นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เพลิงนรี

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ในห้องแต่งตัว กานดากับกรนันท์ยืนจ้องอย่างจะกินเลือดกินเนื้อพริริสาที่ไม่มีความยำเกรง คงคิดว่าพวกตนไม่มีเพาเวอร์อะไรในบริษัท พริริสาปฏิเสธ ใครๆก็รู้ว่าคนที่จัดการทุกสิ่งทุกอย่างอยู่เบื้องหลังบูรพ-เกียรติ ไม่ว่าจะเรื่องดีเรื่องร้าย ก็เป็นคุณหญิงจินตนากับกานดาทั้งนั้น

    กรนันท์โวยที่กล้าว่าแม่กับย่าทำเรื่องชั่วร้าย กานดาจิกตาขู่คำราม “ถ้ารู้แบบนี้แล้วก็อย่าคิดทำให้ลูกสาวฉันระคายเคืองใจอีก เพราะถ้าฉันร้ายขึ้นมาจริงๆเธอจะหมดอนาคตในการทำงานที่บูรพเกียรติ วันนี้เธอกลับไปได้แล้วไม่ต้องคิดจะออกไปเสนอหน้าในงาน คุณเกรซจะเป็นแม่งานจัดการต่อเอง”

    กรนันท์ยิ้มเยาะคิดว่าพริริสาจะต้องกลัวรีบลนลานกลับ แต่ผิดคาด พริริสาไม่มีท่าทีกลัวกานดาสักนิด “ฉันคงทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ฉันต้องสะสางในงานคืนนี้”

    กานดาสะดุ้งกับคำของพริริสา กรนันท์โวย สั่งให้กลับก็ต้องกลับจะหน้าหนาอยู่ทำไม พริริสายืนกรานกลับไม่ได้ กานดาทำใจเย็นปรายตามองชุดที่แขวนอยู่ คว้าขวดรองพื้นมาราดใส่

    “ชุดนี้ดูมันจะหรูเกินไป ทำตัวเทียมหน้าเทียมตาแขกเหรื่อในงานมันไม่ดี อย่างเธอแต่งตัวธรรมดาๆก็สมฐานะพนักงานระดับล่างแล้ว” กานดามองพริริสาหัวจดเท้าก่อนจะพากรนันท์เดินออกไป พริริสายืนลูบแผลเป็นที่ข้อมือพลางบอกตัวเองให้ใจเย็นไว้

    ศจีเป็นห่วงพริริสาที่ยังไม่ออกมา บอกโรซี่กับชนิตาให้ไปดู ทั้งสองจูงกันจะไปก็พอดีกานดากับกร-นันท์เดินออกมา ศจีจึงปรี่เข้าเชิญเข้าไปในงานบอกแขกถามหาหลายคน กานดาทำท่าปลื้ม กรนันท์ถามหาคณิน ศจีบอกยังมาไม่ถึง สองแม่ลูกโล่งใจพากันเดินไป ศจีหันมาเร่งให้เข้าไปดูพริริสา ธีภพเข้ามาได้ยินถามเกิดอะไรขึ้นกับพริริสา ศจีหน้าเจื่อน...

    โรซี่กับชนิตาเข้ามาเห็นชุดพริริสาก็ตกใจที่ทำกันขนาดนี้ ธีภพถามใครทำ ชนิตาจะฟ้อง โรซี่ตะปบปากไว้ พริริสาบอกตนทำเลอะเองเลยไม่รู้จะทำอย่างไร ธีภพมองอย่างสงสัย...

    ไม่นานพนักงานโรงแรมก็เอาชุดมาส่งให้ ธีภพเซ็นสลิปบัตรเครดิต พอพริริสาออกมาจากหลังม่านในชุดสวยหรู ทั้งสามตะลึงที่งามราวเจ้าหญิง พริริสาไหว้ขอบคุณธีภพ เขาออกตัว

    “ผู้บริหารก็มีหน้าที่แก้ปัญหาให้ลูกน้องอยู่แล้ว...จริงไหมครับ” ธีภพถามโรซี่กับชนิตา

    ทั้งสองพยักหน้าเป็นปลื้ม อยากได้ชุดแบบนี้บ้าง...แล้วธีภพกับพริริสาก็เดินเข้ามาในงาน พอเห็นกรนันท์กับกานดาถลึงตามอง พริริสาก็แกล้งยั่วทำทีสะดุด ธีภพคว้าเอวไว้ เธอถือโอกาสควงแขนเขาเดินเข้างาน กรนันท์จะถลาไปเล่นงานแต่กานดารั้งไว้ คณินถามมีอะไรหรือ กานดารีบปฏิเสธ...โรซี่เล่าให้ศจีกับบุษกรฟังว่ามีเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วย ศจีโล่งใจ

    บรรยากาศงานประมูล มีนางแบบพร้อมเครื่องประดับเดินออกมาโชว์ บนเวทีมีจอโปรเจกเตอร์โชว์เครื่องประดับ แขกในงานยกมือเสนอราคา พิธีกรคอยเคาะราคาประมูล จนกระทั่งมาถึงชิ้นสุดท้าย เป็นสร้อยจี้หัวใจล้อมเพชรของพีรดา คณินเห็นแล้วตกใจหันมองหน้ากานดาเธอยิ้มเยาะกระซิบ “คุณจะได้เลิกอาลัยอาวรณ์กับอดีตสักทีไง”

    คณินไม่พอใจแต่ทำอะไรไม่ได้ต่อหน้าลูก พิธีกรอธิบายถึงลักษณะของสร้อยแล้วเริ่มราคาที่หนึ่งหมื่นบาท...

    พริริสามองสร้อยของแม่ด้วยความเจ็บใจ เห็นแขกในงานยกมือให้ราคาไปถึงห้าหมื่น พิธีกรจะเคาะราคา ทนไม่ได้ยกมือขึ้นให้ราคาสองล้านบาท ทุกคนตกใจมองพริริสาเป็นตาเดียว พลางซุบซิบว่าเป็นใคร

    เมื่อแขกทยอยออกจากงาน ทีมงานและการ์ดพาคนที่ประมูลของได้ไปรับของอีกห้อง ธีภพ คณิน กานดากรนันท์และคนอื่นๆยืนล้อมพริริสาด้วยสายตามีคำถาม กรนันท์เหยียด “อย่าบอกนะว่าคนอย่างแกมีปัญญาประมูลสร้อยกระจอกๆนั่นในราคาสองล้าน หรือคิดจะเรียกร้องความสนใจ ถึงได้กล้าขานราคาขนาดนี้”

    โรซี่กระซิบกับเพื่อนๆ หรือพริริสาเป็นลูกสาวมหาเศรษฐีปลอมตัวมา ศจีว่าเพ้อเจ้อ กานดาเข่นเขี้ยวทำไมต้องเป็นสร้อยเส้นนี้ มันมีค่าอะไร พริริสาตอบว่า ตนไม่ได้เป็นคนประมูล มีคนให้ตนบอกราคาแทน ทุกคนงง คณินยิ่งอยากรู้ว่าเป็นใครจะไปที่ห้องรับของแต่กานดาดึงไว้ไม่ให้ไป

    กรนันท์ถามว่าพีรดาเป็นใคร ทำไมถึงประมูลสร้อยราคาขนาดนั้น กานดาบอกกรนันท์ว่าตนมีเรื่องจะคุยกับพ่อลำพัง เธอจึงฮึดฮัดเดินออกไป คณินไม่สนใจจะไปหาพีรดา

    ธีภพดึงพริริสามาถามอย่างสงสัย เรื่องเป็นอย่างไรทำไมพีรดาถึงให้เธอประมูลสร้อยให้

    “ฉันก็บอกไปแล้วไงคะว่าไม่ทราบ ฉันเห็นเขาเป็นแขกของงาน แถมให้ราคาตั้งสองล้าน ไม่ดีเหรอคะ เราจะได้มีเงินสมทบทุนบริจาคมากๆ”

    ธีภพบอกไม่เชื่อ พริริสาว่าเรื่องของเขาแล้วจะเดินหนี แต่เขาขวางไม่ให้ไปจะเค้นถามให้ได้ เธอจึงหลอกว่ากรนันท์มาแล้ววิ่งหนีไปจนได้...คณินมาถึงห้องรับของถามพนักงานว่าคนชื่อพีรดารับของไปหรือยัง พนักงานชี้ว่ารับแล้วเดินไปนั่น คณินตามไปดึงแขน พอหันมาเป็นมิราก็ตกใจกล่าวขอโทษ แล้วเลยขอซื้อคืน แต่มิราปฏิเสธ กานดาตามมาเยาะ

    “ผิดหวังที่ขอซื้อสร้อยคืนไม่ได้หรือผิดหวังที่คนประมูลไม่ใช่นังพีรดากันแน่คะ”

    คณินหมดแรงเถียงไม่ออก...ในขณะที่มิราเดินมาที่มุมปลอดคนก็มีมือมาดึงไป พริริสาบอกตนเอง

    มิราเย้าทำตกใจหมดตนยิ่งถือของมีค่าราคาสองล้านมาด้วย พริริสารับกล่องสร้อยมาหน้าเศร้าที่มันไม่มีค่าจนต้องเอามาประมูลเลหลัง มิราบอกอาจไม่ใช่อย่างที่คิดเพราะคณินมาขอซื้อคืน ทันใดพริริสาเห็นธีภพเดินมา จึงรีบหลบ บอกมิราว่านั่นคือบุคคลอันตราย

    ธีภพเดินไปที่ห้องรับของประมูลเพื่อดูลายเซ็นพีรดา แต่ไม่มีเอกสารอื่นๆเพราะเธอจ่ายเงินสด ก็ยิ่งให้สงสัยมากขึ้น

    ooooooo

    เพราะความสงสัย คามินเข้ามาค้นในห้องพริริสา เผื่อมีอะไรให้รู้ได้บ้างว่าเธอไปไหน มีลิ้นชักที่ใส่กุญแจอยู่จึงหากุญแจทั่วโต๊ะก็ไม่เจอ นึกได้ว่าพริริสาไม่ธรรมดา ลองยกแจกันเขย่าดูไม่มีเสียงอะไร แต่พอวางลงได้ยินเสียงกริ๊ก จึงหงายดูก้นแจกัน มีกุญแจติดอยู่

    “เจ้าเล่ห์นักนะริสา แต่พี่ก็รู้ทันเราทุกเรื่องล่ะ” คามินเปิดลิ้นชักเห็นกล่องใบหนึ่งจะเปิดดู

    พลันไคซัจเคาะประตูเปิดเข้ามาบอกว่าทราบแล้วเจ้าหญิงอยู่ที่ไหน คามินจึงถือกล่องของพริริสาออกมาด้วย...พอเปิดดู มีแต่ข่าวของครอบครัวบูรพเกียรติที่ตัดจากนิตยสารต่างๆ ไคซัจบอกว่าพริริสาอยู่กรุงเทพฯ คามินถอนใจคิดไว้แล้ว คงวางแผนทำอะไรสักอย่างที่ไม่อยากให้ใครรู้ ทำให้รู้สึกเป็นห่วงเธอมากขึ้น...

    คณิน กานดาและกรนันท์กลับถึงบ้าน กานดาถามคณินจะไม่ไปรายงานจินตนาหรือว่างานคืนนี้เป็นอย่างไร คณินหันมองเคืองๆเหน็บว่าคนรายงานน่าจะเป็นเธอ กรนันท์อัดอั้นถาม

    “ใครช่วยบอกเกรซหน่อยได้ไหมคะว่าผู้หญิงที่ชื่อพีรดาคือใคร แล้วสร้อยเส้นนั้นมันสำคัญกับคุณพ่อยังไง”

    กานดามองคณินทำนองใครจะเป็นคนเล่า จินตนาเดินเข้ามาบอกตนจะเล่าเอง คณินถอนใจเดินหนีขึ้นห้อง ...จินตนาเล่าแค่ว่าสร้อยเส้นนั้นเป็นของกิ๊กเก่าคณิน กรนันท์บอกเรื่องแค่นี้น่าจะเล่าตั้งนานแล้ว แล้วขอตัวขึ้นนอน กานดาถอนใจที่ลูกเลิกตื๊อถาม จินตนาโพล่งขึ้นว่าคนที่ประมูลสร้อยใช่พีรดาไหม กานดาส่ายหน้า จินตนาบอกก็น่าจะไม่ใช่เพราะหายไปสิบๆปีจะโผล่มาทำไม แต่กานดายังระแวง

    ooooooo

    รุ่งเช้าพริริสาพยายามเลี่ยงไม่อยากเจอหน้าธีภพ แต่แล้วเขาเห็นเธอในลิฟต์จึงแทรกตัวตามเข้ามา พลันลิฟต์เกิดขัดข้องประตูปิดเปิดไม่หยุด ทุกคนจำต้องออกจากลิฟต์ ธีภพกางแขนกั้นพริริสาไว้ยั่ว “แย่หน่อยนะ ลิฟต์ดันมาเสียแต่เช้าเลย...เมื่อคืนเรายังคุยกันไม่จบ”

    พริริสาบอกจบตั้งแต่ตนบอกว่าไม่ทราบ แล้วขอตัวไปทำงาน ชายหนุ่มขวางขู่ คิดจะหนีง่ายๆแบบเมื่อคืนหรือ อย่าหวังเลย ทันใดคณินเดินเข้ามาบอกพริริสา ให้ไปพบที่ห้องทำงาน มีเรื่องจะคุยด้วย เธอรับคำแล้วหันไปยิ้มเยาะธีภพที่ไม่อาจรั้งตนได้อีก

    เมื่อคณินขอให้พริริสาติดต่อผู้หญิงที่ประมูลสร้อยไปให้ เธออ้างว่าเรียนท่านไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าไม่ทราบอะไรเลย คณินขอร้องบอกมีเรื่องสำคัญต้องคุยเกี่ยวกับสร้อยเส้นนั้น

    “ท่านประธานอยากได้สร้อยเส้นนั้นคืนเหรอคะ”

    “ใช่ เท่าไหร่ฉันก็ยินดีซื้อคืน”

    ทันใดเสียงกานดาแทรกขึ้นว่าตนไม่ยอมให้ซื้อ ทั้งสองสะดุ้ง กานดาเดินเข้ามา พริริสาจะขอตัวแต่ไม่วายแกล้งจี้ใจดำ “ท่านประธานกับคุณกานดาไม่ต้องเถียงกันไปหรอกค่ะเพราะดิฉันก็ไม่ทราบจริงๆว่าจะติดต่อผู้หญิงคนนั้นได้ยังไง ท่านประธานคงต้องทำใจแล้วล่ะค่ะ ถ้าเป็นดิฉันก็จะคิดเสียว่าของบางอย่างถ้าสูญเสียไปแล้ว คงไม่มีวันได้คืน ยิ่งเป็นของสำคัญก็ยิ่งต้องโทษตัวเองที่รักษาไว้ไม่ได้”

    คณินเจ็บปวด กานดาแหว “เธอคงเข้าใจผิดแล้ว สร้อยนั่นมันก็แค่ของไร้ค่า ไม่ได้มีความหมายอะไรกับใครทั้งนั้น ใครอยากโง่ซื้อไปในราคาแพงก็ช่างเพราะที่นี่ไม่มีใครต้องการมันอีก”

    คณินปรามกานดาให้หยุด พริริสาพยายามกดความเจ็บใจไว้ ขอตัวกลับไปทำงาน...คณินหันมาใส่กานดายังไม่พอใจอีกหรือ เธอเชิดหน้าไม่สะทกสะท้าน กานดาเดินออกมาจ้องพริริสาที่โต๊ะทำงานด้วยความคลางแคลงใจ ศจีเงยหน้ามองแล้วต้องรีบหลบสายตา จนกานดาเดินไป ก็รีบถามพริริสาว่าเห็นสายตากานดา ไหม แทบจะปล่อยแสงออกมาใส่...กานดาออกมาโทร.ขอดูประวัติของพริริสาจากฝ่ายบุคคล

    ในขณะที่อธิรุธนั่งฟังธีภพเล่าเรื่องเมื่อคืนในร้านกาแฟ ก็แกล้งเสนอให้ตรวจลายนิ้วมือ ตรวจกล้องวงจรปิด ไม่ก็เรียกคนที่เห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นมาสเกตช์ภาพส่งหน่วยความมั่นคง ธีภพเตะหน้าแข้งเพื่อนด้วยความหมั่นไส้ที่มาปรึกษาแล้วทำเป็นเล่น อธิรุธจึงบอกว่ามีอีกวิธีคือเอาเบอร์พริริสามาตนจะโทร.ถามให้ ธีภพจะเตะอีกแต่เขาหลบทัน อธิรุธหัวเราะยอมพูดเป็นเรื่องเป็นราว ก็พอดีธีภพเห็นกานดาเข้ามาในร้านกับฝ่ายบุคคล พร้อมซองเอกสาร

    กานดาดึงเอกสารออกจากแฟ้มมาอ่านชื่อริสา ฉันทพัฒน์ อายุ 23 ปี บิดาชื่อนายรุ่งเสียชีวิตแล้ว มารดาชื่อนางสินี ฉันทพัฒน์ อาชีพชาวสวน...กานดาโล่งใจที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพีรดา กำชับฝ่ายบุคคลไม่ให้เอาเรื่องนี้ไปบอกใคร พอกานดากลับไป ฝ่ายบุคคลถือแฟ้มกลับ อธิรุธทำทีเดินชนแฟ้มหล่นแล้วช่วยเก็บ ฉวยโอกาสเปิดดูเห็นว่าเป็นประวัติพริริสา...ธีภพยิ่งแปลกใจ

    ooooooo

    พอศจีเอาเอกสารมาให้ในห้องทำงาน ธีภพก็เอ่ยปากให้ช่วยหาคนไปเลือกซื้อเครื่องเขียนของเล่นตุ๊กตาเพื่อร่วมบริจาคพร้อมเงินประมูล ศจีเสนอตัวเอง ธีภพดักคอว่ามีประชุมไม่ใช่หรือ ศจีหน้าเจื่อน ธีภพเน้นว่าขอเป็นผู้หญิงที่มีรสนิยมดีๆ

    สุดท้ายธีภพก็ได้พริริสาออกมาช่วยเลือกของตามต้องการ เธอบ่นอุบทำไมต้องเป็นเธอ ธีภพขำๆหยิบตุ๊กตาพินอคคิโอกับตุ๊กตาแกะส่งให้ เธองงสักพักก่อนจะฉุกคิด เขาหาว่าเธอเป็นเด็กโกหกเด็กเลี้ยงแกะก็ฉุนขึ้นมา เขาติงเธอร้อนตัวไปหรือเปล่า หรือไปทำอะไรไว้ถึงคิดว่าตนว่า เช่นไปมีเรื่องกับใคร หญิงสาวขมวดคิ้วทำนองพูดเรื่องอะไร แล้วหันไปเลือกตุ๊กตาต่อ

    ธีภพตัดสินใจถามตรงๆ มีเรื่องอะไรกับกานดา เธอถึงต้องขอดูประวัติ พริริสานึกขำในใจเขาช่างสืบเสาะ ปัดว่า “ฉันไม่เคยทำอะไรใคร จะมีก็แต่คนอื่นที่ทำร้ายฉันก่อน”

    ธีภพตกใจหรือกานดาทำอะไรเธอ พริริสาไม่อยากพูดมากบอกตนเพิ่งมาทำงาน ใครจะทำอะไรตน แล้วเลือกตุ๊กตาขึ้นมาสิบตัวถามแบบนี้โอเคไหม เผอิญธเนศโทร.เข้ามาเรียกธีภพไปเจอที่ร้านอาหาร เขาจึงดึงพริริสาไปด้วย เธอบ่นตลอดทางจะให้มาทำไมไม่ใช่เลขาเขาสักหน่อย

    “อนาคตอะไรก็ไม่แน่นอน คุณไม่คิดจะเอาใจผู้บริหารอย่างผมไว้หน่อยหรือไง”

    “ฉันมาทำงานไม่ได้มาเอาใจใคร”

    “ถ้าอย่างงั้นคุณยิ่งต้องคิดถึงความก้าวหน้าไว้มากๆ อย่าเกี่ยงงาน” ธีภพรวบรัดชวนเธอลงจากรถไปยังร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง

    ธเนศนั่งอยู่กับแขกสำคัญระดับชาติ กษัตริย์ราอิลแวะมาเยี่ยมเยียนอย่างมิตรสหาย เพราะธเนศเคยช่วยปราบกบฏในไทรจีส...พอธีภพพาพริริสาเข้ามา เธอเห็นราอิลด้านหลังก็จำได้รีบหลบหลังธีภพ ธเนศกวักมือเรียกให้ไปที่โต๊ะ ราอิลหันมอง พริริสากระซิบข้างหลังธีภพขอตัวไปห้องน้ำ แล้วหันเดินไปทันที...ธีภพเข้ามาสวัสดี ธเนศถามใครมาด้วยแล้วหายไปไหน

    “อ๋อ ผู้ช่วยเลขาอาคณินน่ะครับ พอดีขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน”

    ธเนศถามคนที่ชื่อริสาใช่ไหม ธีภพรับว่าใช่ ราอิลสะดุดหูกับชื่อนี้ พริริสากระวนกระวายใจอย่างมาก

    ท่านพ่อมาได้อย่างไร ตัดสินใจส่งข้อความหาธีภพบอกตนปวดท้องขอตัวกลับก่อน ธีภพกำลังคุยกับราอิลอยู่ ได้รับข้อความจากพริริสาก็ไม่สงสัยอะไร แต่ราอิลยิ่งเอะใจ

    เย็นวันนั้นธีภพกลับเข้าบ้านพร้อมธเนศ วิวรรณรีบถามเรื่องสร้อยที่ถูกประมูลไปตั้งสองล้าน ใครกันที่ประมูล ธีภพบอกชื่อพีรดา วิวรรณชะงักถามธเนศจะใช่พีรดาคนนั้นหรือไม่

    ธีภพสงสัยพีรดาเป็นใคร ธเนศยกให้วิวรรณเป็นคนเล่า เพราะผู้หญิงกับผู้หญิงรู้ลึกรู้จริง วิวรรณค้อนสามีที่แอบเหน็บ...วิวรรณทำขนมคุกกี้ไปเล่าให้ธีภพฟังไป

    “เรื่องมันก็สิบกว่าปีมาแล้วล่ะ ตอนนั้นเขาพูดกันให้ทั่วว่าคุณคณินมีความสัมพันธ์กับเลขาตัวเองที่ชื่อพีรดา จนคุณคณินแต่งงานกับคุณกานดา ถึงมารู้ทีหลังว่าพีรดาท้องคลอดลูกเป็นหญิง แต่ก็เหมือนจะตกลงกันได้นะ สองแม่ลูกนั่นก็ไม่ได้ติดต่อกลับมาอีก”

    “คุณแม่นี่รู้ลึกรู้จริงอย่างคุณพ่อว่าเลยนะครับ ถ้ายังงั้นอาคณินก็มีลูกสาวอีกคนสิครับ”

    วิวรรณตอบว่าใช่ น่าสงสารที่เด็กคนนั้นไม่เคยเห็นหน้าพ่อ ธีภพโผกอดแม่อ้อนๆทำนองดีใจที่ตนไม่มีเรื่องน่าสงสารแบบนั้น วิวรรณจึงบอกถ้ารู้ว่าตัวโชคดีก็รักแม่ไว้ให้มากๆ...แล้วถามกลับว่าพีรดาที่ประมูลของได้ใช่คนเดียวกันหรือเปล่า ธีภพส่ายหน้า เธอเสียดายอดเอาไปเล่าต่อ

    ด้านราอิลเดินทางกลับถึงไทรจีส ถามอาการพีรดาจากคามิน เขาตอบว่าอาการดีขึ้นมาก แต่สายตายังถูกแสงจ้าไม่ได้ ราอิลสบายใจขึ้นถามถึงพริริสาอีกคนว่าไม่ได้อยู่อเมริกาอย่างที่บอกใช่ไหม คามินแปลกใจที่พ่อรู้

    ราอิลยอมรับว่าเจอพริริสาที่กรุงเทพฯ ที่ร้านอาหาร ราอิลเห็นพริริสาตั้งแต่เดินเข้ามาทางกระจก ร้อนใจอยู่เหมือนกันว่าคิดจะทำอะไร คามินอาสาไปจัดการให้แต่ไม่อยากให้แม่รู้ ราอิลจึงบอกว่าไม่ต้องบอก แต่ด้วยความเป็นห่วงพีรดา คามินจึงให้ไคซัจไปลำพังแล้วคอยรายงานกลับมา

    ooooooo

    พักเที่ยงวันนั้นพวกโรซี่เห็นพริริสางทานข้าวไข่เจียว จึงสั่งส้มตำถาดมาให้ลอง เป็นครั้งแรกที่เธอทานเผลอร้องออกมาว่า “แซ่บอะ...อาหารไทย อร่อยที่สุดในโลกจริงๆ”

    ทุกคนไม่ได้ฉุกคิด ทันใดธีภพถือจานอาหารมาขอร่วมโต๊ะด้วย พริริสากำลังซู้ดความแซ่บอย่างอร่อย ธีภพเหน็บ “คุณนี่เก่งนะ...”

    “ใครๆก็พูดแบบนี้ทั้งนั้นล่ะค่ะ”

    “เมื่อวานปวดท้อง วันนี้กินส้มตำยำแซ่บได้”

    พริริสาถึงกับสำลักหน้าแดง ธีภพเตือนให้ใจเย็น ส่งแก้วน้ำให้พร้อมลูบหลัง...กรนันท์ไปหาธีภพที่ห้องทำงานไม่เจอก็รู้ว่าคงลงมาที่โรงอาหารจึงตามมา เห็นภาพตำตาก็ปรี๊ด พริริสาขอตัวไปห้องน้ำ เช็ดหน้าตาที่หน้ากระจก กรนันท์ตามเข้ามาสีหน้าเอาเรื่องถากถาง

    “พี่ภพเขาเป็นคนใจดี ไม่ถือตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าแกจะได้ใจไปตีเสมอเทียบชั้นเขาได้หรอกนะ หัดเจียมกะลาหัวไว้ซะบ้าง”

    “แต่ฉันว่าคุณภพเขาไม่ได้คิดแบบคุณนะคะ...”

    “พี่ภพเขาก็มีจิตเมตตาคนทั่วไป โดยเฉพาะกับพวกคนทำงานระดับต่ำ ที่เขาเสวนาพูดจาด้วยก็เพื่อเอาไว้ใช้งาน ไม่ได้สนใจเป็นการส่วนตัว” กรนันท์จงใจด่ากระทบ

    พริริสาเยาะกลับ “ต่อให้ฉันกับคุณภพอยู่คนละชั้นอย่างที่คุณพูด มันก็ไม่เป็นอุปสรรคเท่าไหร่หรอกค่ะ ถ้าฉันต้องการให้คุณภพมาสนใจฉันจริงๆ...”

    “ฉันจะพยายามไม่ลดตัวลงไปต่อปากกับแกนะ แต่ถ้าคุณแม่ฉันรู้ว่าแกอวดดีฉอดๆกับฉันแบบนี้ล่ะก็ ฉันไม่รับรองนะว่าคุณแม่จะมาจัดการกับแกยังไง” กรนันท์ขู่มั่นใจว่าตนแน่

    “ถ้างั้นก็ฝากไปบอกคุณกานดาด้วยนะคะว่าฉันจะรอ...”

    กรนันท์เต้นเร่าๆ พอดีชนิตา บุษกรเข้ามาตาม กรนันท์เข่นเขี้ยวก่อนจะสะบัดหน้าออกไป บุษกรรีบถามมีเรื่องอะไรไหม พริริสานิ่งไม่ตอบ

    พอกานดาฟังกรนันท์ตีไข่ใส่สีแรงขึ้นก็ปรี๊ดแตก จะไปจัดการพริริสาให้...ตกเย็น กานดามาที่หน้าห้องคณินถามหาพริริสา ศจีใจหายบอกเอาเอกสารเข้าไปให้คณินเซ็น...กานดาพุ่งเข้าไปทันที พริริสาเห็นกานดามาก็จะถอยออก กานดาเข้าไปจ้องหน้าถาม

    “ลูกสาวฉันบอกว่า เธอท้าให้ฉันมาจัดการเธอ...”

    พริริสาตอบเสียงราบเรียบว่าไม่ได้ท้า กานดาหาว่าเจอคนจริงเข้าก็กลัวกลับคำปากคอสั่น พริริสาปฏิเสธทุกคำกล่าวหา กานดาตวาดว่าโกหก คณินปรามให้พอ พริริสายืนยันว่าไม่ได้ท้า แค่พูดว่า ฝากไปบอกว่าตนจะรอ แบบนี้ไม่ได้เรียกว่าท้า คณินลุกมาขวางติงเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้วให้พริริสาออกไป ก่อนจะตำหนิภรรยาว่าทำแบบนี้จะถูกหาว่าผู้ใหญ่รังแกเด็ก กานดาไม่พอใจ

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ไคซัจเดินทางมาถึงเมืองไทย โทร.กลับไปรายงานคามินว่าทราบแล้วพริริสาอยู่ที่ไหน คามินให้เอาตัวเธอกลับไทรจีสให้ได้ ไคซัจรับคำแล้วสั่งคนขับรถให้พาไปสถานทูต

    โรซี่ บุษกรและชนิตาตั้งวงเม้าท์เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ศจีเข้ามาขัดให้เลิกเม้าท์แล้วถามว่าพริริสามาทำงานหรือยัง ทุกคนส่ายหน้า ศจีเหน็บจับกลุ่มเม้าท์ไม่ดูอะไรเลย ช้างเดินผ่านก็ไม่มีวันรู้

    ด้านพริริสาถ่ายเอกสารไปดูข่าวทางมือถือไป เป็นข่าวงานประมูลเห็นธีภพก็เบ้ปากบ่น จะรู้ตัวไหมว่าทำคนอื่นเดือดร้อน พลันเหลือบไปเห็นมีเอกสารหล่นอยู่ใต้เครื่องแผ่นหนึ่งจึงหยิบมาอ่าน เป็นจดหมายยกเลิกการสั่งของจากบูรพเกียรติ ก็รีบพับเก็บใส่กระเป๋าไว้ เสียงธีภพเรียกเธอสะดุ้งเฮือก หมุนตัวมาชนกับเขาพอดี รีบขอโทษแล้วถอยออก ถามจะให้ทำอะไร ตนมีงานค้างมากมาย เขาถามโพล่งขึ้นว่า “คุณเป็นใคร...”

    พริริสาอึ้ง “ไม่สบายรึเปล่าคะ ฉันก็เป็นผู้ช่วยเลขาคุณคณินไงคะ คุณจำไม่ได้เหรอคะ”

    “คุณรู้ว่าผมหมายความว่ายังไงนะริสา ตอบมาตรงๆดีกว่า”

    พริริสาปัดไม่เข้าใจ แล้วขอตัวไปทำงาน ทันใดมือถือดังขึ้น ธีภพมองอย่างสงสัย...ก่อนหน้านั้น ไคซัจไปที่สถานทูตไทรจีส เจอมิรากำลังสอบถามว่ามีใครเก็บพาสปอร์ตตนได้แล้วมาฝากคืนบ้าง พอเห็นหน้าไคซัจก็ตกใจถามรู้ได้อย่างไรว่าตนอยู่ที่นี่ ไคซัจตอบว่าไม่มีอะไรเล็ดลอดสายตาคามินไปได้ ไคซัจให้เชิญพริริสามาพบที่นี่ด้วย ตนจะให้รถไปรับที่บูรพเกียรติ มิราตาโพลง โทร.บอกพริริสาทันที แปลกใจทำไมไม่รับสายเสียที

    พักใหญ่กว่าพริริสาจะเดินพ้นสายตาธีภพออกมาหาที่หลบรับสาย พอรู้เรื่องจากมิราก็ตกใจจะรีบไปรอที่หน้าตึก ธีภพเดินมาถามเธอจะไปไหน พริริสาหาข้ออ้างเพื่อเลี่ยงหนี กว่าจะได้ลงมาที่ลานจอดรถ มองซ้ายมองขวาไม่มีใครก็ตรงลิ่วไปที่รถของสถานทูต

    พอมาถึงสถานทูต รู้ว่าไคซัจมารับให้กลับก็ปฏิเสธไม่กลับ ไคซัจว่าคิดไว้แล้วจึงเปิดวีดิโอคอลในห้องประชุมให้คุยกันเอง ภาพคามินปรากฏขึ้น “คิดไว้แล้วเชียวว่าเราจะต้องไม่ยอมกลับง่ายๆใช่ไหมริสา เธอก็ด้วยมิรากลับมาเราคงต้องชำระความกันที่รู้เห็นเป็นใจกับริสา...หมดเวลาเที่ยวเล่นแล้ว น้องต้องรีบกลับมาก่อนที่ท่านแม่จะรู้ว่าเราโกหก”

    “ริสาจะไม่กลับจนกว่าความตั้งใจของริสาจะสำเร็จ ใครก็ห้ามริสาไม่ได้” แม้คามินจะบอกว่าเป็นคำสั่ง เธอก็ไม่ยอม “จะให้ริสากลับไปโดยที่คนพวกนั้นอยู่กันอย่างมีความสุข ไม่ต้องรับผลกรรมใดๆเลยเหรอพี่คามิน คนพวกนั้นทำร้ายแม่ ทำร้ายริสาจนแทบเอาชีวิตไม่รอด”

    “แต่สิ่งที่ริสาจะทำมันผิด คิดให้ดีๆสิ สิ่งที่ริสากำลังจะทำมันอาจจะย้อนมาทำร้ายตัวเราเองก็ได้”

    “งั้นพี่คามินก็ปกป้องริสาสิ ใครกันที่เคยสัญญาว่าจะเป็นคนปกป้องริสา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะไม่ทิ้งน้องสาวคนนี้”

    คามินอึ้งเมื่อโดนทวงสัญญา คิดถึงวัยเด็ก ที่พริริสาช่วยตนไว้จากการถูกงูกัดจนตัวเองโดนแทน โชคดีที่คามินบอกหมอถูกว่าเป็นงูอะไร จึงได้รับการรักษา ทันท่วงที คามินจึงสัญญาจะดูแลน้องสาวคนนี้ไม่ให้ได้รับอันตรายอีก...พริริสาทวงถามถ้าไม่คิดจริงจังกับคำสัญญาตอนเด็กก็ช่าง มิราช่วยเสริม เรื่องบางเรื่องคนพูดอาจจะทำไม่ได้ แต่คนฟังดันไม่ยอมลืมเอง

    คามินโดนกดดันจำต้องตามใจน้องสาว อยากทำอะไรก็ทำแต่ตนจะต้องรู้ทุกอย่าง และไคซัจต้องอยู่ดูแลที่นั่น มิราพยักพเยิดให้พริริสายอมไปก่อน

    หลังจากนั้นไคซัจจะขับรถไปส่งพริริสาที่บริษัท แต่เธอห้ามไว้เกรงคนอื่นจะเห็น มิราจึงบอกให้ไคซัจอยู่ช่วยเคลียร์เรื่องพาสปอร์ตตนก่อน

    ooooooo

    หน้าสถานทูตไทรจีส พริริสายืนมองหารถจะกลับ ทันใดต้องตกใจเมื่อรถธีภพแล่นมาจอดตรงหน้า เขารู้ได้อย่างไร...เขาลดกระจกลง ถามญาติที่ไม่สบายเป็นอย่างไรบ้าง

    พริริสานั่งหน้าตึงกอดอกอยู่ในร้านอาหารกับธีภพ เขาถามย้ำ “นี่คุณยังไม่บอกผมเลยนะว่าญาติคุณไม่สบาย ทำไมไม่ไปโรงพยาบาล แต่ไปที่สถานทูตไทรจีส...”

    พริริสาว่าถามแค่นี้ไม่เห็นต้องมาร้านอาหาร เขาอ้างว่าหิวแล้วยังรอฟังคำตอบ พริริสาโกหกว่าญาติตนทำงานที่นั่น ปวดท้องมากแต่พอตนไปถึงอาการดีขึ้น เลยไม่ต้องไปโรงพยาบาล

    “คุณรู้ไหมคนปกติจะกะพริบตาหกถึงแปดครั้งต่อนาที แต่คนที่รู้สึกกดดัน เช่นคนที่กำลังโกหกจะกะพริบตาบ่อยมากเหมือนคุณตอนนี้เลย”

    พริริสาเบิ่งตาโตบอกไม่ได้โกหก ญาติตนเพิ่งเข้าทำงานเป็นลูกจ้างทั่วไปที่นั่น ธีภพดักคอ คนโกหกเวลาพูดหน้าจะกระตุก เหงื่อจะเริ่มออก พริริสาเผลอจับหน้าตัวเองไม่มีเหงื่อก็รู้ว่าถูกหลอก โวยจะหาว่าตนโกหกให้ได้ใช่ไหม เขาว่าเหตุผลเธอฟังแล้วไม่มีตรรกะเลยสักนิด

    “คุณก็อย่าเอาตรรกะของตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลสิ ถ้าคุณไม่เชื่อ พรุ่งนี้ฉันจะพาคุณไปหาญาติฉันที่นั่นก็ได้”

    ธีภพรับคำ พริริสาหน้าเจื่อน จับช้อนมือสั่น ธีภพทัก เธอรอฟังจะจับผิดอะไรอีก เขาแกล้งยั่วว่ามือสั่นเพราะหิวใช่ไหม ให้ทานเสีย พลันพนักงานร้านเข้ามาขอถ่ายภาพลูกค้า พริริสาปฏิเสธแต่ธีภพตกลง แล้วเต๊ะท่ายิ้มแย้มใกล้ชิดเธอ

    บังเอิญกรนันท์เดินเข้ามากับเพื่อน ปรางถามไปกินรังแตนที่ไหนมา หงุดหงิดข้ามวันข้ามคืนจนกินอะไรไม่ลง แล้วแย็บว่า อาการแบบนี้มีเรื่องกับว่าที่คู่หมั้นแน่ มีแฟนหล่อแทนที่จะดี๊ด๊ามีความสุข แล้วปรางก็เหลือบไปเห็นธีภพนั่งใกล้ชิดสาว จึงชี้บอกกรนันท์ เธอแทบปรี่ใส่ปรางรั้งไว้ ทำอะไรในที่สาธารณะระวังจะโดนถ่ายคลิปแฉ กรนันท์จึงชะงัก

    พนักงานเอารูปโพลารอยด์ภาพคู่ธีภพกับพริริสาไปแปะที่บอร์ดร่วมกับลูกค้าอื่นๆ กรนันท์เดินเข้ามาดึงรูปนั้นออกด้วยความเคียดแค้น...

    มิราจับไคซัจเปลี่ยนการแต่งตัวให้เหมือนพนักงานสถานทูต และส่งกระดาษให้ท่องประวัติของพริริสาเผื่อมีใครมาถาม ไคซัจงงทำไมต้องลึกลับ ไม่ทันไรเจ้าหน้าที่มาบอกมิราว่ามีคนติดต่อเข้ามาว่าพบพาสปอร์ตเธอ ให้เบอร์ติดต่อไว้ มิราดีใจรีบโทร.ติดต่อนัดหมาย

    พอมิรามารอในห้างตามนัด อธิรุธเข้ามาสะกิดแหย่ เธอจะเดินหนี เขาร้องถามไม่เอาของคืนหรือ เธอหันขวับมาจ้องทำนองอย่าบอกนะว่าเป็นคนเอาไป อธิรุธโกหกว่าวันก่อนจำไม่ได้จริงๆ แต่ตอนนี้นึกออกแล้วจึงตั้งใจเอามาคืน แต่ก่อนอื่นเปิดรูปพริริสาให้ดูถามรู้จักไหม

    มิราเก็บอาการบอกไม่รู้จัก...อธิรุธหลงเชื่อมาหาธีภพที่ห้องทำงาน เล่าว่ามิราไม่รู้จักพริริสาและมีพนักงานปวดท้องจริง แสดงว่าพริริสาไม่ได้โกหก

    แต่ธีภพว่าพริริสายังโกหกอยู่ดี เธอเคยบอกว่าไม่รู้จักประเทศไทรจีส ทั้งๆที่มีญาติทำงานอยู่ที่นั่น อธิรุธไม่เข้าใจว่าเธอจะโกหกทำไม ธีภพไม่หยุดสงสัยง่ายๆ

    ในขณะที่พริริสาถือแฟ้มเอกสารมาวางที่โต๊ะคณินในห้อง หันกลับมาเจอกรนันท์ยืนกอดอกโยนซองเอกสารให้ เธอเปิดดูเป็นเอกสารการลาออก จึงบอกว่าเข้าใจผิดหรือเปล่าตนเพิ่งเข้ามาทำงานไม่นาน ไม่คิดจะลาออก กรนันท์ขู่จะลาออกหรือให้ถูกไล่ออก พริริสายิ้มยั่วถามเหตุผลที่ให้ออก กรนันท์โยนรูปถ่ายโพลารอยด์ใส่หน้า บอกเหตุผลที่ไม่เจียมตัวคิดจับผู้บริหาร

    “เหตุผลสิ้นคิด ฉันไม่เคยทำอะไรอย่างที่คุณว่า”

    “งั้นก็ลาออกไปซะ ถ้าไม่อยากหมดอนาคตเพราะมีประวัติถูกไล่ออก ฐานะอย่างเธอคงลำบาก ถ้าหางานที่ไหนไม่ได้อีกเลย หรืออยากจะลอง”

    “นิสัยดูถูกคน ใช้อำนาจบาตรใหญ่มันถ่ายทอดกันได้ทางดีเอ็นเอจริงๆ”

    กรนันท์โวยที่กล้าด่าถึงพ่อแม่ พริริสาไม่อยากเถียงต่อถ้าจะพูดเรื่องไร้สาระขอออกไปทำงานต่อ กรนันท์กระชากพริริสาหันกลับมา “ขอบอกไว้เลยนะ ถ้าน้ำหน้าอย่างแกกล้าคิดจะจับพี่ภพจริงๆล่ะก็ แกมันก็เป็นได้แค่ทางผ่าน ที่เขาไม่คิดอยากจะย้อนกลับไปเอาอีกเท่านั้นล่ะ”

    “แต่ฉันก็เห็นมาเยอะนะคะพวกทางผ่านเนี่ย บางทีก็แจ็กพอตกลายเป็นทางหลวงทางหลักขึ้นมาได้เหมือนกัน”

    กรนันท์เห็นดวงตาพริริสาแข็งกร้าวยิ่งทนไม่ได้ ตวาดอย่าฝันว่าจะมีวันนั้นแล้วเงื้อมือตบหน้าเธออย่างแรง พริริสาอึ้งไม่คิดว่าจะโดนทำร้าย กรนันท์กระชากพริริสาเข้ามาจะตบอีก เธอจึงสวนกลับอย่างไม่เกรงกลัว เผอิญคณิน กานดา จินตนาและศจีเข้ามาเห็นพอดี ทุกคนตกตะลึงจินตนากราดเกรี้ยวกล้าดีอย่างไรมาตบหน้าหลานตน กานดาโวยให้คณินไล่พริริสาออก จะยืนเฉยทำไม เขาเห็นแก้มพริริสาแดงก็รู้ว่าโดนกระทำก่อน แต่ด้วยความรักลูกจึงมองอย่างตำหนิ พริริสาทั้งน้อยใจและเจ็บใจกับสายตาของผู้เป็นพ่อ

    ooooooo

    ธีภพเดินมาส่งอธิรุธที่หน้าห้อง ย้ำให้ช่วยสืบเรื่องพริริสาต่อด้วย อธิรุธดักคอที่สืบเพราะอยากจะจับผิดพริริสาหรืออยากจะอย่างอื่นกันแน่ ธีภพเอ็ดพูดอะไรให้ดีๆ พลันเห็นพนักงานชุมนุมอะไรกัน สองหนุ่มจึงเข้าไปดู

    โรซี่ บุษกร ชนิตาและเพื่อนพนักงานกำลังฟังศจีเล่าเรื่องที่เห็นพริริสาตบหน้ากรนันท์ ทุกคนไม่อยากเชื่อ ขนาดศจีเองโดนกดขี่ข่มเหงสารพัดยังไม่กล้า ศจียืดอกว่าตนมีความอดทนสูง

    “แต่อย่างริสาก็ไม่น่าเป็นคนความอดทนต่ำเลยนะ มันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรแน่”โรซี่ไม่อยากเชื่อ บุษกรสงสัยหรือจะเป็นศึกชิง...

    ธีภพเดินเข้ามาเสียก่อน สามสาวชะงัก ธีภพบอกอธิรุธให้กลับไปก่อนตัวเขาเดินไปยังห้องคณิน แต่อธิรุธอยากรู้ถามโรซี่ว่าศึกชิงอะไร โรซี่ทำหน้าแหยๆไม่กล้าพูด

    ในห้องทำงานคณิน กรนันท์ฟ้องว่าแค่เตือนพริริสาอย่าหวังสูงกับธีภพ แล้วให้ลาออกไปเสีย เธอก็ทำร้ายตนเลย จินตนาโวยให้เรียกตำรวจมาลากคอ พริริสานึกเยาะคนบ้านนี้ที่ไม่สนใจจะถามความจริงกันบ้าง คณินบอกแม่ไม่ต้องทำขนาดนั้น กานดาหาว่าเขาให้ท้ายพริริสา

    “กานดา ถ้าคุณจะใช้สติสักนิดคุณก็จะรู้ว่า ถ้าทำเรื่องเด็กทะเลาะกันให้เป็นเรื่องใหญ่ มันจะเป็นยังไง”

    กานดาและจินตนาพากันสะอึก จินตนาจึงบอกไม่ต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่แต่ต้องทำให้เด็ดขาด ให้เป็นเยี่ยงอย่างว่าใครจะมาทำร้ายตบตีหลานสาวคนเดียวของบูรพเกียรติง่ายๆไม่ได้ กานดาเห็นด้วย พริริสานิ่งมองคณินที่โดนกดดันจนต้องยื่นแบบฟอร์มลาออกให้เธอเซ็นแล้วบอกพรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงานอีก พริริสาผิดหวัง ถามจะฟังความข้างเดียวโดยไม่ถามตนบ้างหรือ

    “ไม่จำเป็น เพราะไม่ว่าจะสาเหตุอะไร เธอทำร้ายลูกสาวฉัน มันก็ผิดอยู่ดี”

    พริริสาพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกผิดหวังน้อยใจไว้แทบไม่อยู่ ที่พ่อไม่คิดจะถามว่าตนโดนทำร้ายก่อนหรือเปล่าก็ตัดสินให้ลาออกเลย ความน้อยใจแล่นเข้าจับขั้วหัวใจรับแบบฟอร์มเดินออกจากห้อง สวนกับธีภพก็ไม่คิดจะมองหน้า ธีภพรีบถามคณินว่าเกิดอะไรขึ้น คณินตอบไม่มีอะไรแค่คนลาออก กรนันท์แทรกทำไมจะไม่มีอะไร กานดารั้งไว้ให้เงียบ ธีภพเห็นรูปที่ถ่ายคู่กับ
    พริริสาในร้านอาหารบนโต๊ะคณิน ก็พอจะเข้าใจแล้วว่าเพราะตนเป็นต้นเหตุ

    พริริสายื่นใบลาออกฝากบุษกรให้ศจี โรซี่และบุษกรพากันเศร้าแต่ไม่กล้าพูดอะไรมาก บุษกรเดินออกมาส่งที่หน้าลิฟต์ ทันใดจินตนากับกานดาตามมาเรียกไว้ กานดาบอกบุษกรถ้าไม่อยากตกงานรีบกลับไปทำงาน บุษกรหน้าเสียจ้ำอ้าวออกไป จินตนาปรี่เข้าตบหน้าพริริสาทันที

    “นี่สำหรับสิ่งที่แกทำกับหลานสาวคนเดียวของฉัน”

    กานดายิ้มเยาะ พริริสาจ้องผู้เป็นย่าอย่างเจ็บปวดใจ “คุณหญิงแน่ใจเหรอคะว่า คุณหญิงมีหลานสาวแค่คนเดียว”

    ทั้งสองชะงักกับสิ่งที่พริริสาพูด จินตนาตอกกลับ ตนจะมีหลานกี่คนก็ไม่เกี่ยวกับเธอ และถึงมีบูรพเกียรติก็ไม่นับญาติ กานดาไล่ให้พริริสาออกไปแล้วอย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีก พริริสาทั้งเจ็บใจเสียใจแต่ไม่ยอมร้องไห้ออกมาเด็ดขาด

    พริริสามาที่บ้านเช่าสมัยเด็ก มองมือถือที่มีมิสคอลจากมิราหลายสายแต่ไม่มีอารมณ์จะโทร.กลับ ยังอยู่ในอารมณ์เสียใจสุดๆที่คณินไม่คิดจะฟังเหตุผลสักนิดแถมจินตนาผู้เป็นย่ายืนยันว่ามีหลานเพียงคนเดียว น้ำตาพริริสาไหลริน ความเข้มแข็งมลายลง มีเพียงคนเดียวที่อยากคุยด้วยเวลาทุกข์ใจ...คือแม่

    พีรดาดีใจมากที่พริริสาโทร.มา พริริสาคุมเสียงไม่ให้สั่นเครือถามไถ่อาการแม่ พีรดาบอกว่า

    “แม่ไม่เป็นอะไรแล้ว มีหมอ มีคามิน มีท่านพ่อคอยดูแล แล้วเราล่ะเมื่อไหร่จะกลับสักทีอย่าบอกนะว่าเที่ยวเพลินจนลืมแม่แล้ว”

    “ริสาไม่มีทางลืมแม่ได้หรอกค่ะ เพราะในโลกนี้มีแม่คนเดียวที่รักริสามากที่สุด”

    พีรดารับรู้ถึงน้ำเสียงเศร้าๆของลูกสาว ถามมีอะไรไม่สบายใจ พริริสาปาดน้ำตาแม่รู้ได้อย่างไรบอกตนไม่ได้เป็นอะไร พีรดาว่าพริริสาเป็นลูกมีหรือที่คนเป็นแม่จะไม่รู้

    “ถ้าไม่เป็นอะไรก็ดี แม่รู้ว่าลูกแม่เป็นคนที่มีหัวใจแกร่งไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆจริงไหม”

    “ค่ะ ริสาจะไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ”

    พีรดาถามเมื่อไหร่จะกลับ พริริสาตอบจนกว่าสิ่งที่ต้องการทำจะสำเร็จถึงจะกลับ พีรดาสะดุดหูกับคำพูดของลูก พริริสารีบตัดบทบอกเพื่อนเรียกให้ไปช่วยดูชุดเจ้าสาวขอวางสายก่อน พอวางสายแล้วพริริสารู้สึกผิดที่ต้องโกหกแม่ แต่ตนจะต้องอยู่ที่นี่จนกว่าจะได้เห็นคนพวกนั้นรับกรรมที่ก่อไว้บ้าง พวกบูรพเกียรติจะต้องรู้ถึงความเจ็บปวดบ้าง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด
    24 ต.ค. 2564

    10:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 11:53 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์