก...ไป!”

คนขับรถลนลานหวาดกลัวรีบวิ่งหนีไป เหลือฉายมณีหน้าเสียอยู่คนเดียว ธนภพแสยะยิ้ม เปิดประตูแล้วกระชากฉายมณีออกมาอย่างไม่ปรานี

“ออกมาเลยนังตัวดี คิดว่าจะให้ผัวเก่าแกมาฆ่าฉันได้ง่ายๆงั้นเหรอ”

“ใจเย็นๆก่อนนะคุณ ฉันไม่รู้เรื่อง ไอ้คมมันเป็นคนลงมือเอง มันบังคับฉัน มันขู่ฉันกับยัยโมให้ร่วมมือกับมัน ไม่งั้นมันจะฆ่าเราสองคนแม่ลูก ฉันพูดจริงๆนะคุณ ฉันไม่มีทางเลือกเลย”

“ไม่มีทางเลือกเหรอ แล้วนี่อะไร นังตอแหล”

ธนภพแย่งเอกสารขายหุ้นในมือฉายมณีมาแล้วใช้มันตบหน้าเธออย่างแรง

“อย่าคิดว่าฉันโง่ เพราะว่าฉันอยู่กินกับนังอสรพิษมาเป็นสิบๆปี ฉันถึงต้องรู้จักระวังตัวไว้ตลอด ในเมื่อคนอย่างเธอสามารถสั่งฆ่าคนอื่นได้ง่ายๆ สักวันฉันก็อาจจะต้องโดนแบบนั้นบ้างเหมือนกัน ฉันถึงต้องหาทางยักยอกเงินเอาไว้ใช้ยามจำเป็นไง”

เขาระเบิดอารมณ์แล้วใช้ปืนจี้บังคับฉายมณีให้คุกเข่าลงอย่างโกรธแค้น

“คุณ...ฉันกลัวแล้ว ฉันยอมแล้ว อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ที่ทำไปทั้งหมดฉันก็ทำเพื่อครอบครัวของเราทั้งนั้น”

“ครอบครัวเราเหรอ มันไม่มีหรอกฉายมณี ที่อยู่ด้วยกันมามันมีแต่คนเอาตัวเองรอดทั้งนั้น แล้วตอนนี้ก็ถึงเวลาที่ฉันต้องเอาตัวรอดคนเดียวแล้ว”

ธนภพเตรียมจะยิง แต่ฉายมณีไม่ยอมตายตัดสินใจเข้าแย่งปืนจากมือเขา ทำให้ทั้งคู่ยื้อยุดกันไปมา

“ไอ้ผัวเลวเอ๊ย ถ้าไม่ใช่เพราะฉันช่วยจัดการทุกอย่างให้ คิดเหรอว่าไอ้คนที่มีดีแค่เรื่องบนเตียงอย่างเดียวจะมีได้อย่างทุกวันนี้”

“แกมันก็นังเมียอสรพิษเหมือนกันนั่นแหละ กดขี่ข่มเหง เก่งแต่ซ้ำเติม ฉันทำอะไรก็ไม่เคยได้ดีสักอย่าง ฉันถึงต้องทิ้งแกไปหาเด็กสาวๆกว่าไง อีแก่”

“ไอ้ธนภพ!!”

“นังอสรพิษ”

ปัง!! เสียงปืนที่กำลังยื้อยุดอยู่นั้นดังขึ้นหนึ่งนัด ทั้งคู่ต่างชะงักกันไป ก่อนจะผละออกมาแล้วพบว่าฉายมณีทำปืนลั่นยิงถูกธนภพเข้าที่ท้องทรุดลงเลือดแดงฉาน

“ฉันไม่ตั้งใจ ฉันไม่ได้ตั้งใจ...” ฉายมณียืนตัวสั่น มือเต็มไปด้วยเลือด

ระหว่างนั้นเองเสียงไซเรนตำรวจดังมา ฉายมณีหันขวับไปเห็นรถตำรวจสองคันวิ่งเข้ามาจอด ตำรวจกรูลงจากรถพร้อมปืนชี้มาที่เธอให้ทิ้งอาวุธ

ฉายมณีทิ้งปืนแล้วคุกเข่าลงร้องไห้โฮ ตำรวจส่วนหนึ่งรีบเข้ามาคุมตัวจับใส่กุญแจมือ และอีกส่วนรีบไปดูธนภพที่ยังไม่ตายแต่อาการสาหัส

ooooooo

ภายในห้องประชุม...ชโลธรเคร่งเครียดตรวจดูเอกสารทุกอย่างตรงหน้า ทศพลรับรู้ได้ถึงความหนักใจของเธอและอดเป็นห่วงไม่ได้ แตะหลังมือเธอเบาๆ

“นายพล...ฉันรักษาสมบัติของพ่อแม่ฉันเอาไว้ไม่ได้ นังนั่นมันขายทุกอย่างให้คนอื่นไปแล้ว”

ชโลธรสะอึกสะอื้นอย่างทำใจรับไม่ได้ ทศพลกอดปลอบเธอ ขณะที่เดวิดเอ่ยปากแสดงความเสียใจ แต่ทศพลแย้งอย่างขุ่นเคืองแทนชโลธร

“แค่แสดงความเสียใจไม่ได้ช่วยอะไรหรอก พวกนั้นเป็นทั้งฆาตกรและโกงสมบัติทุกอย่างที่ควรเป็นของชิโล การที่คุณได้ที่นี่มาก็ไม่ต่างจากรับซื้อของโจร”

“แต่ทุกอย่างผมทำถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งผู้ถือหุ้นและคณะกรรมการทุกคนก็ยอมรับว่าการเข้ามาควบรวมกิจการของผมจะทำให้บริษัทนี้พ้นจากภาวะล้มละลาย”

“ล้มละลายเลยเหรอ” ชโลธรถามเสียงแผ่ว

“ครับ เพราะคุณธนภพกับคุณฉายมณีดำเนินธุรกิจผิดพลาด ถ้าไม่รีบแก้ไขตอนนี้ ที่นี่ก็จะไม่เหลือความทรงจำของพ่อคุณเลย”

“ไม่เป็นไรครับคุณหนู เราจะหาทางแก้ไขเรื่องนี้ด้วยกัน คุณหนูไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วนะ อย่าลืมว่าพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ปัญหาร้อยล้านพันล้านกับปัญหาห้าบาทสิบบาท วิธีแก้ไขมันก็ไม่ต่างกันหรอก ป่านนี้พวกนั้นก็คงถูกท่านผู้การคุมตัวได้หมดแล้ว เรากลับโคกอีเกิ้งกันก่อนแล้วค่อยๆคิดหาทางกันใหม่”

ทศพลโอบประคองชโลธรลุกขึ้นแล้วมองเดวิดอีกครั้งด้วยสายตาแข็งกร้าว ยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“แล้วพวกเราจะกลับมาอีกครั้งแน่”

เดวิดสบตาทศพลอย่างไม่รู้สึกหวั่นเกรงในท่าทีเอาจริงเอาจังของเขา จนกระทั่งทั้งคู่เดินออกไป เดวิดสั่งผู้ช่วยให้ค้นหาข้อมูลของชโลธรที่ละเอียดกว่านี้โดยเร็ว

แล้วไม่ทันที่ทศพลจะพาชโลธรออกไปพ้นบริษัท เดวิดก็ตามออกมาเรียกชโลธรและยื่นข้อเสนอ

“ในฐานะที่คุณเป็นลูกสาวของผู้ก่อตั้งที่นี่ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณดี เพราะผมเองก็เป็นลูกกำพร้าเหมือนกัน ถ้าคุณสนใจ ผมมีตำแหน่งให้คุณมาทำงานร่วมกันกับผม”

ชโลธรสนใจ แต่ทศพลออกอาการไม่พอใจ ตอกหน้าเดวิดทันที

“ทำงานให้ก็หมายความว่าเป็นลูกจ้าง ทั้งๆที่ชิโลควรเป็นเจ้าของที่นี่เนี่ยนะ...ไม่ต้องไปสนใจหรอกครับคุณหนู กลับเถอะครับ”

ทศพลพาชโลธรออกไปด้วยท่าทีหวงแหน เพราะท่าทางเดวิดดูแปลกๆไม่น่าไว้ใจ

ooooooo

หมอภัชกลับมาที่บ้านป้านวลในสภาพฟกช้ำดำเขียวตามร่างกาย แต่โอดโอยสำออยราวกับจะเป็นจะตายขณะทิพย์ช่วยประคบและทายาให้

ทิพย์เป็นห่วงหมอภัชมาก ขอให้เขาหายไวๆ เพื่อที่เธอจะได้พาเขาไปแก้บนกราบหลวงพ่อพระใสเพราะตอนที่เขาถูกจับตัวไปเธอตั้งจิตอธิษฐานขอพรหลวงพ่อให้คุ้มครองเขาให้ได้กลับมาอย่างปลอดภัย

“ตอนที่ถูกจับตัวไป ผมก็คิดถึงหลวงพ่อเหมือนกันครับ ผมเลยตั้งจิตอธิษฐานขอให้หลวงพ่อช่วยให้ผมได้กลับไปหาคุณทิพย์ด้วย”

“อีหลีติคะคุณหมอ”

“ครับ เพราะที่นั่นเป็นที่ที่ผมได้เจอคุณทิพย์ครั้งแรก เป็นที่ที่ทำให้ผมรู้ว่าหนองคายมีเสน่ห์มากแค่ไหน ผมเลยตายไม่ได้ เพราะว่าผมต้องกลับไปที่นั่นอีกครั้ง แต่ว่า...”

“แต่อิหยังคะ”

หมอภัชยังไม่ทันตอบ อีหล่ายิ้มหน้าบานเข้ามาแทรก บอกข่าวดีว่าพี่ชายตนพาพี่สะใภ้กลับมาแล้ว

ทิพย์รีบตามอีหล่าออกมาหน้าบ้านเห็นแม่ป่องกับป้านวลกำลังผลัดกันปลอบใจชโลธร โดยที่คนอื่นๆยืนมองอย่างโล่งอก ยกเว้นจำปูนจำปีที่ไม่อยู่เพราะไปเยี่ยมพ่อใหญ่คมที่โรงพยาบาล

“ขวัญเอ๊ยขวัญมาเด้อ กว่าสิเบิ่ดเคราะห์เบิ่ดโศกเล่นเอาแม่เกือบสิหัวใจวายตาย”

“ป้าก็เหมือนกันค่ะคุณหนู ถ้าคุณหนูเป็นอะไรไป ป้าคงอยู่ไม่ได้แน่ๆ”

“เซาไห้เถาะอีนวล เดี๋ยวข้อยก็น้ำตาแตกนำดอก”

พอป่องกับนวลทำท่าจะเป่าปี่ ปั้นเลยต้องรีบสกัด

“เอ้าๆๆ อีเหวิ่งกลับมาอย่างปลอดภัย คนฮ้าย ถืกจับเบิ่ด บ่มีไผต้องตายให้เสียเลือดเสียเนื้อ เฮาก็ต้องฉลองกัน บ่แม่นมาไห้ขี้มูกโป่งจังซี้เด้อ”

“ชิโลขอบคุณทุกคนมากนะคะ และก็ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง เอาเป็นว่าถ้าทุกคนอยากฉลอง คืนนี้ก็ฉลองกันให้เต็มที่เลย แต่วันนี้ชิโลเหนื่อยมาก ขอตัวไปพักก่อนนะคะ”

ชโลธรยิ้มอ่อนให้ทุกคนแล้วรีบเดินออกไป ทุกคนมองหน้ากันงงๆ หมอภัชพุ่งเป้ามาที่ทศพลถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมท่าทางชโลธรถึงยังมีเรื่องหนักใจอยู่

“ปัญหาของคุณชิโลยังไม่จบครับหมอ แล้วงานนี้น่าจะหาทางออกยากกว่าเดิมด้วย”

“ปัญหาอีหยังอีกล่ะอ้าย เฮาซอยกันได้บ่”

“แม่น เฮายกมากันเกือบสิเบิ่ดโคกอีเกิ้งจังซี้ ยังมีเฮื่องอีหยังอีกที่ซอยอีเหวิ่งบ่ได้”

ทิพย์กับแก้วตาเร่งเอาคำตอบจากทศพล แต่พอทุกคนได้ฟังปัญหาของชโลธรก็เบิกตาโพลงตกใจไปด้วยกัน

“ต้องใช้เงินเพิ่มอีกตั้งหลายสิบล้าน จังสิซื้อหุ้นคืนมาได้อีหลีติ”

“แม่นเด้อาแหวง ลำพังเงินที่อายัดได้มาจากที่ฉายมณีขายหุ้นไปก็ยังซื้อหุ้นคืนมาบ่พอ คั่นบ่มีเงินไปซื้อหุ้นเพิ่ม มรดกของคุณชิโลก็ต้องตกไปอยู่ในมือผูอื่น”

“เฮ้อ...เป็นตาหลูโตนคุณชิโลหลาย คึดว่าสิพ้นเคราะห์พ้นโศกแล้วแท้ๆ เฮาสิได้กลับเมือโคกอีเกิ้งนำกัน คั่นเป็นจังซี้ก็หมายควมว่า...”

“คุณหนูอาจจะตัดสินใจไม่กลับไปโคกอีเกิ้งอีก” ป้านวลพูดแล้วถอนใจเฮือก แต่ทศพลบอกว่าตนไม่ยอมแน่ ยังไงตนก็ต้องพาเมียของตนกลับบ้าน ว่าแล้วทำท่าจะไปคุยกับชโลธร แต่แม่ป่องรีบคว้าแขนลูกชายไว้

“แม่ว่าเจ้าไปเว้าหยังตอนหนี่กับเพิ่น ก็ได้คำตอบเดียวนั่นล่ะ”

“แม่น...สิให้เลือกเจ้าแล้วถิ่มสมบัติพ่อแม่ให้ผูอื่นไปอยู่ท้องไร่ท้องนา มันมีแต่ในนิยายน้ำเน่าเด้บักหล่า”

“ข้อยสิบ่ยอมแยกกันอยู่กับเมียเด้ออีพ่อ”

“เอาล่ะๆ บางทีอาจสิบ่ต้องเฮ็ดจังซั่นก็ได้แม่พอมีวิธีอยู่...อีพ่อ ครอบครัวเฮาเดือดฮ้อนฮอดยามจำเป็นจังซี้แล้ว เจ้าเห็นนำกับวิธีสุดท้ายบ่”

ปั้นมองเมียด้วยสีหน้าแน่วแน่แล้วพยักหน้ารับ ทุกคนพากันสงสัยว่าวิธีของแม่ป่องคืออะไร?

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้นชโลธรเข้าบริษัทอีกครั้งเพื่อรับฟังข้อเสนอของเดวิด ปรากฏว่าเขาต้องการให้เธอมาทำงานกับเขาแต่ต้องไปอยู่อังกฤษ

อ้างว่าธุรกิจหลักอยู่ที่นั่นและอาจจะไม่ได้บินมาบ่อยๆ จึงอยากได้คนที่มั่นใจว่าจะช่วยประสานงานกับทางนี้ได้ดี

“ถามจริงๆนะคะ คุณคิดจะจีบฉันหรืออยากให้ฉันมาทำงานด้วยกันแน่”

“ถ้าผมตอบว่าทั้งสองอย่าง คุณจะปฏิเสธข้อเสนอผมไหมล่ะครับ”

“ผู้ช่วยคุณมีข้อมูลฉันหมดทุกอย่าง เขาน่าจะเช็กจนรู้แล้วนะคะว่าฉันไม่โสด”

“แต่นิ้วนางคุณยังไม่ได้สวมแหวนแต่งงานไม่ใช่เหรอครับ”

ชโลธรมองนิ้วนางข้างซ้ายตัวเองที่ยังโล่งว่างแล้วรีบดึงมือลงจากโต๊ะ

“ผมนับถือความพยายามของคุณที่เสี่ยงชีวิตเพื่อสิ่งที่พ่อแม่คุณสร้างไว้ นี่เป็นวิธีที่คุณจะได้ดูแลธุรกิจของพ่อแม่คุณอยู่ และผมก็จะให้อำนาจการบริหารคุณเต็มที่ โดยผมจะทำหน้าที่เป็นแค่ที่ปรึกษา”

“ทั้งหล่อทั้งรวยแล้วยังเปย์ขนาดนี้ ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคุณถึงยังโสด”

“ขอบคุณครับ อาจจะเป็นเพราะว่าผมยังไม่เจอใครครั้งแรกแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจได้เท่าคุณมั้งครับ”

เดวิดยื่นปากกาเพื่อให้ชโลธรเซ็นชื่อ แต่เธอรับมาแล้วยังลังเลคิดหนัก...

เวลาเดียวกันนั้นที่หน้าบริษัท กลุ่มของทศพลในชุดนักธุรกิจเรียบหรูก้าวลงจากรถตู้ด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจ เดินชักแถวเข้ามาข้างในเพื่อเจรจาธุรกิจร้อยล้านพันล้าน

เมื่อชโลธรเห็นทุกคนก็แตกตื่นประหลาดใจ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“พวกเรามาเจรจาธุรกิจช่วยคุณ”

“บ่ต้องห่วงเด้ออีเหวิ่ง เงินล้านที่เจ้ายังขาดอยู่ แม่เตรียมมาให้แล้ว”

“หา!!?? เงินตั้งหลายสิบล้าน คุณแม่ไปหามาจากไหนคะ”

“ก็เงินในบัญชีธนาคารของอีแม่ไงล่ะจ๊ะเอื้อย”

“นี่ไม่ใช่เวลามาล้อเล่นกันนะอีหล่า”

“บ่ได้ล้อเล่นดอกคุณชิโล เงินสดๆ 30 ล้าน แม่ป่องเพิ่งถอนจากบัญชีมามื้อหนี่เอง” แก้วตายืนยันด้วยคำพูด แต่แม่ป่องส่งซิกให้พ่อปั้นยืนยันด้วยเงินสดที่อัดแน่นในกระเป๋า

ชโลธรเห็นแล้วอึ้ง หน้าตาเหวอๆเหมือนอยู่ในความฝัน ทศพลบอกว่าตอนที่รู้ว่าแม่มีเงินเก็บซุกในบัญชีขนาดนี้ตนก็งงเหมือนกัน ปั้นเองก็ช็อก เพราะอยู่กินกันมานานไม่เคยรู้เลยว่าเมียมีเงินเก็บในบัญชีเป็นสิบๆล้าน

“แต่ข้อยบ่แปลกใจดอก ก็เอื้อยใภ้เทิ้งเขี้ยว เทิ้งเค็ม เทิ้งเหนียว ออกเงินกู้ดอกเบี้ยโหดตั้งแต่แตกเนื้อสาวจนเหนียงยานจังซี้ ยังบ่ได้รวมที่ดินที่แอบซื้อเก็บสะสมไว้ตั้งหลายจังหวัดอีก แม่นบ่อีป่อง”

“แม่น...แต่เดี๋ยวบักแหวง เจ้าหลอกด่าข้อยอยู่บ่”

“มาฮอดจังซี้แล้ว มีแต่ชมเถาะนั่น บุญแท้ของคุณหนูที่ได้เจ้าเป็นแม่ผัว”

แม่ป่องค่อยยิ้มออก เข้าไปกอดชโลธร “อีเหวิ่งเอ๊ย เฮื่องเทคกะนิคเม้มเงินบ่ให้ผัวฮู้ ไว้แม่สิสอนให้มื้อหลังย่อนว่ามันคือเคล็ดลับของเมียที่ดี เว้าสำมื้อนี้ก่อนเถาะ ที่แม่เทิ้งเขี้ยว เทิ้งเค็ม เทิ้งเหนียว ก็ย่อนว่าสมบัติของแม่ก็คือสมบัติของลูก แหงมีเจ้าเป็นลูกใภ้ดีๆจังซี้ แม่แหงพร้อมเปย์ให้หนัก จัดให้เต็มอยู่แล้ว”

“แต่คั่นบ่เกิดฉุกเฉินหนักหนาสาหัสกับครอบครัวจังซี้ อีแม่เจ้าก็คงบ่ยอมให้ไผฮู้ดอกว่าแอบเม้มเงินไว้เถาะได๋ ตายเป็นผีพ่อก็คงบ่ฮู้”

“บักปั้น!!” ป่องค้อนผัวแล้วหันกลับมาที่ลูกสะใภ้ เห็นน้ำตาเอ่อตื้นตันก็รีบห้าม “อย่าไห้ เป็นลูกหลานบ้านโคกอีเกิ้งต้องสตรองเด้อ เอ้าบักหล่า เอาเงินเนี่ยไปเปิดดีลเว้าธุรกิจพาเมียกลับเมือเฮือนได้แล้วเด้อ”

ทศพลยิ้มรับ...พร้อมทำตามคำสั่งแม่ทันที

ooooooo

บรรยากาศในห้องประชุมค่อนข้างตึงเครียด ทุกคนเงียบกริบรอการตัดสินใจของเดวิดที่กำลังหารือกับผู้ช่วย

เสร็จแล้วแทนที่จะได้คำตอบชัดๆ เดวิดกลับขอคุยกับชโลธรเป็นการส่วนตัว แต่ทุกคนยังมองเห็นทั้งคู่ผ่านกระจกกั้นห้อง ผ่านไปไม่นานเห็นสองคนจับมือและสวมกอดกันตามธรรมเนียมฝรั่ง ทศพลออกอาการหึงหวงเข้าไปแทรกกลางทันที

“พอได้แล้วจ้ะเมียจ๋า เดี๋ยวผัวจะเจรจาให้เอง” ทศพลเสียงแข็งดึงชโลธรมากอดแสดงความเป็นเจ้าของ

“ทำอะไรของนายเนี่ย”

“จัดการปัญหาให้มันจบไง ถ้าเขาเห็นว่าเงินที่เราเตรียมมายังไม่พอ เราก็ยังมีที่อีกหลายแปลง ขายได้อีกเป็นสิบๆล้าน พร้อมสู้หมดหน้าตัก”

พวกปั้นตามเข้ามาเป็นพรวน ต่างยุยงส่งเสริมทศพลให้จัดการ เอาให้รู้ไปเลยว่าหน้าตาบ้านๆแต่ไม่ได้หมายความว่าต้องยากจน

“ต้องการอีกเท่าไหร่ว่ามาโลด”

“พอได้แล้วนายพล ไม่ต้องเจรจาอะไรอีกแล้ว ฉันกับคุณเดวิดคุยกันจบแล้ว”

“คุยกันจบแล้ว?”

“ใช่ครับคุณทศพล ผมกับคุณชิโลจบดีลธุรกิจกันไปเมื่อกี้นี้แล้วครับ”

“คุณเดวิดยอมขายหุ้นคืนให้ในราคาที่เราเสนอไป เท่ากับฉันได้หุ้นบริษัทคืนแล้ว”

“จริงเหรอครับคุณหนู”

“จริงสิ ฉันเลยต้องขอบคุณเขา ที่เข้าใจและเห็นความตั้งใจของพวกเรา”

“ครับ...ปัญหาร้อยล้านพันล้านกับปัญหาห้าบาทสิบบาทมันก็มีทางแก้ไม่ต่างกัน ผมเองก็เคยเป็นเด็กกำพร้า โตมาแบบไม่มีครอบครัว พอได้เห็นครอบครัวที่รักกัน ช่วยเหลือกันแบบนี้ บอกตรงๆนะครับ ผมอยากมีครอบครัวแบบนี้บ้าง”

ทุกคนยิ้มออก เดวิดยื่นมือไปตรงหน้าชโลธรอีกครั้ง

“ยินดีด้วยนะครับ ในเมื่อคุณมีครอบครับที่เข้มแข็งและพร้อมช่วยเหลือกันแบบนี้แล้ว ผมคงไม่ต้องแนะนำเรื่องแผนฟื้นฟูกิจการให้”

“ไม่ได้หรอกค่ะ ยังไงฉันก็ต้องขอคำแนะนำจากมืออาชีพอย่างคุณ”

“งั้นเราก็คงจะได้เจอกันอีก”

ชโลธรดีใจจับมือเดวิดเชกแฮนด์กัน พอเดวิดสวมกอดชโลธรอีกทศพลก็ปรี่มาจับแยก

“พอได้แล้ว นี่เมียข้อย ต้องให้ย้ำเรื่อย”

เดวิดอมยิ้ม...แล้วโบกมือลาออกไปพร้อมผู้ช่วย ทศพลพูดไล่หลัง

“ไปโลด ไปแล้วไปลับ อย่าหวังว่าสิได้พ้อเมียข้อยอีก เมียคนหนี่ผัวหวง ฮู้ไว้เด้อ”

“เอาล่ะๆ ปัญหามื้อหนี่ก็จบลงด้วยดีแล้ว แต่ก็บ่ได้หมายความว่าเฮาสิพากันเมือเฮือนได้เลย เฮาต้องอยู่ซอยอีเหวิ่งฟื้นฟูกิจการก่อน สุคนพร้อมสิซอยกันบ่”

ทุกคนตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน ปั้นยิ้มพอใจ แล้วหลังจากนั้นทุกคนก็แบ่งหน้าที่กันช่วยงานชโลธรตามความถนัด โดยเฉพาะทศพลเต็มที่มากๆและพร้อมอยู่เคียงข้างเธอตลอดเวลา ในที่สุดการประชุมบอร์ดผู้ถือหุ้นที่ชโลธรหวาดกลัวก็ผ่านไปได้ด้วยดี

ooooooo

เมื่อกลับมาที่บ้านป้านวล  ชโลธรกราบขอบคุณแม่ป่องแทบตักและขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือด้วยดีมาตลอด แม่ป่องลูบหัวลูกสะใภ้อย่างเอ็นดู

“บ่ต้องขอบคุณให้เป็นพิธีรีตองดอก ครอบครัวเดียวกันก็ต้องซอยเหลือกัน บ่ถิ่มกัน”

“พ้นเคราะห์พ้นโศกกันล่ะเด้อบาดหนิอีเหวิ่ง ต่อไปเฮาก็สิได้เมือเฮือนกันแล้วเนาะ”

“คงยังกลับไปพร้อมกันตอนนี้ไม่ได้ค่ะคุณพ่อ”

“ห่วงเฮื่องธุรกิจแม่นบ่”

“จ้ะแก้วตา ฉันต้องอยู่ช่วยดูเรื่องฟื้นฟูกิจการให้พ้นวิกฤติก่อน ที่ผ่านมาฉันไม่เคยเห็นค่าของสิ่งที่พ่อแม่ทำไว้ให้ คราวนี้ฉันจะไม่ทำพลาดอีกแล้ว”

“ผมเชื่อว่าคุณต้องทำได้ครับ เพราะนับตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกันจนถึงวันนี้ คุณก็แทบไม่มีอะไรต้องพิสูจน์ตัวเองอีกแล้วว่าคุณไม่ใช่ชิโลคนเดิม”

“ขอบคุณนะนายพล เพราะนาย...วันนี้ฉันถึงได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์และอบอุ่นแบบนี้”

“ยังครับ ผมยังไม่ได้ทำให้คุณมีครอบครัวที่สมบูรณ์จริงๆ”

“ขาดอะไรอีก”

ทศพลยิ้มกรุ้มกริ่ม ถามแม่ว่าอยากอุ้มหลานกี่คน ครึ่งโหลพอไหม แม่ป่องตอบทันทีว่าหุ่นแม่พันธุ์แบบนี้จัดมาเลยหนึ่งโหลแม่เลี้ยงไหว

“คุณแม่!! คนนะไม่ใช่วัวจะให้มีลูกเป็นโหลเนี่ย ไม่เอาแล้ว ยิ่งพูดยิ่งเปลืองตัว”

ชโลธรเขินอายลุกหนีออกไป ทศพลรีบเดินตาม ทุกคนแย้มยิ้มมีความสุข แต่แล้วป้านวลนึกได้หันไปถามจำปูนกับจำปีว่าอาการของพ่อใหญ่คมเป็นยังไงบ้าง

“อีพ่อพ้นขีดอันตรายแล้วเด้อ ตอนหนี่ตำรวจเบิ่งแยงอยู่ ถ่าให้หายดีแล้วสิดำเนินคดีตามกฎหมาย”

“แต่โทษก็คงบ่พ้นตลอดซีวิต”

“แต่ก็ยังดีกว่าต้องตายจากกันไป ติดคุกก็ยังไปเยี่ยมกันได้แม่นบ่” เสือให้กำลังใจ...สองพี่น้องยิ้มรับ

เวลานั้นทิพย์กับหมอภัชคุยกันอยู่หน้าบ้าน หมอภัชเพิ่งจะมีโอกาสบอกทิพย์ว่าเขาต้องไปต่างประเทศทำงานวิจัยของคณะแพทย์ที่ได้รับเชิญมา ทิพย์ใจหายแต่พยายามฝืนยิ้มยินดี

“จังซี้ก็เป็นเฮื่องหน่ายินดีหลายเด้ค่ะ ทิพย์ดีใจกับคุณหมอนำเด้อ”

“แต่ว่าผมจะไม่มีโอกาสได้ไปกราบหลวงพ่อพระใสกับคุณทิพย์น่ะสิครับ”

“บ่เป็นหยังดอกค่ะ กลับมาตอนได๋ก็ค่อยไปไหว้หลวงพ่อนำกันก็ได้ ระหว่างหนี่ทิพย์ก็สิได้ตั้งใจเรียนให้จบ อนาคตสิได้ใบปริญญามาอวดคุณหมอ”

“ดีแลยครับ ผมเชื่อว่าคุณทิพย์ต้องทำได้”

“ค่ะ สู้ๆเด้อค่ะคุณหมอ ทิพย์บ่กวนเวลาคุณหมอแล้วเด้อ”

ทิพย์ยิ้มหวานให้แต่ในหัวใจอดที่จะเหงาและเศร้าไม่ได้เพราะความน้อยเนื้อต่ำใจ

ooooooo

เมื่อกลับโคกอีเกิ้ง ทิพย์ไปไหว้พระคนเดียวโดยไม่รู้ว่าเสือกับแก้วตาร่วมมือกันทำให้หมอภัชได้มีโอกาสสารภาพรักทิพย์ แต่กว่าจะสำเร็จลุล่วงก็มีผิดแผนไปบ้าง โดยเฉพาะตัวหมอภัชเองที่กลัวความสูง ไม่กล้าเดินเข้าหาทิพย์ที่ขึ้นไปอยู่บนจุดชมวิวซึ่งพื้นเป็นกระจกใส

แต่เพราะความรักที่มีต่อทิพย์ทำให้หมอภัชยอมเดินไปหาทั้งที่ขาสั่นแทบทรุด หนุ่มสาวสบตากันหวานซึ้งโดยที่หมอภัชไม่กล้าก้มมองพื้น

“ซำนี่ทิพย์ก็เซื่อแล้วว่าคุณหมอแข่วฮักทิพย์อีหลี”

“กว่าจะทำให้คุณเชื่อได้ ผมก็แทบหัวใจวายเลยนะครับ รับรองว่าผมจะมองแต่คุณทิพย์คนเดียว เพราะต่อไปนี้ผมจะมาขอเป็นเขยอีสานที่บ้านโคกอีเกิ้งตลอดไป คุณทิพย์จะอนุญาตไหมครับ”

“บ่ต้องถ่าคำตอบดอกค่ะ อนุญาตตั้งแต่เห็นหน้าคุณหมอเข้ามาแล้ว”

“ไชโย” หมอภัชเผลอตัวกอดทิพย์หมุนไปมา

“เดี๋ยวค่ะคุณหมอแข่ว บ่ย่านควมสูงแล้วเบาะ”

พอทิพย์ทักขึ้นมาหมอภัชก็นึกได้ ก้มมองพื้นกระจกเลยเกิดอาการขาอ่อนขึ้นมาทันใด

“คุณทิพย์ช่วยพาผมกลับเข้าไปที ผมก้าวขาไม่ออกแล้วครับ”

ทิพย์ช่วยประคองพลางหัวเราะขำท่าทางกลัวความสูงของเขาเอามากๆ

ส่วนเสือกับแก้วตาที่อยู่กันอีกมุม สองคนหยอกเย้าประสาคนรักและตกลงปลงใจใช้ชีวิตร่วมกัน โดยเสือยังคงทำวงหมอลำรับงานทั่วราชอาณาจักร มีสมาชิกเพิ่มคือจำปูนกับจำปีที่ถนัดร้องเล่นเต้นรำเป็นที่สุด

ooooooo

ถึงวันที่ชโลธรกลับมาที่โคกอีเกิ้ง เธอเรียกหาทศพลตั้งแต่หน้าบ้านแต่ไม่มีเสียงขานรับ เดินเข้าไปในบ้านเห็นกรอบรูปวางเรียง มีรูปหนึ่งที่ทศพลอยู่ในชุดผู้ใหญ่บ้านถือถ้วยรางวัลชนะเลิศโอทอปของจังหวัดแวดล้อมไปด้วยญาติมิตร ชโลธรยิ้มมีความสุขที่เห็นรอยยิ้มของทุกคนชวนให้มีความสุขตาม

ระหว่างนั้นเสียงดนตรีสนุกสนานดังแว่วมา ชโลธรเดินออกมาชะเง้อมองไปทางทุ่งนาเห็นกลุ่มของทศพลร้องรำทำเพลงก็รีบวิ่งไปร่วมวง

“เมียข้อย...เมียข้อยกลับมาแล้วเด้อ”

ทศพลตะโกนลั่นด้วยความดีใจสุดๆ วิ่งมารับเมียรักแล้วทั้งกอดทั้งหอมด้วยความคิดถึง

“คุณหนูกลับมาทำไมไม่บอก ผมจะได้ไปรับ”

“ตั้งใจจะมาเซอร์ไพรส์”

“เซอร์ไพรส์ผมมากเลยครับ เซอร์ไพรส์จนอยากอุ้มกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย”

“นายพล...อายเขาบ้าง”

“มาครับคุณหนู ทุกคนคิดถึงคุณหนูเหมือนกัน ไปมีความสุขให้ทุกคนหายคิดถึงกันครับ”

ทศพลจูงมือชโลธรไปรวมกลุ่มกับทุกคน

จากนั้นก็พากันเซิ้งอย่างสนุกสนาน บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ

หลังจากนั้นทศพลพาชโลธรไปไหว้พระก่อนจะขึ้นไปบนจุดชมวิวเห็นแม่น้ำโขงทอดยาวไปไกลถึงฝั่งลาว หญิงสาวสุขใจตะโกนก้อง

“คิดถึงที่สุดเลยโคกอีเกิ้งจ๋า...อีเหวิ่งกลับมาแล้วเด้อ ขอสูดอากาศดีๆ บรรยากาศเก่าๆให้เต็มปอดให้หายคิดถึงหน่อยนะ”

เธอหลับตาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แต่จู่ๆก็ต้องลืมตาเพราะได้กลิ่นแปลกๆ ทศพลนั่นเองที่ยื่นหน้าเข้ามาแกล้งอ้าปากกว้างปล่อยลมหายใจ

“อี๊...นายพล เล่นบ้าอะไรของนายเนี่ย”

“ผมว่าที่คุณคิดถึงไม่ใช่กลิ่นความสดชื่นของโคกอีเกิ้งหรอก แต่เป็นกลิ่นปากปลาร้าของผมมากกว่า ที่ทำให้คุณถวิลหาจนลืมไม่ลง”

“ทุเรศ ไปเอาความมั่นใจแบบนั้นมาจากไหนเนี่ย แหวะ! ทำฉันเสียบรรยากาศหมด”

“แต่เวลาผมจูบคุณทีไรคุณก็ไม่เคยปฏิเสธเลยสักครั้งไม่ใช่เหรอ”

“บ้า...มนุษย์ลุงขี้มโน ตั้งแต่นี้ไปฉันต้องให้นายพกน้ำยาล้างปากติดตัวแล้ว”

“ได้ครับ ไม่มีปัญหา จะได้จูบคุณได้บ่อยๆ วันละสามเวลารวมก่อนและหลังอาหารด้วย”

“นายพล” เธอหมั่นไส้หยิกแขนเขา แต่เขากลับดึงเธอมากอดแน่น

“วันนี้ผมพูดเล่นๆ แต่ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ผมจะทำจริงๆ เพราะเวลาที่คุณไม่อยู่ชีวิตผมก็เหมือนนาที่ขาดน้ำ เป็นต้นข้าวรอวันแห้งตาย”

“แต่น่าหมั่นไส้แบบนี้ น่าจะปล่อยให้เหี่ยวแห้งหัวโต”

“ผมเชื่อว่าคุณไม่ใจร้ายกับผมหรอก” พูดจบเขาหอมแก้มเธอหนึ่งฟอดแล้วคลายอ้อมกอด หยิบแหวนออกมาขอเธอแต่งงาน แต่หญิงสาวนิ่งเงียบทำให้เขาหวั่นใจกลัวโดนปฏิเสธ

“อย่าเงียบไปแบบนี้สิครับคุณหนู ผมไม่อยากคิดว่า...”

“ปฏิเสธน่ะเหรอ...เล่นพามาเสียวบนที่สูงขนาดนี้ขืนปฏิเสธคงได้มีข่าวขึ้นหน้าหนึ่ง ผู้ใหญ่บ้านหนุ่มคลั่งรักจับสาวโยนหน้าผาตายสยองน่ะสิ”

“ใช่ครับ ผมจะจับคุณโยนลงไปก่อนแล้วโดดลงไปตายตาม สร้างตำนานรักให้โด่งดังไปทั่วอีสาน ไม่น้อยหน้าตำนานนางอุสาท้าวบารสเลย”

“หา!! เอาจริงเหรอ”

“ก็ลองปฏิเสธสิครับ”

“บ้า!! ถ้าไม่อยากเป็นเมียผู้ใหญ่บ้านแล้วจะกลับมาโคกอีเกิ้งทำไม”

“งั้นก็หมายความว่า...”

ชโลธรพยักหน้าแทนคำตอบ ทศพลยิ้มกว้างดีใจ สวมแหวนแล้วจูบหน้าผากเธออย่างนุ่มนวลด้วยความรักสุดหัวใจ

ooooooo

-อวสาน-


ละครผู้บ่าวอินดี้ ยาหยีอินเตอร์ ตอนที่ 17(ตอนจบ) อ่านผู้บ่าวอินดี้ ยาหยีอินเตอร์ ติดตามผู้บ่าวอินดี้ ยาหยีอินเตอร์ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ศุกลวัฒน์ คณารศ,เซฟฟานี่ อาวะนิค 19 ก.ค. 2562 07:51 2019-07-20T01:27:41+00:00 ไทยรัฐ