สมาชิก

พิรุณพร่ำรัก

ตอนที่ 10

อัลบั้ม: "บอม ธนิน" ประกบ "ไอซ์ อามีนา" ใน "พิรุณพร่ำรัก"

โลแกนไปดักชามินต์ที่สนามบิน เมื่อเจอกันต่างก็ชะงัก เธอจะเดินหลีกก็ถูกเขาขวางไว้ จนเธอหยุดจ้องหน้าถาม

“คุณต้องการอะไรจากฉัน”

โลแกนอ้างว่าในฐานะคนรัก ตนไม่ยอมให้เธอไปไหนทั้งสิ้น ชามินต์ถามว่าเขายังกล้าใช้คำนี้อีกหรือ

“ผมขอโทษ สำหรับเรื่องที่แล้วมา” ชามินต์บอกว่าเรื่องของเรามันจบไปแล้ว “ไม่ ผมจะไม่ยอมให้คุณไปจากผมเด็ดขาด”

ชามินต์เรียกให้ รปภ.ช่วย โลแกนอ้างว่านี่เป็นเรื่องของสามีภรรยา รปภ.จึงต้องถอยไป โลแกนถามว่าเธอจะยอมไปกับตนดีๆ หรือจะให้อุ้มไป ชามินต์อายผู้คน จึงจำต้องเดินไปกับเขา

เมื่อมานั่งคุยกันที่สวนสวย โลแกนถามว่าตนเคยไปอยู่กับเธอ เธอเป็นคนที่ช่วยชีวิตตนใช่ไหม ชามินต์เมินมองไปทางอื่นบอกว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ

“แล้วทำไมไม่บอกเรื่องนี้กับผมตั้งแต่แรกที่เราเจอกัน”

“ฉันไม่ใช่จะไม่บอกคุณ ฉันพยายามจะบอก แต่คุณต่างหากที่เป็นฝ่ายจำฉันไม่ได้ ไม่รู้ว่าจำไม่ได้จริงๆ หรือแกล้งจำไม่ได้”

“คุณคิดว่าผมเลวขนาดนั้นเลยหรือ”

“ฉันจะไปรู้ใจคุณได้ยังไง อยู่ๆคุณก็หายไปจากชีวิตฉัน ฉันออกตามหาคุณทุกวัน ไปทุกที่ที่คุณเคยไปกับฉัน เฝ้ารอด้วยความเป็นห่วงว่าเมื่อไหร่คุณจะกลับมา จะมีใครทำร้ายคุณรึเปล่า แต่เมื่อฉันเจอคุณอีกครั้ง คุณคือโลแกน ลู มหาเศรษฐีที่มองฉันด้วยแววตาว่างเปล่า”

เสียงชามินต์สะท้านสะเทือนใจจนโลแกนอึ้ง ถามว่า “แล้วทำไมไม่บอกผม หรือเล่าทุกอย่างให้ผมฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา”

“คุณคิดว่าฉันจะเล่ายังไง ในเมื่อวันนั้น คุณมีทั้งลูก มีทั้งคู่หมั้น มีทุกสิ่งทุกอย่างที่เพียบพร้อมอยู่แล้ว ฉันจะบอกได้ยังไงว่าฉันเฝ้าตามหาคุณ เฝ้าคิดถึงคุณ รอคอยการกลับมาของคุณ” ชามินต์น้ำตาไหล โลแกนตื้นตัน... มองเธออึ้ง

โลแกนถามว่าระหว่างอยู่ด้วยกันเรารักกันมากใช่ไหม ชามินต์ลุกเดินหนีไม่ตอบ “ใช่....เราต้องรักกัน แล้วผมก็ต้องรักคุณมากด้วย” โลแกนนิ่งคิด นึกได้ร้องบอกด้วยความตื่นเต้นว่า “ใช่...ผู้หญิงที่ผมฝันถึงบ่อยๆ ก็คือคุณนั่นเอง” เขาโผกอดชามินต์จากข้างหลัง พร่ำพูดด้วยความเสียใจ “ผมขอโทษนะชามินต์ ผมขอโทษที่ผมจำคุณไม่ได้”

ทั้งสองกอดกันด้วยความสะเทือนใจและเข้าใจกัน โลแกนจูบหน้าผากเธอ ขอร้องให้เล่าได้ไหมว่า ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง “เล่าทุกอย่างนะ ผมอยากรู้เรื่องทุกเรื่องที่เกี่ยวกับคุณ”

ชามินต์เล่าว่า เวลานั้นเขาจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร มาจากไหนแม้แต่ชื่อตัวเองก็จำไม่ได้ โลแกนถามว่าแล้วยังไงอีก

“จะยังไง ฉันก็มาเจอคุณอีกทีที่บ้านคุณน่ะสิ นอกจากจำไม่ได้แล้ว คุณยังทำตัวงี่เง่าเจ้าชู้อีกด้วย คุณชอบหลอกแต๊ะอั๋งฉัน แล้วก็พูดจาลวนลามฉันตลอดเวลา แถมยังมากอดจูบฉัน ทั้งๆที่จำฉันไม่ได้”

“นั่นผมไม่ได้แกล้งนะ มันเป็นความรักล้วนๆ ที่ผมมีต่อคุณ” ชามินต์ลุกไป โลแกนดึงเธอไปกอด “เดี๋ยวสิชามินต์ ให้อภัยผมนะ ตอนนี้ผมจำเรื่องของคุณได้หมดแล้ว ผมสัญญา ผมจะกลับไปเป็นโลแกนคนเก่าของคุณตลอดไป”

เมื่อโลแกนจำเรื่องราวได้ เขาขอโทษและขอให้เธออภัยด้วย เพียงเท่านี้ ความรักก็กลับมาอีกครั้งอย่างหวานชื่น

ooooooo

ที่บ้านเหว่ยซาน...เย็นแล้ว สาวใช้กำลังนวดเท้าให้นีล่าที่นั่งเหม่อคิดถึงที่เดนิสชวนหนีไปอยู่ที่อื่นด้วยกันสักพัก รอให้พ่อเธอหายโกรธแล้วค่อยกลับมา แต่เธอคิดว่าเป็นไปไม่ได้

เหว่ยซานเดินเข้ามาถามว่าตั้งแต่บ่ายถึงตอนนี้โลแกนยังไม่โทร.มาอีกหรือ เธอบอกว่ายัง เขาคงมีธุระสำคัญ เหว่ยซานไม่พอใจตำหนิว่าโลแกนทำอย่างนี้ไม่ไว้หน้าตนเลย ถามว่าโลแกนคุยรายละเอียดเรื่องแต่งงานหรือยัง นีล่าบอกว่ายัง

“ยัง! อีกสองเดือนก็ตรุษจีนแล้วนะ แกคิดว่างานแต่งงานมันเป็นเรื่องเล็กรึไง”

“ไม่ว่ายังไงพ่อก็จะให้หนูแต่งงานจริงๆใช่ไหมคะ” นีล่าถามอย่างคับแค้นใจ

“ทำไม อย่าบอกนะว่าแกยังหวังว่าฉันจะยกเลิกงานแต่งงานของแกกับโลแกน ฉันบอกแกได้เลย ให้ฉันตายก่อนแล้วแกค่อยหวัง” เหว่ยซานเดินออกไป นีล่าได้แต่ทุบเบาะอย่างคับแค้นใจ

พอเหว่ยซานเดินออกไป มือถือของนีล่าที่เขายึดไว้ก็มีสายเข้า พอเห็นที่จอโชว์หน้าเดนิส ก็กดรับถามเสียงเข้มว่าโทร.หานีล่ามีอะไรหรือ

เดนิสไหวตัวทัน บอกว่าจะโทร.บอกนีล่าว่าประชุมครั้งต่อไปวันพุธ เหว่ยซานกระชากเสียงขอบใจแต่วันหลังโทร.บอกตนโดยตรงได้เลยไม่ต้องโทร.บอกนีล่า

เดนิสกดปิดโทรศัพท์อย่างผิดหวัง เจ็บปวดนั่งคอตกอย่างหมดแรง

ooooooo

คืนนี้ โลแกนกลับมาห้องนอนคอลินด้วยหัวใจอิ่มเอิบเบิกบาน คอลินคอยฟังข่าวอยู่ พอรู้ว่าป๊ะป๋าง้อพี่ชาร์มแล้วก็ดีใจมากวิ่งไปบอกป้าหวาว่าป๊ะป๋ากับพี่ชาร์มดีกันแล้ว โลแกนบอกกับรูปไลลาในห้องนอนคอลินอย่างปลื้มปีติว่า

“หมอชาร์มเขาจะมาทำหน้าที่แม่ให้คอลินแทนน้องแล้วนะ ไลลา”

รุ่งขึ้น ชามินต์กลับไปทำงานที่โรงพยาบาล เธอขอโทษเดนิสที่วู่วามไปหน่อย

“ผมเข้าใจครับ แล้วก็ดีใจด้วยที่คุณกับโลแกนเข้าใจกันได้” ชามินต์ถามว่าเขากับนีล่าเป็นอย่างไรเห็นโลแกนบอกว่าเขาใจเย็นรอเวลา “ผมว่าคงจะลำบากครับ ผมไม่เห็นหนทางอะไรเลยที่ผมกับนีล่าจะได้อยู่ด้วยกัน นอกจากเราสองคนต้องหนีไปอยู่ที่อื่น”

“แต่ชาร์มว่าโลแกนคงจะมีวิธีจัดการกับเรื่องนี้นะคะ”

“ผมก็ภาวนาขอให้เป็นอย่างนั้นครับ” เดนิสตอบอย่างไม่มีความหวังนัก

ฝ่ายนีล่า เมื่อเหว่ยซานยึดโทรศัพท์ไปจึงขอยืมโทรศัพท์สาวใช้โทร.ถึงชามินต์บอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย นัดพบกันที่โบสถ์ฟรานซิสซาเวียร์พรุ่งนี้สิบโมง

เมื่อไปพบกัน นีล่าขอร้องชามินต์ให้เลิกกับโลแกนบอกว่าตนอยากแต่งงานกับเขา ชามินต์ถามว่าแล้วเดนิสล่ะ?

“เรื่องของฉันกับพี่เดนิสมันเป็นไปไม่ได้จริงๆ และถ้าพวกเราไม่หยุดเรื่องนี้ คุณกับพี่เดนิสก็จะต้องตาย เพราะพ่อฉันทำได้ทุกอย่างถ้าใครขวางทางเขา เชื่อฉันนะคะ ไปจากพี่โลแกน ไปจากที่นี่ ฉันขอร้อง ฉันไม่อยากเสียพี่เดนิสไป”

“แต่โลแกนกำลังหาทางออกให้กับเรื่องนี้อยู่นะคะ”

“ไม่มีทาง ไม่มีใครช่วยเรื่องนี้ได้ นะคะ...รับปากกับฉันนะว่าคุณจะเลิกกับพี่โลแกน” เห็นชามินต์อึกอัก นีล่าขอร้อง “ฉันรู้ว่าคุณกับพี่โลแกนรักกัน แต่มันเป็นไปไม่ได้ เข้าใจไหมคะ เชื่อฉัน ไปเสียจากที่นี่ ลืมพี่โลแกนเสีย”

นีล่าลุกเดินออกไปไม่รอคำตอบ ชามินต์มองนีล่าเดินออกไปอึ้ง งุนงง เธอแหงนมองพระเยซูอย่างหวังเป็นที่พึ่ง...

ooooooo

อีกเดือนเดียวจะถึงกำหนดวันแต่งงานของโลแกน กับนีล่าแล้ว เหว่ยซานให้ลูกน้องส่งรายชื่อแขกที่จะเชิญมางานให้โลแกนดู เดนิสที่นั่งอยู่กับโลแกนถามว่าเขาจะแต่งงานจริงๆหรือ ไหนว่ามีแผนไง

โลแกนบอกว่าตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะใช้แผนอะไร ถึงวันนั้นถ้ายังคิดไม่ออกก็ต้องแต่งไปก่อน ทำแค่เป็นละครตบตา เราไม่แต่งกันจริงๆ เดนิสตกใจถามว่าแล้วหมอชาร์มล่ะ นีล่าล่ะ เธอทั้งสองจะคิดอย่างไร

“นายไม่ต้องกลัวหรอก ถึงแต่งงานเข้าหอกันจริง ฉันก็ไม่นอนห้องเดียวกับนีล่าแน่ หรือว่านายไม่เชื่อใจฉัน”

“ฉันว่านายพยายามคิดหาหนทางออกดีกว่านี้ ให้วิธีนี้เป็นวิธีสุดท้ายแล้วกัน”

โลแกนรับคำ ดูนาฬิกาแล้วขอตัว เดนิสถามว่าจะไปไหน เขาบอกว่าต้องไปรับแฟน เดนิสหงุดหงิดถามว่าสถานการณ์แบบนี้ยังมีอารมณ์สวีตหวานอีกหรือ โลแกนหยอกว่าอย่าคิดมากเกินเหตุเดี๋ยวความดันขึ้น หลิ่วตาให้แล้วรีบไป

“ไม่เข้าใจมันเลย ในสถานการณ์แบบนี้ มันยังมีความสุขอยู่ได้ไงเนี่ย” เดนิสส่ายหน้าอ่อนใจ

ooooooo

โลแกนปลอมตัวไปซื้ออาหารและผลไม้เอากลับมาทำอาหารกินกันที่ห้องชามินต์ เขาลงมือทำอาหารอย่างทะมัดทะแมง ชามินต์จะช่วย เขาบอกให้เธอไปนั่งรอที่โต๊ะดีกว่า

ทำซุปไก่เสร็จ ตักมากินกัน โลแกนวิดน้ำซุปจนเกลี้ยงชาม แต่ชามินต์กินเหลือ เขาถามว่าไม่อร่อยหรือไม่สบายเห็นหน้าเครียดๆ ชามินต์จึงเล่าให้ฟังว่าเมื่อเช้าพบกับนีล่า เธอขอร้องให้ตนเลิกกับเขาและไปจากที่นี่เสีย โลแกนถามว่าทำไม

“เธอกลัวว่าฉันกับหมอเดนิสจะตาย ถ้าคุณกับเธอไม่แต่งงานกัน” โลแกนบอกว่าตนกำลังหาทางแก้ไขอยู่ ชามินต์ถามว่า “หรือว่าเรื่องของเราจะเป็นไปไม่ได้จริงๆ ฉันไม่อยากให้คุณต้องมาเดือดร้อนเพราะฉัน”

“อย่าพูดอย่างนี้สิชามินต์...ผมจะไม่ยอมให้อะไรมาห้ามความรักของเรา”

“แล้วคุณคิดว่าจะทำยังไงให้เหว่ยซานยอมยกเลิกเรื่องของคุณกับคุณนีล่า”

“ผมกำลังคิดว่ามันต้องมีอะไรสักอย่างที่ผมจะเอาไปต่อรองกับเหว่ยซานได้”

ชามินต์ถามว่าอะไรล่ะ โลแกนบอกว่าตนอาจจะยกหุ้นลูคอเปอเรชั่นให้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ชามินต์ไม่เห็นด้วยเพราะนั่นเป็นบริษัทของเขา โลแกนบอกว่าจำเป็นก็ต้องแลกเพื่อให้เราได้อยู่ด้วยกัน

“คุณยอมทำเพื่อฉันขนาดนี้เลยหรือ”

“ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตผมก็ยอม”

“ฉันรักคุณนะคะโลแกน” ชามินต์ซึ้งใจมาก ปล่อยให้โลแกนจูบด้วยความรัก

ooooooo

คลากนั่งดื่มกาแฟที่ออฟฟิศ ดูรูปคอลินที่ถ่ายกับตนที่สวนสนุกวันนั้นซึ่งเป็นวันที่เขามีความสุขมาก

ขณะนั้นเอง อาฟงเข้ามารายงานอย่างตื่นเต้นว่าเมื่อครู่นี้ทางโรงพยาบาลซินเทียโทร.มาบอกว่าเจนิส ฮุ่ยรู้สึกตัวแล้ว คลากรีบไปโรงพยาบาลทันที ทราบจากหมอว่าเธอฟื้นเมื่อเช้านี้ พูดคุยกับเธอได้แต่อย่าคุยนาน คลากจึงเข้าไปหาเจนิส

“เจนิส...จำผมได้ไหม”

คลากถามพยายามให้เธอเห็นหน้าตนชัดๆ เพราะในวันเกิดเหตุเมื่ออาเหวินยิงเจนิสและแอรอนล้มเลือดทะลักออกจากหัวจมกองเลือดแน่ใจว่าตายแล้วก็เดินออกไป ครู่เดียว คลากกับอาฟงเดินเข้ามา คลากตรงไปหาแอรอน ส่วนอาฟงตรงไปที่เจนิส ร้องบอกคลากว่าผู้หญิงยังไม่ตาย คลากผละไปหาเจนิส เธอรวบรวมแรงยกมือขึ้นจับคลากร้องขอให้ช่วยด้วย คลากสั่งอาฟงให้พาเธอส่งโรงพยาบาลทันที

จากวันนั้นถึงวันนี้ เจนิสฟื้นขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ คลากมองหน้าเจนิส บอกเธอว่า “ผม คลาก ครูเกอร์”

เจนิสพยักหน้า บอกว่าจำได้ คลากพูดช้าๆอย่างตั้งใจให้เธอฟังได้ทุกคำว่า

“ผมมีเรื่องอยากถามคุณ แอรอนบอกคุณไหมว่าใครเป็นคนฆ่าไลลา” คลากมองหน้าเจนิสรอคำตอบ

เจนิสคิดถึงคำพูดของแอรอนที่บอกเธอว่า โลแกนต้องอยากรู้แน่ว่าใครฆ่าน้องสาวเขา เจนิสมองหน้าคลาก เขาถามอีกว่าแอรอนบอกอะไรเธอไหม เจนิสพยักหน้าแต่พอถามว่าเป็นใคร เธอกลับส่ายหน้ากลัวๆ

“ทำไมล่ะเจนิส บอกผม ผมสัญญาว่าผมจะปกป้องคุณไม่ให้ใครมาทำอะไรคุณ เชื่อผม ผมสัญญา บอกผมมาว่าใคร”

เจนิสมองหน้าคลากอย่างตัดชั่งใจ...

ooooooo

เมื่อคลากกับอาฟงเดินออกจากห้องเจนิส อาฟงถามว่าเราจะเชื่อเจนิส ฮุ่ย ได้หรือ คลากถามว่าแล้วเธอจะโกหกทำไม

คลากตัดสินใจโทร.นัดชามินต์ลงมาพบกันที่ห้องอาหารโรงพยาบาล ทีแรกชามินต์ไม่อยากพบเพราะโลแกนสั่งห้ามไว้ แต่คลากบอกว่าเรื่องนี้สำคัญมากกับโลแกนเธอจึงลงไปพบ ภาวนาอย่าให้โลแกนรู้เลย

พอลงมาพบกัน ชามินต์ทำเวลาถามทันทีว่ามีเรื่องสำคัญอะไร

“ผมอยากให้คุณไปบอกโลแกนว่าใครเป็นคนฆ่าไลลา” ชามินต์ถามว่าเขารู้หรือว่าเป็นใคร? คลากบอกว่า “เหว่ยซาน!”

ชามินต์ตะลึงถามว่าเหว่ยซานพ่อของนีล่าหรือ คลากยืนยันว่า “ถูกต้อง”

โลแกนมาถึงโรงพยาบาลบอกพยาบาลที่เคาน์เตอร์ว่ามาหาหมอชามินต์ พยาบาลบอกว่าคุณหมอลงไปที่ห้องอาหารเชิญรอสักครู่ โลแกนไม่รอลงไปห้องอาหารทันที เดินมาเจอเดนิส เดนิสถามว่าจะไปไหน โลแกนบอกว่าจะไปหาชามินต์เห็นว่าอยู่ที่ห้องอาหารชวนไปด้วยกันไหม
“ก็ดี กำลังอยากกินกาแฟสักแก้ว”

ooooooo

ชามินต์ยังคุยกับคลากอยู่ ถามว่าเขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร คลากไม่บอกแต่ถ้าโลแกนอยากรู้ให้เขาโทร.หาตนเอง ชามินต์ขอบคุณที่คลากยังเป็นห่วงโลแกนแล้วขอตัว

คลากเรียกไว้ ถามว่าคอลินเป็นอย่างไรบ้าง ถามถึงตนบ้างไหม

ทันใดนั้น โลแกนผลักประตูเข้ามากับเดนิส เขาชะงักกึกเมื่อเห็นชามินต์อยู่กับคลาก และคลากกำลังจะฝากขนมไปให้คอลิน โลแกนพุ่งเข้าตวาด

“ไอ้คลาก” เดนิสบอกให้ใจเย็นๆ โลแกนตะโกน “ฉันจะเอาเลือดปากมันออก” เข้าไปคว้าคอชกจนคลากเซ ตวาดถาม “ฉันบอกแกแล้วใช่ไหม อย่ามายุ่งกับคนของฉัน”

ชามินต์ร้องห้าม บอกว่าคลากรู้ว่าใครฆ่าไลลา โลแกนมองหน้าคลากอย่างไม่เชื่อ เดนิสบอกให้ฟังคลากก่อนดีกว่าโลแกนจึงสงบลง

เมื่อมานั่งคุยกันที่โต๊ะในห้องอาหาร โลแกนฟังคลากแล้วถามว่าเหว่ยซานฆ่าไลลาหรือ คลากอ้างว่า

เจนิส ฮุ่ย เพิ่งบอกตน เดนิสทักท้วงว่าเจนิสตายไปพร้อมกับแอรอนแล้วไม่ใช่หรือ

“ยัง เธอเกือบจะตายเหมือนกัน แต่โชคดีที่ผมไปเจอเธอเสียก่อน ตอนนี้เธอยังพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล ถ้าพวกคุณไม่เชื่อ ผมจะพาไปพบเธอก็ได้” เดนิสถามว่าแล้วทำไมเหว่ยซานต้องฆ่าไลลา “ผมคิดว่าเขาต้องการฆ่าปิดปากไลลา เหมือนที่ฆ่าแอรอนกับเจนิส ฮุ่ย”

“หมายความว่าคนที่ฆ่าพ่อแม่ฉันกับพ่อเดนิสคือเหว่ยซานงั้นหรือ”

“ถูกต้อง”

“เป็นไปไม่ได้” เดนิสค้านทันที “เหว่ยซานเป็นเพื่อนรักกับพ่อฉันแล้วก็พ่อโลแกน เขาไม่มีทางทำแบบนั้นแน่”

“ถ้าอย่างงั้นเขาจะฆ่าไลลาเพื่ออะไร เพราะไลลา

บอกกับผมว่ากำลังตามหาคนที่ฆ่าพ่อแม่เธอ ผมเชื่อว่าเธอต้องสืบรู้ว่าเหว่ยซานเป็นคนทำ”

โลแกนฟังแล้วคิดถึงที่นีล่าเคยบอกเขาว่า...“พ่อฉันเป็นคนสั่งฆ่าหมอชามินต์ เขาบอกว่าเขาจะฆ่าทุกคนที่ขัดขวางการแต่งงานของฉันกับพี่” ทำให้โลแกนเชื่อว่าเหว่ยซานฆ่าพ่อแม่ตน เขาลุกพรวดจะไปหาเหว่ยซานทันที ชามินต์ท้วงติงว่าเหว่ยซานไม่ยอมรับหรอก

“ถูกของหมอชาร์ม เหว่ยซานไม่มีทางยอมรับแน่ เพราะเราไม่มีหลักฐานอะไรที่จะไปปรักปรำเขา แค่คำพูดของเจนิส ฮุ่ย มันไม่มีน้ำหนักพอที่จะจับเขาหรอก”

“แต่ถึงยังไงเราก็ต้องจัดการกับคนที่ฆ่าพ่อแม่เรา”

“แต่ฉันว่าเราควรจะใจเย็น ค่อยๆคิดหาวิธีจับเขาดีกว่านะคะ อย่างน้อยคุณก็ควรจะนึกถึงคุณนีล่าด้วย”

เดนิสเห็นด้วยว่าถ้าเธอรู้ต้องเสียใจมาก โลแกนจึงยอม เขาหันไปขอบใจคลากที่เอาเรื่องนี้มาบอก คลาก

บอกว่ามีอะไรให้ตนช่วยก็บอกมาเลย

“ไม่ต้อง เรื่องนี้เป็นเรื่องของพวกเราไม่เกี่ยวกับนาย”

“แต่ไลลาก็เป็นเมียฉันนะ ฉันก็มีสิทธิ์ที่จะแก้แค้นให้เธอ” โลแกนไม่สนใจชวนชามินต์ไปเลย เดนิสจึงเดินตาม

“ถ้าฉันไม่เห็นว่าแกเป็นพี่ไลลาล่ะก็...ฉันจะสั่งสอนแกบ้างไอ้โลแกน” คลากมองตามโลแกน พึมพำไม่พอใจ

ooooooo

โลแกนโทรศัพท์บอกสารวัตรเจียงว่าตนได้ข่าวเจนิส ฮุ่ย แล้ว เธอรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลซินเทีย สารวัตรเจียงจะไปสอบสวนเธอด้วยตัวเอง ส่วนเดนิสขอร้องโลแกนว่า

“อย่าเพิ่งบอกนีล่าเรื่องเหว่ยซานได้ไหม ฉันกลัวว่าเธอจะรับไม่ได้ถ้ารู้ว่าพ่อของเธอฆ่าพ่อแม่ของเรา”

ส่วนเหว่ยซานกำลังให้ดีไซเนอร์และลูกทีมขนชุดแต่งงานมาให้นีล่าลองและเลือกที่บ้าน ลองแล้วให้อาเหวินถ่ายรูปส่งไปให้โลแกนดูว่าชอบชุดไหน นีล่าบอกว่าไม่ต้องตนเลือกเองก็ได้แล้ว

นีล่าเลือกชุดเสร็จแล้ว ขณะดีไซเนอร์และลูกทีมขนชุดแต่งงานกลับ อาเหวินก็เข้ามารายงานว่าอาเสี่ยไลน์มาบอกว่ามีข่าวเจนิส ฮุ่ย ยังไม่ตาย เหว่ยซานถามว่าวันนั้นอาเหวินยิงกับมือไม่ใช่หรือ แล้วตอนนี้เจนิสอยู่ที่ไหน

อาเหวินบอกว่าไม่รู้แต่ได้บอกอาเสี่ยแล้วว่าให้หาตัวให้เจอ

“ใครที่ช่วยมัน”

“อาเสี่ยบอกว่าไม่รู้ครับ แค่ได้ยินพวกคนที่สุสานคุยกันว่าศพที่มาฝังเมื่อสองเดือนก่อนไม่ใช่ศพเจนิส ฮุ่ย”

เหว่ยซานเปิดไอแพดดูรูปตัวเองกับพ่อแม่โลแกนและพ่อของเดนิส ที่คุยและหัวเราะกันอย่างสนิทสนมร่าเริง คิดถึงวันที่เขาไปเคารพศพพ่อแม่และไลลากับโลแกน เคารพศพแล้วเหว่ยซานตบไหล่โลแกนอย่างปลอบใจถามว่าได้ข่าวคนที่ลอบทำร้ายพ่อแม่และไลลาหรือยัง

“ยังเลยครับท่านเหว่ย”

“ฉันเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ให้คนสืบหาข่าวก็ยังไม่ได้เรื่อง แต่เธอไม่ต้องวิตกนะ ฉันในฐานะที่เป็นเพื่อนร่วมสาบานกับพ่อแม่เธอ ฉันให้สัญญา ฉันจะลากคอไอ้คนที่มันอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ออกมาให้ได้

“ขอบคุณครับท่านเหว่ย” โลแกนขอบคุณด้วยความซึ้งใจ

แต่วันนี้...ที่บ้านโลแกน หลังจากรู้ความจริงจากคลากแล้ว เดนิสถามโลแกนว่าคิดออกหรือยังว่าทำไมเหว่ยซานถึงฆ่าพ่อแม่พวกเรา โลแกนบอกว่าหาเหตุผลไม่เจอเพราะก่อนพ่อแม่ตนจะวางมือก็ได้ยกกิจการทั้งหมดให้เหว่ยซาน พ่อเขาก็เหมือนกัน

ทั้งสองมืดแปดด้าน โลแกนบอกเดนิสว่าเมื่อเราไม่รู้ เราก็ต้องหาวิธีทำให้เหว่ยซานยอมสารภาพให้เราฟัง

“นายจะทำยังไง”

“ฉันจะให้นายแต่งงานกับชามินต์”

เป็นคำตอบที่ทำให้เดนิสผงะ มองหน้าโลแกนอย่างไม่อยากเชื่อ โลแกนมองหน้าเขาเต็มตา พยักหน้ายืนยัน

ooooooo

เมื่อโลแกนกับเดนิสไปบอกชามินต์ที่อพาร์ตเมนต์ของเธอว่าจะให้เธอแต่งงานกับเดนิส ชามินต์บอกว่าตนทำอย่างนั้นไม่ได้ เดนิสชี้แจงว่ามันเป็นเพียงละครฉากหนึ่งเพื่อล่อให้เหว่ยซานตกหลุมพรางของเรา ชามินต์ขอทราบแผนหากตนเห็นด้วยก็จะยอมทำตาม

“ผมกำลังจะบีบให้เหว่ยซานยอมรับสารภาพออกมาว่าเขาเป็นคนฆ่าพ่อแม่ผมและพ่อเดนิสรวมทั้งไลลา”

เดนิสเพิ่มเติมว่า ขณะที่เราทำพิธีแต่งงานโลแกนจะประกาศไม่เห็นด้วยกับงานแต่งงานของเรา ชามินต์ทักท้วงว่าถ้าทำอย่างนั้นเหว่ยซานต้องโกรธมาก เขาอาจฆ่าเดนิสกับโลแกนก็ได้

“นั่นล่ะคือสิ่งที่ผมต้องการให้มันเกิดขึ้น” โลแกนบอก ชามินต์ถามว่าเขาจะเอาตัวเข้าเสี่ยงเพื่อล่อเหว่ยซานหรือ มันอันตรายเกินไป ตนไม่เห็นด้วย

โลแกนกับเดนิสช่วยกันชี้แจงว่า พวกตนจะจัดตำรวจนอกเครื่องแบบปะปนกับแขกเพื่อรักษาความปลอดภัย จะจัดตำรวจประกบคนของเหว่ยซานคนต่อคนเลย ชามินต์ถามอย่างกังวลว่าไม่มีวิธีอื่นดีกว่านี้หรือ

“วิธีนี้ดีที่สุดแล้ว” โลแกนยืนยัน เดนิสพยักหน้าเห็นด้วย ชามินต์จึงตอบตกลง โลแกนกอดชามินต์พูดอย่างซึ้งใจว่า “ขอบคุณที่ช่วยเหลือผม”

เมื่อแผนการกำหนดแล้ว เดนิสกับชามินต์ไปที่บ้านเหว่ยซาน เชิญไปงานแต่งงานตน เหว่ยซานทักทึ่งว่า

“ไม่ยักรู้ว่าคุณสองคนชอบพอกันจนถึงขั้นจะแต่งงาน”

“ตอนแรก ผมกับหมอชามินต์ก็ไม่คิดจะแต่งงานหรอกครับ แต่เพื่อเป็นการตัดปัญหาทุกอย่าง และทำให้ท่านเหว่ยสบายใจ ผมก็เลยตัดสินใจขอหมอชาร์มแต่งงาน”

“ส่วนดิฉันเองก็ไม่อยากมีปัญหากับใคร แล้วก็ไม่อยากให้ท่านเหว่ยเข้าใจตัวดิฉันผิด”

เหว่ยซานมองทั้งสองอย่างระแวง ตรึกตรอง เดนิส บอกว่าตนไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของตระกูลเราต้องมัวหมองและแตกแยกเพราะตน และขอโทษสำหรับเรื่องที่ตนเคยล่วงเกินท่าน เหว่ยซานมองทั้งสองด้วยแววตา

คมกริบ แต่แล้วก็หัวเราะพอใจที่เดนิสเข้าใจและสำนึก ตนพร้อมที่จะให้อภัยและคิดว่าเขาคือลูกหลานคนหนึ่ง แล้วมองชามินต์เอ่ยอารมณ์ดีว่า

“ส่วนคุณหมอชามินต์ผมต้องขอแสดงความยินดีด้วยและต้องขอโทษสำหรับเรื่องบางเรื่องที่เราเข้าใจผิดกัน”

เมื่อเสร็จธุระ เดนิสกับชามินต์ขอตัวกลับ ชามินต์ขอให้เหว่ยซานไปเป็นเกียรติงานตนด้วย เหว่ยซานหัวเราะร่าบอกว่าถึงติดธุระสำคัญที่ไหนตนก็ต้องไป แล้วบอกให้อาเหวินส่งแขก พอเดนิสกับชามินต์ออกไป เหว่ยซานหยิบการ์ดแต่งงานดู

“ฮ่ะๆๆ นับว่าแกสองคนตัดสินใจถูกต้องแล้ว”

ooooooo

ออกจากบ้านเหว่ยซาน เดนิสกับชามินต์ไปพบโลแกนที่ร้านกาแฟ พอโลแกนรู้ท่าทีของเหว่ยซานเขา พยักหน้าว่า นึกแล้วว่าเหว่ยซานต้องพอใจ

“แต่ฉันว่าเขาเป็นคนน่ากลัวมากนะคะ เขาสามารถยิ้มให้ฉันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วก็บอกว่าขอโทษสำหรับเรื่องที่เข้าใจผิด ทั้งๆที่เขาสั่งฆ่าฉัน”

“นี่ล่ะครับ วงการมาเฟีย คนพวกนี้โหดเหี้ยมและอำมหิตเกินกว่าที่เราจะคาดคิด” เดนิสพูดอย่างสยอง

โลแกนขอโทษชามินต์ที่ตนลากเธอเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ชามินต์บอกว่าตนไม่ได้กลัวอย่างที่พูดหรอกแต่หมายถึงเขาเป็นคนน่ารังเกียจมากกว่า เดนิสถอนใจพูดอย่างโล่งใจว่า

“โชคดีที่พ่อโลแกนกับพ่อผมถอนตัวออกจากวงการมาเฟีย เพราะไม่อยากให้พวกเราเข้าไปแปดเปื้อนกับพวกนี้”

ชามินต์สงสารนีล่า เธอเป็นคนดีไม่น่ามีพ่อแบบเหว่ยซานเลย เดนิสถามโลแกนว่าถ้านีล่ารู้ว่าตนจะแต่งงานกับหมอชาร์มเธอจะคิดอย่างไร เธอคงเสียใจมากเพราะเธอไม่รู้ว่านี่เป็นเพียงการแต่งกันหลอกๆ

แต่การณ์กลับเป็นว่า เมื่อเหว่ยซานบอกนีล่าว่าเดนิสจะแต่งงานกับชามินต์ เธอกลับบอกว่าดีแล้ว พ่อจะได้เลิกยุ่งกับเดนิสเสียที เหว่ยซานหวังว่าเธอจะไม่คิดสั้นฆ่าตัวตายอีก

“ไม่หรอกค่ะ ถึงหนูจะรักพี่เดนิสมากแค่ไหน แต่หนูก็ดีใจที่เขาไม่ต้องตายด้วยน้ำมือพ่อ” นีล่าพูดประชดแล้วเดินออกไปเลย เหว่ยซานมองตามพึมพำหมั่นไส้

“นังลูกคนนี้นับวันจะปากดีขึ้นเรื่อยๆ”

แต่พอนีล่ากลับเข้าห้องนอน เธอซุกตัวในมุมมืด น้ำตาทะลัก พึมพำ...

“พี่เดนิส ฉันดีใจที่พี่ตัดสินใจอย่างนี้ อย่างน้อยเราก็ยังได้เห็นกันดีกว่าตายจากกัน”

ooooooo

โลแกนเล่าให้ลุงจินฟังว่าคนที่ฆ่าพ่อแม่และไลลาคือเหว่ยซาน ลุงจินไม่อยากเชื่อเพราะสองครอบครัวสนิทกันเหมือนญาติ ถามว่าแล้วโลแกนมั่นใจหรือว่าทำตามแผนของเขาแล้วจะจับเหว่ยซานได้

“ฉันมั่นใจว่าความเป็นคนเจ้าอารมณ์ของเขาจะคายเรื่องทั้งหมดออกมา”

ทันใดนั้นเอง ป้าหวาเข้ามาพร้อมการ์ดแต่งงานในมือ ถามอย่างเข้าใจไม่ได้ว่าทำไมหมอเดนิสจึงจะแต่งงานกับหมอชาร์ม โลแกนตัดบทว่าอย่าเพิ่งถามตอนนี้ได้ไหมเพราะมันเป็นเรื่องสำคัญที่บอกใครไม่ได้ ป้าหวาบอกว่า พอคอลินรู้เรื่องนี้ก็ไม่ยอมแตะต้องอาหารเลย

โลแกนบอกว่าเดี๋ยวตนจัดการเอง พอโลแกนไป ป้าหวาก็ถามลุงจิน ลุงจินไม่ยอมเล่าเพราะเป็นความลับและเป็นเรื่องสำคัญมาก ป้าหวาถามงอนๆว่าขนาดตนก็ไม่ไว้ใจหรือ

“ไม่ใช่ไม่ไว้วางใจ แต่มันเป็นเรื่องอันตราย เอาไว้ให้เสร็จเรื่องก่อนแล้วจะเล่าให้ฟัง” แล้วลุงจินก็ออกไปเลย

“มันเรื่องสำคัญอะไรกันนะ ถึงบอกไม่ได้” ป้าหวามองการ์ดแต่งงานในมืออย่างไม่เข้าใจ

โลแกนไปที่ห้องคอลิน คอลินนอนคลุมโปงไม่ยอมคุยด้วย เขาถามว่าโกรธอะไรป๋า คอลินถามจากในโปง ว่าทำไมป๊ะป๋ายกพี่ชาร์มให้น้าเดนิส โลแกนบอกว่าไม่ได้ยกพี่ชาร์มให้ แต่น้าเดนิสขอยืมพี่ชาร์มไปหลอกจับผู้ร้าย พอจับผู้ร้ายได้แล้วพี่ชาร์มก็จะกลับมารักกับป๋าเหมือนเดิม

คอลินโผล่จากโปงถามว่าจริงหรือ โลแกนยืนยันว่าจริงพี่ชาร์มจะต้องเป็นแม่ให้คอลิน ป๋าไม่มีวันยกให้ใครแน่คอลินขอให้สัญญา โลแกนสัญญาแต่ห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร มันเป็นความลับ

เมื่อคอลินสัญญา โลแกนชวนไปกินข้าวกันดีกว่า

ป๋าหิวแล้ว สองพ่อลูกจูงกันไปกินข้าวกะหนุงกะหนิง น่ารัก

ooooooo

ข่าวการแต่งงานของชามินต์กับเดนิสสร้างความสับสนสงสัยแก่ทุกคนอย่างมาก เหม่ยหงถึงกับถือการ์ดแต่งงานเข้ามาถามชามินต์ว่าหมายความว่ายังไง ทำไมกลายเป็นหมอเดนิส แล้วโลแกนหายไปไหน หมอชาร์มไปรักกับหมอเดนิสตั้งแต่ตอนไหน

ชามินต์หยอกว่าถามยาวยังจะให้ตอบหรือเปล่า เหม่ยหงให้ตอบเพราะที่วอร์ดกำลังเถียงกันใหญ่

“เอาล่ะ ฟังให้ดีนะ ข้อหนึ่งแต่งกับหมอเดนิสแน่ ข้อสองชาร์มกับโลแกนเลิกกันแล้ว และข้อสาม รู้แค่นี้พอแล้วไม่ต้องถามอะไรอีก” พูดแล้วบอกให้เหม่ยหงกลับไปทำงานได้แล้ว เดี๋ยวตนจะไปธุระข้างนอก สองชั่วโมงถ้ามีคนไข้ให้นัดเป็นช่วงบ่าย”

ธุระของชามินต์คือนัดพบกับคลากที่ร้านกาแฟ เธอบอกคลากว่าโลแกนวางแผนจะจับเหว่ยซาน คลากเดาว่าในงานแต่งงานของเธอกับเดนิสใช่ไหมเพราะตนเดาว่างานนี้น่าจะมีเบื้องหลังอะไรสักอย่าง ชามินต์รับว่าใช่ ปรารภว่า

“ฉันกลัวว่าเหว่ยซานจะทำร้ายโลแกนหรือคุณหมอเดนิส ก็เลยอยากจะขอให้คุณไปร่วมงานแต่งงานด้วย” คลากถามว่าจะให้ตนช่วยคุ้มกันโลแกนหรือ “ค่ะ...คือโลแกนเขาก็บอกนะคะว่ามีตำรวจนอกเครื่องแบบกับคนของเขาปะปนอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังกังวลอยู่ดี เพราะเท่าที่รู้ เหว่ยซานก็ไม่ธรรมดา”

เมื่อคลากรับปาก ชามินต์ขอร้องว่าอย่าบอกโลแกนว่าตนมาคุยเรื่องนี้กับเขา คลากบอกว่าตนรู้ แต่ถ้าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับไลลา ตนก็คงไม่ยุ่ง เพราะตนก็หมั่นไส้โลแกนเหมือนกัน

“ฉันต้องขอโทษแทนเขาด้วยนะคะ ที่เขาวู่วามใส่คุณก็เพราะเขาคิดว่าคุณป็นต้นเหตุให้น้องเขาตาย” คลากบอกว่าตนไม่ถือ ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือของชามินต์ดังขึ้น เธอหยิบดูเห็นรูปโลแกนโชว์หน้าจอ เธอขอโทษคลากแล้วกดรับสาย

โลแกนถามว่าเธออยู่ไหน ตนโทร.ถามที่โรงพยาบาลเขาบอกว่าเธอไม่ได้แจ้งว่าไปไหน ดักคอว่าอย่าบอกนะว่าไปพบคลาก ชามินต์ปดว่ามาเอากระเป๋าถือที่สั่งทางร้านไว้ มันเหลืออยู่ใบเดียวจึงต้องรีบมาเอา บอกว่ากำลังจะกลับโรงพยาบาล โลแกนจึงนัดเย็นนี้พบกันที่
อพาร์ตเมนต์เลย

พอชามินต์วางสายจากโลแกน คลากหยอกว่า ดูท่าโลแกนคลั่งเธอมาก ต้องโทร.ตามตลอดเวลา ชามินต์บอกว่า โลแกนกลัวตนจะมาเจอเขา แล้วขอตัวกลับเลย คลากฝากความคิดถึงคอลินด้วย

ตกเย็นเมื่อกลับอพาร์ตเมนต์พบโลแกนอยู่ที่นั่นแล้ว เขากอดเธอไม่ปล่อยพร่ำบอกความรักความคิดถึง จนชามินต์ขอให้ปล่อยตนหายใจไม่ออก โลแกนอวดว่าวันนี้ซื้ออาหารมาหลายอย่างล้วนแต่เป็นของชอบเธอ ถามว่าไหนล่ะกระเป๋าไม่เห็นเอามาโชว์ เธอปดว่ามันไม่ถูกใจเลยขายต่อไปแล้ว โลแกนไม่ติดใจชวนว่าเดี๋ยวกินข้าวแล้วออกไปหาซื้อกัน

ชามินต์บอกว่าวันหลังก็ได้ แล้วลงมือกินข้าวกันอย่างหวานชื่น

ooooooo

วันรุ่งขึ้น โลแกนไปถึงที่ทำงาน พบเดนิส

มารออยู่แล้ว เดนิสกลุ้มใจทนไม่ได้ที่ไม่ได้เจอนีล่ามาเดือนกว่าแล้ว ตนสงสารนีล่าอยากบอกให้เธอรู้ความจริงเรื่องการแต่งงานของตนกับชามินต์

“ไม่ได้นะเดนิส ขืนนายบอกนีล่าไป แล้วเกิดเขาไปบอกเหว่ยซาน ทุกอย่างจบเลยนะ” เดนิสร่ำร้องอยากพบนีล่าอยากถามว่าเธอเป็นยังไงบ้างเท่านั้น “ไม่ยาก ถ้านายอยากเจอนีล่า เดี๋ยวจัดให้”

โลแกนไปบอกเหว่ยซานว่าตนจะพานีล่าไปตรวจสุขภาพว่าเราสองคนพร้อมจะมีลูกหรือยัง เหว่ยซานกังวลว่านีล่าจะเจอกับเดนิส โลแกนบอกว่าไม่ต้องห่วง ตนจะพาไปตรวจที่โรงพยาบาลอื่น เหว่ยซานจึงอนุญาต

แต่ให้อาเหวินไปด้วย

โลแกนพานีล่าไปที่โรงพยาบาลเกียงวู บอกให้เธอตรวจก่อน ส่งนีล่าเข้าห้องตรวจแล้วบอกให้อาเหวินนั่งรอข้างนอกตนจะไปหาอะไรดื่มหน่อย สั่งบอดี้การ์ดให้ยืนรออยู่กับอาเหวิน แล้วเดินลิ่วไปเลย

ooooooo

พิรุณพร่ำรัก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด