นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เพลิงนรี

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ในห้างหรูแห่งหนึ่ง พริริสามาเดินเลือกซื้อหนังสือเกี่ยวกับการเป็นเลขานุการ เผอิญธีภพมาเลือกซื้อหนังสือเกี่ยวกับผู้บริหาร ทั้งสองเอื้อมมือมาหยิบหนังสือเล่มเดียวกัน ต่างชะงักมองหน้ากัน พริริสารีบซ่อนหนังสือที่เลือกแล้วไว้ข้างหลัง แต่ไม่พ้นสายตาเขาจึงยั่ว

    “ไหนว่ามีประสบการณ์เป็นผู้ช่วยเลขามาก่อนไงคุณ ทำไมต้องมาหาซื้อหนังสือเหมือนพวกมือใหม่แบบนี้ด้วย ตกลงที่คุณสัมภาษณ์ไปเป็นเรื่องโกหกหรือเปล่า”

    “ฉันซื้อไปอ่านเพิ่มเติมความรู้ต่างหาก คนเราก็ต้องรู้จักพัฒนาตัวเองสิคะ ถ้าคิดว่าเป็นน้ำเต็มแก้วแล้วจะก้าวหน้าได้ยังไง”

    ธีภพทำทีพยักพเยิดแกล้งจ้องหน้าชื่นชมว่าศจีโชคดีที่ได้ผู้ช่วยอย่างเธอ พริริสาถอยหนีไปชนชั้นหนังสือ ธีภพรีบดึงเธอมาเหมือนจะกอด เธอโวยจะทำอะไร ทันใดหนังสือหล่นลงมาเฉียดศีรษะ จึงรู้ว่าเขาดึงให้หลบไม่ได้เจตนาไม่ดี “เกือบหัวแบะแล้วไหมคุณ...”

    “เกินไปค่ะ หนังสือนะไม่ใช่ก้อนอิฐ”

    ขณะเดียวกัน กรนันท์ชวนคณินมาเลือกซื้อนาฬิกาที่อยากได้ พลันเห็นธีภพในร้านหนังสือเหมือนกอดสาวอยู่ จึงรีบเข้ามาในร้านร้องเรียกเขา แต่พอเข้ามาใกล้กลับเห็นเขายืนอยู่คนเดียว เธอถามเขาว่ามันเป็นใคร ธีภพ
    เองก็แปลกใจที่พริริสาหายไปแล้ว จึงทำหน้าไม่รู้เรื่อง

    “ก็เมื่อกี้เกรซเห็นพี่ภพยืนกอดกับ...มันต้องอยู่แถวนี้แน่” กรนันท์จะเดินหา คณินตามเข้ามา เธอจึงหยุดโวยวาย พริริสาซึ่งแอบอยู่ฉวยโอกาสหลบไปอีกด้าน

    กรนันท์ยังหงุดหงิดมานั่งในร้านกาแฟกับคณิน บ่นว่าตนเห็นธีภพอยู่กับผู้หญิงจริงๆ คณินปลอบอย่าหงุดหงิดไปเลย แล้วยื่นกล่องนาฬิกาที่เธออยากได้ให้ กรนันท์ดีใจโผกอดพ่อลืมความโกรธ...ภาพบาดใจไม่พ้นสายตาพริริสาซึ่งนั่งอยู่ในร้านเดียวกัน เธอคิดถึงอดีตตอนอยู่บ้านเช่ากับแม่ เธอวาดภาพครอบครัวแต่ไม่มีพ่อเพราะไม่แน่ใจว่าพ่อรักตนเหมือนที่แม่รักหรือเปล่า แม่กอดเธอด้วยความรักและสงสาร

    พริริสามองคณินกอดกรนันท์ นึกน้อยใจอิจฉาอย่างบอกไม่ถูก พอคณินกับกรนันท์เดินออกจากร้าน สวนกับมิราที่เดินเข้ามาพอดี มิราจำได้รีบก้มหน้าหลบ รู้สึกสงสารเพื่อนจับใจ

    “ริสา ฉันขอโทษ ฉันไม่น่านัดเจอที่ร้านนี้เลย”

    “ไม่เห็นเป็นไรนี่ ฉันมาที่นี่ก็เพื่อเจอกับทุกคนในบูรพเกียรติอยู่แล้ว จะเร็วหรือช้าก็ต้องได้เจอกัน”พริริสาสลัดความเศร้าทิ้งไป แววตาพร้อมจะทำตามแผนที่คิดไว้...

    กรนันท์กลับมาเล่าให้กานดากับจินตนาฟังว่าตนมั่นใจว่าเห็นพริริสาอยู่กับธีภพในร้านหนังสือ จินตนากับกานดาหวั่นใจว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย กรนันท์ไม่สนใจว่าเคยเกิดเรื่องอะไร แต่ตนจะไม่ยอมให้ใครแย่งธีภพไปแน่

    “ย่าก็ไม่ยอมเหมือนกัน ธีภพเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมเหมาะสมกับหลานย่าที่สุด เขาต้องเลือกเพชรอย่างเกรซ ไม่ใช่ก้อนกรวดริมทางที่ไหนก็ไม่รู้” จินตนาโอบกอดหลานรัก

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ พริริสาตื่นเต้นกับการทำงานวันแรก ไม่ทันมองว่าเดินสวนกับลูกน้องราห์มานที่หิ้วกระเป๋าออกไป เธอรีบจ้ำไปยังลิฟต์แต่ชนเข้ากับธีภพที่เดินมาพอดี เขาดึงเธอไว้ไม่ให้ล้ม ติงจะรีบร้อนไปไหน ยังไม่ถึงเวลางานเข้าสักหน่อย

    พริริสาถอยห่างบอกเช้านี้มีประชุมต้องรีบไปเตรียมเอกสาร ลูกน้องราห์มานยังจ้องมองพริริสาอย่างแปลกใจ ธีภพเห็นพวกนั้นจึงรีบหันกลับเดินออกไป

    ราห์มานได้รับรายงานจากลูกน้องจึงสั่งให้จับตามองว่าใช่เจ้าหญิงพริริสาจริงหรือไม่...ราห์มานมองเอกสารบนโต๊ะด้วยความแค้นเป็นภาพข่าวกษัตริย์ราอิลแต่งตั้งพริริสาเป็นราชกุมารี ภาพราอิลกับคามินติดต่อนักธุรกิจต่างชาติ...ตลอดระยะเวลา 17 ปี ราห์มานเฝ้าติดตามข่าวไทรจีส เพราะหลังจากการก่อกบฏ เขาถูกธเนศพ่อของธีภพยิงบาดเจ็บ ต้องซุ่มรักษาตัว...ราห์มานกำเข็มกลัดสัญลักษณ์ราชวงศ์ไทรจีส แววตาเคียดแค้นเข่นเขี้ยว อีกไม่นานเราจะได้พบกันอีกครั้ง

    ขณะเดียวกัน ราอิลเครียดกับข่าวจับอาวุธสงครามได้จากเรือประมง เขาเหลือบมองตราประทับสัญลักษณ์ราชวงศ์ที่แกะจากหินอย่างไม่สบายใจ คิดถึงราห์มานน้องชายที่ก่อการกบฏ...คามินเดินเข้ามา ราอิลรีบถามมีข่าวอะไรเพิ่มเติม

    “ไม่มีครับ บางทีอาจจะไม่ใช่พวกของท่านอาก็ได้ เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว”

    “17 ปีที่ราห์มานหายไป พ่อไม่รู้ว่าเขาไปกบดานที่ไหน แต่พ่อแน่ใจคนกระหายอำนาจอย่างราห์มาน ต่อให้นานแค่ไหนเขาก็รอได้ รอที่จะกลับมาทำทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ตนเองต้องการ”

    คามินจึงอาสาจะสืบเรื่องนี้ ราอิลฝากให้รับผิดชอบดูแลพีรดาและพริริสาด้วย...ในขณะที่พริริสาหอบแฟ้มเอกสารการประชุมมาจัดเรียงในห้องประชุม จนถึงหัวโต๊ะที่นั่งคณิน เธอวางแฟ้มที่จัดเตรียมพิเศษไว้ให้ จากนั้นก็ออกมาเตรียมกาแฟและของว่างที่ห้องชงกาแฟ โรซี่ บุษกรและชนิตาเข้ามาเป็นกำลังใจ ถามกาแฟชงเสร็จแล้วยัง พริริสาเปิดผ้าคลุมเครื่องชงกาแฟแบบสองหัวอย่างดีออก ทั้งสามตาโพลง บริษัทเรามีเครื่องแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ พริริสาเผลอบอกว่าตนสั่งมาเอง ชนิตาสวนเอางบที่ไหนจ่าย พริริสานึกได้แก้ตัวว่า ให้คนที่บ้านเอามายืมใช้ก่อน บุษกรแปลกใจที่บ้านเธอคงชอบกินกาแฟกันมาก พริริสายิ้มเจื่อนๆ โรซี่เปรย

    “ฉันว่าพี่ศจีคงหัวฟูไปเรียบร้อยแล้วล่ะ”

    “มีริสามาช่วยแล้วยังจะมีอะไรอีกเหรอ” บุษกรสงสัย

    “ลืมไปแล้วเหรอจ๊ะว่ามีผู้บริหารโผล่มาอีกคนแถมยังไม่ได้เลขา พี่ศจีเลยรับเละตามเคย”

    พริริสานิ่งฟังรู้ว่าคงหมายถึงธีภพ...เธอเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานหน้าห้องคณิน เห็นศจีกำลังหัวฟูจริงๆ จึงบอกว่าเอกสารกับของว่างเรียบร้อยหมดแล้ว มีอะไรให้ช่วยทำอีก

    “พอดีเลย ริสาเอาเอกสารพวกนี้ไปที่ห้องทำงานคุณธีภพทีนะ แล้วก็...อันนี้เป็นเอกสารจากสต๊อกที่

    คุณภพขอไป อย่าทำหายเชียวนะ เอกสารสำคัญ พี่จะไปเตรียมงานประชุมฝ่ายดีไซน์ต่อล่ะนะ พี่ล่ะอยากแยกร่างได้จริงๆ”

    พริริสารับคำหอบเอกสารทั้งหมดไปที่ห้องธีภพ พอวางแฟ้มบนโต๊ะก็มองซองน้ำตาลที่ว่าเป็นเอกสารสำคัญด้วยความอยากรู้ มองซ้ายมองขวาไม่มีใคร ตัดสินใจเปิดดู ธีภพเจอกับศจีเธอบอกว่าให้พริริสาเอาเอกสารไปวางให้แล้ว เขาจึงเดินมาที่ห้อง เห็นเธอกำลังเปิดเอกสารดูก็เฝ้ามองเงียบๆ เธอยังเปิดลิ้นชัก เปิดตู้เอกสารสำรวจอีก ทันใดเสียงกรนัน์ทักธีภพยืนทำอะไรหน้าห้อง พริริสาสะดุ้งยืนนิ่งเป็นครั้งแรกที่เผชิญหน้าน้องสาวต่างมารดา กรนันท์หันมาเห็นโวย

    “นี่...แกเป็นใคร แล้วมาทำอะไรที่โต๊ะพี่ภพ”

    ธีภพตอบแทนว่าพริริสาเป็นผู้ช่วยศจีมาทำงานวันแรก กรนันท์โวยมาทำงานวันแรกก็รื้อโต๊ะผู้บริหารแล้ว และด่าว่าสันดานขี้ขโมย พริริสาสวน “แค่เปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานก็กล่าวหาเป็นพวกมือไว เป็นหัวขโมย ไม่เป็นการใช้สมองตัดสินคนที่ง่ายและตื้นเกินไปเหรอคะ”

    กรนันท์ปรี๊ดจะพุ่งเข้าตบแต่ยั้งไว้เพราะธีภพมองอยู่ เขาชิงเอ่ยถามว่าเปิดลิ้นชักทำไม พริริสาแก้ตัวว่าศจีให้เอาเอกสารสำคัญมาให้ จึงหาเศษกระดาษเพื่อจะโน้ตบอก เธอยื่นซองน้ำตาลแก่เขา ธีภพจึงบอกว่าเมื่อสำรวจแล้วว่าโต๊ะทำงานขาดอะไรบ้าง ก็ช่วยไปเบิกฝ่ายธุรการให้ด้วย

    กรนันท์หมั่นไส้ หยิบกล่องเพชรที่ซื้อต่อจากเพื่อนมาจากแอฟริกาใต้ ออกมาอวดธีภพให้ช่วยคิดว่าจะทำเป็นแหวนหรือจี้ดี พริริสาปรายตามองเพชรก็รู้ทันทีว่าเป็นของปลอม กรนันท์เห็นพริริสามองก็เยาะเหยียด “มองอะไร คนอย่างเธอเกิดมาคงไม่เคยมีโอกาสได้เห็นของมีค่าราคาแพงแบบนี้สิท่า รู้ไหมว่าราคาเท่าไหร่ เงินเดือนเธอทั้งปีรวมกันยังไม่มีปัญญาซื้อได้เลย”

    “ค่ะ แต่ถึงมีปัญญาฉันก็ไม่ซื้อเพชรนั่นหรอกค่ะ เพราะฉันไม่มีวันเสียเงินไปกับของปลอมแน่ๆ”

    กรนันท์ถลึงตาไม่พอใจเหยียดว่าคนตาต่ำ กล้าดีอย่างไรมาว่าเพชรตนเป็นของปลอม ธีภพแปลกใจ

    ที่พริริสากล้าพูดแบบนั้น...พริริสาเดินสีหน้าสะใจออกจากห้อง ธีภพกับกรนันท์เอาเพชรนั้นมาให้เจ้าหน้าที่บริษัทตรวจสอบ ปรากฏว่าเป็นของปลอมจริงๆ กรนันท์ทั้งแค้นทั้งอายที่โดนเพื่อนหลอกขาย เดินปึงปังออกไป

    เจ้าหน้าที่บอกธีภพว่า

    “คุณเกรซท่าทางโกรธมากเลยนะคะ แต่เพชรนั่นถ้าไม่ใช่คนชำนาญจริงๆก็ดูไม่ออกหรอกค่ะว่าของปลอม”

    ธีภพยิ่งแปลกใจว่าทำไมพริริสาถึงดูออก...ขณะเดียวกัน คณินประชุมกับฝ่ายดีไซน์เรื่องเพชรจากไทรจีสที่มีคนเอามาเสนอขาย ศจีบอกว่าตรวจสอบแล้วเป็นเพชรมีคุณภาพดีมาก คณินพอใจสั่งให้ฝ่ายจัดซื้อจัดการได้ แล้วหันมาชมศจีว่าวันนี้จัดเอกสารการประชุมได้ดี ศจีรีบบอกว่าพริริสาผู้ช่วยตนเป็นคนทำ คณินชมว่าทำงานละเอียดและเป็นระเบียบดี ศจีโล่งใจ

    พริริสาเอาอุปกรณ์เครื่องเขียนที่ไปเบิกมาให้ธีภพ เขาถามเธอทันทีรู้ได้อย่างไรว่าเพชรนั่นเป็นของปลอม เธอตอบว่าศึกษามานิดหน่อยพอจะดูออกบ้าง พริริสานึกขอบคุณที่คามินเป็นคนสอนให้ดูเพชร โดยบอกว่าสินค้าส่งออกหลักของประเทศเราคือเพชร เธอเป็นเจ้าหญิงของประเทศถ้าแยกไม่ออกว่าอันไหนจริงอันไหนปลอม ขายหน้าเขาแย่...

    “ความจริงคุณเป็นผู้บริหารของบูรพเกียรติ บริษัทจิวเวลรี่ชื่อดังก็น่าจะดูออกนะคะ”

    “เรื่องดูเพชรจริงเพชรปลอมผมอาจจะไม่สู้ เพราะผมถือว่าเป็นมือใหม่จริงๆ แต่ถ้าเรื่องดูคน ผมว่าผมถนัดกว่า” ธีภพมองพริริสาด้วยสายตาจ้องจับผิดอย่างเปิดเผย หญิงสาวยิ้มสู้หวั่นๆ

    ooooooo

    กรนันท์เดินเข้ามาในห้องทำงานคณิน ปากล่องเพชรปลอมลงถังขยะต่อหน้า กานดากับจินตนานั่งอ่านนิตยสารเพลินๆสะดุ้ง เธอโวยวายว่าซื้อเพชรปลอมยังไม่เจ็บใจเท่าต้องขายหน้าผู้ช่วยศจี แล้วเล่าว่าพริริสาเห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บ คงหัวเราะเยาะตนสนุกไปแล้ว

    จินตนากับกานดาแปลกใจถามคณินว่ามีผู้ช่วยเลขาตั้งแต่เมื่อไหร่ คณินหงุดหงิดย้อนถามถ้ารับแม่บ้านใหม่ต้องบอกไหม กานดาค้อนขวับ จินตนาเอ็ดที่ถามเพราะจะช่วยดูว่ามีคุณสมบัติเพียงพอไหม คณินบอกแม่ไม่ต้องห่วง พริริสาทำงานดีมาก ทั้งจินตนาและกานดายิ่งอยากเห็นหน้า กรนันท์ถามจะอยากเห็นทำไมก็แค่คนธรรมดาๆ กานดาโพล่ง

    “เพราะแม่กับคุณย่าเคยพลาดท่าเสียทีให้คนที่เราคิดว่าธรรมดาๆมาแล้วไงล่ะจ๊ะ ก็เลยฝังใจไม่เคยลืมว่าอย่าประมาทอีก”

    คณินเคืองที่แขวะเรื่องอดีต ทำให้คิดถึงพีรดาอดีตเลขาที่ทำงานดีจนเป็นที่พอใจ และเขาก็หลงรัก...กลับถึงบ้าน กานดายังบ่นเรื่องอดีตที่ยังแทงใจจนทุกวันนี้ ตนกลัวว่าสองแม่ลูกนั่นจะกลับมา จินตนาว่าหายไปเป็นสิบปีคงไม่กลับมาแล้ว น่าจะลืมๆไปเสีย ดร.กฤษได้ยินหน่ายใจ

    “ถ้าพวกเขาจะกลับมาแล้วจะเป็นอะไร ยังไงซะเด็กคนนั้นก็มีเลือดของบูรพเกียรติอยู่”

    “ฝันไปเถอะว่าฉันจะยอมรับพวกมัน ฉันมีหลานคนเดียวก็คือยัยเกรซ ต่อให้มันกลับมาจริงๆฉันก็จะทำให้มันต้องระเห็จไปอีกรอบได้เหมือนกัน” จินตนาเข่นเขี้ยวดร.กฤษเซ็งเดินหนี

    ด้านพริริสาถือเอกสารเดินมาแผนกหนึ่ง ได้ยินเสียงคุยกันว่าใช่เจ้าหญิงหรือไม่ ก็ชะงักหันมอง อีกคนบอกว่าใช่เจ้าหญิงหนังเรื่องนี้เกี่ยวกับเจ้าหญิง พริริสาโล่งอก...ที่มุมหนึ่ง ธีภพพาอธิรุธแอบมองพฤติกรรมพริริสา อธิรุธเปรยว่าสวยน่ารัก ธีภพเคืองบอกให้มาช่วยจับผิดไม่ได้ให้มาวิจารณ์ อธิรุธบอกไม่เห็นเธอมีพิรุธอะไรเลย ดูตั้งอกตั้งใจทำงาน คิดมากไปเองหรือเปล่า

    “แต่ฉันเห็นเขาแอบเปิดดูเอกสารสำคัญ ส่อเจตนาไม่บริสุทธิ์ชัดๆ” อธิรุธติงว่าเป็นพวกระแวงเกินเหตุ “ตกลงนายมาช่วยฉันหรือมาเข้าข้างผู้หญิง...ยังไงฉันคงต้องจับตาดูเขาต่อไป”

    อธิรุธย้อนลืมตัวหรือเปล่าว่าเป็นผู้บริหารไม่ใช่ตำรวจเหมือนก่อน ว่าแล้วก็ขอไลน์พริริสาจากเขา ธีภพหมั่นไส้ไล่ให้กลับไปซื้อโจ๊กให้แม่ทูนหัวเลย อธิรุธเหน็บว่าแอบกั๊กไว้เอง...

    อธิรุธเดินเข้ามาในห้างแห่งหนึ่ง กิ๊กสาวโทร.เข้ามา เขาโกหกว่าประชุมงานอยู่ที่กอง พลันเหลือบไปเห็นเธอเดินอยู่ในห้างเดียวกันก็ตกใจรีบหลบเข้าไปในร้านเสื้อข้างหน้า เผอิญเธอเดินเข้ามาดูเสื้อ เขาต้องถอยหลบไปชนห้องลองเสื้อ เห็นประตูไม่ได้ล็อกจึงผลุนผลันเข้าไป

    มิรากำลังรวบเสื้อที่ลองเสร็จแล้วจะออกไปจ่ายเงิน พอเห็นผู้ชายผลุบเข้ามาก็ตกใจคิดว่าเป็นพวกโรคจิตก็ผลักเขาออกเอากระเป๋าฟาดใส่ เสื้อผ้าและกระเป๋าหล่นกระจาย พนักงานรีบมาช่วย อธิรุธพยายามอธิบายว่าไม่ได้ตั้งใจ คิดว่าไม่มีใครอยู่ในห้องลองเพราะไม่ได้ล็อก พนักงานตรวจสอบว่าเธอไม่ได้คล้องสายล็อกจริงๆ มิรานึกได้ว่าตนลืม แต่ยังโมโหโวยจะแจ้งความ

    “ผมก็จะแจ้งด้วย คุณมากัดผมทำร้ายร่างกายผมก่อน หลักฐานชัดเจน ส่วนเรื่องผมเป็นโรคจิต คุณมีหลักฐานรึเปล่า...เป็นพยานให้ผมด้วยนะครับ” อธิรุธหันไปบอกพนักงาน

    มิราฉุนสะบัดเสียงใส่จะไม่แจ้งความแล้วผลักเขาล้มไปชนราวล้มระเนระนาด ก่อนจะเดินออกไป อธิรุธเซ็งพยายามลุกออกจากกองเสื้อผ้า เจอกระเป๋าผ้าของมิราหล่นอยู่จึงเก็บมาเปิดดู เห็นพาสปอร์ตไทรจีสและบัตรเครดิตชื่อ มิรา เลห์ล่า ก็ยิ้มเยาะเมื่อรู้ว่าไม่ใช่คนไทย ป่านนี้คงหาให้ควั่ก ไม่ทันจะทำอะไรต่อ แม่ของเขาก็โทร.มาตามจึงรีบกลับออกไป

    มิราเดินหงุดหงิดออกมาหน้าห้าง เพิ่งนึกได้ว่า กระเป๋าหายก็ตกใจรีบกลับไปที่ร้านเสื้อ แต่ไม่พบ...กลับมาเตรียมอาหารเย็นให้พริริสา พริริสาแปลกใจทำไมมีแต่แซนด์วิช เธอจึงบ่นว่าวันนี้โชคร้ายทำกระเป๋าหาย เป็นเพราะไอ้โรคจิตนั่นคนเดียว แล้วเปลี่ยนเรื่อง “ช่างเถอะอย่าไปสนใจเลย ว่าแต่ไปทำงานวันแรกได้อะไรมาบ้างรึเปล่า”

    “ได้สิ อย่างน้อยฉันก็เริ่มเห็นปัญหาบางอย่างในบูรพเกียรติบ้างแล้ว” พริริสาเล่ารายละเอียดให้มิราฟัง...

    เย็นวันเดียวกัน ธีภพกลับมาคุยกับธเนศที่กำลังตัดแต่งต้นไม้เพลินๆ ว่าดูท่าคณินจะไม่ค่อยชอบใจที่ตนเข้าไปบริหารงาน ธเนศให้แง่คิด “ที่เขาไม่เต็มใจ เพราะเขายังไม่คิดว่าเราทำได้น่ะสิ มันก็ต้องพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเรามีความสามารถพอ...อย่าทำหน้าแบบนั้น จะอยู่ในสถานะไหน ตำรวจหรือนักธุรกิจ หน้าที่ความรับผิดชอบก็คือการทำภารกิจให้สำเร็จเหมือนกันจริงไหม พ่อเชื่อว่าเราทำได้” ธเนศเชื่อมั่นว่าลูกชายจะผ่านความยุ่งยากนี้ไปได้

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ บุษกร ชนิตาและโรซี่หิ้วของกินมาวางบนโต๊ะพริริสาชวนให้กินของเช้าด้วยกันแล้วถามเรื่องเมื่อวานที่เข้าออกห้องธีภพหลายรอบมีเรื่องอะไรกัน เจอกับกรนันท์ไหม พริริสาตอบว่าเจอแล้วเลียบเคียงถามมีอะไรหรือ โรซี่รีบบอกว่าให้ระวังตัวเพราะเจ้าของหวง

    ธีภพถือแฟ้มเดินเข้ามา “ใครเป็นเจ้าของใครเหรอครับ”

    โรซี่สำลักของที่กำลังกิน อีกสองสาวแตกฮือบอกพริริสาทานให้อร่อยพวกตนต้องรีบไปทำงาน โรซี่ ไอแค่กๆ

    เดินตาม ธีภพเปรย “ผมไม่รู้นะว่าสามคนนั้นพูดถึงใคร แต่ผมยังไม่มีเจ้าของ” พริริสาทำหน้าทำนองจะบอกทำไม ธีภพเปลี่ยนเรื่อง “ผมฝากเอกสารนี้ให้อาคณินด้วย”

    พริริสามองตามหลังธีภพที่เดินออกไปอย่างงงๆ แล้วเอาเอกสารพร้อมกาแฟชงตามสูตรที่ศจีบอกไว้

    มาให้คณินด้วย เป็นครั้งแรกที่คณินเห็นหน้าผู้ช่วยเลขาเต็มตา สายใยพ่อลูกทำให้เขาถูกชะตาเธออย่างบอกไม่ถูก ถามชื่อริสาใช่ไหม เธอรับคำ เขามองแฟ้มเอกสารที่เรียงเป็นหมวดหมู่ มีโพสต์อิทแปะแยกประเภทไว้ให้ แล้วชื่นชม

    “แฟ้มเอกสารพวกนี้เธอเป็นคนทำสินะ เธอทำงานได้ดีนะ แล้วหวังว่าจะทำงานดีแบบนี้ไปตลอด”

    พริริสาเป็นปลื้มที่ได้รับคำชมจากพ่อ วางเอกสารที่ธีภพฝากมาให้บนโต๊ะ คณินเห็นรอยแผลเป็นที่ข้อมือก็แปลกใจเอ่ยถาม เธอเหมือนถูกสะกิดความแค้นในอดีตพยายามข่มใจตอบ

    “อุบัติเหตุตอนเด็กน่ะค่ะ จากพวกคนใจร้าย”

    คณินสะดุดหูแต่ไม่คิดอะไรดูเอกสารที่ธีภพฝากมา พริริสามองผู้เป็นพ่อด้วยหัวใจโหยหา อีกใจรู้ว่าเขาไม่ต้องการตน เขาโหดร้ายกับตนและแม่มาก พลันเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น คณินจึงบอกให้เธอกลับไปทำงาน เธอหันหลังกลับบอกกับตัวเองว่าต้องไม่ลืมเป้าหมายที่มาที่นี่

    กานดาพากรนันท์มาหาธีภพที่ห้องทำงาน ทำทีถามไถ่ถึงงานที่ทำ กรนันท์ชวนให้เขาเลี้ยงข้าว กานดารีบหนุนให้ไปกันสองคน ด้วยมารยาททำให้ธีภพปฏิเสธไม่ได้ทั้งที่อึดอัดใจ กรนันท์เสียงอ่อนเสียงหวานจะพาไปทานที่ไหนก็ได้ ธีภพจึงพามาทานที่โรงอาหารของบริษัท

    ช่วงนั้นเป็นเวลาพักเที่ยง พริริสานั่งร่วมโต๊ะกับก๊วนสามสาว บุษกร ชนิตาและโรซี่ บุษกรถามพริริสาจะดื่มน้ำอะไร เธอเผลอบอกว่าเอาสปาร์คกิ้งไซเดอร์ ทุกคนทำหน้าเหวอ พริริสานึกได้รีบแก้ใหม่ว่ามะนาวโซดา

    กรนันท์หน้าหงิกเดินตามธีภพเข้ามา เขาบอกทานที่นี่จะได้ไม่ต้องขับรถออกไปให้เสียเวลา โรซี่หันมาเห็นตาโพลงเพราะร้อยวันพันปีกรนันท์แค่เฉียดมาแถวนี้ยังไม่เคย

    “นี่ล่ะนะเขาถึงว่าคนเรายอมทำได้ทุกอย่างเพื่อคนที่รัก” บุษกรทึ่ง

    พริริสามองตามเห็นกรนันท์เอาทิชชูเช็ดทั้งโต๊ะและเก้าอี้ด้วยท่าทางรังเกียจ เธอทำปากเบ้ใส่บ่นเบาๆ แล้วมาบอกว่าไม่มีเจ้าของ สามสาวหันมองว่าพริริสาบ่นอะไร เธอยิ้มๆตักของกิน...เสียงกรนันท์บ่นว่าถ้ารู้ว่าธีภพชอบมาทานที่นี่ ตนจะให้พ่อเปลี่ยนร้านในนี้ให้หมด เอาอาหารหรูๆอร่อยๆ ธีภพบอกว่าโรงอาหารเป็นของส่วนรวม ถ้าจะเปลี่ยนอะไรก็เพื่อพนักงานทุกคน แต่ของเดิมก็ดีอยู่แล้ว พูดจบธีภพตักข้าวกินตุ้ยๆ กรนันท์หันไปเห็นพริริสาก็เรียก “นี่...เธอ...เธอ...”

    พริริสามองแล้วหันกลับ กรนันท์เสียงดังขึ้น “เธอนั่นแหละ ยืนบื้ออยู่นั่น มานี่สิ”

    พริริสาบอกว่าตนชื่อริสา กรนันท์สวนไม่ได้ถาม “แต่ฉันอยากบอกค่ะ เพราะถ้าคุณเรียกนี่...นี่ แล้วฉันไม่หัน จะมาว่ากันไม่ได้นะคะ”

    “ฉันไม่ได้เรียกเธอให้มาต่อปากต่อคำกับฉัน ไปซื้อน้ำส้มมาให้ฉันซิ...”

    พริริสายืนมองนิ่ง สามสาวลุ้นจะเกิดอะไรขึ้น

    กรนันท์โวยไม่ได้ยินที่สั่งหรือ คนทั้งโรงอาหารมอง พริริสายังยืนนิ่ง ธีภพปรามจะไปเอาให้เอง ก็พอดีศจีเดินเข้ามาขัด บอกว่าสุริยะขอพบตอนบ่ายโมง แล้วหันไปชวนพริริสาไปช่วยเตรียมเอกสาร กรนันท์ฮึดฮัดไม่พอใจ

    ooooooo

    คณินอ่านเอกสารที่ธีภพส่งมาแล้วไม่ค่อยพอใจ เป็นแนวทางแก้ปัญหา ดร.กฤษอ่านแล้วเห็นว่าดี คณินถามตนต้องทำตามที่เด็กเสนอทุกอย่างหรือ

    “ก็ถ้าเราไม่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง ไม่ยอมรับฟังข้อเสนอของคนอื่นเพราะกลัวเสียหน้า เราก็คงผ่านวิกฤติไปไม่ได้หรอกนะคณิน ยอมรับความจริงเถอะว่าเราต้องพึ่งเขา”

    แต่พอเจอกับธีภพ คณินก็ยังทิฐิบอก “อาอ่านรายงานที่ธีเสนอมาแล้ว หลายอย่างคงทำได้ยากในเวลานี้”

    “เราเริ่มจากเรื่องทำได้ก่อนก็ได้ครับ อย่างเรื่องยอดขายที่ตกไปมาก กับการระบายสต๊อกที่ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร ผมอยากให้จัดการประมูลสินค้าพวกนั้น”

    “ไม่ได้! บูรพเกียรติเราเป็นบริษัทใหญ่ สินค้าทุกชิ้นมีคุณภาพ จะให้เอาของมีตำหนิออกมาขายก็เท่ากับทำให้เราเสียชื่อสิ ที่สำคัญคนจะมองบริษัทอายังไง ว่าตกอับถึงขนาดต้องขายของพวกนี้กินงั้นเหรอ วิธีนี้อาไม่เห็นด้วย” พูดจบคณินก็เดินเลี่ยงไป

    ธีภพถอนใจที่คณินไม่ให้ความร่วมมือ...พอดีคนของราห์มานถือกระเป๋าเดินออกมา มีพนักงานเดินตามมาส่ง ธีภพมองอย่างรู้สึกแปลกใจ ได้ยินพนักงานพูดว่า ผู้จัดการฝากบอกว่ายินดีรับซื้อเพชรจากไทรจีสอีกถ้ามีมาเพิ่ม พอคนพวกนั้นกลับไป ธีภพจึงถามว่าพวกนั้นเป็นใคร

    “เขาเอาเพชรจากไทรจีสมาขายให้กับเราค่ะ เพชรน้ำงามทุกเม็ดเลยนะคะ เขาขอรับค่าเพชรเป็นเงินสดอย่างเดียว ท่านประธานก็เลยให้เขามารับที่นี่ค่ะ”

    ธีภพพยักหน้ารับรู้...คนของราห์มานนำเงินมาให้ราห์มานพร้อมบอกว่าคนที่เหมือนเจ้าหญิงไม่น่าจะใช่ เพราะเป็นแค่พนักงานที่บริษัทนั่น ราห์มานยังแคลงใจสั่งให้สืบต่อไป

    ระหว่างนั้นพริริสาได้รับโทรศัพท์จากแผนกดีไซน์ขอสรุปเรื่องงบจากท่านประธานภายในวันพรุ่งนี้ ศจีหน้าตื่นเพราะลืมเอาเรื่องส่งให้ท่านประธานและวันนี้ก็ไม่เข้าบริษัทด้วย แถมตนยังมีจดหมายที่ต้องพิมพ์อีกมาก พริริสาเสนอจะเอาไปให้ท่านประธานเซ็นที่บ้าน

    ศจีไม่ทันคิดอะไรมาก ดีใจเขียนแผนที่มอบให้ทันที

    พริริสานั่งแท็กซี่มาถึงหน้าคฤหาสน์ บอกโชเฟอร์ให้จอดรอสักครู่ เธอลงมายืนมองหน้าบ้านด้วยความรู้สึกสะเทือนใจที่จะได้เหยียบเข้าไปในบูรพเกียรติ...ในห้องนั่งเล่น จินตนากับกานดาเอาโฉนดที่ดินที่มีคนมาเสนอขายให้ ดร.กฤษดู บอกแค่ 50 ล้านไม่แพงเลย ดร.กฤษมองอย่างปลงๆที่ไม่รู้สถานการณ์ครอบครัวบ้างเลย สาวใช้ เข้ามารายงานว่าผู้ช่วยเลขามาขอพบคณิน

    พริริสาถือแฟ้มเอกสารยืนรอในห้องโถง มองรูปครอบครัวที่วางประดับด้วยความรู้สึกปวดร้าว พยายามทำใจให้เข้มแข็ง กานดาและจินตนาเดินออกมาพร้อมคนรับใช้อย่างตั้งแง่เพราะไม่ถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น

    พริริสายกมือไหว้จินตนาตามมารยาท บอกตนเอาเอกสารมาให้คณิน กานดาแหว “แค่เอาเอกสารมาให้ ฝากคนใช้ที่หน้าประตูรั้วก็ได้มั้ง ไม่มีความจำเป็นที่เธอจะต้องเข้ามาถึงในบ้านฉันแบบนี้ ไม่มีใครบอกเรื่องมารยาทบ้างหรือไง”

    พริริสาเห็นสายตากานดาก็หวนคิดถึงวันที่โดนทำร้าย สายตาเธอจึงกร้าวขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว โต้ว่าตนเพิ่งทราบว่าบ้านหลังนี้เป็นเขตหวงห้าม กานดาเยาะว่าใช่ เพราะที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คนระดับอย่างเธอจะมาเดินเล่น

    “พนักงานระดับล่างอย่างดิฉันแค่กลัวเอกสารสำคัญจะไม่ถึงมือท่านประธานเท่านั้นล่ะค่ะ เลยอยากจะฝากให้คนที่คิดว่าจะมอบให้ถึงมือท่านประธานได้จริงๆ” พริริสาจงใจยื่นแฟ้มเอกสารให้กานดา เพื่อให้เห็นรอยแผลเป็นที่ข้อมือ

    กานดาไม่รับพยักหน้าให้สาวใช้เข้าไปรับ แต่พริริสาไม่ยอมให้ ระบุว่าต้องเป็นจินตนาหรือกานดาเท่านั้น จินตนาแว้ดใส่ “ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ฉันไม่คิดเลยว่าคณินจะไม่มีตาเลือกพนักงานไร้มารยาทอย่างเธอเข้ามาทำงาน พรุ่งนี้เตรียมหางานใหม่ได้เลย”

    “อย่าให้มันเป็นเรื่องใหญ่นักเลยคุณหญิง แค่พนักงานเอาเอกสารมาให้ก็จะไล่ออก ใครรู้เข้าเขาจะหาว่าผู้ใหญ่รังแกเด็ก” ดร.กฤษเดินเข้ามาติงแล้วหันมาบอกพริริสาว่าตนจะรับไว้เอง

    พริริสาเห็นผู้เป็นปู่ยิ้มอย่างเป็นมิตรก็ยอมอ่อนลง มอบแฟ้มเอกสารให้แล้วยกมือไหว้ลากลับ หันมาไหว้จินตนาแต่ไม่ไหว้กานดา ดร.กฤษรู้สึกถึงสายใยบางอย่างที่มีต่อพริริสาจึงเดินออกมาส่ง แล้วเตือนว่า “ฉันว่าหนูก็น่าจะรุ่นๆเดียวกับหลานของฉัน อย่าหาว่าคนแก่สอนเลยนะ เวลาอยู่กับผู้ใหญ่ หนูควรจะอ่อนน้อมเข้าไว้ มันจะน่าเอ็นดูกว่า”

    พริริสาย้อนถามแล้วถ้าเป็นสำหรับผู้ใหญ่ที่

    ไม่น่านับถือ...ดร.กฤษหัวเราะด้วยความเอ็นดูมากกว่าเห็นว่าเธอก้าวร้าว บอกให้คิดเสียว่าเขาเป็นญาติผู้ใหญ่ของเราอีกคนอย่าไปถือสา

    “หนูจะเก็บไปคิดดูค่ะ” พริริสายกมือไหว้ก่อนจะกลับออกไป

    จินตนากับกานดามองด้วยความไม่พอใจ ที่พริริสา แข็งกร้าวกับพวกตนแถมมองพวกตนด้วยสายตาเหมือนเคียดแค้น กานดาฉุกคิดถึงรอยแผลเป็นที่ข้อมือพริริสา ดร.กฤษเหน็บลูกสะใภ้กับภรรยาว่า เคยไปทำอะไรเขาไว้หรือเปล่า กานดาสะดุ้งบอกตนกับคุณแม่จะไปทำอะไรใครได้ จินตนายังโมโหจะบอกคณินให้ไล่ออก ดร.กฤษปรามอย่าเอาเรื่องปวดหัวไปให้ลูกอีกเลย

    ooooooo

    คามินพาพีรดามาให้หมอเช็กดวงตาที่โรงพยา-บาล เธอบ่นถึงพริริสาคงเที่ยวเพลิน ไคซัจแก้ตัวแทนว่า เธอคงรู้ว่าคามินดูแลดีจึงวางใจ...แต่พอพีรดาเข้าไปตรวจ คามินก็บอกกับไคซัจว่าพริริสาหายเงียบไปไม่รู้แอบทำอะไรไม่บอก ไคซัจคิดว่าเธอไม่ได้อยู่อเมริกาอย่างที่บอก

    หัวใจพริริสาบอบช้ำนั่งซึมในแท็กซี่มาตลอดทาง เธอให้มาส่งที่บ้านเช่าสมัยเด็ก ยืนคิดถึงอดีตที่โดนล้อว่าเป็นลูกไม่มีพ่อ ระหว่างนั้นมีเสียงโครมครามดังออกมา เจ้าของบ้านโยนข้าวของแม่ลูกที่เช่าบ้านออกมาเพราะไม่มีค่าเช่า พริริสาเห็นเด็กหญิงเล็กๆกอดแม่ร้องไห้ก็ให้คิดถึงตัวเองกับแม่ จึงเข้าไปจ่ายค่าเช่าที่ค้างทั้งหมดและล่วงหน้าอีกสองสามเดือน แถมยังให้เงินแม่ลูกไว้ใช้จ่ายอีกด้วย ธีภพสะกดรอยตามเห็นความมีน้ำใจของเธอก็ทึ่ง เข้าไปแหย่

    “เจ้าหญิง...ผมเพิ่งรู้นะว่าคุณเป็นพวกแม่พระ ไม่สิ เจ้าหญิงที่ชอบออกมาตระเวนช่วยคนที่กำลังตกยาก” ธีภพแกล้งโค้งคำนับ

    พริริสาสะดุ้งก่อนจะชักสีหน้าใส่ ตามตนมาทำไม เขากวนว่าที่นี่เป็นที่สาธารณะ ใครจะเดินมาก็ได้ หญิงสาวหงุดหงิดที่เขาต่อปากต่อคำจะเดินหนี เขาดึงแขนเธอไว้ถามได้เงินเดือนมากหรือถึงเอามาช่วยใครต่อใครได้ขนาดนี้ พริริสาว่าเขาไม่เข้าใจ เพราะเขาเกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่นมีพร้อมทุกอย่าง คนโลกสวยอย่างเขาไม่เข้าใจความรู้สึกคนที่เป็นฝ่ายถูกกระทำ เงินมากมายแค่ไหนก็ชดเชยหัวใจที่มีบาดแผลไม่ได้

    “ตอนเด็กๆคุณคงน่าสงสารมากสินะ”

    “ไม่เกี่ยวกับคุณ” พริริสาสะบัดหน้าเดินหนี จะกลับไม่ยอมให้เขาไปส่ง

    ธีภพจึงขับรถตามแท็กซี่ที่พริริสานั่งไป แต่เธอรู้ตัวเสียก่อนจึงลงไปขึ้นรถไฟฟ้าต่อ ทำให้เขาตามไม่ได้

    ooooooo

    มิรากลับมาขอให้ที่ร้านเสื้อเปิดกล้องวงจรปิดดูว่าใครเอากระเป๋าตนไป แต่ทางร้านขอให้ไปแจ้งความก่อน ขณะเดียวกัน อธิรุธตั้งใจจะเอากระเป๋ามาคืนพอเธอปรักปรำเป็นหัวขโมย จึงแกล้งไม่คืนกระเป๋าแถมหลอกให้ไปนั่งทานอาหารเป็นเพื่อน แล้วบอกจำไม่ได้ว่าเห็นใครเอาไป

    ธีภพมารับวิวรรณที่สมาคม กานดากับวิวรรณหมายมั่นจะให้ลูกๆดองกัน พอกรนันท์เห็นธีภพมาก็ดีใจ ธีภพคิดได้ว่าจะทำให้คณินเปิดทางให้ตนทำตามแผนฟื้นฟูบริษัทได้อย่างไร จึงชวนสองแม่ลูกไปทานอาหาร เพื่อจะอธิบายงานบุญที่บูรพเกียรติน่าจะจัด

    พอกานดามาเล่าให้ที่บ้านฟัง คณินไม่เห็นด้วย แต่จินตนาสนับสนุนให้ธีภพทำจะได้ใกล้ชิดกับกรนันท์มากขึ้น

    พอสาวๆที่บริษัทรู้ว่าจะมีงาน ก็คุยกันแต่เรื่องชุดที่ต้องหาซื้อ ธีภพเข้ามาขัดจังหวะบอกพริริสาว่า ท่านประธานอนุมัติให้เธอเป็นผู้ช่วยตนจัดงานนี้ ถ้าไม่เชื่อให้โทร.ไปถาม พริริสาเซ็งรู้ว่าธีภพคอยจับผิด...ธีภพเรียกบริษัทออแกไนซ์มาที่สถานที่จัดงาน พริริสาคอยจดทุกอย่างที่คุย พอออแกไนซ์เอาแบบการ์ดเชิญมาให้เลือก ทั้งสองเลือกแบบเดียวกัน รวมไปถึงการจัดดอกไม้ จัดเวที แบบวางเครื่องประดับ ทั้งสองก็ใจตรงกันจนออแกไนซ์ชมว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวยังไม่ใจตรงกันขนาดนี้ พริริสาแอบค้อน ธีภพยิ้มปลื้ม พอเสร็จงานพริริสาจะแยกกลับ แต่เขาดึงเธอไปอีกที่

    มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก...พริริสาแปลกใจธีภพพามาที่นี่ เขาบอกว่า เงินประมูลในงานจะนำมาช่วยเหลือมูลนิธินี้ เธอรู้สึกดีที่เขาใจบุญเอ่ยถาม ทำไมเลือกที่นี่ทั้งที่เป็นที่เล็กๆไม่มีชื่อเสียง ธีภพบอกตั้งใจจะทำบุญก็ควรช่วยที่เขาลำบากจริงๆ ไม่ใช่สร้างภาพให้เป็นข่าว

    “ถ้าทุกคนที่บูรพเกียรติคิดแบบคุณก็คงดีนะคะ”

    “ทำไมคุณถึงคิดว่าจะมีคนไม่พอใจ”

    “ก็คนบางคนโดยเฉพาะคนที่มีเงิน สิ่งที่สำคัญสำหรับพวกเขาคือหน้าตา ชื่อเสียงเกียรติยศ จนสามารถทำทุกอย่างเพื่อรักษามันไว้ โดยไม่สนใจว่าจะทำร้ายใครบ้าง”

    ธีภพรู้สึกเหมือนเธอจะมองครอบครัวบูรพเกียรติในแง่ร้าย...คืนนั้น คณินคิดถึงพีรดาจนต้องหยิบสร้อยหัวใจประดับเพชรเล็กๆที่เขาเคยให้เธอด้วยความรักแท้จริง แต่แล้วจินตนาเอามาโยนคืนให้บอกว่า พีรดาฝากมาคืนพร้อมสาปส่งอย่าได้เจอะเจอกันอีก เขาไม่อยากเชื่อว่าเธอจะพูด
    แบบนั้นเสียใจที่เธอทิ้งไป กานดาเข้ามาเห็นแค้นใจที่คณินยังไม่ลืมพีรดาจึงขโมยสร้อยเอาไป

    ถึงวันงาน พริริสาดูแลความเรียบร้อยอยู่กับออแกไนซ์ ทุกอย่างออกมาดูดี แต่พอกรนันท์เดินเข้ามาก็ติทุกอย่างตั้งแต่ดอกไม้ไปจนถึงโต๊ะดูไม่มีเกรด พริริสาและ

    ทีมงานนิ่ง เธอโวยหูดับกันหรืออย่างไรให้มายกไปเปลี่ยนให้หมด พริริสาบอกว่าทุกอย่างธีภพเป็นคนเลือกแบบแสดงว่าเขาไม่มีรสนิยม กรนันท์ปรี๊ดหาว่าเอาธีภพมาอ้าง ออแกไนซ์ยืนยันว่าธีภพกับพริริสาเห็นตรงกันทุกเรื่อง กรนันท์ยิ่งโกรธกระชากดอกไม้ออกจากแจกันปาทิ้ง
    พริริสาดึงมือไว้ให้หยุด ทั้งสองจ้องตากัน กรนันท์ตวาด กล้าดีอย่างไรมาสั่งตนแล้วผลักพริริสาออกไป

    ธีภพเข้ามาจับมือกรนันท์ไว้แทน เธอหันมาเห็นตกใจหน้าซีด...ระหว่างนั้นกานดาเดินมาหาศจีเอาสร้อยของคณินที่ขโมยมาให้ศจีเอาไปร่วมการประมูล เธองงๆ เพราะไม่ได้อยู่ในรายการ ธีภพดึงกรนันท์ให้ออกมาบอกตนเป็นคนดูแลรับผิดชอบงานนี้ อยากให้เธอไปคอยรับแขกจะดีกว่า กรนันท์ออกตัวแค่อยากมีส่วนร่วมให้งานออกมาดูดีมีคลาส พริริสาสบถส่วนร่วมในการทำลาย กรนันท์จะโวย ธีภพปราม กรนันท์เคืองดูเขาจะไว้ใจพนักงานระดับล่างมากกว่าตน

    “พี่ไว้ใจคนที่ทำงานได้ดีเกรซ แล้วพี่ก็เชื่อว่าเกรซจะทำงานส่วนที่พี่ขอให้ช่วยได้ดีแน่ๆ จริงไหม”

    กรนันท์เจอธีภพพูดแบบนี้ก็เถียงไม่ออก ยอมเดินออกไปแม้จะไม่พอใจ ทุกคนโล่งอก กานดาเดินมาเจอกรนันท์ เธอฟ้องแม่ทันทีว่าธีภพไล่ตนออกมาเพราะพริริสา กานดาขุ่นเคืองเด็กคนนี้อีกแล้วหรือ กรนันท์ว่า “ป่านนี้มันคงชูคอทำตัวเป็นแม่งานเอาหน้ากับพี่ภพ
    ไปแล้วล่ะค่ะ”

    กานดานึกอยากกำราบฤทธิ์เดชของพริริสาขึ้นมาทันที...ในขณะที่พริริสาเดินมาที่ห้องแต่งตัวอย่างเหนื่อยๆหลังจากโดนกรนันท์ป่วน โรซี่ บุษกรและชนิตาแต่งตัวเสร็จแล้วรีบเร่งให้เธอแต่งตัวเพราะใกล้จะเริ่มงาน บุษกรบอกมีแมสเซนเจอร์เอาชุดมาส่งให้ พริริสารีบออกตัวว่าที่บ้านส่งมา ศจีเปิดประตูเข้ามาขัดจังหวะไล่สามสาวให้ออกไปประจำหน้าที่ พริริสาเห็นกล่องในมือศจีก็ถามว่า กล่องอะไร ศจีเปิดให้ดู “ของประมูลที่ต้องเพิ่มมากะทันหันน่ะจ้ะ ของคุณคณิน”

    พริริสาเห็นแล้วตกตะลึง จำได้ว่าเป็นสร้อยของแม่ เคยเห็นแม่นั่งมองแล้วร้องไห้ จู่ๆจินตนากับกานดาก็เข้ามา ในบ้าน กระชากสร้อยเส้นนี้ไป บอก “คนอย่างแกไม่คู่ควรกับของลูกชายฉันสักนิด ถึงจะเป็นแค่สร้อยถูกๆ คนอย่างแกก็ไม่สมควรจะได้”

    จินตนายังกราดเกรี้ยวไม่ให้พีรดาเรียกแม่ เพราะไม่มีวันยอมรับพีรดากับลูก พริริสาเห็นแม่ร้องไห้ใจแทบขาด ทั้งโกรธทั้งสงสารแม่...พริริสารู้สึกเสียใจที่คณินเอาของรักของแม่มาประมูลเหมือนไม่ต้องการมันอีกแล้ว ศจีแปลกใจกับสีหน้าพริริสาถามมีอะไรหรือเปล่า เธอรีบส่ายหน้าบอกไม่มีอะไร ศจีจึงให้รีบแต่งตัวแล้วออกไปที่งาน ทันใดกานดากับกรนันท์เดินเข้ามา ศจีตกใจ สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตของทั้งคู่ จึงถามอย่างเกรงกลัวว่าต้องการอะไรเพิ่มเติม

    กานดาไล่ศจีให้ออกไป ศจีสะดุ้งจำต้องเดินออกไปทั้งที่เป็นห่วงพริริสามาก...สามสาวโรซี่ บุษกรและชนิตาปรี่เข้ามาถามศจีว่าเครียดอะไร พอรู้ว่ากานดากับกรนันท์อยู่กับพริริสาก็ตกใจ

    พริริสายืนเผชิญหน้ากับกานดาและกรนันท์ กานดาเยาะกลัวหรือ พริริสาสวน “ทำไมฉันต้องกลัวด้วยล่ะคะ ถ้าคุณสองคนเป็นยักษ์เป็นมารที่คอยจ้องเล่นงานคนอื่นก็ว่าไปอย่าง”

    สองแม่ลูกถลึงตาด้วยความไม่พอใจ...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 21:46 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์