สมาชิก

เพลิงพระนาง

ตอนที่ 18

ที่คุ้มหลวง ม่านฟ้านอนไม่หลับออกมายืนมองไปนอกคุ้ม ปิ่นมณีสบโอกาสเข้ามาชวนคุย อยากรู้ว่าเหตุใดจึงยังไม่นอน

“ข้านอนไม่หลับดอก งุนงงกับชะตากรรมของข้า หารู้ไม่ว่าเกิดอันใดขึ้น ไยข้าต้องมาเมืองทิพย์ด้วย ต้องพลัดบ้านพลัดเมืองพลัดจากเจ้าแม่ของข้า”

“ลางทีฟ้าอาจส่งให้เจ้าพี่มาทำหน้าที่สำคัญ เจ้าพี่จักคิดไปไยเล่าเจ้าคะ อย่างน้อยเจ้าพี่อยู่ใกล้ๆข้าเยี่ยงนี้ ข้ายังอุ่นใจเลยเจ้าค่ะ”

ปิ่นมณีขยับเข้าใกล้มากจนม่านฟ้าอึดอัด ขยับตัวออก พลางบอกให้นางกลับไปพักที่ห้อง หากใครมาเห็นจะไม่งาม

“ไม่งามรึ...ลางทีวันหน้าข้าอาจได้อยู่ที่นี่ ที่นี่ก็ไม่ต่างจากคุ้มของข้าดอก”

“เจ้าหมายความว่าอย่างใด คุ้มหลวงเป็นที่พำนักของเจ้าหลวงกับพระมหาเทวีเจ้ามิใช่รึ”

ปิ่นมณีอมยิ้มซ่อนเล่ห์กลไว้ ไม่เห็นว่าเรณุมาศกับทองพญายืนอยู่ด้านหลัง กระทั่งม่านฟ้าทำความเคารพทองพญาในฐานะพระนางหน่อเจ้าหลวง ปิ่นมณีหันขวับไปจ้องสองคนตาขุ่น ยิ่งเห็นม่านฟ้ามองเรณุมาศตาละห้อยด้วยเสน่หาก็ไม่สบอารมณ์ กลับมาเร่งเร้าอนัญทิพย์ต้องทำให้ตนเป็นพระมหาเทวีเจ้า ให้ตนได้อภิเษกกับม่านฟ้าเร็วที่สุด

“มีปัญหาอันใดอีกเล่าปิ่นมณี”

“ก็เจ้าพี่ม่านฟ้าสิเจ้าคะ ท่าทางอาลัยอาวรณ์ อีเรณุมาศนัก ข้าไม่ชอบมัน”

“เรณุมาศเป็นน้องเจ้า ไยต้องระแวงแคลงใจ ทำตัวให้ม่านฟ้ารักเจ้าไม่ดีกว่ารึ...ม่านฟ้าแม้จะกล้าหาญช่วยเมืองทิพย์ต่อตีข้าศึกศัตรู แต่ก็อ่อนไหวสะเทือนใจง่าย แม่ดูไม่ผิดดอก สิ่งเดียวที่ทำให้นักรบอ่อนเหมือนขี้ผึ้งถูกไฟลนก็คือมารยาหญิง จงใช้สิ่งที่ธรรมชาติให้เจ้ามา... ลูกรักของแม่ เชื่อแม่เถิด”

ปิ่นมณีฟังคำแม่แล้วใจชื้น อารมณ์ขุ่นมัวค่อยคลายลง...แต่เวลาเดียวกัน ตองนวลกำลังทุกข์ตรมอยู่ที่คุ้มของตนเพราะทหารมาล้อมคุ้ม ตองนวลเล่นละครตบตาแสงเมืองกับห่มฟ้าว่าตองแปงไปช่วยรบยังไม่กลับมา ป่านนี้ไม่รู้ลูกของตนจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร พูดแล้วร่ำไห้รำพันว่าตนอยากตาย ตนจะฆ่าตัวตาย ตนไม่เหลือใครแล้ว

ตองนวลถลันไปแย่งดาบจากมือทหารคนหนึ่งจะแทงตัวเอง เฟืองตกใจกรีดร้องสุดเสียง ห่มฟ้ากับแสงเมืองแย่งดาบคืนมาได้ ถามว่าเจ้านางไม่รู้หรือว่าทัพที่ยกมาคือทัพเมืองมีด นี่เป็นเหตุให้ทุกคนในเมืองทิพย์กังขา และมีรับสั่งให้พวกตนนำทหารมาปิดล้อมคุ้มเจ้านางไว้

“ผู้ใดสั่ง...ถุย! บัดซบสิ้นดี หากเป็นทัพเมืองมีดจริงมีหรือที่ลูกกูจะไปช่วยเมืองทิพย์ เชลยมันจะพูดอย่างใดก็ได้ จะบอกว่าเป็นทัพเมืองท่าคอย เมืองลา เมืองเงิน เมืองยอง ได้ทั้งสิ้น อย่าใส่ความกูกับลูก...เอาสิ บอกคนที่สั่งพวกมึงให้จับตัวกูไปจำตรุ เอาไปตัดหัวเลยก็ได้”

ตองนวลบีบน้ำตาฟูมฟายจนห่มฟ้ากับแสงเมืองสับสน เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ยังสั่งทหารล้อมคุ้มเจ้านางตองนวลไว้ ห้ามผู้ใดเข้าออกเด็ดขาดจนกว่าจะมีพระราชบัญชาใหม่

ooooooo

ขณะที่คะนองยังนอนรักษาตัวหลังจากถูกตองแปง ยิงบาดเจ็บ สำเภางามได้พบความจริงว่ายาของเจ้าหลวง ปิตุลาที่อนัญทิพย์นำมารักษาเมืองคุ้มนั้นทำให้ร่างกายแข็งแรงแต่สติวิปลาสได้
สำเภางามร้อนใจมาก ชวนปะแดงไปพบตนบุญที่วัด บังคับให้บอกความจริงเรื่องยาซึ่งมีอยู่สามขนาน หนึ่งในนั้นเป็นยาอายุวัฒนะ อีกหนึ่งเป็นยาที่กินแล้วสติจะวิปลาส

“นอกจากจะมีตัวยาชั้นเอกแล้วยังมีว่านที่มีสรรพคุณทำให้ลุ่มหลงผู้ที่นำโอสถให้เสวย หากรับจากมือผู้ใดก็จักเชื่อฟังผู้นั้นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เจ้าหลวงปิตุลา ทรงบวงสรวงผีหลวงหลายคราให้ศักดิ์สิทธิ์ โปรดประชุมม้าทรงให้อัญเชิญผีหลวงมาทำพิธีปลุกเสกโอสถนี้ด้วยพระองค์เอง”

“ข้าแจ้งใจแล้วว่าไยเจ้าหลวงจึงทรงเชื่อว่าอุปราชหอหน้าเป็นขบถ ก็เพราะเชื่อคำของอีทิพย์นี่เอง แล้วอีกขนานหนึ่งเล่า”

“อีกขนานหนึ่งคือพระโอสถแก้”

“โอสถแก้...หมายความว่าหากได้เสวยโอสถที่ทำให้พระสติวิปลาสแล้วจะหายคลายคืนใช่หรือไม่”

“ถูกแล้ว แต่ต้องเสวยอย่างต่อเนื่องสักระยะหนึ่ง พระสติที่วิปลาสจักคืนดังเดิม”

“ข้าขอทั้งหมด...ไยต้องนิ่งงันเล่า หรืออีทิพย์มันอุปัฏฐากตนบุญจนเห็นผิดเป็นชอบไปเสียแล้ว”

“หาไม่...แต่...” ตนบุญอึกอักอ้ำอึ้งคล้ายกังวลสิ่งใด ปะแดงจึงแทรกขึ้น

“ข้าสัญญาข้าจักปกป้องตนบุญและพระทุกรูปที่วัดนี้ อย่าได้กลัวในอำนาจคนชั่วเยี่ยงเจ้านางอนัญทิพย์ แต่ถ้าตนบุญไม่ตั้งมั่นในศีลในธรรม มักใหญ่ใฝ่สูงแล้ว ข้านี่แหละจะจับตนบุญสึกแล้วไล่ให้ไปเป็นอลัชชีในป่า”

ตนบุญไม่ได้คิดเช่นนั้นแน่นอน จึงมอบยาทั้งสามขนานให้สำเภางามไป

ด้านเสกขรที่ต้องสอบสวนตองนวลเรื่องทหารรับจ้างจากเมืองมีดด้วยตัวเอง แต่ตองนวลไม่มีท่าทีหวั่นเกรงแถมยังปากกล้าท้าทายทั้งเสกขรและอนัญทิพย์ เสกขรจึงสั่งจำตรุตองนวล อนัญทิพย์สะใจมากแต่ไม่ยอมบอกเรื่องที่ม่านฟ้ามาเมืองทิพย์อย่างเป็นปริศนา

เมื่อระแคะระคายว่าสำเภางามได้ยามาจากตนบุญ อนัญทิพย์ดึงดันเข้ามายังห้องนอนของเมืองคุ้ม เห็นเขากำลังจะกินยาก็ขัดขวาง พูดให้ชวนเชื่อว่าไม่มียาใดสรรพคุณดีเท่ายาของพ่อตน สำเภางามสวนทันควันว่า

“นี่ก็ยาของพ่อเจ้า แต่เป็นยาแก้ไม่ให้พระสติของเจ้าหลวงวิปลาส ตำรับนี้ยังจะช่วยให้พระวรกายแข็งแรงดังเดิมอีกด้วย”

“ข้าหาแจ้งใจไม่ พระพันปีรับสั่งอันใด”

“อย่าคิดว่าผู้อื่นเขาจะโง่ เขาก็กินข้าวเยี่ยงเจ้า หาได้กินฟางกินหญ้าอย่างที่เจ้าแจ้งใจ ฟ้าดินไม่ยอมให้คนชั่วมีชัยดอก ผีหลวงเมืองทิพย์ศักดิ์สิทธิ์กว่าที่เจ้าคิด”

“พระพันปีรับสั่งราวกับว่าข้าประสงค์ร้ายต่อเจ้าพี่ นี่มันอันใดกันเจ้าคะ เจ้าพี่...ข้าถูกพระพันปีใส่ร้าย เจ้าพี่ต้องให้ความยุติธรรมแก่ข้านะเจ้าคะ”

อนัญทิยพ์ร่ำร้องขอความเห็นใจ เสกขรทนไม่ไหว ติงว่าถ้าแน่ใจว่าตัวเองไม่ผิดก็ไม่ต้องร้อนตัว ปิ่นมณีที่มากับแม่ไม่พอใจอย่างแรง ยอกย้อนให้ว่า

“พระมหาเทวีเจ้าหาทรงยุติธรรมไม่...ฟังความเจ้าย่าข้างเดียวก็ด่วนวินิจฉัย หาใช่วิสัยของคนจะเป็นเจ้านางหลวงไม่”

เสกขรผุดลุกจ้องหน้าปิ่นมณีเขม็ง พูดเน้นหนักว่าตนไม่เคยมักใหญ่ใฝ่สูงอย่างแม่ของนาง อนัญทิพย์ปกป้องลูกของตนทันที

“ปิ่นมณีพูดผิดประการรึเสกขร...หากเจ้าไม่เป็นเยี่ยงวาจาปิ่นมณีก็หาต้องร้อนอกร้อนกายเยี่ยงนี้ดอก”

“เลือดแม่เจ้านี่แรงนัก ปิ่นมณี” สำเภางามกระแทกเสียง

เหตุการณ์ทำท่าจะรุนแรงขึ้น เมืองคุ้มถอนใจ โบกมือไล่ทุกคนออกไปเพื่อให้ตนได้พักผ่อน

“ทองพญา เรณุมาศ เฝ้าเจ้าพ่อไว้นะ แสงตาอารักขาเจ้าหลวงด้วย ส่วนเจ้าทิพย์กับลูกไปพบข้าที่ห้อง”

สั่งเสร็จเสกขรออกไป ตามด้วยสำเภางาม...

ปิ่นมณีรีบบอกแม่ว่าอย่ายอมมัน อนัญทิพย์ไม่ตอบ

แต่ก้าวตาม โดยมีปิ่นมณีรั้งท้าย

ooooooo

ถึงหน้าห้อง เสกขรสั่งริมบึงให้ดูแลห้ามผู้ใดเข้าในห้อง แต่ไม่ทันจะก้าวเข้าไปก็เห็นม่านฟ้าออกมาจากห้องหนึ่ง ปิ่นมณียิ้มร่า ขณะที่เสกขรและสำเภางาม ประหลาดใจ

“ม่านฟ้า...เมืองทิพย์เพลานี้ร้อนดั่งไฟสุมรุมพระนคร เจ้าจะมาเป็นเหยื่อเชื้อเพลิงหรือว่ามาเป็นขอนช่วยสุมไฟกันแน่”

ม่านฟ้าหน้าเสียนั่งลงทำความเคารพเสกขร

อนัญทิพย์ตวัดสายตามองเสกขรอย่างไม่พอใจ เสกขร

ไม่สนใจเดินนำเข้าห้อง สำเภางามกับอนัญทิพย์เดินตาม แต่ปิ่นมณีเปลี่ยนใจบอกแม่ว่าไม่ไปแล้ว ตนจะคุยกับม่านฟ้า

“เจ้าพี่ ลุกขึ้นเถิด เจ้าพี่เป็นถึงเจ้าฟ้าเมืองท่าคอย ควรหรือจะมานั่งเสมออีข้าไทไพร่ราบในคุ้มหลวง ถึงจะมีผู้หนึ่งได้ยกขึ้นเป็นเจ้า แต่มันก็เป็นเจ้าแกมไพร่ เลือดเจ้าอย่างเราหาควรเสวนากับมันไม่”

ปิ่นมณีจงใจแขวะริมบึง พอม่านฟ้าลุกขึ้นนางก็ขยับมายืนเคียงข้างเกาะแขนเขา

“ปิ่นมณี หากเจ้าหมายถึงข้าล่ะก็...จำใส่หัวไว้ คนจักสูงหรือต่ำหาใช่ที่สายโลหิต แต่มันอยู่ที่กิริยา ไอ้ที่วิ่งแร่แส่หาผู้ชายเยี่ยงนี้ หาใช่จารีตของสายโลหิตคนชั้นเจ้าไม่”

ริมบึงสวนกลับจนปิ่นมณียืนอึ้ง ม่านฟ้าเห็นด้วยว่าไม่เหมาะจึงจับแขนปิ่นมณีออกจากแขนตน

“พี่จะไปพักผ่อนในห้อง หาควรออกมาเพ่นพ่านไม่ จักระคายเคืองต่อพระสายพระเนตรพระมหาเทวีเจ้า”

ปิ่นมณีมองตามม่านฟ้าอย่างขัดใจ แล้วหันมาด่าริมบึงอีกครั้งก่อนเดินเชิดหน้าออกไป

ภายในห้อง เสกขรเริ่มซักถามอนัญทิพย์ต่อหน้าสำเภางามเรื่องม่านฟ้าว่ามาได้ยังไง อนัญทิพย์ไม่ตอบแถมยังวางท่ายโสโอหังยอกย้อน

“จับเชลยศึกได้ มันก็บอกแล้วมิใช่หรือว่ามาจากเมืองมีด อีตองนวลก็ถูกจำตรุแล้ว ไยไม่ไปถามเอาความจากมัน”

“อีทิพย์! พระนางเจ้ารับสั่งถามอันใดก็ตอบอันนั้น”

“หากนั่งบัลลังก์ตั่งทองไต่สวนทวนความมัน แต่ไม่ได้ความอันใด เจ้าก็ควรก้มดูเงาตัวเองว่าควรเป็นเจ้านางหลวงแทนเจ้าพี่หรือไม่”

“นี่คงพูดจากใจแท้ๆมึงเลยใช่หรือไม่...มักใหญ่ใฝ่สูง หาผิดที่กูคาดไว้”

อนัญทิพย์ไม่ตอบ แต่ลอยหน้ายิ้มเย้ยสำเภางาม แล้วท้าทายเสกขรอย่างไม่กลัวเกรง เลยโดนเสกขรสั่งสอนไปหลายคำ ก่อนที่สำเภางามจะคาดคั้นให้

อนัญทิพย์ตอบมาเสียทีว่าม่านฟ้ามาเมืองทิพย์ได้อย่างไร

“ได้สิ...แต่ข้าจะตอบต่อหน้าพระพักตร์ของเจ้าพี่เมืองคุ้มและต้องมีเจ้าม่านฟ้าเข้าเฝ้าในหอคำด้วย”

“เจ้าก็รู้ว่าเจ้าพี่ยังประชวรอยู่”

“เจ้าพี่จะมีพระอาการดีขึ้น พระพันปีได้โอสถของพ่อข้าไปแล้ว วันพรุ่งเจ้าพี่ก็จะมีพระอาการเป็นปกติเยี่ยงเดิม”

อนัญทิพย์พูดแล้วเดินออกไปทันที ไม่ใส่ใจว่าอีกสองคนจะไม่พอใจหรือไม่ ครั้นกลับมาที่คุ้มของตน

ก็เจอปิ่นมณีกับบัวไหล แล้วตัดสินใจไปเฝ้าเมืองคุ้มหลังจากฟังปิ่นมณียุยง

“เจ้าพ่ออยู่กับอีทองพญากับอีเรณุมาศ เหตุใดเจ้าแม่ไม่เข้าไปกราบทูลเจ้าพ่อเรื่องเจ้าพี่ม่านฟ้าเลยล่ะเจ้าคะ ข้าฝันถึงวันที่ข้าจะได้เป็นพระมหาเทวีเจ้าเคียงข้างเจ้าพี่บนตั่งทองเต็มทีแล้วเจ้าแม่”

อนัญทิพย์กับปิ่นมณีเข้ามาเจอทั้งหมอหลวง

ทองพญา และเรณุมาศ เมืองคุ้มอาการดีขึ้นไม่พูดดีกับอนัญทิพย์อย่างเดิม มิหนำซ้ำพออนัญทิพย์พูดมากและทะเลาะกับทองพญาก็ไล่นางออกไป

สองแม่ลูกหน้าตึง พอดีเสกขรและสำเภางามก้าวเข้ามา เมืองคุ้มเห็นแม่และเสกขรก็ยิ้มกว้าง ทักทายตามปกติ นี่เองทำให้สองคนเชื่อว่ายาจากตนบุญเห็นผลแล้ว

“ได้ยาแก้วิปลาสไป เห็นผลทันใจนัก”

“ยาแก้วิปลาส หมายความว่าอย่างใดเจ้าแม่”

“ถามอีทิพย์มันดู” สำเภางามพูดพร้อมจ้องหน้า

อนัญทิพย์อย่างชิงชัง แต่ยังไม่อยากต่อความยาว บอกเมืองคุ้มว่า หากหายดีแล้วก็คงต้องนั่งตั่งทองว่าราชการแก้ไขปัญหา แต่เสกขรยังเป็นห่วงเมืองคุ้มที่เพิ่งหายป่วยจึงทักท้วง

แต่เมืองคุ้มร้อนใจอยากรู้ว่าเกิดเหตุใดกับเมืองทิพย์บ้าง พรุ่งนี้จะนั่งบัลลังก์ตั่งทองในหอคำว่าราชการเพื่อหาทางดับไฟให้แผ่นดินที่กำลังร้อนเป็นไฟ

ooooooo

คะนองยังไม่หายเป็นปกติแต่พอรู้ว่าเมืองคุ้ม

จะว่าราชการในวันรุ่งขึ้นก็กระตือรือร้นจะไปหอคำ ใน ขณะที่ตองนวลซึ่งถูกจำตรุรู้จากเฟืองว่าเมืองคุ้มหายป่วยแล้วก็คาดหวังว่าตนเองจะมีโอกาสออกมาเป็นอิสระในไม่ช้า พร้อมกันนั้นก็ให้เฟืองส่งสารไปยังเจ้าฟ้าเมืองมีด บอกให้รู้ว่าตนกำลังลำบาก

เมื่อเมืองคุ้มว่าราชการในหอคำ อนัญทิพย์เบิกตัวม่านฟ้าเข้าเฝ้า พร้อมบอกความจริงว่าเขาเป็นลูกของ ยอดพุ่ม เมืองคุ้มดีใจมาก สั่งให้ขุนห่มฟ้ากับขุนแสงเมืองนำทหารออกค้นหายอดพุ่มเพื่อรับมายังเมืองทิพย์

อนัญทิพย์ร้อนใจ สั่งท้าววงษากับขุนเวียงตามหายอดพุ่มให้พบก่อนพวกขุนห่มฟ้า เพราะเกรงว่ายอดพุ่มจะเปิดเผยว่าตนหมายจะฆ่านางและกีดกันไม่ให้เข้ามาในเมืองทิพย์

ริมบึงรู้มาตลอดว่าครองภพรักทองพญาแต่สอนลูกให้เจียมตัว แต่ความรักของครองภพกับทองพญาก็ได้รับความเห็นใจจากสำเภางามและเสกขร ทำให้สอง หนุ่มสาวกล้าที่จะสารภาพรักกัน

ปิ่นมณีร้อนใจไม่แพ้อนัญทิพย์ กลัวว่าหากม่านฟ้าได้เป็นเจ้าหลวงองค์ต่อไปแล้วจะต้องอภิเษกกับทองพญา ขณะเดียวกันทองพญาก็กังวลใจเพราะไม่ได้รักม่านฟ้า

แน่นอนว่าปิ่นมณีซึ่งหลงรักม่านฟ้าตั้งแต่แรกเห็นไม่มีวันยอมให้เขาหลุดมือ จึงใช้อุบายนัดพบม่านฟ้า

โดยอ้างชื่อเรณุมาศแล้วสารภาพรัก ม่านฟ้าไม่สนใจแต่เผลอโอบกอดนาง ทำให้ปิ่นมณีรวบรัดว่าเขาได้ผิดผีผิดจารีต แล้วยังมาอาละวาดเอากับเรณุมาศยกใหญ่ อนัญทิพย์

ห้ามปรามก็ไม่ฟัง ทึกทักว่าตนเป็นเมียม่านฟ้าแล้ว เรณุมาศได้ยินก็หนีเข้าห้องร้องไห้ด้วยความเสียใจ

ทางด้านขุนห่มฟ้ากับขุนแสงเมืองที่พาทหารออกตามหายอดพุ่ม พร้อมๆกับท้าววงษาและขุนเวียงที่รับคำสั่งจากอนัญทิพย์ สองฝ่ายเจอกันและได้พบยอดพุ่มถือศีลอยู่ที่วัดในป่า ต่อมาน้อยอินทากับมณีหยาดรู้เรื่องนี้จากขุนแสงเมือง ก็จะพายอดพุ่มกลับมาส่งที่เมืองทิพย์

ท้าววงษากับขุนเวียงแอบข่มขู่ยอดพุ่มว่าหากมีใครถามเรื่องที่ผ่านมาให้ตอบว่าสมัครใจที่จะไม่เข้าไปในเมืองทิพย์เอง หากซัดทอดมาที่พวกตนก็จะฆ่าทั้งยอดพุ่มและม่านฟ้า

ooooooo

เมื่อรู้ว่าน้อยอินทากับมณีหยาดจะพายอดพุ่มมาเมืองทิพย์ เมืองคุ้มและทุกคนดีใจมาก ยกเว้นสองแม่ลูกอนัญทิพย์กับปิ่นมณีที่กระสับกระส่ายไม่สบายใจ

นอกจากคณะจากเมืองท่าคอยแล้วยังมีราชทูตจากหลายเมืองจะมาเข้าเฝ้าเจ้าหลวงเมืองคุ้มเพื่อถวายเครื่องราชบรรณาการ รวมทั้งเจ้าฟ้าเมืองมีด ซึ่งแสงตาบอกข่าวดีนี้แก่ม่านฟ้า และแจ้งให้รู้ด้วยว่าท้าววงษากับขุนเวียงกลับมาก่อนเพื่อเตรียมการต้อนรับ ส่วนขุนแสงเมืองกับขุนห่มฟ้าจะมาพร้อมกับขบวนของเจ้าน้อยอินทา

เมื่อเฟืองนำข่าวนี้มาเล่าให้ตองนวลฟัง ทำให้ตองนวลมีความหวังว่าเจ้าฟ้าเมืองมีดจะช่วยให้ตนกลับออกมามีอำนาจได้ดังเดิม แล้วใครที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับตน ถึงคราวเอาคืน ตองนวลก็หมายหัวจะเล่นงานให้มากกว่าที่ทุกคนทำไว้กับตน

ถึงเวลาที่น้อยอินทากับมณีหยาดพายอดพุ่มมาถึงเมืองทิพย์ ม่านฟ้าดีใจมาก เช่นเดียวกับยอดพุ่มที่สวมกอดลูกชายทั้งน้ำตา

“อย่าร้องไห้เจ้าแม่ เราจะได้อยู่ด้วยกันแล้ว ต่อไปนี้หามีผู้ใดพรากเราจากกันไม่”

หลังจากทักทายกันครู่หนึ่ง ทุกคนก็ไปรวมตัวกันในหอคำที่พวกเมืองคุ้มรออยู่ ราชทูตเมืองต่างๆเข้าเฝ้าเจ้าหลวง และจบที่น้อยอินทากับมณีหยาดที่พายอดพุ่มเข้ามาเบื้องหน้า

“ข้าพระบาทได้ดูแลเจ้านางยอดพุ่มตามพระราชประสงค์ของพระองค์ บัดนี้เจ้านางยอดพุ่มมีความปรารถนาจะเสด็จกลับสู่เมืองทิพย์พระเจ้าข้า”

“เมื่อคืนข้านอนไม่หลับ อยากเห็นหน้ายอดพุ่มเหลือเกิน”

เมืองคุ้มพูดด้วยความดีใจ ทุกคนต่างแย้มยิ้มยินดี ยกเว้นเก็ตถวากับแก้วอากาศที่ปั้นปึ่ง ส่วนอนัญทิพย์กับปิ่นมณีที่นั่งข้างกันก็บึ้งตึง

เมืองคุ้มลงจากตั่งทองมาพายอดพุ่มไปนั่งตั่งที่จัดไว้แล้วหันกลับมาบอกทุกคนว่า

“ข้าขอสถาปนายอดพุ่มเป็นเจ้านางของข้า มีหีบหมากเงินเสมอกับพระสนมเอก”

“ไยเจ้าพี่ไม่พระราชทานหีบหมากทองให้เลยเล่าเจ้าคะ” อนัญทิพย์ประชดประชันอย่างไม่พอใจ

เสกขรสวนทันควันว่า “นั่นมันของข้า พระสนมเอกหาควรขัดพระทัยเจ้าหลวงไม่”

อนัญทิพย์ชะงักด้วยความโกรธ จ้องเสกขรแววตาวาวโรจน์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

ooooooo

เพลิงพระนาง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด