ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    พอจัดห้องล้างไตเสร็จ นันทพลเดินออกมาส่งศตวรรษกับเสาวรสที่รถ นันทนาเอ่ยปากขอโทษเสาวรสที่ทำรุนแรงเพราะมีแผนบางอย่างในใจ นันทพลถามอนุศนิยาไม่คิดจะขอโทษบ้างหรือ เธอกัดปากนิ่ง ศตวรรษแกล้งเย้า

    “ไม่ต้องรีบร้อนหรอกครับ ยังมีเวลาอีกตั้งสามปี ผมให้ติดไว้ก่อนก็ได้ ถึงโอกาสมีแค่สามเปอร์เซ็นต์ที่จะได้ฟัง ผมก็จะรอ”

    อนุศนิยาหน้าตึง ระหว่างนั้นรถหรูคันหนึ่งแล่นมาจอด นนทิยาลงจากรถมากับชายหนุ่มรูปงาม แนะนำกับทุกคนว่า พริ๊นซ์เป็นลูกชายอดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสตอกโฮม เน้นให้รู้จักกับอนุศนิยาเป็นพิเศษ เสาวรสกระซิบกับศตวรรษ ดูพวกไฮโซเขาจับผู้ชายกันแบบนี้เอง พอรวยหน่อยแทบจะลากเข้าบ้าน ศตวรรษหงุดหงิดใจพยายามไม่สนใจไม่แคร์

    ชยากรกลับมาโดนสี่สาวเหน็บแนมตามวิสัย อังกาบ มองลูกชายอย่างสงสาร...อนุศนิยานั่งอึดอัดคุยกับพริ๊นซ์ พอดีอนุกรสวมกางเกงว่ายน้ำเดินผ่านไปโดดน้ำในสระ พริ๊นซ์เหลียวมองตาเป็นประกายทันที อนุศนิยาเห็นท่าทีก็ยิ้มกริ่ม...ชยากรไม่พอใจรู้ว่าเธอกำลังโดนจับคู่

    ศตวรรษกลับมาเจอโสมมิการออยู่ที่บ้าน พอเธอรู้ว่าไปบ้านอนุศนิยากันมาก็รีบใส่ไคล้ว่าคนบ้านนั้นเชื่อถือไม่ได้สักคน เสาวรสรู้ว่ากำลังหึงลูกชายก็คิดจะดึงมาช่วยปลดหนี้ให้เร็วขึ้น

    วันต่อมา โสมมิกาไปธนาคารให้เจ้าหน้าที่เช็กเงินในบัญชีว่าตนมีถึง 60 ล้านไหม พอผู้จัดการบอกว่ามีเธอก็จะถอนทันที แต่ผู้จัดการเน้นว่าเธอต้องเซ็นร่วมกับอุดมศักดิ์ถึงจะเอาเงินออกมาได้ เธอถึงกับจ๋อยเดินคอตกออกมาหาเสาวรสที่รออยู่...ทั้งสองกำลังจะกลับ อุดมศักดิ์มากับลูกน้อง เสาวรสหน้าซีด อุดมศักดิ์รู้ทันทีว่าลูกสาวกำลังโดนเสาวรสรีดไถ จึงประกาศกร้าว

    “ฟังไว้นะ ลูกชายเธอจะไม่มีวันได้เงินจากฉันแม้แต่สตางค์แดงเดียว”

    เสาวรสเจ็บใจรู้แล้วว่าโสมมิกาไม่ได้มีประโยชน์อย่างที่คิด

    ooooooo

    มิรันตรีมาหาอนุศนิยาที่บริษัท เห็นทำงานง่วนจนไม่ได้ทานกลางวัน ที่มาเพื่อจะบอกว่าโครงการเริ่มโปรโมตแล้ว เตรียมตัวโหวตได้เลย อนุศนิยาข้องใจว่าพวกผู้หญิงเขาจะโหวตไปเพื่ออะไร มิรันตรีบอกว่าเป็นการขายฝัน พวกผู้หญิงมโนหาชายในฝันของตัวเอง

    “ในโลกนี้ยังมีผู้ชายดีๆอยู่จริงเหรอ” มิรันตรีงงว่าวันนี้เพื่อนเป็นอะไร อนุศนิยาบอก “รู้แล้วเหยียบไว้นะ ตอนนี้นุศกำลังโดนที่บ้านหาแฟนให้ แต่ละคนไม่เห็นทำให้นุศรู้สึกดีกว่าอยู่คนเดียวตรงไหน เห็นแล้วอยากจะบ้าตาย”

    “ถ้าไม่ถูกใจ มาหาเอาจากในโครงการนี้ไหมล่ะ เผื่อมีโดนๆให้นุศชอบบ้างก็ได้นะ นี่ไงๆ” มิรันตรีชี้ที่ภาพศตวรรษในไอแพด

    อนุศนิยาหน้าตึงแขวะนี่ก็เป็นหนุ่มชวนฝันเข้าไปได้อย่างไร มิรันตรีเอ่ยถามเรื่องหนี้สินของเขาจริงหรือ แล้วทำไมโสมมิกาถึงลดตัวมายุ่งเกี่ยวด้วย อนุศนิยาว่าคงเสียศูนย์หรือประชดชีวิต มิรันตรีคิดว่าจะแก้แค้นก็น่าจะหาดีกว่านี้ อนุศนิยาเห็นด้วยว่าศตวรรษไม่เห็นมีอะไรดี

    “สงสัยมิว่า ที่นุศไม่เคยถูกใจใคร ก็เพราะนุศเอาตัวเองมาเป็นมาตรฐานใช่ไหมล่ะ”

    อนุศนิยาสะดุดคำพูดของมิรันตรีจนเก็บมาคิดว่า “นุศคงรู้ใช่ไหมว่าโสมเชื่อว่านุศเป็นต้นเหตุให้อาชยาทิ้งเขา แล้วเขาก็คงผูกใจเจ็บเอามากๆ ถ้านุศมีแฟนซักคน โสมคงไม่ยอมน้อยหน้า โสมจะต้องเอาคนของเขามาแข่งกับผู้ชายของนุศ เขาถึงได้พยายามจะดันให้หมอวรรษ ชนะโหวตให้ได้ไงล่ะ...ยัยโสมรู้ว่าเรื่องงานเก่งสู้นุศไม่ได้ แต่ถ้าเรื่องผู้ชาย เขามั่นใจว่าหาได้ดีกว่านุศแน่ ที่มิพูดเนี่ยไม่ได้จะกดดันให้นุศหาแฟนมาสู้กับเขาหรอกนะ แค่จะเตือนว่าโสมมิกาไม่มีวันยอมเห็นนุศลัคกี้อินเลิฟแน่ๆ”

    คืนนั้นอนุศนิยาขับรถมารับยาพ่อเพิ่มที่โรงพยาบาล เผอิญเจอศตวรรษก็หาว่าเขามาดักรอ เขาย้อน “ผมเห็นด้วยกับพ่อคุณแล้วว่าคุณพูดอะไรออกมาแต่ละทีฟัง
    ไม่ได้สักคำ”

    อนุศนิยาเต้นเร่าๆที่มาพูดจาแบบนี้ ศตวรรษบอกว่าตนเข้าเวรกลางคืน เข้าใจหรือยัง ทันใดได้ยินเสียงท้องเธอร้องโครกคราก จึงถามอย่างห่วงใยเอากาแฟไหม เธอปัดไม่เอาแต่ท้องร้องขึ้นอีก เขาจึงเย้าว่ากาแฟแก้วเดียวไม่พอต้องแซนด์วิชด้วย เธอทั้งโกรธและอายที่เสียฟอร์ม

    ระหว่างที่ศตวรรษกำลังถือถ้วยกาแฟแล้วเลือกแซนด์วิชให้อนุศนิยา โสมมิกาโผล่มาดึงถ้วยกาแฟไปแกล้งสะดุดให้กาแฟหกใส่แขนอนุศนิยาเต็มๆ ศตวรรษตกใจรีบเข้ามาดูแล โสมมิกาเยาะไม่ได้ตั้งใจ ศตวรรษดึงอนุศนิยาไปทำแผล โสมมิกาโวยทำไมเขาต้องทำเอง พยาบาลปรามห้ามเสียงดัง เธอแทบกรี๊ดไล่หลัง

    ในห้องฉุกเฉินพยาบาลจะทำแผลให้แทนแต่ศตวรรษจะทำเอง เขาเอาน้ำเย็นประคบแผลใส่ยาพันผ้าให้อย่างอ่อนโยน บอกให้อดทนมันจะปวดแสบปวดร้อน เธอดึงมือกลับหาว่าเขาจะแกล้งเอาคืน เขาถามเอาคืนเรื่องอะไร เธอบอกเรื่องที่เธอแกล้งเขา เขาจึงย้ำหนักแน่น

    “จำไว้นะคุณ ผมเป็นหมอและหมอก็มีหน้าที่รักษาคนไข้ทุกคน ผมไม่มีสิทธิ์เลือกถึงแม้เขาจะเป็นศัตรู ผมก็ต้องทำให้เขาหายจากความเจ็บปวด”

    อนุศนิยาอึ้งลอบมองเขาด้วยแววตาอ่อนโยนลง... พอศตวรรษเดินออกมา โสมมิกาโวยทำไมต้องดูแลขนาดนี้เพราะเป็นเจ้าหนี้หรือ เขาบอกไม่รู้ว่าเธอกับอนุศนิยามีเรื่องส่วนตัวอะไรกัน แต่ปัญหาของตนก็ไม่เกี่ยวกับเธออย่ายุ่งกับเรื่องของตนอีก โสมมิกาหน้าเจื่อนทำไมยุ่งไม่ได้

    “เพราะคุณไม่มีสิทธิ์ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของผม ต่อไปอย่ามาสร้างปัญหาที่นี่อีก”

    “ทำไมคุณถึงว่าแต่โสม ทำไมไม่ว่านังนุศมันบ้าง” โสมมิกาน้อยใจ

    “เพราะคนที่ทำไม่ถูกคือคุณ เมื่อกี้คุณตั้งใจทำกาแฟหกใส่ไม่ใช่อุบัติเหตุ...ผมขอตัวก่อน อ้อ ถ้าคุณจะมาหาผมที่นี่อีก ควรมาในเวลาพัก เพราะผมต้องทำงาน ไม่มีเวลาว่างมาต้อนรับคุณ”

    โสมมิกาแค้นใจที่เขาตัดบทอย่างไร้เยื่อใย

    ooooooo

    วันต่อมา ชยากรดักเจอมิรันตรีเพื่อขอให้เธอช่วยคอยป่วนผู้ชายทุกคนที่เข้าใกล้อนุศนิยา โดยอ้างว่าเธอคงไม่อยากเห็นเพื่อนโดนจับคู่ มิรันตรีแอบผิดหวังที่เขามาเพื่ออนุศนิยา จึงปฏิเสธไม่ทำ เขาถามต้องการอะไรถึงจะยอมช่วย เธอวิ่งหนีไปดื้อๆ

    เห็นชยากรวิ่งตามมา มิรันตรีแกล้งขัดขาให้ล้ม แล้วถาม จะหวงเพื่อนตนไว้ทำไม ปล่อยให้มีชีวิตของเธอไปจะดีกว่า ชยากรโกรธยืนยันไม่มีผู้ชายคนไหนทำให้อนุศนิยามีความสุขได้

    มิรันตรีสวน “ไม่ใช่ไม่มี แต่อากลัวว่าจะมีมากกว่า ถึงทำใจไม่ได้ที่เห็นนุศมีแฟนกะเค้า”

    ชยากรโกรธที่รู้ทันหันไปหยิบมือถือที่หล่น มิรันตรีเห็นรูปที่หน้าจอเป็นรูปเขาถ่ายเซลฟี่กับอนุศนิยาตอนฟุบหลับข้างเตียง “นี่อะไร! ตกลงอากับนุศเป็นอะไรกัน นี่อย่าบอกนะว่ามีอะไรไปถึงขั้นนั้น” ชยากรโวยมันเรื่องของตน มิรันตรีจะไปให้อนุศนิยาอธิบาย เขาห้าม ยอมสารภาพ

    “ก็ได้...ฉันรักนุศ แล้วนุศก็รักฉัน เรารักกัน ฉันถึงได้อยากให้นุศเป็นของฉันคนเดียว”

    มิรันตรีตะลึงกับคำตอบของชยากรไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนจะมีใจด้วย...จากนั้นมา นันทนาก็คอยบิ๊วต์ให้อนุศนิยาฟังถึงความมีน้ำใจของศตวรรษ คะแนนโหวตขวัญใจประชาชนนำโด่ง ส่วนเสาวรสก็เปรยถึงความเก่งของอนุศนิยาให้ เข้าหูศตวรรษ ไม่เพียงแค่นั้น ยังมาที่คาซ่าสตูดิโอทำทีเดินชมเฟอร์นิเจอร์ พอเห็นอนุศนิยาก็แอบถ่ายภาพเซลฟี่ส่งให้ศตวรรษ เผอิญโสมมิกาอยู่ด้วย พอเห็นรูปอนุศนิยาก็ไม่พอใจ รู้สึกว่าเสาวรสกำลังตีตัวออกห่าง

    โสมมิกามาเอาเรื่องเสาวรสถึงบ้านว่าทำแบบนี้ต้องการอะไร ไหนตอนแรกว่าอนุศนิยาทั้งเขี้ยว ทั้งเค็มหน้าเลือด ตอนนี้ทำไมดูอวยเธอมาก เสาวรสหาว่าเธอลอยแพศตวรรษแล้วก็อย่ามากั๊กเขาไว้ โสมมิกาประกาศว่าในโลกนี้ไม่มีใครคู่ควรกับศตวรรษเท่าตน...

    นันทนาเห็นโน้ตของชยากรว่า “คืนนี้เสร็จธุระแล้ว

    ไปเจอกันที่งานเลยนะ...อาชยา” ก็หมั่นไส้ ดึงทิ้งเขียนใหม่ว่าให้ไปลองชุดก่อนแล้วจะไปรับที่ร้าน...พออนุศนิยาไปถึงร้านก็เข้าไปลองชุดที่จะใส่ไปงาน ศตวรรษมาถึง พนักงานก็พาไปที่ห้องลอง อนุศนิยาเดินออกจากห้องแต่งตัวถามชุดนี้สวยไหม แต่พอเห็นว่าเป็นศตวรรษไม่ใช่ชยากรก็ตกใจ ศตวรรษเองตะลึงกับความสวยของเธอ หญิงสาวตวาดถามมาทำไม เขาบอกโสมมิกานัดให้มารับ เธอยิ่งเคือง

    อนุศนิยาโทร.ถามชยากร เขางงเพราะนัดเจอเธอที่งาน ส่วนโสมมิกาพอศตวรรษโทร.ถามก็รู้ทันทีว่าเป็นฝีมือเสาวรสแน่ๆ...ศตวรรษมาขอโทษอนุศนิยาที่รบกวน มีคนทำให้เข้าใจผิด แต่ไม่วายแกล้งพูดหักหน้าเธอ

    “อ้อ ชุดเมื่อกี้ว่าดับแล้วนะ ชุดนี้ผมว่าป้ากว่าเมื่อกี้อีก”

    อนุศนิยาหน้าตึงเสียเซลฟ์ พนักงานหน้าเสียที่โดนติงเสื้อผ้าในร้าน...จากนั้นเขาก็กลับมาต่อว่าเสาวรสเล่นอะไร ทำไมอยากให้ตนไปเจอกับอนุศนิยา เสาวรสโต้ “ใครว่าเล่น แม่เอาจริง ถ้าหนูนุศเขาพิศวาสเราล่ะก็ แม่ไม่อยากจะนึกถึงสินสมรส”

    ศตวรรษบอกตนกำลังลองคบกับโสมมิกาอยู่ ขอให้แม่เกรงใจเธอบ้าง เสาวรสแย้งโสมมิกาไม่เอาไหน ลูกอย่าปิดโอกาสตัวเอง ศตวรรษไม่พอใจเหมือนแม่จะไล่จับอนุศนิยาให้แก่ตน

    ในงานไวน์เทสติ้งซึ่งจัดอย่างหรูหรา อนุศนิยามาในชุดใหม่ที่ไม่ใช่ชุดที่ศตวรรษตำหนิ นุดีรีบพาไปรู้จักชาติฉกาจ หนุ่มใหญ่เจ้าของงานผู้ส่งไวน์ไปทั่วโลก

    อนุศนิยารู้สึกว่าโดนจับคู่

    ชาติฉกาจพูดจาเหยียดหยาม “เชื่อไหมผมสะสมไวน์มาตั้งแต่อายุ 15 ไวน์ขวดแรกที่ผมลงทุนซื้อไว้ทุกวันนี้ผมจะเก็บเอาไว้ให้กับคนที่จะมาเป็นรักแท้ของผม จนไวน์ขวดนั้นแพงขึ้นมาเป็น 20 เท่า แต่ผมก็ยังไม่เห็นจะมีผู้หญิงคนไหนคุ้มค่ามาเป็นเจ้าของไวน์ขวดนั้นของผมเลย”

    “เอาผู้หญิงมาตีราคาแบบนี้ การแต่งงานหมดความโรแมนติกหมดสิคะ” อนุศนิยาติง

    “อย่าว่าแต่ผมเลย เวิร์กกิ้งวูแมนอย่างคุณก็ตัวดี ที่ปากบอกว่าจะอยู่โสดๆเนี่ย แต่ที่จริงคุณก็แค่ยังเฟ้นหาผู้ชายที่คู่ควรกับคุณไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละน่า ก็คุณเกิดมารวยขนาดนี้ ลงทุนไปเรียนเสียตั้งเท่าไหร่ ไหนจะค่าทำหน้า คอร์สสปา โยคะ ฟิตเนสที่ทำให้สวยเลอค่าแบบนี้ สุดท้ายคุณก็กะฟันกำไรจากค่าสินสอดเหมือนกันนั่นแหละ”

    อนุศนิยาข่มใจท่องไว้ว่า มันเป็นลูกค้าๆ...มิรันตรีเห็นสีหน้าอนุศนิยาก็รู้ว่ากำลังต้องการตัวช่วย จึงเข้ามายืนข้างๆแอบรับแก้วไวน์จากมือเพื่อนมาดื่มแทน เพื่อให้เพื่อนทนฟังคำพูดไม่เอาไหนของชาติฉกาจต่อไป แต่แล้วมิรันตรีก็เริ่มมึนประจวบกับอนุศนิยาชักจะทนคำพูดของชาติฉกาจไม่ไหว ยิ่งเขาพูดว่า “สรุป ผมว่าคุณเป็นไวน์ที่ตายแล้วอนุศนิยา...ดื่มแล้วไร้คุณค่าให้จดจำ คุณทิ้งนามบัตรเอาไว้กับเลขาผมนะ แล้วถ้าผมสนใจร่วมลงทุนกับคาซ่า ผมจะติดต่อไป”

    อนุศนิยาเจ็บใจแต่ตอบโต้ไม่ได้เพราะเขาเป็นลูกค้า มิรันตรีกระซิบถามยังไหวไหม โสมมิกามองมาแปลกใจเข้ามาเหน็บไปสนิทสนมกันตอนไหน จะคบกันเพื่อปั่นโหวตหรือ อนุศนิยาให้ดูดีๆบอกมิรันตรีเป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยเดียวกับเธอ โสมมิกายักไหล่ไม่คิดจะจำ เหน็บอนุศนิยา ถ้าจับผู้ชายใหม่ได้ อย่าลืมเอามาให้ตนเจิมก่อน เพราะเธอชอบสอยของเหลือจากตน ถ้าผู้ชายไม่ผ่านมือตนก่อนก็จะไม่ถูกปากเธอ จริงไหม

    ชยากรเห็นสามสาวปะทะกันอยู่จึงเข้ามาแทรก โสมมิกาเยาะว่าอนุศนิยาคงเบื่อเขาแล้วถึงไปอ่อยเจ้าของงาน อนุศนิยาโต้ “รู้สึกเรื่องผู้ชายของฉันมันจะจี้ต่อมเผือกเธอตลอดเลยนะ สงสัยต้องลองของข้างทางอย่างหมอของเธอดูบ้างแล้วล่ะ เดี๋ยวฉันจะไม่โรคจิตสมใจเธอ”

    มิรันตรีหัวเราะชอบใจ โสมมิกาสวนว่าศตวรรษมองผู้หญิงอย่างเธอออก ต่อให้เอาเงินมาล่อก็ไม่ได้แอ้ม อนุศนิยายิ้มเหยียดจะลองจ้างให้เขาเลิกกับเธอดู ชยากรปรามแต่อนุศนิยาว่าอยากดูคนอกแตกตาย โสมมิกาเต้นผาง อนุศนิยาเย้าว่าไม่มั่นใจตัวเองแล้วหรือ ชยากรดึงหลานสาวออกไป โสมมิการ้องกรี๊ดๆจนกลายเป็นตัวตลกกลางงาน

    อนุศนิยาขอให้ชยากรไปส่งมิรันตรีเพราะเธอช่วยตนจนเมา...ส่วนเธอนั่งในรถมีคนขับ เห็นศตวรรษแบกโสมมิกาออกมาที่มอเตอร์ไซค์ของเขา โสมมิกายังพล่ามด่าว่าตัวเธออยู่ อนุศนิยาเริ่มสูญเสียความมั่นใจประกอบกับคิดถึงคำพูดแดกดันของชาติฉกาจ

    ชยากรขับรถด้วยความเร็วเพราะไม่เต็มใจที่จะต้องไปส่งมิรันตรี ทำให้เธอพะอืดพะอมจนอาเจียนบนรถของเขา เขาโกรธมากเอารถมาจอดในปั๊มล้าง และต่อว่าอย่า

    คิดเอาตัวเธอมุดกลับเข้าไปในรถตนอีก มิรันตรีจึงพยายามพาตัวเองออกไปโบกแท็กซี่ ชยากรอนาถใจตามไปดึงตัวเธอกลับมา เอาผ้าชุบน้ำเช็ดเนื้อตัวเธอ และให้เธอบ้วนปาก เธอเริ่มทึ่งในตัวเขาก่อนจะเอ่ยถามเขากับอนุศนิยารักกันจริงหรือ เขาชะงักแต่ไม่ตอบ

    ด้านโสมมิกากอดเอวศตวรรษแนบแน่น ไม่อยากกลับบ้าน แต่เขาก็ฝืนพาเธอมาส่ง เธอจึงขอให้เขาไปส่งเข้านอนไม่อย่างนั้นจะนอนอยู่หน้าบ้านแบบนี้ บอดี้การ์ดเข้าช่วยประคองแต่โดนเธอตวาดไล่ ศตวรรษตัดสินใจอุ้มเธอเข้าไปส่ง อุดมศักดิ์สวมเสื้อคลุมลงมากับสาวรุ่น พอเห็นก็เอ็ดลูกสาวหาว่ากล้าพาผู้ชายเข้ามานอนในบ้าน ศตวรรษออกตัวว่าแค่มาส่งเพราะเธอเมา โสมมิกายั่วพ่อว่า ตนบอกหลายครั้งแล้วว่าตนจะจับเขาไม่ใช่เขาคิดจับตนและจะให้เขาค้างที่นี่

    อุดมศักดิ์ตวาดกลับ “ก็เพราะทำตัวเสื่อมๆอย่างนี้ ผู้ชายดีๆเขาถึงไม่เอา สุดท้ายก็คว้าได้แต่เหลือบไรที่จะมาเกาะแกกิน”

    ศตวรรษตกใจไม่คิดว่าคำพูดแบบนี้จะออกจากปากคนเป็นพ่อ อุดมศักดิ์ว่าเป็นคำพูดชาวบ้านที่ตนได้ยินมา เขาจึงติง “งั้นคุณก็ควรเป็นคนแรกที่ปกป้องโสม และเป็นคนสุดท้ายในโลกที่จะซ้ำเติมเขา คุณเคยบอกโสมสักคำรึเปล่าว่าคุณไม่เชื่อว่าเขาเป็นอย่างนั้น”

    “ก็มันมั่วออกอย่างนั้น ใครจะไปโง่เชื่อ”

    ศตวรรษโต้ว่าโสมมิกาทำเพื่อประชดพ่อ คำพูดของพ่อเป็นตัวไล่ให้เธอไปทำแบบนั้น พ่อควรปกป้องลูก ถึงคนทั้งโลกจะว่าอย่างไรก็ไม่ต้องแคร์ แต่เพราะพ่อไม่รัก เธอถึงออกไปหาความสุข พ่อกลับรับไม่ได้ทั้งๆ ที่พ่อเป็นคนผลักไส กลายเป็นพ่อที่ไม่อยากเห็นเธอมีความสุข...โสมมิกาน้ำตาไหลพรากโดยไม่รู้ตัว อุดมศักดิ์อึ้งแต่ไม่ยอมเสียหน้า หาว่ารู้แล้วทำไมโสมมิกาถึงหลงผู้ชายอย่างเขาจนจะถอนเงินมาปลดหนี้ให้ ศตวรรษสวน “ต้องจ่ายผมตั้ง 60 ล้านถึงจะซื้อผมได้ แต่แค่...ขอโทษคำเดียว คุณก็ซื้อใจลูกสาวคุณได้แล้วครับ”

    อุดมศักดิ์หน้าชาพูดไม่ออก โสมมิกาเห็นว่าศตวรรษพูดแทนใจตนจนหมด พ่อก็ไม่รู้สึกผิด จึงโพล่งขึ้นว่า คำคำนั้นไม่มีวันออกจากปากพ่อตนได้ เธอดึงศตวรรษกลับออกไป...โสมมิการ้องไห้มาตลอดทาง ศตวรรษสงสารจึงพาเธอมาพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เธอฟูมฟายว่าครอบครัวเธอเป็นแบบนี้เขารับได้ไหม เขาไม่ตอบเพราะคิดว่าเธอพูดด้วยความเมา เธอพร่ำว่ารักเขามาก

    สุดท้ายศตวรรษให้โสมมิกานอนที่โรงแรม ตัวเขามานอนโรงพยาบาลในห้องตรวจ...เช้าวันใหม่ นาวิกาพาอนุศนิยามาคุยงาน บอกว่าเจ้าของโรงแรมจะใช้เฟอร์นิเจอร์ของคาซ่า แต่ความจริงจะจับคู่ให้หลานสาว พออนุศนิยารู้ตัวก็ผิดหวังในตัวอาคนนี้อีกคน

    อนุศนิยาหลบมาคุยโทรศัพท์ เจอโสมมิกาเดินมาพอดี แปลกใจที่ยังอยู่ในชุดเมื่อคืน โสมมิกาเชิดหน้าคุยทับว่าคนรักกันก็อยากอยู่ด้วยกัน หมอบอกว่าขาดตนไม่ได้ซักวัน อนุศนิยาเย้า อวดขนาดนี้ไม่กลัวตนอยากแย่งขึ้นมาหรือ โสมมิกายืดอกว่าศตวรรษมั่นคงรักเดียวใจเดียว พลันพนักงานเอาใบเสร็จมายื่นให้โสมมิกา บอกว่าคุณผู้ชายเมื่อคืนเคลียร์ค่าใช้จ่ายแล้วไม่ได้รับไป...อนุศนิยายิ้มเยาะทันที ว่ายังดีที่มีแก่ใจจ่ายค่าห้องให้ คงเป็นบริการหลังการขาย โสมมิกาหน้าตึง

    ooooooo

    อนุศนิยา นันทนาและอังกาบพานันทพลมาตรวจตามนัด นันทนาวางแผนให้อนุศนิยาเจอกับศตวรรษและยกยอความดีของเขาให้นันทพลฟัง อังกาบดูออกว่าจะดันให้เป็นเขย

    ศตวรรษทำงานหามรุ่งหามค่ำจนแทบเบลอ พอเห็นอนุศนิยามารับยาก็ส่งซองเช็คชำระหนี้งวดแรก 2 ล้านบาทให้ ทำให้อนุศนิยาคิดว่าคงได้มาจากการขายบริการแก่โสมมิกาจึงเหยียด

    “ค่าแรงคุ้มดีนี่ ขยันทำโอทีขนาดนี้ มิน่ายัยโสมถึงได้คลั่ง แต่ระวังจะน็อกเอาก็แล้วกัน”

    ศตวรรษเข้าใจไปคนละทาง บอกไม่ต้องห่วงตนอึดมีแรงทำงานใช้หนี้เธอหมดแน่นอน...อนุศนิยาหน้างอกลับมา นันทนาเสนอควรจะให้ของขวัญตอบแทนน้ำใจศตวรรษบ้าง อนุศนิยาเหน็บยกหนี้ให้สักงวดดีไหม นันทพลเอ็ดลูกสาว หนี้อยู่ส่วนหนี้ น้ำใจก็ส่วนน้ำใจ นันทนาชอบใจดำเนินแผนต่อไปโดยรู้ว่าอนุศนิยาจะไปซื้อหนังสือที่ร้านประจำ ก็รีบบอกเสาวรส

    หลังเลิกงานศตวรรษมาซื้อหนังสือร้านที่เสาวรสสั่ง เจอกับอนุศนิยาเข้าอีกจึงปะทะคารมกันเบาะๆ นนทยาเดินช็อปปิ้งผ่านมาเห็นรีบถ่ายภาพแล้วเข้าไปทัก ทั้งสองประชดประชันกันไม่เลิก นนทยาแปลกใจสองคนนี้ต้องมีอะไรซัมติงแน่ๆจึงส่งรูปไปในไลน์พี่ๆน้องๆ ทุกคนกำลังทานข้าวร่วมโต๊ะกันอยู่ ต่างแปลกใจที่อนุศนิยาอยู่กับศตวรรษ อนุกรเห็นเป็นเรื่องธรรมดาแค่เดินกับผู้ชายจะตกใจอะไรนักหนา มีเพียงชยากรที่หน้าตึงโพล่งออกมาจนวงแทบแตก

    “เลิกเอานุศไปยัดเยียดให้คนนู้นคนนี้ได้แล้วนะครับ คิดถึงใจนุศบ้าง”

    “จิตใจนุศหรือจิตใจแกกันแน่ยะ พี่พลเขายังไม่หวงนุศเท่าแกเลยนะ นี่ถามจริงๆเถอะย่ะ คิดอะไรกับนุศรึเปล่าเนี่ย” นันทนาตอกกลับ

    ชยากรสบตานันทพลอย่างเกรงใจ แก้ตัวว่าแค่ไม่อยากเห็นอนุศนิยาตกเป็นเหยื่อผู้ชายพวกนั้น แต่นันทพลรู้ว่าชยากรยังไม่ตัดใจจากอนุศนิยา...

    ศตวรรษหงุดหงิดกลับมาบ้านเอาถุงหนังสือให้เสาวรส เธอหยิบหนังสือออกมาก็แปลกใจที่เป็นหนังสือออกแบบ จึงรู้ว่าคงสลับกัน บอกให้เอาไปคืนอนุศนิยา ศตวรรษจับผิดได้ทันที แม่รู้ได้อย่างไรว่าเป็นของใคร เสาวรสอ้อมแอ้มว่าเดาเอา ศตวรรษเริ่มโกรธขู่

    “ถ้าแม่ไม่หยุด ผมจะช่วยหยุดต่อมจิ้นของแม่ให้ อยากเสียผู้ใหญ่ก็ช่วยไม่ได้นะครับ”

    เสาวรสหน้าเสียพยายามจะอธิบายแต่ลูกชายเดินหนีไม่ยอมฟัง...ในขณะที่อนุศนิยาเพิ่งรู้ว่าถุงหนังสือสลับกับศตวรรษ เป็นหนังสือเกี่ยวกับการนวดก็ปักใจว่าคงซื้อมาอ่านเพื่อบริการโสมมิกา ไม่ทันไร ศตวรรษไลน์มาบอกว่าพรุ่งนี้จะเอาหนังสือไปคืนให้ อนุศนิยายิ่งหงุดหงิดใจ

    วันต่อมาโสมมิกามาหาศตวรรษที่โรงพยาบาล เห็นเขาง่วนกับการเคลียร์งานเพราะต้องไปสัมมนาที่เชียงราย แล้วเขาก็ต้องแวะไปคืนหนังสือให้อนุศนิยาเย็นนี้อีก โสมมิกาไม่พอใจ ดึงถุงหนังสือมาจะจัดการให้ เธอเอามาให้ชยากรแถมใส่ไฟ “ยัยนุศไปดักเจอหมอ เช้า กลางวัน เย็น แกล้งพาพ่อไปตรวจ แกล้งลืมของให้เขาเอามาคืนบ้างล่ะ คิดว่าผู้ชายอย่างหมอ
    ดูไม่ออกรึไงฮะ”

    ชยากรไม่พอใจบอกถ้าหวงขนาดนั้นก็ล่ามโซ่ผู้ชายไว้ โสมมิกาปรี๊ดบอกเขาคงไม่รู้เลยว่า อนุศนิยาอยากได้ศตวรรษจนตัวสั่น นี่อาจเป็นแผนจ้างให้เขาเลิกกับตน ชยากรชักหวั่นใจ

    แผนต่อไปของนันทนาคือ ให้อนุศนิยาไปพบมิสเตอร์ทาเคดะที่เชียงราย อ้างรู้มาจากคนออกแบบรีสอร์ตว่าเขาต้องการแบบคอลเลกชั่นใหม่ของคาซ่า ชยากรเข้ามาได้ยิน เสนอตัวจะไปเป็นเพื่อนอนุศนิยาทันที นันทนาชักสีหน้าแต่ไม่กล้าห้ามกลัวเสียแผน...ชยากรรู้ทันตามมาดักคอนันทนา คงคิดจะหาผลประโยชน์จากอนุศนิยาถึงพยายามจับคู่กับศตวรรษ นันทนาตอกกลับ

    “ทำมาปกป้องนุศ แกเองก็อยากได้นุศไว้เพื่อสนองตัณหาตัวแกเองเหมือนกันแหละ”

    บ่ายวันเดียวกัน อนุศนิยาจำต้องเทกแคร์พาซุปตาร์หล่อเนี้ยบที่นนทยาพามา เดินเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ด้วยตัวเอง นุดีเห็นไม่พอใจจึงคิดดึงอนุกรมาเป็นพวก... อนุกรกำลังอี๋อ๋อกับจีน่า พอเห็นนุดีเดินมาจีน่าก็หลบฉากซ่อนตัว จึงได้ยินคำสนทนาของนุดี จะดันอนุกรขึ้นเป็นผู้บริหารเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ใหม่ แต่เขาต้องช่วยโค่นอนุศนิยาลงก่อน จีน่าตาโตนี่มันศึกสายเลือดชัดๆ

    ooooooo

    หลายวันผ่านไป ชยากรนัดพบมิรันตรีที่ร้านกาแฟเพื่อบอกให้เธอเลิกป่วนเดตของอนุศนิยาได้แล้ว แต่ให้จับตาดูแค่คนเดียว มิรันตรีขอค่าตอบแทนเป็นการเดินสายโปรโมตโครงการหนุ่มโสดให้หนังสือตน เขายอมตกลง มิรันตรียิ้มอย่างพอใจ

    ไม่ทันที่ชยากรจะบอกว่าคนที่ให้มิรันตรีจับตาดูเป็นใคร อนุศนิยาเข้ามาแซวคิดว่าชยากรสนใจมิรันตรีจึงแอบมาทานกาแฟด้วยกัน มิรันตรีรีบบอกว่าตนมาแจ้งวันเวลาที่เขาจะเดินสายโปรโมต อนุศนิยาไม่อยากเชื่อว่าชยากรยอมไป จึงยิ่งแซวและสนับสนุน ชยากรโกรธ

    “เรื่องตัวเองยังยุ่งไม่พอรึไง ถึงได้เที่ยวจับคู่ให้อา อย่ามาทำเป็นรู้จักอาดีไปหน่อยเลยน่า อารู้ว่าตัวอาควรรักใคร ในเมื่อนุศก็รู้ว่าเวลาที่เราโดนยัดเยียดให้คนที่ไม่ใช่มันทรมานขนาดไหนแล้วจะมาบังคับอาไปเพื่ออะไร ทีนุศเองก็ยังฝืนใจตัวเองไม่ได้เลย”

    อนุศนิยาหน้าเสียรีบขอโทษที่ล้ำเส้น พอดีประภาเข้ามาขัดจังหวะ รายงานว่าได้จองตั๋วเครื่องบินเดินทางไปเชียงรายให้แล้ว แต่ของชยากรต้องแคนเซิลเพราะเขาต้องเข้าประชุมการส่งเสริมการค้าแทนอนุศนิยา ชยากรพยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้หงุดหงิด...

    ขณะที่อนุศนิยาเดินทางไปเชียงราย ชยากรมาถ่ายทำทอล์กโชว์รายการหนึ่งให้มิรันตรี เธอให้สคริปต์เขา เขาบ่นอุบว่าเป็นเรื่องไร้สมอง มิรันตรีโต้ว่าถ้าไร้สมองทำไมมีหนุ่มๆมาสมัครมากมาย แล้วหลุดปากว่าถ้าคนที่คะแนนนำโด่งอย่างศตวรรษไม่ไปเชียงราย ตนคงไม่รบกวนเขา ชยากรหูผึ่งเมื่อได้ยินว่าศตวรรษก็ไปเชียงราย มิรันตรีเพิ่งรู้ว่าคนที่เขาให้จับตาคือศตวรรษ

    อนุศนิยามาถึงเชียงรายเข้าที่พัก นึกได้ว่านันทนาบอกจะจองห้องพักให้ติดกับมิสเตอร์ทาเคดะ พอได้ยินเสียงผิวปากฮัมเพลงของศตวรรษที่เข้าพักห้องข้างๆก็คิดว่าเป็นทาเคดะ...ศตวรรษมาทานอาหารในห้องอาหาร ต้องตกใจเมื่อเห็นอนุศนิยาจึงรีบหลบออกมาแล้วโทร.ซักไซ้เสาวรส เธอปฏิเสธไม่ได้ทำอะไรแต่ยุ ถ้าบรรยากาศโรแมนติกก็ให้ปล่อยตามธรรมชาติ เขาย้ำหนักแน่นไม่ต้องคาดหวังลมๆแล้งๆ เพราะเธอจะไม่ได้เห็นหน้าตนตลอดสามวันที่นี่

    เสาวรสหนักใจ นันทนาซึ่งเผอิญอยู่ด้วยบ่นลงทุนให้หลานแหกอกขนาดนี้ ถ้าศตวรรษยังไม่มีปัญญาทำอะไรก็ไปบวชเสีย แล้วอย่าหวังเรื่องปลดหนี้...

    บ่ายวันนั้น ศตวรรษหอบกระเป๋าคอมพ์จะไปเลกเชอร์ที่มหาวิทยาลัย อนุศนิยาออกจากห้องมาเห็นหลังไวๆก็รีบตามเพราะคิดว่าเป็นทาเคดะ...เธอให้คนขับรถตามรถศตวรรษไปจนถึงมหาวิทยาลัย ก็แปลกใจว่าทาเคดะมาทำอะไรที่นี่ จึงรออยู่ด้านนอก

    ด้านชยากรกำลังอัดรายการสัมภาษณ์อยู่ แต่สายตาคอยจ้องมองมิรันตรี เป็นการกดดันให้เธอติดต่อศตวรรษให้ได้ พอถ่ายรายการจบ มิรันตรีก็ยังติดต่อไม่ได้ จึงโดนชยากรวีนเหวี่ยง จนชักสงสัยว่าเขาห่วงหรือหวงอนุศนิยากันแน่

    “ถึงฉันไม่มีสิทธิ์สมหวัง ก็ไม่ได้แปลว่าไอ้ผู้ชายคนนั้นจะมีสิทธิ์แย่งนุศไป”

    “ถามจริงๆว่านุศเขาเล่นด้วยกับอารึเปล่า มิไม่เห็นว่าเขาจะแสดงออกว่ามีใจให้ตรงไหน”

    “ถึงนุศไม่พูดออกมาตรงๆ แต่เราก็รู้ว่าเรารักกัน”

    “แล้วแน่ใจเหรอที่บ้านอาเขารับได้ที่เห็นอากับหลานรักกันแบบนี้”

    “ก็เพราะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ เราถึงได้ไม่บอกใครแล้วก็ทำหลอกตัวเองว่าเป็นแค่อากับหลานเพื่อถนอมน้ำใจใครต่อใครที่ไม่เคยเห็นใจเราสองคนเลย”

    “มิว่ามันจะไปกันใหญ่ อาตั้งสติแล้วคิดถึงความถูกต้องก่อนดีไหม นุศจะใช้ชีวิตอยู่ในสังคมต่อไปยังไง ไม่มีใครรับได้หรอกค่ะกับเรื่องผิดศีลธรรมแบบนี้”

    ชยากรอ้ำอึ้งว่าอาจไม่ได้ผิดศีลธรรมก็ได้ มิรันตรีแทรก ถ้าเขาไม่ได้เป็นอาแท้ๆ...ชยากรนิ่งไม่อยากพูดอะไรให้คนนอกรับรู้ มิรันตรีคิดว่าเราเปลี่ยนความจริงไม่ได้ เขาน่าจะทำตัวอยู่ในขอบเขตจะดีกว่า เพราะคนที่ทุกข์ที่สุดไม่ใช่เขาแต่เป็นอนุศนิยาและทุกคนในตระกูล ชยากรเถียงไม่ออก...ทั้งสองไม่รู้เลยว่าไม่ได้ปิดไวเลส ฉะนั้นเสียงสนทนาของทั้งสองดังไปทั่วสตูดิโอ

    ชยากรโกรธจะกลับ มิรันตรีตามมารั้งเขาไว้ให้อัดรายการต่อ สัญญาจะช่วยแยกอนุศนิยาออกจากศตวรรษ ที่ช่วยไม่ได้เห็นแก่ความรักของเขา แต่เพราะกลัวโสมมิกามาแหกอกเพื่อนตน มิรันตรีลงทุนโทร.ไปถามโสมมิกาว่าศตวรรษพักโรงแรมไหน ทำให้โสมมิกาสงสัยเพราะตัวเองก็ติดต่อเขาไม่ได้เช่นกัน ชยากรรำคาญดึงมือถือมาคุยเอง บอกโสมมิกาว่าศตวรรษตามอนุศนิยาไปเชียงราย โสมมิกาเต้นผาง

    พอถึงเวลาอัดรายการวิทยุ ชยากรก็โดนสองดีเจซักไซ้เรื่องความรักระหว่างอาหลาน พร้อมเปิดเสียงคลิปสนทนาระหว่างเขากับมิรันตรีให้ฟัง เป็นการยืนยัน มิรันตรีได้ยินตกใจมากสั่งโคโปรแกรมหยุดเสียงทันที ชยากรโกรธมากออกมาต่อว่าโคโปรแกรมที่หน้าห้อง มิรันตรีต้องปรามอย่าเอ็ดตะโรไปเพราะบางคนก็ไม่รู้ว่าเป็นเสียงเรา...

    ooooooo

    ในขณะที่ศตวรรษเสร็จจากการเลกเชอร์กำลังกลับมาที่รถ ก็มีอาจารย์วิ่งมาบอกให้เขาไปช่วยทำการผ่าตัดเปลี่ยนไตให้แก่เด็กคนหนึ่ง เพราะเผอิญทางศูนย์แจ้งมาว่ามีผู้บริจาคไตสมองตาย มันเข้ากันได้กับเด็กคนนี้จึงรีบส่งมาให้ ศตวรรษไม่รอช้ารีบขับรถขึ้นดอยไปพบเด็กกับแม่

    คนขับรถรีบมาบอกอนุศนิยาว่าคนที่เธอตามขับรถกลับไปแล้ว เธอจึงรีบให้เขาขับตาม แล้วเธอก็ต้องแปลกใจทาเคดะขับรถขึ้นดอยจะไปไหน...รถที่อนุศนิยานั่งมาไม่สามารถขับขึ้นดอยได้จึงดับกลางทาง เธอตัดสินใจเดินขึ้นดอยไปก่อนให้คนรถซ่อมรถเสร็จแล้วตามไปรับ...

    อนุศนิยาเดินหอบขึ้นมาจนเห็นรถจอดอยู่หน้าหมู่บ้านจึงเข้าไปถามหาชายชาวญี่ปุ่น แต่ไม่มีใครเห็น จนมาเห็นรองเท้าผู้ชายถอดอยู่บันไดบ้านหลังหนึ่ง จึงย่องขึ้นไปแอบมอง เห็นด้านหลังชายคนหนึ่งกอดเด็กหญิงคนหนึ่งอยู่ เสียงเขาบอกเด็กว่าไม่ต้องกลัว เราต้องรีบไป ทำให้อนุศนิยาตกใจจะถอยกลับ เขาหันมาพอดีเป็นศตวรรษ เธอจึงหงายตกบันไดลงมากองกับพื้น

    ทุกคนแปลกใจเธอเป็นใคร ศตวรรษงงที่อนุศนิยาตามมา แต่ด้วยความเป็นห่วงเด็กจึงรีบจูงมือเด็กไปขึ้นรถ อนุศนิยางงถามแม่เด็กมีเรื่องอะไร พอรู้เรื่องราวคร่าวๆ ก็รีบขอไปด้วยทันที...อนุศนิยานั่งคู่กับศตวรรษที่เป็นคนขับ แม่กับเด็กนั่งกอดกันเบาะหลัง ศตวรรษเอ่ยถาม

    “เราจะไปรอไตที่ทางกรุงเทพฯส่งไปให้ที่เชียงใหม่ คุณจะลงตรงไหน ผมไม่มีเวลาไปส่งคุณที่โรงแรมหรอกนะ มันอยู่คนละทาง เรามีเวลาแค่ 24 ชั่วโมงที่จะต้องเปลี่ยนไต”

    อนุศนิยาย้อนถามเขารู้ด้วยหรือว่าเราอยู่โรงแรมเดียวกัน เขาไม่ตอบ เธอจึงบอกว่าจะไปด้วยอยากรู้ว่าการเปลี่ยนไตทำอย่างไร เขาเหน็บคงไม่คิดวางแผนขโมยไตหรอกนะ เธอโวยตนไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น เขาสวน เลวร้ายกว่านี้เขาก็เคยเห็นเธอเป็นมาแล้ว เธอค้อนขวับ

    ระหว่างทางที่ศตวรรษขับรถแข่งกับเวลา เขาคุยโทรศัพท์กับทางโรงพยาบาลตลอด พอเห็นหน้าจอขึ้นชื่อมิรันตรี จึงส่งให้อนุศนิยารับสายบอกเห็นเธอโทร.จิกตั้งแต่เช้าแล้วไม่รู้มีอะไร อนุศนิยาจึงกดรับสาย มิรันตรีตกใจเมื่อรู้ว่าอนุศนิยาอยู่กับศตวรรษ ก็รีบบอกว่านันทนาวางแผนทุกอย่างพยายามจับคู่เธอกับศตวรรษ อนุศนิยารับฟังแต่ยังไม่อยากเอาเรื่องไปรบกวนสมาธิเขา

    เมื่อชยากรกลับถึงบ้านก็โดนพี่ๆทุกคนถากถางเรื่องคลิปเสียง นันทพลถามเสียงเครียดหมายความว่าอย่างไร ชยากรบอกไม่รู้ใครแอบอัดตอนไหน นันทพลเสียงกร้าวว่าตั้งใจจะทำให้ตระกูลเสื่อมเสียจริงๆหรืออังกาบเสียใจบอกลูกให้เลิกคิดบัดสีกับหลาน แต่เขากลับโต้ว่า

    “ก็ผมรักนุศนี่ครับ รักด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่คิดด้วยว่ามันบาปตรงไหน ผมขอโทษแต่ผมห้ามใจตัวเองไม่ได้ จะหาว่าผมเลวก็ได้ แต่ผมมั่นใจว่าไม่มีใครรักนุศเท่าผมอีกแล้ว”

    “ไอ้ชยา! แกรู้รึเปล่าว่าแกกำลังทำร้ายลูกสาวฉัน ชื่อเสียงของยัยนุศจะต้องพังเพราะแก”

    “ก็เพราะมัวแต่ห่วงชื่อเสียง พี่พลถึงได้พยายามยัดเยียดนุศไปให้ใครต่อใคร ทั้งๆที่ผู้ชายพวกนั้นไม่ได้รักนุศอย่างที่ผมรัก”

    “เลิกอ้างว่าแกรักนุศซะที!บนโลกนี้มีแต่แกคนเดียวที่รักนุศรึไง ฉันก็รักลูกฉัน แล้วฉันก็มั่นใจว่าสุดท้าย นุศต้องเลือกพ่อบังเกิดเกล้าอย่างฉันมากกว่าคนเนรคุณอย่างแก”

    ชยากรหวั่นใจขอร้องอย่าพรากอนุศนิยาไปจากชีวิตตน นันทพลโต้ไม่ใช่ตนแต่เป็นเพราะการกระทำของเขาเองที่ผลักอนุศนิยาออกมาเอง ชยากรชักกลัวจะเสียอนุศนิยาไป เขาพยายามโทร.หาเธอ ให้ประภาช่วยติดต่อได้ความว่า คนรถบอกว่าอนุศนิยาไปเชียงใหม่กับศตวรรษ ชยากรหน้าเสียจะกำจัดศตวรรษได้อย่างไรดี

    ระหว่างที่ศตวรรษทำการผ่าตัดเปลี่ยนไต อนุศนิยารออยู่หน้าห้องอย่างกระวนกระวาย เห็นชื่อโสมมิกาโทร.เข้ามาที่มือถือศตวรรษ ไม่อยากจะรับ แต่พอหลายครั้งเข้าก็รับสายเพื่อจะบอกว่าเขาผ่าตัดอยู่ แต่โสมมิกากลับด่าฉอดๆไม่ฟังเหตุผล จนมือถือแบตหมดไปดื้อๆ โสมมิกาเข้าใจไปเองว่าอนุศนิยาวางแผนทำทุกอย่างเพื่อแย่งศตวรรษไปจากตน

    ใกล้รุ่ง ศตวรรษออกมาจากห้องผ่าตัดเห็นอนุศนิยานั่งหลับอยู่ จึงเข้ามานั่งอิงข้างๆแล้วผล็อยหลับไปข้างเธอ จนฟ้าสว่างอนุศนิยาสะดุ้งตื่นเห็นศตวรรษนอนอยู่ข้างๆก็รีบปลุกเขาขึ้นมาถามถึงผลการผ่าตัด เขายิ้มบอกเรียบร้อยดี เธอรู้สึกดีใจมาก “เพิ่งรู้ว่าจะเปลี่ยนไตทีมันยากอย่างนี้ แถมเป็นเรื่องของดวงด้วย ถ้าคุณไม่ได้บังเอิญมาที่นี่พอดี เด็กคนนี้คงไม่มีโอกาสได้เปลี่ยนไตหรอกใช่ไหม”

    “ถ้าไม่บังเอิญมีผู้บริจาคมาจากไป ผมก็คงไม่มีโอกาสได้ต่อชีวิตให้ใคร หมออย่างผมก็แค่เมสเซนเจอร์พาไตมาส่งให้ถูกคนแค่นั้น คนที่สำคัญคือคนที่ยอมสละไตให้กับคนที่ไม่รู้จักกันต่างหากล่ะ ผมคงต้องไปดูอาการคนไข้ก่อน ต้องรออยู่นี่จนกว่าหมอตัวจริงเขาจะกลับมา คุณจะกลับไปเชียงรายก่อนก็ได้นะ”

    อนุศนิยาบอกมาจนขนาดนี้ต้องรอดูจนกว่าเด็กจะปลอดภัย ศตวรรษแอบดีใจที่เธอห่วงคนอื่นเป็นด้วย

    ขณะเดียวกัน มิรันตรีเห็นคำวิพากษ์วิจารณ์ในทางเสียหายของชยากรไปทั่วเน็ตก็เครียดแทน...แต่พอวันต่อมากระแสกลับเป็นดีขึ้น ยอดโหวตสูงลิ่ว บก.ชื่นชมคิดว่ามิรันตรีสร้างกระแสได้ดีมาก มิรันตรียิ่งเครียด เพราะมันไม่ใช่ในทางดี

    ชยากรมาที่กรมส่งเสริมเพื่อจะเข้าประชุมแทนอนุศนิยา แต่กลับไม่มีการประชุมใดๆก็รู้ว่าถูกนันทนาหลอก เขากลับมาต่อว่าเธอ แต่โดนตอกกลับว่านันทพลเปิดไฟเขียวให้ศตวรรษกับอนุศนิยา ชยากรไม่ยอมแพ้จะต้องจัดการบางอย่างให้รู้ผลเสียที

    ศตวรรษบอกอนุศนิยาว่าเด็กปลอดภัยและมีหมอมารับช่วงแล้ว เรากลับเชียงรายได้แล้ว อนุศนิยาดีใจรีบเดินตามเขา เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองขาเจ็บจากตกบันไดจึงเดินกะเผลก...ระหว่างนั่งมาในรถ อนุศนิยาเอ่ยถามเขารู้ล่วงหน้าว่าตนมาที่นี่ใช่ไหม ศตวรรษไม่อยากแก้ตัวจึงแกล้งประชดว่า ทุกอย่างเป็นแผนรวมทั้งการผ่าตัดเปลี่ยนไต หญิงสาวชักสีหน้าที่เขากวนประสาท
    มาถึงโรงแรมที่เชียงราย ชยากรนั่งรออยู่พอเห็นอนุศนิยากลับมากับศตวรรษก็ไม่พอใจ ศตวรรษเลี่ยงขึ้นห้องพัก โสมมิกาโทร.มาโวยว่าเขาคงโดนอนุศนิยากินตับไตไปแล้ว เขาเหนื่อยและอ่อนใจจึงบอกเธอว่า ตนเป็นเพียงผู้ชายสาธารณะ ถ้าเธอทนเห็นตนเทกแคร์คนอื่นไม่ได้ ก็อย่ามีแฟนเป็นหมอเลย เพราะตนไม่อาจเป็นของเธอตลอด24ชั่วโมงได้ พูดจบก็ตัดสายไป โสมมิกาน้ำตาไหลพรากราวกับแสดงมิวสิกวีดิโออยู่ก็ไม่ปาน

    ชยากรนั่งดื่มเบียร์รออนุศนิยาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ที่ระเบียง ด้วยร้อนรุ่มใจจึงดื่มไปหลายกระป๋อง พอเห็นเธอออกมาในชุดนอนมีเสื้อคลุมสวมทับ ผมเปียกยาวสยายก็ยิ่งเกิดอารมณ์ถามทำไมถึงไปกับศตวรรษ รู้ไหมว่ากำลังโดนจับคู่ เธอรับว่ารู้แต่ไม่บ้าจี้ตาม แล้วย้อนถามเขามาทำไมพรุ่งนี้ตนก็ต้องกลับอยู่แล้ว เขาก้าวเข้าประชิดตัวเธอ บอกเราไม่เคยห่างกันเกินวัน...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 07:10 น.