นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เพลิงนรี

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    พริริสาถามธีภพทำไมจะต้องรู้เรื่องของตนให้ได้ เขาเน้นจะได้แน่ใจว่าควรจัดการกับเธออย่างไร แต่เธอกลับประชดคงอยากปกป้องครอบครัวคู่หมั้นมาก เขาปัดไม่ต้องพูดถึงคนอื่นแค่บอกมาว่าเธอเป็นใคร หญิงสาวย้ำหนักแน่นตนคือ ริสา ฉันทพัฒน์

    “ริสา ฉันทพัฒน์ ลูกสาวป้าสินีเจ้าของสวนผลไม้ตัวจริงอยู่นิวซีแลนด์โน่นแล้ว แต่ริสาที่อยู่ตรงนี้สวมรอยประวัติของคนอื่นมาทั้งหมด แล้วไหนจะเรื่องที่คุณโกหกไว้สารพัดอีก...”

    พริริสาตกใจที่เขารู้ ธีภพดึงเธอมาจ้องเขม็งย้ำ “ถึงเวลาพูดความจริงสักที”

    พริริสาเริ่มกลัวผลักเขาออกแล้ววิ่งหนีเข้าห้องนอนปิดประตูล็อก ธีภพเคาะเรียกให้ออกมาพูดกันให้รู้เรื่อง เรื่องจะได้จบ พริริสาครุ่นคิดจะทำอย่างไรดี ถ้าพูดความจริงตอนนี้ทุกอย่างที่ทำมาจะสูญเปล่า...

    ด้านธเนศนั่งสบายในห้องรับแขกไม่รู้สึกอะไร ต่างจากคามินที่แววตากร้าวต้องการรู้ว่าธีภพอยู่ไหน

    วิวรรณถามต้องการเจอลูกชายตนเพราะข่าวในหนังสือพิมพ์ใช่ไหม คามินส่ายหน้า

    “ผมไม่สนใจเรื่องไร้สาระพวกนี้หรอก ผมแค่อยากรู้ว่าลูกชายพวกคุณพาตัวริสาไปหรือเปล่า” วิวรรณถามเด็กคนนั้นเกี่ยวอะไรด้วย “ริสาหายตัวไป แล้วลูกชาย พวกคุณก็หายไปด้วย”

    “มันอาจจะไม่เกี่ยวกันก็ได้ ภพคงไม่ทำอะไรเหลวไหลแบบนั้นแน่ๆ อีกอย่างริสาก็เป็นแค่เลขา ไม่ได้เป็นอะไรกับตาภพ” วิวรรณแก้ตัวแทนลูก ธเนศเห็นด้วยกับภรรยา

    คามินเสียงเข้มไม่ใช่เวลาที่จะต้องมาวิเคราะห์หาเหตุผล ตนอยากรู้ว่าธีภพหายไปไหน สาวใช้ยกของว่างมาตกใจทำหก ลนลานเอาหนังสือพิมพ์มาปาดเศษขนม คามินเห็นที่กรอบข่าวตนมีภาพคนที่รุมล้อมคนหนึ่งหน้าคล้ายอาซิส เขารีบดึงหนังสือพิมพ์มาดูให้แน่ใจ

    คามินรีบมาที่สถานทูต ปรึกษากับท่านทูตเรื่องภาพอาซิสปรากฏอยู่ใกล้ตัว แสดงว่าพวกมันตามมาถึงเมืองไทย ให้เป็นห่วงพริริสาอย่างมาก

    ขณะเดียวกัน มิรากับไคซัจมาตรวจดูสถานที่ลานน้ำพุหน้าพลาซ่า เห็นว่ามีกล้องวงจรปิด จึงจะไปขอดูแต่ต้องแจ้งความก่อน พอดีอธิรุธเข้ามาบอกตนช่วยได้ ทั้งสองตกใจ อธิรุธยิ้มกวนๆให้ไคซัจก่อนจะทัก “เจอกันอีกแล้วนะครับ เรายังไม่รู้จักกันอย่างเป็นทางการสักที คุณองครักษ์”

    “เรียกผมไคซัจก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักครับผู้กอง อธิรุธ” ไคซัจยื่นมือไปจับมืออธิรุธ

    มิราเหน็บจะจับกันอีกนานไหม ตนอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพริริสา ทั้งสองจึงปล่อยมือกันหันมาสนใจมิรา พากันไปที่ห้อง รปภ.ของพลาซ่า...ภาพที่ปรากฏจากกล้องวงจรปิดเมื่อวานทำให้เห็นเหตุการณ์ว่าธีภพเข้ามาช่วยพริริสาจากพวกที่จับตัวเธอถึงสองกลุ่ม ไม่ทันไรเจ้าหน้าที่นำมือถือพริริสามาส่งให้ บอกมีคนเก็บได้ในที่เกิดเหตุ มิราเครียดถึงว่าติดต่อพริริสาไม่ได้

    “ผมว่าพวกคุณควรจะแจ้งความ” อธิรุธเสนอ

    “จะไม่มีการแจ้งความ เรื่องนี้พวกเราจัดการ เองได้” ไคซัจค้าน

    “คุณเป็นญาติข้างไหนของคุณริสามิทราบ ถึงตัดสินใจเองได้...คุณก็เห็นแล้วนะว่ามีคนร้ายถึงสองกลุ่มที่จะทำร้ายคุณริสา” อธิรุธพูดกับมิรา

    มิราอึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไร ก็พอดีคามินโทร.เข้ามาหาไคซัจ เขารับคำจะรีบไป กดวางสายหันมาบอกมิราให้กลับ อธิรุธดึงแขนมิราไว้ “ถึงตอนนี้คุณริสาจะไปกับเจ้าธี แต่เรื่องคนร้ายพวกนั้น...”

    ไคซัจปลดมืออธิรุธออกจากแขนมิรา “ผมบอกแล้วไงว่าเรื่องนี้พวกเราจัดการเองได้ ถ้าจะให้ดีคุณควรให้ความร่วมมือกับเรา ตามหาว่าคุณธีภพพาคุณริสาไปที่ไหนจะดีกว่า”

    อธิรุธขุ่นเคืองมองไคซัจพามิราไป “ถือว่าเป็นองครักษ์เจ้าชายแล้วใหญ่นักหรือไง” บ่นแล้วนึกกังวลว่าธีภพพาพริริสาไปไหน ติดต่อก็ไม่ได้ให้หงุดหงิด

    ooooooo

    บ่ายคล้อย พริริสายังขังตัวในห้องนอน คิดหาวิธีติดต่อคามินให้ได้ก่อนตัดสินใจออกจากห้องมาเจอธีภพยังนั่งรอ เขาเยาะว่ายอมออกมาแล้วหรือ เธอบอกจะยอมบอกความจริงทุกอย่างแก่เขาแต่ตอนนี้หิว เขาหรี่ตามองเธอจะมาไม้ไหนอีก

    ธีภพเปิดตู้เย็นให้พริริสาดูว่ามีของสดและผักอยู่ไม่กี่อย่าง ทำทานแล้วเธอควรจะบอกความจริงให้หมด เพราะถ้าอยู่นานๆรับรองอดตายแน่ พริริสาเหน็บตนอดตายเขาก็อดตายด้วย ว่าแล้วก็หยิบไข่มาตอกตีอย่างคล่องแคล่ว หั่นผักและหมูที่มีเป็นชิ้นเล็กๆ ธีภพทึ่งถามเธอจะทำอะไร เธอตอบว่าทำไข่ยัดไส้ เขาบอกไม่คิดว่าเธอจะทำอะไรเป็น คิดว่าทำเป็นแต่ไข่เจียวไข่ดาว

    “ฉันทำได้ทุกอย่างล่ะ ถ้าอยากจะทำ” พริริสาค้อน

    “ผมลืมไปว่าขนาดปลอมเป็นคนอื่น คุณยังทำมาแล้ว แค่กับข้าวแค่นี้ทำไมจะทำไม่ได้”

    พริริสาแอบกัดฟันแกล้งเหยาะซอสมะเขือเทศอย่างแรงกระฉอกไปใส่เสื้อเขาแล้วทำทีตกใจขอโทษถามเขามีเสื้อเปลี่ยนไหมตนจะซักให้ ธีภพบอกมีเสื้ออธิรุธทิ้งไว้บ้าง เธอจึงให้เขารีบไปเปลี่ยน ตนทำกับข้าวเสร็จจะได้ซักเสื้อให้...พอเห็นเขาเดินไป พริริสาก็วางมือวิ่งไปหามือถือ รื้อค้นในบ้านไม่เจอนึกได้อาจอยู่ในห้องนอนอีกห้องจึงรีบวิ่งไปหลบรอจังหวะธีภพออกมา

    ธีภพเปลี่ยนเสื้อเสร็จเดินออกมาตรงไปที่ห้องครัว พริริสาฉวยโอกาสเข้าไปในห้องรื้อค้นจนเจอมือถือและกุญแจรถก็รีบคว้าวิ่งออกมา...จังหวะนั้นธีภพไม่เห็นพริริสาในครัวก็รู้ทันทีว่าคิดหนี พอออกมาจากครัวก็เห็นเธอวิ่งออกจากบ้าน เขาร้องเรียกและวิ่งตาม พริริสาพยายามมองหาที่จอดรถ เห็นธีภพวิ่งตามมาจึงวิ่งหนีต่อ เขาตามมาด้วยความเร็วตะครุบตัวเธอไว้ได้ เธอพยายามดิ้นหนี เขาจึงกอดเธอแน่นแย่งมือถือมาได้ เธอกระทุ้งศอกใส่ท้องเขาจนจุก กำรีโมตวิ่งหนีต่อ ธีภพเข่นเขี้ยว...ร้ายกว่าที่คิด แต่อย่างไรเสียก็ไม่ยอมให้เธอหนีไปได้...

    ทางบ้านธีภพ วิวรรณโทร.เรียกคณินกับกานดามาที่บ้าน ให้เห็นถึงความเดือดร้อนของพวกตนที่มีทหารองครักษ์เฝ้าหน้าบ้าน มันคุกคามกันเกินไป ต้องการให้จัดการให้ที

    “คุณวิใจเย็นก่อนนะครับ ผมขอคุยกับคุณธเนศหน่อยได้ไหมครับ...กานดา เกรซอยู่คุยกับคุณวิไปก่อนแล้วกัน”

    กานดาและกรนันท์ชวนวิวรรณเข้าไปคุยในบ้าน ส่วนคณินเดินไปหาธเนศในสวน ธเนศตัดเล็มต้นไม้อย่างสบายใจบอกคณินว่า อธิรุธโทร.บอกตนแล้วว่าธีภพเป็นคนพาตัวพริริสาไป แถมไม่ยอมติดต่อใครก็ควรแล้วที่เจ้าชายจะทำแบบนี้ คณินสงสัยที่คามินเป็นห่วงพริริสาขนาดนี้

    “ความสัมพันธ์ของคนหนุ่มสาวเขา อะไรยังไงกันผมก็ไม่รู้หรอกนะ แต่ถ้าไม่มีใครเป็นอะไรปลอดภัยกันดี แค่นั้นผมก็สบายใจแล้ว”

    คณินเห็นธเนศไม่มีปัญหาก็โล่งใจ...มีเพียงวิวรรณที่ยังไม่พอใจ ไหนจะเรื่องข่าวกรนันท์กับคามิน และยังเรื่องที่มีทหารมาเฝ้าหน้าบ้านอีก กานดาแย้งว่าเรื่องข่าวไม่ใช่เรื่องใหญ่

    “คุณกานดาพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ หนูเกรซเป็นคู่หมั้นตาภพ แต่กลับไปมีข่าวสนิทสนมกับคนอื่น มันจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ได้ยังไง”

    “อีกหน่อยเจ้าชายคามินก็จะเป็นหุ้นส่วนบริษัทของเรา เกรซไม่นับเจ้าชายเป็นคนอื่นหรอกค่ะคุณป้า”

    วิวรรณตกใจไม่คิดว่ากรนันท์จะพูดแบบนี้ กานดาเริ่มไม่เกรงใจ “ดิฉันว่าเรื่องที่ธีภพหายไปกับแม่เลขานั่นดูจะเป็นเรื่องใหญ่กว่าเรื่องของยัยเกรซกับเจ้าชายคามินอีกนะคะ พากันหนีหายไปแบบนี้ ชาวบ้านเขาอาจคิดว่าหนีตามกันไปก็ได้”

    “ทำไมคุณดาพูดแบบนี้ เรื่องนี้ลูกชายฉันต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่าง”

    “ค่ะ ธีภพคงมีเหตุผลเหมือนกับที่ยัยเกรซก็มีเหตุผล ที่เป็นข่าวกับเจ้าชายเหมือนกัน”

    วิวรรณถามเหตุผลอะไร กานดาบอกเหตุผลที่ว่าสมัยนี้ไม่ได้มีแต่ผู้ชายที่จะเป็นฝ่ายเลือกผู้หญิงเองก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกอะไรที่ดีกว่า จริงไหม...วิวรรณรู้ทันทีว่ากานดาหมายถึงอะไร ไม่คิดว่าสองแม่ลูกจะเป็นแบบนี้ กรนันท์เองก็ตกใจที่แม่พูดชัดเจนขนาดนั้น

    กลับถึงบ้าน คณินถามกานดาว่าวิวรรณว่าอย่างไรบ้าง เธอตอบว่าคงรู้สึกผิดที่ลูกชายหายไปกับเลขา คณินแปลกใจถาม “แล้วเรื่องข่าวยัยเกรซกับเจ้าชายคามินล่ะ”

    “เรื่องนั้นเขาจะคิดยังไงก็ช่างเขาเถอะค่ะ”

    “คุณพูดแบบนี้ได้ยังไง ลูกเราหมั้นกับลูกชายเขาแต่ไปมีข่าวกับผู้ชายคนอื่น ไม่เท่ากับลูกเรากลายเป็นผู้หญิงหลายใจหรือไง” คณินเคืองที่กานดาพูดเหมือนไม่แคร์

    กรนันท์ตกใจกับคำพูดพ่อ คณินผิดหวังไม่คิดว่าลูกจะเห็นดีเห็นงามทำอะไรแบบนี้ เป็นผู้หญิงทำอะไรมันก็มีแต่เสีย มีแต่ฉาวโฉ่ คู่หมั้นไม่ใช่เสื้อผ้าที่นึกเบื่อจะได้โยนทิ้งหาซื้อชุดใหม่ พูดจบก็เดินหนีไป กานดาขัดเคืองใจที่สามีไม่เคยเห็นด้วยกับสิ่งที่ตนทำเพื่อลูก กรนันท์ร้อนใจที่ทั้งพ่อและวิวรรณท่าทางจะโกรธ กานดาปลอบ

    “ตอนนี้จะสนใจไปทำไม แม่ว่าลูกเอาเวลาไปสนใจเจ้าชายดีกว่า ถึงเวลาลูกได้ลงเอยกับเจ้าชายคามิน ขึ้นมา ใครจะกล้าว่าเราได้อีก”

    “แต่เจ้าชายแสดงออกว่าเป็นห่วงนังริสาขนาดนั้น เกรซจะเหลือความสำคัญอะไรอีกคะ”

    กานดายิ้มเหยียดบอกลูกว่า พริริสาหายไปกับธีภพข้ามวันข้ามคืน ไม่รู้จะเจอตัวเมื่อไหร่ กว่าจะกลับมาคิดว่าเจ้าชายจะคิดอย่างไร กรนันท์ยิ้ม “เจ้าชายคงไม่โง่กินของเหลือจากใครแน่ๆ”

    กานดาฉุกคิดถึงเรื่องที่คนของตนรายงานว่ามีอีกพวกมาชิงตัวพริริสา

    ooooooo

    บริเวณลานกว้าง พริริสาวิ่งมาตามทางพลางกดรีโมตเพื่อให้เสียงสัญญาณรถดังจะได้รู้ว่าจอดอยู่ตรงไหน เมื่อไม่เจอก็ร้อนใจวิ่งไปอย่างไม่รู้ทิศทาง หันกลับไปเห็นธีภพตามมาก็รีบวิ่งหนี จนฟ้าเริ่มมืดครึ้มราวฝนกำลังจะตก เธอไม่รู้เลยว่ากำลังวิ่งไปทางน้ำตก

    พอจวนตัวกลัวธีภพตามมาทันตัดสินใจเดินข้ามลำธาร ธีภพมาถึงร้องห้ามว่าอันตราย พริริสาตะโกนกลับมาว่า “ยังไงฉันก็ไม่กลับ ฉันจะไม่ตอบคำถามอะไรคุณทั้งนั้น”

    พริริสาพยายามเดินข้ามก้อนหินไปเรื่อยๆ แต่แล้วไปได้ครึ่งทางก็ลื่นถลาตกน้ำร้องลั่น ธีภพไม่รอช้า ถอดรองเท้าและวางมือถือไว้ที่โคนต้นไม้กระโดดลงไปช่วย...พริริสาถูกน้ำพัดไป เธอคว้าโขดหินได้ก้อนหนึ่ง ธีภพค่อยๆปล่อยตัวไหลตามน้ำและยึดโขดหินไว้เป็นระยะๆเพื่อเข้าไปใกล้ตัวเธอ พริริสากำลังจะหมดแรงพยายามยื่นมือไปให้เขาจับแต่มือที่เกาะโขดหินก็ลื่นออกจนจับไม่อยู่ไหลไป ธีภพตัดสินใจพุ่งตัวตามกระแสน้ำเพื่อรวบตัวเธอแล้วพาว่ายเข้าฝั่ง

    พริริสาสำลักน้ำ เจ็บเนื้อตัวที่กระแทกหินจนลุกไม่ไหว ธีภพทั้งโกรธทั้งเป็นห่วงบ่น “ริสาเป็นยังไงบ้าง ผมบอกคุณแล้วว่าอันตรายคุณก็ไม่เชื่อ ถ้าผมช่วยคุณขึ้นมาไม่ได้จะทำยังไง ทำไม เรื่องที่คุณปกปิดไว้มันสำคัญกว่าชีวิตคุณนักหรือไง”

    หญิงสาวเถียงไม่ออก จู่ๆฝนก็เทลงมา ธีภพจึงพยุงเธอหาที่หลบฝน ก่อนจะสำรวจว่าจะกลับที่พักทางไหน พริริสากอดตัวเองหนาวสั่น รู้สึกเจ็บที่ฝ่ามือ หงายดูมีบาดแผลถูกโขดหินบาด ธีภพหันมาเห็นยิ่งเป็นห่วงเธอมากขึ้น คิดว่าถึงบ้านพักน่าจะมีอุปกรณ์ทำแผล...ระหว่างที่ธีภพประคองพริริสาให้เดินฝ่าฝนกลับ เธอรู้สึกแสบตาเขาเลยถอดเสื้อออกคลุมหัวให้ เธอรู้สึกได้ถึงความใส่ใจและความเป็นห่วงนั้น...

    ooooooo

    ไคซัจดูรูปขยายที่เห็นอาซิสกับภาพการชิงตัวพริริสาจากกล้องวงจรปิดแล้วยิ่งแน่ใจว่าพวกแรกไม่รู้ว่าพวกไหน แต่พวกที่สองท่าทางการต่อสู้ถูกฝึกมาอย่างดี ต้องเป็นคนของอาซิสแน่โชคดีที่ธีภพช่วยไว้ได้ คามินไม่พอใจที่ธีภพพาพริริสาหายไป แบบนี้ก็ไม่ต่างจากพวกกบฏ

    “พวกกบฏตามเรามาถึงที่นี่ ตอนนี้เจ้าหญิงอยู่กับคุณธีภพน่าจะปลอดภัยกว่านะพ่ะย่ะค่ะ” “แต่ฉันไม่ไว้ใจหมอนั่นอยู่ดี” คามินเคือง

    พลันเจ้าหน้าที่สถานทูตเข้ามารายงานว่ากรนันท์มาขอพบ คามินทำหน้าเซ็งไม่อยากเจอใครเวลานี้ แต่ด้วยมารยาทจำต้องออกมาพบเธอ กรนันท์ทำทีงอนที่คามินห่วงพริริสามากถึงขนาดต้องไปตามที่บ้านธีภพด้วยตัวเอง ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญ คามินท้วงคนหายทั้งคนไม่สำคัญหรือ กรนันท์ใส่ไคล้ทันที

    “แต่ริสาหายไปกับพี่ภพสองคน ไม่ยอมติดต่อใคร แสดงว่าพวกเขาคงไม่อยากให้ใครมาเป็นห่วงหรอกมั้งคะ”

    “ดูคุณไม่เป็นห่วงคู่หมั้นคุณเลยนะ”

    “คู่หมั้นหายไปกับผู้หญิงอื่น คนที่ทุกคนควรเป็นห่วงน่าจะเป็นเกรซมากกว่านะคะ ว่าเกรซจะทั้งอับอาย ทั้งเสียใจแค่ไหน” กรนันท์ตีหน้าเศร้าซบไหล่อยากให้คามินปลอบ

    คามินแอบไม่พอใจที่พูดให้พริริสาดูเสื่อมเสีย “มันอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดก็ได้”

    “เจ้าชายคงไม่รู้ว่าสองคนนั้นทำอะไรลับหลังเกรซไว้บ้าง ทั้งๆที่ริสาก็รู้ว่าเกรซกับพี่ภพเป็นคู่หมั้นกัน แต่ก็ยังให้ท่าพี่ภพ ผู้หญิงแบบไหนกันคะที่ทำแบบนี้ได้โดยไม่ละอายใจสักนิด”

    “ริสาคงไม่ทำอะไรที่เสื่อมเสียเกียรติตัวเองแบบนั้นแน่” คามินขยับหนีไม่ให้เสียมารยาท

    “เจ้าชายจะไปรู้จักผู้หญิงคนนั้นดีกว่าเกรซได้ยังไงคะ”

    คามินอยากจะเถียงว่าตนรู้จักพริริสาดีกว่าใคร แต่ยั้งไว้เปลี่ยนเรื่องคุยถามเธอมาพบตนด้วยเรื่องแค่นี้หรือ กรนันท์ทำทีว่ามาถามแทนพ่อเรื่องการเซ็นสัญญาร่วมทุน เมื่อไหร่จะให้คำตอบ คามินบอกว่าเร็วๆนี้แล้วจะให้ไคซัจติดต่อไป กรนันท์ดีใจจะเอาข่าวไปบอกคณิน

    ในขณะที่ศจีเอาเอกสารมาให้คณินเซ็น กล้าๆ กลัวๆที่จะถามข่าวพริริสา คณินเงยหน้ามองถามเธอรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร ศจีทำท่าอึกอักๆ เขาดุตนเป็นเจ้านาย แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับบริษัท มีอะไรก็บอกตนมา ศจีตัดสินใจเล่าเรื่องที่รับรู้มาทั้งหมดให้คณินฟัง...

    ooooooo

    ด้านธีภพเอาชุดของอธิรุธให้พริริสาเปลี่ยน ทำแผลที่ฝ่ามือให้ เธอแอบมองเขาเพราะรู้สึกดีไม่ได้

    ธีภพเปรยดีที่มีอุปกรณ์ทำแผล เธอแย้งถ้าไม่มีก็พาตนไปโรงพยาบาล เขารู้ทัน คิดหรือว่าตนจะใจดีพาไปง่ายๆ เธอแย้งแล้วจะปล่อยให้เป็นแผลแบบนี้หรือ

    “ไม่หรอก ผมก็คงหาพวกใบไม้ หญ้าขี้ไก่อะไรแถวๆนี้มาแปะแผลให้คุณแทน ผมบอกแล้วยังไงก็ไม่ให้คุณไปไหนจนกว่าจะรู้ว่าคุณเป็นใครกันแน่”

    พริริสาดึงมือกลับบอกต่อให้แผลเน่าติดเชื้อตนก็ไม่บอก ธีภพดึงมือกลับมาทำแผลต่อ แกล้งบ่นรู้แบบนี้ปล่อยให้ลอยไปกับน้ำเสียก็ดี จะดื้อไปถึงไหน สิ่งที่ทำอยู่มันสำคัญมากนักหรือ

    “ใครไม่เป็นฉัน ไม่มีทางรู้หรอกว่าสิ่งที่ฉันทำมันสำคัญแค่ไหน” ธีภพหยิบผ้าขนหนูจะเช็ดผมให้ พริริสาหลบถามจะทำอะไร

    “ผมคุณยังไม่แห้ง หรือจะเช็ดเอง” ธีภพส่งผ้าขนหนูให้ แต่พริริสาก็เช็ดเองไม่ถนัด เขาจึงดึงผ้ากลับมาเอ็ด “อยู่เฉยๆแล้วอย่าทำอะไรแบบเมื่อกี้อีก รีโมตรถผมตกน้ำหายไปแล้ว ยังไงคุณก็ไปจากที่นี่ไม่ได้หรอก...ผมพูดจริงไม่ได้พูดเล่น”

    พริริสาหน้ามุ่ยดึงผ้าขนหนูมาเดินเข้าห้องนอน...

    ธีภพกลับไปที่น้ำตกเก็บมือถือที่วางไว้ แต่มันตากฝนจนเสียเปิดไม่ติด เขาถอนใจ พอเห็นว่าบ่ายแก่ก็นึกห่วงพริริสาจึงมาเคาะประตูห้อง แต่เงียบไม่มีเสียงตอบ จึงเปิดประตูเข้าไป พบเธอนอนหน้าซีดเหงื่อซมด้วยพิษไข้ ก็รีบหาผ้ามาเช็ดตัวระบายความร้อนแก่เธอ

    พริริสาฝันถึงเรื่องในอดีตจนเพ้อออกมา “พวกคนใจร้ายอย่าทำอะไรแม่นะ แม่จ๋าริสาเกลียด...เกลียดคนพวกนั้น พวกที่ทำร้ายเรา” ธีภพจับมือเธอ เธอบีบมือเขาแน่นร้อง “หนี พวกเราต้องหนี” พริริสาฝันถึงเหตุการณ์ที่แม่ยอมทิ้งกระเป๋าเสื้อผ้าอุ้มตนวิ่งหนีรถที่ไล่ชน

    ธีภพมองพริริสาอย่างสงสาร เหตุการณ์ในอดีตคงโหดร้ายกับเธอมาก เขากุมมือเธออย่างอ่อนโยน “คุณรู้ไหม ทำไมผมถึงอยากรู้ให้ได้ว่าคุณเป็นใคร เพราะผมจะได้รู้ว่าตัวเองกำลังรักใครอยู่ และจะรักคุณได้หมดหัวใจไหม” เขาก้มลงจูบหน้าผากเธออย่างแผ่วเบา เธอสงบนิ่งลง

    จากนั้นธีภพทำข้าวต้มมาปลุกพริริสาให้ลุกขึ้นทานเพื่อจะได้ทานยา เธอไม่มีแรงขอทานยาเลย แต่เขาอยากให้เธอทานอะไรสักหน่อยก่อน ธีภพตั้งท่าจะป้อน พริริสาฝืนจะกินเองแต่มือเจ็บจับอะไรไม่ถนัด เขาจึงยื้อมาป้อนถามอร่อยไหม เธอพยักหน้าหงึกๆไม่มีปากมีเสียงจะเถียง

    ooooooo

    คืนนั้นคณินมานั่งร้านอาหาร คิดถึงที่ศจีเล่าว่า เธอไม่ได้ส่งข้อความไปนัดพริริสาเลย เขานึกถึงวันที่ออกจากห้องทำงานมาเจอกานดาที่โต๊ะศจี แล้วชักสงสัย...อธิรุธเดินเข้ามา

    “ผู้กอง เชิญ ขอบคุณมากที่มา” อธิรุธถามอยากพบตนเรื่องอะไร “ผมเป็นห่วงริสากับธีภพ ผมคิดว่าคุณน่าจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้น”

    “ผมเองก็ยังติดต่อเจ้าภพไม่ได้เลย”

    “ได้ยินมาว่าผู้กองได้เห็นกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุ พอจะเล่าให้ผมฟังได้ไหม”

    อธิรุธลังเลควรเล่าดีหรือไม่ อีกด้านมีองครักษ์ของคามินแอบตามมายืนหลบฟังอยู่...คุยกันเสร็จ คณินขอบใจที่อธิรุธยอมเล่าเรื่องทั้งหมด อธิรุธบอกเรื่องยังคลุมเครืออยู่มาก และมีคนร้ายหลายกลุ่ม ขออย่าเพิ่งทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต

    “ผมเข้าใจ ถ้ามีอะไรคืบหน้าช่วยบอกผมด้วย ผมก็เป็นห่วงธีภพกับริสาไม่น้อยไปกว่าคนอื่นๆเหมือนกัน”

    อธิรุธรับคำ ต่างคนต่างแยกกันไป...มิราโผล่มาขวางหน้าอธิรุธ ถามคุยอะไรกับคณินเรื่องพริริสาหรือเปล่า อธิรุธสังเกตเห็นองครักษ์คนหนึ่งหลบออกไป “แหมส่งคนมาประกบผมแบบนี้ ไม่เอาเครื่องดักฟังมาติดที่ตัวผมด้วยเลยล่ะ จะได้รู้ว่าผมคุยอะไรกับคุณคณินบ้าง”

    “ความปลอดภัยของริสาสำคัญมากนะ ถ้าคุณรู้ว่าคุณภพพาริสาไปไหนหรือมีความคืบหน้าอะไรคุณก็ควรบอกฉัน”

    “ไหนนายไคซัจองครักษ์เจ้าชายคามินว่าจัดการเองได้ไง”

    มิราว่าไม่ต้องมาประชดประชัน อธิรุธขอให้บอกว่าพริริสาเป็นใครกันแน่ ดูมีความสำคัญกับเจ้าชายเหลือเกิน มิราบอกยังไม่ถึงเวลาที่ต้องรู้ เขาจึงแย็บถามแล้วตัวเธอเกี่ยวข้องอะไรกับราชวงศ์ไทรจีส และเป็นอะไรกับไคซัจ เธอโวยไคซัจเกี่ยวอะไรด้วย ตนกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน ชายหนุ่มยิ้มแต้ “ผมจะได้สบายใจไงว่าไม่ได้ยุ่งกับคนมีเจ้าของแล้ว”

    มิราหน้าแดงด้วยความเขินที่เขาพูดอะไรบ้าๆ อธิรุธรีบบอกว่าตนจริงจัง คนเราจะมอบความจริงใจให้ใครสักคน ก็ต้องอยากได้ความจริงใจจากอีกฝ่ายกลับคืนมาด้วยเหมือนกัน เขาถามย้ำเธอเป็นใคร มิรากำลังจะใจอ่อน จู่ๆเสียงมือถืออธิรุธดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน อธิรุธเซ็งแต่พอเห็นหน้าจอว่าเป็นผู้การเอกสิทธิ์โทร.มา ก็รีบขอตัวเดินเลี่ยงไปรับสาย

    ooooooo

    ธีภพเซ็งที่มือถือใช้ไม่ได้ จึงโยนทิ้งไว้บนโซฟา มองนาฬิกาเห็นได้เวลาเอายาไปให้พริริสา พอเข้ามาในห้อง เอามือแตะหน้าผาก รู้สึกยังมีไข้อยู่จึงปลุกให้เธอลุกมากินยา

    พริริสากินยาอย่างว่าง่าย ธีภพเอ่ยถามยังฝันร้ายอีกไหม เธอชะงักเขารู้ได้อย่างไร

    “เมื่อกลางวันคุณเพ้อ พูดถึงพวกคนใจร้ายที่ทำร้ายคุณกับแม่...ทั้งหมดเกี่ยวกับรอยแผลนี้ของคุณใช่ไหม ใครเป็นคนทำ ใครที่ต้องการทำร้ายคุณ” ธีภพจับข้อมือเธอหงายขึ้น

    พริริสาคิดถึงวันที่กานดาให้คนใช้ด้ามปืนตบขมับแม่ อย่างแรง และกานดายังผลักตนล้มข้อมือครูดเหล็กจนเกิดบาดแผล ทำให้ชักแน่ใจว่าพวกที่จะจับตนคราวนี้คงเป็นฝีมือกานดาอีก จึงเข่นเขี้ยว “ถ้าคุณรู้ คุณคงไม่เชื่อ เขาเคยทำร้ายฉันกับแม่มาแล้วครั้งนึง แล้ววันนี้ทำไมพวกเขาจะทำอีกไม่ได้”

    “คุณบอกผมมาสิว่าคนพวกนั้นเป็นใคร บางทีผมอาจช่วยคุณได้”

    พริริสานิ่งไม่ตอบ แววตาชิงชังชัดเจนขึ้นก่อนจะทิ้งตัวลงนอนไม่สนใจธีภพอีก ธีภพไม่อยากเซ้าซี้ทั้งที่อยากรู้ว่าเธอหมายถึงใคร

    เช้าวันใหม่ ขณะที่เดินเข้าบริษัท โรซี่พยายามติดต่อพริริสา ชนิตากับบุษกรก็เป็นห่วงที่เธอหายไป กานดาเดินเข้ามา ชนิตาเบรกกะทันหัน บุษกรกับโรซี่ชนแทบเสียกระบวน โรซี่โวยจะหยุดทำไม แต่พอเห็นกานดาก็หน้าซีด กานดาเหยียด

    “พวกเธอไม่ต้องสงสัยเรื่องสองคนนั้นหรอก ธีภพกับแม่ริสาเขาหายไปด้วยกันนั่นล่ะ”

    สามสาวพากันตกใจ พนักงานคนอื่นๆที่เดินผ่านได้ยินหลบมุมรอฟัง กานดาจงใจพูดให้ทุกคนได้ยิน ว่าหายกันไปหลายวันหลายคืนแบบนี้ คงไม่ต้องบอกว่าหายไปไหนไปทำอะไรกัน สามสาวป้องปากมองหน้ากัน ไม่อยากเชื่อ กานดายิ้มเจ้าเล่ห์จงใจปล่อยข่าวให้พริริสา เสียๆหายๆ

    ทั้งสามรีบมาเล่าให้ศจีฟัง ศจีเพิ่งกินยาคลายเครียด กลับยิ่งเครียดหนักขึ้น ถามใครปล่อยข่าว พอทั้งสามบอกว่าเป็นกานดา ศจีกุมขมับ คณินเดินมาทั้งสามตัวลีบออกไป คณินถามศจีว่ากานดามาใช่ไหม เธอรับว่าใช่แต่ไปไหนแล้วไม่ทราบ คณินมองมือถือศจีแล้วนึกถึงที่เธอยืนยันว่า เธองงมีข้อความส่งไปหาพริริสาจากเบอร์เธอได้อย่างไร

    คณินกลับมานั่งโต๊ะทำงาน รู้สึกไม่สบายใจกับ เรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้น จึงเปิดลิ้นชักหยิบกล่องที่ซ่อนในสุด ออกมา มีรูปเก่าๆพีรดาและพริริสาวัยเด็กที่เขาแอบถ่ายเก็บไว้ พึมพำถ้าเธอกับลูกอยู่ด้วยตอนนี้คงดี พลันหันไปเห็นกระเป๋ากานดาวางอยู่ที่โซฟาก็คิดอะไรได้บางอย่าง

    กานดากลับเข้ามาเห็นคณินกำลังเก็บรูปลงกล่องก็โกรธมาก ตรงมากระชากรูปจากมือโวย “แอบซุกนังสองแม่ลูกนี้ไว้ทุกซอกทุกหลืบเลยใช่ไหมคุณคณิน เมื่อไหร่คุณจะเลิกฝันลมๆแล้งๆว่าจะได้เจอพวกมันสักที เพราะถึงยังไงฉันกับคุณแม่ของคุณก็ไม่มีวันยอม”

    คณินดึงรูปกลับมาใส่กล่องเก็บลิ้นชักโต๊ะตามเดิม บอกให้เลิกเอาแม่ตนมาอ้างเสียที กานดาสวนทำไมจะอ้างไม่ได้ ในเมื่อเขาก็รู้ว่าแม่เขาเกลียดสองแม่ลูกนั่นขนาดไหน และที่ทั้งสองหายไปจากชีวิตเขาก็น่าจะเดาได้ว่าเป็นเพราะใคร คณินสุดทนโต้

    “คุณไม่ต้องมาบอก ผมรู้จักแม่ผมว่าท่านเป็นยังไง พอๆกับที่ใช้เวลานอนร่วมเตียงกับคุณมายี่สิบกว่าปี จนรู้จักคุณดีแล้วเหมือนกันว่าคุณมันร้ายกาจแค่ไหน” พูดจบเดินออกไป

    กานดาปรี๊ดเข่นเขี้ยว “คุณยังไม่รู้หรอกว่าฉันร้ายกาจได้มากกว่าที่คุณคิด คุณคณิน”

    ooooooo

    พริริสาอาการดีขึ้นเห็นธีภพหายไปก็เดินหารอบบ้าน จนมาเห็นเขากำลังใช้กิ่งไม้เขี่ยหารีโมตรถในลำธาร พอเขาหันมาเห็นเธอก็ติงออกมาตากแดดตากลมทำไม เธอรู้สึกได้ถึงความห่วงใยของเขาบอกไม่มีไข้แล้ว เขาเหน็บหายแล้วอยากจะข้ามลำธารหนีอีกไหม

    พริริสายิ้มอยู่หุบยิ้มหน้าตูม “ถ้าเรื่องหนี คุณไม่ต้องห่วง ฉันหนีแน่แล้วจะไม่ยอมให้ตัวเองลำบากแบบเมื่อวานอีก”

    “จะออกไปจากที่นี่ไม่มีทางไหนไม่ลำบากหรอกคุณ โชคดีหน่อยก็เดินแค่สิบกิโล อาจจะได้เจอใครบ้าง” พริริสาถามหามือถือ “ถูกทิ้งตากฝนขนาดนั้นคงเปิดติดหรอก ผมถึงต้องมาหารีโมตรถเนี่ย ถ้ามันไม่เจ๊งไปซะก่อนนะ” ธีภพประชด หญิงสาวรู้ตัวว่าผิดจึงช่วยมองหา

    ด้านอธิรุธมารายงานตัวกับผู้การเอกสิทธิ์ ที่กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย “ผู้การเรียกผมมามีเรื่องสำคัญอะไรเหรอครับ”

    “มีภารกิจสำคัญที่ผมอยากให้คุณช่วยดูแล งานนี้ผู้ใหญ่สั่งมาขอร้องให้เก็บเป็นความลับ ที่สำคัญคุณติดต่อธีภพได้หรือเปล่า”

    “ทำไมเหรอครับ งานนี้เกี่ยวอะไรกับเจ้าภพด้วย” อธิรุธแปลกใจ

    “ก็ทางวีไอพีน่ะสิ ขอมาอยากให้เขามาช่วยงานนี้ด้วย แต่ผมติดต่อไม่ได้เลย”

    “ผู้การพูดขนาดนี้ผมชักอยากจะรู้แล้วล่ะครับว่าภารกิจสำคัญที่ว่ามันคืออะไร”

    ในขณะเดียวกัน ราอิลรู้เรื่องทั้งหมด โทร.บอกคามินว่าจะให้ตำรวจไทยอารักขา เขาไม่ชอบใจบอกไม่จำเป็นเลย ราอิลถือภาพอาซิสปรากฏในภาพข่าวคามินกับกรนันท์ไว้ในมือ บอกคามินว่าพ่อรู้เรื่องพวกราห์มานตามไปที่เมืองไทยแล้ว คามินหันไปมองไคซัจอย่างตำหนิ เขาก้มหน้ารับผิดแต่ที่ทำไปเพราะห่วงความปลอดภัยของเจ้าชายและเจ้าหญิง

    “ไม่ต้องไปว่าไคซัจ ท่านทูตเองก็ส่งรูปที่อาซิสตามลูกจนเกือบถึงตัวมาให้ พ่อจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์อะไรรุนแรงกับลูกและน้องเด็ดขาด”

    “แต่อีกไม่กี่วันเรื่องที่ลูกกับริสาต้องจัดการก็จะเสร็จ ท่านพ่อไม่จำเป็นต้องให้ตำรวจมาช่วยดูแลเลย”

    “คามินอย่าบ่ายเบี่ยง ตอนนี้เรื่องความปลอดภัยของลูกกับริสาเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ยังไงก็ต้องให้ตำรวจไทยมาช่วย นี่เป็นคำสั่ง” ราอิลรวบรัดวางสาย อดเป็นห่วงลูกๆไม่ได้...

    คามินหันมาจ้องหน้าไคซัจอย่างจะเอาเรื่อง เขารีบบอกว่ายินดีรับผิดทุกอย่าง แต่ที่ทำไปเพราะ...คามินแทรก “ห่วงความปลอดภัยของฉันกับริสา ทำไมนายไม่โปรแกรมคำสั่งอื่นในหัวบ้าง เช่นเชื่อฟังคำสั่งฉันคนเดียว”

    ไคซัจค้อมหัว “กระหม่อมเชื่อฟังคำสั่งเจ้าชายเสมอ ยกเว้นบางเรื่อง”

    คามินเซ็งที่สุดท้ายไคซัจก็ย้ำเรื่องเดิม จึงเปลี่ยนมาถามว่าตามหาพริริสาไปถึงไหนแล้ว ไคซัจตอบว่า

    มิราพยายามตามให้อยู่ แม้คามินจะรู้ว่าพริริสาอยู่กับธีภพต้องปลอดภัย แต่ด้วยไม่ชอบหน้าเป็นทุนเดิม จึงอยากเอาตัวเธอกลับมาให้เร็วที่สุด

    ด้านมิราตามอธิรุธมาถึงกองกำกับการ พยายามมองหาว่าเขาอยู่ที่ไหน นายตำรวจคนหนึ่งถามเธอมาหาใคร พอเธอบอกว่ามาหาอธิรุธ เขาจึงบอกว่าคุยงานอยู่กับผู้การ เธอจึงรอแถวนั้น...เอกสิทธิ์กำลังถามอธิรุธว่าติดต่อธีภพได้ไหม เขาส่ายหน้า แล้วขอให้ผู้การบอกทีว่าวีไอพีที่ว่าเป็นใคร เอกสิทธิ์จึงหยิบแฟ้มเอกสารส่งให้

    “งานนี้เราต้องอารักขาเจ้าชายคามินกับเจ้าหญิงพริริสาจากไทรจีส”

    อธิรุธประหลาดใจถามเจ้าชายติดต่อขอมาหรือ เอกสิทธิ์ตอบ “กษัตริย์ราอิลเป็นคนขอมา รายละเอียดอยู่ในแฟ้มหมดแล้ว”

    อธิรุธเปิดแฟ้มอ่าน พลางสงสัยตนทราบว่าเจ้าชายเสด็จมาเป็นการส่วนพระองค์เพื่อติดต่อธุรกิจ แต่เจ้าหญิงพริริสา ทำไมตนไม่รู้เลย เอกสิทธิ์อธิบาย “เห็นว่าเจ้าหญิงพริริสามาประเทศไทยก่อนเจ้าชายคามินอีกนะ แต่ไม่ได้บอกใคร มาเงียบๆเป็นการส่วนตัว”

    อธิรุธเห็นรูปคามินแต่งชุดเจ้าชายเต็มยศ พลิกหน้า ต่อไปเห็นรูปพริริสาในชุดเจ้าหญิงก็ตกใจ ถามย้ำกับเอกสิทธิ์ว่านี่คือเจ้าหญิงพริริสาหรือ

    “ก็ใช่น่ะสิ เจ้าหญิงราชกุมารี พริริสา รวีวุธ อไมร์คาน แห่งไทรจีส...ทำไม”

    อธิรุธตาค้างพึมพำ “ไอ้ภพซวยแล้ว!”

    เอกสิทธิ์ถามบ่นอะไร เขารีบปัดไม่มีอะไร แต่ในใจกลัดกลุ้มว่าธีภพเอาตัวเจ้าหญิงไปไว้ไหน แล้วนึกได้ถาม “ว่าแต่ทำไมเจ้าหญิงพริริสา มีชื่อกลางเป็นภาษาไทยล่ะครับ พริริสา รวีวุธ”

    “เป็นสกุลเดิมของเธอกับแม่ ก่อนที่แม่ของเธอจะแต่งงานเป็นพระชายาของท่านราอิล”

    อธิรุธเก็บข้อมูลสำคัญไว้ในใจ มีเรื่องต้องค้นหา ความจริงอีกเรื่องแล้ว...เขาหน้าเครียดออกมาจากห้อง ผู้การ “ไอ้ภพเอ๊ย! เอาตัวเจ้าหญิงไปไว้ไหนเนี่ย ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเลยนะเฮ้ย”

    ทันใดลุงสนโทร.เข้ามา อธิรุธถามมีเรื่องอะไร พอฟังแล้วก็ดีใจ มิรามองอย่างสงสัยรีบมาแอบฟัง อธิรุธขอบใจลุงสนและบอกให้ลุงกับป้าอยู่กับหลานได้เต็มที่ไม่ต้องรีบกลับ ตนจะตามไปหาธีภพที่นั่นเอง...มิรายิ้มกริ่มรู้แล้วว่าจะหาพริริสาเจอที่ไหน พออธิรุธวางสาย เธอก็เข้ามาขวางหน้า “ท่าทางคุณจะรู้แล้วใช่ไหมว่า คุณภพกับริสาอยู่ไหน”

    อธิรุธอึกอัก มิราเสียงแข็งคาดคั้นว่าบ้านพักเขาอยู่ที่ไหน...พอได้ความก็รีบรายงานคามินทันที คามิน รีบร้อนจะไปรับพริริสา ท่านทูตมาขอร้องไม่ควรไปนอกเมือง ควรรอให้ตำรวจไทยประสานมาก่อน คามินไม่สนใจขึ้นรถที่องครักษ์จอดรอ ไคซัจจำต้องกล่าวกับท่านทูต “ยังไงเจ้าชายก็ต้องไปรับเจ้าหญิงครับ แล้วผมจะประสานกลับมาเป็นระยะ ไม่ต้องห่วงนะครับ”

    ระหว่างทาง ไคซัจคุยโทรศัพท์เสร็จรายงานคามินว่า ทางบูรพเกียรติติดต่อมา เรื่องนัดวันเซ็นสัญญาซื้อขายหุ้น คามินจึงให้บอกไปว่าอีกสองวันให้จัดแถลงข่าวได้เลย เรื่องจะได้จบๆเสียที ไคซัจรับคำ กดโทรศัพท์กลับไปเพื่อคุยเรื่องที่คามินสั่ง

    ส่วนอธิรุธถูกกักตัวในห้องคอนโดมิรา มีองครักษ์สองคนเฝ้า เขาพยายามจะออกจนมิราต้องเอ็ดให้อยู่เฉยๆ เขายังปากเก่งว่า ถ้าคิดจะไป ต่อให้องครักษ์เป็นสิบก็เอาตนไม่อยู่

    “ค่า ผู้กองคนเก่ง ฉันเชื่อ แต่ตอนนี้อยู่ในความสงบเลย จนกว่าเจ้าชายคามินจะได้ตัวริสากลับมา”

    อธิรุธติงว่าตนบอกที่อยู่ไปแล้วยังทำกับตนแบบนี้ ใจร้ายใจดำ ผู้หญิงปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ มิราโต้ถ้าตนอำมหิตจริง เขาคงไม่ได้มายืนว่าตนฉอดๆแบบนี้ เขายังต่อว่า “แต่คุณก็ใจร้ายหลอกผมสารพัด ที่แท้คุณก็เป็นพระสหายเจ้าหญิงพริริสาปลอมตัวกันมา ถามจริงๆเหอะ พวกคุณนึกสนุกอะไรกัน แถมยังให้เจ้าหญิงไปทำงานเป็นเลขาเจ้าภพอีก”

    “ฉันกับริสาไม่ได้มาเล่นสนุกกัน”

    “ถ้าอย่างงั้นก็มีแผนร้ายอะไรแน่ๆ เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วคุณบอกผมมาเหอะน่า”

    มิราสีหน้าอึดอัด ยิ่งตอนนี้แผนของพริริสาใกล้จะสำเร็จเข้าไปทุกที...

    ในขณะที่พริริสาช่วยธีภพหารีโมตรถจนเธอเริ่มเหนื่อย นั่งลงเอาเท้าแช่น้ำสบายๆ ธีภพถามตกลงไม่อยากรีบกลับแล้วใช่ไหม เธอสวน “ใครว่า...”

    “ก็ดูคุณสิ ไหนว่ามาช่วยหาของ ผมว่าเหมือนคนมาเดินเล่นมากกว่า แต่จะว่าไป พรุ่งนี้ค่อยมาหาใหม่ก็ได้ ผมมีเวลาอยู่ที่นี่อีกหลายวัน”

    พริริสาบอกตนไม่มีเวลาอยู่กับเขาด้วย เขาแขวะจะรีบกลับไปหาเจ้าชายคามินหรือ เธอหมั่นไส้แกล้งยั่วว่าใช่ เขาโกรธจริง “งั้นก็คงยากหน่อยล่ะ คุณอาจจะต้องอยู่ที่นี่อีกเป็นวัน หรืออาจจะเป็นอาทิตย์กับคนที่คุณไม่ได้อยากอยู่ด้วย”

    พริริสาไม่อยากต่อล้อต่อเถียงเมินหน้าหนี จึงเห็นแสงแวบในน้ำ รีบชี้บอกนั่นใช่รีโมตรถเขาหรือเปล่า ธีภพเพ่งมองแต่มันต้องข้ามโขดหินไปดู พริริสาเดินตามข้ามไปด้วย เขาเอ็ดจะตามมาทำไม เดี๋ยวตกน้ำไปอีก เธอไม่สนใจ เขาจึงต้องยื่นมือไปประคองเธอเดิน เธออ้างเพราะตัวเธอเป็นคนเห็น เขาเหน็บ

    “คุณนี่ทำตัวเป็นเด็กไปได้ ใครเห็นก่อนเป็นของคนนั้นหรือไง”

    เธอยักไหล่ พอข้ามไปถึง ธีภพก็เห็นว่าใช่รีโมตจริงๆ พริริสาดีใจ “ในที่สุดก็เจอจนได้”

    เขาเหน็บยังใช้ได้ไหมก็ไม่รู้ เธอรีบให้เขาไปลองเปิดรถดู เขารู้ทัน “ฉลาดนักนะคุณ อยากรู้ล่ะสิว่าผมเอารถไปจอดที่ไหน”

    พริริสาอมยิ้มเจ้าเล่ห์

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 20:44 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์