ข่าว

วิดีโอ



พิรุณพร่ำรัก

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: วิลักษณา

กำกับการแสดงโดย: ชูชัย องอาจชัย

ผลิตโดย: บริษัท ยูม่า99 จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: อามีนา กูล, ธนิน มนูญศิลป์

อัลบั้ม: "บอม ธนิน" ประกบ "ไอซ์ อามีนา" ใน "พิรุณพร่ำรัก"



นีล่าได้ยินคำสนทนานั้น น้ำตาเธออาบแก้มด้วยความดีใจ ชามินต์ที่นั่งอยู่ในห้องนั้นด้วยหันมาเห็น เธอยิ้มพยักหน้าให้นีล่าอย่างยินดี
ในห้องเยี่ยม เหว่ยซานมองโลแกนและเดนิสน้ำตาไหล เอ่ยอย่างสะเทือนใจว่า

“ฉันขอบใจเธอสองคนที่ไม่ถือโทษโกรธฉัน ที่ฉันทำเรื่องเลวทรามต่ำช้ากับพ่อแม่ของพวกเธอ ความเลวของฉันมันเกินกว่าใครจะให้อภัยได้ ฉันอายพวกเธอจริงๆ”

“อย่าลืมนะครับท่านเหว่ย เรื่องมันผ่านไปแล้ว ต่อให้ผมโกรธเกลียดหรือฆ่าท่านเหว่ย พ่อของผมก็คงไม่ฟื้นขึ้นมาหรอกครับ” เดนิสเอ่ย เหว่ยซานมองสองหนุ่มน้ำตาไหลพูดอย่างสะเทือนใจว่า

“เดนิส เธอเป็นคนดีจริงๆ ฉันขอโทษที่ฉันเคยกีดกันเธอกับนีล่า รับปากกับฉันได้ไหมว่าเธอจะดูแลนีล่าแทนฉัน”

“ครับ ผมให้สัญญา ผมจะรักและดูแลนีล่าไปตลอดชีวิต”

นีล่าที่อยู่หน้าห้องเยี่ยมน้ำตาไหลพราก ในขณะที่เหว่ยซานหันไปพูดกับโลแกนอย่างสำนึกผิดว่า

“โลแกน ฉันขอโทษที่เคยคิดฆ่าหมอชามินต์ ฝากบอกเธอด้วยว่าฉันขอโทษ” โลแกนรับปากจะบอกให้เหว่ยซานยังพูดถึงพ่อของสองหนุ่มว่าเป็นคนดี และดีกับตนมาก พอดีผู้คุมมาบอกว่าหมดเวลาเยี่ยมแล้ว โลแกนจึงเอ่ยลา เดนิสบอกว่าพรุ่งนี้จะมาเยี่ยมใหม่แล้วเดินออกไป แต่โลแกนหันไปถามเหว่ยซานว่า

“ผมอยากถามอะไรสักอย่างได้ไหมครับ ทำไมถึงต้องฆ่าพ่อผม?”

เหว่ยซานชะงักมองหน้าโลแกน เดนิสเดินออกไปแล้วไม่เห็นโลแกนตามมา หันมองเห็นโลแกนกับเหว่ยซานกำลังมองหน้ากันนิ่ง เดนิสมองอย่างสงสัย

ที่หน้าห้องเยี่ยม นีล่าบอกชามินต์อย่างตื้นตันใจว่าไม่คิดเลยว่าเดนิสกับโลแกนจะดีกับพ่อของตนมากอย่างนี้ ชามินต์บอกว่านอกจากทั้งสองคนจะเห็นว่า ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเก็บเรื่องเหล่านี้ไว้แล้ว ที่สำคัญคือทั้งสองคนรักเธอมากอยากให้เธอกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม

เมื่อเดนิสออกมา นีล่าขอบคุณเขาที่ให้อภัยพ่อตน เดนิสบอกว่าเพราะตนไม่อยากเสียเธอไป รู้แล้วใช่ไหมว่าตนรักเธอมากแค่ไหน นีล่าโผกอดเขาบอกว่า “ฉันก็รักพี่”

นีล่าเห็นโลแกนเดินมา เธอรีบไปขอบคุณที่ให้อภัยพ่อตน โลแกนบอกว่าต้องขอบคุณหมอชาร์มที่ให้ข้อคิดดีๆกับตน นีล่ากุมมือชามินต์ขอบคุณเธออีกครั้ง

“ในที่สุดพวกคุณก็ได้กลับมาเป็นเพื่อนรักกันเหมือนเดิม” ชามินต์เอ่ยปลื้มปีติ เดนิสอวดว่าตนไม่ใช่แค่เพื่อนแล้วพลางดึงนีล่าเข้าไปกอด โลแกนก็ไม่น้อยหน้าส่งมือให้ชามินต์จับพาเดินออกไป เดนิสประคองนีล่าเดินตาม

ooooooo

วันต่อมา นีล่ากับชามินต์ไปที่บ้านโลแกนคอลินดีใจมากที่เจ๊นีล่าและพี่ชาร์มซื้อขนมมามากมาย เมื่อสองสาวเข้าไปจัดขนมในครัวแล้วยกมาวางที่โต๊ะ คอลินก็โดดขึ้นเก้าอี้หยิบกินทันที ชามินต์ถามว่าโลแกนกับเดนิสหายไปไหน

“เห็นเดินคุยกันอยู่ที่สวนน่ะค่ะ เดี๋ยวก็คงเข้ามา เราทานกันไปเรื่อยๆเถอะค่ะ”

“งั้นเดี๋ยวพี่ไปเอาชาให้” ชามินต์เดินกลับเข้าไป ในครัว

เดนิสกับโลแกนเดินคุยกันที่สะพานในสวนหลังบ้าน เดนิสติดใจสงสัยว่าเมื่อวานโลแกนพูดอะไรกับเหว่ยซาน โลแกนบอกว่าตนถามว่าทำไมเขาถึงฆ่าพ่อแม่เรา

แล้วเล่าให้เดนิสฟังว่า เหว่ยซานรับว่าทำเพราะโกรธที่พ่อเขากับพ่อตนถอนตัวจากวงการมาเฟีย เดนิส บอกว่าเขาบ้าที่ฆ่าเพื่อนรักด้วยเหตุผลแค่นี้ เขาโลภมากเกินไป โลแกนคาดว่าเหว่ยซานคิดว่าฆ่าพ่อแล้วจะควบคุมตนได้

“เขาบอกที่เขาทำไปก็เพื่อนีล่า เขากลัวว่าวันหนึ่งถ้าเขาตายนีล่าจะลำบาก”

“ไม่จริง เขาทำเพื่อตัวเขาเองมากกว่า ถ้าวันนั้นเขาออกมาจากวงการพร้อมพ่อเรา ป่านนี้เขาก็ไม่ต้องเข้าไปอยู่ในคุกใช้เงินที่มีอีกสิบชาติก็ไม่มีวันหมด”

โลแกนเชื่อว่าถ้าเป็นแบบนั้นตนก็ต้องแต่งงานกับนีล่าเพราะพ่อตนคงไม่ยอมผิดคำสัญญาที่เคยตกลงกันไว้ เดนิสว่าถ้าแบบนั้นตนก็ต้องพานีล่าหนี เพราะเคยคิดจะพาเธอหนีไปอยู่ฝรั่งเศส

“มันอาจจะเป็นเพราะฟ้าลิขิตก็ได้ ทุกอย่างมันถึงได้เป็นแบบนี้” โลแกนสรุป เดนิสพยักหน้าเห็นด้วย

พอดีนีล่าเดินมาโบกมือบอกว่าของว่างพร้อมแล้ว เดี๋ยวชาจะเย็นหมด สองหนุ่มจึงพากันเดินกลับไป

ooooooo

ในงานวันเกิดคอลินครบเจ็ดขวบ เพื่อนๆ คอลินต่างถือของขวัญเข้ามาในงาน คอลินขอบใจชวนเพื่อนๆกินขนมกัน ชามินต์มองบรรยากาศแล้ว เปรยๆ กับโลแกนว่าถ้าแม่คอลินอยู่คงมีความสุขมากกว่านี้เยอะ

ชามินต์ถามว่าเรื่องคลาก ครูเกอร์ เขาคิดอย่างไร โลแกนถามเสียงขุ่นว่าเรื่องอะไร

“ก็ตอนนี้เขารู้แล้วนี่ว่าคอลินเป็นลูกเขา ในไม่ช้าเขาก็ต้องมาขอคอลินจากคุณกลับไปเลี้ยงดู”

โลแกนเสียงแข็งว่าไม่มีทางที่ตนจะให้คอลินไปอยู่กับนักเลง ชามินต์ติงว่าเขาเป็นพ่อแท้ๆของคอลินนะ โลแกนถามว่าเขามีหลักฐานอะไร

“แต่ถ้าเขาจะพิสูจน์ก็ย่อมได้นะคะ แค่ตรวจเลือดตรวจดีเอ็นเอ เชื่อว่าวันนึงเขาต้องเอาทนายมาบีบบังคับคุณ”

“ถึงยังไงผมก็ไม่อนุญาต ผมจะทำทุกวิถีทางที่จะไม่ให้คอลินไปอยู่กับเขา” โลแกนขึงขังตึงเครียดจนชามินต์ต้องเงียบ ได้แต่มองเขาอย่างอ่อนใจ

พอดีนีล่ากับเดนิสถือกล่องของขวัญเดินเข้ามาแฮปปี้เบิร์ธเดย์คอลิน คอลินจะแกะดูเดนิสบอกว่าอย่าเพิ่ง ไว้แกะหลังจากเป่าเค้ก แล้วทั้งสองก็เดินไปหาโลแกนกับชามินต์ บอกว่าที่มาช้าเพราะมัวไปเลือกซื้อของขวัญให้คอลิน เดนิสสะกิดนีล่าว่าเธอยังไม่บอกข่าวดีโลแกนกับหมอชาร์มเลย โลแกนตื่นเต้นถามว่าข่าวดีอะไร

“ฉันกับพี่เดนิสจะแต่งงานกัน” ชามินต์ถามว่าเมื่อไหร่ เดนิสบอกว่าเดือนหน้า

โลแกนแซวว่าเดนิสรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ บทจะแต่งก็แต่งปุ๊บปั๊บทันที เดนิสหยอกว่ากลัวนีล่าจะเปลี่ยนใจ เธอบอกว่าตนกลัวเขาจะเปลี่ยนใจมากกว่าพลางจุ๊บกันด้วยความรัก

ทันใดนั้นเสียงเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์แว่วมาจากประตู ทุกคนหันมอง เห็นอาฟงถือเค้กเข้ามา คลากเดินปรบมือร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์เข้ามาช้าๆ

โลแกนชักสีหน้าไม่พอใจทันที ชามินต์มองเขาอย่างหวั่นใจว่าจะเกิดเรื่องอาฟงวางเค้กอวยพรวันเกิดตรงหน้าคอลิน คลากเอ่ยอวยพร “สุขสันต์วันเกิดคอลิน” คอลินขอบคุณลุงคลาก

“หวังว่านายคงไม่ว่าฉันนะที่ฉันเอาเค้กวันเกิดมาให้คอลิน” คลากเอ่ยกับโลแกน เขาบอกว่าเสร็จธุระก็กลับไปได้แล้ว “ฉันว่านายใจแคบไปรึเปล่า จะให้ฉันอยู่รอดูคอลินเป่าเค้กก่อนไม่ได้หรือไง”

โลแกนบอกว่าไม่อยากให้เขาอยู่ใกล้ลูกตน คลากแย้งว่าคอลินเป็น...โลแกนไม่ยอมให้คลากพูดสิ่งที่เขากลัว ขัดขึ้นทันทีว่าเขาจะเป็นอะไรตนไม่สนใจเพราะยังไงตนก็เป็นผู้ปกครองคอลิน

“ป๊ะป๋าครับ ให้คุณลุงคลากอยู่กินขนมเค้กหน่อยได้ไหมครับ” คอลินมองหน้าโลแกนขอร้อง

ทั้งชามินต์ เดนิส และนีล่าต่างเห็นด้วยกับคอลิน นีล่าเร่งให้คอลินอธิษฐานและเป่าเทียนเลยดีกว่า

“งั้นก็อธิษฐานสิลูก” โลแกนอนุญาต คอลินหลับตาอธิษฐานแล้วเป่าเทียน คลากยิ้มพอใจ นีล่าถามคอลินว่าอธิษฐานอะไร คอลินส่ายหน้าไม่บอก

“บอกหน่อยน่า เจ๊อยากรู้”

“ผมอธิษฐานขอให้ป๊ะป๋าเป็นป๊ะป๋าของผมตลอดไป”

คลากอึ้งแต่ฝืนยิ้ม โลแกนมองคลากยิ้มเยาะ บอกคอลินว่า “ป๋าก็จะไม่ยอมให้คอลินไปเป็นลูกใครเหมือนกัน”

ชามินต์มองคลากและโลแกนอย่างเข้าใจทั้งสองคน คลากยิ้มให้เธอแล้วหันหลังเดินผละไป

โลแกนยิ้มอย่างสะใจ ก้มหอมคอลินอย่างรักและหวงแหน...

เวลาผ่านไป โลแกนดีดอาคูเลเล่ร้องเพลงให้คอลินและเพื่อนๆเต้นกัน เดนิสและนีล่าปรบมือให้จังหวะอย่างสนุกไปด้วย คลากเดินไปหาชามินต์ของนั่งด้วยบอกว่าตนมีเรื่องสำคัญอยากคุยด้วย

คลากมองคอลินกับโลแกน ปรารภว่าคอลินรักโลแกนมากนะ

“ก็ต้องรักสิคะ เพราะโลแกนคือคนที่อยู่กับเขามาตั้งแต่เกิด”

“แต่ผมไม่เคยรู้เลยว่าไลลาท้อง ถ้าผมรู้ ผมจะไม่มีวันทิ้งคอลินไว้กับโลแกนหรอก”

ชามินต์บอกว่าคอลินอยู่กับโลแกนดีแล้ว เพราะเขาทำหน้าที่ทั้งพ่อและแม่ให้คอลิน คลากติงว่าถึงเวลาแล้วที่คอลินจะได้อยู่กับพ่อที่แท้จริงของเขา ตนจะเอาคอลินคืนเพราะเขาเป็นลูกตน ชามินต์เชื่อว่าโลแกนต้องไม่ยอม

“นั่นก็เรื่องของเขา เพราะตอนนี้ผมได้ให้ทนายยื่นต่อศาลเพื่อของลูกผมคืน” คลากพูดนิ่งๆ แต่จริงจัง

ระหว่างนั้นโลแกนมองคลากและชามินต์อย่างไม่พอใจ เดนิสบอกนีล่าว่าท่าทางโลแกนจะหึงหมอชาร์ม แล้วโลแกนก็ทนไม่ได้ เดินมาถามทั้งสองว่าคุยอะไรกันหรือท่าทางดูซีเรียส ชามินต์บอกว่าไม่มีอะไรและคลากก็ขอตัวจะลุก

โลแกนไม่ยอมให้คลากไปเพราะยังไม่ตอบคำถามตน คลากยียวนว่าไม่จำเป็นที่ตนต้องตอบ สิ้นเสียงก็ถูกโลแกนชกหน้าหงาย คลากจะเอาคืน ถูกคอลินเข้ามาขอร้อง “อย่าครับลุงคลาก อย่าทำอะไรป๊ะป๋านะครับ” คลากชะงัก

คอลินถามป๊ะป๋าเป็นอะไรหรือเปล่า ทักว่าลุงคลากเลือดออก คลากบอกว่าตนไม่เป็นอะไรและขอตัวกลับกับคอลินและชามินต์ โลแกนอุ้มคอลินออกไป ชามินต์มองโลแกนถอนใจ...

กลับถึงบ้าน ชามินต์ถามโลแกนว่าโกรธตนหรือเพราะตั้งแต่กลับจากร้านไม่พูดกับตนเลย ชามินต์เล่าให้ฟังว่าคลากบอกเธอว่า เขากำลังให้ทนายยื่นเรื่องกับศาลขอเป็นผู้ดูแลคอลิน โลแกนตึงเครียดขึ้นทันทีบอกว่าถ้าคลากกล้าตนจะให้ทนายยื่นเรื่องกับศาล ไม่ว่าอย่างไรตนจะไม่มีวันยอมให้คอลินไปเด็ดขาด ถามว่าคลากต้องการเงินเท่าไร

ชามินต์เตือนสติว่าเขาควรมีเหตุผลกว่านี้ เพราะตอนไลลาท้องเธอไม่ได้บอกคลาก ถูกโลแกนหาว่าเธอเข้าข้างคลาก

“งั้นฉันคงไม่มีอะไรจะพูดแล้ว” ชามินต์เดินไปอย่างระอาความดื้อรั้นไร้เหตุผลของเขา โลแกนถามว่าโกรธตนหรือ “ฉันไม่ได้โกรธ แต่ฉันว่าตอนนี้ไม่ว่าฉันจะพูดอะไรกับคุณก็คงไม่รู้เรื่อง” จี้ใจดำว่า “คุณกำลังกลัวว่าจะสูญเสียคอลินไป”

โลแกนอ้างว่าคลากเป็นนักเลงเป็นมาเฟียกลัวคอลินจะเป็นนักเลงเหมือนคลาก

“ถ้าถึงวันนั้นแล้วเขาเลือกทางเดินแบบพ่อของเขา ฉันว่าเราก็คงไม่สามารถไปห้ามเขาได้ และถ้าวันที่คอลินโตขึ้นแล้วรู้ว่าคลากคือพ่อแล้วบอกว่าเขาอยากอยู่กับพ่อ คุณจะว่ายังไง”

“ไม่ คอลินไม่วันเลือกคลาก ครูเกอร์ แน่”

โลแกนปฏิเสธอย่างหวาดหวั่น

ooooooo

ทนายของคลากเอาผลการตรวจดีเอ็นเอของคลากกับคอลินไปให้ทนายโลแกนพิสูจน์ว่าคอลินคือสายเลือดของคลากอย่างแท้จริง เขามีสิทธิ์ในตัวคอลินทุกประการและขอศาลเป็นผู้ดูแลคอลิน

โลแกนถามทนายของเขาว่าเรามีทางต่อสู้อย่างไรเพื่อไม่ให้คลากได้ตัวคอลินไป ทนายบอกว่าในสถานการณ์นี้คงลำบากเพราะฝ่ายนั้นมีหลักฐาน โลแกนให้ทนายทำ อย่างไรก็ได้อย่าให้ตนต้องเสียคอลินไป เมื่อทนายออกไปโลแกนคำราม

“อย่าหวังเลยไอ้คลาก ฉันไม่มีวันยกคอลินให้แกแน่”

โลแกน นีล่า เดนิส และชามินต์นั่งคุยเรื่องนี้กันในร้านอาหารอย่างเคร่งเครียด นีล่าบอกโลแกนว่าเราจะเสียคอลินให้คลากไม่ได้ เดนิสท้วงติงว่าถึงเราจะไม่ยอม แต่เมื่อศาลสั่งเราก็ต้องทำตาม นีล่าถามว่าเราจะมีโอกาสชนะมากน้อยแค่ไหน

“ก็ยังไม่รู้ ตอนนี้ทนายกำลังหาข้อมูลเพื่อโจมตีความน่าเชื่อถือของไอ้คลาก เพื่อให้ศาลเห็นว่ามันไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้ดูแลคอลิน” โลแกนหนักใจ

เดนิสเสนอว่าให้แฉเรื่องคลากทำธุรกิจผิดกฎหมาย โลแกนบอกว่าตนคิดเหมือนกัน เพราะเมื่อเข้าตาจนตนคงต้องเปิดเผยเรื่องราวของคลากให้ศาลรู้ นีล่าเชื่อว่าแบบนี้เราต้องชนะร้อยเปอร์เซ็นต์ ถามชามินต์ว่าคิดอย่างไร

“มันก็ถูกของพวกคุณ แต่ฉันกลัวว่ามันจะเป็นการประจานพ่อคอลินรึเปล่า” โลแกนว่าคอลินยังเด็กไม่รู้เรื่องหรอก “แต่สื่อมวลชนจะต้องตีข่าวนี้เป็นการใหญ่ และฉันเชื่อว่ามันจะต้องมีผลกระทบกับคอลินแน่ อย่างน้อยเมื่อเขาไปโรงเรียนก็ต้องมีคนถาม”

เดนิสเห็นด้วย แม้วันนี้คอลินจะไม่รู้แต่เมื่อโตขึ้นเขาก็ต้องรู้ จะเป็นการสร้างปมด้อยให้เขา นีล่าติงว่าถ้าเราไม่ทำก็ต้องเสียคอลินไป เป็นปัญหาที่ทุกคนคิดเครียด

เมื่อโลแกนไปดูคอลินที่ห้องนอนคืนนี้ เขาจับแก้มคอลินถามเบาๆ “นี่ฉันควรจะทำยังไงกับนาย”

ฝ่ายชามินต์กลับถึงอพาร์ตเมนต์เธอคิดถามคอลินว่า “ถ้าเธอรู้ความจริง เธอจะเลือกอยู่กับใคร”

ooooooo

วันนี้นีล่ากับเดนิสไปเยี่ยมเหว่ยซาน เหว่ยซานมองหน้านีล่าบอกว่าดีใจที่เห็นลูกสดใสและมีความสุข เดนิสบอกว่าตนมีเรื่องจะเรียนให้ทราบว่า เราสองจะแต่งงานกัน นีล่าถามว่าพ่อจะอนุญาตไหม

“อนุญาตสิ พ่อดีใจด้วย ขอบใจมากนะเดนิสที่เธอรักและดีกับนีล่ามาตลอด ชีวิตพ่อจากนี้ไปก็หมดห่วงเสียทีลูกจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ มีครอบครัวที่ดีกับผู้ชายที่รักลูก”

นีล่าดีใจที่พ่อยินดีด้วย พูดกลัวๆกล้าๆ ว่ามีอีกเรื่องที่จะบอก คือตนคิดว่าจะเลิกทำกิจการทั้งหมดของพ่อ

“ดีแล้วลูก พ่อก็ไม่อยากให้ลูกต้องแปดเปื้อนกับธุรกิจผิดกฎหมายอีกต่อไป”

นีล่ามองหน้าเดนิสยิ้มโล่งอก ในขณะที่เหว่ยซานก็ยิ้มอย่างสบายใจเช่นกัน

ขณะกลับ นีล่าบอกเดนิสว่าเมื่อก่อนถ้าพูดเรื่องพวกนี้พ่อจะโกรธด่าตนว่าโง่ ไม่รักดี แต่วันนี้พ่อกลับเข้าใจได้ง่ายๆ

“คงเป็นเพราะท่านได้รับบทเรียนราคาแพง ต้องเสียเพื่อนเสียอิสรภาพและเกือบจะต้องเสียแม้กระทั่งชีวิตตัวเอง” นีล่าปรารภว่าถ้าพ่อคิดได้ก่อนหน้านี้ก็ไม่เกิดเรื่องแบบนี้ เดนิสสรุปว่า “เขาถึงบอกคนเราไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา”

นีล่าบอกว่าตนโชคดีที่ยังมีเขา ถ้าไม่อย่างนั้นตนก็อาจจะ...เดนิสกอดให้กำลังใจว่า

“ไม่ว่ายังไง เราก็จะต้องมีชีวิตเดินต่อไปข้างหน้า”

ooooooo

คลากนั่งดูรูปคอลินจากโทรศัพท์มือถือที่ออฟฟิศทั้งรูปเดี่ยวและคู่กับเขาในอิริยาบถร่าเริงน่ารัก ดูรูปแล้วจินตนาการไปว่าเขาและไลลาฉลองวันเกิดกับคอลินเป็นครอบครัวน่ารักอบอุ่น พอตื่นจากภวังค์เขาดูรูปไลลาในโทรศัพท์พึมพำเศร้าๆ

“ถ้าเธอยังมีชีวิตอยู่ เราสามคนพ่อแม่ลูกคงจะเป็นครอบครัวที่มีความสุขมากนะไลลา”

คลากคิดถึงวันเวลาที่อยู่กับไลลา เขาฝันถึงการแต่งงานและมีลูก เธอถามว่าเขาคิดจริงจังกับตนขนาดนั้นเลยหรือ คลากบอกว่าพอตนเห็นเธอก็รู้เลยว่าเธอคือ

คนที่ตนจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยตลอดไป หรือเธอคิดจะคบตนแค่ผ่านไปเท่านั้น

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ เพียงแต่...ฉันไม่รู้ว่าพี่ชายฉันจะชอบคุณหรือเปล่า...คุณยังไม่รู้จักพี่ชายฉันดี ถ้าเขารู้ว่าฉันแอบมีอะไรกับคุณ เขาฆ่าฉันแน่ สิ่งที่พี่ชายฉันเกลียดและไม่ยอมรับก็คือพวกมาเฟีย เราจะให้เขารู้เรื่องของเราไม่ได้”

คลากคิดถึงวันที่เขาไปงานวันเกิดคอลิน เขาถูกโลแกนกีดกันไม่ให้ใกล้ชิดคอลิน เมื่อเขาจะอ้างสิทธิ์ ก็ถูกโลแกนตัดบทว่า “นายจะเป็นอะไรฉันไม่สนใจหรอก” คิดแล้วยิ่งแค้น แสยะยิ้มพึมพำ

“ไม่ว่ายังไง ฉันก็จะเอาคอลินกลับมาเป็นของฉันให้ได้”

ooooooo

วันนี้โลแกนกับชามินต์พาคอลินไปเที่ยวสวนสนุก เขาปรารภกับชามินต์ว่าจากนี้ไปตนคงต้องให้เวลากับคอลินมากขึ้น ถามว่าจะส่งคอลินไปเรียนที่อังกฤษดีไหม

ชามินต์ติงว่ารอเขาโตสักสิบขวบค่อยส่งไป

น่าจะดีกว่า ถามว่าถ้าส่งคอลินไปแล้วไม่คิดถึงหรือ โลแกนบอกว่าคิดถึงเพราะอยู่กับคอลินมาตั้งแต่เกิด แล้วโมเมชวนเธอแต่งงานเพื่อจะได้มีน้องให้คอลิน ชามินต์เขินที่ถูกจู่โจมขอแต่งงานลุกเดินถ่วงเวลาหาคำตอบ

ขณะนั้นเองคลากเดินเข้ามากับอาฟง โลแกนชักสีหน้าถามทันทีว่า “มาทำไม!”

“ฉันก็มาหาคอลินน่ะสิ” คลากตอบนิ่งๆ โลแกนกระชากเสียงถามว่ามาหาคอลินทำไม “นายลืมไปแล้วหรือโลแกน ว่าฉันเป็นพ่อเขา ฉันก็มีสิทธิ์ที่จะมาเยี่ยมลูก ใช่ไหมครับคุณหมอชามินต์”

“แต่ฉันไม่อนุญาต เพราะตอนนี้คอลินอยู่ในความดูแลของฉันโดยถูกต้องตามกฎหมาย” คลากยอมรับเพราะศาลยังไม่ได้ตัดสินแต่ขอคุยกับลูกสักคำสองคำได้ไหม “ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ได้ นายกลับไปได้แล้ว”

“นายคิดว่านายทำแบบนี้แล้วฉันจะยอมแพ้งั้นหรือ ฉันจะบอกให้นายรู้ไว้นะโลแกน ฉันอดทนกับนายมานานมากแล้วนายบงการและกำหนดชีวิตไลลาจนเธอกลัว ไม่กล้าที่จะเปิดเผยเรื่องของฉันให้นายรู้ แต่วันนี้ ฉันจะไม่ยอมให้นายบงการคอลินให้เขาเกลียดฉัน
ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆของเขาอีกต่อไป”

คอลินมาฟังตั้งแต่เมื่อไรไม่มีใครเห็น คอลิน

ถามโลแกนว่าตนไม่ใช่ลูกลุงคลากแต่เป็นลูกป๊ะป๋าใช่ไหม โลแกนตอบทันทีว่าใช่ ถามคลากว่าได้ยินชัดแล้วใช่ไหม

“แต่ความจริงก็คือความจริงนะโลแกน เขาคือลูกชายฉัน”

คอลินร้องไห้กลัวจะถูกพรากไปจากโลแกน เดินไปถามชามินต์ว่าตนเป็นลูกป๊ะป๋าไม่ใช่ลูกลุงคลาก

ใช่ไหม พร่ำย้ำว่า “ผมเป็นลูกป๊ะป๋า ผมเป็นลูกป๊ะป๋า” แล้วโผเข้าซบโลแกน

“ใช่ นายเป็นลูกป๋า ลูกป๋าคนเดียว” โลแกนกอด คอลินไว้ ชามินต์มองอย่างหนักใจว่าเรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่

เมื่อคลากกับอาฟงเดินกลับไป อาฟงบอกคลากว่าโลแกนไม่ยอมให้คอลินมาง่ายๆแน่

“ช่างมัน ไม่ว่าจะทำด้วยวิธีไหนหรือเสียเงินเท่าไหร่ ฉันก็จะเอาลูกฉันกลับมาให้ได้” สั่งอาฟงว่า “โทร.บอกทนายหัว ย้ำกับเขาว่าฉันต้องได้ตัวลูกฉันคืนไม่ว่าวิธีไหน”

ooooooo

คืนนี้...ขณะชามินต์พาคอลินเข้าห้องนอน คอลินยังหวาดหวั่นกับเรื่องเมื่อกลางวันถามว่าทำไมลุงคลากจึงว่าตนเป็นลูกเขา ชามินต์กลบเกลื่อนว่าคงเพราะเขารักคอลินมากเลยอยากได้เป็นลูก

คอลินอ้อนวอนว่าตนไม่อยากเป็นลูกลุงคลาก อยากเป็นลูกป๊ะป๋าคนเดียวและตนรักพี่ชาร์มอยากให้พี่ชาร์มมาเป็นแม่

“จ้ะ...พี่ชาร์มก็รักคอลิน” ชามินต์กอดคอลิน

ทั้งสงสารและหนักใจ

เมื่อคอลินหลับแล้ว โลแกนไปส่งชามินต์ที่อพาร์ต–เมนต์ เธอไปต้มน้ำเพื่อชงชา โลแกนทิ้งตัวพิงโซฟา คิดถึงวันที่เขาไปเยี่ยมไลลาตอนที่เธอคลอด เธอพาเขาไปดูลูกที่อยู่ในห้องเด็ก ตั้งชื่อให้ลูกว่าคอลิน โลแกนชมว่าเพราะและความหมายดี วันนั้นไลลายังบอกเขาว่า

“ฉันยกคอลินให้เป็นลูกของพี่นะ ฉันอยากให้เขาโตมาจะได้เก่งเหมือนพี่” โลแกนถามว่าบอกได้ไหมว่าใครเป็นพ่อคอลิน “ฉันก็อยากจะบอกพี่นะ แต่ถ้าฉันบอกไปพี่ต้องไม่ให้อภัยฉัน” โลแกนถามว่าทำไม เธอตอบไม่เต็มเสียงว่า “เขาเป็นพวกที่พี่ไม่ชอบ ฉันบอกได้เท่านี้ แล้วสักวันฉันจะพาเขามาขอโทษพี่” แล้วขอตัวไปให้นมลูก

โลแกนคิดถึงอดีตแล้วถอนใจกับปัจจุบัน ชามินต์ชงชามาให้ถามว่าคิดเรื่องคอลินอยู่หรือ

“ใช่ ผมกำลังคิดว่าถ้าวันนั้นไลลาบอกผมว่าคลาก ครูเกอร์ เป็นพ่อคอลิน ผมจะทำยังไง วันนั้นผมคงโกรธแล้วก็เกลียดเขา ที่เขาจะต้องเข้ามาเป็นส่วนนึ่งของครอบครัวผม แต่สุดท้ายผมก็คงต้องยอมรับเขา เพราะผมคงไม่สามารถทำลายชีวิตครอบครัวของไลลาได้”

แต่พอชามินต์ถามว่าเขาจะคืนคอลินให้คลากใช่ไหม เขากลับบอกว่าไม่ เพระวันนี้ไม่มีไลลาแล้ว ตนจะไม่มีวันให้คอลินกับเขา ชามินต์เสนอว่าในเมื่อเขาไม่ยอม คลากก็ไม่ยอม จะพบกันคนละครึ่งทางดีไหม

ชามินต์เสนอว่าเขาควรจะยอมรับว่าคลาก ครูเกอร์คือพ่อที่แท้จริงของคอลิน แต่คอลินต้องอยู่ในอุปการะของเขา คลากมีสิทธิ์มาหาลูกได้ตลอดเวลาจนกว่าคอลินจะบรรลุนิติภาวะ แล้วจะให้คอลินเลือกเองว่าเขาอยากอยู่กับใคร

“ก็ดีเหมือนกัน ถึงวันนั้นถ้าคอลินเลือกที่จะอยู่กับพ่อเขา ผมก็จะไม่ว่าอะไร ขอบคุณมากนะสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างจากนี้ไปผมคงไม่มีคุณอยู่ข้างๆไม่ได้แล้ว”

ชามินต์บอกว่าไม่จริง รู้ว่าเขาก็คิดอย่างนี้เหมือนกันแต่ไม่กล้าพูดเพราะกลัวเสียฟอร์ม โลแกนพูดแก้เกี้ยวว่า “คุณนี่รู้ทันผมจริงๆ” แล้วจู่โจมจุ๊บแก้ม ชามินต์ยิ้มให้ดีใจที่เขามีทางออก

ต่อมาทนายของโลแกนทำจดหมายถึงคลากเสนอเงื่อนไขสามข้อเพื่อยุติการแย่งสิทธิ์ในการเลี้ยงดูคอลินตามที่ชามินต์เสนอ แต่คลากไม่ยอมยืนยันตนจะต้องเป็นผู้ดูแลคอลินแต่เพียงผู้เดียว

เดนิสบอกว่าคลากถือว่าได้เปรียบทางกฎหมาย ทนายเห็นว่าถ้าขึ้นศาลเราไม่มีทางชนะ นอกจากจะโจมตีเขาเรื่องเป็นนักเลงไม่เหมาะสมที่จะเอาเด็กไป โลแกนสั่งให้ดำเนินแผนนี้เลย เดนิสติงว่าไม่อยากให้ใช้วิธีนี้ สงสารคอลิน

“จะทำยังไงได้ ในเมื่อฉันก็ขอประนีประนอมกับมันแล้วแต่มันไม่ยอม” โลแกนเอ่ยเครียด

ooooooo

ชามินต์กับนีล่าคิดหนักเมื่อรู้ว่าคลากไม่ยอมรับข้อเสนอของโลแกนและเตรียมยื่นศาลขอตัวคอลินไปให้ได้ นีล่าคาดว่าแบบนี้มันก็ต้องพังกันไปข้างหนึ่งแน่ สองสาวช่วยกันคิด แล้วนีล่าก็คิดออกบอกว่าตนมีวิธีหนึ่ง

สองสาวนัดคลากไปพบกันที่ร้านกาแฟ นีล่าเสนอจะยกธุรกิจของพ่อทั้งหมดให้คลากแลกกับให้เขารับข้อเสนอของโลแกน คลากบอกว่าน่าสนใจแต่มูลค่า

ธุรกิจคงไม่มากไปกว่าการที่ตนจะได้รับลูกชายคืนมา เพราะคอลินคือสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตตน ตัดบทว่าเมื่อหมดเรื่องแล้วตนขอตัว

“เดี๋ยวค่ะคุณคลาก แน่ใจหรือที่คุณบอกว่าคอลินมีค่ามากที่สุดสำหรับคุณ แต่ฉันว่าไม่จริง คุณไม่ได้รักเด็กคนนี้เลยเพราะถ้าคุณรักคอลินจริง คุณก็ต้องอยากเห็นเขามีความสุข”

คลากชะงัก ชามินต์รุกต่อถามว่า เขาได้ยินใช่ไหม ที่สวนสนุกคอลินพูดว่าอย่างไร วันนั้นคอลินบอกว่าเขามีโลแกนเท่านั้นที่เป็นพ่อ ถามว่าถ้าเขาพรากคอลินไปจากโลแกน คอลินจะมีความสุขหรือ คลากตะแบงว่าเมื่อได้ตัวคอลินไปแล้ว เรื่องนี้ตนอธิบายได้

“นี่ไงคะ จริงๆแล้วคุณแค่ต้องการเอาเด็กมาอ้างเพื่อบอกว่าตัวเองเป็นฝ่ายชนะโลแกน แค่เอาเรื่องคอลินมาบังหน้า”

คลากตัดบทว่าพอทีตนไม่อยากฟังแล้ว นีล่าพูดจี้ใจดำว่าถ้าเขากล้าก็อยู่ฟังชามินต์พูดให้จบ คลากนั่งลงอย่างทิฐิถามชามินต์ว่าแล้วยังไงอีก

ชามินต์ชี้ว่าเขาต้องการเอาชนะโลแกนที่รังเกียจว่าเขาเป็นพวกนักเลงเป็นพวกเจ้าพ่อมาเฟีย เขาเลยต้องการเอาชนะ คลากโต้ว่าตนไม่ได้คิดเรื่องนั้น ตนต้องการ ลูกคืนอ้างว่า “เพราะผมรักเขา”

“คุณรักเขาแล้วคุณเคยถามเขาไหมว่าเขารักคุณหรือเปล่า” นีล่าแทรกขึ้นว่าไม่มีทางที่คอลินจะรักเขาเพราะเพิ่งรู้จักกัน ชามินต์หว่านล้อมต่อว่า “คุณรู้ไหมว่าทำไมโลแกนถึงยื่นข้อเสนอให้คุณ เพราะเขากำลังให้เวลากับคอลินที่จะทำความรู้จักกับคุณ วันนี้คอลินยังเด็กมากที่จะรับรู้เรื่องของคุณ ฉันว่าถ้าคุณรักเขาจริง คุณควรจะให้เวลาคอลินได้ทำความรู้จักกับคุณ ได้เริ่มรักคุณโดยที่เขาไม่ถูกบังคับว่าคุณคือพ่อ”

คลากท่าทีอ่อนลงจนกระทั่งน้ำตาไหลสะเทือนใจ เขาเบือนหน้าหนีแล้วลุกเดินออกไป นีล่าชมว่าชามินต์พูดได้ประทับใจกินใจมากเลย ถ้าคลากยังมีความเป็นคนอยู่เขาจะต้องคิดได้

“ก็หวังอยากให้เป็นอย่างนั้นนะคะ ตอนนี้ก็อยู่ที่เขาแล้วล่ะว่าเขาจะรักคอลินจริงหรือเปล่า”

ooooooo

แม้คลากจะฮึดฮัด แต่กลับไปแล้วเขาคิดใคร่ครวญคำพูดของชามินต์แล้วสั่งอาฟงไม่ต้องยื่นคำร้องขอเป็นผู้อุปการะคอลินต่อศาล อาฟงงงถามว่าทำไม คลากตอบให้อาฟงงงยิ่งขึ้นว่า “ก็เพราะฉันรักลูกฉันน่ะสิ”

โลแกน เดนิส และนีล่า ชื่นชมว่าชามินต์มีวาทศิลป์จริงๆ แต่เธอออกตัวว่า ตนพูดไปตามความจริงถ้าคลากรักลูกเขาจริง เขาต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกเขา

“คุณนี่สมกับเป็นคุณหมอขวัญใจเด็กจริงๆ รู้ใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่โดยเฉพาะผม ไม่มีใครรู้ใจผมเท่าหมอชาร์มคนนี้”

เดนิสเสนอว่าถ้าอย่างนั้นเขาก็ควรเป็นเจ้ามือเลี้ยงพวกเรานะ โลแกนถามว่าร้านไหนดี นีล่าเสนอร้านแอนโตนิโอทุกคนเห็นด้วย โลแกนคว้ามือชามินต์ขึ้นจุ๊บ เธอยิ้มอย่างรู้ทันการฉวยโอกาสอย่างน่ารักของเขา

วันต่อมา คลากไปที่สุสาน บอกกล่าวไลลาว่าวันนี้ตนได้ทำหน้าที่พ่อที่ดีให้กับคอลินแล้ว และสัญญาว่า

จะทำตัวเป็นพ่อที่ดีให้เขาได้ภูมิใจที่เกิดมาเป็นลูกของเรา ชามินต์ยืนข้างหลังเขาพูดแทรกว่า

“ฉันเชื่อว่าวันนึงคอลินจะเข้าใจและภูมิใจในตัวคุณ”

ที่แท้คลากนัดชามินต์มาที่นี่เพื่อขอบคุณเธอ

ที่มีความรักและปรารถนาดีที่เธอมีต่อคอลิน ชามินต์แสดงความยินดีกับการตัดสินใจของเขา บอกว่าถ้าไลลารู้เธอต้องดีใจไม่น้อยกว่าพวกเรา

“ผมฝากคอลินด้วยนะครับ ผมรู้ว่าคุณจะทำหน้าที่แม่ได้ดีไม่แพ้ไลลา” คลากดึงชามินต์ไปกอด “ขอบคุณจากใจอีกครั้งครับ”
โลแกนจ้องเขม็งกำหมัดเดินเข้ามาถามว่าแอบนัดพบและกอดแฟนตน คลากยอมรับว่าตนกอดจริง

แต่ก่อนจะต่อยขอให้ฟังตนพูดให้จบก่อน คลากบอกว่าเขากอดขอบคุณที่ชามินต์เตือนสติตนให้เข้าใจในความรักที่มีต่อคอลิน พูดจบบอกให้โลแกนต่อยตนได้เลย แต่

โลแกนลดหมัดลง ขอโทษที่ตนหึงมากไปหน่อย คลากจึงขอตัว

ชามินต์ขอให้โลแกนเลิกอคติกับคลากเพราะเขาเป็นน้องเขยและพ่อของคอลิน โลแกนต่อรองว่าได้

แต่เธอต้องแต่งงานกับตน ชามินต์ขอให้เขาสัญญาว่าหนึ่งเข้าต้องจำตนได้ตลอดชีวิต สองเขาต้องอยู่กับตนตลอดชีวิตห้ามตายก่อนตนเพราะตนไม่สามารถอยู่คนเดียวโดยไม่มีเขา โลแกนตอบรับทันที ว่าจะไม่ทิ้งเธอไปไหน สัญญาว่า “ถ้าจะตายเราจะตายพร้อมกัน”

ทั้งสองโผกอดกันด้วยความรักที่ฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการมาด้วยกัน

ในพิธีแต่งงานสองคู่ที่โบสถ์ โลแกนควงคู่ชามินต์ และเดนิสควงคู่นีล่าเข้าพิธีอย่างเป็นทางการ มีคู่ป้าหวากับลุงจินและหมอโจกับเหม่ยหงควงกันมาแจมด้วย

อย่างมีความสุข

ooooooo

–อวสาน–


ละครพิรุณพร่ำรัก ตอนที่ 12(ตอนจบ) อ่านพิรุณพร่ำรัก ติดตามพิรุณพร่ำรัก ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย อามีนา กูล, ธนิน มนูญศิลป์ 26 พ.ค. 2559 09:19 2016-05-28T00:16:00+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ