ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อนุศนิยากำลังจะออกไปทำงาน มิรันตรีวีดิโอคอลเข้ามาให้ช่วยคิดเรื่องที่ชยากรขอเป็นแฟน

    อนุศนิยาแปลกใจถามมิรันตรีชอบเขาหรือเปล่า เธออึกอักๆ อนุศนิยาสรุปเองว่าชอบ มิรันตรีโอดโอยว่าชอบแต่ไม่อยากเจ็บ กลัวเขาเล่นๆไม่จริงจัง อนุศนิยายุ

    “มันไม่ถึงตายหรอก ก็แค่เสียใจอยู่ช่วงหนึ่ง ผู้หญิงแข็งแรงอย่างมิแกร่งพอที่จะผ่านมันไปได้เชื่อนุศ อีกอย่างมันยากนะมิ กับการที่เราจะรักใครสักคนแล้วเขารักตอบ โชคชะตาอยู่ในกำมือมิแล้ว มิคนเดียวที่จะเป็นคนเลือกว่าจะให้มันเป็นยังไง”

    “ที่พูดเนี่ย หมายถึงตัวนุศเองกับหมอวรรษด้วยรึเปล่า”

    อนุศนิยาโวยวกมาเรื่องตนได้อย่างไร มิรันตรีบอกเมื่อก่อนเธอไม่เคยลึกซึ้งกับเรื่องความรักไม่เคยแคร์...เรื่องรักๆไม่เคยเข้ามาในชีวิตจนได้แต่งงานกับศตวรรษถึงเห็นความเปลี่ยนแปลง อนุศนิยาอึ้ง...ระหว่างนั้น ศตวรรษมองมาจากหน้าต่างห้องเห็นชยากรเดินไปหาอนุศนิยา

    ชยากรเข้ามาบอกอนุศนิยาว่าจีน่าโทร.มาว่าวันนี้อนุกรนัดไปหาหมอที่คลินิกแห่งหนึ่ง ตนสังหรณ์ใจว่าจะมีเรื่องไม่ดี อนุศนิยาเห็นด้วยจึงออกไปกับเขา ศตวรรษไม่พอใจแอบขี่รถตาม

    ระหว่างนั่งรถ ชยากรเอ่ยถามทำไมครั้งนี้ถึงยอมมากับตนสองคน อนุศนิยายิ้มๆบอกมิรันตรีเล่าเรื่องที่เขาขอเป็นแฟน ทีแรกตนก็ไม่อยากเชื่อเกรงว่าเขาจะแค่คบเพื่อให้ตนไว้ใจ แต่มาคิดอีกที อาที่ตนรู้จักไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวที่จะเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นแบบนั้น

    ชยากรฝืนยิ้มกำพวงมาลัยแน่นอย่างรู้สึกผิด “แน่นอน อาไม่ทำให้เพื่อนรักของนุศเสียใจแน่ แล้วอีกอย่าง อาไม่เคยเอาเรื่องความรักมาล้อเล่น อาจริงจังกับความรักเสมอ”

    หน้าคลินิก อนุกรพาจีน่าเข้าไป ทั้งชยากรและอนุศนิยาเห็นหน้าร้านแล้วไม่ไว้ใจ จึงรีบตามเข้าไป ศตวรรษมาถึงเห็นทั้งสองเดินเข้าร้านก็รู้สึกเจ็บปวดใจขี่รถกลับไป พออนุกรเห็นอากับพี่สาวก็ตกใจจะเข้าไปหาจีน่าในห้องตรวจ แต่จีน่าวิ่งร้องไห้ออกมาเสียก่อน โวยวายว่าเขาหลอกตนมาทำแท้ง อนุกรกลัวพี่สาวเล่นงานจึงวิ่งหนีเตลิดไป จีน่าเข่นเขี้ยวคนเดียว

    “ฉันไม่น่าโง่ไปจับแกเลย ไอ้ห่วยเอ๊ย...”

    ชยากรวิ่งตามอนุกร อนุศนิยาวิ่งรั้งท้ายเกิดส้นพลิก ชยากรเป็นห่วงจึงวกกลับมาช่วยประคอง อนุศนิยาแอบตกใจกับท่าทีห่วงใยของเขา เผอิญมิรันตรีโทร.เข้ามา เขาเห็นชื่อเธอหน้าจอ สติจึงกลับมารีบปล่อยตัวอนุศนิยาแล้วรับสายมิรันตรี เธอโทร.มาเพื่อจะให้คำตอบและนัดเจอ เขาจึงบอกว่าติดงานเดี๋ยวจะโทร.กลับ มิรันตรีสับสนทำไมดูเขาไม่ตื่นเต้นเลย...อนุศนิยาให้เขาไปหามิรันตรี ตนจะจัดการเรื่องอนุกรเอง แต่เขากลับบอกว่าเรื่องครอบครัวต้องมาก่อน

    ด้านศตวรรษเสียใจที่เห็นชยากรพาอนุศนิยาไปคลินิกฝากครรภ์ พออนุศนิยากลับบ้านพร้อมชยากร เธอเร่งให้เขาไปหามิรันตรี เกรงเพื่อนจะเสียใจจนนอนไม่หลับ ชยากรปฏิเสธไม่ออกจำต้องพยักหน้าและเดินไป...

    อนุศนิยาหันมาสะดุ้งเมื่อเจอศตวรรษยืนมองอยู่

    ทั้งสองเข้ามาคุยกันในห้อง ศตวรรษเปิดฉากเรื่องที่เห็นว่าเธอไปไหนมา และอยากที่จะจัดการเรื่องนี้ อนุศนิยาคิดว่าเขารู้เรื่องอนุกรจึงบอกว่ายังไม่อยากให้ใครรู้ เขายิ่งเสียใจบอกเธอกับชยากรจะรับผิดชอบเรื่องนี้ได้หรือ คิดถึงอนาคตของเด็กบ้าง ตนอยากให้เธอย้ายไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลของตน ตนจะให้หมอณัฐช่วยดูแล

    “เดี๋ยวนะ ที่นายบอกว่ารู้คือเรื่องนี้หรือ!”

    ศตวรรษว่าจะเรื่องไหนอีกถ้าไม่ใช่เรื่องเธอท้อง หญิงสาวตวาด บ้ากันไปใหญ่แล้ว เขาสวน “คุณอย่าทำเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่นๆ ผมตัดสินใจแล้วว่าผมจะรับเป็นพ่อของเด็ก เพื่อตัดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เด็กคนนี้จะได้ไม่ต้องอยู่อย่างอายสายตาใคร”

    “ฉันว่านายอยากสวมรอยรับแพ็กเกจรับขวัญหลานมากกว่า”

    ศตวรรษผงะบอกตนไม่สนใจเรื่องเงิน เธอไม่เชื่อว่าเขาจะเป็นพ่อพระ เขาสวนเคยหลอกเธอสักครั้งไหม อนุศนิยาอึ้งพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าเคย ตนเกือบเชื่อว่าเขาเป็นคนดี ถ้าไม่มีรูปถ่ายแบล็กเมล์พวกนั้นส่งมา เขาชะงักเพราะเหตุนี้หรือเธอถึงมองตนไม่ดีตลอดมา เธอย้ำจะไม่มีทางโง่อย่างนั้นอีก ให้เขาเลิกทำดีเพื่อซื้อใจตน... อนุศนิยาจงใจเชือดเฉือนศตวรรษอย่างไม่ไว้หน้า และคิดว่าต่อไปนี้จะไม่รักษาน้ำใจเขาอีก แต่เธอก็สะเทือนใจจนน้ำตาไหล ศตวรรษเริ่มมั่นใจว่าไม่มีทางเปลี่ยนใจผู้หญิงคนนี้ได้ เขากลุ้มใจสุดๆ

    ooooooo

    มิรันตรีรอชยากรทั้งวันจนรู้สึกว่าตนเป็นฝ่ายขอเขาเป็นแฟนหรือเขาขอตนกันแน่ เขาเอ่ยปากขอโทษอ้างว่างานยุ่ง เธอจึงบอกว่าจะให้โอกาสเขาจีบแต่ยังไม่พร้อมเรียกว่าแฟน ฉะนั้นห้ามเขากอด ห้ามแตะเนื้อต้องตัว ถ้าทำไม่ได้ก็เลิก เขาสวนยังไม่ทันเป็นแฟนจะเลิกได้อย่างไร

    มิรันตรีเขิน ชยากรตัดบท ตอนนี้สามทุ่มแล้ว เดทแรกจะทำอะไรดี มิรันตรีแกล้งให้เขาไปต่อคิวซื้อเครปเจ้าอร่อย เพราะรู้ว่าเขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน ระหว่างที่มิรันตรียืนรอ อนุศนิยาโทร.เข้ามาน้ำเสียงร้องไห้ มิรันตรีเป็นห่วงเพื่อนจึงบอกจะรีบไปหา เธอส่งข้อความเข้าไลน์ชยากรว่า ขอเวลาหนึ่งชั่วโมง มีงานด่วนต้องเคลียร์แล้วจะรีบกลับมา

    มิรันตรีมาพบอนุศนิยาที่ร้านแห่งหนึ่ง พอฟังเรื่องราวก็ไม่เชื่อว่าศตวรรษจะคิดอยากได้เงินรับขวัญอย่างที่เพื่อนคิด เขาทำเพราะอยากปกป้องมากกว่า แต่อนุศนิยาไม่เชื่อ

    “เฮ่ย ถ้าสมมติว่าอาชยาหรือน้องชายแกต้องไปออกรับหน้าเป็นพ่อให้ลูกของผู้หญิงคนอื่น แกรับได้รึเปล่า ถ้าผู้ชายคนหนึ่งจะยอมทำอย่างนั้นให้ผู้หญิงคนหนึ่ง ทั้งๆที่ผู้หญิงไม่ได้ขอเนี่ย แกยังไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องโคตรแมนอีกเหรอ” มิรันตรีเตือนสติ อนุศนิยาอึ้งครุ่นคิด

    จากนั้นมิรันตรีกลับมาหาชยากร เขาถือเครปสองอันยืนรอ เธอไม่คิดว่าเขาจะทำอย่างนี้ได้ หารู้ไม่ว่า ชยากรไปขอซื้อเครปจากคนที่เขาซื้อได้แล้วด้วยสนนราคาอันละสองร้อยบาท...

    อนุศนิยากลับมาบ้านไม่พบศตวรรษในห้องนอน ก็ยิ่งคิดถึงคำพูดของมิรันตรีที่ว่า “นุศจะไปเอาอะไรจากเขามากมาย นุศต้องหัดแยกแยะบ้างนะ แค่เขาเป็นหนี้ไม่ได้แปลว่าเขาจะเป็นคนไม่ดีซะหน่อย นุศเล่นมองเขาติดลบเสียขนาดนี้ ไม่ว่าเขาทำดีแค่ไหนมันก็จะไม่มีวันเต็มร้อย บอกความจริงเขาไปซะแล้วอย่าล้อเล่นกับความรู้สึกคนแบบนี้ มันแรงไป”

    รุ่งเช้า อังกาบบอกอนุศนิยาว่าศตวรรษออกไปแต่เช้ามืด เห็นเขานอนในห้องรับรองแขก ถามยังไม่คืนดี กันอีกหรือ อนุศนิยาหน้าเสีย...ในขณะเดียวกัน ศตวรรษรู้สึกตัวว่าไม่ค่อยสบาย หมอณัฐเตือนให้กลับบ้านไปพักผ่อน จะได้ไม่ติดคนไข้ เขาจำต้องกลับมาตอนบ่าย

    อนุศนิยาเห็นละไมถือยาจะขึ้นข้างบน พอรู้ว่าศตวรรษไม่สบายก็นำไปเอง ศตวรรษนอนซมเหงื่อแตกกาฬ ตัวร้อนจี๋ อนุศนิยาพยายามปลุก เขาปรือตามาบอกให้เธออยู่ห่างๆเกรงจะติดไข้ เธอทานยาไม่ได้เป็นอันตรายกับเด็กในท้อง หญิงสาวรู้สึกผิดมากขึ้นที่เขาห่วงใยขนาดนี้

    อนุศนิยาเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้ พอเขารู้สึกตัวก็เอ็ดอีกให้อยู่ห่างๆ เธอไม่สนใจบอกให้เขานอนนิ่งๆ ปลดกระดุมเสื้อเขาเช็ดตัวให้จนตัวเย็นลง ก็ใส่เสื้อกลับห่มผ้าให้ จึงเห็นหนังสือคู่มือดูแลคุณแม่มือใหม่ ยิ่งเสียใจที่เห็นความห่วงใยของเขามากขนาดนี้ ศตวรรษกระสับ กระส่ายพลิกตัวมานอนหนุนตัก เธอปล่อยให้เขานอน มองหน้าเขาด้วยสายตาอ่อนโยนขึ้น

    เช้าวันใหม่ ศตวรรษรู้สึกตัวค่อยๆลืมตาที่ยังหนักๆหน่วงๆ พบตัวเองนอนหนุนตักอนุศนิยาก็ตกใจ เธอนอนหลับเอนพิงหัวเตียง เขาเห็นหนังสือที่อ่านทิ้งไว้ และเห็นอ่างน้ำพร้อมผ้าขนหนูก็แปลกใจที่เธอมาดูแล...

    เวลาผ่านไป อนุศนิยาตื่นขึ้นไม่เห็นศตวรรษข้างๆแถมพับผ้าห่มเรียบร้อย โต๊ะหัวเตียงมีแก้วนมวางไว้กับกระดาษโน้ต “กำลังท้อง ทานนมสดจะดีกว่าน้ำผลไม้” ก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก

    ooooooo

    ชยากรต้องทำตัวให้เหมือนกำลังจีบมิรันตรี แต่เขาก็ไม่อยากให้ใครเห็นหรือเป็นข่าว เวลามารับเธอที่สำนักพิมพ์ก็ให้เธอหลบๆขึ้นรถ จนเธออึดอัดใจคิดว่าเขาต้องอายขนาดนี้เชียวหรือที่จะเป็นแฟนกับตน เขาอ้างว่าเขาเป็นระดับผู้บริหาร การเปลี่ยนแฟนบ่อยมันดูไม่ดี

    ด้วยความรักทำให้มิรันตรีพยายามเข้าใจ แต่เธอก็แสดงความเป็นตัวของตัวเองให้เขาเห็น แม้แต่การเที่ยว เธอก็พาเขาเที่ยวแบบฉบับของเธอ ไม่เข้าร้านอาหารหรูๆ อย่างที่เขาเคยๆ

    บ่ายวันนั้น อนุศนิยาเห็นศตวรรษกำลังจะปลูกต้นไม้ จึงเข้าไปถามหายป่วยแล้วหรือ และจะปลูกต้นไม้ในบ้านตนทำไม เขาเล่าว่า “ก่อนผมเกิด พ่อผมให้ของขวัญชิ้นแรกผมด้วยการปลูกต้นไม้ ผมก็เลยมีของขวัญที่โตมาพร้อมกับผมทุกปี ถึงพ่อไม่อยู่แล้วแต่ของขวัญชิ้นนี้ก็ไม่หายไปไหน ผมก็เลยว่าจะเอามาปลูกให้ลูกเราไง... สิ่งที่ดีที่สุดที่เราควรทิ้งให้เขาไม่ใช่เงินทอง แต่ควรให้ที่พึ่งที่จะอยู่กับเขาไปจนถึงวันที่ไม่มีเรา ต้นไม้ต้นนี้จะโตไปพร้อมกับเขา”

    อนุศนิยาอึดอัดใจมากตัดสินใจจะสารภาพความจริงว่าตนไม่ได้ท้อง แต่ละไมเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อนว่านันทพลเรียก อนุศนิยารีบเข้ามาในบ้าน เห็นอนุกรนั่งก้มหน้าอยู่ก็รู้ว่าพ่อรู้เรื่องของเขาแล้ว นันทพลเห็นอนุกรหายหน้าไปหลายวันจึงส่งคนไปสืบแล้วลากตัวกลับมา อนุศนิยาขอโทษที่ไม่ได้รายงานเรื่องนี้เพราะคิดจะแก้ปัญหาเองไม่อยากให้พ่อต้องเครียดอีก อนุกรหาว่าพี่สาวพูดเอาความดีเข้าตัว ตนไม่มีวันซาบซึ้ง นันทพลโกรธตบหน้าเขาฉาด

    “แกนี่มันไม่น่าเกิดมาเป็นผู้ชาย ไปรับผิดชอบลูกเมียแกเดี๋ยวนี้!”

    อนุกรไม่ยอมไปเพราะเชื่อว่าเด็กไม่ใช่ลูกตน นันทพลบอกลูกผู้ชายต้องยืดอกพิสูจน์ ต้องดูแลจนกว่าเด็กจะคลอดแล้วถึงตรวจดีเอ็นเอ และถ้าเป็นลูกจริงก็ต้องจดทะเบียนดูแลเมียและลูกไปตลอดชีวิต อนุกรโวยที่ต้องใช้ทั้งชีวิต นันทพลสวน “คนเป็นพ่อเป็นแม่เขาก็เป็นกันทั้งชีวิตทั้งนั้น ถ้าแกอยากให้ลูกแกมีพ่อเลวๆ ไปตลอดชีวิตก็เชิญ!”

    ที่หน้าห้อง บรรดาอาทั้งสี่แนบหูฟังกันอยู่ พออนุกร กระชากประตูเปิด ทุกคนผงะถากถางคิดว่าจะได้เป็นยายกลับกลายเป็นย่า อนุกรโวยนี่มันกรรมของตนที่มีญาติแร้งทึ้งแบบนี้ สี่อาต่างเหน็บแนมตอกย้ำความไม่ดีของอนุกร อนุศนิยาเสียใจที่มาเยาะเย้ยครอบครัวตน แต่พอ หันมายิ่งต้องตกใจเมื่อเห็นศตวรรษยืนอึ้งสีหน้าโกรธจัด หันหลังเดินกลับออกไป อนุศนิยารีบวิ่งตาม จะอธิบาย

    พอเข้ามาในห้อง ศตวรรษเปิดฉาก “คุณโกหกผมทำไม!”

    อนุศนิยาพยายามบอกว่าไม่ได้โกหกเรื่องนี้เป็นเรื่องในครอบครัว เขายิ่งเสียความรู้สึก

    “ที่ผมไม่ได้เป็นคนในครอบครัวของคุณ ไม่ใช่เพราะผมไม่อยากเป็นแต่เพราะคุณไม่เคยให้ผมเป็นต่างหาก สนุกมากใช่ไหมที่เห็นผมเป็นไอ้ลูกหนี้หน้าโง่ให้คุณหลอกได้”

    “นายจะมาโกรธฉันได้ไง นายเป็นคนเข้าใจผิดเอง คิดเองเออเอง ฉันบอกว่าไม่ได้ท้องนายก็ไม่เชื่อ”

    ศตวรรษเสียใจที่ตนดันไปเสนอหน้าออกรับเป็นพ่อเพราะหวังดีเกินเหตุ เขาเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าบอกลูกหนี้อย่างตนจะอยู่หรือไม่อยู่ที่นี่ก็ไม่มีผลอะไร หญิงสาวขออย่าเพิ่งสร้างปัญหาตอนนี้ได้ไหม พ่อกำลังเครียดไม่อยากให้เรื่องเราเป็นปัญหาอีกและยังมีพวกรอสมน้ำหน้า

    ศตวรรษเหน็บสุดท้ายเธอก็ห่วงหน้าตาตัวเอง อนุศนิยาฉุน “พ่อฉันอุตส่าห์จ่ายเงินจ้างนายมา นายจะรักษาหน้าฉันบ้างไม่ได้รึไง...ก็ได้ฉันลดหนี้ให้หนึ่งงวดก็ได้สองล้าน เก็บกระเป๋าแล้วลืมเรื่องวันนี้ไป”

    “สรุปว่าคุณก็ยังคิดว่าผมทำทั้งหมดก็เพื่อเงินงั้นใช่ไหม”

    “ก็ถ้าไม่ใช่เงินแล้วอะไร ถ้ายังไม่พอจะให้ฉันจ่ายเท่าไหร่นายถึงจะไม่เดินออกไป” อนุศนิยาหยิบสมุดเช็คออกมา ศตวรรษกระชากสมุดเช็คโยนทิ้ง พูดใส่หน้า

    “คุณคิดว่าเงินซื้อทุกๆคนได้รึ ฉลาดนักทำไมไม่คิดบ้างว่าผู้ชายคนหนึ่งลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรีให้ผู้หญิงคนหนึ่ง ถ้าไม่ใช่เพื่อเงินแล้วมันเพื่ออะไร!”

    อนุศนิยาอึ้งแต่กลบเกลื่อน “ไม่ต้องมาพูดดีหน่อยเลย ที่มาดีกับฉันก็เพราะคิดว่าฉันจะใจอ่อนให้นายใช่ไหม”

    “แล้วที่คุณใจอ่อนให้ผมไม่ได้เพราะอะไร...เพราะคิดว่าผมจน ผมเป็นลูกหนี้ เพราะว่าผมไม่คู่ควร ไม่สมศักดิ์ศรีคุณใช่ไหม คุณถึงคิดว่าคุณจะทำอะไรกับคนอย่างผมก็ได้!”

    อนุศนิยาข่มใจตัวเองไม่ให้หลวมตัวรักเขา แต่ก็พยายามดึงกระเป๋าเขาไว้ เขาเสียใจบอกให้เธอนอนกอดเงินหรือเอาเงินสองล้านนั้นปิดปากพวกอาๆ เธอจะดีกว่า ว่าแล้วก็เดินจากไป

    อังกาบเห็นศตวรรษถือกระเป๋าจะออกไปก็เข้ามาถาม เขาเลี่ยงไม่ตอบแค่บอกว่าถ้านันทพลมีอะไรฉุกเฉิน โทร.หาตนได้ตลอดเวลา บรรดาอาๆเห็นยิ่งเยาะหยันมีเพียงนันทนาที่พยายามห้ามแต่ไม่สำเร็จ ชยากรสะใจ อนุศนิยาเห็นแล้วเสียใจและว้าวุ่นใจ

    ooooooo

    สองวันผ่านไป โสมมิกาลงคลิปนัวเนียแฟนใหม่ แต่ไม่ให้เห็นใบหน้า ทำให้ผู้คนเดากันไปเรื่อย ใบเฟิร์นกับประภาเอาคลิปมาให้อนุศนิยาดูว่าใช่ศตวรรษหรือไม่ เธอยิ่งเครียดปรึกษามิรันตรี มิรันตรีไม่เชื่อ อนุศนิยาว่าโสมมิกาเคยส่งรูปมาเย้ยบ่อยๆ ตอนนี้อาจอยู่ด้วยกัน

    “สงสัยก็บุกไปเช็กดูเลยสิ จะได้รู้กันซะทีว่าคุณวรรษหายไปอยู่ไหน”

    อนุศนิยาปัดไม่ใช่เรื่องที่ต้องเช็ก แต่ก็อดใจไม่ไหว ขับรถมาจอดหน้าบ้านเสาวรส แต่ไม่กล้าเข้าไป...กลับมาบ้าน นันทพลถามถึงศตวรรษ อนุศนิยาโกหกว่าเขาไปเคลียร์งาน อาทั้งสี่กระแนะกระแหนว่าเคลียร์งานหรือเคลียร์ตัวเอง เพราะข่าวเม้าท์กันให้แซ่ด ไม่ทันพูดจบอนุกรพาจีน่าเข้ามาขัดจังหวะ บอกว่าพาเธอมาอยู่ที่นี่ บรรดาอาๆมองอย่างเหยียดๆเพราะเป็นแค่พนักงานขายในบริษัท พอเธอนั่งลง สี่อาสาวก็ลุกพรวดไม่มีใครยอมร่วมโต๊ะ นันทพลเหนื่อยใจเดินหนีเข้าห้องทำงานเช่นกันเหลือเพียงอนุศนิยา อังกาบและชยากร อนุกรประชด

    “นี่ไงล่ะครอบครัวสุขสันต์ของเรา อบอุ่นจนระอุเลยใช่ไหม”

    จีน่าหน้าตึงที่ครอบครัวเขาไม่เป็นอย่างที่วาดฝัน...ตกดึก อนุศนิยานอนไม่หลับคิดถึงแต่เรื่องศตวรรษ คิดถึงทุกสิ่งอย่างที่เขาทำให้ ยิ่งเห็นหนังสือของเขายิ่งสะเทือน ใจ คำพูดของเขาทำให้เธอต้องวิเคราะห์ว่าตนทำกับเขาเกินไปจริงหรือ

    รุ่งเช้า อนุศนิยานั่งมองต้นไม้ที่ศตวรรษปลูก มิรันตรีแวะมาหา เอารูปโสมมิกาให้ดูบอกว่าเห็นเธอเช็กอินอยู่ที่โรงแรมจึงไปสืบให้แล้วว่า ไม่มีศตวรรษอยู่ด้วย สบายใจได้เขาไม่มีทางไปหาเธอ อนุศนิยาขอบใจ มิรันตรีเหน็บรู้ว่าเธอวางฟอร์มที่จะเที่ยวไปตามหึง เธอโวยไม่ได้หึงแค่ไม่ชอบให้ใครทรยศลับหลัง มิรันตรีอ่อนใจเตือนเพื่อนไม่ต้องปากแข็ง ถ้าชอบก็บอกว่าชอบ

    “มิก็รู้ว่าเขามาแต่งงานกับนุศเพราะเงิน ถ้าหลวมตัวชอบเขาก็เท่ากับนุศใจง่าย มิไม่รู้ว่าเขาเคยทำกับนุศไว้ยังไงตอนเจอกันที่เกาะครั้งแรก นุศเคยเชื่อว่าเขาเป็นคนดี แต่เขาก็ส่งรูปที่เกาะมาแบล็กเมล์นุศเพื่อให้นุศลดหนี้ให้”

    มิรันตรีชะงักรีบถามว่ารูปอะไร แล้วเปิดรูปในมือถือตัวเองให้ดูว่าใช่รูปนี้ไหม อนุศนิยาตอบว่าใช่ แปลกใจเพื่อนมีรูปนี้ได้อย่างไร มิรันตรีรีบบอกว่าตนซื้อรูปนี้มาจากคนบนเกาะเองแล้วส่งให้เธอ ตอนนั้นเรายังไม่สนิทกันจึงไม่ได้บอกอะไร อนุศนิยาตกใจ เข้าใจศตวรรษผิดมาตลอด มิรันตรีเตือน ถ้ามีสปิริตก็ควรไปตามเขากลับมา ขอโทษเขาสักครั้งไม่ตายหรอก

    อนุศนิยารีบมาที่บ้านศตวรรษ โดนเสาวรสเหน็บหลายดอก กว่าจะยอมบอกว่าลูกชายต้องลงใต้ทุกครั้งที่ปิดเทอม และเสาวรสก็ยื่นเช็คผ่อนหนี้ของเดือนนี้ให้ บอกจงรับไปอย่าให้ลูกชายมาต่อว่าว่าตนไม่ทำตามคำสั่ง... อนุศนิยายิ่งรู้สึกผิดมากขึ้น

    อนุศนิยาโทร.บอกมิรันตรีว่ากำลังจะเดินทางลงใต้ มิรันตรีดีใจด้วย ขณะนั้นเธออยู่กับชยากร เขาพาเธอมางานประมูลภาพในแกลเลอรี่แห่งหนึ่ง แต่ก็แนะนำว่าเธอเป็นเลขา มิรันตรีรู้สึกน้อยใจ เขากระซิบว่าจะประมูลรูปให้เป็นรางวัลรูปหนึ่ง เธอได้ทีแอบถามภัณฑารักษ์ว่ารูปไหนมีคนประมูลแพงที่สุด ชยากรจะให้ราคาอีกเท่าตัว ภัณฑารักษ์รีบเอากระดาษมาติดชื่อเขาไว้

    เผอิญโสมมิกามางานนี้แล้วเห็นชื่อชยากรประมูลภาพนี้ก็ประหลาดใจ มิรันตรีเย้ยทันทีว่าเขาประมูลให้ตนเพื่อมัดใจ...โสมมิกาหัวเราะหาว่าแอบอ้างเป็นแฟนไฮโซ ระวังเขาฟ้องหมิ่นประมาทโทษฐานทำให้เขาเสียราคา คนอย่างชยากรไม่มีรสนิยมต่ำเอาเธอเป็นแฟนแน่

    “มาหมิ่นประมาทแฟนผม ผมก็ฟ้องคุณได้เหมือนกัน” เสียงชยากรแทรก

    ทั้งโสมมิกาและมิรันตรีตาโพลง ชยากรเข้ามาโอบไหล่มิรันตรี ยืนยันเธอคือแฟนคือคนที่ทำให้ตนลืมผู้หญิงทุกคนบนโลกได้ ตนทุ่มสุดตัวประมูลภาพนี้ให้เธอ ภัณฑารักษ์ขอถ่ายภาพทั้งสองร่วมกับภาพที่ประมูลและดันโสมมิกาออก...โสมมิกายืนหงุดหงิดไม่นานก็มีไลน์เข้ามาว่า มีเรื่องต้องคุยกัน อีกห้านาทีเจอกันใต้บันได เธอหันมองชยากรงงๆ

    เมื่อมาเจอกัน ชยากรบอกเพียงว่า เราต่างคนต่างทำหน้าที่ให้ภารกิจทะลุเป้าหมาย โสมมิกาทึ่งที่เขากล้าดึงมิรันตรีมาเป็นตัวหลอก...ที่หน้างานมีนักร้องร้องเพลง มิรันตรียืนโยกไปตามจังหวะ พอชยากรเดินมาเธอจึงดึงเขามาโยกย้ายตามจังหวะไปด้วย เขารู้สึกอายผู้คนกระซิบติง

    “พอได้เป็นข่าวซะเอง สนุกใหญ่เลยนะ”

    “ก็มิดีใจที่อากล้าเปิดตัวว่าคบมินี่นา สะใจตรงที่ได้ตอกหน้าโสมด้วย”

    ชยากรเตือนให้ระวังโสมมิกาจะเอาคืน เธอไม่กลัวแล้วเผลอพูดถึงอนุศนิยาว่าคงกำลังฮันนีมูนอย่างมีความสุข ชยากรชะงักเจ็บปวดเมื่อรู้ว่าอนุศนิยาบินตามไปหาศตวรรษที่เกาะรอก

    ooooooo

    ขณะเดียวกันแอเซาะมาตามศตวรรษไปที่ท่าเรือ เพราะอนุศนิยากำลังมีเรื่องกับคนเรือ เธอโดนล้วงกระเป๋าจึงไม่มีเงินจ่ายค่าจ้างเรือที่มาส่ง คนเรือไม่เชื่อจะเอาเรื่อง ศตวรรษมาถึงต้องไกล่เกลี่ยและจ่ายค่าเรือให้เอง แต่พอรู้ค่าจ้างก็แทบก้นกระแทกด้วยสนน ราคาหมื่นบาท

    มาเรียมร้องไห้โฮไม่อยากเชื่อที่ศตวรรษมีเมียแล้ว ศตวรรษถามอนุศนิยามาทำไม เธอยืดอกว่ามาตามเขากลับ เขาบอกยังกลับไม่ได้ เธอถามอย่างหงุดหงิดแล้วจะกลับได้เมื่อไหร่ เขาย้อนถามกลัวมีคนว่าถูกทิ้งหรือ เธออ้างไม่อยากให้พ่อไม่สบายใจ เขายั่วคราวนี้จะจ้างเท่าไหร่

    “ฉันรู้แล้วล่ะน่าว่าคนอย่างนายเงินซื้อไม่ได้”

    “ซื้อได้ถ้าคุณจ่ายสดตอนนี้ผมก็อาจจะเปลี่ยนใจ มีปัญญาหาเงินสดมาจ่ายตอนนี้ไหมล่ะ”

    หญิงสาวโวยเขาก็รู้ว่าตนไม่มีเงิน ไม่อย่างนั้นจะยืมเขาหรือ ศตวรรษเยาะคนเป็นเจ้าหนี้รู้สึกแบบนี้นี่เอง อนุศนิยาเจ็บใจที่เขาเอาคืน เธอถามทำอย่างไรเขาถึงจะยอมกลับ

    “ขอเพราะๆสิ ขอร้องคนอื่นน่ะทำเป็นไหม อ้อนดีๆผมอาจจะเห็นใจยอมกลับก็ได้ เริ่มจากเรียก คุณวรรษคะ...ไหนลองซิ” เห็นเธอทำหน้าหงิก “ทรมานใจนักก็ไม่ต้องฝืน กลับไปนอนรอที่บ้าน เดี๋ยวผมกลับไป”

    อนุศนิยายืนกรานถ้าเขาไม่กลับตนก็ไม่กลับ

    มาเรียมตะโกนว่าหน้าด้านผู้ชายไล่ยังทู่ซี้อยู่ อนุศนิยาสวน “ก็นี่บ้านสามีฉันทำไมฉันจะอยู่ไม่ได้ เธอนั่นแหละเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาวุ่นวายกับสามีฉัน”

    มาเรียมเต้นผางถามศตวรรษนี่เมียเขาจริงหรือ อนุศนิยากอดแขนศตวรรษประกาศศักดา เขาอมยิ้ม

    มาเรียมปรี๊ดถ้าอย่างนั้นก็ให้เธอดูแลบ้านเขาเองแล้วกัน ศตวรรษหน้าเจื่อน อนุศนิยาถามกิ๊กหรือ เขาบอกเป็น แม่บ้านตอนนี้โกรธไปแล้วใครจะทำอาหารทำความสะอาดบ้านให้ แล้วเขาก็นึกได้ ให้อนุศนิยาทำงานใช้หนี้แทน เธอโวยไม่ทำ เขาหาว่าเธอเกี่ยงงาน

    ตกเย็น ศตวรรษทำอาหารแกล้งบอกเธอว่าคิดค่าข้าวจานละหนึ่งร้อย แต่ถ้าเธอทำงานบ้านให้ก็จะลดหย่อน เขาสะใจที่เอาคืนเธอได้บ้าง อนุศนิยาเจ็บใจได้แต่กระแทกเท้าโครมๆ

    ooooooo

    ค่ำนั้นจีน่าเห็นอนุศนิยาไม่อยู่จึงแอบเข้ามาในห้องนอน ค้นดูเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวของเธออย่างตื่นตาตื่นใจ ชยากรแวะมาดูว่าอนุศนิยาไม่กลับจริงหรือ มาเจอจีน่าจึงเป็นเรื่อง พาเธอไปที่ห้องอนุกรและต่อว่าอย่าให้เข้าไปเที่ยวรื้อค้นห้องใครอีก จีน่าสบถทำเป็นแบ่งชั้นวรรณะ

    ในกระท่อมบนเกาะ ศตวรรษให้อนุศนิยากางมุ้ง เธอกางอยู่นานจนเขาอาบน้ำกลับมาก็ยังไม่สำเร็จ เขาเหน็บกางมุ้งหรือกู้ชาติ นานแบบนี้ถ้าเครื่องปั่นไฟปิดแล้วจะทันได้นอนหรือ เธอนึกได้รีบคว้าเสื้อผ้าไปอาบน้ำบ้าง ศตวรรษต้องกางมุ้งต่อให้เอง...พอเธอออกมาเห็นเขานอนในมุ้งก็โวยวายต้องให้ตนนอนในมุ้ง เขาแกล้งขยับที่ให้บอกคิดคืนละสองร้อย เธอว่าช่างไถ เขาสวนนิสัยเสียเหมือนใคร เธอโวยไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย มีอะไรไหม เขาเปิดมุ้งส่งหมอนให้เธอ

    ทันใดไฟดับพรึบ อนุศนิยากระโจนเข้ามุ้ง เสียงศตวรรษร้องว่าเธอคลำหาอะไร เธอบอกหามือถือมาส่องไฟ มาเรียมกับแอเซาะย่องมาจะจับผิดว่าทั้งสองเป็นสามีภรรยากันจริงไหม พลันได้ยินเสียงอนุศนิยาโวยวายเพราะเปิดมือถือของศตวรรษเห็นรูปเธอตอนหลับ จะให้ลบ เขาบอกค่าลบคิดรูปละร้อยจ่ายเดี๋ยวนี้ เธอไม่ยอมโถมเข้าแย่งมือถือเขา เกิดการกอดรัดฟัดเหวี่ยง
    มาเรียมกับแอเซาะตกใจกับเสียงที่ได้ยิน

    หญิงสาวบอกให้ปล่อย ชายหนุ่มให้อยู่เฉยๆเขาทำเอง เธอว่าเขาโรคจิต เขาหัวเราะเยาะ “ผมโรคจิตแล้วคุณเป็นอะไร อ๊าก...เบาหน่อย...ผมเจ็บ”

    เสียงอนุศนิยาถามจะอึดซักแค่ไหนตามด้วยเสียงกระแทกโครมๆ มาเรียมตาเหลือกเจ็บปวดใจวิ่งกลับไป แอเซาะวิ่งตาม...ศตวรรษเหนื่อยบอกอนุศนิยาว่าตนยอมแพ้แล้ว จะลบรูปก็ลบไปเพราะตนถ่ายใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ เธอไม่สนใจตั้งหน้าตั้งตาลบรูป เขาฉวยโอกาสรวบตัวเธอกอดลงนอนมือถือกระเด็นไฟดับ หญิงสาวตกใจได้ยินเสียงเขาหายใจรดต้นคอก็ชะงักนิ่งอึ้ง

    “ไหนบอกซิว่าคุณมาหาผมทำไม” อนุศนิยาไม่กล้าตอบ เขาเคลิ้มก้มลงจะจูบ เธอเบนหน้าหนีทำให้เขารู้สึกตัวว่าเธอยังไม่พร้อม “ผมเข้าใจละ ผมจะไปนอนข้างล่าง คุณนอนบนบ้านไปนะ” อนุศนิยาเสียใจที่ทำให้เขาคิดว่าตนรังเกียจเขา

    รุ่งเช้าศตวรรษสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงคนอาบน้ำ แสดงว่าอนุศนิยาตื่นก่อนจึงย่องเข้าไปทำท่าจะแอบดูเหมือนอย่างที่เธอเคยแอบดูตน เผอิญแอเซาะเดินมาแปลกใจทำไมต้องแอบดูเมียตัวเอง จึงเข้าไปร่วมด้วย ศตวรรษหวงคุมเชิงไม่ให้แอเซาะเข้ามาใกล้ อนุศนิยาเปิดประตูออกมาเขารีบชิ่งสวนเข้าห้องน้ำ เธอแปลกใจสงสัยว่าเขาคิดไม่ซื่อ

    อาบน้ำเสร็จ ศตวรรษเตรียมกระเป๋ายาเครื่องมือแพทย์ บอกอนุศนิยาว่าจะออกไปตระเวนตรวจคนไข้ ให้เธอทำอาหารเที่ยงรอไว้ เธอสวนไม่มีเงิน เขาบอกอยู่ที่นี่ไม่ต้องใช้เงิน

    “คุณลองเปลี่ยนจากซื้อหรือสั่ง มาลองออกปากขอคนอื่นดูบ้างไหมล่ะ ลองขอให้คนอื่นช่วย แล้วคุณจะรู้ว่า น้ำใจมีอยู่จริง คนแถวนี้เขาไม่ปล่อยคุณอดตายหรอก”

    อนุศนิยามืดแปดด้านไม่รู้จะหาของกินจากที่ไหน จึงไปที่ร้านโชห่วยของมาเรียม ขอบะหมี่สำเร็จรูปสองซอง ติดเงินไว้ก่อน มาเรียมเคืองขุ่นอยู่แล้ว เอ่ยถามเป็นเมียศตวรรษตั้งแต่เมื่อไหร่ อนุศนิยาตอบว่าสองเดือน มาเรียมเจ็บใจโอ่ว่าตนรู้จักและรู้ใจศตวรรษมานานหลายปี รู้ว่าเขาชอบอะไรไม่ชอบอะไร ชอบสีอะไร เวลาใส่รองเท้าใส่ข้างไหนก่อน เบอร์โทรศัพท์อะไร อนุศนิยาอึ้งไม่รู้อะไรเลยแต่ยอมไม่ได้จึงชูนิ้วอวดแหวนแต่งงาน สุดท้ายมาเรียมไม่ให้บะหมี่

    อนุศนิยาเดินหงุดหงิดว่าของฟรีมีที่ไหน พลันเห็นกลุ่มแม่บ้านตอกอะไรกันอยู่ที่หาดก็เข้าไปดู พวกเธอตอกหอยติบหรือหอยนางรมขนาดเล็กออกจากโขดหิน พอพวกเธอรู้ว่าอนุศนิยาเป็นเมียศตวรรษต่างก็ชื่นชมและยกหอยติบให้มากมาย...อนุศนิยากลับมาล้างเปลือกหอยในน้ำทะเล เธอถอดแหวนแต่งงานวางไว้กับรองเท้า มาเรียมเห็นหมั่นไส้หาว่าคิดจะโด๊ปศตวรรษ

    ooooooo

    โสมมิกาตามหาศตวรรษจ้าละหวั่น เค้นถามหมอณัฐก็ไม่ได้ความ เผอิญอนุกรพาจีน่ามาฝากท้อง จีน่ารีบขายข่าวให้โสมมิกาทันที...โสมมิกาโทร.สั่งลูกน้องพ่อให้อุ้มคนที่เกาะรอก

    อนุศนิยาตั้งใจทำไข่เจียวใส่หอยนางรมไว้ให้ศตวรรษ ท่าทางภูมิใจกับอาหารมื้อแรกของตัวเองมาก พลันนึกได้ว่าลืมแหวนไว้ริมหาดกลับมาหาไม่เจอ มั่นใจว่ามาเรียมเป็นคนขโมยไป ศตวรรษกลับมาเธอรีบฟ้องเขาหน้าตาตื่น

    มาเรียมเอาแหวนที่ขโมยมาอวดแอเซาะว่าเป็นของแท้หรือไม่ ทันใดได้ยินเสียงศตวรรษเรียกก็ตกใจรีบให้แอเซาะอมแหวนซ่อนไว้ ศตวรรษทำทีมาสั่งโอเลี้ยงกิน คิดจะสั่งสอนให้อนุศนิยารู้คุณค่าของชีวิตการแต่งงานบ้าง อนุศนิยาน้อยใจคิดว่าเขาไม่เชื่อไม่แคร์ โวยถ้าเขาคิดจะกินอะไรที่นี่แล้วให้ตนทำอาหารรอไว้ทำไม ว่าแล้วก็วิ่งร้องไห้กลับไป

    กลับมาถึงที่พัก ยืนมองอาหารที่อุตส่าห์ทำน้ำตาปริ่มน้อยใจ ทันใดมีคนลอบเข้ามาโปะยาสลบเธออุ้มตัวไป...ศตวรรษกลับมาเห็นอาหารบนแคร่ก็นึกสงสารแต่ก็ตัดใจไปทำงานต่อ

    อนุศนิยาถูกมัดมือเท้านอนหมดสติในเรือ หัวหน้าโจรโทร.รายงานโสมมิกาว่าพาตัวเธอออกจากเกาะแล้วจะให้ทำอย่างไรต่อไป โสมมิกาว่าจะโยนทิ้งทะเลหรือเอาไปทำเมียก็ตามใจ สมุนโจรคนหนึ่งเห็นว่านี่เป็นการอุ้มฆ่า แบบนี้ค่าจ้างไม่คุ้มเหนื่อย สมุนอีกคนเสนอควรเรียกค่าไถ่เป็นล้านจะคุ้มกว่า อนุศนิยาฟื้นขึ้นมายังสะลึมสะลือเพราะฤทธิ์ยา จึงโดนสมุนโจรบังคับให้โทร.บอกทางบ้านนำเงินมาไถ่ตัวสิบล้าน เธอตัดสินใจให้โทร.หาชยากร โจรสั่งห้ามแจ้งตำรวจ

    พอมิรันตรีรู้เรื่องก็ร้อนใจบอกให้ชยากรแจ้งความ ชยากรว่าเงินแค่สิบล้านตนไม่เสียดาย มิรันตรีถามถึงศตวรรษ เขาเยาะคงช่วยอะไรไม่ได้ ขนาดอนุศนิยาอยู่กับเขายังปล่อยให้ถูกจับตัวไปได้ เผลอๆอาจร่วมมือกับโจร มิรันตรีไม่เชื่อ และคิดว่าควรให้ศตวรรษช่วยอนุศนิยาก่อน

    ศตวรรษกำลังขับเรืออยู่ พอมิรันตรีโทร.บอกเรื่องอนุศนิยา เขาก็ตกใจมากบอกมิรันตรีไม่ต้องห่วงตนจะต้องช่วยภรรยาของตนเอง ศตวรรษแจ้งศูนย์วิทยุให้ตามหาเรือคนร้ายทันที...ไม่นานก็ได้รับแจ้งพิกัด คนเรือหลายลำให้ความร่วมมือกับศตวรรษช่วยกันสกัดจับเรือคนร้าย

    โสมมิกายังไม่รู้ว่าเหตุการณ์เปลี่ยนไป เธอมารอที่ท่าเรือเพื่อจะจ่ายเงินแก่หัวหน้าโจร หัวหน้าโจรบอกสมุนว่าเข้าไปเอาเงินที่เจ๊ก่อนแล้วค่อยไปเอาเงินค่าไถ่ ระหว่างนั้นชยากรติดต่อเข้ามาว่าถึงกระบี่แล้วพร้อมเงินที่จะแลกตัวอนุศนิยา แต่แล้วเรือโจรถูกเรือหลายลำล้อม เรือศตวรรษที่มีแอเซาะช่วยขับเข้าประชิด เขาจึงกระโดดขึ้นเรือคนร้ายได้ก่อน อนุศนิยาพยายามแก้เชือกที่มัดตัวเองได้ก็วิ่งหนีขึ้นดาดฟ้าเรือ เห็นศตวรรษก็ร้องเรียก ศตวรรษต่อสู้คนร้ายพลาดท่าโดนฟันที่ต้นแขน แต่เขาก็ปีนขึ้นไปหาอนุศนิยาจนได้จับมือเธอให้กระโดดกลับไปที่เรือที่แอเซาะเลียบเข้ามารอรับ เมื่อทั้งสองพ้นจากเรือ เรือประมงอื่นๆก็ช่วยกันยิงถล่มเรือโจร

    ศตวรรษสวมกอดปลอบขวัญถามอนุศนิยาเจ็บตรงไหนบ้าง เธอบอกเธอไม่เจ็บมีแต่เขาที่บาดเจ็บ เรือตำรวจมาถึงจับคนร้ายไว้ได้ อุดมศักดิ์ได้รับรายงานเรื่องโสมมิกาก็ร้อนใจสั่งลูกน้องเอาตัวเธอกลับมาและปิดปากพวกโจรให้หมดอย่าให้สาวมาถึงได้

    ศตวรรษพาอนุศนิยาขึ้นฝั่ง ชยากรปรี่เข้าถามไถ่อย่างห่วงใย และปรักปรำว่าศตวรรษร่วมมือกับโจร อนุศนิยายืนยันว่าไม่ใช่ สารวัตรเข้ามารายงานว่า “เรื่องคนบงการคนร้ายสารภาพแล้วว่าได้รับว่าจ้างจากคนแปลกหน้าทางโทรศัพท์ เราเลยทำแผนล่อจับตอนที่พวกเขานัดรับเงินค่าจ้างกันเย็นนี้”

    ไม่ทันไรระหว่างที่หัวหน้าโจรเดินอยู่บนสะพานท่าเรือ ก็โดนยิงถล่มตกน้ำ ทั้งศตวรรษและชยากรต่างเข้าปกป้องอนุศนิยา มิรันตรีเหวอที่ชยากรไม่คิดห่วงตนเลย... ตำรวจรีบงมศพคนร้ายขึ้นมาแต่มือถือที่ใช้ติดต่อผู้ว่าจ้างหายไป จึงมั่นใจว่าโดนเก็บปิดปาก

    ชยากรร้อนรนบอกอนุศนิยาให้กลับบ้าน แต่เธอเป็นห่วงศตวรรษที่ยังบาดเจ็บ เขาบอกเธอกลับไปเถอะแล้วเขาจะตามไป เธอยืนกรานไม่สนใจคำพูดใคร “ไม่ได้หรอก จะทิ้งนายไว้คนเดียวได้ยังไง ยังเจ็บอยู่แบบนี้”

    “นุศจะเอาชีวิตมาเสี่ยงอยู่ที่นี่ทำไม ไม่คิดถึงใจคนที่ห่วงนุศบ้างรึไง” ชยากรโวย

    “ก็คิดถึงใจนุศบ้างสิคะ เขาอยากอยู่ดูแลสามีเขา ไม่เห็นเข้าใจยากตรงไหน” มิรันตรีพูดจี้ใจชยากร เขาโกรธที่หักหน้ากันแบบนี้ มิรันตรีบอกให้อนุศนิยาพาศตวรรษกลับไปทำแผล

    ชยากรเดินหงุดหงิดไปที่รถ มิรันตรีตามมาพูดอย่างเจ็บปวด รับไม่ได้ที่อนุศนิยาเลือกศตวรรษใช่ไหม ยอมรับเสียทีว่าถึงมีแต่ตัว ศตวรรษก็ไถ่ตัวอนุศนิยากลับมาได้ เพราะเขาเอาชีวิตไปแลกกับชีวิตเธอ ถึงซื้อใจเธอได้โดยไม่ต้องใช้เงินสักบาท ฮีโร่ของอนุศนิยาไม่ใช่เขาอีกแล้ว

    ในกระท่อมที่พัก อนุศนิยาทำแผลให้ศตวรรษ และตำหนิคราวหลังอย่าเสี่ยงแบบนี้อีก เขาย้อนถามทำไมเกิดเรื่องถึงไม่โทร.หาตน เธอบอกว่าจำเบอร์ไม่ได้แต่ต่อไปจะจำให้ขึ้นใจ อนุศนิยาเอาข้าวไข่เจียวหอยนางรมมาป้อนให้เขากินเพื่อกินยาแล้วจะได้นอน เขาหาว่าเธอโหดโด๊ปด้วยหอยนางรมแบบนี้ ตนไม่ต้องหลับต้องนอนพอดี เธอไม่ทันนึกเขินอายว่าไม่ได้คิดแบบนั้น เขาอ้อนคืนนี้ขอนอนบนบ้านด้วยคน เธอก้มหน้าไม่ปฏิเสธเขาดึงเธอเข้ามากอดจะหอม เธอเขินสุดๆผลักเขาให้นอนแล้วดึงมุ้งลงมาปิด เขาถอนใจอย่างเซ็งๆ

    กลางดึก อนุศนิยาสวมชุดใหม่ที่ศตวรรษซื้อให้ ศตวรรษนอนในมุ้งมองหน้าเธอและถามเธอว่าชุดสวยถูกใจไหม เธอนอนนอกมุ้งมองหน้าเขาพยักหน้าหงึกๆเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองนอนใกล้กัน มีเพียงมุ้งคั่นกลาง เขาเปรยถ้าวันนี้เธอเป็นอะไรไป ตนคงไม่มีปัญญาชดใช้ให้พ่อเธอ

    “ทำยังกะชีวิตนายไม่สำคัญ ถ้านายเป็นอะไร ฉันเองก็คงไม่มีปัญญาชดใช้ให้แม่นายเหมือนกัน ชีวิตเราก็มีค่าสำหรับใครบางคนด้วยกันทั้งนั้น”

    “ถ้าคุณตายในสามปีที่เราอยู่ด้วยกัน ผมจะตามไปเป็นสามีคุณอีกสามชาติ”

    อนุศนิยาขำหาว่าเขาขู่ เขาว่าแช่งต่างหาก เธอห้ามตายก่อน เธอย้อนว่าเขาเป็นหมอก็ต้องคอยรักษาชีวิตตนไว้ จะได้อยู่กันเกินสามปี เขาชะงักเมื่อได้ยินเช่นนั้น ยื่นมือออกมานอกมุ้งกุมมือเธอไว้ ไฟบนเกาะดับลง ทั้งสองยังนอนจับมือมองหน้ากันอยู่อย่างนั้น...

    มิรันตรีกับชยากรพักรีสอร์ตในกระบี่ ชยากรดื่มหนักราวคนอกหัก พล่ามว่าศตวรรษทำเพื่อเงิน มิรันตรีโต้แทน “ดูถูกความรักคนอื่นไปไหมคะ คิดว่าคนอื่นเขารักไม่เป็นงั้นหรือ อานั่นแหละที่รักใครไม่เป็น เห็นความรักเป็นเรื่องเล่นๆถึงได้มานั่งฟูมฟายถึงผู้หญิงอีกคนต่อหน้ามิ”

    ชยากรพยายามปกปิดตัวเองอ้างว่าเป็นห่วงหลาน มิรันตรีไม่เชื่อบอกเขาเลิกฝืนเอาใจตนเสียที เขาหาว่าเธอเอานิสัยนักข่าวมาคอยจับผิด มิรันตรีว่าตนทำอะไรก็ผิดไปหมด ผิดที่รักเขา เขาหลอกใช้ตนเป็นแฟนเพื่อตบตาอนุศนิยาให้ตายใจ เขาไม่ได้พยายามจะลืมอนุศนิยาด้วยซ้ำ ตนมีค่าแค่ทำให้เธอกลับมายอมรับเขาเท่านั้น เลิกหลอกตน ทำเหมือนตนโง่เสียที

    “ในเมื่อรู้แล้ว เธอจะไปก็ได้นะ” ชยากรจนมุมเถียงไม่ออก

    “มิแมนพอ มิไม่โทษอาหรอกค่ะ เพราะมิก็โง่เองที่เชื่อว่าอามีใจ” เขาถามจะทำอย่างไร “พยายามลืมนุศให้ได้สิคะ อาเจ็บเพราะนุศ มิก็เจ็บเพราะอา มิจะเจ็บเป็น เพื่อนอา มิไม่อายที่จะต้องเป็นฝ่ายรักอาก่อน แค่อาสัญญาว่าจะไม่ให้มิต้องรอเก้อเท่านั้น”

    ชยากรไม่คิดว่ามิรันตรีจะยอมทำเพื่อตนขนาดนี้ เขาสับสนไม่กล้ารับปากเกรงทำไม่ได้...ด้านโสมมิกาโดนอุดมศักดิ์ด่าว่าจะสร้างความเดือดร้อนไปถึงไหน ถ้าถูกจับผู้ชายคนเดียวที่เดือดร้อนก็มีแต่ตนต้องวิ่งเต้นทุกทาง โสมมิกาหาว่าพ่อห่วงแต่เงิน เขาโกรธสั่งขังเธอไว้ในห้องนอนและยึดมือถือ เธอโวยวายมันต่างกับการติดคุกตรงไหน

    รุ่งเช้ามิรันตรีสั่งน้ำส้มมาให้ชยากรดื่มแก้แฮงก์ พอเขาจะพูดเรื่องเมื่อคืน เธอก็เอาสเปรย์ดับกลิ่นปากฉีดใส่ปากเขา อ้างปากเหม็นให้ไปอาบน้ำแปรงฟัน ตนมีงานต้องรีบกลับ เขายิ่งกลุ้ม

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 19:33 น.