ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ศตวรรษอึดอัดใจที่โสมมิกาทึกทักเอาตนเป็นแฟน จึงบอกว่าตนไม่ใช่ผู้ชายตัวเปล่า หญิงสาวตกใจคิดว่าเขามีลูกเมียแล้ว เขาส่ายหน้าพูดเป็นนัยๆว่า...ไม่มีผู้หญิงคนไหนยอมรับสภาพผู้ชายอย่างเขาได้ เธอรีบบอกว่าเธอรับได้ทุกอย่าง เขาแปลกใจที่เธอไม่เหยียดหยามอย่างอนุศนิยา

    อนุศนิยายังไม่ย่อท้อ ส่งเมสเสจมาหาศตวรรษเรื่องจะลดหนี้ให้ถ้าเขาหาไตมาเปลี่ยนให้พ่อได้ภายในสามเดือน เขาตอบกลับไปว่ามันไม่ง่ายขนาดนั้น ทุกคนที่เขารอ บางคนรอไปสามปี บางคนรอตลอดชีวิต เธอหาว่าเขาเล่นตัวโก่งราคา พูดจาสร้างภาพให้ดูดี ทีเกาะผู้หญิงรวยๆ ไม่เห็นต้องคิดเยอะ เขาไม่พอใจพิมพ์ข้อความตัดบทว่า รับข้อเสนอไม่ได้...พริบตาเดียวเธอโทร.เข้ามาโวยที่เขาจะไม่แซงคิวเปลี่ยนไตให้พ่อของเธอ เขาสวนเสียงเข้ม

    “ข้อที่หนึ่ง ผมทำไม่ได้ ข้อที่สอง ถึงทำได้ก็ไม่มีใครเขาทำกัน คนที่รอรับบริจาคเขาก็มีคนที่เขารักและอยากจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยไปนานๆด้วยกันทั้งนั้น ที่พวกเขาไม่วิ่งเต้นเหมือนคุณก็เพราะเขายอมรับในกติกา... เงิน...ไม่ได้ทำให้ชีวิตพ่อคุณมีค่าไปกว่าชีวิตคนอื่นหรอกนะครับ ชัดเจนนะครับคุณอนุศนิยา” ศตวรรษวางสายดื้อๆ

    อนุศนิยาโกรธปากคอสั่น เข่นเขี้ยวว่าเจ้าหนี้อย่างตนจะเล่นตามกติกาบ้าง อย่าว่าตนโหดแล้วกัน...เธอเจ็บใจช่วยพ่อไม่ได้ยังโดนสั่งสอนอีก

    วันต่อมา อนุศนิยาระบายอารมณ์ด้วยการเล่นกีฬาต่อสู้ป้องกันตัวกับชยากร ทำให้เขาได้ใกล้ชิดกับเธอจนแทบจะตัดใจไม่ได้...อนุศนิยายังหงุดหงิดใจจะแก้แค้นศตวรรษอย่างไรดี หรือจะบอกโสมมิกาว่าผู้ชายคนนี้กำลังหลอกเธอ ชยากรเตือนว่าโสมมิกาไม่เชื่อแน่

    ศตวรรษกำลังตรวจอาการนันทพล พบว่าอาการดีขึ้น นันทพลถามว่าลูกสาวตนคงกดดันเขามากใช่ไหม เขาตอบยิ้มๆ ว่าเป็นธรรมดาของญาติผู้ป่วย นันทพลส่ายหน้า

    “ไม่ใช่เรื่องป่วยของผม ตอนนี้หมอกับคุณเสาวรสคงเครียดมาก...ถึงผมจะนอนอยู่อย่างนี้ ไม่ได้แปลว่าผมจะไม่รู้อะไร เสียดายที่ศูนย์การแพทย์นั่นสร้างไม่สำเร็จ ผมกับคุณวัลลภพ่อของหมอรู้จักกันดี ถ้าพ่อของหมอยังอยู่ ทุกอย่างคงไม่เป็นแบบนี้ แต่หมอไม่ต้องกังวล เรื่องหนี้ผมจะหาทางคุยกับยัยนุศเอง”

    “อย่าเลยครับ ผมรับปากลูกสาวท่านแล้วว่าจะหาเงินมาคืน ผมต้องทำตามที่พูด”

    นันทพลเห็นใจที่เขาไม่ได้เป็นคนก่อ ศตวรรษยืดอกรับว่าเป็นความรับผิดชอบของเขา นันทพลประทับใจในตัวเขามาก...แล้วปัญหาก็เกิดจนได้ ประภาเอาเอกสารสัญญาที่อนุศนิยาให้ทนายร่างขึ้นใหม่มาให้ศตวรรษเซ็นรับหนี้ 60 ล้าน เขาไม่บิดพลิ้วแต่ขออ่านทั้งหมดก่อน ประภากลับมารายงานอนุศนิยา เธอยิ้มมุมปาก ดำเนินแผนการต่อไป

    ทนายพาคนมาตรวจทรัพย์สินที่บ้านเสาวรส ถ่ายภาพทรัพย์สินทุกอย่างเพื่อประเมินราคา เสาวรสตกใจคิดว่าจะมายึดทรัพย์ จึงเข้าขวางพอดีถือสร้อยเพชรติดมือมาด้วย ทนายดึงสร้อยมาถ่ายภาพ เสารสตกใจยื้อกลับเกิดความชุลมุน แล้วเธอก็สะดุดหกล้มหัวกระแทกมุมโต๊ะเลือดซึม จันทร์กับชะมวงสาวใช้ตกใจรีบโทร.ไปฟ้องศตวรรษ

    พอนันทนารู้เรื่องก็มาต่อว่าอนุศนิยาแต่กลับโดนตอกกลับว่าต้องรับผิดชอบหนี้ก้อนนี้ด้วย เพราะเป็นคนปล่อยกู้และยังได้ค่านายหน้าเป็นล้าน นันทนากลืนน้ำลายเอื๊อกเถียงไม่ออก จังหวะนั้นศตวรรษบุกเข้ามาที่ห้อง

    อนุศนิยา นันทนาตกใจถอยออก เขากดล็อกประตูทันที...

    อนุศนิยายิ้มเชิดประชดมาเร็วดี เขาโวยทันทีว่ามีสิทธิ์อะไรที่ให้คนบุกไปที่บ้าน ถ้าแม่ตนเป็นอะไรไปตนจะเอาเรื่องถึงที่สุด เธอยืนยัน “ฉันทำตามสิทธิ์ของเจ้าหนี้ เมื่อลูกหนี้มัวแต่คั่วผู้หญิง ไม่ตั้งใจรับผิดชอบหน้าที่ตัวเอง ฉันก็ต้องทำอะไรสักอย่าง”

    “ผมไม่ได้มัวแต่คั่วผู้หญิง เรื่องหนี้เป็นคดีแพ่ง แต่บุกรุกเป็นคดีอาญา ไอ้การเป็นเจ้าหนี้ไม่ได้แปลว่าคุณจะทำอะไรกับลูกหนี้ก็ได้ ทนายคุณไม่เตือนเหรอครับ”

    อนุศนิยาย้อนว่าเขาไม่ยอมเซ็นสัญญา แสดงว่าเขาไม่คิดจะรับผิดชอบ ศตวรรษโต้ว่าตนแค่ขออ่านก่อนถึงจะเซ็น เธอเหยียดจะเชื่อได้อย่างไร เขาตอกกลับเราต่างไม่ไว้ใจกัน ตนก็ต้องมั่นใจว่าสัญญานั้นไม่เอาเปรียบ นี่คือสิทธิ์ของลูกหนี้ อนุศนิยาเยาะหาว่าเขี้ยวเหมือนกัน จึงบอกให้เขาอ่านเดี๋ยวนี้ โดยเอาสำเนาที่ถ่ายไว้ให้ ต่างคนต่างจ้องหน้าไม่ยอมกัน

    ข้างนอก ประภาไปตามชยากรและเอากุญแจมาจะไขห้องอนุศนิยา เกรงจะมีเรื่องรุนแรง...ด้านศตวรรษอ่านเอกสารแล้วแย้งว่าแม่เซ็นไว้ก่อนแล้วทำไมต้องทำสัญญาใหม่ อนุศนิยาอ้างว่าแม่เขาไม่มีรายได้ ในเมื่อเขารับหนี้ก็ต้องเซ็นรับด้วย ตนให้เวลาสามปี ถ้าทำไม่ได้จะถูกฟ้องล้มละลาย แล้วเยาะอีกว่า “ฉันรู้หมดแล้วว่านายมีสมบัติอะไรบ้าง ที่ดินบนเกาะรอกนั่นก็ไม่เลว ถึงมูลค่าจะไม่ครบ 60 ล้าน แต่ฉันว่ามันเอามาพัฒนาต่อยอดได้”

    ศตวรรษร้อนใจประกาศอย่ามายุ่งกับที่ของตน

    อนุศนิยายั่วถามหวงหรือ ถ้าคิดจะใช้หนี้ก็น่าจะขาย เขาโวยเขาจะหาเงินวิธีไหนมันก็เรื่องของเขา เธอย้ำเธอก็ทำในสิ่งที่ต้องทำ ศตวรรษรู้สึกแย่อย่างที่สุด จำต้องจรดปากกาเซ็นชื่อลงไป แล้วประชดถามพอใจแล้วใช่ไหม

    ทันใดชยากรเปิดประตูพรวดเข้ามายืนประกบข้างอนุศนิยาแล้วสั่ง รปภ.จับตัวศตวรรษ อนุศนิยารีบห้าม ศตวรรษมองสองคนยืนคู่กันด้วยสายตาผิดหวัง เธอเห็นสายตาเขาถึงกับชะงัก...ศตวรรษหันหลังเดินออกไป ชยากรตามออกมากำชับ อย่าแตะต้องหลานตนอีก ถ้าเกิดอะไรขึ้นอีกตนจะจัดการเขาคนแรก ศตวรรษสวนไม่คิดจะยุ่งกับผู้หญิงของเขา สบายใจได้

    “ให้มันจริง อย่าให้เห็นคุณมาหาเรื่องนุศอีก” ชยากรชี้หน้าเชิงฝากไว้ก่อน

    ศตวรรษหงุดหงิดกลับมาบ้าน เสาวรสฟูมฟายว่าอนุศนิยาใจร้ายส่งคนมาทำร้ายตนถึงบ้าน ตนไม่น่าไปกู้เงินเขามาทำให้ลูกต้องเดือดร้อนเลย จันทร์กับ

    ชะมวงเบ้ปากกระซิบกันว่าถ้าคุณนายไม่เอาเงินไปเข้าบ่อน ใช้หนี้เขาเสียก็คงหมดไปนานแล้ว

    ooooooo

    วันต่อมา เสาวรสเจอโสมมิกาในร้านเพชรก็ปรี่เข้าไปทักทาย แนะนำตัวเองว่าเป็นแม่ศตวรรษ โสมมิกาซึ่งเชิดเริ่ดอยู่รีบย่อตัวสวัสดี เปลี่ยนจากเดิมเป็นคนละคน

    ในห้องทำงานอนุศนิยา ชยากรเข้ามาบอกว่าได้จ้างซีเคียวริตี้คุมไว้แล้ว คงไม่มีใครบุกเข้ามาได้อีก ไม่ทันขาดคำประภาเข้ามารายงานว่าเกิดเรื่องที่โชว์รูม ทั้งสองหน้าตื่น...โซนห้องนอน มีคนมานอนคว่ำหลับอยู่บนเตียง จีน่าพยายามปลุกก็ไม่ตื่น เป็นชายหนุ่มท่าทางเมา อนุศนิยามาถึงชะโงกไปมองก็รู้ว่าคือ...อนุกรน้องชายคนเล็ก ชยากรดึงหลานชายให้ลุก เขาโวยวายเป็นเจ้าของทำไมจะนอนไม่ได้ อนุศนิยาเอ็ดมาหาเรื่องหรือ เขาจึงลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าผมเผ้าให้เข้าที่ จีน่าแอบมองถูกใจเพลย์บอยอย่างอนุกรมาก เขาโพล่งขึ้น

    “เห็นพ่อป่วยก็เลยแวะมาดูว่ามีอะไรให้ช่วยไหม เผื่ออยากได้คนมานั่งบริหารนู่นนี่ก็พอจะช่วยได้”

    อนุศนิยายิ้มเหยียด ถ้ามีแก่ใจช่วยก็ได้...ว่าแล้วก็พาอนุกรมาที่โกดังจัดเก็บสินค้าขนาดใหญ่ เขาต้องเริ่มต้นจากงานส่งของก่อน เขาโวยกลับพี่เคยทำมาก่อนหรือ เธอตอกหน้าว่า

    “ฉันไม่ต้องทำเพราะฉันมีปริญญาสองใบ ส่วนนายเรียนไม่จบปริญญาตรี ดีกรีไม่ได้ ประสบการณ์ไม่มี ฉันจ่ายค่าตัวให้นายได้เท่านี้”

    อนุกรหาว่ารวมหัวกันกีดกันกั๊กบริษัทไว้เอง

    ชยากรขอให้เขาพิสูจน์ตัวเองทำงานง่อยๆแบบนี้ให้ได้เสียก่อน อนุกรโมโหแหกปากระบายอารมณ์ด้วยความเจ็บใจ...

    ตกเย็น ศตวรรษกลับมาบ้านแปลกใจที่มีรถหรูจอดอยู่ พอเข้ามาในบ้านเห็นโสมมิกาจัดอาหารอยู่กับเสาวรสก็ชะงัก เสาวรสรีบออกตัวว่าเผอิญเจอโสมมิกา ติงว่าเขามีแฟนน่ารักทำไมไม่พามาให้แม่รู้จัก เขาจะปฏิเสธแต่โสมมิกาขัดขึ้นก่อนว่ากำลังจะฉลองที่ได้รู้จักแม่ของเขา

    ศตวรรษดึงโสมมิกาออกไปคุยหน้าบ้าน ถามว่าแม่เขารบกวนเธอหรือเปล่า เธอรีบบอกอย่างปลื้มปริ่มว่าเปล่าเลย แม่เขายังบอกให้รู้ว่าเขายังโสด ไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาบ้านเลย ต่อไปนี้ตนจะมาบ้านนี้บ่อยๆ เพื่อจะได้สนิทสนมกับแม่เขาเร็วๆ ศตวรรษหน้าเสียออกตัว

    “ผมไม่ได้พาคุณมา คุณมากับแม่ผมเอง”

    โสมมิกาค้อนเล็กๆ หลิ่วตา “แม่คุณเล่าให้โสมฟังว่าฝันของคุณคืออยากสร้างศูนย์โรคไตกลางทะเลที่เกาะ โสมว่าเรื่องนี้น่าสนุก โสมอยากช่วย”

    “มันไม่ได้สนุกอย่างที่คุณคิด อย่าดีกว่าครับ”

    “ทำไมล่ะโสมเปิดใจให้คุณขนาดนี้แล้ว คุณเปิดใจให้โสมบ้างไม่ได้เหรอ นะๆๆ ถ้าคุณยังไม่พร้อมเราเป็นเพื่อนกันไปก่อนก็ได้ โสมไม่เคยง้อใครขนาดนี้ ...ทำไม...หรือว่ารังเกียจ”

    ศตวรรษเห็นโสมมิกาทำหน้าจะร้องไห้ จึงบอกว่าไม่ได้รังเกียจ เธอยิ้มแต้สรุปเองว่าเขาจะรับเธอไว้พิจารณา เธอหัวเราะสดใสไม่ให้เขาค้านใดๆอีก...เสาวรสแอบมองยิ้มมีความหวัง

    เย็นวันเดียวกัน หลังเลิกงาน จีน่าเปลี่ยนลุคเป็นสาวเซ็กซี่ขับรถมารอรับอนุกรที่โกดัง เธอให้ท่าอย่างเห็นได้ชัด อนุกรไม่รอช้าที่จะเล่นด้วยอย่างเพลย์บอยช่ำชอง

    ตกค่ำพอส่งโสมมิกาขึ้นรถกลับไป ศตวรรษก็รีบบอกเสาวรสว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรกับตน เสาวรสกลับบอกว่าไม่เป็นก็รีบทำให้เป็น แม่ชอบผู้หญิงคนนี้

    ด้านอนุศนิยาทำงานหนักทั้งวัน กลับมาจะทำงานต่อ ชยากรปรามไว้ให้พักผ่อนบ้าง อังกาบเห็นท่าทีลูกชายก็ถอนใจ พออยู่กันลำพังจึงเตือนว่าอย่าทำให้นันทพลหนักใจอีกเลยแต่เขากลับบอกว่า ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ผิดไปหมด แต่เรื่องนี้อาจไม่ผิดถ้า...ตนไม่ได้คิดคนเดียว

    “ผมมั่นใจว่านุศก็คิดไม่ต่างจากผมเหมือนกัน ไม่งั้นนุศจะปิดตัวเองมาถึงทุกวันนี้ทำไม”

    “ไม่มีใครรับเรื่องแบบนี้ได้หรอกนะชยา ไม่ว่าจะสังคม แม่ คุณพลหรือแม้แต่หนูนุศ” อังกาบคว้าแขนลูกมาเตือน ชยากรชะงักหวั่นใจขึ้นมา ถ้าอนุศนิยาไม่คิดด้วย จะเป็นอย่างไร

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ ชยากรวิ่งออกกำลังกายในสวนสาธารณะ เจอเข้ากับมิรันตรี เขาหาว่าเธอสะกดรอยตามเพื่อหาข่าว เธอหมั่นไส้จึงเลี่ยงวิ่งไปอีกทาง แต่แล้วมันก็จะมาบรรจบกันอีก จึงหลบเข้าพุ่มไม้ ไม่อยากให้เขามาว่าอีก พลันจิ้งจกตกใส่ มิรันตรีตกใจร้องกรี๊ดๆ วิ่งออกมา

    ชยากรตกใจที่จู่ๆ มิรันตรีก็วิ่งถลกเสื้อเข้ามาหา ให้เขาช่วยล้วงเข้าไปในเสื้อ เขาเข้าใจว่าเธอให้ท่า จึงตวาดกลับ “คุณนี่มันโรคจิตตัวจริง จะไปเขียนข่าวว่าผมลวนลามคุณด้วยรึเปล่าเนี่ย”

    มิรันตรีได้สติพยายามจะอธิบายอย่างเขินอาย แต่เขาไม่ฟังประกาศให้เธออยู่ห่างระยะห้าเมตร...มิรันตรี หน้าแตกยับเยินเดินมาขึ้นรถ พอเห็นว่ารถเขาจอดอยู่ข้างๆ ก็รอให้เขาขึ้นรถไปก่อน เขาขึ้นได้รีบกดล็อกอย่างกับกลัวเธอจะขโมยของ

    บ่ายวันนั้น นันทนา นุดี นนทยาและนาวิกาเข้าประชุมที่คาซ่าสตูดิโอ ร่วมกับอนุศนิยาและชยากร โดยนันทพลออนไลน์มาจากโรงพยาบาล...ประกาศแต่งตั้งคนที่จะมารับตำแหน่งรักษาการแทน สี่สาวขยับตัวอย่างตื่นเต้นหวังว่าตัวเองจะได้รับเลือก แต่พอนันทพลเอ่ยชื่ออนุศนิยาออกมา ทุกคนตะลึง อนุศนิยาตกใจหันไปสบตาชยากรอย่างเกรงใจ

    เสร็จการประชุม ชยากรหลบมายืนทำใจ อนุ-ศนิยาตามมาปลอบว่าจะคุยกับพ่อให้ว่าเขาเหมาะสมกว่าตน เขาห้ามแล้วบอกว่านันทพลทำถูกต้องแล้ว ต่อไปข้างหน้าบริษัทก็ต้องเป็นของเธอ ตนจะเป็นแบ็กอัพให้ อนุศนิยาโล่งอกรับปากจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพราะรู้ว่ามีเขาช่วย

    “รู้ไหมคะนอกจากพ่อ อาชยาเป็นคนเดียวที่นุศเชื่อใจมากที่สุด นุศรู้ว่าอาชยาไม่มีวันทิ้งหรือทำให้นุศผิดหวังเด็ดขาด” อนุศนิยายิ้มให้อย่างจริงใจ

    ทำให้ชยากรเคลิ้มกุมมือเธอให้สัญญาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอจะต้องอยู่ข้างตนแบบนี้ตลอดไป อนุศนิยางงๆกับคำพูดของเขา ชยากรดึงเธอมากอด เธอคิดว่าเขากอดแบบอาหลาน

    ด้านสี่สาว ไม่พอใจกันยกใหญ่ที่หลานสาวข้ามหน้า ข้ามตาพวกเธอ...และยังโทษอังกาบเสี้ยมลูกชายให้จับอนุศนิยาเพื่อยึดครองบริษัท นุดีแนะให้ทำทั้งสองแตกคอกัน นาวิกาว่าคงยาก เพราะสองคนรักใคร่สนิทสนมกันมา ตั้งแต่เด็ก และคงบาปมากถ้าทำอย่างนั้น สามสาวเครียด

    อนุศนิยากับชยากรแวะมาเยี่ยมนันทพลที่โรงพยาบาล เขากำลังอ่านข่าวสังคม พอได้ยินเสียงคนมาก็รีบเก็บหนังสือแล้วนอนลง...นันทพลรู้ว่าลูกคงมาคุยเรื่องแต่งตั้ง จึงทำทีขอให้เธอช่วยไปขอรายละเอียดมูลนิธิผู้ป่วยโรคไตจากเจ้าหน้าที่ให้ ชยากรรู้ทันถามมีอะไรจะคุยกับตน

    “รู้ตัวไหมว่าแกกำลังทำร้ายยัยนุศอยู่” ชยากรหลบตาบอกไม่รู้ “แกจะทำให้ยัยนุศถูกสังคมมองไม่ดี ถ้าแกไม่ห่วงตัวเอง อย่างน้อยน่าจะห่วงยัยนุศบ้าง”

    “ทำไมเราต้องแคร์สังคม ผมต้องห่วงนุศอยู่แล้ว นุศเป็นคนสำคัญที่สุดของผม”

    นันทพลอึ้งกับคำพูดยอมรับกลายๆของชยากร จึงเตือนเขาก็รู้อะไรควรทำไม่ควรทำ ชยากรเน้น “ผมดูแลนุศมาตั้งแต่เด็ก และผมก็ตั้งใจแล้วว่าจะปกป้องนุศไปตลอดชีวิตของผม”

    “ในฐานะของอาคนหนึ่ง” นันทพลเน้นย้ำ

    “ไม่ว่าในฐานะอะไร ผมจะรักนุศเท่าที่ผมมีสิทธิ์จะรัก”

    “ฉันอยากให้แกจำไว้ อนุศนิยาเป็นหลานแท้ๆ ของแกไม่มีวันเป็นอย่างอื่น อย่าคิดหวังอะไรที่มันผิดศีลธรรม เพราะไอ้ความรู้สึกแบบนั้นมันจะทำลายตัวแกเองและทำลายยัยนุศด้วย”

    ชยากรเถียงไม่ออก แต่ในใจค้านอย่างแรง ทำที ขอออกไปตามอนุศนิยา นันทพลเครียดหนัก...ด้านอนุศนิยาออกมาขอเอกสารจากเจ้าหน้าที่ น้องอิ่มกับ

    ลูกแพร์จัดหาให้ เธอรับเอกสารแล้วเกิดหน้ามืดเซจะล้ม ศตวรรษเข้ามาประคอง พอเธอเห็นเป็นเขาก็ผละออก เขาเหน็บ

    “ไม่ต้องรังเกียจขนาดนั้นก็ได้ มือผมสะอาด...เป็นอะไรมากหรือเปล่า”

    อนุศนิยาปัดไม่ต้องมายุ่ง น้องอิ่มกับลูกแพร์จะเข้าช่วยแทน ศตวรรษบอกไม่ต้องแล้วดึงกึ่งโอบบังคับพาเธอไปห้องตรวจ...ไม่ทันไรชยากรออกมาถามหาอนุศนิยา

    ศตวรรษจับอนุศนิยาวัดปรอท วัดความดัน เจาะเลือดตรวจน้ำตาล แล้วลุกไปหาน้ำผลไม้ ขณะเดียวกันโสมมิกาพยายามโทร.หาศตวรรษ พลันเห็นเขาถือกล่องน้ำผลไม้เดินผ่านไปอีกฟากก็รีบเดินตาม...อนุศนิยาจดๆ จ้องๆ ไม่กล้ากินน้ำผลไม้ที่ศตวรรษเอามาให้ เขาจึงแกล้งท้ากลัวเขาหรือ เธอค้อน ดื่มแล้วเกิดสำลัก เขารีบเอาทิชชูเช็ดให้ โสมมิกาเปิดประตูผางเข้ามาเห็นปรี๊ดแตก

    “มิน่าโสมโทร.หาคุณเท่าไหร่ก็ไม่รับ...ยกผู้ชายให้คนหนึ่งแล้วไม่พอ ยังตามมายุ่งกับผู้ชายคนใหม่ของฉันอีก” โสมมิกาใส่อนุศนิยา

    อนุศนิยาสวนใครยุ่งกับผู้ชายของเธอ ศตวรรษปรามโสมมิกาให้เบาเสียงที่นี่โรงพยาบาล เธอแว้ดหนักขึ้น “โสมจะวีนจะเหวี่ยงใครจะทำไม ให้รู้กันไปเลยว่าผู้หญิงคนนี้ไม่มีปัญญาหาผู้ชายเอง ชอบแย่งแฟนคนอื่น”

    อนุศนิยาตอกกลับ เซเลบไฮโซคิดได้แต่เรื่องต่ำๆ หรือ “ก็เข้าใจนะว่าไม่ทำงานทำการ สมองก็เลยเสื่อมลงไปทุกวัน คิดเรื่องดีๆอย่างคนอื่นเขาไม่เป็น ฟังไว้นะ ฉันไม่อยากยุ่งกับผู้ชายของเธอ ถ้าหวงนักก็ล่ามไว้ อย่าให้มายุ่งกับฉัน”

    ศตวรรษหันขวับจ้องหน้า โสมมิกาถากถางจะอวดว่าผู้ชายเข้าหาเองหรือ ตนรู้ทันหรอก ชยากรเดินมา

    ได้ยินเสียงรีบเข้ามา จังหวะนั้นโสมมิกาผลักอนุศนิยาหงายเขาเข้ามารับเธอไว้ทัน ตวาดโสมมิกาเสียงกร้าว เธอยิ่งเยาะรักมากหวงมากก็ดูแลดีๆ อย่าปล่อยมายุ่งกับคนของตน...ศตวรรษสุดทนบอกให้พอที แล้วดึงโสมมิกาจะออกไป อนุศนิยาโกรธโพล่งขึ้น

    “ผู้ชายคนนี้มีค่าสำหรับเธอมากสินะ แย่จัง ฉันว่าเธอมองคนผิด เขาน่ะมีแต่เปลือก...ไม่สิ เป็นหนี้มากขนาดนี้ เปลือกก็คงไม่เหลือแล้วมั้ง” ศตวรรษขอให้หยุด “ทำไมต้องหยุด อายเหรอ”

    โสมมิกาหัวเราะแค่เป็นหนี้ทำไมจะต้องอาย กี่แสนกันตนจะใช้คืนให้ อนุศนิยาเยาะกลับว่าหก...โสมมิกาเย้ยแค่หกแสนเศษเงินจะรับการ์ดไหม อนุศนิยาสวนว่าหกสิบล้าน โสมมิกาอึ้ง อนุศนิยาหัวเราะเยาะบอกให้เคลียร์กันเองแล้วเดินไปกับชยากร ศตวรรษกำมือแน่นอย่างอดกลั้น

    แม้จะตกใจที่ศตวรรษเป็นหนี้ถึง 60 ล้าน แต่โสมมิกากลับสบายใจที่เขากับอนุศนิยาเกี่ยวพันกันแค่เจ้าหนี้ลูกหนี้เท่านั้น จึงเสนอตัวขอช่วย แต่ชายหนุ่มปฏิเสธมันเป็นความผิดพลาดของตน ตนต้องแก้ไขเองไม่มีคำว่าท้อ หญิงสาวยิ่งประทับใจในตัวเขามากขึ้น

    แต่โสมมิกาก็อดไม่ได้ ขอเงินอุดมศักดิ์อ้างว่าจะเอาไปลงทุน แต่เขารู้ทันให้เธอทำแผนงานมาเสนอก่อน และให้ลูกน้องไปสืบว่าเธอจะเอาเงินไปทำไม...ด้านศตวรรษเครียดคิดถึงคำที่พ่อเคยพูดว่า หมอไม่ได้รวยทุกคน เพราะหน้าที่ของหมอคือช่วยให้คนหายจากความเจ็บป่วย เขาจึงมีความคิดอย่างพ่อมาตลอด ตัดสินใจหารายชื่อโรงพยาบาลที่มีแผนกโรคไตทำงานเพิ่ม

    ooooooo

    มิรันตรีได้รับมอบหมายจาก บก.ให้รับผิดชอบงานแชร์ริตี้หนุ่มโสด งานอีเวนต์ใหญ่ประจำเว็บไซต์ หนังสือของสำนักพิมพ์ โดยต้องหาไฮโซหนุ่มโสดสิบคนไม่ซิงก็ได้ แต่ต้องเอาชยากรมาเรียกเสียงโหวตงานนี้ให้ได้ เธอถึงกับอึ้งเพราะแค่หน้าเธอเขายังไม่อยากมอง

    ไม่ทันไรโสมมิกาโทร.เข้ามาบอกมิรันตรีว่าต้องการให้สัมภาษณ์ตนกับแฟนลงคอลัมน์ เธอจึงบอกว่าไม่มีพื้นที่ มีแต่งานโชว์ตัว แล้วเธอก็เสนองานแชร์ริตี้นี้ โปรโมตว่ากระแสแรงมาก...โสมมิกาฟังแล้วยิ้มกริ่ม

    รีบมาขอร้องศตวรรษให้รับงานนี้ เพราะถ้าเขาติดโผ แค่งานโชว์ตัวเขาก็จะได้เงินไปผ่อนชำระหนี้ ศตวรรษชั่งใจคิดถึงที่แม่ฟูมฟายเพราะได้รับโนติสจะฟ้องล้มละลายประกอบกับความฝันที่จะสานต่อสร้างศูนย์แพทย์กลางทะเลแทนพ่อ

    บ่ายวันเดียวกัน พออุดมศักดิ์รู้ว่าโสมมิกาต้องการเงิน 60 ล้านไปทำไม และเผอิญศตวรรษเป็นลูกเสาวรสลูกหนี้ในบ่อน ก็เข้าใจว่าคงให้ลูกชายมาจับลูกสาวตนปลดหนี้ จึงให้ลูกน้องไปสั่งสอนจับตัวไปปล่อยกลางป่า ขู่ว่าติดหนี้แล้วไม่มีปัญญาใช้ระวังจะไม่ตายดี

    มิรันตรีกับช่างภาพกำลังเก็บภาพการทำงานของศตวรรษที่โรงพยาบาล เพื่อทำสกู๊ปเบื้องหลัง โดยมี

    โสมมิกาจัดแจงทุกอย่างให้ เหล่าพยาบาลยิ้มปลื้มที่หมอหล่อของพวกเธอจะดังใหญ่ อนุศนิยาเดินมาได้ยินก็หมั่นไส้หาว่าใช้หน้าตาหากิน...อนุศนิยาเดินหงุดหงิดมาเจอมิรันตรีก็รู้สึกคุ้นหน้าถามเราเคยเจอกันมาก่อนไหม เธอตอบเจอกันตามงานบ่อยๆ แล้วอนุศนิยาก็นึกได้

    “เดี๋ยว...เราเรียนรุ่นเดียวกันต่างหากนี่ หรือว่าจำกันไม่ได้แล้ว”

    มิรันตรีแอบดีใจบอกใครจะจำดาวมหาวิทยาลัยอย่างเธอไม่ได้ อนุศนิยาติงแล้วทำไมไม่ทักกันตั้งแรกที่เจอ เธอไม่คิดว่าไฮโซจะจำคนธรรมดาอย่างตนได้ อนุศนิยา รีบบอกว่าตนไม่เคยลืมคนที่ให้รองเท้าผ้าใบเก่าๆใส่ตอนที่รองเท้าส้นสูงสุดหรูหัก โดยไม่สนใจว่าตัวเองต้องเดินเท้าเปล่า...อนุศนิยายังบอกอีกว่าสมัยเรียน มิรันตรีห้าวอย่างกับเด็กผู้ชาย แต่ตอนนี้สวยจนจำแทบไม่ได้ มิรันตรีเขินหันไปหยิบน้ำอัดลมมาเปิดกระป๋อง มันระเบิด ฉีดน้ำใส่เสื้อผ้าเลอะ อนุศนิยาไม่รอช้าถอดผ้าคลุมแบรนด์หรูคลุมรอยเปื้อนให้แก่มิรันตรีทันที เธอซาบซึ้งมาก

    อนุศนิยาเลียบเคียงถามเรื่องศตวรรษเข้าร่วมโครงการประกวดหนุ่มโสด เข้าทางพอดีมิรันตรีรีบชวนชยากรเข้าร่วมด้วย จะเป็นการโปรโมตบริษัทไปในตัว อนุศนิยาคิดเพียงว่าจะแกล้งโสมมิกาที่มีแฟนใหม่และแฟนเก่าเข้าประชันกัน มิรันตรีนึกสนุกไปด้วย

    เสร็จจากการถ่ายทำ ศตวรรษกับโสมมิกายืนส่งมิรันตรีกลับ มีเบอร์โทร.สาธารณะเข้ามาที่มือถือศตวรรษ พอเขารับสายปรากฏว่าเป็นเสาวรสร้องไห้หวาดกลัวเพิ่งออกจากป่ามาได้ให้เขาไปรับ...ศตวรรษโกรธมากเพราะแม่บอกว่าเป็นฝีมืออนุศนิยา

    หลังจากวันนั้น อนุศนิยาพยายามชักชวนชยากรเข้าร่วมโครงการประกวดหนุ่มโสด เขาแปลกใจที่ทำไมเธอถึงกระตือรือร้น และพอมาที่สตูดิโอก็เห็นศตวรรษกำลังเล่าถึงศูนย์แพทย์กลางทะเลที่เขาตั้งใจสร้างเพื่อรักษาประชาชนที่ยากจน อนุศนิยาขอให้ชยากรสงบศึกชั่วคราว

    พอโสมมิกาเห็นชยากรกับอนุศนิยาก็เข้ามาแขวะ “นี่มันหนุ่มโสดชวนฝันร้ายชัดๆ”

    “คนของเธอก็โสดสร้างภาพ แค่โสดก็ยังโสดไม่จริงด้วยซ้ำ” อนุศนิยาโต้

    โสมมิกาว่าศตวรรษทั้งโสดและสด ไม่เฟคเหมือนใครบางคน แล้วหันไปโวยมิรันตรีว่าแหกตาประชาชน อนุศนิยาเหน็บคงกลัวคนของตัวเองจะแพ้ถึงร้อนตัว โสมมิกาฮึดสู้ประกาศให้คอยดูว่าใครกันแน่ที่เจ๋งจริง สองหนุ่มชักรู้สึกว่าพวกเขากลายเป็นเกม

    ชยากรไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องเข้าร่วม แต่อนุศนิยาว่า “จำเป็นสิคะ นุศจะแก้ภาพลักษณ์ให้อาชยา แล้วประกาศให้ทุกคนรู้ว่าอาคือคนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคาซ่าตัวจริง”

    “แล้วทำไมต้องเป็นงานของสื่อไม่มีจรรยาบรรณแบบนี้ ควรจะโดนเราฟ้องด้วยซ้ำ”

    มิรันตรีเดินเข้ามาได้ยินพอดี อนุศนิยารีบแนะนำว่าเธอเป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของตน ชยากรมองอย่างเหยียดๆ มิรันตรีเคืองตัดบทบอกคิวต่างๆแก่อนุศนิยา...โสมมิกาเข่นเขี้ยวว่าอนุศนิยาต้องทุ่มโหวตให้ชยากรแน่ ตนยอมไม่ได้ ศตวรรษเริ่มไม่ชอบใจที่รับงานนี้เพราะเห็นว่าเป็นงานการกุศล แต่ตอนนี้ดูท่าจะแข่งขันกัน โสมมิการีบเปลี่ยนท่าทีโอ้โลมให้คิดถึงคนไข้ยากไร้บนเกาะ

    ชยากรเดินมาเจอมิรันตรีก็รีบยกมือห้ามให้อยู่ห่างๆ และเหน็บว่าเพื่อนดีๆที่ไหนคอยเขียนข่าวใส่ร้ายเพื่อนเสียๆหายๆ มิรันตรีสวนทันทีว่าอาดีๆที่ไหนหวงหลานตัวเองเกินเหตุ ชยากรโวยจะมาหลอกสาวไส้อะไรอีก เธอหาว่าเขาร้อนตัว เขาชี้หน้าถ้าเธอเอาความเป็นเพื่อนมาหากินกับอนุศนิยาอีก เธอตายแน่ มิรันตรีเชิดหน้าไม่กลัว พอจะเดินเลี่ยงเกิดสะดุดสายไฟถลา ชยากรหันมารับตัวเธอตามสัญชาตญาณ พอได้สติมิรันตรีรู้สึกว่าใจตัวเองเต้นรัวที่อยู่ในอ้อมกอดเขา รีบผละออก เขาว่าเธอซุ่มซ่ามแล้วเดินไป หญิงสาวแปลกใจความรู้สึกตัวเอง

    พอถึงคิวชยากรต้องกล่าวถึงโปรเจกต์ที่ตัวเอง อยากทำ ตากล้องบันทึกภาพ มิรันตรีเห็นผมเขาปรกหน้าก็ชี้โบ๊ชี้เบ๊บอกให้เขาปัดขึ้น เขาทำหน้าไม่เข้าใจ ตากล้องจึงใช้ให้มิรันตรีเข้าไปปัดให้ เธอใจเต้นรัวอีกครั้งที่ต้องเข้าใกล้เขา

    โปรเจกต์ที่ชยากรอยากทำคือตู้หนังสือเพื่อชุมชน โสมมิกาแดกดันว่าพูดตามสคริปต์ อนุศนิยาสวนแล้วศูนย์แพทย์ล่ะไว้ล้างไตหรือล้างหนี้กันแน่ ศตวรรษได้ยินเข้ามาถามมีปัญหาอะไรกับโครงการของตน เธอว่าแค่อยากรู้ว่าเชื่อถือได้แค่ไหน โสมมิกาเถียงแทนว่าไม่ใช่เรื่องของเธอที่ต้องเอามาประจาน อนุศนิยาโต้ว่าสักวันคนทั้งโลกก็ต้องรู้ ศตวรรษโพล่งขึ้น

    “เอาเลยครับ ตามสบาย อย่าให้ผมประจานของคุณบ้างก็แล้วกัน”

    มิรันตรีหันมาปรามให้เบาๆ อนุศนิยาจึงกระซิบถามตนไปทำอะไร เขากระซิบตอบว่าเธอให้คนไปอุ้มแม่เขา อนุศนิยางง โสมมิกาตกใจหาว่าอนุศนิยาทำแรงเกินไป ศตวรรษว่าเธอโหดผิดมนุษย์ อนุศนิยาบอกไม่ได้ทำ แต่ทั้งสองไม่เชื่อหาว่าโกหก

    “ตอนนี้ผมจะไม่เอาเรื่อง แต่ถ้าคุณยังส่งคนมาคุกคามไม่เลิก เรื่องถึงตำรวจแน่”

    “ถ้าคุณใส่ร้ายฉันโดยไม่มีหลักฐาน โดนฟ้องกลับแน่”

    “ผมมีข้อความที่คุณข่มขู่บังคับให้ผมใช้หน้าที่การงานเอื้อประโยชน์ให้คุณในทางมิชอบ เท่านี้คุณว่าเป็นหลักฐานได้ไหม...เลิกเล่นสกปรก แล้วขอให้จบทุกอย่างไว้แค่นี้”

    อนุศนิยายืนอึ้ง ชยากรเดินเข้ามาถามมีเรื่องอะไรกัน อนุศนิยาเล่าว่าเขาหาว่าตนส่งคนไปอุ้มแม่เขา พลันนึกได้หรือจะเป็นฝีมือนันทนา...แต่พอโทร.ไปถาม นันทนาได้สั่งคนไปลากรถของเสาวรส โดยอ้างว่าอนุศนิยาเป็นคนให้ตนไล่บี้ลูกหนี้เพื่อจะได้เอาเงินมาคืน อนุศนิยาห้ามแตะต้องเสาวรสอีก แต่พอนันทนาโทร.ไปยกเลิกกับลูกน้อง พวกเขาลงมือไปแล้ว

    ศตวรรษรู้เรื่องแค้นใจที่ครอบครัวไม่น่าเป็นหนี้ตระกูลวรเลิศลักษณ์เลย โสมมิกาปลอบว่าจะเป็นคนช่วยเอง เขาส่ายหน้าไม่ต้องการให้ใครมาดูถูกอีก เธอบอกจะไปแคร์ทำไม คนอย่างอนุศนิยาไม่เคยเห็นใครดีในสายตาอยู่แล้ว ศตวรรษบ่นจะมีสักวันไหมไม่ต้องคิดเรื่องเงิน โสมมิกาคิดบางอย่างได้ ควักกระเป๋าเอาบัตรเครดิตทั้งหมดให้ศตวรรษเก็บไว้ให้แล้วเอาเงินในกระเป๋าไปหยอดให้ขอทาน บอกวันนี้เราจะไม่คิดเรื่องเงิน จะไปไหนๆโดยไม่ต้องใช้เงิน

    “ผมจอดรถไว้ที่โรงพยาบาล ถ้าไม่มีเงินต้องเริ่มเดินกันตั้งแต่ตรงนี้”

    โสมมิกาหน้าเสียแต่ก็ฮึดเดินเป็นเดิน...พอเดินมาได้ระยะหนึ่ง โสมมิกาเริ่มล้าเงยหน้ามองรถไฟฟ้าที่วิ่งผ่าน ศตวรรษยิ้มขำๆบอกเธอไม่ใช้เงินสองชั่วโมงก็นับว่าเก่งแล้ว เธอไม่ท้อจะหาเงินเป็นค่ารถไฟฟ้าด้วยตัวเอง ศตวรรษงงจะทำอย่างไร โสมมิกามองไปเห็นชายหนุ่มเล่นดนตรีเปิดหมวกก็เข้าไปคุยบางอย่างด้วย แล้วเธอก็เป็นคนร้องเพลงให้เขาเล่นกีตาร์ เธอทั้งร้องทั้งเต้นสักพักก็มีคนมารุมดูและใส่เงินในหมวกให้มากมาย พอจบการเล่น โสมมิกาก็นับเงินและแบ่งให้คนเล่นคนละครึ่ง เขายิ้มบอกให้เธอมาจอยกันบ่อยๆ

    โสมมิกาเอาเงินมาอวดศตวรรษว่าได้ตั้ง 640บาท แม้จะน้อยแต่วันนี้ตนจะเลี้ยงข้าวเขาเอง เธอจูงมือเขาไปขึ้นรถไฟฟ้า ศตวรรษเริ่มรู้สึกถึงความน่ารักของเธอขึ้นมาบ้าง คนของอุดมศักดิ์ที่คอยสะกดรอยตามโทร. รายงานการกระทำของโสมมิกา เขายิ่งเครียดหาว่าลูกทำตัวตกต่ำลง

    ท่าทางโสมมิกามีความสุขกับการหาเงินได้ด้วยตัวเอง แต่ศตวรรษบอกมันก็สนุกถ้าไม่อดๆอยากๆแบบนี้ทุกวัน เธอยืนยันว่าถ้าอยู่กับเขา อดตายก็ยอม เขามองที่เธอจีบกันดื้อๆ เธอถามเขาใจอ่อนบ้างหรือยัง เขาตอบขำๆว่าเกือบเคลิ้ม

    “ก็หมอนั่นแหละมัวไปหลบอยู่ไหนมา เพิ่งจะโผล่มาให้รักป่านนี้ ถ้าเจอหมอก่อนหน้านี้ โสมคงไม่ต้องไปดักดานกับคนที่ไม่ใช่”

    “ผมจะเชื่อดีไหม เมื่อต้นเดือนคุณยังฟูมฟายถึงผู้ชายอีกคนอยู่เลย”

    โสมมิกายักไหล่บอกคนเราเริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน ทันใดมีโจรวิ่งราวเงินในมือเธอไป เธอโวยวายวิ่งตาม ศตวรรษตกใจตามไปห้ามเกรงจะเป็นอันตรายแก่เธอ โสมมิกาคร่ำครวญแล้วทีนี้จะไปไหนต่อได้ ชายหนุ่มไปเอามอเตอร์ไซค์มาขี่พาเธอไปนั่งเล่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา เธอนั่งเบียดชิดใกล้ รำพัน “ต้องขอบคุณชยา ถ้าเขาไม่ทิ้งโสม โสมคงไม่มีวันได้เจอหมออย่างนี้”

    ooooooo

    ด้านอนุศนิยากำลังร้อนใจที่โดนเข้าใจว่าทำรุนแรงกับเสาวรส ไม่ทันไรคนงานโทร.รายงานว่าอนุกรทำงานผิดพลาดไปหมด ส่งเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ตกแต่งห้องตัวอย่างสลับกันวุ่น ต้องเบิกของใหม่และส่งให้ทันภายในคืนนี้ อนุศนิยายิ่งเครียด ชยากรให้ช่วยกันแก้ปัญหาก่อน

    ทั้งสองกลับมาที่โกดัง ช่วยกันจัดเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ไม่ว่าจะต้องประกอบใหม่ รีดผ้าม่านให้เรียบร้อย นำมาจัดแต่งห้องตัวอย่างคอนโดลูกค้าที่จะเปิดตัวพรุ่งนี้อย่างรีบเร่ง ทั้งสองช่วยกันจัดตกแต่งราวคู่หนุ่มสาวแต่งเรือนหอก็ไม่ปาน ทำให้ชยากรเพ้อฝันไปว่าตนกับอนุศนิยาถูกส่งตัวเข้าห้องหอ เขามโนว่าเอาสร้อยสวยเก๋สวมใส่คอเธอ พลันความฝันชะงักเมื่อเสียงอนุศนิยาบอกว่าจัดเสร็จแล้ว ชยากรส่ายหน้าดึงสติกลับมา เธอเอ่ยถามเขาคิดอยากมีบ้านของตัวเองหรือ

    ชยากรตอบมีนัย “ก็ขึ้นอยู่กับว่ามีคนอยากอยู่ด้วยไหม บ้านจะเป็นบ้านก็ต่อเมื่อได้อยู่กับคนที่เรารัก...ไว้ถ้าอามีบ้าน อาชวนนุศมาอยู่ด้วยกันได้รึเปล่า”

    “นุศเป็นเด็กกตัญญู ยังไงก็ต้องเลี้ยงดูอาชยาไปจนแก่อยู่แล้ว”

    ชยากรยิ้มเจื่อนลงเพราะดูเหมือนอนุศนิยาจะตอบไม่ตรงคำถาม ชักจะไม่แน่ใจแล้วว่าเธอคิดแบบเดียวกับตนหรือเปล่า...เวลาผ่านไป อนุศนิยาแยกไปแต่งห้องอื่น แล้วผล็อยหลับพิงเตียง ชยากรเข้ามาเห็นจึงลงนั่งข้างๆมองหน้าเธออย่างหลงใหล ก่อนจะหลับไปข้างๆเธอ

    ฟ้าสว่าง ชยากรปลุกอนุศนิยาเบาๆ เธอสะดุ้งตื่น นึกได้วันนี้ต้องรับพ่อออกจากโรงพยาบาล ชยากรเองก็มีประชุมเช้า ทั้งสองรีบพรวดพราดออกไป

    สี่สาวมาถึงโรงพยาบาล ต่างบ่นเข้าหูนันทพลว่าอนุศนิยาหายไปกับชยากรทั้งคืน อังกาบแก้ตัวแทนว่าลูกโทร.บอกตั้งแต่เมื่อคืนว่าอยู่ที่ไซต์งาน พวกสี่สาว ไม่เชื่อใส่ไฟว่าชยากรกำลังจะทำงามหน้า ควรตัดไฟแต่ต้นลมด้วยการหาคู่ให้อนุศนิยาเสีย นนทิยาอาสาจะ หาผู้ชายดีๆให้เอง ไม่ทันไรอนุศนิยาโผล่พรวดเข้ามาจึงโดนนันทพลซักไซ้ โดยพวกอาๆยิ้มเยาะกันใหญ่

    กลับถึงบ้าน อนุศนิยาจึงบอกให้นันทพลเชื่อใจ ตนกับชยากรไม่เคยทำเรื่องเสื่อมเสีย นันทพลขอ “งั้นก็ควรเลิกเปิดโอกาสให้เจ้าชยาเอาข้ออ้างเรื่องงานมาผูกมัดนุศไว้กับตัวซะที”

    “ก็ทั้งบ้านมีอาชยาคนเดียวที่ทำงาน เมื่อคืนเราสองคนก็ช่วยกันแก้ปัญหาที่นายเล็กก่อเอาไว้จนป่านนี้อาชยาก็ต้องอยู่รับหน้าลูกค้า นุศยังไม่รู้เลยว่าถ้าไม่มีอาชยา นุศจะเป็นยังไง”

    นันทพลถอนใจเตือนลูกสาวมองชยากรในแง่ดีเกินไป อนุศนิยาแย้งว่าตนรู้จักเขาดีกว่าใคร นันทพลเอ็ดก็อีโก้แบบนี้ที่ปิดหูปิดตา คิดว่าตัวเองเก่งไม่ฟังใคร ตนคงเลี้ยงเธอมาผิดเอง

    อนุศนิยาน้อยใจที่พ่อว่าแรงเกินไป ไม่ทันไรสาวใช้เข้ามารายงานว่าศตวรรษพาเสาวรสมาขอพบ...อนุศนิยาออกมาเผชิญหน้ากับศตวรรษ เสาวรสเปิดฉากฟ้องนันทพลว่าที่ผ่านมาไม่อยากเอาเรื่องมากวนใจเพราะเห็นว่าป่วย แต่ตอนนี้มันหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ แล้วเธอก็เล่าว่าอนุศนิยาให้คนไปอุ้มเธอไปปล่อยกลางป่า ถ้าไม่มี ชาวบ้านไปเจอคงตายไปแล้ว และนี่ยังให้คนไปลากรถตนไปอีก เท่านั้นไม่พอยังให้ทนายยื่นโนติสจะฟ้องล้มละลายอีก ศตวรรษแทรก

    “เรื่องคดีจะฟ้องล้มละลายผมไม่ว่า แต่เรื่องที่ส่งคนมาข่มขู่ผมยอมไม่ได้เหมือนกัน”

    นันทพลงงไปหมดถามศตวรรษว่าหนี้ที่พ่อเขาจะเอาไปสร้างศูนย์แพทย์กลางทะเลใช่ไหม เขารับว่าใช่ พ่อเสียไปแม่รับภาระส่งเสียตนเรียน ตนจึงต้องสะสางหนี้ก้อนนี้เอง นันทพลพอเข้าใจแล้วรับรองว่าไม่มีการฟ้องใดๆ อนุศนิยาแย้งแปลว่าไม่ต้องชำระหนี้หรือ ศตวรรษสวนตนมาเพื่อขอผ่อนชำระหนี้ภายในสามปี นันทพลจึงบอกว่าจะไม่คิดดอกเบี้ยอีก อนุศนิยาจะค้าน เสาวรสไม่พอใจรีบพูดให้นันทพลเห็นใจว่าศตวรรษกำลังจะสานต่อความฝันของพ่อ ปลดหนี้ได้เมื่อไหร่เขาก็เดินหน้าสร้างศูนย์แพทย์เพื่อเยียวยาชาวบ้านทันที อนุศนิยาเบ้หน้า

    อนุศนิยาคุยกับนันทพลว่ากำลังโดนสองแม่ลูกหลอก ศตวรรษจะปอกลอกเงินโสมมิกามาจ่ายหนี้ แล้วพ่อยังประนอมหนี้ให้ เขาก็มีแต่ได้กับได้ นันทพลตำหนิจะด้วยวิธีไหน ลูกก็ไม่สิทธิ์ไปตัดสินลงโทษเขา อนุศนิยาถามถ้าเขาไม่มีปัญญาใช้หนี้ นันทพลบอกไม่ห่วง เพราะตนคงเป็นคนไข้เขาไปทั้งชีวิต ที่น่าห่วงคือลูกต้องสำนึกว่าทำผิดต่อเขาต้องขอโทษ อนุศนิยาหงุดหงิดไม่พอใจ... ศตวรรษช่วยตรวจเช็กห้องที่จัดเป็นห้องล้างไตภายในบ้าน อังกาบฟังคำแนะนำของเขาและขอบคุณในความเอาใจใส่ของเขา อนุศนิยาเดินเข้ามาเหน็บ

    “แรกๆก็ประจบเอาใจแบบนี้แหละค่ะ แค่สามปีเดี๋ยวก็เผ่นหนีแล้วล่ะ ย่ากาบใช้บริการเขาให้คุ้มเถอะนะคะ”

    “ผมว่าญาติยังไม่ค่อยปลอดเชื้อนะครับ ควรจะต้องดูแลความสะอาด อย่าเอาอะไรสกปรกเข้าใกล้คนไข้ ทางที่ดีควรปิดปากตัวเองเอาไว้”

    นันทพลขำที่ศตวรรษกล้าตอกกลับ “ได้ยินรึเปล่า เดี๋ยวนี้เริ่มเหมือนอาๆแกเข้าไปทุกวัน พูดมาแต่ละทีไม่มีรื่นหูสักคำ”

    อนุศนิยาตกใจที่พ่อแขวะต่อหน้าศตวรรษ เขาได้ทีใส่เธอ “เสียดายนะครับเครื่องมันล้างได้แต่ไต ถ้าล้างใจคนได้ก็คงจะดีมาก”

    “เออ...หมอนี่ตรงดี แบบนี้ค่อยมวยถูกคู่กับยัยนุศหน่อย” นันทพลหัวเราะชอบใจ อังกาบแอบยิ้มที่เห็นคนงัดข้ออนุศนิยาได้ นันทนามาได้ยินเริ่มมีไอเดียบางอย่าง...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 17:58 น.