ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พิมมาลา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ตกกลางคืนตั้งใจจะไปหาความสำราญฉลองความเป็นชายให้หนำใจตามที่พูดไว้กับรัมภา แต่เอาเข้าจริงๆ ดันไปเจอแฟนเก่าอย่างอินทุพรเข้าอย่างจัง ก็เลยเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาทำให้เพรียวเซ็งและจ๋อยรับประทาน แถมยังโดนอินทุพรที่แค้นฝังใจเอาเหล้าสาดหน้าเข้าให้ด้วย

เพรียวหัวเสียเดินออกไปล้างหน้าในห้องน้ำ ไม่นึกว่า จะเจอรัมภาในชุดพนักงานทำความสะอาด รัมภามาเพื่อย้ำเตือนเพรียวว่า  อินทุพรคือเป้าหมายต่อไปที่เขาต้องไถ่โทษ

“นึกแล้วเชียว” เพรียวบ่นพึม

“อินเค้าโกรธแค้นนายมาก  เพราะฉะนั้น นายต้องหาทางทำให้อินเลิกเคียดแค้นนายให้ได้”

“งานหินเลยนะเนี่ย อินทั้งเอาแต่ใจ ทั้งเจ้าคิดเจ้าแค้น”

“งานสุดท้ายแล้ว มันก็ต้องยากอย่างนี้แหละ”

“งานสุดท้าย...หมายความว่าถ้าจบงานนี้ผมจะได้กลับเป็นชายเต็มเวลาเหมือนเดิมแล้วใช่มั้ย”


รัมภาไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มๆ เพรียวฮึกเหิมเต็มที่ บอกว่าตนจะไปเคลียร์กับอินทุพรให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้เลย...แต่พอกลับเข้ามาเผชิญหน้ากลับโดนอินทุพรตบเข้าเต็มเหนี่ยวท่ามกลางผู้คนในผับจำนวนไม่น้อย

“นี่คุณตบหน้าผมทำไม ผมมาดีนะ ผมแค่อยากให้เราจากกันด้วยดี คุณจะได้ไปเริ่มต้นใหม่กับคนที่ดีกว่าผมไงล่ะอิน”

“เรื่องนั้นฉันทำอยู่แล้วล่ะย่ะ ใครมันจะโง่จมปลักอยู่กับนาย นายมันแค่ไอ้ผู้ชายกะล่อน ตบตาคนอื่นทำตัวเป็นไฮโซ ที่แท้ก็เด็กบ้านนอกกระจอกๆ พ่อแม่ยังอยู่ตึกแถวเก่าๆโทรมๆด้วยซ้ำ”

“เกินไปแล้วนะอิน เรื่องอะไรมาลามปามถึงพ่อแม่ผม”

“แทงใจดำล่ะซิ แต่ฉันไม่แคร์หรอกเพราะฉันพูดเรื่องจริง คนอย่างนายมันก็ต้องจบลงที่ผู้หญิงเลวๆสายพันธุ์เดียวกับนายนั่นแหละ เจอคนดีอย่างฉันนายกลับไม่เห็นคุณค่า แล้วยังงี่เง่าไม่ยอมแต่งงานกับฉันอีก ถ้าเป็นคนอื่นเค้ารีบคว้าหมับไปแล้ว ได้แต่งกับฉันเฮงยิ่งกว่าถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งซะอีก”

“เหรอ ถ้าแต่งงานกับคุณแล้วแปลว่าฉลาดล่ะก็ ผมยินดีที่จะโง่ไปตลอดชีวิต อย่างน้อยก็มีความภูมิใจกว่าการได้เมียที่คอยจิกหัวข่มผัวอยู่ทุกวัน”

“ไอ้เพรียว!” อินทุพรเจ็บจี๊ดตรงเข้าทุบตีเพรียวไม่ยั้ง อะไรใกล้มือก็คว้ามาฟาดใส่ เพรียวโดนเข้าไปหลายดอก จนผู้คนใกล้เคียงพากันแตกตื่น ที่สุดเพรียวก็ต้องถอยหนีเธอไปอย่างทุลักทุเล

ด้วยพิษสงของอินทุพรทำให้เพรียวกลับห้องพักในสภาพหน้าตาเขียวช้ำ ซ้ำยังมาโดนรัมภาหัวเราะเยาะและพูดจาถากถางให้เจ็บใจยิ่งขึ้นไปอีก

“สงสัยสาลิกาลิ้นทองของนายจะเสื่อมซะแล้วมั้ง เมื่อก่อนเป่าทีสาวๆระทดระทวยกันเป็นทิวแถว เดี๋ยวนี้พูดจนน้ำลายเหนียวคอ ได้กลับมาแต่รอยเล็บกับปื้นฝ่ามือ”

“หยุดพูดไปเลยนะรัมภา ไม่ใช่เพราะผมฟอร์มตกซะหน่อย แต่อินเค้าไม่มีน้ำใจเป็นนักกีฬาต่างหาก เสียทีชอบเล่นกีฬา เอาเข้าจริงขี้แพ้ชวนตีนี่หว่า”

“หนอย...ขี้แพ้ชวนตี อินเค้าก็อยู่ของเค้าดีๆ นายต่างหากที่ตามจีบเค้า พอเค้าใจอ่อนยอมเป็นแฟน ก็ทำมาเป็นรับไม่ได้กับข้อเสียของเค้า จะให้ฉันแฉมั้ยล่ะ”

“ไม่ต้องเลย เรื่องอินน่ะผมจำได้ว่าเป็นมายังไง ไม่ต้องให้คุณมาช่วยเตือนความจำหรอก”

รัมภาฟังซะที่ไหน เธอเริ่มลำดับเหตุการณ์ในอดีตเมื่อสามปีก่อนตอนเพรียวพบอินทุพรครั้งแรก เพรียวทำทุกทางเพื่อตีสนิทกับเธอ แต่อินทุพรไม่หมูเหมือนสาวๆคนอื่นที่เขาเคยเจอ เธอไว้ตัวและเก็บอาการอย่างมากแม้ในใจนั้นจะชอบเพรียวตั้งแต่แรกเห็น จนหนึ่งเดือนผ่านไปที่เพรียวตามจีบ แต่ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย เพรียวก็เลยต้องใช้แผนสไตล์หนุ่มเจ้าเล่ห์แสนกลหลอกเธอว่าเขาคงต้องถอดใจ แล้วก็ทำตัวหายไปหลายวัน นั่นเองทำให้อินทุพรเป็นฝ่ายกระวนกระวายรอคอยเขาติดต่อกลับมา

แล้ววันหนึ่งเธอก็เป็นฝ่ายโทร.นัดเขากินข้าว เพรียวดีใจแต่แกล้งวางฟอร์มขรึม บอกว่าที่ตนหายไปเพราะงานยุ่งมาก แล้วตนก็อยากใช้เวลาได้คิดทบทวนเรื่องของเราด้วย

“ทบทวนเรื่องอะไรเหรอเพรียว”

“อินก็รู้ใช่มั้ยว่าผมคิดยังไงกับอิน แต่ที่ผ่านมามันไม่เคยมีอะไรพัฒนาขึ้นเลย บางทีเราสองคนอาจจะเหมาะเป็นเพื่อนกันมากกว่าก็ได้นะ”

“มันก็ไม่ใช่ว่าอินจะไม่เข้าใจหรอกนะเพรียว แต่อินยังไม่พร้อมจะเริ่มต้นใหม่”

“อินมีแฟนอยู่แล้วเหรอ”

“เคยมีจ้ะ เค้าเป็นคนออสเตรเลีย เราคบกันตลอดที่อินเรียนปริญญาตรีที่นั่น ความจริงเค้าดีกับอินมากเลยนะ ที่เลิกกันก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก เพียงแต่เค้าไม่ยอมมาอยู่เมืองไทย ส่วนอินก็ไม่อยากอยู่ที่นั่น เราก็เลยต้องห่างกัน”

“ผมเข้าใจ ผมก็เคยมีแฟนเป็นคนฮ่องกง ผมก็พยายามเทกแคร์เค้านะ บินไปหาทุกวีกเอนด์เลย พยายามเต็มที่แล้ว แต่สุดท้ายมันก็ไปไม่รอดจริงๆ”

“เราสองคนนี่มีอะไรคล้ายๆกันเยอะเลยเนอะ”

ถึงตรงนี้...รัมภาถึงกับเบ้ปากหมั่นไส้เพรียวเหลือเกิน “ความจริงอินเค้าไม่ใช่คนที่จะง่ายกับใครเลยนะ แต่นายมันชั้นเชิงเหลือรับประทาน”

“พอเลย บอกแล้วไงว่าไม่ต้องแฉอะไรทั้งนั้น” เพรียวขัดขึ้น

“แหม ฉันก็กลัวว่านายจะจำรายละเอียดไม่ได้ ก็เลยทบทวนความจำให้ แค่นี้ก็ต้องทำเสียงแข็งใส่ด้วย”

“ฉวยโอกาสทับถมล่ะสิไม่ว่า นางฟ้าอย่างคุณเคยหวังดีกับผมด้วยเหรอ”

“ฉันเนี่ยนะไม่หวังดีกับนาย ที่ฉันทำอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อช่วยดัดสันดาน กล่อมเกลาให้นายเป็นผู้เป็นคนขึ้นทั้งนั้น เฮ้อ ทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาปแท้ๆ”

“อย่ามานางฟ้าใส่ผมเลยรัมภา ผมจะอ้วก สรุปว่าผมจะใช้วิธีอะไรก็ได้ขอให้อินหายโกรธผมได้ก็พอใช่มั้ย”

“ใช่ แต่ความกะล่อนของนายคงจะใช้กับอินยากหน่อยนะ ถ้าจะให้หายโกรธสงสัยต้องเดินไปให้อินเจื๋อนทิ้งทั้งพวงซะล่ะมั้ง”

เพรียวจ้องรัมภาที่หัวเราะร่วนด้วยความเจ็บใจ แต่แล้วเขาก็ถอนใจแรงออกมา ยอมรับว่าครั้งนี้งานหินจริงๆ

ooooooo

วันที่น้ำนวลเจรจาขอซื้อหุ้นจากนันท์ตามคำแนะนำของเพรียว ผลก็คือนันท์ไม่ยอมขายแถม

ยังด่าน้ำนวลอย่างสาดเสียเทเสีย พอแวนออกโรงปกป้องแฟนสาว ก็โดนนันท์ฟาดหัวฟาดหางจนเกือบจะวางมวยกัน ถ้าน้ำนวลไม่รั้งแวนออกมาเสียก่อน

วันเดียวกันนี้ ฟ้างามกับศรสิทธิ์เรียกพิมมาลาเข้ามาพบเพื่อเจรจายุติปัญหาที่นันท์ก่อขึ้น โดยยินดีเลื่อนตำแหน่งให้พิมมาลาเป็นรองผู้จัดการฝ่าย ได้เงินเดือนเท่ากับน้ำนวล แต่สำหรับพิมมาลาแล้วเธอเรียกมันว่าค่าปิดปาก ฟ้างามได้ฟังถึงกับหน้าเสีย ส่วนศรสิทธิ์ก็เจื่อนไปเหมือนกัน อธิบายอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยว่า

“เรียกว่าเป็นตำแหน่งแล้วก็เงินเดือนที่เหมาะสมกับความสามารถของหนูดีกว่านะ เพราะถ้าหนูไม่มีความสามารถ ฉันก็คงให้ตำแหน่งนี้กับหนูไม่ได้เหมือนกัน”
“ท่านพูดแบบนี้ก็แปลว่านอกจากจะได้ตำแหน่งใหม่แล้วดิฉันยังไปแจ้งความเรื่องคุณนันท์ได้ด้วยใช่ไหมคะ”

“แต่ฉันคิดว่าเธอคงไม่ทำหรอก เพราะทำแบบนั้นเธอจะไม่ได้อะไรเลย แล้วเธอเองก็เป็นพนักงานของที่นี่ ถ้าเซนซูยาเสีย มันจะส่งผลกระทบต่อตัวเธอและพนักงานทุกคน”

“ไม่แจ้งความก็ได้ค่ะ แต่มีอยู่เรื่องนึงที่ดิฉันไม่เข้าใจ”

“เรื่องอะไรอีกจ๊ะ”

“ดิฉันทราบมาว่าคุณเพรียวผู้จัดการฝ่ายคนเก่ามีปัญหาส่วนตัวเรื่องผู้หญิง เลยถูกคุณฟ้างามบีบให้ออก ส่วนคุณนันท์ลักพาตัวผู้หญิงไปเพื่อหวังข่มขืนแล้วถ่ายวีดิโอแบล็กเมล์ แต่กลับไม่โดนโทษอะไรเลย แบบนี้เค้าเรียกว่า 2 มาตรฐาน ความผิดคนอื่นหนักเหมือนขุนเขา แต่ความผิดตัวเองเบาเหมือนขนนกรึเปล่าคะ”

เจอพิมมาลาย้อนเข้าเต็มๆ สองพี่น้องถึงกับอึ้งพูดอะไรไม่ออก...ต่อมาเมื่อน้ำนวลทราบเรื่องนี้จากปากพิมมาลา เธอรู้สึกทึ่งและนับถือในความกล้าของพิมมาลา เพราะตั้งแต่โตมาเธอไม่เคยเห็นใครกล้าย้อนใส่หน้าลุงกับน้าของเธอแบบนี้มาก่อน

“พี่เก็บกดหลายเรื่องน่ะค่ะ ทั้งเรื่องเก่าเรื่องใหม่ เคยคิดกันบ้างมั้ยเนี่ย ว่าถ้าพี่หนีไม่ทันป่านนี้คงยับเยินไปแล้ว ดูแค่ว่าพี่ไม่เป็นอะไรก็เลยให้เงินให้ตำแหน่งเป็นค่าทำขวัญ แล้วก็ปล่อยให้ไอ้คนทำผิดมันลอยนวลสบายใจเฉิบ”

“น้ำขอโทษด้วยนะคะพี่พิม เป็นเพราะน้ำไม่เอาไหนเอง ช่วยเหลืออะไรพี่พิมไม่ได้เลย ทั้งๆที่ต้นเหตุมันมาจากน้ำแท้ๆ”

“มันไม่ใช่ความผิดของคุณน้ำหรอกค่ะ”

ขณะนั้นเอง นันท์เดินกร่างเข้ามาหาทั้งคู่ “เป็นไงบ้างล่ะ น้องพิมคนสวยของพี่ รู้ผลการลงโทษพี่แล้วใช่ไหมจ๊ะ...ฉันบอกเธอแล้วว่าน้ำหน้าอย่างเธอไม่มีทางทำอะไรฉันได้หรอก”

พิมมาลาไม่ต่อปากต่อคำ แต่จ้องนันท์เขม็งอย่างเอาเรื่อง ขณะที่น้ำนวลรู้สึกละอายใจกับพี่ชายตัวเองจนทนฟังไม่ไหวจะจูงมือพิมมาลาเดินเลี่ยงไป นันท์ไม่พอใจข่มขู่น้ำนวลอีกคน

“แกเองก็ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ อย่านึกว่าไอ้แวนจะคุ้มหัวแกได้ตลอด ถึงที่สุดลุงสิทธิ์กับน้างามก็ต้องเข้าข้างฉันอยู่ดี เพราะฉันเป็นหลานชายไงล่ะ หลานผู้หญิงอย่างแกไม่มีวันได้ดีเกินหน้าหลานที่เป็นผู้ชายอย่างฉันไปได้หรอก”

“เมื่อก่อนฉันก็เคยคิดเหมือนคุณล่ะค่ะ แต่หลังจากที่ฉันเจออะไรหลายๆอย่างฉันถึงได้รู้ว่าจะเพศไหนมันไม่สำคัญหรอก มันอยู่ที่ว่าใครจะใช้สมองทำประโยชน์ได้มากกว่ากันต่างหาก แต่ก็ประมาทไม่ได้นะคะ ผู้หญิงก็ซัดผู้ชายล้มคว่ำได้เหมือนกัน เหมือนที่คุณเคยโดนฉันคว่ำมาแล้วไงคะ ตัวงอหน้าเขียวไปเลย”

ยอกย้อนเย้ยหยันเสร็จ พิมมาลาก็เชิดใส่ก่อนเดินไปกับน้ำนวล ปล่อยให้นันท์มองตามตาขวางด้วยความเจ็บใจ ฝ่ายนายแวนพอรู้เรื่องก็โมโหนันท์อีกเหมือนเคย แล้วก็คิดแก้ปัญหาด้วยการขอให้น้ำนวลหมั้นกับตนเสีย เพราะถ้าน้ำนวลอยู่ในฐานะคู่หมั้นของตน นันท์คงไม่กล้าทำอะไรเธอ แล้วลุงสิทธิ์กับน้างามก็คงปกป้องนันท์ไม่ได้ด้วย เพราะทั้งสองคนคงไม่อยากให้เซนซูยามีปัญหากับป๋าของตน

พิมมาลานั่งฟังอยู่ด้วย ร้อนใจไม่อยากให้หมั้น บอกทั้งคู่ว่าเราน่าจะหาวิธีอื่นดีกว่า หมั้นกันเพราะสาเหตุแบบนี้มันดูแปลกๆยังไงไม่รู้

“ไม่แปลกหรอกพี่ ผมกับน้ำเป็นแฟนกัน พ่อแม่ผมเค้าอยากให้แต่งวันนี้พรุ่งนี้ด้วยซ้ำไป...น้ำล่ะ คิดว่าไง”

“ถ้ามันจำเป็นก็คงต้องทำอย่างที่แวนว่าล่ะจ้ะ”

แวนดี๊ด๊าดีใจที่น้ำนวลตกปากรับคำจะหมั้น แต่พิมมาลาแอบหน้าบึ้งตึงโมโหหึง ครั้นแยกตัวกลับที่พักก็ยังครุ่นคิดกังวลแต่เรื่องนี้จนใจลอยหยิบเสื้อผ้าผู้หญิงมาใส่ทั้งที่อยู่ในร่างเพรียวแล้ว เลยโดนรัมภายิ้มเยาะ

“พอหนูน้ำเค้ารับปากแวนว่าจะหมั้นเข้าหน่อย ถึงกับใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยเหรอจ๊ะ”

“อย่าพูดมากน่ารัมภา เพราะคุณนั่นแหละทำผมสับสนไปหมด เดี๋ยวเป็นผู้ชายเดี๋ยวเป็นผู้หญิง ประสาทจะกินอยู่แล้ว”

“สับสนตอนนี้ก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ถ้าถึงงานหมั้นหนูน้ำต้องเลือกให้ดีนะจ๊ะว่าจะเป็นเพรียวหรือพิมมาลา”

“ดูคุณจะดีใจซะเหลือเกินนะ ที่ลูกสาวคุณจะมีทั้งคู่หมั้นแล้วก็ลูกชายคนโตไปพร้อมๆกัน”

“แหม คนเรามันก็ต้องมีข้อเสียกันบ้าง ทีข้อดีอย่างอื่นเค้ามีตั้งเยอะตั้งแยะทำไมนายไม่คิดบ้าง อย่างน้อยที่สุดแวนเค้าก็เป็นคนดี”

“เออๆ อวยกันเข้าไปเถอะ คุณมันก็เข้าข้างแต่เจ้าแวน ไม่เคยเข้าข้างผมอยู่แล้วนี่”

“เด็กทำก็ดูน่ารักดีหรอกนะ แต่อายุปูนนี้มาทำงอน มันดูทุเรศ...ไปไป๊ ฉันอุตส่าห์ให้นายได้เป็นผู้ชายเป็นกรณีพิเศษทั้งที รีบไปจัดการเรื่องอินให้เรียบร้อยได้แล้ว”

“ผมไปแน่ แล้วถ้าผมได้กลับมาเป็นผู้ชายเต็มรูปแบบเหมือนเดิมเมื่อไหร่ ผมจะพิสูจน์ให้คุณกับคุณน้ำเห็นเองว่าพวกคุณคิดผิดที่เห็นเจ้าแวนมันดีกว่าผม”

“ฉันจะคอยดูย่ะ”

เพรียวเดินหัวเสียออกจากห้อง รัมภายิ้มพอใจที่เพรียวพัฒนาไปทางที่ดีขึ้น แต่พอเพรียวไปหาอินทุพรถึงห้องพักในคอนโดฯ นำช่อดอกไม้ไปขอโทษ กลับโดนเธอด่าไม่เลี้ยง แถมยังเอาปืนออกมาขู่จะยิง จนเพรียววิ่งหนีหัวซุกหัวซุนโดยไม่รู้ว่าปืนนั่นมันก็แค่ปืนปลอม

เพรียววิ่งหนีตายลงมานั่งเหนื่อยหอบหน้าคอนโดฯ จู่ๆรัมภาก็ขับรถตุ๊กตุ๊กเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบแทบเหยียบเท้า

“พี่ชายขึ้นมาเลย เดี๋ยวซิ่งพาหนีลูกปืนเอง”

“ผมเอารถมาเอง คุณไม่ต้องยุ่งหรอกน่ะ”

“แซวเล่นแค่นี้ก็ต้องโกรธด้วย ไม่เอาน่า ยอมรับความจริงหน่อยสิว่าอินเค้าเกลียดนายเกินกว่าที่จะยอม

ยกโทษให้ นอกเสียจากว่านายจะยอมคุกเข่าขอโทษแล้วก็กลับไปเป็นแฟนกับเค้าเหมือนเดิม หรือไม่ก็ยอมให้เค้ายิงทิ้ง เลือกเอาซักอย่างก็แล้วกัน”

“ไม่เลือกทั้งสองอย่างนั่นแหละ ปืนแค่กระบอกเดียวหยุดผมไม่ได้หรอก คุณเตรียมถอนคำสาปให้ผมได้เลย” พูดจบก็เดินฉับๆหัวเสียไปทางลานจอดรถ รัมภามองตามแล้วยิ้มขำๆ อยากรู้ว่าเพรียวจะแก้เกมได้ยังไง

ooooooo

เช้าวันใหม่เห็นน้าสาวสีหน้าไม่สดชื่นเหมือนมีเรื่องไม่สบายใจ พอน้ำนวลเลียบเคียงถามคุณน้าเป็นอะไร ก็ได้คำตอบที่น่าตกใจว่า

“น้านึกถึงคำพูดของหนูพิมมาลาก็เลยไม่ค่อยสบายใจ เพราะเค้าพูดเรื่องจริงทั้งนั้น กับคนอื่นน้าเข้มงวด ทุกอย่างต้องตามกฎ ถูกเป็นถูกผิดเป็นผิด แต่พอกับเรื่องของหลานตัวเอง น้ากลับอ่อนปวกเปียก...เฮ้อ...สมควรแล้วล่ะที่เค้าจะว่าเอาได้ บางทีมันอาจจะถึงเวลาแล้วจริงๆ คุณทวิชาเคยบอกน้าว่ายิ่งมีเงินทองมากเท่าไหร่ก็ยิ่งห่างไกลจากความสุขที่แท้จริงมากขึ้นเท่านั้น คนเราถ้าอยากค้นพบความสุขที่

แท้จริง ก็ต้องสละเปลือกนอกพวกนี้ทิ้งไป น้าก็เลยตั้งใจว่าจะวางมือจากเซนซูยา แล้วก็ไปใฝ่หาความสงบทางใจอย่างเต็มตัวซะที”

น้ำนวลไม่สบายใจเอามากๆ ไปปรึกษาแวนกับพิมมาลาอีกตามเคย พิมมาลาบอกว่าต้นเหตุทั้งหมดมาจากทวิชา

ถ้าจะแก้ก็ต้องแก้ที่นายคนนี้ เราต้องหาหลักฐานมายืนยันความจอมปลอมของเขาให้ได้ เอาชนิดมัดให้แน่นจนดิ้นไม่หลุดเลย...

บ่ายวันต่อมา น้ำนวล แวน พิมมาลา ออกเดินทางพร้อมฟ้างามไปยังสำนักปฏิบัติธรรมของอาจารย์ทวิชา ทั้งสามคนอ้างว่าอยากถือศีล แต่ความจริงพวกเขาต้องการค้นหาหลักฐานเพื่อแฉอาจารย์จอมปลอมคนนี้ต่างหาก

ใกล้ค่ำ พิมมาลาแอบหารือนางฟ้ารัมภาก่อนจะพาแวนไปด้อมๆมองๆรอจังหวะเพื่อขึ้นบนเรือนทวิชา แต่แวนใจร้อนเมื่อเห็นกับตาว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งขึ้นไปบนเรือนทวิชา ด้วยคิดจะจับให้ได้คาหนังคาเขาแวนจึงรีบตามขึ้นไป แต่ต้องหน้าแตกเป็นเสี่ยง เพราะฟ้างามก็อยู่บนเรือนนั้นด้วย

ฟ้างามโมโหมาก ตำหนิแวนกับพิมมาลาเป็นการใหญ่ แถมยังปกป้องอาจารย์ทวิชาว่าไม่มีทางทำเรื่องบัดสีอย่างที่สองคนนี้คิดอย่างแน่นอน แล้วผู้หญิงที่มาก็คือลูกสาวของเพื่อนน้า เค้ามีปัญหากับแฟน น้าก็เลยแนะนำให้มาสนทนาธรรมกับอาจารย์ จิตใจจะได้สบายขึ้น
“เอาเถอะครับคุณฟ้างาม คนเราก็มีลังเลสงสัยกันได้ทั้งนั้น ให้พวกเค้าเจอกับตาตัวเองแบบนี้น่ะดีแล้ว จะได้สิ้นสงสัยในตัวผมซะที”

“ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะที่ไม่ถือโทษ  เอ้า

ยังไม่รีบขอโทษอาจารย์ทวิชาท่านอีก”

ทั้งสามคนจำใจไหว้ขอโทษ...ทวิชารับไหว้ สายตาจับจ้องไปที่พิมมาลาคนเดียว พิมมาลามองตาทวิชานิ่ง ยิ่งมองลึกเข้าไปในดวงตา ก็ยิ่งเห็นความปรารถนาอย่างรุนแรงจากดวงตาคู่นั้น...

เช้าวันรุ่งขึ้น พิมมาลาแอบลงมาคุยกับรัมภาที่อยู่ในชุดสาวชาวสวนพายเรือมาตามลำคลองเล็กๆ

“เพราะเจ้าแวนแท้ๆเลย ดันทะเล่อทะล่าเข้าไปได้ เสียแผนหมด”

“แหม แต่วิธีของแวนเค้าก็เข้าท่านะ ถ้าไม่พลาดเพราะไม่สืบให้ดีซะก่อนล่ะก็ ป่านนี้ก็จับได้ยกเข่งไปแล้ว”

“พอว่าที่ลูกเขยทำพลาดเข้าหน่อย รีบปกป้องเลยนะ ลองเป็นผมล่ะก็มีหวังโดนด่าเปิงไปแล้ว”

“จะมองฉันในแง่ร้ายอย่างงั้นก็ตามใจ แต่นายก็ยอมรับใช่มั้ยล่ะ ว่าการเอาผู้หญิงมาล่อนายทวิชามันง่ายกว่าการลอบเข้าไปหาหลักฐานในเรือนพักตั้งเยอะ”

“ก็จริง แต่ผมจะไปหาผู้หญิงที่ไหนมาเสี่ยงด้วยล่ะ แล้วถึงหามาได้ก็ไม่รู้จะตรงสเปกนายทวิชารึเปล่า”

รัมภามองพิมมาลาหัวจดเท้าแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ พิมมาลาเอะใจขนลุกเกรียว

“อย่ามามองผมอย่างนี้นะ ผมใจคอไม่ดี”

“ฉันแค่ลองนึกเล่นๆดูว่าจะใช้ประโยชน์จากตอนที่นายเป็นผู้หญิงได้ยังไงบ้างก็เท่านั้นเอง”

“จะใช้ประโยชน์อะไรจากผมอีก ตั้งแต่ผมกลายเป็นผู้หญิงมีแต่โดนกลั่นแกล้ง โดนแต๊ะอั๋งหาเศษหาเลย โดนเอาเปรียบตลอด ล่าสุดเกือบจะโดนข่มขืนด้วยซ้ำ ไม่สงสารผมมั่งรึไง”

“ถามตัวเองดีกว่าย่ะ ว่าสงสารเห็นใจผู้หญิงขึ้นมั่งมั้ย”

“จับใจเลยล่ะ”

“แต่ผู้หญิงก็ไม่ได้มีแต่เสียเปรียบอย่างเดียวซะหน่อย ไม่เห็นเหรอว่าในประวัติศาสตร์ผู้หญิงทำผู้ชายพินาศมา

เท่าไหร่แล้ว อย่าง The face that launched a thousand ships”

“อะไร ฟังไม่ออก สำเนียงชาติไหน”

“ฉันพอใจจะพูดของฉันยังงี้ จะทำไมไอ้เพรียว เฮเลนแห่งทรอยไงไอ้เซ่อ”

“เรื่องพวกนี้ผมไม่เคยอ่านหรอก อย่าเสียเวลามาอ้างเลย...ถ้าคุณคิดอะไรออกก็พูดมาตรงๆเลยดีกว่า”

“พวกไร้รสนิยม...จริงๆนายก็รู้อยู่แล้วนี่ อย่าบอกนะว่าตีความหมายสายตานายทวิชาที่จ้องนายไม่ออก สายตาหื่นไม่แพ้กับนายหรอกย่ะ”

“นี่คุณจะให้ผมเอาตัวเองไปเป็นเหยื่อล่อไอ้หื่นกามนั่นน่ะเหรอ เป็นตายยังไงผมก็ไม่เอาหรอก ทุเรศตัวเอง”

“ก็แล้วแต่นาย สติปัญญานางฟ้าอย่างฉันก็คิดได้แค่นี้แหละ...เดี๋ยวจับปลามาให้กินนะ เผื่อจะฉลาดขึ้น”

พิมมาลาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเจ็บใจ แต่พอนึกถึงต้องยั่วทวิชา ก็สะอิดสะเอียนขนลุกขนพองขึ้นมาทันที

ooooooo

เต็มตาอดีตแฟนอีกคนของเพรียวที่เปลี่ยนใจโผไปซบศรสิทธิ์ชายรุ่นราวคราวพ่อเพราะต้องการความมั่นคงในชีวิต เมื่อเต็มตาทราบว่าทางเซนซูยาเลื่อนตำแหน่งและเงินเดือนให้พนักงานใหม่ เธอจึงคิดจะเรียกร้องเงินทองจากศรสิทธิ์บ้าง ก่อนที่เขาจะเบื่อแล้วไม่ไยดีเธอไปเสียก่อน

แต่วิธีการของเต็มตานั้นมีชั้นเชิงมากกว่าจะขอเอาดื้อๆ เธอบอกเขาว่าอยากลงทุนทำธุรกิจเครื่องสำอางเกาหลีที่ผู้คนกำลังให้ความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งศรสิทธิ์ก็ยินดีไม่มีปัญหาแถมยังชื่นชมความคิดความอ่านของเธอ ไม่เหมือนเมียของเขา ไม่คิดอะไร นอกจากจะกินนอกกินในแต่กับเซนซูยา...

กลับจากสำนักปฏิบัติธรรมของทวิชาในบ่ายวันนี้เพรียวยังอยู่ในร่างพิมมาลา แต่เผอิญมีโทรศัพท์จากเพื่อนเข้ามา เขาเลยต้องให้รัมภาช่วยรับสายแทน รัมภาเลียนเสียงเป็นเพรียวพูดคุยอยู่ครู่หนึ่งก็วางสาย

“มีอะไรเหรอคุณ”

“เพื่อนนายโทร.มาถามว่าเคลียร์กับอินรึยัง ฉันก็บอกว่ายัง เค้าก็เลยบอกว่าอินจะไปเรียนต่อปริญญาเอกที่อังกฤษแล้ว ถ้านายไม่รีบไปปรับความเข้าใจก็คงจะไม่ได้เจออินอีกแล้วนะ”

“งั้นผมก็อดกลับมาเป็นผู้ชายน่ะสิ”

“คงงั้นมั้ง อินเค้าจะไปวันมะรืนนี้แล้ว ถ้านายทำเงื่อนไขนี้ไม่สำเร็จ ก็คงจะเป็นผู้ชายได้เฉพาะเสาร์อาทิตย์แค่นั้นแหละ...ฉันแถมวันหยุดนักขัตฤกษ์ให้อีกก็ได้”

พิมมาลาร้อนใจสีหน้าไม่สู้ดี เป็นตายยังไงก็ไม่ยอมอยู่ในสภาพนี้ไปทั้งชีวิตแน่ ตกเย็นจึงไปโผล่หน้าคอนโดฯที่อินทุพรอยู่อาศัย พิมมาลาแกล้งทำเหมือนโดนรถกระบะที่จ้างมาเฉี่ยวชนเพื่อเรียกร้องความสนใจจากอินทุพร แล้วก็มีโอกาสได้พูดคุยกันตามลำพัง

พิมมาลาบีบน้ำตาต่อหน้าอินทุพร เล่าว่าเธอเป็นแฟนคนปัจจุบันของเพรียว

“นี่คุณคงเจอฤทธิ์ไอ้กะล่อนนั่นเข้าให้ล่ะสิ ถึงได้คิดอยากฆ่าตัวตาย”

“ไม่ใช่นะคะ เพรียวเค้าไม่ใช่คนกะล่อน แล้วเค้าก็ไม่ได้หลอกลวงฉันด้วย แต่ที่ฉันกลุ้มก็เพราะคุณต่างหาก”

“ฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย”

“เกี่ยวสิคะ เพราะว่าเพรียวลืมคุณไม่ได้ซักที เค้าอยู่กับฉันแท้ๆ แต่ก็เอาแต่คิดถึงคุณตลอดเวลา ถึงขั้นสารภาพกับฉันว่าที่เค้าเลือกฉันก็เพราะฉันทำให้นึกถึงคุณ เค้าเอาฉันเป็นตัวแทนของคุณ ใครที่ไหนจะทนได้ล่ะคะ”

“มิน่าล่ะ เพรียวถึงได้พยายามจะเจอฉันให้ได้ เค้าคงอยากมาขอคืนดีกับฉัน”

“นั่นแหละที่ฉันเสียใจ เค้าบอกว่ารักฉัน แต่ไม่ยอมลืมคุณซะที ทั้งๆที่คุณโกรธแค้นเค้ายังกะอะไรดี ฉันถึงได้อยากรู้นักว่าคุณมีดีอะไร เพรียวถึงตัดใจจากคุณไม่ได้”

“ฉันก็ยอมรับล่ะนะว่าฉันดีกว่าผู้หญิงทุกคนที่เพรียวเคยคบมาแน่ๆ มันก็ไม่แปลกหรอก ถ้าเค้ายังคิดถึงฉันอยู่”

พิมมาลาหมั่นไส้กับความหลงตัวเองของอินทุพรเหลือเกิน แต่เวลานี้แสดงออกอะไรไม่ได้ นอกจากเดินตามแผนต่อไปเพียงอย่างเดียว

“แต่ถึงเค้าจะคิดถึงคุณยังไง ฉันก็ไม่มีวันยอมให้เค้ากลับไปหาคุณหรอก ฉันกับเค้าเป็นคนคนเดียวกันแล้ว เค้าต้องรับผิดชอบฉัน”

“ฉันเข้าใจแล้ว เธอถึงกลุ้มใจถึงขั้นจะทำร้ายตัวเอง แต่เธอไม่ต้องห่วงหรอกนะ ฉันไม่คิดที่จะทำให้ครอบครัวใครต้องมีปัญหา หรือทำร้ายเด็กที่กำลังจะลืมตาดูโลกหรอก ฉันกับเค้าเป็นได้แค่เพื่อนกันเท่านั้น ไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิมได้อีกแล้ว”

“งั้นก็แปลว่าคุณไม่โกรธไม่เกลียดเพรียวเค้าแล้วใช่ไหมคะ”

“ไม่แล้วล่ะ ในเมื่อเค้ายังรู้สึกดีๆกับฉันอยู่ ฉันก็แฟร์พอที่จะไม่ถือสาเรื่องที่ผ่านมาอีกแล้ว”

พิมมาลายิ้มแป้นดีใจสุดๆ แทบจะกระโดดโลดเต้นร้องไชโย...แต่พอกลับมาทวงสัญญาจากรัมภา กลับโดนรัมภาโวยวายซะลั่นห้องพัก

“โกหกหน้าด้านๆ ผิดศีลข้อสี่เต็มประตู ยังมีหน้ามาทวงสัญญาอีกเหรอ”

“ผิดศีลตรงไหนไม่ทราบ ผมบอกว่ายังไม่ลืมอิน ก็ไม่ลืมจริงๆนี่ ผมจำเค้าได้ตลอด อินอยู่ในใจผมเสมอ”

“ไอ้ปลาไหลเผือก ถ้าไม่ลดเลี้ยวเคี้ยวคดจะทำงานสำเร็จไม่ได้เลยรึไง”

“แล้วไอ้ที่ตรงไปตรงมาของคุณก็คือรอให้อินเค้าไปปฏิบัติธรรมจนอโหสิให้ผมเองใช่มั้ยล่ะ ถ้าอย่างงั้นผมคงต้องรอเป็นผู้ชายชาติหน้าแล้วล่ะ นี่คุณนางฟ้า ผมก็มีวิธีของผม จะให้ทำถูกใจคุณทุกขั้นตอนไม่ได้หรอกนะ”

“วิธีของนายก็คือการไปหลอกอินว่านายยังรักเค้าอยู่”

“ก็อินเค้าเชื่อมั่นในตัวเองสุดโต่งขนาดนั้น ถ้าไม่พูดแบบนี้ เค้าคงอภัยให้ผมหรอก ผู้หญิงน่ะลองรู้ว่าผู้ชายยังไม่ลืม ยังรักตัวเองอยู่ แถมรักมากกว่าแฟนใหม่ซะด้วย ร้อยทั้งร้อยหายงอนเป็นปลิดทิ้ง...เอาน่ะ แพ้ก็ยอมรับว่าแพ้เถอะน่ารัมภา ว่าไง จะให้ผมเป็นผู้ชายได้รึยังล่ะ”

“เออๆ พร้อมเมื่อไหร่ก็กลับไปที่สวนขวัญกับฉันก็แล้วกัน ฉันจะแก้คำสาปให้”

“เย้!!” พิมมาลาดีใจสุดขีด เต้นแร้งเต้นกาเข้าไปจับมือรัมภามาเต้นด้วยกัน

ooooooo

คืนเดียวกันนี้ ฟ้างามตัดสินใจบอกกล่าวหลานสาวว่าเธอขอวางมือจากเซนซูยา น้ำนวลตกใจมาก พยายามขอร้องไม่ให้คุณน้าทิ้งไปตอนนี้ ไม่งั้นเซนซูยาต้องล้มแน่ๆ

“ล้มอะไรกันจ๊ะ หนูน้ำก็ยังอยู่ทั้งคน พนักงานเก่งๆในบริษัทก็ยังมีอีกเยอะแยะ บริษัทเรามีรากฐานมั่นคง ไม่มีทางล้มง่ายๆหรอกจ้ะ น้ำอย่าเพิ่งกังวลไปเลยนะ”

“แต่เรากำลังมีปัญหานะคะ ไหนจะป้ามานิดา ไหนจะพี่นันท์ ถ้าขาดน้างามไปซักคน แล้วใครจะเป็นหลักให้น้ำล่ะคะ”

“ยัยมานิดาน่ะไม่เท่าไหร่หรอกจ้ะ ถ้าหนูน้ำเอาจริงก็หงอไปเองแหละ ส่วนนันท์เค้ายังหนุ่ม ใจร้อนไปบ้างก็เรื่องธรรมดา เดี๋ยวอายุมากขึ้นก็ดีเองล่ะจ้ะ”

“แต่น้างามคะ...”

“ให้น้าวางมือเถอะนะน้ำ น้าค้นพบทางสงบแล้วจริงๆ ถ้าน้ายังทำงานอยู่ ก็คงไม่มีวันที่จะได้ปฏิบัติธรรมอย่างจริงๆจังๆซะที หนูน้ำเข้าใจน้านะลูก ปล่อยน้าไปเถอะนะ”
น้ำนวลหน้าเครียด ถ้าฟ้างามไปจริงๆต้องแย่แน่ แต่ถ้าไม่ยอมก็เหมือนเห็นแก่ตัว จึงอึดอัดนิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป
23 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 15:20 น.