ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ศตวรรษแปลกใจที่จู่ๆชยากรโทร.มา จึงนัดเจอที่หน้าอำเภอเพราะกำลังจะไปพบทนายเพื่อจดทะเบียนหย่า...ในขณะที่อุดมศักดิ์กำลังเพลิดเพลินกับอีหนูต้องตกใจเมื่อลูกน้องรายงานว่า ตำรวจออกหมายจับโสมมิกา เขาแค้นใจมากที่ศตวรรษหักหลัง

    หน้าสำนักงานเขต ทนายแปลกใจว่าชยากรมาทำไม ...ศตวรรษกับชยากรแยกไปคุยลำพัง ชยากรเปิดฉากถามว่าเขาให้สัญญาณโทรศัพท์ของโสมมิกาแก่ตำรวจหรือ ศตวรรษรับว่าใช่ตอนเกิดเหตุตนคุยโทรศัพท์อยู่กับเธอ ชยากรสงสัยเขาตั้งใจเอาผิดโสมมิกาแล้วทำไมไม่บอกอนุศนิยา ปล่อยให้เข้าใจไปว่าเขาเข้าข้างคนผิด

    “ผมพยายามบอกแล้ว แต่ปัญหาก็คือเธอไม่เชื่อใจผม”

    “นายเก็บของออกจากบ้านไปไม่หมด ยังลืมไอ้นี่เอาไว้” ชยากรส่งพวงกุญแจบ้านให้

    ศตวรรษส่ายหน้า ชยากรย้ำนี่คือกุญแจบ้านเขากับโสมมิกา ศตวรรษเหนื่อยใจ “ผมเคยบอกแล้วว่าผมไม่เคยไปเหยียบที่นั่น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบ้านหลังนั้นอยู่ที่ไหน ถึงรู้ก็ไม่คิดจะไป”

    ชยากรจับตามองพิรุธก่อนจะยื่นนาฬิกาให้ศตวรรษรับว่านี่ใช่ของตนแต่หายไป ชยากรบอกว่าของใช้ของเขาไปอยู่ที่บ้านหลังนั้น ทำให้อนุศนิยาเชื่อว่าเขาอยู่กับโสมมิกาที่นั่น ทนายความเร่งให้เข้าไปเซ็นใบหย่า ชยากรถามศตวรรษอยากหย่าหรือ เขาสวนตนยังมีทางเลือกหรือ

    “มารับผิดชอบลูกนายซะ ฉันไม่ยอมให้นุศ ท้องไม่มีพ่อหรอกนะ” ศตวรรษตะลึง “ลูกนายยังไม่ตาย ฉันช่วยนายได้มากที่สุดก็แค่นี้ ที่เหลือนายต้องเคลียร์กับนุศเอาเอง” ชยากรเน้น

    ศตวรรษยังงุนงงไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน...เย็นวันนั้น อนุศนิยามางานรับรางวัลงานดีไซน์ยอดเยี่ยม มิรันตรีกับชาครีย์แอบกระซิบกันเรื่องอนุศนิยาไม่ได้แท้ง มิรันตรีเห็นว่าถ้าท้องไม่มีพ่อก็ยังดีแต่นี่เล่นเชิดลูกหนี ชาครีย์เห็นว่าดีเมื่อไม่อยากทนให้ผู้ชายโง่ๆมาเกาะกินทั้งชีวิต

    “เลยอยากจะอาสาเป็นพ่อของลูกเขาใช่ไหมล่ะ ถามนุศเขาก่อนนะว่าเขาจะเลือกครีย์มะ”

    ชาครีย์หงุดหงิดที่มิรันตรีกันท่า...ระหว่างนั้น อนุศนิยานั่งรอขึ้นรับรางวัลหน้าเวที ประภาเข้ามากระซิบว่าทนายโทร.บอกว่าศตวรรษเบี้ยวไม่ยอมหย่า อ้างว่าจะเคลียร์กันก่อน พิธีกรกล่าวเชิญอนุศนิยาขึ้นรับรางวัล เธอรีบเก็บอาการไม่พอใจ ยิ้มแย้มขึ้นเวทีด้วยมาดนักธุรกิจ

    ศตวรรษวิ่งกระหืดกระหอบมาที่งาน เห็นอนุศนิยากำลังให้สัมภาษณ์บนเวทีถึงโซฟาคอลเลกชั่นโอบ...ที่ได้รับรางวัล ชาครีย์ร่วมอธิบายถึงแรงบันดาลใจว่าอยากให้มีเฟอร์นิเจอร์ในบ้านที่โอบกอดคนในครอบครัวไว้ด้วยกัน ได้แชร์เวลาอันมีค่าด้วยกัน อนุศนิยาเสริม

    “ในแง่ของการใช้งาน โซฟาตัวนี้จะต้องตอบสนองไลฟ์สไตล์คนในปัจจุบันและเอื้อให้คนในบ้านได้มาใช้งานในเวลาเดียวกันโดยไม่รู้สึกสูญเสียความเป็นส่วนตัว”

    แขกในงานยกมือถามจะสู้ต่างชาติได้ไหม ชาครีย์ตอบแทนว่าต่างชาติยอมรับในฝีมือคนไทย งานนี้เราพูดได้เต็มปากว่าเมดอินไทยแลนด์ ศตวรรษยกมือถาม “คุณคิดยังไงถึงขโมยไอเดียของคนอื่นไปขายโดยไม่ให้เครดิตเจ้าของไอเดียเขาครับ...เท่าที่ผมเข้าใจคุณพัฒนาสินค้า
    ออกมาตามไอเดียที่คุณได้จากผม ผมว่ามันไม่แฟร์ที่อยู่ๆ พวกคุณจะชิงได้หน้ากันแค่สองคน”

    ทุกคนหันมอง อนุศนิยาแทบลมจับเมื่อเห็นศตวรรษมาป่วน มิรันตรีแปลกใจจะทำอะไร ศตวรรษอ้างขอความเป็นธรรม ตนควรมีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของผลงานที่ตนสร้างขึ้นมา หรือว่าเรื่องจริยธรรมมันไม่สำคัญกับคาซ่า อนุศนิยาทนไม่ไหวลุกขึ้นจ้องหน้า “ทำเกินไปแล้วนะ!”

    “ตอนนี้ไม่ใช่แค่ไอเดียด้วยนะที่คุณขโมยผมมา จะให้บอกอีกไหมว่าคุณกำลังรวมหัวกันโกงอะไรไปจากผม”

    ชาครีย์หันมองมิรันตรี เธอโบกมือทำนองไม่ได้ปริปากบอกอะไร แขกในงานจ้องมายังอนุศนิยา เธอทนไม่ไหวตัดสินใจวิ่งลงจากเวทีออกจากห้องประชุม ศตวรรษวิ่งตาม ทุกคนฮือฮาว่าเกิดอะไรขึ้น ชาครีย์เป็นห่วงแต่ต้องอยู่แก้สถานการณ์

    อนุศนิยาแค้นใจ พอศตวรรษตามมาจึงตบหน้าเขาฉาด “อีกแล้วนะ ฉีกหน้าฉันกี่ครั้งแล้ว”

    “คุณต่างหากที่เป็นฝ่ายไม่ไว้หน้าผม”

    “เป็นบ้าอะไรขึ้นมา ไม่ยอมไปหย่าแล้วยังมีหน้ามาหาเรื่องฉันอีก”

    “คุณหลอกให้ผมไปหย่าจะได้ขโมยลูกไปเป็นของคุณคนเดียวใช่ไหมล่ะ...ผมรู้เรื่องที่คุณโกงลูกผมแล้ว คุณโกหกว่าแท้งเพราะจะเก็บลูกไว้กับตัวใช่ไหม”

    อนุศนิยาตวาด น้ำหน้าอย่างเขาเป็นพ่อใครไม่ได้ เขาสวนตนเลวตรงไหน เธอว่าเขาทำชีวิตเธอตกต่ำ แต่เขาก็เถียง มันไม่ได้แปลว่าจะเป็นพ่อคนไม่ได้ เธอหาว่าเขาคิดเกาะลูกกิน

    “อะไรทำให้คุณคิดอย่างนั้น จะต้องให้ผมพิสูจน์อีกกี่ครั้งว่าผมไม่เคยหวังเงินคุณเลย”

    “คุณทรยศฉัน ยังจะให้ฉันเชื่อคำพูดคุณอีกเหรอ”

    ศตวรรษเหนื่อยกับการต้องแก้ตัว ถึงเธอเกลียดตนแต่เธอก็ไม่มีสิทธิ์ยึดลูกไว้ เธอโวยว่าเขาไม่มีปัญญา

    ดูแลใครได้ ยอมรับความจริงเสียที...อนุศนิยาเห็นคนมุง เริ่มรู้สึกอับอายจึงวิ่งหนี ศตวรรษเห็นชาครีย์ตามจึงรีบวิ่งไปตัดหน้า อนุศนิยาวิ่งลงบันไดสะดุดจะล้ม ศตวรรษกระโจนเข้ารั้งตัวเธอมากอดไว้ทันแล้วทวงบุญคุณ “เห็นรึเปล่าถ้าไม่มีผมคุณจะเป็นยังไง”

    อนุศนิยาผลักเขาออก ชาครีย์มาถึงเข้าขวางปกป้องอนุศนิยา ศตวรรษไม่พอใจ “ผมจะทำอะไรเขาทำไม ถามเขาดีกว่าว่าจงใจทำตัวเองรึเปล่า” อนุศนิยาปรี๊ดที่ศตวรรษหาว่าตนจงใจทำตัวเองให้ล้ม เขายั่ว “ใครจะรู้ คุณเกลียดผมออกอย่างนั้น ถ้าไม่มีเด็กคนนี้ก็คงดีใช่ไหมล่ะ ผมไม่ไว้ใจให้ลูกอยู่กับผู้หญิงใจดำอย่างคุณหรอกนะ เพราะไม่รู้ว่าคุณจะฆ่าเขาวันไหน...ผมจะไม่หย่าจนกว่าจะแน่ใจว่าเด็กออกมาปลอดภัย แล้วค่อยมาว่ากันว่าเด็กคนนี้จะเป็นของใคร”

    “นี่กล้าต่อรองกับฉันเหรอ”

    “เขาเป็นลูกเราสองคน คุณจะชุบมือเปิบเอาไปคนเดียวได้ยังไง ยิ่งพวกที่ไม่ได้ออกแรงทำ ยิ่งไม่มีสิทธิ์เข้าไปใหญ่” ศตวรรษปรายตาไปทางชาครีย์

    อนุศนิยาทั้งโกรธทั้งอายพูดไม่ออก ศตวรรษสะใจตอกย้ำ เห็นตนยอมเลยได้ใจ ตนเป็นพ่อเด็กไม่ใช่ชาครีย์ อนุศนิยาตอกกลับด้วยความโกรธว่าอีกหน่อยอาจใช่ก็ได้ ทั้งสองหนุ่มชะงัก ชาครีย์ดีใจที่ตัวเองมีโอกาส แต่ศตวรรษกลับหงุดหงิดไม่พอใจ

    ooooooo

    แม้จะปากร้ายดุดันอย่างไรแต่ใจจริงอุดมศักดิ์รักลูกมาก เขาให้ลูกน้องพาโสมมิกาหนีไปอยู่ที่อื่นก่อนจะโดนจับ และยังสั่งลูกน้องควานหาตัวศตวรรษกับเสาวรส

    หลายวันที่ผ่านมาเป็นการถกเถียงกันระหว่างอนุศนิยากับศตวรรษผ่านทนายความ ศตวรรษได้รับแจ้งว่าถ้าไม่ยอมหย่าจะถูกอนุศนิยาฟ้องหย่า ฐานทำให้เธออับอายเสียเกียรติ เจ็บช้ำ เขาต้องชดใช้หลายล้าน เขาจึงสวนจะฟ้องกลับว่าเธอยักยอกเอาลูกตนไปยกให้ชายอื่น ตนจะสู้ทุกทางเพื่อให้ได้ลูกมาเลี้ยงดู อนุศนิยาโต้ หนี้ที่ต้องใช้ปีละ 20 ล้านยังหาไม่ได้แล้วจะเอาปัญญาที่ไหนมาเลี้ยงลูก ศตวรรษสรุป ตนขาดความเป็นพ่อเพราะเรื่องเงินเท่านั้นใช่ไหม แล้วถ้าตนหาเงินให้เธอได้ปีละ 20 ล้าน เธอจะยกลูกให้ตนไหม

    อนุศนิยาปรี๊ด ระบายกับนันทพลว่าศตวรรษพยายาม แต่จะเอาชนะ ไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย นันทพลแย็บที่พยายามจะรับผิดชอบไม่เรียกว่าลูกผู้ชายหรือ เธอหาว่าเขาเอาลูกมาเป็นตัวประกันเท่านั้น นันทพลตัดสินให้ว่า...ทิ้งไพ่วัดใจไปเลย ถ้าไปหย่าใน 3 วันจะยกหนี้ 40 ล้านที่เหลือให้ อนุศนิยาไม่ยอมหาว่าที่เขารอก็เพื่อจะฟังคำนี้ นันทพลย้ำ

    “นุศอยากหย่ากับเขาจะตาย ยก 40 ล้านให้เขา ตัดรำคาญไปไป๊”

    อนุศนิยาไม่ยอม นันทพลสรุปจะได้รู้ว่าศตวรรษเห็นเงินดีกว่าเลือดเนื้อเชื้อไขตัวเอง...จากนั้นทนายความมาบอกศตวรรษ เขาเครียดแต่ไม่ถอดใจ คว้าโทรศัพท์ส่งข้อความยั่วอนุศนิยา

    “ผมเป็นพ่อพันธุ์ชั้นดี 40 ล้านไม่คุ้มกับลูกที่จะเกิดมาเป็นทายาทมหาเศรษฐีระดับพันล้าน ผมขอคิดค่าสเปิร์มซัก 60 ล้าน ถ้าตกลง ผมจะหย่าให้พรุ่งนี้”

    ไม่นานอนุศนิยาโทร.มาโวยดั่งใจคิด “จะเกาะลูกกินให้ได้ใช่ไหม ไม่จ่ายหรอกนะไอ้ค่าทำพันธุ์อะไรเนี่ย” ศตวรรษหัวเราะชอบใจงั้นไม่ต้องหย่า “ไม่ได้! ฉันทนคุณอีกต่อไปไม่ไหว”

    “ผมไม่ใช่ทิชชู ใช้แล้วจะได้ทิ้ง ไม่พอใจก็ไปหยิบแผ่นใหม่ ผู้หญิงดีๆเขาไม่ทรีทสามีเหมือนทิชชูใช้แล้วแบบนี้หรอก”

    อนุศนิยาโกรธมากตัดสายโยนมือถือลงบนเตียง ด้านศตวรรษยิ้มอิ่มเอมใจ

    ooooooo

    หลายวันผ่านไป อนุศนิยาได้ยินบรรดาอาๆดูถูกว่าไม่นานก็คงจะหลงผัวตามเดิม ทำเป็นบอกจะเลี้ยงลูกคนเดียว เก่งแต่ปาก...จึงตัดสินใจเลื่อนวันเดินทางเข้ามา ชยากรมาบอกศตวรรษที่โรงพยาบาล วันที่มาตรวจเช็กร่างกายเพื่อเตรียมเปลี่ยนไตให้นันทพล

    ชยากรบอกว่าแผนเตะถ่วงของศตวรรษไม่ได้ผล ศตวรรษหนักใจไม่รู้จะทำอย่างไรให้เธอยอมยกโทษ ชยากรบอกอนุศนิยาไม่ได้เล่นตัวแต่เสียศูนย์ทั้งเจ็บทั้งอายเพราะเขาทำให้ตกเป็นขี้ปากใครๆ ถ้าอยากให้คืนดีต้องทำให้เธอเชื่อใจให้ได้ ศตวรรษบอกพยายามอยู่ไม่ได้ถอดใจ

    “รีบพิสูจน์ให้เธอเห็นว่านายจะไม่ทำให้เธอเสียใจ ถ้าปล่อยให้เธอทำใจอยู่โดยไม่มีนายได้ นายจะไม่มีวันได้กลับเข้าไปในชีวิตเธออีกเลย”

    ศตวรรษเครียดไม่รู้จะทลายกำแพงในใจอนุศนิยาอย่างไรดี...ในขณะเดียวกัน ชาครีย์พยายามใกล้ชิดอนุศนิยา ระหว่างที่ช่วยกันออกแบบตู้ อนุศนิยาวาดแบบให้มีลิ้นชักมากๆเพราะผู้หญิงชอบใส่ของกระจุกกระจิก ชาครีย์โอบด้านหลังจับมือเธอวาดแบบทำทีอธิบาย

    “เขาว่าถ้าอยากจัดระเบียบชีวิต คนเราก็ต้องเลือกทิ้งของไม่จำเป็นออกไปบ้าง แต่ปัญหาก็คือเรามักไม่กล้าทิ้งอะไรออกไปจากชีวิต เพราะมัวแต่เสียดาย ถ้าตัดสินใจไม่ได้ว่าควรทิ้งอะไร ให้เลือกถามตัวเองแทนว่า อยากอยู่กับสิ่งไหนตลอดไป นุศคิดสิว่าในชีวิตที่เหลืออยู่ นุศอยากเก็บใครไว้ในชีวิตนุศบ้าง”

    อนุศนิยารู้สึกอึดอัดที่หน้าชาครีย์มาชิดใกล้ แต่ก็สะดุดหูว่าเขากำลังให้ทบทวนเรื่องของศตวรรษ เธอจึงนิ่งครุ่นคิด...ศตวรรษมาเห็นภาพบาดใจและได้ยินคำพูดของชาครีย์ที่ว่า

    “ถ้านุศไม่ทิ้งคนเก่า นุศจะจัดระเบียบชีวิตตัวเองไม่ได้ ถ้านุศยังไม่พร้อมที่จะอยู่คนเดียว เราพร้อมจะดูแลนุศกับลูกให้มีชีวิตใหม่ได้...ผู้ชายคนนั้นไม่ได้จำเป็นกับชีวิตนุศ อย่าปล่อยให้เขามาถ่วงชีวิตนุศอีกเลยนะ หย่ากับเขาแล้วเรามาเริ่มต้นกัน ไม่ใช่แค่คาซ่าแต่เราสัญญาว่า เราจะออกแบบชีวิตให้นุศกับลูกใหม่ทั้งหมด”

    อนุศนิยาอึ้ง ศตวรรษเสียใจหันหลังเดินไป ประภาเข้ามารายงานว่าศตวรรษรอพบ อนุศนิยาหงุดหงิดใจขึ้นมาทันที...ศตวรรษรอที่ห้องทำงาน เห็นพาสปอร์ตอนุศนิยาวางอยู่ พอเธอเข้ามาเขาก็ต่อว่า กลัวจนเตรียมพร้อมจะหนีอย่างนี้เลยหรือ เธอสวนไม่ได้กลัวแต่รำคาญคนแบบเขา

    “หมดเรื่องโสมแล้ว ยังไม่เชื่อใจผมอีกรึไง”

    “หนีคดีอยู่อย่างนี้ ถ้าขืนเรายังไม่หย่ากัน เขาคงแล่นมาฆ่าฉันสักวัน”

    ศตวรรษสวนตนถึงต้องอยู่ดูแล อนุศนิยาว่าเขาหาเรื่องเดือดร้อนมาให้มากกว่า ศตวรรษคิดแผน “เอาอย่างนี้ ถ้าอยากหย่า แทนที่จะจ่ายเงิน นุศจ่ายเป็นเวลาให้ผมได้ไหม ผมไม่เอาเงินสักบาทก็ได้ แต่ขอเวลา 10 วันให้เราได้กลับมาคบกันใหม่ ถ้า 10 วันนี้นุศพิสูจน์ให้เห็นว่าอยู่โดยไม่มีผมได้ นุศไม่ต้องไปหรอก ผมจะไปเอง แล้วชาตินี้นุศจะไม่ได้เห็นหน้าผมอีกเลย”

    หญิงสาวอึ้งกับเงื่อนไขนี้ ตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าเขาจะเสียเวลาเปล่า ชายหนุ่มย้ำมันคุ้มที่จะเขี่ยตนออกจากชีวิต “ครั้งหนึ่งนุศก็เคยคิดว่ารักคนอย่างผมไม่ได้ แต่ผมก็เคยเปลี่ยนใจนุศได้ 10 วันนี้ผมจะทำให้นุศกลับมารักผมให้ได้”

    อนุศนิยามองแหวนแต่งงานครุ่นคิด ชาครีย์เคาะประตูเปิดเข้ามาพอเห็นศตวรรษก็กังวลใจชวนอนุศนิยา

    กลับบ้าน ศตวรรษเร่งให้เธอตัดสินใจ พ้น 10 วันแล้วเธอจะยกลูกให้ใครตนก็ไม่ว่าถ้าเปลี่ยนใจเธอไม่ได้ ศตวรรษยึดพาสปอร์ตอนุศนิยาไว้...อนุศนิยาคิดหนักเรื่องชาครีย์คิดกับตนมากกว่าเพื่อน ตัดสินใจสวมแหวนแต่งงานกลับเข้านิ้ว แล้วลุกขึ้นบอกชาครีย์ว่าวันนี้จะกลับบ้านกับศตวรรษ ชาครีย์เหวอ ศตวรรษยิ้มเย้ยแกล้งจูงมือภรรยาเดินออกไป

    แต่พอมาถึงที่จอดรถ อนุศนิยาก็ย้ำกับศตวรรษว่าแค่ 10 วัน ห้ามตุกติกห้ามยื้อ เขารับคำและบอกว่านับจากพรุ่งนี้เราจะกลับมาเป็นครอบครัวอีกครั้ง ตนจะทำหน้าที่พ่อให้ดีที่สุด จะมารับเธอไปหาหมอ หญิงสาวทำไม่สนใจ เขาชักกังวลว่าเธอจะตุกติกเสียเอง...ขณะเดียวกัน อุดมศักดิ์จอดรถซุ่มดูความเคลื่อนไหวของศตวรรษด้วยความเจ็บแค้น

    อนุศนิยามาปรับทุกข์กับมิรันตรี เธอยุให้เพื่อนใจอ่อนเสียที แต่อนุศนิยากลับบอกว่าจะทำให้ศตวรรษถอดใจเผ่นหนีไปก่อน 10 วัน...ด้านเสาวรสพอฟังความตั้งใจของลูกชาย ก็หวั่นใจจะไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าหลาน ศตวรรษปลอบใจอดทนสักระยะเราจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีก

    ooooooo

    วันต่อมานุดีมาหาอนุศนิยา ขอร้องให้ช่วยตกแต่งคอนโดกู้หน้าให้ที เพราะถ้างานนี้ไม่ผ่านคิวซี เธอจะถูกปรับจนหมดทางทำมาหากินแน่ อนุศนิยาถอนใจเพราะนุดีไปเสนอราคาตัดหน้าคาซ่า แต่แล้วก็ทำงานให้สินค้าได้มาตรฐานไม่ได้ จึงถามถึงอนุกรไม่ช่วยอะไรบ้างหรือ

    “โอย นายเล็กมันหายหัวไปน่ะสิ มันเคยสู้กับอะไรที่ไหน นุศช่วยอาเถอะนะ อารับปากว่าถ้านุศช่วยอา นุศจะให้อาทำอะไรอาก็ยอมทั้งนั้น”

    แต่พออนุศนิยาเอาเรื่องนุดีมาเข้าที่ประชุม บรรดาอาๆทั้งสามไม่เห็นด้วยที่จะช่วยคนโกง อนุศนิยากลับคิดว่าเป็นการซื้อใจ และก็ช่วยให้อนุกรกลับมา...บ่ายวันนั้นศตวรรษมารับอนุศนิยา แต่เธอไปที่โรงงาน เขาโทร.หาเธอก็ไม่รับจึงคิดว่าเธอคงเบี้ยวนัดจึงหอบกระเป๋ากลับมาอยู่ที่บ้านวรเลิศลักษณ์...นันทพลกับอังกาบดีใจ ยิ่งพอรู้ข้อเสนอ 10 วันของเขาก็เอาใจช่วย อังกาบโทร.ไปบอกมิรันตรี ก็รู้ว่าเธอกำลังยุ่งกับการหาช่างซ่อมเครื่องทำน้ำอุ่น จึงเสนอจะส่งช่างไปให้

    ไม่นานชยากรมาที่ห้องมิรันตรีโดยอ้างว่าแม่ให้มาซ่อมเครื่องทำน้ำอุ่น เธอแปลกใจเขาหรือจะเป็นคนซ่อม แต่แล้วก็มีช่างที่เขาพามาด้วยโผล่เข้ามาอีกคน มิรันตรีอายที่ห้องรก ชยากรขำบอกดีแล้วไม่ต้องสร้างภาพ เธอยิ่ง น้อยใจ “นั่นสินะ ถึงอารับไม่ได้ก็ไม่เห็นต้องแคร์อะไร”

    “ที่จริงตอนนี้ฉันก็ลดสเปกลงเยอะแล้ว หน้าตาไม่เกี่ยง นิสัยเอาแค่พอใช้ จะซกมกบ้างก็ไม่เป็นไร” ว่าแล้วก็รู้สึกนั่งทับอะไรบางอย่าง ดึงขึ้นมาเป็นเสื้อใส่แล้วมิรันตรีรีบดึงกลับมาอายๆ “หมอเขาผ่าขี้เลื่อย ออกจากหัวไปด้วยรึไง ถึงเพิ่งมาคิดได้”

    “ฉันก็แค่จะหาคนที่ไตเข้ากันได้ เธอก็รู้ใช่ไหมล่ะว่าฉันกำลังจะบริจาคไตให้พี่พล ดังนั้นในอนาคตเผื่อมีอะไรฉุกเฉินขึ้นมา เธอว่าจะมีใครใจดีอยากสละไตแลกใจกับฉันไหม”

    มิรันตรีหาว่าเห็นแก่ตัว ชยากรแย้งโรแมนติกจะตาย เหมือนพรหมลิขิต เดทแรกเราจะไปตรวจเนื้อเยื่อกัน เธอโวยโรคจิต...พอดีช่างออกมาบอกต้องไปซื้ออะไหล่ มิรันตรีจึงให้มาทำวันหลัง ชยากรแซวกลัวหรือถึงรีบไล่กลับ เธอว่ามันจะค่ำแล้ว ต้องตัดไฟจะอยู่อย่างไร ช่างออกมาโทร.รายงานนันทพล เขาให้ช่างรออีกสองชั่วโมงค่อยกลับเข้าไป อังกาบถามแผนล่อเนื้อเข้าปากเสือจะได้ผลหรือ นันทพลยิ้มๆ “เหยื่ออยู่ตรงหน้าแล้ว ตะครุบไว้ไม่ได้ก็ให้มันเป็นแมวไป”

    มิรันตรีกับชยากรอยู่ในห้องท่ามกลางความมืด ชยากรพยายามจะพูดให้เธอกลับมามีความรู้สึกดีๆต่อกันอีก แต่มิรันตรีระวังตัวตลอดจนเขาต้องรวบรัดดึงมือเธอ มาเพื่อจะสวมแหวน เธอกลับตกใจนึกว่าเขาเกิดอารมณ์หื่นจึงเอาเทียนลนมือเขา ชยากรร้องลั่น มิรันตรีรีบวิ่งไปเอา เก้าอี้มาปีนจะสับคัตเอาต์ ชยากรเข้ารวบตัวเธออุ้มลงมา

    “ขอโทษ...ฉันขอโทษที่ร้ายกับเธอมาตลอด ขอโทษ ที่เคยทำเธอร้องไห้ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ ถ้าฉันสัญญาว่าจะเป็นคนใหม่ เธอจะกลับมารักฉันได้ไหมมิ” มิรันตรี ดิ้นจะสลัดตัวออก ชยากรใช้ไม้ตายยื่นหน้าไปชิดใกล้ “ตอบมาก่อนสิ ถ้าเธอจูบตอบ ฉันถือว่าเธอยกโทษให้นะ”

    มิรันตรีใจเต้นโครมครามตัดสินใจไม่ถูกหลับตาปี๋ ชยากรยื่นหน้าใกล้รอคำตอบ เมื่อเธอไม่ตอบเขากำลังจะจูบ ทันใดเสียงออดประตูห้องดังขึ้น มิรันตรีสะดุ้งรีบไป ส่องตาแมวแล้วต้องตกใจลนลานบอกว่า...พ่อมา...ชยากร เงอะงะหาที่หลบ มิรันตรีเปิดประตู แม่เข็นรถเข็นพ่อเข้ามา ท่าทางทั้งสองเป็นผู้ใหญ่ต่างจังหวัดฐานะปานกลาง มิรันตรีต่อว่าจะมาหาหมอทำไมไม่โทร.บอก

    “ไม่ได้มาหาหมอหรอก พ่อเขาบ่นถึงจนไม่ยอมกินข้าว ก็เลยต้องพามาหา แม่เช่ารถตู้มาอยากเซอร์ไพรส์น่ะ แล้วทำไมอยู่มืดๆอย่างนี้” แม่มองรอบห้องอย่างแปลกใจ

    มิรันตรีรีบบอกว่าช่างกำลังซ่อมไฟ เผอิญพ่อเข็นรถตัวเองสำรวจทั่วห้องจนเจอชยากร ถามเสียงดังลั่นว่าใคร ชยากรรีบบอกว่าตนเป็นช่างซ่อมไฟ แล้วสับคัตเอาต์ให้ไฟสว่าง พอพ่อเห็นหน้าเขาก็ถามอีกว่าใคร มิรันตรีย้ำว่าช่างไฟ พ่อไล่ให้เขากลับ แม่ต้องขอโทษแทนแล้วบอกว่า พ่อเป็นอัลไซเมอร์ อย่าถือสา ชยากรอึ้งไม่เคยรู้เรื่อง ครอบครัวมิรันตรีมาก่อน

    ชยากรออกมาแล้วแต่ยังแอบมองผ่านประตูที่ปิดไม่สนิท เห็นความเอาใจใส่ของมิรันตรีที่มีต่อพ่อแล้วสะท้อนใจ ที่เธอโกรธว่าเขาทำเป็นจำเธอไม่ได้เพราะพ่อของเธอเป็นอัลไซเมอร์นี่เอง เธอคงเจ็บปวดจากการถูกลืมมาก ยิ่งทำให้เขาสงสารเธอมากขึ้น

    ooooooo

    ในตอนเย็นอนุศนิยากลับบ้านเห็นอนุกรนั่งเศร้า อยู่ก็ดีใจ เขาถามอาการพ่ออย่างห่วงใย เธอจึงบอกว่าพ่อเป็นห่วงเขามาก ถ้าเขาพร้อมจะกลับมาทำงานก็เข้าไปขอพ่อด้วยตัวเอง เขาลังเล

    นันทพลนอนฟอกไตอยู่ในห้อง อนุกรเข้ามาเห็นพ่อนอนนิ่งก็ตกใจคิดว่าพ่ออาการหนัก พอพ่อเอ่ยขอน้ำ เขาจึงรีบยกแก้วน้ำไปให้ นันทพลเห็นลูกชายกลับมาก็ดีใจแกล้งเหน็บว่าจะมาขายไตให้หรือ ข้างละเท่าไหร่ อนุกรทำหน้าน้อยใจ นันทพลเห็นลูกชายจะเดินออกไปก็กล่าว

    “ถึงยกไตให้ไตเราก็ไม่น่าจะเข้ากันได้ เราสองคน ไม่เคยมีอะไรที่มันเข้ากันได้ซักอย่าง...”

    “เพราะอย่างนี้พ่อถึงรักลูกสองคนไม่เท่ากันใช่ไหม” อนุกรพูดด้วยความน้อยใจ

    นันทพลติงจะเป็นพ่อคนแล้วยังคิดไม่เป็นอีก แล้วถามลูกเขาผู้หญิงหรือผู้ชาย อนุกรส่ายหน้า นันทพลให้ไปทำอัลตราซาวนด์ดูเพราะอยากรู้ อนุกรอึ้งที่พ่อสนใจแต่ทำเก๊ก นันทพลแกล้งแช่งให้ลูกของอนุกรเกิดมาดื้อเหมือนเขา จะได้รู้ว่าต่อให้ลูกไม่เอาไหน นอกคอกอย่างไรก็ไม่มีวันตัดขาดได้ อนุกรรีบบอกว่าไม่ได้อยากทรยศไปเข้าข้างนุดี แค่อยากพิสูจน์ตัวเองให้มีค่าในสายตาพ่อบ้าง นันทพลสะอึก “อย่างน้อยแกก็ไม่ทิ้งฉันตอนที่ฉันจะตายละนะ”

    “ถ้าอยากเห็นเล็กเป็นผู้เป็นคนก็อย่าเพิ่งตาย ไม่ใช่แค่เอาตัวเองรอด สัญญาว่าวันหนึ่งเล็กจะเลี้ยงพ่อให้ได้”

    นันทพลไม่คาดคิดว่าลูกชายจะคิดได้ ปลื้มใจแต่แกล้งเหน็บ จะคอยดูว่าตัวเองจะอดตายตอนแก่ไหม อนุกรขอกลับมาทำงานที่คาซ่า สัญญาจะเป็นคนใหม่ให้พ่อคอยดู อนุศนิยาโล่งใจ

    แต่พออนุศนิยาขึ้นมาบนห้องต้องตกใจที่เห็นศตวรรษเพิ่งอาบน้ำเสร็จออกมาจากห้องน้ำ จึงโวยมาได้อย่างไร เขาเย้า “อยากเบี้ยวนัดผมทำไม คุณตั้งใจโกงให้ผมเสียเวลาไปฟรีๆหนึ่งวัน ผมก็เลยต้องมาทดเวลาเอาตอนนี้ไง”

    อนุศนิยาไล่ให้เขาออกไป แต่ศตวรรษแกล้งลงนอนบนเตียงบอกเราตกลงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม 10 วัน ว่าแล้วก็ตบที่นอนข้างตัว อนุศนิยาตวาดไม่ได้ ศตวรรษแหย่ไม่ได้คิดอะไรกับตนแล้วจะกลัวทำไม หรือกลัวจะตัดใจไม่ได้ หญิงสาวปรี๊ดจะออกจากห้องเอง เขาคว้ามือห้าม “โอเค...ไม่นอนด้วยกันก็ได้ เลือกเอาว่าจะทนอีก 9 วัน หรือจะถอดใจแพ้แล้วอยู่กันไปทั้งชีวิต”

    อนุศนิยามองศตวรรษหยิบหมอนลงไปนอนกับพื้นอย่างไม่ไว้ใจ เขาบอกให้เธอรีบนอน พรุ่งนี้จะพาไปฝากท้อง ถ้ายังดื้อก็จะทดเวลาออกไป ไม่รักก็อย่าถ่วงเวลาเดี๋ยวจะทำใจเลิกไม่ได้

    ooooooo

    รุ่งเช้า อนุศนิยาคุยผ่านกล้องโน้ตบุ๊กกับลูกค้าต่างชาติอยู่ที่โต๊ะทำงาน ศตวรรษหน้าหงิกรอ พอเธอคุยเสร็จเขาก็ตำหนิคิดจะเบี้ยวเวลากันหรือ เธอสวนเวลาเธอเป็นเงินเป็นทอง เขาประชดในเมื่อรักเงินมากตนจ้างชั่วโมงละแสน เธออึ้งแต่ก็ตกลงให้เวลาเขาชั่วโมงละแสน

    พอมาถึงโรงพยาบาล ระหว่างนั่งรอ อนุศนิยาเห็นหญิงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่มีสามีประคองมา ก็อดนึกถึงตัวเองเวลาท้องแก่ไม่ได้ ศตวรรษเห็นสายตาก็รู้ทันถือโอกาสขู่ “เห็นรึเปล่า ถ้ามาคนเดียวเด็กคงมีปมด้อยแย่” อนุศนิยาสวนว่าเธอไม่ใจเสาะ “ผมรู้ว่าคุณเก่ง แต่ที่ผมรู้มากกว่านั้นคือ การที่ผู้หญิงเลี้ยงลูกคนเดียวมันเหนื่อยแค่ไหน ผมโตมากับภาพที่เห็นแม่ผมแอบร้องไห้เพราะแม่ต้องเหนื่อยเลี้ยงผมคนเดียวโดยไม่มีพ่อ นุศไม่รู้หรอกว่าตัวเองกำลังจะเจอกับอะไร”

    คำพูดนั้นสะดุดใจอนุศนิยาแต่เธอวางฟอร์มไม่กลัว...ในบริเวณนั้นมีลูกน้องอุดมศักดิ์ปะปนเฝ้ามองอยู่ พออนุศนิยาเข้ามาให้หมอณัฐตรวจทำอัลตราซาวนด์ หมอให้ศตวรรษมองจอว่าลูกหน้าตาเหมือนใคร และอธิบายถึงการเจริญเติบโต และว่าพอสัปดาห์ที่ 18-20 ให้มาดูใหม่ อนุศนิยาขัดถ้ายังได้มาอีก ศตวรรษมองเธออย่างไม่พอใจ แล้วบอกเพื่อนหมอให้ดูว่าลูกเป็นหญิงหรือชาย หมอณัฐเย้าใจเย็นๆ แล้วบอกให้ไปไว้หนวดเพราะเป็นลูกสาว ดูท่าจะสวยเหมือนแม่

    “แต่อย่าปากจัดได้แม่ก็แล้วกัน” ศตวรรษเหน็บ

    อนุศนิยาค้อนขวับ หมอณัฐบอกลูกเป็นโซ่คล้องใจให้พ่อแม่กลับมาคืนดีกัน อนุศนิยาหน้างอไม่ใจอ่อนง่ายๆ...ศตวรรษเอารูปถ่ายอัลตราซาวนด์มาอวดลูกแพร์และเพื่อนพยาบาล ต่างชื่นชมยินดีด้วย อนุศนิยานึกได้ถามถึงลูกในท้องจีน่า หมอณัฐบอกว่าเธอไม่เคยกลับมาตรวจอีก

    อนุศนิยาแปลกใจมาถึงบริษัทจึงแวะหาจีน่า แต่กลับเห็นเธอถกเถียงอยู่กับพนักงานชายคนหนึ่ง แล้วต้องตกตะลึงเมื่อได้ยินว่าลูกในท้องจีน่าเป็นลูกพนักงานชายคนนั้น และตอนนี้ได้แท้งไปแล้ว อนุศนิยาเข้าไปต่อว่าทำเลวๆแบบนี้กับอนุกรได้อย่างไร จีน่าตาเหลือกแก้ตัวพัลวัน

    “ยังมีหน้ามาโกหก ฉันได้ยินความจริงที่พวกเธอพ่นออกมาหมดแล้ว ใจเธอทำด้วยอะไรถึงกล้าเอาลูกของพวกเธอมายัดให้น้องฉัน เธอนี่มันเลวบริสุทธิ์จริงๆ”

    “ทำยังกะตัวเองเลิศเลอนักนี่ คุณเองก็ใช้เงินซื้อผู้ชายเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”

    “จะพูดทำไม! เดี๋ยวก็ซวยกันหมด...คือผมไม่เกี่ยวนะครับคุณนุศ แผนทุกอย่างมาจากจีน่าคนเดียว” พนักงานชายเอาตัวรอด จีน่าโวยวายด่าว่าหน้าตัวเมีย

    อนุศนิยาไม่สนใจสั่งจีน่าไปสารภาพกับอนุกรไม่อย่างนั้นจะเอาเรื่องให้ติดคุก...จีน่ากลับมาบ้านวรเลิศลักษณ์ รีบเก็บเสื้อผ้าจะชิ่งหนี แต่อนุกรเข้ามาในห้องได้ยินจีน่าคุยโทศัพท์กับแฟนหนุ่มจะมาทิ้งกันแบบนี้ไม่ได้ ได้ยินเรื่องราวที่ตัวเองถูกหลอกทั้งหมดก็โมโหมาก โวยวายไล่จีน่าออกไปจากบ้าน จีน่าแค้นใจลากกระเป๋าลงบันไดมาเจออนุศนิยาก็พาลหาว่าเพราะเธอทำลายครอบครัวตน ตนขอให้ชีวิตครอบครัวเธอพังเหมือนกัน ชยากรกับนันทพลได้ยินเสียงเอะอะรีบเข้ามาดู ทุกคนรู้เรื่องราวทั้งหมดก็สงสารและเห็นใจอนุกร

    จีน่าไม่มีที่ไปมาขอความช่วยเหลือจากโสมมิกา แต่ตัวเธอเองก็ยังเอาตัวไม่รอด จีน่าจึงขายข่าวที่อนุศนิยาหลอกทุกคนว่าแท้งลูก โสมมิกาเจ็บใจมากไม่ยอมพ่ายแพ้อนุศนิยาอีก

    อนุศนิยากลับเข้าห้องเห็นศตวรรษเอาเก้าอี้โยกมาวางไว้บอกว่าแม่ให้เอามาให้บอกคนท้องนั่งแล้วจะดี เธอเหน็บว่าซื้อมาเท่าไหร่ เขาติงเลิกคิดเรื่องเงินสักสิบนาทีได้ไหม แล้วจับเธอนั่งลงถามสบายไหม เธอรู้สึกว่าดี แต่ปากแข็งว่าเขาไร้สาระ เขาจึงบอกว่าด่าอย่างไรก็ไม่ถอดใจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 18:13 น.