ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เพลิงพระนาง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เฟื้อแฝงกำลังจะนำตัวสองโจรป่าดวงฤทธิ์กับดวงเดชมาเข้าเฝ้าเจ้าหลวงบุรพคามเพื่อทำหน้าที่ออกปล้นสะดมราษฎร แต่เจอตองนวลกับเฟืองมาดักหน้าแสร้งบีบน้ำตาเรียกร้องความเห็นใจ

ตอนแรกเฟื้อแฝงก็ไม่ได้ใส่ใจนางนัก แต่พอเห็นรัตนชาติในมือตองนวลก็ตาลุกวาวด้วยความโลภ สั่งทหารพาสองโจรป่าไปพักที่เรือนของตนก่อน

ตองนวลติดสินบนเฟื้อแฝงด้วยมรกตเม็ดหนึ่งเพื่อให้พานางเข้าเฝ้าเจ้าหลวงบุรพคาม ปะเหมาะพอดีบุรพคามกำลังต้องการเงินทองและเพชรนิลจินดา เห็นตองนวลมีรัตนชาติจำนวนหนึ่งมาถวายก็รีบตะครุบ แถมนางยังบอกด้วยว่าพ่อของนางจะนำของมีค่ามาถวายเจ้าหลวงอีก บุรพคามพอใจมาก ให้ตองนวลแจ้งเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจมาได้เลย

ตองนวลป้ายน้ำตา แสร้งสะอื้นเบาๆ กราบลง “ข้าเจ้ามิได้รับความเป็นธรรมเจ้าค่ะ พระนางหน่อเจ้าหลงคำของอีทิพย์ ทำให้พระนางหน่อเจ้าเข้าพระทัยข้าเจ้าผิด รับสั่งให้ข้าเจ้าไปเป็นข้าไทที่เรือนครัวเจ้าค่ะ ข้าเจ้าลำบากนัก เดือดเนื้อร้อนใจเป็นที่สุด หาผู้ใดจะพึ่งพิงมิได้แล้ว”

“เสกขรทำเยี่ยงนี้ได้อย่างใด”

“การนี้จักโทษพระนางหน่อเจ้าเห็นจะมิได้ดอกเจ้าค่ะ ต้องโทษอีทิพย์เจ้าค่ะ เจ้าหลวงต้องนำตัวอีทิพย์มาลงโทษให้ได้”

“อีทิพย์หาเหตุให้กูเดือดเนื้อร้อนใจมิหยุดหย่อน”

“วันใดที่อีทิพย์มันหามีชีวิตไม่ ข้าเจ้าจะให้เจ้าพ่อนำรัตนชาติค่าควรเมืองทั้งแสงเขียว แสงแดง แสงทองมาถวายเจ้าหลวงเจ้าค่ะ”

บุรพคามพอใจ รับปากทันใดว่าจะลงโทษอนัญทิพย์ให้เอง

“ถ้าเช่นนั้น ข้าเจ้าจะไม่ไปทำงานเยี่ยงอีข้าไทที่เรือนครัว เจ้าหลวงเมตตาข้าเจ้าด้วยนะเจ้าคะ”

“ก็ไม่ต้องไป...ให้มันรู้ไปสิว่ารับสั่งของเสกขรกับของข้า ของผู้ใดจักศักดิ์สิทธิ์กว่ากัน”

“ผู้ใดเล่าจักมีพระบารมีสูงส่งเยี่ยงเจ้าหลวงบุรพคาม ผู้เป็นดั่งจอมจักรพรรดิได้เล่าเจ้าคะ”

บุรพคามหัวเราะลั่นอย่างถูกใจ ตองนวลลอบยิ้ม คาดหวังว่าคราวนี้อนัญทิพย์หัวขาดแน่ และเสกขรเทวีจะได้รู้เสียทีว่ารังแกคนอย่างตนไม่ได้

เก็ตถวากับแก้วอากาศได้ยินพวกข้าไทโจษขานทั่วฝ่ายในว่าตองนวลไม่ยอมอยู่เรือนครัวหนีกลับมาอยู่คุ้มของตนก็พากันมาถามว่าไม่กลัวพระนางหน่อเจ้าหลวงลงอาญาหรอกหรือ

“ข้ารึจะกลัว...นอกจากเสกขรเทวีจะทำอันใดข้าไม่ได้แล้วคืนนี้อีทิพย์ก็ต้องกลายเป็นผีเฝ้าหอคำหรือไม่ก็ต้องอยู่ในตรุจนตาย”

สองคนสงสัย อยากให้ตองนวลชี้แจงแถลงไข แต่อีกฝ่ายกลับพูดกำกวมไว้รอรู้เองดีกว่าว่าคืนนี้อนัญทิพย์จะต้องชะตากรรมเยี่ยงใด แล้วก็อย่าคาบข่าวไปบอกพระนางหน่อเจ้าหลวงหรืออนัญทิพย์เป็นอันขาด

สั่งเสร็จก็เรียกเฟืองมาพาสองคนไป พอประตูห้องปิดลงก็พูดโพล่งว่าเกลียดนักอีพวกนกสองหัว

ooooooo

สำเภางามเป็นห่วงเมืองคุ้มที่หายเงียบไม่มีข่าวคราว คะนองปลอบแม่และรับปากว่าหากอีกสองสามวันไม่มีข่าวของพี่ชายตนจะไปตามด้วยตัวเอง

ฝ่ายเฟื้อแฝงได้เวลาพาสองโจรป่าเข้าเฝ้าเจ้าหลวงบุรพคามเพื่อรับคำสั่งออกไปปล้นสะดมราษฎร หากผู้ใดขัดขืนให้ฆ่าทิ้งเสีย และหากปล้นเพชรนิลจินดามาได้มากก็จะแบ่งให้สองโจรนี้ด้วย

สำเภางามเห็นเฟื้อแฝงกับชายแปลกหน้าโดยบังเอิญ จึงซักถามว่าสองคนเป็นใคร เฟื้อแฝงไม่อยากต่อความยาวโกหกว่าเป็นองครักษ์ของเจ้าหลวง แต่สำเภางามไม่เชื่อและค้านว่า

“ตามจารีตประเพณี เจ้าหลวงต้องคัดเลือกราชองครักษ์จากทหารที่กระทำคุณงามความดี มีความกล้าหาญ เหล่าขุนนางก็ต้องเห็นความสามารถ พร้อมใจกันแต่งตั้ง แต่นี่...”

“การนี้เป็นพระวินิจฉัยของเจ้าหลวงบุรพคาม...ผลัดแผ่นดินแล้วเจ้าสำเภางามยังเอาจารีตของเจ้าหลวงองค์เก่ามาตัดสินมิได้ดอก”

เฟื้อแฝงรีบบอกปัดทำให้สำเภางามโกรธมากชี้หน้าด่าเขาว่าโอหังนัก ที่ตนพูดไม่ได้หมายถึงเจ้าหลวงพระองค์เก่า แต่นี่คือกฎมณเฑียรบาลของเมืองทิพย์

“พวกข้าพระบาทต้องรีบไปก่อน หาไม่การของเจ้าหลวงจักล่าช้า”

เฟื้อแฝงไหว้สำเภางามอย่างไม่เต็มใจนัก แล้วเดินนำออกไปก่อน ดวงฤทธิ์กับดวงเดชมองสบตาสำเภางามเขม็งอย่างไม่เกรงกลัว พอเดินห่างมาหน่อยก็ถามเฟื้อแฝงว่านางผู้นั้นเป็นใคร ท่าทางจะสูงศักดิ์ในเมืองทิพย์

“เจ้าสำเภางามเป็นพระญาติวงศ์ห่างๆของเจ้าหลวง แต่เจ้าหลวงไม่ชอบเจ้านางนักดอก เพราะลูกชายของเจ้านางเป็นที่รักของราษฎร จักก่อขบถวันใดก็ได้ หากท่านสองคนกำจัดลูกชายของเจ้านางได้ อย่าว่าแต่สมบัติในกำปั่นหลวงเลย ท่านอาจจะได้เป็นเจ้าหลวงกินเมืองเล็กเมืองน้อยสักแห่ง”

ดวงฤทธิ์กับดวงเดชแววตาเป็นประกายด้วยความโลภอย่างเห็นได้ชัด...ครั้นสำเภางามไปเล่าให้เสกขรเทวีฟังว่าพบชายแปลกหน้าไม่น่าไว้ใจ แต่เฟื้อแฝงบอกว่าเป็นองครักษ์ ทำให้เสกขรเทวีไม่ชอบใจ พอรู้ว่าราษฎรถูกปล้นสะดมก็ยิ่งไม่สบายใจ และสงสัยว่าทำไมเจ้าหลวงจึงนิ่งดูดายความทุกข์ของราษฎร ไหนจะเรื่องยกโทษให้ตองนวลอีก

ริมบึงถูกเสกขรเทวีใช้ไปตามตองนวลมาพบ แต่ตองนวลยึกยักโยกโย้ต้องนั่งเสลี่ยงหลวงพร้อมร่มประดับเกียรติเพราะตนไม่ได้เป็นข้าไทแล้ว ริมบึงโกรธในความยโสนั้นจึงมีปากเสียงกันถึงขั้นตบตีกับเฟือง ก่อนจะกลับมาบอกเสกขรเทวี

แทนที่เสกขรเทวีจะแข็งขืน กลับยินยอมให้จัดเสลี่ยงกับร่มประดับเกียรติไปรับตองนวลตามต้องการ แต่สำเภางามโกรธแทนคิดจะกำราบตองนวลด้วยตัวเอง

พอได้เสลี่ยงกับร่มประดับเกียรติ แม้จะไม่ตรงตามความต้องการนัก แต่ตองนวลก็ลอยหน้านั่งชูคอบนเสลี่ยงไปทั่วเมืองทิพย์ จนกระทั่งเจออนัญทิพย์กับบัวไหลที่กำลังจะไปไหว้กู่เจ้าหลวงปิตุลา ตองนวลสั่งพลเสลี่ยงหยุดขบวนแล้วจะให้อนัญทิพย์ไหว้ตนที่มีร่มสีทองประดับเกียรติ

อนัญทิพย์ไม่ยอมแน่ เยาะหยันยอกย้อนอย่างแสบสันว่า “ร่มสีทองคันเดียว วางอำนาจยิ่งกว่าร่มขาวของพระมหาเทวีเจ้าเก้าคันเสียอีก ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาหัวตัวเองบ้างอีธิดาเมืองมีด หากที่คุ้มเจ้าไม่มีคันฉ่องส่องหน้าก็บอกข้าสิ ข้าจะให้อีบัวไหลเอาไปให้”

“กล้าดีอย่างใดถึงได้พูดเยี่ยงนี้กับข้า”

“ไว้เจ้าถวายตัวเป็นพระสนมเจ้าหลวงบุรพคามเสียก่อน ได้ร่มสีทองสามคันมาประดับเกียรติแล้ว

เมื่อใด เจ้าจึงจะมีอำนาจสั่งลงอาญาข้าได้...แม้นมีร่มสีทองเพียงคันเดียว เจ้าต้องทูลฟ้องพระนางหน่อเจ้าหรือไม่ก็เจ้าหลวงให้ลงโทษข้าได้ ข้าเป็นธิดาของเจ้าหลวงมาก่อน จารีตเวียงวังข้ารู้ดีกว่าเจ้า”

เฟืองเสนอหน้ากระซิบบอกตองนวลว่าเพลานี้มันข้าไท ไม่ได้มียศมีเกียรติดังแต่ก่อน ไม่ต้องฟังมัน ตบมันเลย...ตองนวลยุขึ้น เงื้อมือจะตบอนัญทิพย์แต่บัวไหลขวางไว้

“ไม่ต้องบัวไหล...หากอีธิดาเมืองมีดมันเป็นพวกสมองหมาปัญญาควาย คิดชูคอเป็นเจ้านางแต่ไม่รู้จักใช้ปัญญาก็ช่างมันเถิด ข้าก็มีมือมีตีนเยี่ยงมัน ข้าหากลัวมันไม่...เอาสิ อีตองนวล”สองฝ่ายเ

งื้อมือจะตบ แต่ริมบึงรีบเข้ามาห้ามทัพ เร่งตองนวลให้ไปพบพระนางหน่อเจ้าหลวง ถ้าให้รอนานนางจะยิ่งมีความผิด

“ข้าจะผิดอันใด อีริมบึง อย่าพูดพล่อยนะ”

“เจ้านางมิทราบหรือเจ้าคะ ที่ผ่านมาพระนางหน่อเจ้าทรงเมตตาเจ้านางเยี่ยงนายเอ็นดูข้าไท แต่หากพระนางหน่อเจ้าทรงใช้พระราชอำนาจมาตัดสินความเมื่อใด เจ้านางจะไม่ได้รับพระเมตตาจากพระนางหน่อเจ้าอีกต่อไป”

ตองนวลชะงักคิดแล้วคล้อยตาม “ถ้าเช่นนั้นก็รีบพาข้าไปเฝ้าพระนางหน่อเจ้า...ข้าจะฟ้องพระนางเจ้าให้หมด ทั้งเจ้าและอีทิพย์ โทษฐานที่หาได้เห็นหัวข้าไม่”

ตองนวลกลับไปนั่งเสลี่ยง ได้ยินเสียงอนัญทิพย์หัวเราะก็หันขวับมาถามว่าขันอันใดรึ?

“เก่งให้ตลอดสิ ไยต้องเกรงกลัวพระนางหน่อเจ้าด้วย”

“อีทิพย์...กูจะทูลฟ้องพระนางหน่อเจ้าว่ามึงท้าทายพระนาง”

พอเสลี่ยงตองนวลออกไป ริมบึงตรงมาหาอนัญทิพย์ สำทับเสียงขุ่นว่า

“เจ้าก็อีกคน จำใส่หัวไว้ พระนางเจ้าทรงเมตตาเจ้ามาก อย่าทำการอันใดให้พระนางขุ่นเคืองพระทัย”

บัวไหลโกรธแทนนายตน ด่าริมบึงยโสโอหังคิดว่าตัวเองสูงส่งเสมอพระนางหน่อเจ้าหลวง

“ข้าไม่เคยคิดตีเสมอพระนางเจ้า มีแต่ภักดีต่อพระนางเจ้าเท่าชีวิตข้า จึงไม่ต้องการเห็นผู้ใดหลู่เกียรติของพระนางเจ้า จำใส่หัวไว้อีบัวไหล”

ริมบึงตอบโต้บัวไหลแล้วตวัดสายตามองอนัญทิพย์ก่อนเดินไป อนัญทิพย์แค้นใจ บ่นกับบัวไหลว่าถ้าตนไม่อับวาสนา ริมบึงคงไม่กล้าขึ้นเสียงกับตนอย่างนี้...

ooooooo

อนัญทิพย์มารอบัวไหลที่กู่ของพ่อ ไม่นานบัวไหลก็ตามมาหลังจากไปถามข่าวคราวของเมืองคุ้มจากเครือออน

“มันว่าไม่ได้ข่าวเลยเจ้าค่ะ แต่ถ้าไม่ได้ข่าวอย่างใด วันสองวันนี้เจ้าคะนองจะนำทัพออกไปช่วยเจ้าเมืองคุ้ม”

อนัญทิพย์หน้าเสีย กราบไหว้กู่พ่อภาวนาขอให้ท่านคุ้มครองเมืองคุ้ม แต่หากเขาเป็นอะไรไป ตนไม่เหลือใครแล้วให้บัวไหลฝังศพตนไว้ใกล้กู่ของพ่อ บัวไหลได้ยินก็ท้วงเจ้าทิพย์ว่าอย่าพูดแบบนี้...

ที่คุ้มของเสกขรเทวี ตองนวลถูกตามตัวเข้ามาไต่สวนทวนความเรื่องละทิ้งหน้าที่ที่เรือนครัวหนีกลับคุ้ม ตองนวลอ้างว่าเจ้าหลวงทรงมีเมตตาต่อตน

“มีเมตตาต่อเจ้าหรือว่าเจ้าเข้าไปทูลขอพระเมตตา ข้ารู้ว่าเจ้ากล้าทำ”

ตองนวลไม่พอใจ ตัดพ้อเสกขรเทวีไม่ยุติธรรม ลงโทษอนัญทิพย์ให้ได้รับอาญาน้อยกว่าตน ตนไม่ได้เกิดมาเพื่อหุงหาอาหารให้ไอ้อีในเมืองทิพย์กิน

“ไอ้อีที่เจ้าว่าหมายถึงพระนางหน่อเจ้าด้วยอย่างนั้นรึ ตองนวล” สำเภางามตวาดสวน ตองนวลหน้าเจื่อนอึกอักไม่กล้าตอบ “ปากคอเยี่ยงนี้ ขืนปล่อยไว้ไม่ลงอาญา จักเป็นเยี่ยงอย่างไม่ดีแก่พวกฝ่ายในคนอื่นๆ นะเจ้าคะ”

“ตองนวล เจ้าจะขอโทษข้าเองหรือว่าให้ข้าใช้อาญากับเจ้า”

ตองนวลไม่มีทางเลือก จำใจก้มลงไหว้ขออภัยเสกขรเทวี

“พอได้แล้ว ข้าให้อภัยเจ้า แต่เจ้าต้องพูดความจริงกับข้า ครานี้บอกข้าได้แล้วว่าเจ้าทำอย่างใดเจ้าหลวงจึงคืนยศให้เจ้า”

“หากพูดปด...ก็อย่าลืมว่าพระนางหน่อเจ้าเป็นพระขนิษฐาของเจ้าหลวง เลือดย่อมข้นกว่าน้ำฉันใดตัวเจ้าก็หาได้ต่างจากน้ำล้างพระบาทของเจ้าหลวงดอก”

โดนสำเภางามดักคออย่างนั้น ตองนวลจำต้องพูดความจริงว่าเอารัตนชาติค่าควรเมืองของพ่อตนไปถวายเจ้าหลวง เสกขรเทวีกับสำเภางามได้ฟังก็อึ้งไปด้วยความรู้สึกละอายใจ ให้ตองนวลกลับไปได้

ตองนวลกับเฟืองเดินออกมาไม่กี่ก้าว สำเภางามตามมาขู่ตองนวลด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ถ้าเจ้าเชื่อว่ารัตนชาติของพ่อเจ้ามีค่านัก ก็จงใช้คุ้มตัวเจ้าให้ปลอดภัยเถิดตองนวล แต่ถ้าวันใดเจ้าทำร้ายพระนางหน่อเจ้า ข้านี่แหละจะเอารัตนชาติของพ่อเจ้ายัดปากทีละเม็ด...จนเจ้าขาดใจตาย”

ตองนวลแค้นเคืองแต่ไม่ตอบโต้ สะบัดหน้าเดินต่อไป สำเภางามสั่งริมบึงให้ส่งเจ้านางตองนวลถึงคุ้มด้วย ตองนวลหันขวับมาพูดเสียงห้วนว่าไม่ต้อง

“ไม่ต้องการเกียรติยศแล้วรึ จำไว้นะ เป็นอะไรก็เป็นง่าย ยกเว้นเป็นเจ้าคนนายคน มีเกียรติยศมีอำนาจก็ไม่ต่างจากเอาอสรพิษมาพันคอ คนทั่วไปย่อมกลัวเกรง แต่หากทำไม่ดีวันใดอสรพิษที่พันคอเจ้ามันจะฉกกัดเจ้าจนตาย”

“เจ้าสำเภางามก็หมั่นเตือนตัวเองด้วยนะเจ้าคะ” ตองนวลยอกย้อน เหยียดยิ้มแล้วเชิดหน้าผละไปอย่างถือดี

ooooooo

ด้วยความเป็นห่วงเมืองคุ้มที่ข่าวคราวเงียบหาย อนัญทิพย์ชวนบัวไหลไปไหว้พระให้ท่านตรวจดวงชะตาของเมืองคุ้ม พระบอกว่าดวงชะตาเมืองคุ้มมีแต่จำเริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไป แต่ดวงชะตาของอนัญทิพย์น่าเป็นห่วง ให้รักษาเนื้อรักษาตัวดีๆ

ไม่ทันจะกลับถึงคุ้ม อนัญทิพย์โดนเฟื้อแฝงเคี่ยวเข็ญบังคับไปพบบุรพคามจนได้ บุรพคามโมโหที่อนัญทิพย์ต่อปากต่อคำไม่ลดราวาศอก ถึงกับออกปากยกนางให้เป็นเมียเฟื้อแฝง แต่คะนองมาช่วยไว้ได้ เมื่อคะนองกราบทูลเตือนสติเจ้าหลวงบุรพคาม ทำให้เขาไม่พอใจและผูกใจเจ็บคะนองด้วยอีกคน

เมื่อเสกขรเทวีทราบเรื่องนี้จากสำเภางามที่คะนองมาเล่าให้ฟังก็ยิ่งสงสารอนัญทิพย์ ขณะที่สำเภางามก็บ่นว่าเป็นเวรกรรมของตนที่มีลูกสองคนล้วนเป็นที่จงชังของเจ้าหลวง หัวอกคนเป็นแม่จะทนอยู่ได้อย่างไร ไม่รู้ว่าลูกคนไหนจะหัวขาดวันใด

“โธ่ เจ้าป้า...ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าหลวงทรงใช้อำนาจกับเจ้าพี่เมืองคุ้มและเจ้าพี่คะนองดอกเจ้าค่ะเจ้าป้าอย่ากังวลไปเลย”

สำเภางามซาบซึ้งใจ กลืนก้อนสะอื้น พูดเสียงเครือ “ขอบพระทัยเจ้าค่ะ มันคงเป็นเวรเป็นกรรมแต่ปางก่อนของข้า...พระนางเจ้าก็ต้องดูแลตัวเองดีๆด้วยนะเจ้าคะ”

ขาดคำ สองคนสวมกอดกันน้ำตาไหลพราก

ooooooo

น้อยอินทาฝากฝังเมืองคุ้มให้ดูแลเรือนและคำหล้าน้องสาวของตน เพราะตนจะไปร่วมตักบาตรพระอุปคุต

ค่ำคืนนั้นเองเสียงปืนดังขึ้น ขุนห่มฟ้ากับขุนแสงฟ้าออกไปรับศึกและลาดตระเวน เมืองคุ้มต้องอยู่เฝ้าเรือนของน้อยอินทาเพียงลำพัง เป็นโอกาสทองให้สองโจรป่าดวงฤทธิ์กับดวงเดชพาคนบุกปล้น คำหล้าถูกฆ่าตายโดยที่เมืองคุ้มช่วยชีวิตไม่ทัน

ในคืนเดียวกัน เสกขรเทวีเห็นว่าอากาศหนาวเย็นจึงใช้ริมบึงเอาผ้าไปให้อนัญทิพย์ แต่อนัญทิพย์ฉีกผ้านั้นต่อหน้าริมบึง เก็ตถวากับแก้วอากาศแฝงตัวแอบมองอย่างตื่นตะลึง คาดไม่ถึงว่าอนัญทิพย์จะกล้าทำถึงขนาดนี้ แถมยังพูดจาท้าทายฝากริมบึงไปบอกเสกขรเทวีด้วยว่า ผ้าผืนนี้แลกไม่ได้กับตำแหน่งพระนางหน่อเจ้าที่ตนควรจะได้เป็น และไม่อาจเทียบได้กับบัลลังก์ตั่งทองที่บุรพคามปล้นไปจากพ่อของตน

พอริมบึงกลับมาถ่ายทอดคำพูดและการกระทำของอนัญทิพย์ แทนที่เสกขรเทวีจะโกรธกลับนิ่งเฉย ย้ำแต่ว่าสักวันเจ้าทิพย์จะแจ้งใจในตัวของตน

ส่วนที่เรือนน้อยอินทา บัดนี้ขุนห่มฟ้ากับขุนแสงฟ้า จัดการฝังศพคำหล้าเรียบร้อยแล้ว เมืองคุ้มเสียใจมาก คิดจะส่งม้าเร็วไปบอกข่าวร้ายกับน้อยอินทา ขุนแสงฟ้าอาสาไปเอง โดยสอบถามแหล่งที่พักจากคนรู้จักก่อนจะมุ่งหน้าไป

น้อยอินทาได้เจอเจ้านางมณีหยาด หญิงงามที่ตนหลงใหลใฝ่ปอง แม้ว่าสองคนได้พูดกันน้อยคำนัก เจ้านางมณีหยาดก็เหมือนจะมีใจให้น้อยอินทาด้วยเช่นกัน แต่นางยังต้องสงวนท่าทีเพราะความเป็นลูกเจ้าเมืองท่าคอย ขณะที่น้อยอินทาเป็นเพียงพ่อค้าจากชายแดน

ooooooo

สำเภางามรู้เรื่องอนัญทิพย์ฉีกผ้าของเสกขรเทวีในเช้าวันถัดมาก็โมโหเป็นที่สุด แต่เสกขรเทวีให้อภัย ย้ำว่าเจ้าทิพย์เป็นน้อง ตนไม่ถือโทษ

“แต่ต่อไปมันจะได้ใจนะเจ้าคะ”

เสียงตองนวลดังมาก่อนตัว สำเภางามตวัดสายตามองไม่พอใจ ตำหนิว่าที่นี่คุ้มหลวงพระนางหน่อเจ้าไม่ใช่ตลาดจะได้ส่งเสียงมาแต่ไกล

“ความผิดของข้าคงไม่ใหญ่เท่าความผิดของอีทิพย์ดอกกระมัง ถ้าเจ้าสำเภางามทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม แม้นจะลงอาญาข้าก็ต้องลงอาญาอีทิพย์ด้วยเจ้าค่ะ”

“ตองนวล...การทุกอย่างขึ้นอยู่กับพระวินิจฉัยของพระนางหน่อเจ้าหลวง ทรงวินิจฉัยอย่างใด ก็ถือเป็นอันยุติ”

“ว่าอย่างใดเจ้าคะพระนางหน่อเจ้า”

“เจ้าก็ได้ยินแล้วนี่นาว่าข้าให้อภัยเจ้าทิพย์”

“ผิดถึงเพียงนี้ พระนางหน่อเจ้ายังทรงให้อภัยมัน ต่อไปอีทิพย์มันก็คงใหญ่คับเมืองทิพย์ อ้อ หรือว่าทรงรู้สึกผิดเจ้าคะ”

เสกขรเทวีเริ่มมีอารมณ์ แต่ระงับไว้ด้วยท่าทีสง่างาม ถามตองนวลเสียงเรียบว่าหมายความว่าอย่างใด

“ก็เป็นไปตามปากที่อีทิพย์มันโพนทะนาทั่วเวียง น่ะสิเจ้าคะ”

สำเภางามอยากรู้ว่าอนัญทิพย์พูดอะไร ตองนวลซึ่งฟังความมาจากเก็ตถวาและแก้วอากาศเหยียดยิ้มก่อนชี้แจงแถลงไข

“มันว่าเสกขรเทวีปล้นตำแหน่งพระนางหน่อเจ้าจากมันไป เจ้าหลวงบุรพคามก็ปล้นบัลลังก์ตั่งทองไปจากพ่อมัน”

เสกขรตกใจแทบเป็นลม ริมบึงปราดเข้าประคอง ตองนวลได้ทีเยาะหยันว่ารับฟังความจริงไม่ได้หรือ

“หยุดนะตองนวล ออกไปได้แล้ว” สำเภางามตวาด แต่ตองนวลหาได้สงบปาก

“ข้าก็แค่ใคร่รู้ว่าที่พระนางหน่อเจ้าเมตตาอีทิพย์มากนัก เป็นเพราะรู้สึกผิดอย่างที่อีทิพย์มันพูดหรือไม่”

“พอเถิด ข้าไม่อยากฟัง”

“ไม่อยากฟังหรือว่าฟังไม่ได้”

สำเภางามหมดความอดทนลุกจากตั่งไปตบหน้าตองนวลทันที ส่วนเสกขรเทวีสำทับก่อนเดินหนีไป

“จำไว้นะตองนวล...ไม่มีผู้ใดรู้ใจข้าดีเท่ากับตัวข้าดอก เจ้าไม่รู้อันใดก็อย่าพูดไปเลย มันจะบาปปาก”

ตองนวลเจ็บใจ สะบัดหน้าเดินออกมาพร้อมเฟือง สำเภางามไม่ชอบวาจาและกิริยาถือดีนั้น เดินตามมาเรียกตองนวลเสียงเข้ม แต่อีกฝ่ายไม่มีท่าทีเกรงใจ ชิงพูดเสียก่อนว่า

“ข้าพูดอันใดผิดหรือเจ้าคะเจ้าสำเภางาม แม้นว่าข้าพูดผิดก็แก้ตัวให้ทั่วเวียงสิ เสกขรจะได้พ้นมลทินอีทิพย์มันก็จะได้ชื่อว่าเป็นผู้หญิงตอแหล พูดจาหาเป็นจริงไม่”

“เจ้าจะรู้ดีเรื่องการบ้านการเมืองได้อย่างใด อย่าพูดเยี่ยงนี้ให้พระนางหน่อเจ้าได้ยินอีก หาไม่เจ้าจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต...ไสหัวไป”

ตองนวลเชิดหน้าเดินตัวตรงออกไป เฟืองก้มหน้างุดตามติด ส่วนสำเภางามกลับเข้าข้างในมาปลอบโยนเสกขรเทวี

“อย่าเอาพระทัยไปใส่กับคำคนเลยเจ้าค่ะ คนนินทาก็มิต่างจากคนอมอาจมไว้เต็มปาก แม้นเพียงเข้าใกล้ก็น่ารังเกียจ”

“ข้าจะปฏิเสธได้อย่างใด ในเมื่อเจ้าพี่บุรพคามก็ทำเยี่ยงนั้นจริง”

“อย่ารับสั่งเยี่ยงนี้อีกนะเจ้าคะ ทุกอย่างมันผ่าน ไปแล้ว”

“มันยังอยู่ในใจข้า...ข้าหรือเจ้าทิพย์ก็คงหาลืม ได้ไม่”

“เราเปลี่ยนอดีตไม่ได้ แต่เรายังเลือกทำอันใดก็ได้ในวันหน้า”

“ก็เพราะอย่างนี้ไงเล่าเจ้าคะ ข้าถึงต้องเมตตาเจ้าทิพย์”

“หากพระทัยอ่อน จักปกครองผู้คนได้อย่างใด อย่าลืมสิเจ้าคะ เจ้าหลวงบุรพคามมิอาจนั่งในหัวใจของราษฎรได้ วันหน้าพระนางหน่อเจ้าอาจได้นั่งบัลลังก์ตั่งทองเป็นแม่เมือง”

“เจ้าป้า...เจ้าป้าพูดอันใด”

“หามีอันใดแน่นอนดอกเจ้าค่ะ เชื่อข้าเถิด” สำเภางามตัดบททั้งที่เสกขรเทวียังค้างคาใจ

ตองนวลกับเฟืองออกจากคุ้มหลวง ไม่นึกว่าจะได้เจออนัญทิพย์กับบัวไหลระหว่างทาง สองฝ่ายมีปากเสียงกันอีกด้วยเรื่องอิจฉาริษยา โดยตองนวลเป็นฝ่ายเริ่มก่อน

“อีบัวไหล เดินตามนายก็อย่าเอาแต่กางร่ม ออกแดดก็ช่วยดูด้วยว่าเงาหัวนายเอ็งขาดหรือไม่”

“ถ้าข้าจะต้องตาย...วิญญาณของข้าก็ยังฝังอยู่ในเมืองทิพย์ หาเป็นเยี่ยงเจ้าไม่ พลัดบ้านพลัดเมืองจากอกพ่ออกแม่มาแต่น้อย จักตายที่เมืองใดก็ยังหารู้ไม่ คนห่างพ่อห่างแม่นี่ชั่วช้าเสมอเจ้าทุกคนหรือไม่นะ ข้าใคร่รู้นัก”

“อีทิพย์! คิดรึว่าพระนางหน่อเจ้าจะคุ้มหัวเจ้าได้ตลอดไป จำไว้พระนางหน่อเจ้าไม่สมาคมกับเจ้าให้เป็นเสนียดคุ้มดอก”

อนัญทิพย์ไม่ตอบโต้ ยิ้มมุมปากแล้วออกเดิน บัวไหลสะใจส่งสายตาเย้ย ตองนวลกำมือแน่น ฮึดฮัดด้วยความแค้นใจ

ooooooo

ข่าวร้ายจากแสงฟ้าทำให้น้อยอินทาเสียใจและแค้นเคืองโจรปล้นเรือนที่เข่นฆ่าคำหล้าน้องสาวของตนตาย เมื่อกลับมาพบเมืองคุ้มก็ลั่นวาจาว่าจะแก้แค้นให้คำหล้า

เมืองคุ้มรู้สึกผิดที่รับปากน้อยอินทาไว้แต่กลับปกป้องน้องสาวของเขาไม่ได้ จึงจะร่วมมือแก้แค้นให้คำหล้า พร้อมทั้งรับปากจะช่วยน้อยอินทาให้ได้เข้าเฝ้าเจ้าฟ้าเมืองท่าคอยและให้สมรักกับเจ้านางมณีหยาด

ฝ่ายบุรพคามเมื่อได้ทรัพย์สินเงินทองที่สองโจรป่าปล้นมาก็ยิ้มย่องพอใจ แต่หากสองโจรกำจัดเมืองคุ้มและคะนองหลังเสร็จศึกกับพวกดั้งขอได้ ตนจะมอบยศขุนเวียงกับขุนวังของเมืองทิพย์ให้ ดวงฤทธิ์กับดวงเดชกราบกรานบุรพคามด้วยความดีใจ เฟื้อแฝงฟังอยู่ด้วยอดอิจฉาสองโจรป่าไม่ได้

ด้านตองนวลที่อาฆาตพยาบาทศัตรูหัวใจอย่างอนัญทิพย์ไม่สิ้นสุด เมื่อสบโอกาสจึงยุยงเฟื้อแฝงให้เข้าหานางในยามวิกาล แต่ไม่สำเร็จเพราะสำเภางามผ่านมาเห็น กระนั้นตองนวลก็ยังโพนทะนาว่าอนัญทิพย์เป็นเมียเฟื้อแฝงแล้ว และเกิดมีปากเสียงทะเลาะเบาะแว้งกับอนัญทิพย์อีกครั้ง

ตองนวลลามปามถึงแม่ของอนัญทิพย์ ทำให้อีกฝ่ายทนไม่ไหวตบหน้าตองนวลอย่างแรง เฟืองกับบัวไหลต่างก็ปกป้องนายของตนจนเกิดตบตีกันอีกคู่ เสกขรเทวีมาเห็นกับตาจึงสั่งทุกคนตามตนไปที่คุ้มเดี๋ยวนี้

เมื่อมากันพร้อมหน้า เสกขรเทวีกล่าวอย่างเอือมระอาว่าตนเบื่อที่จะต้องตัดสินวินิจฉัยความขัดแย้งของทุกคนแล้ว คราวนี้ใครจะสารภาพผิดให้พูดมา

“อี...เอ๊ย...เจ้าทิพย์หาเรื่องข้าก่อน”

“อย่างนั้นรึตองนวล เจ้าทิพย์ทำอันใดเจ้า”

“รับสั่งถามริมบึงดูก็ได้เจ้าค่ะ ริมบึงยังเห็นเลยว่าอีบัวไหลตบตีอีเฟืองคนของข้า นี่ถ้ามิใช่เจ้าทิพย์สั่งให้ข้าไทของตนทำ มีหรือที่อีบัวไหลจักกล้า”

“ว่าอย่างใดเจ้าทิพย์...ตองนวลว่าอย่างนี้ เจ้าจะว่าอย่างใด”

“เป็นถึงพระนางหน่อเจ้า ก็น่ามีปัญญาวินิจฉัยเองได้ ใคร่ตัดสินความอย่างใดก็ตัดสินเถิด ข้ามันคนหามีพวกพ้องไม่ ข้ายินดีรับโทษทัณฑ์ทุกอย่างเจ้าค่ะ”

เสกขรเทวีรู้ว่าอนัญทิพย์เหน็บให้ ตองนวลได้ทีจีบปากฟ้อง

“ทรงเห็นกับตา ทรงได้ยินกับหูแล้วใช่ไหมเจ้าคะพระนางหน่อเจ้า วิสัยคนพาลมันก็ต้องพาลวันยันค่ำ”

“แต่ข้านั่งบนเสลี่ยงดูอยู่นาน พวกเจ้าเอาแต่ทะเลาะกันจนไม่ได้หันมามอง ข้าเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้น”

ตองนวลหน้าเจื่อนแล้วรีบกลบเกลื่อน “ถ้าเช่นนั้นพระนางหน่อเจ้าก็ทรงเห็นว่าเจ้าทิพย์หาเรื่องข้ากับอีเฟืองอย่างใดใช่ไหมเจ้าคะ”

“คำลวงคำเท็จกลบเกลื่อนได้แต่ความผิด แต่หากลบเกลื่อนความจริงได้ไม่...ตองนวล ข้าพูดเยี่ยงนี้เจ้าคงรับรู้อยู่แก่ใจ”

“หมายความว่าอย่างใด”

“เจ้ารู้ดีตองนวล...กลับไปได้แล้ว แล้วอย่าก่อเรื่องอันใดขึ้นอีกต่อไป ข้าจะไม่ให้อภัยเจ้า”

“ไม่ยอมเอาผิดอีทิพย์...พระนางหน่อเจ้าหายุติธรรมไม่ นี่ก็คงเป็นเพราะรู้สึกผิดที่เจ้าปล้นตำแหน่งพระนางหน่อเจ้ามาจากมันกระมังเจ้าคะ”

“หยุดนะตองนวล...กลับไปได้แล้ว...ไปสิ”

เฟืองเห็นท่าไม่ดีคลานเข้ามากระซิบตองนวลให้กลับคุ้ม...สองคนออกมาเจอสำเภางาม ตองนวลเลยโดนตำหนิอีก

“ก่อเรื่องไม่หยุดนะตองนวล...เขาโจษกันทั่วฝ่ายใน ครานี้ต้องอาญาอันใดอีกล่ะ”

“เสกขรหรือจะกล้าลงอาญาข้า ลองสิ ข้าจะได้โพนทะนาเรื่องที่อีทิพย์มันเอาไปพูดจนทั่วเมืองทิพย์”

“เจ้าก็เลยลำพองใจ...จะให้ข้ากราบทูลพระนางหน่อเจ้าไหมว่าอ้ายเฟื้อแฝงเมื่อคืนนี้ก็ฝีมือเจ้า บุญยังคุ้มหัวเจ้าทิพย์นัก แต่ระวังมันจะไม่คุ้มหัวเจ้าด้วย เจียมตัวไว้บ้างตองนวล”

ตองนวลไม่ใส่ใจเดินเชิดหน้าจากไป เฟืองรีบไหว้สำเภางามแล้วตามนายของตน ส่วนในคุ้มเสกขรเทวียังคงพยายามแสดงความจริงใจต่ออนัญทิพย์ด้วยความเมตตา

“ข้าอยากให้เจ้ามาอยู่ที่คุ้มกับพี่ จะได้ไม่มีใครทำอันใดเจ้าได้”

“คนที่จะทำอันตรายข้าได้ก็เห็นจะมีแต่เจ้าหลวงและคนของเจ้าหลวงเท่านั้น รู้เยี่ยงนี้แล้วอำนาจของเจ้าคุ้มหัวข้าได้หรือไม่เล่าเสกขร”

เสกขรเทวีพูดอะไรไม่ออก นอกจากย้ำคำเดิมว่าสักวันเจ้าจะแจ้งใจในตัวพี่

“แจ้งใจว่าอย่างใดเล่า แจ้งใจว่าเจ้ามีเมตตาจนข้าต้องยอมรับอำนาจของเจ้าทั้งเช้าทั้งเย็นหรืออย่างใด หรือยอมรับว่าที่เจ้าได้ดีมียศเป็นพระนางหน่อเจ้าหลวงทุกวันนี้เพราะเป็นความชอบธรรมของเจ้า ที่พี่เจ้าได้เป็นเจ้าหลวง ฆ่าพ่อข้าตายนี่เป็นความชอบธรรมด้วยใช่ไหม เก็บความอารีของเจ้าไว้เถิดเสกขร จำไว้ข้าไม่มีวันแจ้งใจในตัวเจ้าดอก”

อนัญทิพย์ตอกย้ำความแค้นจนเสกขรเทวียืนอึ้ง พออนัญทิพย์ขยับตัวก้าวเดิน สำเภางามที่แอบฟังอยู่หลังประตูก็ก้าวออกมาขวางไว้

“เลือดแม่เจ้านี่แรงนักนะอนัญทิพย์”

อนัญทิพย์ไม่พอใจอย่างมากจ้องหน้าสำเภางามเขม็งแล้วก้าวนำบัวไหลออกไป สำเภางามหมั่นไส้จงใจพูดกับเสกขรเทวีเสียงดังให้อนัญทิพย์ได้ยิน

“พระนางหน่อเจ้า เมืองคุ้มจะกลับมาแล้วเจ้าค่ะ ข้าดีใจนัก”

อนัญทิพย์ชะงัก ยืนหันหลังดวงตาเป็นประกายด้วยความดีใจ ละลืมความเจ็บปวดที่ได้รับเมื่อครู่จนหมดสิ้น

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน
12 พ.ค. 2564

03:05 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 04:27 น.