ตอนที่ 6
ฟ้างามกลับมาสะสางงานแค่วันเดียวก็จับทุจริตหลานชายได้อีก เธอให้เลขาฯตามตัวนันท์มาพบที่ห้องทำงาน โดยไม่รู้ว่าขณะนั้นน้ำนวลกำลังต่อว่านันท์ด้วยเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน
“พี่นันท์ทำอย่างงี้ได้ยังไง อย่างงี้มันเข้าข่ายฉ้อโกงบริษัทนะ”
“เงินไม่เท่าไหร่ แกอย่าโวยวายนักเลยน่า เราเป็นเจ้าของบริษัท เงินพวกนี้ก็เงินของเราทั้งนั้น ฉันไม่เห็นจะเสียหายตรงไหนเลย”
“โอเคค่ะ คุณตาเป็นคนก่อตั้งเซนซูยาขึ้นมา แล้วตระกูลเราก็เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่มันก็ยังมีผู้ถือหุ้นรายอื่นอยู่อีก แล้วถ้าพวกเค้ารู้ขึ้นมาว่าพี่นันท์ทำแบบนี้ เราจะมองหน้าใครได้”
“ก็ไม่ต้องมองสิวะ ไม่พอใจก็ขายหุ้นไปเลย ไม่ง้อหรอกโว้ย แกจะวุ่นวายมากเกินไปแล้วนะน้ำ ขัดแข้งขัดขาฉันซะทุกเรื่อง ทำไม่รู้ไม่เห็นบ้างไม่ได้รึไง ถามจริงๆเหอะ แกยัง คิดว่าฉันเป็นพี่อยู่รึเปล่า”
“พี่นันท์ มันคนละเรื่องกันเลยนะ”
เสียงโทรศัพท์ภายในบนโต๊ะนันท์ดังขึ้นขัดจังหวะ นันท์กดสปีกเกอร์รับสาย ตะคอกไปว่ามีอะไร พอได้ยินทางนั้นบอกมาว่าคุณฟ้างามเชิญพบที่ห้อง นันท์ถึงกับชะงักหน้าถอดสี แต่ยังไม่วายชี้หน้าน้ำนวลก่อนเดินออกจากห้อง
แล้วนันท์ก็ไปโวยวายด้วยความไม่พอใจในห้องทำงานฟ้างาม
“น้างามจะทำกับผมอย่างงี้ไม่ได้นะ ถูกย้ายไปนั่งตบยุงแบบนี้ ผมก็เสียหน้าแย่สิครับ”
“เสียหน้าก็ยังดีกว่าถูกจับติดคุกก็แล้วกัน ถ้าเป็นคนอื่นมาฉ้อโกงบริษัทแบบนี้ น้าเรียกตำรวจมาลากคอไปนานแล้ว”
“เงินแค่นี้มันจะอะไรนักหนา โดนไอ้น้ำมันเป่าหูมาล่ะสิ ถึงมาทำกับผมอย่างนี้ น้างามมัวแต่งมงายกับลัทธิบ้าๆบอๆจนจะเพี้ยนไปแล้วรู้ตัวมั้ยครับ”
ฟ้างามโมโหมากตบโต๊ะปัง! “แกอย่ามาก้าวร้าวกับน้านะ ไม่งั้นน้าจะไล่แกไปให้พ้นบริษัท ไม่ให้เหลือซักตำแหน่งเลย”
นันท์ขบกรามแน่นด้วยความแค้น แต่พอเห็นฟ้างามเอาจริงก็ไม่กล้า
“ยัยน้ำไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย แกไม่ต้องไปพาลคนอื่นเลยนะ น้าไม่คิดเลยจริงๆ ว่าหลานชายคนเดียวของน้าจะเป็นคนขี้โกงแบบนี้ไปได้”
“เออ ผมมันเลว ใครมันจะไปดีวิเศษเหมือนหลานรักของน้าล่ะ จำไว้เลยนะครับ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมกับน้ำนวลไม่ใช่พี่น้องกัน” ว่าแล้วนันท์ก็ผลุนผลันออกจากห้องพร้อมกับกระแทกประตูเสียงดังลั่น
ฟ้างามส่ายหน้าด้วยความหนักใจสุดๆ ไม่คิดว่าหลานชายที่ตนหวังพึ่งจะมีนิสัยแบบนี้ไปได้
ooooooo
กลางวันวันนี้เอง ทศกรเดินยืดออกมาจากห้องทำงานด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่องที่ได้เลื่อนขั้นสายฟ้าแลบไปแทนที่นันท์ ดลกับนางก็รู้งานเหลือเกินพากันประจบยกยอปอปั้นทศกรสุดฤทธิ์ ทำให้ทศกรยิ่งลำพองและภาคภูมิใจถึงกับหัวเราะร่วน
“แล้วคุณพิมล่ะครับ ตำแหน่งรองผู้จัดการฝ่ายผมยังว่างพอๆกับหัวใจผมเลยนะครับ สนใจจะรับไว้ทั้งสองตำแหน่งเลยรึเปล่าครับ”
ดลทำเป็นลูกคู่กิ๊วก๊าว ขณะที่นางเบะปากใส่พิมมาลาอย่างหมั่นไส้
“พิมว่าพี่ทศไปถามดารณีดีกว่ามั้งคะ เผื่อพี่ทศจะได้ตำแหน่งแม่ของลูกเบิ้ลไปด้วย”
ทศกรสะอึกเหมือนมีอะไรติดคอขึ้นมาทันที เดินเลี่ยงไปหน้าเจื่อนๆ ส่วนนางทิ้งค้อนใส่พิมมาลาก่อนเดินเชิดไปอีกคน จึงเหลือพิมมาลากับดลตามลำพัง พิมมาลาอมยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างมีแผนการ แล้วก็ดึงคอเสื้อดลทันทีที่เขาจะเดินหนี
“จะรีบไปไหน คุยกันเดี๋ยวสิดล”
“ฉันไม่มีเรื่องคุยกับเธอ”
“แต่ฉันมี” พิมมาลาขึงขังกระชากคอเสื้อดลอย่างแรง...
เย็นนั้นพิมมาลากับดลไปโผล่ที่หน้าคอนโดฯข่ายแก้ว ดลแม้จะชอบข่ายแก้วแต่ก็ไม่ค่อยกล้าจะจีบเธอตรงๆ พอโดนพิมมาลาบังคับก็ยิ่งลน ขาดความมั่นใจในตัวเอง
“นี่นายดล ผู้ชายรึเปล่า แมนๆหน่อย”
“เร็วไปมั้ย”
“แล้วจะช้ารอให้เตี่ยแก่รึไง เอางี้นะ นายชอบข่ายแก้วไม่ใช่เหรอ ไม่งั้นคงไม่โชว์แมนลาออกตามเค้าหรอก”
“ก็ใช่”
“ให้ชัดเจน เข้มแข็งหน่อยสิ”
“ชอบหรือไม่ชอบมันก็เรื่องของฉัน แล้วเธอนึกยังไงถึงอยากมาช่วยฉัน”
“คุณน้ำอยากให้คุณข่ายทำงานอยู่กับเรา ความรักเท่านั้นที่จะรั้งคุณข่ายเอาไว้ได้ นายต้องทำเพื่อบริษัท เข้าใจมั้ย รึว่าต้องการออกจริงๆ ฉันจะได้ช่วยพูดกับคุณน้ำให้ว่าไม่ต้องแก้ตัวแทนแกแล้ว”
“ไม่ต้องๆ ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะลาออกจริงๆหรอก”
พิมมาลายิ้มพอใจ จับไหล่ดลหันไปทางหน้าคอนโดฯ “งั้นก็รีบเข้าไปเร็วๆเลย”
“ถามจริงเหอะ เธอเป็นทอมจริงๆเหรอ เสียดายของ”
พิมมาลาสีหน้าเจ็บใจปนหมั่นไส้ ถีบก้นดลจนถลาไปข้างหน้า ดลทั้งเจ็บทั้งเคืองแต่ก็เดินหน้าไปดักรอข่ายแก้วตรงล็อบบี้ ไม่นานนักเห็นข่ายแก้วออกมาจากลิฟต์ ดลจึงเดินไปทักทายโดยถือช่อดอกไม้ซ่อนไว้ด้านหลัง
“มีธุระอะไรเหรอดล”
“เปล่าครับ คือพิมมาลาเค้าบังคับ...เอ๊ย...เค้าบอกว่าผมควรจะมาหาคุณข่ายน่ะครับ”
“หาฉันทำไมเหรอจ๊ะ”
ดลอึกๆอักๆไม่รู้จะพูดยังไงดี พิมมาลาตามเข้ามาแอบดูอยู่หลังโซฟา หงุดหงิดที่ดลไม่ได้อย่างใจจึงหยิบหินกรวดประดับกระถางต้นไม้ปาใส่หัวดล
“โอ๊ย” ดลร้องพร้อมกับหันซ้ายหันขวาหาตัวการ ข่ายแก้วค่อนข้างงงกับอาการของดล ถามเขาว่าเป็นอะไร ดลยิ้มแหยๆ ก่อนรวบรวมความกล้ายื่นช่อดอกไม้มาให้เธอ
“คุณข่ายครับ พิมมาลาเค้าบอกว่าถ้าผมเป็นลูกผู้ชายพอ มีอะไรก็ควรจะพูดตรงๆ ผมก็เลยอยากจะบอกว่า...ผมชอบคุณข่ายครับ”
พิมมาลายิ้มดีใจ ชูกำปั้นอยู่หลังโซฟา แต่ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อรัมภายื่นหน้ามามองข้างๆ
“ดีใจมากเหรอ ไอ้กะล่อน”
พิมมาลาตกใจรีบเอามืออุดปากรัมภา บุ้ยใบ้ให้เงียบๆ
“ผมชอบคุณข่ายตั้งแต่วันแรกที่เห็นแล้ว คุณอาจจะไม่ใช่คนสวยบาดตาอย่างยัยพิมจอดโหด แต่คุณโดนใจผมที่สุดแล้ว คุณข่ายเป็นคนมีเสน่ห์มากในสายตาของผม”
ข่ายแก้วอึ้ง ซึ้งใจกับคำสารภาพของดลเป็นอย่างมาก
“ผมไม่รู้ว่าคุณข่ายรู้สึกยังไงกับผม แต่ถ้าคุณไม่รังเกียจ ขอโอกาสผมพิสูจน์ตัวเองได้ไหมครับ”
“ขอบคุณมากนะดล นี่เป็นดอกไม้ช่อแรกที่ฉันรู้สึกว่ามันสวยจับใจจริงๆ หวังว่าฉันคงไม่ถูกผู้ชายหลอกใช้เป็นครั้งที่สองอีกนะ”
“รับรองครับ ผมไม่ใช่พี่เพรียว”
พิมมาลาตาเบิกโพลงถูกพาดพิง...รัมภาเจ็บใจแทนข่ายแก้วหันไปบิดหูพิมมาลาอย่างแรง
“เห็นมั้ยว่านายทำร้ายความรู้สึกผู้หญิงดีๆคนหนึ่งแค่ไหน สงสารเค้ามั้ยไอ้เจ้าชู้ ไอ้คนไม่มีหัวใจ”
พิมมาลาเจ็บแต่ไม่กล้าร้องเพราะกลัวข่ายแก้วจะรู้เห็น เก็บกลั้นความเจ็บมองไปที่ดลกับข่ายแก้วอีกครั้ง
“ไปทานข้าวกันดีมั้ยครับ” ดลเอ่ยปาก ข่ายแก้วท่าทีเขินๆก่อนตอบ
“ก็กำลังจะออกไปพอดี” ว่าแล้วเธอก็เดินนำออกไป ดลยิ้มหน้าบานรีบก้าวตามตีคู่ไป
ooooooo
เสร็จภารกิจแล้ว พิมมาลากลับเข้าเซนซูยาแล้วไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสภายในห้างนั่นเอง โดยมีรัมภาในชุดแอโรบิกสีสันบาดตาบริหารร่างกายอยู่ข้างกัน
“เรื่องกะล่อนนี่ไม่มีใครเกินนายจริงๆ เอาเหอะยังไงฉัน ก็พลาดไปแล้ว แต่นายก็น่าจะหาผู้ชายให้มันดีกว่านายดลหน่อย” บ่นเสร็จแปลกใจพิมมาลาทำไมเงียบนัก พอหันไปมอง ปรากฏว่าพิมมาลาไม่ได้สนใจที่ตนพูดเลยแม้แต่น้อย เอาแต่มองสาวๆ ในชุดแอโรบิกแนบเนื้อที่กำลังเดินก้นบิดไปมาอยู่บนเครื่อง พิมมาลามองสะโพกกลมกลึงของสาวๆตาหวานเชื่อม ไม่ทิ้งลายหนุ่มเจ้าชู้ รัมภาหมั่นไส้สุดๆ ดึงหูพิมมาลาอย่างแรงจนร้องจ๊าก
“ โอ๊ยๆๆ หูขาดแล้ว”
“หัดดูสารรูปตัวเองบ้างนะว่าอยู่ในร่างตัวผู้หรือตัวเมีย ผู้หญิงที่ไหนยะใช้สายตาลามกมองผู้หญิงด้วยกันแบบนี้ ทุเรศที่สุด”
“เคืองที่ไม่มองคุณแบบนั้นบ้างใช่มั้ยล่ะ”
“ลองมองสิ ฉันจะเสกให้นายตาเหล่ตลอดชีวิตเลย”
“กลัวแล้วจ้ะ”
รัมภาหมั่นไส้เดินหนีไปอีกมุม แต่พิมมาลาก็ยังตามมาตอแยอีก
“คุณก็อคติกับผมเกินไปแล้ว ผมไม่ได้ให้ข่ายเค้ากระโจนไปหาดลมันซะหน่อย ก็แค่ให้ลองคบๆดู เพื่อให้เกิดความมั่นใจเท่านั้นแหละ ถ้าไอ้ดลมันห่วยแตก ข่ายเค้าก็เลิกไปเอง แล้วก็เลิกแบบไม่อกหักด้วย เพราะเค้าไม่ได้หลงรักไอ้ดลมันมาตั้งแต่ต้น”
“ไอ้มะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก”
“ถึงขั้นงัดสำนวนรุ่นคุณย่ามาด่ากันเลยเหรอ”
รัมภาหยุดกึกเท้าสะเอวจ้องหน้า พิมมาลาเลยไม่กล้าวอแว กลัวจะโดนตัดสิทธิ์ที่รอคอย
“มาคุยธุรกิจของเราได้แล้ว ผมไถ่โทษที่ทำไว้กับข่ายแก้วตามที่สัญญากับคุณเรียบร้อยแล้ว เมื่อไหร่คุณจะคืนร่างให้ผมเป็นชายทั้งแท่งทุกเสาร์อาทิตย์ซะที”
“ฉันเคยไปรับปากนายตอนไหน”
“ไม่รู้ล่ะ เข้าฝันมั้ง”
“หน้าด้าน”
“เป็นเทพธิดาห้ามเบี้ยวนะคุณ ไม่งั้นผมฟ้องถึงพระอินทร์แน่”
“กลัวตายล่ะย่ะ ก็ได้ งั้นก็เริ่มตั้งแต่วีกเอนด์นี้เลย มีผลตั้งแต่หนึ่งวินาทีหลังสองยามคืนวันศุกร์ไปจนถึงสองยามคืนวันอาทิตย์ จะไปเมาที่ผับไหนคืนวันอาทิตย์ ก็จำเรื่องซินเดอเรลลาไว้ให้ดีๆก็แล้วกัน”
พิมมาลาดีใจมากกว่ากลัวคำขู่ ออกสเต็ปเต้นไปเต้นมาสนุกสนานจนผู้คนในฟิตเนสหันมองเป็นตาเดียว
“ดูมัน มีอายที่ไหน” รัมภาบ่นพึม แล้วจู่ๆก็โดนเขาขโมยหอมแก้มฟอดใหญ่ก่อนวิ่งหนีไป
ooooooo
ค่ำนั้น นันท์ดื่มเหล้าจนเมามายแล้วเข้ามาอาละวาดด่าทอน้ำนวลอย่างหยาบคาย
“แกมันอีตัวแสบ ปั่นหัวน้างามจนฉันกระเด็นไปแล้วนี่ ต่อไปคงวางแผนหาทางเฉดหัวฉันออกไปจากเซนซูยาให้ได้ล่ะสิ”
“ที่พี่นันท์ถูกย้ายไม่เกี่ยวกับน้ำเลยนะคะ น้างามจับทุจริตพี่ได้เองต่างหาก”
“มึงไม่ต้องมาแก้ตัว คิดว่ากูจะเชื่อมึงเหรอ มึงอย่าพลาดมั่งก็แล้วกัน”
“นี่พี่นันท์อาฆาตน้ำเพราะน้ำพยายามห้ามไม่ให้พี่นันท์โกงบริษัทของเราเองงั้นเหรอคะ เราเป็นพี่น้องกันแท้ๆนะพี่นันท์ ถ้าวิญญาณคุณแม่รับรู้ท่านจะเสียใจมากแค่ไหน”
“มึงไม่ต้องเอาแม่มาขู่กู” นันท์โมโหมากหยิบแฟ้มเอกสารใกล้มือขว้างใส่น้ำนวล “มึงคิดว่าอ้างถึงแม่แล้วกูจะใจอ่อนเหรอ”
น้ำนวลโดนสันแฟ้มกระแทกบริเวณแก้มทั้งเจ็บทั้งกลัวจะหนีก็หนีไม่ได้ ทันใดนั้นเอง พิมมาลาพุ่งเข้ามาจัดการนันท์ที่กำลังจะทำร้ายน้ำนวลซ้ำอีก นันท์โดนต่อยจนหน้าหงาย ตามด้วยเตะผ่าหมาก ทั้งเจ็บทั้งจุกจนลุกไม่ขึ้น
พิมมาลารีบพาน้ำนวลหลบออกจากห้องไปหาน้ำแข็งมาประคบแก้มให้เธออย่างเบามือ ระหว่างนี้เองน้ำนวล
ร้องไห้โฮโผเข้ากอดพิมมาลาแน่น
“เจ็บเหรอคะคุณน้ำ ขอโทษค่ะ”
“น้ำไม่ได้เจ็บหรอกค่ะพี่พิม แต่น้ำเสียใจ พี่นันท์ทำกับน้ำแบบนี้ได้ยังไง น้ำเป็นน้องสาวแท้ๆของเค้านะคะ”
“เราไม่มีสิทธิ์เลือกพี่น้องให้ตัวเองได้นะคุณน้ำ จะดีหรือเลวเราก็เลือกไม่ได้ แล้วแบบนี้คุณน้ำจะเสียใจกับสิ่งที่เรากำหนดไม่ได้ไปทำไมกัน”
“พี่พิมพูดถูกค่ะ พี่พิมคะ น้ำกลัวพี่นันท์จะย้อนกลับไปอาละวาดน้ำที่บ้านจังเลย น้างามก็ไม่อยู่ พี่พิมไปอยู่เป็นเพื่อนน้ำหน่อยได้ไหมคะ”
“ถึงคุณน้ำไม่ชวน พี่ก็ไม่ยอมให้คุณน้ำกลับไปอยู่คนเดียวอยู่แล้วล่ะ”
พอไปถึงบ้านนึกว่าจะได้นอนห้องเดียวกับน้ำนวล ปรากฏว่าพิมมาลาหรือนายเพรียวต้องผิดหวังอย่างแรง
“พี่พิมรอที่นี่ก่อนนะคะ เดี๋ยวน้ำไปบอกให้เด็กจัดห้องให้ก่อน”
“อ้าว ไม่ได้นอนห้องเดียวกันเหรอคะ พี่กลัวว่าดึกๆแล้วคุณนันท์จะกลับมา...นอนด้วยกันจะปลอดภัยกว่านะคะ”
“น้ำกลัวว่าพี่พิมจะนอนไม่หลับน่ะสิคะ แต่พี่พิมไม่ต้องห่วงนะคะ ห้องพี่พิมอยู่ติดกับห้องนี้เลย เกิดอะไรขึ้นน้ำร้องดังๆ พี่พิมก็น่าจะได้ยินค่ะ”
“ก็ได้ค่ะ” พิมมาลารับคำหน้าจ๋อยๆ พอน้ำนวลออกจากห้องไปแล้วก็เหลือบเห็นรูปวาดรัมภาบนผนัง “มองอะไร อย่ามามองผมด้วยสายตาอย่างงี้นะคุณรัมภา ที่ผมทำไปก็เพื่อจะช่วยลูกสาวคุณ คุณควรจะขอบใจผมมากกว่า”
ยิ่งเพ่งก็ยิ่งเหมือนรูปรัมภาจ้องตอบดุดัน
“แน่ะ ยังจะมองอีก นึกว่าผมกลัวคุณนักรึไง นางฟ้าอย่างคุณก็ดีแต่รังแกคนดีๆอย่างผมล่ะว้า...แน่จริงไปสาปไอ้นันท์ให้เป็นไส้เดือนกิ้งกือบ้างสิ”
พูดเสร็จก็เดินไปหยิบปากกาเมจิกบนโต๊ะมาเติมคิ้วเติมเขี้ยวยักษ์บนกรอบกระจกรูปรัมภาเป็นที่สนุกสนาน
“อย่างคุณมันต้องโดนสั่งสอนซะบ้างถึงจะรู้สึก”
ขณะนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่น้ำนวลจะเปิดเข้ามา พิมมาลาสะดุ้งรีบซ่อนปากกาแทบไม่ทัน
“พี่พิมคะ ห้องจัดเสร็จแล้วค่ะ”
“ค่ะ น้องน้ำนำทางไปเลยค่ะ” ตอบพร้อมกับพยายามเบี่ยงตัวบังสายตาน้ำนวลไม่ให้เห็นรูป จนเมื่อน้ำนวลเดินกลับไปแล้ว พิมมาลาก็รีบดึงทิชชู่มาลบสีเมจิกฝีมือตนก่อนจะเดินตามน้ำนวลไปที่ห้องนอนแขก
ในห้องมีรูปน้ำนวลกับแวนถ่ายคู่กันหวานแหวววางอยู่บนหัวเตียง พิมมาลาเดินเข้าไปหยิบมาดูด้วยความหมั่นไส้
“แหม คุณน้ำกับคุณแวนนี่รักกันจังเลยนะคะ ขนาดห้องนอนแขกยังมีรูปถ่ายวางไว้อีก”
“จริงๆห้องนี้ไม่ใช่ห้องนอนรับแขกหรอกค่ะพี่พิม เป็นห้องที่น้างามเตรียมไว้ให้น้ำตอนกลับจากอังกฤษ แต่น้ำอยากนอนห้องเก่ามากกว่า ห้องนี้ก็เลยมีของกระจุกกระจิกของน้ำเก็บไว้”
“รูปนี้คุณน้ำสวยมากเลยนะคะ”
“ขอบคุณค่ะ แต่คนที่สวยมากจริงๆคือพี่พิมตะหาก น้ำยังไม่เคยเห็นใครสวยเท่าพี่พิมเลยนะคะ นี่ถ้าน้ำสวยอย่างพี่พิม ชีวิตคงสนุกมีสีสันขึ้นกว่านี้อีกเยอะเลย”
“ถ้ารู้เบื้องหลัง...แล้วจะสนุกไม่ออก” พิมมาลาแอบบ่นเบาๆ น้ำนวลเดินไปเปิดลิ้นชักหัวเตียงหยิบอัลบั้มรูปมายื่นให้
“พี่พิมคงยังไม่เคยเห็นน้ำสมัยก่อนใช่ไหมคะ เมื่อก่อนน้ำหน้าตาแย่จะตายไป ลองดูสิคะ”
ได้ดูรูปเก่าๆ และได้ฟังความรู้สึกนึกคิดของน้ำนวล... พิมมาลาหรือนายเพรียวก็ยิ่งรู้สึกผิดมากมายต่อเธอ
“เห็นไหมคะ กว่าน้ำจะดีขึ้นได้อย่างทุกวันนี้มันยากแค่ไหน ลำบากเลือดตาแทบกระเด็นยังได้เท่านี้เอง”
“คุณน้ำเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี”
“น้ำไม่ได้เปลี่ยนแปลงได้เพราะตัวเองหรอกค่ะ แต่เพราะคนคนนึงมากกว่า ผู้หญิงไม่ว่าจะสวยหรือไม่สวย ก็อดฝันถึงพระเอกไม่ได้หรอกค่ะ เค้าเป็นคนเพอร์เฟกต์ หล่อ ฉลาด อบอุ่น พูดจาดี แล้วเค้าก็ดีกับน้ำมากด้วย จนน้ำอดฝันไม่ได้ว่าเค้ามีใจให้ แต่เอาเข้าจริงน้ำก็แค่งี่เง่าไปเอง คนอย่างเค้าน่ะเหรอจะมองคนอย่างน้ำ”
“คุณน้ำไม่ได้งี่เง่าซะหน่อย อย่าว่าตัวเองอย่างงั้นสิ”
“ก็มันจริงนี่คะ พอน้ำอกหักก็หนีซมซานไป แถมที่น้ำเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นก็เพราะแค่อยากเอาชนะเค้าเท่านั้นเอง แต่พอตั้งสติมองย้อนกลับไป เค้าไม่เคยทำไม่ดีกับน้ำเลย แล้วที่เค้าดูแลน้ำก็อาจจะเป็นเพราะนิสัยเค้าที่เป็นมิตรกับทุกคนเท่านั้นเอง แต่น้ำกลับเพ้อเจ้ออยู่ฝ่ายเดียว แถมยังโกรธเค้าอีก อย่างนี้ไม่เรียกว่างี่เง่าก็ไม่รู้ว่าอะไรแล้วล่ะค่ะพี่พิม”
น้ำนวลหน้าเศร้าสมเพชตัวเอง นั่นยิ่งทำให้พิมมาลารู้สึกผิดและสงสาร คิดค้านอยู่ในใจว่า
“ผมต่างหากที่งี่เง่า แล้วก็ควรเป็นฝ่ายที่ต้องขอโทษคุณน้ำด้วย ไม่ใช่ว่าผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณคิดยังไง แต่ผมมันเห็นแก่ตัวนึกถึงแต่ตัวเอง โดยที่ไม่เคยนึกแคร์ความรู้สึกคุณเลยซักนิดเดียว”
ooooooo
เช้าแล้วแต่พิมมาลายังนอนอุตุไม่ยอมตื่น พอได้ยินเสียงผู้หญิงมาปลุกข้างหูยังนึกว่าเป็นน้ำนวล หลับหูหลับตาไขว่คว้าจะหาเศษหาเลย แต่ที่ไหนได้ กลายเป็นนางฟ้ารัมภาไปเสียนี่
รัมภาโมโหฉวยหมอนตีพิมมาลาไม่ยั้ง แล้วยังชี้ชวนให้พิมมาลาดูใบหน้าตัวเองที่โดนแต่งแต้มหนวดและเขี้ยวด้วยสีเมจิกเปรอะไปหมด โทษฐานที่เมื่อคืนเขาเขียนรูปเธอก่อน
หลังจากเถียงกันไปมาพอหอมปากหอมคอ รัมภาก็ไล่ให้พิมมาลาไปล้างหน้าแล้วเตรียมตัวดูแลปกป้องน้ำนวลให้ดี เพราะไม่เกินเที่ยงนันท์คงจะมาถึง
แล้วนันท์ก็โผล่มาจริงๆ นันท์ร้ายกาจหยาบคายมากด่ากราดทั้งน้ำนวลและพิมมาลา แถมจะทำร้ายพิมมาลาที่เตะผ่าหมากตนเมื่อคืน ถ้าฟ้างามไม่เข้ามาตวาดไว้เสียก่อน
“หยุดเดี๋ยวนี้นะนันท์”
“น้างาม...ไปปฏิบัติธรรมแล้วไม่ใช่เหรอ” นันท์ผงะตกใจ
“ใช่ค่ะ แต่รีบกลับมาเพราะฉันโทร.ไปบอก คุณงามให้เบอร์พิเศษเอาไว้ รู้แค่เฉพาะคุณน้ำกับฉันสองคน”
นันท์โกรธแค้นจ้องพิมมาลาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“น้างามกลับมาก็ดีแล้ว พวกมันสองคนรวมหัวกันเล่นงานผม ทั้งสร้างเรื่องใส่ร้ายผม แล้วยังทำร้ายร่างกายผมอีก โดยเฉพาะแม่คนนี้ ผมไม่แจ้งตำรวจจับก็บุญเท่าไหร่แล้ว”
พิมมาลากลัวซะที่ไหน ยิ้มเย้ยนันท์เข้าให้อีก “แจ้งตำรวจว่าถูกผู้หญิงรังแกน่ะเหรอคะคุณนันท์ หรือจะบอกว่าเอาแฟ้มตบหน้าน้องสาวดีล่ะ แหม...แมนจังเลยนะคะ”
“แล้วแกมาแส่อะไรด้วย”
“หยุดหยาบคายได้แล้วนะนันท์ เห็นน้าเป็นหัวหลักหัวตอรึไง จะพูดจะจาอะไรเกรงใจกันบ้างสิ”
นันท์สีหน้าหงุดหงิดเจ็บใจ ฟ้างามหันไปพูดกับน้ำนวล
“หนูน้ำ เรื่องนี้หนูเป็นคนเสียหาย หนูต้องการให้น้าทำยังไงก็ว่ามา”
“น้ำก็ไม่รู้จะเอายังไงดีเหมือนกันค่ะน้างาม แล้วแต่น้างามตัดสินเถอะค่ะ”
“ได้...งั้นน้าจะให้นันท์พักงานซักสองอาทิตย์”
“น้างาม...นี่น้าจะเข้าข้างมันไปถึงไหน กะอีแค่ปาแฟ้ม เฉี่ยวๆ มันจะเจ็บอะไรนักหนา มารยาเพราะหวังจะเขี่ยผมให้พ้นทางน่ะสิ น้าดูไม่ออกเหรอ”
“นันท์อยากพักแค่สองอาทิตย์หรือไม่มีกำหนด”
เจอแบบนี้ นันท์ชะงักหน้าซีดเผือด และยิ่งไม่กล้าพูดอะไรอีกเลยแม้แต่คำเดียว เมื่อฟ้างามสำทับว่า ถ้านันท์ ยังหาเรื่องน้องหรือพนักงานคนไหนอีก น้าจะเตรียมใบขอลาออกจากเซนซูยาไว้ให้นันท์เซ็นทันที
นันท์ฮึดฮัดกลับไปได้ไม่นาน แวนก็แวะมาหาน้ำนวล พอรู้เรื่องนี้แวนโมโหนันท์เป็นฟืนเป็นไฟจะไม่ยอมปล่อยให้เขาลอยนวล
“ลอยนวลที่ไหนกันจ๊ะ น้างามก็สั่งพักงานพี่นันท์แล้วไง แวนใจเย็นๆดีกว่า แวนยังไม่ได้ทานอะไรมาเลยไม่ใช่เหรอ น้ำให้เค้าทำแซนด์วิชเอาไว้ให้ เข้าไปทานรองท้องก่อนสิ”
“น้ำก็เป็นอย่างงี้ทุกที ใจดีเกินไป เป็นแวนหน่อยไม่ได้” แวนเดินส่ายหน้าเข้าไปในบ้าน พิมมาลาเหล่ตามแวนไป ก่อนจะหันมาพูดกับน้ำนวล
“แต่ที่คุณแวนพูดก็ถูกนะคะ คุณน้ำน่าจะบอกคุณแวน ไม่ใช่ให้มารู้เอาเอง”
“แวนไม่ชอบพี่นันท์มาแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะค่ะ ยิ่งถ้ารู้ว่าน้ำถูกทำร้าย แวนตามไปเอาเรื่องพี่นันท์แน่ แต่ถ้าสู้กันจริงๆน้ำว่าแวนจะเป็นฝ่ายเจ็บตัวซะมากกว่า แล้วถ้าคุณพ่อของแวนรู้เข้าเรื่องใหญ่แน่นอนค่ะ แม้แต่ลุงสิทธิ์กับน้างามก็คงรับมือไม่ไหว”
“สรุปว่าคุณน้ำห่วงทั้งพี่ห่วงทั้งแฟน แต่ถึงไงคุณแวนก็เป็นลูกผู้ชาย มีหน้าที่จะต้องปกป้องคุณน้ำ ไม่ใช่ให้คุณน้ำมาคอยตามปกป้องอยู่แบบนี้”
“แต่น้ำไม่คิดว่าเป็นหน้าที่หรอกค่ะ แล้วก็ไม่เคยคิดว่าใครจะต้องมีหน้าที่เป็นฝ่ายปกป้องอีกคนอยู่ฝ่ายเดียวด้วย คนเราถ้ารักกัน ก็ต้องคอยปกป้องดูแลซึ่งกันและกันไม่ใช่เหรอคะ”
“ตกลงคุณน้ำยอมรับว่ารักคุณแวนแล้วเหรอ” ถามไปแล้วพิมมาลาก็หน้าจ๋อยๆ ผิดหวังจนซ่อนไว้ไม่อยู่ ฝ่ายน้ำนวลก็นิ่งไปด้วยความสับสน จึงเลี่ยงที่จะตอบคำถามด้วยการตามแวนเข้าไปในบ้าน
ส่วนนันท์ที่ฮึดฮัดออกจากบ้านฟ้างามไปพบสองแม่ลูกร่วมอุดมการณ์ แต่กลายเป็นว่านันท์ต้องหัวเสียหนักขึ้นไปอีก เมื่อมานิดากับเมลานีไม่เออออห่อหมกด้วยเหมือนทุกที เอาตัวรอดแล้วยังเจ้าเล่ห์ถีบหัวส่งเขาอีก
“มันไม่ใช่ปัญหาของฉันนี่ ธุรกิจที่ทำร่วมกันก็ส่วนนึง นี่นายโกงบริษัทแล้วเอาเข้ากระเป๋าตัวเองคนเดียว ทำไมฉันกับคุณแม่ถึงจะต้องไปเดือดร้อนกับนายด้วย”
“แล้วเธอไม่โกงบริษัทรึไงเม เธอมันก็พอกับฉันแหละ หรือว่าต้องให้แฉ”
“ถ้านันท์ต้องการอย่างงั้น ป้าก็ไม่ว่าอะไรหรอกจ้ะ แต่คิดให้ดีก็แล้วกัน เพราะฝ่ายที่จะเดือดร้อนหนักสุดน่าจะเป็นนันท์ซะมากกว่า โดนคาดโทษเอาไว้แล้วไม่ใช่เหรอ”
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณพ่อก็แอ่นอกรับแทนพวกฉันอยู่แล้ว แต่นายล่ะมีใคร อย่าคิดสร้างศัตรูกับพวกเราอีกเลยจะดีกว่า”
“หัวเดียวกระเทียมลีบ”
ถูกสองแม่ลูกรุมเยาะหยันจนนันท์เถียงไม่ออก ได้แต่กำมือแน่น จ้องมองด้วยความแค้นสุดๆ
ooooooo
เย็นวันศุกร์ พิมมาลาอารมณ์ดีเป็นพิเศษ สวมใส่เสื้อผู้ชายของเพรียวคอยท่าการจะได้กลับเป็นผู้ชายในวันเสาร์และอาทิตย์ แถมเขายังวางโปรแกรมเอาไว้แน่นเอี๊ยดจนรัมภาหมั่นไส้
“หลังเที่ยงคืนคืนนี้ผมจะได้เป็นผู้ชายยาวนาน 48 ชั่วโมง นันสต็อป คืนนี้กับคืนพรุ่งนี้ผมจะเที่ยวให้หนำใจเลย แล้ววันอาทิตย์ค่อยไปหาพ่อกับแม่ก่อนจะกลับมาไม่ให้เกินเที่ยงคืน”
“แต่อย่าลืมก็แล้วกันว่านายอยู่ระหว่างทัณฑ์บน ถ้าขืนไปทำชีกอกับผู้หญิงคนไหนอีกล่ะก็...” ไม่พูดต่อ แต่แกล้งจ้องหน้าแล้วทำมือเป็นกรรไกรตัดฉับๆ พิมมาลาสีหน้าหวาดเสียว ไขว้ขาหนีบเป้าตัวเองไว้ทันที...
ไม่ทันจะเที่ยงคืน พิมมาลาก็ออกไปท่องราตรีกับข่ายแก้วที่ผับแห่งหนึ่ง
“พิมรู้มั้ยว่าตอนที่ผับนี้เปิดใหม่ๆพี่เคยมากับเพรียวด้วยนะ ตอนนี้เปลี่ยนไปเยอะเลย เพรียวเป็นคนแรกที่ลากพี่เที่ยวกลางคืนได้”
“ตกลงนี่พี่ข่ายยังตัดใจจากเพรียวไม่ได้อีกเหรอคะ”
“เรียกว่าตัดขาดความเป็นเพื่อนไม่ได้มากกว่า แต่ถ้าในฐานะแฟนไม่เอาแล้ว...เข็ด”
“ค่อยยังชั่ว”
“รู้มั้ยว่าพี่ได้คุยกับคนที่บริษัท ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเพรียวเจ้าชู้เงียบ ประมาณพวกน้ำนิ่งไหลลึก ไว้ใจไม่ได้ นี่ถ้ายังเป็นแฟนกัน มีหวังอายเค้าตาย คงถูกเปลี่ยนเขาให้สวมได้ไม่เว้นวัน”
พิมมาลาฝืนยิ้มไปมา คิดในใจว่าผู้หญิงนะผู้หญิง พอตัดใจได้ตนก็เป็นหมาเลย...แล้วแกล้งสัพยอกว่า
“แหม...พี่ข่าย พอมีดลแล้ว เพรียวก็เลยเลวไปเลยนะคะ”
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ดลเค้าก็ดี คบกับเค้าทำให้พี่รู้สึกว่าตัวเองมีค่าขึ้น แต่พี่ก็ยังไม่คิดจะลงเอยกับใครหรอก ยังเข็ดผู้ชายอยู่เลย”
พิมมาลาเงียบไป คิดในใจว่าถ้าข่ายแก้วคิดได้อย่างนั้นจริงตนก็ดีใจด้วย เพราะเธอเสียเวลามามากแล้ว มันก็ควรต้องคิดให้รอบคอบหน่อย
“พี่คงต้องไปแล้วล่ะ ไม่ไปต่อด้วยกันจริงๆเหรอจ๊ะพิม”
“ไม่ล่ะค่ะ พิมอยู่ถึงเที่ยงคืนก็จะกลับแล้ว พี่ข่ายไปเถอะ”
ทันทีที่ข่ายแก้วลุกออกไปแล้ว พิมมาลาเริ่มสอดสายตามองหาสาวๆ ยิ่งเห็นแต่ละนางแต่งตัวเซ็กซี่ก็ยิ่งคึก
“จะไปที่อื่นทำไม อยู่ที่นี่จนถึงเที่ยงคืนแล้ว
หนีบหมอนข้างไปนอนกอดดีกว่า” ว่าแล้วก็นั่งรอเวลาที่เหลืออีกไม่ถึงชั่วโมงอย่างใจจดใจจ่อ
แต่พอจวนเจียนจะถึงเวลาก็ดันมีมารมาผจญ ทศกรกับศรสิทธิ์โผล่เข้ามาพร้อมๆกัน ทั้งคู่แย่งกันจีบพิมมาลาและเถียงกันไปมาจนน่าปวดหัว พิมมาลารำคาญ และหวาดหวั่นว่าตัวเองจะกลายร่างเป็นเพรียวขึ้นมาต่อหน้าทั้งสองคน จึงรีบหลบออกไปด้านนอก พร้อมกันนี้ก็โวยวายต่อว่ารัมภาที่ปรากฏตัวให้เห็น
พิมมาลาหาว่ารัมภาชักนำสองคนนั้นมารังควานตน และไม่ว่ารัมภาจะพูดอะไรยังไง พิมมาลาก็ไม่ฟัง จะไปหาสถานที่อื่นที่ไม่มีคนรู้จักกลายร่างเป็นเพรียวเมื่อถึงกำหนดเวลา
“แต่ฉันว่านายกลับไปอยู่กับพวกนั้นจะดีกว่านะ”
“ไม่มีทาง แล้วคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาบังคับผมด้วย”
“ก็ตามใจ เตือนดีๆไม่ชอบ เดี๋ยวจะรู้สึก”
พิมมาลาไม่สน เดินฉับๆออกไปหน้าผับ ในขณะที่ด้านในศรสิทธิ์กับทศกรก็ยังเถียงกันไม่จบ นานเข้าไม่เห็นพิมมาลากลับเข้ามา สองคนก็แย่งกันตามหา แล้วไปเห็นกับตาว่าพิมมาลาถูกชายสองคนพยายามลากขึ้นรถ พวกเขาวิ่งไปช่วยแต่ก็โดนมันชักปืนออกมาขู่ ก่อนจะหนีหายไปพร้อมพิมมาลาที่โดนมันชกท้องจนหมดทางสู้
ที่แท้ก็เป็นแผนสกปรกของนันท์นั่นเอง นันท์โกรธแค้นพิมมาลามากถึงขนาดจ้างชายสองคนไปจับเธอมาหมายจะให้พวกมันข่มขืนแล้วถ่ายคลิปเอาไว้ประจาน แต่ก่อนอื่นนันท์ให้เธอกราบเท้าเขาก่อน พิมมาลากลัวสุดขีดจึงยอมทำตาม แต่พอพวกมันเผลอนิดเดียวเธอก็ฉวยโอกาสคว้าโทรศัพท์มือถือของนันท์ที่ถ่ายคลิปไว้ตั้งแต่ต้นวิ่งหนีออกไปปีนกำแพง ซึ่งต้องใช้ความพยายามอย่างมาก
ระหว่างนี้เองร่างพิมมาลาได้กลายเป็นเพรียว ลูกน้องสองคนของนันท์วิ่งตามมาเห็นคาตา ตกใจแทบช็อก ร้องกันลั่นว่าผีหลอก เพรียวได้จังหวะเตะต่อยพวกมันจนสลบเหมือด ก่อนหนีออกมาพร้อมหลักฐานสำคัญที่จะเอาผิดนันท์ได้
กลับถึงห้องพักเพรียวรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เสร็จแล้วเขาก็โวยวายรัมภาด้วยความโมโห
“คุณเบี้ยวผม ไหนบอกว่าจะให้ผมเป็นผู้ชายหลังเที่ยงคืนไง แล้วนี่อะไร กว่าผมจะเป็นผู้ชายได้ผมเกือบจะถูกข่มขืนแล้วเห็นมั้ย”
“นายนี่มันขยันหาเรื่องฉันจริงๆเลย จะบอกอะไรให้นะ ทันทีที่นายอยากกลับเป็นชาย นายก็เป็นได้ในพริบตาอยู่แล้ว แต่นายมันงุ่มง่ามงี่เง่าเองต่างหาก แล้วยังมีหน้ามาใส่ความฉันอีก”
“เปลี่ยนได้ในพริบตาแล้วทำไมไม่บอกผมล่ะ คุณรู้มั้ยว่าตอนที่ผมเกือบถูกข่มขืน ผมกลัวมากขนาดไหน ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยทั้งหวาดกลัวทั้งสะอิดสะเอียนพร้อมกันแบบนี้มาก่อนเลย นึกแล้วยังสยองไม่หาย”
“ทีนี้คงเข้าใจหัวอกผู้หญิงที่ถูกผู้ชายย่ำยีดีขึ้นแล้วสินะ ตอนแรกฉันก็กะจะช่วยอยู่แล้ว ไม่ได้ตั้งใจจะให้นายต้องลำบากขนาดนั้นหรอก แต่บังเอิ๊นบังเอิญฉันติดใจลีลากราบเท้าบวกกับท่าโดดข้ามกำแพงของแม่พิมมาลาเข้า ก็เลยว่าจะรอดูอีกนิ๊ดนึง”
เพรียวอยากหักคอรัมภาใจจะขาด พยายามนับหนึ่งถึงร้อยสะกดอารมณ์ “เอาล่ะๆ เรื่องมันผ่านไปแล้ว เดี๋ยวค่อยคิดบัญชีกันทีหลัง แต่ตอนนี้คุณเปลี่ยนผมกลับเป็นพิมมาลาชั่วคราวก่อนได้มั้ย”
“เอ๊ะนายนี่ เอาใจยากซะจริง เดี๋ยวอยากเป็นโน่นเดี๋ยวอยากเป็นนี่ เอ๊ะ หรือว่าติดใจการเป็นผู้หญิงซะแล้ว ฉันบอกแล้วไงว่าวันนึงนายจะชอบ”
“ไม่ใช่ยังงั้น ผมจะโทร.หาคุณศรสิทธิ์กับคุณฟ้างามต่างหาก เรื่องนี้พิมมาลาเป็นคนเสียหายจะให้เพรียวโทร.ไปทำซากอะไรล่ะ”
“โธ่เอ๊ย เรื่องแค่นี้เองไม่เห็นต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเลย” ว่าแล้วนางฟ้ารัมภาก็ตั้งท่าคุยโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงพิมมาลา ทำเอาเพรียวอึ้งไปเลย นึกไม่ถึงว่านางฟ้าจะเลียนเสียงคนอื่นก็ได้ด้วย
“ฮัลโหล คุณสิทธิ์เหรอคะ นี่พิมเองค่ะ...พิมปลอดภัยดีค่ะ แต่กว่าจะเอาตัวรอดมาได้พิมก็เกือบไปเหมือนกันล่ะค่ะ คุณสิทธิ์ต้องช่วยจัดการให้พิมนะคะ”
ศรสิทธิ์ซึ่งเห็นเหตุการณ์ตอนพิมมาลาถูกจับตัวขึ้นรถไปต่อหน้าต่อตา และก่อนหน้านี้เขากับทศกรได้ไปแจ้งความกับตำรวจไว้แล้ว เมื่อพิมมาลาติดต่อมาเขาจึงยินดีให้ความช่วยเหลือเธออย่างเต็มที่
เพียงสายๆวันรุ่งขึ้น ศรสิทธิ์กับลูกเมีย รวมทั้งฟ้างาม น้ำนวลและนันท์ ก็ได้เห็นคลิปที่พิมมาลานำมายืนยันเพื่อเอาเรื่องนันท์ให้ถึงที่สุด ทุกคนตกใจมากไม่คิดว่านันท์จะทำเรื่องเลวทรามได้ถึงขนาดนี้ แต่นันท์ก็ยังเถียงหน้าด้านๆว่าพิมมาลาจัดฉาก
“ลุงสิทธิ์กับอางามอย่าไปหลงเชื่อมันนะ อย่างนี้ต้องไล่มันออกจากบริษัท ไม่อย่างงั้นนังนี่มันก็แบล็กเมล์พวกเราไม่เลิก”
“พี่นันท์ยังกล้าพูดแบบนี้อีกเหรอคะ ดูจากภาพก็รู้แล้วว่าพี่นันท์เป็นคนถ่าย ดีแค่ไหนแล้วที่พี่พิมเค้าไม่เอาไปแจ้งความ ไม่งั้นป่านนี้พี่นันท์ไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้หรอก”
“มึงกล้าขู่กูเหรอ เอาสิวะ ไปแจ้งความเลย กูไม่กลัวหรอกโว้ย” นันท์หยาบคายจนฟ้างามตวาดสวนอย่างรับไม่ได้
“พอได้แล้วนันท์ ถ้ายังขืนไม่หยุดพฤติกรรมแบบนี้ จะมาหาว่าน้าใจร้ายใจดำไม่ได้นะ”
นันท์หน้าเจื่อน เงียบไปทันทีเพราะฟ้างามเอาจริง
“เรื่องนี้พี่สิทธิ์อยู่ในเหตุการณ์ด้วย พี่สิทธิ์มีความเห็นว่ายังไงคะ”
“พี่ก็ไม่รู้จะว่ายังไงเหมือนกัน คุณล่ะ มีความเห็นว่าไงบ้าง”
ตัวเองเป็นผู้นำแทนที่จะคิดหรือตัดสินใจอะไรบ้าง ศรสิทธิ์กลับหันไปถามมานิดาทันทีเลย
“ไม่เห็นจะต้องคิดอะไรมากนี่คะ ให้เงินแม่พิมมาลาไปซักก้อนก็สิ้นเรื่อง เรื่องนี้ยังไงก็ต้องเงียบกริบ ขืนเป็นทอล์ก ออฟเดอะทาวน์ขึ้นมา ชื่อเสียงเซนซูยาเละเทะแน่”
“แต่ทำแบบนั้นมันไม่ใช่ทางแก้ปัญหานะคะ” น้ำนวลท้วงขึ้นมา
“ทำไมจะไม่ใช่ยะ” เมลานีสวนทันควัน “กะอีแค่พนักงานตัวเล็กๆคนนึง แล้วมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรซะหน่อย เธอจะเอาชื่อเสียงของบริษัทไปเสี่ยงเพื่อช่วยแม่นี่ทำไม นึกว่าตัวเองเป็นผู้รักษาความยุติธรรมรึไงยะ”
นันท์ยิ้มเยาะสะใจที่ตัวเองทำท่าจะรอด น้ำนวลร้อนใจอยากปกป้องพิมมาลาจึงหันไปพูดกับฟ้างาม
“น้างามคะ ถ้าเราเข้าข้างพวกเดียวกันแบบนี้ แล้วต่อไปเราจะปกครองใครได้ ใครจะนับถือเราอีกคะ”
ฟ้างามเห็นด้วยกับหลานสาวแต่ยังไม่พูดอะไรออกมา...คิดหาทางออกเพื่อช่วยทุกฝ่าย
ooooooo
บ่ายนั้น น้ำนวลกับแวนไปพบเพรียวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง น้ำนวลเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เพรียวฟังก่อนปรึกษาหารือเพราะเชื่อมั่นว่าเพรียวฉลาดน่าจะมีคำแนะนำดีๆให้กับเธอ
“คุณน้ำคิดถูกแล้วล่ะครับ ถ้าคุณน้ำทิ้งไปอีกคนเซน–ซูยาโดนรุมทึ้งแน่ รับรองได้ว่าคนเก่งคนดีหนีหมด เหลือแต่ไอ้พวกขี้ประจบวางอำนาจ ภายในไม่กี่ปีได้ขายกิจการทิ้งแน่ๆครับ”
“พี่เพรียวพูดซะเห็นภาพเลย ไม่น่าเชื่อว่าพี่เพรียวจะไม่ได้อยู่เมืองไทย วิเคราะห์ซะยังกะเป็นคนวงในเลยนะคะ”
“ก็ผมทำงานที่เซนซูยามานานนี่ครับ ตื้นลึกหนาบางยังไงผมรู้หมด”
“ไม่ให้น้ำออกมาทำงานกับบริษัทป๋าผม แล้วคุณจะหาทางช่วยน้ำยังไง ไอ้นันท์มันกร่างซะขนาดนั้น ขืนปล่อยทิ้งไว้อย่างนี้ ซักวันมันก็ต้องหาโอกาสทำร้ายน้ำอีกจนได้”
เพรียวมองหน้าแวนพลางก็คิดในใจว่า “ไม่มีปัญญาหาทางออกล่ะซิไอ้ลูกแหง่ คนที่ยังไม่ยอมหย่านมอย่างแกจะมามีไอเดียสู้ฉันได้ยังไง คอยฟังป๋าโชว์กึ๋นให้ดีก็แล้วกันไอ้น้อง” หันไปโชว์ฟอร์มต่อหน้าน้ำนวลเต็มที่ “ช่วงนี้ผมว่าคุณนันท์คงยังไม่กล้าหืออะไรหรอกครับ เพราะคุณพิมมีหลักฐานเก็บเอาไว้ เกิดอะไรขึ้นคราวนี้ใครก็ช่วยคุณนันท์ไม่ได้ ระหว่างนี้เราต้องพยายามซื้อหุ้นของคุณนันท์มาให้ได้ ถ้าเค้าหมดอำนาจในเซนซูยาแล้วทุกอย่างคงดีขึ้น”
“พี่นันท์จะยอมขายเหรอคะ”
“ผมเชื่อว่ายอมแน่ แต่อาจต้องใช้เวลาหน่อย คนอย่างคุณนันท์เห็นแก่เงินจะตายไป ช้าเร็วก็รักษามรดกเอาไว้ไม่อยู่หรอกครับ”
“แต่ถึงพี่นันท์จะยอมขายหุ้น น้ำก็ไม่มีเงินซื้อหรอกค่ะ เงินตั้งเป็นร้อยๆล้านขนาดนั้น”
เพรียวกำลังจะแนะนำน้ำนวลให้เอาเงินจากฟ้างาม แต่โดนแวนชิงตัดหน้าไปเสียก่อน
“เงินแค่นั้นเอง เดี๋ยวแวนบอกป๋าให้ก็ได้ น้ำไม่ต้องกลัวหรอก ถ้าแวนพูดป๋ายอมแน่ ยังไงก็ดีกว่าเสี่ยงให้แวนเอาไปทำธุรกิจก็แล้วกัน ถ้ายังงั้นเจ๊งชัวร์”
“ขอบใจมากนะแวน ได้ยินอย่างนี้น้ำก็ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย ถ้าซื้อหุ้นพี่นันท์มาได้ก็ใช้เป็นชื่อแวนก็แล้วกัน”
“ก็สุดแล้วแต่น้ำเถอะ”
น้ำนวลและแวนยิ้มให้กันด้วยความรู้สึกเข้าอกเข้าใจ เพรียวหน้าตาบึ้งตึง ทำปากขมุบขมิบด่าแวนที่แย่งซีนไปเสียได้ ทั้งที่ตนอุตส่าห์โชว์ไอเดียให้น้ำนวลเห็น แล้วเย็นนั้นเพรียวก็กลับมาบ่นให้รัมภาฟังด้วยความเจ็บใจ
“ทำเป็นอวดร่ำอวดรวยโชว์สาว แกไม่ได้เป็นคนหาเงินเองซะหน่อย มีอะไรน่าภาคภูมิใจวะ”
“เก็บอาการหน่อยสิจ๊ะ ใครเค้ามาได้ยินเข้าจะคิดว่านายอิจฉาแวนได้นะ”
“ผมเนี่ยนะอิจฉาไอ้คนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างไอ้แวน คนอย่างผมหล่อก็หล่อกว่า เก่งก็เก่งกว่า แล้วยังไม่ต้องให้ผู้หญิงคอยอุ้มป้อนข้าวด้วย เรื่องอะไรผมจะต้องไปอิจฉามัน”
“เหรอ แต่มีอยู่อย่างนึงนะที่นายสู้แวนเค้าไม่ได้เลยซักกะนิด”
“เรื่องรวยใช่มั้ยล่ะ ผมรู้หรอกน่ะ”
“เปล่า เรื่องรักต่างหาก แวนเค้าเป็นคนซื่อสัตย์
รักใครรักจริง ไม่มีเล่ห์กล คุณทำได้อย่างเค้ารึเปล่าล่ะ”
เพรียวหน้าเจื่อน เรื่องรักเดียวใจเดียวถือเป็นสิ่งที่ตนสู้แวนไม่ได้จริงๆ เลยพาลโวยวายเปลี่ยนเรื่อง
“ไร้สาระ ผมไม่มีเวลามาคุยกับคุณแล้ว ยังไงวันนี้ผมต้องฉลองความเป็นชายของผมให้ได้ เมื่อคืนนี้ก็พลาดมาทีนึงแล้ว”
“ฉลองน่ะได้ แต่อย่าลืมก็แล้วกันว่านายอยู่ในฐานะอะไร” รัมภาเชิดใส่เป็นการทิ้งทาย ก่อนจะหายตัวไปจากตรงนั้น...
ooooooo










