ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    พิรุณพร่ำรัก

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "บอม ธนิน" ประกบ "ไอซ์ อามีนา" ใน "พิรุณพร่ำรัก"

    นีล่าขอโทษชามินต์แทนโลแกนที่พูดจาไม่ดีกับเธอ ชามินต์บอกว่าไม่เป็นไรเขาอาจจะกำลังเครียด

    “ปกติพี่โลแกนไม่เคยหยาบคายแล้วก็พูดจาก้าวร้าวกับผู้หญิงแบบนี้นะคะ”

    ชามินต์เพียงแต่ยิ้ม นีล่ายังคงครุ่นคิดอย่างไม่เข้าใจโลแกนอยู่ดี...

    โลแกนขึ้นไปจับตัวคอลินบอกว่าตัวไม่ร้อนแล้ว ป้าหวาชมว่าหมอชาร์มเก่งฉีดยาเข็มเดียวไข้ลดเลย โลแกนขัดขึ้นว่าหมอคนอื่นก็ฉีดยาลดไข้ได้

    “แม่...แม่ครับ...คอลินคิดถึงแม่ครับ...” คอลินเพ้อ ป้าหวาบอกว่าตั้งแต่ไม่สบายคอลินก็เพ้อถึงแต่แม่กับหมอชาร์ม แกคงอยากได้หมอชาร์มเป็นแม่ ถูกโลแกนขัดว่าป้าหวาอย่าคิดมากไปเลย

    “ป้าหวาไม่ได้คิดมาก ตามธรรมชาติของเด็ก

    ก็ต้องการความรักความอบอุ่นจากใครสักคน” โลแกนถามว่ารับจากตนยังไม่พออีกหรือ “แต่คุณเป็นผู้ชายนะคะ แกก็คงอยากมีใครสักคนที่กอดแล้วเหมือนแม่ตัวเอง”

    “วันหนึ่งฉันก็ต้องแต่งงาน ผู้หญิงคนนั้นก็จะมาเป็นแม่คอลินเอง”

    “แต่ป้าว่าคุณนีล่าก็ไม่ใช่คนที่จะมาเป็นแม่คุณคอลินนะคะ แกดูเป็นพี่สาวเป็นเพื่อนเล่นมากกว่า ไม่เหมือนคุณหมอชาร์ม ป้าว่าแกเหมาะที่จะเป็นแม่คุณคอลิน”

    “เอาล่ะ เลิกพูดถึงหมอชาร์มนี่ซะที ฉันไม่อยากฟัง เดี๋ยวฉันจะไปอาบน้ำ คืนนี้ฉันจะมานอนเป็นเพื่อนคอลินเอง ป้าหวาไม่ต้องมานอน” พูดแล้วผละไป ป้าหวามองตามบ่นอ่อนใจ...

    “คุณโลแกนนี่เอาแต่ใจตัวเองจริงๆ”

    ooooooo

    โลแกนเตรียมจะอาบน้ำเปิดลิ้นชักเห็นพวงกุญแจมิกกี้เมาส์มีกุญแจดอกหนึ่ง เดนิสบอกว่าอยู่ในตัวเขาวันที่พบตัวถามว่ากุญแจอะไร แต่เขาจำไม่ได้ เดนิสบอกว่าดูมันน่าจะเป็นกุญแจบ้านหรือประตูห้องอะไรสักอย่าง

    โลแกนสงสัยว่ามันคือกุญแจอะไร?? คิดจนหลับฝันเห็นชามินต์อีก เขาเสียงดังจนคอลินตื่นถามว่าป๊ะป๋าฝันร้ายหรือ ได้ยินป๊ะป๋าตะโกนเรียกใคร โลแกนรับว่าตนฝัน

    “ฝันถึงแม่ไลลาหรือครับ”

    “ไม่ใช่ ใครก็ไม่รู้ ป๋าไม่เห็นหน้าเขา แต่ชอบฝันถึงเขาบ่อยๆ” คอลินถามว่าพี่ชาร์มหรือเปล่า ตนก็ฝันถึงพี่ชาร์ม เหมือนกัน โลแกนบอกว่าไม่ใช่ ชวนให้นอนต่อกันเถอะ

    “ป๊ะป๋าครับ...ป๊ะป๋าไปตามพี่ชาร์มกลับมา

    ได้ไหมครับ” โลแกนบอกว่าหมอเจินก็รักษาลูกได้ “แต่ผมรักพี่ชาร์ม ผมอยากให้พี่ชาร์มมาบ้านเราทุกวัน นะครับป๊ะป๋า...พี่ชาร์มใจดีเหมือนแม่”

    “ป๋าขอคิดดูก่อนนะ เอาล่ะ นอนต่อเถอะลูก” โลแกนตัดบทเสียงอ่อนลง คอลินนอน แต่โลแกนนอนไม่หลับ

    ooooooo

    ยามจางอ่านพาดหัวตัวไม้หนังสือพิมพ์ฉบับเช้าวันนี้อย่างตื่นเต้น...

    “โลแกน ลู เซ็นสัญญาลงทุนสร้างมอลล์พันล้านเหรียญที่จูไห่”

    ยามจางจ้องรูปโลแกนที่ถ่ายร่วมกับกรรมการบริษัท อุทานอย่างตื่นเต้น

    “นี่มันไอ้เจ้าโลแกนจริงๆนี่ ที่แท้เขาคือมหาเศรษฐีที่ปลอมตัวมาอยู่กับหมอ”

    ชามินต์เดินลงมาพอดี ยามจางรีบเรียกให้มาดูข่าว บอกว่าโลแกนปลอมตัวมาอยู่กับหมอ แกล้งทำเป็นความจำเสื่อม เพราะต้องการสำรวจตลาดระดับล่างเพื่อสร้างศูนย์การค้า ชามินต์บอกว่าตนรู้แล้ว พลางจะออกไป

    ทันใดนั้นเอง รถของโลแกนเข้ามาจอดหน้าอพาร์ตเมนต์ ยามจางวิ่งไปเปิดประตูให้ พอเห็นโลแกนยามจางตะลึง ช็อก หันบอกชามินต์ว่าโลแกนมา

    โลแกนลงจากรถเดินมาหาชามินต์ทันที บอกว่าอยากจะคุยด้วยหน่อย ชามินต์เดินเลี่ยงไปบอกว่าตนไม่มีอะไรจะคุย

    โลแกนดักหน้าดักหลังไม่ให้ชามินต์ออกไป อ้างว่าคอลินอยากเจอเธอมาก ขอร้องให้กลับไปดูแลคอลินเหมือนเดิมได้ไหม ถ้ายังโกรธตน จะให้ขอโทษอีกกี่ครั้งหรือทำอะไรก็ได้ ขออย่างเดียวให้กลับไปหาคอลินหน่อย

    ขอร้องก็แล้ว อ้อนวอนก็แล้ว ชามินต์ใจแข็งไม่ยอมกลับไป โลแกนเลยโมเมว่าที่เธอไม่กล้ากลับไปเพราะเธอชอบตนใช่ไหม เห็นชามินต์นิ่ง โลแกนรุก

    “ถ้าคุณหมอไม่ได้คิดอะไรกับผม คุณหมอต้อง ให้อภัยที่ผมพูดจาไม่ดี แล้วก็กลับไปดูแลคอลินสิครับ...ว่าไงครับ ถ้าคุณหมอไม่ไป ผมจะถือว่าคุณหมอชอบผม”

    ชามินต์ถูกรุกจนตั้งตัวไม่ติดได้แต่จ้องหน้าโลแกนอย่างโกรธจัด โลแกนได้ใจเลยยิ่งโมเม

    “ว่าไงครับ ถ้าคุณหมอไม่ไป ผมจะถือว่าคุณหมอชอบผม” ชามินต์สะบัดหน้าเดินหนีไปอย่างหัวเสีย โลแกนนึกขำ พูดดังๆว่า “ผมรู้ว่าคุณไม่ได้ชอบผมหรอก” แล้วโทรศัพท์เรียกอาเส่ยให้เอารถมารับ

    ชามินต์เดินหงุดหงิดจากโลแกน ก็มาเจอคลากยืนรออยู่หน้าห้องทำงาน เขาบอกว่าจะฝากช็อกโกแลตไปให้คอลิน ชามินต์บอกให้เขาเอาไปให้เองดีกว่า คลากอ้างว่าโลแกนไม่ชอบหน้าตน แต่ตนถูกชะตากับคอลิน

    “แต่ฉันคงรับฝากของจากคุณไม่ได้แล้วค่ะ เพราะฉันไม่ได้รักษาคอลินแล้ว” คลากถามว่าทำไม “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เพียงแต่ฉันไม่มีเวลา เอาล่ะค่ะ ฉันคงต้องขอตัวนะคะ ฉันมีคนไข้รออยู่” พอขยับจะเดินนึกได้หันบอกว่า “อ้อ...ถ้าคุณไม่มีธุระอะไรกับฉัน ก็ไม่ควรมาหาฉันอีกต่อไปแล้วนะคะ”

    พูดแล้วชามินต์เดินเข้าห้องปิดประตูเลย คลากก้มมองช็อกโกแลตในมือเซ็งๆ

    พอเข้าห้องอยู่กับตัวเอง ชามินต์บ่นอย่างว้าวุ่นใจเรื่องโลแกนว่า

    “มันเรื่องอะไรกันเนี่ย ทำไมอยู่ๆ ชีวิตเราถึงต้องมาพัวพันกับคนพวกนี้”

    คลากกลับไปอย่างผิดหวัง อาฟงเสนอว่าเมื่อชามินต์ไม่รับฝากตนจะเอาไปให้คอลินที่โรงเรียนเลยดีไหม

    “ไม่ต้อง ฉันไม่อยากมีเรื่องกับโลแกน”

    “ผมว่านายน่าจะคุยกับคุณโลแกนตรงๆนะครับ ว่านายสงสัยว่าคุณหนูคอลินน่าจะเป็นลูกของนาย”

    “แกคิดว่าคนอย่างโลแกนมันจะคุยกับฉันหรือ ทุกวันนี้เจอหน้าฉัน มันยังไม่อยากมองเลย”

    “แล้วนายจะเอายังไงครับ”

    “ฉันต้องหาทางรู้ให้ได้ว่า คอลินเป็นลูกฉันรึเปล่า” คลากจิกตามุ่งมั่น

    ooooooo

    โลแกนจับจุดชามินต์ได้ กลับถึงบ้านก็ให้คอลินโทร.ถามชามินต์ว่า

    “ป๊ะป๋าบอกว่าพี่ชาร์มชอบป๊ะป๋า พี่ชาร์มก็เลยอาย ไม่กล้ามาที่บ้านผม จริงรึเปล่าครับ” คอลินถามชามินต์แล้วมองหน้าโลแกนที่นั่งกำกับอยู่ข้างๆ โลแกนพยักหน้ายิ้มกริ่ม

    “ไม่จริงหรอกจ้ะ ป๊ะป๋าคอลินเขาพูดเล่นน่ะ”

    “ถ้าพูดเล่น แล้วทำไมพี่ชาร์มถึงไม่กล้ามาหาผมล่ะครับ...พี่ชาร์มชอบป๊ะป๋าใช่ไหมครับ...ถ้าพี่ชาร์มไม่ได้ชอบป๊ะป๋า เย็นนี้ก็มาหาผมที่บ้านสิครับ...ป๊ะป๋าเขาคิดว่าพี่ชาร์มชอบเขาจริงๆนะครับ ถ้าพี่ชาร์มไม่ชอบก็มาบอกเขาเลย”

    “ก็ได้ เย็นนี้พี่ชาร์มจะไป”

    ชามินต์เสียรู้รับคำคอลินที่ถูกโลแกนกำกับอย่างใกล้ชิด คอลินกระโดดตัวลอยร้องด้วยความดีใจ

    “ไชโย ในที่สุดผมก็ชนะป๊ะป๋า พี่ชาร์มเขาบอกว่าเย็นนี้จะมาหาผม เขาจะมาบอกป๊ะป๋าว่าเขาไม่ได้ชอบป๊ะป๋า” แล้วเจ้ากี้เจ้าการสั่งป้าหวาเย็นนี้ให้ทำกับข้าวอร่อยๆ เพราะพี่ชาร์มจะมากินข้าวด้วย

    “ในที่สุดเธอก็ยอมมา ชามินต์” โลแกนยิ้มพอใจ

    เย็นนี้...นีล่ามาถึงก่อน ทั้งนีล่าและคอลินปรามโลแกนว่าต้องปิดปากให้ดีอย่าพูดไม่ดีกับชามินต์อีก

    ไม่นานเดนิสก็มากับชามินต์ เดนิสบอกว่าดีใจที่เธอให้อภัยโลแกนและยอมกลับมาดูแลคอลิน แก้ต่างให้โลแกนว่า

    “จริงๆแล้วโลแกนเป็นคนดีนะครับ ไม่ได้ปากเสียอย่างที่พูดหรอก”

    พอเข้าบ้าน นีล่าถามว่าเดนิสมากับชามินต์หรือ เดนิสพูดสบายๆว่าเลิกงานพร้อมกันเลยรับคุณหมอมาด้วย ฝ่ายโลแกนถูกทั้งคู่หมั้นและลูกปรามไว้ พอชามินต์มาถึงก็ทำตัวเรียบร้อย ทำเสียงสุภาพเอ่ยอย่างอ่อนโยนเป็นการเป็นงานว่า

    “สวัสดีครับคุณหมอชามินต์ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ต้อนรับคุณหมออีกครั้ง”

    “ที่ฉันมาก็เพราะมาดูอาการคอลิน ขอตัวนะคะ ไปจ้ะคอลิน” ชามินต์จูงคอลินไปห้อง โลแกนมองตามอมยิ้มเจ้าเล่ห์ผิดกับที่ทักทายชามินต์ตอนแรก เดนิสมองตามชามินต์ไป ทำเอานีล่าจ้องตาเขียวปั้ด

    บรรยากาศขณะนี้กลายเป็นเดนิสกับโลแกนกันท่ากันเอง และนีล่าก็คอยจ้องสองหนุ่มอย่างขัดใจ

    เดนิสบอกให้โลแกนเข้าไปดูหมอชาร์มตรวจคอลิน เมื่ออยู่กันสองคน นีล่าเล่าประชดแกมหยั่งท่าทีเดนิสว่า วันก่อนชามินต์บอกตนว่าเธอชอบเขา ถามว่า “แล้วพี่ล่ะ?”

    “จริงหรือ ถ้าเขาชอบพี่ พี่ก็ต้องชอบเขาสิ เพราะเขาก็เป็นคนดีแถมน่ารักอีกด้วย เธอว่าไหม”

    เดนิสยิ้มยั่ว นีล่าเสียใจร้องไห้หยิบแก้วไวน์เดินออกจากห้อง เดนิสรู้ว่านีล่ารู้สึกอย่างไรแต่เขาก็จำต้องฝืนความรู้สึกของตัวเองเพราะถูกเหว่ยซานเรียกไปเตือนแล้ว

    ooooooo

    คอลินเอารูปครอบครัวที่ตัวเองวาดมาอวด ชามินต์ ชี้ที่รูปที่เป็นแม่ อ้อนพี่ชาร์มมาเป็นแม่ให้ตน ชามินต์ตอบเอาใจว่าได้

    “หวังว่าคุณคงไม่ทำร้ายความรู้สึกของคอลิน” โลแกนฉวยโอกาสสำทับ ชามินต์พูดกับคอลินสวนไปทันควันว่า

    “จริงๆแล้วพี่ชาร์มก็อยากจะเป็นแม่ให้คอลินนะ ถ้าคอลินไม่ใช่ลูกป๊ะป๋า”

    คอลินยุให้พี่ชาร์มรักป๊ะป๋า เธอบอกขอคิดดูก่อน คอลินจึงออกไปบอกป้าหวาให้ตั้งโต๊ะได้แล้ว เหมือนจงใจเปิดโอกาสให้ป๊ะป๋าของตนเต็มที่ พอคอลินออกไปโลแกนก็เข้าหาชามินต์ทันทีบอกว่าตนมีเรื่องต้องคุยกับเธอ

    โลแกนบอกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยแต่มีเจตนากีดกันเธอจากเดนิสว่า เดนิสกับนีล่าเขาชอบกันอยู่ ชอบกันมาตั้งแต่เด็ก ส่วนตนที่ต้องหมั้นกับนีล่ามันเป็นแค่ข้อตกลงของผู้ใหญ่

    “แล้วมาบอกฉันทำไม” ชามินต์ชักสีหน้าถาม

    “อ้าว ก็บอกให้คุณรู้ คุณจะได้ไม่ไปยุ่งกับเดนิสเขา”

    ชามินต์ปรามว่าอย่ามาพูดเรื่องเหลวไหลไร้สาระกับตน โลแกนยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง

    “ถึงเป็นเรื่องจริงก็ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับคุณ”

    “เกี่ยวสิ” สิ้นเสียงโลแกนก็จู่โจมจุ๊บจนชามินต์ตกใจถามว่ากล้าทำอย่างนี้กับตนหรือ “ก็ผมอยากบอกให้คุณรู้ว่าผมชอบคุณ”

    ชามินต์ดิ้นสั่งให้ปล่อยเดี๋ยวใครมาเห็นจะไม่ดี โลแกนบอกว่าอยากให้เดนิสเห็นจะได้เลิกยุ่งกับเธอ

    ทันใดนั้นประตูเปิดออก ชามินต์กระชากตัวออกอย่างเร็ว เดนิสจึงเห็นสองคนเพียงแต่ยืนใกล้กัน

    “ขอโทษ ผมกำลังตามหาคุณสองคน จะบอกว่าอาหารพร้อมแล้วเดี๋ยวจะเย็นเสียหมด แล้วนี่ทำอะไรกันอยู่ครับ”

    โลแกนบอกว่ากำลังปรับความเข้าใจกัน ชามินต์บอกว่ากำลังคุยเรื่องอาการของคอลิน เดนิสจึงเชิญทั้งสองตามสบาย

    “เดี๋ยวเดนิส ฉันจะบอกนายว่า ฉันกับหมอชาร์ม...” ชามินต์ตกใจถามว่าคุณโลแกน คุณกำลังจะพูดอะไร โลแกนเลยเฉไฉว่า “ผมก็จะบอกให้คุณเดนิสรู้ว่า เราสองคนจะไม่ทะเลาะกันอีกต่อไปแล้วใช่ไหม” พลางยกนิ้วก้อยให้ทำนองว่าเราดีกันนะ

    “ฉันดีใจนะที่ได้ยินอย่างนั้น ไปครับหมอชาร์ม”เดนิสเดินนำไป ชามินต์เดินตาม โลแกนมองตามพึมพำยิ้มกริ่ม

    “นึกว่าจะโดนตบซะแล้วเรา”

    ooooooo

    รุ่งขึ้น เดนิสมาหาโลแกนแต่เช้า บอกว่าเมื่อวานลืมคุยเรื่องตนจะซื้อโรงพยาบาลไทฟง ถามโลแกนว่ามีความเห็นอย่างไร โลแกนเห็นด้วยเพราะปีหน้าเราควรจะซื้อโรงพยาบาลตามหัวเมืองเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสามแห่งเพื่อรองรับธุรกิจอสังหาของเรา

    “สมแล้วที่นายเป็นทายาทของตระกูลลู ทั้งฉลาด ทั้งเก่งแล้วก็เจ้าชู้”

    เดนิสถามว่าเมื่อวานเขาเข้าไปคุยอะไรกับหมอชาร์มในห้องคอลิน โลแกนบอกอย่างไม่ปิดบังว่าตนต้องการให้หมอชาร์มรู้ว่าตนชอบเธอ เดนิสติงว่าโลแกนมีคู่หมั้นแล้วโลแกนบอกว่านีล่ารักเขาไม่ได้รักตน และตนจะไม่มีวันแต่งงานกับนีล่า เดนิสเท่านั้นที่จะต้องแต่งงานกับนีล่า

    “นายก็รู้ว่าเหว่ยซานไม่มีวันยอมให้ลูกสาวแต่งงานกับฉันหรอก เขาต้องการนาย” เดนิสย้ำ

    “แต่นายก็รู้ว่า คนอย่างฉัน ไม่มีใครบังคับได้”

    “แต่คนอย่างเหว่ยซานก็ไม่มีวันปล่อยนายไปง่ายๆ เหมือนกัน”

    “เมื่อถึงวันนั้น ฉันจะเป็นคนบอกเขาเองว่านายเหมาะสมกับนีล่ามากกว่าฉัน”

    โลแกนพูดอย่างเชื่อมั่น เพราะรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร เดนิสติงว่าหมอชาร์มเป็นคนดีไม่ใช่ผู้หญิงอย่างเจนิส เดนิสพูดไม่ทันขาดคำ เจนิสก็โทร.เข้ามือถือของโลแกนบอกว่าแอรอนมีข่าวดีสำคัญจะบอกเขา นัดเจอกันที่บาร์คืนนี้

    “ได้” โลแกนรับคำ ปิดโทรศัพท์แล้วบอกเดนิสว่า “แอรอนได้ข่าวสำคัญเกี่ยวกับไลลาแล้ว คืนนี้ไปด้วยกันนะ”

    หลังจากเจนิสโทร.บอกโลแกนแล้ว ยุแอรอนว่าเราควรจะขอเงินเพิ่มอีกสักเท่าตัว แอรอนกะจะเรียกสักสิบล้าน เพราะถ้าโลแกนรู้ว่าเหว่ยซานเป็นคนฆ่าพ่อแม่กับน้องสาวเขา สิบล้านยังน้อยไปด้วยซ้ำ เพราะโลแกนมีเงินล้นฟ้า เขาต้องยอมแลกกับข่าวสำคัญนี้แน่ เจนิสดีใจอ้อนว่าได้เงินมาต้องพาตนไปเที่ยวอิตาลีนะ

    ทันใดนั้นมีเสียงเคาะประตูห้อง แอรอนถามเจนิสว่าเธอสั่งอาหารหรือ เจนิสไม่ได้สั่ง ลุกไปถามว่าใคร เสียงข้างนอกตอบว่า เอาพัสดุมาส่ง พอเจนิสถอดโซ่คล้องประตู ประตูก็ถูกถีบโครมเข้ามากระแทกเจนิสจนหงายหลัง

    พริบตานั้นมือปืนสามคนกรูกันเข้ามา คนหนึ่งล็อกตัวเจนิสไว้ อีกคนพุ่งเข้าจับมือแอรอนที่กระโดดไปกระชากปืนที่ลิ้นชักหัวเตียงบิด อีกคนกระโดดเข้าเหยียบหน้าอกแอรอน แล้วเหว่ยซานจึงก้าวเข้ามา เหว่ยซาน ตะคอกถามว่า

    “ฉันได้ข่าวว่าพักนี้แกกับโลแกนเจอกันบ่อยๆ” แอรอนบอกว่าตนก็แค่สัมภาษณ์ไปลงคอลัมน์ “แต่ที่ฉันรู้มาไม่ใช่ โลแกนมาถามอะไรแก” แอรอนยืนยันว่าตนแค่สัมภาษณ์จริงๆ

    “ถ้าแกไม่บอกความจริง ฉันจะตัดนิ้วโป้งนังนักร้องนี่” อาเหวินหยิบคีมสำหรับตัดต้นไม้ขึ้นมา

    เจนิสตกใจแทบช็อก ให้แอรอนรีบบอกเขาไปตนกลัว เหว่ยซานนับหนึ่งถึงสาม เจนิสรีบบอกว่า

    “เขามาถามว่าใครฆ่าน้องสาวเขา” แอรอนยืนยันว่าตนไม่ได้บอกอะไร เจนิสเสริมว่าเรายังไม่ได้บอกแต่กำลังจะบอกคืนนี้ เหว่ยซานถามว่าจะบอกอะไรโลแกน

    “ฉันจะบอกว่าฉันไม่รู้ว่าใครฆ่าน้องสาวเขา”

    “ดีมาก” เหว่ยซานปล่อยแอรอน อาเหวินก็ปล่อยเจนิส

    เจนิสโล่งใจขอบคุณเหว่ยซานที่ไว้ชีวิตพวกตน เหว่ยซานพยักหน้าให้อาเหวินแล้วออกไป

    เจนิสกับแอรอนมองหน้ากันอย่างโล่งใจ ทันใดนั้นเสียงปืนดังขึ้น แล้วทุกอย่างก็เงียบไปไม่มีแม้แต่เสียงร้องของใคร

    ตกเย็นเดนิสไปหาโลแกนถามว่าได้ข่าวการตายของเจนิสกับแอรอนหรือยัง โลแกนเพิ่งรู้ก่อนเดนิสจะมา

    เดนิสถามว่า การตายของเจนิสกับแอรอน เป็นฝีมือการฆ่าปิดปากของเหว่ยซานหรือเปล่า โลแกนถามว่าถ้าเป็นฝีมือเหว่ยซานแสดงว่าเขาต้องเป็นคนฆ่าไลลาและพ่อแม่ตน แต่เหว่ยซานจะทำเพื่ออะไร?

    “นั่นน่ะสิ เพราะเขาก็เป็นเพื่อนรักกับพ่อฉันและพ่อนาย มันจะมีเหตุผลอะไรที่เหว่ยซานคิดฆ่าพวกเขา” เดนิสครุ่นคิด

    ooooooo

    ในอดีต ตระกูลลู ตระกูลชาน และตระกูลเหว่ย เป็นสามตระกูลมาเฟียที่มีอิทธิพลและสัมพันธ์กันแนบแน่นมาก ตระกูลลู พ่อของโลแกนที่มีอาชีพเปิดเผยด้านอสังหาริมทรัพย์ และตระกูลชานพ่อของเดนิสประกอบธุรกิจด้านโรงพยาบาล

    ต่อมาพ่อของโลแกนและพ่อของเดนิสคิดถอนตัวจากวงการเจ้าพ่อเพราะอยากมีความสุขกับรายได้ที่มาจากเงินสุจริตมากกว่า ทั้งสองหว่านล้อมให้เหว่ยซานที่มีลูกสาวเพียงคนเดียวให้ถอนตัวเสียเพราะเธออาจคุมบ่อนคุมนักเลงไม่ได้เหมือนเขา

    เหว่ยซานโต้ว่าเขาสองคนถอนตัวได้เพราะมีธุรกิจโรงพยาบาลและธุรกิจโรงแรมมีอสังหามากมาย แต่ตนไม่มีความรู้อะไร ตนอยู่ได้เพราะเงินจากบ่อน เงินจากการเก็บค่าคุ้มครองเท่านั้น

    “เอาล่ะ ฉันว่าเราอย่าทะเลาะกันเรื่องนี้เลย นายอยากจะเดินทางในสายมาเฟียฉันก็ไม่ห้าม แต่สำหรับฉัน ฉันเลือกที่จะเดินในเส้นทางที่ถูกกฎหมาย” พ่อของ โลแกนตัดบท

    “ใช่ เอาเป็นว่าใครอยากทำอะไรก็ทำ แต่พวกเรายังเป็นเพื่อนรักกันเหมือนเดิม” พ่อเดนิสสรุป

    พ่อของโลแกนกับพ่อของเดนิสยกมือประกบกันเป็นสัญญาสุภาพบุรุษ เหว่ยซานจำต้องยกมือประกบด้วยอย่างไม่พอใจ และเมื่อเหว่ยซานกลับมาที่ห้องทำงาน เขาสั่งอาเหวินให้เก็บพ่อของโลแกนกับพ่อของเดนิส คำรามแค้นว่า

    “ถ้าแกไม่สนับสนุนฉัน แกก็อย่าอยู่เลย!”

    จากนั้นจึงเกิดกรณีโศกนาฏกรรมเครื่องบินที่พ่อแม่ของโลแกนเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศระเบิดกลางอากาศแหลกเป็นจุณ!

    ooooooo

    วันนี้เหว่ยซานนั่งดูรูปหมู่ที่ตนถ่ายกับพ่อของ โลแกนและเดนิส นีล่าเข้ามาเห็นทักว่าคิดถึงพวกลุงหรือ โชคดีที่วันนั้นพ่อไม่ได้เดินทางไปด้วย ไม่อย่างนั้นวันนี้ตนคงไม่มีพ่อแล้ว

    นีล่าถามว่าตำรวจยังสืบไม่ได้หรือว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือส่วนตัว เหว่ยซานบอกว่าคงเป็นเรื่องการเมือง นีล่าปรารภว่าถ้าวันนั้นพ่อเป็นอะไรไปวันนี้ตนคงไม่สามารถคุมบ่อนเก็บค่าคุ้มครองทำธุรกิจของพ่อต่อไปได้

    “นี่ไงพ่อถึงต้องการให้ลูกแต่งงานกับโลแกน” นีล่าติงว่าพ่อก็รู้ว่าโลแกนไม่ทำธุรกิจกับมาเฟีย “แต่วันนึงเขาก็ต้องทำ เพราะถ้าเขาไม่ทำเขาก็ต้องเสียใจ” นีล่าว่าอย่าไปบังคับโลแกนเลย “ที่พ่อทำก็เพื่อลูกนะ ถ้าลูกแต่งงานกับโลแกน โลแกนก็จะต้องเข้ามาช่วยเหลือลูก ไม่กล้าที่จะทอดทิ้งให้ลูกคุมธุรกิจของเราคนเดียวหรอก”

    นีล่ามองพ่อเซ็งๆ แต่ขี้เกียจเถียงด้วย

    โลแกนยังใช้ทั้งเล่ห์ทั้งกลเพื่อทำให้ชามินต์ชอบตน พยายามชี้แจงว่าตนไม่ได้รักนีล่า การหมั้นกันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ชามินต์ตัดบทว่าเขาจะมีเจ้าของแล้วหรือไม่ ตนก็ไม่ได้ชอบเขาและไม่มีวันจะชอบเขา

    ฝ่ายนีล่าเมื่อรู้ว่าโลแกนชอบชามินต์ก็ทั้งเชียร์ทั้งลุ้นเต็มที่เพราะถ้าโลแกนจับคู่กับชามินต์ เดนิสจะได้ไม่มีใคร

    คลาก ครูเกอร์ จำได้ว่าเคยเห็นโลแกนเดินกับชามินต์ตอนที่สมองเสื่อม เขาไปถามชามินต์ว่าโลแกนเคยมาอยู่กับเธอใช่ไหม ชามินต์ตกใจบอกว่าคลากคงจำคนผิด เพราะตนไม่เคยรู้จักโลแกนมาก่อนเลย คลากบอกว่า
    ตนจะลองถามโลแกนดู

    ชามินต์ยิ่งตกใจ ขอร้องอย่าไปถามเพราะตอนนี้โลแกนความจำกลับคืนมาแล้ว ตนไม่อยากให้รื้อฟื้นเรื่องระหว่างตนกับโลแกนอีก คลากถามว่าทำไมเธอต้องปิดบังเรื่องนี้

    “คือ...ตอนนี้เขาจำเรื่องราวทั้งหมดได้ ยกเว้นช่วงที่ไปอยู่กับฉัน แล้วฉันก็ไม่อยากให้เขาจำฉันได้อีกต่อไป”

    “ผมเข้าใจแล้ว ผมจะไม่เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง แต่คุณหมอจะต้องช่วยผมอย่างนึง” สิ่งที่คลากเอามาเป็นข้อแลกเปลี่ยนคือ “ช่วยผมสืบเรื่องคอลิน”

    ooooooo

    ในงานเลี้ยงการกุศลแห่งหนึ่ง ชามินต์สร้างความแปลกใจ และไม่พอใจแก่โลแกนเป็นอย่างมาก เมื่อเธอควงคลากไปงานอย่างเปิดเผยและสนิทสนม แต่คนที่พอใจมากคือเหว่ยซานเขาบอกอาเหวินว่าแสดงว่าชามินต์ไม่ได้สนใจโลแกน

    คลากสังเกตเห็นโลแกนไม่พอใจที่ชามินต์มากับตน บอกเธอว่าโลแกนชอบเธอมาก ชามินต์บอกว่าที่ตนมางานกับเขาก็เพื่อแลกกับการที่เขาไม่บอกโลแกน คลากจึงสัญญาจะไม่พูดเรื่องโลแกนอีกต่อไป แล้วชวนดื่ม ช่างภาพเข้ามาขอถ่ายรูปคลากจึงโอบชามินต์ถ่ายรูปคู่กัน ทำให้โลแกนยิ่งโกรธ ถูกนีล่าทักว่าทำไมจ้องหมออย่างนั้น โลแกนโพล่งไปว่า

    “พี่ก็อยากให้รู้ว่าพี่ไม่พอใจ”

    ซ้ำขณะเต้นรำ พอคลากจับชามินต์หมุนตัว โลแกนก็จับนีล่าหมุนตัวบ้าง พอจับคู่กันอีกที ปรากฏว่าสลับคู่กันไปแล้ว โลแกนจงใจสลับคู่ เขาบอกชามินต์ว่าเราต้องคุยกัน แล้วจับชามินต์หมุนออกไปจากวงเต้นรำ

    พอพ้นจากสายตาผู้คน โลแกนก็แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเธอ อ้างว่าเห็นสายตาที่เธอมองตนก็รู้ว่าเธอแอบรักตนเหมือนกัน ดึงเธอเข้าไปกอดให้บอกว่าเธอก็รักตน สัมผัสจากชายที่ตนมีใจให้ ทำให้ชามินต์หวั่นไหวแต่เธอก็ยังปฏิเสธเสียงประหม่าว่า

    “ไม่ ฉันต้องไม่รักคุณ ฉันรักคุณไม่ได้”

    “อย่าโกหกตัวเอง ผมรู้ว่าคุณรักผม” โลแกนจับหน้าเธอให้หันเผชิญหน้าตน มองตาบอก “ผมรักคุณนะ ชามินต์”

    โลแกนเคลื่อนหน้าเข้าจูบ ชามินต์ปล่อยไปตามความปรารถนาของหัวใจ ต่างจูบกันด้วยความรักที่ตกผลึกอยู่ก้นบึ้งแห่งหัวใจ...

    เมื่อกลับถึงอพาร์ตเมนต์ ชามินต์ใคร่ครวญด้วยสำนึกผิดชอบชั่วดี ตำหนิตัวเองอย่างเสียใจ...

    “นี่เราทำอะไรลงไป เราไม่น่าปล่อยใจไปกับเขา เขาไม่ใช่โลแกนของเรา เขาคือโลแกน ลู เข้ามีลูกมีคู่หมั้นอยู่แล้ว เราไม่ควรไปยุ่งกับเขา...”

    ที่เคาน์เตอร์บาร์บ้านโลแกน เขารินน้ำเปล่าไปนั่งเหม่อลอย คิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไป...

    “ทำไมเราถึงรู้สึกเหมือนกับว่าเราเคยกอดเธอมาก่อน...” แต่รู้เมื่อนึกถึงการขัดขืนของเธอ ก็สงสัยว่า “คุณกลัวอะไร ทำไมไม่มั่นใจในตัวผม”

    เหตุการณ์ในงานเลี้ยงการกุศลครั้งนี้ ไม่พ้นสายตาของลูกน้องเหว่ยซาน อาเหวินดุลูกน้องที่เคยบอกว่าโลแกนกับหมอชามินต์ไม่มีอะไรกันแต่ทำไมจึงไปยืนจูบกันข้างนอก แล้วอาเหวินก็ถามเหว่ยซานว่าจะเอาอย่างไรต่อไป

    “มันเป็นเรื่องแปลกที่อยู่ๆชามินต์มางานเลี้ยงกับคลาก ครูเกอร์ แต่กลับออกจากงานไปจูบกับโลแกนข้างนอก”

    “แล้วท่านเหว่ยจะทำยังไงกับหมอชามินต์ครับ”

    “แกจัดการเอาหมอชามินต์ออกไปจากโลแกนให้ได้” อาเหว่ยถามว่าให้ฆ่าเลยไหม “ถ้าขู่แล้วเธอยังไม่ยอมทำตาม ก็ฆ่าทิ้งซะเลย” เหว่ยซานสั่งเลือดเย็น

    ooooooo

    นับแต่วันงานเลี้ยงการกุศล นีล่าเห็นโลแกนหึงหวงชามินต์และรู้เห็นที่ทั้งสองไปกอดจูบกันที่นอกห้องงาน เธอยิ่งมีความหวังและรุกเดนิสหนัก เธอยังคุยกับชามินต์ถึงความสัมพันธ์กับโลแกนว่าตนไม่ได้รักโลแกน ชมโลแกนให้ฟังว่า

    “เชื่อฉันสิคะ ฉันรู้จักโลแกนดี ฉันไม่เคยเห็นพี่โลแกนเขาสนใจผู้หญิงคนไหนมากเท่าคุณหมอเลยนะคะ นีล่าอยากจะขอร้องคุณหมอให้ชอบพี่โลแกนหน่อยเถอะ ถ้าคุณหมอชอบพี่โลแกนฉันก็จะได้เป็นอิสระกลับมารักกับพี่เดนิสเหมือนเดิม”

    นีล่ายกแม่น้ำทั้งห้ามาหว่านล้อมชามินต์ แต่คำตอบคือขอคิดดูก่อน ยังไม่รับปาก นีล่าได้แต่ย้ำว่าโลแกนรักหมอจริงๆ

    หลังจากเหว่ยซานมีคำสั่งฆ่าชามินต์แล้ว ต่อมาโลแกนก็ได้รับจดหมายขู่ให้เลิกยุ่งกับชามินต์ มิฉะนั้นจะไม่มีชีวิตอยู่ดูแลธุรกิจอีกต่อไป ลุงจินคาดว่าเป็นฝีมือของคลาก ไม่พอใจที่คืนนั้นโลแกนพาชามินต์ออกไปนอกห้องงาน เตือนโลแกนให้ระวังตัว ตนจะจัดคนเพิ่มให้อีกเท่าหนึ่ง ถามว่าแล้วชามินต์ล่ะ

    “จัดคนไปเฝ้าเธอตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง”

    เย็นวันนี้...ลุงจินขับรถพาชามินต์จะไปตรวจคอลินที่บ้านตามปกติแต่วันนี้เปลี่ยนเส้นทางบอกชามินต์ว่าหนีรถติด แต่รถลุงจินก็ถูกมอเตอร์ไซค์ตามประกบและกระหน่ำยิงใส่ เท่านั้นไม่พอยังขว้างระเบิดใส่ด้วย ลุงจินบอกให้ชามินต์ก้มต่ำ แต่ตัวลุงจินเองโดนสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บสาหัส

    โลแกนได้รับแจ้งจากเดนิสว่ารถลุงจินถูกลอบยิง ลุงจินบาดเจ็บสาหัสส่วนหมอชามินต์กำลังอยู่ในห้องผ่าตัด

    โลแกนไปโรงพยาบาลทันทีทั้งที่นับแต่ไลลาถูกยิงเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเขาก็ไม่กล้าไปอีกเลย ไปถึงเดนิสบอกว่าปลอดภัยทั้งสองคนแล้ว เขาขอเข้าไปเยี่ยม ลุงจินยังไม่รู้สึกตัว แต่ชามินต์แค่หูอื้อและถูกกระจกบาดเล็กน้อย

    โลแกนขอโทษที่ตนทำให้เธอต้องบาดเจ็บ ชามินต์ถามว่าเกี่ยวอะไรกับเขาด้วย โลแกนเล่าว่าเมื่อบ่ายนี้ตนได้รับจดหมายขู่ให้เลิกยุ่งกับเธอ คงมีคนที่ไม่อยากให้เธอมาใกล้ชิดกับตน ชามินต์ถามว่าหมายความว่ามีคนพยายามจะฆ่าตนหรือ โลแกนกอดปลอบว่า

    “ไม่ต้องกลัวนะชามินต์ ผมจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายคุณเด็ดขาด”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"
    27 ก.ย. 2563

    03:10 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 11:25 น.