ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เซเลบริตี้สาวสวยวัย 26 ทายาทมหาเศรษฐีใหญ่ที่กำลังก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งว่าที่นักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพลในเจเนอเรชั่นใหม่ เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก อนุศนิยา วรเลิศลักษณ์... ผู้บริหารคาซ่าสตูดิโอ ศูนย์ การค้าเฟอร์นิเจอร์หรูหรายักษ์ใหญ่ดีไซน์ล้ำ เวิร์กกิ้งวูแมนตัวจริง

    เมื่ออนุศนิยาเดินผ่านไปส่วนใด พนักงานทั้งหมดจะตั้งใจทำงานด้วยท่าทางหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด... ประภาเลขาสาวคอยเดินตามรายงานการนัดหมายของวัน และวันนี้นันทนาอาของเธอขอแทรกคิวคุยเรื่องประนอมหนี้ จะให้พบเวลาใด อนุศนิยาสวนทันที
    “บอกไปว่าไม่ว่าง เป็นธุระของลูกหนี้ที่ต้องรอบ้าง”

    ประภารับคำ พลันอนุศนิยาเดินผ่านจุดที่จัดงานโอทอป เธอปรายตามองอย่างไม่พอใจถามใครจัดดิสเพลย์ ตรงนี้ เรียกมาปรับทัศนคติด่วน ประภาหน้าเจื่อนรู้ว่าเจ้านายเริ่มของขึ้น...พอเดินมาอีกจุด รปภ.แจ้งชายคนหนึ่งว่า อนุศนิยากำลังเดินมาแล้ว ชายคนนั้นสีหน้าตื่นเต้น แต่ไม่ทันมาถึง ตรงโชว์รูมห้องนอน จีน่าพนักงานสาวเซ็กซี่กำลังพรีเซนต์ลูกค้า ด้วยการลงไปนอนออกแรงขย่มให้ลูกค้าเห็นว่า เตียงรุ่นนี้รองรับแรงกระแทกและแรงสั่นสะเทือนอย่างดี สีหน้าลูกค้าชายดูหื่นกระหายทำให้ภรรยาที่มาด้วยไม่พอใจดึงสามีเดินหนีไปอย่างโกรธๆ

    “ตกลงจะขายเตียงหรือขายอะไร...ที่นี่ลูกค้าต้องได้ทดลองสินค้า แล้วคุณก็ไม่ใช่สินค้าที่เราขาย...อย่าพรีเซนต์ตัวเองเกินหน้าสินค้า แล้วถ้าคิดจะแทะโลมลูกค้า ขอแนะนำว่าให้ไปขายอย่างอื่น” อนุศนิยาเข้ามาตำหนิ แล้วเดินเชิดไป

    พนักงานคนอื่นต่างสุมหัวนินทาว่าวีนเหวี่ยงแบบนี้ถึงยังหาแฟนไม่ได้...อนุศนิยาเดินหงุดหงิดมาเห็นชายหนุ่มยืนมองอ่างอาบน้ำแบบล่าสุดที่โชว์อยู่ ไม่มีพนักงานมาต้อนรับ จึงตัดสินใจเข้าไปอธิบายด้วยตัวเอง “อ่างอาบน้ำรุ่นไซเรน ดีไซน์ใหม่ล่าสุด ได้แรงบันดาลใจมาจากตำนานของพรายน้ำ คุณเคยได้ยินเรื่องพรายน้ำในทะเลที่ชอบหลอกให้คนเคลิ้ม แล้วกระโดดลงน้ำเพื่อไปตามหาไหมคะ”

    ชายคนนั้นหันมองตั้งใจสะกิดความทรงจำ “ผมว่าผมเคยถูกพรายน้ำล่อลวงมาก่อนนะ”

    อนุศนิยามองใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้าน รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นชายคนนี้ที่ไหนมาก่อน พอได้ยินเขาพูดว่า “คุณก็คือพรายน้ำที่ผมว่า...”

    อนุศนิยาผงะถอยกรูดเผลอกอดอกระวังตัวเองขึ้นมา ทำหน้าเหมือนเจอผี ชายคนนั้นเอ่ย

    “ผมมาเจรจาเรื่องหนี้ของเรา” อนุศนิยางงหนี้อะไร “ผม ศตวรรษ...ลูกหนี้ของคุณไง”

    หญิงสาวพยายามเรียบเรียงความคิด ประภาเข้ามากระซิบเมื่อได้ยินชื่อ “คนนี้ไงคะคุณนุศ ลูกหนี้ของคุณนันทนาที่คุณนุศกำลังควานหาตัว”

    “ไม่จริง! เป็นไปไม่ได้!” อนุศนิยาไม่อยากเชื่อว่าโลกจะกลมขนาดนี้

    “ได้เวลาเคลียร์หนี้ของเราสองคนแล้วครับ” ศตวรรษยืนประจันหน้าอนุศนิยาที่ยืนเหวอ

    ooooooo

    สี่วันก่อนหน้า...มีงานเปิดโครงการวิลล่าหรูติด ชายหาดกระบี่ เป็นการร่วมทุนกับคาซ่าเฟอร์นิเจอร์ ที่เป็นบริษัทตกแต่งคอนโดราคา 50 ล้านแต่เพียงเจ้าเดียว

    อนุศนิยาเดินตรวจความเรียบร้อยก่อนเริ่มงานตามประสาคนมีประสิทธิภาพสูง มีประภาเลขาและใบเฟิร์น พีอาร์คอยรายงานกำหนดการต่างๆให้ ว่าจะต้องกล่าวเปิดงานเวลาไหน และพาลูกค้าชมห้องตัวอย่างเพื่อแนะนำเฟอร์– นิเจอร์ของเราที่ตกแต่งให้รู้สึกเหมือนบ้าน...อนุศนิยาย้ำให้เช็คทุกขั้นตอนอย่าให้พลาด งานนี้ต้องสมบูรณ์แบบที่สุด

    “เพอร์เฟกชั่นนิสต์ตัวจริง ยืนอยู่ตรงนี้เอง” ชยากรปรบมือชื่นชม

    อนุศนิยาดีใจที่เห็นชยากรซึ่งเป็นอา เขาแนะนำคริสเจ้าของโคงการให้รู้จักกัน คริสสนใจอนุศนิยาอย่างมาก ชยากรไม่ชอบใจกับสายตาของคริสจึงเบี่ยงเบนให้ไปคุยกับสถาปนิก ไม่วายที่คริสจะทิ้งลูกหยอดว่า “ผมขอตัวสักครู่ รับรองจะไม่ทิ้งคุณไปไหนนาน เพราะวันนี้เราสองคนคือไฮไลต์ของงาน ให้คิดซะว่างานนี้เป็นของเรานะครับ”

    ไม่ทันไรประภาหน้าตื่นเข้ามารายงานอนุศนิยาว่า งานเข้าแล้ว อนุศนิยากับชยากรรีบเดินไป...บนเวทีที่โชว์อ่างอาบน้ำไซเรน ซึ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์เอกของงาน โสมมิกา พรรณราย..ทายาทพันล้านของผู้มีอิทธิพล ดาวดังในแวดวงเซเลบสมญานามคาสโนวี่เมืองไทย คู่ปรับของอนุศนิยา

    เธอมาในชุดเปรี้ยวเซ็กซี่ โชว์ลีลารูดเสาโพสท่าประกอบดนตรีเร่าร้อน ทันใดไฟดับลงดนตรีหยุดกึก โสมมิกาโวยวายเกิดอะไรขึ้นตนยังซ้อมไม่เสร็จ เสียงอนุศนิยาดังขัด...เพราะงานนี้ไม่ต้องการพริตตี้ โสมมิกาหันขวับมามองเห็นอนุศนิยาเดินมากับชยากรก็โวย
    “เธอว่าใครเป็นพริตตี้! ชยาคะ หลานสาวคุณพูดจากับโสมแบบนี้มันดูถูกกันชัดๆนะคะ โสมยินดีมาเป็นเซเลบให้แบบไม่คิดค่าตัว เพราะเห็นว่าเป็นงานของคุณนะคะชยา”

    ชยากรขอให้ใจเย็น อนุศนิยาตัดบท “ขอโทษนะคะอาชยา แต่นุศต้องปฏิเสธน้ำใจของอาชยา เพราะโปรดักส์ของเราถูกดีไซน์มาอย่างดี อย่าให้มีอะไรมาแย่งซีนให้รกหูรกตาน่าจะดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นเซเลบหรือพริตตี้!”

    “มันจะมากเกินไปแล้วนะ! ชยาคะโสมไม่ยอมนะคะ คุณก็เป็นหนึ่งในผู้บริหาร คุณมีสิทธิ์ที่จะเลือกว่าคุณจะเอายังไง”

    ชยากรอยู่ท่ามกลางสงครามของสองหญิง ไม่อยากทำลายน้ำใจใครแต่เมื่อโดนบังคับให้เลือกจึงอ้าง “โปรเจกต์นี้นุศเป็นผู้นำ ถ้าให้ต้องเลือก ผมบอกได้แค่ว่า คำสั่งของนุศถือว่าเด็ดขาด”

    โสมมิกาช็อกไม่คิดว่าชยาจะเข้าข้างหลาน เหวี่ยงวีนก่อนจะเดินปึงปังออกไป อนุศนิยารู้ว่าชยากรลำบากใจจึงให้ตามไปง้อ ตนไม่ได้ห้ามเธอมาร่วมงาน แต่ห้ามโชว์เกรียนก็พอ...

    ถึงเวลาเปิดงาน อนุศนิยาและชยากรถือแก้วแชมเปญอยู่หน้าแบ็กดรอปร่วมกับผู้บริหารของวิลล่า สื่อมวลชนถ่ายรูปกันพึ่บพั่บ โสมมิกาประกบข้างชยากร ส่งสายตาพิฆาตอนุศนิยาตลอดเวลา...มิรันตรี นักข่าวสาวผู้มีคีย์บอร์ดเป็นอาวุธ สังเกตเห็นความบาดหมางของสองสาวจึงคาดการณ์ว่าต้องมีการฟาดฟันกันเป็นแน่

    พิธีกรให้อนุศนิยาอธิบาย ทำไมถึงต้องใช้อ่างอาบน้ำสไตล์โมเดิร์นรุ่นไซเรนของเธอ..อนุศนิยาเกริ่นได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ ที่เลือกอ่างรุ่นไซเรนของคาซ่ามาตกแต่งเพราะต้องการรูปทรงโค้งมนที่เลียนแบบมาจากความพลิ้วไหวของสายน้ำ ให้รู้สึกผ่อนคลายเข้ากับบรรยากาศทะเล...ขณะที่อนุศนิยากำลังบรรยาย โสมมิกาเดินไปที่อ่างอาบน้ำที่เปิดน้ำทิ้งเอาไว้พร้อมนายแบบ จงใจท้าทายแย่งซีนเต็มที่

    ประภากับใบเฟิร์นอ้าปากค้าง อนุศนิยาเริ่มรู้สึกว่าแขกในงานเบนความสนใจไปทางอื่น จึงหันมองตาม ตกใจมากที่เห็นโสมมิกาเต้นเย้ายวนในอ่าง สมกับฉายาเจ้าแม่อีเวนต์จริงๆ...อนุศนิยาหมดความอดทนบอกชยากร รู้สึกมีคนจะเกิดกว่าเฟอร์นิเจอร์ของเรา ชยากรอายแทนพยักหน้าให้ใบเฟิร์นเอาเสื้อคลุมมา เขาเข้าไปคลุมตัวโสมมิกา ทำให้นักข่าวยิ่งสนใจคู่รักคู่ฮอตมากขึ้นไปอีก ยิงคำถามว่าเธอลงทุนทำขนาดนี้เพราะเป็นงานของชยากรหรือ บ้างก็ว่าร่วมกันสร้างธุรกิจอย่างนี้ คงมีข่าวดีเร็วๆนี้ ใบเฟิร์นใช้มือถือถ่ายคลิปรายงานสดไปยังบริษัท

    ในห้องประชุมบริษัทคาซ่า กลุ่มพี่น้องระดับผู้บริหารอันมี นันทพลพี่ชายคนโตและเป็นพ่อของอนุศนิยา นันทนา นุดี นนทยาและนาวิกา กำลังดูภาพรายงานสดบนจอโปรเจกเตอร์ เห็นชยากรกับโสมมิกาได้หน้าเต็มๆในงานนี้ แก๊งชะนีไม่พอใจโดยเฉพาะนันทนา ตบโต๊ะเปรี้ยง

    “เก่งจริงๆน้องชายสุดที่รักของพี่พล ส่งไปทำงาน แต่ดั๊นไปโปรโมตตัวเอง”

    “อย่าไปโทษชยามันนักเลยน่า ก็เราไม่ใช่เหรอนัน ที่เป็นคนคะยั้นคะยอให้จัดงานนี้”

    นุดีกับนนทยาก็ไม่ชอบหน้าชยากรเพราะเชื่อว่าไม่ใช่สายเลือดของพ่อ แต่เป็นลูกติดท้องเมียน้อยมาจึงเข้าข้างนันทนาพี่สาว มีเพียงนาวิกาที่ดูธรรมะธัมโมติงพี่ๆคิดแบบนั้นบาปกรรม นันทพลไม่พอใจเอ็ดทุกคนถ้าคิดไร้สาระแบบนี้ไม่ต้องเรียกตนเข้าประชุม นันทยาหลุดปาก

    “ไม่ไร้สาระหรอกค่ะ ก็ถ้าวันนี้นายชยากับแฟนเซเลบของมันไม่แย่งซีนไป ป่านนี้ยัยนุศกับคุณคริสก็เป็นคู่จิ้นกันไปแล้ว พวกเรามีแต่รวยรับเละ”

    นุดีสะกิดเตือน นันทพลโวยคู่จิ้นอะไร นันทนาจึงขยายความว่าถ้าหลานเป็นแฟนกับคริส โครงการรีสอร์ตหกดาวอีกหลายแห่งของเขา ก็ต้องเหมาเฟอร์นิเจอร์เราทั้งหมด นันทพลเสียงเฉียบไม่ต้องมาเร่ขายลูกสาวตน อนุศนิยามีปัญญาทำให้บริษัทเจริญรุ่งเรืองกว่าที่พวกเธอทำแน่ สามสาวหน้าม้าน นันทนายังเหน็บระวังหลานจะไปคว้าคนใกล้ตัว นนทยาถามว่าใคร นุดีเอือม

    “โอย...นายชยากรไงยะ นี่...ถามจริง โบทอกซ์ ไหลเข้าสมองรึเปล่าเนี่ย”...สี่สาววงแตก

    ภายในงาน หลังแขกทยอยกลับ โสมมิกาเดินเคียงคู่ชยากรด้วยท่าทีเย้ยอนุศนิยา คริสเข้ามาขอบคุณที่ทำให้งานนี้กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ โสมมิกาประชด “ต้องขอบคุณเฟอร์นิเจอร์เว่อร์วังอลังการของนุศเขาที่ช่วยช่วงชิงพื้นที่ข่าวให้กับพริตตี้คนนี้”

    อนุศนิยาอยากจะซัดกลับแต่เกรงใจคริส...คริสชื่นชมว่าผู้ชายต้องมีสาวสวยอยู่เบื้องหลังความสำเร็จอย่างนี้ทุกคน แล้วชวนทุกคนไปปาร์ตี้ต่อที่เกาะส่วนตัว เป็นการเลี้ยงขอบคุณ โดยเฉพาะอนุศนิยาที่เป็นผู้หญิงเบื้องหลังความสำเร็จของตนในวันนี้...อนุศนิยาทำหน้าเลี่ยนๆอยากปฏิเสธแต่ก็เกรงใจ ชยากรเข้าใจว่าหลานอึดอัดแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร โสมมิกาหมั่นไส้

    ooooooo

    ค่ำนั้น เรือสปีดโบ๊ตพาชยากรและอนุศนิยามาบ้านพักตากอากาศบนเกาะส่วนตัวของคริส ซึ่งจัดปาร์ตี้ครื้นเครง เสียงเพลงดังกระหึ่ม แขกในงานทั้งเมาและเต้นกันสุดฤทธิ์ อนุศนิยาในชุดเดรสยาวเรียบเก๋ ไม่ชอบงานอโคจรแบบนี้เลย แต่ชยากรเตือนว่า งานลูกค้าห้ามชิ่ง

    โสมมิการู้ว่าคริสสนใจในตัวอนุศนิยามาก จึงกระแนะกระแหนว่า เล่นของสูงก็เหนื่อยหน่อย คริสกลับว่าต้องยากถึงจะท้าทาย เธอจึงจุดเชื้อเพลิงทันที “ไอ้เรื่องทำหัวสูง เชิดๆเริ่ดๆ ยัยนุศนี่ตัวแม่เลยล่ะ แต่จะโสดจริง ซิงจริงหรือแค่ทำแอ๊บเพิ่มมูลค่าก็ไม่รู้สินะ เขาว่าพวกเงียบๆเนี่ย ฟาดเรียบทั้งนั้นนี่...โสมแนะนำในฐานะเพื่อนนะ ว่ายัยนุศมันหน้าเงินจะตาย เพื่อผลประโยชน์มันอาจเอาตัวเข้าแลกก็ได้ หากินกับคนเขี้ยวอย่างนั้น ก็ต้องรู้จักฟันกำไรบ้างนะ”

    พูดจบชยากรกับอนุศนิยาเดินมาถึง โสมมิกาจึงเข้าไปดึงชยากรไปทางอื่นเพื่อเปิดโอกาสให้คริสได้คุยลำพังกับอนุศนิยา...ความที่เธอเบื่อจึงไม่อยากอยู่ในงานแยกมานั่งเงียบๆ กลับทำให้คริสเข้าใจว่าเธอง่ายกว่าที่คิด

    กลางทะเลอันดามัน ศตวรรษกำลังพายเรือแคนูเพื่อดูพรายน้ำ เมื่อเรือแหวกว่ายออกไป ก็จะเห็นแพลงก์-ตอนในน้ำเรืองแสงสีฟ้าไปตามที่ๆมีการเคลื่อนไหว เขากำลังเพลิดเพลินกับความงามของมัน ก็ได้ยินเสียงเพลงจากปาร์ตี้ของคริสดังทำลายสมาธิ เขาถอนใจกับปาร์ตี้พวกไฮโซ

    มิรันตรีปลีกตัวออกมาจากงาน เจออนุศนิยายืนอยู่ลำพัง จึงเข้าไปทักว่า หายออกมาแบบนี้ หนุ่มๆในงานถามหากันแย่ เธอตอบว่าไม่มีตนคงดีกว่า งานจะได้ไม่กร่อย

    “คนทำงานกร่อยไม่ใช่คุณหรอกมั้ง น่าจะเป็นอีกคนมากกว่า” มิรันตรีแกล้งพูดลอยๆหวังเข้าประเด็น เผอิญชยากรมาขัดจังหวะเสียก่อน พอเขาเห็นป้ายห้อยคอว่าเป็นนักข่าวก็ขัด

    “คุณเป็นนักข่าวเหรอ ตอนนี้คุณนุศยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ ขอโทษนะครับ เชิญ”

    มิรันตรีเหวอเพราะไม่ทันจะถามอะไร ชยากรหาว่าพวกนักข่าวไว้ใจไม่ได้ต้องหาประเด็นมาสร้างข่าว หญิงสาวไม่พอใจสวนไปว่าถ้าไม่ขยันสร้างข่าวจะกลัวตกเป็นข่าวทำไม พูดจบก็ขอตัวแยกไปอย่างเคืองๆ

    อนุศนิยาบ่นเบื่ออยากกลับ พอพากันเดินมาก็เจอคริสถือขวดเครื่องสปาร์คกลิ้งไวน์เข้ามา ถามจะไปไหนกัน ชยากรจึงบอกว่าจะพาอนุศนิยากลับรีสอร์ตก่อน

    มิรันตรีแอบมองเริ่มสงสัยความสัมพันธ์ของอาหลานคู่นี้...ด้านโสมมิกากระโดดลงสระน้ำแหวกว่ายปาร์ตี้โฟมด้วยความคึก พอเห็นชยากรจูงมืออนุศนิยาแหวกฝูงเพื่อนก็ไม่พอใจ โผเกาะขอบสระเรียก ชยากร ก้มลงไปคุยด้วยว่าจะพาหลานกลับ โสมมิกาโน้มคอ เขาร่วงลงสระ เพื่อนๆเฮกันใหญ่ อนุศนิยายืนเก้อ โสมมิกาตะโกนบอกคริส

    “ฝากพาหนูน้อยไปกินนมนอนด้วยนะ”

    คริสยิ้มแต้ ในมือยังถือเครื่องดื่มพาอนุศนิยาไปลงเรือ...แต่เขากลับขับเรืออ้อมไปหลังเกาะ แล้วดับเครื่อง หญิงสาวตกใจว่าเครื่องยนต์เป็นอะไร คริสบอกว่า

    มีอะไรสนุกๆให้ดู ว่าแล้วก็เปิดจุกเครื่องดื่มแล้วโยนลงทะเล เกิดแสงสว่างเรืองแสงจากพรายน้ำ เธอตื่นตาหาอะไรโยนลงไปอีกเพื่อให้เกิดพรายน้ำ คริสมองหญิงสาว อย่างพอใจที่เธอไม่ทันระวังตัว

    ผ่านไปไม่นาน อนุศนิยารู้สึกเมาเรือ คริสเริ่มเข้าไปกอดซุกไซ้ เธอยังมีสติสะบัดตัวออกตวาดอย่ามายุ่งกับตน เขาตอกกลับ “ก็แค่อยากรู้ว่าผู้หญิงเก่ง มันจะเก่งไปทุกเรื่องจริงไหม”

    พอดีชยากรเป็นห่วงโทร.เข้ามา อนุศนิยาจะเข้าไปหยิบกระเป๋าแต่ถูกคริสรวบตัวไว้ เธอดิ้นรนขัดขืน เขาหาว่าเธอยั่ว เธอเริ่มรู้สึกว่าคงถูกมอมยาเห็นภาพซ้อนในหัว จึงตั้งสติวิ่งไปติดเครื่องเรือจะขับออก คริสนึกสนุกเข้ามาโอบด้านหลัง เยาะทำอย่างกับยังเวอร์จิ้นอยู่

    ศตวรรษได้ยินเสียงเครื่องเรือหันมอง มีเสียงหัวเราะร่า ของคริสดังอีกก็เข้าใจว่าเป็นพวกไฮโซปาร์ตี้มาหาความสุข ...อนุศนิยาพยายามหาทางหนี ตัดสินใจกระโดดน้ำตูม

    คริสโวยวายถ้าไม่ขึ้นมาตนจะทิ้ง อนุศนิยาดำลงไปไม่ยอมโผล่ คริสเริ่มหวั่นใจ ขับเรือหนีเข้าฝั่ง

    ศตวรรษได้ยินเสียงเรือวิ่งไป แต่ที่ใต้น้ำมีพรายน้ำสว่างวาบก็สงสัยพยายามเพ่งมอง เห็นคนดำผุดดำว่ายก็ตกใจรีบโดดลงไปช่วยพากลับเข้าหาด ผายปอดปฐม พยาบาลทุกอย่างจนเธอรู้สึกตัว เขาสำรวจทั่วร่างเธอว่าบาดเจ็บตรงไหนบ้างไหม เธอกลับนิ่งมองเขาด้วยสายตาร้อนเร่า

    “คุณมาจากไหน ไปปาร์ตี้ที่เกาะนั่นมาใช่ไหม”

    “ร้อน...ร้อนจัง...” อนุศนิยากลับจิกแขนศตวรรษ พยายามจะถอดเสื้อตัวเอง

    “เฮ้ย! คุณอย่า...นี่กินยาปลุกเซ็กซ์ เล่นยามาด้วยเหรอเนี่ย มั่วไม่เลือกแบบนี้ไม่ได้นะ!”

    อนุศนิยาเข้ากอดจิกผมศตวรรษ ยื้อยุดจะถอดเสื้อเขา ยื้อกันไปมาจนล้มลงปากประกบกันโดยบังเอิญ ชายหนุ่ม รู้สึกผิดรีบขอโทษ แต่เธอกลับรั้งคอเขาไว้ เขาพยายามแกะมือเธอ สักพักเธอก็นิ่งหลับไปดื้อๆ เขามีโอกาสได้มองหน้าหญิงสาวใกล้ๆ ชักหลงใหลราวต้องมนต์

    ooooooo

    กลางดึก ชยากรมาเคาะห้องอนุศนิยาด้วยความเป็นห่วง แต่ไม่มีเสียงตอบ โสมมิการู้ดีว่าเธอไม่ได้อยู่ในห้อง จึงดึงเขาออกมาอ้างให้ปล่อยอนุศนิยา นอนไป

    รุ่งเช้าในกระท่อมชาวเล อนุศนิยาตื่นขึ้นมาอย่างมึนงง พบตัวเองสวมเสื้อผู้ชายตัวโคร่ง ข้างในโนบราก็ตกใจ รีบมุดออกจากมุ้ง เจอชุดเดรสตัวเองแขวนตากอยู่หน้ากระท่อม จึงย่องออกมา ได้ยินเสียงผิวปากมาจากห้องน้ำที่อยู่ข้างกระท่อมเป็นเสียงผู้ชายจึงอยากรู้ว่าใคร เห็นประตูลอยสูงเหนือพื้นตัดสินใจเข้าไปก้มดู จังหวะนั้นศตวรรษหนวดเคราครึ้มทำสบู่ตกก้มเก็บ จ๊ะเอ๋กับหน้าอนุศนิยาที่กำลังถ้ำมองอยู่ก็ตกใจผงะหงาย เสียงโป๊กเป๊กโครมครามสักพักประตูล้มลง อนุศนิยาหงายหลังก้นจ้ำ ศตวรรษคว้าผ้าขนหนูแทบไม่ทัน หญิงสาวเอามือปิดตาร้องลั่น

    “อ๊าย! ไม่เห็นอะไรนะ ไม่เห็นจริงๆ” จากนั้นเธอก็วิ่งเสียขวัญร้องกรี๊ดๆ

    แอเซาะ...หนุ่มชาวเลพื้นถิ่นหอบแกลลอนน้ำจืดมาส่ง เห็นเหตุการณ์ถึงกับตาค้างทิ้งของวิ่งตามไปแอบดู ศตวรรษนุ่งผ้าเช็ดตัววิ่งตามหญิงสาวไปหน้าหาด เธอสะดุดล้มมีท่าทีหวาดกลัวมาก บอกไม่เห็นอะไรเลยจริงๆ สาบานได้...ศตวรรษเกาหัวแกรกๆ บอกช่างเหอะ ถือว่าเจ๊ากัน

    “เจ๊ากัน...เจ๊ากันยังไง” อนุศนิยายิ่งคิดว่าเขาต้องทำอะไรตนแล้วแน่ๆ รีบยกมือกอดอก

    ศตวรรษหมั่นไส้เหน็บเพิ่งมาอายป่านนี้มันช้าไปไหม เธอทำหน้างง “นี่คุณ อย่าแอ๊บไปหน่อยเลย จะว่าไปเมื่อคืนก็ดีนะขอบคุณที่มาอ่อยผมถึงที่ ชาตินี้จะไม่ลืมเลย”

    อนุศนิยาเข้าใจว่าเขาพูดเรื่องเมื่อคืนมีอะไรกัน ก็จี๊ดขึ้นมาทันที กำทรายปาใส่หน้าเขาด่าไอ้โรคจิตมาปล้ำตน ศตวรรษแสบตาโวยไปกันใหญ่แล้วเข้าชาร์จตัวเธอไม่ให้ทำอีก จึงดูเหมือนนัวเนียกันอยู่ แอเซาะตาโพลงหยิบมือถือออกมาถ่ายรูปคิดว่าสองคนหยอกล้อกัน

    อนุศนิยาร้องไอ้คนเลวไอ้หื่นเอามือสกปรกออกไป ศตวรรษสวน ถามตัวเองดีกว่าไหมว่าใครที่หื่นกันแน่

    หญิงสาวใช้วิชาป้องกันตัวที่เรียนมากระแทกศอกใส่ ศตวรรษทรุดลงแต่คว้าข้อเท้าไม่ให้อนุศนิยาวิ่งหนีได้ เธอกำทรายจะปาใส่อีก เขาจึงโถมตัวเข้าคร่อมกดแขนเธอไว้ แอเซาะกดภาพรัว...อนุศนิยาเริ่มอ่อนแรงและกลัวเขาล่วงเกินจึงขอร้องอย่าทำอะไรตน ศตวรรษก็เริ่มล้า

    “ผมไม่ได้ปล้ำ เราไม่ได้มีอะไรกันและคุณต่างหากที่จะปล้ำผม...ตั้งสติ นึกให้ออกว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น” อนุศนิยาโวยว่าคิดไม่ออก “ถ้าคิดไม่ออกผมก็จะบอกให้ฟัง คุณเมายา คุณตกน้ำ ผมช่วยคุณขึ้นมา คุณถอดเสื้อต่อหน้าผม ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายเสียหาย...”

    “ไม่จริง! คนอย่างฉันไม่มีทางทำอย่างที่นายพูด โกหก!”

    ศตวรรษย้ำให้คิดดูอีกที อนุศนิยาพยายามนึก ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนผุดขึ้น สีหน้าเธอตกใจอาย “ฉันจำได้แล้ว เป็นอย่างที่นาย...พูดทุกอย่าง แต่นายก็ยังไม่น่าไว้ใจอยู่ดี”

    ศตวรรษหลบตาเกรงเธอจะเห็นสายตาหลงเสน่ห์เธอของเขา แล้วนึกได้ว่ายังอยู่ในท่าคร่อมเธออยู่ จึงรีบผละออก ทั้งสองพากันเดินกลับกระท่อม แอเซาะเข้าใจว่าคงมาต่อกันในกระท่อม จึงย่องตามอารามตกใจเห็นเสื้อในผู้หญิงแขวนตากอยู่เผลอคว้าติดมือไปด้วย

    ขณะเดียวกัน ชยากรเพิ่งรู้ว่าอนุศนิยาไม่ได้กลับมาตั้งแต่เมื่อคืน ก็ร้อนใจไปถามคริส เขาโกหกว่าเธอกลับกับคนอื่นไม่ยอมให้ตนมาส่ง ชยากรไม่เชื่อเพราะรู้จักนิสัยหลานสาวดี...โสมมิกาแอบมาสอบถามคริส จึงรู้ว่าอนุศนิยาโดดน้ำหนีไปไหนไม่รู้ ก็ตกใจกลัวเรื่องบานปลาย

    ด้านอนุศนิยาเก็บเสื้อผ้าตัวเองมาจะเปลี่ยนก็พบว่าเสื้อในหายไป ศตวรรษช่วยหาไม่เจอเข้าใจว่าลมคงพัดปลิวไป ทำให้หญิงสาวเปลี่ยนชุดแล้วต้องคอยกอดอกด้วยกลัวจะโป๊ ศตวรรษเห็นหญิงสาวหน้าตาเกลี้ยงเกลาไร้เครื่องสำอาง ผมยาวสยายไปตามแรงลมก็เผลอมองค้าง

    อนุศนิยาเอ่ยถามว่าที่นี่ที่ไหน ศตวรรษตอบว่าเกาะรอกอยู่ห่างจากเกาะที่เธอมาประมาณยี่สิบนาทีได้ เธอขอยืมมือถือเขา เขาบอกมือถือมีแต่ไม่มีสัญญาณ หญิงสาวหน้าเสียจะกลับอย่างไร เธอจ้างเขาหนึ่งหมื่นให้ไปส่งรีสอร์ต เห็นเขานิ่งจึงเพิ่มให้เป็นสองหมื่น

    เขายิ่งเดินหนี เธองง

    แอเซาะเอารูปศตวรรษนัวเนียกับอนุศนิยามาให้มาเรียม หญิงสาวเจ้าของร้านขายของชำบนเกาะที่ชื่นชอบศตวรรษมากดู แถมเอาเสื้อในให้ดูเป็นหลักฐาน

    มาเรียมปรี๊ด พอดีศตวรรษเดินมาขอยืมเรือแอเซาะจะไปธุระ มาเรียมหาว่าจะหนีตามสาว เขาเอือมไม่ตอบอะไรเดินไป

    ขณะที่อนุศนิยาพยายามจะหนีโดยใช้เรือแคนูของศตวรรษพายออกไปอย่างยักแย่ยักยัน เห็นเรือ

    สปีดโบ๊ตแล่นอ้อมอ่าวมาก็ดีใจ โบกมือให้ช่วยขอไปด้วยปรากฏเป็นเรือศตวรรษขับมาแกล้งซัดน้ำใส่ เรือ

    แคนูคว่ำแล้วตะโกนบอกอนุศนิยาที่ตกน้ำป๋อมแป๋ม

    “อยากพายก็พายกลับไปเอง ลากันตรงนี้...”

    อนุศนิยาร้องโอ๊ยขึ้นมา “ช่วยด้วย ฉันโดนตัวอะไรไม่รู้ โอย...ปวดๆ”

    ศตวรรษตกใจลุยน้ำออกไปอุ้มเธอกลับขึ้นฝั่ง เสียงเฉียบให้นิ่งอย่าดิ้นอย่าร้อง อนุศนิยาถูกหอยเม่นตำเท้า เขาใช้ก้นขวดแก้วทุบลงไปที่ตัวหอยเม่นให้แหลกคาเท้าเธอ บอกให้เธอทนหน่อย แล้วรีบไปหามะนาวมาฝานบีบใส่ผ้าโปะลงไปที่เท้าเพื่อสลายหนามด้านใน...หญิงสาวทึ่งมองการทำแผลอย่างชำนาญของเขา พอเขาหันมองก็กลบเกลื่อนทำเป็นถามว่าไม่เป็นไรแน่นะ

    “อันตรายน้อยกว่ายาที่คุณเล่นละกันน่า”

    อนุศนิยารีบอธิบายว่าตนไม่ใช่พวกใจแตก ตนแค่...เขาสวน “แค่สนุกชั่วครั้งชั่วคราว ผมเห็นก็อ้างกันอย่างนี้ทุกที รักสนุกก็ต้องรู้จักป้องกัน”

    อนุศนิยาเถียงไม่ทัน เขาเดินหอบของไปเก็บ เธอเจ็บใจไม่คิดว่าจะโดนมองเป็นพวกเหลวแหลกแบบนี้... บ่ายวันนั้น ศตวรรษทำข้าวไข่เจียวให้กินและวางยาแก้ปวดไว้ให้ บอกกินเสร็จแล้วจะไปส่งขึ้นฝั่ง ย้ำว่าแผลจะปวดไม่กี่วันก็หาย ทนเอาหน่อย เธอเงยหน้ามองเห็นสายตาเขาจ้องจึงถามมีอะไรติดหน้าตนหรือ เขาสะดุ้งกลบเกลื่อนว่าไม่มี เธอพยายามแก้ภาพพจน์

    “นี่...ถ้าเมื่อคืนฉันทำอะไรลงไป อย่าถือสาเลยนะ ฉันไม่รู้ตัวจริงๆ”

    เขาพยักหน้าหงึกๆ ไม่คิดว่าเธอจะกล้าพูดเรื่องเมื่อคืน เธอเรียกเขานี่...นี่...จนเขารำคาญบอกตนชื่อวรรษ หญิงสาวบอกตนชื่ออนุศนิยา เขาแทบใจละลายเมื่อเห็นรอยยิ้มของหญิงสาว

    ooooooo

    ชยากรให้ประภากับใบเฟิร์นพาแขกและสื่อมวลชนนั่งเครื่องกลับตามหมายกำหนดการ ส่วนเขาจะรออนุศนิยา...ระหว่างนั้นศตวรรษอุ้มอนุศนิยาลงเรือเพื่อไม่ให้แผลที่เท้าเปียกน้ำ เธอลอบมองใบหน้าที่มีเคราครึ้มของเขาอย่างรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก

    พอมาถึงหน้ารีสอร์ต ศตวรรษเหน็บอย่าไป

    เกยตื้นที่ไหนอีก เพราะอาจไม่เจอคนอย่างตน ตนหมดหน้าที่แล้วลากลับ อนุศนิยาอยากตอบแทนบุญคุณ เขาบอกไม่ต้องห่วงตนจะไม่ปริปากบอกเรื่องบนเกาะกับใครให้เธอเสียชื่อแน่ ศตวรรษประคองอนุศนิยาให้เดิน ชยากรออกมาเห็นปรี่เข้าชกหน้าศตวรรษ โวยวายหาว่าพาเธอไปทำมิดีมิร้าย หญิงสาวกะเผลกเข้าห้าม ศตวรรษรับรองว่าผู้หญิงของเขาไม่มีอะไรเสียหาย อนุศนิยารีบบอกว่าคนที่ทำร้ายตนคือคริส

    ชยากรไม่รอช้า รีบมาที่ล็อบบี้ ตรงเข้าชกหน้าคริส โสมมิกาเข้ามาห้าม กลุ่มนักข่าวไม่ทันกลับหันมาถ่ายภาพกันใหญ่ คริสจนตรอกเอาตัวรอดด้วยการโทษผู้หญิง

    “ถามเขาดูสิ ผมกรอกปากให้เขากินยารึเปล่า ถ้าไม่คิดเสนอตัว ผู้หญิงดีๆที่ไหนจะออกไปดึกๆดื่นๆ กับผู้ชายสองต่อสอง คุณเองก็จ้องจะจับผมอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ”

    “ฉันไม่เคยเห็นคนสกปรกอย่างแกอยู่ในสายตา” อนุศนิยาสุดทน

    ชยากรปรี๊ดเข้าชกหน้าคริสอีก อนุศนิยากับโสมมิกาช่วยกันแยก ชยากรชี้หน้าจะแจ้งความเอาคริสเข้าคุก คริสโต้ “เอาเลย ถ้าฉันติดคุก โสมมิกาแฟนแกก็ไม่รอดเหมือนกัน”

    ทุกคนตกใจ อนุศนิยาเอาเรื่องโสมมิกาทันทีที่รู้เห็นเป็นใจ เธอหน้าเสียจะแก้ตัว ชยากรสวน “มิน่า คุณถึงเปิดทางให้นุศออกไปกับไอ้ชั่วนั่น นุศไปทำอะไรให้โสมเกลียดขนาดนั้น”

    “โสมไม่ได้ทำ ยัยนุศต่างหากที่โง่ รนหาที่เอง” ชยากรสวนตนต่างหากที่โง่หลงเชื่อผู้หญิงน่ากลัวอย่างเธอ โสมมิกาโวย “คุณก็เอาแต่หลงนังหลานสาวหัวปักหัวปำ คุณยังเห็นโสมเป็นแฟนคุณอยู่รึเปล่า”

    “เพราะอย่างนี้คุณก็เลยทำร้ายนุศใช่ไหม ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณจะทำได้ เราเลิกกัน! ผมไม่มีวันยอมให้คุณมาทำร้ายนุศอีกแล้ว” ชยากรประกาศกร้าว

    โสมมิกาอับอายผู้คนมากที่โดนจ้องเป็นตาเดียว โวยเขาจะต้องเสียใจที่ทำแบบนี้ แล้ววิ่งหนีไป นักข่าวรุมถามกันยกใหญ่ มิรันตรีรู้สึกถึงความผิดปกติของสามคนนี้...

    ศตวรรษกำลังจะลงเรือกลับ รปภ.เข้ามาบอกว่าอนุศนิยาให้รอสักครู่ เขาบ่นยังไม่จบอีก ไม่ทันไร โสมมิกาวิ่งกระเจิดกระเจิงเข้ามา เห็นเรือสปีดโบ๊ตจอดอยู่ก็คิดประชด โดดขึ้นขับเรือออกไป ศตวรรษตกใจที่มีคนเอาเรือตัวเองไป ก็รีบขี่เจ็ตสกีของรีสอร์ตตามออกไป...ไม่นานก็พบเรือน้ำมันหมดลอยคออยู่ โสมมิกานั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่ในเรือ พอเห็นหน้าศตวรรษหนวดเคราครึ้มก็เข้าใจว่าเป็นชาวเล จึงวีนเหวี่ยง

    “ขนาดแฟนยังขโมยกันได้ แค่เรือหายมันไม่ตายหรอก ไอ้ผู้ชายเฮงซวย...ทีอย่างนี้ล่ะเสนอหน้ามา ทีไอ้คนที่อยากให้มามันหายหัวไปไหน”

    ศตวรรษโวยกลับ เธอจะมีปัญหาชีวิตอะไรตนไม่เกี่ยว ตนจะเอาเรือกลับ แล้วเรือน้ำมันหมดแบบนี้จะกลับอย่างไร โสมมิกาฟูมฟายอยากอยู่คนเดียว เขาจะไปไหนก็ไป พอดีไลฟ์การ์ดขับเจ็ตสกีอีกลำตามมา จึงช่วยไปเอาน้ำมันมาเติมที่เรือให้กลุ่มผู้บริหารบริษัทคาซ่าเห็นภาพชกต่อยของชยากรจากที่ใบเฟิร์นส่งมาก็ถกเถียงกันอีก นันทนาหาว่าชยากรก่อเรื่องทำให้เสียลูกค้ารายใหญ่ได้ นนทยากับนุดีเห็นด้วยกับนันทนาพี่สาว แต่นันทพลคิดว่าต้องมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ชยากรทำแบบนั้น จึงโทรศัพท์ไปถาม...ชยากรกำลังจะพาอนุศนิยากลับ เขาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้นันทพลฟัง

    อนุศนิยาฉวยโอกาสออกมาหาศตวรรษ ไม่เห็นเรือเขาจอดอยู่ก็เสียใจที่เขาไม่รอ ไม่รู้ว่าชาตินี้จะได้เจอกันอีกไหม...มิรันตรีแอบมอง ลอบไปซักถาม รปภ.ว่าผู้หญิงที่หายไปเมื่อคืนใช่อนุศนิยาหรือไม่ รปภ.หน้าเสียไม่กล้าตอบอะไร แต่ด้วยท่าทีของเขาทำให้เธอเดาได้

    ooooooo

    เมื่อเรือของศตวรรษได้รับการเติมน้ำมันเรียบร้อย เขาก็ขับเรือกลับเกาะรอก แต่โสมมิกายังฟูมฟายไม่ยอมขึ้นจากเรือ จะอยู่รอจนกว่าชยากรตามมาง้อ ศตวรรษเซ็งที่เธอจะประชดแฟนแต่เดือดร้อนตน

    โสมมิกาโวย “ทีเมื่อคืน นังนุศมันหายไป ชยายังทำท่าจะเป็นจะตาย”

    ศตวรรษหูผึ่งเมื่อได้ยินชื่ออนุศนิยา จึงแย็บถามว่าโดนแฟนนอกใจไปหาหญิงที่ชื่ออนุศนิยาหรือ เธอปรี๊ด “ก็ใช่น่ะสิ มันมีดีอะไร ผู้ชายถึงหลงมันหัวปักหัวปํา”

    ศตวรรษเอือมบอกตนต้องกลับแล้ว โสมมิกาถามเขาจะไปไหน เขาตอบว่าไปเกาะรอก เธอหันไปบอกไลฟ์การ์ดว่า ได้ยินแล้วใช่ไหมว่าตนจะไปไหน ไปบอกชยากรว่าถ้าไม่ไปตามตน ถือว่าจบกัน ศตวรรษ

    อ้าปากค้างที่หญิงสาวจะกลับไปด้วย ไม่ทันไรเธอทำท่าเมาเรืออาเจียน

    เมื่อมาถึงเกาะ ศตวรรษเห็นรองเท้าส้นสูงลอยมาติดหาด ก็เดาได้ว่าเป็นของอนุศนิยา เขาจึงเก็บไว้แม้ในใจคิดว่าไม่ได้คิดถึงเธอแล้ว...โสมมิกายังคงอ้วกแตกอ้วกแตนหมดสภาพเซเลบ เธอเงยหน้ามาไม่เห็นมีโรงแรม ไม่เห็นความเจริญก็เริ่มจะเหวี่ยงวีน ศตวรรษรีบบอกว่าตนชื่อวรรษ และถ้าเธอคิดจะวัดใจแฟน ก็ควรอยู่แบบบ้านๆอย่างนี้ โสมมิกาหน้าเหวอล้วงมือถือมากด ปรากฏว่าไม่มีสัญญาณก็ยิ่งร้องกรี๊ดๆ จนเขาต้องเดินหนีไม่สนใจ

    มิรันตรีมุ่งมั่นกับอาชีพมาก ลงทุนนั่งเรือมาที่เกาะรอก มาสอบถามมาเรียมว่ามีผู้หญิงแปลกหน้ามาพักที่นี่บ้างไหม มาเรียมเคืองแค้นที่โดนแย่งศตวรรษอยู่แล้วจึงพามิรันตรีไปดูหน้าถึงกระท่อม และเล่าว่าผู้หญิงมายั่วถึงที่แถมเปิดรูปที่แอเซาะถ่ายให้ดูประกอบ

    ด้านโสมมิกาตามศตวรรษมาที่กระท่อม เธออ่อน เพลียมาก ยกมือถือให้เขาเป็นค่าจ้างไปหาอะไรให้ทาน เขาเยาะให้เก็บมือถือไปเสีย อยู่ที่นี่มันเป็นแค่ขยะ เธอโวยไม่รู้หรือว่าตนเป็นใคร เขาสวนไม่อยากรู้จักแล้วเดินลงจากกระท่อม ไม่วายหันมาบอก หวังว่ากลับมาจะไม่เจอเธอ เธอเต้นเร่าๆ จะมาทิ้งกันแบบนี้ไม่ได้

    ไม่นานมาเรียมพามิรันตรีมาทางด้านหลังกระท่อม พอเห็นหน้าโสมมิกาก็แปลกใจที่เป็นคนละคนกับเมื่อเช้า มิรันตรีเข้าไปถามทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ โสมมิกายืดอกบอกรอชยากรมารับ มิรันตรีตั้งใจยั่ว เท่าที่รู้เหมือนเขาชิ่งไปกับอนุศนิยาแล้ว ป่านนี้คงกอดรับขวัญกันอยู่บนเครื่อง เธอปรี๊ดถามเป็นใครจะเยาะเย้ยกันทำไม มิรันตรีหวังให้โสมมิกาเผยเรื่องราว จึงแหย่

    “ไม่ได้เย้ยค่ะ ฉันพูดความจริง ในที่สุดคุณก็แพ้อนุศนิยา ขนาดฟาดฟันจนได้คุณชยากรมาเป็นแฟน แต่สุดท้ายเขาก็ทิ้งคุณกลับไปกินน้ำพริกถ้วยเก่า ซึ่งเป็นหลานสาวแท้ๆของตัวเอง คุณก็ยังโดนอนุศนิยาแย่งคืนไปอยู่ดี” โสมมิกาตวาดให้หยุดพูด “...ที่คุณเจ็บไม่ใช่เพราะเสียคุณชยา แต่เจ็บเพราะคุณแพ้ผู้หญิงอย่างอนุศนิยาใช่ไหม” โสมมิกายิ่งกรี๊ดๆ ทำให้มิรันตรีฟันธง “ขอบคุณสำหรับคำตอบ ชัดเจนทุกอย่าง” มิรันตรีเดินยิ้มย่องกลับไป

    ooooooo

    อนุศนิยากลับถึงบ้าน โผกอดนันทพลที่เข่นเขี้ยวจะเอาเรื่องคริสให้ได้ หญิงสาวห้ามไม่อยากให้เสียลูกค้าไป อย่างไรเสียเขาก็เป็นลูกค้ารายใหญ่ ชยากรแค้นไม่หายอยากเอาเรื่อง นันทนาหาว่าอยากตัดอนาคตบริษัทหรือ ถึงเอาเรื่องส่วนตัวมาเป็นอารมณ์ นันทพลโวย

    “ก็ไม่ใช่เพราะเธอพยายามจะยัดเยียดยัยนุศไปดองกับเขาหรอกเหรอ เขาถึงได้ย่ามใจมาทำกับลูกสาวฉันแบบนี้”

    อนุศนิยาเพิ่งรู้ว่ามีเรื่องอย่างนี้ นุดีช่วยกล่อมว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ไม่คลิกกันก็ไม่ต้องรุนแรงถึงขั้นตัดช่องทางทำมาหากิน อนุศนิยาสวนต่อไปอย่าเอาตนเป็นเครื่องมือจับผู้ชายอีก ตนไม่คิดจะขายตัว นนทยาช่วยพูดว่าไม่ใช่การขายตัว เป็นเพียงชั้นเชิงทางธุรกิจ ชยากรไม่พอใจบอกตนไม่ขอทำงานร่วมกับคริสอีก นันทนาหมั่นไส้บอกเกี่ยงงานก็ไปเก็บขยะแทน ถ้าไม่ลงทุนกับคริส เราจะชวดเงินไปมากมาย อนุศนิยาปรี๊ดสวนกลับแทน

    “แล้วที่อานันเบียดบังเงินกงสีเข้ากระเป๋าตัวเอง รู้ไหมคะว่าทำให้บริษัทชวดเงินไปเท่าไหร่” นันทนาหน้าเสียหาว่าพูดเรื่องอะไร “ก็เงินที่อานันเซ็นอนุมัติทั้งที่รู้ว่าลูกหนี้ไม่มีเครดิตไงคะ เท่าที่นุศรู้ตอนนี้ทั้งต้นทั้งดอกทบไปตั้งหกสิบล้าน แต่เรายังไม่ได้เงินคืนเลยแม้แต่บาทเดียว”

    ทั้งนนทยา นาวิกาและนุดีอ้าปากค้างเมื่อรู้ยอดเงิน อนุศนิยาให้นันทนารับผิดชอบตามหนี้ก้อนนี้กลับมา นันทนาโวยหาว่าก้าวร้าวที่มาสั่ง ชยากรแก้แทนว่าอนุศนิยา เธอทำตามหน้าที่ รักษาผลประโยชน์ของบริษัทในฐานะกรรมการผู้จัดการ นันทนาจุกหันหาคนช่วย น้องสาวทั้งสามสะบัดหน้าหนี นันทพลประกาศให้อนุศนิยาเป็นคนตัดสินใจ นันทนาร้องไห้โฮเจ็บใจ

    อนุศนิยาเสียใจที่โดนอาๆหลอกจับคู่ ถ้าตนไม่มีคู่มันเดือดร้อนใครด้วย ชยากรบอกตนชอบเสียอีกที่เธอไม่มีแฟน หญิงสาวพาซื่อบอกถ้าไม่เจอคนดีได้ครึ่งของเขาจะไม่มีแฟน ชยากรยิ้มปลื้ม อังกาบเดินมาได้ยิน ขุ่นเคืองใจที่ลูกชายคิดชอบหลานสาว มีโอกาสจึงติติง ทำอะไรให้นึกถึงความถูกต้องบ้าง รอยยิ้มชยากรวูบหายที่โดนแม่ยิงตรงแบบนี้

    ขณะเดียวกัน โสมมิกานั่งรอศตวรรษไม่กลับมาเสียที จึงรื้อข้าวของเขาดู เห็นมือถือของเขายี่ห้อดีมีราคาก็แปลกใจ มิน่าถึงไม่สนใจมือถือที่ตนให้ แต่แล้วพอเปิดตู้เห็นขวดแก้วดองเครื่องในมนุษย์ก็ตกใจร้องกรี๊ด คิดว่าเขาเป็นพวกซีอุยกินไส้มนุษย์ ตะเกียกตะกายวิ่งออกจากกระท่อม...ศตวรรษกลับจากการไปเอาเลือดชาวบ้านใส่หลอดแก้วแพ็กกล่องโฟมเพื่อมาวิจัย โดนโสมมิกาวิ่งชนกล่องหก หลอดเลือดกระจาย ก็ยิ่งร้องกรี๊ดให้คนช่วย เขางงถามเธอเป็นอะไร

    “ฮือๆ กลัว...ฉันกลัวแล้ว อย่าเอาตับไตฉันไปขายเลยนะ อย่าทำ...”

    ศตวรรษยิ่งงง เผอิญมีชาวเลวิ่งมาเรียก “หมอ...หมอช่วยด้วย เพื่อนผมโดนไฟช็อตสลบ”

    ศตวรรษรีบวิ่งไปดูที่เรือ จับชีพจรคนไข้ พยายามปั๊มหัวใจอย่างชำนาญ บอกโสมมิกาให้ช่วยจับเวลา เธอเหวอแต่ก็ช่วย เธอมองดูการกระทำของเขาอย่างทึ่งและชักจะหลงใหล ผ่านไปสักพักคนไข้ก็หัวใจเริ่มเต้น ศตวรรษบอกชาวเลให้พาเพื่อนส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว

    โสมมิกาทึ่งถามเขาเป็นหมอหรือ นึกว่าเป็นซีอุยเสียอีก เห็นหน้าโหดหนวดครึ้มอย่างนั้น “แต่ก็เท่จริงๆนะ ฉันเห็นยังอึ้งเลย ตอนที่ช่วยให้เขาหายใจขึ้นมา แมนสุดๆ เห็นแล้วฉันยังอยากให้คุณปั๊มหัวใจให้เลย”

    ศตวรรษเหล่มองบอกถึงแฟนไม่มารับแต่เธอก็หายได้ โสมมิกาสวนทันควัน อดีตแฟน ตอนนี้ตนโสด แล้วถามเขามาทำอะไรที่นี่ ศตวรรษบอกว่ามาเก็บข้อมูลทำวิจัย เธอยื่นแขนให้อย่างออดอ้อนบอกเอาเลือดตนก็ได้หรือจะเจาะคอแบบแวมไพร์ก็ไม่ว่า ศตวรรษมองหญิงสาวเซ็งๆ ช่างไม่จริงจังกับชีวิตเสียเลย

    ในขณะที่อนุศนิยาครุ่นคิดถึงศตวรรษ สั่งประภาช่วยตามหาเขาบนเกาะรอกให้...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 19:58 น.