นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เพลิงนรี

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    พันตำรวจตรีธีภพ สังกัดหน่วยอรินทราช 26 นำตำรวจหน่วยพิเศษชุดปฏิบัติการอาวุธพร้อมมือเข้าช่วยตัวประกันนักธุรกิจที่ถูกจับขังในโกดังร้าง ร่วมกับผู้กองอนิรุธซึ่งเป็นทั้งเพื่อนสนิทและคู่หู ทั้งสองร่วมกันจับคนร้ายและช่วยตัวประกันได้สำเร็จ รายงานผ่านเครื่องสื่อสาร

    “เหยี่ยวและอินทรีย์ขอรายงานผลการปฏิบัติ ตัวประกันปลอดภัย...”

    ไทรจีส ประเทศบนเกาะเล็กๆ...พริริสานอนกระสับกระส่ายในห้องนอน ภาพความฝันที่มักจะฝันถึง คือกานดาใช้ด้ามปืนฟาดใส่ขมับพีรดาอย่างแรงจนล้มลง เลือดไหลนองพื้น พริริสาวัย 6 ขวบถูกผลักกระเด็นล้ม ข้อมือกระแทกเข้ากับเหล็กแหลมกรีดเป็นแผลลึก...แล้วเธอก็สะดุ้งตื่นลุกขึ้นกุมข้อมือ พีรดาเข้ามาเห็นลูกสาวหน้าซีดเซียวอยู่บนเตียงก็รีบเข้าไปปลอบ

    “ริสาเป็นอะไรลูก ฝันร้ายอีกแล้วใช่ไหม”

    พริริสาโผกอดแม่เหมือนคนหาหลักยึดเหนี่ยวใจ “มันไม่ใช่ฝันค่ะ แต่มันเป็นความจริง”

    “ริสา...เราตกลงกันแล้วว่าจะไม่พูดเรื่องนี้อีกไงลูก เราจะไม่รื้อฟื้น ไม่ให้มันมาฉุดรั้งชีวิตเราเอาไว้ ลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้เป็นวันสำคัญของลูกนะ ทำจิตใจให้สดชื่น ทำตัวให้พร้อมสำหรับงานวันนี้นะลูก” พีรดาเตือนสติ พริริสายิ้มรับไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ

    ในห้องโถงใหญ่วังไทรจีส...กษัตริย์ราอิลนั่งอยู่บนบัลลังก์ พีรดานั่งอยู่ข้างๆในฐานะราชินี อีกข้างของบัลลังก์เป็นคามิน มกุฎราชกุมาร

    พริริสาในชุดเจ้าหญิงราชกุมารีงามสง่า เดินเข้ามา ตามทางเดิน ข้างทางมีมิราเพื่อนสนิทและไคซัจ องครักษ์หนุ่มของเจ้าชายคามินยืนชื่นชมยินดี...มิราหยิบมือถือมาจะถ่ายภาพ ไคซัจกระแอมเตือนว่าไม่เหมาะสม เธอยิ้มเจื่อนๆค่อยๆเก็บ

    กษัตริย์ราอิลสวมมงกุฎเพชรให้แก่พริริสารับตำแหน่งราชกุมารีอย่างเป็นทางการ เธอยืนเด่นเป็นสง่าให้ทุกคนในห้องโถงชื่นชมยินดี...มิราแอบชูสองนิ้วให้ พริริสา เผลอชูสองนิ้วกลับ ราอิลกระแอมเตือน เธอรีบหดมือหันไปยิ้มเขินๆ พีรดาส่ายหน้ากับความซุกซนของลูกสาว

    พอกลับเข้ามาในห้องนอน พริริสาถอดมงกุฎออก สลัดรองเท้าส้นสูงทิ้ง กระโดดขึ้นเตียงนอนแผ่ มิราเดินตามมาขำ แกล้งย่อตัวทำความเคารพ “ท่าทางจะเหนื่อยมาก นะเพคะ เจ้าหญิงราชกุมารี พริริสา อไมร์คานแห่งไทรจีส”

    “เรียกซะเต็มยศ เกินไปรึเปล่ามิรา”

    “ก็ทรงเพิ่งสวมมงกุฎราชกุมารีไป ก็ต้องเรียกให้ถูกต้องสิเพคะ”

    พริริสาลุกไปหยิกแก้มมิราอย่างหมั่นไส้ “ต่อให้ฉันมีตำแหน่งอะไร ฉันก็ยังเป็นพริริสาเพื่อนเธอคนเดิมที่เคยเป็นนี่ล่ะ เข้าใจไหม”

    มิราร้องลั่นเข้าใจแล้ว พอพริริสาปล่อยมือ มิราชวนถ่ายเซลฟี่ชุดสวยเต็มยศไว้ดูเล่นอย่างสนุกสนาน

    พีรดาเข้ามา สองสาวรีบสำรวม เธอเอ็ดยังทำตัวเป็นเด็กอีก มิรารีบออกรับแทนว่าเป็นคนชวน พริริสาบอกแม่ว่าตนโตแล้วไม่อย่างนั้นท่านพ่อคงไม่มอบตำแหน่งให้

    “ถ้าอย่างนั้นลูกก็ต้องรู้จักรักษากิริยามารยาท อย่าให้ท่านพ่อต้องขายหน้ารู้ไหม”

    “ก็ริสาไม่ใช่เจ้าหญิงมาตั้งแต่เกิดนี่นา”

    “นั่นล่ะ เราก็ยิ่งต้องนึกถึงท่านพ่อให้มากๆ เราสองคนแม่ลูกมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะท่านนะ”

    พริริสาสวมกอดอ้อนๆ หญิงรับใช้เข้ามาขัดจังหวะได้เวลาเจ้าหญิงเปลี่ยนฉลองพระองค์สำหรับงานเลี้ยงช่วงค่ำ พริริสาเดินไปพร้อมมิรา พีรดามองลูกสาวอย่างปลาบปลื้ม พลันรู้สึกตาพร่ามัว ปวดหัว แปลกใจกับอาการของตัวเอง

    ooooooo

    กองกำกับการตำรวจ ธีภพและอนิรุธเดินคุยมากับผู้การเอกสิทธิ์ ท่านบอกว่าผู้ใหญ่ฝากความชื่นชมเรื่องภารกิจคราวก่อน อนิรุธแย็บว่ามีแต่ความชื่นชมหรือ ผู้การตอกกลับ เอาแต่พูดเล่นแบบนี้ถึงได้เลื่อนขั้นตามเพื่อนไม่ทัน อนิรุธหุบยิ้ม ธีภพแอบขำ...

    ธเนศ อดีตผู้บัญชาการตำรวจผู้กล้า บาดเจ็บระหว่างปฏิบัติหน้าที่จึงต้องออกจากราชการผันตัวมาเป็นนักธุรกิจจนประสบความสำเร็จ...วันนี้ธเนศมาตรวจร่างกายพบว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจ วิวรรณตกใจมากรีบโทร.ตามธีภพให้มาที่โรงพยาบาล เขาเป็นกังวลห่วงพ่อมาก มาถึงรีบถามธเนศเป็นอย่างไรบ้าง ธเนศหาว่าวิวรรณตื่นตูมเกินไป วิวรรณโวย

    “หมอว่าคุณมีอาการหลอดเลือดหัวใจตีบ จะยังว่าไม่เป็นอะไรอีกเหรอคะ”

    ธีภพขัดถามคุณหมอว่าอย่างไร ธเนศบอกว่าให้กินยาพักผ่อนมากๆรอดูอาการ วิวรรณเคือง ตอนนี้ไม่เป็นอะไรแต่ถ้ายังทำงานหนักอยู่อีก ต่อไปจะเป็นอย่างไร ตนอุตส่าห์หมดห่วงที่เลิกเป็นตำรวจ ยังต้องมากังวลเรื่องสุขภาพอีก แล้วหันไปขอร้องลูกชาย “ภพเราก็เหมือนกัน ต้องรอให้พ่อเราอาการแย่ไปกว่านี้ใช่ไหมถึงจะยอมมาช่วยงานพ่อเขา”

    ธเนศติงจะกดดันลูกทำไม ธีภพทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก...สุดท้ายธีภพก็ตัดสินใจยื่นใบลาออก ผู้การเอกสิทธิ์เลื่อนจดหมายคืนให้คิดดูอีกที เสียดายตำรวจฝีมือดีอย่างเขา จู่ๆเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะ เอกสิทธิ์รับสาย “ผมผู้การเอกสิทธิ์พูด...เอ้อ! สวัสดีครับคุณวิวรรณจำได้แน่นอนครับ...ได้รับแล้วครับ ครับ ผมก็แค่เสียดาย แต่ในเมื่อเป็นความต้องการของสารวัตรธีภพกับครอบครัว ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ”

    ธีภพรู้ทันทีว่าแม่โทร.มาบีบ เอกสิทธิ์เหลือบตามองแล้วยอมหยิบจดหมายลาออกกลับมา พออธิรุธรู้ก็รีบวิ่งมาหาธีภพถามลาออกจริงหรือ ธีภพถอนใจบอกต้องเลือกสุขภาพพ่อไว้ก่อน อธิรุธว่าผู้การคงผิดหวังเสียดายมาก เสียงกระแอมดังขึ้นข้างหลัง สองหนุ่มหันมาเจอผู้การเอกสิทธิ์ เขาย้ำกับธีภพว่าไม่อยากให้ลาออกแต่เมื่อตัดสินใจแล้วก็จะจัดการให้

    ooooooo

    ที่วังไทรจีส พริริสาช่วยงานด้านเอกสาร ราอิลตรวจทานแล้วชมว่าทำได้ดีมาก คามินแซวเป็นงานแรกจึงต้องพิถีพิถันกลัวพลาดจะเสียชื่อเจ้าหญิงราชกุมารี พริริสาค้อนขวับ ราอิลถามเหนื่อยไหม เธอรีบตอบว่าไม่เหนื่อย กลับดีใจที่ได้ใช้ความรู้แบ่งเบางานท่านพ่อได้

    “พูดเอาใจท่านพ่อแบบนี้ อยากได้อะไรเป็นพิเศษรึเปล่า” คามินดักคอ

    “ริสาไม่ใช่พี่คามินนะ จะได้เอาใจท่านพ่อเวลาอยากได้อะไร”

    “ย้อนพี่ได้ทุกคำนะเรา”

    ราอิลมองลูกทั้งสองที่ต่างสายเลือดหยอกเย้ากันอย่างเอ็นดู ไคซัจหน้าเครียดเข้ามาทำความเคารพรายงานว่าท่านนายพลพอลขอเข้าเฝ้า ราอิลและคามินรู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องไม่ดีแน่

    ในห้องประชุม ราอิลและคามินดูภาพถ่ายอาวุธสงครามที่ยึดจากเรือประมงได้ หน่วยข่าวกรองพบกองกำลังแอบขนอาวุธสงครามมาทางเรือประมง บางส่วนหลุดรอดไปได้ ราอิลถอนใจ

    “ผ่านไป 17 ปีแล้ว ราห์มานก็ยังไม่สำนึกอีกนี่ถ้าเราไม่เห็นว่าเป็นพี่น้องกัน เราไม่มีทางปล่อยราห์มานไปเด็ดขาด” คามินถามรู้ได้อย่างไรว่าเป็นของท่านอา “ถึงตอนนี้จะยังไม่มีหลักฐานอะไรชัดเจน แต่นิสัยราห์มานเป็นยังไงพ่อรู้ดี เราต้องระวังไว้”

    นายพลพอลบอกว่าได้ให้ทหารของเราสอดส่องและสืบข่าว คามินเห็นว่ายุคนี้ข่าวสารเป็นเรื่องสำคัญ ถ้ากลายเป็นข่าวลือจะไม่เป็นผลดีกับการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเราแน่ ห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปเด็ดขาด นายพลรับคำ ราอิลได้แต่หวังว่าเรื่องนี้จะไม่เป็นเรื่องใหญ่

    ในขณะที่ธีภพเข้ามาทำงานแทนธเนศ ได้รับเชิญไปร่วมงานไทรจีสเอ็กซพอร์ตอิมพอร์ตแฟร์ ธเนศเห็นว่าเขาควรไป ถึงจะเป็นประเทศเล็กๆแต่กำลังขยายเศรษฐกิจอยู่ เราน่าขยายงานเราออกไป ธีภพรับคำอย่างไม่ค่อยมั่นใจ

    “มันต้องแบบนี้สิถึงจะสมเป็นลูกพ่อ ความจริงพ่อก็อยากจะกลับไปที่ไทรจีสอีกสักครั้ง ผ่านเหตุการณ์กบฏอนุชาราห์มานมาก็ 17 ปีแล้ว อะไรๆคงเปลี่ยนไปมาก”

    ธเนศนึกถึงอดีตที่เคยไปปฏิบัติหน้าที่ที่ค่ายช่วยเหลือผู้อพยพไทรจีส กษัตริย์ราอิลเดินทางมาเยี่ยมผู้อพยพ ทำให้ต้องเตรียมการป้องกันเพราะอาจเป็นเป้าหมายของพวกกบฏได้...และแล้วอนุชาราห์มานก็ได้ก่อการกบฏขึ้นเองเพื่อจะแย่งราชบัลลังก์จากราอิล นายพลพอลพาราอิลหลบหนีมาเจอกับกองกำลังของธเนศ

    เข้าช่วยปราบปรามจับผู้ก่อกบฏได้ แต่ราอิลเห็นแก่ความเป็นพี่น้องจึงปล่อยตัวราห์มานไป ราห์มานเคียดแค้นธเนศอย่างมาก...

    ooooooo

    บนถนนสายช็อปปิ้งในไทรจีส พริริสาและมิราเดินจับจ่ายซื้อของตามประสาสาวๆ แล้วริสาก็บอกจะเดินไปรอที่โรงแรม ขณะเดียวกัน ธีภพเดินทางมาถึงกำลังเข้าที่พักในโรงแรม เดินคุยโทรศัพท์กับวิวรรณว่าตนมาพบมิสเตอร์ริฟ เขาจะพาไปงานเพื่อพบคู่ค้าของเราไม่ต้องห่วง

    ทันใดธีภพได้ยินเสียงหญิงสาวเรียกเพื่อนเป็นภาษาไทยก็ชะงักหันมอง เห็นแต่ด้านหลังของพริริสาก็พอดีมิสเตอร์ริฟเข้ามาทักพาเดินไป เขาจึงไม่ทันเห็นหน้าเธอ...ธีภพเข้าไปในงานได้รับการแนะนำให้รู้จักนักธุรกิจชาวไทรจีสหลายราย

    ขณะเดียวกัน พีรดากำลังจัดแจกันดอกไม้อยู่ในวัง เกิดตาพร่ามัวทำแจกันตกแตกและบาดมือ พริริสากับมิรากลับมาเจอตกใจรีบเรียกหญิงรับใช้ให้เอาอุปกรณ์ทำแผลมาให้ พริริสารู้สึกว่าแม่มีอาการผิดปกติจึงพาไปตรวจเช็กที่โรงพยาบาล...หมอตรวจดูดวงตาแล้วบอกว่า

    “พระชายามีปัญหาที่เส้นเลือดจอประสาทตา อาการแบบนี้โดยทั่วไปก็มาจากวัยที่สูงขึ้น หรือไม่ก็ต้องเคยได้รับการกระทบกระเทือนบริเวณดวงตาหรือศีรษะอย่างรุนแรงมาก่อนจนมีเลือดคั่งโดยไม่รู้ตัว แต่เพราะความเคยชินเลยปล่อยให้เรื้อรังอยู่นานจนมีอาการมากขึ้นพะยะค่ะ”

    พริริสาและพีรดาเหมือนถูกสะกิดแผลที่อยู่ในใจ โดยเฉพาะพริริสาตาลุกวาวสัมผัสรอยแผลที่ข้อมือซึ่งเกิดจากความโหดร้ายในอดีต...ครั้งนั้น พริริสาเพิ่งได้ 6 ขวบ พีรดาถูกกานดาใช้ด้ามปืนตบเข้าที่บริเวณขมับล้มลงเลือดไหลนอง พริริสาเข้าดันกานดาไม่ให้ทำร้ายแม่ซ้ำ กลับถูกกราดเกรี้ยวใส่และเหวี่ยงไปล้มข้อมือกระแทกเหล็กแหลมกรีดลึก

    “จะโทษฉันไม่ได้หรอกนะ ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะบูรพเกียรติไม่ต้องการเห็นหน้าพวกเธอสองแม่ลูกอีก ฉันก็จำใจต้องทำตามคำสั่งของคุณแม่ที่ต้องการให้พวกเธอหายสาบสูญไปจากชีวิตคุณคณินเขาซะ...ถ้าจะโทษก็โทษตัวเองก็แล้วกันที่ไม่เจียมตัว”

    พีรดากระเสือกกระสนมากอดปลอบพริริสาที่ร้องไห้จ้าเลือดไหลออกจากแผล สายตาหนูน้อยมองกานดาด้วยความเกลียดชัง...จากนั้นกานดาก็เดินไปขึ้นรถ ซึ่งคุณหญิงจินตนาแม่ของคณินนั่งรออยู่ พริริสามองผู้เป็นย่าด้วยความเจ็บใจแค้นไปถึงพ่อที่ให้คนมาทำร้ายตนกับแม่

    หลังจากนั้นพีรดาหิ้วกระเป๋าพาพริริสาออกจากบ้านเช่า เดินไปปากซอยเพื่อจะเรียกรถ แต่มีรถคนของกานดาแล่นตามเปิดไฟไล่ ทำท่าจะชน สร้างความหวาดกลัวให้สองแม่ลูก ต้องพากันวิ่งหนีกระเซอะกระเซิงลงข้างทางหาที่ซ่อนตัว ลูกน้องกานดาลงจากรถมามองหา บ่นว่าคุณนายสั่งตามจนกว่าทั้งสองจะไม่อยู่บนโลกใบนี้ พีรดาหวาดหวั่นไม่คิดว่าจะเอากันถึงชีวิต...

    สติพริริสากลับมาสู่ปัจจุบัน เมื่อพีรดาฟื้นจากการผ่าตัดเอาเลือดคั่งออก มีผ้าปิดตาทั้งสองข้าง เรียกขอน้ำ เธอนึกถึงคำพูดแม่ที่ว่า จากนี้จะมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต แล้วสภาพแม่ตอนนี้ไม่เห็นเป็นแบบนั้นเลย ไม่ทันไร มิราหอบข้าวของมาให้ เป็นของใช้จำเป็นเพื่อพริริสาจะได้นอนค้างที่โรงพยาบาลพร้อมหนังสือนิตยสารหลายเล่ม มิราบอกว่าท่านราอิลกับคามินจะมาตอนบ่าย

    พลันพริริสาเห็นหน้าปกนิตยสารฉบับหนึ่งเป็นรูปครอบครัว คณิน กานดาและกรนันท์ที่ดูอบอุ่นมีความสุข พร้อมตัวหนังสือโปรยว่า...ครอบครัวที่สมบูรณ์คือการได้มีกันและกัน พ่อแม่ลูก...เธอคว้าหนังสือนั้นมาเปิดดู ข้างในมีคำสัมภาษณ์ว่า “คุณพ่อเป็นคนน่ารักมาก รักเกรซมาก คงเพราะมีเกรซเป็นลูกสาวคนเดียวเลยตามใจตลอด” ความสุขเต็มร้อย คงเป็นนิยามที่เหมาะสมที่สุดสำหรับครอบครัวบูรพเกียรติ...พริริสาอ่านแล้วจิกเล็บลงบนหน้ากระดาษเข่นเขี้ยว

    “คนพวกนี้สมควรได้รับความสุขด้วยเหรอ!”

    มิราแปลกใจว่าเพื่อนอ่านอะไร ดึงหนังสือมาดูแล้วใจหาย พีรดาแม้ไม่เห็นพอจะเดาได้ เตือนลูกสาวที่เคยให้สัญญาว่าจะไม่สนใจเรื่องที่ผ่านมา ใครจะเป็นยังไงก็ช่าง เราต้องอยู่กับปัจจุบันไว้...กลับยิ่งทำให้พริริสาโกรธ “ปัจจุบันที่แม่ต้องอยู่ในสภาพแบบนี้ เพราะพวกคนเลวที่ไม่เคยได้รับผลกรรมจากสิ่งที่ทำเอาไว้เลยเหรอคะ...หมอบอกริสาว่า หลังผ่าตัดแม่อาจจะกลับมามองเห็นไม่ได้เหมือนเดิม แล้วคนพวกนั้นกลับยิ้มระรื่น มีความสุขกันเต็มร้อย ในขณะที่พวกเราต้องเจ็บปวด มันไม่ยุติธรรมเลย”

    “ถึงจะมองไม่เห็นเหมือนเดิม แต่แม่ก็ยังใช้ชีวิตได้ แม่มีลูก มีคามิน มีท่านพ่อ แค่นี้มันก็มากพอสำหรับแม่แล้วริสา”

    พริริสาเกิดทิฐิในใจ รับไม่ได้กับการที่แม่คิดแบบนี้ ผลุนผลันออกไป พีรดาให้มิราตามไป...มิราเรียกพริริสา แต่เธอไม่ยอมหยุด จึงเรียกเต็มยศ “เจ้าหญิงพริริสาอไมร์คาน...”

    พริริสาชะงักหันมามองอย่างไม่พอใจ มิราเตือนว่าเธอเป็นเจ้าหญิงแห่งไทรจีส ลืมเรื่องอดีตไปเสีย แต่พริริสาไม่อยากฟังจะเดินหนี พอดีคามินมาถึง พริริสารีบบอกให้ไปดูแลแม่ด้วยแล้ววิ่งออกไป คามินแปลกใจเป็นอะไร มิราถอนใจบอกคามินว่าเรื่องเดิมๆ

    ooooooo

    บริเวณสวนในอุทยาน มิสเตอร์ริฟและคณะคู่ค้าชาวไทรจีสพาธีภพมาเดินชมสร้างมิตรภาพดีๆต่อกัน คู่ค้ารายหนึ่งสนใจที่จะร่วมธุรกิจกับทางวงศ์ทวีกาลของธีภพ...อีกด้านของสวน พริริสามาขี่ม้าระบายความ คับแค้นใจ ขณะเดียวกันที่มุมหนึ่งมีการจัดงานตกแต่งเวทีเล็กๆอยู่

    ด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านทำให้พริริสาขี่ม้าออกมานอกเส้นทาง เผอิญสตาฟฟ์จัดงานกำลังไล่สายไฟที่ติดตั้งเครื่องเปเปอร์ชู้ตอยู่ จู่ๆมันทำงานยิงกระดาษปุ้งออกมา ทำให้ม้าของพริริสาตกใจวิ่งเตลิด ธีภพเห็นรีบควบม้าตามไปช่วย พยายามยื่นมือจะคว้าตัวเธอแต่เธอไม่ยอม เขาจึงดึงม้าเธอเข้ามาใกล้ๆ รวบเอวเธอดึงมาที่ม้าตน

    เธอดิ้นรนทำให้ทั้งสองร่วงจากหลังม้า ธีภพกอดหญิงสาวไว้แน่นเอาตัวเองเซฟเธอให้เจ็บน้อยที่สุด ทั้งคู่กลิ้งไปตามทุ่งหญ้าจนหยุดนิ่ง

    พริริสารู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ในอ้อมกอดของธีภพ รีบผละตัวออกปัดเศษหญ้าเดินหนีไม่ขอบคุณสักคำแถมว่าเขายุ่งอีก...มิราตามมาเห็นเพื่อนเดินหงุดหงิดสภาพเยินอย่างนั้นก็รีบเข้าไปถามว่าเป็นอะไร พีรดาเป็นห่วงมาก พริริสารู้ตัวว่าทำให้แม่ไม่สบายใจก็รีบกลับ มิราถามยังโกรธอีกหรือ พริริสามองหน้าเพื่อนที่เป็นคนเดียวที่รู้ใจตนที่สุด ตัดสินใจเอ่ยถาม

    “ถ้าฉันคิดจะทำอะไรสักอย่าง เธอจะช่วยฉันเหมือนทุกครั้งไหมมิรา”

    มิราพยักหน้าแต่อดถามไม่ได้ว่าจะทำอะไร พริริสา บอกว่าจะไปเมืองไทย มิราตาโพลงหวั่นใจกับสายตามุ่งมั่นของเพื่อนมากๆ

    ooooooo

    ที่บริษัทบูรพเกียรติกำลังมีเรื่อง นายประกิตซึ่งเป็นคนที่จินตนาหามาให้เป็นผู้รับผิดชอบด้านการซื้อเพชรที่เจียระไนแล้วเข้ามา แต่กลับโกงสั่งซื้อเพชรไม่มีคุณภาพแล้วเชิดเงินหนีไป คณินเครียดมากเพราะมันทำให้บริษัทซึ่งขาดทุนอยู่แล้วต้องถึงขั้นสั่นคลอน

    ดร.กฤษอ่านเอกสารเกี่ยวกับเพชรดิบที่สั่งซื้อเข้ามาแล้วรู้ทันทีว่าประกิตตั้งใจโกงบริษัทแน่นอน คณินบอกตนผิดเองที่ไว้ใจประกิตเพราะเห็นว่าเป็นคนของแม่ จินตนาโวยทันที

    “แกจะโทษว่าเป็นความผิดแม่เหรอคณิน นายประกิตเขาอยู่วงการนี้มานาน แม่เห็นบริษัทเรากำลังขาดผู้จัดการจัดซื้อเก่งๆก็หามาให้ กลายเป็นฉันผิดสินะ”

    กานดาหนาวๆร้อนๆเพราะเป็นอีกคนที่ชักนำประกิตเข้ามา คณินประชดไม่ใช่ความผิดใคร ตนคนเดียวเท่านั้นที่ตัดสินใจผิดพลาด ดร.กฤษต้องปรามให้แม่ลูกเลิกเถียงกัน ช่วยกันหาทางแก้ไขดีกว่า คณินเสนอต้องหาคนช่วย

    แล้วครุ่นคิดว่าจะให้ใครมาช่วยดี

    วันต่อมา ธีภพกลับจากไทรจีสมาถึงบ้าน เห็นคณินกลับออกไปก็แปลกใจ วิวรรณดีใจมากที่ลูกชายกลับมาแถมทำงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ธีภพสงสัยว่าคณินมาทำไม ธเนศบอกว่า

    “คณินมีปัญหาเรื่องเงิน แต่เรื่องนั้นไม่เท่าไหร่หรอก ปัญหาใหญ่ก็คือระบบการทำงานภายในบูรพเกียรติตอนนี้รวนไปหมด ปัญหาเรื้อรังมานาน พ่อคงจะทำเป็นดูดายไม่ได้ ยังไงเราก็ยังมีหุ้นอยู่ในนั้น” ธีภพเห็นว่าหุ้นไม่ได้มากมายอะไร “ใช่ แต่ ดร.กฤษมีบุญคุณกับครอบครัวเรามาก่อน พ่อคงมองดูพวกเขาล้มไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่ทำอะไรไม่ได้หรอก”

    ธีภพมองพ่อจะช่วยอย่างไร พอดีวิวรรณยกของว่างเข้ามาขัดจังหวะ พร้อมบ่นที่อุตส่าห์ให้ลูกลาออกมาช่วยงานแล้ว ยังจะเคร่งเครียดคุยแต่เรื่องงานกันอีก ธเนศจึงบอกว่าจะให้ธีภพไปทำงานที่บูรพเกียรติ ธีภพตกใจกับการตัดสินใจของพ่อ

    ทันทีที่พริริสากับมิราเดินทางมาถึงประเทศไทย อีเมลเอกสารประวัติปลอมที่ทำขึ้นก็ถูกส่งตามมา มิรากังวลใจหนีมาแบบนี้ทางวังจะเป็นห่วง แต่พริริสาไม่สะทกสะท้านใดๆ...เป็นอย่างที่คิด ทุกคนในวังวิ่งพล่านตามหาตัวเจ้าหญิงพริริสา ไม่นานพริริสาก็โทร.เข้ามาบอกไคซัจ

    “ฝากบอกท่านแม่กับพี่คามินด้วย เรากับมิรามาปาร์ตี้สละโสดของแม็กกี้ เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แล้วจะอยู่จนถึงวันแต่งงานเลย ไม่ต้องเป็นห่วง” พริริสาวางสายส่งสัญญาณให้มิราว่าเรียบร้อย แล้วรีบมาขึ้นรถลีมูซีนที่จอดรอ

    ไคซัจมารายงานคามิน เขาประหลาดใจที่พริริสาไปอเมริกา พีรดาอ่อนใจเพราะคราวก่อนก็หนีไปสวิส ยังดีที่มีมิราไปเป็นเพื่อน ขอให้คามินคอยโทร.ติดต่อตลอดด้วย

    พริริสาให้คนขับรถมาจอดที่หน้าตึกบูรพเกียรติ มองอย่างทึ่งถึงความใหญ่โตไม่น้อย มิรากล่าว “แน่ล่ะ บูรพเกียรติเป็นบริษัทจิวเวลรี่อันดับต้นๆของประเทศไทย ผลิตเครื่องประดับให้แบรนด์ดังๆระดับโลกมากมาย”

    “ดูเหมือนคนตระกูลนี้จะไม่เคยรู้จักคำว่าความทุกข์เลยสิท่า...แต่ไม่เป็นไรหรอก ฉันนี่ล่ะจะทำให้พวกบูรพเกียรติรู้จักกับคำนี้เอง เธอจะช่วยฉันใช่ไหม”

    มิราเหมือนตกกระไดพลอยโจนไปแล้ว ไม่ช่วยก็คงไม่ได้ พริริสาหยิกแก้มเพื่อนรักหยอกล้อ ก่อนจะหันกลับไปมองตัวตึกอย่างมุ่งมั่นจะต้องทำให้ทุกคนรู้จักความทุกข์บ้าง...

    เช้าวันใหม่ ธีภพเข้ามารับตำแหน่งในบูรพเกียรติ กรรมการทุกคนให้การต้อนรับมีเพียงคณินสีหน้านิ่งเฉยดูแคลนนิดๆ “งานตำแหน่งกรรมการผู้จัดการที่บูรพเกียรติอาจจะหนักหน่อย สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเรียนรู้งาน แต่ในเมื่อคุณธเนศเอ่ยปากอยากให้ลูกชายคนเดียวมาเริ่มงานที่นี่ อาก็จะคอยเป็นกำลังใจให้ก็แล้วกัน อาขอตัวก่อนมีงานอีกมากต้องไปจัดการ ไม่ว่ากันนะ”

    ธีภพรู้สึกได้ว่าคณินไม่ยินดีด้วย แต่ก็ต้องพยายามพิสูจน์ตัวเอง...อธิรุธแวะมานั่งคุยด้วยที่ร้านกาแฟข้างตึก เข้าใจดีว่าคณินคงไม่ชอบใจที่มีคนมาแย่งตำแหน่ง แต่ขัดไม่ได้ ธีภพเหนื่อยใจเพิ่งเสร็จงานที่ไทรจีสก็มาเจองานหินที่นี่อีก อธิรุธแซว

    “ก็นายมันเกิดมาเป็นลูกราชสีห์นี่หว่า จะยิ่งใหญ่ได้ก็ต้องโดนผลักตกหน้าผาซะก่อนไงซิมบ้า...เคยดูไหมซิมบ้าในไลอ้อนคิงส์”

    ธีภพทำหน้าเซ็งๆ พลันเห็นพริริสาในชุดสวยเก๋ลงจากรถแท็กซี่ รู้สึกคุ้นตาพึมพำไม่น่าใช่ อธิรุธไม่เคยเห็นเพื่อนเหล่สาวแบบนี้มาก่อนก็ล้อ “ระวังคู่หมั้นที่แม่นายหาเตรียมไว้ให้จะรู้เรื่องนะเว้ย”

    ระหว่างนั้น กรนันท์ขับรถสปอร์ตหรู ใส่สมอลทอล์กโทร.สั่งงานศจีเลขาคณินอย่างไม่เกรงใจ “ฉันกำลังจะถึงออฟฟิศในอีกห้านาที ทุกอย่างที่ให้เตรียมครบหรือยังคุณศจี...”

    พริริสากำลังข้ามถนนจะเข้าตึก รถกรนันท์ปราดมาอย่างเร็วบีบแตรดังลั่น จนทุกคนตกใจ พริริสารีบหลบ เซเกือบล้ม แฟ้มเอกสารหล่นกระจาย กรนันท์ไม่สนใจจอดรถหน้าตึกส่งกุญแจให้ รปภ.เอาไปจอด พริริสาเห็นหน้าจำได้ว่าคือลูกสาวคณิน ก็ยิ่งเคียดแค้นต้องข่มอารมณ์

    กรนันท์มาถึงห้องรับรอง ศจีปรี่เข้าเอากล่องเพชรให้ดู เธอมองแล้วบอกว่าต้องการเส้นใหญ่กว่านี้ ศจีหน้าเสีย บุษกรวิ่งมาพร้อมชุดที่เพิ่งส่งมา กรนันท์เห็นแล้วบอกว่าสีเพี้ยนจากที่สั่ง ให้เอาไปเปลี่ยน จากนั้นก็สำรวจห้องที่ให้ตกแต่ง ทำหน้าไม่พอใจ สั่งเปลี่ยนแจกันใบใหม่ รูปประดับก็ไม่เข้ากันให้เปลี่ยน หลอดไฟสว่างเกินไปเปลี่ยนใหม่หมด ย้ำ

    “ของทุกอย่างให้เรียบร้อยในอีกครึ่งชั่วโมง ก่อนคนจากนิตยสารจะมาสัมภาษณ์ฉัน”

    ศจีแทบอยากร้องกรี๊ดจะทำทุกอย่างทันได้อย่างไร บุษกรเหน็บเห็นศจีเลขาพ่อเป็นอีเย็น จิกใช้สารพัด ชนิตาเข้ามาสมทบบอกทุกอย่างจะทำทันได้อย่างไรแค่ครึ่งชั่วโมง ศจีแทบอยากลาออกไปเที่ยวพักผ่อน โรซี่ยื่นหน้าเข้ามาขอแนะนำนิดหนึ่ง

    “เวลาที่เราอยากจะหนีไปพักใจไกลๆ ให้ลองถามใจตัวเองดีๆก่อนว่า...มีตังค์ไหม”

    ศจีเหมือนโดนแทงใจดำร้องไห้โฮ สามสาวได้แต่มองอย่างเห็นใจ พอดีพริริสาเดินมามองหาฝ่ายบุคคล เห็นกลุ่มศจีก็หยุดฟัง ศจีถามบุษกร ชนิตาและโรซี่ว่ามีใครจะช่วยเอาชุดไปเปลี่ยนกับทางร้านให้ ทั้งสามรีบขอตัวไปทำงานต่อทันที ศจีอยากจะกรีดร้อง พริริสาถือโอกาสทำคะแนน อาสาเข้ามาช่วย เหมือนฟ้ามาโปรด ศจีรีบ ส่งชื่อที่อยู่ร้านให้พริริสา

    พริริสาถือชุดของกรนันท์ลงมาหน้าตึก มองซ้ายมองขวาจะไปอย่างไรให้ทัน ตัดสินใจโบกมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปตามสถานที่ในกระดาษ...ศจีมาฉุกคิดว่าพริริสาเป็นใครไว้ใจได้หรือเปล่า ได้แต่ภาวนาขออย่าให้แย่ไปกว่านี้เลย ไม่นานพริริสาก็กลับมาพร้อมชุดใหม่ส่งให้ศจี แต่เธอรู้สึกเหมือนมันขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง

    ศจีรีบเอาชุดและสร้อยเส้นใหม่มาให้กรนันท์ เธอสวมใส่แล้วชมศจีว่าต้องแบบนี้สิถึงจะสมกับเป็นบูรพเกียรติ แต่แล้วชะงักมองชุดมันเรียบไปหน่อย ศจีรีบส่งเข็มกลัดดอกไม้ผ้าดูเข้าชุดกันให้ กรนันท์รับมาติดแล้วยิ้มอย่างพอใจ

    ศจีกลับมาหาพริริสาที่หน้าห้องรับรอง ขอบอกขอบใจ “ขอบใจมากนะริสา ไม่ได้เธอพี่ต้องแย่แน่ๆ แถมเข็มกลัดดอกไม้นั่นอีก สายตาแหลมคมมากว่าชุดมันขาดอะไรไป ไม่งั้นได้ปวดหัวไม่จบ...อ้อนั่นเอกสารสมัครงานใช่ไหมจ๊ะ เอามาเดี๋ยวพี่จัดการให้ คนเก่งๆขยันแบบนี้ บริษัทเราต้องการอยู่แล้ว โดยเฉพาะพี่ อยากได้ผู้ช่วยแบบริสามานานแล้ว ได้อย่างใจ”

    พนักงานเข้ามาเตือนศจีว่าจะจัดห้องธีภพอย่างไร ศจีนึกได้รีบบอกพริริสาว่าจะให้ฝ่ายบุคคลติดต่อกลับไป ว่าแล้วก็รีบเดินจ้ำๆไป พริริสายิ้มปลื้มไม่คิดว่าจะง่ายกว่าที่คิด

    ooooooo

    ศจีจัดห้องทำงานเสร็จเห็นว่าธีภพยังไม่กลับจึงเชิญให้มาตรวจดูว่าอยากเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างไหม เขาขอบคุณและไม่เปลี่ยนอะไร ศจีปลาบปลื้มที่ไม่เรื่องเยอะ แล้วขอตัวไปดูกรนันท์ว่าจะจิกใช้อะไรอีก ไม่ทันออกไป กรนันท์สวนเข้ามาบอกไม่มี อะไรจะใช้ศจีแล้ว

    ว่าแล้วก็ปรี่เข้ามาหาธีภพ บ่นเสียดายเขาน่าจะอยู่ตอนสัมภาษณ์ ตนจะได้ให้เขาร่วมถ่ายรูปคู่กันในฐานะผู้บริหาร เขาแย้งยังไม่ได้เริ่มงานเลย

    “ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่คะ ดูเกรซสิ เกรซก็ไม่ได้ทำอะไร แต่ก็ยังมีนิตยสารมาสัมภาษณ์ในฐานะทายาทนักธุรกิจพันล้าน” ธีภพแอบเบ้หน้า กรนันท์ชวนทานข้าวกลางวัน

    ธีภพเห็นซองเอกสารที่ศจีลืมทิ้งไว้ เปิดดูเป็นเอกสารสมัครงาน กรนันท์ดึงมาดูแล้วโยนทิ้งลงขยะบอกไม่ใช่เอกสารสำคัญอะไร ธีภพไม่พอใจก้มเก็บและตำหนิ “สำหรับเกรซ เอกสารนี้อาจจะเป็นแค่กระดาษธรรมดาๆใบหนึ่ง ไม่มีค่าอะไร แต่สำหรับเจ้าของ มันคืออนาคตของเขาเลยนะ อย่าทำแบบนี้อีก พี่จะเอาไปให้คุณศจี” กรนันท์หน้าเสียวิ่งตามง้อธีภพ

    คณินเอาเอกสารกลับมานั่งทำที่บ้าน ศจีโทร.เข้ามาขออนุญาตรับผู้ช่วยเลขา เขาบ่นจะทำอะไรก็ทำ ให้สิทธิ์ตัดสินใจเต็มที่ ดร.กฤษเดินมาเห็นถามลูกชายงานมันมากขนาดต้องเอากลับมาทำที่บ้านเลยหรือ คณินบอกว่าอยากเคลียร์ให้หมดก่อนธีภพเข้ามาทำงาน

    ดร.กฤษมั่นใจว่าธีภพเป็นคนหนุ่มไฟแรง คงทำให้บริษัทก้าวพ้นวิกฤติ แต่คณินไม่คิดอย่างนั้น เพราะธีภพไม่มีประสบการณ์ ดร.กฤษบอกตำแหน่งกรรมการผู้จัดการมันก็แค่ชื่อสมมติ สุดท้ายการทำงานก็คือตัวตัดสินการยอมรับของทุกคน กานดาได้ยินว่าธีภพมาทำงานที่บริษัทก็ดีใจ เพราะอยากให้สนิทสนมกับกรนันท์ จินตนาบอกคณินจะเครียดทำไม ไม่นานบูรพเกียรติกับวงศ์ทวีกาลอาจเกี่ยวดองกัน คณินติงอย่าคาดหวังมากนัก เพราะเมื่อธีภพรู้เห็นอะไรๆในบริษัทอาจเปลี่ยนใจไม่อยากดองกับเรา จินตนาโวย

    “ก็เพราะแกมันเป็นซะแบบนี้ บริษัทมันถึงได้ย่ำต๊อกไม่ไปไหน มัวแต่ขัดแข้งขาคนในบ้านกันเอง ไม่เคยได้อย่างใจจริงๆ”

    คณินอัดอั้นที่แม่กับเมียไม่เข้าข้าง ดร.กฤษถอนใจที่ครอบครัวไม่ลงรอยกันเลย...ด้านพริริสากลับมาถึงคอนโดที่พัก เล่าให้มิราฟังว่าวันนี้ได้นั่งวินมอเตอร์ไซค์อย่างหวาดเสียว มิราตกใจวินเป็นใคร พริริสาขำ อธิบายว่าเป็นชื่อเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และเพราะเรื่องนี้ตนมีหวังจะได้เข้าทำงานที่บูรพเกียรติ ฟ้าคงเห็นใจให้ตนได้แก้แค้น มิราชักหวั่นใจว่ามันเสี่ยงเกินไปไหม

    “ช่วยกันมาตั้งแต่ต้น เตรียมเอกสารให้แล้วก็มาถอดใจเหรอมิรา ให้ฉันเข้าไปใกล้ๆเถอะ ฉันอยากเห็นด้วยตาตัวเองว่าเวลาที่คนพวกนั้นมีความสุข กับเวลาที่ต้องเจอกับความทุกข์ที่สุด มันจะแตกต่างกันขนาดไหน”

    ทันใดคามินโทร.เข้ามา พริริสาตกใจส่งมือถือให้มิรารับสายและให้บอกว่าตนอาบน้ำอยู่ มิราเหวอที่โดนโบ้ย ต้องโกหกไปว่าพริริสาอาบน้ำอยู่ แล้วจะให้ โทร.กลับ คามินพึมพำคิดว่าตนรู้ไม่ทันหรือ...พอวางสายมิราก็บอกพริริสาว่าให้โทร.กลับหาพีรดา ตนหวั่นใจว่าคามินจะรู้ว่าพวกเราโกหก พลันมือถือดังขึ้นอีกพริริสาสะดุ้งคามินจะโทร.มาทำไมอีก มิรารับสายแล้วเหวอที่ไม่ใช่คามินแต่มาจากบูรพเกียรติ ส่งมือถือให้พริริสาคุย

    “ริสาพูดค่ะ จะให้ไปสัมภาษณ์พรุ่งนี้เหรอคะ!” พริริสาตื่นเต้นที่ติดต่อมาเร็วเกินคาด

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ พริริสาเบียดเสียดคนเข้าลิฟต์ บุษกรถือถาดกาแฟเต็มสองมือเบียดไปยืนข้าง พริริสาจึงอาสาช่วยถือ ระหว่างที่มัวรับของจึงไม่เห็นว่าธีภพเข้ามายืนเบียดข้างๆ พอลิฟต์ขึ้นไปชั้นหนึ่งคนก็เบียดออกชนแขนพริริสา กาแฟกระฉอกใส่ธีภพ เธอตกใจรีบขอโทษ

    ทันทีที่ทั้งสองมองหน้ากัน ต่างจำกันได้ แต่พริริสา รีบกลบเกลื่อนก้มหน้าจะเดินออก ธีภพดึงแขนไว้ “เดี๋ยว! ทำเสื้อผมเลอะขนาดนี้ จะไปง่ายๆเหรอ คุณชื่ออะไร ทำงานที่ตึกนี้รึเปล่า”

    พริริสาหน้าเจื่อน ทุกคนในลิฟต์พากันตกใจ...ศจี หาเสื้อใหม่มาให้ธีภพเปลี่ยน แล้วขอโทษแทนพริริสา เขาถามพริริสาเป็นผู้ช่วยเธอหรือ

    “ยังหรอกค่ะ คือวันนี้นัดมาสัมภาษณ์ก่อน ตามขั้นตอนน่ะค่ะ”

    ธีภพขอเข้าไปฟังสัมภาษณ์ด้วย พริริสาตัวเกร็งเมื่อมีธีภพมาร่วมสัมภาษณ์ เธอแนะนำตัวว่าชื่อ...ริสา ฉันทพัฒน์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ โทภาษาฝรั่งเศส เคยฝึกงานและทำงานเป็นผู้ช่วยเลขาบริษัทอสังหาริมทรัพย์ สาเหตุที่ออกจากบริษัทเดิมเพราะอุปสรรคเรื่องระยะทางที่พักกับที่ทำงาน

    พริริสาท่องประวัติใหม่อย่างคล่องแคล่ว และพรีเซนต์ตัวเองว่ามีความสามารถพอที่จะทำงานผู้ช่วยเลขาเพื่อขึ้นเป็นเลขาเต็มตัว ศจีชื่นชมอยากยกตำแหน่งตัวเองให้เลย ธีภพเอ่ยถามว่าเคยไปต่างประเทศไหม เธอบอกไม่เคย เคยไปแต่ต่างจังหวัด เขาเน้นถามว่าเคยไปไทรจีสไหม เธอชะงักเล็กน้อยบอกไม่เคยได้ยินชื่อประเทศนี้

    พอจบการสัมภาษณ์ ศจีบอกพริริสาว่าอีกสองวันเตรียมตัวมาทำงานได้เลย ธีภพออกมามองยิ้มๆ มั่นใจว่าจำคนไม่ผิด แกล้งถามเธอมีพี่น้องฝาแฝดหรือญาติที่หน้าตาเหมือนกันไหม

    “ไม่มีหรอกค่ะ แต่เขาบอกว่าในโลกนี้จะมีคนหน้าตาเหมือนเราอยู่ถึง 7 คนเลยนะคะ คุณอาจจะเคยเจอใครหน้าเหมือนฉันก็ได้”

    “แต่ผมยังไม่ได้บอกเลยนะว่าเคยเจอใครหน้าตาเหมือนคุณ” ธีภพยิ้มอย่างจับผิด

    พริริสาหน้าหงิกรู้ว่าโดนหลอกล่อ เริ่มจะหงุดหงิด ก็พอดีคณินออกมาเรียกธีภพไปคุยด้วย พริริสาหันมองหน้าคณินเต็มตาอึ้งๆ ใจเต้นแรงมีทั้งความน้อยใจและความโหยหา...คณินมองพริริสาอย่างไม่ได้สนใจอะไร ธีภพเดินไปกับคณิน เธอมองด้วยความเจ็บลึกๆคิดถึงอดีต

    พีรดาพาเธอหนีมาอยู่ร้านอาหารของรุ้ง เพื่อนในประเทศไทรจีส ตั้งใจจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ เวลาผ่านไปทั้งสองเริ่มคุ้นเคยและดูมีความสุขขึ้น มีคนมาติดพันพีรดา พริริสาเร่ง

    “ใกล้เวลาช่วยน้ารุ้งเปิดร้านแล้วนะคะแม่ วันนี้คุณลุงกับพี่คามินจะมาที่ร้านด้วย พี่คามินบอกริสาไว้” พีรดายิ้มรับรีบจูงพริริสาเดินไป

    ในร้าน พีรดาจะแต่งชุดไทยเสิร์ฟอาหาร ราอิลกับคามินเป็นแขกประจำและทานอาหารเหมือนเดิมทุกครั้ง จนพีรดาถามไม่เบื่อบ้างหรือ ราอิลบอกว่าตนเป็นคนชอบอะไรก็จะชอบอยู่อย่างนั้น คามินก็เช่นกัน รุ้งยินดีกับเพื่อนที่มีคนดีๆมาติดพัน

    ต่อมาราอิลก็พาพีรดากับพริริสาเข้ามาเที่ยวในวัง เธอตกใจมากไม่รู้มาก่อนว่าเขาคือกษัตริย์ของประเทศไทรจีส แล้วเขาก็ขอให้เธอกับลูกอยู่ด้วยกันที่นี่

    “ทำไมถึงเป็นฉันคะ ฉันเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆ คนนึง”

    “ผมเป็นคนชอบความเรียบง่าย แล้วสำหรับที่ไทรจีส ความรักเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ผมเลือกได้เองโดยไม่ต้องคำนึงถึงยศศักดิ์และฐานันดร คุณจะเป็นคนเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปให้ผมได้”

    พีรดาตื้นตันหันมาโอบกอดพริริสาบอก “เราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กันที่นี่ ลืมอดีตให้หมด จากนี้แม่กับลูกจะมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตนะลูกนะ”...

    บ่ายวันนั้นพริริสานั่งในโรงอาหารของบริษัทบูรพเกียรติ โรซี่ บุษกรและชนิตายกอาหารมาให้ ถือเป็นการตอบแทนที่เธอมาถูกที่ ถูกเวลา ถูกจังหวะ โรซี่พลั้งปากว่ามารับเคราะห์แทนศจี ชนิตาเอ็ด “พูดอะไรยะ คนเขาเพิ่งได้งาน เสียกำลังใจหมด ตบปากเดี๋ยวนี้เลยไพโรจน์”

    “ว้าย!โรซี่ย่ะ ใครเรียกไพโรจน์ตีปากฉีกเลย”

    โรซี่ยกมือจะตบปากชนิตาขำๆ

    บุษกรตัดบทบอกพริริสามีอะไรให้ช่วยบอกได้เลย โรซี่แทรกอีกว่า แต่ถ้าให้ไปช่วยรับมือเกรซนี่ขอบาย

    พริริสาเลียบเคียงถามว่าเกรซเป็นใคร ทั้งสามตั้งวงเม้าท์ ว่าเกรซหรือกรนันท์เป็นลูกสาวคณิน วีรกรรมเธอมากมายหลายล้าน พริริสาหยั่งเชิงถามถึงธีภพ บุษกรรีบบอก

    “ริสาไม่ต้องกลัวนะ แค่กาแฟหกใส่ คุณธีภพเขาไม่โกรธหรอก เขาเป็นคนดี”

    ทั้งสามตาวิบวับเมื่อพูดถึงธีภพ โรซี่เปรย “แต่จะว่าไปก็แปลกนะ บ้านคุณธีภพเขาก็มีบริษัทของตัวเองใหญ่โต เครือข่ายเยอะแยะ แถมเป็นลูกชายคนเดียวอีกต่างหาก ทำไมต้องมาทำงานที่บูรพเกียรติด้วย”

    ชนิตากับบุษกรพยักพเยิดสงสัยไปด้วย พริริสาฟังเก็บข้อมูล...ด้านธีภพฟังคณินพูดถึงปัญหาบริษัทแล้วตกใจที่มากขนาดนี้

    “อาไม่อยากทำตัวเป็นพวกซุกปัญหาไว้ใต้พรม ในเมื่อเธอมาทำงานที่นี่ก็ควรรับรู้ไว้ แต่อาอยากจะขอร้องอย่าให้คนนอกรู้วิกฤติของบริษัทตอนนี้”

    ธีภพเข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อถึงให้ตนมา คณินดักคอจะเป็นคนแก้ปัญหาเอง เขาไม่ต้องยุ่ง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 21:15 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์