ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ศตวรรษรู้ว่าอนุศนิยาใจแข็งและจะต่อต้านทุกอย่างที่ทำให้ เมื่อเขาเห็นว่าคนท้องนั่งเก้าอี้โยกจะดีต่อสุขภาพจิต จึงจับเธอนั่งแล้วเขานั่งอยู่ข้างหน้า เมื่อโยกเก้าอี้หน้าเธอก็โยกมาประชิด ปากแทบแตะกัน เธอรีบผลักเขาออกทำให้เก้าอี้โยกกลับไป เขาเย้าสนุกไหม เธอโวยให้ถอยไป

    “นั่งให้คุ้มก่อนค่อยไป” ศตวรรษแกล้งให้เธอต้องนั่งนานอยู่อย่างนั้น

    วันต่อมา อนุศนิยาฟังใบเฟิร์นพรีเซนต์งานอยู่ต้องสะดุ้งเมื่อได้รับข้อความจากมือถือว่า ศตวรรษโอนเงินมาให้หนึ่งแสน ชาครีย์หันมอง เธอดูนาฬิการู้ว่ามีนัดกับศตวรรษจึงตัดบทว่าสรุปการประชุม แล้วก็ลุกจะออกจากห้องประชุม ชาครีย์ตามมาถามมีอะไรด่วน เธอจึงบอกว่าพรุ่งนี้พ่อจะเปลี่ยนไต ช่วงนี้ตนคงต้องฝากเขาช่วยดูแลงาน แต่เขารู้สึกว่าเธอมีลับลมคมใน

    อนุศนิยามาที่สปอร์ตคลับ ซึ่งศตวรรษจองคลาสโยคะคุณแม่ไว้ให้ เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมายืนมองหาศตวรรษ ทุกคนที่มาจะมาเป็นคู่...ชาครีย์แอบตามมามองดูอยู่ห่างๆอย่างไม่สบายใจ

    ที่ใต้ตึกจอดรถ ศตวรรษมาถึงกำลังจะเข้าไปในตึก ก็ถูกสมุนของอุดมศักดิ์รุมทำร้าย ใช้ไม้ฟาดจนน่วม โดยตัวอุดมศักดิ์ยืนคุมแล้วเข้าไปเหยียบซ้ำเข่นเขี้ยวว่าเขาทำร้ายลูกตน

    “ถึงฆ่าผม โสมก็หนีความผิดตัวเองไม่ได้” ศตวรรษถูกหิ้วปีกร่างกายบอบช้ำ

    “กูถึงจะให้มึงชดใช้ให้ลูกกูอยู่นี่ไง” อุดมศักดิ์ดึงปืนจากลูกน้องมาเล็งใส่ศตวรรษ “ทำโสมตายทั้งเป็น แกก็ต้องตาย”

    ศตวรรษสะบัดตัวหนีจะเข้าประตู อุดมศักดิ์ยิงไล่หลังโดนกระจกประตูแตกกระจาย เขาล้มคว่ำไปกับเศษกระจกแน่นิ่ง รปภ.วิ่งมาเป่านกหวีดปี๊ดๆ อุดมศักดิ์กับลูกน้องรีบขึ้นรถหนีไป

    อนุศนิยาเข้าห้องเรียนโดยไร้สามีเหมือนคนอื่น เธอบอกให้ครูฝึกเริ่มสอนได้เลย ทันใดชาครีย์ก็โผล่มานั่งซ้อนหลังอนุศนิยา เธอตะลึงเหมือนถูกตอกย้ำให้รู้ว่าเธอโดนทิ้ง...อนุศนิยาทำใจให้สงบฝึกท่าต่างๆ คู่กับชาครีย์แม้จะอึดอัดใจ

    รปภ.ประคองศตวรรษเห็นเขาเลือดไหลที่ท้อง ศตวรรษรู้สึกตัวเอามือกุมท้องกระเสือกกระสนจะขึ้นไปหาอนุศนิยาให้ได้ พอขึ้นมาถึงหน้าห้องโยคะก็เห็นอนุศนิยาฝึกอยู่กับชาครีย์จึงไม่อยากเข้าไปขัดจังหวะ ก้มมองเลือดที่ท้องลากสังขารกลับลงมา รปภ.จะเรียกรถพยาบาลให้แต่เขาปฏิเสธ ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปเอง ก่อนออกอนุศนิยาโทร.เข้ามาโวย นัดแล้วทำไมไม่มา

    “ผมขอโทษ ผมมาแล้วแต่...” ศตวรรษพยายามจะอธิบายแต่อนุศนิยาสวน

    “มาแล้วแล้วหายไปไหน คิดว่าเวลาของคนอื่นไม่สำคัญรึไง หรืออยากจะแกล้งให้ฉันบากหน้ามาคนเดียว ให้ฉันรู้ว่าฉันต้องง้อคนอย่างคุณใช่ไหม เสียใจด้วย ฉันไม่อายหรอกนะ ฉันอยู่ตัวคนเดียวได้อยากจะไปตายที่ไหนก็ไป ฉันจะไม่เสียเวลาในชีวิตให้กับคนอย่างคุณ อีกแล้ว”

    ชาครีย์มองอนุศนิยาทำนองตอกย้ำว่าเตือนแล้ว ศตวรรษพูดไม่ออกเจ็บที่แผลมากต้องกลับไปยังโรงพยาบาล ...หมอและพยาบาลห้องฉุกเฉินตกใจช่วยกันเย็บแผลให้แก่ศตวรรษ ผลเอกซเรย์ออกมาว่าเขาซี่โครงหัก ศตวรรษหนักใจมากที่อุดมศักดิ์คงไม่ยอมปล่อยตนง่ายๆ ตนอาจไม่ได้มีชีวิตอยู่กับครอบครัวอีกต่อไป

    ในขณะที่อนุศนิยารอเขากลับมาทั้งคืนด้วยความแค้นใจ เข้าใจว่าเขาหลอกและจะเอาคืนให้จงได้...รุ่งเช้าศตวรรษยังนอนอยู่ในห้องพักแพทย์ เขาพยายามประคบแผลฟกช้ำที่หน้าตัวเอง แม้จะเจ็บปวดแผลและซี่โครงที่หัก เตรียมตัวไปทำการผ่าตัดเปลี่ยนไตให้นันทพล

    ญาติๆมารออยู่หน้าห้องผ่าตัด ศตวรรษเดินมาถึง อนุศนิยาเห็นก็หน้าตึงยังโกรธเรื่องเมื่อวาน อังกาบฝากเขาช่วยดูแลนันทพลกับชยากร เขารับคำก่อนจะมองไปยัง อนุศนิยาแต่เธอเมินหน้าหนี ศตวรรษเข้ามาดูนันทพล ปลอบไม่ต้องกลัว รับรองว่าเขาจะกลับมาแข็งแรงกว่าเดิม

    “ถ้าหายแล้วขอหลานชายอีกซักคนนะเดี๋ยวช่วยเลี้ยง”

    “เรื่องนี้คงไม่ได้ขึ้นอยู่กับผมมั้งครับ”

    “ก็รีบง้อเมียให้ได้สิ อย่าช้า” นันทพลมีความหวังขนาดนั้นทำให้ศตวรรษยิ่งหนักใจ

    ก่อนทำการผ่าตัด ชยากรให้พยาบาลพามิรันตรีเข้ามาพบ เขาฝากแหวนแต่งงานกับเธอโดยบอกว่าเตรียมให้มาหลายวันแล้ว แต่มีเรื่องไม่ได้ให้เสียที เขาย้ำ ฝากไว้โดยไม่อยากได้คืน เธอจงคิดดูว่าจะแต่งงานกับตนไหม มิรันตรีหมั่นไส้จะมาบอกอะไรตอนนี้ เขาทำไม่รู้ไม่ชี้อ้าง

    “ฉันถามแล้ว พยาบาลบอกว่าต้องแต่งงาน 3 ปี สามีถึงจะรับไตจากภรรยาได้ ฉันไม่อยากเสี่ยงเลยว่าจะรีบๆแต่งเอาไว้ เผื่อฉันเป็นอะไร มีเธอจะได้อุ่นใจ”

    มิรันตรีโวยเบาๆเรื่องอะไรเอาตนเป็นอะไหล่ เขาดึงมือเธอมากุมบอกจะให้หมอปลูกถ่ายหัวใจเราไว้ด้วยกัน พยาบาลหัวเราะกันคิก มิรันตรีอาย ชยากรเน้นว่า เธอดูแลคนอื่นมาเยอะ ตนอยากดูแลเธอบ้าง จะรอฟังคำตอบตอนฟื้นขึ้นมา มิรันตรีอึ้งรู้ว่าเขารู้สึกผิดต่อตน...

    มิรันตรีเดินอึ้งๆออกมาจากห้องผ่าตัด อังกาบเห็นถือแหวนออกมาก็ย้ำว่าชยากรชมว่าเธอเก่งดูแลคนทางบ้าน เลยอยากให้ดูแลชยากรบ้าง ช่วยสงเคราะห์ให้เขาเลิกอาภัพเสียที มิรันตรีหน้าเจื่อนคิดหนัก

    ooooooo

    การผ่าตัดไตของชยากรอยู่ในการดูแลของศตวรรษ อย่างใกล้ชิด แล้วเขาก็ลงมือผ่าตัดให้นันทพลอย่างลืม อาการบาดเจ็บของตัวเอง

    ทุกคนรอฟังผลการผ่าตัดอยู่ในห้องพักคนไข้ อนุศนิยา ถือโอกาสบอกทุกคนว่าตนจะให้นุดีกับประสงค์กลับมาคุมโรงงานให้คาซ่า นันทนา นนทยาและนาวิกาไม่เห็นด้วยแต่อนุศนิยาให้เหตุผลว่า ตนจะไปเมืองนอก ทางนี้จะได้มีคนดูแลที่ไว้ใจได้ ตนไม่อยากทิ้งภาระให้ทุกคน

    ชยากรถูกเข็นเข้ามา ศตวรรษตามมาบอกทุกคน ว่า การผ่าตัดเรียบร้อยดี ร่างกายนันทพลไม่ต่อต้านการเปลี่ยนไต แต่ต้องอยู่ห้องปลอดเชื้ออีกระยะ ส่วนชยากรเมื่อฟื้นขึ้นมาไม่กี่วันก็แข็งแรงกลับบ้านได้ อังกาบเอ่ยปาก

    ขอบคุณที่ศตวรรษเข้ามาเป็นคนในครอบครัว อนุศนิยา เมินหน้า ศตวรรษรู้ว่าเธอยังโกรธและไม่มีทางรับตนเป็นคนในครอบครัวอีกแล้ว

    อนุศนิยาออกมาบอกมิรันตรีว่าชยากรกลับมาที่ห้องพักแล้ว เธอกำลังนั่งมองแหวนอย่างลำบากใจ บอกเพื่อนว่าชยากรให้ตนให้คำตอบตอนฟื้นว่าจะแต่งงานกับเขาไหม อนุศนิยาดีใจด้วยแต่มิรันตรีกลับคิดว่าเขาแค่รู้สึกผิดและสงสารเท่านั้น

    “อาชยาเกือบตายมาครั้งนึงแล้ว เขาต้องรู้แล้วว่ามิสำคัญกับเขาแค่ไหน มิเป็นผู้หญิงที่อาชยาอยากจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วย แค่นี้ก็พิสูจน์แล้วว่าเขารักมิจะตาย มิจะยังลังเลอะไร”

    “ก็ลังเลเหมือนที่นุศลังเลกับคุณวรรษนั่นไง”

    “นุศไม่ได้ลังเล ยิ่งผ่านมาถึงวันนี้ นุศยิ่งแน่ใจว่าไม่มีเขานุศก็อยู่ได้ ถ้าให้เลือกนุศไม่อยากให้เราเกิดมาเจอกันด้วยซ้ำ...”

    มิรันตรีหนักใจกับความใจแข็งของเพื่อน...อนุศนิยา เดินจะออกจากโรงพยาบาล ลูกแพร์เข้ามาทักว่ารอศตวรรษหรือแล้วดันให้เข้าไปในห้องพักแพทย์...อนุศนิยา อึ้งเมื่อเห็นศตวรรษนอนหลับไม่รู้สึกตัว เธอไม่รู้ว่าเขาหลับด้วยฤทธิ์ยาแก้อักเสบจากแผลที่เย็บ เธอพินิจดูใบหน้าที่อิดโรยของเขารู้สึกเป็นห่วง เอื้อมมือจะแตะหน้าผากแต่ก็ยั้งไว้ ตัดสินใจหันหลังกลับออกไป

    วันต่อมามิรันตรีมาเยี่ยมชยากร เขาเพิ่งฟื้นพอเห็นเธอก็ยิ้มถามจะให้คำตอบหรือยัง เธอทำหน้าลำบากใจก่อนจะขอปฏิเสธ ชยากรหน้าเสียยอมรับความจริงบอกไม่เป็นไรตนเข้าใจ

    “มิไม่อยากแต่งตอนนี้ ขอแค่หมั้นเอาไว้ได้ไหม” มิรันตรีคว้ามือชยากรมากุม “ถ้าหมั้นแล้วอาพิสูจน์ให้ เห็นได้ว่าอารักตัวมิ มากกว่าไตมิ เรื่องแต่งค่อยมาว่ากัน”

    ชยากรขำดึงมิรันตรีมานั่งบนเตียง บอกแค่หมั้นก็ยังดี พรุ่งนี้จะให้แม่ไปขอ เธอเอ็ดไม่ต้องรีบขนาดนั้น เขาแซวพ่อเธอจะยอมยกลูกสาวให้ช่างไฟไหม มิรันตรีสลดลงบอกตนมีภาระ เราใช้เวลาดูกันไปสักระยะ ถ้าเขาเปลี่ยนใจตนก็ไม่ว่า เขารับรองแข็งขัน ว่าไม่มีวันเปลี่ยนใจ...อังกาบเดินเข้ามาเห็นสองคนสวีตกันอยู่ก็รีบย่องออกไปอย่างปลื้มใจ

    อนุศนิยามาโรงพยาบาลพร้อมชาครีย์ เห็นเซลขายยาสาวๆหลายคนรุมล้อมศตวรรษอยู่ ชาครีย์ใส่ไฟทันทีว่าพอมีผลประโยชน์ขึ้นมาก็เนื้อหอม ทำอะไรไม่ต้องใช้เงินตัวเองสักบาท เป็นลูกหนี้นี่ดีอย่างนี้เอง...อนุศนิยารู้สึกหึงเดินหนีไปอีกทาง

    ตกเย็นพอกลับบ้าน อนุศนิยาแปลกใจที่เห็นกล่องเฟอร์นิเจอร์วางอยู่เต็มหน้าห้อง ละไมเดินออกมาจากอีกห้องบอกว่าศตวรรษสั่งของมา ลงมือจัดเองทุกอย่าง อนุศนิยาเดินเข้ามาดูเห็นเครื่องใช้เด็กทั้งเตียงนอน ม้าโยก โมบาย รวมถึงหนังสือนิทานต่างๆจัดวางเรียบร้อย รู้สึกอึ้งที่เขาคงหวังจะได้อยู่กับเธอและลูก

    ส่วนศตวรรษกำลังจะกลับบ้าน สังเกตเห็นคนของอุดมศักดิ์ดักรออยู่หน้าโรงพยาบาลก็ไม่กล้าจะออกไปเพราะยังบาดเจ็บอยู่ เขากลุ้มใจจึงเปิดโปรแกรมทีวีวงจรปิดที่ติดไว้ในห้องเด็กทางมือถือ เห็นอนุศนิยาเดินอยู่ในห้อง เขาได้แต่เฝ้ามองเธอด้วยหัวใจเปล่าเปลี่ยวและชอกช้ำ...อนุศนิยานั่งเก้าอี้โยกดูไดอารี่ที่ศตวรรษทำไว้ให้ลูก หน้าแรกมีภาพอัลตราซาวนด์ติดไว้พร้อมคำบรรยาย สีหน้าเธอพยายามบังคับไม่ให้ตัวเองใจอ่อนกับสิ่งที่เขาทำ

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ ชาครีย์มาทำอาหารบำรุงให้อนุศนิยา ศตวรรษกลับมาอดหึงไม่ได้ต่อว่าตนไม่อยู่เพิ่งรู้ว่ามีคนแวะมาตีท้ายครัว ชาครีย์สวนยังอยู่อีกหรือ ศตวรรษหันไปถามอนุศนิยาไม่ได้บอกเขาหรือว่าเราไม่ได้เลิกกัน ไปแอบให้ความหวังคนอื่นทำไม อนุศนิยาว่าเขาแค่มาคุยงาน

    “งานสร้างความร้าวฉานด้วยสินะท่าทาง”

    “ผมตั้งใจมาเทคแคร์ เพราะเห็นว่าคุณไม่มีปัญญาดูแลนุศให้ดี”

    “ก็เพราะว่ามีคนมาคอยเบียดบังเวลาส่วนตัวของเราอยู่อย่างนี้ไง”

    อนุศนิยาเห็นจะไปกันใหญ่จึงขัดขึ้นว่าตนนัดชาครีย์มาเอง ศตวรรษเหน็บต้องจ่ายเท่าไหร่ ชาครีย์สวนว่าสำหรับเธอไม่ต้องจ่ายสักบาท ตนเต็มใจ ศตวรรษหาว่าเพราะชาครีย์เป็นตัวทำเงิน เธอจึงต้องเลี้ยงเอาไว้หลอกใช้ อนุศนิยาเอ็ดแต่ศตวรรษไม่ลดละเสียงกร้าว

    “พูดเรื่องจริงทำรับไม่ได้ รีบๆกินแล้วรีบๆไป สะกด คำว่าเกรงใจเป็นรึเปล่า” ศตวรรษเดินปึงปังขึ้นข้างบน อนุศนิยาแปลกใจเพิ่งเคยเห็นเขาหัวเสีย
    ศตวรรษเข้ามาในห้องด้วยอารมณ์หงุดหงิด เห็นตั๋วเครื่องบินกำหนดวันเดินทางของอนุศนิยาก็ยิ่งปรี๊ด มองปฏิทินที่ขีดวันไปได้5วันอย่างหมดหวังว่าเธอจะกลับมาเป็นครอบครัวอีกครั้ง

    ข้างล่างชาครีย์ยังคงพูดใส่ไฟศตวรรษ แต่อนุศนิยา กลับมองมือถือว่าเขาจะส่งเงินมาซื้อเวลาอีกเมื่อไหร่ ชาครีย์รู้ว่าอนุศนิยาให้ประภาซื้อตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวเดียวแปลว่าไม่คิดจะกลับมา ตนอยากดูแลเธอ จึงให้ประภาซื้อตั๋ววันเดียวกันไว้ให้ ถ้าเธอยินยอมให้ตนดูแลก็ถือตั๋วนั้นไปให้ตนด้วย อนุศนิยาอึดอัดใจมากรู้ว่าชาครีย์กำลังรุกเร้า

    พอชาครีย์กลับไป อนุศนิยาขึ้นมาบนห้องเห็นศตวรรษกำลังประกอบเตียงเด็กท่าทางยังเจ็บแผล จึงเปรยขึ้นว่า ไม่อยากให้อยู่กับชาครีย์แล้วทำไมไม่ซื้อเวลา ศตวรรษสบถ

    “ปั่นหัวผู้ชายแล้วยังจะมาหลอกฟันเงินเขาอีก ร้ายนะ” อนุศนิยาเย้าก็ปั่นสำเร็จ “ดูก็รู้ว่าคุณไม่ได้คิดอะไรกับผู้ชายนั่นหรอก ของอย่างนี้มันหลอกกันไม่ได้... ม่านตาคุณไม่เคยขยายเวลามองเขา ผมเป็นหมอผมดูออก ต้องอยู่กับคนที่ชอบม่านตาถึงจะเปิดรูรับแสงออก คุณไม่เคยมองเขาอย่างที่มองผมหรอก ปฏิกิริยาพื้นๆร่างกายคุณมันฟ้อง ผมถึงบอกว่าคุณปั่นหัวผมไม่ได้”

    อนุศนิยาหมั่นไส้บอกชาครีย์อาจไม่ดึงดูดสายตา ศตวรรษแดกดันคงชอบเพราะเขาช่วยหาเงินเข้ากระเป๋า เป็นง่อยหรือถึงยอมให้เขาหาเลี้ยง ชอบผู้ชายมนุษย์ถ้ำแบบนั้นหรือ อนุศนิยาขำอาการหึงของศตวรรษ กระเซ้าไหนบอกไม่หึง ศตวรรษโต้ จะเล่นสงครามประสาททำไม ตนหึงแล้วเธอจะกลับมาไหม เธอส่ายหน้า เขาทนไม่ไหวจู่โจมเข้าจับแขนเธอทั้งสองข้างพูดใส่หน้า

    “ผมหึง...ผมไม่อยากเห็นคุณอยู่กับเขา ผมไม่ชอบที่ต้องพูดไม่ตรงกับใจ ผมเหนื่อย ผมเบื่อ ผมไม่อยาก เล่นเกมงี่เง่า ผมไม่อยากปล่อยเวลาที่เหลือให้มันผ่านไปเปล่าๆ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมถึงกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ เหลือเวลาอีกไม่กี่วันคุณให้ความสำคัญกับผมหน่อยไม่ได้รึไง”

    อนุศนิยาชะงัก ศตวรรษรู้สึกเจ็บแผลปล่อยตัวเธอแล้วหันไปกุมแผลที่ท้อง อนุศนิยาหาว่าเขาอารมณ์แปรปรวน ไม่รู้ว่าเขาบาดเจ็บ...ตกดึกเธอก็นั่งทำคอมพ์ อยู่บนเตียง ศตวรรษนอนก่ายหน้าผากอยู่บนพื้น เธอเห็นตั๋วเครื่องบินวางอยู่ก็รู้ว่าเขาคงเห็นแล้ว อนุศนิยารู้สึกหิวจึงลงจากเตียงจะออกจากห้อง ศตวรรษเอ่ยถามจะไปไหน เธอสะดุ้งไม่คิดว่าเขาจะสนใจ พอเขารู้ว่าเธอหิวก็รีบไปจัดของกินที่มีประโยชน์มาให้ กำชับว่าให้ทานบ่อยๆไม่ต้องมาก อย่าปล่อยให้ท้องร้องอาจหน้ามืดได้ หญิงสาวอดหวนคิดถึงวันคืนที่เกาะไม่ได้ เขาเอาใจใส่ดูแลเธอตลอด

    จู่ๆศตวรรษก็โพล่งขึ้น “จำได้รึเปล่าที่เจอกันครั้งแรก ผมก็ทำข้าวให้นุศกินแบบนี้” เธอแอบยิ้ม เขาพรั่งพรูความในใจ “ผมรักนุศตั้งแต่ตอนนั้นแหละรู้ไหม รักตั้งแต่ตอนที่ยังไม่รู้ว่านุศเป็นใคร แต่พอได้รู้ว่านุศเป็นเจ้าหนี้ ถึงได้รู้ว่าเรารักกันไม่ได้ ผมรักนุศก่อนทั้งๆที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ ผมไม่รู้ว่าเรามาถึงจุดที่ใครเลิกรักก่อนแล้วชนะได้ยังไง แต่ผมยอมแพ้แบบไม่อาย เพราะผมคงเลิกรักนุศไม่ได้ ผมไม่เก่งอย่างนุศหรอกที่จะทนเห็นเรากลับมาเป็นคนแปลกหน้าได้...อีก 3 วันถึงกลับมารักผมไม่ได้ ก็อย่าเกลียดกันไปกว่านี้เลยนะ”

    อนุศนิยาเห็นเขาทำท่าจะก้มจูบแล้วเปลี่ยนใจหันหลังเดินออกไปก็น้ำตาซึมอย่างไม่รู้ตัว รู้ว่าตัวเองกำลังจะหวั่นไหว พยายามปาดน้ำตาไม่ยอมที่จะแพ้ใจตัวเอง

    ooooooo

    และแล้ววันที่โสมมิกาต้องขึ้นเครื่องบิน เธอก็หนีไปจนได้ อุดมศักดิ์เครียดจัดสั่งเก็บศตวรรษก่อนที่โสมมิกาจะไปหา ขณะเดียวกัน โสมมิกาหาที่ถ่ายเอกสารบางอย่างมากมาย เพื่อเอาไปแจกตามสถานีรถไฟฟ้า และแจกว่อนในโรงพยาบาล รวมทั้งปล่อยคลิปในโลกโซเชียล

    วันต่อมา ขณะที่ศตวรรษกำลังเดินเลือกซื้อของอยู่ที่แผนกเด็กในคาซ่าสตูดิโอ จู่ๆก็มีสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น ลูกค้าในห้างแตกตื่นหนีกันจ้าละหวั่น...อนุศนิยาอยู่ในห้องทำงานตกใจรีบสั่งการให้ทุกฝ่ายตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น ใบเฟิร์นกับประภาดำเนินการ ศตวรรษเป็นห่วงอนุศนิยาจะรีบไปหาก็เจอเด็กคนหนึ่งยืนร้องไห้หาแม่อยู่ จึงอุ้มวิ่งลงบันไดมาจนพบพ่อแม่เด็ก แล้วเขาก็จะกลับขึ้นไปชั้นผู้บริหาร เจอประภากลางทาง เธอบอกเขาว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น อนุศนิยาอยู่กับเจ้าหน้าที่ด้านบน เขาตัดสินใจจะไปหาเธอ

    ที่ชั้นบนยังมีลูกค้าวิ่งแตกตื่น ศตวรรษเห็นอนุศนิยายืนอยู่ไกลๆก็ตะโกนเรียกเธอ อนุศนิยาหันมาเห็นศตวรรษก็จะฝ่าผู้คนไปหาเขา แต่แล้วมีชายฉกรรจ์คนหนึ่งเดินสวนกับศตวรรษ ศตวรรษจำได้ว่าเป็นคนของอุดมศักดิ์ก็ชะงัก ชายฉกรรจ์พุ่งเข้ากระแทก อนุศนิยาเห็นศตวรรษถูกชนล้มลงก็ตกใจ ชายฉกรรจ์ผละหนีเผยให้เห็นว่ามีมีดปักอยู่ที่ท้องศตวรรษเลือดอาบ เธอกรีดร้องลั่นวิ่งเข้าไปประคองเขาไว้ รปภ.วิ่งมาที่อนุศนิยา เธอสั่งให้เรียกรถพยาบาลด่วน แล้วหันมากอดศตวรรษไว้ พร่ำบอก

    “อย่าเป็นอะไรนะ” ศตวรรษยังมีสติบอกเขาไม่เป็นไร “ทำไมเลือดไหลเยอะอย่างนี้ล่ะ”

    “ใจเย็นๆเดี๋ยวลูกตกใจ” ศตวรรษกลับปลอบ ทำให้อนุศนิยายิ่งสะเทือนใจกอดเขาแน่น

    เตียงศตวรรษถูกเข็นจะเข้าห้องฉุกเฉิน อนุศนิยากุมมือเขามาตลอดทาง ชาครีย์เห็นก็รู้ว่าเธอยังตัดใจจากศตวรรษไม่ได้ สีหน้าศตวรรษซีดลงมาก เขาเริ่มหายใจติดขัดแทบลืมตาไม่ไหว แต่เขาก็บีบมืออนุศนิยาบอกก่อนจะเข้าห้องฉุกเฉิน

    “ใกล้จะครบ10วันแล้ว อยู่กับผมก่อนได้ไหม”

    อนุศนิยาน้ำตาพรั่งพรูที่ศตวรรษยังห่วงกลัวตนจะทิ้งเขาไป แล้วมือเขาก็คลายร่วงลง เธอใจหายวาบพร่ำเรียกชื่อเขาไม่ขาดสาย...

    มิรันตรีกำลังจะไปโรงพยาบาลได้รับใบปลิวก็ตกใจ...หมอณัฐพาเสาวรสมาโรงพยาบาล อังกาบบอกอาการศตวรรษแทนอนุศนิยาที่ยังเสียขวัญอยู่ว่า ศตวรรษโดนแทงเข้าที่ตับ หลอดเลือดดำฉีกขาดกำลังผ่าตัด ชยากรแทรก

    “เห็นว่าเขาได้รับบาดเจ็บมาก่อนหน้านี้จนซี่โครงหัก เกิดอะไรขึ้น!”

    “พวกโสมมิกาขู่จะเก็บไอ้วรรษที่มันไปเป็นพยานในคดี” หมอณัฐเล่า เสาวรสเล่าเสริมถึงเรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้น อนุศนิยาตกใจไม่เคยรู้มาก่อน

    “เขาคงไม่อยากให้หนูทุกข์เวลาที่อยู่กับเขาละมั้ง เขาขอกลับไปอยู่กับหนูทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่รอดถึง 10วันรึเปล่าด้วยซ้ำ มันส่งคนมาดักซุ่มทุกวัน แต่เขาก็ยังอยากดูแลหนู อยากดูแลลูกให้ดีที่สุด”

    อนุศนิยากำลังช็อกกับสิ่งที่ได้ฟัง ไม่ทันไรมิรันตรีเอาใบปลิวมาให้ดูเป็นสัญญารับสภาพหนี้ของศตวรรษ และยังมีคลิปเสียงของอนุศนิยาแชร์ไปทั่วโซเชียลแฉว่าเขาเป็นสามีเงินผ่อน...วรรษเป็นผู้ชายของฉัน ฉันซื้อเขามาตั้ง 60ล้าน ฉันมีสิทธิ์ในตัวเขาทุกอย่าง เขาเป็นเหมือนของของฉัน เธอคิดว่าฉันจะปล่อยเขาให้ไปอยู่กับผู้หญิงอย่างเธอง่ายๆน่ะเหรอโสม ไม่มีทาง! เอาเป็นว่าฉันยังใช้ของชิ้นนี้ยังไม่คุ้มก็แล้วกัน แต่ถ้าฉันเบื่อเมื่อไหร่ ฉันอาจจะยกเขาให้เธอฟรีๆก็ได้...

    ทุกคนตกใจที่เป็นเสียงของอนุศนิยาจริงๆ อนุศนิยาจนมุมไม่ได้เจตนาอย่างที่พูดเพียงเอาคืนโสมมิกาเท่านั้น ไม่คิดว่าเธอจะเล่นสกปรกแบบนี้...ชยากรกับมิรันตรีคิดว่าโสมมิกาตั้งใจประจานศตวรรษให้หมดความเชื่อถือที่เป็นพยานเอาผิดเธอ

    เมื่อศตวรรษผ่าตัดเสร็จยังไม่ฟื้น อนุศนิยาเข้ามายืนมองน้ำตาไหลพราก คิดถึงคำพูดของเขาเมื่อวานที่เขายอมรับว่าหึงตนกับชาครีย์และพรั่งพรูความในใจออกมาจนหมด อนุศนิยากุมมือศตวรรษร่ำไห้ “ชาตินี้ไม่รู้จะต้องพูดคำว่า...ขอโทษ...กับคุณกี่ครั้ง แต่นุศอยากให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ช่วยตื่นมาฟังหน่อยได้ไหม แล้วนุศสัญญาต่อไปนี้จะไม่ใจร้ายกับคุณอีก...”

    เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลต่างพูดคุยถึงเรื่องคลิปและใบปลิวว่าไฮโซอย่างอนุศนิยาไม่มีปัญญาหาสามีแบบคนปกติ อนุศนิยาได้ยินพยายามแข็งใจไม่ตอบโต้... เสาวรสนั่งอ่านข่าวกอสซิปขณะเฝ้าไข้ศตวรรษ ถอนใจกลัดกลุ้ม ลูบหัวลูกปลอบ ใครจะมองลูกอย่างไรลูกแม่ก็ดีที่สุด

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 06:56 น.