นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เพลิงนรี

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ทางเดินริมลำธาร ธีภพพาพริริสาเดินไปที่ซ่อนรถ ท่าทางเธออารมณ์ดีขึ้นเดินโดยไม่บ่น เขาเห็นเธอไม่งอแงก็เปรยว่าเธออารมณ์เปลี่ยนได้วันละหลายรอบจริงๆ เมื่อครู่บ่นเมื่อย ตอนนี้เดินยิ้มร่าไม่บ่นสักคำ หญิงสาวนึกถึงที่แม่ชอบว่าตนเหมือนสายลมไม่ยอมหยุดนิ่ง

    “พวกอารมณ์แปรปรวนนี่เอง” ธีภพแซว เธอค้อนใส่ “ก็จริงไหมล่ะ วันไหนท้องฟ้าสดใส ปลอดโปร่ง คุณก็เป็นสายลมอ่อนๆ นำพาความเย็นสดชื่นมาให้ แต่ถ้าวันไหนมีพายุ คุณกลายเป็นลมที่พร้อมจะพัดกระหน่ำใส่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า” พริริสายักไหล่ไม่ปฏิเสธคำเปรียบเปรยนั้น ธีภพเหน็บ “ร้ายจริงๆ...”

    “ถ้าฉันเป็นสายลมแล้วคุณล่ะเป็นอะไร”

    “คุณเป็นสายลมที่ไม่ยอมหยุดนิ่ง ผมก็จะเป็น...พื้นดินที่มั่นคง เพราะต่อให้เจอลมพายุแรงแค่ไหน ก็ทำอะไรความมั่นคงของพื้นดินไม่ได้” สายตาธีภพแสดงความรู้สึกในใจชัดเจน

    พริริสารับรู้ แต่เสพูดไปอีกอย่าง “คุณจะบอกว่าคุณเก่งกว่าฉันงั้นสิ”

    “จะว่าอย่างนั้นก็ได้ ยังไงผมก็ต้องเก่งกว่าคุณอยู่แล้ว”

    เธอว่าเขาหลงตัวเองแล้วเดินไปไม่อยากต่อปากต่อคำ ธีภพมองตามด้วยความเอ็นดู จนมาถึงที่จอดรถ พริริสาเห็นรถก็ดีใจ “เอามาจอดไกลขนาดนี้นี่เอง มิน่าฉันวิ่งหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ”

    “เพราะผมเดาไว้แล้วว่าคุณจะทำอะไรบ้าง” ธีภพลองใช้รีโมตเปิดประตูรถ มันยังใช้ได้

    พริริสาตรงเข้าแย่งรีโมตจากมือธีภพ เขาตกใจถามจะทำอะไร เธอบอกจะไปจากที่นี่ เขาเยาะคิดว่าจะให้ไปง่ายๆหรือ เขาเข้าตะครุบตัวเธอกอดรัดแย่งรีโมตกัน ทันใดรถคามินแล่นมาจอดอย่างรวดเร็ว คามินลงจากรถพร้อมไคซัจ โกรธมากเสียงกร้าว “ปล่อยมือจากริสาเดี๋ยวนี้!”

    พริริสาตกใจ ธีภพชะงักปล่อยมือจากพริริสา

    คามินชี้หน้าว่าบังอาจมาก รู้ตัวไหมว่ากำลังล่วงเกินใคร ธีภพมองพริริสา “ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงตรงหน้าเป็นใคร”

    คามินยิ้มเยาะ พริริสาหวั่นใจส่งสายตาขอร้องไม่ให้คามินพูด แต่ด้วยความโกรธ คามินไม่สนใจโพล่งออกมา “ถ้านายไม่รู้ฉันก็จะบอกให้เอาบุญ จะได้รู้ฐานะตัวเองและเจียมตัวเอาไว้”

    “เจ้าชายหยุดเถอะเพคะ” พริริสาขอร้อง

    “พอได้แล้วริสา เลิกเล่นสนุกจนเลยเถิดขนาดนี้สักที นึกถึงฐานะตัวเองบ้าง ถ้าท่านพ่อท่านแม่รู้คงเสียใจมาก ที่เราถูกทำให้เสื่อมเสียเกียรติขนาดนี้”

    “ไม่มีใครทำอะไรให้ริสาเสื่อมเสียเกียรติทั้งนั้น”

    “แล้วที่เห็นเมื่อกี้มันไม่ใช่อีกหรือไง” คามินมองไคซัจและองครักษ์

    ทั้งสองรู้งานเข้าล็อกตัวธีภพ เขางงจะทำอะไร คามินชักปืนออกมาบอกว่าลงโทษคนที่บังอาจไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง พริริสาตกใจรีบเข้าไปกางแขนเอาตัวบังธีภพไว้ คามินสั่งให้หลบ เธอไม่ยอม ธีภพกล่าว “ริสาคุณหลบไป คนอย่างผมไม่จำเป็นต้องให้ใครมาปกป้อง โดยเฉพาะผู้หญิง”

    พริริสามองเขาอย่างเป็นห่วง คามินเข้าดึงตัวเธอออกมาเสียงกร้าว “ก็ดี อย่างน้อยนายก็ยังมีศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้ชายหลงเหลืออยู่บ้าง”

    “ผมเป็นลูกผู้ชายพอ กล้าทำก็กล้ารับและพร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกเรื่องโดยไม่ต้องพึ่งใครให้เสียศักดิ์ศรี”

    คามินกัดฟันกรอดรู้ว่าธีภพว่าตนที่ให้องครักษ์รุม จึงสั่งให้ทุกคนปล่อยธีภพ แล้วโยนปืนไปที่พื้นอีกด้าน กระชากคอเสื้อธีภพบอกเรามาตัดสินกันแบบลูกผู้ชาย ว่าใครจะไปถึงปืนกระบอกนั้นก่อนกัน ถ้าตนไปถึงก่อนก็ไม่รับรองความปลอดภัย...ทั้งคู่จ้องตาอย่างไม่ยอมกัน

    คามินเงื้อหมัดขึ้นต่อยธีภพแต่เขาเอาแต่หลบและปัดป้อง ไคซัจกับองครักษ์คอยพร้อมจะเข้าช่วยคามินหากมีคำสั่ง สุดท้ายธีภพพุ่งตัวมาหยิบปืนได้ก่อน ไคซัจเตรียมเข้าปกป้องคามินแต่ธีภพคว่ำกระบอกปืนเป็นการบอกว่าพร้อมจะคืนปืนให้ พริริสายิ้มออกที่ธีภพเป็นฝ่ายชนะและไม่คิดทำร้ายคามิน ธีภพกล่าวขออภัย คามินคว้าปืนมาเก็บอย่างแค้นใจ สั่งไคซัจให้พาตัว
    พริริสาขึ้นรถ เธอละล้าละลัง คามินรู้ทันทีว่าเธอมีใจให้ธีภพ จึงต้องตัดไฟแต่ต้นลม

    “อ้อ นายอยากรู้สินะว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเป็นใคร...ผู้หญิงคนนั้นก็คือ เจ้าหญิงราชกุมารี พริริสา อไมร์คานแห่งไทรจีส” พูดจบคามินเดินตรงไปบังคับให้พริริสาขึ้นรถไปด้วยกัน

    ธีภพยืนอึ้งที่รู้ความจริงว่าคนที่ตนมอบหัวใจให้กลายเป็นเจ้าหญิงสูงศักดิ์ ความรู้สึกพังทลายผิดหวัง มองรถที่แล่นออกไปอย่างเจ็บปวด พริริสาเองก็หันมองธีภพด้วยความรู้สึกไม่แพ้กัน นึกโกรธคามินที่บอกความจริงออกไป คามินรับรู้ความรู้สึกน้องบอกมันถึงเวลาแล้ว แต่เธอว่าต้องไม่ใช่แบบนี้ เขาสวนจะให้บอกแบบไหน “ริสารักนายธีภพใช่ไหมถึงได้โกรธพี่ขนาดนี้”

    พริริสาเม้มปากไม่ตอบ รู้สึกกลัวธีภพจะโกรธเกลียดตน เผลอร้องไห้ออกมา ไคซัจลอบมองด้วยความเห็นใจระคนเจ็บปวด

    ooooooo

    เมื่อมิรารู้ว่าคามินเอาตัวพริริสากลับมาแล้วก็ปล่อยตัวอธิรุธพร้อมขอโทษ เขายิ้มขู่อย่าให้ถึงคราวตนบ้าง ตนจะกักเธอเอาไว้ในหัวใจ เธอตีแขนเขา ติงไม่ตลกสักวันได้ไหม

    อธิรุธถามว่าธีภพรู้แล้วใช่ไหมว่าพริริสาเป็นใคร มิราพยักหน้า เขาถอนใจสงสารเพื่อนคงหัวใจแตกสลาย มิราตกใจเล็กน้อยพอจะเดาออกว่าธีภพรักพริริสา

    วันต่อมา ธีภพมาสนามยิงปืนระบายอารมณ์ด้วยการยิงเรื่อยเปื่อยไม่แม่นยำเหมือนที่เคย อธิรุธเข้ามามองดูเย้าว่า เป็นบุญตามากที่เห็นเขามือตก ท่าทางหัวใจจะไม่อยู่กับตัว ธีภพไม่ขำด้วยเดินหนี อธิรุธตามมาตบไหล่ “ฉันเข้าใจความรู้สึกของนายนะเพื่อน ใครจะคิดว่าคุณริสาจะกลายเป็นเจ้าหญิงของประเทศไทรจีส แต่เรื่องมันไม่จบแค่นี้หรอกใช่ไหม”

    ธีภพมองเชิงถามหมายความว่าอย่างไร อธิรุธยื่นแฟ้มเอกสารให้ “ก็เจ้าหญิงพริริสามีชื่อเดิมว่า พริริสา รวีวุธ เป็นนามสกุลของแม่ ฉันไปสืบมาแล้ว แม่ของเจ้าหญิงคือคุณพีรดา รวีวุธ ตอนนี้เป็นพระชายาคนปัจจุบันของท่านราอิล กษัตริย์ของไทรจีส”

    ธีภพทวนชื่อนามสกุล นึกถึงที่คณินเคยเล่าว่า พีรดาพาลูกสาวชื่อพริริสาหนีไป ก็ปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่าพริริสาคือลูกสาวคณิน...อธิรุธบอกอีกเรื่องว่าผู้การเอกสิทธิ์อยากให้เขากลับมาช่วยงานสำคัญ ตนไม่แน่ใจว่าเขาจะรับไหม พอธีภพรู้ว่าจะต้องเข้าร่วมทีมอารักขาก็ว่าผู้การลืมหรือเปล่าว่าตนออกจากราชการแล้ว

    “ถ้าเป็นงานอารักขาปกติ ผู้การคงไม่ยอมให้นายเข้าทีมแน่ ยิ่งถ้ารู้ว่านายกับเจ้าหญิง...แต่นี่มีการขอมาจากไทรจีสว่าอยากให้นายร่วมทีม”

    ธีภพปวดใจอ้างตนไม่เหมาะกับงานนี้แล้วเดินไป อธิรุธตะโกนไล่หลังถามไม่ลังเลสักนิดหรือ...ด้านคามินให้มิรากับพริริสาเก็บของย้ายออกจากคอนโดไปอยู่ที่ปลอดภัยที่สุด พริริสาดื้อดึงไม่ยอมไป คามินเคือง “ที่ไม่ยอมไปเพราะโกรธพี่เรื่องนายธีภพอยู่ใช่ไหม”

    “ใช่ รสาโกรธพี่คามิน ไหนว่าจะช่วยริสา ทำไม ต้องทำให้ทุกอย่างแย่ไปหมด”

    “แย่ตรงที่นายธีภพมันต้องฝันสลายเพราะเราคือเจ้าหญิงราชกุมารีแห่งไทรจีส ที่สามัญชนคนธรรมดาอย่างหมอนั่นไม่มีสิทธิ์อาจเอื้อมใช่ไหม” คามินพูดจี้ใจดำ

    พริริสาเสียใจน้ำตาร่วงเผาะ คามินยิ่งโมโห เพราะมันชัดเจนว่าเธอเสียใจเรื่องธีภพ มิรายืนละล้าละลังตัดสินใจเข้าไปห้ามทัพ บอกจะคุยกับพริริสาให้ คามินฮึดฮัดเดินออกไป พริริสาคว้าตุ๊กตาแกะที่ธีภพให้มากอดร้องไห้

    ไม่ต่างกัน ธีภพหน้าเครียดจนวิวรรณห่วงว่าลูกเป็นอะไร ตั้งแต่หายกันไปกับเลขากลับมาก็ไม่เล่าให้ฟัง ธีภพตอบเนือยๆว่าแค่ไปพักบ้านอธิรุธ วิวรรณโวยยอมรับแล้วใช่ไหมว่าไปกับพริริสา ธีภพถอนใจ “มันไม่มีอะไรหรอกครับคุณแม่ ยังไงผมกับริสา...มันก็คงเป็นไปไม่ได้”

    ธีภพออกมานั่งเงียบๆ สับสนในใจว่าควรจะหยุดตัวเองกับเรื่องพริริสาหรือจะเดินต่อไปจนให้สุดทาง แม้จะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม...ธเนศกำลังตัดแต่งต้นไม้ เห็นลูกกลุ้มก็เข้ามาคุยด้วย

    “ผู้การเอกสิทธิ์โทร.มาหาพ่อเรื่องงานอารักขาเจ้าหญิงของไทรจีส...”

    ธีภพตัดบท “ผมบอกเจ้ารุธไปแล้วครับว่างานนี้ผมคงทำไม่ได้ ผมลาออกจากตำรวจก็เพื่อมาช่วยงานคุณพ่อ มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว คงกลับไปรับงานนั้นไม่ได้”

    “ถ้านี่เป็นคำตอบตามหน้าที่ของลูก แล้วคำตอบจากหัวใจเราล่ะอยากจะรับหน้าที่ปกป้องเจ้าหญิงหรือเปล่า”...ธีภพเองก็ตอบไม่ถูก

    ooooooo

    หน้าสถานทูตไทรจีส ตำรวจชุดอารักขายืนเรียงแถวทำความเคารพคามินที่อยู่กับเอกสิทธิ์และท่านทูต มีไคซัจ องครักษ์และเจ้าหน้าที่สถานทูตยืนอยู่ด้านหลัง เอกสิทธิ์แนะนำอธิรุธและตำรวจชุดอารักขา คามินจับมือทักทายทุกคนตามมารยาท

    คามินฟังเอกสิทธิ์อธิบายเรื่องการเข้ามาอารักขาของตำรวจไทย คามินไม่ค่อยอยากให้ตำรวจไทยมาวุ่นวายแต่ขัดคำสั่งราอิลไม่ได้ จึงนั่งฟังแบบผ่านๆ ไม่ได้สนใจนัก เอกสิทธิ์พูดถึงวันพรุ่งนี้ที่จะมีการแถลงข่าวของคามินกับบริษัทบูรพเกียรติ งานนี้ได้ให้ทีมอารักขาเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว คามินย้ำไม่ต้องการให้เอิกเกริก ให้การอารักขาครั้งนี้เงียบที่สุด ไคซัจกล่าวเสริม

    “เจ้าชายไม่ต้องการให้พวกกบฏรู้ตัวว่าทางเรามีตำรวจไทยคอยให้ความช่วยเหลืออยู่”

    “เรื่องนั้นไม่เป็นปัญหาอยู่แล้ว ส่วนเจ้าหญิงพริริสา กระหม่อมได้เตรียมชุดอารักขาพิเศษอีกชุดไปดูแลที่ที่พักใหม่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

    คามินขอบคุณไม่ได้เอะใจเกี่ยวกับชุดอารักขาพิเศษที่จะไปดูแลพริริสา...ที่บ้านพักใหม่ มิราเดินสำรวจและคุยโทรศัพท์กับไคซัจไปด้วยว่าไม่ต้องห่วง มีอะไรจะรีบติดต่อไป มิราวางสายแล้วนึกห่วงพริริสา เดินเข้ามาหาในห้องนอน

    พริริสาหน้าเศร้าวางตุ๊กตาแกะบอกมิราว่า ธีภพคงไม่อยากเจอหน้าตนอีกแล้ว มิราแนะ “ความจริงถ้าเธอกับคุณภพจะลองเปิดใจพูดความจริงต่อกัน มันอาจจะไม่แย่อย่างที่คิดก็ได้นะ”

    “ความจริงที่ฉันกำลังทำอยู่น่ะเหรอ เธอคิดว่าคุณภพเขาจะรู้สึกยังไงกับฉัน” มิราจะให้ยกเลิก “แต่ฉันหยุดไม่ได้หรอกนะมิรา อีกแค่นิดเดียวสิ่งที่ฉันลงทุนไปทั้งหมดก็สำเร็จ” พริริสาฝืนใจแม้จะเศร้าแค่ไหนแต่ก็ไม่ลืมเป้าหมายตัวเองที่จะเล่นงานบูรพเกียรติ

    ooooooo

    เช้าวันแถลงข่าว นักข่าวพร้อมพรั่ง มีตำรวจชุดอารักขานอกเครื่องแบบยืนเฝ้าระวังในงาน แต่มีทหารกบฏปลอมตัวปะปนมาด้วยหนึ่งคน คอยสังเกตการณ์เพื่อหาจังหวะจัดการคามิน

    คณินเดินมากับกรนันท์ นักข่าวกรูเข้าถ่ายรูปสัมภาษณ์ ทหารกบฏที่ปลอมตัวเป็นนักข่าวมองกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่ยืนตามจุดต่างๆ ก็รู้ว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ธรรมดา กรนันท์ขอตัวแยกไปดูคามินเพราะใกล้เวลาแล้ว ทหารกบฏได้ยินแอบตามเธอไป

    คามินกำลังอ่านเอกสารสัญญาอีกรอบก่อนออกไปแถลงข่าว ไคซัจคอยมองเวลา กรนันท์ออกจากลิฟต์โดยไม่รู้ว่ามีคนสะกดรอยตาม...ไคซัจขอตัวออกไปดูแลความเรียบร้อย คามินเอ่ยถามว่าพริริสาจะมางานนี้ไหม ไคซัจตอบว่าพริริสากับมิราไปจัดการงานที่เหลืออยู่ คามินเยาะนึกว่าล้มเลิกความตั้งใจไปแล้ว ไคซัจแก้ตัวแทน

    “เจ้าหญิงคงไม่ล้มเลิกความตั้งใจง่ายๆหรอกพ่ะย่ะค่ะ ที่เจ้าหญิงลงแรงไปมากมายก็เพื่อบรรเทาความทรงจำที่โหดร้ายให้เบาบางลง”

    “นายแน่ใจรึไคซัจว่ามันจะเบาบางลง หรือมันจะทำให้เจ็บปวดมากขึ้นกว่าเดิมกันแน่”

    ไคซัจก็ไม่แน่ใจ...ในขณะที่พริริสาและมิราเดินออกมาหน้าบ้าน องครักษ์ยืนรอพร้อมรถมารับ มิราแปลกใจที่ไม่เห็นตำรวจไทยที่จะมาอารักขา พริริสาบอกดีแล้ว จะได้ไม่มีใครมาวุ่นวาย พวกบูรพเกียรติจะได้ไม่รู้ตัวก่อน สองสาวเดินไปขึ้นรถ

    หน้าห้องรับรองไคซัจออกมาดูความเรียบร้อย เห็นกรนันท์เดินมา เธอบอกมาเชิญเจ้าชายไปที่งาน ไคซัจว่าตนกำลังจะไปดูความเรียบร้อย กรนันท์เคืองๆ “ก็เรียบร้อยดีทุกอย่างนี่ ฉันเป็นคนดูแลจัดงานนี้เอง จะมีอะไรไม่เรียบร้อยได้ยังไง”

    “หมายถึงความปลอดภัยน่ะครับ” ไคซัจเหลือบมองเห็นเงาสะท้อนจากประตูกระจกว่ามีคนหลบอยู่ ก็เตรียมพร้อมจับปืนที่เอว เดินตรงไปจุดที่มีคนหลบอยู่

    ทหารกบฏกระโจนเข้าแย่งปืน กรนันท์ร้องกรี๊ด คามินกับองครักษ์ได้ยินรีบวิ่งออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ไคซัจกับคนร้ายยื้อแย่งปืนกัน คนร้ายเห็นคนมาเยอะฉวยโอกาสหนี คามินรู้ว่าเป็นพวกทหารกบฏแต่ไม่พูดอะไร ไคซัจตามไปแต่ไม่ทัน...กรนันท์ท่าทางหวาดกลัวเกาะคามินแจ ถามมันเรื่องอะไรกัน ทำไมมีคนร้ายบุกเข้ามาจะทำร้ายตน แถมองครักษ์ยังจับไม่ได้อีก

    ไคซัจถูกมองอย่างตำหนิ คามินแอบเอือมกรนันท์แต่ต้องนิ่งไว้ บอกเธอว่าคงเป็นพวกหัวขโมย เธอแย้งว่า ที่นี่ไม่เคยมี คามินเน้น “อะไรที่ไม่เคยเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้นี่ครับ เหมือนกับเรื่องงานแถลงข่าววันนี้ ที่บูรพเกียรติต้องแบ่งหุ้นออกขาย”

    “ก็จริงนะคะ เหมือนกับเกรซที่ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสพบเจ้าชาย แต่เราก็ได้พบกัน” กรนันท์ส่งตาหวาน

    “ผมหวังว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้จะไม่มีการพูดออกไปนะครับ”

    กรนันท์รับคำเพราะถ้าข่าวแพร่งพรายไปบริษัทก็เสียชื่อแย่ คามินโล่งใจ...ด้านพริริสากับมิรามาที่บริษัทของประสาน หนึ่งในผู้ถือหุ้นบูรพเกียรติ องครักษ์เอารถไปจอดด้านหลัง แต่พอลงจากรถก็ถูกทหารกบฏเล่นงานและยิงใส่ล้มลง มันเอามือถือและกุญแจรถไปได้

    การเซ็นสัญญาผ่านพ้นไปด้วยดี คามินจับมือกับคณิน นักข่าวถ่ายภาพกันพรึบพรับ กรนันท์รีบมายืนเคียงข้างคามิน ไคซัจถ่ายภาพส่งไปให้มิรา พริริสาจึงให้มิราตอบไปว่าทางเราก็ผ่านด้วยดีเหมือนกัน สองสาวกลับมาขึ้นรถ พลันพริริสาสังเกตเห็นว่าคนขับรถไม่ใช่องครักษ์ของตน ก็ร้องขึ้นว่า “แกเป็นใคร! คนของพี่คามินไปไหน!”

    ทหารกบฏขู่ใครลงจากรถตาย...ไม่ทันไรประตูรถด้านคนขับถูกกระชากเปิดออก ธีภพและอธิรุธดึงทหารกบฏออกมา แย่งปืนและรวบตัวให้ตำรวจ ท่ามกลางความตื่นตระหนกของสองสาว พริริสาเห็นธีภพก็ดีใจกึ่งประหลาดใจ อยากพูดคุยด้วย แต่เขากลับถอยห่างโค้งคำนับ

    “ปลอดภัยดีใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะเจ้าหญิง”

    พริริสาอึ้งกับความเหินห่างของธีภพ มิรากับอธิรุธถอนใจที่เหมือนมีกำแพงกั้นกลางทั้งสองไว้...คืนนั้นคามินเครียดกับเรื่องที่พริริสาเจอวันนี้ ไคซัจบอกโชคดีที่ตำรวจไทยช่วยคนของเราไว้ได้ แต่อาการยังสาหัส คามินสั่งให้ดูแลอย่างดี แล้วถามว่าธีภพกับอธิรุธโผล่มาได้อย่างไร พริริสาเองก็อยากรู้ ไคซัจกล่าว

    “เขาสองคนเป็นหน่วยอารักขาพิเศษของเจ้าหญิงที่ผู้การเอกสิทธิ์จัดมาพ่ะย่ะค่ะ”

    สองสาวแอบยิ้ม คามินไม่พอใจถามตอนนี้ธีภพอยู่ไหน

    ooooooo

    ในห้องพัก ธีภพกับอธิรุธกำลังเตรียมอุปกรณ์อารักขา มีเสียงเคาะประตู ธีภพเดินมาเปิดประตูแล้วต้องตะลึงเมื่อเผชิญหน้ากับคามิน

    “ผมเพิ่งรู้ว่าคุณเปลี่ยนอาชีพจากนักธุรกิจมาอยู่ทีมอารักขาให้น้องสาวผม”

    อธิรุธตอบแทนว่าธีภพเป็นอดีตนายตำรวจฝีมือดี คามินสวน...ไม่ได้ถามเขา อธิรุธหุบปากหน้าเสีย คามิน บอกต้องการเปลี่ยนทีมอารักขาพริริสา สั่งไคซัจติดต่อผู้การเอกสิทธิ์...

    หลังสนทนา คามินทุบโต๊ะปังที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้เพราะราอิลเป็นคนขอมาโดยตรง ไคซัจรายงานว่า “คุณธีภพเป็นลูกชายของอดีตผู้บัญชาการตำรวจหน่วยพิเศษ ที่เคยเข้าร่วมในปฏิบัติการรักษาสันติภาพที่ประเทศไทรจีสช่วงที่มีการก่อกบฏเมื่อ 17 ปีก่อนพ่ะย่ะค่ะ ที่สำคัญตอนคุณธีภพรับราชการตำรวจก็เป็นนายตำรวจฝีมือดี แต่ที่ยอมออกจากราชการเพราะเรื่องสุขภาพพ่อท่านราอิลคงเชื่อมั่นในสายเลือดนายตำรวจผู้กล้าของครอบครัวนี้”

    “ที่แท้ก็เป็นลูกชายของคนที่เคยช่วยท่านพ่อไว้นี่เอง” คามินไม่ค่อยพอใจเพราะไม่ชอบหน้าธีภพ ไคซัจแย็บว่าพริริสาไม่ได้คิดแบบนั้น คามินยิ่งเคือง...

    อธิรุธแอบคุยกับธีภพว่าคามินคงหัวเสียน่าดูที่เอาเขาออกจากทีมไม่ได้ ธีภพหน้าเครียดบอกไม่สนใจ ตนแค่ทำหน้าที่ของตนไป ธีภพเห็นพริริสาเดินมากับมิราก็รีบเดินหนีออกไป อธิรุธรู้ว่าเพื่อนต้องการหลบหน้า... พอพริริสามาถึง อธิรุธทำความเคารพ เธอให้พูดปกติเหมือนเดิม มิราท้วง “หม่อมฉันว่าอย่าดีกว่าเพคะ คนบางคนให้ความสนิทสนมมากเดี๋ยวจะลืมตัว”

    อธิรุธเหวอ พริริสาหยิกแขนมิราปราม เธอจึงบอกว่าพูดเล่น อธิรุธค่อยสบายใจ พริริสาผิดหวังที่ไม่เจอธีภพ...มิราอยู่ดูอธิรุธตรวจสัญญาณเตือนภัย ก็เหน็บอย่าปล่อยให้คนร้ายเข้ามาถึงตัวแล้วค่อยตามมาช่วยอีก อธิรุธสวนตนเป็นตำรวจมืออาชีพ ไม่อย่างนั้นจะรู้หรือว่าเธอไปบริษัทของประสานหนึ่งในผู้ถือหุ้น มิราตกใจ เขาบอกพวกตนตามไปตั้งแต่เธอออกจากบ้านแต่ไม่รู้ว่าเธอไปทำไม มิรารีบชิ่งหนีก่อนที่จะโดนคาดคั้น

    ธีภพไปพบเอกสิทธิ์เพราะยังสองจิตสองใจจะรับงานนี้ เอกสิทธิ์ดักคอ “ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณมีปัญหาอะไรกับทางเจ้าชายคามินหรือเจ้าหญิงพริริสา แต่ในเมื่อคุณตัดสินใจช่วยงานนี้ ผมก็โล่งใจ ผมเชื่อในตัวคุณแล้วไม่ใช่แค่ผมหรอกนะ ท่านราอิลเองก็เจาะจงตัวคุณมา จนเจ้าชายคามินทำอะไรไม่ได้”

    “ทำไมต้องเป็นผม เพราะคุณพ่อเหรอครับ”

    “นั่นก็ด้วยส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนเพราะท่านราอิลเชื่อว่าคุณจะปกป้องเจ้าหญิงพริริสาได้”

    ธีภพแปลกใจที่ท่านเชื่อทั้งที่ยังไม่เคยเจอกัน เอกสิทธิ์บอกท่านเคยเจอเขาแล้ววันมาเยี่ยมธเนศที่เมืองไทย ธีภพนึกขึ้นได้วันที่พริริสาบอกว่าปวดท้องขอตัวกลับก่อน...เอกสิทธิ์ย้ำว่าทุกคนเชื่อมั่นในตัวเขา เขาก็ควรมั่นใจในตัวเองด้วย ธีภพรับคำแล้วถามถึงคนร้ายที่จับตัวได้

    “หมอนั่นยังไม่ยอมพูดอะไรเลย แต่ไม่ต้องห่วงยังไงเราก็ต้องตามกลิ่นพวกที่เหลือได้แน่” เอกสิทธิ์สีหน้ามั่นใจ

    ด้านอาซิสสั่งลูกน้องเก็บของที่ห้องพักหนี ตำรวจหน่วยอรินทราชมาถึงจึงไม่พบใคร เอกสิทธิ์ได้รับรายงาน บอกธีภพว่าพวกทหารกบฏหนีไปได้ ให้เขาคุ้มครองเจ้าหญิงให้ดี ธีภพอยากรู้ว่าพริริสากับคามินทำไมไม่รีบกลับไทรจีส เอกสิทธิ์เองก็ไม่รู้เหตุผล ธีภพคิดต้องรู้ให้ได้

    มิรารีบมาบอกพริริสาว่าธีภพกับอธิรุธรู้ว่าพวกเราไปพบประสาน พริริสาชะงักเล็กน้อยแต่คิดว่าคงแค่สงสัยทำอะไรไม่ได้

    “แต่แค่เรื่องที่เธอปิดบังฐานะตัวเอง ดูคุณภพเขาก็ผิดหวังมากแล้วนะ ถ้าเขารู้ว่าเธอกำลังจะทำอะไร เขาอาจจะ...”

    “เขาคงเกลียดฉันใช่ไหม”

    มิราบีบมือพริริสาปลอบ เธอส่งจดหมายให้มิรานำไปให้คนส่งไปที่บูรพเกียรติ เป็นจดหมายลาออกของตน จะไม่มีริสา ฉันทพัฒน์ที่นั่นอีก...

    ที่ห้องนอนธีภพ วิวรรณจัดเก็บของบนโต๊ะทำงานด้วยความสงสัยว่าทำไมลูกถึงถูกเรียกตัวไปทำงาน ทั้งที่ลาออกจากตำรวจแล้ว ธเนศรู้ว่าภรรยาเป็นห่วง ไม่สบายใจแต่พูดอะไรมากไม่ได้ วิวรรณเปรยว่าธีภพหายไปแบบนี้จะทำให้กรนันท์ได้โอกาสไปมาหาสู่คามินมากขึ้น

    “สมัยนี้แค่แหวนหมั้นมันไม่ใช่เครื่องการันตี ความรัก หรือเป็นเครื่องหมายผูกมัดของคนได้หรอกคุณ ถ้าใจเขาจะเปลี่ยน ต่อให้มีทะเบียนเขาก็ไม่สนใจ”

    “ฉันยิ่งรู้สึกผิดที่บังคับลูกให้หมั้น ฉันควรจะทำยังไงดีคะคุณ”

    ธเนศไม่ทันตอบ สาวใช้มาบอกว่าคุณบรรทัดโทร.มา ธเนศไปรับสายแล้วตกใจ วิวรรณถามมีเรื่องอะไร เขาบอกมีคนของเจ้าชายคามินไปติดต่อขอซื้อหุ้น ไม่เพียงแค่เขาแต่อีกหลายคน

    ธีภพไปหาคณินที่บ้าน พูดเป็นนัยๆเรื่องของพีรดาและพริริสา แต่ไม่ทันขยายความ กานดามาแอบฟัง เผอิญธเนศโทร.มา ธีภพจึงรีบขอตัวจากคณิน กลับไป กานดาเข้ามาโวยคณินทำไมต้องพยายามรื้อฟื้นอดีต คณินตอบว่าพีรดากับลูกไม่ใช่อดีต พวกเขายังอยู่และจะต้องกลับมา กานดาปรี๊ดที่เขารอให้พีรดากลับมา คณินส่ายหน้า

    “เรื่องพีรดาผมทำใจนานแล้วว่าเราคงไม่มีวาสนาต่อกัน แต่ลูกสาวผมยังไงเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของบูรพเกียรติ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผม สักวันผมจะต้องเจอเขาให้ได้” พูดจบคณินเดินไป กานดากำมือแน่นอยากจะร้องกรี๊ดด้วยความโกรธจัด

    ooooooo

    วังไทรจีส...พีรดาจัดดอกไม้สดไปบ่นถึงลูกไป หญิงรับใช้บอกว่าทั้งสองคงกำลังยุ่งกับธุรกิจใหม่ที่ประเทศไทย พีรดาใจหายวาบหวั่นใจเรื่องที่พริริสาไม่ยอมลืมอดีต พลันเห็นนายพลพอลมาพบราอิล จึงให้หญิงรับใช้ไปแอบฟังว่าคุยเรื่องอะไร

    หญิงรับใช้แอบฟังสักพักก็ถูกจับได้จึงรีบเดินหนี กลับมารายงานพีรดาว่าได้ยินนิดหน่อย เรื่องความปลอดภัยของเจ้าหญิงกับเจ้าชาย พีรดาโล่งใจ ราอิลคงเป็นห่วงลูกๆ หญิงรับใช้บอกอีก

    “แล้วก็...อะไรสักอย่างเกี่ยวกับบู...บูรพเกียรติเพคะ”

    พีรดาหน้าถอดสี ทำไมบูรพเกียรติต้องมาเกี่ยวข้องด้วย...

    ในคืนนั้น พริริสายืนรอธีภพกลับ...แต่พอเขากลับมาถามหมวดทัดว่ามีอะไรผิดปกติไหม หมวดทัดรายงานว่าทุกอย่างเรียบร้อย ธีภพจะเดินเข้าบ้าน เห็นพริริสายืนรออยู่ สบตาเธออึ้งๆแล้วเสเดินเลี่ยงไปอีกทาง พริริสามองตามอย่างรู้สึกผิด ตัดสินใจจะออกไปหาเขา ไคซัจมาขวางอ้างสถานการณ์นี้ไม่อาจให้เธอออกไปจากบ้านยามวิกาล พริริสาเคืองหาว่าที่อยู่เป็นเซฟเฮ้าส์หรือห้องขัง ขอเวลาเป็นส่วนตัวตนบ้างไม่ได้หรือ ไคซัจตอบว่าได้

    แต่เดินตามไปทุกที่ พริริสาอึดอัดใจจะไปพบธีภพโดยมีไคซัจอยู่ด้วยคงไม่ดีแน่ จึงเดินฮึดฮัดกลับเข้าข้างใน

    ธีภพมองมือถือดูภาพจากกล้องวงจรปิดว่ามีอะไรผิดปกติบ้าง แล้วหันไปมองที่ระเบียงไม่เห็นพริริสาแล้วก็ถอนใจ หันไปมองดาวบนฟ้า คิดถึงความใกล้ชิดที่ผ่านมาของเขากับเธอ...พริริสาเองก็นั่งกอดตุ๊กตาแกะคิดถึงความใกล้ชิดที่ผ่านมา คงไม่มีวันย้อนกลับมาแล้วน้ำตาคลอ

    อธิรุธออกมาเห็นท่าทางธีภพก็สงสารเพื่อน เข้ามาชวนคุยถามวันนี้ไปสืบเรื่องที่คาใจได้ความมาแค่ไหน ธีภพบอกหลายเรื่อง เน้นเรื่องที่พริริสาเป็นลูกสาวคณินจริงๆ

    วันต่อมา ศจีได้รับจดหมายลาออกของพริริสาก็เสียใจ พอพวกโรซี่รู้ยิ่งตกใจตามถามศจีถึงเหตุผล ศจีไม่อาจพูดอะไรได้ต้องเดินหนีสามสาว กานดาเดินเข้ามาถามใครลาออก พอรู้ว่าเป็นพริริสาก็ดีใจ รีบกลับมาบอกจินตนากับกรนันท์ จินตนาถึงกับจะไปทำบุญกรวดน้ำแต่กรนันท์ว่าน่าจะเผาพริกเผาเกลือขับไล่ดีกว่า จินตนาพยักเพยิดไปกับหลานสาว

    “ในเมื่อมันลาออกไปแล้ว ก็ถือเป็นโอกาสดีของเราแล้วนะยัยเกรซ” กรนันท์งง “ก็เรื่องเจ้าชายคามินของเราไงล่ะ เรื่องสัญญาบริษัทอะไรก็เรียบร้อยหมดแล้ว เราต้องรีบรุกเจ้าชายก่อนที่จะกลับไทรจีส” กานดาพูดขึ้น
    “แน่ใจนะยัยเกรซว่าเจ้าชายเขาสนใจเราจริงๆ ย่าล่ะกลัวใจ นั่นเจ้าชายแห่งไทรจีสเชียวนะ ไม่ใช่คนธรรมดา”

    “เกรซแน่ใจยิ่งกว่าแน่อีกค่ะคุณย่า ก่อนเจ้าชายจะกลับคุณย่ากับคุณแม่เตรียมรอฟังข่าวดีได้เลย” กรนันท์มั่นใจมากสบตากานดาอย่างรู้กันว่าได้เตรียมแผนไว้หมดแล้ว

    ในขณะที่ไคซัจเอาเอกสารงานมาให้คามินเซ็น เขาท้วงทำไมไม่อยู่อารักขาพริริสา ไคซัจตอบว่ามีตำรวจไทยดูแลอยู่แล้ว คามินบอกไม่อยากให้พริริสาใกล้ชิดกับธีภพ ไคซัจว่าถ้าตนทู่ซี้อยู่ พริริสาก็คงเกลียดขี้หน้าตนเหมือนกัน คามินจึงคิดจะไปหาพริริสาที่บ้านพัก แต่เจ้าหน้าที่เข้ามารายงานว่ากรนันท์มาเสียก่อน คามินทำหน้าเบื่อหน่าย แต่ต้องฝืนตามมารยาท

    กรนันท์มาออดอ้อนชวนไปดินเนอร์ริมแม่น้ำ อ้างว่าเขากลับไทรจีสแล้วคงเจอกันยาก ตนคงคิดถึงเขาแย่... ไคซัจมายืนดักรอคามินเพื่อแย้งไม่ให้ไป เพราะสถานการณ์ไม่ปลอดภัย แต่คามินบอกรับปากเธอไปแล้ว ทางตำรวจไทยคงอารักขาได้

    “แต่เราก็ไม่ควรทำให้เรื่องยุ่งยากหรือพาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงนะพ่ะย่ะค่ะ”

    “ฉันว่าฉันเริ่มเข้าใจริสาแล้ว ทำไมถึงได้ไล่นายกลับมา” คามินพูดแล้วเดินหนี

    ไคซัจถอนใจที่พี่น้องต่างนิสัยเหมือนกันไม่มีผิด

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ พริริสาชงกาแฟทำแซนวิชห้าชุด ให้มิราเอาไปให้ธีภพกับพวก อธิรุธกระดี๊กระด๊าคิดว่ามิราทำมาให้ พอธีภพรับกาแฟไป มิราบอกว่าพริริสา

    เป็นคนทำ ธีภพชะงักวางแก้วลง คิดว่าถึงเวลาที่ควรจะคุยกับพริริสาให้รู้เรื่องแล้ว

    พริริสาแอบมองทางหน้าต่างเห็นธีภพไม่ทานก็เสียใจ...มิราถามอธิรุธว่ากระซิบอะไรกับธีภพ เขาตอบว่าธีภพจะไปเคลียร์กับเจ้าหญิง มิราถามเรื่องอะไร เขาสัพยอก

    “ก็ถามตัวเองดูสิครับว่าคุณกับเจ้าหญิงทำอะไรกันไว้บ้าง”

    “คุณพูดแบบนี้หมายความว่า...”

    อธิรุธบอกเรื่องที่ธีภพรู้ว่าพริริสาเป็นลูกสาวคณิน และกำลังไล่ซื้อหุ้นบูรพเกียรติ ตนถามจริงๆว่าพวกเธอจะทำอะไร มิราหน้าเสียบอกเป็นเรื่องของพริริสา ตนเองก็ไม่เห็นด้วย เขาโวยทำไมไม่ห้าม เธอสวนว่าเจ้าชายคามินยังห้ามไม่ได้ แล้วฉุกคิด หรือธีภพจะห้ามได้...

    พริริสาเสียใจเดินมาหลังบ้านอย่างเหนื่อยใจ ธีภพตามมาถามว่ายืนทำอะไรแถวนี้ พริริสาขอให้เขาพูดปกติธรรมดา เขากลับโค้งคำนับบอกไม่ได้ เธอน้อยใจ “ไม่ได้ ฉันก็ไม่มีอะไรจะคุย”

    “เจ้าหญิง กระหม่อมมีเรื่องอยากจะถาม”

    “ฉันจะไม่ตอบอะไรคุณทั้งนั้น ถ้าคุณไม่พูดกับฉันเหมือนที่ผ่านมา”

    ธีภพไม่ตกลงแต่พริริสาขอร้องอ้อนๆ เขาจึงยอม “คุณแน่ใจนะว่าจะตอบคำถามผม”

    พริริสายิ้มบอกให้เขาลองถามมาก่อน พอเขาถามว่าสิ่งที่เธอกำลังจะทำเป็นการทำร้ายครอบครัว

    บูรพเกียรติใช่ไหม พริริสาหน้าเสียถามเขาพูดเรื่องอะไร

    “มันคงไม่มีความลับอะไรอีกต่อไปแล้วเจ้าหญิง เรื่องที่คุณมาที่นี่ เข้าไปทำงานที่บูรพเกียรติ ผมไม่รู้ว่าอดีตเกิดอะไรขึ้นกับคุณบ้าง แต่สิ่งที่กำลังจะทำคือการทำร้ายพ่อของคุณเอง”

    “ฉันลืมไปว่าคุณเป็นว่าที่ลูกเขยของบูรพเกียรติ คงห่วงครอบครัวคู่หมั้นมากสินะ”

    เมื่อพริริสาประชดมา ธีภพก็ประชดกลับว่าจะคิดแบบนั้นก็ได้ พริริสายิ่งน้อยใจ...ด้านมิราพยายามชะเง้อมองด้วยความเป็นห่วงพริริสา อยากออกไปดูว่าทั้งสองคุยอะไรกัน แต่อธิรุธอยากให้ทั้งสองเคลียร์กันเอง คามินเข้ามาได้ยินไม่พอใจ มิราหน้าเจื่อน

    ธีภพเห็นแววตาพริริสาเศร้าปนเจ็บปวดก็อดห่วงไม่ได้ บอกตอนนี้มีคนจ้องทำร้ายเธอกับคามิน พวกมันประสงค์ร้ายกับไทรจีส เธอควรหยุดทุกอย่างแล้วกลับไปเพื่อความปลอดภัย หญิงสาวกลับรู้สึกว่าถูกไล่ “คุณไม่ต้องห่วงความปลอดภัยของฉันหรอก ความจริงคุณไม่จำเป็นจะต้องมาอยู่ที่นี่ มาทำหน้าที่ที่คุณไม่เต็มใจด้วยซ้ำ ฉันจะบอกท่านพ่อเอง”

    “แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าผมไม่เต็มใจ”

    “จริงสิคุณจะต้องมาเพื่อหยุดฉัน เพื่อบูรพเกียรติ”

    “ไม่ใช่เพื่อบูรพเกียรติ แต่เพื่อคุณต่างหาก” สายตาธีภพจริงจังจนพริริสาหวั่นไหว

    ไคซัจเดินเข้ามาเห็นสายตาพริริสาที่มองธีภพ

    ก็รู้ว่าเธอรักเขาก็แอบเศร้า เรียนว่าคามินให้มาเชิญไปพบ พริริสามองธีภพอย่างอาวรณ์อยากคุยด้วยต่อ ธีภพคาดหวังจะเปลี่ยนใจเธอให้ได้

    คามินบอกพริริสาเรื่องอาซิสกับพวกหนีไปได้ เพื่อความปลอดภัยเธอควรกลับไทรจีส พริริสาแย้งว่าเรื่องของตนยังไม่จบ คามินจึงให้เวลาอีกสามวัน พริริสาอึกอัก

    “ทำไมในเมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมหมดแล้ว หรือสามวันมันน้อยไปเพราะอาลัยใครอยู่” พริริสาปฏิเสธ “ถ้าไม่ใช่ก็ให้เป็นไปตามที่พูด หรือถ้าเปลี่ยนใจก็รีบบอกมา”

    พริริสาคิดถึงที่ธีภพพูดเมื่อครู่แล้วส่ายหน้าไม่ยอมให้เขาหยุดความตั้งใจของตัวเองได้

    ด้านกรนันท์เลือกเสื้อผ้าจากตู้มากองหลายชุด เพื่อหาชุดที่สวยมัดใจคามิน จินตนาบ่นว่าสวยทุกชุด แต่กานดากลับให้ท้ายลูกว่า ลูกต้องสวยจนทำให้เจ้าชายไม่อยากกลับไทรจีส จินตนาฟังแล้วรู้สึกเหมือนจะเอาลูกไปประเคนให้เขา กานดาแก้ตัวว่าแค่อยากให้ประทับใจจนมาสู่ขอ

    “ถ้ามันเป็นแบบนั้นก็ควรจะจัดการเรื่องผูกมัดตัวยัยเกรซให้เรียบร้อยไปซะ ใครๆจะได้มาครหาเราไม่ได้” จินตนาดึงกานดามาคุย

    “ก็เหมือนที่นังริสามันเคยพูดไว้นั่นล่ะค่ะ แค่แหวนหมั้นวงเดียวมันไม่ได้มีความหมายอะไร แต่ยังไงดาก็จะจัดการเรื่องนี้ให้เพื่อความสบายใจของคุณแม่” แววตากานดาดูไม่แคร์ใคร

    จินตนาเห็นแล้วเริ่มรู้สึกว่าน่ากลัวขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก

    ooooooo

    ธีภพรู้สึกหวั่นใจว่าคามินคุยอะไรกับพริริสา อธิรุธเสียดายแทนที่โดนขัดจังหวะ ธีภพพูดถึงที่พริริสา อาจจะโกรธที่ตัวเองกับแม่ถูกครอบครัวบูรพเกียรติทอดทิ้ง แต่มันก็ไม่น่าจะมากพอให้ต้องทำขนาดนี้ ต้องมีมากกว่านั้นแน่ๆ

    “มันต้องมีเรื่องร้ายแรงอะไรสักอย่างจนเขารู้สึกว่าให้อภัยไม่ได้” อธิรุธวิเคราะห์

    มิราแอบฟังก็สองจิตสองใจอยากเล่ารายละเอียดให้ฟัง เพื่อธีภพจะได้เข้าใจพริริสา แต่ไคซัจเข้ามาขัดดึงเธอกลับเข้าบ้าน ถามคิดจะบอกเรื่องเจ้าหญิงกับคนอื่นหรือ มิราว่าตนหวังดีอยากให้ธีภพเข้าใจ ไคซัจบอกไม่เห็นจำเป็นต้องมาเข้าใจ

    “ทำไมจะไม่จำเป็นก็ในเมื่อเขาทั้งสอง...”

    “หรือคุณคิดว่าเจ้าชายจะยอม ถึงยังไงนายธีภพกับเจ้าหญิงไม่มีทางที่จะลงเอยกันได้”

    มิราได้แต่สงสารพริริสา...ในขณะที่ราห์มานเครียดจัดที่อาซิสขาดการติดต่อ ไม่ทันไรอาซิสก็โทร.เข้ามาบอกว่างานล้มเหลว คนของเราถูกจับไปได้หนึ่งคน แต่ตนรับรองว่าไม่มีทางปริปาก ทางไทรจีสติดต่อตำรวจไทยให้อารักขาเจ้าหญิงเจ้าชายแน่นหนา ตนไม่สามารถเข้าถึงตัว

    “ยังไงก็ต้องมีโอกาส ในเมื่อพวกนั้นยังอยู่เมืองไทย ฉันจะไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ไปเด็ดขาด อย่าทำให้ฉันผิดหวังอีกอาซิส” ราห์มานวางสายอย่างหงุดหงิด

    ระหว่างนั้นกรนันท์ได้นั่งทานอาหารริมแม่น้ำกับคามิน ดูเป็นมุมส่วนตัวแต่ไม่พอใจที่มีไคซัจกับองครักษ์จ้องมอง คามินจึงพยักหน้าให้ออกไป เธอยิ้มร่าได้ใจที่คามินตามใจ

    “แบบนี้ค่อยเป็นส่วนตัวหน่อยค่ะ แต่ต่อไปเกรซคงต้องหัดให้ชินเข้าไว้กับการมีคนคอยติดตามอารักขาแบบนี้ จริงไหมคะ” กรนันท์เอื้อมมือไปจับมือคามิน

    คามินสังเกตเห็นว่าเธอไม่ได้สวมแหวนหมั้น จึงเอ่ยถาม เธอยิ้มร่าบอก “ถอดทิ้งไปแล้วล่ะค่ะ หมั้นก็เหมือนไม่ได้หมั้น เจ้าชายไม่ต้องห่วงนะคะ เกรซกับคุณแม่คุยกันแล้วว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้จบๆไป เพราะตอนนี้หัวใจของเกรซมีให้กับคนสำคัญแค่คนเดียวก็คือ...เจ้าชาย”

    กรนันท์เอามือคามินแนบแก้มตัวเอง คามินรู้สึกสมเพชผู้หญิงใจโลเลตรงหน้าเหลือเกิน

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด
    24 ต.ค. 2564

    10:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 12:29 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์