ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    มิรันตรีตะลึงกับสิ่งที่เห็นและได้ยินว่าชยากรร่วมมือกับโสมมิกาเพื่อให้อนุศนิยาเลิกกับศตวรรษ ...ชยากรเดินหนีกลับมาที่รถ โสมมิกาวิ่งตามตะโกนจะเอาเช็คให้ได้ ชยากรรีบร้อนขับรถออกไปโดยไม่คาดเบลท์ โสมมิกาเจ็บใจขับรถตาม มิรันตรีรีบขับรถตามไปห่างๆ

    ชยากรเห็นทางกระจกหลังว่าโสมมิกาขับตามมาจึงเร่งเครื่องหนี โสมมิกายิ่งแค้นบึ่งตาม รถมิรันตรีตามไม่ทัน...โสมมิกาเร่งเครื่องตีคู่รถชยากรเบียดให้จอด เขาเร่งเครื่องหนีไปได้ แต่เธอก็แซงซ้ายมาเบียดอีก เขาตกใจหักหลบ เจอรถที่สวนมาจึงหักอีกที รถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง โสมมิกาเบรกเอี๊ยดตกใจกับสิ่ง ที่เกิดขึ้น หน้าตื่นตัวสั่นเทาลงมาดูชยากร เห็นเขาหน้าคว่ำเลือดท่วมไม่ได้สติก็กลัวความผิดเตลิดหนี...

    มิรันตรีขับรถตามมาถึงเห็นรถชยากรก็ตกใจรีบลงมาดู โทร.เรียกรถพยาบาลร้องไห้โฮ กลัวเขาจะตาย

    ทุกคนรู้ข่าวรีบตามมาที่โรงพยาบาล อังกาบเป็นลมไปหลายตลบ อาการชยากรหนักเลือดคั่งในสมองต้องเจาะออก ความดันก็ตกเพราะเสียเลือดมาก อนุศนิยาถามมิรันตรีไปเจอชยากรได้อย่างไร เธอเล่าเรื่องและสงสัยเขามีส่วนร่วมคลิปงานวันนี้ อนุศนิยาไม่อยากเชื่อ มิรันตรีคิดว่าที่เขาทำเพราะต้องการเปิดโปงศตวรรษ เพราะเขายังรักอนุศนิยา อยากให้เลิกกับศตวรรษ

    “น่าสงสารอาที่ดื้อจะรักทั้งๆที่ก็รู้ว่ารักไม่ได้...นี่เขากำลังรับกรรมของเขาอยู่ใช่ไหม”

    “นุศไม่อยากให้อาเป็นอะไร ต่อให้เป็นฝีมืออาทำจริง นุศก็ไม่ว่า อาทำไปเพราะอยากให้นุศหายโง่เท่านั้น”

    ขณะที่ทุกคนกระวนกระวายอยู่หน้าห้องผ่าตัด หมอออกมาบอกว่าสมองชยากรได้รับการกระทบกระเทือน ผ่าตัดเอาเลือดคั่งออกแล้ว ตอนนี้คนไข้ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ ต้องอยู่ห้องไอซียู ดูว่าจะผ่านคืนนี้ไปได้ไหม อังกาบแทบล้มทั้งยืน อนุศนิยาประคองไว้ ไม่คาดคิด นันทพลล้มฟุบไปต่อหน้าทุกๆคนเสียเอง

    ศตวรรษถูกตามตัวมาดูแลนันทพล อนุศนิยายังหน้าตึง ศตวรรษแจ้งอาการของนันทพลว่ามีภาวะหัวใจวาย ตอนนี้ให้ยาปรับความดันควบคุมเอาไว้ ต้องฟอกไตที่โรงพยาบาลไปก่อน นันทนายังเคืองเสาวรสจึงเหน็บศตวรรษว่าฉวยโอกาสทำคะแนน อนุศนิยาสะเทือนใจเดินหนี มิรันตรีตามไปปลอบใจ ศตวรรษบอกพวกอาๆว่าคืนนี้ตนอยู่เวร มีอะไรเรียกตนได้ตลอด

    มิรันตรีปลอบใจเพื่อนแล้วยังต้องมาปลอบใจอังกาบ ที่ไม่ยอมกลับบ้านไปพัก จะอยู่รอดูอาการชยากร เธอร้องไห้ใจแทบขาด ทำให้มิรันตรีใจเสียกอดกันร้องไห้ไปด้วย

    ค่ำคืนนั้น ศตวรรษเครียดเรื่องอนุศนิยาจนนอนไม่หลับ เดินออกมาเห็นเธอนั่งร้องไห้อยู่หน้าห้องวีไอพีก็รู้สึกเป็นห่วง เข้ามายื่นผ้าเช็ดหน้าให้และปลอบว่า พ่ออยู่โรงพยาบาลแล้วไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ทำใจให้สบายได้ เธอหันมาจ้องและกล่าว

    “ฉันควรจะเชื่อนายอีกดีไหม ที่ผ่านมาเพราะฉันเชื่อนาย เชื่อทุกคำพูดของนาย ฉันถึงเสียใจแบบนี้” ศตวรรษจับแขนเธออยากอธิบาย “ปล่อย! ฉันบอกให้ปล่อย!”

    ศตวรรษหน้าเสียถามเกลียดตนมากขนาดนี้เลยหรือ ไม่ทันจะโวยกลับ มิรันตรีวิ่งมาบอกอาการชยากรว่าหยุดหายใจ หมอกำลังช่วยชีวิต ทั้งสองตกใจรีบไปที่ห้องไอซียู หมอแจ้งว่าจากภาวะสมองบวม ต้องผ่าตัดเปิดกะโหลกเพื่อลดความดัน เมื่อสมองผู้ป่วยหายบวมและไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่นๆจึงค่อยทำการผ่าตัดปิดกะโหลกศีรษะ การผ่าตัดไม่เป็นอันตราย แต่สภาพร่างกายคนไข้อ่อนแอ มีความเสี่ยงสูง...อนุศนิยากับอังกาบกังวลใจมาก

    วันรุ่งขึ้น ทุกคนมารวมตัวที่ห้องพักนันทพล เขาฟื้นขึ้นมาถามถึงอาการชยากรทันที ทุกคนเงียบไม่กล้าตอบ อังกาบเครียดสับสน ตัดสินใจพูดบางอย่าง

    “คุณพลคะ ถ้าชยาไม่มีโอกาสฟื้นขึ้นมา คุณพลช่วยรับไตของชยาเอาไว้นะคะ”

    นันทพลตกใจโวยชยากรจะมาเป็นอะไรก่อนตนไม่ได้ ทุกคนเศร้าสะเทือนใจ อนุศนิยาถามทำไมถึงพูดอย่างนั้น อังกาบน้ำตาคลอเล่าว่า ก่อนหน้านี้ชยากรบอกตนว่าขอบริจาคไตให้นันทพลเพราะเป็นคนเดียวที่ดีกับเขา ไม่ว่าเขาจะทำให้เสียใจขนาดไหน เขาอยากชดเชยความผิด

    “ชยาเขาตั้งใจอยากบริจาคไตให้คุณพลจริงๆ ถ้าเกิดว่าชยาหมดลมหายใจ...”

    อนุศนิยากับอาๆร้องไห้ นันทพลทำใจไม่ได้ ไม่ยอมรับไม่ยอมให้ชยากรตาย ถ้าต้องการให้จริงๆ จะต้องลุกมาบอกด้วยตัวเอง ถ้าเขาไม่ฟื้นตนจะไม่รับไตเขาเด็ดขาด อังกาบน้ำตาร่วงพรู

    มิรันตรีในชุดปลอดเชื้อเข้าไปนั่งกุมมือชยากรในห้องไอซียูรำพัน “มิขอโทษ ถ้าที่ผ่านมามิทำให้อาลำบากใจ ถ้าอาตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่มิจะไม่มายุ่งกับอาอีก ถ้าอาไม่อยากเจอมิ มิก็จะไปจากชีวิตของอา แต่ตอนนี้ มิขอให้อาสู้ก่อนอย่าเพิ่งยอมแพ้อย่าเพิ่งหมดหวัง อาต้องฟื้นขึ้นมานะ”

    ด้วยความเสียใจทำให้อนุศนิยารู้สึกหน้ามืดวิงเวียนคลื่นไส้ หลบมาสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ พลันเหลือบไปเห็นโปสเตอร์คุณแม่ตั้งครรภ์ก็ฉุกคิดมือกุมท้อง...เธอรีบไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาสามสี่อัน เทสต์ดูหลายครั้ง ผลออกมามีสองขีดแสดงว่าตั้งครรภ์ เริ่มเครียดจัด

    พอเดินกลับมาที่ห้องนันทพล เจอศตวรรษดูอาการอยู่ เขาเห็นสีหน้าเธอซีดก็ถามอย่างห่วงใยว่าเป็นอะไร เธอปัดไม่เป็นอะไร เขาจึงบอกว่าซื้อข้าวมาฝากเห็นเธอไม่ทานอะไรมาหลายวัน เธอสวนรู้ได้อย่างไร เขาตอบยิ้มๆ

    “คนแถวนี้สายผมทั้งนั้น นุศทำอะไรปิดผมไม่ได้หรอก” ศตวรรษเดินมาเปิดกล่องอาหาร

    ทันทีที่อนุศนิยาได้กลิ่นก็รู้สึกคลื่นไส้แต่กลั้นไว้ เกรงศตวรรษรู้ว่าตนท้อง ติงอย่ามาทำดีตอนนี้ เขาเหน็บ “ไม่ได้มาทำดี แต่มาทำหน้าที่สามี...เอ้า...หน้าที่ลูกหนี้ก็ได้”

    เห็นหญิงสาวยังนิ่งศตวรรษจึงบอก เห็นหน้าตนแล้วกินไม่ลง ตนออกไปก็ได้ แต่ขอให้กินให้หมด พอศตวรรษออกไปอนุศนิยาก็รีบปิดกล่องอาหาร ถอนใจกังวลกับเรื่องลูกมาก

    ooooooo

    ตั้งแต่เกิดเรื่อง โสมมิกาเก็บตัวในห้อง หวาดกลัวกับภาพชยากรเลือดท่วม...ผ่านไปสองวันเธอแต่งตัวสวมแว่นดำจะออกจากบ้าน อุดมศักดิ์ทักรู้ข่าวชยากรโคม่าหรือยัง เธอสะดุ้งกลบเกลื่อนทำไม่ใส่ใจ พอดีจีน่ามาขอพบ

    จีน่าหน้าซีดมาบอกโสมมิกาว่าตนแท้งแล้ว ถ้าทุกคนรู้เมื่อไหร่คงเฉดหัวตนออกจากบ้าน อนุกรก็คงไม่เลี้ยงตนอีก และยิ่งถ้าถูกจับได้ว่าเป็นคนพังงานวันนั้น คงโดนออกจากคาซ่าด้วย โสมมิกาถามเหยียดๆอยากได้เงินเท่าไหร่ เธอบอกเท่าไหร่ก็ไม่คุ้มกับชีวิตลูกที่เสียไป

    “คุณโสมอยากแก้แค้นคุณนุศไม่ใช่เหรอ ขอเห็นความฉิบหายของมันบ้างเถอะค่ะ บ้านนั้นควรรับกรรมที่ทำกับจีน่า มันพังครอบครัวจีน่า พวกมันก็สมควรจะโดนบ้าง”

    โสมมิกายังขยาดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงบอกไปว่าตอนนี้ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น จีน่าดึงแขนโสมมิกาไว้รุกเร้าจะยอมแพ้อนุศนิยาหรือ สักวันคงย้อนกลับมาเล่นงานเธอแน่ แต่ถ้าอยากทำลายอนุศนิยา ก็ต้องตัดรากถอนโคน เหยียบให้จมดิน เพราะถ้ามันไม่ตายเธอนั่นแหละที่จะตาย

    โสมมิกาฟังและคิดตามกำมือแน่น อุดมศักดิ์มองมาไม่ไว้ใจจีน่า จึงให้ลูกน้องไปสืบว่าเป็นใครและคอยจับตาดูโสมมิกาไว้ เกรงจะก่อเรื่องเดือดร้อนอีก

    โสมมิกาแอบขายหุ้นของตัวเองเพื่อเอาเงินไปให้เสาวรสใช้หนี้และซื้อบ้านอย่างที่ตกลงกันไว้ โดยโอนชื่อเป็นชื่อตนกับศตวรรษ

    ในห้องพักวีไอพี นันทนา นนทยาและนาวิกากำลังคุยกันเมามันเพราะนันทพลออกไปล้างไต นันทนาแปลกใจที่เสาวรสหายเงียบ ไม่มาร่วมทุกข์กันบ้าง สงสัยพอรู้ว่าลูกชายมีปัญหากับอนุศนิยาก็หันไปเกาะโสมมิกา นนทยาบอกจะไปสืบให้เพื่ออนุศนิยาจะได้ตาสว่างหลุดพ้นจากครอบครัวหน้าเลือด อนุศนิยาเข้ามาได้ยินทั้งหมด บรรดาอาๆหน้าเจื่อน เธอกล่าวขอบคุณที่ทุกคนเป็นห่วง แต่ตนมีตา มองออกว่าใครเป็นอย่างไร

    เสาวรสฝากกระเช้าไปเยี่ยมนันทพล แต่ศตวรรษให้แม่ไปด้วยตัวเองจะดีกว่า เขาพาแม่มาที่โรงพยาบาล เห็นอนุศนิยาก็รีบเข้ามาทัก บอกแม่มาเยี่ยมนันทพล ต่างฝ่ายต่างเชิดใส่กัน...เสาวรสตัดสินใจเอ่ยปากกับอนุศนิยาว่า ทางตนขายที่ได้จะเอาเงินมาใช้หนี้ให้ 10 ล้าน ที่เหลือจะทยอยโปะเข้ามา ไม่นานคงไถ่หนี้ได้หมด

    อนุศนิยาระแวงเป็นอย่างที่อาๆนินทาจึงเหน็บ

    “สปอนเซอร์ที่ไหนเสนอตัวมาช่วยไถ่หมอเหรอคะ”

    “กลัวจะมีคนมาเซ้งผมต่อจากคุณเหรอ...” ศตวรรษแหย่

    “เขาคงนึกว่าจะได้กุศลเหมือนไถ่โคกระบือละมั้ง” พูดจบอนุศนิยาเดินหนีไป

    เสาวรสเต้นผางบอกให้ดูปากเมียเขา ไม่เคยจะซึ้งน้ำใจกันบ้างเลย ศตวรรษเอะใจกับท่าทีเปลี่ยนไปของอนุศนิยา...อนุศนิยาเข้ามาดูชยากร เห็นอังกาบยังเฝ้าสีหน้าอิดโรย จึงบอกให้กลับไปพักผ่อนบ้างตนเชื่อว่าชยากรเป็นนักสู้จะต้องฟื้นปลอดภัย

    “ย่าไม่เคยเหนื่อยในการดูแลลูก วันนึงถ้านุศได้เป็นแม่คน นุศก็จะเข้าใจว่า...ลูกคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของคนเป็นแม่” อังกาบลูบหัวชยากรอย่างอาทร

    อนุศนิยาได้ยินก็เผลอลูบท้องตัวเอง...ในขณะเดียวกัน จีน่าแอบเข้าไปในห้องนอนอนุศนิยา เอากุญแจบ้านใหม่ไปซ่อนในลิ้นชัก จึงเจอทะเบียนสมรสและสัญญาเงินกู้ระหว่างศตวรรษกับอนุศนิยาในนั้น ก็คว้าสัญญาเงินกู้ติดมือออกมา ละไมเห็นจีน่าออกมาจากห้องอนุศนิยาก็โวยว่ามาขโมยอะไร จีน่าแถไปว่ามาเอาเอกสารให้อนุศนิยา

    โสมมิกามาหาจีน่าที่คาซ่า จีน่าเอาสัญญาเงินกู้ให้และบอกเรื่องทั้งสองคนจดทะเบียนสมรสกันแล้ว โสมมิกาตกตะลึงแสดงว่าอนุศนิยารักศตวรรษมากถึงยอมจด แล้วยิ้มเยาะอะไรที่รักมาก เวลามีเรื่องร้ายเกิดขึ้นก็จะเสียใจมาก “นี่เธอหาทางไปถ่ายใบทะเบียนสมรสมันมาหน่อย เพื่อฉันจะเอามาใช้ประกอบเอ็มวีชีวิตรักบัดซบของนังนุศ”

    จีน่ารับคำ เผอิญอนุศนิยาเดินคุยกับประภามาเห็นทั้งสองลับๆล่อๆ จึงเข้ามาต่อว่าโสมมิกาว่าไม่ให้มาเหยียบที่นี่อีก เธอจึงเยาะเย้ยว่ามาซื้อเฟอร์นิเจอร์ไปตกแต่งเรือนหอของตนกับศตวรรษ พอเขาถูกเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็จะได้มาซบอกตนอย่างที่เห็นในคลิป อนุศนิยาปรี๊ดอยากถลาเข้าไปตบแต่ต้องชะงักเพราะเป็นห่วงลูกในท้อง โสมมิกาแปลกใจที่เห็นอนุศนิยาเบรกตัวเองแบบนั้น

    อนุศนิยาเปลี่ยนเป็นประกาศกร้าว

    “ผู้ชายอย่างนั้นอยากได้ก็เอาไปเลย ฉันไม่คิดจะเสียดายด้วยซ้ำ”

    “จำคำเธอไว้ พูดแล้วก็ทำให้ได้ด้วยแล้วกัน” โสมมิกาหันไปสั่งจีน่า ส่งสินค้าไปตามที่อยู่ด้วย อนุศนิยา มองอย่างหวั่นใจว่าจะเป็นเรื่องจริง

    ไม่ทันไร นันทนาก็มาถาม ได้ยินว่าเสาวรสซื้อบ้านใหม่ คงไม่ได้มาตอดเงินเราใช่ไหม อนุศนิยาบอกเขาขายที่ได้ คงเงินเหลือ นันทนารีบถามตกลงเลิกกับศตวรรษจริงหรือ เขาถึงขยับขยายซื้อบ้านใหม่ แต่ก็น่าสงสัยว่าขายที่ให้ใคร อนุศนิยาฉุกคิด

    อนุศนิยากลับมาบ้านถามละไมว่าศตวรรษกลับมาบ้างหรือเปล่า เธอตอบว่าไม่มาเลย ทำให้อนุศนิยายิ่งคิดว่าเขาคงไปอยู่กับโสมมิกาจริงๆ...ระหว่างนั้น จีน่าแอบเข้าไปขโมยเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของศตวรรษในห้องนอน พอได้ยินเสียงอนุศนิยากลับมาก็รีบซ่อนตัวในตู้เสื้อผ้า อนุศนิยาเข้ามารู้สึกคลื่นไส้รีบเข้าไปในห้องน้ำ โก่งคออาเจียนอย่างหนัก จีน่าฉวยโอกาสออกจากตู้และวิ่งออกจากห้องพร้อมข้าวของที่ขโมย

    อนุศนิยาออกจากห้องน้ำด้วยความอิดโรย หยิบยาแก้แพ้ในกระเป๋าออกมากิน ครุ่นคิดถึงคำพูดของนันทนาและโสมมิกา ลุกไปเปิดลิ้นชักหยิบทะเบียนสมรสออกมาดู จึงเห็นพวงกุญแจบ้านวางอยู่ ก็ชั่งใจว่าคงเป็นกุญแจบ้านใหม่อย่างที่โสมมิกาพูด ตัดสินใจโทร.ให้ประภาหาที่อยู่ที่ต้องส่งของให้โสมมิกาให้ที

    ooooooo

    วันต่อมา ชยากรมีอาการชักขึ้นมา อังกาบร้องไห้ทำอะไรไม่ถูก ไม่มีใครรู้ว่าอนุศนิยาชวนมิรันตรีไปที่บ้านใหม่ของโสมมิกา นันทพลนั่งรถเข็นมาเฝ้าฟังอาการของชยากรกับน้องๆ

    อนุศนิยามือไม้สั่นไม่กล้าไขกุญแจบ้านเกรงจะใช่เรือนหอศตวรรษจริงๆ แต่แล้วก็ต้องตัวชาเมื่อไขประตูเข้าไปได้จริง ทันใดมือถืออนุศนิยาดังขึ้น เธอไม่มีแก่ใจที่จะรับสาย...ภายในบ้านยังไม่มีการตกแต่งใดๆ มิรันตรีเตือนอย่าเพิ่งปักใจเชื่อ บางทีอาจไม่ใช่อย่างที่คิด

    “ไม่ใช่แล้วกุญแจจะมาอยู่ที่คุณวรรษได้ยังไงกัน”

    อนุศนิยาเดินสำรวจบ้านทุกห้อง จนมาถึงห้องนอนชั้นบน พอเปิดประตูเข้าไปก็ตะลึง เมื่อเห็นห้องนี้มีเตียงนอน ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง บนโต๊ะเป็นของใช้ส่วนตัวผู้ชายและนาฬิกาข้อมือของศตวรรษ เธอรีบไปเปิดตู้เสื้อผ้า พบเสื้อผ้าศตวรรษแขวนอยู่หลายชุด มิรันตรีรีบถามใช่ของศตวรรษหรือ อนุศนิยาน้ำตาคลอเบ้า

    ที่หน้าบ้าน โสมมิกาขับรถมาเห็นรถมิรันตรีจอดอยู่ก็สะใจเป็นไปตามแผน รีบเข้าไปในบ้าน อนุศนิยาตกใจที่โสมมิกาโผล่มา เธอเยาะหยันยื่นโฉนดที่ดินที่เป็นชื่อตนกับศตวรรษให้ดู

    “นี่เป็นหลักฐานว่าเขาอยากจะกลับมาจริงจังกับฉัน สุดท้ายวันนี้เราก็ได้แชร์สามีกัน”

    “ทุเรศ!”

    “ถ้าเธอไม่ถือจะอยู่กันอย่างนี้ฉันก็ไม่ว่า หมอเขาก็แค่ยักย้ายเงินจากฉันกับเธอไปมา แต่หมอเขาเบื่อเธอมาก ถึงขนาดต้องเอาที่มาขายให้ฉันเพื่อเอาเงินไปปลดหนี้ คิดดูสิว่าเขาเอือมระอาเธอขนาดไหน”

    “สรุปว่าเงินก้อนนั้นมาจากเธอจริงๆใช่ไหม”

    “คิดว่าเงินเธอซื้อเขาได้อยู่คนเดียวรึไง เขารับเงินจากฉันเพื่อไปไถ่ตัวออกมาจากเธอ สงสัยจะทนโดนเธอโขกสับไม่ไหว เขาอยู่กินกับเธอเพราะจำใจ เงินเธอซื้อความรู้สึกเขาไม่ได้ สุดท้ายเขาก็ต้องมาตายรังที่ฉันอยู่ดี”

    อนุศนิยาเยาะช่างสมกันดี โสมมิกาสวนรู้อย่างนี้ก็คืนเขามา เขาอยากเลิกกับเธอ มิรันตรีแทรกถ้าไม่เอาเงินมาล่อศตวรรษไม่มีทางกลับไป โสมมิกาโต้ “แล้วที่นังนุศมันจ้างให้เขาเป็นพ่อพันธุ์กะจะใช้ลูกมามัดเขา แบบนั้นยิ่งไม่น่าสมเพชกว่าอีกเหรอ เงินเธอไม่ได้มีค่ากับเขาอยู่คนเดียว ลองฉันจ่ายเขาก็มา ทีนี้ก็รู้ตัวได้แล้วนะว่านอกจากเงินแล้วคนอย่างเธอไม่เคยมีอะไรดี”

    “มีสิ อย่างน้อยฉันก็มีศักดิ์ศรีพอที่จะไม่ลดตัวมาตบตีแย่งผู้ชายเลวๆกับเธอ!”

    โสมมิกาสะใจที่อนุศนิยายอมแพ้อย่างนั้น มิรันตรีไม่เชื่อว่าศตวรรษจะหลงคนอย่างโสมมิกา ชยากรจะต้องบอกเรื่องราวนี้ได้แน่ต้องรอเขาฟื้นมาก่อน โสมมิกาอึ้งว่ามิรันตรีรู้อะไร...มิรันตรีวิ่งตามอนุศนิยามาที่รถ ทันใดมือถือดังขึ้น เธอรับสายเป็นอังกาบโทร.มาบอกอาการชยากร เธอตกใจมากรีบบอกอนุศนิยาให้ไปที่โรงพยาบาลกัน

    เมื่อสองสาวมาถึงโรงพยาบาล ทุกคนอยู่หน้าห้องผ่าตัดรวมทั้งนันทพล เขาบอกว่าชยากรปลอดภัยแล้วรอดูว่าจะฟื้นเมื่อไหร่ ศตวรรษเดินออกมาจากห้องผ่าตัด บอกทุกคนว่าจะย้ายชยากรเข้าห้องไอซียู อนุศนิยาเห็นหน้าศตวรรษก็ปรี๊ดขึ้นมา โผเข้าตบหน้าเขาฉาด ทุกคนตกใจ อนุศนิยาประกาศกร้าวให้เขาเลิกยุ่งกับครอบครัวตนเสียที มิรันตรีปรามให้ใจเย็น แต่เธอสติแตกแล้ว ผลักอกศตวรรษ ตวาดใส่หน้า

    “ฉันรู้เรื่องคุณเกาะผู้หญิงกินแล้ว เรื่องบ้านที่คุณซื้อไว้อยู่กินกับโสม คุณตั้งใจหลอกเงินโสมมาใช้หนี้ฉัน คุณตั้งใจรับเงินทั้งสองทาง นี่แหละคือสิ่งที่อาชยาพยายามจะเตือนฉันมาตลอดเวลา แต่ฉันมันก็โง่เอง ที่ตามเกมคุณไม่ทัน ถึงได้หลงไปจดทะเบียนกับผู้ชายขายตัวอย่างคุณ”

    “นุศ! ฟังผมก่อน คุณเข้าใจผิดใหญ่แล้ว”

    “ถ้าจะผิดก็ผิดตรงที่ฉันไปหลงเชื่อว่าคุณเป็นคนดี เลวออกอย่างนี้ ไม่รู้ว่าฉันหน้ามืดตามัวไปเชื่อคุณได้ยังไง นี่ลับหลังคงจะหัวเราะเยาะฉันมาตลอดใช่ไหม...ฉันต้องการหย่า! แล้วก็จะไม่มีวันเชื่อน้ำหน้าผู้ชายทุเรศๆอย่างคุณอีกแล้ว” อนุศนิยาผลักศตวรรษพลันตัวเองก็หน้ามืด

    ศตวรรษประคองเธอไว้ เธอยันตัวผลักไสเขาอย่างรังเกียจ ไล่ให้เขาออกไปจากชีวิต นันทพลสงสารลูก บอกให้มิรันตรีพาอนุศนิยาไปจากตรงนั้น ศตวรรษงงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

    ooooooo

    ในห้องพัก นันทพลคุยกับอนุศนิยา ไม่อยากเชื่อว่าศตวรรษจะเป็นคนแบบนั้น อนุศนิยาพรั่งพรูความเสียใจ “นุศเสียใจค่ะพ่อ เสียใจที่มีสามีอย่างนี้ นุศขอไม่เอาผู้ชายคนนี้เป็นสามีแล้วได้ไหม ทำไมนุศต้องเกิดมาเจอผู้ชายแบบนี้ นุศปล่อยให้ลูกมีพ่ออย่างนี้ไม่ไหว”

    นันทพลชะงักถามกำลังมีลูกหรือ อนุศนิยาร่ำไห้รู้สึกเหมือนโดนหลอกใช้เพราะเขาหวังเงิน 30 ล้านที่พ่อจะให้ จึงทนอยู่กับตน นันทพลถามศตวรรษรู้เรื่องลูกไหม เธอส่ายหน้าและจะให้รู้ไม่ได้ เพราะเขาอาจอยากได้เงินก้อนนี้มาปลดหนี้ไปอยู่กับโสมมิกา นันทพลไม่เชื่อว่าศตวรรษจะหักหลัง อนุศนิยาปล่อยโฮ

    “ทำไมจะทำไม่ได้ ตอนขอให้เขาแต่งงาน เขา ยังทำทั้งๆที่ไม่ได้รักนุศด้วยซ้ำ เราเข้าใจว่าเขาเสียสละแต่ตอนนี้นุศรู้แล้วค่ะว่าไม่ใช่ ที่จริงใครให้ผลประโยชน์ผู้ชายอย่างเขาก็พร้อมจะไป”

    นันทพลปลอบว่ากำลังท้องอย่าคิดมาก ตนจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง...ด้านศตวรรษซักถามเรื่องราวจาก มิรันตรี เขาตกใจมากเพราะเท่าที่รู้เขามอบอำนาจให้แม่จัดการทุกอย่าง ส่วนเรื่องกุญแจบ้าน ตนไม่รู้ว่ามาอยู่ในห้องได้อย่างไร ตนจะปล่อยให้โสมมิกายัดเยียดความเลวให้ตนต่อไปไม่ได้ มิรันตรีเตือนว่าโสมมิกามีหลักฐานมัดแน่นทุกอย่าง

    ศตวรรษมาอธิบายทุกอย่างกับนันทพล เขาจึงบอกให้พิสูจน์ทีว่าจะจัดการเอาโสมมิกาออกไปจากชีวิตได้อย่างไร ถ้ากำจัดไม่ได้ก็จงออกไปจากชีวิตอนุศนิยา ศตวรรษรับคำหนักแน่น

    ooooooo

    คนของอุดมศักดิ์รายงานว่าโสมมิกาขายหุ้นเอาเงินไปให้เสาวรส อุดมศักดิ์แค้นใจหาว่าศตวรรษคิดปอกลอกเงินลูกตน จึงสั่งไปจับตัวมา ขณะเดียวกัน ศตวรรษโทร.โวยโสมมิกาและนัดว่าจะพาแม่ไปเคลียร์กับเธอที่บ้านใหม่นั่น

    ขณะนั้นเสาวรสกำลังออกจากบ่อนด้วยสีหน้าหงุดหงิดเพราะเสียหมดตัว มีรถตู้มาจอดอุ้มตัวเธอขึ้นรถไป ศตวรรษร้อนใจที่ติดต่อแม่ไม่ได้


    ด้านอนุศนิยาสั่งใบเฟิร์นให้เอาแอดโฆษณาตัวเธอกับศตวรรษออกให้หมด อาการแพ้ท้องของอนุศนิยาเริ่มรุนแรงขึ้น เธอควานหายาในกระเป๋าไม่มี นึกได้ว่าลืมเอามา จึงโทรศัพท์ไปบอกละไมให้ขึ้นไปหยิบบนห้องจะให้คนรถไปเอา...จีน่ากำลังถ่ายใบทะเบียนสมรสเพื่อส่งไปให้โสมมิกาตามสั่ง เห็นถุงยาวางอยู่ก็เปิดดู ตกใจที่เป็นยาแก้แพ้ท้อง พอได้ยินเสียงละไมเข้ามาก็รีบหลบซ่อนตัว จีน่ายิ่งแค้นใจที่อนุศนิยาตั้งครรภ์แต่ตัวเองกลับแท้ง

    จีน่าโทร.บอกโสมมิกาเรื่องอนุศนิยาท้อง เธอร้อนใจเกรงจะเอาเรื่องลูกมารั้งศตวรรษไว้...เย็นวันนั้น ศตวรรษจะออกไปพบโสมมิกาที่บ้านใหม่ อุดมศักดิ์โทร.เข้ามาบอกถ้าไม่อยากให้แม่ตายก็ให้ไปหาที่ไซต์ก่อสร้าง เสียงเสาวรสร้องลอดเข้ามาทำให้ศตวรรษตกใจ

    พอมาถึงไซต์ก่อสร้าง ศตวรรษเห็นเสาวรสถูกมัดก็ถามจับแม่ตนมาทำไม อุดมศักดิ์เสียงกร้าว แค่นี้ยังไม่สาสมกับที่พวกเขาสูบเงินไปจากโสมมิกา ศตวรรษละล่ำละลัก แม่ตนเอาเงินไปเท่าไหร่ตนจะใช้คืนให้หมด

    “เศษเงินพวกนั้นฉันไม่เสียดายหรอกเว้ย ที่จะมาทวงคืนก็คือศักดิ์ศรียัยโสม แกเห็นลูกสาวฉันเป็นอะไรถึงได้กล้าให้มันมาเป็นเมียน้อยแก”

    “ผมแต่งงานแล้ว ผมไม่เคยยุ่งกับโสมเลย ถามลูกสาวคุณดีกว่าว่ามาสร้างปัญหาให้ครอบครัวผมทำไม”

    อุดมศักดิ์ปรี๊ดหาว่าเป็นหน้าตัวเมียหลอกให้ลูกตนซื้อบ้านให้ทั้งที่มีเมียไฮโซอยู่แล้ว ไม่เรียกเมียเก็บแล้วจะเรียกอะไร “ถ้าอยากได้แม่คืนก็ไปเอาใบหย่ามาให้ฉัน ถ้าไม่ได้ภายในพรุ่งนี้ก็มาเก็บศพแม่แกไปละกัน”

    ศตวรรษโวยอย่าแตะต้องแม่ตน จะทำแบบนี้ทำไมถึงตนต้องหย่าก็ไม่มีวันไปอยู่กับโสมมิกาได้เพราะตนไม่เคยรักเธอ อุดมศักดิ์ยิ่งเจ็บใจหาว่าหลอกให้ความหวังโสมมิกาจนทุ่มสุดตัวขนาดนี้ สั่งลูกน้องเอาตัวเสาวรสไป กำชับศตวรรษเอาใบหย่ามาแลกภายใน 24 ชั่วโมง เสาวรส ร้องลั่น...ช่วยแม่ด้วย

    ศตวรรษโทร.หาโสมมิกาทันที เธอจอดรถดูอยู่หน้าคาซ่าสตูดิโอพอดี เขาสั่งให้เธอบอกป๋าปล่อยแม่ของตน โสมมิกาหัวเราะเยาะ “สมน้ำหน้า แม่หมอก็สมควรโดนแล้วล่ะ”

    “อย่านึกว่าทำอย่างนี้แล้วผมจะยอมหย่า! ผมกับนุศรักกัน ชาตินี้โสมก็ทำให้เราหย่ากันไม่ได้”

    โสมมิกาสวนดูท่าจะรักเมียมากกว่าแม่...ขณะเดียวกัน มิรันตรีกับชาครีย์จะพาอนุศนิยากลับไปพักผ่อนที่บ้าน ท่าทางเธอยังเพลีย มิรันตรีจึงไปเอารถให้ชาครีย์ ยืนรอเป็นเพื่อนอนุศนิยา โสมมิกาฟังเสียงศตวรรษต่อว่า “อย่าเอาครอบครัวผมเป็นตัวประกัน ให้ตายผมก็จะไม่มีวันทิ้งนุศไปหาคุณ”

    “รักกันนัก ฉันจะดูว่าจะตายตามมันไปไหม!” สายตาโสมมิกาจับจ้องไปยังอนุศนิยา ก่อนจะเข้าเกียร์ขับรถพุ่งไปยังเธอ

    เสียงพนักงานร้องให้ระวัง อนุศนิยาหันมาแต่ช้าไปรถพุ่งถึงตัวชนเธอลอยคว้าง โสมมิกาไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด ขับไปอย่างไม่ใยดีและยังสบถ...ดี ตายๆไปเลย!

    ก่อนสติอนุศนิยาจะดับวูบ ภาพศตวรรษผุดขึ้นในห้วงคำนึง เป็นคำรับรองคำสัญญาต่างๆของเขา รวมทั้งคำที่เขาบอกว่า คนเราจะมีความสุขก็ต่อเมื่อได้อยู่กับคนที่เรารัก...เพราะมีนุศให้รัก ผมถึงมีความสุข

    เสียงรถเร่งเครื่องทำให้ศตวรรษงุนงงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาถามโสมมิกาได้ยินที่ตนพูดไหม แต่เธอตัดสายไปดื้อๆ...

    มิรันตรีขับรถมาจอดเห็นผู้คนมุงดู อนุศนิยาร้องครวญครางมือกุมท้องด้วยความเป็นห่วงลูก มิรันตรีแทบช็อกเรียกรถพยาบาลมารับทันที...พยาบาลรายงานหมอว่าคนเจ็บยังพอมีสติ ไม่มีกระดูกหักแต่มีอาการเจ็บตรงช่องท้อง มีเลือดไหลตามขา

    หน้าห้องฉุกเฉิน ชาครีย์เล่าให้ทุกคนฟังว่ารถคันนั้น ตั้งใจพุ่งมาชนอนุศนิยา มิรันตรีมั่นใจว่าเป็นรถโสมมิกา นันทพลแค้นใจทำไมต้องจองล้างจองผลาญกันไม่เลิก สั่งคนเอาภาพจากกล้องวงจรปิดส่งให้ตำรวจ ชาครีย์แปลกใจทำไมโสมมิกาต้องทำรุนแรง

    “พ่อเป็นคนให้หมอไปเคลียร์กับทางนั้นเอง ทางนั้นคงจะโมโหมากก็เลย...” นันทพลสลดใจ พอดีหมอออกมาบอกว่าคนไข้ปลอดภัยมีบาดแผลเล็กน้อย แต่เด็กในท้อง...

    ทุกคนตาโตถามอนุศนิยาท้องหรือ นันทพลรีบถามเด็กปลอดภัยไหม สีหน้าหมอเครียดลงและบอกว่าคนไข้อยากพบพ่อ...นันทพลรีบเข้าไปหาอนุศนิยา เธอร้องไห้ขวัญเสียถามใช่ฝีมือโสมมิกาไหม เขาตอบว่าน่าจะ แต่ไม่ต้องห่วงตนจะเอาผิดให้ได้ ตอนนี้ให้เธอรักษาตัวให้หาย

    “หมอบอกพ่อเรื่องหลานแล้วใช่ไหมคะ” อนุศนิยา จับมือนันทพล “พ่อจบเรื่องนี้ให้นุศทีได้ไหมคะ นุศอยากเอาตัวเองออกจากเรื่องบ้าๆ นุศเจ็บกว่านี้ไม่ไหว นุศอยากหย่า พ่อช่วยซื้อชีวิตนุศคืนมาให้นุศที” อนุศนิยา อ้อนวอนน้ำตาพรั่งพรู นันทพลอึ้งสงสารลูกสาวจับใจ...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:13 น.