ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พิมมาลา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

รัมภาใช่แค่กลั่นแกล้งเพรียวให้หวาดเสียว แต่เธอยังถ่ายรูปเพรียวแต่งหญิงนั่งยองๆบนชักโครกเอาไว้ด้วย พอเจ้าตัวมาเห็นถึงกับโวยวายเจ็บแค้นใจ แต่รัมภาก็ยกเหตุผลขึ้นมาเถียงได้ตลอด แถมยังข่มขู่ด้วยว่า

“ยังไม่สำนึกอีกนะ อยากจะกลับไปหาพ่อรึเปล่า”

“คุณยอมให้ผมไปหาพ่อในร่างเพรียวแล้วเหรอ”

“ใช่ แต่นายต้องช่วยงานฉันเรื่องนึงก่อน แล้วก็ห้ามทำพลาดด้วย”

งานที่ว่าก็คือ พิมมาลาต้องช่วยไปช่วยน้ำนวลกับแวนที่ถูกเมลานีหลอกไปมอมยาในงานปาร์ตี้ฉลอง เปิดร้านอาหารของเธอ เมลานีต้องการให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ร้าว ฉาน  ตั้งใจจัดฉากให้ตัวเองนอนบนเตียงเดียวกับแวนแล้วให้น้ำนวลตื่นมาเห็นแต่แผนของเมลานีต้องล้มกลางคันเพราะพิมมาลาตามไปช่วยน้ำนวลกับแวนได้ทัน โดยมีรัมภา คอยบงการฝ่ายเมลานีนั้นงงเป็นไก่ตาแตกเพราะไม่รู้ไม่เห็นว่าใครมาช่วยสองคนนั้นไป

แบกน้ำนวลและแวนที่ถูกมอมยาไม่รู้สติหนีออกมาได้แล้ว พิมมาลาเอาทั้งคู่ใส่รถของแวนแล้วขับไปส่งที่บ้านฟ้างาม แต่ไม่ทันจะพาทั้งคู่ลงจากรถ เห็นน้ำนวลหลับพริ้ม พิมมาลาอดใจไม่ไหวจะขโมยหอมแก้มน้ำนวล ฉับพลันน้ำนวลก็ลืมตาตื่นขึ้นมา พิมมาลาเลยต้องกระเด้งตัวหนีออกมาโดยอัตโนมัติ

“พี่พิม...พี่พิมมาอยู่นี่ได้ยังไงคะ เอ๊ะ นี่มันรถของแวนนี่” น้ำนวลแปลกใจ หันมองไปเบาะหลังเห็นแวนนอน หลับสนิท รีบปลุกจนเขางัวเงียตื่นขึ้นมาถามว่าเช้าแล้วเหรอ?

“ยังไม่เช้าหรอกค่ะ แต่ถ้าพี่ขืนไปเจอพวกคุณตอนเช้าล่ะก็ มีหวัง...” พิมมาลาทิ้งค้างไว้แค่นั้น น้ำนวลสีหน้างงๆ อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนแวนก็พยายามลำดับเหตุการณ์ว่าเราไปกินอาหารที่ร้านเมลานีแล้วมาอยู่ที่ นี่ได้ยังไง

พิมมาลาทั้งเหนื่อยทั้งเซ็ง บอกทั้งคู่ให้อยู่ในความสงบก่อน เรื่องมันยาว เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง

ooooooo

กว่าจะเสร็จเรื่องก็เหนื่อยหอบกลับที่พัก แล้วยังต้องมามีปากเสียงกับรัมภาให้หงุดหงิดซ้ำอีก ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายเริ่มก่อน

“ดูแล้วผมไม่น่าช่วยเลยจริงๆ ถ้าปล่อยให้คุณน้ำตื่นขึ้นมาเห็นเจ้าแวนกับคุณเมบนเตียง ป่านนี้มีหวังเลิกกันไปแล้ว”

“หัดมีน้ำใจนักกีฬาหน่อยสิยะ สู้แวนเค้าไม่ได้ก็เลยคิดจะยืมมือคนอื่นล่ะสิ”

“ใครกันแน่ยืมมือคนอื่น”

“ถึงหนูน้ำเค้าจะเลิกกับแวนจริง เค้าก็ไม่คว้าผู้ชายโหลยโท่ยจอมฉวยโอกาสอย่างนายมาเป็นแฟนหรอกย่ะ”

“ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้เลยนะรัมภา คนอย่างผมเนี่ยนะจะสู้ไอ้สมองกลวงนั่นไม่ได้ โธ่  ถ้าเป็นผู้ชายกับผู้ชายแฟร์ๆ

ล่ะก็ ผมเขี่ยมันกระเด็นไปแล้ว”

“เชอะ” รัมภาเหยียดปากหมั่นไส้

“นี่คุณนางฟ้าที่เคารพรัก วันนี้วันเสาร์แล้วนะ ไหนคุณสัญญาว่าถ้าผมช่วยงานคุณคราวนี้สำเร็จ คุณจะให้ผมเป็นผู้ชายทุกวันเสาร์อาทิตย์ไง”

“เฉพาะเสาร์อาทิตย์นี้เท่านั้นย่ะ ไม่ใช่ทุกอาทิตย์ อย่ามาทำเนียน”

“นั่นแหละๆ สรุปว่าผมเป็นผู้ชายได้รึยัง ผมจะได้ไปหาพ่อแม่ผมซะที”

รัมภาเหยียดยิ้ม หนักใจอยู่เหมือนกันที่จะต้องแก้ไขพฤติกรรมนายคนนี้

ooooooo

เมื่อได้รับอิสระเสรีจากรัมภากลับมาอยู่ในร่างตนเอง เพรียวรีบมุ่งหน้าไปหาพ่อแม่ที่อุทัยธานี ดูแลเอาใจพ่อที่เพิ่งหายป่วยเป็นอย่างดี แถมยังมีเสื้อผ้าข้าวของมาฝากพี่สาวและหลานๆด้วย ทั้งที่แต่ไหนแต่ไรเพรียวไม่เคยซื้ออะไรมาฝาก

ขณะเดียวกันนั้นที่ออฟฟิศเซนซูยา เมลานีกำลังหน้าหงิกหงุดหงิดที่แผนการเมื่อคืนล้มเหลว มานิดาจึงทั้งโอ๋ทั้งปลอบลูกสาวสุดรักว่าโอกาสหน้ายังมี อย่ามู้ดดี้ไปเลย เดี๋ยวตีนกาจะขึ้นก่อนวัยอันควร

มานิดาเดินนำหน้าลูกสาวมาเปิดประตูห้องทำงาน แล้วต้องชะงักกึกเมื่อเห็นนันท์นั่งอ่านแฟ้มเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงานของตน

“สวัสดีครับป้า ตั้งแต่ผมกลับมายังไม่มีโอกาสได้เจอกันเลย”

“นึกว่าใคร ขยันจังนะจ๊ะ วันเสาร์แท้ๆ ยังอุตส่าห์มาทำงานอีก”

“ห้างไม่มีวันหยุดนี่ครับ”

“จำห้องทำงานผิดรึเปล่าคะ” เมลานีจิกตามองนันท์อย่างไม่ชอบหน้า

“ไม่ผิดหรอก ฉันจงใจมาห้องนี้โดยเฉพาะเลย บังเอิญฉันเจออะไรแปลกๆเกี่ยวกับงานโอทอปของห้างเรา ฉันก็เลยเข้ามาหาข้อมูลนิดๆหน่อยๆ งานนี้คุณป้าช่วยชาวบ้านจนอิ่มแปล้เลยนะครับ”

เมลานีปรี๊ดทันทีด้วยความโมโหที่โดนจับโกงได้ “พูดอะไรของแก เคลียร์ๆหน่อย”

“ไม่เอาจ้ะน้องเม” ปรามลูกสาวแล้วหันไปพูดกับนันท์อย่างรู้ทันเช่นกัน “เธอก็เป็นงานเร็วดีนี่ ก็เห็นอิ่มหมีพีมันไม่แพ้กันนี่นา ทำไมจ๊ะ ฟันใต้โต๊ะล่วงหน้าแล้วหาบูธให้ลงไม่ได้รึไง”

นันท์หน้าซีดเผือด  ไม่คิดว่ามานิดาจะหูตาเป็นสับปะรด รู้ลึกรู้จริงว่าตนกำลังคดโกงบริษัทเหมือนกัน...

เมื่อไก่เห็นตีนงู แล้วงูก็เห็นนมไก่...สองฝ่ายจึงพากันออกไปตกลงเรื่องผลประโยชน์กันนอกออฟฟิศ

“ป้าว่าเรามาจับมือกันดีกว่า  ไหนๆก็อุดมการณ์เดียวกันแล้ว เซนซูยาไม่ได้มีแค่งานนี้งานเดียว ปีๆนึงมีงานแฟร์เยอะแยะ งานอีเวนต์อีกไม่เว้นแต่ละวัน ถ้าเราไม่ขัดขากันเองซะก่อนมีช่องทางให้เมกมันนี่ได้ทั้งปี”

“ยิ่งตอนนี้อางามกำลังบ้าถือศีลกินเจอยู่ด้วย ไม่มีใครมาคอยตรวจสอบเหมือนเมื่อก่อน ไม่ทำตอนนี้แล้วจะทำตอนไหน เธอคิดดูให้ดีๆละกันนันท์ คนเดียวหัวหายนะ”

สองแม่ลูกช่วยกันโน้มน้าว นันท์นิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนตอบรับด้วยความเจ้าเล่ห์

“ก็ได้ งั้นนับแต่นี้ไปเราเป็นหุ้นส่วนกัน 60-40”

“เรื่องอะไร เธอคนเดียว ฉันตั้งสองคน 50-50” เมลานีสวนเสียงแข็ง

นันท์ไม่พอใจเถียงว่า เธอสองคนแม่ลูกกัน แล้วก็ยืนยันตามเดิมว่า 60-40 แต่เมลานีก็ยังไม่ยอม จะแบ่งครึ่งให้ได้ มานิดาเห็นท่าทีนันท์แข็งโป๊กและพร้อมจะมีเรื่อง จึงด่วนตัดบท


“เอาล่ะๆ งั้น 55-45”

“ตกลงครับ” นันท์ยื่นมือเช็กแฮนด์กับมานิดาทันที เมลานีจ้องนันท์ตาเขียวปั้ดอย่างเจ็บใจ
ooooooo

เพรียวยังขลุกอยู่กับพ่อแม่ที่บ้าน กระทั่งบ่ายรู้ว่ามีคนจากเซนซูยามาติดต่อซื้อผ้าจากโรงงานพ่อแม่ตน เพรียวแปลกใจว่าใคร หรือว่าจะเป็นทศกร

ที่แท้ก็คือน้ำนวลที่มากับแวนนั่นเอง เพรียวตามออกไปที่ร้านผ้าซึ่งพี่สาวสองคนดูแลอยู่ น้ำนวลพอเห็นเพรียวก็ชะงักตกใจ คิดไม่ถึงว่าจะเจอเขาที่นี่


“ได้ข่าวว่าคุณเพรียวไปทำงานอยู่ต่างประเทศ ไม่คิดว่าจะเจอกันที่นี่นะคะ”

“ผมก็คิดไม่ถึงว่าจะมีโอกาสได้ต้อนรับคุณน้ำกับลูกชายท่านรัฐมนตรี คู่รักสุดฮอตที่นี่เหมือนกัน”

“เรื่องคิดไม่ถึงยังมีอีกเยอะค่ะ ดูแวนสิคะ ใครก็ชอบว่าเป็นเพลย์บอย แต่จริงๆไม่ใช่เลย ผิดกับคนบางคน ภายนอกดูสุภาพ อบอุ่น ให้เกียรติผู้หญิง แต่ใครจะรู้ล่ะคะ ว่าจริงๆแล้วเป็นจอมเจ้าชู้ ชอบเห็นผู้หญิงเป็นของเล่น”

เพรียวหน้าชา ส่วนแวนไม่เข้าใจนักว่าน้ำนวลพูดอะไร


“พูดโยงอะไรของเธอ ไม่เนียนเอาซะเลย หาเรื่องด่ากระแทกเราชัดๆ อ่อนหัด” เพรียวคิดในใจแล้วก็ปั้นยิ้มก่อนโต้ตอบ “คิดเหมือนกันเลยครับ ผู้หญิงบางคนดูภายนอกเหมือนจะฉลาด แต่พอเห็นรสนิยมการเลือกแฟนแล้ว...” แกล้งไม่พูดต่อ แต่หัวเราะออกมาซะงั้น

น้ำนวลหน้าหงิก จ้องหน้าเพรียวเขม็งไม่พอใจ เพรียวเสมองแวนแล้วเปลี่ยนเรื่อง

“คุณแวนน่าจะช่วยเลือกผ้านะครับ ดูคุณเป็นคนมีเทสต์ดี”


“ขอบคุณครับ” แวนยิ้มปลื้ม น้ำนวลแอบหยิกแขนแฟนตัวเอง แล้วเดินไปหายุพินกับสายพรเพื่อเลือกผ้ากันต่อ ซึ่งกว่าจะเสร็จก็เย็นมาก แวนจึงสั่งอาหารหลายอย่างมากินที่บ้านเพรียว

“แวนจ้ะ มันไม่เยอะเกินไปเหรอ” น้ำนวลติงเมื่อเห็นอาหารเต็มโต๊ะแทบไม่มีที่เหลือวางจานข้าว

“อาหารที่นี่มันไม่ได้แพงอะไรนี่น้ำ พอแวนรู้ว่าน้ำชวนมาที่นี่ แวนก็เซิร์ชหาอาหารจานเด็ดของจังหวัดแล้วก็ซื้อมาเอาใจน้ำ น้ำทำงานเหนื่อยๆแวนก็อยากให้อิ่มอร่อย น้ำโกรธแวนเหรอ”

“น้ำไม่ได้โกรธแวนหรอก แต่มันเกินพอดีไปหน่อย คนไม่เข้าใจจะนินทาว่าเราอวดร่ำอวดรวย” หางตามองเพรียว อย่างจงใจ

“ความพอดีของคนรวยกับคนจนมันไม่เท่ากันยังงี้ล่ะครับ” เพรียวแขวะกลับทันควันจนน้ำนวลหน้าหงิก “เฮ้อ คนรวยมันดีอย่างนี้เอง เนรมิตได้ทุกอย่าง ถึงว่า...ผู้หญิงชอบเลือกผู้ชายรวยๆเป็นแฟน”

น้ำนวลเคืองเพรียวมาก ทำปั้นปึ่งเชิดหน้า แวนเองก็เริ่มทะแม่ง เหล่เพรียวก่อนบอกให้เขาไปเชิญพ่อกับแม่มาทานข้าวด้วยกัน

“นึกว่าจะดินเนอร์สวีตกันแค่สองคนไม่ชวนซะแล้ว... ช่างเป็นบุญของตระกูลผมจริงๆได้ร่วมโต๊ะอาหารกับคู่รักไฮโซ” ว่าแล้วเพรียวก็เดินอมยิ้มออกไป
“น้ำ...แวนไม่ชอบหน้ามันเลย”

“คนส่วนใหญ่ก็คิดเหมือนแวนแหละ”

ที่มุมหนึ่ง ชั้นกับถมพ่อแม่ของเพรียวแอบดูอยู่ ทั้งคู่คาใจสงสัยว่าน้ำนวลกับเพรียวมีอะไรแปลกๆ อาจจะเคยปิ๊งกันมาก่อนถึงได้ดูแง่งอนกันนัก ชั้นก็เลยวางแผนช่วยลูกชายให้ได้ใกล้ชิดน้ำนวล โดยแอบเอาเหล้าให้แวนกินจนเมาขับรถกลับกรุงเทพฯไม่ไหว พอน้ำนวลจะขับเอง สองผัวเมียก็อ้างว่าดึกดื่นค่ำมืดแล้วมันอันตราย เพรียวได้ทีเสริมว่าถนนหน ทางแถวนี้ก็ขับยาก ถ้าคนไม่ชำนาญอาจหลงทางได้ง่ายๆ

สรุปแล้วน้ำนวลกับแวนต้องนอนค้างที่บ้านพ่อแม่เพรียว ถมจึงพาน้ำนวลไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนแวนให้เพรียวแบกไปนอนที่โซฟา

เห็นน้ำนวลใส่ชุดนอนของตนตอนสาวๆได้พอดี ถมถึงกับยิ้มปลื้ม ชมน้ำนวลว่าน่าเอ็นดู...พอตีสนิทได้แล้ว ถมก็ฉวยโอกาสซักถามสิ่งที่ยังค้างคาใจ

“หนูรู้จักกับเพรียวมานานแล้วเหรอจ๊ะ”

“ซักสองปีกว่าได้แล้วล่ะค่ะ ตอนเรียนปริญญาตรี หนูเคยไปฝึกงานที่แผนกของพี่เพรียวก่อนจะไปเรียนต่อปริญญาโทที่เมืองนอกน่ะค่ะ”

“จบปริญญาโทมาจากเมืองนอกเลยเหรอจ๊ะ เก่งจังเลย แล้วพ่อหนุ่มที่มาด้วยกันเป็นแฟนหนูรึเปล่าจ๊ะ หรือเป็นแค่เพื่อนร่วมงานเฉยๆ”

น้ำนวลกำลังจะตอบ...แต่ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูดังขัดขึ้น ก่อนที่เพรียวจะเปิดเข้ามา เพรียวชะงักไปนิดที่เห็นน้ำนวลใส่ชุดนอนของแม่ เขามองเธอตั้งแต่หัวจดเท้า

“นี่คุณน้ำใส่ชุดนอนแม่ผมได้ด้วยเหรอเนี่ย” เพรียวพูดไปขำไปจนถมต้องตวาดดุ

“ตลกอะไรเจ้าเพรียว น้องเค้าเขินเห็นมั้ย ชุดนอนเก่าของแม่ ก็เรานั่นแหละเป็นคนซื้อให้เอง”

“ไม่ตลกหรอกครับแม่ น่ารักดี ม้วนโรลผมหน่อย ใช่เลยคุณป้าน้ำ”

น้ำนวลเริ่มงอน บอกถมว่าขอตัวไปดูแวนสักหน่อย เพรียวมองตามเธอแล้วก็ยิ้มขำๆ แต่พอหันกลับมาก็เจอแม่หน้าบึ้งตึงใส่

“ไปแซวคุณน้ำเธอทำไม หัดปากหวานซะมั่งสิ เค้างอนเลยเห็นมั้ย เราน่ะเก่งแต่ทำงาน เรื่องจีบผู้หญิงนี่อ่อนหัดจริงๆ ไม่รู้นังพรมันว่าแกเจ้าชู้ไก่แจ้ได้ไง อมพระมาพูดแม่ก็ไม่เชื่อ”

เพรียวไม่โต้หรือคัดค้าน แต่อมยิ้มที่แม่ช่างไม่รู้อะไรซะเลย

“ตามน้องเค้าไปสิ มายืนยิ้มอยู่ได้”

“ครับแม่” เพรียวเดินตามน้ำนวลออกไป ถมถอนใจส่ายหน้าบ่นกับตัวเองเบาๆ

“ชาตินี้ฉันจะอยู่ทันได้เห็นหน้าลูกสะใภ้มั้ยเนี่ย”

ooooooo

เพรียว​ตาม​ไป​คุย​กับ​น้ำ​นวล​ตามลำพัง​หวัง​จะ​รื้อฟื้น​ความหลัง​และ​ตีสนิท​กับ​เธอ​ให้​มาก​ขึ้น​กว่า​เดิม โดย​ช่วง​แรก​ก็​พูด​คุย​เรื่อง​งาน​ก่อน​จะ​เข้า​ประเด็น​จน​รู้​ว่า​เธอ​ยัง​ไม่​ลืม​เขา ฝ่าย​น้ำ​นวล​ที่​ใจ​ยัง​อาวรณ์​เขา​อยู่​ก็​ถาม​หยั่ง​เชิง​ว่า​เขา​จะ​กลับ​มา​ทำ​งาน​ที่​เซน​ซู​ยา​อีก​ไหม เรา​กำลัง​จะ​เปิด​สาขา​ที่​ขอน​แก่​น ภายใน​ปี​นี้

เพรียว​ไม่​ตอบ​แต่​จ้อง​ตา​น้ำ​นวล​จริงจัง “ผม​อยาก​ได้ยิน​คุณ​น้ำ​เรียก​ผม​ว่า​พี่​เพรียว​เหมือน​เมื่อ​ก่อน​จัง​เลย”

น้ำ​นวล​เขิน​แต่​กลบเกลื่อน​รวดเร็ว​ด้วย​การ​เปลี่ยน​เรื่อง “ยัง​ไง​ก็​ต้อง​ขอบคุณ​นะ​คะ​ที่​ช่วย​ส่ง​พี่​พิม​มา​ทำ​งาน​แทน พี่​พิม​ทำ​งาน​เก่ง​ไม่​แพ้​คุณ​เลย...แล้ว​คุณ​รู้จัก​พี่​พิม​นาน​แล้ว​เหรอ​คะ”

“จะ​ว่า​นาน​ก็​นาน​นะ แต่​ถ้า​มอง​อีก​มุม​นึง ก็​ไม่​นาน​เท่า​ไหร่”

“เอา​เถอะ​ค่ะ ฉัน​ก็​ไม่​อยาก​รู้​เรื่อง​ชีวิต​รัก​ของ​คุณ​นัก​หรอก ไป​อยู่​เป็น​เพื่อน​แวน​ดี​กว่า”

“โอ๊ย ไม่​ต้อง​หรอก​ครับ นาย​นั่น​หลับ​สบาย​หายห่วง จะ​ว่า​ไป​แฟน​คุณ​ก็​เลี้ยง​ง่าย​เหมือน​กัน​นะ กิน​แล้ว​ก็​นอน ไม่​กวน​ด้วย แค่​ดูเหมือน​เป็น​ลูก​ชาย​คน​โต​ของ​คุณ​น้ำ​มาก​กว่า​จะ​เป็น​แฟน ก็​เท่านั้น​เอง”

น้ำ​นวล​ไม่​พอใจ​ที่​เพรียว​พูด​เหมือน​เย้ย​แวน จึง​ศอกกลับ​นิ่มๆ แต่​เจ็บ​จี๊ด

“แวน​อาจจะ​ไม่​ใช่​คน​เก่ง​หรือ​มี​ความ​เป็น​ผู้​นำ​มาก​นัก แต่​เค้า​ก็​มี​ข้อ​ดี​อย่าง​อื่น​ที่​ผู้ชาย​น้อย​คน​นัก​จะ​มี...ถ้า​ผู้หญิง​คน​ไหน​ที่​ได้​แวน​เป็น​คู่ชีวิต สำหรับ​ฉัน​ถือว่า​โชค​ดี​ที่สุด”

แล้ว​น้ำ​นวล​ก็​เชิด​หน้า​จาก​ไป เพรียว​มอง​ตาม​หมั่นไส้ และ​อยาก​เอาชนะ ครั้น​รุ่ง​ขึ้น​กลับ​กรุงเทพฯ เพรียว​จึง​ฟิต​จัด​ถาม​รัมภา​ว่า​จะ​ให้​ตน​ไป​ไถ่บาป​ผู้หญิง​คน​ไหน​อีก​ก็​บอก​มา​เลย ตน​จะ​ได้​กลับ​เป็น​ผู้ชาย​เต็ม​ร้อย​เสียที

“ฟิต​จัง​นะ อยาก​กลับ​เป็น​ผู้ชาย​ขนาด​นี้​คิด​จะ​ไป​จีบ​สาว​แข่ง​กับ​ใคร​ล่ะ”

“พูด​ยัง​กะ​ตา​เห็น”

“ขอ​เตือน​ไว้​ก่อน​เลย​นะ ถ้า​คิด​จะ​แข่ง​กับ​แวน​ล่ะ​ก็...ยาก”

“จะ​ยาก​จะ​ง่าย​ก็​เรื่อง​ของ​ผม จะ​ให้​ผม​ไป​ไถ่บาป​ไถ่​โทษ​กับ​ใคร​ที่ไหน​ก็​รีบ​บอก​มา​เลย”

“อย่า​เพิ่ง​ใจร้อน​ไป​เลย​น่ะ ตอน​นี้​นาย​ต้อง​กลับ​ไป​เป็น​พิม​มาลา​ก่อน”

“คุณ​จะ​โกง​ผม​เหรอ นี่​มัน​ยัง​วัน​อาทิตย์​อยู่​เลย​นะ จะ​ให้​ผม...” พูด​ไม่ทัน​จบ เสียง​โทรศัพท์​มือ​ถือ​ดัง​ขึ้น​ขัดจังหวะ พอดู​เบอร์​ก็​แตกตื่น​ทันที “แย่​แล้ว คุณ​น้ำ​โทร.​มา ทำ​ไง​ดี​ล่ะ ถ้า​ผม​รับ มือ​ถือ​ของ​พิม​มาลา ความ​ก็​แตก​น่ะ​สิ”

“เห็น​มั้ย ฉัน​บอก​แล้ว​ว่า​นาย​ต้อง​เป็น​พิม​มาลา เชื่อ​รึ​ยัง​ล่ะ”

ขาดคำ​ของ​รัมภา เพรียว​ก็​กลาย​เป็น​พิม​มาลา​ใน​บัดดล... หลังจาก​คุย​โทรศัพท์​กับ​น้ำ​นวล​ครู่​เดียว พิม​มาลา​ก็​รีบ​ร้อน​ไป​พบ​เธอ​ที่​เซน​ซู​ยา​เพราะ​มี​กลุ่ม​ผู้​ประท้วง​มา​โวยวาย​หน้า​ห้าง​ด้วย​เรื่อง​จัด​บูธ​ขาย​สินค้า​โอทอป​ซึ่ง​ตกลง​กัน​ไว้​ดิบดี​แต่​พอ​ถึง​เวลา​ไม่​เป็น​ไป​ตาม​ที่​ตกลง

แวน​ก็​อยู่​กับ​น้ำ​นวล​ด้วย พอ​เห็น​ท่า​ไม่​ดี​แวน​จะ​โทร.

บอก​พ่อ​ซึ่ง​เป็น​คน​ใหญ่​คน​โต​ให้​ส่ง​ตำรวจ​มา แต่​น้ำ​นวล​ห้าม​ไว้​เพราะ​เกรง​จะ​บานปลาย​แล้ว​ห้าง​ต้อง​เสียหาย​ไป​มาก​กว่า​นี้

“หัวหน้า​กลุ่ม​นี้​คือ​คุณ​สม​ยศ​ไม่​ใช่​เหรอ​คะ ทำไม​ไม่​เห็น​พี่​เค้า​เลย​ล่ะ”

“คุณ​สม​ยศ​เค้า​โกรธ​มาก เห็น​ว่า​ขึ้น​เครื่องบิน​กลับ​ไป​แล้ว​ล่ะ​ค่ะ เอ๊ะ แล้ว​พี่​พิม​รู้​ได้​ไง​คะ​ว่า​คุณ...”

พิม​มาลา​รู้ตัว​จึง​พูด​สวน​ขึ้น​ทันที “คุณ​แวน​ช่วย​จอง​ตั๋ว​ไป​อุดร​ให้​หน่อย​สิ​คะ เรา​ต้อง​ขึ้น​ไป​เคลียร์​กับ​คุณ​สม​ยศ​ด้วย

ตัว​เอง ส่วน​คุณ​น้ำ​มา​กับ​พี่ คุณ​เป็น​หุ้นส่วน​ของ​เซน​ซู​ยา ถ้า​ไป​รับ​เรื่อง​ด้วย​ตัว​เอง​พวก​เค้า​คง​จะ​ใจเย็น​ลง​ได้​บ้าง”

น้ำ​นวล​เห็น​ด้วย​รีบ​ตาม​พิม​มาลา​ออก​ไป​หาก​ลุ่ม​ผู้​ประท้วง​เพื่อ​เจรจา ส่วน​แวน​กด​โทรศัพท์​มือ​ถือ​หา​ลูกน้อง​พ่อ สั่ง​ให้​จอง​ตั๋ว​ไป​อุดร​สาม​ที่...

ขณะ​ที่​น้ำ​นวล​พยายาม​แก้​ปัญหา​ที่​เกิด​ขึ้น แต่​คน​ก่อ​เรื่อง​อย่าง​นันท์​กลับ​หด​หัว​ไป​รวม​ตัว​อยู่​กับ​ผู้​ร่วม​อุดมการณ์​คดโกง​อย่าง​มา​นิ​ดา​กับ​เม​ลา​นี​ที่​บ้าน โดย​คอย​เช็ก​ข่าว​ทาง​โทรศัพท์​กับ​ลูกน้อง​ของ​ตน จน​รู้​ว่า​กลุ่ม​ผู้​ประท้วง​ยอม​สลาย​ตัว​หลัง​น้ำ​นวล​เข้าไป​เจรจา แต่​พรุ่งนี้​จะ​มา​ฟัง​คำ​ตอบ​ใหม่​อีก​ที

“ยัย​น้ำ​นี่​ก็​เก่ง​เหมือน​กัน​นะ ทำให้​พวก​นั้น​ยอม​กลับ​ไป​ได้”

“แล้ว​มัน​จะ​ไม่​สาว​มา​ถึง​เรา​เหรอ​คะ​คุณ​แม่”

“อย่า​ปอด​แหก​ไป​หน่อย​เลย​เม ใคร​จะ​กล้า​เสี่ยง​ตกงาน​ซัดทอด​มา​ถึง​เรา  ผม​ว่า​เรา​มา​คุย​โปร​เจกต์​ร่วม​ทุน​เดือน​ต่อ​ไป ​ของ​เรา​ดี​กว่า” นันท์​กระตือรือร้น​กาง​เอกสาร​แผนการ​ตลาด​ของ​ห้าง...สอง​แม่​ลูก​ยิ้มแย้ม​ดีอกดีใจ​หา​ช่อง​ทาง​รับ​ทรัพย์​ได้​อีก

ooooooo

ค่ำ​นั้น น้ำ​นวล  แวน พิม​มาลา ขึ้น​เครื่อง​ตาม​ไป​พบ​สม​ยศ​หัวหน้า​กลุ่ม​ชาว​บ้าน​สินค้า​โอทอป โดย​นัด​เจรจา​กัน​ที่​โรงแรม​แห่ง​หนึ่ง...น้ำ​นวล​พยายาม​ไกล่เกลี่ย แต่​สม​ยศ​ยัง​อารมณ์​เสีย​ไม่​หาย

“มี​อย่าง​เหรอ มา​เรียก​เก็บ​ค่า​ดำเนิน​การ​ก่อน พอ​ไป​ขาย​จริง​ก็​ไม่​มี​บูธ​ให้​ลง​ของ แล้ว​ไอ้​พวก​ที่​ได้​บูธ​ไป​ก็​พ่อค้า​กรุงเทพฯ​ทั้งนั้น ใช่​ชาว​บ้าน​อย่าง​พวก​เรา​ซะ​ที่ไหน”

“คง​มี​เรื่อง​เข้าใจ​ผิด​อะไร​กัน​แน่ๆเลย​ค่ะ​คุณ​สม​ยศ”

“เข้า​ใจ​ผิด​อะไร ไม่​ต้อง​มา​แก้ตัว ฟัง​ไม่​ขึ้น​หรอก ถ้า​พวก​คุณ​ไม่​เคลียร์​ก่อน​ถึง​วัน​งาน ผม​จะ​แจ้งความ​แล้ว​โทร.​ไป​ขอ​ออก​รายการ​ทีวี คราว​นี้​ห้าง​คุณ​เสียชื่อ​ป่นปี้​แน่”

“ออก​ทีวี​เลย​เหรอ​คะ อย่า​ลืม​เชิญ​ดิฉัน​ไป​ด้วย​นะ​คะ” พิม​มาลา​ปล่อย​มุก​แก้​เครียด สม​ยศ​เหล่​นิดๆ เห็น​สวย เลย​ไม่​ว่า​อะไร

“ผม​ติดต่อ​คุณ​ฟ้า​งาม​ไม่ได้​เลย นี่​มัน​อะไร​กัน จงใจ​หลบหน้า​กัน​ชัดๆ

“คุณ​ฟ้า​งาม​เค้า​ไป​ถือศีล วัด​เค้า​ห้าม​เปิด​มือ​ถือ จะ​ให้​ทำ​ไง​ล่ะ​คุณ”  น้ำเสียง​แวน​ไม่​พอใจ  สม​ยศ​มอง​เขม่น​แวน  พิม​มาลา​เห็น​ท่า​จะ​ยืด​ยาว จึง​สรุป​ทันที

“เอา​งี้​ก็​แล้วกัน​ค่ะ เรา​จะ​เพิ่ม​บูธ​ขาย​ของ​ให้​พวก​คุณ​ครบ​ทุก​คน แต่​ถ้า​คุณ​ยัง​ไม่​พอใจ เรา​จะ​ขอโทษ​ด้วย​การ​ให้​คุณ​ขาย​ของ​เพิ่ม​ขึ้น​อีก​หนึ่ง​อาทิตย์ โดย​ไม่​คิด​ค่า​เช่า​เพิ่ม​ซัก​บาท​เดียว ใช่​ไหม​คะ​คุณ​น้ำ”

น้ำ​นวล​ตกใจ​เล็กน้อย ฝืน​ยิ้มแหยๆ รับปาก​ไม่​เต็ม​เสียง​นัก ครั้น​กลับ​ขึ้น​ไป​ที่​ห้อง​พัก​น้ำ​นวล​ก็​เปรย​กับ​พิม​มาลา​อย่าง​ไม่​แน่ใจ​ว่า​ลุง​ศร​สิทธิ์​ของ​ตน​จะ​ยอม​หรือ​เปล่า

“แต่​ปัญหา​นี้​มัน​เกิด​จาก​เมีย​เค้า​เอง​นะ​คะ แล้ว​โดย​นิสัย​ของ​คุณ​ศร​สิทธิ์​ก็​เป็น​คน​กลัว​การ​มี​เรื่อง ถ้า​คุณ​น้ำ​ขึงขัง​เอาจริง ก็​ไม่​น่า​คุย​ยาก​หรอก​ค่ะ”

“พี่​พิม​พูด​เหมือน​รู้จัก​ลุง​สิทธิ์​มา​นาน​แล้ว​อย่าง​งั้น​แหละ”

พิม​มาลา​หน้า​เจื่อน ปั้น​ยิ้ม​กลบเกลื่อน “อ๋อ พี่​ก็​ฟัง​คน​อื่น​เค้า​พูด​กัน​มา​อีก​ที​น่ะ​ค่ะ...อาบ​น้ำดี​กว่า​นะ​คะ จะ​ได้​พักผ่อน วัน​นี้​เหนื่อย​มา​ทั้ง​วัน​แล้ว”

“งั้น​พี่​พิม​อาบ​น้ำ​ก่อน​แล้วกัน น้ำ​อยาก​นั่ง​เคลียร์​งาน​ต่อ​อีก​นิดหน่อย แต่​เดี๋ยว​น้ำ​ขอ​เปลี่ยน​เสื้อ​แป๊บ​นึง​นะ​คะ”

น้ำ​นวล​หยิบ​เสื้อ​ผ้า​ลำลอง​เข้าไป​เปลี่ยน​ใน​ห้องน้ำ​โดย​ไม่ได้​ปิด​ประตู​ให้​สนิท เพราะ​เห็น​ว่า​เป็น​ผู้หญิง​ด้วย​กัน​จึง​ไม่​ระวัง แต่​ความ​จริง​ไม่​ใช่ พิม​มาลา​หรือ​นาย​เพรียว​แอบ​มอง​น้ำ​นวล​ตาเป็นมัน ใจ​เต้น​โครมคราม​แทบ​ยั้ง​อารมณ์​ไม่​อยู่ ต้อง​ถอย​ออก​จาก​ห้อง​ลง​ไป​นั่ง​ที่​คอ​ฟ​ฟี่​ช็อป ทั้ง​ตา​ลอยๆเหมือน​สติ​ไม่​อยู่​กับ​ตัว

“ทรมาน​จริง​โว้ย ดู​แต่​ตา​มือ​อย่า​ต้อง เมื่อ​ไหร่​จะ​ได้​กลับ​เป็น​ผู้ชาย​ซะ​ที​วะ​เนี่ย” บ่น​พึมพำ​กับ​ตัว​เอง​เสร็จ​ก็​เห็น​แวน​เดิน​ถือ​ถุง​ขนม​กลับ​มา​จาก​ข้าง​นอก แวน​เข้า​มา​ถาม​หา​น้ำ​นวล พิม​มาลา​แอบ​หมั่นไส้ ตอบ​กวนๆไป​เล็กน้อย

“ตัว​ไม่ได้​ติด​กัน​นี่​คะ อยู่​บน​ห้อง​ค่ะ”

“ผม​นอน​ไม่​หลับ ก็​เลย​ไป​เดิน​เล่น​ที่​ตลาด​โต้รุ่ง​มา ซื้อ​ขนม​มา​ฝาก อร่อยๆทั้งนั้น​เลย”

พิม​มาลา​เหล่​มอง​แวน​แล้ว​คิด​ใน​ใจ...สบาย​เหลือเกิน​นะ​เอ็ง กิน​ใช้​เที่ยว​เล่น​ได้​ทั้ง​วัน งานการ​ไม่​ต้อง​ทำ ตกลง​มัน​มี​บุญ​หรือ​เป็น​เวร​กรรม​ของ​พ่อ​แม่​กัน​แน่

“เป็น​คุณ​แวน​นี่​สบาย​ดี​จัง​เลย​นะ​คะ ใช้​ชีวิต​สุข​นิยม ทำ​อะไร​ก็ได้​ตามใจ​ฉัน น่า​อิจฉา​จริงๆ”

“คุณ​พิม​พูด​เหมือน​น้ำ​เลย ผม​ก็​เคย​บอก​เค้า​ให้​สนุก​กับ​ชีวิต​บ้าง เค้า​ก็​ไม่​ยอม ตาม​ประสา​คน​เก่ง​น่ะ​ครับ จริงจัง​ไป​ซะ​ทุก​เรื่อง”

“ขืน​ทำตัว​อย่าง​แก​อีก​คน มี​หวัง​ได้​ชวน​กัน​ลง​เหว​น่ะ​สิ” ว่า​เขา​ใน​ใจ​อีก​แล้ว ก่อน​จะ​จีบ​ปาก​คุย​ต่อ “แหม คุณ​แวน​นี่​ชื่นชม​คุณ​น้ำ​จัง​เลย​นะ​คะ ท่าทาง​จะ​รัก​กัน​มาก​นะ​เนี่ย”

“ไอ้​ผม​ก็​เต็ม​ร้อย​ล่ะ​ครับ ส่วน​น้ำ​เค้า​จะ​คิด​ยัง​ไง ผม​ก็​ไม่ค่อย​ชัวร์​เหมือน​กัน”

“อะไร​กัน เป็น​แฟน​กัน​ทั้งที​ยัง​ไม่​ชัวร์​อีก​เหรอ​ว่า​เค้า​ชอบ​เรา​รึ​เปล่า อย่าง​งี้​จะ​เรียก​ว่า​แฟน​กัน​ได้​ยัง​ไง”

“ก็​น้ำ​เค้า​เป็น​คน​เก็บ​ความรู้สึก​จะ​ตาย​ไป แล้ว​ก่อน​เจอ​ผม รู้สึก​เค้า​จะ​เคย​อกหัก​มา​ก่อน​ด้วย”

“เหรอ แล้ว​คุณ​รู้​รึ​เปล่า​ว่า​ผู้ชาย​คน​นั้น​เป็น​ใคร”

“ผม​ก็​อยาก​รู้​เหมือน​กัน​ครับ  มัน​ใจร้าย​จริงๆ รังแก​คุณ​น้ำ​ได้​ลงคอ เจอ​ตัว​จะ​ชก​ให้​หน้า​หงาย​เลย”

พิม​มาลา​หน้า​เจื่อน แทบ​กลืน​น้ำลาย​ไม่​ลงคอ

“แต่​ถ้า​เค้า​ไม่​หักอก​คุณ​น้ำ คุณ​แวน​กับ​คุณ​น้ำ​ก็​ไม่ได้​มา​เป็น​แฟน​กัน​น่ะ​สิ​คะ”

“ก็​จริง​นะ โอ​เค ไม่​ชก​หน้า​มัน​ก็ได้ แต่​ถึง​มัน​จะ​เป็น​ใคร​ก็​ไม่​สำคัญ​หรอก มัน​เป็น​อดีต​ไป​แล้ว จะ​ว่า​ไป​ไอ้​เบื๊อก​นั่น​ก็​ซื่อ​บื้อ​น่า​ดู ผู้หญิง​ทั้ง​สวย​ทั้ง​เก่ง​มี​เสน่ห์​อย่าง​คุณ​น้ำ ยัง​ดี​ไม่​พอ​อีก​รึ​ไง ตา​ต่ำ”

พิม​มาลา​โกรธ​หน้า​หงิก​งอ ได้​แต่​ด่า​แวน​ใน​ใจ “ปาก​ดี​นัก​นะ​ไอ้​ลูก​แหง่ ตอน​นั้น​ฉัน​ไม่​อยาก​หลอก​เด็ก​หรอก​โว้ย"

พอ​แวน​เดิน​ผละ​ไป​แล้ว พิม​มาลา​ก็​บ่น​งึมงำ “รูป​หล่อ เสน่ห์​แรง​อย่าง​ฉัน จะ​รี​เทิร์น​เมื่อ​ไหร่​ก็​ย่อม​ได้ คอย​ดูเถอะ ฉัน​จะ​ทำให้​คุณ​น้ำ​ทิ้ง​แก​ให้​ดู​ไอ้​คุณ​หนู​แวน”

จากนั้นกลับขึ้นห้องพักที่นอนห้องเดียวกับน้ำนวล เห็นเธอหลับไปแล้ว พิมมาลาฉวยโอกาสเข้ามาพิจารณาเธอใกล้ๆ ยอมรับว่าน้ำนวลสวยขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก...คิดแล้วก็อดใจไม่ไหวลงนอนกอดก่ายเธอทันที แต่ทันใดรัมภาก็ปรากฏตัวพร้อมไม้บรรทัดอันใหญ่

“หนอย...เผลอเป็นไม่ได้ ลวนลามหนูน้ำตลอด เมื่อกี้ตอนเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ถ้ำมองทีนึงแล้ว ฉันยังไม่ได้เอาเรื่องนายนะไอ้เพรียว นี่ยังคิดจะหาเศษหาเลยอีกเหรอ เคาะตาตุ่มให้แตกซะเลยดีมั้ย”

รัมภาใช้ไม้บรรทัดฟาดก้นฟาดน่องพิมมาลาที่โดดหลบเหยงๆ พร้อมกับร้องขอความช่วยเหลือจากน้ำนวล

“อย่าหวังเลย หนูน้ำไม่มีทางตื่นหรอก วันนี้ถ้าฉันเอาเลือดหื่นนายออกมาไม่ได้อย่ามาเรียกฉันว่านางฟ้า”

พิมมาลาโดดไปร้องไป ที่สุดก็โดนรัมภาฟาดไม้บรรทัดเข้ากลางศีรษะ เจ็บจนร้องจ๊าก!!

ooooooo

เมื่อกลับมาถึงกรุงเทพฯ น้ำนวลกับพิมมาลารีบไปปรึกษาศรสิทธิ์ตามที่ได้ตกลงกับสมยศเอาไว้ ปรากฏว่าศรสิทธิ์ไม่เห็นด้วย เพราะเห็นแก่ลูกเมียตัวเอง

“ลุงว่าน้ำทำเกินไปนะ ไอ้เรื่องงานโอทอปเนี่ยมันเป็นความรับผิดชอบของป้าเค้า น้ำเล่นสั่งงานข้ามหน้าข้ามตาแบบนี้ มันจะถูกเหรอลูก”

“แต่คุณลุงก็ทราบเรื่องประท้วงแล้วไม่ใช่เหรอคะ ถ้าน้ำไม่ทำอะไรเลย ห้างเราจะเสียชื่อนะคะ”

“น้ำฟังความข้างเดียวเกินไปรึเปล่า บางทีพวกนั้นอาจจะหาเรื่องป้าเราก็ได้”

“ก็ไม่ยากนี่คะ เอารายชื่อเจ้าของร้านที่ได้ลงบูธไปตรวจสอบดูก็รู้ค่ะ ว่าเป็นใครมาจากไหนกันแน่ ใช่พ่อค้าหัวใสในกรุงเทพฯรึเปล่า”

ข้อเสนอแนะของพิมมาลาทำเอาศรสิทธิ์หน้าเสีย กลัวว่ามานิดาเป็นฝ่ายผิดแล้วตนจะหน้าแตก ก็เลยพูดไม่ค่อยเต็มเสียงว่า

“ต้องทำขนาดนั้นเลยเหรอหนู”

“ถ้าไม่ทำ แล้วเราจะตอบที่ประชุมผู้ถือหุ้นว่ายังไงล่ะคะ แต่ถ้าคุณลุงไม่อยากให้เรื่องนี้บานปลาย ก็เปิดบูธเพิ่มขยายเวลาขายแบบที่ยื่นข้อเสนอให้เค้าไป ทุกอย่างก็จบ”

“อย่าเสียน้อยเสียยากเลยนะคะ”

ศรสิทธิ์เถียงไม่ออก พิมมาลากับน้ำนวลหันมายิ้มให้กันอย่างดีใจ มีความหวังว่าคงแก้ปัญหาทุกอย่างได้แต่สำหรับมานิดากับเมลานี พอทราบเรื่องจากศรสิทธิ์ทางโทรศัพท์ สองแม่ลูกก็หงุดหงิดโวยวาย ขณะที่นันท์ซึ่งนั่งอยู่ด้วยรู้สึกเจ็บใจน้ำนวลที่ทำตัวเป็นมารคอหอยแทนฟ้างามไปซะทุกเรื่อง

ตกเย็น นางกำลังเตรียมตัวจะกลับบ้าน จู่ๆดลก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาแจ้งข่าวใหญ่ว่าเมื่อคืนพิมมาลานอนค้างห้องเดียวกับน้ำนวล นางหูผึ่งตาพองทันที บอกดลให้รีบเล่ารายละเอียดมาเร็วๆ

“เมื่อวานคุณน้ำบินไปเคลียร์กับคุณสมยศ หนีบพิมไปด้วย ทีนี้ก็เลยต้องค้างโรงแรมห้องเดียวกัน ข่าวนี้คอนเฟิร์มเลยเจ๊ เพราะคุณน้ำเป็นคนสั่งให้หมิงจองโรงแรมให้ สั่งเองเลยนะว่าจองแค่สองห้อง คุณแวนห้องนึง คุณน้ำกับพิมอีกห้องนึง”

“แหม แต่นังพิมลั้นลาก็อ้างได้ว่าคุณน้ำกลัวน่าเกลียด ก็เลยต้องค้างห้องเดียวกับมัน”

“ก็จริงของเจ๊นะ เราต้องมีหลักฐานแบบจับให้มั่นคั้นให้ตาย ดิ้นไม่หลุดเลย ไม่งั้นคุณฟ้างามไม่เชื่อหรอก”

“ใช่ คุณฟ้างามเธอธรรมะธัมโม ถ้ารู้ว่านังพิมลั้นลาจ้องจะงาบคุณน้ำ รับไม่ได้อยู่แล้ว ต้องเด้งนังพิมกระเด็นพ้นเซนซูยาแน่ๆ”

นางกับดลสีหน้าหมายมั่นปั้นมือเป็นอย่างมาก แต่แล้วเรื่องนี้ก็ไม่รอดหูรอดตานางฟ้ารัมภาไปได้ รัมภาจึงมาเตือนกึ่งด่าพิมมาลา

“ระวังนางกับดลไว้ให้ดี พวกนั้นจ้องจับผิดอยู่ เพราะฉะนั้นสำรวมอาการเก็บความหื่นให้อยู่ เข้าใจมั้ย”

“มีอะไรอีกไหม ฉันหิวจนตาลายแล้ว” พิมมาลาสีหน้าเคืองๆ

“มี...นายเตรียมตัวให้ดี พรุ่งนี้นายได้เจอเค้าแน่ นายทำกับเค้าไว้เยอะจนเค้าไม่มีความสุขมาหลายปีแล้ว ถึงเวลาที่นายจะต้องช่วยเค้าให้หายอกหักจากนาย และเริ่มต้นชีวิตใหม่ซะที”

“อกหักเพราะผมเนี่ยนะ ไม่มั้ง ผมก็หาเรื่องเลิกได้เนียนๆทุกคนนี่นา ใครหว่า”

“พรุ่งนี้นายก็รู้” รัมภาทิ้งท้ายเอาไว้แล้วก็หายตัวไป พิมมาลาคิดหนักอยากรู้เหลือเกินว่าใครกันคือโจทก์ที่ตนต้องไถ่บาปเป็นรายต่อไป

ooooooo

รุ่งขึ้นเข้ามาทำงาน พิมมาลาอยู่ไม่เป็นสุขประสาคนโจทก์เยอะ คอยเดินวนเวียนไปยังจุดรอสัมภาษณ์งานบ่อยครั้งจนนางสังเกตเห็น ลุกมายืนเท้าสะเอวจ้องหน้าหาเรื่อง

“มาเที่ยวด้อมๆมองๆหาเหยื่อเหรอยะยัยพิมลั้นลา”

“พูดจาไม่รู้เรื่อง...ประสาท” พิมมาลาสะบัดเสียงใส่ก่อนเดินหน้าบึ้งหนีไป

“อย่าให้ฉันจับได้คาหนังคาเขาก็แล้วกัน หล่อนเด้งแน่ เกลียดนัก จะสวยไปไหนอีบ้า” ด่าเสร็จนางก็เดินหงุดหงิดแยกไปทางห้องประชุม

พิมมาลาเดินกลับมาที่ฝ่ายการตลาดฯ เห็นดลนั่งเต๊ะท่าใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปตัวเองก็เหยียดปากอย่างรังเกียจ พอจะเดินผ่านห้องทำงานน้ำนวล พิมมาลาชะงักกึก เมื่อเห็นน้ำนวลเดินนำผู้หญิงคนหนึ่งออกมา

“ข่ายแก้ว!” พิมมาลาอุทานเสียงดังจนเจ้าของชื่อหันมองแปลกใจ

“เอ๊ะ คุณรู้จักดิฉันด้วยเหรอคะ”

พิมมาลาหน้าเสีย อึกๆอักๆคิดหาคำตอบ “เอ่อ...อ๋อ...รู้จักจากทางหนังสือน่ะค่ะ มีหนังสือหลายเล่มที่เอาผลงานของข่าย เอ๊ย อาจารย์ข่ายแก้วไปลง พิมดูงานอาจารย์แล้วชอบมากๆเลยค่ะ”

“ขอบคุณมากค่ะ แต่ต่อไปไม่ต้องเรียกอาจารย์แล้วนะคะ เรียกพี่ข่ายเฉยๆก็พอ เพราะพี่ลาออกจากราชการแล้ว”

“โชคดีของเซนซูยานะคะที่ได้คนเก่งๆอย่างพี่ข่ายมาร่วมงาน” น้ำนวลยิ้มปลื้ม

“พี่ก็เคยแต่สอนหนังสือล่ะค่ะ จะว่าไปงานบริษัทแบบนี้ต้องถือว่าพี่เป็นมือใหม่ด้วยซ้ำไปนะคะคุณน้ำ”

“ไม่ต้องถ่อมตัวหรอกค่ะ”

“เสียดายที่เพรียวเค้าออกไปก่อน ถ้าเค้าอยู่ก็คงช่วยพี่ได้มาก”

“อ้าว นี่พี่ข่ายรู้จักกับคุณเพรียวด้วยเหรอคะ” น้ำนวลสงสัย ข่ายแก้วไม่ตอบแต่พยักหน้ารับเศร้าๆ “รู้สึกใครต่อใครจะรู้จักผู้ชายคนนี้ไปซะหมดเลยนะคะ”

ว่าแล้วน้ำนวลก็ถอนใจเซ็งๆก่อนเดินกลับเข้าห้องไป ข่ายแก้วไม่เข้าใจนัก พอหันมองพิมมาลา เจ้าหล่อนก็ได้แต่ฉีกยิ้มแหยๆให้ แล้วอีกครู่ต่อมาพิมมาลาก็ไปโวยวายรัมภาในห้องพักรับรองลูกค้าวีไอพี

“นี่คุณอย่าบอกนะ ว่าคนที่ผมต้องไปไถ่โทษให้คือข่ายแก้ว คนอื่นยังพอว่า แต่คนนี้ผมไม่ได้ทำอะไรแม้แต่นิดเดียว คุณอย่ามามั่วนะ ถ้าเป็นคนอื่น ผมยอมรับว่าเคยล่วงเกินเค้า ถ้าจะให้ผมไถ่บาปแก้ไขอะไร ผมก็พร้อม แต่ข่ายเป็นเพื่อน คุณเข้าใจมั้ยว่าผมไม่เคยคิดอะไรกับเค้าเลยนอกจากคำว่าเพื่อน”

“เหรอ ใช่ซิ นายไม่ได้ทำอะไร แต่ไอ้การหลอกลวงเพื่อใช้ประโยชน์จากเค้ามันก็ทุเรศอยู่ดีนั่นแหละ หรือนายจะเถียงว่าไม่ได้ทำให้ข่ายแก้วเข้าใจผิดว่านายแอบชอบเค้าเพื่อหาผลประโยชน์จากเค้า”

พิมมาลาชะงักหน้าเจื่อน คิดย้อนถึงอดีตเมื่อสิบกว่าปีก่อนตอนเรียนมหาวิทยาลัย เพรียวกับข่ายแก้วเป็นเพื่อนร่วมรุ่น เพรียวเรียนไม่เก่งแต่ข่ายแก้วเรียนเก่งมาก เพรียวจึงใช้ความหล่อของตนให้ได้มาซึ่งความช่วยเหลือเรื่องเรียนจากข่ายแก้ว เขาทำดีมีน้ำใจกับเธอทุกอย่าง จนเธอเข้าใจผิดหลงคิดว่าเขารักเธอ พอใกล้จะเรียนจบ ข่ายแก้วได้ทุนไปเรียนต่อโทที่อิตาลี เธอถึงกับร่ำไห้กับเพรียวเพราะไม่อยากจากเขาไป

“ไม่เอาน่า อย่าร้องไห้สิข่าย เดี๋ยวคนอื่นเค้าก็คิดว่าผมทำอะไรข่ายหรอก”

“แต่ข่ายกลุ้มใจนี่เพรียว ไม่รู้จะทำยังไงดี”

“จะกลุ้มไปทำไม รู้มั้ยว่าใครๆเค้าก็อิจฉาข่ายกันทั้งนั้น ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง มีทุนต่อโทที่อิตาลีรออยู่อีกตะหาก กลับมาก็ได้เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ผมไม่เห็นว่ามันจะน่ากลุ้มตรงไหนเลย”

“แต่ข่ายต้องจากเมืองไทยไปตั้งสองปีนะเพรียว พอ

กลับมาก็ต้องไปใช้ทุนไกลถึงพิษณุโลกอีก อย่างนี้เราก็ไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกแล้วสิ”

“ทำไมจะไม่มี สองปีแป๊บเดียวเองนะ แล้วพิษณุโลกมันก็ไม่ได้ไกลซะหน่อย ข่ายกลับมาเมื่อไหร่ผมก็ขับรถไปหาข่ายได้บ่อยๆ ไปทุกเสาร์อาทิตย์ก็ยังได้”

“จริงนะๆเพรียว ต้องไปหาข่ายจริงๆนะ”

“ไปแน่ เพื่ออนาคตของข่ายเอง ข่ายต้องเข้มแข็งรู้มั้ย ข่ายจบโทได้เครดิตเป็นอาจารย์ ต่อไปถึงไม่อยากรับราชการจะทำงานเอกชนที่ไหนก็มีแต่คนยินดีต้อนรับ”

“คุยกับเพรียวแล้วข่ายมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย”

“เออ...ข่าย ผมจะไปสมัครงานที่ห้างเซนซูยา ข่ายช่วยดูงานของผมหน่อยสิว่ามีตรงไหนบกพร่องอยู่รึเปล่า ผมจะได้แก้ไขก่อนไปสมัครงาน”

ข่ายแก้วรับงานของเพรียวมาดูอย่างเอาใจใส่ ในขณะที่เพรียวจิบกาแฟอย่างสบายใจ มีหัวกะทิอย่างข่ายแก้วช่วยซะอย่าง แถมอีกหน่อยก็ไม่ต้องเจอกันแล้ว ไม่ต้องรับผิดชอบความรู้สึกอะไรอีก...

ย้อนอดีตให้เห็นจะจะแล้ว พิมมาลาหรือนายเพรียวก็หน้าเจื่อน จ๋อยจนเถียงไม่ออก รัมภาจ้องมองอย่างเอาเรื่อง

“หลอกให้เค้ารัก พอหมดประโยชน์ก็เขี่ยทิ้ง ไอ้ที่สัญญาว่าจะไปหาก็ไม่เคยทำ แถมพอส่งข่ายแก้วขึ้นเครื่องบินเสร็จยังเปลี่ยนเบอร์มือถือทันทีอีกตะหาก ไงยะ ฉันลากไส้นายออกมาแฉพอรึยัง”

พิมมาลาจนมุม แต่ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ “แต่ผมก็ไม่เคย...”

“อย่ามาพูดนะว่าไม่เคยใช้คำว่าแฟน เซอร์วิสซะขนาดนั้น จะให้เค้าคิดว่ายังไง มันน่านัก” รัมภาบิดหูพิมมาลาอย่างแรง

“โอ๊ย...เจ็บนะ”

“แล้วก็ไม่ต้องมาพูดเรื่องที่ไม่ได้ล่วงเกินข่ายแก้วด้วย เพราะถ้านายเลวขนาดนั้น ป่านนี้ฉันสาปนายเป็นลิงตูดแดงไปแล้ว ไม่ได้โดนแค่นี้หรอก”

“โอเคๆ ทำให้เค้าหายอกหักจากผมได้ก็พอใช่มั้ย”

รัมภาพยักหน้ารับพร้อมยิ้มกวนๆ พิมมาลาหน้าเครียด ใช้ความคิดอย่างหนักใจ

ooooooo

มื้อกลางวัน แวนแวะมากินข้าวกับน้ำนวล แล้วยังจะชวนเธอไปกินอีกมื้อในตอนเย็น แต่น้ำนวลปฏิเสธเพราะงานเยอะจริงๆ ขอเลื่อนเป็นพรุ่งนี้ได้ไหม

“ไม่ได้หรอก มันไม่มีความหมายเท่าวันนี้”

น้ำนวลชะงัก เหตุใดแวนถึงพูดแปลกๆ

“จำไม่ได้ล่ะสิ วันนี้ครบรอบ 2 ปีที่เรารู้จักกันนะน้ำ”

เธอลืมสนิท ยิ้มแหยๆ ขอโทษแวนเสียงอ่อยๆ แวนไม่โกรธแถมยังมีแหวนเพชรเล็กๆน่ารักมาสวมนิ้วให้เธอด้วย ทำเอาน้ำนวลหน้าไม่ดี รู้สึกผิดมากกว่าเดิม

“น้ำไม่มีอะไรให้แวนเลย”

“งั้นต้องโดนทำโทษ ต้องใส่ติดตัวเอาไว้ห้ามถอดเด็ดขาด”

พิมมาลาเห็นเหตุการณ์โดยตลอด หมั่นไส้แวนและแอบหวงน้ำนวลมากขึ้นทุกที แต่ไม่เข้าไปทักทายทั้งคู่ เดินเลยไปยังห้องพักพนักงาน ที่นางกับดลกำลังทำความรู้จักกับข่ายแก้วในฐานะพนักงานใหม่ พอเหลือบเห็นพิม-มาลาเดินเข้ามา สองคู่อริก็เปิดฉากแขวะทันที

“คุณข่ายเก่ง พี่ชอบค่ะ ผู้หญิงมีดีที่สมองไม่ใช่แค่ความสวย...นั่นไงคะ ตัวอย่างหญิงสมองฝ่อ” พูดจบนางก็ลุกเดินเฉียดพิมมาลาไปชงกาแฟ พิมมาลาหน้าหงิกแต่ไม่อยากมีเรื่อง เดินตรงเข้ามาหาข่ายแก้ว

“พี่ข่ายคะ เรามีงานต้องตกแต่งแผนกกีฬาชั้นห้าใหม่ พิมอยากจะขอไอเดียพี่ซักหน่อยน่ะค่ะ พี่ไปกับพิมได้ไหมคะ”

“ได้สิคะ” ข่ายแก้วตอบรับด้วยรอยยิ้ม

“คุณข่ายเพิ่งมาทำงานวันแรกก็จะใช้งานกันเลยเหรอ โหดไปรึเปล่า” ดลเจ๋อขึ้นมา เลยโดนพิมมาลาตอกหน้าซะซีดไป

“ห้างเค้าจ้างเข้ามาทำงาน ไม่ใช่มากินกาแฟ”

“นี่มันเวลาพัก”

“บ่ายโมง 15 เนี่ยนะ วันนี้มีดิวงานกับลูกค้าสามรายไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่ได้งานตามเป้า พรุ่งนี้ฉันเฉ่งแกกับคุณน้ำแน่ๆ”

ดลจ๋อยสนิท รีบกลับไปทำงานของตน ส่วนนางพอโดนพิมมาลามองหน้าก็ร้อนตัวทันที

“งานฉันเสร็จแล้วย่ะ ไม่ต้องมาหาเรื่องฉันเลย”

พิมมาลาไม่อยากเสียเวลา จูงมือข่ายแก้วออกมาจากห้องเพื่อขึ้นไปดูสถานที่จริงบนชั้นห้า เผื่อจะได้ไอเดียอะไรเพิ่มเติมในการตกแต่ง

“การตกแต่งในเซนซูยาเกือบทั้งหมดเป็นฝีมือเพรียวใช่ไหมคะ”

“คงอย่างงั้นมั้งคะ พิมเพิ่งมาทำงานก่อนพี่ข่ายไม่เท่าไหร่เอง ไม่ค่อยรู้อะไรมากหรอกค่ะ พี่ข่ายกับผู้จัดการคนเก่าเคยปิ๊งปั๊งกันมาก่อนรึเปล่าคะ”

“พิมรู้ได้ไงจ๊ะ”

“พิมเห็นสีหน้าพี่ข่ายเวลาพูดถึงเค้า ก็เดาได้ไม่ยากหรอกค่ะ”

“จริงๆ เราเคยเป็นแฟนกันสมัยเรียนน่ะจ้ะ”

พิมมาลาตาเบิกกว้าง คิดในใจว่าเป็นแฟนกันตอนไหน ตนไม่เคยพูดสักครั้งสักคำ

“แต่เพราะพี่ทิฐิมากไปหน่อย พอเราห่างกัน แล้วเค้าไม่ติดต่อมา พี่ก็เลยงอนไม่ติดต่อกลับไปบ้าง เราก็เลยเลิกกันทั้งๆที่ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย”

“เรื่องมันนานมากแล้ว พี่ข่ายเลิกคิดซะเถอะค่ะ ผู้ชายเค้าก็คงไม่ได้คิดถึงเราแล้วเหมือนกัน”

“ถ้าพิมเคยรักใคร จะรู้ว่ารักมีแต่คำว่าสมหวังหรือผิดหวัง แต่ไม่มีคำว่าเลิกคิด คำว่าลืมก็ไม่มีเหมือนกันถ้ามีมันก็ไม่ใช่ความรัก แล้วพิมรู้มั้ยจ๊ะ ว่าที่พี่มาทำงานที่นี่ก็เพราะพี่อยากเจอเพรียว ถึงเค้าจะออกไปแล้ว แต่พี่ก็เชื่อว่าซักวันเค้าจะกลับมา เพราะเค้ารักงานที่นี่มาก พี่จะรอเค้าจ้ะ”

ข่ายแก้วหน้าเศร้ามากเดินนำเข้าลิฟต์ไปก่อน พิมมาลาทั้งเห็นใจและหนักใจไปพร้อมกัน

“ถ้าลืมก็ไม่ใช่ความรัก ทำไมฉันลืมง่ายนักวะ เฮ้อ งานช้างแท้ๆ ไอ้เพรียว”

ooooooo

นันท์อยู่ในห้องทำงานมานิดา กำลังดูเอกสารตกแต่งแผนกกีฬาชั้นห้าของห้างที่มานิดากับเมลานีนำมาให้ ซึ่งนันท์ทราบดีว่าเป็นงานของฝ่ายน้ำนวล แต่ไม่เข้าใจว่าสองแม่ลูกเอามาให้ตนดูทำไม

“ก็เพราะฉันกับคุณแม่ไม่อยากให้ฝ่ายของยัยน้ำทำ แต่อยากให้บริษัทข้างนอกทำงานนี้แทนน่ะสิ”

“เรื่องโอทอปคราวที่แล้วทำเราเสียรายได้ไปเยอะ มันก็ต้องมาเอาคืนกับงานนี้แหละ”

“จะได้เป็นการสั่งสอนนังน้ำมันด้วย ไม่มีน้างามคอยคุ้มกะลาหัว มันจะขวางเราได้อีกก็ให้มันรู้ไป”

“นันท์ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวป้าคุยกับลุงให้เอง เรื่องย้ายนันท์ไปช่วยงานฝ่ายน้อง”

ฟังสองแม่ลูกสาธยายแล้วนันท์ยิ้มกริ่มพอใจ คาดหวังถึงส่วนแบ่งที่ตนจะได้รับคราวนี้คงไม่น้อยแน่...

ถึงเวลาเลิกงานในตอนเย็น น้ำนวลไม่โอ้เอ้เหมือนทุกวันเพราะมีนัดกินข้าวกับแวนที่บ้านของเขา เมื่อไปถึงก็เจอศรีทรัพย์แม่เขาด้วย ศรีทรัพย์ต้อนรับน้ำนวลเป็นอย่างดีเพราะเอ็นดูมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แถมยังอยากจะให้ทั้งคู่ตบแต่งลงเอยกันเสียที

เมื่อศรีทรัพย์กล่าวย้ำเรื่องแต่งงานขึ้นมาอีกในวันนี้ น้ำนวลเงียบสนิท แถมสีหน้ามีแววกังวลจนแวนดูออก ครั้นพออยู่กันตามลำพัง เขาจึงถามเธอตรงๆว่า

“น้ำเครียดเรื่องที่แม่แวนอยากให้เราแต่งงานกันเร็วๆใช่มั้ย”

“แล้วแวนล่ะ คิดยังไง”

“ก็แล้วแต่น้ำ แวนไม่มีปัญหาหรอก น้ำก็รู้ว่าแวนตามใจน้ำทุกอย่างแหละ”

“น้ำเพิ่งเริ่มงานได้ไม่เท่าไหร่ ปัญหาที่เซนซูยาก็ยังมีอีกมาก น้ำเลยอยากทุ่มเทให้งานก่อน แวนไม่โกรธน้ำนะ”

“ไม่หรอก แวนเข้าใจ น้ำเป็นคนเก่งก็ต้องอยากพิสูจน์ตัวเองเป็นธรรมดา แวนก็รู้ตัวดีนะน้ำ ว่าคนอย่างแวนเป็นหลักให้น้ำไม่ได้หรอก แวนทำงานเลี้ยงน้ำไม่ได้ เป็นผู้นำก็ไม่ได้ ชีวิตแวนมีให้น้ำได้แค่สองอย่าง คือรักกับรวย ถ้าน้ำรับได้แวนก็คงได้แต่งงานกับน้ำ”

“ความเป็นคนตรงแล้วก็จริงใจมากๆของแวนนี่แหละคือเสน่ห์ที่เอาชนะใจน้ำได้ รู้ตัวมั้ย”

“ตอบแบบนี้แสดงว่ายอมแต่งงานกับแวนแล้วสิ”

น้ำนวลยิ้มบางๆแทนคำตอบ แค่นี้แวนก็รู้สึกดีมีความหวัง แต่สำหรับน้ำนวล พอลับหลังแวนเธอก็เคร่งขรึมสับสน เพราะในความเป็นจริงเธอยังมีเงาของเพรียวในใจตลอดเวลานั่นเอง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"
6 พ.ค. 2564

06:31 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 18:43 น.