ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พิมมาลา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เช้าวันนี้พิมมาลาอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ตั้งใจนำจดหมายลาออกมาให้น้ำนวล เพราะต่อไปจะไม่มีคนชื่อพิมมาลาอีกแล้ว แต่ทันทีที่เจอหน้าน้ำนวล กลับกลายเป็นว่าพิมมาลาพูดไม่ออก แล้วก็ไม่กล้ายื่นจดหมายนั้นให้เธอด้วย

น้ำนวลกำลังไม่สบายใจเรื่องการตัดสินใจของฟ้างาม พิมมาลาเลยคิดหนัก ถ้าตนหายไปตอนนี้อีกคนน้ำนวลคงยิ่งกลุ้ม ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร

ที่สุดเพรียวก็ต้องชะลอเรื่องของตนเองไปก่อน เที่ยงนั้นเขาขึ้นไปยืนทอดถอนใจบนดาดฟ้าของห้าง ทันใดรัมภาในชุดนางฟ้าสีขาวบริสุทธิ์ก็ปรากฏตัวพร้อมเสียงหัวเราะสดใสแอนด์ สะใจ

“ต๊ายตาย...นี่ฉันตั้งใจจะมาพานายไปแก้คำสาปที่สวนขวัญอยู่เลยนะเนี่ย ดูซิ อุตส่าห์แต่งยูนิฟอร์มนางฟ้ามาเลยทีเดียว”

“มันก็แค่ชั่วคราวเท่านั้นแหละ เดี๋ยวผมจัดการเรื่องคุณฟ้างามได้เมื่อไหร่ คุณน้ำเค้าก็ไม่ต้องการให้พิมมาลาอยู่เป็นเพื่อนแล้ว ถึงตอนนั้นพิมมาลาก็จะไปลาออกแล้วก็หายสาบสูญไปเลย เหลือแต่นายเพรียวสุดหล่อคนเดียว”

“เหรอ...นายคิดว่าจะจัดการกับความเชื่อของฟ้างามได้ง่ายอย่างงั้นเชียว”

เพรียวอึ้ง ถอนใจออกมาอย่างหนักใจ “คุณฟ้างามนะคุณฟ้างาม ถ้าไม่มีภาระอะไร จะไปถือศีลที่ไหนก็ไม่มีใครเค้าว่าหรอก แต่นี่ไฟจะไหม้บริษัทวอดวายอยู่แล้ว ยังจะหน้าชื่นตาบานไปสวดมนต์ทำสมาธิได้อีก”

“เอาน่าๆ ถือซะว่าเวรกรรมยังไม่หมดก็แล้วกันถึงยังกลับเป็นผู้ชายเต็มตัวไม่ได้ อย่างว่าล่ะนะ ก่อกรรมกับผู้หญิงไว้เยอะก็อย่างเงี้ย”

“คงสะใจคุณมากสินะ”

“แน่นอน...นอกจากพวกสาวๆที่นายไปหว่านเสน่ห์ไว้แล้วยังมีพี่สาวของนายอีก ที่นายชอบเอาเปรียบตั้งแต่เล็กจนโต อุ๊ยๆ แล้วที่ลืมไม่ได้ก็แม่ของนายเอง เอะอะก็อ้อนขอโน่นขอนี่ แต่นานน้านจะตอบแทนให้เงินแม่ใช้ซักที”

“พอเลยๆ ได้คืบจะเอาศอก ไม่ต้องลามปามมาถึงครอบครัวผมเลย ถึงไงผมก็ทำงานตามที่คุณสั่งครบถ้วนแล้ว ถ้าคุณจะให้ผมเป็นผู้ชายเฉพาะเสาร์อาทิตย์เท่าเดิม มันก็ไม่แฟร์”

“ก็ได้ จนกว่านายจะพร้อมไปสวนขวัญกับฉัน ฉันจะให้นายเป็นเพรียวได้ตามที่นายต้องการ”

เพรียวยิ้มดีใจ ตั้งท่าจะเฮตัวลอย แต่รัมภาพูดขัดอารมณ์ซะก่อน

“เฉพาะตอนกลางคืน”

เพรียวยิ้มค้าง สีหน้าใช้ความคิดปรับกลยุทธ์เป็นอ้อนวอน “คุณนางฟ้าแสนสวยในสามโลก เวทนาชายหนุ่มตาดำๆด้วยเถอะนะ ขอเป็นผู้ชายเป็นหลักได้มั้ย ตอนมาช่วยคุณน้ำค่อยเป็นพิมมาลา นะๆ พลีส”

“ฝันไปเถอะย่ะ ฉันให้สิทธินี้กับนายเฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น หลังหกโมงเช้า นายก็ต้องเป็นพิมมาลาเหมือนเดิม”

“โอ๊ย เสียเวลาอ้อน...โบราณว่าไว้แล้วเชียว เจอนางฟ้ากับงู ให้ตีนางฟ้าก่อน”

“โบราณบ้านไหนของแก”

เมื่ออ้อนไม่ได้ผล ก็จำต้องอึดสู้ต่อไปด้วยตัวเอง “เอาวะ ฉันจะเปิดโปงแกให้ได้ไอ้อาจารย์กำมะลอ...เพื่อเจ้าจำปีคืนสู่เหย้า สู้โว้ย” เพรียวกำหมัด หน้าตามุ่งมั่นมาก

แล้วบ่ายนั้นเอง พิมมาลาก็นั่งรถไปกับน้ำนวลที่ขับรถไปส่งฟ้างามที่สำนักปฏิบัติธรรมของทวิชา ตอนแรกตั้งใจว่าส่งฟ้างามเสร็จก็จะกลับกันเลย แต่พอเจอทวิชาลงมาต้อนรับ พิมมาลาจึงส่งซิกน้ำนวลให้อยู่นั่งสมาธิเป็นเพื่อนฟ้างามสักครึ่งชั่วโมง

ฟ้างามยิ้มแย้มดีใจเดินนำหน้าน้ำนวลเข้าไปด้านใน พิมมาลาไม่เดินตาม แต่ขยับเข้ามาเจรจากับทวิชาด้วยท่าทีกระชดช้อยอ่อยเหยื่อ ทวิชาไม่รู้อะไร เห็นสาวเจ้าให้ท่าก็ยิ้มเข้าทาง

“หนูดีใจจังค่ะ ที่ได้เจอท่านอาจารย์อีกครั้ง...อาจารย์ขา หนูสงสัยเหลือเกินค่ะ ว่าชาติที่แล้วหนูทำกรรมอะไรเอาไว้ ชาตินี้หนูถึงไม่สมหวังในความรักกับเค้าซะที”

“ตอนนี้ฉันไม่มีเวลาคุยนานซะด้วยสิ เอางี้ ไว้คืนนี้หนูไปหาฉันที่เรือนสิ แล้วฉันจะเล่าอดีตชาติทั้งของฉันและของหนูให้ฟัง หนูจะได้รู้ว่าเราทำบุญกันมามากขนาดไหน ชาตินี้ถึงได้กลับมาเกื้อกูลกันอีก...คืนนี้ค่อยสนทนาธรรมกันต่อนะหนู” ว่าแล้วทวิชาก็รีบเดินเลี่ยงไปทันทีก่อนจะอดใจไม่อยู่ ไม่รู้เลยว่าด้านหลังนั้น พิมมาลาเบะปาก ทำท่าขนลุกขนพองสะอิดสะเอียนสุดๆ

ooooooo

ได้กลับมาเป็นตัวเองในตอนกลางคืน เพรียวออกไปดื่มเบียร์ และปรึกษารัมภาเกี่ยวกับอาจารย์ทวิชาจอมปลอม

“จริงๆไอ้อาจารย์หื่นนั่นมันก็ไม่ได้เนียนซะเท่าไหร่หรอก ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมคนฉลาดๆอย่างคุณฟ้างามถึงได้โดนมันหลอกเอาไว้”

รัมภารับฟัง แต่ไม่ชอบที่เพรียวดื่มเบียร์ จึงเสกให้เบียร์ในแก้วเป็นน้ำเปล่า แล้วถ้าเพรียวยังสั่งมาอีก เธอก็จะเสกให้กลายเป็นน้ำเปล่าทุกแก้ว

“นี่เจ๊ ลองซักจิบมั้ยล่ะ แล้วจะติดใจ เผื่อจะเปลี่ยนใจมานั่งดริงก์เป็นเพื่อนกันมั่ง”

“ของมึนเมาบ่อนทำลายสติปัญญาแบบนี้ไม่มีวันได้ลงท้องฉันหรอกย่ะ”

“อย่ามานางฟ้าหน่อยเลย”

“แต่จะว่าไปนายทวิชาก็ไม่เคยหลุดท่าทางกะลิ้มกะเหลี่ยกับใคร นอกจากพิมมาลาคนเดียว”

“ก็แน่สิ ผมสวยเอ๊กซ์ซะขนาดนั้น”

“ย่ะ ดีนะเค้าไม่นึกว่ากะเทยแปลงเพศมาอ่อย”

เพรียวเหล่มองรัมภาตาขวาง “นี่ คุณยังไม่ได้ตอบผมเลยนะ ว่าทำไมคุณฟ้างามถึงตกหลุมพรางมันได้”

“ที่จริงเรื่องของคนอื่นฉันก็ไม่อยากจะพูดนักหรอกนะ เดี๋ยวจะหาว่าฉันเป็นนางฟ้าขี้เม้าท์ แต่เอาเถอะ เพื่อเป็นข้อมูลในการให้ความช่วยเหลือของนาย ฉันเล่าก็ได้”

รัมภาย้อนอดีตของฟ้างามเมื่อ 20 ปีก่อน...ฟ้างามเป็นมือขวาของพ่อตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ เพราะพี่ชายของเธอไม่ได้เรื่อง ส่วนพี่สาวมีปัญหาชีวิต ภาระหนักทุกอย่างก็เลยตกมาที่ฟ้างามคนเดียว จนชีวิตเธอไม่เคยมีเวลาส่วนตัว แฟนสักคนก็ไม่เคยมี เมื่อเพื่อนๆใกล้ชิดแต่งงานไปกันหมด นั่นเองทำให้ชีวิตเธอยิ่งแคบลง บ่อยครั้งที่เธอตั้งคำถามกับตัวเองว่าเธอเกิดมาเพื่ออะไรกันแน่ จนกระทั่งวันที่เธอได้เจอกับทวิชา จึงเหมือนได้พบทางสว่าง

“คนเราเกิดมาก็เพื่อที่จะทำความดี แล้วก็ช่วยเหลือคนที่ด้อยกว่าตัวเอง โดยที่ไม่หวังผลตอบแทนไงล่ะ”

“มีด้วยเหรอคะอาจารย์ คนที่ทำอะไรโดยไม่หวังผลตอบแทน”

“แล้วการที่ผมสอนธรรมะให้คนทั่วไปอยู่ที่วัดเล็กๆ

แห่งนี้ ผมได้อะไรตอบแทนบ้างล่ะ”

ฟ้างามอึ้งไปครู่หนึ่ง คิดตามทวิชาแล้วก็เถียงไม่ออกเหมือนกัน

“ธรรมดามนุษย์เรามักจะยึดมั่นถือมั่น ตีค่าตีราคาทุกอย่างที่อยู่รอบตัว แม้แต่การทำความดี เรายังต้องคิดเลยว่าทำไอ้โน่นได้บุญมาก ทำไอ้นี่ได้บุญน้อย ทั้งๆที่มันก็คือการทำความดีเหมือนกัน ถ้าเราไม่รู้จักปล่อยวางสิ่งเหล่านี้ เราก็คงไม่ได้พบกับความสุขที่แท้จริง”

ฟ้างามมองทวิชาอย่างทึ่งจัด รู้สึกเหมือนได้จุดประกาย เปิดโลกอีกใบที่ตนค้นหามานาน...

“พวกสิบแปดมงกุฎมักจะไวในการจับจุดอ่อนของคน นายทวิชาก็เหมือนกัน แค่คุยไม่กี่คำก็รู้แล้วว่าฟ้างามเป็นคนว้าเหว่ขนาดไหน หลังจากนั้นก็ค่อยเอาธรรมะเข้าหลอกล่อ จนในที่สุดฟ้างามก็แยกไม่ออกว่าอันไหนคือศรัทธา อันไหนคืองมงาย หรือว่าการทำบุญบริจาคทานมันต่างจากการถูกหลอกเงินยังไง”

“คุณฟ้างามเก่งเรื่องงาน แต่เรื่องอื่นไร้เดียงสาอย่างนี้นี่เอง ถึงได้หน้ามืดตามัวหลงลูกไม้ไอ้บ้ากามนั่นได้”

“ไงล่ะ ฉันเล่าที่มาที่ไปให้ฟังหมดอย่างงี้แล้ว มีวิธีที่จะช่วยให้คุณฟ้างามให้ตาสว่างขึ้นได้รึยัง”

“ถึงขั้นนี้แล้ว ผมจะเหลือทางเลือกอะไรอีกล่ะ นอกจากวิธีที่คุณเคยเสนอมา”

“งั้นก็รีบกลับไปแต่งตัวให้สวยๆ จะได้ล่อนายทวิชาให้ติดกับง่ายๆ”

“นึกแล้วขยะแขยง”

“ทำใจไว้แต่เนิ่นๆเลยนะพ่อรูปหล่อ เพราะงานนี้นายต้องไปคนเดียว ฉันช่วยอะไรไม่ได้”

“นี่คุณจะทิ้งผมเหรอรัมภา คุณจะปล่อยให้ผมไปเผชิญหน้ากับไอ้บ้ากามนั่นคนเดียวได้ลงคอเลยเหรอ”

“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าอีตาทวิชามันเล่นของต่ำ แค่เข้าไปที่สำนักนั่นฉันก็เหม็นจะแย่อยู่แล้ว ขืนต้องเข้าไปใกล้ตัว ฉันได้ขาดใจตายไปจุติกันพอดี เออ แล้วก็ระวังตัว อย่าไปตะกละกินอะไรมั่วๆหรือปล่อยให้โดนน้ำมันพรายป้ายตัวเข้าล่ะ ฉันไม่อยากเห็นนายตื่นขึ้นมาแล้วร้องไห้กระซิกๆ ที่พบว่าตัวเองตกเป็นเมียของนายทวิชาไปซะแล้ว”
เพรียวไม่พอใจถลึงตาใส่รัมภา แต่รัมภาหาได้สนใจ เดินกรีดกรายไปรอบๆเพรียว พูดยั่วประสาทต่อ

“ถ้านายเกิดท้องป่องขึ้นมา นายจะอดกลับเป็นนายเพรียวตลอดกาลนะ เพราะฉันเป็นนางฟ้ารักเด็ก ทนทำร้ายเบบี๋ผู้บริสุทธิ์ไม่ได้หรอก”

“ไปไหนก็ไปเลยไป” เพรียวไล่เสียงเขียว แล้วก็ถอนใจเฮือกใหญ่อย่างหนักใจ

ooooooo

ขณะเดียวกันนั้น น้ำนวลเดินเล่นอยู่กับแวนที่สวนหน้าบ้านฟ้างาม แวนยิ้มแย้มมีความสุขเมื่อได้พูดถึงเรื่องหมั้น แวนวาดฝันจะปลูกเรือนหอรอรักเป็นบ้านชั้นครึ่งเล่นสเต็ปปลูกบนสวนกว้างๆจะ ได้ดูไม่อึดอัด

“แล้วน้ำอยากได้แบบแอนธีคหรือโมเดิร์นล่ะ แวนชอบอะไรที่มันดูเก่าๆมีสไตล์หน่อย มันลึกลับ ดูไม่เบื่อดี”

“ก็ตามใจแวนเถอะ”

แวนชะงัก สังเกตเห็นน้ำนวลซึมๆพิกล “น้ำเป็นอะไรรึเปล่า ทำไมวันนี้เซเยสอย่างเดียวเลย นี่มันเรือนหอของเรานะ น้ำจะไม่ออกความคิดเห็นอะไรบ้างเลยเหรอ”

“ก็ที่แวนพูดมามันก็ดีอยู่แล้วนี่”

แวนมองน้ำนวลอย่างแปลกใจสงสัย ในขณะที่น้ำนวลรีบหลบสายตา เพราะเธอยังไม่แน่ใจกับแวนนัก เธอยังไม่เคย ลืมเพรียวไปจากใจได้เลย ในจังหวะที่สองคนต่างนิ่ง
เงียบ รถที่ไปรับฟ้างามแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน น้ำนวลได้ตัวช่วยจะได้ไม่ต้องอึดอัดใจ เธอรีบเดินเข้าไปหาน้าสาวทันที โดยมีแวนเดินตามหลังไปติดๆ

“ทำไมวันนี้กลับเร็วจังคะน้างาม ทุกทีเห็นให้คนไปรับตอนสี่ทุ่มไม่ใช่เหรอคะ”

“วันนี้อาจารย์ทวิชาท่านจะทำพิธีสวดมนต์เสริมดวงเมืองน่ะจ้ะ ก็เลยให้ทุกคนกลับเร็วกว่าปกติ” ฟ้างามตอบเสร็จก็เดินนำเข้าบ้าน แต่น้ำนวลไม่ได้ก้าวตาม หันมองแวนที่ยืนอยู่ข้างๆ

“เอาไงดีน้ำ จะให้แวนพูดเรื่องหมั้นของเราเลยมั้ย”

น้ำนวลนิ่งไปด้วยความเครียด จะพูดเมื่อไหร่ไม่ใช่ปัญหาเท่าความสับสนในใจตัวเอง...

ข้างฝ่ายนายเพรียวที่ตกลงปลงใจใช้วิธีของรัมภาเพื่อยั่วยวนทวิชาในคราบของ พิมมาลา เขาต้องกลับห้องพักมาเลือกชุดที่คิดว่าเซ็กซี่ที่สุดใส่ รัมภาไม่ปรากฏตัวแต่เฝ้าดูอย่างขำๆ ก่อนส่งเสียงแนะนำให้เลือกชุดที่ค่อนข้างโป๊ รับรองได้ผลชัวร์ คนชั่วอย่างทวิชาตบะแตกแน่

“นายทวิชามันบ้ากามจะตาย ต่อให้พิมมาลาสวมชุดมิดชิดแค่ไหนมันก็หื่นอยู่ดีนั่นแหละ ไม่ต้องแต่งอะไรให้มันวุ่นวายหรอก”

“อวดดี งั้นฉันไปก็ได้ เชิญตามสบายเถอะย่ะ”

“เดี๋ยวสิรัมภา คุณไปเป็นเพื่อนผมหน่อยได้มั้ย แล้วถ้าจะให้ดี ช่วยเปลี่ยนผมเป็นผู้หญิงตอนถึงสำนักมันก็แล้วกัน ผมทุเรศตัวเองที่ต้องเป็นผู้หญิงตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อไปยั่วไอ้บ้านั่นถึงที่”

“เชอะ ทีอย่างงี้ล่ะพูดเสียงอ่อนเสียงหวานเชียวนะ”

รัมภาหมั่นไส้แต่ก็ใจอ่อน ปรากฏตัวในชุดไทยเต็มยศ ห่มสไบเฉียง นุ่งผ้าจีบหน้านางยกดอก เกล้าผมมวยลูกจันทร์ สวยงามราวกับนางในวรรณคดี

“โอ้โห คุณแต่งตัวอย่างนี้แล้วค่อยเหมือนนางฟ้าหน่อย เครื่องแบบนางฟ้าไทยมันเป็นอย่างนี้นี่เอง ขาดแต่พานโปรยดอกไม้อีกอย่าง”

“ปากเสีย ฉันไม่ใช่นางฟ้าไทย แล้วก็ไม่ใช่นางฟ้าละครรำของกรมศิลป์นะยะ เอ้าเร็วๆสิ ชักช้าอยู่ได้ ฉันไปรอที่รถก่อนนะ” รัมภาเดินนำหน้า เพรียวจะก้าวตาม แต่ไม่วายบ่นงึมงำอย่างหนักใจ

“จะเสียสาวตอนเป็นหนุ่มฉกรรจ์ซะก็ไม่รู้ไอ้เพรียว”

ขณะนั่งรถมาด้วยกัน เพรียวยังให้ความสนใจรัมภาที่สวมชุดไทย มองกี่ครั้งกี่หนก็ยอมรับว่าสวยงามจริงๆ

“คุณไม่ใช่นางฟ้าไทย แล้วสัญชาติไหน ผมเจอคุณครั้งแรกยังนึกชมว่าคุณสวยเหมือนเจ้าหญิงตะวันออกกลางอยู่เลย”

“สวรรค์ไม่ได้แบ่งเป็นประเทศเหมือนโลกมนุษย์นี่ ใครจะหน้าตายังไง แต่งกายยังไงก็ได้ทั้งนั้นแหละ เพราะเป็นโลกแห่งทิพย์”

“ทิพย์คืออะไรเหรอ”

“บอกไปนายก็นึกไม่ออกหรอก เพราะมันคือสิ่งที่ไม่มีในโลกมนุษย์ โลกของนายเต็มไปด้วยรูปธรรม สรรพสิ่งล้วนแข็งกระด้าง หนัก ผูกล่ามมนุษย์เหมือนโซ่เหล็กเส้นเท่าช้าง แต่โลกของฉันประกอบขึ้นด้วยนามธรรม ใส เบา ไร้น้ำหนัก มีรูปร่างได้อนันต์ แปรเปลี่ยนได้เพียงแค่คิด สิ่งนั้นแหละที่เรียกว่าทิพย์”

รัมภาหันมองหน้าเพรียว ขณะที่เพรียวก็มองกลับมาที่เธอ ดวงตาของรัมภาจ้องลึกลงไปในดวงตาของเพรียว...ลึกจนเห็นถึงแก้วตา พลันเพรียวก็รู้สึกตัวเบาหวิว เดินอยู่คนเดียวท่ามกลางแสงสว่างสีขาวสุดลูกหูลูกตา มีประกายระยิบระยับสวยงามอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต...

พอเพรียวรู้สึกตัวอีกครั้ง ก็พบว่าตนกับรัมภานั่งอยู่ในรถที่จอดอยู่หน้าสำนักปฏิบัติธรรมของทวิชา เพรียวงงไปหมด ไม่เข้าใจว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง และสิ่งที่ตนเห็นเมื่อครู่คืออะไรกันแน่ รัมภายิ้มบางๆ อ่านจิตใจเพรียวออกว่าคิดอะไรอยู่

“อย่าพยายามเข้าใจเลยมันยังไม่ถึงเวลาของนาย ครั้งหนึ่งนายอาจจะเคยเข้าใจและประสบมาแล้ว แต่เมื่อนายละจากสภาวะนั้นมาอยู่อย่างที่นายอยู่ทุกวันนี้ นายก็เลือกเกลือกกลั้วฝุ่นละอองมากกว่าจะชำระให้ใสสะอาด”

“ชำระอะไร คุณต้องการบอกอะไรผมกันแน่”

“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่จำเป็นต้องเข้าใจตอนนี้ นายลงไปได้แล้ว จะได้ถือโอกาสนี้ล้างฝุ่นออกจากตาของนายแล้วก็ฟ้างามด้วย อย่างน้อยฟ้างามก็เป็นคนดี ไม่ควรจะตกเป็นเหยื่อของมนุษย์เจ้าเล่ห์พรรค์นั้นหรอก”

พูดจบรัมภาก็เลือนหายไป เพรียวอึ้งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปิดประตูรถ ทันทีที่ก้าวขาลงเหยียบพื้น ก็กลายร่างเป็นพิมมาลาในชุดจีนกี่เพ้าสีดำผ่าข้างสูงอย่างที่รัมภาเลือกไว้ ให้

“เอาจนได้นะเนี่ย...เฮ้อ เป็นไงเป็นกันวะ”

พิมมาลาเดินขึ้นไปบนเรือนพักทวิชา ส่งเสียงเรียกอาจารย์ขาอยู่สองสามครั้ง ทวิชาก็เดินออกมาจากข้างใน

“มาแล้วเหรอจันทรา”

พิมมาลาเบะปากจะอ้วก ด่าเขาอยู่ในใจ “จันทรา...นึกว่าตัวเองเป็นผู้ชนะสิบทิศรึไงวะ ไอ้เบื๊อกเอ๊ย” พอเดินเข้าไปใกล้จำใจต้องปั้นยิ้มหวานๆ “ทำไมอาจารย์เรียกหนูว่าจันทราล่ะคะ”

“ก็เพราะชาติที่แล้วเจ้าชื่อจันทราน่ะสิ”

ทวิชาไม่พูดเปล่า มือไม้เริ่มจับต้องเนื้อตัวพิมมาลา หน้าตาแสดงความหื่นกระหาย พิมมาลาขัดขืนได้ครู่เดียวก็รู้สึกมึนงงเพราะโดนน้ำมันพรายที่ฝ่ามือทวิชา เห็นดังนั้นทวิชาไม่รอช้า เข้าปลุกปล้ำกอดรัดพิมมาลา แต่พิมมาลาที่ยังรู้สติดิ้นรนก่อนจะรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายบีบมือเข้าที่ กล่องดวงใจทวิชาเต็มแรง

ทวิชาร้องลั่นทั้งจุกทั้งเจ็บ กัดฟันเข้ามาจิกหัวพิมมาลาที่กำลังจะหนี พิมมาลาโดนตบปากแตก ร่ำร้องหารัมภาช่วยเปลี่ยน ร่างให้ที ทันใดนั้นเองก็มีตำรวจสองสามนายวิ่งขึ้นเรือนมารวบตัวทวิชา ตามด้วยน้ำนวล แวน และฟ้างาม  งานนี้ทวิชาโดนหลายกระทง ทั้งปลุกปล้ำทำร้ายพิมมาลา และหลอกลวงต้มตุ๋นฟ้างามกับคนอื่นๆที่ให้ความศรัทธาทวิชาอีกจำนวนไม่น้อย

กลับถึงห้องพักกลางดึกคืนนั้น เพรียวได้รับคำชมจากรัมภาว่าทำงานได้ดีมาก

“ค่อยยังชั่ว ชมคนก็เป็น ที่จริงผมก็ต้องขอบคุณคุณด้วยเหมือนกัน ตลอดเวลาที่ผมได้เป็นพิมมาลา ผมเข้าใจผู้หญิงขึ้นหลายอย่าง ผมจะปรับปรุงตัวก็แล้วกันนะ”

“กล่าวอำลาตำแหน่งเหรอยะ...เริ่ด”

“อย่างน้อยที่สุด ผมก็รู้ว่าพิมมาลาเอาตัวรอดมาได้แทบทุกครั้ง เพราะหลากลีลาขยี้เป้า ต่อไปผมต้องระวัง ณ จุดๆนั้นให้มากขึ้น”

“อ้าวไอ้เพรียว มันสำนึกได้ตรงไหนเนี่ย”

เพรียวไม่สน ล้มตัวนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยล้าพร้อม บอกลากู๊ดไนต์ แต่รัมภาก็ยังไม่ไปไหน ยั่วโมโหเขาต่อ

“เวลานายอยู่ในร่างพิมมาลาทำเรื่องดีๆได้เยอะแยะเลยนะ สนใจที่จะอยู่ในร่างนี้ตลอดไปรึเปล่าล่ะ ฉันจัดให้ได้นะ”

“เก็บความปรารถนาดีของคุณขึ้นสวรรค์ไปเถอะ ที่ผมทำไปทั้งหมดก็เพราะผมต้องการช่วยคุณฟ้างาม แล้วก็ป้องกันไม่ให้คนเลวๆอย่างนายนันท์ได้มามีอำนาจตะหาก ผมจะได้กลับเป็นผู้ชายได้อย่างสบายใจ”

“อุตส่าห์แนะนำเรื่องดีๆให้ก็ไม่เอา เป็นผู้หญิงน่ะดีจะตาย มีโอกาสแล้วยังปฏิเสธอีก ของดีว่าเน่า ขี้เต่าว่าหอมแท้ๆ”

“มีเรื่องจะพูดแค่นี้ใช่มั้ย ผมง่วงแล้ว”

“ตามใจ แล้วนายจะคิดถึงพิมมาลา คอยดูก็แล้วกัน” รัมภาหายตัวไปด้วยความหมั่นไส้

“ฝันร้ายจบซะที ลาก่อนพิมมาลา...เวลคัมโฮม...เพรียว” แล้วเขาก็หลับตาพริ้มยิ้มอย่างมีความสุข

ooooooo

แม้ทวิชาถูกจับเข้าห้องขังไปแล้ว แต่ฟ้างามก็ยังต้องเดือดร้อนเพราะเขาอยู่อีก เนื่องจากมีผู้เสียหายหลายรายที่ฟ้างามเป็นผู้ชักนำไปถูกทวิชาหลอกต้มโทร.มาเรียกร้องความรับผิดชอบจากเธอ

แรกๆฟ้างามปิดเครื่องไม่ยอมรับสาย แต่ผู้เสียหายก็เปลี่ยนมาโทร.เข้าบ้านสร้างความวุ่นวายให้กับน้ำนวลและบรรดาคนรับใช้ ฟ้างามจึงต้องเจรจายอมรับผิดทุกอย่าง และตอนนี้เธอก็กำลังให้ทนายทำเรื่องฟ้องร้องทวิชาอยู่

ทางด้านพิมมาลา หลังจากปฏิบัติภารกิจนี้เสร็จ เช้ารุ่งขึ้นเธอนำของขวัญมามอบให้ข่ายแก้วเป็นที่ระลึกก่อนจะเข้าไปยื่นจดหมายลาออกต่อน้ำนวล ดลกับนางพอรู้ก็แอบใจหายเหมือนกัน สำหรับน้ำนวลยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะเธอผูกพันกับพิมมาลามากจนรู้สึกเหมือนเป็นพี่สาวแท้ๆ

“ทำไมพี่พิมต้องลาออกด้วยล่ะคะ พี่พิมมีปัญหาอะไรรึเปล่า”

“เปล่าหรอกค่ะ พี่ก็แค่อยากจะทำอะไรส่วนตัวบ้างเท่านั้นเอง แล้วพี่ก็คิดว่าเพรียวน่าจะช่วยงานคุณน้ำได้ดีกว่าพี่นะคะ”

“ถ้าพูดถึงเรื่องความสามารถบวกกับประสบการณ์ของพี่เพรียว น้ำก็เชื่อค่ะว่าพี่เพรียวทำได้แน่ แต่น้ำคิดว่าพี่เพรียวอยู่ห่างเซนซูยาไว้น่าจะดีกว่ากลับมานะคะ”

“ทำไมล่ะคะ รึว่าคุณน้ำรังเกียจเรื่องส่วนตัวของเค้า”

“ไม่ใช่หรอกค่ะ เรื่องผู้หญิงเป็นจุดอ่อนของพี่เพรียวมานานแล้ว แต่น้ำก็มีจุดอ่อนของน้ำเหมือนกัน เอ่อ พี่พิมยังจำเรื่องรักครั้งแรกของน้ำได้รึเปล่าคะ พี่เพรียวคือผู้ชายคนนั้น น้ำยอมรับค่ะว่ายังทำใจเรื่องเค้าไม่ได้ ถ้าอยู่ห่างกัน นานๆเจอกันทีก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าต้องทำงานด้วยกันทุกวัน...น้ำกลัวค่ะ”

พิมมาลาหรือนายเพรียวฟังคำสารภาพแล้วอึ้ง ความจริงก็รู้ใจตัวเองมาพักนึงแล้วว่าชอบน้ำนวล แต่พยายามปฏิเสธตัวเองตลอดเวลา พอได้ยินแบบนี้ก็อดดีใจไม่ได้ จับมือเธอไว้ มองด้วยสายตารักใคร่

“คุณน้ำ...พี่ดีใจเหลือเกิน”

“พี่พิมดีใจทำไมคะ”

พิมมาลาหน้าเสียที่พลาดไป อึกๆอักๆว่าพี่ไม่ได้ดีใจ แต่เราคิดตรงกันว่าความรักครั้งแรกนั้นยากจะลืม

“ค่ะ ยากจะลืม แต่น้ำก็ต้องทำใจให้ได้ เพราะมันไม่แฟร์กับแวน ถ้าน้ำจะมีเงาของผู้ชายอีกคนอยู่”

“ถ้าลืมไม่ได้ก็ไม่เห็นต้องลืมนี่คะ ถ้ารักของคุณน้ำอยู่ที่คนไหน ก็ไปสานต่อกับเค้าให้ถึงที่สุด อย่าเอาคนที่คุณน้ำไม่ได้รักมาขวางกลาง เพราะมันจะไม่ได้อะไรขึ้นมา นอกจากความเสียใจของทั้งสามคน”

“พี่พิมคงมองข้ามไปข้อนึงนะคะ เพราะความจริงพี่เพรียวไม่ได้รักน้ำ เค้าไม่เคยรู้เรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ แล้วน้ำก็เลือกที่จะอยู่กับปัจจุบันค่ะ บางทีถ้าน้ำมีลูกกับแวนซักคนสองคนอาจจะยุ่งจนไม่มีเวลาคิดเรื่องนี้อีกก็ได้ รู้ตัวอีกทีพี่เพรียวเค้าอาจจะไม่มีความหมายกับน้ำแล้ว”

พิมมาลาหึงหวงจับใจ บอกตัวเองในใจว่าตนยอมตายซะดีกว่า ถ้าจะให้มีวันนั้น

“แล้วคุณน้ำรู้ได้ยังไงคะว่าเพรียวไม่ได้รู้สึกตรงกับคุณน้ำ คุณน้ำเคยถามเค้าดูแล้วเหรอ”

“แล้วจะให้ถามว่ายังไงล่ะคะพี่พิม...พี่เพรียวคะ น้ำมีเรื่องขอถาม คือน้ำสงสัยว่าพี่เพรียวรักน้ำรึเปล่าคะ ช่วยตอบก่อนเลิกงานด้วยนะคะ น้ำกำลังรอคำตอบอยู่”

“แล้วถ้าเพรียวเค้าตอบกลับมาว่า...ครับ พี่รักคุณน้ำ รักอย่างที่ไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนมาก่อน คุณน้ำจะตอบเค้าว่ายังไงล่ะครับ”

น้ำนวลอึ้งไปครู่หนึ่ง รู้สึกวาบหวิวใจอย่างประหลาด แต่พอตั้งสติได้ก็รู้สึกว่าตนไร้สาระ เพราะคนที่กำลังพูดตรงหน้าคือพิมมาลาต่างหากไม่ใช่เพรียว

“น้ำก็คงตอบไปว่า พี่เพรียวเปลี่ยนอาชีพไปเป็นนักแสดงดีกว่าค่ะ น้ำรับรองว่าต้องได้รางวัลดารานำชายยอดเยี่ยมจากทุกสถาบันแน่ๆเลยค่ะ”

เจอขบกัดจมเขี้ยวขนาดนี้ พิมมาลาถึงกับจ๋อยสนิทไปเลย...

ooooooo

โดนจับยัดห้องขังได้คืนเดียว ตกตอนบ่ายก็มีคนมาประกันตัวออกมา ทวิชาเลยสำแดงฤทธิ์เดชกร่างกับท่านผู้กำกับ อาฆาตจะเอาเรื่องเขาให้ถึงที่สุด แต่ปรากฏว่าแค่เพียงทวิชาก้าวเดินลงไปหน้าโรงพัก ก็ต้องวิ่งหัวซุกหัวซุนกลับขึ้นมาใหม่ แล้วก็ขอร้องตำรวจเข้าไปอยู่ในห้องขังอย่างเดิม

ฟ้างามยิ้มพอใจกับผลงานตัวเองที่จ้างคนมาเรียกร้องความเสียหายถึงขั้นขู่จะทำร้ายทวิชา

“ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์จ้างคนไปตั้งเยอะ ดีแล้วล่ะค่ะ

ผู้กำกับ ให้ถูกขังเอาไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุดไปเลยได้ยิ่งดี”

“เจอเหตุการณ์เมื่อครู่เข้าไป ถึงเปิดประตูให้ออกก็คงไม่กล้าออกแล้วล่ะครับ...แล้วทำไมคุณฟ้างามถึงไม่อยากให้นายคนนี้ประกันตัวออกมาล่ะครับ”

“เค้ามีอิทธิพลมากน่ะค่ะ เงินทองที่ได้ไปมันไม่น้อยเลยนะคะ ไหนจะคนที่เคารพศรัทธาเค้าอีก ดิฉันกลัวว่าถ้าเค้าออกมาเค้าจะตามไปล้างแค้นหลานสาวกับพนักงานของดิฉันน่ะค่ะ”

“แต่คนแบบนี้ลองไม่มีเงินกับไม่มีคนงมงายหลงเชื่อ ก็ไม่น่ามีพิษสงอะไรหรอกครับ”

“ค่ะ เพราะมีคนงมงายอย่างดิฉันแท้ๆ ที่ช่วยต่อเขี้ยวเล็บให้คนอย่างนายทวิชาเที่ยวไปหลอกลวงเอาเปรียบคนอื่นได้...คนเราก็ไม่น่าหากินกับความศรัทธาของคนได้เลยนะคะ เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดในชีวิตของฉันเลยล่ะค่ะผู้กำกับ”

ฟ้างามถอนใจยาว เข็ดหลาบ...เสร็จธุระแล้วฟ้างามเข้าไปที่เซนซูยา และเจอเพรียวด้วยความบังเอิญ สองคนทักทายกันด้วยดีประสาคนรู้จักคุ้นเคย ก่อนฟ้างามจะชวนเพรียวไปกินอาหารญี่ปุ่นแล้วก็โทร.ตามน้ำนวลมาสมทบ น้ำนวลไม่รู้มาก่อนว่าคุณน้าอยู่กับเพรียว พอเห็นเขาก็เลยอึ้งๆเจื่อนๆ เพราะเพิ่งคุยกับพิมมาลาไปว่าเธอยังทำใจไม่ได้เรื่องเพรียว

สักครู่เพรียวขอตัวไปห้องนึก พอกลับออกมาต้องสะดุ้งเมื่อเห็นรัมภาในชุดกิโมโนสวยเด้งดักรอ เพรียวมองซ้ายมองขวาให้แน่ใจว่าไม่มีคนอื่นก่อนถามรัมภาว่า

“มีอะไรอีกคุณ ผมมีธุระไม่มีเวลาอยู่คุยกับคุณหรอก”

“ฉันเข้าใจ ว่าไอ้การยัดเยียดตัวเองกลับเข้าไปทำงานในเซนซูยาอีกครั้งให้ได้มันเป็นธุระที่สำคัญมาก...เจ้าเล่ห์แสนกลที่สุด”

“อ้าว คนมันก็ต้องกินต้องใช้นะคุณ คุณไม่ให้ผมหางานเตรียมปูทางเอาไว้ก่อน เกิดผมได้กลับมาเป็นผู้ชายปุบปับ ผมก็อดตายน่ะสิ”

“อ๊ะ พูดอย่างงี้แสดงว่าพร้อมจะกลับเป็นผู้ชายแล้ว

ใช่มั้ย งั้นก็กลับไปสวนขวัญกับฉันเดี๋ยวนี้เลย นายจะได้แมนเต็มร้อยสมใจอยากซะที”

เพรียวหน้าเสีย  ดึงยื้อรัมภาที่คว้ามือเขาหมับ  “เอ่อ...

ไม่ต้องรีบร้อนก็ได้ วันนี้ผมยังไม่ว่าง”

“ไม่ว่างหรือเปลี่ยนใจกันแน่...ลูกไม้ตื้นๆยังงี้ อย่าคิดว่าจะหลอกฉันได้นะนายเพรียว เมื่อวานนายยื่นใบลาออกไปแล้ว จู่ๆมาเปลี่ยนใจ  แสดงว่าคิดอยากจะเป็นพิมมาลาต่อเพื่อจะล้วงความลับจากหนูน้ำใช่มั้ย  ฉันอ่านแผนการจากสมองขี้โกงของนายออกหรอกย่ะ”

“คุณอย่ามองผมในแง่ร้ายนักเลยน่า ก็เห็นๆอยู่ว่าผมจะได้กลับไปทำงานที่เซนซูยา ผมกับพิมมาลาจะไปปรากฏตัวพร้อมกันได้ยังไงล่ะ”

“ไอ้ผู้ร้ายปากแข็ง ฉันรู้นะว่านายหลอกฟ้างามว่ายังไม่หมดสัญญากับบริษัทเก่า เลยจะขอเป็นที่ปรึกษาไปก่อน พอตกค่ำจะได้เป็นนายเพรียวเอางานมาบังหน้าหาเรื่องเดตกับ

หนูน้ำ พอกลางวันก็เป็นพิมมาลา อาศัยความไว้วางใจที่ลูกสาวฉันมีให้หลอกถามเรื่องหัวใจไปเรื่อยๆ คนร้อยเล่ห์อย่างนายมันน่าจะสาปเป็นแมลงวันให้คนเค้ารังเกียจ คอยเอามือปัด เอาไม้ไล่ตีให้ตายไปเลย”

เพรียวซีดแล้วซีดอีก เถียงไม่ออกซักคำ ยิ่งรัมภาพูดตนก็ยิ่งจนมุมหนักขึ้นทุกที ขณะนั้นน้ำนวลกำลังสนทนากับฟ้างามในร้านอาหาร  เพราะเหตุผลส่วนตัวกลัวแพ้ใจตัวเอง

น้ำนวลจึงไม่อยากให้เพรียวกลับมาทำงานที่เซนซูยา แต่เธอไม่กล้าพูดตรงๆกับน้าสาว ได้แต่ถามว่า

“ทำไมน้างามต้องรับพี่เพรียวกลับเข้ามาทำงานด้วยล่ะคะ”

“ทำไมล่ะจ๊ะ เพรียวเค้าก็เคยทำงานกับเรามาก่อน แล้วเค้าก็เป็นคนเก่งมากซะด้วย ตอนนี้ก็ให้เค้าเป็นที่ปรึกษาหนูไปก่อน พอเค้าหมดสัญญากับบริษัทของเค้า ก็ค่อยมาทำงานเต็มตัว น้าว่าดีจะตายไปที่มีคนเก่งมาช่วยงานเพิ่มขึ้นอีกคน”

“มันก็ใช่ค่ะที่พี่เพรียวเป็นคนเก่ง แต่...แต่น้ำคิดว่าน้ำทำงานคนเดียวได้ ไม่จำเป็นต้องมีพี่เลี้ยงหรอกค่ะ”

“อ้าว ไหนเพรียวบอกน้าว่าหนูเคยไปขอคำปรึกษาเค้าอยู่บ่อยๆ เวลามีปัญหาไม่ใช่เหรอ”

“ก็ใช่ค่ะ แต่นั่นมันก็แค่ขอคำปรึกษา ไม่ใช่ทำงานร่วมกัน คุยกัน เจอหน้ากันทุกวันนี่คะ”

“แล้วมันต่างกันตรงไหนล่ะจ๊ะ น้าไม่เห็นเข้าใจเลยว่าทำไมหนูถึงไม่อยากทำงานร่วมกับเค้า”

น้ำนวลหน้าเสีย ยังไงก็พูดกับน้าไม่ได้ว่าตนยังแอบรักเพรียวอยู่...ส่วนนายเพรียวจอมเจ้าเล่ห์ เขายังคุยอยู่กับรัมภาที่หน้าห้องน้ำ แต่ยิ่งคุยก็ยิ่งเสียงอ่อยหน้าจ๋อยลงทุกที

“ผมไม่ได้คิดถึงแต่ตัวเองนะคุณรัมภา ลองคิดดูสิ ปัญหาในเซนซูยาที่คุณน้ำต้องเผชิญไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ถ้าไม่มีพิมมาลาซักคนแล้วใครจะคอยช่วยคุณน้ำ ผมถึงต้องยอมเลื่อนการคืนสู่เหย้ากลับเป็นผู้ชายฟูลไทม์ออกไปก่อนก็เพราะเห็นแก่คุณน้ำแท้ๆ”

“โกหกตาใส พูดไหลเป็นน้ำเลยนะยะ ไม่ด้านจริงทำไม่ได้นะเนี่ย”

“หรือว่าไม่จริงล่ะ คุณปฏิเสธซิว่างานนี้ลูกสาวคุณไม่ได้ประโยชน์”

“ก็ได้ ฉันเห็นว่าหนูน้ำยังไม่ค่อยไว้ใจนายหรอกนะ เลยต้องยอมให้มีพิมมาลาไว้ก่อน แต่ถ้านายฉวยโอกาสเอาเปรียบแวนหรือพูดจาเอาดีเข้าตัวเอาชั่วใส่แวนล่ะก็...” รัมภาไม่พูดออกมา แต่ขยำหมัดไปมาพร้อมหัวเราะอย่างกับโรคจิต ทำเอาเพรียวเสียวสันหลังวูบ

“รู้แล้วน่า ผมตั้งใจจะช่วยคุณน้ำจริงๆ ไม่เอาเปรียบคนโปรดของคุณหรอก”

“แต่ยังไงฉันก็ต้องชมนายข้อนึงนะ”

“ผมยังเหลือความดีให้คุณชมอีกเหรอ”

“นายสารภาพรักได้น่าประทับใจดีนะ...พี่รักคุณน้ำ รักอย่างที่ไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนมาก่อน...บรื๋อ ขนลุกเกรียวเชียวล่ะ”

“นิสัยไม่ดี แอบฟังคนอื่นเค้าคุยกัน” เขาพูดเขินๆ

“ฉันก็หวังว่าสิ่งที่นายพูดกับหนูน้ำจะมาจากใจจริงของนายนะ นายเพรียวธนญชัย”

เพรียวยังเขินไม่หาย ได้แต่ยิ้มๆ หลบสายตารัมภาที่เอาเรื่องนี้มาแซว...ฟากฟ้างาม ยิ่งคุยก็ยิ่งอารมณ์ดี ยิ้มแย้มด้วยความเอ็นดูหลานสาว

“โถ ที่แท้ก็กลัวคนเค้าหาว่ายังเด็ก ต้องมีพี่เลี้ยงคอยดูแลน่ะเอง หนูน้ำนะหนูน้ำ ที่น้ารับเพรียวเค้ากลับเข้ามา นอกจากจะให้เค้ามาช่วยหนูแล้ว น้าก็อยากจะไถ่โทษให้ตัวเองด้วย จะได้ลบข้อครหาว่า 2 มาตรฐานไปซะที ตอนนั้นน้าก็สุดโต่งเกินไปหน่อย จนลืมไปว่าคนเรามันก็ผิดพลาดกันได้ น้าควรจะให้โอกาสเพรียวเค้าได้แก้ตัวอีกซักครั้ง”

“ถ้าน้างามยืนยันจะรับพี่เพรียวกลับเข้ามาทำงานจริงๆ น้ำขอให้พี่เพรียวไปทำงานที่สาขาอื่นที่ไม่ใช่สำนักงานใหญ่ได้ไหมคะ”

“ไปอยู่สาขาทำไมล่ะ งานที่สำนักงานใหญ่เราจะใช้ประโยชน์จากความรู้ความสามารถของเพรียวได้เต็มที่มากกว่า น้าว่าน้ำอย่าไปคิดมากเลยนะ หนูเองก็เพิ่งทำงานมาได้ไม่นาน มีพี่เลี้ยงก็ไม่ใช่เรื่องเสียหน้าอะไรหรอกจ้ะ แล้วเพรียวเองก็ไม่ใช่คนใหม่ แถมเคยเป็นหัวหน้างานหนูมาก่อนด้วยไม่ต้องกังวลหรอกจ้ะ”

น้ำนวลหมดทางเลี่ยง ในที่สุดเธอก็หนีเพรียวไม่พ้น

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป
23 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 14:53 น.