ตอนที่ 5
ด้วยความมึนเมาประกอบกับความหึงทำให้ชยากรพรั่งพรูความในใจ บอกอนุศนิยาว่าเราสองคนไม่เคยอยู่ห่างกันเกินวัน ขนาดไปเรียนต่อยังไปพร้อมกัน เราอยู่ด้วยกันทุกวันมากี่ปี ไม่มีวันไหนไม่เห็นหน้ากัน เธอพยักหน้า...ชยากรคิดจะสารภาพรักก่อนที่เธอจะได้ยินจากเสียงคลิป
ชยากรเข้าประชิดถามถ้ารู้ความจริงบางอย่างเกี่ยวกับตน รับปากได้ไหมว่าจะไม่โกรธ ตนสัญญาจะรับผิดชอบไม่ให้เธอเดือดร้อน พลันสายตาเห็นสร้อยจี้รูปหัวใจที่เขาเป็นคนให้ เธอยังสวมติดคออยู่ตลอด ก็หยิบขึ้นพูด “หัวใจของอาอยู่ที่นุศแล้ว นุศก็รู้...”
อนุศนิยาทำตาปริบๆไม่เข้าใจ ชยากรคิดว่าเธออยู่ในภวังค์จึงก้มลงจะจูบ อนุศนิยาตกใจหันหน้าหนี เขาสับสนเธอคิดอย่างไรกันแน่ อนุศนิยายังไม่เฉลียวใจถามเขาเปิดห้องไว้หรือยัง เขากลับขอนอนด้วยคืนนี้ เธอเริ่มรู้สึกแปลกๆถามเขาเมาใช่ไหมแล้วจะหลบไปเข้าห้องน้ำ ชยากรตัดสินใจคว้ามือเธอดึงมากอดพร่ำบอก “อารักนุศ อาอยากให้นุศรู้ว่าเราสองคนคิดไม่ต่างกัน”
อนุศนิยาตกใจมากผลักออกตวาดเขาพูดบ้าอะไร ชยากรยังย้ำว่าเราสองคนรักกันไม่ใช่หรือ เธอหน้าเหวอที่เขาคิดแบบนั้นไปได้อย่างไร...ขณะเดียวกัน ศตวรรษเก็บกระเป๋าจะย้ายโรงแรมเพราะไม่อยากมีปัญหากับชยากร ออกมาเช็กเอาต์แล้วนึกได้ว่าลืมมือถือจึงกลับมาเอา พอเดินผ่านห้องอนุศนิยาได้ยินเสียงเธอโวยวาย “อาชยาบ้าไปแล้ว!”
“นุศเคยบอกเองว่าถ้าหาใครอย่างอาไม่ได้นุศก็ไม่เอา นุศก็รักอาใช่รึเปล่า”
อนุศนิยาโวยไม่เคยคิดกับเขาเป็นอื่นเพราะเขาเป็นอา ชยากรสวนถ้าตนไม่ใช่อา เธอจะรักตนอย่างผู้ชายคนหนึ่งได้ไหม เพราะใครๆก็สงสัยว่าตนไม่ใช่ลูกเตี่ย ...ชยากรพุ่งเข้ากอดบอกอย่าหลอกตัวเองอีกเลย เธอก็เคยบอกว่าขาดตนเหมือนขาดอากาศหายใจ อนุศนิยาขยะแขยงรับไม่ได้กับการกระทำของเขา ดิ้นรนจนหลุดวิ่งหนีออกจากห้อง ชยากรตกใจวิ่งตามขอโทษ แต่หญิงสาวขวัญเสียตวาดไล่ เกลียดเขา...หันมาเจอศตวรรษจึงขอให้ช่วย แล้ววิ่งเตลิดออกไปทางสวนของโรงแรม ชยากรวิ่งตามแต่ด้วยความมืดจึงหาไม่เจอ ศตวรรษยังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยกกระเป๋ามาเก็บที่รถเห็นหญิงสาวนั่งคุดคู้หลบอยู่ข้างรถ จึงพาเธอขึ้นรถออกมา
สภาพอนุศนิยาอยู่ในชุดนอนหน้าเครียดจับสร้อยที่คอดึงแต่ดึงไม่ขาด ศตวรรษเหลือบมองเข้าใจไปว่าเธออกหัก คงอึดอัดแต่ไม่อยากแสดงความอ่อนแอ จึงขับรถมาจอดริมทะเลสาบเชียงแสน ลงมายืนนอกรถบอกเธอตามสบายได้เลย เท่านั้นอนุศนิยาก็ปล่อยโฮทั้งช็อกทั้งเสียใจ
ศตวรรษยืนอยู่นอกรถนานนับชั่วโมง อากาศเย็นลงเรื่อยๆ อนุศนิยาก็ยังร้องไห้ไม่หยุดจนฟ้าสว่างอนุศนิยาเปิดประตูรถ เดินออกมานั่งข้างศตวรรษที่ดูจะใส่ใจกับภาพพระอาทิตย์ขึ้น เขาเอ่ยช่างสวยงามแล้วถามเธอสบายใจขึ้นหรือยัง เธอพยักหน้า นิ่งไปสักพักก่อนจะขอร้อง
“อย่าบอกใครเรื่องเมื่อคืนได้รึเปล่า”
ศตวรรษเข้าใจว่าคงจะอายที่ตนมารู้เรื่องรักใคร่ระหว่างอาหลาน จึงเย้ามีค่าปิดปากไหม เธอกัดฟันถามจะเอาเท่าไหร่ เขาจึงแกล้งบอกขอเก็บไปคิดก่อนเพราะเรื่องมันคับอกมาก หญิงสาวเจ็บใจที่โดนเขาข่มขู่ แต่ศตวรรษกลับสะใจที่เอาคืนเธอได้บ้าง
จากนั้นศตวรรษก็พาอนุศนิยากลับมาเก็บของที่โรงแรม โดยให้เธอใส่ชุดของเขาแทนชุดนอนที่ยับเยิน พอชยากรเห็นก็เข้ามาชกหน้าศตวรรษฐานพาอนุศนิยาหนีไป อนุศนิยาเข้าขวาง ชยากรยิ่งผิดหวังที่เธอปกป้องศตวรรษ ถามไว้ใจคนอื่นมากกว่าตนหรือ
“นุศไม่รู้หรอกว่าใครจริงใจไม่จริงใจ รู้แต่ว่าตอนนี้นุศเชื่อใจใครไม่ได้อีกแล้ว”
“มันก็แค่เอาใจนุศตามที่พี่นันสั่ง ก็เหมือนกับที่มันหลอกโสมให้หลงนั่นแหละ”
ศตวรรษเพิ่งรู้ว่าโดนมองแบบนั้นจึงมองไปยังอนุศนิยาว่ามีปฏิกิริยาอย่างไร เธอมองสองหนุ่มสลับไปมาแล้วก้มหน้าไม่ไว้ใจใครเลย ศตวรรษน้อยใจประชดให้เคลียร์กันเสียแต่แผลนี้เธอต้องจ่าย แล้วจะเดินไป อนุศนิยาตัดสินใจเลือกไปกับศตวรรษ ชยากรตกใจระคนเสียใจ
กลับถึงบ้าน อังกาบแปลกใจที่ไม่ได้กลับมากับชยากร อนุศนิยาขอตัวพักผ่อน นันทพลเห็นผิดสังเกตจึงเข้ามาถามลูกสาวมีปัญหาอะไรอย่าแบกไว้คนเดียว ระบายกับพ่อได้ อนุศนิยาน้ำตาร่วงเผาะโผกอดพ่อบอกตนไว้ใจคนผิด ตนโง่เอง นันทพลปลอบใจ
“คนเราจะเรียกว่าลูกผู้ชายได้เต็มปากเต็มคำรึเปล่าก็ดูว่ามันทำกับคนที่มันรักยังไง ตอนนี้ผู้หญิงที่พ่อรักมีนุศคนเดียว พ่อจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายดวงใจของพ่อเด็ดขาด”
คืนนั้นชยากรกลับมาถึงโดนพี่ๆสี่สาวรุมถากถาง อังกาบเองก็โดนว่ากระทบ จึงเย็นชาเสียใจกับการกระทำของลูกชาย
ooooooo
วันต่อมา โสมมิกาบุกมาหาศตวรรษที่บ้านแต่โดนเสาวรสกีดกันไม่ให้ขึ้นบ้าน เธอจึงตะโกนต่อว่าเขาจะทิ้งกันจริงหรือ ศตวรรษอึดอัดใจลงมาเผชิญหน้า เธอถามทันทีว่าเสร็จอนุศนิยาแล้วใช่ไหม เขาถอนใจที่อุตส่าห์ให้เวลาคิดยังคิดไม่ได้อีก เธอโวยว่าเขาอ้างนู่นนี่
ศตวรรษบอกไม่มีประโยชน์ที่จะคบกัน ตนไม่ได้ว่างพอสำหรับเธอ เธอไม่ได้รักตนจริงแค่คบไว้เอาคืนแฟนเก่าเท่านั้นให้กลับไปคิดทบทวนดูแล้วจะรู้ว่าคบตนไปเพราะอะไร โสมมิกาฟูมฟายจะปรับปรุงตัว แต่เขาส่ายหน้าแนะนำเธอหัดอยู่กับตัวเองให้ได้ก่อน รักตัวเองเป็นเมื่อไหร่ก็จะมีคนมารักเธอเอง โสมมิกาไม่ยอมโผกอดจะขอรักเขาข้างเดียว แต่ชายหนุ่มบอกไม่อาจเอาเปรียบเธอแบบนั้น...เสาวรสแอบฟังตบมือดีใจที่ลูกชายคิดได้
ศตวรรษมาโรงพยาบาลพบนันทพลรออยู่ก็ประหลาดใจ เขาถามเรื่องที่เจอกับอนุศนิยาที่เชียงราย ศตวรรษอึดอัดใจให้ไปถามอนุศนิยาจะดีกว่า เขาจึงเปลี่ยนคำถาม
“ถามหน่อยว่าในสายตาหมอแล้ว อนุศนิยาเป็นคนยังไง”
“ก็...เป็นผู้หญิงเก่ง เด็ดขาด ชัดเจน ปากตรงกับใจ” นันทพลหัวเราะที่เป็นข้อเสียทั้งหมด “ไม่ใช่นะครับ ผมไม่คิดว่านิสัยพวกนั้นเป็นข้อบกพร่องอะไร”
คำตอบตรงใจนันทพลมาก “คนเราจะอยู่ด้วยกันไม่สำคัญที่ความดี แต่อยู่ที่รับข้อเสียของกันและกันได้ไหม ผมถามตรงๆเลยแล้วกัน...หมอจะแต่งงานกับอนุศนิยาได้ไหม” ศตวรรษตกใจ นันทพลถามย้ำ “เอาชัดๆนะ ผมถามว่าหมอรังเกียจที่จะแต่งงานกับลูกสาวผมไหม”
ศตวรรษยังงงๆ นันทพลให้เก็บไปคิด ถ้ายอมรับข้อเสียของอนุศนิยาได้ ตนก็อยากได้เขาเป็นลูกเขย ศตวรรษทำหน้าไม่ถูกส่ายหน้า แต่ตลอดทั้งวันก็ครุ่นคิดถึงข้อเสนอของนันทพล
“ถ้าหมอยอมแต่งงานกับอนุศนิยา ผมยินดียกหนี้ 60 ล้านให้...ฐานะอย่างลูกสาวผมหาคนจริงใจด้วยยาก ทุกคนที่เข้ามาก็เพื่อผลประโยชน์กันทั้งนั้น อนุศนิยาถึงปิดตัวไม่ไว้ใจใคร มีแต่ชยากรที่นุศเชื่อใจจนมันถึงได้เกินเลยไป ผมกลัวว่าเขาจะหมดอนาคตเพราะเรื่องนี้”
ศตวรรษคิดว่านันทพลต้องการแยกอนุศนิยาออกจากชยากร เขายอมรับและพูดตรงๆว่าต้องการคนมาล้างคาวให้ลูกสาว เงิน 60 ล้านน่าจะมากพอที่จะยอมรับเรื่องนี้ ขอให้เก็บไปคิดเพื่อช่วยดึงลูกสาวเขาขึ้นจากนรก...ศตวรรษกำลังลำบากใจ พยาบาลเข้ามาแจ้งว่าโสมมิกามาขอพบ เขาจึงให้ไปบอกว่าติดคนไข้อยู่ เรื่องโสมมิกาก็ทำให้เขาเครียดอยากจบปัญหาเต็มทน
ด้านอนุศนิยามาปรับทุกข์กับมิรันตรี เธอย้อนถามไม่รู้จริงๆหรือว่าชยากรคิดอย่างไร
“ใครจะไปคิดว่าเขาเชื่อแม้กระทั่งว่าตัวเองไม่ใช่อาแท้ๆของนุศ”
มิรันตรีบอกว่าชยากรมโนไปไกลกว่านั้น ให้ไปดูภาพหน้าจอมือถือเขา อนุศนิยาโกรธตัวเองช่างโง่จริงที่อ่านความคิดเขาไม่ออก มิรันตรีว่าตอนนี้รู้หรือยังทำไมโสมมิกาถึงแค้นฝังหุ่น
กลับจากคุยกับมิรันตรี อนุศนิยาจะเข้าลิฟต์พร้อมประภาและใบเฟิร์น ระหว่างประตูลิฟต์จะปิด ชยากรแทรกตัวเข้ามาบอกมีเรื่องจะคุยด้วย ทันใดเสียงมือถือเขาดังขึ้น เขายกมือถือขึ้นจะกดรับ ต้องตกใจเมื่อเห็นภาพหน้าจอเป็นภาพเซลฟี่ตัวเขากับเธอตอนเธอฟุบหลับข้างเตียง แสดงว่าอนุศนิยาโทร.เข้ามา ชยากรหน้าเสียอนุศนิยาไม่พูดพล่ามออกจากลิฟต์ทันทีเมื่อลิฟต์เปิด...
ooooooo
แผนกู้หน้าบริษัทออกมาว่าทางคาซ่าจะสนับสนุนโครงการแชริตี้หนุ่มโสด ยินดีบริจาคเงินสมทบหนึ่งล้านบาทแก่ผู้ชนะผลโหวตเพื่อนำไปเป็นจิตสาธารณ-ประโยชน์ ไม่ว่าผู้ชนะเป็นใครแต่ขอมีคิวให้อนุศนิยาขึ้นมอบเงินบริจาคบนเวทีเท่านั้น บก.นพชัยยินดีอย่างมาก
โสมมิกาแค้นใจที่ศตวรรษบอกเลิก โทษเป็นเพราะอนุศนิยาจึงบุกมาด่าทอถึงห้องทำงาน ว่าเป็นพวกลักกินขโมยกิน เอาศตวรรษไปไว้ที่ไหน อนุศนิยาถอนใจเย้ยกลับคงจะหมดโปรแล้วถึงออกลาย โสมมิกากราดเกรี้ยวว่าลดหนี้ให้เขาเท่าไหร่ เขาถึงกล้าทิ้งตน อนุศนิยาโต้บาทเดียวก็ยังแพงไปสำหรับคนเกาะผู้หญิงกินอย่างนั้นและว่าศตวรรษไปดักรอตนที่เชียงรายเอง โสมมิกาไม่เชื่อหาว่าเป็นแผนของนันทนา นันทนาเข้ามาโต้ มันเป็นพรหมลิขิตต่างหาก โสมมิกาสวน
“หรือจะเรียกสั้นๆว่า...แรดก็ได้ จะขึ้นเหนือลงใต้มันต้องเสนอตัวไปทุกทิศทั่วไทย ถ้าไม่ใช่เพราะเธออยากได้แฟนฉันจนตัวสั่น คงไม่หน้าด้านขนาดนี้”
อนุศนิยาบอกไม่เคยอยากได้แฟนเธอคนไหน และว่าศตวรรษตั้งใจปั่นหัวให้เราทะเลาะกัน โสมมิกาไม่เชื่อหาว่าใช้เงินจ้างให้เขาเลิกกับตน แล้วกราดเกรี้ยวหยิบขวดน้ำออกมาสาดใส่หน้าอนุศนิยา ทุกคนตกใจคิดว่าเป็นน้ำกรด ใบเฟิร์นพา รปภ.มาลากโสมมิกาออกไป เธอยังด่าสี่อาสาว “แก่ก็อยู่ส่วนแก่ อย่ามาแส่เรื่องแฟนชาวบ้านเขาอีก!”
อนุศนิยารู้ตัวว่าเป็นแค่น้ำเปล่าก็โล่งใจแต่เหนื่อยใจไม่คิดจะเจอเรื่องพวกนี้...โสมมิกาโดนพาตัวออกมาเจอชยากรที่เดินมา เธอจึงต่อว่าให้เขาดูแลคนของตัวเองให้ดี อย่าให้มั่วนัก ชยากรรีบเข้าไปดูอนุศนิยาถามโสมมิกาทำร้ายอะไรหรือเปล่า...ท่าทีห่วงใยออกนอกหน้าของเขาทำให้อนุศนิยาขยับหนีตวาดลั่น “อย่าเข้ามา บอกว่าให้ออกไป ออกไปให้หมดไงคะ”
ชยากรจะไปจัดการโสมมิกาให้ อนุศนิยาเสียงกร้าว เป็นเพราะเขาที่ทำให้โสมมิกาเกลียดตนขนาดนี้ ช่วยออกไปจากชีวิตตนเสียที ชยากรผงะหน้าเสีย สี่อาสะใจที่ทั้งสองแตกคอกันแล้ว
จากนั้น นุดี นนทยาและนาวิกาก็หันมารุมซักไซ้นันทนา ว่าเป็นคนจัดการจับคู่อนุศนิยากับศตวรรษใช่ไหม เธอยอมรับและบอกน้องๆว่าศตวรรษมีดีจริงไม่หัวงูอย่างชยากร แล้วหว่านล้อมให้น้องๆหันมาร่วมมือกับตน
ไม่แค่นั้น นันทนากลับมาบิ๊วต์นันทพลให้จับอนุศนิยาแต่งงานกับศตวรรษเพื่อกลบข่าวฉาวทั้งหมด อนุศนิยากลับมาได้ยินเข้ามาโวยว่าไร้สาระ ให้ตนต้องไปตบตีแย่งผู้ชายกับโสมมิกา นันทนาว่าสองคนนั้นเลิกกันแล้ว แต่โสมมิกายังตามระรานเพราะศตวรรษเป็นคนดีจริง
“นี่นุศทำอะไรเสื่อมเสียถึงขนาดที่ทุกคนรับไม่ได้ เห็นนุศเป็นตัวอะไรคะ ถึงได้ต้องเที่ยวเอานุศไปเร่ขายให้คนนู้นคนนี้”
นันทนาเหน็บยังไม่รู้ตัวอีก หรือคิดจะประชดชีวิตเพราะไม่ได้แต่งกับชยากร อนุศนิยาสุดทนประกาศถึงตนจะไม่มีใครตนก็ไม่จำเป็นต้องลดตัวไปหาผู้ชายอย่างศตวรรษ...นันทพลโพล่งขึ้นว่าไม่ต้องทะเลาะกันเพราะศตวรรษปฏิเสธมาแล้ว อนุศนิยาตกใจที่พ่อไปคุยเรื่องแต่งงานกับศตวรรษมาก่อน นันทพลยอมรับว่าไปทาบทามความสมัครใจ นันทนาเยาะ
“แล้วเป็นไงล่ะ ขนาดคนที่แกเหยียดเขานักหนา เขาก็เอาแกไม่ลงเหมือนกัน”
นันทพลเอือมน้องสาว บอกลูกว่าตนให้เขาไปคิดอีกที พรุ่งนี้เขาจะให้คำตอบ อนุศนิยายิ่งโกรธหาว่าเขาไม่มีสิทธิ์มาเลือก พ่ออยากให้เขาหัวเราะเยาะตนหรือถึงทำแบบนี้ นันทพลตัดบทบอกพรุ่งนี้ไปฟังคำตอบด้วยกัน ว่ามันเลวร้ายอย่างที่คิดจริงไหม อนุศนิยาหงุดหงิดใจ
ooooooo
วันต่อมา นันทพลพาอนุศนิยามาเจอกับศตวรรษที่ร้านอาหารห้องวีไอพี ทั้งสองประคารมกันทันที เมื่อศตวรรษปฏิเสธไม่แต่งงาน อนุศนิยาเหน็บ ดีที่ไม่คิดขายตัว เขาจึงโต้ว่าไม่คิดขายให้เธอต่างหาก เธอปรี๊ดทันทีหาว่า 60 ล้านมันคงน้อยไป เขาจงใจดูถูกกลับบ้าง
“ก็คงเข้าทำนองที่เขาว่าไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่นั่นแหละครับ ก็เห็นๆอยู่ว่าคุณผ่านอะไรมา แต่งกับคุณผมก็คงโดนคนหัวเราะเยาะว่าเป็นไอ้หน้าโง่บ้าง เป็นของเล่นไฮโซบ้าง ไม่คุ้ม”
อนุศนิยาโกรธหาว่านี่คือที่เขาเคยบอกว่าจะเรียกค่าปิดปาก ช่างไม่มีศักดิ์ศรีเลย ศตวรรษว่าตนไม่มีศักดิ์ศรีในสายตาเธออยู่แล้ว ขอให้เราจบกันตรงนี้ เวลาตนเป็นเงินเป็นทอง ตนต้องไปทำงานหาเงินมาใช้หนี้เดือนนี้ เพราะเจ้าหนี้หน้าเลือดมาก...นันทพลขำชอบใจ อนุศนิยาเดือด นันทพลถามลูกดีใจหรือเจ็บใจที่ถูกปฏิเสธ อนุศนิยากลัวเขาเอาเรื่องนี้ไปป่าวประกาศจึงรีบตามเขาออกไป สั่งห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร ศตวรรษเยาะ ใครจะเชื่อว่าคนงกอย่างเธอยอมควักเงินซื้อสามี อนุศนิยาเยาะกลับเขาคงจะอายที่เงินซื้อได้ เขาส่ายหน้า
“ผมกลับไม่คิดอย่างนั้น งานนี้คนเดียวที่อับอายคือพ่อคุณต่างหาก คุณคิดว่ามีพ่อที่ไหนจะยอมออกปากมาสู่ขอผู้ชาย แถมยังยอมจ่ายค่าสินสอดไม่อั้นอย่างนี้ แทนที่คุณจะโทษทุกคนที่ทำให้คุณเสียหน้า ทำไมไม่ลองคิดบ้างว่าคุณไปทำอะไรให้พ่อคุณต้องยอมเสียศักดิ์ศรีขนาดนั้น”
อนุศนิยาสลดลง นันทพลได้ยินทั้งหมด เมื่ออนุศนิยากลับเข้ามาเขาจึงบอกว่าพ่อไม่ได้เสียสละอะไร แต่เห็นแก่ตัวด้วยซ้ำที่อยากให้ลูกแต่งงานเพื่อรักษาหน้าและชื่อเสียงบริษัท ถ้าพ่อใจแข็งตัดหางปล่อยวัดชยากรเสียแต่แรกก็คงไม่เกิดปัญหานี้ พ่อไม่อยากให้ลูกต้องเจอปัญหาญาติพี่น้อง ถ้าลูกแต่งงานเสีย ชยากรคงตัดใจได้...อนุศนิยาเสียใจที่ไม่เคยคิดถึงคนอื่นบ้างเลย
ด้านชยากรเห็นแม่เสียใจจนไม่ออกจากห้องมาพบหน้าใครก็รู้สึกผิด อังกาบบอกถ้าลูกสำนึกผิดเราควรออกไปอยู่ที่อื่นกันสองคนแม่ลูก เพราะไม่อาจสู้หน้าใครได้ ...ชยากรเสียใจ คืนนั้นเขาเห็นอนุศนิยานั่งเพลินอยู่ตรงสระน้ำ ก็จะเข้าไปคุยด้วยแต่เธอกลับลุกหนีด้วยท่าทีรังเกียจ
โสมมิกาพยายามจะพบศตวรรษแต่เขาคอยหลบเลี่ยง ทำให้เสียใจดื่มเหล้าจนเมาที่บ้าน พร่ำโทษเป็นเพราะอนุศนิยา อุดมศักดิ์กลับมาเจอก็ซ้ำเติมว่าที่ทำตัวบ้าบออยู่แบบนี้ ไม่ใช่เพราะรักศตวรรษ แต่เพราะอยากเอาชนะมากกว่า โสมมิกากรี๊ดลั่นไม่จริง...หาว่าพ่อไม่รู้จักตนเลย อุดมศักดิ์สวนเพราะตนรู้จักดีว่าคนอย่างเธอไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง โสมมิการ้องไห้โฮ
ooooooo
หลายวันต่อมา ชยากรยื่นใบลาออกกับนันทพล แต่เขากลับบอกนี่เป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด แสดงว่ายังไม่ตัดใจจากอนุศนิยา ตนยังไม่ตัดพี่ตัดน้องแล้วทำไมถึงไม่สละความรู้สึกตัวเองเพื่อความรู้สึกคนอื่นบ้าง ชยากรเครียดเพราะนั่นมันทำยากที่สุด
ชยากรมาโรงยิมเพื่อดักรออนุศนิยา แต่มีเพียงมิรันตรีที่มาแจ้งกำหนดการงานประกาศผลโหวตที่เขาต้องไปร่วมงาน มิรันตรีเห็นชยากรเครียดจึงอาสาเป็นคู่ซ้อม เธอปล่อยให้เขาซัดโดยไม่หลบ ชยากรตกใจที่เธอเล่นไม่เป็นแล้วยังไม่หลบ ทำให้นึกถึงวันที่ตัวเขาปล่อยให้อนุศนิยาระบายอารมณ์ชกไม่หลบเช่นกัน...
ชยากรหาน้ำแข็งมาประคบให้มิรันตรี เธอมองเขาขำๆอายๆชยากรยอมรับออกมาว่าเธอพูดถูก ตนคิดเหลวไหลไปเองคนเดียวทั้งนั้น เธอจึงให้เขาตัดใจแล้วพยายามทำให้อนุศนิยาเลิกเกลียด โดยไปร่วมงานประกาศผลที่อนุศนิยาเป็นคนมอบรางวัล
ในขณะที่อังกาบสอนเด็กรับใช้เรื่องการใช้เครื่องฟอกไต นันทพลเห็นรู้ว่าเธอคิดจะไปจากบ้านนี้ จึงเข้ามาบอกว่าเราต้องผ่านปัญหานี้ไปด้วยกันมันถึงจะเรียกว่าครอบครัวเดียวกัน
หลายวันต่อมา นันทพลมาหาศตวรรษที่โรงพยาบาล เพื่อขอร้องเรื่องแต่งงานกับอนุศนิยา ไม่อย่างนั้นตนคงนอนตายตาไม่หลับ เพราะชยากรยังไม่ยอมตัดใจ ศตวรรษตัดบทก่อนที่นันทพลจะพูดเรื่องเงินค่าตอบแทนอีก จึงบอกว่า แค่เขากรุณายืดเวลาผ่อนชำระหนี้ให้เป็นสามปีโดยไม่คิดดอกเบี้ยก็เป็นบุญคุณแล้ว ตนจะยอมแต่งงานเพื่อชดใช้แทนดอกเบี้ยแต่...
“...ผมจะแต่งเพื่อรักษาหน้าคุณนุศให้แค่สามปี เมื่อผมใช้หนี้ 60 ล้านหมดแล้ว ผมก็จะออกไปทำโครงการศูนย์แพทย์ของผมซึ่งผมคงจะพาใครไปลำบากด้วยไม่ได้ ที่สำคัญผมจะยอมแต่งกับอนุศนิยาก็ต่อเมื่อ เขายอมแต่งงานกับผมด้วยความเต็มใจ ถ้าเขายอมทิ้งศักดิ์ศรีได้ ผมถึงจะยอมทิ้งศักดิ์ศรีของผมเหมือนกัน”
นันทพลยิ้มค้างด้วยความดีใจแล้วเริ่มเครียดลงเมื่อศตวรรษยื่นไม้ตายออกมาแบบนั้น...พอกลับมาปรึกษาน้องๆ สามสาวเครียดไปด้วยเพราะยากที่จะทำให้อนุศนิยายอม แต่นันทนาไม่หวั่น ยืดอกจะเป็นคนทำให้อนุศนิยายินยอมแต่งงานเอง
นันทนาให้เสาวรสจัดการเรื่องแหวนหมั้น โสมมิกาผ่านมาเห็น เสาวรสอดเย้ยไม่ได้ว่าเป็นแหวนหมั้น เธอปรี๊ดแตกบุกไปต่อว่าศตวรรษที่โรงพยาบาลว่าสุดท้ายเขาก็ขายตัวจนได้ เขาต้องการเงินเท่าไหร่ ว่าแล้วก็ถอดนาฬิการาคาหลักล้านให้เป็นมัดจำ เขาหน้าเสียมองเธอฟูมฟาย
ด้านชยากรพอรู้ข่าวก็รีบมาดักรออนุศนิยาที่หน้าบ้าน ย้ำเตือนว่าเธอกำลังโดนหลอก จะโง่ไปแต่งงานกับศตวรรษทำไม หรือประชดตน อนุศนิยาสุดทนตอกกลับ
“อย่างน้อยเขาก็ไม่เสแสร้งแกล้งตีสองหน้า เห็นแก่เงินก็แสดงออกมาซึ่งๆหน้า...อานั่นแหละที่หักหลังนุศ จนนุศไม่รู้แล้วว่าอายังใช่อาคนเดียวกับที่นุศรู้จักไหม”
ชยากรเสียใจมากดื่มจนเมามาระบายความเสียใจให้มิรันตรีฟังที่คอนโด...รุ่งเช้า มิรันตรีจึงมาหาอนุศนิยาที่คาซ่า ทำทีเอาเรื่องงานมาคุย แต่จริงๆเลียบเคียงถามเรื่องแต่งงาน อนุศนิยายืนกรานไม่มีวันแต่งด้วย จากนั้นมิรันตรีก็มาบรีฟศตวรรษถึงวันประกาศผลโหวตว่าเขาต้องทำอะไรบ้าง และฝากการ์ดเข้างานไปให้
โสมมิกาด้วย เขาปัดให้ไปให้เองอ้างโสมมิกาคงไม่อยากเจอหน้าตน มิรันตรีได้ทีรุกถามเพราะข่าวแต่งงานใช่ไหม เขาปฏิเสธเช่นเดียวกับอนุศนิยา
ooooooo
ถึงวันงานประกาศผลโหวต ใบเฟิร์นซึ่งเป็นพีอาร์ร้อนรนมากที่ชยากรยังมาไม่ถึงงาน มิรันตรีเองก็กลัวจะเสียงานจึงอาสาไปตามชยากรที่คอนโดของเขา เจอเขายังนอนสภาพทรุดโทรมจากการเมาเละอยู่ จึงลากเข้าไปเอาน้ำฝักบัวราดหัว เขาโวยวายลั่น เธอพูดแทงใจ
“สภาพดูไม่ได้ ไหนบอกว่าอยากได้นุศกลับมา มิอุตส่าห์จะให้อาไปปรับความเข้าใจกับนุศในงานนี้เลยนะ อาต้องทำตัวให้มันดีกว่านี้สิคะ” มิรันตรีจัดแจงโกนหนวดเคราให้เขา
ด้านศตวรรษแต่งตัวอยู่ในห้องแต่งตัว เสาวรสตามเข้ามามองลูกชายอย่างปลาบปลื้ม พยายามกล่อมให้เขาขออนุศนิยาแต่งงานในคืนนี้ พร้อมมอบแหวนให้ เขานิ่งๆไม่รับปาก...มิรันตรีพาชยากรมาให้ช่างแต่งหน้าทำผม ส่วนประภารายงานคิวต่างๆให้อนุศนิยาฟัง ว่าพอถึงเวลาประกาศผล เธอจะถูกเชิญขึ้นเวทีไปมอบเงินรางวัล เราจะเก็บภาพไว้พีอาร์ว่าเป็นงานเพื่อสังคม มิรันตรีเข้ามาบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อย อนุศนิยาเกรงชยากรจะก่อปัญหา
ชยากรเจอกับศตวรรษในห้องแต่งตัวก็ถากถาง ว่าตั้งใจจับผู้หญิงรวยๆ กะจะตกถังข้าวสาร พอโสมมิกาไม่ติดเบ็ดก็หันมาจับอนุศนิยา ศตวรรษข่มใจรู้ว่าชยากรหึงคงมีสัมพันธ์กันจริง โชคดีที่ใบเฟิร์นมาดึงชยากรออกไปบรีฟคิว
โสมมิกาบุกมาถึงงาน เสาวรสเข้าไปกันบอกให้เลิกตามตื๊อลูกชายตนเสียที โสมมิกายิ่งเดือดอ้างที่เขามาถึงจุดนี้ก็เพราะตน...พอดีพิธีกรกล่าวเปิดงาน มิรันตรีนำหนุ่มๆมารอข้างเวที โสมมิกาปรี่เข้าต่อว่าศตวรรษ มิรันตรีเกรงจะเกิดเรื่องจึงดึงโสมมิกาออกมา
พิธีกรบรรยายถึงตีมงานว่าเป็นเหมือนป่า มีสาวๆสวมมงกุฎเถาวัลย์รอการจับคู่กับหนุ่มๆ ทุกคนจะถูกปิดตาเดินไปตามจังหวะเพลง ให้ปล่อยตัวตามสบาย เมื่อเพลงจบลงเปิดตาออกมาจะพบคู่ของตัวเองตรงหน้า ...อนุศนิยางงที่ตัวเองโดนเข้าไปอยู่ในกลุ่มสาวๆด้วย เสาวรสเชียร์ให้ศตวรรษกับอนุศนิยาจับคู่กันได้ ชยากรพยายามมองว่าอนุศนิยาอยู่ตรงไหนก่อนที่จะปิดตา
โสมมิกาเห็นเช่นนั้นก็มั่วเข้ามาในกลุ่มหญิงสาวแต่ไม่ยอมปิดตาเพื่อจะได้มาอยู่ตรงหน้าศตวรรษ...เมื่อเพลงจบลง โสมมิกาก็คว้าตัวศตวรรษให้เปิดตา แล้วบอกว่าเขาเป็นของเธอ
“เรากลับมารักกันเหมือนเดิมเถอะนะ โสมไม่มีสายตาไปมองใครอีกแล้วนอกจากหมอ”
เสาวรสเจ็บใจมากที่เสียทีโสมมิกา ด้านอนุศนิยาเปิดตามาต้องตะลึงที่หนุ่มโสดตรงหน้าคือชยากร เขาดีใจมากพร่ำบอก “อย่าโกรธอาอีกเลยนะ อาขอโทษที่ปิดบังความรู้สึกกับนุศ อาจะพิสูจน์ว่าอาเป็นอาของนุศจริงไหม เราสองคนจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดอีกต่อไป”
อนุศนิยาตกใจที่ชยากรยังคิดว่าตนมีใจให้...คู่อื่นๆประคองกันเต้นรำ มีเพียงคู่อนุศนิยากับคู่ศตวรรษที่ยืนนิ่ง อนุศนิยาตัดสินใจจะเดินหนี ชยากรตามตื๊อ ศตวรรษเป็นห่วงจะเดินไปหา โสมมิการั้งเขาไว้ ชยากรรวบเอวอนุศนิยาเข้ามาให้เต้นรำ กระซิบถ้าอยากเป็นข่าวอีกก็ด่าทอตบตีได้เลย โสมมิกาเองก็ขู่ศตวรรษถ้าไม่สนใจตน ตนจะอาละวาดให้งานแตก
ชยากรพร่ำขอโทษต้องทำอย่างไรถึงจะยกโทษให้ อนุศนิยาสุดทนกล่าวเสียงหนักแน่น ตนไม่ได้คิดอะไรกับเขา ชยากรไม่เชื่อดึงเธอมาประจันหน้า เธอประกาศกร้าว “มันสายไปแล้วสำหรับคำขอโทษในสิ่งที่อาทำลงไป อาทำให้ชีวิตนุศพัง จากที่นุศเคยมองเห็นอนาคตของตัวเอง แต่ตอนนี้มันไม่มี เพราะนุศถูกคนประณามว่ามั่วไม่เลือก แม้กระทั่งกับอาแท้ๆของตัวเอง แค่คำขอโทษคงชดใช้อะไรไม่ได้หรอกมั้งคะ” พูดจบอนุศนิยาเดินหนีปล่อยเขายืนเจ็บปวดเสียใจ
ด้านศตวรรษก็ยืนยันกับโสมมิกาว่าไม่อาจคบกับเธอได้ ไม่ใช่เพราะใครทั้งนั้น ตนผิดที่ทำให้เธอเข้าใจว่ามีใจให้ ตนยอมรับผิดทุกอย่าง ตนขอโทษ อย่าหาว่าตนใจร้ายเลย ตนรู้ว่าคนอย่างเธอไม่มีทางรักใครมากกว่าตัวเอง...โสมมิกาโกรธมากเสียงกร้าวว่า ต้องให้ตนตายให้ดูก่อนถึงจะเชื่อว่าตนรักเขาใช่ไหม ศตวรรษสวนกลับ “คุณไม่มีทางทำร้ายตัวเองได้หรอกโสมมิกา”
ศตวรรษเดินหนีออกมา เสาวรสเข้ามาต่อว่าไปจับคู่เต้นรำกับโสมมิกาทำไมให้เสียเวลา อย่าปล่อยโอกาสขออนุศนิยาแต่งงานหลุดไป ศตวรรษถอนใจกลับเข้าไปในงาน...มิรันตรีก็มาตามอนุศนิยาให้กลับเข้าไปในงานเพราะจวนได้เวลามอบรางวัลผู้ชนะ
และแล้วผลโหวตก็ออกมาว่าผู้ที่ชนะเลิศคือ ศตวรรษ วินวิวัฒน์...อนุศนิยาจำต้องมอบรางวัลหนึ่งล้านบาทแก่เขา พิธีกรให้เธอกล่าวถึงผู้ชนะ คิดว่าเหตุผลอะไรถึงได้คะแนนนำ
“คงเพราะสงสารมั้งคะ...เอ่อ ฉันหมายถึง ผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนไหว คุณหมอคงจะเรียกคะแนนสงสารได้ดีก็เลยจับใจคนได้ง่าย”
ศตวรรษรู้...เธอว่ากระทบ ไม่ทันไรโสมมิกาคว้าไมค์มาพูดแทน “จะเหตุผลอะไรก็ใช้ความหน้าด้านอยากให้ผู้ชายเขาสนใจ กลัวเขาจะไม่เล่นด้วย เลยใช้เงินซื้อเขาทุกทาง...ให้ฉันตอบแทนเธอไหมว่าหมอมีอะไรที่มัดใจ เธอถึงอยากได้เขานัก ก็เพราะหมอเขามีเจ้าของแล้วไงล่ะ เธอถึงคันอยากได้เขาจนตัวสั่น ยัยโรคจิต!”
พิธีกรตกใจรีบแก้สถานการณ์ กล่าวขอบคุณค่าซ่าลิฟวิ่งมอลล์ที่ร่วมสานฝัน โสมมิกาแทรกอีก “จะอายอะไร ฝันที่จะได้เอาเงินฟาดหัวผู้ชายของเธอสำเร็จแล้วนี่ ยินดีด้วยนะอนุศนิยา ไม่ป่าวประกาศบอกไปล่ะว่าที่เธอจ่ายให้หมอน่ะไม่ใช่แค่ล้านเดียว”
เสียงผู้คนฮือฮา มิรันตรีรีบไปปิดเสียงไมค์ไม่ให้โสมมิกาประจานอะไรอีก โสมมิกากำลังประกาศว่าศตวรรษเป็นหนี้ 60 ล้าน แต่ไมค์เงียบลง ทำให้ไม่มีใครได้ยิน โสมมิกาแค้นใจปรี่เข้าไปตบหน้าอนุศนิยา ศตวรรษเข้าขวางจึงรับฝ่ามือเธอแทน ทุกคนตะลึง โสมมิกาตกใจรีบขอโทษ ศตวรรษไม่สนใจแม้จะมองหน้า ดึงไมค์จากพิธีกรมาประกาศ
“ผมยอมรับครับว่าผมกับคุณนุศ เราสองคนสร้างภาพกันจริง และผมมีเรื่องจะต้องสารภาพกับทุกคน ผมไม่มีคุณสมบัติพอที่จะได้ตำแหน่งหนุ่มโสดชวนฝัน เพราะผมว่าจะเลิกเป็นโสดแล้วครับ...ในเมื่อคุณช่วยสานฝันเรื่องศูนย์แพทย์ของผมให้เป็นจริงแล้ว ช่วยทำฝันของผมอีกเรื่องให้เป็นจริงด้วยได้ไหม”
อนุศนิยายืนอึ้ง ศตวรรษหยิบแหวนออกมาขอแต่งงานกับอนุศนิยา แขกในงานปรบมือเป่าปากแสดงความยินดี หญิงสาวยังยืนอึ้ง ศตวรรษจึงเข้าสวมกอดกระซิบ
“ผมยอมลดศักดิ์ศรีขอคุณแต่งงาน คุณก็ควรจะลดศักดิ์ศรีของคุณตกลงแต่งงานกับผม ก่อนที่เรื่องทุกอย่างจะแย่ลงไปมากกว่านี้ เพราะพ่อของคุณคงจะรับเรื่องอะไรอีกไม่ไหวแน่”
อนุศนิยาฉุกคิดผละตัวออก ชยากรจะเข้าไปค้าน มิรันตรีรั้งเขาไว้ อนุศนิยากล่าวตกลงแต่งงานกับศตวรรษ เสาวรสปรบมือดีใจ โสมมิกากับชยากรทรุดลงทำใจไม่ได้
นักข่าวรุมถ่ายภาพคู่รักหมาดๆ อนุศนิยาแกล้งเหน็บว่าแหวนเป็นของจริงหรือเปล่า เขากระซิบกลับว่าทุกอย่างโกหก เธอจึงถามรวมถึงเรื่องโสมมิกาด้วยใช่ไหม เขาบอกอย่างโสมมิกาคงไม่ยอมมาเป็นตัวประกอบแน่ อนุศนิยาหมั่นไส้จะถอดแหวนคืน เขาปรามไม่ต้องเอามาคืนเพราะตนจะทำเบิกค่าแหวนเอง หญิงสาวยิ่งเจ็บจี๊ดเข้าใจว่าทุกอย่างเป็นเพียงละครตบตา
เสาวรสเข้ามาแสดงความยินดี แต่กลับโดนอนุศนิยาเหวี่ยงไม่ได้ดีใจสักนิด แล้วพูดใส่หน้าศตวรรษ “อย่าเพิ่งได้ใจคิดว่าที่ฉันตกลงแต่งงานเป็นเพราะพิศวาสในตัวนาย ที่ฉันยอมแต่งเพราะฉันต้องการให้อาชยาตัดใจจากฉัน”
“เหรอครับ ผมนึกว่าที่คุณตกลงแต่งงานกับผมเพื่อหลอกคนอื่นว่าไม่ได้มีอะไรกับอาตัวเอง แต่ลับหลังก็แอบไปหากัน”
“นายศตวรรษ! ปากดีมากเกินไปแล้ว ตกลงฉันคิดถูกแล้วใช่ไหมที่แต่งงานกับนาย”
“คิดถูกสิครับ งานนี้เราวินๆกันทั้งคู่ ไม่มีใครเสียเปรียบใคร แถมคุณยังได้ผมเป็นตัวประกัน การันตีว่าผมจะใช้หนี้ 60 ล้านให้คุณจนหมดไม่เบี้ยวไม่หนี”
อนุศนิยาให้มิรันตรีเป็นพยาน เสาวรสหน้าเสียเพราะที่ตกลงเป็นการล้างหนี้...อนุศนิยาเดินเลี่ยงออกมา ชยากรเข้ามาบอกให้เธอเปลี่ยนใจ จะทนให้คนมาหลอกหากินกับเราทำไม มันตั้งใจมาเกาะกินเธอก็รู้
อนุศนิยาสวนเป็นเพราะเขาที่ทำให้ตนต้องมาเจอเรื่องบ้าๆนี้ อนุศนิยาวิ่งหนี มิรันตรีเข้ามาขวางเตือนชยากรอย่าทำให้อนุศนิยาเตลิดไปมากกว่านี้
เขากลับเหวี่ยง “สะใจเธอแล้วสิ ที่ลากฉันมาเจอกับเรื่องนี้ สุดท้ายเธอมันก็เอาแต่ได้ไม่ต่างจากพวกเห็บเหาหรอก”...มิรันตรีหน้าเสียรู้ว่าคงเข้าหน้าเขาไม่ติดอีกแล้ว
ooooooo
โสมมิกากำพวงมาลัยรถแน่น เจ็บปวดกับเรื่องที่เกิดขึ้น พอเห็นศตวรรษพาเสาวรสเดินมาขึ้นรถขับเคลื่อนออก ก็ขาดสติพุ่งรถเข้าชนรถเขาอย่างแรง เสาวรสกรีดร้องตกใจจะเอากันถึงตายเลยหรือ ศตวรรษรีบลงจากรถมาดูโสมมิกา เห็นเธอหน้าผากแตกก็รีบอุ้มพาส่งโรงพยาบาล
“หมอเห็นแล้วใช่ไหมว่าโสมกล้าทำร้ายตัวเองเพื่อหมอ โสมกล้าตายเพื่อหมอ หมอจะได้รู้ว่าถ้าไม่มีหมอ โสมก็อยู่ไม่ได้” โสมมิกาพร่ำเพ้อ
พออุดมศักดิ์รู้เรื่องลูกสาวก็รีบมาที่โรงพยาบาล เจอศตวรรษที่หน้าห้องฉุกเฉิน จึงต่อว่าไม่คิดจะแต่งงานกับโสมมิกาแล้วมายุ่งกับเธอทำไม คิดจะคบเผื่อเลือกหรืออย่างไร ศตวรรษกล่าวหนักแน่นว่าไม่เคยเป็นอะไรกับโสมมิกา ขอโทษที่ทำให้เธอเข้าใจผิด อุดมศักดิ์แค้นใจกระชากคอเสื้อศตวรรษพูดใส่หน้า จากนี้ไปอย่ามาให้โสมมิกาเห็นหน้าอีก ตนต้องการให้ลูกสาวตัดใจโดยเร็วจะได้เลิกเป็นหมาบ้าแบบนี้ เขารับคำ...อุดมศักดิ์เข้ามาหาโสมมิกาบอกให้เลิกทำตัวน่าสมเพช ผู้ชายเขาไม่ไยดีก็เลิกอาลัยอาวรณ์โหยหาเสียที โสมมิการ้องไห้โฮ
เสร็จจากโรงพยาบาล ศตวรรษพาเสาวรสมาที่คฤหาสน์วรเลิศลักษณ์ เพื่อตกลงเรื่องการแต่งงาน เขายืนยันว่าจะแต่งงานกับอนุศนิยาเป็นค่าดอกเบี้ยสามปี พร้อมทยอยใช้หนี้จนหมด เสาวรสแย้งเท่ากับลูกแต่งงานฟรีๆ ตัวก็เสียหนี้ก็ต้องใช้ นันทนาตอกกลับฟรีตรงไหนเป็นการชดใช้ดอกเบี้ย นันทพลถามเสาวรสไม่เห็นด้วยตรงไหน เธอรีบสาธยายว่าสามปีลูกชายต้องกลายเป็นหม้าย อนุศนิยารู้ทันถามจะเรียกค่าเสียโอกาสใช่ไหม นันทนาแทรกมาแต่ตัว สินสอดก็ไม่จ่าย ได้หน้าไปแทนแล้ว เสาวรสโวยใครว่าไม่จ่าย ตนเสียเงินซื้อแหวนทั้งที่บอกว่าจะหารกันก็ไม่เห็นจ่าย นันทนาหน้าเสีย ศตวรรษกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเอาโฉนดบ้านออกมาวาง
“เพื่อความสบายใจผมขออนุญาตเอาบ้านของผมที่ท่านคืนให้เป็นสินสอดสำหรับการแต่งงานครั้งนี้”
เสาวรสตกใจแล้วหลังจากสามปีจะเป็นอย่างไร ศตวรรษอธิบายให้แม่ฟังว่า พอหย่าแล้วอนุศนิยาจะเป็นฝ่ายเสียหายมากกว่า บ้านหลังนี้ยังน้อยไปที่จะเป็นสินสอดด้วยซ้ำ เสาวรสโวยเราไม่ได้เป็นฝ่ายอยากแต่ง เขามาขอไม่เรียกสินสอดก็บุญแค่ไหน นันทพลประนีประนอม ยกบ้านนั้นให้เป็นเรือนหอ อนุศนิยาเสียงกร้าวไม่อยากได้ เสาวรสสวนค่าใช้จ่ายในงานแต่งพวกเขาก็ต้องเป็นคนจ่ายทั้งหมด ลูกชายตนลงทุนเป็นเจ้าบ่าวก็คงจะพอ ศตวรรษไม่สบายใจเลย
อนุศนิยาดึงศตวรรษออกมาตกลงลำพัง ให้เขาบอกแม่อย่าฉวยโอกาส เขาย้อนว่าหนังเหนียวอย่างเธอ แม่ตนคงทำอะไรไม่ได้ หญิงสาวเดือดบอกการแต่งงานเป็นเพียงในนามอย่าฝันหวานสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เขาเย้า “ตั้งสามปีแน่ใจหรือว่าอยู่ใกล้ผมแล้วคุณจะอดใจไหว คืนเดียวบนเกาะผมยังเกือบเสร็จคุณเลยแล้วจะแน่ใจได้ยังไงว่าทุกคืนที่อยู่กับคุณผมจะอยู่รอดปลอดภัย”
อนุศนิยาหน้าแดง ศตวรรษยั่วต่อคงต้องคิดมัดจำค่าเสียหายไว้ก่อน เธอยืนยันไม่มีวัน เขาเหลือบเห็น ชยากรยืนมองจากในบ้าน จึงถามเธอว่าถ้ามีเหตุฉุกเฉิน ตนคงต้องเป็นไม้กันหมาให้แก่เธอ แล้วเขาก็กุมมือเธอดึงเข้ามาประชิด ส่งสัญญาณให้มองไปในบ้าน
“เห็นรึยังว่างานนี้ผมต้องเปลืองตัวแค่ไหน ถ้าไม่อยากจ่ายมัดจำ เวลามีเหตุจำเป็น ผมจะคิดค่าบริการเสริมเป็นครั้งๆ จับมือพันห้า ซบบ่าสองพัน ในเขตร่มผ้าผมคิดห้าพัน ถ้าจะกอดจูบผมอาจต้องชาร์จแรงกว่านั้น ถ้าถึงขั้นนั้นผมมีราคาเหมาจ่ายเป็นวันๆ คุณโอเคไหม”
อนุศนิยาดึงมือกลับรับไม่ได้ “หัวหมอ! ทุเรศ! ขายตัวใช้หนี้อยู่รึไง”
ศตวรรษขำมองหญิงสาวโกรธจริงจัง ชยากรไม่ได้ยินการสนทนา เห็นเพียงทั้งสองง้องอนกันก็ปวดใจเสียใจ... พอสองแม่ลูกกลับไป อนุศนิยาเดินมาได้ยินสี่อานินทาว่าอยากเค็มดีนักสุดท้ายก็ต้องใช้เงินซื้อผู้ชาย จึงเข้ามาแดกดัน ขอบคุณที่หาผู้ชายให้ ไม่เคยรู้สึกว่าจ่ายอะไรแล้วคุ้มขนาดนี้ สี่อาสาวเจ็บใจเต้นเร่าๆ
ด้านโสมมิกาอาละวาดโรงพยาบาลแทบแตกที่ศตวรรษไม่มาดูแล พยาบาลรีบไปรายงาน เขาบอกว่ารับปากพ่อเธอไว้จะไม่ไปให้เธอเห็นหน้าอีก ขอให้ช่วยดูแลเธอแทน
วันต่อมาเสาวรสวางมาดเดินเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่คาซ่าสตูดิโอ จีน่าหมั่นไส้ที่เธอเอาแต่ขอส่วนลดมากๆ อ้างจะเอาไปแต่งเรือนหออนุศนิยากับศตวรรษ เมื่ออนุศนิยาผ่านมาได้ยินจึงบอกเสาวรสว่า ไม่ต้องแต่งเรือนหอและให้ศตวรรษหิ้วกระเป๋าเข้ามาอยู่บ้านตนแทน ตนจะขายบ้านนั้นทิ้ง ทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ยิ่งอยู่ยิ่งเสื่อมราคาเก็บไว้ก็รกหูรกตา เสาวรสเต้นผาง
ไม่วายมีเรื่องรกใจอีกเมื่อประภาเอาข่าวกอสซิปมาอ่านให้ฟังว่า คาสโนวี่ตัวแม่ตรอมใจถูกหามส่งโรงพยาบาลหลังจากแฟนเก่าขอสาวแต่งงานต่อหน้า ไม่รู้โคม่าหรืออ้อนหมอกันแน่...ประภาถามอนุศนิยาไม่หึงบ้างหรือ เธอไม่สนใจสั่งงานไปตามเรื่อง หลังจากนั้นก็นั่งคิดว่า ถ้าโทร.หาเขาจะกลายเป็นหึงหรือเปล่า ประภาแอบมองขำๆ
ส่วนมิรันตรีต้องช่วยเพื่อนเป็นธุระจัดแจงงานแต่งงานทุกอย่างจนไม่มีเวลามาตอแยชยากร ทำให้เขารู้สึกอะไรหายไป มาดักรอเธอที่สวนสาธารณะ แต่เธอก็ไม่มาจึงโทร.ไปเหน็บ พอหมดประโยชน์ก็หายหัวไปเลย ทีเมื่อก่อนเช้าถึงเย็นถึง มิรันตรีสวนเห็นเขารำคาญทุกทีที่เจอ หรือตอนนี้คิดถึง เขารีบบอกไม่ได้คิดถึงแค่สงสัย มิรันตรีจึงนัดเจอร้านอาหารอ้างจะให้เขาเลี้ยงพอมาถึงเขาเห็นเธอหอบการ์ดแต่งงานและของชำร่วยมาด้วยก็ยิ่งหงุดหงิดใจ
ooooooo










