นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เพลิงนรี

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ธีภพเดินไปตามถนนสายการค้า หันมาไม่เห็นพริริสาก็แปลกใจ จู่ๆเธอก็กลับมาพร้อมแซนวิชยื่นให้ ทั้งสองมานั่งสวนสาธารณะทานไปชมวิวไป พริริสาว่าคนแถวนี้บอกว่าแซนวิชร้านนี้อร่อยมากเลยลองซื้อมาชิม ธีภพเย้าแอบใส่อะไรให้ตนกินหรือเปล่า

    พริริสาหมั่นไส้จะดึงกลับ ธีภพไม่ยอมบอกกำลังหิวแต่ยื่นแซนวิชตัวเองให้เธอกินก่อนเหมือนป้อน เธอนิ่งเขาจึงติง “ไม่ยอมพิสูจน์แบบนี้ คุณใส่ของแปลกปลอมอะไรแน่ๆใช่ไหม”

    พริริสายอมกิน เขาพอใจเอากลับมากินอย่างเอร็ดอร่อย เธอค้อนรู้สึกเหมือนโดนแกล้ง...จากนั้นทั้งสองก็เดินชมบรรยากาศ เจอเด็กสองคนกำลังเล่นยิงไม้หนังสติ๊กใส่กระป๋องน้ำอัดลมให้ล้มแข่งกัน แต่ไม่มีใครยิงโดนสักคน ธีภพจึงเข้าไปสอนวิธียิงแล้วยิงให้ดู กระป๋องล้มหมดทุกใบ เด็กๆตบมือชื่นชม พริริสาชมเขาเก่ง เขาจึงบอกว่าไม้หนังสติ๊กเป็นของเล่นชิ้นแรกของตน พ่อเป็นคนสอน ตอนนั้นแม่โกรธมากไม่อยากให้เล่น เธอฟังแล้วรู้สึกว่าครอบครัวเขาอบอุ่นดี

    “แล้วคุณล่ะ ของเล่นชิ้นแรกของคุณเป็นอะไร”

    “ฉันจำไม่ได้หรอกค่ะ ชีวิตวัยเด็กของฉันไม่สวยหรูเหมือนของคุณหรอก” พริริสาเหมือนถูกสะกิดแผล ในใจ ดวงตาไม่สดใสเมื่อคิดถึงอดีต ยิ่งทำให้ธีภพอยากค้นหา

    ทันใดธีภพเห็นชายชุดดำยืนหลบมุมแอบมอง จึงคว้ามือพริริสาให้วิ่งไปจากตรงนี้ เธองงว่าเกิดอะไรขึ้น เขาพาเธอวิ่งข้ามถนนจนมาหลบที่ซอกตึก เธอพยายามถามว่าหนีอะไร เขาบอกจะยืนเฉยให้โดนทำร้ายอีกหรือ พริริสาคิดว่าคงเป็นพวกองครักษ์ที่คามินส่งมาคุ้มกันจึงไม่กลัว

    “คุณอย่าทำเป็นเล่นได้ไหมริสา วันก่อนที่มีการลอบยิงเจ้าชายคามิน ผมมองออกพวกมันจงใจจะยิงคุณด้วย คุณรู้ไหมว่าผมสงสัยแค่ไหนว่าทำไมพวกมันต้องจ้องเล่นงานคุณ”

    พริริสาตกใจที่โดนคาดคั้น เถียงจะไปรู้ได้อย่างไร พวกนั้นคงคิดทำร้ายทุกคนที่อยู่ในสถานการณ์นั้น เธอจะเดินหนี ธีภพดึงเธอมาดันติดกำแพงเอามือปิดปากสั่งให้อยู่เฉยๆ เพราะเห็นชายชุดดำตามมาแถมถือมีดพับมาด้วย ระหว่างที่ธีภพปรามพริริสา องครักษ์สองคนก็เข้าไปรวบตัวชายชุดดำลากตัวไป ธีภพหันมาอีกทีไม่เห็นใครแล้ว พริริสาว่าคนที่เขาเห็นอาจจะเป็นคนโรคจิตที่ตามเราเท่านั้น เขาระแวงคนอื่นจนประสาทไปแล้ว พูดจบจะเดินออก

    ธีภพโมโหคว้าตัวเธอมาจับไหล่สองข้างจ้องหน้า “ผมประสาทก็เพราะคุณนี่ล่ะ ที่ทำให้ผมต้องคอยห่วงคุณมากขนาดนี้ ทั้งที่คุณมีความลับกับผมเยอะแยะไปหมด”

    พริริสาตกใจที่จู่ๆเขาอารมณ์เสียใส่ “แล้วคุณมาห่วงฉันทำไม สนใจเรื่องของฉันทำไม”

    “ก็เพราะผม...” ธีภพชะงักไม่กล้าพูดความในใจออกมา สื่อทางสายตาว่าห่วงใย

    พริริสารับรู้แต่อยากได้ยินคำพูดให้มั่นใจ ถามน้ำเสียงอ่อนลงเพราะอะไร เขากลับเลี่ยงว่าเพราะไม่ไว้ใจที่เธอชอบโกหก หญิงสาวงอนเดินหนี ธีภพรีบตามด้วยความห่วงจะเจอคนร้ายอีก

    อาซิสรายงานราห์มานว่าคนของเราถูกพวกองครักษ์จับตัวได้ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะเขาได้รับการฝึกให้ไม่ปริปาก...ด้านคามินกับไคซัจพยายามคาดคั้นชายชุดดำว่าทำงานให้ใคร แต่เขาก็ยืนกรานว่าแค่อยากชิงทรัพย์ คามินมีแผนสั่งให้ปล่อยตัว ไคซัจแปลกใจ

    ด้านธีภพตามง้อพริริสา ยอมรับว่าตนคิดมากไปเอง ขอให้เธอหายโกรธ เพราะถ้าเธอโกรธตนจะไม่มีเพื่อนเดินเที่ยวด้วย หญิงสาวแอบขำใจอ่อนยอมเดินเคียงคู่ไปกับเขา

    ooooooo

    เมื่อมีการประท้วงที่สนามบินทำให้อธิรุธเดินทางกลับไม่ได้ ที่พักก็จองมาแค่สามวัน จึงต้องขอให้มิราช่วยหาที่พักให้ใหม่ เธอพาเขามาส่งที่โบสถ์โดยบอกว่าหลวงพ่อที่นี่ใจดีชอบช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก แค่สองคืนไม่น่ามีปัญหา อธิรุธรู้สึกเหมือนโดนปล่อยวัด

    ค่ำแล้วคณินกลับมาบ้านเห็นจินตนา กานดาและกรนันท์กำลังเลือกชุดราตรีที่เจ้าของร้านหอบมาให้เลือกก็แปลกใจ เจ้าของร้านก็ทำหน้าเอือม กรนันท์อ้างว่ายังเลือกไม่ได้เสียที คณินถามจะไปงานไหน จินตนาตอบเองว่างานหมั้นกรนันท์กับธีภพ กานดาเห็นว่าเขายุ่งเรื่องงาน เลยไม่ทันบอก คณินรู้ว่าเธอกับวิวรรณตัดสินใจกันเอง จินตนาบอกเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคนเป็นพ่อเป็นแม่อยู่แล้ว สองครอบครัวตกลงกันก็พอ คณินไม่สบายใจที่ ธีภพกำลังไม่ต่างจากตนในอดีต เดินออกมาเจอ ดร.กฤษถามงานดูราบรื่นจะกลุ้มใจอะไรอีก คณินบอกกลุ้มเรื่องงานหมั้นกรนันท์ ดร.กฤษเข้าใจแต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะทั้งสองก็ดูสนิทกัน

    ในคืนนั้นคามินสะกดรอยตามชายชุดดำที่ปล่อยไปด้วยตัวเอง ไคซัจต้องตามคุ้มครอง แล้วก็ได้เห็นว่ามีทหารฝ่ายกบฏออกมาพบ ทันใดทหารก็ยิงชายคนนั้นล้มลงก่อนจะหันมายิงใส่พวกตนเหมือนรู้ว่าถูกตามแล้วรีบวิ่งหนีไป คามินกับไคซัจรีบตรงมาที่ชายชุดดำ ถามทำงานให้ใคร ชายคนนั้นพยายามจะพูดแต่สิ้นใจเสียก่อน ไคซัจเห็นที่ต้นแขนคามินมีเลือดซึมก็ตกใจ

    พริริสากำลังจะนอน ไคซัจโทร.เข้ามาบอกเรื่องคามิน เธอตกใจมากรีบไปโรงพยาบาล คามินพันแผลที่ต้นแขนเดินออกมาเห็นพริริสาก็มองไคซัจเชิงตำหนิ พริริสารีบบอกอย่าว่าไคซัจเลยแล้วถามอาการ คามินบอก แผลเล็กๆไม่เป็นอะไรมาก พอพริริสารู้ว่าคนที่ตามตน เมื่อกลางวันเป็นคนร้ายจริงและถูกฆ่าตายแล้วก็ตกใจ คามินให้เธอระวังตัวไว้จนกว่าจะรู้ว่าเป็นพวกไหน ไคซัจว่าเดาไม่ยาก แต่คามินจะไม่สรุปจนกว่าจะมีหลักฐานมาก กว่านี้ พริริสาบอกว่าพรุ่งนี้ธีภพอยากไปเที่ยวนอกเมือง คงต้องพาเขาไป ไคซัจไม่ชอบใจแต่ต้องเก็บอาการไว้

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ บริเวณรอบริมทะเลสาบนอกเมือง มิราสวมแว่นดำคุยโทรศัพท์กับไคซัจมองหาพริริสาและธีภพไปด้วย บอกตนมาถึงแล้วจะคอยดูพริริสาให้ไม่ต้องห่วง

    ธีภพเดินชมวิวสวยงามอย่างชอบใจ ต่างจากพริริสาที่คอยกังวลเรื่องเวลา เตือนเขาว่าออกมาไกลแบบนี้ควรรีบกลับเดี๋ยวจะเข้าเมืองไม่ทัน ธีภพติงอยากเห็นไทรจีสให้เต็มตา วิวสวยแบบนี้ยังมีแก่ใจห่วงเรื่องเวลาอีก เธอจึงบอกว่าถ้าอยากเห็นสวยๆต้องขึ้นไปบนเขาด้านโน้น ธีภพไม่รอช้าจับมือพริริสาเดินลิ่วไปขึ้นเคเบิ้ลคาร์ สำหรับขึ้นเขา

    มิราเดินมองหาจนชนเข้ากับคนที่เดินสวนมา เธอรีบกล่าวขอโทษ แต่พอเห็นหน้าต้องตกใจที่เป็นอธิรุธ เขาทำทีดีใจที่พบเธอที่นี่ บอกว่ามาหาเพื่อนเธอเห็นบ้างไหม มิราไม่หลงกลสะบัดเสียงจะไปรู้จักเพื่อนเขาได้อย่างไร

    “จริงด้วยผมก็ไม่น่าถาม เอ...เมื่อกี้ผมคุยโทรศัพท์กับเพื่อนผม เห็นว่าออกไปพายเรือแถวโน้น ไปด้วยกันไหมคุณ ไหนๆก็มาเที่ยวแล้ว เที่ยวคนเดียวไม่สนุกหรอก” อธิรุธดึงเธอไปดื้อๆ

    มิราคิดว่าไปกับเขาอาจได้เจอพริริสา แต่แล้วอธิรุธกลับแกล้งพายเรือวนไปวนมาจนเธอโวย เขาอ้างว่า พายไม่เป็นให้เธอช่วย พอเธอไม่ช่วยก็แกล้งทำน้ำกระเด็นใส่ให้เธอร้องเล่น

    ด้านธีภพมองทิวทัศน์จากมุมสูง เปรยถ้าได้เห็นพระอาทิตย์ตกบนนี้คงจะดี พริริสาขัดว่าไม่มีเวลาขนาดนั้น ธีภพว่าตั้งแต่มาถึงเธอเอาแต่พูดเรื่องเวลา เธอบอกที่นี่ไม่เหมือนในตัวเมือง พอพลบค่ำชาวบ้านจะพากันเข้าบ้านพักผ่อน เราจะกลับเข้าเมืองได้อีกทีก็พรุ่งนี้เช้า ธีภพจับไหล่พริริสาให้หันไปมองวิว และว่าอย่าเอาเรื่องเวลามาทำลายบรรยากาศ

    “ทำไมคุณไม่ใช้เวลาที่มีอยู่ตอนนี้เก็บเกี่ยวความสุข เอาไว้ วันหลังจะได้ไม่มาบ่นว่าเสียดายที่มัวแต่เร่งรีบจนไม่ได้ซึมซับความสวยงามอะไรกับเขาเลย” พริริสา อดคล้อยตามไปด้วยไม่ได้ โดยเฉพาะมีคนที่รู้สึกดีอยู่ใกล้ๆ “ในฐานะที่คุณรู้เรื่องเกี่ยวกับไทรจีสดี ช่วยทำตัวเป็นไกด์ เล่าให้ผมฟังเกี่ยวกับที่นี่หน่อย”

    พริริสาจะออกตัว ธีภพดักคอจะรู้แค่ที่ศึกษาจากไกด์บุ๊กหรือที่ไหนก็ช่าง เล่าให้ตนฟังเลย พริริสาแอบค้อนแต่ก็ยอมทำตัวเป็นไกด์ชี้ไปด้านทะเลสาบว่าด้านหลังเคยเป็นเหมืองเพชรเก่า และชี้เล่าความเป็นมาแต่ละที่ ให้เขาฟังเป็นฉากๆ

    ด้านมิราพอได้ขึ้นฝั่งก็เดินหงุดหงิดมองหาพริริสา ต่อไป ไม่ทันไรอธิรุธขี่จักรยานมาชวนให้ขึ้น หรือถ้าชอบขี่ม้า ขับรถหรือจะให้ตนเดินไปด้วยก็บอกว่าชอบแบบไหน มิราแทบสติแตก

    พริริสาเห็นธีภพมองวิวด้านล่างอยู่นานเหมือนจะชอบบนนี้ เขาตอบ “การได้มองลงไปจากที่สูงๆมันทำให้เราเห็นอะไรกว้างขึ้น ยิ่งสูงก็ยิ่งมองไปได้ไกล ช่วยเราเปิดความคิดได้หลายอย่างเลยนะคุณ” พริริสาแย็บตอนนี้เปิดความคิดอะไรได้บ้าง “หลายเรื่องเลยล่ะ โดยเฉพาะ...”

    พริริสาเห็นสายตาที่ธีภพมองก็รู้สึกว่าจะจับผิดอะไรอีก จู่ๆมีแสงสะท้อนส่องเข้ามาที่ตัวเธอ ธีภพคิดว่า มีใครจะลอบยิงก็เอาตัวปกป้องดันเธอให้ก้มหลบ พริริสาตกใจจะทำอะไร เขาเอ็ดให้อยู่เฉยๆแล้วมองไปรอบๆจนเห็นที่มาเป็นเศษกระจกที่ตกอยู่บนพื้น เธอดันเขาออกเคืองๆต่อว่าเพราะเขาเอาแต่ระแวงไปทุกเรื่อง ระวังเส้นเลือดในสมองจะแตกเสียก่อน ธีภพหน้าเสีย

    บ่ายคล้อยพริริสามองเวลาว่าควรกลับ ธีภพเสียดายที่ต้องผละจากวิวทิวทัศน์ที่นี่ พยายามต่อรองขออยู่ต่ออีกนิด พริริสาเดินนำออกไป แต่พอมาถึงเคเบิ้ลคาร์ มีป้ายติดซ่อมชั่วคราว พริริสาหน้าหงิกโทษเพราะธีภพอยากเที่ยวทำให้ต้องมาติดอยู่บนนี้ ธีภพเหน็บให้โทร. ไปให้คามินมาช่วยดีไหม พริริสาเกือบหลงกล ดีที่บนนี้ไม่มีสัญญาณ เขากวนบอกให้ปีนเขาลงไป เธอค้อน

    “ผมว่าแทนที่คุณจะทำหน้าเครียด เรารีบคิดดีกว่าว่าจะทำยังไง เพราะกว่าเราจะลงไปจากที่นี่ได้ก็คงพรุ่งนี้เช้า” ท่าทีธีภพไม่ทุกข์ร้อนเหมือนพริริสา

    ทั้งสองเดินมาจนเจอบ้านชาวบ้านริมเขา พริริสา เข้าไปเจรจาสักพักก็ออกมาบอกธีภพว่าเขายินดีให้พัก ธีภพรู้สึกว่าคนที่นี่ช่างมีน้ำใจ เขาหันไปมองวิวอย่างรู้สึก ผ่อนคลาย “ผมนี่โชคดีจริงๆเลยนะ พูดว่าอยากเห็นพระอาทิตย์ตกบนนี้ก็ได้เห็นจริงๆด้วย”

    “โชคดีของคุณ แต่โชคร้ายของฉันที่ต้องมาติดอยู่บนนี้ด้วย”

    “เป็นอะไรคุณแค่กลับเข้าเมืองไม่ได้ต้องทำหน้าบูดไม่เลิก ก็คิดซะว่าเรามาเที่ยวตากอากาศก็แล้วกัน”

    พริริสาประชดว่าสนุกมาก...ธีภพชวนคุย นอกเมือง ไทรจีสเวลาแบบนี้สวยไปอีกแบบ พริริสาเหน็บอยู่มาตั้งหลายวันเพิ่งจะเห็น เขาย้อนว่ามาทำงานไม่มีเวลาเห็น ทุกอย่างเต็มตา แล้วถามเธอไม่ชื่นชมความงามบ้างหรือ พริริสาจึงทำเป็นมองท้องฟ้าไปเรื่อย

    ตกดึก ธีภพยังยืนเกาะหน้าต่างมองดาว พริริสายกแก้วเทียนที่จุดมาวางหันกลับมาชนกับธีภพ เขารวบตัวเธอไว้ เธอใจสั่นดันตัวออก เขาชวนให้มายืนดูดาวด้วยกัน พริริสาจึงชี้บอกว่าดาวไหนเป็นดาวอะไร “แม่ฉันเคยบอกแล้วยังเล่าตำนานเกี่ยวกับดาวให้ฟังตั้งหลายเรื่อง”

    ธีภพรู้สึกเวลาที่เธอพูดถึงแม่ดูมีความสุข จึงถามถึงพ่อ เธอชะงักแววตาเปลี่ยนเป็นแข็งกระด้างทันที บอกจะพูดถึงคนที่ไม่ต้องการตนทำไม เขารีบขอโทษและขอโทษที่ทำให้ต้องมาลำบาก เธอฝืนยิ้มบอกไม่ได้ลำบากอะไร แล้วชี้คุยเรื่องดาวต่อ

    คืนนั้นธีภพนอนที่โซฟา พริริสานอนในห้องรู้สึกเป็นห่วงธีภพจึงเอาผ้าห่มออกมาให้อีกผืน ลังเลสักพัก ตัดสินใจเข้าไปห่มให้เขา สัญชาตญาณตำรวจทำให้คว้ามือเธอ พริริสาตกใจดึงมือกลับบอกเห็นว่าอากาศเย็น ในห้องมีผ้าห่มสองผืนไม่อยากให้เขามาว่าเห็นแก่ตัว เขาโต้ตนเป็นผู้ชายต้องเป็นฝ่ายเสียสละแล้วว่าเธอทำให้หายง่วงต้องรับผิดชอบ นั่งคุยจนกว่าตนจะง่วง

    ธีภพดึงพริริสามานั่งข้างๆ เอาผ้าห่มคลุมตัวเธอ เธอจะดึงออก เขาจึงโอบไหล่ไว้ไม่ให้เอาออกและไม่ให้ไปไหน เธอตกใจที่อยู่ในอ้อมแขนเขา จู่ๆเขาก็เผยความในใจเป็นนัยๆ

    “ถ้าตอนนี้เราสามารถทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง ปล่อยใจให้ว่างแล้วถามตัวเองว่า ตอนนี้เรารู้สึกยังไง สำหรับผม ผมรู้สึกเหมือนหัวใจหายไปครึ่งนึง แต่ไม่รู้ว่า มันหายไปไหน แล้วคุณล่ะ”

    พริริสายอมปล่อยหัวใจให้เป็นอิสระชั่วขณะ “สำหรับฉันถ้าสามารถทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังได้จริงๆ ตอนนี้ฉันคงรู้สึกเหมือนหัวใจของฉันลืมความเจ็บจากรอยแผลในอดีตไปได้บ้างมั้งคะ” ทั้งคู่เปิดใจทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังต่างยิ้มให้กันและกันอย่างรู้สึกดีๆ

    ooooooo

    รุ่งเช้าเจ้าของบ้านเตรียมอาหารให้มากมาย พอพริริสาเดินเข้ามา เขาก็ทำความเคารพและทูลว่าอาหารพร้อมแล้วตามสบายเลยเพคะ พริริสาต้องจุ๊ๆปากปรามไม่ให้พูดแบบนั้น เจ้าของบ้านจึงถอยออกไป ธีภพเดินเข้ามาแปลกใจที่อาหารมากมายบนโต๊ะ

    ธีภพนั่งทานอาหารไปชมวิวไป เห็นพริริสาผ่อนคลายไม่เร่งเร้าอยากกลับเหมือนเมื่อวานก็รู้สึกดีขอบคุณเธอที่พาตนมาบนนี้ทำให้มีช่วงเวลาดีๆ ไม่รู้ว่าตนคิดไปเองคนเดียวหรือเปล่า เธอไม่กล้าสบตาเสมองไปชมวิวแอบยิ้มกับตัวเอง ธีภพวางมือตัวเองบนมือเธอที่จับขอบระเบียง ทำทีชี้ชวนดูโน่นนี่ พริริสาชำเลืองมองมือทำเหมือนไม่มีอะไร รู้สึกดี

    ทางกรุงเทพฯ ธเนศเกิดอาการหัวใจกำเริบต้องรีบส่งโรงพยาบาล หมอช่วยไว้ทันเตือนว่าคราวหลังถ้ารู้สึกเจ็บหน้าอกอย่าปล่อยทิ้งไว้นาน อาจหัวใจวายได้อีก วิวรรณต่อว่าธเนศที่ทำให้ใจหายเพราะแบบนี้ตนถึงให้ธีภพมาช่วยงาน และอยากให้ลูกเป็นฝั่งเป็นฝากับผู้หญิงดีๆสักคน ธเนศไม่อยากขัดใจเธอจึงปล่อยอยากทำอะไรก็ทำ

    ธีภพได้ไฟลท์กลับเมืองไทยก่อนจึงโทร.บอกอธิรุธว่ามีเรื่องให้สืบต่ออีกมาก แต่ธีภพกลับบอกว่าอาจเข้าใจผิดไปเองเรื่องพริริสา แต่อธิรุธเห็นว่ามิรากับพริริสามีอะไรเกี่ยวข้องกันมาก ธีภพไม่อยากให้อะไรมาทำลายความรู้สึกดีๆที่กำลังมีต่อกันเลย ไม่ทันไรไคซัจเอาตั๋วเครื่องบินมาให้ พร้อมบอกว่าอาทิตย์หน้าคามินจะเดินทางไปประเทศไทย แล้วตนจะติดต่อไปอีกที พริริสาเข้ามาแอบยิ้ม แผนที่เตรียมการไว้ใกล้จะได้เอาคืนแล้วแต่อีกใจก็กังวล หากธีภพรู้ความจริง

    ด้านบริษัทบูรพเกียรติ กานดาให้ชนิตาและโรซี่หาเบอร์นักข่าวทุกสำนักมาให้ ทำให้ทั้งสองอยากรู้อยากเห็นมากว่าเอาไปทำไม กรนันท์จะเข้าสปาขัดสีฉวีวรรณเตรียมตัววันงานหมั้นพรุ่งนี้ โรซี่กับชนิตาแอบฟังตาโตหูผึ่ง

    อธิรุธกลับมาถึงก็ให้รุ่นน้องสืบเรื่องของริสา ฉันทพัฒน์ จนได้ความว่าริสาเคยทำงานบริษัทเก่าเป็นงานเอกสารตามที่กรอกในใบสมัครจริง แต่ป้าสินีแม่ของเธอโทร.ไปที่นิวซีแลนด์หลายครั้ง สืบย้อนไปก่อนหน้านั้น ริสาเคยไปขอเอกสารรับรองการศึกษาเตรียมเดินทางไปต่างประเทศ แต่แปลกที่กลับมาทำงานที่บูรพเกียรติ อธิรุธยิ้มกริ่มจะสืบต่อเอง

    มิรารู้เรื่องนี้รีบโทร.บอกพริริสาขณะที่เดินทางมาถึงสนามบิน พริริสาขออย่าให้ความแตกก่อนการซื้อขายหุ้นจะสำเร็จ...หลังจากนั้นโรซี่ก็โทร.มาบอกเรื่องธีภพจะหมั้น

    ธีภพกลับเข้าบ้านตกใจเมื่อรู้จากสาวใช้ว่าพ่อเข้าโรงพยาบาล เขาร้อนใจโทร.หาวิวรรณ เธอบอกสั่งคนรถไว้แล้วให้พาเขามา...แต่แล้วคนรถกลับพาเขามาที่บ้านบูรพเกียรติ เขาแปลกใจมาก ทันใดแม่กับกานดาในชุดสวยหรูเข้ามาดึงเขาให้เข้าไปในบ้าน บอกเสร็จจากที่นี่แล้วค่อยไปหาพ่อที่โรงพยาบาล เขางุนงงที่มีช่างแต่งหน้าสองคนเข้าประกบ ช่างทั้งสองชื่นชมความหล่อเหลาของเขาและบอกว่าน่าอิจฉากรนันท์ที่ได้คู่หมั้นหล่อสมาร์ต เขาตกใจเหมือนถูกมัดมือชก

    จินตนากับกานดาเฝ้าชื่นชมว่ากรนันท์สวยเป็นพิเศษ เธอเองก็ดีใจไม่อยากเชื่อว่าจะได้หมั้นกับธีภพ อยากจะเรียกพริริสาให้มาเป็นเด็กเสิร์ฟน้ำในงาน จะได้รู้ว่าอยู่คนละชั้นกับตน จินตนากับกานดาเองก็อยากเห็นสีหน้าพริริสาเวลารู้ว่าตัวเองแพ้

    ด้านพริริสามาทำงาน ถูกโรซี่และชนิตารุมถามว่าไปไทรจีสกับธีภพเป็นอย่างไรบ้าง แล้วทำไมเขากลับมาถึงหมั้นกับกรนันท์ทันที พริริสาเก็บความขมขื่นไว้ บอกตนแค่ไปทำงานฉันเจ้านายกับลูกน้องเท่านั้น ไม่ได้รู้เรื่องอะไรของเขา

    ธีภพตัดสินใจบอกแม่ว่าตนไม่พร้อม แต่วิวรรณเอาธเนศมาอ้างว่าเห็นด้วยกับการหมั้นนี้ และให้ตนเป็นคนจัดการ พลันอธิรุธโทร.เข้ามา วิวรรณดึงมือถือธีภพมาปิดเครื่องและเก็บไว้บอกเสร็จงานถึงจะให้คืน เขายิ่งหงุดหงิดทำไมต้องทำแบบนี้ วิวรรณพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ แค่หมั้นไว้ก่อน อย่าทำให้พ่อต้องไม่สบายใจ วันนี้มีแขกผู้ใหญ่หลายรายที่มาร่วมงาน

    ธีภพเข้าพิธีหมั้นด้วยสีหน้านิ่งเฉย นักข่าวถ่ายภาพก็ไม่ยิ้ม นักข่าวสัมภาษณ์ “คุณเกรซกับคุณภพหมั้นแบบนี้ เพื่อกลบข่าวเรื่องบริษัทบูรพเกียรติมีปัญหา ใกล้ล้มละลายรึเปล่าครับ”

    กานดาเข้ามาตอบแทน “ไม่เกี่ยวกันหรอกค่ะ ถ้าจะกลบข่าวเราคงไม่จัดงานเล็กๆแค่คนในครอบครัวหรอกค่ะ อีกอย่างบริษัทบูรพเกียรติกำลังจะมีผู้ร่วมทุนใหม่ ไม่ได้มีปัญหาอะไรใหญ่โตอย่างที่เป็นข่าวสักนิด”

    นักข่าวจะถามเรื่องผู้ร่วมทุน กรนันท์ตัดบท วันนี้เป็นวันมงคลจะถามเรื่องงานทำไม ถามเรื่องงานหมั้นของตนดีกว่า ธีภพอึดอัดใจมากขอตัวเดินหนีไปดื้อๆ กรนันท์หน้าเสีย วิวรรณตามธีภพออกมาเขาจึงชวนไปเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาล เธอกลับบอกว่ารอให้ผู้ใหญ่กลับกันก่อน เขาขอตัวไปเปลี่ยนชุด วิวรรณติงที่เขาทำเหมือนไม่เต็มใจ

    “ผมว่าคุณแม่ก็น่าจะรู้นะครับว่าผมรู้สึกยังไง”

    คณินเดินเข้ามาถาม “แล้วเธอรู้สึกยังไงล่ะกับงานหมั้นวันนี้ ถ้าเธอไม่เต็มใจหรือมีปัญหาอะไรก็พูดมาได้เลย”

    วิวรรณชิงตอบแทนว่าลูกชายเหนื่อยจากการเดินทางกลับมา เลยบ่นเรื่อยเปื่อย คณินเสียงเข้ม ถ้าเป็นอย่างนั้นก็โล่งใจเพราะตนคงไม่ยอมให้ใครเห็นการหมั้นหมายกับลูกสาวตนเป็นเรื่องเล่นขายของ...ธีภพไม่อยากให้แม่ต้องร้อนใจจึงได้แต่ผ่อนลมหายใจแรงๆ

    เมื่อแขกเหรื่อกลับหมด กรนันท์บ่นว่าธีภพดูไม่ดีใจที่ได้หมั้นกับตนเลย ดร.กฤษอยากสะกิดให้รู้สึกกันบ้าง จึงเปรยแล้วธีภพถูกบังคับให้หมั้นหรือเปล่า จินตนาโวยจะถูกบังคับหรือเต็มใจก็ไม่สำคัญ แหวนหมั้นสวมที่นิ้วหลานแล้ว พรุ่งนี้ข่าวก็คงแพร่ไปให้ทุกคนรับรู้

    กานดาเสริมว่าหมั้นกันแล้วอีกไม่นานก็จะมีงานแต่ง ดร.กฤษแย้งเพิ่งจะหมั้นคิดไปถึงเรื่องแต่งแล้วหรือ กานดาว่าคนรุ่นใหม่ใจร้อน เราควรช่วยกันคิดเตรียมงานไว้จะได้ไม่ฉุกละหุก กรนันท์ยิ้มแต้จะเตรียมเลือกชุดและขอให้จัดงานใหญ่โตกว่างานหมั้น ดร.กฤษส่ายหน้าระอาใจ

    ธเนศแต่งตัวเตรียมกลับบ้าน ธีภพมารับเห็นสีหน้าลูกก็สงสารไม่คิดว่าวิวรรณจะเอาชื่อตนไปอ้างกับลูก ธีภพบอกพ่อว่าตนไม่เคยคิดอะไรกับกรนันท์มากกว่าน้องสาว ธเนศแซว

    “ท่าทางเดือดเนื้อร้อนใจแบบนี้แสดงว่ามีคนที่เรารักชอบเค้าอยู่แล้วใช่หรือเปล่า...ไม่ตอบแสดงว่ามี ท่าทางจะเป็นคนที่แม่เขาไม่ชอบใช่ไหม เขาถึงได้รีบเร่งจับเราหมั้นขนาดนี้”

    ธีภพว่านั่นไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกเลย ธเนศติดกระดุมผิดต้องปลดแล้วติดใหม่ พลางเปรียบเปรย

    “จะว่าไปความรักก็เหมือนการติดกระดุมนี่ล่ะ ถ้าลองได้ติดผิดตั้งแต่เม็ดแรกมันก็จะผิดไปหมด แต่ถึงจะติดผิดขึ้นมาจริงๆ มันก็แกะออกติดใหม่ได้...นี่แค่หมั้น ยังไงก็ยังมีเวลาแก้ไขได้ อย่าเพิ่งกลุ้มใจไปเลยไอ้ลูกชาย” ธเนศจับไหล่ธีภพให้กำลังใจ เขาถอนใจไม่รู้จะแก้ได้ไหม

    ooooooo

    คามินให้ไคซัจทำแผลให้ไม่อยากไปโรงพยาบาลเกรงท่านพ่อจะรู้ แต่ไม่รอดพ้นสายตาราอิลไปได้ ราอิลเข้ามาตำหนิที่ปิดบัง กำชับต่อไปถ้ามีเรื่องอะไรต้องรายงาน

    “รู้ไหมตอนนี้มีข่าวจากนายพลพอลว่าพบการลักลอบขนอาวุธสงครามเข้ามาอีก แต่คราวนี้เราจับพวกมันไม่ได้”

    คามินร้อนใจที่พวกมันเคลื่อนไหวหนักขึ้น ราอิลบอกเราต้องตามพวกมันให้ทัน เรื่องธุรกิจอยากให้เขากับพริริสาจัดการให้เร็วที่สุด คามินรับคำอย่างไม่ค่อยสบายใจ

    ส่วนอาซิสรายงานราห์มานว่าการลำเลียงอาวุธคราวนี้ได้ครบทั้งหมด ราห์มานยิ้มย่องที่พวกราอิลโดนหลอกให้หลงไปดักจับอีกทาง...

    เช้าวันใหม่ มิราออกมาสอดส่องหน้าคอนโดว่าอธิรุธมาดักรออีกหรือเปล่า ไม่ทันไรพริริสาในชุดทำงานเดินออกมาอย่างไม่หวาดกลัว ใครอยากจะจับผิดก็ปล่อยไปเพราะงานของตนใกล้จะสำเร็จ...พอพริริสาออกไป อธิรุธก็โทร.เข้ามา มิราสะดุ้งรับสายเสียงแข็งจะโทร.มาทำไม

    พริริสามาถึงบริษัทเห็นพนักงานจับกลุ่มดูข่าวการหมั้นของธีภพกับกรนันท์ พวกโรซี่เห็นพริริสามาก็รีบเล่า เธอฝืนยิ้มบอกว่ารู้ตั้งแต่เมื่อวาน พวกโรซี่รู้สึกสงสาร แต่พริริสาแสดงให้เห็นว่าไม่รู้สึกอะไร...แต่พอเข้ามาในห้องทำงานต้องชะงักเพราะกรนันท์นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานธีภพ มาเยาะหยัน “ฉันมารอคู่หมั้น ถ้าเธอไม่ได้อาศัยอยู่หลังเขาหรือใต้บาดาลก็น่าจะรู้ข่าวแล้วนะ”

    “ทราบแล้วค่ะ ยินดีด้วยนะคะ”

    “เสียดายเธอไม่ได้มาช่วยยกน้ำเสิร์ฟอาหารในงานหมั้นของฉันกับพี่ภพ เอางี้สิเธอจัดการพวกงานแบบนี้เก่ง ไว้งานแต่งฉันจะบอกพี่ภพให้เธอมาช่วยอีกแรง ดีไหม พวกงานรับใช้แบบนี้เธอถนัดนักไม่ใช่เหรอ”

    “ฉันยินดีค่ะ ถ้ามีวันนั้นจริงๆนะคะ”

    “แกพูดแบบนี้หมายความว่าไง จะบอกว่าฉันจะไม่ได้แต่งงานกับพี่ภพใช่ไหม”

    พริริสายิ้มกวน กรนันท์โมโหจะเข้าไปตบแต่พริริสาจับมือไว้บอกอย่าลืมนะไม่ได้มีมือคนเดียว กรนันท์นึกได้ว่าเคยโดนเธอตบจึงสะบัดมือออก ธีภพเดินเข้ามาพอดี กรนันท์รีบอ้อน เห็นว่าเขามาทำงานแต่เช้าจึงทำอาหารมาให้ ว่าแล้วก็สั่งพริริสาให้ไปจัดใส่จาน ธีภพดึงกล่องมาวางลงแล้วบอกว่าตนกับพริริสามีงานต้องไปคุยกับคณิน เสร็จงานแล้วตนจะกลับมากิน พูดจบก็เร่งพริริสาให้รีบไป เธองงแต่ก็เดินตามเขา

    ระหว่างเดิน พริริสาหน้าบูดบึ้ง ธีภพจะพูดเรื่องเมื่อวาน เธอแทรก “งานหมั้นคุณกับคุณเกรซนะเหรอคะ ยินดีด้วยนะคะ ตอนนี้คุณคงรู้แล้วว่าหัวใจอีกครึ่งหายไปอยู่ที่ใคร”

    ธีภพอยากอธิบายแต่พริริสาไม่ฟังเขาอยากจะปิดเรื่องหมั้นไว้เซอร์ไพรส์ใครต่อใครก็เป็นสิทธิ์ของเขา ธีภพบอกไม่ได้ปิด พลันศจีเข้ามาขัดจังหวะบอกพริริสาว่าคณินอยากพบเธอคนเดียวก่อน ธีภพรู้ว่าคณินยังโกรธเรื่องเมื่อวาน...พอเดินมาพ้นธีภพ ศจีกระซิบถามรู้เรื่องเมื่อวานไหม พริริสาทำหน้านิ่งบอกถ้าไม่เกี่ยวกับเรื่องงานตนไม่สนใจ ศจีอึ้งเหมือนโดนว่าอ้อมๆ

    คณินนั่งรอพริริสา พอเธอเข้ามาเขาก็ถามเรื่องที่ไทรจีส เธอบอกธีภพน่าจะเป็นคนคุยให้ฟัง เขาปัดมัวแต่ยุ่งเรื่องงานหมั้นเลยไม่ได้คุยกันและตนอยากฟังจากมุมของเธอด้วย

    “มุมมองของดิฉันอาจจะไม่ถูกต้องก็ได้ค่ะ”

    “ฉันมองออกว่าเธอเป็นคนเก่ง เธอน่าจะมีความคิดดีๆที่ช่วยบูรพเกียรติผ่านวิกฤติไปได้ เรื่องเจ้าชายคามินเธอมีความเห็นยังไง”

    พริริสาแอบยิ้มเยาะในใจ บอกเจ้าชายพอใจจะร่วมลงทุนกับบูรพเกียรติ และเจ้าชายมีศักยภาพพร้อมทุกด้าน เราจะได้แหล่งเพชรดิบใหม่ด้วย...คณินพยักหน้ารับรู้อย่างคล้อยตาม

    ศจีนั่งทำงานอยู่หน้าห้อง เงยหน้าเห็นกานดากับจินตนามาก็ตกใจ รีบบอกว่าคณินคุยงานอยู่ จินตนาถามคุยกับใคร ศจีอึกอัก ทั้งสองรู้ทันทีว่าเป็นพริริสาต่างชักสีหน้าพุ่งไปที่ประตู ศจีหวั่นใจจะมีเรื่อง

    คณินกำลังขอบใจพริริสาที่ช่วยให้งานราบรื่นไปด้วยดี หญิงสาวรู้สึกผิดลึกๆ ที่ความจริงเป็นการแก้แค้น ทันใดจินตนากับกานดาเปิดประตูเข้ามาเห็นคณินแสดงท่าเอ็นดูพริริสาก็ไม่พอใจแต่ฝืนยิ้มแย้มอย่างมีแผน ชมว่ามีพนักงานขยันและเก่งแบบนี้น่าจะให้รางวัล พริริสารู้สึกได้ว่าทั้งสองหวังดีประสงค์ร้าย

    ในขณะที่ธีภพกังวลว่าคณินคุยอะไรกับพริริสา กรนันท์ก็ยกอาหารที่ไปใส่จานเองมาวางให้อย่างเอาใจ เขากลับบอกว่ายังไม่หิว ทันใดอธิรุธโทร.เข้ามา ธีภพรับสายแล้วบอกจะไปเดี๋ยวนี้ หันมาบอกกรนันท์ว่าตนมีธุระสำคัญต้องไป กรนันท์ทั้งโมโหทั้งน้อยใจยกทั้งจานทิ้งถังขยะ

    ooooooo

    อธิรุธเพิ่งรู้ว่าที่พยายามโทร.หาธีภพเมื่อวานไม่ได้เพราะติดเรื่องหมั้น เซอร์ไพรส์มาก ธีภพว่าตนเซอร์ไพรส์กว่าที่โดนจับหมั้นไม่รู้ตัว...อธิรุธบอกเรื่องสำคัญแล้วพามาคอนโดของมิราแต่ไม่แน่ใจว่าพริริสาพักอยู่ด้วยหรือเปล่า ธีภพมองอึ้งๆ เพราะเป็นคอนโดที่ดูดีมีราคาสูง

    “อีกเรื่องที่สำคัญ นายคงต้องทำใจให้เข้มแข็งหน่อย ฉันเจอนางสาวริสา ฉันทพัฒน์ตัวจริงแล้ว ลูกสาวป้าสินีที่เป็นชาวสวนอยู่ที่จังหวัดนนท์ ตอนนี้ทำงานอยู่นิวซีแลนด์ ส่วนคุณริสา เลขาของนาย สวมรอยใช้หลักฐานและประวัติของริสาคนนั้นอยู่”

    ธีภพรู้สึกผิดหวังในใจลึกๆ ไม่คิดว่าพริริสาจะโกหกจริงๆ เธอมีเบื้องหลังที่ซับซ้อนมาก และเธอมาบูรพเกียรติเพื่ออะไร อธิรุธส่ายหน้ากำลังสืบอยู่ และเที่ยงนี้ตนมีนัดกับมิรา ธีภพได้แต่หวังว่าริสาคนที่อยู่กับตนจะไม่คิดทำร้ายใคร

    ช่วงพักเที่ยง พวกโรซี่กำลังจะไปชวนพริริสาทานข้าวต้องตะลึงเมื่อเห็นเธอเดินไปกับจินตนาและกานดาราวลูกแกะหลงไปในฝูงหมาป่าตัวแม่ ทั้งสามจึงตามไปดูด้วยความอยากรู้

    ในขณะที่อธิรุธแกล้งนัดมิราที่ร้านอาหารเพื่อถามไถ่ว่าคอนโดที่เธออยู่สะดวกสบายดีไหม ตนกำลังจะย้ายที่อยู่ใหม่คิดจะมาอยู่ที่นั่น เธอปัดไม่ต้องมาอยู่ไปหาที่อื่น อธิรุธกำลังจะกวนต้องชะงักอ้าปากค้างเมื่อเห็นพริริสามากับจินตนาและกานดา มิราเห็นเขามองอะไรจึงมองตามแล้วต้องตกใจเป็นห่วงเพื่อนแต่พยายามเก็บอาการไว้

    พริริสานั่งร่วมโต๊ะกับจินตนาและกานดา เตรียมพร้อมรับมือว่าทั้งสองจะมาไม้ไหน จินตนาเปิดฉากว่าอยากจะเลี้ยงตอบแทนที่เธอตั้งใจทำงานให้บูรพเกียรติ กานดาเสริมว่าปลอบใจที่ไม่ได้ไปร่วมงานหมั้นลูกสาวด้วย จินตนาว่าจะกินอะไรที่เหมาะกับคนอย่างเธอ

    “คุณหญิงคงชอบเลือกอะไรให้ใครต่อใครสินะคะ”

    “แน่นอน เพราะฉันมองออกว่าใครเหมาะสมกับอะไร ไม่คู่ควรกับอะไร”

    “พวกคุณอยากพูดอะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะค่ะ ไม่ต้องยกอะไรมาเปรียบเปรยให้เสียเวลา”

    กานดาเยาะ “ก็ดี เพราะที่ฉันกับคุณแม่พาเธอมาที่นี่ ก็แค่อยากจะบอกเธอว่า ตอนนี้ตาภพกับยัยเกรซเป็นคู่หมั้นกันแล้ว อีกไม่นานก็จะแต่งงานกัน อย่าได้คิดยุ่งกับลูกสาวฉันอีก”

    “กลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเหรอคะ” พริริสาพูดยั่วขึ้นมา

    ทั้งสองสะดุ้งช่างรู้มาก พริริสาเยาะ เรื่องความรักมันเป็นอะไรที่พูดยาก ไม่มีคำว่าถูกต้องหรือเหมาะสม คนรักกันแต่ไปพรากเขาออกจากกัน ระวังเวรกรรมไว้บ้างเพราะมันมีจริง...กานดาลืมตัวเสียงกร้าว พริริสายั่วอีกว่ามื้อนี้ไม่ต้องเลี้ยงปลอบใจตน เพราะตนไม่ได้เสียใจกับการหมั้นของธีภพเลย แค่แหวนหมั้นวงเดียวไม่ได้มีความหมายเท่าไหร่ กานดาเองน่าจะรู้...พูดจบก็ลุกเดินหนี ปล่อยทั้งสองเต้นผางด้วยความแค้นใจ กานดาตามตวาด

    “แกอยากลองดีกับฉันกับคุณแม่ให้ได้ใช่ไหม”

    “ทำไมคะ คุณกับคุณหญิงจินตนาจะทำอะไรฉัน”

    “แกคงคิดว่าฉันไม่กล้าทำอะไรแกสินะ”

    “ทำไมฉันจะคิดว่าคุณไม่กล้า คนมีเงินมีอำนาจเวลานึกอยากจะทำอะไรก็ทำได้ตามใจชอบอยู่แล้ว โดยเฉพาะใช้เงินกับอำนาจทำร้ายคนไม่มีทางสู้ อย่างผู้หญิงกับเด็กจนต้องหนีกันหัวซุกหัวซุน”

    กานดายิ่งมั่นใจถามเป็นอะไรกับพีรดา พริริสาให้ลองเดาดูแล้วเดินไป กานดาจะตามแต่ชนกับพนักงานของในถาดหล่นเสียก่อนจึงหมดอารมณ์จะตามราวี...

    พริริสาเดินหงุดหงิดจะออกจากร้าน อธิรุธลุกขึ้นทัก เธอฝืนยิ้มรับ เขาจะแนะนำให้เธอรู้จักเพื่อนแต่พอหันกลับมา มิราหายตัวไปแล้ว พริริสาติงเขาเล่นอะไรตนไม่มีเวลาเล่นด้วย แล้วขอตัวไปทำงาน อธิรุธงงมิราไปไหน

    กานดาหัวเสียกลับมาบอกจินตนาว่าดูท่าทางพริริสา จะไม่ยอมเลิกราง่ายๆ จินตนาให้ปล่อยเธอยโสไปก่อน รอจนกว่าเรื่องร่วมทุนกับไทรจีสเสร็จเมื่อไหร่ ค่อยเฉดหัวพริริสาไป

    พริริสาเดินกังวลใจมามุมหนึ่ง มิราโผล่มาดึงตัวหลบและบอกว่าเป็นแผนของอธิรุธที่จะให้เราเจอกัน พริริสาชักเครียดขอให้การร่วมทุนผ่านพ้นไปก่อนที่ความจะแตก

    ooooooo

    คืนนั้นธีภพทำงานที่บ้านอย่างไม่มีสมาธิ เรื่องของพริริสารบกวนจิตใจอย่างมาก คิดถึงที่ได้ใกล้ชิด กันที่ไทรจีส กรนันท์โทร.เข้ามาเขาปิดเสียงโทรศัพท์ไว้จึงไม่ได้ยิน...

    กรนันท์หงุดหงิดเดินปึงปังลงมา คณินกำลังคุยงาน กับ ดร.กฤษตกใจ เธอสะบัดเสียงว่าธีภพไม่ยอมรับสายเป็นคู่หมั้นกันประสาอะไร ทั้งสองรู้แก่ใจว่าธีภพไม่ได้เต็มใจ คณินจึงบอกลูกว่าทุกคนงานเต็มมือกำลังเตรียมต้อนรับเจ้าชายคามิน กรนันท์สนใจอยากเห็นหน้าตา คณินเอารูปในนิตยสารให้ดู เธอรู้สึกถูกใจมากไม่คิดว่าจะรูปงาม ขนาดนี้

    กานดาในชุดนอนกำลังหวีผมอยู่หน้ากระจกด้วยอารมณ์หงุดหงิดกับเรื่องพริริสาเมื่อกลางวัน คณินเข้ามา อาบน้ำแล้วจะกลับออกไป เธอติงไม่คิดจะถามกันบ้าง หรือว่าตนเป็นอะไร เขาไม่สนใจเดินออกไป เธอยิ่งเจ็บใจ ที่เขาไม่เคยให้ความสำคัญตนเลย

    เช้าวันใหม่แม่บ้านที่บริษัทบูรพเกียรติทำความสะอาดพื้นจนลื่น พวกโรซี่แทบหัวคะมำ เธอบอกว่าเป็นคำสั่งกรนันท์ พื้นต้องเงาวับ ดอกไม้ต้องตกแต่งทั่วเตรียมต้อนรับเจ้าชายคามิน พวกโรซี่ตื่นเต้นคงต้องทำตัวให้สวยเด่นวันที่เจ้าชายจะมา ศจีเหน็บไปฉีดโบทอกซ์กันเลย

    ในห้องทำงานคณิน กานดากับกรนันท์เสนอตัว เตรียมการต้อนรับคามินเอง ธีภพบอกว่าเป็นหน้าที่พริริสา กานดาหน้าตึงบอกให้เปลี่ยนเป็นกรนันท์ พริริสาว่าได้เตรียมการไว้หมดแล้ว กานดาเหน็บต้องมีคนควบคุมอีกทีเผื่อมีอะไรผิดพลาด เพราะเป็นแขกวีไอพีไม่ใช่ชาวสวน

    คณินไกล่เกลี่ย “เอาเป็นว่าอะไรที่เธอคิดว่าเกรซ ทำได้ ก็ให้เขาจัดการแล้วกันนะริสา”

    กรนันท์จะโวย กานดาสะกิดให้ยอมไปก่อน เธอจึงฝืนยิ้มบอกจะไม่ทำตัวมีปัญหา จะเป็นคู่หมั้นที่ดีของธีภพ...พอกรนันท์ พริริสากับธีภพมาคุยกันต่อในห้องทำงาน กรนันท์เกาะธีภพเย้ยตลอด เสนอว่าตนจะจองร้านอาหารฝรั่งเศสไว้ต้อนรับคามิน พริริสาแทรกว่า

    “เจ้าชายคามินชอบอาหารไทยค่ะ”

    “งั้นเกรซจะเลือกอาหารไทยที่อร่อยที่สุดให้เองค่ะ ส่วนตอนเจ้าชายเสด็จไปโชว์รูม เกรซว่าเราเตรียมพวกช่อดอกไม้ต้อนรับเป็นดอกลิลลี่สีขาว...”

    พริริสาแทรกว่าคามินไม่ชอบกลิ่นดอกลิลลี่ กรนันท์ พยายามกลั้นความโกรธบรรยายต่อว่าช่วงเบรกจะเตรียมของว่างเป็นชา พริริสาขัดว่าคามินชอบกาแฟมากกว่า กรนันท์หมดความอดทนโวย “เธอเป็นอะไรกับเจ้าชายหรือไง ถึงได้รู้ไปหมดว่าเจ้าชายชอบอะไรเกลียดอะไร”

    “นั่นสิ ดูคุณจะรู้เรื่องส่วนตัวของเจ้าชายคามินไปทุกเรื่อง” ธีภพรู้สึกเคือง

    “ใช่ค่ะ ฉันรู้เรื่องส่วนตัวของเจ้าชายคามินเกือบทุกอย่างเท่าที่ศึกษามาได้”

    “เหรอ...งั้นเท่าที่คุณศึกษามา เจ้าชายมีคนรักแล้วหรือยัง” ธีภพประชด

    “ยังไม่มีค่ะ เจ้าชายเอาแต่สนใจเรื่องงานจนไม่มีเวลาจะหาคนรัก ก็เลยยังโสดอยู่”

    กรนันท์แอบตาวาวที่ได้ยินแบบนั้น...ช่วงพักเที่ยง โรซี่นั่งจามไม่หยุดในโรงอาหารเพราะแพ้เกสรดอกไม้ที่จัดวางเต็มบริษัท พริริสาขำๆ บอกหลังจากเจ้าชายคามินเข้ามาถือหุ้นที่นี่แล้ว ตนรับรองได้ว่าพนักงานที่นี่ทุกคนจะไม่ตกงาน แถมยังจะได้สวัสดิการที่ดีๆตามมาแน่นอน ทั้งสามดีใจบอกถ้าเป็นอย่างนั้นคุณหญิงจินตนาคงเลี้ยงข้าวเธออีกรอบแน่ พริริสาแอบเยาะ

    “แต่งานนี้อาจจะเป็นริสาเองก็ได้นะที่ต้องไปเลี้ยงปลอบใจพวกคุณหญิงแทนก็ได้”

    สามสาวสะดุดหู พริริสาทำเป็นนั่งทานข้าวปกติไม่มีความนัยอะไร ทั้งสามจึงไม่ติดใจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด
    24 ต.ค. 2564

    10:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 11:36 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์