นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เพลิงนรี

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อธิรุธเอาหมายกำหนดการของวันพรุ่งนี้มาให้หมวดทัดแล้วถามหาธีภพ เขาบอกว่าไปดูความเรียบร้อยด้านหลัง...ในขณะที่ธีภพเดินส่องไฟตรวจตรา ได้ยินเสียงคนเดินจึงกระชับปืน แต่พอหันมาเป็นพริริสา จึงตำหนิออกมาทำไมค่ำมืด เธอบ่นอย่างน้อยใจ

    “ถ้าไม่ออกมาฉันจะได้เจอคุณเหรอ เมื่อกลางวันเรายังคุยกันไม่จบ”

    “มีอะไรค่อยคุยพรุ่งนี้จะดีกว่า ถ้าทางเจ้าชายคามินรู้ว่าผมให้คุณออกมานอกบ้านเวลากลางคืนแบบนี้ คงโดนหาว่าทำงานหละหลวม กลับเข้าบ้านเถอะ” ธีภพผายมือเชิญ

    พริริสาไม่ยอมเดิน ตัดสินใจบอกเขาว่าอีกสามวันตนจะกลับไทรจีส เขาใจหายยอมนั่งคุยกับเธอ พริริสาเหน็บว่าตนกลับไปเขาคงสบายใจขึ้น ธีภพตอบว่าใช่ เพราะที่ไทรจีสมีคนปกป้องคุ้มครองได้ดีกว่าที่นี่ เธอน้อยใจที่เขาอยากให้เธอกลับไปจริงๆ เขาบอกทุกอย่างก็เพื่อเธอ

    “แต่ก่อนที่ฉันจะกลับ ฉันจะต้องทำสิ่งที่ฉันตั้งใจให้สำเร็จก่อน”

    “คุณซื้อหุ้นบูรพเกียรติไปแล้ว คุณยังต้องการอะไรอีก” เห็นเธอนิ่งก็รุกถาม “บอกผมได้ไหมว่าคุณกำลังจะทำอะไร แล้วทำไมคุณต้องทำแบบนี้”

    “ดูเหมือนเรื่องที่ฉันจะไปจากที่นี่คงไม่สำคัญเท่าเรื่องนี้สินะคะ”

    “ผมรู้ว่าคุณไม่อยากได้ยินความจริง แต่ผมคงต้องพูดว่าอาคณินเป็นพ่อของคุณ”

    “พ่อที่ไม่ต้องการลูก”

    “เท่าที่ผมได้คุยกับอาคณิน เขาไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด เขาพยายาม...”

    “พอเถอะค่ะฉันไม่อยากฟัง ไม่ว่าเขาจะสร้างภาพกับคุณ กับคนอื่นยังไง มันก็เปลี่ยนความจริงที่ฉันกับแม่เจอมาไม่ได้หรอก”

    ธีภพจับบ่าพริริสาหันมาเผชิญหน้า “บอกผมสิว่าคุณเจออะไรมา ถ้ามันสมเหตุสมผลที่คุณจะกลับมาเรียกร้องความยุติธรรม ผมก็จะไม่ห้ามคุณเลย แต่คุณก็ต้องให้ความยุติธรรมกับอาคณินด้วยเหมือนกัน”

    “ถ้าฉันบอกคุณ คุณสัญญาได้ไหมว่าจะไม่บอก... เขาเรื่องของฉัน ให้ฉันได้เป็นคนบอกกับเขาเองเมื่อถึงเวลา” พริริสาไม่อยากเอ่ยคำว่าพ่อ ธีภพลังเลสักพักก่อนจะตัดสินใจสัญญา เธอยิ้มเศร้าๆเพราะไม่คิดจะบอกความจริงทั้งหมด...

    ด้านกรนันท์ได้ชนแก้วไวน์กับคามินสีหน้าเปี่ยมสุข เขามองนาฬิกาแล้วบอกเธอว่าพรุ่งนี้ตนมีงานสำคัญต้องทำ จะให้คนไปส่งเธอ หญิงสาวกระเง้ากระงอดตัดพ้องานสำคัญมากนักหรือ เขาเน้นว่าสำคัญมากขนาดที่เธอไม่คาดคิด ยิ่งทำให้เธออยากรู้ว่างานอะไร จึงทำทียอมกลับไม่เซ้าซี้ แต่พอลุกยืนก็แกล้งหน้ามืดจะล้มจนคามินต้องประคอง เธออ้างว่าดื่มหนักไปจึงปวดหัว

    คามินจำต้องเปิดห้องในโรงแรมให้กรนันท์พัก เธอกอดซบอกเขาไม่ปล่อย จนเขาต้องอ้างว่าจะไปหายามาให้ กรนันท์จำต้องปล่อยและคิดอีกทีว่ายังมีเวลายั่วยวน...พอคามินออกไป กรนันท์ก็จุดเครื่องหอมในห้อง ถอดเสื้อคลุมตัวเองออก ปิดไฟ เอนตัวนอนที่โซฟารอ...

    ทางบ้านคณินกลับมาแปลกใจที่ลูกสาวยังไม่กลับ กานดานั่งมองแหวนหมั้นที่กรนันท์ถอดทิ้งไว้อย่างกระหยิ่มใจ รีบเก็บแหวนแล้วเหน็บปกติไม่เคยสนใจว่าลูกจะกลับตอนไหน คืนนี้มาสนใจทำไม เขาย้อนปกติเธอจะโทร.ตามแล้วทำไมคืนนี้ไม่สนใจ เธอยิ้มเยาะ

    “เพราะฉันรู้ว่าลูกอยู่กับเจ้าชายคามิน ฉันถึงไม่จำเป็นต้องห่วง จะกลับเช้าเลยฉันก็ไม่ว่า”

    คณินโกรธที่กานดาสนับสนุนลูกให้ทำเรื่องไร้ยางอาย แล้วเกียรติยศศักดิ์ศรีลูกใครจะรับผิดชอบ นึกหมั้นกับคนหนึ่งก็หมั้นแต่ไปแต่งกับอีกคน กานดาเซ็งบอกพรุ่งนี้จะเอาแหวนหมั้นไปคืน จะได้ไม่มีใครเอาคำว่าคู่หมั้นมาค้ำคอขัดความสุขของลูกอีก คณินหน่ายใจ

    ในขณะที่กรนันท์สยายผมรอคามินกลับมา พอได้ยินเสียงคนเปิดประตูเข้ามาก็ตรงเข้ากอดยั่วยวนบ่นทำไมหายไปนานจนตนหายปวดหัว เห็นคามินเงียบจึงเงยหน้ามอง พอเห็นเป็นไคซัจก็ตกใจผละออกโวยเป็นคนรับใช้เข้ามาทำไม ไคซัจนึกเคืองวางยาให้บนโต๊ะและบอกว่า

    “เจ้าชายรอผมอยู่ที่รถ ถ้าคุณหายปวดหัวแล้วอยากกลับ รถของโรงแรมพร้อมไปส่ง แต่ถ้าคุณจะนอนพักที่นี่สักคืน พรุ่งนี้เช้าค่อยกลับก็ได้นะครับ เจ้าชายสั่งคนที่นี่ไว้ให้แล้ว ขอตัวนะครับ เพราะคุณคงไม่ชอบให้มีคนมาคอยยืนจ้อง”

    กรนันท์โกรธถามทำไมเจ้าชายทิ้งตน เพราะเขาสาระแนคอยขวางใช่ไหม เจ้าชายยอมมากับตนคืนนี้จะมาทิ้งกันง่ายๆได้อย่างไร ไคซัจสวนตนคงเอายาผิดมาให้ น่าจะเอายาสลายมโนมาแทน ไม่มีใครเป็นอย่างที่เธอว่า...

    หญิงสาวร้องกรี๊ด “ไอ้บ้า คนรับใช้อย่างนายพูดกับฉันแบบนี้ได้ยังไง ฉันจะฟ้องเจ้าชายให้ไล่นายออก ไม่สิเนรเทศนายออกจากประเทศไทรจีสไปเลย”

    “คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร” ไคซัจมองอย่างสังเวชใจ

    “ฉันก็คือคนรักของเจ้าชายคามินไง ไม่อย่างนั้นเจ้าชายจะตามใจ ดูแลฉันดีขนาดนี้หรือ”

    “ผมจะบอกคุณให้เอาบุญ ที่เจ้าชายยอมออกมากับคุณคืนนี้ มันก็เป็นแค่...การเลี้ยงปลอบใจคุณล่วงหน้าก็เท่านั้นเอง” กรนันท์ถามปลอบใจเรื่องอะไร ไคซัจไม่ตอบเดินออกไปดื้อๆ

    ooooooo

    รุ่งเช้า พริริสาแต่งตัวภูมิฐานแบบผู้บริหารเพื่องานสำคัญ มิรายื่นแฟ้มเอกสารให้บอกทุกอย่างอยู่ในนี้แล้ว เธอขอบใจเพื่อน มิราบ่นที่ไม่ให้ไปด้วย พริริสาขอให้อยู่รอฟังข่าวที่บ้าน

    อธิรุธกับหมวดทัดเตรียมรถรอหน้าบ้าน ธีภพครุ่นคิดถึงที่คุยกับพริริสาเมื่อคืน เขาขอให้เธอสัญญาว่าจะไม่ตัดสินใจทำอะไรจนกว่าเราจะคุยกันจนเข้าใจ เธอสัญญา พรุ่งนี้จะบอกเขาทุกเรื่องหลังจากไปเจอคามินแล้ว เขาอยากขัดขวางเพื่อช่วยพวกบูรพเกียรติก็ตามใจ...อธิรุธเข้ามาทักถามคิดอะไรอยู่ ธีภพปัดไม่มีอะไรแล้วดันเพื่อนไปที่รถ

    พริริสามาที่โรงแรม ให้ธีภพและอธิรุธรอที่ล็อบบี้ ไคซัจมาเชิญเธอไปพบคามิน อธิรุธแปลกใจทำไมไม่ไปบูรพเกียรติเลย ธีภพเองก็สงสัย...พอเจอคามินเขาก็ติงต้องทำอะไรให้ยุ่งยาก เธอเน้นไม่ต้องการให้ใครมาขวางงานวันนี้ ว่าแล้วพริริสาก็ส่งข้อความไปหาธีภพให้ไปรอตนที่สวนของโรงแรม ธีภพลุกออกไป อธิรุธมองตามงงๆ

    จากนั้นไคซัจก็มาบอกว่าทุกอย่างพร้อมแล้วคามินกับพริริสาเดินไป...ด้านกานดาเอาแหวนหมั้นมาคืนให้วิวรรณ เธอไม่เข้าใจ เพราะกานดาเป็นคนวางแผนให้บังคับธีภพหมั้นกับกรนันท์ แล้วจู่ๆเอาแหวนมาคืน กานดาอ้างว่า คิดๆดูแล้วธีภพไม่ได้รักกรนันท์เลย แถมหนีไปสำเริงสำราญกับเลขา วิวรรณโกรธ

    “หยุดนะคุณกานดา คุณอย่ามายกเรื่องไม่เป็นความจริงมาเป็นข้ออ้างให้ลูกสาวตัวเองดูดีหน่อยเลย คุณก็รู้แก่ใจว่าต้องการถอนหมั้นเพราะอะไร คิดจะโยนบาปให้คนอื่นรับแทน ระวังมันย้อนกลับมาหาคุณเป็นสองเท่า”

    “กว่าบาปที่คุณว่าจะมาถึง ลูกสาวฉันคงได้แต่งงานกับเจ้าชายคามินไปแล้วล่ะค่ะ” กานดาหัวเราะเยาะแล้วกลับออกไป วิวรรณทั้งโกรธทั้งผิดหวัง
    ในขณะที่คนในบริษัทบูรพเกียรติแปลกใจที่คณะกรรมการและผู้ถือหุ้นหน้าเครียดเดินเรียงแถวเข้ามาทั้งที่ไม่มีการแจ้งว่าจะมีการประชุม โรซี่ บุษกรและชนิตาเกาะติดสถานการณ์

    กานดาแวะมาบอกคณินว่าได้เอาแหวนหมั้นไปคืนวิวรรณแล้ว คณินกังวลว่าทางนั้นคงโกรธมาก กานดาไม่สนใจพอลูกได้แต่งงานกับคามิน ขี้คร้านจะมาพินอบ พิเทาเรากว่าเดิม ทันใดศจีหน้าตื่นเข้ามารายงานว่ามีประชุมด่วน ทั้งคณินและกานดาแปลกใจ

    กรนันท์ตื่นเช้ามาครุ่นคิดถึงคำพูดของไคซัจให้หงุดหงิด จินตนามาเห็นถามหงุดหงิดอะไร กรนันท์กลับถามหาแม่ เธอบอกว่าออกไปจัดการเรื่องหลานแล้วให้เล่าเรื่องดินเนอร์ให้ฟัง กระดากปากที่จะถามหลานตรงๆ ว่ามีอะไรกันไหม กรนันท์สะบัดเสียง

    “อย่าไปพูดถึงมันเลยค่ะคุณย่า นี่เกรซยังเคืองอีตาคนรับใช้เจ้าชายไม่หาย มันหาว่าเจ้าชายยอมออกไปกับเกรซเมื่อคืนก็เป็นแค่เลี้ยงปลอบใจล่วงหน้า”

    จินตนางงใจคอไม่ดี กรนันท์ว่าคนอย่างตนจะต้องมาปลอบใจอะไรกัน...ด้านธีภพยืนรอพริริสาพักใหญ่ เริ่มเอะใจแต่ไม่อยากคิดว่าเธอจะหลอกอีก

    ooooooo

    ในห้องประชุม คณินเข้ามาพร้อมกานดา เขากระซิบให้เธอไปรอที่ห้องทำงาน แต่เธอไม่ยอมอ้างว่าเป็นภรรยาประธานบริษัท มีเรื่องสำคัญตนจะต้องรู้ด้วย สีหน้ากรรมการและผู้ถือหุ้นดูเครียดจัด คณินเอ่ยถามทำไมมีประชุมกะทันหันโดยที่ตนไม่รู้เรื่อง วิทิตมองหน้าประสาน

    ประสานจึงกล่าว “พวกเรามาวันนี้ก็เพื่อจะบอกคุณว่า ตอนนี้บูรพเกียรติไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว...ที่ผ่านมาเราไว้ใจให้พวกบูรพเกียรติบริหารงานโดยไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวอะไรเลย”

    วิทิตเสริมว่ามันไม่เป็นอย่างที่พวกตนคิด คณินรีบบอกว่าตนแก้ปัญหาไปหมดแล้ว สุภาพแทรกว่าอนาคตใครจะบอกได้ว่าจะไม่มีปัญหาแบบนี้อีก ทุกคนไม่อยากอยู่บนเรือที่มีแต่รอยรั่ว คณินชักไม่พอใจ พูดแบบนี้ต้องการอะไร พวกตนก่อตั้งบริษัทนี้มาและยังเป็นหุ้นใหญ่

    ประสานหัวเราะในลำคอบอกมันไม่ใช่ของเขาอีกต่อไปแล้ว เขาไม่ใช่หุ้นใหญ่ของบริษัท กานดาทนไม่ไหวโวย “ถ้าบูรพเกียรติไม่ใช่หุ้นใหญ่แล้วใคร อย่าบอกนะว่าพวกคุณรวมตัวกัน แต่ยังไงก็ไม่มีทางมากไปกว่าหุ้นที่เรามีได้หรอก”

    ทุกคนมองกานดาอย่างสมเพช เจ้าชายคามินก้าวเข้ามาในห้องประชุมกล่าว “แต่ตอนนี้มีคนที่ถือหุ้นใหญ่บริษัทนี้แทนคุณไปแล้วล่ะคุณคณิน”

    กานดากับคณินตะลึงรู้สึกเหมือนถูกหยาม “ไม่ใช่ผมหรอกคุณคณิน ผมว่าทุกคนในที่นี้ต่างก็รู้ดีว่าปัญหาใหญ่จริงๆของบูรพเกียรติ มันมาจากการย่ำอยู่กับที่นานเกินไป จนไม่ต่างอะไรกับการเดินถอยหลัง เพราะความมั่นใจผิดๆของประธานบริษัทที่อ่อนแอ คุณควรยอมรับกระจกสะท้อนจากสายตาคนนอกบ้าง”

    “ในเมื่อเจ้าชายวางตัวเองเป็นคนนอกแล้ววิพากษ์ วิจารณ์การทำงานของผมไปเพื่ออะไร”

    “ก็เพื่อให้คุณยอมรับความจริงไงล่ะ และยอมรับผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่ด้วย เพราะผมโอนหุ้นให้เขาไปหมดแล้ว”

    ทั้งคณินและกานดาตกใจถามว่าใคร คามินผายมือไปที่คนที่เดินเข้ามาใหม่...พริริสาเดินสง่างามเข้ามา ไคซัจถือแฟ้มเอกสารตามหลัง ศจีตกตะลึง กานดาเข่นเขี้ยว คณินถามมันอะไรกัน

    “นี่เป็นเอกสารการโอนหุ้นทั้งหมดของเจ้าชายคามินให้กับคุณริสา รวมทั้งการซื้อขายหุ้นจากผู้ถือหุ้นคนอื่นๆบางส่วนมาเป็นของคุณริสาทั้งหมด” ไคซัจส่งแฟ้มเอกสารให้คณิน

    กานดาลุกพรวดมายืนข้างคณิน แล้วโวยพวกกรรมการเป็นพวกทรยศที่แอบขายหุ้นให้คนอื่น วิทิตกับประสานแย้งว่ามันเป็นเรื่องของธุรกิจ ผลประโยชน์ที่ไม่เข้าใครออกใคร สถานการณ์ง่อนแง่นแบบนี้ ใครให้ข้อเสนอดีพวกตนก็รับทั้งนั้น กานดาหันมาจ้องพริริสาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ เธอยิ้มตอบเยือกเย็นไม่สะทกสะท้านสายตากานดา

    “ในเมื่อทุกคนเข้าใจทุกอย่างตรงกันหมดแล้ว ดิฉันว่าเรามาคุยในเชิงรายละเอียดกันต่อเลยดีกว่าไหมคะ” พริริสาเดินมานั่งหัวโต๊ะแทนที่คณิน

    กานดาแทบถลาไปฉีกอก ไคซัจเข้าขวางเธอจึงชะงัก คณินตั้งสติดึงกานดาให้นั่งฟัง...ด้านธีภพเริ่มรู้สึกว่าโดนพริริสาหลอกให้รอ มิราเข้ามาหาอย่างเห็นใจ เขาถามเธอว่าตนโดนหลอกอีกแล้วใช่ไหม มิรากล่าวว่าพริริสาอยากจะมั่นใจว่าเขาจะไม่ขวางในที่ประชุมวันนี้...ธีภพเคืองตัวเองที่ให้โอกาสพริริสาเปิดใจพูดความจริง แต่เธอกลับเลือกแก้แค้น เขาผิดหวังเดินไป

    อธิรุธรู้สึกว่าธีภพหายไปนานจะไปตาม มิราเดินเข้ามา เขาถามเธอมาได้อย่างไร เธอตอบว่าเดินมา เขาโวยดีแต่ว่าตนกวนไม่ดูพฤติกรรมตัวเองบ้าง มิราค้อนบอกไม่ต้องอยู่รอแล้วพริริสาไปกับเจ้าชาย มือถืออธิรุธดังขึ้น เขารับสายแล้วจะออกไป เธอถามจะไปไหน เขาดึงเธอไปด้วย

    พริริสายังมองคณินและกานดาด้วยสายตาเย็นชา ขณะกล่าวถึงการนำพาบริษัทไปข้างหน้า ว่าระบบบริหารแบบเก่าต้องถูกรื้อทิ้ง รีแบรนดิ้งให้คนรุ่นใหม่ขึ้นมาบริหารงานแทนคนรุ่นเก่า โดยเฉพาะผู้บริหารเก่าทั้งหมด คงถึงเวลาที่ต้องเปิดโอกาสให้คนใหม่บ้าง กานดาโกรธจัดที่คิดจะถอนรากถอนโคนพวกตน คามินอธิบายเสริมว่าแค่ปรับเปลี่ยนเพื่อให้ดีขึ้น

    “เรื่องพวกนี้เธอคงเตรียมการไว้นานแล้วสินะ” คณินเอ่ยถามพริริสา

    “ค่ะ ตั้งแต่ฉันเข้ามาทำงานที่นี่ ฉันก็มองเห็นทุกอย่างว่าควรจะจัดการกับมันยังไง แต่ทุกอย่างก็ต้องผ่านความเห็นชอบของเสียงส่วนใหญ่ด้วย”

    คณะกรรมการพยักหน้าเห็นด้วย กานดาโวยคิดจะปลดคณินหรือ คามินกล่าว คณินน่าจะดีใจที่มีคนเข้ามาทำงานแทน มาช่วยแก้ปัญหาที่เขาหมักหมมเอาไว้ก่อนที่จะลุกลามจนที่นี่ต้องล่มสลาย คณินหมดเรี่ยวแรงเมื่อรู้ว่าถูกยึดอำนาจ ไม่สามารถรักษาบูรพเกียรติเอาไว้ได้

    ทางด้านจินตนาพอรู้ข่าวรีบมาบอกสามี ดร.กฤษพอรู้เรื่องบ้างแล้วจึงไม่ตกใจเท่าไหร่ กรนันท์ได้ยินไม่อยากเชื่อว่าคามินจะยกหุ้นทั้งหมดให้พริริสา จินตนาจะไปบริษัท ดร.กฤษห้ามอย่าไปวุ่นวาย ก็พอดีคณินโทร.มาบอกว่าโดนปลดจากตำแหน่งประธาน จินตนาเป็นลมล้มพับ

    เมื่อการประชุมเสร็จสิ้น กลุ่มโรซี่แอบมองสถานการณ์ ศจีเดินร้อนใจออกมา สามสาวรีบถามว่าใครเป็นประธานคนใหม่ เธอบุ้ยใบ้ไปที่พริริสา ทั้งสามแย่งกันดึงยาดมมาดม...คณินยังนั่งเครียดทำอะไรไม่ถูก กานดาโวยวายว่าพริริสาเป็นงูเห่า มีแม่เป็นแค่ชาวสวนทำเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไร คณินมองชื่อในหนังสือสัญญาโอนหุ้นแล้วยิ่งปวดใจระคนดีใจเพราะเห็นชื่อ พริริสา รวีวุธ...กานดาเห็นคณินนิ่งก็หงุดหงิดเข้ามาดึงแฟ้มไปอ่าน พอเห็นชื่อพริริสาก็ปรี๊ดสุดๆ

    ooooooo

    อธิรุธพามิรามาที่สถานีตำรวจเพราะตำรวจจับคนร้ายสองคนที่ฉุดพริริสาได้ แต่ไม่มีเจ้าทุกข์จึงกักตัวได้ไม่นาน อธิรุธมาสอบปากคำเอง แต่ทั้งสองยังกร่างหัวหมอว่าจะฟ้องกลับ

    ธีภพมาถึงบริษัทช้าไป เดินคุยกับคณิน ขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อนว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ ตนผิดเองที่ควรบอกเรื่องพริริสาสวมรอยเป็นคนอื่นเข้ามา คณินรู้สึกผิดและเจ็บปวด ตนน่าจะเอะใจให้เร็วกว่านี้ว่าริสาคือ พริริสา ลูกสาวตน ธีภพเห็นใจที่เขามาถูกลูกสาวทำร้ายแบบนี้

    พริริสานั่งโรงอาหารกับกลุ่มโรซี่ รับรองกับพวกเธอว่า ถึงจะไม่มีบูรพเกียรติหลงเหลือ แต่ทุกอย่างจะเหมือนเดิม บอกทุกคนให้สบายใจได้และตั้งใจทำงานกันต่อไป บุษกรเอ่ยถามว่าท่านประธานจะเป็นอย่างไร พริริสาหุบยิ้มนิ่งจนทั้งสามไม่กล้าซักต่อ ทันใดแก้วน้ำถูกปัดล้ม ทุกคนหันมองเห็นกานดาสีหน้าเอาเรื่องโกรธเกรี้ยว “แม่แกคงสั่งให้แกมาที่นี่ใช่ไหม”

    “กรุณาอย่าเอาแม่ฉันมาเกี่ยว” พริริสาจ้องกลับไม่เกรงกลัว

    “ทำไมมันจะไม่เกี่ยว มันคงสั่งสอนให้แกกลับมาทำลายพวกเราบูรพเกียรติ แต่อย่าคิดนะว่า แกทำแบบนี้แล้วจะลอยนวลอยู่ได้ ฉันจะแจ้งความเรื่องที่แกปลอมแปลงเอกสาร สวมรอยแอบอ้างเป็นคนอื่น รวมทั้งแม่ของแกด้วยในฐานะพวกสมรู้ร่วมคิด”

    “แล้วคุณล่ะควรโดนข้อหาอะไรบ้าง รวมทั้งคนในบูรพเกียรติที่เป็นคนบงการอยู่เบื้องหลัง แล้วอย่าเพิ่งคิดนะว่าจะจบแค่นี้ ฉันยังมีอะไรให้คุณเซอร์ไพรส์อีกเยอะเลย” พริริสายิ้มเยาะเรียกโทสะกานดาให้หนักขึ้น เธอขาดสติกระชากแขนพริริสาอย่างแรง

    “แกคิดจะทำอะไรบอกมา! ถ้าแกไม่บอกฉันจะเปิดปากแกเอง” กานดายกมือจะตบ

    ธีภพเข้ารั้งแขนกานดาไว้ขอร้องให้หยุด กานดาร้องลั่นให้ปล่อย ไคซัจตามเข้ามากันพริริสา ธีภพให้พาเธอออกไปก่อน...ทุกคนในโรงอาหารตกตะลึงกับความกราดเกรี้ยวของกานดา

    ธีภพพากานดาออกมาสงบสติ อธิบายว่าทุกการกระทำมีเหตุผล เธอเหวี่ยง “ภพพูดแบบนี้คิดจะเข้าข้างมันใช่ไหม อย่าบอกนะว่าหลงเสน่ห์มันจนเห็นกงจักรเป็นดอกบัว มันคงลงทุนลงตัวไปถึงไหนๆ เจ้าชายคามินถึงได้โอนหุ้นให้มัน แถมช่วยมันมายึดอำนาจบริษัทของเราแบบนี้”

    ธีภพบอกไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด กานดาเสียงกร้าวแล้วมันแบบไหน ในเมื่อพริริสาบอกว่ายังไม่จบแค่นี้ ต้องมีแผนการเล่นงานบูรพเกียรติอีกแน่ กานดาเขย่าแขนธีภพอย่างร้อนใจ “ภพต้องช่วยพวกเรานะ ก่อนที่บริษัทที่สร้างมาจะไม่เหลืออะไรเลย คุณธเนศก็เป็นหุ้นส่วนของบูรพเกียรติ ที่ไม่ถูกนังเด็กนั่นเอาผลประโยชน์มาครอบงำ ภพต้องบอกคุณธเนศให้ช่วยพวกเรานะ”

    ท่าทางธีภพลำบากใจ ก็พอดีธเนศเดินมา กานดาปรี่เข้าถามรู้เรื่องแล้วใช่ไหม เขารับว่าใช่ เธอจึงชวนไปปรึกษาคณินว่าจะเอาคืนนังเด็กนั่นอย่างไร สองพ่อลูกสบตากันอ่อนใจ...ทั้งสามมาที่ห้องคณิน กานดายังก่นด่าพริริสาไม่ขาดปาก ธเนศเอ่ยถามว่าพริริสาเป็นลูกสาวจริงหรือเปล่า คณินอยากเล่าทุกอย่างจึงหันไปบอกกานดาให้กลับไปก่อน เธอไม่กล้าขัดด้วยเกรงใจธเนศ หน้าตึงเปิดประตูออกมาเจอศจีแนบหูฟังอยู่ก็เหวี่ยงวีน อย่าสอดรู้ให้มันมากนัก ศจีอ้อมแอ้ม

    “สถานการณ์แบบนี้ ไม่รู้อะไรเลยก็ไม่ไหวนะคะคุณกานดา”

    “ถ้ากลัวตกงานนักล่ะก็รีบไปเลียแข้งเลียขานังริสามันซะเลยสิ” กานดาสะบัดหน้าเดินไป

    ธีภพยืนยันว่าริสาคือพริริสาลูกสาวคณิน เขาสะเทือนใจที่ลูกเกลียดตนมากเพราะตนเป็นพ่อที่เลวไม่เคยเลี้ยงดู ไม่เคยทำอะไรเพื่อเขาเลย พีรดาพาลูกหนีไปไม่รู้ว่าไปเผชิญกับอะไรบ้าง ถึงได้กลับมาทำขนาดนี้ ธีภพแย็บถามเขารู้ไหมว่าทำไมพีรดาถึงพาลูกหนีทั้งที่ก็ไม่เคยมายุ่งเกี่ยวด้วย ธเนศก็สงสัย ถ้าจะเรียกร้องอะไรก็น่าจะทำตั้งแต่สิบกว่าปีก่อน คณินเล่าว่าตอนนั้นให้คนสืบหาจนเจอ แต่แล้วเธอก็พาลูกหนีอีก แม่มาบอกตนว่าให้เลิกตามหา เขาถามแม่ทำอะไรพีรดา

    “ฉันคงไม่ต้องทำอะไรมาก เพราะผู้หญิงที่แกรักนักรักหนา มันรักแต่เงินของแก มันทำทีไม่เรียกร้องอะไรก็เพื่อหลอกให้แกตายใจ แต่ฉันเสนอราคาที่มันพอใจ มันก็ไป แกอยากรู้ไหมว่าฉันเสียไปเท่าไหร่” จินตนายิ้มเหยียด คณินไม่อยากเชื่อ “แกมันโง่ นังนั่นมันยอมอุ้มท้องมีลูกก็เพื่อผลประโยชน์ พอมันได้สิ่งที่ต้องการมันก็ไป อย่าหวังเลยว่ามันจะกลับมาหาแก ป่านนี้มันคงเสวยสุขกับเงินล้าน ชุบตัวหาผัวใหม่ไปแล้ว”...คณินเล่าถึงอดีตแล้วได้แต่เสียใจ

    ooooooo

    กานดากลับถึงบ้าน ไล่กรนันท์ให้ออกไปก่อนตนมีเรื่องจะคุยกับจินตนา กรนันท์กระฟัดกระเฟียดออกไป จินตนาเอ่ยถามว่าเรื่องใหญ่มากเลยหรือ กานดารับว่าใช่ เข่นเขี้ยว

    “ตอนนี้นังริสามันกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทไปแล้วค่ะคุณแม่ ที่สำคัญนังริสามันเป็น...” กานดาอึกอักไม่รู้จะพูดดีหรือไม่ดี

    ดร.กฤษหน้าเครียดเข้ามา “ก็บอกไปสิว่าเด็กริสานั่นคือลูกสาวของคณินที่ทุกคนพากันขับไล่ไสส่ง จงเกลียดจงชังนักหนา”

    จินตนาตกใจ กานดาโกรธ ดร.กฤษบอกว่าคณินโทร.มาเล่าหมดแล้ว จินตนาแปลกใจทำไมพริริสาถึงมีเงินทองมาก กานดาหาว่าเจ้าชายคามินหนุนหลัง กรนันท์แอบฟังมาตลอดปรี่ออกมาแย้งว่าไม่จริง คามินจะช่วยพริริสาทำไม ต้องมีอะไรเข้าใจผิด ดร.กฤษย้ำว่า คามิน โอนหุ้นทั้งหมดให้พริริสา กรนันท์ฉุกคิดถึงคำพูดของไคซัจที่ว่า...คามินเลี้ยงปลอบใจล่วงหน้า เธอกรีดร้องจนเป็นลมหมดสติ ทุกคนพากันตกใจ

    ในห้องรับรองสถานทูต พริริสานั่งคิดถึงเหตุการณ์วันนี้ คามินแย็บว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่ต้องการแล้วทำไมยังทำหน้าอมทุกข์ เธอสลัดความกังวล “ยังหรอกค่ะ ริสายังรู้สึกดีใจอะไรไม่ได้เพราะมันยังไม่จบ แค่นี้มันยังไม่พอ ถ้าคิดจะตีงูอย่าแค่ตีให้หลังหัก แต่ต้องตีให้ตาย”

    “ถ้างูพวกนั้นถูกตีจนตายหมดอย่างที่เราต้องการจริงๆ จะมีความสุขมากกว่านี้ใช่ไหม”

    พริริสาตอบไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะมีความสุขจริงไหม แต่ให้หยุดตอนนี้ก็ทำไม่ได้...คามินเดินเครียดออกมา ไคซัจถามคงไม่ใช่แค่เจ้าหญิงที่ไม่มีความสุขกับการจัดการบูรพเกียรติ คามินยอมรับไม่รู้ว่าการคิดช่วยพริริสาทำเรื่องพวกนี้ เป็นสิ่งที่ผิดหรือเปล่า ไคซัจว่าถ้านึกถึงสิ่งที่พวกนั้นทำกับพระชายาและเจ้าหญิงในอดีต ก็เห็นว่าสมควรไม่อย่างนั้นพวกนั้นก็จะไม่สำนึก

    “ฟังดูก็เหมือนจะยุติธรรมดี ทำให้คนพวกนั้นได้รับบาปที่ตัวเองก่อ แต่คนของเราก็กลายเป็นคนที่ก่อบาปกับครอบครัวของตัวเองเนี่ยนะ”

    “ครอบครัวของเจ้าหญิงคือท่านราอิลและเจ้าชาย บ้านคือไทรจีสไม่ใช่ที่นี่พ่ะย่ะค่ะ”

    คามินฟังแล้วพยายามบอกตัวเองให้คิดแบบนั้น พลันมือถือดังขึ้น ไคซัจมองหน้าจอแล้วทูลว่ากรนันท์โทร. มา คามินถามรู้ใช่ไหมควรทำอย่างไร ไคซัจกดตัดสายทิ้งทันที

    กรนันท์กรี๊ดลั่นปามือถือทิ้ง สาวใช้กำลังเสิร์ฟของว่างตกใจจานแทบหล่น จินตนากับ ดร.กฤษพลอยตกใจไปด้วย จินตนากุมขมับโทษพริริสาที่กลับมาจองล้างจองผลาญ ดร.กฤษท้วง

    “ทำไมคุณไม่คิดบ้างว่ามันเป็นบาปเวรที่เราทำกับเขาไว้ มันตามกลับมาสนองเราแล้วล่ะ”

    “พูดบ้าๆพวกมันต่างหากที่โลภมากไม่รู้จักพอ ฉันให้เงินไปก้อนโต แต่มันดันไม่สำนึกกลับมาเล่นงานครอบครัวเรา นังสองแม่ลูกนั่นต่างหากที่ต้องได้รับกรรม”

    ดร.กฤษอ่อนใจถ้าคิดอย่างนั้นก็ตามใจ ขอให้มีความสุขกับการหลอกตัวเอง ว่าแล้วจะเดินไป จินตนาถามจะไปไหน เขาประชดว่าจะไปวัดไปหาที่สงบๆสักพัก เธอโอดครวญจะทิ้งตนไว้คนเดียวหรือ เขาย้อนก็เธอมีความสุขกับการหลอกตัวเองมากกว่ายอมรับความจริงว่าทำอะไรผิดพลาดไปบ้าง ตนว่าก็น่าจะอยู่คนเดียวได้ จินตนายิ่งเครียดหนัก

    กานดาเข้ามาปลอบกรนันท์ในห้องนอน เธอร้องไห้ที่พริริสาเอาทุกสิ่งทุกอย่างไป กานดาปลอบว่าไม่จริง ไม่มีใครแย่งอะไรจากลูกไปได้ กรนันท์ใจชื้นขึ้นเมื่อรู้ว่าแม่ต้องช่วยได้

    ด้านมิราเดินออกจากสถานีตำรวจบ่นอุบไม่เห็นได้อะไรสักอย่าง อธิรุธติง “พูดให้เกียรติผมให้เกียรติตำรวจไทยบ้าง ผู้ร้ายปากแข็งยังไงผมก็ต้องทำให้พวกมันพูดให้ได้ ว่าแต่เจ้าหญิงของคุณเถอะ หนีไปทำธุระส่วนตัวเสร็จหรือยังล่ะ ผมจะได้กลับไปทำงานตามหน้าที่...”

    มิราบอกว่าพริริสาอยู่กับคามินไม่ต้องห่วง พลันมีโทรศัพท์เข้ามา มิรารับสายแล้วหน้าเจื่อน รีบไปยังโรงแรมแห่งหนึ่ง...พีรดาเดินทางมาเมืองไทยกับหญิงรับใช้ เพราะร้อนใจเรื่องพริริสาไปเกี่ยวข้องกับบูรพเกียรติได้อย่างไร มิราโดนคาดคั้นให้เล่าความจริง

    อธิรุธกลับมาบ้านพักกับธีภพ หมวดทัดรายงานว่าตอนนี้เจ้าหญิงอยู่สถานทูตไทรจีส ทางนั้นจะดูแลเองเพราะอีกไม่กี่วันก็จะเดินทางกลับ ธีภพรู้ว่าพริริสาพยายามกันเขาออกเพื่อจะทำอะไรอีก อธิรุธเห็นว่าดีถ้าเขาอยากแก้ไขเรื่องนี้ก็ไม่ควรเกาะติดเธอ ควรออกไปหาความจริง

    อธิรุธ ธีภพและหมวดทัดใส่โม่งดำไปยังชุมชนที่อยู่อาศัยของลูกน้องกานดา ลากตัวทั้งสองคนมาอัดและขู่ว่านายสั่งมา ทั้งสองร้องลั่นคิดจะปิดปากกันง่ายๆหรือ พวกตนทำงานให้ไม่เคยหักหลัง ขอพวกตนไปคุยกับกานดาก่อน ต้องมีเรื่องเข้าใจผิดแน่ พวกธีภพถึงกับชะงัก

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ กรนันท์หน้าตาหมองคล้ำจากการร้องไห้มาทั้งคืน จะออกไปหาคามินจะคุยให้รู้เรื่อง คณินห้ามบอกขนาดนี้แล้วจะไปคุยอะไรอีก กรนันท์ฟูมฟายอยากจะถามว่านังริสาใช้เล่ห์มารยาสาไถย แบบไหน เจ้าชายถึงได้ลงทุนให้มากมายขนาดนี้ คณินเอ็ดอย่าเรียกพี่แบบนั้น

    “พี่!เกรซไม่เคยมีพี่ เกรซเป็นลูกคนเดียวของคุณพ่อเป็นหลานคนเดียวของบูรพเกียรติ”

    “ฉันก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเกี่ยวข้องอะไรกับคนที่นี่อยู่แล้ว” พริริสาเดินเข้ามากับทนาย

    กรนันท์เห็นพริริสาก็โกรธเกลียดปรี่จะเข้าทำร้าย “แกกล้าเสนอหน้ามาถึงที่นี่เลยเหรอ”

    คณินดึงกรนันท์ไว้ กานดาได้ยินเสียงลูกโวยวายก็เดินเข้ามา พอเห็นพริริสาก็จ้องเขม็งด้วยความเกลียดชัง ...ดร.กฤษกับจินตนาเข้ามา พริริสาเชิญทุกคนรับฟังเรื่องที่ตนมา สาวใช้ยกน้ำมาเสิร์ฟ จินตนาสั่งให้ยกกลับไปบอกไม่ใช่แขกที่อยากต้อนรับ คณินขอร้องแม่ว่านี่ลูกสาวตน พริริสาตัดบท ตนไม่ได้มาที่นี่เพื่อลำดับญาติกับใคร กรนันท์เยาะ “ได้ยินชัดไหมคะคุณพ่อ...”

    กานดาเสียงกร้าวแล้วมาที่นี่ทำไม พริริสายิ้มเยือกเย็นให้ทนายหยิบสัญญาจำนองบ้านหลังนี้ออกมาวางบนโต๊ะ “ฉันเป็นตัวแทนมาทวงหนี้ที่เหลืออยู่”

    จินตนาดึงเอกสารมาดูหน้าซีดในขณะที่ลูกชายกับสามีรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว...ขณะเดียวกันธีภพกำลังจะไปสถานทูตไทรจีส อธิรุธโทร.มาบอกว่าพริริสาอยู่บ้านคณิน เขาตกใจเลี้ยวรถกลับ

    กรนันท์อ่านเอกสารเห็นยอดเงิน 50 ล้าน ก็เยาะว่าเงินแค่นี้พวกตนมีปัญญาจ่ายอยู่แล้ว แต่พอมองหน้าทุกคนกลับนิ่งๆก็ใจเสียถามจินตนาว่าเราไม่มีเงินใช้หนี้จริงหรือ พริริสายิ้มเยาะ ทนายกล่าว คณินนำบ้านไปจำนองไว้ และไม่เคยส่งดอกเบี้ยตามที่ตกลง ตอนนี้ใกล้ถึงกำหนดที่จะต้องไถ่ถอน เราถึงต้องมาที่นี่ ดร.กฤษเอ่ยถามพริริสาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ เธอนั่งนิ่ง ทนายตอบเสียเองว่า

    “พวกคุณคงไม่รู้ว่าเจ้าหนี้ตัวจริงเงินก้อนนี้ของคุณคณินก็คือเจ้าชายคามิน แล้วเจ้าชายก็ได้ยกหนี้สินก้อนนี้ให้กับคุณพริริสาเป็นคนจัดการ”

    “ฉันถึงต้องมาคุยเรื่องหนี้สินและบ้านหลังนี้ว่าพวกคุณเหลือเวลาอีกเท่าไหร่ก่อนที่จะไม่เหลืออะไรเลย”

    กรนันท์โวยว่าโกหก คณินเอ่ยเสียงสั่น “ริสา พ่อว่าเราน่าจะมีวิธีพูดคุยกันได้”

    พริริสาทั้งโกรธทั้งเจ็บปวดกับคำที่คณินใช้ “อย่าให้ความจนตรอกมาบังคับตัวเอง จนต้องยกความเป็นพ่อมาร้องขอความเห็นใจจากคนที่คุณไม่เคยต้องการเลยค่ะ คุณคณิน”

    “ใครบอกว่าพ่อ...”

    กานดาขัด “ที่แท้กลับมาเพราะอยากประกาศตัวให้ใครต่อใครรู้สินะว่าเป็นบูรพเกียรติ ที่แม่แกดิ้นรนหาหนทางจับคุณคณินก็เพื่อวันนี้ มันคงอยากให้แกมาตะโกนอ้างสิทธิ์ให้คุณคณินเรียกแกว่าลูกจนตัวสั่นสิท่า”

    “อย่ามาดูถูกแม่ฉันนะ”

    “ทำเป็นรับความจริงไม่ได้ รู้ทั้งรู้ว่าที่นี่ไม่มีใครต้องการพวกแก แต่ก็ยังกระเสือกกระสนทำเรื่องเลวๆเพื่อให้คนที่นี่จนตรอก จำใจต้องยอมรับแกกับแม่ของแก...”

    คณินเอ็ดให้กานดาหยุด แต่เธอตวาดกลับว่าไม่หยุดจนกว่ามันจะออกไปจากที่นี่ ทั้งสองจ้องตากันเขม็งไม่มีใครยอมใคร พริริสาถูกกานดายั่วยุให้โกรธและน้อยใจมากขึ้น คณินอยากอธิบายแต่เธอไม่ฟัง ประกาศกร้าว “ฉันมาที่นี่ก็เพื่อจะบอกว่าอีกไม่นานชื่อบูรพเกียรติที่พวกคุณใช้เชิดหน้าชูตาในสังคม สร้างความภูมิใจให้ตัวเองนักหนา อีกไม่นานมันจะเหลือแค่ครอบครัวที่มีแต่ตัวเปล่าๆ ไม่มีเงิน ไม่มีเกียรติยศศักดิ์ศรีที่จะไปดูถูกหรือเหยียบย่ำใครเขาได้อีก”

    “พอได้แล้วริสา!” เสียงพีรดาดังขึ้น “แม่ไม่คิดเลยว่าลูกจะมาที่นี่เพื่อทำอะไรแบบนี้ เราเคยสัญญากันเอาไว้ว่าจะทิ้งอดีตไปให้หมด แต่ลูกไม่เคยทำมันได้เลยใช่ไหมริสา”

    พริริสาตกใจ มิราเดินตามเข้ามารู้สึกผิดเอ่ยปากบอกว่าพระชายาทราบเรื่องแล้ว พีรดาขอร้องให้ลูกสาวหยุดทำร้ายคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อ พริริสาเจ็บปวดบอกเขาไม่มีคุณสมบัติจะเป็นพ่อตน คณินแววตาปวดร้าว ดร.กฤษเตือนสติว่า จะปฏิเสธอย่างไรก็หนีความจริงข้อนี้ไม่ได้ ตัวเธอมีเลือดบูรพเกียรติครึ่งหนึ่ง

    พริริสาโต้คิดว่ายกข้อนี้มาอ้างแล้วจะลบสิ่งที่พวกเขาทำกับตนสองแม่ลูกได้หรือ พีรดาขอร้องขอให้พริริสาคืนทุกอย่างให้คณินแล้วกลับไปในที่ของเรา

    พริริสาไม่ยอม คณินกล่าวขอโทษแต่เธอบอกว่าคำขอโทษมันเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เขาเคยบีบให้พวกตนจนตรอก วันนี้พวกเขาต้องเจอแบบนั้น จะได้รับรู้ถึงความทุกข์ทรมานของคนอื่นบ้าง พีรดาทนเห็นลูกก้าวร้าวต่อไปไม่ไหวพลั้งมือตบหน้าพริริสา เธอน้ำตาร่วงเผาะ กรนันท์สะใจสมน้ำหน้าที่แม่ยังไม่เข้าข้าง

    “ริสาไม่คิดเลยว่าแม่จะเข้าข้างพวกที่ทำร้ายเรามากกว่าลูกของตัวเอง”

    “ริสาแม่ขอโทษ มันไม่ใช่แบบนั้นนะ...” พีรดาเสียใจแต่พริริสาวิ่งหนีออกไป

    พีรดารู้สึกเหมือนจะหน้ามืดรีบบอกมิราให้พาตนตาม มิราและหญิงรับใช้เข้าประคอง...พริริสาน้ำตานองหน้าวิ่งออกมาขึ้นรถขับออกไป คณินจะไปตามลูกแต่กานดารั้งไว้ จ้องพีรดาราวจงอางหวงไข่...ธีภพ ขับรถมาถึงเห็นรถพริริสาแล่นไปด้วยความเร็วก็รีบขับตามเธอ

    พริริสาเหมือนคนขาดสติคิดถึงคำพูดต่างๆของทุกคนอย่างสับสนว้าวุ่นใจ ขับรถด้วยความเร็วจนกระทั่งมีรถตัดหน้าทำให้เธอหักรถหลบตกข้างทาง ธีภพรีบจอดรถลงไปดู เธอตกใจทำอะไรไม่ถูก พอเห็นเขาก็โผกอดร้องไห้โฮ...อาซิสสะกดรอยตามสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ

    ooooooo

    คามินรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างก็พอดีไคซัจเข้ามารายงานเรื่องอุบัติเหตุของพริริสา เขารีบร้อนจะออกไป มิราประคองพีรดาเข้ามาบอกว่าอธิรุธโทร.มาบอกว่าพริริสาอยู่กับธีภพปลอดภัยดี

    คามินหน้าเจื่อนเมื่อเห็นพีรดามา แต่ไม่วายสบตาไคซัจเชิงให้ตามไปดูพริริสา...ในขณะที่ธีภพพาพริริสามานั่งริมน้ำ ให้เธอคลายความตกใจเสียใจ เขายืนสำรวมอยู่ข้างๆ บอกกับเธอว่า มิราพาพระชายาไปอยู่กับเจ้าชายแล้ว อีกสักครู่คงส่งรถมารับ เธอสบตาเขาเว้าวอน

    “คุณคงโกรธที่ฉันหลอกคุณ แต่ต่อให้คุณกับแม่โกรธฉันแค่ไหน ฉันก็ไม่ยอมเลิกรากับพวกบูรพเกียรติเด็ดขาด”

    ธีภพเห็นแววตาเศร้าระคนแค้นของพริริสาก็อดสงสารไม่ได้ บอกเธอว่ามีหลายเรื่องที่เธอยังไม่รู้ เธอสวนว่าเขาต่างหากที่ไม่รู้ว่าตนกับแม่เจออะไรมาบ้าง ถึงตอนนี้ชีวิตจะดีขึ้นแต่คนพวกนั้นไม่เคยเปลี่ยนไม่เคยสำนึกกับสิ่งที่ตัวเองทำไว้

    ชายหนุ่มพยายามจะบอกว่าคณินไม่ได้ทำอะไร เธอหาว่าเขาเข้าข้างครอบครัวคู่หมั้น ธีภพจึงเล่าเรื่องที่จับคนร้ายได้และมันสารภาพไปถึงเรื่องเมื่อสิบกว่าปีก่อนด้วย ไม่ทันที่เขาจะเล่ารายละเอียด อาซิสกับทหารกบฏปรากฏตัวขึ้น

    ธีภพปกป้องพริริสาเต็มที่ เกิดการต่อสู้กับพวกอาซิส ธีภพเห็นอาซิสจะยิงพริริสาก็โถมตัวเข้ากอดเธอ กระสุนเจาะเข้าที่แขนเขา พริริสาตกใจดึงเขาวิ่งหนี ตัดสินใจกระโดดน้ำ อาซิสตามมายิงลงไปในน้ำหลายนัด กระสุนพุ่งเข้าที่ท้องพริริสาหนึ่งนัด

    ไคซัจและองครักษ์มาพร้อมอธิรุธและหมวดทัด ได้ยินเสียงปืนก็รีบตามมาช่วย อาซิสเห็นจึงสั่งลูกน้องกลับ...

    ในน้ำธีภพเห็นพริริสาจะหมดสติก็พยายามเขย่าตัวเธอ ตัดสินใจประกบปากให้ออกซิเจนแก่เธอ พอรู้สึกว่าเสียงสงบลงก็พาเธอขึ้นฝั่ง ปลุกเธอให้รู้สึกตัวไม่ให้หมดสติ

    ไคซัจเห็นตกใจมากรีบพาส่งโรงพยาบาล...มาถึงโรงพยาบาล ธีภพเป็นห่วงพริริสาจนลืมว่าตัวเองก็บาดเจ็บ พยาบาลช่วยกันรั้งตัวเขาเข้าห้องฉุกเฉินทำแผล

    จินตนากำลังเล่าให้ดร.กฤษฟังถึงความหลัง ว่าตอนที่ตนไปยึดสร้อยคืนจากพีรดา กานดามาบอกว่าพีรดาต้องการเงินห้าล้านถึงจะยอมไปจากชีวิตคณิน “แต่สุดท้ายมันก็กลับมา นังสองแม่ลูกนั่นต่างหากที่ทำร้ายพวกเรา ไม่ใช่ฉัน”

    ดร.กฤษถอนใจไม่คิดว่าภรรยาโกหก แต่อาจมีอะไรแอบแฝงอยู่ ระหว่างนั้นกานดากระวนกระวายใจกลัวความลับในอดีตเปิดเผย ลุกขึ้นสำรวจเครื่องเพชรว่าเหลือสมบัติอะไรบ้าง กรนันท์เข้ามาเห็นโวยแม่มัวดูสมบัติอยู่ได้ พ่อออกไปแล้ว กานดาตกใจคณินไปไหน

    คามินประคองพีรดามาที่โรงพยาบาลด้วยความร้อนใจ คามินกระชากคอเสื้อไคซัจที่ปล่อยให้พริริสาบาดเจ็บและโวยตำรวจไทยอารักขาอย่างไร ไคซัจทูลว่าธีภพก็บาดเจ็บ คามินชะงักรู้สึกตัวเองกราดเกรี้ยวเกินไป ปล่อยไคซัจและว่าตนก็ต้องโทษตัวเองด้วยที่ปล่อยพริริสาทำอะไรตามใจตัวเองจนเกิดเรื่องแบบนี้

    มิราท้วงว่าไม่ใช่เวลาจะมาโทษว่าใครผิด พีรดาแทรกถามอาการพริริสา ไคซัจทูลว่า พริริสาเสียเลือดมากถูกพาไปที่ห้องผ่าตัดแล้ว พีรดาตกใจทรุดลง มิรากับหญิงรับใช้ช่วยกันประคอง คามินรีบเข้าดูอาการพีรดาอย่างห่วงใย

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 20:27 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์