ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พิมมาลา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เย็นวันเดียวกัน พิมมาลาเริ่มไถ่บาปต่อข่ายแก้วด้วยการพาเธอไปซื้อเสื้อผ้าและเครื่องประดับ เสร็จแล้วก็พาเข้าร้านเสริมสวย เปลี่ยนทรงผมใหม่ให้ดูสดใสมีชีวิตชีวากระชากวัยกว่าเดิม

“ขอบใจพิมมากนะจ๊ะ พี่รีแลกซ์ขึ้นเยอะเลย”

“พิมจะบอกอะไรให้นะคะพี่ข่าย ผู้หญิงไม่ต้องสวยมากมายหรอกค่ะ แต่ถ้ารู้จักดูแลตัวเอง แต่งเนื้อแต่งตัวให้เป็น มีความมั่นใจ ก็ดูมีเสน่ห์ขึ้นมาเองแหละค่ะ พิมว่าพี่ข่ายน่าจะทำตัวให้สดใสขึ้น ลืมเรื่องเก่าๆไปซะ แล้วเปิดรับสิ่งใหม่ๆเข้ามาในชีวิตดีกว่านะคะ”

“พี่เข้าใจจ้ะ พิมอยากให้พี่เปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อรอวันที่เพรียวเค้ากลับมาใช่มั้ย”

พิมมาลาสะอึกอึ้ง อยากจะบ้าตายกับความคิดของข่ายแก้ว ต่อว่าเธออยู่ในใจ “เข้าใจบ้าอะไรของเธอเนี่ย ฉันให้เธอแต่งตัวสวยๆจะได้มีผู้ชายอื่นเข้ามาจีบ แล้วจะได้เลิกอกหักจากฉันซะที แค่นี้คิดไม่ได้รึไง” แล้วก็สูดหายใจลึก ปั้นยิ้มพยายามใหม่ “ฟังนะคะพี่ข่าย ผู้ชายคนนั้นจะกลับมาหรือไม่มันไม่สำคัญหรอกค่ะ พี่ข่ายมีอะไรดีๆอยู่ในตัวตั้งเยอะ แคร์เค้าทำไม เรามีโอกาสเลือกได้นะคะ”

“พิมจะให้พี่มีแฟนใหม่เหรอ”

“ค่ะ”

“ไม่ได้หรอกจ้ะ พี่ยังไม่ลืมเพรียว แล้วพี่ก็ไม่ใช่คนสวยอย่างพิมด้วย ใครเค้าจะสนใจพี่”

“พี่ข่ายคะ ผู้หญิงไม่ได้เกิดมาเป็นคนสวยได้ทุกคนนะคะ แต่ผู้หญิงทุกคนทำตัวเองให้สวยได้ค่ะ ขนาดตัวพี่ยังไม่มั่นใจในตัวเอง แล้วใครที่ไหนมันจะมองเห็นค่าของพี่ล่ะคะ” พิมมาลาชักสีหน้าอย่างหงุดหงิด เดินนำลิ่วออกจากร้านเสริมสวยไป...

พอตกตอนค่ำกลับถึงห้องพักเจอจอมบงการอย่างรัมภา เพรียวที่ได้สิทธิ์กลับมาอยู่ในร่างเดิมของตัวเองก็ฉุนเฉียวใส่เธอทันที

“ก็ข่ายเค้าไม่ยอมลืมผม จะให้ผมทำยังไง จะให้ไปตีหัวเค้าให้ความจำเสื่อมไปเลยมั้ย คุณเล่นสั่งงานอย่างนี้ ใครมันจะไปทำได้”

“ได้ไม่ได้ก็ต้องทำ ไม่งั้นก็เป็นผู้ชายวันละครึ่งชั่วโมงอย่างนี้ต่อไปเถอะย่ะ”

“ถ้าผมทำให้ข่ายมีแฟนใหม่ได้ ก็ถือว่าเค้าหายอกหักจากผมเหมือนกันแหละ”

“นี่ อย่ามาใช้ลูกไม้เดิมๆนะยะ พอเบื่อแล้วก็ส่งต่อให้ผู้ชายคนอื่น”

“แล้วคุณจะให้ผมทำไงล่ะ เกิดเค้าไม่ยอมลืมผม

ขึ้นมา ผมไม่ต้องกลางวันคะ กลางคืนครับ อยู่แบบนี้ทั้งชาติเหรอ แล้วคุณก็สั่งแค่ให้ผมทำให้เค้าหายอกหักไม่ใช่เหรอ ไม่ได้บอกว่าต้องใช้วิธีไหนนี่”

“เออๆ ไอ้เจ้าเล่ห์ ถือว่าฉันพลาดเองที่ไม่รอบคอบ คราวหน้าไม่มีอย่างงี้แน่”

เพรียวยิ้มผยอง นานๆจะเอาคืนรัมภาได้ซะที แต่เดี๋ยวเดียวรอยยิ้มนั้นพลันเหือดหายกลายเป็นแตกตื่นตกใจ เมื่อโทรศัพท์มือถือพิมมาลาดังขึ้นมา

“เฮ้ย...ซวยแล้ว คุณน้ำโทร.มาหา รีบเปลี่ยนผมกลับเป็นพิมมาลาเร็วๆซิ”

“อะไรกันจ๊ะ ยังเหลือเวลาอีกตั้งสิบกว่านาที วันนี้จะยอมขาดทุนเหรอ”

“เร็วๆน่า คุณอยากให้ความแตกรึไง”

รัมภายิ้มเยาะเย้ยแล้วหายแวบไปทันที เพรียวเจ็บใจพึมพำว่านังจอมมาร ก่อนกดรับโทรศัพท์แกล้งดัดเสียงเป็น ผู้หญิงกะให้เหมือนที่สุดเท่าที่จะทำได้ พอโดนน้ำนวลทักถามอย่างแปลกใจก็อ้างว่าพี่ไม่ค่อยสบาย แต่ถ้าน้ำนวลมีธุระจะคุยด้วยพี่ก็ยินดี

นัดกันเสร็จก็เป็นเวลาของพิมมาลาพอดี เพรียวคืนร่าง เป็นพิมมาลาออกไปพบน้ำนวลที่กลับมาจากบ้านแวนด้วยความไม่สบายใจ

“รักกับรวย...แหม คุณแวนนี่กล้าพูดนะคะ” พิมมาลาเหยียดปากหมั่นไส้

“ความน่ารักของแวนก็คือเป็นคนตรงไปตรงมาไม่มีเล่ห์เหลี่ยมนี่ล่ะค่ะ แต่คนที่ไม่ซื่อตรงคือตัวน้ำเองต่างหาก”

“ทำไมคะ”

“จริงๆ ที่น้ำยังไม่อยากแต่งงานมันไม่ใช่เพราะงานหรอกค่ะ จะแต่งหรือไม่แต่งชีวิตของน้ำกับแวนก็คงไม่แตกต่างไปจากตอนนี้ซะเท่าไหร่หรอก แต่น้ำก็บอกไม่ถูกเหมือนกันค่ะพี่พิม รู้แต่ว่าน้ำอยากให้เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆมากกว่า”

พิมมาลารู้ทันทีว่าน้ำนวลกำลังสับสนไม่ได้รักแวนแบบคนรักแต่ยังแยกแยะความรู้สึกไม่ถูก

“ถ้างั้นคุณน้ำลองให้โอกาสตัวเองดูมั้ยล่ะคะ เผื่อจะเจอคนที่ดีกว่าคุณแวนก็ได้”

“จะเจอคนดีกว่าหรือไม่ ไม่สำคัญเท่าเค้ามองเห็นค่าของเรารึเปล่าหรอกค่ะพี่พิม ตอนที่น้ำเจอแวน น้ำรู้สึกเหมือนไม่มีใครต้องการ มีแต่แวนที่มองเห็นค่าของน้ำ แล้วก็สอนให้น้ำรู้จักคิด เพราะอย่างนี้ไงคะ น้ำถึงไม่อยากทำให้แวนเสียใจ”

“ฟังตั้งนาน พี่ยังไม่ได้ยินคำว่ารักหลุดจากปากคุณน้ำซักคำ คุณน้ำไม่ได้รักคุณแวนเหรอคะ”

“น้ำก็ยังตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันค่ะ” ตอบเสร็จก็เดินเลี่ยงไปด้วยสีหน้าวุ่นวายใจ

“แล้วถ้ามีคนสำนึกผิด คุณน้ำจะให้โอกาสเค้าแก้ตัวมั้ยครับ” พิมมาลาพูดพึมพำพลางมองตามน้ำนวลไปอย่างรู้สึกผิดและเสียดายโอกาส

ooooooo

หลังจากเมื่อวานถูกพิมมาลาพาไปเปลี่ยนลุค ใหม่สดใสทันสมัยกว่าเดิม เช้านี้ข่ายแก้วจึงเป็นที่สนใจของใครต่อใคร โดยเฉพาะคนแผนกเดียวกันอย่างดลที่เหมือนจะปิ๊งข่ายแก้วตั้งแต่แรกเห็น เพื่อนๆที่รู้แกวก็เลยยุให้ดลจีบข่ายแก้ว ดลยิ้มมีความหวังแอบพูดเบาๆว่า โชคดีที่พี่เพรียวไม่อยู่ ไม่งั้นตนคงกินแห้วตามระเบียบ
“โอ๊ย พี่เพรียวไม่อยู่ก็ดีแล้วล่ะ แค่เนี้ยเมียใหม่เมียเก่าก็แทบจะชนกันตายคาฝ่ายอยู่แล้ว” นางเสียงดังขึ้นมาจนข่ายแก้วหันมองด้วยความสนใจ

“เพรียวมีแฟนใหม่อยู่ที่นี่เหรอคะ”

“จะเอากี่คนล่ะ พีอาร์ก็ใช่ แม่ดารณีก็อีก ตอนนี้ลาพักร้อน ลาป่วยยาว เลยไม่รู้ลาออกไปรึยัง ล่าสุดก็นังพิมลั้นลา นั่นไง”

“น้องพิมน่ะเหรอคะ”

“จะใครซะอีกล่ะ”

ข่ายแก้วอึ้งสนิท ผิดหวัง พอถูกดลถามว่ารู้จักพี่เพรียวด้วยเหรอ ข่ายแก้วถึงกับตาแดงๆเดินเลี่ยงหนีไปโดยเร็ว นางเลยเดาทันทีว่า

“เมียในสต็อกอีกคนแหงๆ”

ข่ายแก้วโกรธพิมมาลามากเดินหน้าบึ้งตึงตรงไปต่อว่าถึงในห้องพักพนักงานที่พิมมาลากำลังชงกาแฟอยู่

“ทำไมน้องพิมไม่บอกพี่ว่าเป็นแฟนของเพรียว”

พิมมาลาชะงัก นึกในใจว่างานเข้ากูอีกแล้ว...

“ตอนที่พี่เล่าเรื่องเพรียวให้ฟัง เธอคงแอบหัวเราะในใจสินะ เพรียวมีแฟนสะสวยอย่างเธอ เรื่องอะไรจะกลับไปหาผู้หญิงจืดชืดเฉิ่มเชยอย่างพี่”

“ไม่จริงนะคะพี่ข่าย เพรียวกับพิมสนิทกันมาก เหมือนเป็นคนเดียวกันก็ว่าได้ แต่ไม่ใช่แฟนกันอย่างที่คนไม่หวังดีใส่ร้าย พิมชอบพี่ข่าย เห็นใจมากๆเรื่องความรักของพี่กับเพรียว...พิมก็ไม่รู้จะพูดยังไงเหมือนกัน เอาเป็นว่าผู้หญิงอย่างพี่ดีกว่าผู้ชายอย่างเพรียวมาก เพรียวไม่เคยรักใครจริง อย่าไปเสียเวลากับเค้าอีกเลยนะคะ”
“เพรียวรักพี่ รักมากซะด้วย ตอนเราเรียนด้วยกัน เพรียวรักพี่คนเดียว ไม่เคยมีแฟนที่ไหน”

“คนอย่างเพรียวไม่เคยแคร์อะไรเท่าเรื่องเรียน เค้าไม่ต้องการเรียนแค่ผ่าน แต่ต้องเก่งด้วย ถ้าไม่มีพี่ข่ายคอยช่วย คะแนนเค้าก็คงไม่ถึงได้เกียรตินิยมหรอกค่ะ พี่ข่ายจำได้มั้ย งานตั้งหลายชิ้นที่พี่ข่ายออกแบบแก้ไขให้จนเค้าได้เกรด A มาตลอด เขาถึงได้ดีกับพี่ข่ายมากๆ แต่พอเรียนจบเค้าก็ถีบหัวพี่ส่ง ไปมีชีวิตตามแบบที่เค้าต้องการ”

“เพรียวเล่าให้พิมฟังทุกอย่างเลยเหรอ”

“พิมรู้ทุกอย่าง เพราะรู้จักเพรียวดีเท่ากับรู้จักตัวเอง ถ้าจะมีผู้หญิงคนไหนทันเพรียว ก็น่าจะเป็นพิมนี่แหละค่ะ”

“พิมพูดเหมือนไม่ได้รักเพรียวเลย”

“ตอนนี้พิมก็ชักบอกไม่ถูกเหมือนกันค่ะว่าจะรักหรือเกลียดเค้าดี เพรียวไม่ค่อยผูกพันกับผู้หญิงคนไหนนานๆ เลิกเมื่อไหร่ก็ได้ เลิกก็คือเลิก พิมก็แบบเดียวกัน ไม่ผูกพันจะมาเรียกพิมว่าเป็นแฟนของเพรียวไม่ได้เด็ดขาด”

“ก็เธอสวยนี่ คงมีคนชอบเธอหลายคน เธอถึงได้ไม่แคร์ผู้ชายคนเดียว”

“พิมไม่แคร์ใครหน้าไหนทั้งนั้นล่ะค่ะ เรื่องอะไรจะยอมอกหักให้เสียเวลา” พิมมาลาชักหงุดหงิดจะเดินเลี่ยงออกไป แต่ต้องชะงักกับเสียงชมกึ่งแขวะของข่ายแก้ว
“เก่ง...อยากจะทำได้มั่งจัง”

“แค่คิดไม่พอหรอก ต้องเริ่มทำซะเดี๋ยวนี้ ลืมผู้ชายคนนั้นให้ได้ แล้วเปิดรับคนอื่นบ้าง พิมแนะนำพี่ได้เท่านี้แหละ”

พิมมาลาสะบัดพรืดไปแล้ว ข่ายแก้วเงียบลงอย่างใช้ ความคิดพร้อมๆกับถอนใจยาวออกมา ไม่เห็นพิมมาลาที่หลบมุม อยู่หน้าห้อง ชะโงกกลับเข้ามามอง พูดพึมพำอย่างรู้สึกผิด

“ขอโทษนะข่าย ขอให้เธอคิดได้ซะทีเถอะ”

ooooooo

ตอนกลางวัน ข่ายแก้วไปกินข้าวกับดล ข่ายแก้ว ดูซึมปนเซ็งอย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้จะคุยอะไรกับดล ก็เลย ถามถึงคุณฟ้างามเจ้าของห้างที่ตั้งแต่ตนมาทำงานยังไม่เคยเห็นเธอซักที

“เห็นเค้าเม้าท์กันว่าพบแสงสว่างทางธรรม ตัดขาดทางโลกไปแล้ว”

“โชคดีเนอะ สงสัยข่ายต้องพึ่งพระธรรมเข้าช่วยมั่งแล้ว”

“ช่วยให้ลืมพี่เพรียวน่ะเหรอครับ ที่จริงมันง่ายมากเลยนะครับ แค่คุณข่ายเปิดใจรับคนอื่นซะบ้าง ผู้ชายในโลกไม่ได้มีแค่พี่เพรียวคนเดียวซะหน่อย”

“พูดเหมือนพิมเลย”

“รายนั้นก็เกินไปครับ หว่านเสน่ห์ไปทั่ว...ถ้าคุณข่ายพร้อมเมื่อไหร่ผมขอสมัครคิวแรกเลยนะครับ”

ข่ายแก้วชะงักเล็กน้อยช้อนตามองดล จังหวะนี้เองเสียงมือถือดลดังขึ้น ปรากฏว่านางโทร.มาตามตัวดลด่วน บอกว่าพ่อแกเรียกประชุมแล้ว

“พ่อ” ที่นางเรียกก็คือนันท์นั่นเอง...นันท์วางอำนาจเหลือเกินต่อหน้าผู้ร่วมประชุมทั้งหลาย โดยมีสองแม่ลูก

มานิดากับเมลานีคอยให้ท้าย

“ฉันบอกแล้วไงน้ำ ว่าอย่าเอาตัวเลขมาอ้าง ถ้ามัวแต่มานั่งคิดว่าคุ้มไม่คุ้มแล้วเมื่อไหร่เราจะได้ไอเดียใหม่ๆ”

“แต่งบที่พี่นันท์ตั้งมันสูงเกินไปนะคะ แค่ตกแต่งแผนกกีฬาชั้นห้ามันไม่ควรจะสูงขนาดนี้ แล้วงานตกแต่ง ออกแบบทั้งหมดมันเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายน้ำ แล้วเรื่องอะไรจะต้องไปจ้างคนนอกมาทำให้ด้วย”

“ก็นันท์เค้าบอกแล้วไงว่าต้องการไอเดียใหม่ๆ ถ้าขืนให้ พวกเธอทำอีก มันก็ซ้ำซากสไตล์เดิมๆ”

“ไอ้คนนอกที่จะเอามาเนี่ย คงเป็นคนของพวกแกอีกล่ะสิ มุกเก่าๆเล่นไม่รู้จักเบื่อซะที” พิมมาลาจ้องไปที่เมลานี อย่างรู้ทัน

ข่ายแก้วเองก็ไม่พอใจ เพราะเธอยังไม่ได้แสดงฝีมือก็จะถูกตัดโอกาสเสียแล้ว “ถ้าอย่างงั้นลองให้ออกแบบแข่งกันดูไหมคะ ดิฉันมั่นใจว่าสามารถออกแบบได้ดี แล้วก็ประหยัดมากกว่าให้บริษัทอื่นทำแน่ๆ”

“เหรอจ๊ะ แต่ฉันฟังไอเดียหลายๆอย่างที่เธอพรีเซนต์มา บอกได้คำเดียวว่าเชยได้อีก ไร้รสนิยมสิ้นดี”

“จริงค่ะคุณแม่ ภาพลักษณ์ห้างเราเสียหายหมด”

ข่ายแก้วหน้าตึงเจ็บใจสองแม่ลูกที่ดูถูก พิมมาลาแอบชำเลืองมองหน้าข่ายแก้ว เข้าใจความรู้สึกคนอีโก้สูง ได้แต่ภาวนาในใจให้ข่ายแก้วกดอีโก้ตัวเองเอาไว้ให้อยู่ แต่นันท์ก็ซ้ำเติมข่ายแก้วขึ้นมาอีก

“ถ้าคุณคิดว่าแน่นัก ก็ออกไปตั้งบริษัทเองซะเลยสิ ถ้าจะทำงานที่นี่ ผมเท่านั้นที่มีสิทธิตัดสินใจว่าจะเอาหรือไม่เอาไอเดียคุณ”

ข่ายแก้วจ้องหน้านันท์เขม็ง นางเห็นท่าไม่ดีรีบไกล่เกลี่ย ให้ใช้วิธีโหวต น้ำนวลเห็นด้วย เพราะทุกครั้งเวลามีเรื่องที่ตกลงกันไม่ได้ก็จะใช้วิธีโหวตตัดสิน ทศกรก็สนับสนุน บอกว่าทะเลาะกันไปก็ไม่จบ

“ไม่จำเป็นต้องโหวตอะไรทั้งนั้นล่ะจ้ะ ตอนนี้คุณฟ้างาม ไม่อยู่ ฉันมีอำนาจตัดสินใจได้ แล้วฉันก็ตัดสินใจแล้วว่า

เห็นด้วยกับนันท์เค้า” มานิดาให้ท้าย นันท์ยิ้มกร่างเต็มที่

“ถ้าอย่างงั้นดิฉันขอลาออกค่ะ อยู่ไปก็เสียดายสมอง ยิ่งถ้างานของดิฉันต้องมาถูกประเมินจากคนที่มีความรู้ความสามารถน้อยกว่าดิฉัน ดิฉันรับไม่ได้” ข่ายแก้วจ้องหน้าสองแม่ลูก แล้วเดินออกจากห้องประชุมไปทันที นันท์ตะโกนไล่หลังด้วยความโมโห

“แกไม่ได้ลาออก แต่ฉันไล่แกออก!!”

“งั้นก็นับรวมผมอีกคนละกัน” ดลลุกพรวด ข่ายแก้วหันกลับมามองดลแวบหนึ่งก่อนก้าวเดินต่อไปอย่างหัวเสีย...

พิมมาลาเป็นห่วงดลเพราะยังไงก็เคยเป็นลูกน้อง ส่วนนางก็ไม่อยากเสียเพื่อนร่วมงานดีๆ จึงกระตุกแขนเตือนสติ

“ผีอากงเข้าสิงแกเหรอไอ้ดล พูดอะไรยังงั้น”

“เราคนทำงานเป็นนะเจ๊ สั่งอะไรงี่เง่าแล้วต้องจำใจ ทำตาม ผมไม่เอาด้วยหรอก” ดลผลุนผลันออกจากห้องไปอีกคน น้ำนวลตกใจรีบลุกตาม มานิดากับเมลานีสะใจหันมายิ้มให้กัน นอกจากจะดึงงานมาได้แล้วยังสร้างปัญหาใหญ่ให้น้ำนวลได้อีก ถือว่าได้ผลเกินคาด

ooooooo

ข่ายแก้วเก็บข้าวของส่วนตัวเสร็จก็ออกจากออฟฟิศ ไปโดยไม่ฟังคำขอร้องของน้ำนวล พิมมาลาสวนเข้ามา เห็นสีหน้าน้ำนวลเคร่งเครียด  แนะนำว่า

“คุณน้ำอย่าเพิ่งเซ็นอุนมัติให้สองคนนี่ลาออกนะคะ ให้ลาหยุดลาป่วยอะไรก็ได้ รอให้พี่ข่ายใจเย็นลงก่อน แล้วค่อยคุยกันอีกที”

“แล้วพี่ดลล่ะคะ”

“โอ๊ย นายนั่นอย่าใส่ใจเลยค่ะ ทำเป็นแน่ โชว์แมน อวดสาว ลองคุณน้ำเอ่ยปากขอไม่ให้ลาออก ยังไม่ทันจบประโยค มันเซย์เยสทันที”

“ถ้าตอนนี้พี่เพรียวอยู่ก็ดีสิคะ พี่เค้าคงมีคำแนะนำดีๆ ให้น้ำแน่ๆ” น้ำนวลเปรยเบาๆ พิมมาลาฉุกคิด อมยิ้มเจ้าเล่ห์ อย่างมีแผนการ

ตกเย็นแวนมารับน้ำนวลไปส่งบ้าน แล้วเขาต้อง เดินทางไปขอนแก่นกับเพื่อนต่อ พอแวนคล้อยหลังไปสักครู่ สาวใช้ก็มาบอกน้ำนวลว่ามีคนชื่อเพรียวโทร.มาหา น้ำนวล ยิ้มกว้างมีความหวังขึ้นมาทันที

เมื่อเพรียวโทร.ติดต่อกลับมาอีกครั้ง น้ำนวลรับสายเขาทันที เพรียวได้ทียิ้มเย้ยรัมภาที่ยืนจ้องเขม็งมองมาอย่างหมั่นไส้

สองฝ่ายทักทายกันเล็กน้อยก่อนที่น้ำนวลจะถามเพรียวว่ามีธุระอะไรหรือเปล่า

“คือผมกลับมาอยู่กรุงเทพฯแล้ว เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่ เดี๋ยวผมจะให้คุณน้ำเอาไว้ เผื่อคุณน้ำมีปัญหาอะไร จะได้ ติดต่อผมได้...คุณน้ำ คุณฟังอยู่รึเปล่าครับ ทำไมเงียบจังเลย”

“น้ำ...คือน้ำมีเรื่องอยากปรึกษา ออกมาเจอกันได้ไหมคะ”

“ได้เลยครับคุณน้ำ ที่ไหน กี่โมง ว่ามาเลยครับ”

นัดหมายเสร็จ เพรียวกดตัดสายแล้วกระโดดโลดเต้นโยกย้ายส่ายสะโพกกวนโทสะรัมภา

“คุณน้ำนัดเดตผมแล้ว...”

“เจ้าเล่ห์นักนะ จริงๆเป็นพิมมาลาก็ช่วยได้ แต่จงใจจะให้เพรียวออกหน้า เพราะอยากจะทำคะแนน กับหนูน้ำล่ะสิ”

“เอาน่า ยังไงผมก็ทำไปเพื่อช่วยลูกสาวคุณอยู่ดีแหละ แล้วอย่าลืมให้โบนัสที่ผมทำความดีนะคุณนางฟ้า ให้ผมอยู่ในร่างสุดหล่อเกินครึ่งชั่วโมงเป็นกรณีพิเศษด้วยนะครับ”

“ย่ะ รีบจัดการแก้ปัญหาให้เรียบร้อยเร็วๆก็แล้วกัน ฉันไม่อยากให้หนูน้ำคิดมาก”

“เรื่องทฤษฎีผมอาจจะสู้ข่ายแก้วไม่ได้ แต่ถ้าเรื่อง ปฏิบัติ...ไม่แน่จริงผมมาไม่ถึงจุดนี้เร็วขนาดนี้หรอกครับ”

ว่าแล้วเพรียวก็เดินไปเสยผมเช็กความหล่อหน้ากระจกอีกที รัมภาเหล่มองตาม ถอนใจแล้วบ่นพึมพำว่า เวรกรรมของหนูน้ำจริงจริ๊ง...

เผชิญหน้ากันในร้านอาหารค่ำนั้น  น้ำนวลต้องการ ปรึกษาเรื่องงาน  แต่ดูเหมือนเพรียวพยายามจะจีบเธออยู่เรื่อย  จนน้ำนวลต้องตัดบท

“คุยงานกันก่อนดีกว่าค่ะ  น้ำไม่สบายใจ”

“โอเคครับ”

“น้ำไม่ได้อยากเป็นศัตรูกับใครหรอกนะคะ  แต่ถ้า ปล่อยให้ทำอะไรกันตามใจชอบ ต่อไปบริษัทก็อยู่ไม่ได้”

“ขอเดาว่าสองแม่ลูกจอมจุ้นนั่นสร้างเรื่องอีกใช่ไหมครับ”      

“ร่วมกับพี่ชายน้ำอีกคน”

“ผมขอแนะนำให้คุณน้ำอยู่เฉยๆอย่างเดียวก็พอครับ”

“คุณจะให้น้ำอยู่เฉยๆ แล้วปล่อยให้เค้าตั้งงบเว่อร์ๆ โกงกันตามใจชอบเหรอคะ”

“ไม่ได้ปล่อยให้โกงครับ  แต่ให้อยู่เฉยๆ  เค้าจะตั้งงบ ยังไงก็เรื่องของเค้า ยิ่งสูงก็ยิ่งดี  เพราะตามกฎของเซนซูยา  ถ้า งบสูงเกินกว่าที่กำหนดไว้ต้องได้รับความเห็นชอบจากคุณฟ้างามก่อน  แค่นี้เราก็ดึงเรื่องไว้ได้แล้ว  พอเอาเข้าที่ประชุมคุณน้ำก็ค่อย เสนอทำเองในราคาที่ถูกกว่า  ข้อเสนอพวกเค้าก็ถูกตีตก ไปเองล่ะครับ”

“ขอบคุณมากค่ะ  น้ำลืมนึกถึงข้อนี้ไปเลย คุณช่วย น้ำกระตุกเชือกจนเงื่อนที่ผูกไว้หลุดหมดเลย  น้ำก็คิดแค่ว่า จะบอกน้างาม แต่ไม่ได้คิดไกลเหมือนคุณ”

“คุณน้ำยังมีประสบการณ์ไม่มากพอน่ะครับ  วันนึง คุณน้ำก็จะแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้เองโดยที่ไม่ต้องพึ่งผม แล้วล่ะครับ”

“ขอบคุณมากค่ะคุณเพรียว”

“เรียกพี่เพรียวเหมือนเมื่อก่อนได้มั้ยครับ  ถือว่าเป็นค่า ให้คำปรึกษาเรื่องนี้ก็แล้วกัน”

น้ำนวลเขินหลบสายตาเล็กน้อย  พลันเสียงโทรศัพท์ มือถือเพรียวดังขึ้น  เสียงเรียกเป็นเพลงโปรดของน้ำนวลซะด้วย 

“เพลงโปรดของคุณน้ำ  ขออนุญาตเอามาเป็น เสียงเรียกเข้านะครับ”

“ยังจำได้อีกเหรอคะ”

“ผมไม่เคยลืมทุกเรื่องที่เราเคยคุยกันเลยครับ”  เพรียวส่งตาหวาน  น้ำนวลแอบปลื้ม อมยิ้มบางๆอย่างขัดเขิน  เพรียวย่ิงได้ใจทำท่าจะรุกคืบ  แต่พอเหลือบตามองเลยไปหน้าร้าน เห็นข่ายแก้วกำลังเดินเข้ามา  เพรียวตกใจรีบผลุบหลบใต้โต๊ะทันที

“อะไรคะ”  น้ำนวลแปลกใจ

“ผูกเชือกรองเท้าครับ...เอ่อ...พี่ต้องไปธุระต่อ  แล้วพี่จะโทร.ไปหานะครับ”

เพรียวก้มๆหลบๆออกไปจากร้าน  น้ำนวลมองตามงงๆ  ฝ่ายเพรียวพอพ้นออกมาหน้าร้านก็บ่นอุบว่าตัวเองรอดหวุดหวิด  แต่ที่ไหนได้  พอเงยหน้าก็เจอข่ายแก้วยืนอยู่ในระยะประชิด

แล้วพริบตานั้น  ข่ายแก้วค่อยๆกลายร่างเป็นรัมภา  รอยย้ิมหยันเต็มใบหน้า  เพรียวเพ่ิงรู้ว่าถูกหลอก  เจ็บใจสุดๆ

“กำลังเข้าได้เข้าเข็มอยู่พอดีเลย  มาขัดจังหวะทำไมฮึ” พูดจบก็จะเดินกลับเข้าไปอีก  แต่โดนรัมภาดึงคอเสื้อซะแทบเซ 

“ตามฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้  ไอ้กะล่อน”      

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น  พิมมาลามาพบข่ายแก้วที่ล็อบบี้ คอนโดฯ  สร้างความประหลาดใจให้ข่ายแก้วเป็น อันมากเพราะเธอไม่เคยบอกใคร  แม้แต่ในใบสมัคร งานก็ไม่ได้ระบุที่นี่  เมื่อเธอถามออกไปว่า มาได้ยังไง  แล้วพิมมาลาตอบว่าเปิดใบสมัครงานของเธอดู  ข่ายแก้วจึงสวนทันที

“พี่ไม่ได้เขียนที่อยู่ที่นี่ไว้นี่คะ  ตอนกรอกใบสมัคร พี่เขียนที่อยู่บ้านใหม่ที่เพิ่งซื้อไว้ต่างหาก”

พิมมาลาหน้าเสีย อึกๆอักๆ แล้วกำปั้นทุบดินไปเลย  “เขียนค่ะเขียน  ไม่งั้นพิมมาไม่ถูกหรอกค่ะพี่ข่าย”

ตอบไปแล้วต้องตกใจอีกรอบ  เมื่อมองไปเห็นรัมภา ในชุดคนทำความสะอาดกำลังถูพื้นมาทางโซฟารับแขก  พิมมาลาแยกเขี้ยวใส่  ขยับปากถามว่ามาทำไม  ข่าย
แก้วเห็น แล้วค่อนข้างงงกับอาการของพิมมาลา

“มีอะไรเหรอจ๊ะพิม”

“เปล่าค่ะ”  พิมมาลาย้ิมเจื่อนเต็มที  รัมภาได้โอกาส หยันซะเลย

“อย่าทำตัวให้มันมีพิรุธนักสิ  ข่ายแก้วเค้าไม่เห็นฉัน  เดี๋ยวเค้าก็นึกว่านายเป็นบ้าหรอก  เอ้า  มีอะไรก็พูดไปสิ  ฉันอยากจะฟังฝีปากคาสโนว่าอย่างนายเต็มทนแล้วว่าจะงัดไม้ไหน มากล่อมข่ายแก้วให้กลับไปทำงานต่อได้”

พิมมาลาข่มอารมณ์เจ็บใจไว้  หันไปฉีกยิ้มให้ข่ายแก้ว  “เข้าเรื่องเลยนะคะพี่ข่าย  พิมพูดตรงๆว่าไม่อยากให้พี่ข่ายลาออก  ยิ่งพี่ออกไปก็ยิ่งเข้าทางคุณนันท์”

“จะให้พี่ทนทำงานกับคนที่ดูถูกพี่ก็ไม่ไหวนะจ๊ะ  เก่งก็ไม่เก่งแถมยังกักขฬะอีก  พี่รับไม่ได้”

“แล้วพี่ไม่อยากเจอกับเพรียวแล้วเหรอคะ  ถ้าพี่ลา ออกไปแล้วเพรียวเกิดกลับมา  พี่กับเค้าก็ไม่ได้เจอกันอีกน่ะสิคะ”

ข่ายแก้วคิดหนัก  ห่วงเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน  รัมภาทำที ถูพื้นผ่านไปด้านหลังโซฟา  บ่นให้พิมมาลาได้ยินว่า

“นึกแล้วว่าต้องมาไม้นี้  ผู้ชายนะผู้ชาย...ชิ”

พิมมาลาเหล่มองรัมภา  อยากด่าใจจะขาดแต่ต้องทนไว้  กลับมาอ้อนวอนข่ายแก้วที่ไม่รู้เห็นอะไรเลย

“ตอนนี้พิมกับคุณน้ำก็กำลังช่วยกันแก้ปัญหาอยู่  พี่ข่ายให้เวลาพวกเราซักสองอาทิตย์ได้ไหมคะ  ถ้าไม่มี อะไรดีขึ้นจริงๆ  พี่ข่ายจะออกก็ได้ค่ะ  พิมจะไม่รั้งพี่ข่ายอีกเลย”

ข่ายแก้วหนักใจ แต่เห็นสายตาอ้อนวอนของพิมมาลา แล้วก็ใจอ่อน               

ooooooo

สายวันเดียวกันนี้  น้ำนวลเข้ามาพบศรสิทธิ์ ในห้องทำงาน  ซึ่งมานิดากับเมลานีก็อยู่กับศรสิทธิ์ด้วย  เหมือนสองแม่ลูกรู้ล่วงหน้าว่าน้ำนวลจะมา  และมาด้วยเรื่อง อันใด  จึงมาคอยกันท่าเอาไว้ 

แล้วก็จริงดังคาด  น้ำนวลมาปรึกษาเรื่องงบการตกแต่ง ห้างที่กำลังมีปัญหากับสองแม่ลูกและนันท์อยู่

“เราตกลงกันแล้วว่างานนี้พวกฉันเป็นคนรับผิดชอบ  แล้วแกจะเสนอหน้ามาอีกทำไมน้ำ”

“น้ำไม่ได้เสนอหน้านะเม  แต่ตามระเบียบบริษัท ไม่ว่างานอะไรก็ตามถ้าต้องใช้งบสูงขนาดนี้ต้องได้รับความเห็น ชอบจากน้างามก่อน คุณลุงลองดูสิคะว่าราคาที่เสนอมาเนี่ย มันสูงขนาดไหน”

ศรสิทธิ์รับแฟ้มมาดูแล้วพูดไม่ออก  รู้ว่าลูกเมียคิด จะหาเงินเข้ากระเป๋า  มานิดาหน้าเสียเพ่ิงรู้ตัวว่าพลาด ที่ลืมนึกถึงกติกาข้อนี้  แต่ก็ยังพยายามปั้นย้ิมพูดดีกับน้ำนวล

“หนูน้ำจ๋า  ตอนนี้คุณฟ้างามไปถือศีลที่ไหนก็ไม่รู้  ติดต่อก็ไม่ได้  ถ้าอีกเดือนสองเดือนยังไม่กลับมาจะทำยังไงกัน  หนูจะไม่ให้เราทำงานอะไรกันเลยเพื่อรอคนไม่มีความรับผิดชอบคนเดียวเหรอจ๊ะ”

“คุณแม่พูดถูกที่สุดค่ะ  ทำอย่างนี้บริษัทมันเสียหายนะน้ำ  เอะอะก็เอากฎมาอ้าง  ฉันว่าเธอไม่พอใจที่เสียหน้าต้องโอนงาน ให้บริษัทข้างนอกทำมากกว่ามั้ง”

“ถ้าเมจะคิดอย่างงั้นก็ตามใจ  แต่กฎก็ต้องเป็นกฎ  เว้นแต่เมจะเสนองบให้ต่ำลงมา  ถ้าอย่างงั้นน้ำก็ไม่มีปัญหาอะไร”

“จะบ้ารึไง  ต่ำกว่านั้นจะทำให้เหนื่อยทำไมยะ”

มานิดาตกใจ  ลูกสาวพูดแบบนี้ก็เท่ากับยอมรับว่าโกง  จึงสะกิดเตือนให้รู้ตัว  เมลานีเลยหน้าเสียที่พลั้งปาก  รีบหันไปพึ่งคุณพ่อให้ตัดสิน

“เอาอย่างนี้แล้วกัน  ลุงเห็นด้วยกับเรานะยัยน้ำ  แต่ว่าที่ป้าเค้าพูดก็มีเหตุผลเหมือนกัน  งามเองก็ไม่รู้จะกลับมา เมื่อไหร่  ธุรกิจมันต้องเดินหน้าจะมารอกันไปรอกันมาไม่ได้หรอก  เอาเป็นว่าภายในสามวันถ้าฟ้างามยังไม่กลับมาก็ให้ป้าเค้า ทำไปเลย  มีอะไรลุงคุยกับน้าเราเอง  โอเคมั้ย”

น้ำนวลน่ิงไปอย่างไม่มีทางเลือก  สองแม่ลูกสบตากัน กระหยิ่มยิ้มย่อง  ต่อมาเมื่อพิมมาลาทราบเรื่องจากน้ำนวล เข้าก็พานจะเครียดไปด้วยอีกคน

“สามวัน   ป่านนี้เรายังไม่รู้เลยว่าคุณฟ้างามอยู่ที่ไหน  แล้วแค่สามวันเราจะไปตามตัวเจอได้ยังไง”

“น้ำเองก็หมดปัญญาเหมือนกันค่ะ  เพื่อนน้างาม แต่ละคนก็ไปด้วยกันกับน้างามซะด้วย  เลยไม่รู้จะถามใคร  นึกว่าจะแก้ปัญหาได้แล้วเชียว  ลุงสิทธิ์กลับมาเข้าข้างป้าซะอีก  สงสัยน้ำคงต้องยอมแพ้แล้วล่ะค่ะ”

พิมมาลาทำเป็นเห็นอกเห็นใจฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งจับมือน้ำนวลมาแนบอก

“ถ้าคุณน้ำยอมพวกเค้าครั้งนึง ก็คงต้องยอมตลอดไป

ล่ะค่ะ ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้ เพราะคุณฟ้างามเป็นหลักอยู่ แต่อยู่ๆก็เกิดดวงตาเห็นธรรม งานการไม่ทำขึ้นมาซะงั้น ทำบริษัทวุ่นวายซะขนาดนี้มันจะได้บุญมั้ยเนี่ย”

“พี่พิมพูดเหมือนคนเคยรู้จักน้างามมาก่อนอย่างงั้นล่ะค่ะ”

พิมมาลาหน้าเสีย อึกๆอักๆหาข้อแก้ตัวไม่ถูก แต่ก็ยังจับมือน้ำนวลเอาไว้ไม่ยอมปล่อย กระทั่งเหลือบไปเห็นรัมภาในชุดพนักงานของเซนซูยายืนเท้าสะเอวถลึงตาเขียวใส่ นั่นแหละพิมมาลาถึงยอมปล่อยมือน้ำนวล แล้วมองตามมือรัมภาที่ชี้ไปอีกทาง

ดารณีนั่นเอง เธอเดินผ่านไปแล้ว พิมมาลาเอะใจว่ารัมภาต้องการสื่อสารอะไร และกว่าจะเข้าใจว่ารัมภาให้ตามดารณีไปก็เล่นเอาพิมมาลายุกยิกจนน้ำนวลแปลกใจ ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

“เปล่าค่ะ พี่ขอตัวก่อนนะคะคุณน้ำ มีอะไรต้องไปทำนิดหน่อย”

พิมมาลารีบเดินเลี่ยงตามดารณีไป ทิ้งให้น้ำนวลนั่งกลุ้มไม่รู้จะไปตามหาฟ้างามที่ไหน...พิมมาลาตามไปทันดารณีตรงหน้าลิฟต์ แล้วทักทายเธอด้วยดี แต่ดารณีกลับมองพิมมาลาด้วยสายตาเย็นชา แถมยังพูดจาไม่ค่อยดี ก่อนจะนึกอะไรได้ ถามพิมมาลาว่าสนิทกับน้ำนวลใช่ไหม  ตนมีเรื่องเกี่ยวกับ

คุณฟ้างามจะบอก ถ้ายังไงฝากเธอไปบอกน้ำนวลด้วย เผื่อน้ำนวลจะได้เตือนคุณฟ้างามไว้บ้าง

พิมมาลาชะงักด้วยความสนใจ รู้แล้วว่ารัมภาให้ตามดารณีมาเพราะเหตุใด

“เรื่องอะไรเหรอ”

“ช่วงที่ผ่านมาฉันเครียดมาก มีคนแนะนำให้ฉันลองไปปฏิบัติธรรมดู ใจจะได้สงบขึ้น ฉันก็เลยลองไปที่สำนักปฏิบัติธรรมของอาจารย์ทวิชา”

ที่สำนักปฏิบัติธรรมนั่นเอง ดารณีได้เจอฟ้างาม และต่อมาเธอก็แอบรู้เห็นว่าฟ้างามถูกทวิชาโน้มน้าวหลอกลวงจนยอมยกที่ดินมูลค่าหลายสิบล้านของตนที่ติดกับสำนักปฏิบัติธรรมของทวิชาให้ขยายออกไปเพื่อประโยชน์ต่อผู้คนที่ฝักใฝ่ธรรมะ แต่ความจริงแล้วเบื้องหลังของทวิชาไม่ใช่คนดีถือศีลจริงจังอย่างที่เห็น ลับหลังโดยเฉพาะตอนกลางคืนมักจะมีสาวๆเข้ามานอนกับทวิชาที่บ้านพักแทบทุกคืน ซึ่งเรื่องนี้ดารณีแอบเห็นกับตาตัวเอง

“ขนาดหลบไปหาความสงบแล้วยังเจอดีเข้าจนได้ ทุเรศจริงๆ ไอ้พวกมือถือสากปากถือศีล ฉันจะหาผู้ชายดีๆได้จากที่ไหนเนี่ย” ดารณีสรุปอย่างอารมณ์เสีย

“แหม...มันก็ต้องมีมั่งแหละ” พิมมาลาพูดอ้อมแอ้ม

“เหรอ งั้นฉันคงซวยเจอแต่ผู้ชายเลวๆ เฮงซวย”

โดนด่าต่อหน้า พิมมาลาถึงผงะ ยิ้มแหยๆอย่างร้อนตัว แต่พอได้ยินดารณีบอกว่าจะประชดชีวิตด้วยการเป็นทอมให้

รู้แล้วรู้รอด พิมมาลาก็อมยิ้มทะลึ่ง จินตนาการเตลิดเปิดเปิง

“ยิ้มอะไร” ดารณีตวาดแว้ดจนพิมมาลาตกใจรีบวกกลับมาเรื่องเดิม

“แล้วดาบอกเรื่องนี้ให้คุณฟ้างามรู้รึยังจ๊ะ”

“ใครจะกล้าบอกล่ะ บริจาคที่เป็นสิบๆล้านซะขนาดนั้น ขืนฉันบอกก็โดนไล่ออกเท่านั้นเอง คุณฟ้างามไม่เชื่อพนักงานตัวเล็กๆอย่างฉันหรอก ยังไงเธอก็หาทางบอกคุณน้ำหน่อยละกัน น้าหลานกันยังไงเค้าก็คงฟังกันมากกว่า”

ทิ้งท้ายฝากเอาไว้แล้วดารณีก็เดินเข้าลิฟต์ไป พร้อมๆกับรัมภาปรากฏตัวที่ด้านหลังพิมมาลา

“รู้แล้วสินะว่าฟ้างามหายไปไหน”

“ตกลงคุณฟ้างามถูกหลอกจริงๆเหรอ”

“ดารณีจะมาหลอกนายไปเพื่ออะไรล่ะ...เวรกรรม หากินกับศรัทธาของคน”

“ขนาดทรัพย์สินเป็นสิบๆล้านยังบริจาคได้หน้าตาเฉย สงสัยเรื่องกลับมาทำงานคงยาก เซนซูยาจะโดนสูบเลือดจนเจ๊งมั้ยเนี่ย”

“ฉันชี้ช่องทางให้ขนาดนี้แล้วคงไม่ต้องให้บอกอีกนะว่านายควรทำอะไรต่อ สมองน่ะหัดคิดเรื่องเหนือสะดือให้เป็นประโยชน์ซะมั่ง” รัมภาไม่พูดเปล่า เอามือดันหน้าผากพิมมาลาจนหงายไป

ooooooo

ทันทีที่ทราบเรื่องของคุณน้าจากพิมมาลา น้ำ-นวลก็รีบชวนพิมมาลาเดินทางไปยังสำนักปฏิบัติธรรมของอาจารย์ทวิชาที่โอ่อ่าหรูหรา

“ลองใหญ่โตขนาดนี้ แสดงว่าต้องมีพวกเศรษฐีไฮโซแบ็กอัพเพียบ คุณน้ำต้องหาจังหวะดีๆพูดกับคุณฟ้างามนะคะ อย่าบู่มบ่าม ไม่งั้นฝ่ายที่เสียจะเป็นเรา”

“น้ำทราบค่ะพี่พิม น้ำเห็นน้างามสนใจปฏิบัติธรรมมาได้ซักพักแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะโดนหลอก”

“ไอ้พวกสิบแปดมงกุฎมันเก่งค่ะคุณน้ำ คนพวกเนี้ยมันมารศาสนา ทำให้สำนักปฏิบัติธรรมดีๆต้องเสื่อมเสียไปด้วย”

“สวัสดีครับ มาพบคุณฟ้างามเหรอครับ” เสียงทวิชาดังมาก่อนตัว สองสาวหันมองแล้วยกมือไหว้ตามมารยาทเมื่อเขาเดินใกล้เข้ามา

“ถ้าอาจารย์จำไม่ผิด เราเคยเจอกันมาแล้วครั้งนึงใช่มั้ย”

“ใช่ค่ะอาจารย์ขา...อาจารย์ความจำดีจังเลยนะคะ”

พิมมาลาจีบปากเสียงอ่อนเสียงหวาน

“พี่ที่ออฟฟิศของฉันเองค่ะ” น้ำนวลแนะนำ เพราะครั้งก่อนเจอกันที่บ้านฟ้างามยังไม่เคยพูดคุย เพียงแค่ส่งยิ้มให้กันไปมา

ทวิชาพยักหน้ารับช้าๆ มองพิมมาลาอย่างพึงใจ แล้วก็ออกลายโดยไม่รู้ตัวว่าผู้มาเยือนสองคนนี้เขาเห็นไส้เห็นพุงแกหมดแล้ว

“อาจารย์รู้สึกถูกชะตากับคุณยังไงบอกไม่ถูกนะ ถ้ายังไงขอมือให้อาจารย์หน่อยได้มั้ย”

พิมมาลาสบตากับน้ำนวลเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือไปตรงหน้าทวิชา พลางนึกในใจว่า

“นั่นไง หลอกแต๊ะอั๋งง่ายๆเลยเหรอวะไอ้อาจารย์กำมะลอ ...เฮ้ยๆ มึงจะลูบอะไรนักหนาวะ ขนลุกขึ้นหัวแล้ว”

ทวิชาหลับตาลูบไล้ฝ่ามือพิมมาลา แล้วทำนายว่า “คุณนี่มีเนื้อนาบุญมากเลยนะ อาจารย์ไม่เคยเจอใครมีวาสนาอย่างคุณเลย เสียดายที่มีกรรมเก่ามาบดบัง”

“ฮึ พอป้อยอเสร็จก็อ้างกรรมเก่าเลยนะ ต่อไปก็สะเดาะเคราะห์ล่ะสิ ง่ายไปหน่อยมั้ย แค่นี้ไม่ได้กินฉันหรอก” พิมมาลาบอกกับตัวเองอยู่ในใจ...แล้วก็เป็นไปตามนั้นจริงๆ

“ถ้าคุณมีเวลาก็ควรจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรบ้างนะ ถ้ายังไงมานั่งสมาธิที่นี่กับอาจารย์ก็ได้”

พิมมาลาอยากจะตบเข้าสักฉาดแต่ก็ทำไม่ได้ จังหวะนี้เองฟ้างามเดินขึ้นเรือนมาพอดี สองน้าหลานเห็นกันก็โผเข้าหาด้วยความดีใจ พอน้าถามหลานว่ามาได้ยังไง ทวิชาจึงเปิดโอกาสอย่างเจ้าบ้านที่ดี

“คงมีเรื่องต้องคุยกันส่วนตัว งั้นอาจารย์ขอตัวไปศึกษาพระธรรมคำสอนต่อก่อนนะ”

ทวิชาเดินเลี่ยงไปด้วยอาการสงบนิ่ง พิมมาลาเหล่มองตามหมั่นไส้ พูดพึมพำเบาๆอย่างไม่เชื่อ

“ให้มันจริงเถอะ”

ส่วนสองน้าหลานมัวแต่ทักทายกันด้วยความคิดถึง ฟ้างามถามน้ำนวลรู้ได้ยังไงว่าน้าอยู่ที่นี่   น้ำนวลหน้าเคร่งขึ้นมาทันที

“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะค่ะน้างาม ตอนนี้ที่บริษัทเกิดเรื่องวุ่นวายอีกแล้วนะคะ”

“คุณฟ้างามน่าจะกลับไปพร้อมกับพวกเราเลยนะคะ ก่อนปัญหาจะบานปลายไปมากกว่านี้”

แล้วเย็นนั้นเอง  ฟ้างามก็กลับไปพร้อมน้ำนวลและพิมมาลา พอรู้รายละเอียดว่าอะไรเป็นอะไร ฟ้างามก็วิ่งโร่ไปเฉ่งพี่ชายถึงบ้าน ซึ่งสองแม่ลูกและนันท์ตัวต้นเหตุก็อยู่ด้วย

“อย่ามาฉวยโอกาสตอนฉันไม่อยู่แล้วมุบมิบทำเรื่องแบบนี้อีกนะ มีอย่างที่ไหน แพงกว่าทำเองตั้งสี่ห้าเท่าก็ยังจะดันทุรังไปจ้างที่อื่น เห็นสมองฉันมีเอาไว้กั้นหูรึไง”

ศรสิทธิ์หน้าเสีย กลัวน้องมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เลยไม่กล้าหืออือ ในขณะที่มานิดาโมโหแต่คุมอารมณ์ไว้ ส่วนเมลานีกับนันท์สีหน้าบ่งบอกว่าไม่พอใจ

“ฉันก็เห็นว่าเธอกำลังซาบซึ้งในรสพระธรรมก็เลยไม่อยากจะกวน” มานิดาอ้างหน้าตาเฉย ก็เลยโดนฟ้างามตอกหน้าซะซีดไป

“หรือไม่อยากให้รู้กันแน่”

“แหม...คุณอาคะ เราออกแบบเองทีไรมันก็เหมือนเดิมทุกครั้ง แล้วยังงี้เมื่อไหร่ห้างเราถึงจะมีอะไรแปลกใหม่ฉีกแนวกะเค้าบ้าง เดี๋ยวคนเค้าก็นึกว่าเป็นห้างแอนธีคมีไว้ให้คนแก่เดินหรอกค่ะ”

ฟ้างามหางตามองเมลานีอย่างไม่พอใจ ฝ่ายนันท์พาลโกรธน้องสาวก็เลยเสียงแข็งขึ้นมา

“นี่น้างามคงไปโดนน้ำยุแยงมาอีกล่ะสิ น้าควรจะฟังเหตุผลบ้างนะครับ ไม่ใช่หลงเชื่อแต่เด็กสอพลอ”

“อย่ามาก้าวร้าวกับน้านะนันท์ น้าอาบน้ำร้อนมาก่อนรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ถ้าอยากจะได้ไอเดียใหม่ๆกันมากนักก็ใช้เงินตัวเองสิ แต่ฝ่ายการเงินของน้าจะไม่อนุมัติเงินให้แม้แต่บาทเดียว งานนี้เป็นความรับผิดชอบของฝ่ายน้ำนวล และฉันต้องการให้เป็นยังงั้น คนอื่นไม่ควรมาก้าวก่าย...พี่สิทธิ์โอเคไหมคะ”

“พี่เห็นด้วย ทุกอย่างก็แล้วแต่งามเถอะจ้ะ” ศรสิทธิ์เอาตัวรอดทันที

“ได้ยินแล้วนะ หวังว่าครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้าย ถ้ายังมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกฉันจะเรียกประชุมผู้ถือหุ้น เพราะคงต้องมีการผ่าตัดยกเครื่องบริษัทกันใหม่ คงมีหลายคนอาจจะไม่ได้สุขสบายเหมือนเดิม” ว่าแล้วฟ้างามก็สะบัดหน้าเดินออกจากบ้านไปอย่างไม่สบอารมณ์

“แม่คะ จะปล่อยให้อางามหักหน้าเราอย่างนี้ไม่ได้นะคะ” เมลานีโวยวายทันทีที่ฟ้างามคล้อยหลัง...มานิดาเหล่สามีก่อนแขวะขึ้นมาอย่างหมั่นไส้

“แม่มันคนนอก ขนาดแชร์แมนของบริษัทเค้ายังไม่กล้าหือเลย แล้วเห็บหอยอย่างแม่จะทำอะไรได้”

ศรสิทธิ์ไม่พอใจที่ถูกเหน็บลุกหนีไปอย่างหงุดหงิด แต่เมลานีหงุดหงิดยิ่งกว่า กระแทกเท้าปึงปังขัดใจที่อะไรๆก็ไม่ได้อย่างใจซักอย่าง ในขณะที่นันท์ขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจน้ำนวล

ooooooo

ค่ำนั้นเอง เพรียวเดินเต๊ะท่านายแบบเข้ามาในห้องอย่างอารมณ์ดีสุดๆ แต่ทันใดรัมภาก็พ่นฉีดควันฆ่าเชื้อโรคใส่จนเพรียวสำลักไอค่อกแค่กพร้อมกับโดดหนี

“โอ๊ย ฉีดอะไรใส่ฉัน เหม็นจะตายอยู่แล้ว อะไรเนี่ยรัมภา เล่นบ้าอะไรของคุณ”

“ฉันไม่ได้เล่น นายไปสถานที่สกปรกมา กลัวเอาเชื้อโรคมาติดฉัน ต้องป้องกันไว้ก่อน”

“สกปรกอะไร ผมก็อยู่ของผมเฉยๆ”

“แค่ไปเหยียบก็แปดเปื้อนแล้ว รู้มั้ยว่านายนั่นเล่นของต่ำของสกปรกเต็มไปหมด พูดแล้วสะอิดสะเอียน”

“ผมกำลังอารมณ์ดีๆอยู่ อย่ามาหาเรื่องหน่อยเลย”

“อารมณ์ดีที่ช่วยแก้ปัญหาให้หนูน้ำได้น่ะเหรอ ช่วยคนอื่นได้ อย่าลืมปัญหาของตัวเองก็แล้วกัน”

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ จบเรื่องนี้ไปได้ข่ายแก้วก็ไม่ต้องออก แล้วผมก็มั่นใจว่าหาแฟนใหม่ให้ข่ายแก้วได้ไม่ยาก”

เพรียวยิ้มยักคิ้วให้รัมภา ก็เลยได้ของแข็งตอบกลับมาเป็นอุปกรณ์ฆ่าเสื้อโรคที่รัมภาโยนใส่ด้วยความหมั่นไส้...

เช้าวันใหม่ที่บ้านฟ้างาม น้ำนวลตั้งใจจะคุยกับฟ้างามเรื่องทวิชา แต่พอเปิดประตูห้องคุณน้าเข้ามาหญิงสาวก็ชะงักกึก เมื่อเห็นคุณน้ากำลังเก็บหมอนและผ้าห่มที่วางอยู่บนพื้น

“น้างามทำอะไรคะ”

“น้าถือศีลแปด ไม่นอนบนเตียงน่ะจ้ะ น้าก็เลยลงมานอนกับพื้นแทน น้ำมีอะไรรึเปล่า”

น้ำนวลอึ้งไปเลย ที่จะพูดเรื่องทวิชา พอเห็นอย่างนี้ก็เลยไม่ค่อยกล้า เดินเข้ามานั่งพับเพียบเลียบเคียงว่า

“คือ...น้ำจะพูดเรื่องที่น้างามไปปฏิบัติธรรมกับอาจารย์ทวิชาน่ะค่ะ”

“หนูคงตำหนิน้า ที่น้าหายไปจนเกิดเรื่องขึ้นที่บริษัทใช่ไหมจ๊ะ”

“น้ำไม่กล้าตำหนิน้างามหรอกค่ะ”

“ไม่เป็นไรจ้ะ เรื่องนี้น้าก็ผิดจริงๆ เป็นอย่างที่อาจารย์ทวิชาว่าไว้ไม่มีผิดเลย หน้าที่การงานมันก็เหมือนห่วงผูกคอ ตราบใดที่เรายังจับปลาสองมืออยู่อย่างนี้ไม่มีทางที่จะพบความสุขที่แท้จริงได้หรอก มีแต่จะทำให้แย่ลงไปทั้งสองทางมากกว่า”

น้ำนวลอึ้งย่ิงกว่าเดิม  ไม่คิดว่าน้าจะหลงเชื่อทวิชาขนาดนี้  จนรู้สึกว่ายังไม่ควรพูด  ได้แต่ฝืนยิ้มไปมา...พอน้ำนวลไปเล่า ให้แวนฟัง  แวนก็หัวเราะขำขันราวกับฟังเรื่องตลก

“หัวเราะอะไรน่ะแวน  นี่น้าของน้ำนะ”

“ก็มันตลกนี่น้ำ  หญิงมั่น  ทำงานเก่ง  คนกลัวกันไปทั่ว จะบรรลุธรรมเตลิดเปิดเปิงได้ขนาดนี้”

“ถ้าถือศีลปฏิบัติธรรมจริงๆ ก็ไม่เป็นไรหรอก แต่นี่ โดนพวกสิบแปดมงกุฎหลอกเอาน่ะสิ”

“แต่น้างามเค้าไม่เชื่อ  แล้วเราก็ไม่มีหลักฐานมายืนยัน ซะด้วย  แวนก็สงสัยนะว่าคำพูดของพนักงานคนนั้นเชื่อถือได้ แค่ไหน  ขืนพูดไปน้ำนั่นแหละที่จะซวยเอง  เล่นกับความเชื่อ ของคนนี่พูดยากนะน้ำ”

น้ำนวลตะลึง  คิดไม่ถึงว่าแวนจะพูดดีมีสาระขนาดนี้ 

“ทำไมมองหน้าแวนอย่างงี้ล่ะ”

“แวนให้คำแนะนำดีๆกับน้ำแบบนี้เป็นด้วยเหรอ”

“อ้าว...”  แวนเจ็บใจปนมันเขี้ยว  จี้เอวน้ำนวลทันที  “นี่แนะ  ชอบไร้สาระแบบนี้มากกว่าใช่มั้ยล่ะ”

น้ำนวลบ้าจี้หัวเราะคิกคัก  แวนเลยสนุกใหญ่  ย่ิงแกล้ง จนน้ำนวลต้องว่ิงหนีไปขึ้นรถ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”
19 มิ.ย 2564

10:25 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 17:57 น.