ตอนที่ 2
ค่ำคืนที่หน้ากระท่อม ศตวรรษออกมานอนบนแคร่ เพื่อให้โสมมิกานอนข้างใน เขาเห็นพรายน้ำที่ทะเลลิบๆ ทำให้คิดถึงอนุศนิยาขึ้นมา จึงเอาเสื้อตัวที่ให้เธอใส่มาหนุนแทนหมอน เสียงโสมมิกาเรียกทำลายความสุข แม้จะรำคาญแต่ต้องสะกดเอาไว้ถามว่ามีอะไร
โสมมิกาเพ้อเจ้อว่า “เพิ่งรู้วันนี้เองนะ ว่าอกหักเป็นเรื่องเล็กมาก เพราะถึงเจ็บแต่ถ้าหัวใจยังเต้นอยู่ ก็แปลว่าฉันไม่ตายหรอก จริงไหม...ฉันคิดได้เพราะคุณเลยนะ”
ศตวรรษขำความคิดของเธอ แต่ไม่ตอบอะไร... ระหว่างที่ทุกคนหลับ ด้านมิรันตรีกำลังพิมพ์บทความอย่างเมามันลงในเว็บข่าวกอสซิปสังคม ยิ้มอย่างมาดมั่นว่าข่าวนี้ต้องเริ่ดแน่...
วันต่อมา ใบเฟิร์นหน้าตาตื่นบอกอนุศนิยาว่าไม่มีข่าวเปิดตัวอ่างอาบน้ำของเรา แต่มีข่าวชยากรเลิกกับโสมมิกาในงานอีเวนต์นั้น ไม่ทันไรก็มีสัญญาณเข้ามาในมือถืออนุศนิยา เป็นภาพนัวเนียระหว่างเธอกับศตวรรษบนเกาะรอก ชยากรเข้ามาบ่นเรื่องข่าว เธอจึงบอกเขาว่าเธอเจอดีเข้าแล้ว “ใครก็ไม่รู้ส่งเข้ามา นี่นุศกำลังถูกแบล็กเมล์อยู่ใช่ไหมคะ”
ชยากรเห็นภาพตกใจถามไหนบอกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น หญิงสาวยืนยันว่าไม่มีแน่นอน แต่ไม่รู้ว่ารูปอุบาทว์นี้ออกมาได้อย่างไร ชยากรแค้นใจเพราะใครเห็นก็ต้องคิดเหมือนตน
“เราก็แค่มีเรื่องกัน แล้วนุศก็ไม่รู้ว่าใครไปแอบถ่ายไว้ตอนไหน จะเกี่ยวกับนักข่าวที่เล่นข่าวของอาชยาไหม”
ชยากรดึงมือถืออนุศนิยามากดโทร.กลับไปที่คนส่ง แต่ถูกบล็อกเบอร์ไว้ อนุศนิยาไม่อยากจะคิดว่าเป็นฝีมือศตวรรษ เพราะเขาบอกเองว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร ชักหวั่นใจเกรงจะมีรูปตอนเมายาออกมาอีก ชยากรว่าทำแบบนี้คงอยากได้เงิน เธอผิดหวังถ้าเขาไม่เป็นสุภาพบุรุษ
ด้านศตวรรษเตรียมตัวกลับ บอกโสมมิกาว่าจะอยู่รอแฟนมารับก็ได้ ตนให้ยืมที่พัก เธอโวยว่าตอนนี้โสดแล้วขอกลับด้วย เขารู้สึกคงจะสลัดเธอยากเสียแล้ว
บก.ไฮโซแมกกาซีน เช็กยอดวิวคนอ่านข่าวของมิรันตรี ล้านวิวในไม่กี่ชั่วโมง เขาชมว่าเธอมีพรสวรรค์มาก มิรันตรีทวงข้อตกลงที่จะได้ไปทำข่าวสายฮาร์ดคอร์การเมืองเสียที เพราะเบื่อข่าวบันเทิงเต็มทน แต่ บก.ขอข่าวเด็ดๆอีกสักเรื่อง เธอจึงสาธยาย
“โสมมิกาเป็นคาสโนวี่ ที่ได้ชื่อว่าคิม คาเดเชียนเมืองไทย เกิดมาเป็นทายาทพันล้านของเจ้าพ่อใหญ่ เป็นสาวปาร์ตี้สายโหด ขึ้นชื่อเรื่องการบริหารเสน่ห์ ไม่เคยมีครั้งไหนที่พลาดเป้าจากผู้ชายที่เล็งไว้...ส่วนอนุศนิยาก็เป็นทายาทเจ้าสัวรายใหญ่ ที่กำลังจะได้เป็นว่าที่นักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพลในเจเนอเรชั่นใหม่ ด้วยความสวยฉลาดและภาพลักษณ์ที่เรียบหรูดูแพง ทำให้อนุศนิยาเปรียบได้กับเจ้าหญิงบนหอคอยงาช้าง แต่เพราะเป็นเพอร์เฟกชั่นนิสต์ตัวแม่ ทำให้ไม่เคยเปิดใจให้ผู้ชายคนไหนมาก่อนเลย”
ขณะเดียวกัน อนุศนิยากำลังพยายามดึงสมาธิตัวเองกลับมาจากเรื่องราวบนเกาะ เพิ่งรู้ว่าศตวรรษทำให้เธอหวั่นไหวได้ขนาดนี้
มิรันตรีเล่าให้ บก.ฟังว่า อนุศนิยากับโสมมิกาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่อนุบาลยันมหาวิทยาลัย ตลอดเวลาไม่เคยลงให้กันสักเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องล่าสุด ดูเหมือนจะเกิดศึกชิงนาย ตนยังไม่ฟันธง แต่ที่แน่ๆ เรื่องการเลิกกัน ระหว่างชยากรกับโสมมิกาเกี่ยวพันกับอนุศนิยาแน่ๆ ทั้งที่ดูแล้วไม่น่าเป็นไปได้ เพราะชยากรเป็นอาแท้ๆ แต่คนในตระกูลวรเลิศลักษณ์เชื่อว่าชยากรเป็นลูกกาฝาก นี่อาจเป็นคำตอบที่ทำให้ชยากรคิดกับอนุศนิยามากกว่าหลานสาว...บก.พอใจมาก
บนถนนเลียบหาด โสมมิกาสะพายเป้ของศตวรรษซ้อนมอเตอร์ไซค์กอดเอวเขาอย่างปลื้มปริ่ม และยังแอบถ่ายภาพเซลฟี่คู่ตัวเองกับเขาเก็บไว้...ขณะเดียวกัน ประภารายงานอนุศนิยาว่าผู้ชายที่ให้ตามหาออกจากเกาะรอกไปแล้ว อนุศนิยายิ่งหวั่นใจจะถูกเขาแบล็กเมล์อะไรอีก
มอเตอร์ไซค์ศตวรรษแล่นมาตามทางผ่านป่าเขา เจอขบวนรถข้างหน้าขับขวางทางไปมาเหมือนหาเรื่อง จนเขาต้องจอดรถเกรงจะไม่ปลอดภัย โสมมิกาโดดลง เขาเตือนให้ระวัง นักเลงลงมาจากรถยนต์เดินเข้ามาหาและกล่าว “คุณพ่อคุณโสมท่านให้ผมมารับคุณครับ”
โสมมิกาทำหน้าเซ็งๆ ล้วงหยิบมือถือในแจ็กเกตศตวรรษมากดโทร.เข้ามือถือตัวเอง แล้วบอกเขาว่า ถึงกรุงเทพฯแล้วให้โทร.หาตน ถ้าอยากได้เป้คืน เธอโยนเป้ให้ลูกน้องเอาไปใส่รถ แล้วโบกมือลา ศตวรรษตามจะเอาคืน แต่เธอขึ้นรถได้ขบวนรถก็แล่นตามกันไป เขาเซ็งที่โดนปั่นหัว
บ้านศตวรรษเป็นบ้านทรงเรโทรประมาณสี่สิบปี ไม่ใหญ่โตแต่อยู่ในทำเลใจกลางเมือง นันทนามารอพบเสาวรสเพื่อทวงหนี้ แต่เธอหลบอยู่ข้างบน จนเริ่มล้าจึงโทร.เข้าเบอร์บ้านบอกสาวใช้ให้ทำทีคุยว่าตนยังอยู่โชคชัยสี่ นันทนาหลงเชื่อ แต่แล้วหางตาเห็นเสาวรสย่องลงมาจะออกจากบ้าน จึงหันไปโวย เสาวรสแถว่าเพิ่งกลับมา นันทนาเบ้หน้าบอกมาทวงหนี้ เสาวรสว่าตอนนี้อยู่ในช่วงรับทรัพย์ยังไม่กล้าถอนหุ้น ทนรออีกนิดเพื่อจะได้ดอกเบี้ยงามๆไปให้
ศตวรรษกลับมาบ้าน ได้ยินการสนทนาของแม่กับนันทนาพอดี เขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน
“โอ้ย น่าเสียดายนะคะ นี่บริษัทเพิ่งประมูลได้เพชรคูลิแนนมาจากแอฟริกา นี่ก็ว่าจะเอามาฝากคุณนันสักวง” เสาวรสโชว์แหวนที่นิ้ว
“จะเพชรบุรี เพดดิกรีอะไร ดิฉันก็ไม่สน ดิฉันต้องการทั้งต้นและดอก 60 ล้านเดี๋ยวนี้”
เสาวรสสะอึกขอเวลาอีกระยะ นันทนาบอกไม่ได้เพราะหลานสาวต้องการเงินคืนเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นตนเดือดร้อนด้วย เสาวรสอ้างเอาบ้านนี้ค้ำประกันไว้แล้ว นันทนาว่าบ้านเส็งเคร็งนี้ไม่พอ ศตวรรษทนไม่ไหวเดินเข้ามา เสาวรสตกใจแต่หัวไวพอรีบดึงลูกชายเข้ามาพัวพัน
“ลูกชายฉันเป็นหมอ หน้าที่การงานดี ยังไงไม่เบี้ยวไม่หนีเอาเขาค้ำประกันไว้อีกคนก็ได้”
นันทนาเห็นสภาพหนวดเคราครึ้มของศตวรรษก็ไม่เชื่อ แม้เสาวรสจะยืนยันว่าลูกชายเป็นถึงอาจารย์แพทย์ เธอกลับย้อนว่าถ้าแบบนี้เรียกหมอ อย่างตนก็มิสยูนิเวิร์ส แล้วชี้ที่ปาก
“ดูปากดิฉันนะคะ...หยุด แถ เถอะ ค่ะ...”
เสาวรสหน้าเสีย ขอโอกาสไปเจรจากับอนุศนิยาเอง นันทนาเตือนไว้ก่อน ถ้าหน้าหงายกลับมาอย่าโทษตน ศตวรรษได้ยินชื่อหลานสาวของนันทนาก็ใจหาย...หลังนันทนากลับไป เขาซักไซ้แม่เรื่องหนี้ก้อนนี้ เสาวรสโทษว่าพ่อไปกู้ตระกูลนั้นมาสร้างศูนย์แพทย์ แต่ไม่ทันสร้างก็มาตายเสียก่อน ตนจึงเอาเงินไปลงทุนประมูลเพชร
กะจะได้กำไรเดือนละล้านสองล้าน และได้กู้เพิ่มจากนันทนาอีก เพื่อส่งเขาเรียนนอก
“ผมบอกแม่แล้วนี่ครับว่าผมจะส่งเสียตัวเอง แม่ไม่ต้องเอาผมไปเป็นภาระ”
เสาวรสบีบน้ำตาว่าหัวอกแม่จะทนเห็นลูกลำบากได้อย่างไร ศตวรรษจำต้องรับหนี้ก้อนนี้เกิดขึ้นเพราะตน... วันต่อมาศตวรรษโกนหนวดเคราหน้าตาสะอาดสะอ้านตั้งใจไปพบอนุศนิยา
ooooooo
เมื่อศตวรรษกับอนุศนิยาประจันหน้ากัน ทีแรกเธอจำเขาไม่ได้ แต่พอรู้ว่าเขาคือชาวเลบนเกาะรอกก็แทบสติแตก เพราะเข้าใจว่าเขาเป็นคนที่ส่งภาพมาเพื่อจะแบล็กเมล์
“นายจะพูดเรื่องที่เกาะใช่ไหม หยุด! ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นเลยนะ” ศตวรรษอ้าปาก “ฉันบอกว่าอย่า! อย่าแม้แต่จะเอ่ยปากถ้าฉันยังไม่อนุญาต” อนุศนิยาสวนก่อนที่เขาจะพูด
ศตวรรษงงตกลงจะเอาอย่างไร ประภาเห็นท่าไม่ดีเลี่ยงออกมา อนุศนิยาเดินนำศตวรรษไปที่คิดว่าไม่มีใครได้ยินการสนทนา เธอเปิดฉากต่อว่าเขาทันที
“นายรู้อยู่ก่อนแล้วใช่ไหมว่าฉันเป็นเจ้าหนี้นายถึงได้จงใจใช้เรื่องที่เกาะมาแบล็กเมล์ฉัน”
ศตวรรษงงถามไปอัพยาอะไรมาอีก อนุศนิยายิ่งปรี๊ดเปิดรูปในมือถือให้ดู ให้เขาเลิกตีหน้าซื่อเสียที รูปอุบาทว์พวกนี้โผล่มาได้อย่างไรถ้าไม่ใช่เขาส่งมา จงใจบีบตนให้ยกหนี้ใช่ไหม
“นี่คุณ! เราเจอกันเมื่อสี่วันที่แล้ว ผมเพิ่งมารู้ว่าเป็นหนี้เมื่อวาน แล้วก็เพิ่งรู้ว่าคุณเป็นเจ้าหนี้เมื่อยี่สิบนาทีก่อน ผมย้อนเวลาไปวางแผนแบบที่คุณมโนไม่ได้หรอกนะ รูปพวกนี้ไม่ใช่ของผม” หญิงสาวถามแล้วของใคร “ผมจะไปรู้เหรอ แต่ความจริงก็ไม่น่าแปลกนะ ผู้หญิงปากอย่างคุณน่าจะสร้างศัตรูไว้เยอะ”
“ไอ้บ้า ไอ้นายหมาวัด!”
“ถ้าคุณด่าผมจบแล้ว ผมมีเรื่องที่อยากจะพูดกับคุณ ผมมาวันนี้ ผมจะมายืนยันสถานะลูกหนี้ ว่าผมไม่หนีหนี้คุณแน่นอน ผมแค่จะขอเวลาสักหน่อยเท่านั้น”
“แล้วไอ้เวลาของนายมันนานแค่ไหน หนึ่งปี สามปีหรือทั้งชาติ 60 ล้านไม่ใช่เงินน้อยๆ นายต้องใช้เวลาเท่าไหร่”
“เห็นไหม คุณก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องยาก แล้วคุณจะบีบให้แม่ผมคืนเงินคุณในสามวันห้าวันได้ยังไง หน้าเลือดเกินไปไหม”
อนุศนิยาโวยเขาไม่มีสิทธิ์มาว่า เขารับว่าใช่ ตนไม่มีสิทธิ์ว่าอะไรเจ้าหนี้ ตนจะหาเงินมาคืนภายในห้าปี เธอจะร่างสัญญาใหม่ก็ได้ หญิงสาวไม่ยอมมันนานเกินไปต้องเดี๋ยวนี้ ทั้งสองจ้องตากัน ชายหนุ่มว่าเธอแล้งน้ำใจ
เธอโต้น้ำใจเธอมีให้กับคนที่สมควรเท่านั้น แล้วยื่นรูปในมือถือให้ดูอีกครั้งก่อนจะโทษเขาเล่นตุกติกก่อน ถึงต้องเจอแบบนี้...ศตวรรษรู้สึกหนักใจ
นุดีเอาสัญญาเงินกู้ของเสาวรสให้อนุศนิยาดู พร้อมสาธยายว่ามากู้กับนันทนาเพราะเป็นเพื่อนกัน โดยเอาโฉนดบ้านที่สุขุมวิทมาค้ำ แต่ตนเช็กประวัติดูแล้วเธอไม่มีรายได้อะไรเลย ดูท่าจะปัดภาระให้ลูกชายที่เป็นหมอหรืออาจารย์หมอที่ไหนซักแห่ง ชื่อศตวรรษ วินวิวัฒน์
อนุศนิยานำเรื่องมาปรึกษานันทพล เน้นว่าเคสนี้จงใจจะทำเป็นหนี้สูญ เพราะไม่เคยส่งเงินเข้ามาบ้างเลยทั้งที่บอกว่าลูกชายเป็นหมอ น่าจะมีเงินพอส่งบ้าง ตนไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบ
ส่วนชยากรสืบรู้ว่าคนที่ตีข่าวเป็นใคร บุกมาต่อว่าถึงสำนักพิมพ์ มิรันตรีไม่หวั่นบอกตนเป็นนักข่าว ถ้าอยากให้เขียนถึงดีๆก็ต้องทำตัวดีๆ เขาโวยที่เธอจะไม่ยอมแก้ข่าว เธอให้เขาพิสูจน์ว่าเรื่องระหว่างเขากับหลานสาวไม่ใช่ความจริง ชยากรปรี๊ดใส่ว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว ถ้าเธอจะเขียนต่อไปก็รอรับหมายศาล ตนจะปิดที่นี่ให้ได้ เตรียมหางานใหม่ไว้ได้เลย...
อุดมศักดิ์ มาเฟียนักธุรกิจ พ่อของโสมมิกาเรียกชยากรมาสอบถามถึงข่าวที่เลิกกัน ทั้งที่รู้นิสัยลูกสาวตัวเองดีว่าเป็นอย่างไร แต่ก็เสียดายคนเก่งอย่างชยากร จึงพยายามโน้มน้าวด้วยโครงการทาวเวอร์ที่ร่วมปั้นกันมา ชยากรบอกว่าถ้าตนต้องอยู่กับโสมมิกาเพราะเรื่องนี้ จะเป็นการทำร้ายเธอเกินไป สักวันเธออาจได้เจอผู้ชายที่ดีกว่าตน...อุดมศักดิ์ฟังแล้วหงุดหงิดใจ
ชยากรเดินมาเจอโสมมิกาที่ห้องยิม เธอรู้ว่าเขามาแต่แกล้งทำไม่สนใจ เขายืนมองนิ่งๆ แต่พอเห็นเธอล้มก็ถลาเข้าช่วยประคอง เธอเยาะ กลัวตนตายด้วยหรือ เขาถอยออกด้วยท่าทางเย็นชา บอกผู้หญิงอย่างเธอไม่ตายง่ายๆเพราะใคร หญิงสาวปรี๊ดเจ็บใจ พูดแทงใจดำเขาทันที
“คุณคบฉันเพื่อบังหน้า เพราะกลัวโดนครหาว่ารักหลานสาวตัวเองใช่ไหม บอกมาตรงๆดีกว่าว่าคุณคิดยังไงกับหลานสาวคุณกันแน่” โสมมิกาผลักอกชยากรและทุบตีด้วยความเจ็บใจ
ชยากรเถียงว่าต้องรักอนุศนิยาเพราะเป็นหลาน โสมมิกาตวาดลั่นว่าโกหก เขาไม่เคยสนใจตนเลย ตนโง่ที่ทนคบคนเฮงซวยอย่างเขามาได้ตั้งนาน ตนจะหาคนใหม่ที่ดีกว่าเขาร้อยเท่า ชยากรไม่คิดจะเถียงอีกเพราะรู้แก่ใจว่ามันเป็นความจริง
ooooooo
ศตวรรษมาทำงานใช้ทุนให้แก่โรงพยาบาลของรัฐ ได้เห็นชีวิตคนไข้และความลำบากของญาติที่ต้องหาเงินรวมทั้งพาคนเจ็บมารักษา จึงเปรยกับพยาบาลว่า...จะรวยจะจนทุกคนก็มีหนึ่งชีวิตเท่ากัน ไม่ว่าจะมีหนึ่งบาทหรือหนึ่งล้าน ถ้าไม่มีชีวิตมันก็เท่านั้น
“ผมอุตส่าห์เป็นหมอเพราะอุดมการณ์นี้ แต่สงสัยชีวิตนี้คงหนีสัจธรรมความจนไม่พ้น”
เสร็จจากการตรวจคนไข้ ศตวรรษได้พักความเหนื่อยล้า โสมมิกาโทร.เข้ามาต่อว่าที่เขาไม่คิดจะติดต่อเอาเป้คืน เขาย้อนถามคิดจะคืนหรือยังตนไม่มีเวลาสนุกด้วย เธอจึงนัดเขาคืนนี้
ให้เผอิญโลกช่างกลม อนุศนิยานั่งคุยกับชยากรในร้านอาหารหรูเรื่องที่ศตวรรษปฏิเสธไม่รู้เรื่องรูปที่ส่งมาแถมเขาคือคนที่เป็นลูกหนี้ 60 ล้าน...โสมมิกาเดินเข้ามาพอเห็นทั้งสองก็มองด้วยสายตาทำนองเห็นไหมสุดท้ายก็ควงกันจนได้ ชยากรหงุดหงิดกับสายตาจับผิด อนุศนิยาให้เขาไปทักทาย เขาบอกไม่จำเป็น ไม่ทันไร
ศตวรรษเดินเข้ามาเห็นอนุศนิยาอยู่กับชยากรจึงไม่เข้าไปทักเดินเลยไปหาโสมมิกา อนุศนิยาตกใจสองคนนี้รู้จักกันได้อย่างไร ชยากรถามรู้จักด้วยหรือ
“อาชยาจำไม่ได้เหรอคะ เขาคือนายศตวรรษที่นุศเพิ่งพูดถึงเมื่อกี้ ก็นายลูกหนี้ชาวเกาะคนนั้นไง ...นุศว่าแล้วว่าผู้ชายคนนี้ต้องไม่ธรรมดา”
โสมมิกาเห็นทั้งสองมองมาก็สะใจคิดว่าอิจฉาที่ตนควงหนุ่มหล่อโปรไฟล์ดีมาเย้ยได้...ศตวรรษเดินมาถึงถามหาเป้ทันที โสมมิการีบดึงให้เขานั่งแล้วป้อนขนมปังทำท่าอี๋อ๋อ เขารู้ทันว่าเอาเขาเป็นเครื่องมือเย้ยแฟนเก่า จึงดักคอ “ถ้าจะแก้แค้นคู่นั้น ไปอาศัยคนอื่นเถอะ”
โสมมิกาโอดโอยว่าอนุศนิยาอ่อยแม้กระทั่งอาแท้ๆของตัวเอง นี่คงจะแอบกินกันมานาน ตนเพิ่งจับได้ เห็นไหมว่าตนโดนสวมเขา สมควรแก้แค้นไหม... ศตวรรษไม่อยากเชื่อ โสมมิกาเห็นสองคนจะกลับก็รีบดึง ศตวรรษไปเยาะ “สวีตกันจนจุกอกแล้วเหรออาหลาน”
“ก็คงไม่แพ้ทางคุณหรอก” ชยากรตอกกลับ
“เอาเป็นว่าเราหมดเวรหมดกรรมกันซะทีนะชยา เชิญคุณไปเอาดีทางปีนต้นงิ้วต่อไปเถอะนะ ส่วนโสมเจอทางสว่างกับหมอวรรษแล้ว”
ชยากรจูงมืออนุศนิยาย้ำเห็นไหมตนบอกแล้ว ศตวรรษมองมือที่จับแสดงความเป็นเจ้าของของชยากร อนุศนิยาอดเป็นห่วงโสมมิกาไม่ได้หันมาเตือน
“น่ากลัวเธอจะหลงผิดไปหน่อยนะโสม ผู้ชายคนนี้ไม่มีอะไรเทียบอาชยาติด”
“น่าผิดหวังจังที่ผู้หญิงฉลาดอย่างเธอเลือกตัดสินคนผิวเผินทั้งที่ยังไม่รู้จักแบบนี้ ปริญญาจาก
ฮาร์วาร์ดมีไว้แปะฝาบ้านแค่นั้นเหรอ...นี่คุณหมอศตวรรษ เพิ่งจบแพทย์จากอเมริกากำลังกลับมาประจำที่นี่ พอดีเขาเป็นพวกติดดินไม่ค่อยเปิดตัวออกสื่อซะเท่าไหร่ แต่จากนิสัยและเนื้อแท้ข้างในคงจะทำให้ไฮโซดีแต่เปลือกบางคนชิดซ้ายไปเลยล่ะ” โสมมิกาเย้ยกลับ
ศตวรรษหน้าเจื่อนที่เธอเอาเขาไปคุยข่มเจ้าหนี้แบบนั้น จึงโดนอนุศนิยาเหน็บ “น่ากลัวเธอจะมองคนผิดไปเยอะ ฉันดูแล้วก็มีแต่พวกวอนนะบี...เก่งแต่เกาะผู้หญิงกินไปวันๆ”
ศตวรรษจ้องหน้าอนุศนิยาที่ดูถูกกันขนาดนี้
โสมมิกาออกรับแทนหาว่าอิจฉาที่หาไม่ได้อย่างตน
อนุศนิยามองเขาหัวจรดเท้า ผู้ชายแบบนี้ไม่มีค่าที่คิดจะหาด้วยซ้ำ ศตวรรษกำหมัดแน่น ชยากรดึงหลานออกไป โสมมิกาปลอบศตวรรษอย่าสนใจคนที่เก่งแต่เหยียดคนอื่น ศตวรรษทนไม่ไหวเดินหนี โสมมิกาจะตามแต่บริกรเอาอาหารมาเสิร์ฟพอดี จึงต้องให้เช็กบิล
ชยากรพาอนุศนิยาออกมารอลิฟต์ พอดีมีคนโทร.เข้ามา เขาจึงเลี่ยงไปรับสาย ศตวรรษเดินออกมา อนุศนิยาเห็นเขาก็รีบเดินเข้าในลิฟต์ เขาเดินตาม เธอตกใจไล่เขาออกแต่เขาไม่ไป เธอจึงออกเสียเอง เดินหนีไปลงบันไดหนีไฟ ศตวรรษเริ่มโกรธอยากรู้ว่าทำไมต้องรังเกียจกันขนาดนี้ จึงตามไปกวนว่าเหม็นสาบคนจนหรือ เธอสวนว่าเหม็นสาบผู้ชายขายตัวมากกว่า
“ผมไม่ได้ขายตัว แล้วก็ไม่เคยเกาะผู้หญิงกิน คุณไม่มีสิทธิ์มาดูถูกผมอย่างนั้น”
“ฉันจะรอดู อย่าให้ฉันรู้ว่าไถเงิน 60 ล้านจากโสมมิกามาให้ฉันแล้วกัน”
ศตวรรษฉุนเอาตัวกั้นหญิงสาวไว้ถามทำไมมองตนเลวขนาดนั้น เธอสวนเพราะตนไม่โง่อย่างโสมมิกา แล้วไล่ให้เขาถอย เขาตอกกลับเธอก็ไม่ได้ดีไปกว่า ทั้งเรื่องยา เรื่องผู้ชาย เธอโวยคิดจะบลัฟกันหรือ เขาส่ายหน้า แค่อยากบอกว่าอย่าเอาแต่จับผิดคนอื่นดูตัวเองบ้าง เธอตอกกลับให้บอกตัวเองไม่ต้องมาสอนแล้วสะบัดหน้าจะเดินหนี เกิดพลาดสะดุดขั้นบันไดรองเท้าหลุดหน้าทิ่ม เขารีบเข้าช่วยพยุง เธอปัดไม่ให้มาแตะต้อง เขาเห็นแผลที่เท้าเธอยังมีปลาสเตอร์ปิดก็เย้า
“ทีคุณแต๊ะอั๋งผมทั้งลูบทั้งคลำ ผมยังไม่เคยบ่นซักคำ”
อนุศนิยาตวาดกลับ ไม่บ่นแล้วพ่นออกมาทำไม เขาแหย่ถ้าไม่หยุดจะฆ่าหมกตนหรือ เธอปรี๊ดหยิบรองเท้ามาปาใส่ เขาหลบทัน รองเท้าลอยตกลงไปชั้นล่าง ทำให้รู้ว่ามันสูงมาก พวกเขาอยู่ชั้น 23...ศตวรรษบอกให้เธอลงไปเก็บเอง เธอพยายามเขยกลงไปอย่างไม่ง้อ
ด้านชยากรกลับมาไม่เจออนุศนิยาก็แปลกใจ พอดีโสมมิกาเดินมา เขาจึงเสียสละให้เธอลงลิฟต์ไปก่อน พอเขาตามลงมาเห็นเธอยืนมองหาศตวรรษ ชยากรชักสงสัยที่อนุศนิยาก็หายไป
สุดท้ายศตวรรษก็ลงมาเก็บรองเท้าให้อนุศนิยา มองขึ้นไปเห็นเธอพยายามเกาะบันไดลงมา เขาตัดสินใจเดินย้อนกลับขึ้นไปเอารองเท้าให้เธอ แล้วทวงคำขอบคุณหรือขอโทษก็ได้ แต่เธอกลับบอกว่าไม่ได้ขอให้ช่วย เขาถอนใจเอ่ยถามแผลที่เท้าหายเจ็บหรือยัง เธอไม่ตอบ เขาจึงวางรองเท้าลงแล้วบอกว่า “พอดีเป็นแค่ลูกหนี้
ไม่ใช่เจ้าชาย ลงมาใส่เองก็แล้วกัน”
ศตวรรษเดินออกมาที่ล็อบบี้ โสมมิกาปรี่เข้าเกาะแขนถามหายไปไหนมา เขาไม่ตอบแต่ทวงเป้คืน เธอบอกว่าอยู่ที่บ้านให้เขาไปส่งแล้วจะคืนให้ เขาข่มใจไม่ให้โกรธมากไปกว่านี้ บอกจะขอเชื่อเป็นครั้งสุดท้าย เธอยกมือสาบาน ถ้าโกหกขอให้อกหักอีกครั้ง ทั้งสองเดินออกไป
อนุศนิยาออกมาจากทางบันไดหนีไฟ ชยากรเห็นมาทางเดียวกับศตวรรษก็รีบเข้าไปถามว่าเขาทำอะไรเธอหรือเปล่า เธอส่ายหน้าบอกแค่กวนประสาท... ระหว่างทางกลับ รถทั้งสองมาจอดคู่กันตรงไฟแดง
ชยากรแค้นใจอยู่แล้วจะลงไปเล่นงาน อนุศนิยาห้ามไว้ แต่ไม่วายที่ชยากรยังแกล้งขับรถไล่เบียดมอเตอร์ไซค์ศตวรรษจนมาถึงด่าน ตำรวจเป่าปรี๊ดให้จอด
สองหนุ่มลงจากรถจะชกต่อยกัน ศตวรรษโวยถ้าจะวัดกันอย่าเอาชีวิตผู้หญิงมาเสี่ยง โสมมิกาแจ้งตำรวจให้ตรวจวัดแอลกอฮอล์ชยากร ทั้งสองไม่สนใจต่อยกันนัว โสมมิกาแอบปลื้ม
“มาหึงหน้ามืดเปิดศึกแย่งโสมเอาป่านนี้ มันไม่สายไปหน่อยเหรอ คุณตำรวจช่วยจับแล้วปรับหนักๆเลยค่ะ”
ชยากรสวนคนที่เมาน่าจะเป็นเธอมากกว่า ตำรวจแยกสองคนออกจากกัน...เมื่อตรวจวัดแอลกอฮอล์ไม่มีอะไรจึงถูกปรับข้อหาชกต่อย โสมมิกาชิงออกให้ศตวรรษเพราะเข้าใจว่าความสวยตนเป็นเหตุ ศตวรรษเห็นสายตาเหยียดหยามของอนุศนิยาก็หงุดหงิดรีบควักเงินจ่ายเอง แล้วบอกอนุศนิยาว่า “ยอดนี้ผมจะเก็บไว้หักหนี้ด้วย”
อนุศนิยาจูงมือชยากรกลับ ศตวรรษมองอย่างรู้สึกว่าสองคนคงมีอะไรกันแน่...เหตุการณ์นี้มีมือดีถ่ายคลิปส่งมาถึงมือมิรันตรี เธอเปิดดูแล้วอนาถใจกับความเข้าใจของโสมมิกา
“ยัยโสมเอ๊ย...มโนขั้นเทพเลยเธอ มานี่เดี๋ยวฉันจะช่วยเบิกเนตรให้”
ศตวรรษขี่รถมาส่งโสมมิกาถึงบ้านเพราะต้องการเป้คืน อุดมศักดิ์กลับมาพอดี ไม่พอใจหาว่าลูกสาวหันมาคบคนชั้นต่ำ
ooooooo
กลับถึงบ้าน อนุศนิยาใส่ยาที่มุมปากให้ชยากร นันทพลออกมาเห็นสายตาชยากรที่มองลูกสาวก็เริ่มหวั่นใจ ที่น้องๆบอกว่าชยากรรักอนุศนิยาถ้าจะเป็นเรื่องจริง
ด้านศตวรรษกลับมาเจอแม่เมามาย ก็ดูแลเช็ดตัวแล้วพาเข้านอน เขารู้ว่าแม่ยังเสียใจเรื่องพ่อ...คิดถึงวันที่พ่อจะจากไป พ่อสั่งเสียให้เขาเข้มแข็งและดูแลอย่าทิ้งแม่ เขาจึงไม่คิดจะมีแฟน
เช้าวันใหม่ ข่าวแพร่สะพัดว่าต้นเหตุที่ทำให้รักร้าวระหว่างชยากรกับโสมมิกาคือหลานสาวคนสวย คงต้องลุ้นกันว่ารักแท้จะแพ้ดีเอ็นเอหรือไม่...แก๊ง
ชะนีสี่สาวรุมวิพากษ์วิจารณ์กันใหญ่ นันทพลเสียงเข้ม มีเพียงพวกตัณหากลับเท่านั้นที่เชื่อข่าวเน่าๆพวกนี้
อนุศนิยาว่าตนไม่แคร์ข่าวสกปรกแบบนี้ นันทนาจิกกัดทันที
“ต้องแคร์สิ เพราะคนที่เป็นข่าวน่ะมันเลือดเดียวกัน กล้าพูดเต็มปากเต็มคำไหมว่าชยามันบริสุทธิ์ใจกับเรา...ต้องระวังหน่อยนะ ไอ้เรื่องลักกินขโมยกินเนี่ย แม่ลูกคู่นี้เขาช่ำชอง”
อังกาบได้ยินสะเทือนใจ นันทพลปรามน้องๆ ชยากรเดินมาพอดี เขาจึงเรียกไปคุยลำพัง นันทพลถามว่าคิดอย่างไรกับอนุศนิยา ชยากรฮึดพูดตามตรง ในเมื่อทุกคนคิดว่าตนเป็นกาฝาก แล้วจะแปลกตรงไหนถ้าตนจะคิดอะไรกับอนุศนิยา นันทพลช็อกความดันปรี๊ด
หน้ามืดล้มลง ทุกคนตกใจรีบพาส่งโรงพยาบาล อังกาบปลอบอนุศนิยาว่านันทพลจะต้องปลอดภัย
ชยากรรู้สึกผิดที่ทำให้นันทพลโกรธจนช็อก แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องโกรธ ในเมื่อตนไม่ได้เป็นสายเลือดเดียวกัน อังกาบตกใจยืนยันว่าเขาเป็นลูกเตี่ยจริงๆ แต่ดูเขาไม่เลิกล้มความคิด
ด้วยความที่ต้องหาเงินใช้หนี้ ศตวรรษจึงปลีกเวลามาทำงานโรงพยาบาลเอกชน ผู้อำนวยการพึงพอใจมากเพราะเขาเป็นคนเก่ง และให้เผอิญที่เขาได้ดูแลเคสนันทพล เพราะนันทพลมีอาการไตวายเฉียบพลัน นันทนาและอนุศนิยาอึ้งเมื่อเห็นศตวรรษเป็นหมอจริงๆออกมาอธิบาย
“คนไข้มีอาการไตวายสืบเนื่องมาจากโรคความดัน รักษาด้วยยาตามอาการยังไม่ช่วยให้อาการดีขึ้น เราต้องผ่าตัดเจาะช่องท้องใส่สายยางนำน้ำยาเข้าไปล้างไตเพื่อลดของเสียในเลือด จนกว่าไตจะกลับมาทำงานปกติ ผมต้องขอความยินยอมจากญาติด้วยนะครับ”
ชยากรติงแน่ใจอย่างไรเขาจะไม่ตุกติกเพราะเขาคือลูกหนี้ 60 ล้าน นนทยา นุดีและนาวิกาตกใจ แต่นันทนาไม่เห็นว่าจะเกี่ยวตรงไหน อนุศนิยาขอแค่เขาจะไม่เอาชีวิตพ่อเป็นตัวประกัน ศตวรรษโต้ว่าตนมีจรรยาบรรณพอที่จะแยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงาน
ชยากรเครียดโทษเพราะข่าวที่ออกมาทำให้นันทพลเป็นแบบนี้ อนุศนิยาปลอบช่วงเวลานี้เราต้องให้กำลังใจกัน...ผ่านไปไม่นาน ศตวรรษออกมารายงานว่าคนไข้ปลอดภัยเนื่องจากได้รับการล้างไตทัน แต่เพื่อป้องกันการติดเชื้อจำต้องให้อยู่ห้องไอซียูสักระยะเพื่อตรวจเลือดอย่างใกล้ชิด และสังเกตอาการไม่ให้ทรุดไปกว่านี้
คืนนั้นศตวรรษเห็นอนุศนิยานั่งเศร้าอยู่มุมกาแฟของโรงพยาบาล ก็คิดจะเข้าไปปลอบใจและหยิบนามบัตรเตรียมไว้ให้ พลันเห็นชยากรถือกาแฟเข้าไป จึงชะงักและเดินเลี่ยงไป
ooooooo
ข่าวนันทพลช็อกเข้าโรงพยาบาล ทำให้มิรันตรีตกใจมากว่าตัวเองทำรุนแรงไปหรือเปล่า โสมมิกาโทร.เข้ามา ทีแรกคิดว่าเธอจะวีนแต่เธอกลับโทร.มาแก้ข่าวรักสามเศร้าไม่จริง เธอมีแฟนใหม่เชิดใส่ชยากรไปแล้ว ท้าให้ไปแก้ข่าวในงานอีเวนต์คืนนี้ เธอจะเปิดตัวแฟนใหม่
บ่ายวันนั้นศตวรรษมาสอนหนังสือนิสิตแพทย์ เล่าถึงงานวิจัยที่ไปทำมา แต่พอเปิดพรีเซนเทชั่นจากธัมบ์ไดรฟ์ กลายเป็นภาพถ่ายโสมมิกาทั้งหมด เขาตกใจมากรีบปิดและแค้นใจที่โดนเธอแกล้งอีก จึงรีบโทร.ไปต่อว่า โสมมิกาหัวเราะที่ความรู้สึกเขาช้า เพิ่งรู้ว่าไฟล์งานหาย แต่เธอเก็บไว้ให้อย่างดีให้เขาไปเอาที่งานอีเวนต์คืนนี้ พูดจบก็วางสายไม่ให้เขาทันปฏิเสธ
นันทพลย้ายออกมาอยู่ห้องคนไข้วีไอพี อนุศนิยาเฝ้าพ่ออย่างห่วงใย เห็นพยาบาลมาเจาะเลือดวัดค่าต่างๆ แต่ไม่เห็นศตวรรษมาดูอาการก็ถามเขาไปไหน พยาบาลบอกว่าเขาออกเวรไปแล้ว ถ้ามีอะไรด่วนจะโทร.ตามให้ อนุศนิยาไม่พอใจหาว่าทิ้งคนไข้...
ศตวรรษมาหาโสมมิกาที่งานอีเวนต์ ผู้กำกับเวทีพาไปนั่งรอตามที่โสมมิกาสั่งไว้ ปรากฏว่าเขาโดนเธอหลอกจนได้ ตรงที่เขานั่งเป็นไฮดรอลิกที่ยกเก้าอี้เขาขึ้นไปปรากฏบนเวที โสมมิกาเต้นเซ็กซี่อยู่ท่ามกลางคนดูมากมาย แล้วเธอก็เข้ามานั่งตักเต้นเล้าโลมหอมแก้ม มิรันตรีตะลึงถ่ายภาพ...ศตวรรษไม่พอใจที่กลายเป็นเครื่องมือเธออีกครั้ง มิรันตรีเห็นท่าทีหงุดหงิดของชายหนุ่มก็พอเดาออก จึงเข้าไปหาโสมมิกาที่ห้องแต่งตัว
โสมมิกาไม่รู้ว่านักข่าวที่เธอโทร.ตามมาทำข่าวคือมิรันตรี คนที่เคยเจอกันบนเกาะรอก “ที่แท้ก็เธอเป็นนักข่าวเองเหรอ เห็นรึยังล่ะแฟนใหม่ฉัน เชิญเอาไปป่าวประกาศให้ทั่วเลยนะว่าโสมมิกามีคนมาดามอกให้แล้ว”
มิรันตรีเลียบเคียงถามว่าเขาคือผู้ชายที่เธอหนีตามไปที่เกาะ โสมมิการับว่าใช่และบอกให้รู้ว่าเขาไม่ใช่หนุ่มตังเก แต่เป็นหมอมือหนึ่ง มิรันตรีสมเพชเซเลบคนดังเหลือคณา
“ฉันมีข้อมูลลึกแต่ไม่ลับจะมาบอกให้ ผู้ชายคนนั้นเคยเป็นของอนุศนิยามาก่อน...ก็เข้าใจนะว่าผู้ชายสมัยนี้มันเหลือน้อย พวกคุณก็เลยช่วยลดโลกร้อน เอาผู้ชายมารียูสเวียนๆกันใช้”
โสมมิกาหน้าเสียไม่เชื่อ มิรันตรีเยาะว่ารับช่วงเขามาระวังจะโดนฉกคืน แย่งกันไปแย่งกันมา ซัดกันนัวสะใจคนดูอย่างตนจริงๆ โสมมิกาจะกรี๊ด มิรันตรีรีบชิ่งออกมาโดยเร็ว โสมมิกาโทร.จิกศตวรรษรัวๆ แต่เขาไม่รับสาย ยิ่งทำให้เธอแทบคลั่ง
ooooooo
ศตวรรษกลับมาที่โรงพยาบาล พยาบาลเอาชาร์ตนันทพลที่ตรวจเช็กทุกชั่วโมงให้ดู เขาถอนใจ เพราะผลออกมาไม่ดีเลย
วันต่อมา อนุศนิยาได้ยินพยาบาลคุยกันว่า ศตวรรษไปเที่ยวกับแฟนไฮโซ มีรอยลิปสติกติดมาที่แก้ยังอุตส่าห์กลับมาดูคนไข้อีก...พอศตวรรษเข้ามาดูอาการนันทพล ซึ่งมีอังกาบดูแลอยู่ นันทพลถามว่าตนจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน อนุศนิยาเข้ามาได้ยินใจหายรีบเข้ามาถามมีอะไร อังกาบหน้าเสียบอกว่า ไตของนันทพลเสียหายมาก อาจต้องล้างไตตลอดชีวิต
“ทำไมจู่ๆเป็นอย่างนี้ล่ะคะ นุศก็เห็นพ่อแข็งแรงดี”
“คนไข้ป่วยเป็นไตวายเรื้อรังขั้นที่ 4 ไตเสื่อมไปมากจนเข้าขั้นเสี่ยง น่าจะเกิดจากโรคความดันที่เป็นอยู่เดิมครับ” ศตวรรษอธิบาย
อนุศนิยาไม่เชื่อหาว่าเขาเป็นหมอสมัครเล่นตรวจไม่ดี อังกาบถามไม่มีวิธีรักษาเลยหรือ เขาบอกว่ามีวิธีเดียวคือผ่าตัดเปลี่ยนไต อนุศนิยาให้เอาไตของตนไปเลย นันทพลไม่ต้องการ แค่รู้ว่าลูกยกให้ก็ซึ้งใจ อยากให้ลูกแข็งแรงเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้ก็พอ ศตวรรษมองเธอซาบซึ้ง
อนุศนิยาตามออกมาจะเอาเรื่อง ศตวรรษบอกถ้ายังติดใจเรื่องผลตรวจจะอธิบายให้ฟังใหม่ เธอโวยเสียงดังว่าติดใจเรื่องจรรยาบรรณของเขามากกว่า เขางงเห็นสายตาพยาบาลแถวนั้นจึงเดินหนี หญิงสาว
ไม่พอใจเดินตามโวยว่าเขาตั้งใจจะเลี้ยงไข้ เขาโต้ทำแบบนั้นแล้วจะได้อะไร
“ก็ยื้อชีวิตพ่อฉันให้อยู่ในกำมือลูกหนี้อย่างคุณไง...คุณจะแก้แค้นให้ฉันเป็นฝ่ายง้อขอความเห็นใจคุณบ้างใช่ไหม” ศตวรรษว่าไร้สาระ “ก็แล้วทำไมคุณ
ไม่ตั้งใจรักษาพ่อฉัน”
ศตวรรษเริ่มไม่พอใจถามตนไม่ตั้งใจตรงไหน เธอสวนว่าพ่อตนป่วยหนัก เขายังมีแก่ใจควงโสมมิกาออกงาน ไม่เคยโผล่หน้ามาให้ตนเห็นสักครั้ง เขาเถียงว่าที่ไปก็นอกเวลางาน และที่ไม่มาก็เพราะต้องทำงาน เธอย้อนแล้วพ่อเธอไม่ใช่งานของเขาหรือ ศตวรรษถอนใจ
“สรุปคนที่สองมาตรฐานก็คือคุณนั่นแหละหาว่าผมอคติเลยทำงานไม่เต็มที่ จริงๆคุณก็แค่จะใช้สิทธิ์เจ้าหนี้ ให้ผมประคบประหงมพ่อคุณให้มากกว่านี้ใช่ไหม...จะให้ผมเอาตัวมาขัดดอก ทำไมไม่บอกไว้ในสัญญากู้ล่ะครับ”
อนุศนิยากลัวเสียฟอร์มย้อนไม่ได้คิดอย่างนั้น ศตวรรษเอานามบัตรยัดใส่มือเธอและเหน็บว่า ถ้ามีอะไรก็โทร.มาตนไม่ชาร์จเงิน ถือว่าช่วยกัน ไม่ต้องให้พยาบาลโทร.ตามจิกตนอีก ว่าแล้วก็จะเดินไปแต่หันมาเตือนอย่าอยู่ตรงนี้คนเดียวนาน เธอเชิดไม่สนใจ พอเขาเดินไปเธอก็หันมองรอบๆ จึงเห็นว่ายืนอยู่หน้าห้องดับจิต บรรยากาศวังเวง เผอิญมีบุรุษพยาบาลกำลังเข็นศพมา เสียงล้อเตียงทำให้อนุศนิยากลัวรีบวิ่งหนี ศตวรรษย้อนกลับมาดึงตัวเธอเข้ามากอดหลบเตียงที่เข็นมาอย่างเฉียดฉิว พอตั้งสติได้เธอดันตัวออกเขินๆ
ตรงโถงทางเข้าโรงพยาบาล ชยากรเห็นมิรันตรีถือกระเช้าเข้ามาก็ไม่พอใจเข้าไปถามจะมาหาข่าวอะไรอีก เธอหน้าเจื่อนบอกจะมาเยี่ยมเจ้าสัว เขาโวยตบหัวแล้วอย่ามาลูบหลัง เธอยิ่งรู้สึกผิดฝากของไปเยี่ยมไข้แทน ชยากรรับมาแล้วโยนลงขยะต่อหน้าต่อตา ย้ำถ้ายังไม่เลิกเล่นข่าวตน ตนจะฟ้องทั้งเธอและสำนักพิมพ์ มิรันตรียืนเงิบอยู่อย่างนั้น
บ่ายวันนั้นแก๊งชะนีสี่สาวมารุมรอบเตียงนันทพล ชยากรกับอังกาบอึดอัดแทน นันทพลถามที่มากันเพราะกลัวตนจะตายใช่ไหม นันทนานำทีมน้องๆ ว่าพวกตนมาเยี่ยม และอยากบอกว่าให้เขาพักนานๆ พวกตนจะช่วยบริหารงานบริษัทเอง นุดีให้เขาแต่งตั้งพวกตนขึ้นมารักษาการตำแหน่งประธานกรรมการผู้จัดการแทนสักคน อนุศนิยาเข้ามาได้ยินพอดี เห็นพ่อเบื่อๆ จึงแกล้งพูดขึ้นว่า ทุกคนมาพร้อมหน้าก็ดีเลย ตนอยากปรึกษาว่าใครอยากบริจาคไตให้พ่อบ้าง สี่สาวเริ่มกระสับกระส่ายมีข้ออ้างกันเป็นแถว แล้วรีบลากลับกันไป
อนุศนิยาเข้ามากุมมือให้กำลังใจนันทพล บอกพ่อไม่ต้องห่วง ตนกับชยากรจะช่วยกันดูแลบริษัทอย่างดี ชยากรเสนอจะให้ไต นันทพลตัดบทยกมือห้ามแล้วหันหลังให้ อนุศนิยาแปลกใจทำไมพ่อถึงไม่อยากคุยกับชยากร อังกาบใจเสียรู้แก่ใจว่าลูกชายเป็นต้นเหตุการป่วยนี้
ooooooo
เสาวรสเห็นข่าวลูกชายกับไฮโซโสมมิกาก็ปลาบปลื้มว่าจะมีสะใภ้เศรษฐี ออกไปเล่นฟิตเนสกับบรรดาคุณนาย เผอิญเจอนันทนาที่กำลังแนบชิดกับเทรนเนอร์หนุ่มกล้ามบึ้ก นันทนาขู่ไม่กลัวโดนทวงหนี้หรือ เสาวรสโอ่ไม่กลัวเพราะกำลังจะได้ลูกสะใภ้เศรษฐี นันทนาข่มกลับ
“ถ้างั้นก็รีบมาเคลียร์หนี้ให้จบๆ เพราะเดี๋ยวดิฉันนั่งรักษาการกรรมการผู้จัดการแล้วจะไม่มีเวลามาดูอะไรหยุมหยิมพวกนี้”
เสาวรสร้อนใจกลับมาบ้านเฝ้ารอจะถามศตวรรษเรื่องโสมมิกา แต่ด้วยความที่เขาต้องวิ่งรอกทำงานมากขึ้นจึงไม่ค่อยกลับบ้าน เสาวรสจึงสำรวจเสื้อผ้าลูกจนเจอเสื้อที่ยังไม่ได้ซักมีกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงติดมาด้วย ก็ยิ่งมั่นใจว่าลูกมีแฟนแน่ๆ
ตกดึก อนุศนิยาคิดอะไรบางอย่างอยากปรึกษาศตวรรษ แต่ไม่กล้าโทร.หา ได้แต่นั่งมองนามบัตรเขาในมือ ศตวรรษเดินผ่านมาเห็นแอบยิ้มขำความฟอร์มจัดของเธอ จึงแกล้งโทร.เข้าไปหาเอง เธอสะดุ้งรับสาย “นี่เป็นบริการโทร.ออกอัตโนมัติ ต่อสายทันทีที่มีคนคิดถึงครับ...อยากโทร.ก็โทร.เถอะครับ อย่าคิดเยอะ”
อนุศนิยาหันมองพอเห็นเป็นศตวรรษก็ถามมีเบอร์ตนได้อย่างไร เขาอ้างว่าหมอต้องมีเบอร์ญาติคนไข้ทุกราย อย่าคิดว่าจะโทร.มาจีบ แล้วถามตนกำลังจะเลิกงาน ต้องการให้ทำโอทีไหม...อนุศนิยาตัดสินใจยื่นข้อเสนอ ให้เขาช่วยลัดคิวหาไตมาให้ แล้วตนจะลดหนี้ให้ 10 ล้าน ศตวรรษหน้าตึง เธอรีบเพิ่มให้เป็น 15 ล้าน เขาตำหนิที่เธอใช้เงินแลกความตายของคนอื่นที่พวกเขารอคิวเป็นปีๆ เธออ้างว่าพ่อของเธอต้องรับผิดชอบปากท้องคนเป็นร้อยเป็นพัน ถ้าพ่อเป็นอะไรไป จะมีคนเดือดร้อนมากมาย ศตวรรษจะแย้งทันใดมีเสียงโสมมิกาแทรกเข้ามา
“หมอ...พวกเธอรู้จักกันจริงๆ...” สีหน้าโสมมิกาผิดหวังเสียใจ
ศตวรรษบอกว่าตนเป็นหมอประจำตัวนันทพล โสมมิกาไม่สนใจหันไปด่าว่าอนุศนิยา แผนสูง จงใจจะเข้าหาผู้ชายของตนทุกคน อนุศนิยาโวย “จะหึงก็ช่วยดูตาม้าตาเรือบ้าง ผู้ชายแบบนี้ไม่มีค่าพอให้ฉันมาจับหรอกนะ”
โสมมิกาตอกกลับว่าอย่าลดตัวลงมาบ่อยนัก อนุศนิยาสวนให้ไปบอกผู้ชายของเธอ ให้อยู่ห่างๆตน ว่าแล้วก็ลุกหนีด้วยความเซ็ง ศตวรรษเสียดายโอกาสที่กำลังจะได้คุยดีๆกับอนุศนิยา แต่ปฏิกิริยาที่เธอแสดงออกมาทำให้รู้ว่า เขาต่ำต้อยแตกต่างจากเธอมากแค่ไหน...โสมมิกาโอดครวญว่าตามหาเขาแทบตาย แต่อนุศนิยากลับรู้ว่าเขาอยู่ไหน ศตวรรษว่าทั้งสองเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเขา โสมมิกาโวยเขาเปิดตัวเป็นแฟนตนไปแล้วเมื่อคืน อย่าให้ใครมานินทาได้
ooooooo










