ตอนที่ 10
อนุศนิยาเข้าห้องปิดประตูร้องไห้อย่างหนัก ชยากรเคาะเรียกด้วยความเป็นห่วง เธอไม่เปิด เขาอ่อนใจ สักพักหันหลังจะเดินไป เธอเปิดประตูออกมาตาบวมแดงก่ำแล้วโผเข้ากอดเขาร้องไห้อย่างต้องการกำลังใจ ศตวรรษกลับมาถึงยืนมองภาพนั้นด้วยความสะเทือนใจ
อนุศนิยาหันไปเห็น ชยากรไม่รอช้าพุ่งเข้าต่อยหน้าศตวรรษเต็มแรง หญิงสาวห้าม ชยากรชี้หน้า “แกทำแบบนี้กับนุศได้ยังไง ทั้งๆที่นุศรักแกมาก ฉันนึกอยู่แล้วว่าฉันมองคนไม่ผิด”
“ผมบอกแล้วไงว่าผมกับโสมไม่ได้มีอะไรกัน นุศต้องเชื่อผมนะ” ศตวรรษจับแขนภรรยา
ชยากรโวยให้เอามือสกปรกออกจากแขนอนุศนิยา ตนจะเอาเธอคืนจากเขา ทั้งอนุศนิยาและศตวรรษชะงักกับคำพูดของชยากร เขายังไม่รู้สึกตัว ดึงแขนอนุศนิยาจะให้ไปด้วยกัน
“นี่เป็นปัญหาของครอบครัวผม คุณไม่เกี่ยว” ศตวรรษคว้าแขนอนุศนิยาดึงเข้าห้องนอน ปิดประตูล็อก ชยากรตกใจทุบประตูโครมๆ
อนุศนิยาสะบัดแขนออกถามจะล็อกประตูทำไม ศตวรรษเสียงเข้มเชิงสั่ง เรามีเรื่องต้องคุยกัน และตนจะเป็นฝ่ายพูด เธอต้องเป็นฝ่ายฟัง เธอหาว่าเขาคิดแก้ตัวทั้งที่ตนเห็นกับตา เขาจับไหล่เธอจ้องหน้า ตนจะพูดให้เร็วที่สุดว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นมาได้ เสียงชยากรยังเคาะเรียก อนุศนิยาสะบัดแขนผละออกจากศตวรรษแต่เขารั้งไว้
“คุณต้องตั้งสติและตั้งใจฟังผมให้ดี ผมกับโสมเราไม่มีอะไรกัน”
“โสมอยากได้คุณคืนจะตาย เขาจะปล่อยให้คุณรอดมายังไง”
“แล้วคุณไม่สงสัยบ้างเหรอว่าคุณแจ็กพอตมาเจอผมได้ยังไง...ผมสาบานตั้งแต่รู้จักกัน ผมไม่เคยยุ่งกับเขา ทุกอย่างที่เขาพูด เขาคิดเองเออเองทั้งนั้น...อย่างที่คุณรู้ว่าโสมทะเลาะกับพ่อจนโดนไล่ออกจากบ้าน ผมก็เลยพาเขาไปเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่ เขากำลังเสียใจเรื่องพ่อ เขาโทร.มาขอให้ผมช่วย บอกว่าเขากำลังจะตาย คุณจะให้ผมทิ้งให้เขาตายเหรอนุศ...”
ชยากรทุบประตูปังๆ ศตวรรษไม่สนใจอธิบายให้อนุศนิยาฟังต่อว่าตนพยายามจะโทร.บอกเธอ แต่ประภารับสายบอกว่าเธอลืมมือถือไว้ ตนจะไปหาแต่ก็มีเคสผ่าตัดเข้ามา ชาตินี้ตนไม่คิดจะเจอโสมมิกาอีกด้วยซ้ำ ถ้าวันนี้เขาไม่เอาชีวิตมาอ้าง ตนคงไม่หลงกล
“นั่นหมายความว่าที่คุณไปก็เพราะคุณยังห่วงเขาอยู่ใช่ไหมล่ะ”
“นุศฟังนะ ผมเป็นหมอ ผมปฏิเสธคนไข้ไม่ได้ ต่อให้วันนี้เป็นเขาที่โคม่า ผมก็ต้องไป ผมจะปล่อยให้ใครตายแค่เพราะผมเกลียดคนคนนั้นไม่ได้”
อนุศนิยาร้องไห้โฮ “ก็เพราะคุณใจอ่อนยังงี้ โสมถึงยังมีความหวังอยู่ได้ คุณใจดี แต่มันเฮิร์ตนุศเข้าใจไหม จะหาว่านุศเลวก็ได้ แต่ช่วยเลิกทำตัวเป็นพ่อพระซะที”
ศตวรรษคุกเข่าลงตรงหน้าปลอบอย่างใจเย็น “นุศไม่ได้เลวหรอก นุศแค่รักผมมากแค่นั้นเอง ถ้าผมเป็นคนเห็นแก่ตัว นุศก็คงรักผมไม่ลงหรอกจริงไหม” อนุศนิยาอ้าปากจะเถียง เขาจับหน้าเธอ “ไม่เอาน่านุศ กว่าเราจะรักกัน มันไม่ง่าย จะใส่ใจกับคนที่อยากทำให้เราแตกกันทำไม เห็นเราเป็นอย่างนี้ เขาจะยิ่งสะใจรู้ไหม”
“ก็แล้วเมื่อไหร่เขาถึงจะไปจากชีวิตเราซะที”
ศตวรรษรับปากว่าจะไม่เจอโสมมิกาอีก อนุศนิยายื่นคำขาด...ต่อให้เธอจะเป็นจะตายก็ต้องไม่สนใจ ศตวรรษรับคำจะไม่มีวันทรยศเด็ดขาด เขายื่นหน้าไปจูบเธออย่างอ่อนโยน รั้งเธอมากอดแนบแน่น...หน้าประตูชยากรแนบหูฟังกระวนกระวาย นันทพลยืนมองอยู่นาน ชยากรหันมาเจอสะดุ้ง รู้ตัวว่าพี่ชายไม่พอใจจึงเดินเลี่ยงไป นันทพลอ่อนใจกังวลกับเรื่องที่เกิดขึ้น
ooooooo
รุ่งเช้าอนุศนิยาสีหน้าแจ่มใสขึ้น ยืนส่งศตวรรษไปทำงาน เขาจับมือเธอมาจุมพิตบอกเย็นนี้จะไปรับเธอทานข้าวนอกบ้าน เธอพยักหน้าไม่พูด เขาจึงรวบเอวเธอมาใกล้ กระซิบบอกอย่างอนข้ามวัน เคลียร์กันเป็นวันๆไป “ไว้วันนี้ถ้าผมผิดคำพูดอีก ค่อยคิดบัญชีผมใหม่ งอนมากๆเดี๋ยวอนุมูลอิสระไปเกาะเซลล์ หน้าแก่แซงผมไม่รู้นะ”
อนุศนิยายิ้มขำ ศตวรรษชมแบบนี้สวยแล้ว และเขาก็หอมแก้มเธออีกฟอด...จีน่าแอบมองด้วยความหมั่นไส้แกมอิจฉา พอมอเตอร์ไซค์ศตวรรษแล่นออกไป ชยากรก็เดินเข้าไปหาอนุศนิยา ถามเธอโอเคไหม เธอรับว่ายังไม่โอเคเท่าไหร่ เขาจับแขนเธอพูดจริงจัง
“อาเป็นห่วงนุศนะ ถ้าไม่สบายใจอยากระบายออกมาบ้าง อาก็ยินดีฟัง”
จีน่ารีบโทร.ไปรายงานโสมมิกา เธอแค้นใจที่สร้างความร้าวฉานให้อนุศนิยากับศตวรรษไม่ได้ จีน่าบอกอีกว่าทั้งสองยังมีนัดดินเนอร์กันอีกคืนนี้ แล้วเธอก็เล่ารายละเอียดทุกคำพูดของศตวรรษให้ฟัง โสมมิกายิ้มกริ่มคิดแผนที่จะทำให้อนุศนิยาเสียดแทงใจ
บ่ายวันนั้นโสมมิกามาหาศตวรรษที่โรงพยาบาล เขาพยายามระวังตัวอย่างมาก เธอทำทีมาขอโทษเป็นห่วงว่าเขาจะมีปัญหากับอนุศนิยา เขาจึงบอกให้เธอเลิกมาที่นี่ ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เจอกัน หญิงสาวอึ้งเจ็บปวดใจ กลายเป็นความแค้นเพิ่มขึ้น...จากนั้นบุกไปหาอนุศนิยาที่คาซ่าสตูดิโอ เยาะเย้ยถากถางต่อหน้าพนักงานในบริษัท
“หน้าตาอินเลิฟดีนี่ เมื่อคืนไปง้อกันอีท่าไหนถึงได้กลับมารักกันเร็วอย่างนี้”
“เสียใจด้วยนะ ผู้หญิงอย่างเธอไม่มีความหมาย ทำอะไรกับเราสองคนไม่ได้”
โสมมิกาเอาคำที่จีน่าเล่ามาปั้นแต่งให้อนุศนิยาฟังว่า ศตวรรษคงง้อด้วยการชวนไปดินเนอร์ เพราะนั่นเป็นไอเดียตน ต้องให้บอกไหมว่าไปร้านไหน “อะไรที่มัดใจเธอ มันมาจากฉันทั้งนั้น เขาทรีทเราสองคนเหมือนกัน จะได้ไม่สับสนเวลาสับรางไง หวังว่าเขาจะยังไม่ได้ใช้มุก อนุมูลอิสระกับเธอหรอกใช่ไหม นั่นน่ะไม้ตายเวลา เขาง้อฉันเลย...”
อนุศนิยาเจ็บจี๊ด โสมมิกาเห็นสีหน้าทำทีตกใจว่าคงใช้ไปแล้ว จะสอนมวยให้ อนุศนิยาสุดทนปราดเข้ายันร่างโสมมิกาชนตู้ ดันหน้าแนบกระจกคำรามใส่ “เมื่อไหร่จะออกไปจากชีวิตฉัน เลิกมาตอแยฉันซะที ฉันเบื่อที่จะต้องมีเธอในชีวิตเต็มทน” โสมมิกาเยาะรับไม่ได้ใช่ไหมที่โดนแย่งคืนบ้าง “ฉันไม่ได้แย่งเขามา วรรษเขาไม่เคยคิดจะแย่งเธอด้วยซ้ำ ผู้ชายเขาอยากได้เธอซะที่ไหนกัน เมื่อไหร่จะยอมรับความจริงซะที”
ประภากับใบเฟิร์นลุ้นเป็นห่วงเจ้านาย โสมมิกายังตอกย้ำจี้ใจ “วรรษเขาอึดอัดจะตายที่ต้องฝืนเอาใจเธอที่ต้องนอนกับเธอก็เพราะไม่อยากล้มละลาย แล้วเธอก็ดันเชื่อว่าเขารักเธอเข้าไปได้ ไม่รู้จะโลกสวยไปไหน ฉันจะแนะนำให้เอาบุญนะ เลิกกับวรรษซะ”
“เห็นเธออยากได้จนตัวสั่นแบบนี้ ฉันไม่เลิก ฉันอยากเห็นเธอทรมานกับการที่ต้องเห็นเขาอยู่กับฉัน” อนุศนิยาตั้งหลักรับมือ ทำเอาโสมมิกาปรี๊ดแตกด่าว่าหน้าด้าน “ใครกันแน่ที่หน้าด้าน วรรษเป็นผู้ชายของฉัน ฉันซื้อเขามาตั้ง 60 ล้าน ฉันมีสิทธิ์ในตัวเขาทุกอย่าง เขาเป็นเหมือนของๆฉัน เธอคิดว่าฉันจะปล่อยเขาให้ไปอยู่กับผู้หญิงอย่างเธอง่ายๆน่ะเหรอโสม ไม่มีทาง!”
“นี่เธอเห็นวรรษเป็นแค่สิ่งของเท่านั้นหรือ”
“เอาเป็นว่าฉันยังใช้ของชิ้นนี้ไม่คุ้มก็แล้วกัน แต่ถ้าฉันเบื่อเมื่อไหร่ ฉันอาจจะยกเขาให้เธอฟรีๆก็ได้” พูดจบอนุศนิยาปล่อยโสมมิกาแล้วเดินไปด้วยความเจ็บปวด
โสมมิกาแค้นใจแต่ก็ยิ้มมุมปากเพราะเธอได้แอบอัดเสียงอนุศนิยาไว้ทั้งหมด...อนุศนิยากลับมานั่งสับสนในห้องทำงาน จากคำพูดของโสมมิกาค้านกับคำพูดของศตวรรษที่ว่า กว่าเราจะรักกันได้มันไม่ง่ายเลย จะใส่ใจกับคนที่อยากทำให้เราแตกกันทำไม หญิงสาวมองภาพถ่ายคู่วันแต่งงานที่วางบนโต๊ะ ตัดสินใจจะเชื่อคำของศตวรรษ
ด้านโสมมิกาปรึกษาจีน่า เมื่อทำให้อนุศนิยาตัดขาดศตวรรษไม่ได้ก็ต้องทำให้ศตวรรษเสียความรู้สึกกับอนุศนิยาเสียเอง
เย็นวันนั้น ศตวรรษมาตามนัด ประภารายงานว่าอนุศนิยาประชุมแบบสินค้าใหม่อยู่ จะตามให้เพราะเกรงทำงานเพลินจนลืมนัด ศตวรรษห้ามไว้ปล่อยให้เธอทำงานเต็มที่ ชยากรเดินมาเจอแขวะจะมาทำดีไถ่โทษหรือ ตอนนี้คาซ่ากำลังลำบากไม่มีปัญญาช่วยก็อย่าสร้างปัญหาเพิ่ม
ศตวรรษกลับรู้สึกเป็นห่วงอนุศนิยามากขึ้น พอเธอประชุมเสร็จออกมาเห็นศตวรรษยืนมองแผนกห้องครัวก็นึกได้รู้สึกผิดที่ให้เขารอจนมืด ใจหนึ่งหวนคิดถึงคำพูดของโสมมิกา แต่อีกใจพยายามปัดความระแวงออกไป ตัดสินใจเดินเข้าไปทำตัวเป็นพนักงานขาย ถามต้องการครัวแบบไหน ศตวรรษหันมายิ้มแต้ เล่นด้วย
“แฟนผมกินข้าวไม่ค่อยเป็นเวลา มีครัวชุดไหนเหมาะกับเขาไหมครับ”
“ว้า...มีแฟนแล้ว อย่างนี้ก็จีบไม่ได้สิคะ”
“โชคดีผมกำลังว่าจะต่อ MBA” อนุศนิยางง ศตวรรษขยายความ “Married but available...ไม่โสดก็สอยได้...”
อนุศนิยาค้อนขวับเขาเดินหนีเธอรีบเดินตาม เขาเย้าจะจีบไหมแฟนตนไม่ค่อยว่าง เธอผลักอกเขาด้วยความหมั่นไส้ หาว่าเจ้าชู้แบบนี้ไม่จีบ เขาจับตัวเธอมาจ้องหน้าบอกให้รีบจีบ เดี๋ยวแฟนเลิกงานแล้วตนก็ไม่โสด เธอโวยอ่อยแบบนี้ไปทั่วสินะถึงทำให้โสมมิกาหลง เขาอ้อน
“แล้วลงทุนอ่อยขนาดนี้ จะยอมทิ้งธุรกิจร้อยล้าน ไปดินเนอร์กับผมรึเปล่าล่ะ”
อนุศนิยาบอกขึ้นอยู่กับว่าจะพาไปดินเนอร์ที่ไหน พิเศษกว่าที่พาโสมมิกาไปไหม เขาเอาใจว่าเจ้าหญิงของตนต้องพิเศษสุดๆ แล้วดึงเธอมาจะจูบ หญิงสาวดันเขาไว้ เพราะอายแม่บ้านในบริษัท ศตวรรษจึงจูงมือเธอวิ่งออกไป
ระหว่างนั้นนันทนามาหาเสาวรสที่บ้าน ทวงเงินส่วนแบ่ง 10 ล้านก่อน เพื่อเอาไปเปิดฟิตเนสให้แชป ครูสอนฟิตเนสหนุ่มที่เธอหลงใหล เสาวรสโวยว่าหลานสาวเธองกไม่เคยให้ลูกชายตนได้ตอดเงินมาสักบาท จะเอาที่ไหนมาให้ นันทนาไม่เชื่อหาว่าเอาเงินไปลงบ่อนหมด ถ้าไม่หาเงินมาให้ตนจะแฉว่าเธอเป็นผีพนัน เสาวรสกลัดกลุ้มแค้นใจ
ooooooo
ในคืนเดียวกันศตวรรษพาอนุศนิยามาดินเนอร์ที่บ้านตนเอง ลงมือทำอาหารพิเศษให้เธอ เสาวรสดีใจหวังจะหาโอกาสคุยเรื่องเงินกับลูกสะใภ้...ศตวรรษต้องการให้อนุศนิยาคลายเครียด
“ผมได้ยินว่านุศกำลังออกแบบสินค้าใหม่ นุศแทบไม่เคยใช้ชีวิตอยู่บ้านจะเข้าใจความเป็นอยู่ของลูกค้าได้ยังไง ผมพานุศมาที่นี่ เพราะจะให้มาดูว่าคนทั่วไปเขากินอยู่กันยังไง อะไรสำคัญๆ นุศก็มีคนช่วยไปหมดแล้ว ผมขอช่วยเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้แล้วกันนะ”
“มันก็จริง บางครั้งอะไรที่ใกล้ตัว คนเราก็มักจะมองข้าม”
“นั่นเพราะคุณมัวแต่หาเงินเข้าบ้านจนทำให้ไม่มีเวลาอยู่กับครอบครัว ผมเคยอ่านเจอในหนังสือ เขาบอกว่าบ้านไม่ใช่ที่วางเงินแต่เป็นที่วางหัวใจ เอาหัวใจไว้ที่บ้านจะทำให้มีความสุข”
อนุศนิยาปลาบปลื้มเอนหัวซบไหล่เขา เขายิ้มบอกพรุ่งนี้เป็นวันหยุด คืนนี้ค้างที่นี่เปลี่ยนบรรยากาศกัน เธอกลัวเสาวรสจะอึดอัด เขาส่ายหน้าบอกแม่คงดีใจด้วยซ้ำ เธอยิ้มรับ เสาวรส ชะมวงและจันทร์แอบดูยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่เห็นศตวรรษมีความสุขแบบนี้
ตกดึก อนุศนิยายอมรับว่าการทานข้าวมื้อเล็กๆ ในบ้านช่างมีความสุขจริง ศตวรรษบอกให้หาเวลามาบ่อยๆ เธอรีบถามเขาเคยพาสาวมาก่อนไหม เขาเย้าว่าหลายคน เธองอนตีเขาเพียะ เขาหัวเราะชอบใจที่เธอแสดงความหึง แล้วอุ้มเธอชวนอาบน้ำด้วยกัน เธอร้องลั่นไม่เอา พลันเสาวรสเปิดประตูผางเข้ามา ทั้งสองชะงักทำหน้าปูเลี่ยนๆ เสาวรสรีบขอโทษทำทีฝากศตวรรษเอารถเข้าศูนย์ให้และแวะจ่ายเงินธนาคารให้ด้วย เธอวางเอกสารต่างๆบนโต๊ะแล้วกลับออกไป
เสาวรสออกมายืนครุ่นคิดว่าอนุศนิยาหลงศตวรรษขนาดนี้จะยอมควักเงินให้ตนไหม...
คืนเดียวกันชยากรนั่งดื่มในผับ เผอิญมิรันตรีปลอมตัวมาทำข่าวนางแบบแอบยุ่งกับแฟนชาวบ้าน แล้วโดนจับได้มีเรื่องกัน ชยากรเห็นต้องเข้ามาช่วยเคลียร์ ด้วยความที่นางแบบเกรงใจจึงยอมปล่อยตัวมิรันตรีแต่ห้ามเขียนข่าวเธออีก...ชยากรเอ็ดอยากได้ข่าวหรืออยากได้ชีวิตถึงเสี่ยงแบบนี้ มิรันตรีหน้าเจื่อน พลันเห็นที่หัวเข่าตัวเองเลือดออกก็ตกใจเป็นลมล้มตึง
ชยากรอุ้มมิรันตรีพามาส่งที่คอนโด เธอรู้สึกตัว กลัวคนเข้าใจผิด เขาจึงแกล้งบอกทุกคนที่เดินผ่านมาว่าเธอเป็นแฟนทำตัวงี่เง่า...มาถึงหน้าห้องเขาวางเธอลง เธอสั่นอายควานหากุญแจห้องจนของในกระเป๋าหล่นกระจาย ชยากรถอนใจหยิบกุญแจมาไขประตูห้องและเก็บข้าวของให้ พาเธอเข้าห้องมาทำแผล เอายาแก้ปวดให้กิน เธออึดอัดใจ
“อากลับไปเถอะ ไม่ต้องมาดูแล ไม่ต้องมาสนใจมิ”
“ทำคุณบูชาโทษ ขอบคุณซักคำก็ยังไม่มี ยังจะมาไล่อีก”
มิรันตรีรีบขอบคุณและบอกให้เขาเลิกทำดี ตนกำลังตัดใจจากเขา อย่าทำให้ต้องเจ็บไปมากกว่านี้เลย เขารู้สึกผิดยอมถอยกลับไป
และในคืนนั้นพออุดมศักดิ์รู้ว่าโสมมิกาอยู่ที่ไหนก็ไปพาตัวกลับมา โดยให้บัตรเครดิตวงเงินหนึ่งล้านเป็นเครื่องต่อรอง แถมบอกถ้าไม่พอก็มาขอเพิ่มได้ ย้ำในโลกนี้ไม่มีผู้ชายคนไหนที่จะรักเธอได้เท่าตนอีกแล้ว โสมมิกาแกล้งคล้อยตามเพราะมีแผนการใหญ่ข้างหน้า
ooooooo
เช้าวันใหม่ ศตวรรษนอนกอดอนุศนิยาบนเตียงเล็กๆในห้องของเขาอย่างมีความสุข รู้สึกตัวตื่นเพราะมีงานที่โรงพยาบาล เขาไม่อยากทิ้งความสุขนี้ไปเลยแต่ก็ต้องตัดใจ
ศตวรรษแต่งชุดทำงานลงมาทานข้าวเช้ากับเสาวรส ตัดสินใจบอกแม่ว่าจะยกบ้านหลังนี้ให้เป็นชื่ออนุศนิยาตามที่ตกลงไว้ว่าเป็นสินสอด เสาวรสหน้าเสียถามแล้วตนจะไปอยู่ไหน
“แม่ก็อยู่ด้วยกันที่นี่ อยู่กับนุศกับผม...แล้วอีกเรื่อง ผมจะขอเอาที่ดินมรดกที่พ่อยกให้ผมไปขายใช้หนี้คุณนันทพล”
“หา! นี่เสียบ้านแล้วยังจะต้องขายสมบัติไปใช้หนี้เขาอีกเหรอ ก็ไหนตอนนั้นวรรษบอกเองว่าไหว ให้เก็บที่ดินของพ่อเอาไว้”
“ใช่ครับ ตอนนั้นผมคิดแบบที่แม่พูดจริงๆ แต่ว่าตอนนี้ผมอยากมีชีวิตของผม เพราะผมไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว ผมมีคุณนุศ มีครอบครัวที่ผมต้องดูแล การที่ผมทำงานหนักทุกวัน ต่อให้ทำมากแค่ไหนก็ไม่มีทางหาเงิน 60 ล้านมาได้ภายในสามปี ผมถึงต้องหาเงินก้อนใหญ่ซักก้อน”
เสาวรสถามจะเอาที่ดินที่ไหนคงไม่ใช่เกาะรอก เขาส่ายหน้าบอกจะเอาที่ดินแถวรังสิตไปขาย ให้แม่ช่วยขายให้ที เธอรับคำเคืองๆ เขากราบขอบคุณที่แม่เข้าใจ แต่ในใจเสาวรสคิดหาวิธีถอนทุนคืนจากอนุศนิยา...สายวันนั้น อนุศนิยาตื่นมาเตรียมตัวจะกลับ เห็นเอกสารที่เสาวรสเอามาวางเมื่อคืน เป็นบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบัตรเครดิตแล้วใจแป้วเพิ่งรู้ว่าศตวรรษต้องรับภาระทั้งหมด
ทันใดมีเสียงระเบิดที่หน้าบ้าน ตามด้วยเสียงร้องของเสาวรส ชะมวงและจันทร์ พออนุศนิยาวิ่งออกมาดู จึงเห็นว่าเป็นเพียงประทัดที่คนร้ายโยนเข้ามาเพื่อข่มขู่ จันทร์ละล่ำละลักด้วยความหวาดกลัวว่าพวกนั้นมาทวงหนี้ อนุศนิยาหันมาถามเสาวรสว่ามีหนี้ที่ไหนอีก เสาวรสหน้าเจื่อนไม่กล้าบอกว่าหนี้พนัน โกหกไปว่าเป็นหนี้นอกระบบทบดอกทบต้น 10 ล้าน อ้างต้องการหาเงินช่วยลูกใช้หนี้ อนุศนิยาไม่อยากต่อความยาวจึงบอกว่าจะเคลียร์หนี้นี้ให้ แต่ต้องสัญญาว่าจะไม่สร้างภาระให้ศตวรรษอีก อย่าให้ศตวรรษรู้เด็ดขาด
“แม่รู้หรอกน่าว่าถ้าวรรษรู้ เขาจะต้องไม่ยอมให้รับเงินหนูแน่”
“นุศจะกลับไปทำเช็คให้ แต่เรื่องนี้จะให้วรรษรู้ไม่ได้เด็ดขาดนะคะ นุศไม่อยากให้เขาไม่สบายใจ”
“โอ้ย...เรื่องนั้นแม่ไม่มีทางพลาด หนูนั่นแหละที่ต้องระวัง เกิดหนูเปลี่ยนใจไม่ช่วยแม่ขึ้นมาแล้วบอกตาวรรษ แม่มีแต่ตายกับตาย ดังนั้นรับรองว่าเรื่องนี้จะรู้กันแค่เราสองคนเท่านั้น”
จันทร์กับชะมวงแอบฟัง รีบโทร.ไปเล่าให้ศตวรรษฟังเพราะเกรงเสาวรสจะเอาเงินไปถลุงในบ่อนก่อนที่จะใช้หนี้...ศตวรรษร้อนใจกลับบ้านมาซักไซ้ ทำไมต้องไถเงินอนุศนิยาอีก เสาวรสเข้าใจว่าอนุศนิยาหักหลังไปฟ้องศตวรรษ จึงฟูมฟายสารภาพว่าตนเป็นหนี้การพนันเพราะอยากช่วยเขาหาเงินมาใช้หนี้ เขาถอนใจหนักใจกับแม่มากๆ
เย็นวันนั้น เสาวรสโทร.มาต่อว่าอนุศนิยา เธอปฏิเสธไม่ได้เป็นคนบอก แต่เสาวรสไม่เชื่อโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง...ไม่ทันไรศตวรรษกลับมาเห็นเช็คที่อนุศนิยาเตรียมไว้ ก็ดึงมาฉีกทิ้ง
“นี่มันปัญหาในครอบครัวผม ปล่อยให้ผมรับผิดชอบเอง ผมไม่ชอบให้นุศมีความลับกับผม อะไรที่ต้องทำลับหลังแปลว่าเรากำลังไม่จริงใจต่อกัน ถ้าต้องทำให้สิ่งที่อีกฝ่ายรู้ไม่ได้ สู้ไม่ทำเสียยังดีกว่า...ผมจะทำทุกอย่างให้ถูกต้อง เริ่มจากผมจะโอนบ้านให้คุณเป็นสินสอดตามที่เคยตกลงกันไว้ และผมจะรีบไปหาเงินมาล้างหนี้ให้เร็วที่สุด คุณจะได้ไม่อายที่มีผมเป็นสามี ตกลงกันตามนี้นะคุณนุศ”
อนุศนิยาปลาบปลื้มที่ศตวรรษพยายามจะกอบกู้ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายคืนมา หน้าห้องนันทพลยืนอยู่ได้ฟังทุกคำที่ทั้งสองคุยกัน...ตกค่ำ อนุศนิยาเข้ามาหานันทพลที่กำลังนอนฟอกไตอยู่ เขาเลียบเคียงถามลูกสาวว่าตั้งแต่แต่งงานมามีความสุขกับผู้ชายคนนี้ไหม เธอยิ้มยอมรับในที เขาจึงแนะนำให้ลูกจดทะเบียนสมรสเพื่อการันตีว่าทั้งสองพร้อมจะสร้างครอบครัวกัน
วันต่อมา อนุศนิยาพาศตวรรษมาที่เขตเพื่อทำการจดทะเบียนสมรส เขาทำหน้าเหวอเตือนให้เธอคิดดีๆ อีกที เธอยืนกรานว่าเต็มใจแต่งงานกับเขา อยากสร้างครอบครัวกับเขา
“ตกลงเราจะจดทะเบียนกันแต่เรื่องสินสมรส ผมจะไม่ขอรับทุกกรณี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น โอเคนะครับ” ศตวรรษยืนยัน อนุศนิยากระเซ้าช่างเป็นคนรักศักดิ์ศรีเหลือเกิน
ooooooo
เสาวรสเอาเครื่องเพชรมาขายที่ร้านเพื่อใช้หนี้พนัน โสมมิกาผ่านมาเห็นถากถางให้เจ็บจี๊ดว่ามีลูกสะใภ้ระดับร้อยล้านพันล้านต้องเที่ยวเร่เอาของมาปล่อยอายชาวบ้านเขาตาย ยิ่งแค้นใจ
โสมมิกามีแผนในใจตามเสาวรสกลับมาบ้าน โดยซื้อเครื่องเพชรทั้งหมดมาคืนให้ “ถึงหมอเขาจะไม่ต้องการโสมแล้วแต่โสมยังรักหมออยู่ โสมทนดูคนที่โสมรักตกระกำลำบากไม่ได้หรอกค่ะ คุณแม่เดือดร้อนอะไรทำไมไม่บอกโสมอย่างน้อยถ้าคุณแม่เอามาฝากไว้ที่โสมวันไหนที่คุณแม่อยากได้คืน โสมก็พร้อมจะขายคืนให้ไม่เอากำไร ถ้าคุณแม่มีความจำเป็นเรื่องเงินทอง บอกโสมก็ได้นะคะ โสมยินดีช่วย” โสมมิกาลากลับและทิ้งท้ายว่าตนยังใช้เบอร์เดิม
เสาวรสครุ่นคิดตัดสินใจเรียกโสมมิกากลับมา เล่าเรื่องที่ศตวรรษต้องการปลดหนี้ ปั้นเรื่องว่าคงอยากปลดแอกตัวเองกลับมาเป็นโสดไวๆ โสมมิการู้ทันว่าเสาวรสจะหลอกเอาเงิน จึงทำทีตื่นเต้น “คุณแม่รับประกันได้ไหมล่ะคะว่าหมอเขาจะกลับมาหาโสม”
เสาวรสนิ่งอึ้งรู้แก่ใจว่าลูกชายไม่ยอมเลิกกับอนุศนิยาแน่ โสมมิกาตัดบทว่าให้เวลาคิดแล้วค่อยมาคุยกันอีกครั้ง ทันใดอุดมศักดิ์โทร.มาตามโสมมิกาไปพบที่ห้องอาหารแห่งหนึ่ง โดยนัดชยากรมาด้วย เพราะต้องการให้โสมมิกามีอนาคตที่ดีกับเขา
อุดมศักดิ์เอาโครงการโรงแรมที่เคยคิดร่วมกับชยากรมาเสนอให้ทำร่วมกับโสมมิกา “ถือว่าช่วยฉันเอาบุญได้ไหม ฉันเชื่อว่าจะมีแต่ชยาเท่านั้นที่ทำให้ยัยโสมเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาได้”
ชยากรอึดอัดใจอย่างมากขอตัวไปเข้าห้องน้ำ จู่ๆโสมมิกาก็บุกเข้ามาโดยไม่สนใจว่าจะมีชายอื่นทำธุระอยู่ เพื่อยืนยันกับชยากรว่าไม่ใช่ความคิดตนที่จะกลับมารีเทิร์น ชยากรเข้าใจดีถึงได้ปฏิเสธไปแล้ว โสมมิกาล็อกตัวเขาไว้เสนอความคิดใหม่
“จริงๆโสมก็ไม่ได้อยากกลับไปหาคุณหรอกนะ แต่อยู่กับคุณ ป๋าก็จะไม่สงสัยว่าโสมเอาเวลาไปหาหมอวรรษ” ชยากรยังไม่เข้าใจ ทั้งสองย้ายที่คุย “ตอนนี้บ้านหมอกำลังร้อนเงินมาก ได้ยินว่ากำลังหาทางล้างหนี้ เขาก็เลยคิดจะมาตอดเงินโสมด้วยการมาเสนอขายที่แปลงหนึ่ง”
ชยากรฟังแล้วหงุดหงิดอยากให้อนุศนิยารู้เช่นเห็นชาติ โสมมิกาว่ายากใส่ไคล้ว่าอนุศนิยาหลงศตวรรษจนโงหัวไม่ขึ้น ถ้าอยากให้ทั้งสองเลิกกันต้องช่วยตน “ชยาอยากจะเป็นพ่อพระไม่เคลมหลานตัวเอง ก็เรื่องของชยา แต่โสมต้องการให้หมอวรรษมาเป็นของโสม ตอนนี้โสมโดนป๋าจำกัดการใช้เงิน โสมไม่มีเงินจะซื้อที่ของหมอ ชยาแค่เอาเงินมาให้โสมยืมแล้วพอป๋าเชื่อใจว่าโสมจะไม่กลับไปหาหมอวรรษ เลิกอายัดเงินในบัญชีโสม โสมจะรีบคืนเงินให้”
ชยากรครุ่นคิดตาม โสมมิกาย้ำทำแบบนี้อนุศนิยาจะเข้าใจว่าศตวรรษสูบเงินจากตน ก็จะผิดใจกัน ชยากรย้อนถามจะมีหลักฐานว่าศตวรรษรับเงินจากเธอไหม โสมมิกาหัวเราะหึๆในคอ หน้าเงินอย่างเสาวรส ตนให้ทำอะไรก็คงต้องยอม ชยากรขอกลับไปคิดก่อน โสมมิกาย้ำว่าคุ้มแน่ ให้เผอิญมิรันตรีมาสัมภาษณ์ไฮโซที่เดียวกัน จึงเห็นชยากรคุยกับโสมมิกาก็เอะใจ
แล้วในคืนนั้น เสาวรสก็ถูกเจ้าหนี้บุกมาทวงหนี้ ด้วยการจับจันทร์และชะมวงมัด ทำให้รู้ว่าพวกมันจะจัดการกับเธอได้ไม่ยาก เสาวรสกลัวลาน...
รุ่งเช้าเสาวรสตะลีตะลานไปหาโสมมิกา เธอยินดีรับซื้อที่ดินศตวรรษไว้ด้วยราคา 25 ล้าน ให้เสาวรสไปใช้หนี้พนัน 10 ล้าน ที่เหลือเจียดมาซื้อบ้านใหม่ แต่มีข้อแม้ว่าต้องโอนบ้านเป็นชื่อตนกับศตวรรษ เพื่อเป็นการยืนยันว่าเขาจะกลับมาอยู่กับตน เสาวรสรู้ว่าลูกชายไม่ยอมแน่จึงวางแผนหลอกศตวรรษให้เซ็นมอบอำนาจให้ตนจัดการขายที่ และขอเจียดซื้อบ้านใหม่อ้างไม่อยากเป็นผู้อาศัยอนุศนิยา ศตวรรษขอไปดูก่อน เสาวรสปัดว่าตนชอบและบ้านใหม่ก็เป็นชื่อเขาอยู่ดี
ooooooo
พอชยากรรู้เรื่องอนุศนิยาจดทะเบียนสมรสกับศตวรรษก็พุ่งมาถามเธอที่ห้องทำงานทันที แต่แล้วต้องชะงักเมื่ออนุศนิยาแนะนำเพื่อนชื่อชาครีย์ให้รู้จัก บอกจะมาทำหน้าที่ออกแบบแทนประสงค์ เขาเป็นเพื่อนเรียนที่อเมริกา มีประสบการณ์การทำงานที่นั่นมาแล้ว
ชยากรไม่ชอบหน้าชาครีย์ที่ดูจะมาเกาะแกะอนุศนิยามากกว่า แต่ไม่ทันไรศตวรรษก็มารับอนุศนิยา เธอแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน ชาครีย์ตกใจเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าอนุศนิยาแต่งงานแล้ว ชยากรมองอย่างหมั่นไส้กับความ สวีตหวานห่วงใยกันของทั้งสอง ชาครีย์เกิดไอเดียขึ้น
“ขอขัดจังหวะแป๊บ ไอ้ที่เราคุยกันเมื่อกี้เรื่องหาพรีเซ็นเตอร์สินค้าตัวใหม่ ผมนึกออกแล้วว่าเราจะเอาใคร ไม่ใกล้ไม่ไกลอยู่แถวนี้...คุณสองคนนั่นแหละพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของคาซ่า”
อนุศนิยากับศตวรรษชะงักมองหน้ากัน...หลังตกลงกันเรียบร้อย ศตวรรษไปเอามอเตอร์ไซค์จากที่จอด ชยากรถือโอกาสถามอนุศนิยาคิดดีแล้วหรือ เธอนึกว่าเรื่องเป็นพรีเซ็นเตอร์ จึงบอกถ้าศตวรรษตกลงตนก็ไม่มีปัญหา เขาแทรก “อาหมายถึงเรื่องจดทะเบียนสมรส...”
อนุศนิยาอึ้งไปชั่วครู่ก่อนจะอธิบายว่า ตนคิดดีแล้ว ศตวรรษพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าตนฝากชีวิตไว้ที่เขาได้ ชยากรโพล่งเรื่องเงิน อนุศนิยาบอกไม่ต้องห่วง ไม่ทันจะบอกเรื่องเขาสัญญาจะไม่แบ่งสินสมรส ศตวรรษขี่รถมาพอดี เธอจึงเดินแยกไปหา ชยากรไม่ไว้ใจศตวรรษอยู่ดี
ในขณะที่เสาวรสหน้าระรื่นชื่นชมเครื่องเพชรที่ได้คืนมา นันทนาบุกมาแย่งเครื่องเพชรเพราะโมโหที่เสาวรสไม่หาเงินให้ ทำให้ถูกแชมป์ทิ้งไปเกาะสาวไฮโซคนใหม่ จันทร์กับชะมวงช่วยกันลากนันทนาออกไป เสาวรสกับนันทนาทะเลาะกันตัดขาดความเป็นเพื่อนตั้งแต่วันนั้น
หลายวันต่อมา เป็นการถ่ายโฆษณาโซฟา เฟอร์นิเจอร์ของคาซ่า ทั้งศตวรรษและอนุศนิยาตื่นเต้น ศตวรรษเห็นชุดที่เธอใส่มันบางเบาจนดูโป๊ก็ไม่พอใจอยากให้เปลี่ยน แต่อนุศนิยาเห็นว่าเหมาะกับเป็นชุดอยู่บ้านสบายๆ ทั้งสองจึงดูกระเง้ากระงอดงอนง้อกันทำให้ภาพออกมาน่ารัก
ต่างกับคู่อนุกรกับจีน่า อนุกรเล่นพนันจนร่างกายทรุดโทรม กลับมาบ้านก็แอบขโมยของมีค่าของจีน่า เธอเข้ามาเห็นเกิดการทะเลาะกันรุนแรง สุดท้ายจีน่าแจ้งตำรวจจับอนุกร
ถ่ายงานเสร็จ ประภาก็รายงานเรื่องอนุกรโดนจับ อนุศนิยาตกใจ ศตวรรษขอไปจัดการเรื่องนี้ให้...อนุกรเห็นศตวรรษเป็นคนมาประกันตัวก็รู้สึกอับอาย อนุศนิยากลับมาซักไซ้จีน่ากลับโดนตอกกลับแบบไม่ยำเกรงว่ามีน้องชายเลวไม่เป็นลูกผู้ชาย
ประกันตัวเสร็จ อนุกรไม่อยากกลับบ้านมานั่งดื่มที่ผับ ศตวรรษตามมาเกลี้ยกล่อม เผอิญโสมมิกามีงานอีเวนต์ที่นี่ พอเห็นศตวรรษก็คิดแผนร้ายขึ้นมาได้ทันที... ศตวรรษออกมาโทรศัพท์รายงานอนุศนิยาที่หน้าผับ เธอฝากเขาดูแลน้องชายด้วย ชยากรกลับมาถามเกิดเรื่องอะไร อนุศนิยาจึงขอให้เขาไปช่วยศตวรรษพาตัวอนุกรกลับบ้านที
ไม่ทันที่ชยากรจะออกจากบ้าน โสมมิกาโทร.เข้ามากดดัน “ถ้าชยาอยากแน่ใจว่าจะเอายังไงเรื่องข้อเสนอที่โสมให้ไป ก็มาตามโลเกชั่นที่โสมแชร์ไป โสมอยู่กับหมอวรรษที่นี่ แล้วชยาจะได้รู้ว่าควรจะลงทุนใช้เงินซื้อชีวิตหลานสาวตัวเองกลับคืนไปรึเปล่า”
ชยากรแปลกใจที่เป็นสถานที่เดียวกับที่ศตวรรษอยู่กับอนุกร
ooooooo
ศตวรรษเห็นอนุกรเมาหลับแผ่บนเก้าอี้ในผับก็เรียกพนักงานเช็กบิลแล้วจะพากลับ โสมมิกาแกล้งถือไวน์มาทางข้างหลัง ทำทีเมาสะดุดทำไวน์หกราดตัวศตวรรษ เขาตกใจเมื่อเห็นเธอเมามาย จึงบอกให้เรียกลูกน้องพ่อมาขับรถกลับให้ เธอส่ายหน้าเดินหนีไปล้มนั่งตักชายคนหนึ่ง
ศตวรรษเห็นเช่นนั้นก็เป็นห่วงจึงเข้าไปประคองโสมมิกาและขอโทษผู้ชายคนนั้น พาออกมาส่งที่รถ ระหว่างนั้นชยากรมาถึงเดินผ่านเข้าไปในผับ เห็นอนุกรนอนอยู่ก็แปลกใจว่าศตวรรษหายไปไหน...ด้านโสมมิกาแกล้งทำเป็นโทรศัพท์สั่งคนมารับ แล้วโวยวายว่าโง่ที่ไม่รู้จักสถานที่ จึงจะขับรถออกไปรอริมถนนใหญ่ แต่ก็ทำเป็นเมาจนสตาร์ตรถไม่ถูก ศตวรรษอ่อนใจ ให้เธอขยับไปจะขับรถออกไปริมถนนให้ โสมมิกายิ้มกริ่มเป็นไปตามแผน
โสมมิกาติดกล้องวงจรปิดไว้ในรถ พอศตวรรษจอดรถแล้วจะลง เธอก็แกล้งเมาพลิกตัวมาคร่อมตัวเขาที่นั่งคนขับ พยายามจะจูบเขา ศตวรรษตกใจจับได้ว่าเธอแกล้งเมา เธอหัวเราะร่า
“ถ้าไม่ทำอย่างนี้ หมอจะใจอ่อนยอมขึ้นรถมากับโสมด้วยเหรอ”
“คุณหลอกผมอีกแล้วนะ” ศตวรรษโมโห
“ก็เหมือนกับที่หมอชอบหลอกตัวเองว่าลืมโสมได้แล้วนั่นแหละ”
มือถือศตวรรษดังขึ้น โสมมิกาล้วงกระเป๋าเขาหยิบออกมาโยนไปที่เบาะ อนุศนิยาเป็นคนโทร.แปลกใจที่ศตวรรษไม่รับสาย...ศตวรรษพยายามผลักดันตัวโสมมิกาออก ระหว่างนั้นรถชยากรแล่นออกมาเห็นภาพโสมมิกากับศตวรรษนัวเนียกันในรถเต็มตา ก็ตกใจนึกถึงคำท้าของโสมมิกา รู้สึกโมโหแทนอนุศนิยาจริงๆ
โสมมิกายังปลุกปล้ำจะจูบศตวรรษให้ได้ เขาสุดทนผลักเธอออกไปกระแทกแตรรถดัง เธอสะดุ้ง มือถือศตวรรษดังมีภาพอนุศนิยาหน้าจอ โสมมิกาคว้ามาชูขู่ ถ้าเขาไปตนจะรับสาย
“คิดว่าแค่นี้จะขู่ผมได้รึไง”
“นุศอุตส่าห์แชร์ผัวให้ โสมก็ต้องขอบใจเขา ซะหน่อย” โสมมิกาจะกดรับ ศตวรรษโถมตัวเข้าแย่งมือถือคืนมา เธอหัวเราะร่าที่เขากลัวเมีย
“ผมไม่อยากให้นุศต้องมารับรู้เรื่องไร้สาระ นี่คุณจะโรคจิตไปถึงไหน”
“ก็จนกว่าหมอจะเลิกกับเมีย”
“ผมไม่มีวันเลิกกับนุศ รู้เอาไว้”
“ถ้านุศรู้เรื่องวันนี้ เขาอาจจะเป็นฝ่ายเลิกกับหมอก็ได้”
“สำคัญตัวผิดไปนะ นุศเขารู้จักผมดี แล้วก็รู้ด้วยว่าผมมองคุณยังไง”
“ลองให้เขาเห็นหมอทุกซอกทุกมุมก่อนเถอะ มั่นหน้าออกอย่างนั้น รับรองว่ามันจะต้องรับไม่ได้ แล้วหมอก็จะรู้ว่าคนอย่างนังนุศมันไม่เคยรักใคร นอกจากตัวเอง” โสมมิกาท้าทาย
ศตวรรษมองอย่างเหลือรับ ลงจากรถกลับเข้ามาในผับ ไม่พบอนุกร พนักงานบอกว่ามีคนมารับกลับไปแล้ว ก็แปลกใจ...ไม่นานชยากรโทร.หาโสมมิกา เธอรีบถามได้เห็นสิ่งที่ควรเห็นหรือยัง เขาตกลงใจจะลงทุนให้เธอเอาศตวรรษออกไปจากชีวิตอนุศนิยา
พอชยากรพยุงอนุกรเข้ามาในบ้าน อนุศนิยาถามหาศตวรรษ ชยากรเข่นเขี้ยวว่าเห็นอยู่ในรถกับโสมมิกาสองต่อสอง เธอถามหมายความว่าอย่างไร
“นุศคิดว่าผู้ชายกับผู้หญิงอยู่กันสองคนในที่แคบ และมืด จะทำอะไรกัน อาบอกได้แค่นี้ นุศจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ” ชยากรทิ้งท้ายแล้วแบกอนุกรขึ้นห้อง...
เที่ยงคืนเศษๆ ศตวรรษกลับมาเห็นอนุศนิยารออยู่ก็รีบถามว่าอนุกรกลับมาหรือยัง เธอตอบว่ากลับมากับชยากร แล้วย้อนถามเขาอยู่กับน้องแท้ๆทำไมถึงคลาดกันได้ เขาสารภาพว่าเจอโสมมิกาที่ผับ อนุศนิยาอกแทบระเบิดแต่ทำเป็นไม่รู้เพื่อจับผิดเขา ศตวรรษบอกว่าโสมมิกาเมาตนเลยไปส่งเธอที่รถ พอกลับมาก็ไม่เจออนุกรแล้ว อนุศนิยาถามแค่นั้นหรือ เขารับว่าใช่แค่นั้น เธอปรี๊ดแล้วทำไมไม่รับสาย หรือมีอะไรที่ไม่อยากให้ตนรู้ เขาบอกมีเรื่องกับโสมมิกานิดหน่อย
“ที่ว่านิดหน่อยของคุณ...คือแค่ไหน” ท่าทางอึดอัดของศตวรรษทำให้อนุศนิยาผิดหวัง
“ใครที่บอกว่าเราไม่ควรมีเรื่องปิดบังกัน ใครที่บอกว่าถ้ามีอะไรที่ต้องทำลับหลัง สู้ไม่ทำซะยังดีกว่า แล้วใครที่รับปากว่าต่อให้โสมมาตายตรงหน้าก็จะไม่สนใจ!”
“ผมรู้ว่าผมผิดสัญญา แต่ผมบริสุทธิ์ใจ จะให้เล่าทั้งหมดให้ฟังก็ได้”
อนุศนิยาโกรธหาว่าเพิ่งคิดจะสารภาพ ใจอ่อนแบบนี้จะให้ตนเชื่อว่าไม่มีอะไรกับโสมมิกาได้อย่างไร ศตวรรษยอมรับว่าโสมมิกาพยายามจะมีอะไรกับตน แต่ตนไม่เล่นด้วย อนุศนิยาไม่เชื่อโกรธมากหาว่าเขาเล่าความจริงครึ่งเดียวก็คือการโกหก เธอวิ่งหนีขึ้นห้องปิดประตูล็อกไม่ยอมฟังเหตุผลใดๆอีก ชยากรแอบมองด้วยความสะใจที่อนุศนิยาเห็นความเลวศตวรรษเสียที
อนุศนิยานั่งร้องไห้ ทบทวนคำถากถางของโสมมิกาที่ว่าศตวรรษอยู่กับตนเพราะเงิน ทุกอย่างที่เขาทรีทเราสองคนเหมือนกัน จะได้ไม่สับสนเวลาสับราง...ศตวรรษยังคงเคาะเรียกอยู่หน้าห้อง จนทรุดนั่งรออยู่หน้าประตูยันเช้า
ooooooo
วันต่อมา ต่างคนต่างไปทำงานแต่ไม่มีกะจิตกะใจทำงาน นันทนารู้ข่าวก็เข้ามาซ้ำเติมอนุศนิยาว่าศตวรรษหลอกลวง ด้วยความที่เจ็บแค้น เสาวรสจึงตั้งใจจะทำให้ทั้งสองแยกจากกัน...อนุศนิยาออกมาเดินผ่อนคลาย เห็นภาพดิสก์ เพลย์รูปคู่ตนกับศตวรรษก็สะเทือนใจ
ทันใดศตวรรษปรากฏตัวขึ้นจริง เขาขอคุยด้วย แต่อนุศนิยาไม่ยอม เขาตามอธิบายว่าตนเสียรู้โสมมิกาเพราะตามเกมไม่ทัน ตนไม่มีวันนอกใจเธอ อนุศนิยาสวน “โดนเขาล่อลวงติดๆกันสองครั้ง ปัญหาไม่น่าจะอยู่ที่โสมแล้วมั้ง”
ศตวรรษถามจะให้ตนทำอย่างไรถึงจะเชื่อ อนุศนิยาบอกไม่ต้องทำอะไร แค่กลับมาทำหน้าที่ เพื่อเห็นแก่คาซ่า เขาต้องทำหน้าที่พรีเซ็นเตอร์ต่อไป ตอนนี้เขามีค่ากับบริษัท ตนจะไม่ยอมเอาอนาคตของบริษัทไปทิ้งเพราะคนคนเดียว ศตวรรษหุบยิ้มเสียใจ
“สรุปว่าผมมีค่าแค่เป็นลูกจ้างของคุณใช่ไหม”
“มาทำงานใช้หนี้คุณซะ อะไรที่ฉันลงทุนไป ฉันต้องได้กลับคืนมา ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ถ้าคุณทำฉันเสียหน้า คุณจะต้องชดใช้” อนุศนิยาพูดอย่างไร้เยื่อใย...
หลายวันต่อมาที่ทั้งสองแยกห้องกันนอน อังกาบเห็นแล้วร้อนใจเปรยให้นันพลฟังด้วยความกังวลใจ นันทพลเชื่อว่าศตวรรษจะไม่ทำให้ทะเบียนสมรสเป็นเพียงกระดาษเปล่า ตนคงมองคนไม่ผิด แต่ถ้าพวกเขาไปกันไม่ได้จริงๆ ตนก็จะยอมรับและคอยเป็นกำลังใจให้ลูก
เช้าวันหนึ่ง ศตวรรษเข้ามาในห้องเห็นอนุศนิยายังไม่ออกไป ก็ทำทีเดินสวนจะไปเข้าห้องแต่งตัว แต่แล้วก็หันมารวบตัวเธอกอดอ้อนให้เลิกงอนเสียที เขาจับหน้าเธอมาจ้อง บอกเวลาเธอหึงมันก็ดีแต่ไม่ใช่หึงไม่รู้จักเลิกแบบนี้ ตนยืนยันว่าไม่เคยมีอะไรกับโสมมิกาจริงๆ ศตวรรษจะจูบ อนุศนิยาเมินหน้าหนี เขาอ่อนใจยอมปล่อยตัวเธอ เธอเดินหนีออกไปทันที
จีน่าเห็นความแตกร้าวของทั้งสองก็รีบไปรายงานโสมมิกา อยากให้เลิกๆกันไป ลูกในท้องตนจะได้มีความหมายบ้าง โสมมิกาส่งแผ่นซีดี บอกให้ดูเสีย แล้วจะรู้ว่าควรทำอย่างไร
วันนี้เป็นงานอีเวนต์เปิดตัวคอลเลกชั่นเฟอร์นิเจอร์ที่อนุศนิยากับศตวรรษเป็นพรีเซ็นเตอร์ แขกมาร่วมงานในคาซ่าสตูดิโอมากมาย ประภาคุมคิวกับทีมงานว่าหลังเปิดเพลงจะเป็นคิวสัมภาษณ์ จีน่าแอบมองสังเกตการณ์
พออนุศนิยากับศตวรรษขึ้นเวทีให้สัมภาษณ์ ศตวรรษกุมมืออนุศนิยาเล่าว่า “ตอนนี้เรายังไม่มีบ้านของตัวเอง แต่เราก็กำลังจะมีในเร็วๆนี้ครับ ไอเดียในการเลือกบ้านของเราก็ไม่มีอะไรมาก เพราะเราตกลงกันตั้งแต่ แรกแล้วว่าที่ไหนมีเขาอยู่ ที่นั่นก็เรียกว่าบ้านเราแล้วครับ”
อนุศนิยาแอบค้อนที่เขาฉวยโอกาสง้อสร้างภาพสวีตหวาน พิธีกรกล่าวว่าจะมีภาพเบื้องหลังน่ารักๆของคู่รักคู่นี้ ว่านอกจอกับในจอไม่ต่างกันเลย แต่ทันใดที่ภาพบนจอเปิดขึ้น ทุกคนก็ฮือฮาจนศตวรรษกับอนุศนิยาแปลกใจต้องหันไปมอง แล้วพวกเขาก็แทบช็อกเมื่อเห็นภาพโสมมิกาคร่อมตัวศตวรรษในรถ...ชยากรกับมิรันตรีตกใจ ประภารีบบอกให้ทีมงานปิด อนุศนิยาหันมาโวยศตวรรษ “นี่ใช่ไหมที่เรียกว่าไม่มีอะไร!”
อนุศนิยาอับอายมากวิ่งหนีลงจากเวที ศตวรรษตกใจไม่แพ้กันวิ่งตามจะอธิบาย ประภากับใบเฟิร์นโวยวายทีมงานว่าใครมาเปลี่ยนซีดี สั่งค้นภาพจากกล้องวงจรปิด จีน่าได้ยินร้อนรนแอบขโมยซีดีคืนมาแล้ววิ่งออกจากงานด้วยความรีบร้อนทำให้สะดุดตกบันไดลงมา กรรมตามสนอง เธอกลิ้งลงมาหยุดด้านล่าง มีเลือดไหลออกมาตามขา เธอแทบช็อกกับสภาพตัวเอง
ที่ลานจอดรถ ศตวรรษคว้าตัวอนุศนิยาได้ก่อนเธอจะหนีขึ้นรถ เธอหันมาโวยวายทุบตีหาว่าเขาตั้งใจจะทำลายงานของตนและฉีกหน้าตนจนสมใจ ศตวรรษละล่ำละลักขอโทษไม่คิดว่าโสมมิกาจะแอบถ่าย อนุศนิยาตบหน้าเขาฉาด มองเขาด้วยสายตาผิดหวัง
“ขอโทษที่ไม่รู้จักห้ามใจตัวเองดีกว่าไหม คุณไม่ใช่คนใจอ่อน ที่จริงคุณมันใจง่าย” อนุศนิยาร้องไห้โฮออกมาว่าตนไปทำอะไรให้ถึงได้ทำกับตนแบบนี้ เขาส่ายหน้าเธอเข่นเขี้ยว “สรุปว่าคนอย่างคุณมีอะไรดีบ้างไหม ตั้งแต่แต่งกับคุณ มีแต่เรื่องทำให้ฉันอับอาย ฉันไม่น่าเกิดมาเจอคนอย่างคุณเลย”
นักข่าววิ่งกรูมาถ่ายภาพขอสัมภาษณ์ อนุศนิยาหนีขึ้นรถขับออกไป ศตวรรษยังหูดับช็อกกับคำพูดของอนุศนิยา เดินเรื่อยเปื่อยไปอย่างไร้จุดหมาย
ชยากรหลบมาโทร.ต่อว่าโสมมิกา อยากได้คนของตัวคืนก็ไม่ควรทำลายบริษัทตน โสมมิกาสวนถ้าไม่ทำให้อับอาย อนุศนิยาจะยอมทิ้งศตวรรษหรือ มิรันตรีผ่านมาได้ยินชยากรพูดว่าจะไม่จ่าย25ล้านถ้าไม่ได้ไฟล์คลิป ก็สงสัยว่าจะต้องเกี่ยวกับซีดีเมื่อครู่ จึงสะกดรอยตามชยากร
อนุศนิยากลับมาบ้านรื้อเสื้อผ้าศตวรรษออกมาโยนทิ้ง...นันทพลรู้เรื่องพอเห็นศตวรรษกลับมาก็เรียกมาคุยด้วย ว่าตนอุตส่าห์ฝากหัวใจไว้กับเขา หวังว่าจะช่วยดูแลแต่แล้วทำไมถึงนอกใจลูกสาว เขาปฏิเสธไม่มีวันทำอย่างนั้นเด็ดขาด ทุกอย่างเพราะตนเสียรู้โสมมิกา ไม่ทันไรละไมหอบกระเป๋าเสื้อผ้าศตวรรษเข้ามาบอกว่าอนุศนิยาให้เอามาให้ ศตวรรษเสียใจที่อนุศนิยาไม่ยอมให้อภัย นันทพลรู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่เขาก็ผิดสัญญาที่ให้ไว้กับอนุศนิยา โสมมิกาทำความเดือดร้อนให้หลายครั้ง แต่เขาก็ยังเปิดโอกาสให้เธอทำร้ายหัวใจอนุศนิยาได้อีก
“ผมทำให้นุศเสียใจและหมดความไว้เนื้อเชื่อใจในตัวผม ผมก็ควรต้องได้รับกรรมจากการที่นุศไม่ยอมยกโทษให้กับผม”
“อย่าท้อสิ ลูกสาวผมเป็นคนใจแข็งก็จริง แต่น้ำแข็งยังมีวันละลาย นุศก็คงจะเหมือนกัน”
ศตวรรษรับคำว่าไม่มีวันท้อ จะต้องทำให้อนุศนิยากลับมาเชื่อใจอีกครั้ง...จากนั้นนันทพลก็เข้ามาคุยกับอนุศนิยาในห้อง บอกลูกว่าศตวรรษไปแล้ว เธอร้องไห้โฮ นันทพลปลอบให้ฟังเขาบ้าง แต่เธอกลับว่าฟังมามาก เชื่อใจเขามากจนถูกสวมเขา นันทพลให้แง่คิดว่า ศตวรรษอาจตกเป็นเครื่องมือของโสมมิกา น่าจะเคลียร์กันให้รู้เรื่องก่อนที่จะไล่เขาไป อนุศนิยาส่ายหน้า
ด้านมิรันตรีแอบขับรถตามรถชยากร จนมาถึง โรงแรมแห่งหนึ่ง เขามาพบโสมมิกาจริงๆ เธอยื่นเมมโมรี่การ์ดให้บอกคลิปตนกับศตวรรษอยู่ในนี้และขอเช็ค 25 ล้าน ชยากรว่ากลัวเธอตุกติกก๊อบปี้ไฟล์ไว้ ต้องขอเวลาเช็กดูก่อนถึงจะเขียนเช็คให้ โสมมิกาโวยวายหาว่าเขาจะโกงไหนว่าอยากให้อนุศนิยาเลิกกับศตวรรษแล้วจะห้ามตนแชร์คลิปทำไม
“เข้าใจซะใหม่ ผมต้องการให้นุศรู้ความเลวร้ายของศตวรรษ แต่ไม่ได้ต้องการให้ไปทำลายชื่อเสียงนุศ วันนี้คุณหักหน้านุศกลางงาน ทำให้คาซ่าเสียหาย”
โสมมิกาปรี๊ดอย่ามาใจเสาะ ตนต้องการเงินไปฟาดหัวแม่ของศตวรรษ ต้องการเช็ควันนี้...
ooooooo










