ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เสาวรสเอารายชื่อแขกให้ศตวรรษ บอกด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองว่าทางนั้นให้โควตาเราแค่ร้อยคน คงอยากได้เขาคนเดียวถึงเขี้ยวน่าดู ตนจะไม่ยอมเสียบ้านนี้ไปแน่เขาจงหอบกระเป๋าไปอยู่บ้านอนุศนิยาเลย ศตวรรษหนักใจไม่อยากให้อนุศนิยาดูถูกเหยียดหยามไปมากกว่านี้

    วันรุ่งขึ้นจะเป็นวันแต่งงาน มิรันตรีทนไม่ไหวลากอนุศนิยาไปลองชุด...ระหว่างนั้น ชยากรแอบถามประภาจนรู้ว่าอนุศนิยาไปไหนจึงตามมา เขาตะลึงเมื่อเห็นเธอในชุดแต่งงาน เธอตกใจสะดุดจะล้ม เขาเข้าประคองไว้ ศตวรรษแวะมารับชุดของเขาเช่นกันเห็นภาพนั้นก็เข้ามาเหน็บ

    “ผมนึกว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะมาลองชุดด้วยกัน ที่ไหนได้มีคนมาทำแทนให้ด้วย”

    มิรันตรีรีบเปลี่ยนเรื่องเชิญศตวรรษไปลองชุด เขาจึงแกล้งยั่วชยากร ทำสวีตหวานบอกอนุศนิยาว่าเธอสวยมากเดี๋ยวตนออกมาถ่ายภาพเวดดิ้งกัน มิรันตรียุส่ง อนุศนิยายิ้มรับมุก

    พอทั้งสองยืนคู่กันกลับแข็งทื่อไม่สวีตหวาน มิรันตรีทัก “ถ่ายรูปแต่งงานนะคะไม่ใช่ถ่ายบัตรประชาชน เจ้าบ่าวโอบเจ้าสาวหน่อยสิคะ”

    ชยากรเหล่ไม่พอใจ ศตวรรษจึงโอบกอดอนุศนิยาทางด้านหลังยื่นหน้ามาข้างๆแทบแก้มชนกัน อนุศนิยาหันมองทำให้จมูกจุ๊บแก้มเขา มิรันตรีจับภาพไว้ได้ อนุศนิยากระซิบศตวรรษอย่าให้มันมากเกินไป เขากระซิบกลับเกินไปตรงไหน นี่เป็นนาทีทองที่กำลังทำให้อาเธอเห็นว่าเราเป็นคู่รักกันอยู่ ชยากรกำมือแน่นทนไม่ไหวเดินจ้ำออกไป อนุศนิยาเห็นรีบสลัดตัวออกบอกหมดเวลาเล่นละครแล้ว และดึงมือมิรันตรีไปเปลี่ยนชุด ศตวรรษตะโกนไล่หลังส่งภาพให้ด้วย

    ระหว่างอนุศนิยายืนรอมิรันตรีไปเอารถ ศตวรรษเข้ามาติง “ผมยอมแต่งก็เพื่อปกป้องชื่อเสียงคุณ คุณก็น่าจะช่วยรักษาหน้าผมบ้าง ผมไม่อยากให้ใครมาหัวเราะเยาะลับหลังที่เห็นคุณกับอายังควงกันไปไหนต่อไหน”

    “แล้วทีโสมไปแอดมิทอยู่ใกล้ๆคุณไม่เห็นว่าคุณจะไว้หน้าฉันตรงไหน” อนุศนิยาสวน

    ศตวรรษแย้งนั่นที่ทำงาน ตนก็พยายามเลี่ยงเท่าที่เลี่ยงได้ แต่เธอกลับควงกันมาลองชุดแต่งงานมันล้ำเส้นเกินไป “เอาเป็นว่าถ้าคิดจะลงเรือลำเดียวกัน เราต้องให้เกียรติกันมากกว่านี้ ผมไม่สนว่าก่อนหน้าคุณจะผ่านอะไรมา แต่ระหว่างสามปีนี้ ช่วยไว้หน้ากันหน่อยได้ไหม เรื่องแบบนี้ไม่มีผู้ชายที่ไหนเขารับได้”

    อนุศนิยาหน้างอกลับเข้าบ้าน อังกาบเห็นเข้ามาคุยด้วย อนุศนิยาจึงเลียบเคียงถามว่าตอนอยู่กับอากงใหม่ๆอึดอัดไหม อังกาบปลอบว่ามันมีช่วงต้องปรับตัวทั้งเราและเขา ชีวิตคู่ไม่ได้เริ่มต้นที่ความรักเสมอไป

    ศตวรรษเป็นคนดี ตนเชื่อว่าความดีของเขาจะทำให้เธอรักเขาได้ อนุศนิยาเบ้ปากขอแค่อยู่แล้วไม่ฆ่ากันตายก็พอ แค่นึกว่าจะต้องมาใช้อากาศหายใจร่วมกัน ตนก็อยากกลั้นใจตายแล้ว...อังกาบฟังแล้วนึกห่วงขึ้นมาที่อนุศนิยามีอคติแบบนั้น

    คืนนั้นศตวรรษครุ่นคิดถึงคำพูดดูหมิ่นของอนุศนิยา จนกระทั่งทางโรงพยาบาลโทร.มาบอกว่ามีอุบัติเหตุของผู้บริจาคไต เขาจึงรีบออกจากบ้านแต่เช้ามืดเพื่อไปทำการผ่าตัด สั่งจันทร์กับชะมวงให้บอกเสาวรสไปเจอกันที่บ้านอนุศนิยาเลย

    ooooooo

    โสมมิกายังฟูมฟายดื่มจนเมาโทษพ่อที่ไม่ยอมให้เงิน ศตวรรษจึงต้องไปแต่งงานกับอนุศนิยา อุดมศักดิ์เจ็บใจตกลงเป็นความผิดตนหรือ จึงบอกลูกสาวจะตัดปัญหาให้ โสมมิกาดีใจ เข้าใจว่าพ่อยอมจ่ายหนี้ให้ศตวรรษ

    ภายในคฤหาสน์วรเลิศลักษณ์ อังกาบ ประภา ใบเฟิร์นและสาวใช้ช่วยกันเตรียมพิธีหมั้น เพื่อนเจ้าสาวอย่างมิรันตรีช่วยอนุศนิยาแต่งตัวและบรีฟลำดับงานให้ฟัง ว่าเสร็จพิธีหมั้นจะมีนิตยสารมาทำสกู๊ปพิเศษสองเจ้า จึงมีตัวอย่างคำถามให้อ่านเสียก่อน จะได้ไม่เผลอตอบอะไรโชว์โง่ออกไป อนุศนิยาค้อนขวับ

    ด้านศตวรรษผ่าตัดคนไข้เสร็จก็รีบขี่มอเตอร์ไซค์มุ่งหน้าไปบ้านอนุศนิยา ระหว่างทางเจอคนของอุดมศักดิ์รุมทำร้ายลากตัวไปขังในตู้คอนเทนเนอร์แถวท่าเรือพร้อมรถมอเตอร์ไซค์

    ทางงานแต่งงาน เสาวรสตั้งขบวนขันหมากรอ เจ้าบ่าว เริ่มร้อนใจที่ศตวรรษยังไม่มา...นันทพลเข้ามาคุยกับอนุศนิยาด้วยความปลาบปลื้มที่ลูกจะเป็นฝั่งเป็นฝา แต่เธอกลับน้ำตาไหลพราก เขาตกใจลูกน่าจะมีความสุข อนุศนิยายอมรับว่าไม่รู้สึกอย่างนั้นเลย เขาจึงปลอบ

    “นุศตั้งใจฟังพ่อ พ่อรู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความรัก แต่พ่อมั่นใจว่าผู้ชายอย่างหมอศตวรรษจะทำให้ลูกรักได้ไม่ยาก แค่ลูกเปิดใจเปิดตามองเขาในอีกด้านหนึ่ง ด้านที่ไม่ใช่ลูกหนี้ ลูกก็จะรู้ว่าพ่อมองคนไม่พลาด ถ้าหมอไม่ใช่คนดี พ่อจะไม่มีวันฝากชีวิตลูกไว้ในมือของเขา...พ่อกล้าเอาหัวเป็นประกันว่าผู้ชายคนนี้จะไม่ทำให้ลูกของพ่อต้องพบกับความเสียใจ เขาจะเป็นคนที่ทำให้ลูกมีความสุขมากที่สุด อย่าได้กลัวในสิ่งที่ยังไม่ได้เกิดขึ้น เชื่อพ่อนะลูก”

    แต่แล้วเวลาผ่านไป ศตวรรษก็ยังไม่มา อนุศนิยาเริ่มคิดถึงที่เขาเคยขู่ไว้ว่าถ้าไม่มีเขาสักคน เธอจะรู้ว่าเป็นอย่างไร...นี่คงเป็นการเอาคืนของเขา

    บนโต๊ะอาหารบ้านอุดมศักดิ์ โสมมิกาตื่นมาสีหน้าเบิกบานเข้ามาขอเงินจากพ่อเพื่อไถ่ตัวศตวรรษ แต่พอรู้ว่าตัดปัญหาของพ่อคือจัดการไม่ให้อยู่รกโลกก็ตกใจ...โสมมิการีบมาที่ท่าเรือ เห็นรถเครนกำลังยกตู้คอนเทนเนอร์ลอยเหนือน้ำ เสียงลูกน้องพ่อสั่งผ่านวอให้ปล่อยลงมา ก็ปราดเข้ามาตะโกนสั่งเสียงลั่นให้ปล่อยศตวรรษ ลูกน้องไม่กล้าขัดขืน

    ระหว่างนั้นนันทพลเห็นว่าเลยฤกษ์ยามจึงประกาศกับแขกในงานว่าเกิดเรื่องไม่คาดฝันกับเจ้าบ่าวทำให้เขามาไม่ทัน ขอโทษทุกท่านและขอให้ไปร่วมงานเย็นนี้ที่โรงแรมอีกครั้ง

    ศตวรรษถูกขังอยู่ในตู้ รู้สึกตู้เหวี่ยงไปมาแล้วกระแทกลงก็ตั้งสติ โสมมิกายังกราดเกรี้ยวทุบตีลูกน้องพ่อให้ปล่อยแฟนตน ถ้าไม่ปล่อยจะเรียกตำรวจ ลูกน้องเลิ่กลั่กไปมาตัดสินใจเปิดตู้คอนเทนเนอร์ออก โสมมิกาวิ่งถลาเข้ากอดศตวรรษ เขารู้สึกว่าเจ็บหลังจากการถูกซ้อม ถามฝีมือพ่อเธอหรือ โสมมิการู้สึกผิดจนไม่กล้าบอกความจริงอ้ำอึ้ง เสียงมือถือดังขึ้น ลูกน้องล้วงออกจาก กระเป๋ากางเกง ศตวรรษเห็นร้องว่านั่นของตน โสมมิกา จึงกระชากมาเห็นเป็นชื่ออนุศนิยาก็กดรับเยาะหยัน “ตามหาเจ้าบ่าวเธออยู่เหรอ”

    ศตวรรษตกใจเกรงอนุศนิยาจะเข้าใจผิด...มิรันตรีเป็นคนใช้มือถืออนุศนิยาโทร.มา จำเสียงโสมมิกาได้ก็ตกใจถาม “คุณวรรษอยู่ที่ไหน ให้เขามารับสายเดี๋ยวนี้!”

    “หมอก็อยู่กับฉันนี่แหละ คงจะควานหาตัวเขากันให้ควั่กล่ะสิ...นี่แหละน้าคนมันไม่มีวาสนา แย่งของของเขามา กรรมก็เลยตามทัน”

    ศตวรรษกลัวจะเป็นเรื่องใหญ่ ดึงมือถือมาเคลียร์เอง ประจวบกับอนุศนิยาแย่งมือถือมาฟังโสมมิกาพูด จึงสวน สรุปว่าพวกเธอรวมหัวกันหักหน้าตนใช่ไหม ศตวรรษได้ยิน รีบบอกไม่ใช่อย่างนั้น อนุศนิยาโกรธ “กล้าโผล่มาแล้วเหรอ นายตั้งใจพังงานอย่างที่ท้าฉันไว้ใช่ไหม นายมันเลวไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย เชื่อไม่ได้ ฉันไม่น่าหลงกลคนขี้โกหกอย่างนายเลย”

    “มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด ผมไม่ได้ตั้งใจทิ้งคุณมา เกิดเรื่องกับผม คุณรอผมอยู่ตรงนั้นนะ ผมจะรีบกลับไป”

    อนุศนิยาสวนจะไปตายที่ไหนก็ไป จะไม่มีการแต่งงานบ้าบออะไรอีก แล้ววางสายไป โสมมิการ้องลั่นไม่ยอมให้ศตวรรษไป แต่เขาบอกจะปล่อยให้อนุศนิยารับหน้าคนเดียวไม่ได้ โสมมิกาทวงบุญคุณไม่ได้มาช่วยเพื่อให้เขาไปแต่งงาน ชีวิตเขาเป็นของตน ชายหนุ่มถอนใจบอกชีวิตตนไม่เป็นของตนตั้งแต่รู้เรื่องหนี้ สิ่งเดียวตอนนี้คือใช้หนี้ให้แม่ โสมมิกาฟูมฟายเขาต้องใช้หนี้อีกกี่ปีตนจะรอ เขาพลั้งปากว่า...สามปี อย่ารอเลย เธอควนหาผู้ชายดีๆ เธอสวน

    “สามปีเหรอ...หมอจะแต่งงานใช้หนี้สามปีงั้นเหรอ”

    ศตวรรษรู้สึกผิดที่พลั้งปากจึงบอกทุกอย่างไม่แน่นอน แต่โสมมิกายืนกรานจะรอแล้วสวมกอดเขาไว้แน่นบอกไปทำหน้าที่ลูกให้เสร็จ...เขาผละตัวออกทำหน้าลำบากใจที่เธอไม่ยอมเข้าใจ หันไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ สตาร์ตเครื่อง โสมมิการ้องถาม

    “อย่าบอกนะว่าชาตินี้ทั้งชาติหมอก็ไม่ให้โอกาสโสมแล้ว” เห็นเขาไม่ตอบก็ยิ่งโมโห “ได้! หมอเลือกแบบนี้ เองนะ” โสมมิกาวิ่งไปขึ้นรถตัวเองสตาร์ตขับพุ่งจะชนไม่ให้เขาไป

    ศตวรรษตกใจพุ่งรถหนีรถถลาเสียหลักล้ม โสมมิกา ช็อก เขาโกรธมากต่อว่าคิดจะฆ่ากันเลยหรือจึงประกาศ “ถ้าคุณคุกคามผมขนาดนี้ อย่าว่าแต่คนรัก แม้แต่ฐานะคนรู้จักผมก็ให้คุณไม่ได้...ผมขอร้อง หยุดทำแบบนี้ซักที ถึงไม่มีเรื่องหนี้เข้ามา ผมกับคุณก็ไม่มีทางเป็นไปได้”

    โสมมิการ้องไห้โฮถามเขารู้ได้อย่างไรในเมื่อยังไม่เคยลองคบกัน ศตวรรษสาธยายว่าเราต่างกันมากเกินไป เธอไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนตัวเอง คนเราไม่สามารถเฟคได้ทั้งชีวิต เราต่างก็อึดอัด ตนบอกได้เลยว่าตนไม่ใช่ สำหรับเธอ...โสมมิกาพรั่งพรูว่าเขาใจร้าย ตนไม่อยาก เสียคนรักให้อนุศนิยาเป็นครั้งที่สอง เขาสวนเธอไม่รักจริง ต้องการแค่เอาชนะ ว่าแล้วก็ขี่รถออกไป

    ooooooo

    พอแขกกลับหมด อนุศนิยาก็ประกาศกับทุกคนใน บ้านยกเลิกการแต่งงานเพราะศตวรรษอยู่กับโสมมิกา คงไม่มา เสาวรสแทรกไม่จริง เป็นไปไม่ได้ อนุศนิยา ยืนยันว่าเขาทำเพื่อให้ตนขายหน้า สี่อาสาวไม่อยากเชื่อแต่พากันต่อว่าเสาวรส ให้ชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด

    นันทพลไม่เชื่อว่าจะดูคนผิด “พ่อเป็นคนเริ่มเรื่องนี้ขึ้นมา พ่อขอวัดใจเขาอีกสักครั้ง หากครั้งนี้พ่อดูคนผิดไป พ่อจะรับหน้าทุกอย่างแทนนุศ จะไม่ให้นุศต้องมาเสียหายเพราะเรื่องนี้เลย”

    อนุศนิยาอึ้งดูพ่อจะเชื่อใจศตวรรษมาก อนุกรยิ้มเยาะในใจอยากให้พี่สาวขายหน้าบ้าง...เย็นวันนั้น นันทพล เสาวรสและสี่อาสาวไปรอที่โรงแรม อนุศนิยายังเก็บตัวอยู่บนห้องที่บ้าน ชยากรไม่คิดไปร่วมงานแต่เป็นห่วงอนุศนิยา พอดีศตวรรษขี่รถเข้ามาสภาพเหงื่อโทรม

    ชยากรเข้ามาต่อว่า “ขอแต่งงานออกสื่อแล้วทิ้งเจ้าสาวไปอยู่กับแฟนเก่า คนเราถ้าไม่หมาจริง ทำอย่างนี้ไม่ได้”

    ศตวรรษไม่โต้ตอบขอไปพบอนุศนิยา ชยากรผลักอกหาว่าจะฉุดเธอลงมาตกต่ำอีก มิรันตรีมาเห็นรีบเข้าไปห้ามแล้วพาศตวรรษไปง้ออนุศนิยา...พออนุศนิยาเห็นหน้า ศตวรรษก็ตบหน้าเขาฉาด ตวาดกลับมาทำไม เขาตอบกลับมาแต่งงานกับเธอ หญิงสาวโกรธต่อว่าเขายกใหญ่หาว่าไปอยู่กับแฟนเก่ายังจะแก้ตัว ตนไม่ได้มีเขาบนหัว และจะไม่ยอมให้มาสวมเขาให้ด้วย

    ศตวรรษไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดีจึงกระชากเสื้อออกอย่างแรง อนุศนิยาตกใจว่าเขาทำบ้าอะไร มิรันตรี เห็นเนื้อตัวศตวรรษมีแต่รอยช้ำก็อุทาน “นี่คุณหมอโดนทำร้ายมาเหรอคะ!”

    “ถ้าคุณไม่เชื่อคำพูดผม คุณก็น่าจะเชื่อสายตาตัวเอง ผมไม่เคยคิดจะหนีงานแต่ง...”

    มิรันตรีช่วยพูดให้อนุศนิยาเลิกโกรธ แต่เธอยังพาลหาว่าเพราะเขาไปให้ความหวังโสมมิกา...ศตวรรษหมดปัญญาจึงบอกแล้วแต่เธอจะจบแบบไหน ตนจะไปรอที่งานแต่งคืนนี้ ถ้าเธอไม่ไปก็ถือว่าจบกันจริงๆ พูดจบเขาคว้าชุดสูทเดินออกไป ชยากรแอบฟังด้วยความร้อนใจ

    มิรันตรีบอกอนุศนิยา เห็นแล้วว่าศตวรรษเจ็บจริงเป็นเพราะโสมมิกา ถ้ายังดันทุรังก็มีแต่จะเสียกันทุกฝ่าย คิดให้ดี ชยากรเดินเข้ามายุยง จบๆไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ดีแล้ว มิรันตรีหน่ายใจ

    ด้านโสมมิกากลับมาบ้านโดนอุดมศักดิ์ด่าว่ารักแท้...สุดท้ายก็ต้องเสียโง่ เอาผู้ชายที่รักใส่พานให้คู่ปรับ ตนจัดการให้ก็มาขัดขวาง โสมมิกาโวยวิธีของพ่อคือฆ่าเขา อุดมศักดิ์สวน

    “แล้วที่มันทำกับแกอยู่นี่ล่ะ มันไม่ได้ฆ่าแกทั้งเป็นเหรอ อย่าโง่ให้มันหลอกซ้ำหลอกซากอยู่เลย เพราะถ้าแกยังโง่แบบนี้ แกไม่มีวันชนะยัยนุศแน่นอน”

    โสมมิกายิ่งแค้นใจ เข่นเขี้ยว “อย่าหวังว่าแกจะได้แต่งกับหมออย่างมีความสุขเลยนังนุศ”

    ooooooo

    ศตวรรษในชุดสูทเจ้าบ่าวเดินเข้ามาหานันทพล เขาขอบคุณที่ไม่ทิ้งกัน ศตวรรษยกมือไหว้ขอโทษ เป็นเพราะตนไม่เด็ดขาดกับโสมมิกาเอง ทุกอย่างจึงบานปลาย ถ้าอนุศนิยาไม่มาร่วมงาน ตนขอรับผิดชอบเองคนเดียว นันทพลบอกว่าอาจมีปาฏิหาริย์ ศตวรรษก็หวังเช่นนั้น

    เวลาผ่านไปแขกทยอยมามากขึ้น สี่อาสาวร้อนใจที่อนุศนิยายังไม่มา นันทพลตัดสินใจจะประกาศกับแขกว่าเกิดอะไรขึ้น ศตวรรษขอเป็นคนจัดการเอง เขาขึ้นบนเวทีจับไมค์ กล่าวขอโทษแขกทุกคนในงานว่าตนทำบางอย่างผิดพลาดไม่น่าให้อภัย ทำให้เจ้าสาวทิ้งไปบ้าง ตนขอให้งานเลี้ยงคืนนี้เป็นการเลี้ยงขอโทษจากตนและครอบครัว...แขกในงานฮือฮา

    ทันใดเสียงอนุศนิยาดังขึ้น “ขอโทษทุกคนนะคะที่เจ้าสาวมาช้า”

    ทุกคนดีใจหันมอง ศตวรรษรีบเดินเข้าไปกระซิบ คิดว่าเธอจะไม่มา เธอกระซิบตอบ “ตอนแรกก็ว่าจะไม่มา แต่พอมาคิดว่าถ้าไม่มา นายก็จะเป็นอิสระเร็วไป ให้นายแต่งงานกับฉันดีกว่า นายจะได้อยู่ในสายตาของฉันตลอดเวลา”

    ศตวรรษยิ้มชอบใจถามเธอพร้อมจะทำหน้าที่หรือยัง เธอบอกว่าพร้อมนานแล้ว ทั้งสองควงแขนกันขึ้นเวที เสียงเพลงหวานซึ้งบรรเลงขึ้น...อนุกรบ่นอุบเซ็งที่ไม่เกิดหายนะ

    พิธีกรทำให้งานครึกครื้นด้วยการถามคำถามเจ้าบ่าวเจ้าสาวว่าเจอกันที่ไหน ทั้งสองหน้าถอดสี ไมค์ยื่นมาที่ศตวรรษ เขาสบตาอนุศนิยา “เอ่อ...ครั้งแรกที่เจอเหรอครับ ผมเป็นฝ่ายเห็นเขาก่อนครับ แต่คิดว่าเขาไม่รู้ตัว” พิธีกรถามรักแรกพบไหม “ตอนนั้นรักไม่ลงหรอกครับ เราเจอกันไม่ค่อยสวยสักเท่าไหร่ คุณนุศเธอด่าผมยับ จนผมคิดว่าผู้หญิงอะไรทำไมปากจัดแบบนี้...”

    อนุศนิยาไม่พอใจดึงไมค์มาพูด “คุณก็เหมือนกันนั่นแหละ ตอนแรกที่เจอคิดว่าเป็นโจร หนวดเครารุงรังใครรักลงก็บ้าแล้ว”

    ประภากับใบเฟิร์นวี้ดวิ้วว่าเหมือนในละคร พิธีกรแทรกดูทรงแล้วที่เล่ามาไม่น่าจะรักกันได้ น่าสงสัยว่ารักกันตอนไหน ศตวรรษตอบว่าไม่รู้ตัว ถ้ารู้คงไม่หลวมตัวมาไกลขนาดนี้ แขกในงานโห่แซว อนุศนิยาถลึงตาใส่ พิธีกรยื่นไมค์มาที่เธอ เธออึกอักๆบอกไม่รู้ตัวเหมือนกัน พิธีกรรุกถาม “เอางี้ คุณนุศจำที่หมอสารภาพรักครั้งแรกได้ไหมครับว่าพูดว่าอะไร”

    อนุศนิยาอึ้งไม่รู้จะตอบอย่างไร พิธีกรแกล้งนับหนึ่งถึงสามถ้าไม่ตอบให้เจ้าบ่าวจูบ เธอยิ่งร้อนรน ทุกคนช่วยกันนับ ศตวรรษแก้สถานการณ์ให้ “คุณนุศบอกไม่ได้หรอกครับเพราะเราไม่ได้สารภาพรักเป็นคำพูด”

    อนุศนิยาแทรกให้ตัดเค้กกันเลย พิธีกรเย้า “หูย... แถเก่งทั้งคู่เลย ในเมื่อไม่บอกงั้นแสดงออกเลยครับว่าหมอสารภาพรักคุณนุศยังไง คำถามนี้แฟนคลับข้างล่างท่าทางจะไม่ปล่อยผ่าน”

    กองเชียร์เฮๆ อนุศนิยาไม่ไหวจะเคลียร์ ศตวรรษตัดสินใจเข้ามาโอบเธอกระซิบว่าขอนะ แล้วใช้มือประคองหน้าเธอมาจูบ โดยใช้นิ้วกั้นกลางระหว่างปากไว้ อนุศนิยาอึ้งเห็นหน้าเขาชิดใกล้ จู่ๆไฟดับพรึ่บลง เพลงหยุดเปลี่ยนเป็นเพลงแดนซ์ ไฟสว่างขึ้น มีผู้ชายล่ำเปลือยอกเกือบสิบคน เดินเรียงรายเต้นสีแขกในงานเหมือนในผับบาร์ บางส่วนเข้ามาเต้นล้อมอนุศนิยา ศตวรรษช่วยกันเธอไว้ ไม่ทันไร โสมมิกาก็ปรากฏตัวขึ้นประกาศ “ของชอบเธอไงอนุศนิยา ฉันเห็นว่าเธอชอบซื้อผู้ชาย ฉันก็เลยจัดผู้ชายมาให้ เป็นไงถูกใจของขวัญจากฉันไหม”

    โสมมิกาหันมากล่าวกับแขกในงานว่า นี่แหละตัวตนของอนุศนิยา ผู้หญิงที่มีความต้องการไม่เลือก ต่อให้ผู้ชายมีแฟนแล้วถ้าเธออยากได้ ผู้หญิงคนนี้ก็พร้อมจะใช้เงินแย่งแฟนชาวบ้าน “อนุศนิยายอมจ่ายเงินเพื่อให้หมอวรรษแต่งงานอยู่กินกับตัวเองสามปี...”

    อนุศนิยาตกใจถามศตวรรษบอกเรื่องนี้หรือ เขาไม่ได้ตอบแต่ลงมาต่อว่าโสมมิกา เธอเสียงดังว่าเขาให้ตนกลับไปคิดว่ารักเขาหรือต้องการเอาชนะกันแน่ ตนมีคำตอบแล้วว่าตนรักเขา ตนจึงมาทวงสิทธิ์ของตน ศตวรรษเสียงกร้าวให้หยุด โสมมิกาสวน “ไม่หยุด! หมอเห็นรึยังว่านังนุศมันกำลังทำให้หมอเป็นเหมือนผู้ชายพวกนี้ คือซื้อได้ด้วยเงิน!”

    “ผมไม่ได้แต่งงานกับอนุศนิยาเพราะเงิน คนอย่างผมถ้าไม่เต็มใจทำ อะไรก็บังคับผมไม่ได้ ผมเต็มใจที่จะแต่งงานกับเขา เชิญคุณกลับไปได้แล้วคุณโสมมิกา”

    โสมมิกาไม่เชื่อ เพราะเงินทำให้เขาเปลี่ยน ตนไม่ยอมให้อนุศนิยาแย่งเขาไป อนุศนิยาสุดทน “พอกันทีโสมมิกา...ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ของเธอ เขาเป็นของฉันนับตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไป”

    เสียงฮือดังขึ้น โสมมิกาโกรธเงื้อมือตบอนุศนิยา ศตวรรษเอาตัวเข้าปกป้องจึงโดนฝ่ามือโสมมิกาอีกครั้ง เขาประกาศกร้าว “อย่าแตะต้องภรรยาของผม!”

    อนุศนิยาตะลึง นันทพลเรียก รปภ.มาเอาตัวโสมมิกาออกไป เธอร้องลั่นอย่ามาแตะต้องตัวเธอ ใบเฟิร์นจึงก้าวเข้าประชิด จะให้เชิญออกหรือให้กะเทยออกแรง เธอร้องกรี๊ดๆ โดนลากออกไป...ศตวรรษกระซิบข้างหูอนุศนิยาว่า เราทีมเดียวกันแล้วห้ามหนีเอาตัวรอด

    ช่วงส่งตัวเข้าหอ เสาวรสกล่าวตนเลี้ยงลูกมาด้วยตัวคนเดียว เขาเป็นคนในครอบครัวคนเดียวของตน วันนี้ตนเต็มใจแบ่งเขาให้ ขอให้ครอบครัวเขาสมบูรณ์ อย่างน้อยก็ตลอดสามปี นันทพลแทรก ถึงสัญญาจะสามปี แต่ถ้าในระหว่างนี้มีโซ่ทองคล้องใจ ตนจะรับขวัญหลานคนละ 30 ล้าน อนุศนิยาแย้งไม่ได้อยู่ในข้อตกลง นันทพลบอกเป็นข้อเสนอพิเศษ ตนอยากอุ้มหลาน นันทนาว่าแบบนี้มีสองคนก็ปลดหนี้พอดี เสาวรสเชียร์ลูกชายไหวอยู่แล้ว ศตวรรษทำหน้าไม่ถูก อนุศนิยากลัวเขาคิดฉวยโอกาส นันทนาตามเสาวรสออกมาทวงส่วนแบ่ง เธอว่าเขาเค็มงก

    เสร็จงานอังกาบให้ชยากรขับรถไปส่งมิรันตรีที่โรงแรมเพราะเธอทิ้งรถไว้ที่นั่น เธอเห็นเขานั่งเศร้าก็แขวะอย่าไปรบกวนเวลานั่งทำมิวสิกของเขาเลย ชยากรถลึงตาใส่...ระหว่างเดินมาที่รถ มิรันตรีแกล้งเปรยวันนี้ตนตั้งใจสวย ทำไมเขาไม่ชมบ้าง เขาบอกถ้าชมเธอก็จะเก็บไปคิดเป็นอื่น ที่ไปส่งนี่ก็เพราะแม่ มิรันตรีชะงักที่เขารู้ทันจึงถามที่ทำมึนตึงเพราะกลัวตนหวั่นไหวหรือ

    “ใช่ ฉันไม่อยากให้เธอคิดเพ้อเจ้อ หวั่นไหวไปกับการกระทำตามมารยาทของฉัน”

    “ถึงมิจะชอบอา มิก็มีขอบเขตของมิ มิไม่ได้บังคับให้อามาชอบตอบซะหน่อย ทำตัวตามปกติเถอะค่ะ มิจัดการความรู้สึกของตัวเองได้ ไม่ได้ใจแคบเหมือนคนบางคนที่คอยหวงก้างไม่ให้คนที่ตัวเองรักมีความสุข” มิรันตรีได้ทีเหน็บชุดใหญ่

    ชยากรเดือดบอกอย่าเอาความรู้สึกเธอมาเทียบความรักของตน มิรันตรีประชดไม่เทียบเพราะตนมีสติกว่าไม่หน้ามืดตามัว พลันเสียงท้องเธอร้องดังขึ้นมา ชยากรนิ่วหน้าแล้วเปลี่ยนเป็นขำ พาเธอแวะทานข้าวต้มข้างทาง แต่ก็ไม่วายเร่งให้ทานเร็วๆ เธอหลุดปากว่าเขาคงอยากกลับไปแอบฟังว่าอนุศนิยากับศตวรรษทำอะไรกันอยู่ ชยากรโกรธลุกเดินไปรอที่รถ

    ooooooo

    เมื่อศตวรรษกับอนุศนิยาอยู่กันลำพังในห้องหอ ต่างก็นั่งอึดอัดทำอะไรไม่ถูก หญิงสาวลุกขึ้นบอกจะใช้ห้องน้ำก่อน ชายหนุ่มจะหลบแต่กลับไปเหยียบชายกระโปรงเธอเข้า ทำให้เธอเซ เขากอดเธอไว้ พอตั้งสติได้ผละออกจากกัน อนุศนิยาหาว่าไม่ทันไรก็ฉวยโอกาส เขาเถียง

    “ถ้าผมไม่ช่วย คุณล้มหน้าแหกไปแล้ว หัดมองผมในแง่ดีบ้างจะได้ไหม”

    “ไม่ได้ ทุกอย่างที่นายทำฉันจะถือว่ามีนัยแอบแฝง”

    “ผมไม่ใช่พวกปากกับใจไม่ตรงกัน ผมคิดอะไรก็จะทำอย่างนั้น” ศตวรรษถอดเสื้อนอก

    อนุศนิยาตกใจถามจะทำอะไร เขากวนว่าร้อนอยากถอดเสื้อ เธอรีบเผ่นเข้าห้องน้ำ...พอแกะผมที่เกล้าไว้ออกก็พยายามจะถอดชุดแต่งงาน แต่ซิปเกิดติดดึงเท่าไหร่ก็ไม่ออก เธอแทบจะร้องไห้ ศตวรรษเริ่มง่วงมาเคาะประตูเร่ง เธอสะดุ้งกลัวเขาก็กลัวแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ตัดสินใจเดินออกมา ศตวรรษเหวอทำไมยังอยู่ในชุดแต่งงาน เธอบอกเขินๆว่าซิปติด เอาผ้าผูกตาเขาให้รูดซิปให้ เขาขำก็ขำยื่นมือคลำไปบนแผ่นหลังเธอ หาตำแหน่งซิปไม่เจอ จึงเปิดผ้าปิดตานิดหนึ่ง รูดซิปให้แล้วตะลึงกับแผ่นหลังขาวเนียนของเธอ เสียงอนุศนิยาเอ็ดหยุดทำไม เขาได้สติรูดซิปจนสุดรีบปิดตาตามเดิม เธอย้ำให้เธอเข้าห้องน้ำก่อนค่อยเปิดตา เขาถอนใจเฮือกใหญ่ล้มตัวลงนอน

    อนุศนิยาอาบน้ำเสร็จออกมาเห็นเขาหลับบนเตียงก็โกรธเข้ามาปลุก แต่เขาเพลียจัดหลับสนิทไม่ตื่น มีเสียงสั่นข้อความเข้ามาที่มือถือที่วางอยู่ อนุศนิยาหยิบมาดูเห็นเป็นข้อความจากโสมมิกาทั้งนั้นก็พาลโกรธ พลันฉุกคิดเอาคืน จึงใช้มือถือศตวรรษถ่ายเซลฟี่ตัวเองซบอกเขา ทำท่าหอมแก้มบ้าง ทำหน้าเยาะเย้ยต่างๆนานาส่งกลับไปให้โสมมิกา เธอเห็นแล้วถึงกับร้องกรี๊ด

    รุ่งเช้าศตวรรษตื่นขึ้นมารู้สึกปวดหลังไม่หาย แปลกใจที่ตัวเองนอนบนเตียงคนเดียว มองไปเห็นอนุศนิยาหลับกอดอกอยู่ที่โซฟา จึงเข้าไปห่มผ้าให้แล้วเผลอมองหน้านวลใสของเธอ เขาชะงักดึงสติกลับมารีบเข้าห้องน้ำ ชำระร่างกายและบีบยาที่แปรงสีฟันของอนุศนิยาไว้ให้ด้วย

    อนุศนิยาสะดุ้งตื่นไม่เห็นศตวรรษก็เข้าใจว่าเขาออกไปแล้วจึงเดินกระเซอะกระเซิงเข้ามาในห้องแต่งตัว เจอเขาในชุดทำงานเรียบร้อยยืนอยู่หน้ากระจกก็ตกใจกอดอก ไม่วายประชดเมื่อคืนหลับฝันดีไหม เขากวนว่าฝันดี เธอโวยต่อไปต้องจัดโซนนิ่งห้ามเขานอนเตียง ห้ามล้ำเส้นเด็ดขาด พลันเห็นเสื้อผ้าเขาทิ้งในตะกร้าก็ห้ามใช้ของร่วมกัน ว่าแล้วก็เข้าห้องน้ำปิดประตูใส่หน้า แต่แล้วพอเห็นแปรงสีฟันที่เขาเตรียมไว้ให้ก็รู้สึกผิดนิดๆ แต่ตัดใจแค่นี้ซื้อใจตนไม่ได้

    ศตวรรษลงมาช่วยอังกาบทำอาหารเช้า บอกเคยชินมักทำทุกเช้า อังกาบรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ต้องเอาชนะใจอนุศนิยาได้แน่...เช้านี้ทุกคนพร้อมหน้าที่โต๊ะอาหาร สี่อาสาวแซวกันสนุกปาก คงหมดพลังไปเยอะ อนุศนิยาหน้าแดงไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร ชยากรหน้าตึงลุกออกจากโต๊ะไป ศตวรรษเพิ่งเห็นว่าทุกคนปฏิบัติต่อชยากรอย่างไม่ไว้หน้าเลย

    ขณะเดินออกมาจะขึ้นรถ อนุศนิยาต่อว่าศตวรรษ วันหลังอย่าปล่อยให้ใครๆเข้าใจผิด เขาจึงสวนว่านั่นเป็นการรักษาหน้าเธอไม่ให้ใครๆเข้าใจว่าเธอตายด้าน

    มาถึงที่ทำงาน มิรันตรีแวะมาทักทาย อนุศนิยาจึงปรับทุกข์เรื่องข้อเสนอพิเศษของพ่อที่ว่าจะจ่าย 30 ล้านถ้ามีลูก ตนกลัวศตวรรษจะฉวยโอกาส มิรันตรีอึ้งไม่คิดว่ามีเรื่องแบบนี้ด้วย

    บ่ายมีการประชุม ผู้บริหารค่าซ่าทั้งหมดเข้าประชุม ชยากรแจ้งว่าแบบเฟอร์นิเจอร์ที่เราออกแบบแต่ไม่ได้ใช้ เล็ดลอดไปเป็นสินค้าบริษัทอื่น ถือเป็นการก๊อบปี้ไอเดียเรา นันทนาโทษฝ่ายโปรดักส์ ชยากรว่าตรวจสอบแล้วยังไม่รู้ตัวการ ฝ่ายโรงงานที่ประสงค์ดูแลก็น่าสงสัย นุดีร้อนตัวโวยอย่ามาโทษสามีตน อนุศนิยาแทรกถามประสงค์ไม่ระแคะระคายบ้างเลยหรือ นุดียิ่งโกรธหาว่ารวมหัวกันปรักปรำสามีตน ชยากรแทรก

    “ผมจะตามสืบเรื่องนี้และจัดการดำเนินคดีให้ได้ ถ้ารู้ว่ามีการล้วงข้อมูลกันจริง นุศไม่ต้องห่วง ยังไงอาก็จะปกป้องคาซ่าให้ถึงที่สุด”

    นันทนากับนนทยาแดกดันว่าเอาหน้า อนุศนิยากับชยากรต่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก...ด้านศตวรรษมาถึงโรงพยาบาล โสมมิกาบุกมาต่อว่าที่ส่งรูปเหล่านี้มา ศตวรรษเห็นภาพอนุศนิยาซบอกตน ทำท่าหอมแก้มก็ตกใจแต่ทำเนียนบอกโสมมิกาว่าเห็นแบบนี้ก็น่าจะตัดใจได้ เลิกป่วนเลิกรังควานตนเสียที ตนเลือกแล้ว จงเลิกตบตีแย่งคนชั่วๆอย่างตนอีกเถิด หญิงสาวปรี๊ด

    “ทำยังกะธาตุแท้นังนุศมันดีนัก มันมั่วกับอาตัวเองอยู่ก็รู้ ยังจะโง่ไปแต่งงานกลบข่าวฉาวมันอีก...ถ้าหมอไม่อายที่ขายตัว ก็ถือว่าเราชั่วพอๆกัน โสมจะไม่ยอมแพ้นุศอีกครั้ง จะทำให้หมอซมซานกลับมาซบอกโสม คอยดู” โสมมิกาประจานเสียงลั่นก่อนกลับไป ศตวรรษอับอายมาก

    ooooooo

    เย็นวันนั้น อนุศนิยาเลิกงานแต่ไม่อยากกลับบ้านไปเผชิญหน้ากับศตวรรษ จึงทำนั่นนี่ฆ่าเวลาจนเย็นย่ำ เดินมาจะขึ้นรถ ชยากรเห็นทำทีเข้ามาคุยงาน อนุศนิยารีบขัดให้ทำรายงานส่งมาจะดีกว่า เขาจึงชวนเธอกลับบ้านพร้อมกัน เธอส่ายหน้าไม่สมควร เขารู้ทันทีว่าเธอตีตัวออกห่าง

    ชยากรกลับถึงบ้านได้ยินอังกาบคุยกับนันทพลเรื่องการแต่งงานสามปีของอนุศนิยาก็มีความหวัง ขึ้นมา...ส่วนอนุศนิยาเห็นว่าศตวรรษยังไม่กลับมาจึงนอนแช่อ่างคลายความเครียด แต่ต้องคอยระแวงว่าเขาจะกลับเข้ามา ยิ่งจะทำให้เป็นโรคประสาทมากขึ้น

    บนโต๊ะอาหาร นันทพลแขวะน้องๆ ทำไมหมู่นี้มาทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันบ่อย นุดีถามทำไมอนุศนิยาไม่ลงมา อังกาบบอกว่าคงรอทานพร้อมศตวรรษเพราะเขายังไม่กลับ ชยากรหน้าเครียด...เสร็จจากรับประทานอาหาร ชยากรขึ้นมาเคาะประตูห้องอนุศนิยา เธอสะดุ้งคิดว่าเป็นศตวรรษกลับมา จึงรีบลุกจากอ่างคว้าเสื้อคลุมสวม ปัดสบู่หล่นพื้นแล้วเธอก็ก้าวเหยียบลื่นล้มร้องลั่น ชยากรได้ยินรีบเข้ามาเคาะเรียกหน้าห้องน้ำ เธอร้องโอยๆ ขาแพลงเจ็บสะโพก ชยากรใช้เหรียญหมุนกุญแจประตูเข้าไป อนุศนิยาตกใจ เขาปรี่เข้าอุ้มเธอออกมาวางลงบนเตียง

    ศตวรรษกลับมาถึงบ้านพอดี ชยากรพยายามตรวจดูว่าอนุศนิยาเจ็บตรงไหนบ้าง เธอปัดป้องบอกให้เขาออกไปแต่เขาดันทุรังจะพาเธอไปเช็กที่โรงพยาบาล เธอขอร้องอย่าทำให้ต้องมีปัญหากับสามี ชยากรตอกกลับว่าตนรู้เรื่องการแต่งงานแค่สามปี อนุศนิยาตกใจถามรู้มาจากมิรันตรีหรือ เขายิ่งน้อยใจแม้แต่เพื่อนเธอยังรู้ ไม่เห็นตนอยู่ในสายตาแล้วใช่ไหม หญิงสาวอ่อนใจขอร้องเขาอย่ายุ่งกับเรื่องของตนอีกเลย ขอให้ออกไปจากห้อง เขาไม่ยอมจะพาเธอไปหาหมอ

    ศตวรรษเปิดประตูผางเข้ามาเห็นทั้งสองนัวเนียกันอยู่บนเตียงก็ถามเสียงดัง “นี่มันอะไร! คงไม่ได้พากันมา...”

    อนุศนิยารีบปฏิเสธจะเล่าเรื่องแต่ชยากรแทรก “จะแก้ตัวทำไม ต่อให้เรามีอะไรกันแล้วมันหนักส่วนไหนของนาย...นายเองก็ได้ประโยชน์จากเรื่องของเราใช่ไหมล่ะ ที่ส้มหล่นได้มาแต่งงานก็เพราะหากินกับเรื่องนี้ รู้อยู่แก่ใจตัวเองดีแล้วทำมาเป็นรับไม่ได้”

    อนุศนิยาตกใจที่ชยากรพูดออกไปแบบนั้น ศตวรรษก็สงสัยอยู่แล้วจึงประชด ที่บอกเพื่อให้ตนชินกับเรื่องนี้ใช่ไหม อนุศนิยาเห็นจะบานปลายไปกันใหญ่จึงไล่ชยากรให้ออกไป เขาใจแทบสลายหน้าเสียคอตกออกไป...อนุศนิยายังลุกไม่ไหวเพราะเจ็บสะโพกและข้อเท้ามาก ขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่ ศตวรรษเหล่มองไม่พอใจเอ่ยปาก “ไหนๆ เราก็ต้องใช้ชีวิตกันอีกตั้งสามปี ไม่ควรมีความลับต่อกัน ตกลงคุณมีอะไรกับอาคุณมานานแค่ไหน ไม่รู้สึกละอายใจกันบ้างเลยเหรอ”

    อนุศนิยาโกรธจะลุกแต่ต้องหน้านิ่ว บอกเราไม่เคยมีอะไรกัน แล้วเล่าว่าตนล้มในห้องน้ำ ชยากรเข้ามา ช่วยก็เท่านั้น ศตวรรษไม่เชื่อบอกคราวหลังจะทำอะไรก็ควรล็อกห้องเสียก่อน ลำพังตนเห็นไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นนันทพลหรืออาๆของเธอจะทำอย่างไร

    “หยุดใส่ความกันได้แล้ว! ฉันบอกแล้วไงว่าฉันกับอาชยาไม่เคยมีอะไรกัน...ไม่เคยมี!”

    แต่ศตวรรษยังเหน็บไม่เลิก อนุศนิยาโมโหจึงประชด ถ้ารับไม่ได้ที่ตนมันชั่วมันสกปรกอย่างนั้นก็อย่าเข้ามาใกล้ ศตวรรษยิ่งผิดหวังเดินเข้าห้องน้ำ เปิดฝักบัวรดหัวดับอารมณ์ ครุ่นคิดถึงคำพูดของแต่ละคนเกี่ยวกับเรื่องอนุศนิยากับชยากร

    ค่ำนั้นทั้งอนุศนิยาและศตวรรษต่างทำงานในไอแพดบนที่นอนของแต่ละคน หญิงสาวง่วงก่อนจึงเดินไปปิดไฟ ชายหนุ่มลุกไปเปิด ทำให้เกิดการเถียงกันและเปิดปิดไฟอยู่อย่างนั้นหลายรอบ สุดท้ายศตวรรษต้องเป็นคนยอมออกไปทำงานที่โต๊ะอาหาร อังกาบผ่านมาเห็น

    เข้ามาคุยด้วย สักพักได้ยินเสียงท้องเขาร้องก็สงสาร ทำของว่างมาให้ทานด้วยความเอ็นดู ซักถามว่าเขาทำงานหลายแห่งจนไม่มีเวลาทานข้าวเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ใช่ไหม

    “ใช่ครับ การที่ผมได้แต่งงานกับคุณนุศ คนนอกที่มองเข้ามาเขาก็บอกว่าผมน่าอิจฉา แต่สำหรับผมมันคือความน่าอาย ไม่ใช่เพราะเจ้าสาวผมคือคุณนุศนะครับ แต่ผมอายตัวเองมันเป็นอย่างที่คุณนุศพูด ที่ว่าผมขายตัวใช้หนี้ ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ศักดิ์ศรีของผมแทบไม่มีเหลือ สิ่งเดียวที่จะทำได้ก็คือรีบปลดหนี้ ทำให้ตัวเองเป็นอิสระโดยเร็วที่สุด” ศตวรรษถอนใจ

    อนุศนิยานอนไม่หลับ มองนาฬิกาตีสองแล้วทำไมศตวรรษยังไม่เข้ามานอน เห็นไฟกะพริบๆจากมือถือ

    ที่วางอยู่ ด้วยความอยากรู้จึงลุกไปหยิบกดดู เห็นข้อความจากโสมมิกามากมายทำตัวเหมือนแฟน ก็เหยียดปากหมั่นไส้ เสียงศตวรรษทักทำอะไร เธอสะดุ้งโหยงสะดุดผ้าจะล้ม เขารวบตัวเธอไว้กระซิบถามแอบดูมือถือตนหรือ เธอผละตัวออกโวยไม่ได้แอบดู มันเสียงดังรำคาญจะมาปิดเสียง เขาหยิบมือถือขึ้นมาดู มันถูกปิดเสียงเรียบร้อยก็ยิ้มอย่างรู้ทัน

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ อังกาบบอกทุกคนว่าอาหารเช้าเป็นฝีมือศตวรรษ ชยากรรวบช้อนทันทีแล้วลุกจะไปชงกาแฟ บอกอนุศนิยาจะทำมาเผื่อ ศตวรรษแย้งไม่รบกวนเพราะตนทำให้ภรรยาเองได้ อนุศนิยาชะงักสบตาแล้วต้องเล่นละครยิ้มแย้มไปตามเกม

    ด้วยความเจ็บใจ ชยากรดักรอเหน็บศตวรรษก่อนขึ้นรถว่า เวลาสามปีคงไม่พอที่จะทำให้อนุศนิยาหวั่นไหว ศตวรรษโต้ เห็นเขาหวงก้างแบบนี้ ยิ่งสงสัยว่ารักของเขาประสาอะไร ถึงทำให้อนุศนิยาต้องอับอายสู้หน้าใครไม่ได้ ชยากรสวนเรื่องของตนลึกซึ้งกว่านั้น ตนอาจไม่ใช่อาแท้ๆ ของเธอก็ได้ ศตวรรษเหวอเพิ่งรับรู้เรื่องนี้ แต่ก็ตอกกลับ

    “ต่อให้ความจริงเป็นยังไง ใครๆเขาก็รู้ว่าคุณเป็นอาและผมเป็นสามีคุณนุศ เพราะฉะนั้นตราบใดที่ผมยังเป็นสามีคุณนุศอยู่ คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับเขา ถ้ามีเรื่องอย่างเมื่อคืนอีก ผมจะพาคุณนุศย้ายไปอยู่ที่อื่น” ชยากรไม่เชื่อ ศตวรรษบอกประเมินตนต่ำเกินไป ตนทำได้ทุกอย่างเพื่อไม่ให้อนุศนิยาเสียชื่อมากไปกว่านี้...พูดจบก็เดินไป

    อนุกรเดินปรบมือเข้ามา เยาะว่าถ้าเป็นละครต้องบอกว่าซีนนี้น่าประทับใจ อาแท้ๆกับสามีจะต่อยกัน ต้องติดตามว่าใครจะได้พี่สาวตนไปครอง ชยากรยิ่งเจ็บใจ

    อังกาบมีโอกาสสนทนากับอนุศนิยาจึงเตือนว่า ให้ดูแลศตวรรษบ้าง เขาทำงานหนักเพื่อหาเงินมาปลดหนี้ อนุศนิยาอึ้งแต่ก็แย้งว่าไม่จำเป็นแค่เขาเข้ามากินฟรีอยู่ฟรีที่บ้านก็มากโขแล้ว อังกาบสอนภรรยามีอยู่ 7 แบบ พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ อยากให้คนอื่นมองว่าเราเป็น ภรรยาแบบไหนก็เลือกเอา ถ้าไม่อยากเป็นทาสก็ยังมีภรรยาที่เป็นเพื่อน เป็นน้องสาวหรือเป็นแม่ ภรรยา 3 แบบนี้จะคอยเป็นคู่คิด เป็นมิตร เป็นคนทำให้สามีอุ่นใจ...

    อนุศนิยามาทำงานเห็นลูกค้าสองสามีภรรยาช่วยกันเลือกแบบเฟอร์นิเจอร์ดูหนุงหนิงน่ารักน่าเอ็นดูก็ยิ้มออกมา แต่สักพักเดินมาเห็นนุดีเดินนำหน้าประสงค์สามีที่หอบข้าวของเดินตามหลัง โดนนุดีโขกสับด่าว่าต่อหน้าพนักงาน ทำให้พนักงานนินทาลับหลัง ถ้าจะมีเมียไม่ขอมีแบบนี้เด็ดขาด ปากแบบนี้เอาตัดกระดาษได้เลย...

    อนุศนิยาคิดถึงคำสอนของอังกาบที่ว่า ภรรยาอีก 3 แบบคือภรรยาเยี่ยงโจร เยี่ยงเพชฌฆาต เยี่ยงนาย สามแบบนี้จะเป็นพวกชอบข่ม ชอบรีดไถ ชอบรังแกสามีทั้งร่างกายและจิตใจ...อนุศนิยาชั่งใจเปรียบเทียบสองแบบที่เห็นแล้วเริ่มกลัวใจ

    เข้ามาในห้องทำงาน ประภากับใบเฟิร์นหอบอัลบั้ม รูปแต่งงานมากองให้มากมาย อนุศนิยาผงะยังตามมาหลอกหลอนอีก ไล่ให้ยกออกไปให้หมด ทั้งสองเหวอทำไมเป็นแบบนั้น

    ในขณะเดียวกัน โสมมิกานัดชยากรไปพบเพื่อตกลงร่วมมือกันแยกศตวรรษออกจากอนุศนิยาก่อนสามปี ภายในสามเดือนต้องสำเร็จ ชยากรแปลกใจที่เธอรู้เรื่องข้อตกลงสามปีด้วย...

    มิรันตรีขุ่นเคืองใจที่ไม่ได้ย้ายไปอยู่ข่าวการเมืองเสียที บก.เอาหนังสือกอสซิปเรื่องรักสามเศร้าของอนุศนิยากับศตวรรษมาให้เขียนในรูปแบบการเมือง ถ้าอ่านแล้วผ่านเธอถึงจะได้ย้าย...เธอเครียดมากมานั่งเล่นในสวน สาธารณะ เห็นเด็กเล่นบาสก็เข้าไปแย่งเล่นจนเด็กๆ

    หนีหายหมด ชยากรวิ่งออกกำลังผ่านมาเห็นก็ขำที่เธอชู๊ตไม่ได้สักลูก จึงเข้ามาชวนเล่นด้วยกัน มิรันตรีไม่อาจแย่งลูกบาสจากเขาได้เลย ดูแล้วจะได้ใกล้ชิดนัวเนียกับเขาเสียมากกว่าจนเขินอายหยุดเล่นดื้อๆ ชยากรแปลกใจแต่พอเห็นหนังสือกอสซิปเหล่านั้นก็โกรธหาว่าคิดจะเล่นข่าวพวกตนอีก...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:18 น.