ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พิมมาลา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ด้วยความมั่นใจในเสน่ห์ของตนเอง เมลานีคิดจะแกล้งน้ำนวลด้วยการแย่งแวนมาควงเล่น แต่แค่เธอเดินหน้าในคืนนี้ที่งานปาร์ตี้ของเพื่อน ก็ต้องหน้าแตกยับเพราะแวนไม่เล่นด้วย แถมเขายังแสดงออกว่ารักและห่วงแฟนด้วยการขอตัวไปรับเธอที่งานเลี้ยงอีกแห่ง

ในงานเลี้ยงต้อนรับพนักงานใหม่ที่น้ำนวลเป็นแม่งานในฐานะผู้จัดการแผนกฯ ทุกคนไม่นึกว่าจะเจอศรสิทธิ์ควงสาวคราวลูกมาเที่ยว แถมพอเห็นกลุ่มของหลานสาวซึ่งมีพิมมาลาในชุดดำเซ็กซี่บาดตา ศรสิทธิ์ก็ผละจากสาวนางนั้นเข้ามาทักทายพิมมาลาด้วยท่าทีเจ้าชู้กรุ้มกริ่มอย่างไม่แคร์สายตาใคร

พิมมาลาหรือแท้จริงก็คือนายเพรียวอยากจะบ้าตายที่ต้องมานั่งให้ผู้ชายด้วยกันเทะโลม ไม่ว่าจะเป็นศรสิทธิ์หรือทศกรต่างก็จ้องจะงาบพิมมาลา ขนาดว่าดารณีที่กำลังคั่วกันอยู่มาด้วย  ทศกรก็ยังไม่วายปากหวานกับพิมมาลาบ่อยครั้ง

ที่สุดพิมมาลาก็ทนไม่ไหวต้องลุกหนีไปเข้าห้องน้ำ “เวรกรรมอะไรวะ เจอผู้ชายจีบทั้งวันแล้วยังต้องมานั่งฉี่อีก” เดินบ่นกลับออกมาหน้าห้องน้ำ ไม่นึกว่าเจอศรสิทธิ์ยืนยิ้มเผล่รออยู่

“บ่นอะไรเหรอจ๊ะหนู ใครทำให้ไม่พอใจรึเปล่า”

“เปล่าค่ะ...สวัสดีค่ะ”

ศรสิทธิ์รีบฉวยโอกาสจับมือพิมมาลาที่ไหว้ตนไว้ พิมมาลาค่อยๆดึงมือออก ยิ้มแหยๆแต่ในใจสะอิดสะเอียนสุดๆ ศรสิทธิ์เห็นพิมมาลาหวงตัวก็ตีหน้าขรึม

“รำคาญเจ้าทศมันล่ะสิ ฉันเห็นมันขายขนมจีบหนูตลอดเลย หนูไม่ต้องกลัวนะจ๊ะ ถึงมันจะนามสกุลเดียวกับฉัน แต่ก็แค่ญาติห่างๆ ไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรหรอก ถ้ามีอะไรไม่สบายใจโทร.หาฉันได้ตลอดเวลาเลยนะจ๊ะ”

เขาส่งนามบัตรมาให้ แล้วฉวยโอกาสจุ๊บหลังมือเธอเฉยเลย พิมมาลาตกใจปนรังเกียจ แต่ศรสิทธิ์เงยหน้ายิ้มหล่อให้ซะก่อน เธอจึงปรับสีหน้าแล้วดึงนามบัตรเดินหนีไป โดยมีสายตาเจ้าเล่ห์ของศรสิทธิ์มองตาม คิดหาช่องทางรวบหัว รวบหางให้ได้

พิมมาลาอึดอัดสุดขีดแต่ก็บอกใครไม่ได้ เดินผ่านหน้าห้องคาราโอเกะเห็นหญิงสาวหน้าคุ้นๆแต่งตัวสไตล์ละตินเต้นพลิ้วอยู่กลางห้องท่ามกลางเสียงปรบมือเชียร์ มองไปมองมาก็เห็นชัดว่าแม่สาวคนนั้นก็คือรัมภานั่นเอง พิมมาลาตรงเข้าไปลากรัมภาออกมาจากห้อง ท่ามกลางเสียงโห่ร้อง เสียดายของหนุ่มๆ

“มาลากฉันออกมาแบบเนี้ย เดี๋ยวคนอื่นเค้าก็เข้าใจผิดคิดว่านายหึงฉันหรอก”

“อย่ามายั่วโมโหผมนะรัมภา แค่มีผู้ชายมาตามจีบตั้งแต่เช้ายันค่ำ ผมก็จะบ้าตายอยู่แล้ว”

“แล้วทีตัวเองไปตามจีบเค้าล่ะ ไม่คิดว่าผู้หญิงเค้าจะรำคาญมั่งเหรอ”

“ผมหล่อ ไม่ตามจีบสิ เค้าจะเสียเซลฟ์”

“แหวะ หลงตัวเอง...นายน่าจะใช้คำขวัญประจำใจนายนะ ให้...ในสิ่งที่อีกฝ่ายอยากได้...ทศกรกับอีตาศรสิทธิ์ อยากได้อะไรก็ให้เค้าไปสิ” พูดจบก็หัวเราะคิกคัก พิมมาลาแค้นเคืองอยากจะหักคอรัมภาซะให้ได้ “อย่าเพิ่งโกรธสิจ๊ะคนสวย ที่ฉันตามมาเนี่ย ก็เพราะจะบอกภารกิจแรกให้นายรู้”

“คุณจะให้ผมทำอะไรรีบบอกมาเลย ผมจะได้กลับคืนร่างผู้ชายซะที”

“ฉันอยากให้คุณช่วยดารณี”

“อย่าบอกนะว่าจะให้ผมช่วยให้รักกับไอ้ทศ...รับรองได้โดนกินฟรีแหงๆ ไม่เกินสามวันดาถูกเขี่ยทิ้งแน่ แต่ก็สมแล้วล่ะ ใจง่ายก็โดนทิ้งง่าย”

รัมภาโมโหปนหมั่นไส้ ดึงหูพิมมาลาหมับ “ขนาดนี้แล้วยังไม่สำนึกอีกเหรอ ฉันก็ไม่ได้ว่าดารณีทำถูกหรอกนะ แต่นายมันทั้งเจ้าเล่ห์ ทั้งปากหวาน แถมเจ้าบุญทุ่มอีกตะหาก”

“โอ๊ย...เจ็บนะ คุณไม่ใช่ผู้ชาย คุณถึงไม่เข้าใจ ผู้หญิงอยากได้ผม เสนอมาผมก็สนองไป ทำตัวไม่ดีเองพลาดหวังแล้วจะไปโทษใครได้ ผมต้องรับแต่งงานหมดทุกคนรึไง”

“ลื่นจริงนะพ่อปลาไหล ถ้านายพูดแบบนี้กับดารณีแต่แรกเค้าจะยอมเป็นอีหนูนายมั้ย เค้าไม่ใช่ผู้หญิงที่เอาตัวแลกเงิน แต่นายทำขนาดนี้แล้วจะไม่ให้ดารณีเข้าใจผิดว่านายรักเค้าจริงได้ยังไง”

ขาดคำของรัมภา ภาพในอดีตเมื่อสองสามปีก่อนก็ผุดขึ้นชัดเจน...วันแรกที่ดารณีเข้ามาทำงานที่เซนซูยา เพรียวกับทศกรแย่งกันจีบดารณี ตอนแรกก็ดูเหมือนทศกรมีภาษีดีกว่าเพราะเป็นญาติเจ้าของห้าง แต่ทำไปทำมาเพรียวกลับชนะใจดารณี ก็เพราะความเจ้าเล่ห์และปากหวานช่างเอาใจแถมยังเป็นพ่อบุญทุ่มของเพรียวนั่นเอง...

ยืนเถียงกันไปเถียงกันมา พิมมาลาตรงหน้ารัมภาก็กลายเป็นเพรียว

“คุณเป็นผู้หญิงก็ต้องเข้าข้างพวกเดียวกันอยู่แล้ว แต่ถึงไงผมก็ยืนยันว่าสำหรับผู้ชายแล้ว ถ้าจะหาคนมาเป็นแม่ ของลูกก็ต้องได้ดีกว่านี้”

“ความคิดที่เห็นแก่ได้ของผู้ชายแบบนี้แหละที่ฉันอยากให้นายทำให้ดารณีเข้าใจ ช่วยให้เธอได้พบแสงสว่างซะที”

“ผมไม่รู้จะพูดกับดายังไง จะให้บอกตรงๆว่าเค้างี่เง่า เค้าก็คงไม่ฟัง ไม่เชื่อผมหรอก”

“นายคิดได้แค่นี้เองเหรอ ผู้หญิงคนนี้เคยรักนาย เทิดทูนนายเป็นผู้ชายแสนดีที่สุดในชีวิตของเค้า นายกลับเห็นว่าเค้างี่เง่า”

“ผมผิดตรงไหนที่เค้ารักผม จะให้ผมทำตัวเลวๆเพื่อป้องกันไม่ให้ใครมารักผมเหรอ ผมไม่ได้บ้านะ ถ้าดารณีมีสมองคิดซะหน่อยก็จะมองเห็นว่า ผู้ชายที่มีคุณสมบัติเพียบ พร้อมอย่างผมจะไปจริงจังอะไรกับผู้หญิงที่ด้อยกว่าทุกด้านอย่างเค้า ดาเองก็ตักตวงจากผมไปไม่ใช่น้อย มันก็พอกันล่ะ จะโทษก็ต้องโทษทั้งสองฝ่ายสิคุณ ตอนนี้เค้าก็ไปล่าพี่ทศเหมือนที่เคยทำกับผม ผู้หญิงแบบนี้คุณว่าน่าเห็นใจตรงไหน”

“ฉันเห็นใจในความงี่เง่าของดารณี แต่มันไม่ใช่ความผิดที่ใครคนหนึ่งจะเกิดมามีสติปัญญาความคิดอ่านด้อยกว่าอีกคน แต่จะผิดก็ที่ใครบางคนเอาความเหนือกว่าเป็นเครื่องมือเอาเปรียบคนที่ด้อยกว่า”

เพรียวจ๋อยไปเหมือนกัน แต่ก็ยังทำเบ้ปากกวนๆ

“ตอนที่ดารณีอกหักจะฆ่าตัวตายเพราะนาย ทศกรทำดีกับเค้าทุกอย่าง จนเค้าคิดว่าทศกรรักเค้าจริง แต่พอได้ดารณีสมใจก็จะเขี่ยทิ้งหันมาจีบนายแทน ก็ตัวเดียวกันนั่นแหละ เพราะฉะนั้น นายต้องทำให้ดารณีเข้าใจความจริงข้อนี้”

“อีกไม่กี่วันดาก็จะได้เห็นธาตุแท้ของไอ้ทศมันอยู่แล้วล่ะ”

“ไม่ได้ แบบนั้นมันใจร้ายกับดารณีเกินไป นายทำบาปกับเธอไว้ นายก็ต้องไถ่บาปด้วยการช่วยเธอ ถ้านายทำสำเร็จ ฉันจะให้รางวัลนายได้กลับเป็นนายเพรียวสุดหล่อได้อีกครั้ง... วันละครึ่งชั่วโมง”

“ครึ่งชั่วโมง...ไม่ใช่ถอนคำสาปผมเลยเหรอ”

“ตายแล้ว ให้ขอทาน 2 บาท คิดจะขึ้นสวรรค์...จะเอาไม่เอา”

เพรียวไม่มีทางเลือก แต่ไม่วายต่อรอง “แล้วถ้าวันไหนผมไม่ได้ใช้สิทธิ์ทบเวลาอีกวันได้ป่ะ”

“ฉันไม่ใช่โปรโมชั่นมือถือนะยะ”

“แล้วเลือกเวลาเป็นผู้ชายได้มั้ย ถ้าคุณให้ผมเป็นผู้ชายได้ตอนผมหลับ ผมก็ขาดทุนป่นปี้สิ”

“นายมันเป็นผู้ชายเจ้าเล่ห์น่ารำคาญที่สุดเลยรู้ตัวมั้ย ถ้าไม่ตกลงก็เป็นพิมมาลาไปทั้งชาติเถอะย่ะ” สะบัดเสียงแล้วรัมภาก็สะบัดตัวหายแวบไปทันที

“ครึ่งชั่วโมงทำอะไรได้วะกู” เพรียวคิดๆ แล้วก็อมยิ้มทะเล้นลามก เลยโดนมะเหงกล่องหนเขกลงกลางกบาลจนร้องโอ๊ย!!

ooooooo

แม้ว่าร่างกายโดนสาปกลายเป็นพิมมาลาหญิงสาวแสนสวยไปแล้ว แต่ความรู้สึกนึกคิดภายในก็ยังคงเป็นเพรียวอยู่เช่นเดิม...วันนี้เห็นแวนมาอี๋อ๋อน้ำนวลตำตา พิมมาลาก็อดหมั่นไส้ทั้งคู่ไม่ได้ จึงใช้ความสวยเซ็กซี่ของตัวเองไปยั่วยวนแวนเพื่อให้เขว แต่แวนแทบไม่ชายตา ขนาดว่าอ่อยถึงเนื้อถึงตัว แวนก็ยังเดินหนี งานนี้พิมมาลาเลยเจ็บใจถึงกับแอบด่าแวนลับหลัง

“ไอ้ตายด้าน!”

สิ้นเสียงด่า พิมมาลาก็ถูกรัมภากระชากคอเสื้ออย่างแรงจนเซเกือบล้ม เท่านั้นไม่พอรัมภายังหัวเราะเยาะก่อนพูดใส่หน้าว่า “แก้ผ้าเค้าก็ไม่มองเธอหรอกย่ะ”
“มันต้องเป็นเกย์แน่ๆ ถึงได้ไม่สนผู้หญิงสวยเซ็กซี่เพอร์เฟกต์อย่างฉัน”

“อย่าเอาตัวนายเป็นบรรทัดฐานตัดสินผู้ชายคนอื่นหน่อยเลย ฉันจะบอกอะไรนายให้นะ แวนอาจจะรูปหล่อมีเสน่ห์เร้าใจสู้นายไม่ได้ แต่เค้าก็มีอย่างนึงที่นายเทียบเค้าไม่ติดเลย นั่นก็คือความรักเดียวใจเดียว น้ำนวลถึงได้เลือกเค้าเป็นแฟนไงล่ะ”

พิมมาลาไม่ยอม จะอ้าปากเถียง แต่พอดีนางส่งเสียงเรียกมา รัมภาจึงหายตัวแวบไป

“ยัยพิมลั้นลา...หัดนั่งติดโต๊ะซะมั่งนะ มาทำงานนะยะไม่ได้มาออกงานโชว์ตัวจะได้เดินลั้นลาไปทั่วออฟฟิศ”

พิมมาลาปั้นปึ่งไม่พอใจ ถามนางเสียงแข็งๆว่ามีอะไร?

“คุณศรสิทธิ์เรียกไปพบแน่ะ”

พิมมาลานิ่งอึ้ง ขณะที่นางเบะปากดูถูก แกล้งพูดให้ได้ยินก่อนจะสะบัดหน้าจากไปด้วยความหมั่นไส้

“มาทำงานไม่เท่าไหร่ก็ใช้เต้าไต่ซะแล้ว”

พิมมาลาหน้าเครียดขึ้นมาทันที แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ เธอเข้าไปพบศรสิทธิ์ในห้องทำงานส่วนตัว แล้วก็เป็นไปอย่างที่คิดจริงๆ ศรสิทธิ์อยากได้พิมมาลาเป็นเมียน้อยจึงเสนอทั้งบ้าน รถ และความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ให้ แต่พิมมาลาก็ปฏิเสธหมดทุกอย่าง ก่อนจะกลับออกมาด้วยอาการพะอืดพะอมอยากจะอ้วก

“หยิ่งยโสนักนะ ให้รู้ไปว่าฉันจะเอาชนะเธอไม่ได้” ศรสิทธิ์บอกกับตัวเองด้วยความมั่นใจ...

เพิ่งจะเจอผู้ชายเจ้าชู้ทำให้สะอิดสะเอียนมาเมื่อครู่ พอเข้าไปกินอาหารกลางวันที่ร้านฟาสต์ฟู้ดของห้าง พิมมาลาก็ยังต้องเจอกับความเรื่องมากของผู้หญิงเข้าอีก สาเหตุก็เพราะเธอสวยจัดเกินหน้า นั่นเองทำให้พิมมาลาเซ็งสุดๆ ถึงกับบ่นออกมา

“อะไรกันนักกันหนา ทำไมเป็นผู้หญิงมันถึงได้ลำบากลำบนอย่างงี้วะ” พูดไปแล้วก็ชะงัก นึกย้อนถึงช่วงหนึ่งที่เคยเถียงกับรัมภา

“นายจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในร่างของนางสาวพิมมาลา จนเรียนรู้ว่าการเกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบากยังไงน่ะสิไอ้ชีกอ เผื่อนายจะสำนึกได้มั่งว่าผู้หญิงไม่ได้มีไว้เป็นเครื่องเล่นของผู้ชาย ผู้หญิงก็มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับผู้ชาย และนายก็ควรให้เกียรติผู้หญิงที่เป็นเพศแม่ของนายเอง”

พิมมาลานิ่งคิดสีหน้าเหมือนจะเห็นด้วย แต่แล้วก็เหยียดปากทำไม่แคร์ พูดงึมงำ “รัมภา ฉันรู้หรอกน่ะว่าเธอจัดฉาก ลูกไม้ตื้นๆ”

กินเสร็จเดินผ่านไปทางแผนกเสื้อผ้าผู้ชาย มองๆแล้วอดบ่นเบาๆไม่ได้ว่า “จะมีโอกาสได้กลับไปใส่เมื่อไหร่เนี่ย”

ระหว่างนี้เอง น้ำนวลยืนคุยกับหัวหน้าแผนกเสื้อผ้าอยู่อีกทาง พอเสร็จธุระแยกออกมา น้ำนวลเห็นพิมมาลาจึงเข้าไปทักถามเรื่องที่ได้ยินว่าลุงศรสิทธิ์เรียกไปพบ โดยส่วนตัวน้ำนวลก็รู้แก่ใจอยู่เหมือนกันว่าลุงตัวเองคิดอะไรกับพนักงานใหม่คนนี้ จึงอึกๆอักๆถามไม่ค่อยเต็มปากเต็มคำนักจนพิมมาลาเดาได้

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ พี่ไม่คิดเป็นเมียน้อยใคร แล้วพี่ก็ยังไม่ได้ชกหน้าคุณลุงของคุณน้ำด้วย สบายใจได้ทั้งสองกรณีเลยค่ะ”

“น้ำต้องขอโทษพี่พิมแทนคุณลุงด้วยนะคะ คุณลุงเป็นคนเจ้าชู้มาก เห็นผู้หญิงสวยทีไรเป็นแบบนี้ทุกที น้ำดีใจมากนะคะ ที่พี่พิมไม่ใช่คนที่คิดเดินทางลัด”

“ไม่กล้าเดินหรอกค่ะ เดี๋ยวฟ้าผ่าตาย แค่คิดก็จะอ้วกแล้วค่ะ”

“แหม...พี่พิมนี่ตลกจังเลยนะคะ ถ้าคุณลุงหรือใครทำให้พี่พิมไม่สบายใจ พี่พิมบอกน้ำได้เลยนะคะ น้ำจะช่วยพี่พิมจัดการเอง”

พิมมาลาฉวยโอกาสเนียนๆจับมือน้ำนวลหน้าตาเฉย “แล้วถ้าพี่มีเรื่องอื่นอยากจะขอความช่วยเหลือจากคุณน้ำ พอจะได้ไหมคะ”

แล้วสิ่งที่พิมมาลาต้องการความช่วยเหลือจากน้ำนวลก็บังเกิดผลในวันเดียวกันนี้เลย น้ำนวลทำให้พิมมาลามีโอกาสได้อยู่กับดลตามลำพัง แต่เธอไม่รู้ว่าพิมมาลาข่มขู่ทำร้ายดลก่อนจะให้เขาร่วมมือทำบางอย่างเพื่อช่วยดารณี ซึ่งดลก็หวาดกลัวจนปฏิเสธไม่ออก

ค่ำนั้น ดลหลอกทศกรไปเลี้ยงอาหารที่ร้านแห่งหนึ่ง โดยทศกรไม่รู้ว่าพิมมาลากับน้ำนวลพาดารณีมานั่งซุ่มอยู่ที่โต๊ะใกล้กัน พอดลเปิดฉากถามทศกรเรื่องคบหากับดารณี ทศกรก็เม้าท์อย่างมันปาก

“กูรำคาญจะตาย กำลังจะหาทางเขี่ยมันทิ้งอยู่เนี่ย”

“อ้าว จะเลิกแล้วเหรอครับ เพิ่งจะคบกันนับวันได้เลย แล้วผมก็เห็นพี่กับน้องดารักกันดีนี่ครับ”

“รักเริ้กอะไร้...เมื่อก่อนตอนเข้ามาใหม่ๆก็ปิ๊งๆอยู่หรอก แต่ดันตาต่ำไปเป็นเด็กไอ้เพรียวซะนี่ ยังงี้เค้าเรียกว่ากินแก้แค้นโว้ย มื้อสองมื้อก็เบื่อแล้ว”

“พี่คิดจะชิ่ง แสดงว่ามีคนใหม่แล้วใช่ไหมครับ”

“แหงสิวะ ก็คุณพิมมาลาไง ผู้หญิงอะไรไม่รู้สวยไปทั้งตัวหัวจดเท้า แถมหยิ่งอีกนะโว้ย ขนาดคุณศรสิทธิ์เรียกไปพบเธอยังไม่รับข้อเสนอเลย ผู้หญิงมีศักดิ์ศรีอย่างงี้สิวะ ถึงจะเหมาะเป็นเมียพี่ ไม่ใช่ของเหลือเดนไอ้เพรียวอย่างยัยดานั่น”

ดารณีเหลืออดยืดตัวโผล่มาจากโต๊ะติดกัน ทศกรถึงกับหน้าซีดเผือด ดารณีไม่พูดอะไรสักคำ คว้าเหยือกน้ำเย็นเทใส่หัวทศกรแล้วเดินออกไปอย่างอารมณ์เสีย น้ำนวลกับพิมมาลารีบตามดารณีไปด้วยความเป็นห่วง เห็นเธอร้องไห้เสียใจและรำพันว่าอยากตาย น้ำนวลจับมือเธอไว้ ปลอบให้ใจเย็นๆก่อน แต่พิมมาลาดันพูดโต้งๆว่า

“ตายไปก็เท่านั้นแหละ ถ้ายังหน้ามืดตามัวอยู่อย่างงี้ ตายไปเกิดใหม่ก็ซ้ำรอยเดิมอยู่ดี”

“ไม่ต้องมาซ้ำเติมฉันเลยนะ พี่ทศเค้าเลือกเธอ เธอชนะแล้วนี่ เยาะเย้ยฉันเลยสิ”

“ดากำลังเข้าใจผิดนะ พี่พิมเค้าไม่ได้ชอบพี่ทศเลย มีแต่พี่ทศนั่นแหละที่คอยตามตื๊อ แล้วที่พี่พิมวางแผนทั้งหมดขึ้นมาก็เพราะอยากให้ดาตาสว่าง ได้เห็นความคิดจริงๆของพี่ทศที่มีกับดาเท่านั้นเอง”

ติดตามคำพูดน้ำนวลแล้ว ดารณีก็ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย “...ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้กับดาด้วย เวลาดารักใครดาจะซื่อสัตย์กับเค้าคนเดียว ทำทุกอย่างได้เพื่อเค้า ทำไมไม่มีใครเห็นความดีของดาบ้าง”

“เค้าจะมองเห็นก็ต่อเมื่อดายังมีสิ่งที่เค้าต้องการอยู่ ฟังนะดา ดาจะคบกับใคร ดาต้องเรียนรู้สองข้อ”

ดารณีมองหน้าพิมมาลา ถามทั้งน้ำตา “อะไรคะ”

“ข้อแรก ดาต้องมีมากกว่าความสวยหรือความดี ดาต้องมีสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นต้องการจริงๆ ยกตัวอย่างเช่น ผู้ชายบางคนต้องการคู่คิด บางคนต้องการกำลังใจ ถ้าดาเป็นสิ่งเหล่านั้นให้เค้าได้ เค้าก็เลือกดา”

“แล้วข้อสองล่ะ”

“ดาต้องรู้จักรักษาคุณค่าของตัวเอง พูดตรงๆนะ ผู้ชายจีบผู้หญิงก็หวังมีอะไรด้วยทั้งนั้นแหละ ถ้าดายอมให้เค้าได้สมใจง่ายๆ ดาก็ต้องเสียทั้งตัวเสียทั้งใจวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่แบบนี้”

ดารณีหน้าเจื่อน คิดตามที่พิมมาลาพูดก็เป็นจริงทุกประการแต่ตนไม่เคยคิดแบบนี้เลย ในขณะที่น้ำนวลหันมองพิมมาลาด้วยสายตาปลื้มและทึ่งสุดๆ ราวกับพิมมาลาเป็นฮีโร่ของตนทีเดียว

เสร็จเรื่อง น้ำนวลอาสาไปส่งพิมมาลายังที่พักซึ่งเป็นอพาร์ตเมนต์ใหม่ที่รัมภาบังคับให้ย้ายมาอยู่ พิมมาลาเพิ่งเคยมาที่นี่จึงไม่คุ้นชิน เผลอพูดและแสดงออกจนน้ำนวลแปลกใจสงสัย พิมมาลาเลยต้องแก้ตัวว่าตนเพิ่งกลับมาจากอเมริกา เมื่อก่อนพักอยู่กับเพื่อน พอได้งานที่เซนซูยาก็เลยให้เพื่อนหาที่อยู่ให้ใหม่ เพิ่งจะมาวันนี้วันแรก

น้ำนวลร้องอ๋ออย่างเข้าใจ จากนั้นก็เปลี่ยนไปเรื่องที่พิมมาลาพูดโน้มน้าวดารณี ชื่นชมว่าเก่งจัง พี่พิมรู้ใจผู้ชายเหมือนเป็นผู้ชายเสียเอง ตนได้ยินยังแอบทึ่ง

“แต่ไม่รู้ว่าดารณีเค้าจะเชื่อรึเปล่านะ”

“จะเชื่อหรือไม่เชื่อเค้าก็คงคิดได้บ้างล่ะค่ะ เพราะสิิ่งที่พี่พิมพูดมีเหตุมีผลทั้งนั้น ไม่ว่าเค้ากับพี่ทศจะลงเอยยังไง น้ำว่าจากนี้ไป ถ้าดาจะคบหาใครอีก เค้าคงคิดเยอะขึ้นกว่าเมื่อก่อน...เห็นพี่พิมสอนดาอย่างนี้แล้วน้ำอยากมีพี่สาวมั่งจัง”

“คุณน้ำมีปัญหาอะไรพี่ก็พร้อมเป็นที่ปรึกษาให้นะคะ”

“ขอบคุณค่ะ”

น้ำนวลยิ้มแย้มสายตาชื่นชมแบบน้องปลื้มพี่ แต่สายตาพิมมาลาออกแนวชู้สาว ยื่นมือไปกุมมือน้ำนวล พอเห็นสาวเจ้าอึ้งงง ก็รีบแก้เป็นตบหลังมือเธอเบาๆ

“พรุ่งนี้เจอกันนะคะ”

“ค่ะพี่พิม”

น้ำนวลโบกมือบ๊ายบายก่อนเคลื่อนรถออกไป พิมมาลามองตามตาละห้อย แล้วก็บ่นตัวเองเป็นอะไร แค่นี้ทำเป็นตื่นเต้นใจสั่นไปได้ พอจะเข้าห้องพักเดินผ่านรถคันหนึ่งเห็นเงาตัวเองเป็นนายเพรียว ทั้งตกใจดีใจแหกปากลั่น ก่อนจะวิ่งไปซ้อนมอเตอร์ไซค์รับจ้างมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลเพื่อดูอาการพ่อ

แต่พอไปถึงในห้องว่างเปล่า แถมเมื่อสักครู่วิ่งสวนกับบุรุษพยาบาลที่เข็นคนตายคลุมผ้าขาว  เพรียวใจหายวาบวิ่งตะบึงกลับออกไปดู ปรากฏว่าศพนั้นไม่ใช่พ่อ และพ่อของเพรียวก็หายดีกลับบ้านไปแล้วด้วย

ดูนาฬิกายังพอมีเวลาเหลือที่จะอยู่ในร่างผู้ชายตามข้อตกลง  เพรียวรีบร้อนไปที่อาบอบนวด แต่ไม่ทันจะได้ใกล้ชิดกกกอดสาวให้หนำใจ ร่างกายก็เปลี่ยนเป็นพิมมาลาอย่างสมบูรณ์ พร้อมๆกับการปรากฏตัวของรัมภาในมาดมาม่าซังถือพัดอันใหญ่

“มาหาไซด์ไลน์ทำเหรอจ๊ะหนู”

“นี่มันยังไม่หมดเวลาเลยนะรัมภา คืนร่างผู้ชายให้ผมเดี๋ยวนี้เลย”

“ฉันสาปให้นายเป็นผู้หญิงก็เพื่อดัดนิสัยนาย นี่อะไร ฉันสงสารให้ได้เป็นผู้ชายวันละครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่สำนึกอีก” ไม่พูดเปล่า รัมภาฟาดพัดเข้ากลางหน้าผากพิมมาลา

“โอ๊ย...เจ็บนะ”

“นายเจ็บหัว แต่ฉันเจ็บใจ ถ้านายคิดทำเรื่องบัดสียังงี้อีก ฉันจะตัดโปรโมชั่นไม่ให้ได้เป็นผู้ชายซักวินาทีเดียว”

พิมมาลาตกใจรีบพลิกลิ้น เข้าไปเกาะแขนอ้อน “ใจเย็นๆสิครับ คุณนางฟ้าคนสวยแสนใจดี”

“ไม่ต้องมาพูดดี ไอ้กะล่อน”

“โอเคๆ ผมสัญญาว่าจะไม่มาที่นี่อีกก็ได้”

“อาบอบนวดไหนๆ ก็ไม่ได้ทั้งนั้น ไอ้เจ้าเล่ห์”

“ก็ได้ๆ”

“ถ้านายยังทำเรื่องดูถูกศักดิ์ศรีผู้หญิงยังงี้อีก สิทธิ์ได้เป็นผู้ชายของนายจะหมดทันที”

พิมมาลาบ่นพึมพำว่ายัยจอมโหด รัมภาเจ็บใจจิกตาใส่พิมมาลา แล้วแก้เผ็ดด้วยการชวนเชิญลูกค้าชายคนหนึ่งใช้บริการเด็กใหม่เอี่อมอ่องคนนี้ พิมมาลาผงะก่อนสะบัดหนีไปด้วยความตกใจปนกลัว

ooooooo

เช้าขึ้นไปทำงานตามปกติ แต่พอเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ปรากฏว่าไฟล์งานของตนหายไป พิมมาลาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเล่นงานนางที่กลั่นแกล้ง ตอนแรกนางก็ตอบโต้ แต่พอพิมมาลาดุดันเอาจริงนางก็แหย ยอมกู้งานชิ้นนั้นกลับมาให้ทันทีเลย

ตกกลางคืนกลับเข้าห้องพัก พิมมาลาเฝ้ารอเวลาจะได้กลับร่างเป็นเพรียวเสียที แต่รอแล้วรอเล่าและบ่นโวยวายไปหลายตลบก็ยังไร้วี่แวว จนจะนอนอยู่แล้วถึงได้สมใจ เพรียวรีบมุ่งหน้าไปหาเต็มตาที่โรงแรม แต่ไม่ทันจะขึ้นไปที่ห้องพักของเธอ ก็เจอรัมภาโผล่มาดักหน้า

รัมภาตำหนิเพรียวแทนที่คิดเรื่องพ่อ กลับเอาเวลามาหาผู้หญิง

“ก็แล้วใครทำให้ผมตกอยู่ในสภาพยังงี้ล่ะ คุณจะให้พ่อเห็นผมแค่ครึ่งชั่วโมง แล้วกลายร่างเป็นผู้หญิงต่อหน้าต่อตางั้นเหรอ พ่อผมจะได้หัวใจวายตายพอดี”

“ก็เลยต้องใช้ครึ่งชั่วโมงที่มีให้ได้ประโยชน์สูงสุด ด้วยการมาหาผู้หญิงแทนใช่มั้ย”

“แต่ผู้หญิงคนนี้เป็นแฟนผม ไม่ได้เข้าอาบอบนวดซะหน่อย เพราะฉะนั้น คุณไม่มีสิทธิ์มาห้ามผม”

“ตามใจ แต่ฉันเตือนไว้ก่อนนะ นายไม่ขึ้นไปจะดีกว่า”

“คิดว่าผมจะฟังคุณมั้ยล่ะ อย่ามาถ่วงเวลาซะให้ยากเลย”

“ไปเล้ย...เดี๋ยวจะรู้สึก”

แล้วเพรียวก็รู้สึกจริงๆ ในห้องนั้นเต็มตาไม่ได้อยู่คนเดียว เธออยู่กับศรสิทธิ์ลุงของน้ำนวล และสภาพของทั้งคู่ในชุดผ้าเช็ดตัวก็ทำให้เพรียวเข้าใจอะไรๆได้ไม่ยาก

“อ้าวเพรียว มีธุระอะไรกับเต็มเหรอ ดึกดื่นป่านนี้แล้ว” ศรสิทธิ์ทักด้วยน้ำเสียงปกติ

“เพรียวเค้าก็แค่แวะมาหาเต็มเฉยๆ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ระหว่างเต็มกับเพรียวจบไปนานแล้ว เต็มไม่สิ้นคิดพอที่จะหลงงมงายกับผู้ชายโลเลหลายใจหรอกค่ะ”

เพรียวหน้าร้อนผ่าวกับคำตอบของเต็มตา รู้สึกเสียเชิงมากกว่าเสียใจ

“ต้องเป็นเมียเก็บเศรษฐีรุ่นพ่อใช่มั้ย ถึงจะเรียกว่ามีความคิด”

“หยุดดูถูกเต็มได้แล้วนะ นายกลับไปซะดีกว่า ก่อนที่ฉันจะโทร.เรียก รปภ.ขึ้นมาลากตัวนายออกไป”

“ไม่ต้องหรอกครับ  ผมจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ  เห็นยังงี้แล้วผมก็อดปลาบปลื้มใจไม่ได้นะครับ ที่ท่านประธานให้เกียรติลดตัวมาใช้ของร่วมกับผม นับเป็นเกียรติกับวงศ์ตระกูลผมจริงๆ”

ศรสิทธิ์โกรธจัดจะเล่นงานเพรียว แต่ถูกเต็มตารั้งตัวเอาไว้...เพรียวกำหมัดเดินฉุนเฉียวกลับออกไปเจอรัมภาในลิฟต์ เขาโวยใส่ทันที

“คุณอยู่เบื้องหลัง คุณจงใจให้ผมไปเจอเต็มกับไอ้ผัวแก่ใช่มั้ย”

“นี่ อย่ามาพาลนะยะ ฉันเตือนแล้วว่าอย่าขึ้นไป ไม่ฟังเอง...แหม ก็นายศรสิทธิ์ปรนเปรอซะขนาดนั้น เต็มเค้าก็คงอยากสบายมั่งแหละ ดีกว่าเป็นแฟนกับนายเป็นไหนๆ นอกจากไม่ได้อะไรแล้วยังต้องมานั่งปวดหัวกับความลื่นเป็นปลาไหลของนายอีก”

“สะใจคุณแล้วสิ งานนี้คงไม่ต้องให้ผมตามไปไถ่บาปเหมือนดารณีอีกแล้วนะ”

รัมภาเหยียดปากหมั่นไส้ เพรียวเจ็บแค้นใจแต่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากทุบประตูลิฟต์ระบายอารมณ์

ooooooo

เช้านี้ฟ้างามได้รับการยืนยันจากนนท์อีกครั้งว่าเขาจะกลับมาเมืองไทยในวันสองวันนี้แน่ เพื่อมาช่วยงานเธอที่เซนซูยา ฟ้างามดีใจมาก มีคนช่วยงานตนจะได้เบาแรงและมีเวลาศึกษาธรรมะอย่างจริงจังเสียที แต่สำหรับน้ำนวลนั้น พอทราบเรื่องกลับรู้สึกไม่สบายใจ จนต้องไปปรึกษาพิมมาลา

“คุณนันท์เป็นพี่ชายแท้ๆของคุณน้ำไม่ใช่เหรอคะ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมั้งคะ”

“ตอนน้ำไปเรียนต่อโทที่อังกฤษได้เจอกับพี่นันท์ เค้าเปลี่ยนไปเยอะ บอกตามตรงนะคะน้ำไม่สบายใจเลย”

“คุณน้ำอย่าเพิ่งกังวลไปเลยนะคะ”

สองคนเดินคุยกันมาถึงโต๊ะทำงานพิมมาลาที่เต็มไปด้วยกระดาษเขียนคำด่าต่างๆนานา ไม่เว้นแม้แต่เก้าอี้นั่ง จากข้อความทั้งหลายรู้ได้ทันทีว่าคนเขียนจงใจด่าพิมมาลา ซึ่งคนคนนั้นต้องเป็นนางอย่างแน่นอน

ไม่ทันที่พิมมาลาจะไปเอาเรื่องนาง ทศกรก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามาถามเธอว่า “คุณพิม...คุณพิมเป็นแฟนกับไอ้เพรียวมันจริงๆ เหรอครับ”

น้ำนวลชำเลืองมองพิมมาลา แต่พิมมาลาหน้านิ่ง ถามทศกรว่าใครบอก

“คุณพิมรู้มั้ยครับ ว่าไอ้เพรียวมันเป็นเสือผู้หญิง ทำลายผู้หญิงมาไม่รู้เท่าไหร่แล้ว มันสร้างภาพสุภาพบุรุษสุดหล่อแสนดีไว้หลอกล่อสาวๆ จริงๆมันคือซาตานหลอกฟันแล้วทิ้ง ผมไม่อยากให้คุณพิมต้องตกเป็นเหยื่อของมันอีกคนนะครับ” ทศกรพูดระรัวเพราะกลัวพิมมาลาจะหลุดมือตน

“พี่ทศอย่าพูดลับหลังคนอื่นในทางที่ไม่ดีสิคะ”

“น้ำไม่รู้อะไร เฉยๆเถอะน่ะ ตัวเองก็เกือบตกหลุมพรางมันเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับนายเพรียวทั้งนั้น แล้วก็ไม่มีทางจะเป็น  เข้าใจซะด้วย” พิมมาลาเสียงแข็งแล้วเดินหัวเสียออกไป...ทศกรค่อยยิ้มสบายใจ น้ำนวลส่ายหน้า ก้าวตามไปปลอบพิมมาลา

“พี่พิมคะ อย่าคิดมากเลยนะคะ”

“สมัยที่เพรียวทำงานอยู่ที่นี่เป็นที่น่ารังเกียจของคนอื่นขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

“ไม่ใช่หรอกค่ะ พี่เพรียวป๊อบปูล่าจะตายไป โดยเฉพาะในหมู่สาวๆ มีคนแอบชอบพี่เพรียวเยอะแยะไปหมด พี่ทศพูดไปเพราะความอิจฉามากกว่าค่ะ”

“คุณน้ำไม่ได้พูดให้ผม...เอ๊ย...พี่สบายใจนะคะ”

“ไม่หรอกค่ะ บางทีที่พี่พิมโดนแกล้งบ่อยๆอาจจะเป็นเพราะพวกสาวๆเค้าอิจฉาที่พี่พิมได้เป็นแฟนกับพี่เพรียวก็ได้นะคะ”

“พี่กับเพรียวเนี่ยนะจะเป็นแฟนกัน เราแค่คนรู้จักกันเฉยๆ แล้วคุณน้ำล่ะ ยังโกรธเพรียวอยู่รึเปล่า”

“แล้วทำไมน้ำต้องโกรธพี่เพรียวด้วยล่ะคะ”

“ก็ก่อนที่คุณน้ำจะไปต่อโท เพรียวเคย...เอ่อ...เคยทำไม่ดีกับคุณน้ำเอาไว้ไม่ใช่เหรอครับ”

น้ำนวลหน้าเสียไม่คิดว่าพิมมาลาจะรู้เรื่องนี้ แต่ถ้าจะยอมรับก็เหมือนตนไม่ลืมเพรียว จึงตีหน้าขรึมบอกว่าตนลืมไปหมดแล้ว ความจริงถ้าพี่ทศไม่เอ่ยชื่อเขาขึ้นมา ตนก็ลืมเขาไปแล้วด้วยซ้ำ...พิมมาลาไม่เชื่อ คิดในใจว่าน้ำนวลโกหก แต่รัมภาที่ยืนมองมาจากมุมหนึ่งสะใจ ชื่นชมน้ำนวลทำถูกต้องแล้ว ต้องใจแข็งแบบนี้
พิมมาลาเหลือบเห็นรัมภา จึงสวมกอดขอบใจน้ำ-นวล และยักคิ้วกวนๆเลยมาให้ แถมด้วยแกล้งกอดกระชับไม่ปล่อย พร้อมทำหน้าทะลึ่งทะเล้นยั่วรัมภาอีก

“จอมฉวยโอกาส ฝากไว้ก่อนเถอะแก” รัมภาฮึ่มฮั่มแล้วหายตัวไปจากตรงนั้น

ooooooo

ตกเย็น เพรียวในคราบพิมมาลาติดสอยห้อยตามน้ำนวลมาที่บ้าน อ้างว่าสนใจจะฝึกสมาธิกับฟ้างาม แต่ความจริงแล้วต้องการพิสูจน์ว่าน้ำนวลลืมตนจริงดังปากว่าหรือเปล่า พอได้โอกาสขึ้นไปบนห้องนอนกับน้ำนวล จึงแอบค้นหาสิ่งของที่เคยให้น้ำนวล แต่ก็ไม่พบอะไรสักอย่าง แม้แต่รูปที่ถ่ายคู่กัน

น้ำนวลเอาชุดขาวสำหรับใส่นั่งสมาธิมาให้พิมมาลาเปลี่ยนในห้องนี้ ส่วนตัวเองแยกไปเปลี่ยนที่ห้องน้าสาว พิมมาลาที่ยังคาใจเรื่องสิ่งของจึงรีบค้นหาอีกครั้งโดยเร็ว แต่ดันเจอชุดชั้นในของน้ำนวล ตอนแรกก็เขินๆไม่กล้ามอง แต่เดี๋ยวเดียวก็ยิ้มทะลึ่ง หยิบกางเกงในแบบบิกินี่บางๆ ลายสวยออกมาจากลิ้นชัก

“เซ็กซี่จังเลยแม่คุณ ตอนใส่จะขนาดไหนเนี่ย” ยกขึ้นขึงดูแต่ต้องยิ้มค้าง เมื่อสายตามองเลยไปที่รูปวาดติดผนัง “นั่นมัน...รัมภา เธอจริงๆด้วย จะตามหลอกหลอนฉันไปถึงไหน”

ขณะนั้นเองน้ำนวลเปิดประตูห้องเข้ามา พิมมาลาตกใจรีบกำกางเกงในที่หยิบติดมือมาซ่อนไว้ด้านหลัง พลางก็ถามน้ำนวลว่าคนในรูปเป็นใคร

“ผู้หญิงคนนี้ไม่มีตัวตนหรอกค่ะพี่พิม น้ำวาดขึ้นมาจากความฝันของน้ำเอง พี่พิมอย่าหาว่าน้ำบ้านะคะ คือตั้งแต่น้ำจำความได้น้ำก็ฝันเห็นผู้หญิงคนนี้มาตลอด เค้าเข้ามาเล่นกับน้ำ คอยดูแลปกป้องน้ำ โดยที่น้ำก็ไม่รู้ว่าเค้าเป็นใคร รู้แต่ว่าเค้าชื่อคุณรัมภาค่ะ เค้าก็เหมือนเป็นแม่ทูนหัวของน้ำคนนึงล่ะค่ะ”

พิมมาลาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเจ็บใจ แอบบ่นเบาๆ “อย่างนี้นี่เอง ยัยตัวแสบ”

ทันใดมีเสียงเอะอะดังมาจากข้างล่าง น้ำนวลจำเสียงพี่ชายได้ รีบขอตัวลงไปดู พิมมาลาเองก็รีบเก็บกางเกงในแล้วตามเธอไป

นันท์โวยวายใส่สาวใช้ที่จำตนไม่ได้และไม่ยอมให้พบฟ้างามเพราะกำลังฝึกนั่งสมาธิอยู่กับเพื่อนๆ น้ำนวลต้องเอาน้ำเย็นเข้าลูบจนพี่ชายค่อยสงบลง และพอได้เห็นพิมมาลา อาการหัวเสียของนันท์ก็หายเป็นปลิดทิ้ง

“นั่นใครน่ะ เพื่อนแกเหรอน้ำ”

น้ำนวลเห็นท่าทีพี่ชายก็รีบปกป้องพิมมาลา “พี่พิมเป็นพนักงานที่บริษัทของเราค่ะ ขอโทษนะคะพี่นันท์ ตอนนี้ได้เวลาฝึกสมาธิแล้ว ค่อยคุยกันทีหลังนะคะ”

น้ำนวลจูงมือพิมมาลาเดินเลี่ยงไปทันที นันท์มองตามพิมมาลาอย่างติดใจในความสวย พลางส่งสายตาเจ้าชู้ใส่เมื่อเธอหันกลับมามอง   แต่พิมมาลาขนลุกเกรียวรีบเบือนหน้ากลับแถมทำท่าสะอิดสะเอียนอยากจะอ้วก

ทวิชามาฝึกสอนการนั่งสมาธิให้ฟ้างามและกลุ่มเพื่อน แรกเห็นพิมมาลา ทวิชาส่งยิ้มให้เธอแทนการทักทาย พิมมาลายิ้มตอบด้วยไมตรี แล้วก็ไม่ได้คิดอะไร จนกระทั่งทวิชายิ้มให้อีกหลายครั้ง ก็เริ่มรู้สึกทะแม่งๆชอบกล

การนั่งสมาธิผ่านไปนานนับชั่วโมง จากฟ้าที่สว่างกลายเป็นมืดสลัว และพิมมาลาก็หมดความอดทนแล้วด้วย เธอเหน็บกินจนเดินกะเผลกกลับมาที่ห้องนั่งเล่น

“จะนั่งให้บรรลุกันไปข้างนึงเลยรึไง เมื่อยจะตายอยู่แล้ว ยุงก็กัด” บ่นเสร็จก็ชะงัก เห็นนันท์นั่งอยู่ที่โซฟา

“เสร็จแล้วเหรอจ๊ะ จะกลับรึยังล่ะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกลับเองได้” พิมมาลาจะเดินหนีแต่ถูกนันท์คว้าข้อมือไว้

“พี่บอกว่าจะไปส่งไงล่ะ พี่ว่าพูดชัดถ้อยชัดคำแล้วนะ ฟังไม่เข้าใจรึไง”

ท่าทีและน้ำเสียงวางอำนาจของนันท์ทำให้พิมมาลาของขึ้น จ้องหน้าเขาอย่างไม่พอใจ ถึงเพรียวจะเจ้าชู้ก็ไม่เคยหยาบคายกับผู้หญิงแบบนี้ พอจะดึงมือออก นันท์ยิ่งจับแน่นไม่ปล่อย พิมมาลาเจ็บใจมากที่สู้แรงไม่ไหว พอดีน้ำนวลตามเข้ามาเห็น จึงเสียงเข้มใส่พี่ชาย

“ปล่อยมือพี่พิมนะคะพี่นันท์”

“ไม่ต้องเสียงแข็งใส่พี่ก็ได้น้ำ พี่ก็แค่อยากอาสาไปส่งบ้านก็เท่านั้นเอง”

“ไม่ต้องรบกวนพี่นันท์หรอกค่ะ พี่พิมมากับน้ำ น้ำไปส่งพี่พิมเองได้ พี่นันท์เพิ่งกลับมาถึงพักผ่อนดีกว่าค่ะ...ไปเปลี่ยนชุดเถอะค่ะพี่พิม”

น้ำนวลจูงมือพิมมาลาขึ้นข้างบน นันท์มองตามด้วยความเจ็บใจ

“กันท่านักนะ คนอย่างฉันอยากได้อะไร...ต้องได้”

เพียงสายๆวันรุ่งขึ้น นันท์ก็วางอำนาจในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเรียกพิมมาลามาพบที่ห้องทำงานในเซนซูยา พิมมาลาไม่รู้มาก่อน เปิดประตูเข้ามาเห็นนันท์ก็ชะงักกึก

“ตกใจอะไร รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นเจ้าของที่นี่คนนึง ฉันอยากเป็นผู้จัดการฝ่ายไหนก็ไม่แปลก”

“ค่ะ ไม่แปลก แต่ปกติทุกคนที่นี่ต้องทำงานไต่เต้าขึ้นมาจากระดับล่างก่อน ถึงจะเป็นคนในตระกูลคุณเอง ก็ไม่มีข้อยกเว้น”

“ก็ฉันนี่ล่ะข้อยกเว้น เพิ่งเข้ามาทำงาน ทำไมรู้ลึกจัง”

“ก็...ฉันสนิทกับคุณน้ำนี่คะ นี่ค่ะ รายละเอียดของที่จะต้องจัดซื้อ”

นันท์มองแฟ้มเอกสารนิดหนึ่งแต่ไม่รับมา “ฉันไม่อยากดูอะไรทั้งนั้นล่ะ จนกว่าเธอจะไปกินข้าวกับฉันก่อน”

“จะบอกอะไรให้นะคะ ถ้าคิดจะจีบผู้หญิงก็ควรจะมีศิลปะบ้าง วิธีที่คุณทำอยู่นอกจากจะจีบไม่ติดแล้ว ผู้หญิงเค้าจะดูถูกให้อีก” พูดจบก็จะกลับออกไป แต่นันท์จู่โจมเข้ามากอดทางด้านหลัง

“ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าลูกจ้างอย่างเธอมีสิทธิ์อะไรมาดูถูกคนอย่างฉัน”

ไม่ทันที่พิมมาลาจะตอบโต้หรือทำอะไร ประตูเปิดกว้างออก น้ำนวลก้าวเข้ามาหน้าเคร่ง

“หยุดนะคะพี่นันท์ ไม่งั้นน้ำจะไปบอกน้างาม”

นันท์ยอมปล่อย จ้องหน้าน้องสาวโกรธๆ “แกไม่ต้องเอาน้างามมาขู่ฉันเลยนะ น้างามไม่มีทางเห็นลูกจ้างดีกว่าหลานชายตัวเองหรอก”

“จะลองดูมั้ยล่ะคะ” น้ำนวลจ้องหน้าท้าทาย...เท่านี้พี่ชายก็ไม่กล้าเสี่ยง

“แกจะไปไหนก็ไปเลยไป”

พิมมาลาได้ทีโอบเอวน้ำนวลเดินแนบชิดออกไป แถมยังออดอ้อนอย่างน่าสงสาร

“โชคดีนะคะที่คุณน้ำมาช่วยพี่ไว้ได้ทัน ไม่งั้นพี่คงถูกเค้าล่วงเกินขยำขยี้ปี้ป่นไปแล้ว”

“น้ำระแวงตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะค่ะ รู้นิสัยพี่นันท์ดีว่าคงไม่เลิกง่ายๆแน่ พอรู้ว่าพี่พิมมาที่ฝ่ายจัดซื้อ น้ำก็รีบตามมาทันที น้ำต้องขอโทษพี่พิมแทนพี่นันท์ด้วยนะคะ”

พิมมาลาน้ำตาคลอเบ้า ซึ้งใจโดยไม่มีสาเหตุ น้ำนวลแปลกใจถามว่าร้องไห้ทำไม พิมมาลากลับยิ่งร้องไห้ ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าร้องทำไม

ขณะน้ำนวลซับน้ำตาให้พิมมาลา นางเดินผ่านมาเห็นและเข้าใจผิดว่าพิมมาลาชอบเพศเดียวกัน จึงผละหนีไปด้วยความตกใจระคนสะอิดสะเอียน

ครู่ต่อมา พิมมาลาเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำ และบ่นอย่างไม่เข้าใจตัวเอง “ร้องไห้บ้าบออะไรวะเนี่ย ผู้หญิงนี่ก็เหลือเกิน นิดๆหน่อยๆ ก็ปี่แตก” พอเงยขึ้นจากอ่างล้างหน้า มองในกระจกเห็นหน้าตัวเองแห้งสนิท เครื่องสำอางที่ลบจางไปก็แจ่มชัดขึ้นมาเองโดยไม่ต้องแต่งเติม นึกรู้ทันทีว่าเป็นฝีมือนางฟ้ารัมภา

“รัมภา ฝีมือคุณใช่มั้ย อารมณ์ผมถึงได้แปรปรวนขนาดนี้ คุณจะแก้แค้นแทนลูกสาวล่ะสิ ผมรู้ทันหรอกน่ะ ยัยนางฟ้าใจร้าย จอมซาดิสต์”

ด่าเสร็จมองในกระจกอีกทีก็ต้องร้องเสียงหลงเมื่อพบว่าตัวเองกลายเป็นเพรียวไปแล้ว แต่ยังอยู่ในชุดผู้หญิงอย่างเดิม

“เฮ้ย...เล่นอะไรบ้าๆ รัมภา เสกให้ผมเป็นผู้หญิงเดี๋ยวนี้เลยนะ”

จังหวะนี้เองนางเดินเข้ามาพร้อมเสียงพึมพำเรื่องที่เข้าใจผิดพิมมาลากับ น้ำนวล เพรียวตกใจหลบแวบเข้าห้องน้ำ นางเห็นไวๆจำชุดพิมมาลาได้ แต่แปลกใจทำไมทรงผมถึงสั้นนัก จึงเคาะประตูถามว่าใช่พิมมาลาหรือเปล่า

เพรียวเงียบกริบไม่กล้าตอบ นางสงสัยมากก้มลงแอบมองที่ช่องประตูด้านล่าง ปรากฏว่าสิ่งที่เห็นเล่นเอานางร้องกรี๊ดด้วยความตกใจ

“ว้าย...ผู้ชาย!!”

เพรียวสะดุ้งรีบกระถดขาที่มีขนหน้าแข้งดกครึ้มบนรองเท้าส้นสูง พร้อมกับกระซิบสั่งรัมภาให้เลิกเล่นบ้าๆเสียที ตนเดือดร้อนจะตายอยู่แล้ว ฝ่ายนางเมื่อเห็นขาผู้ชายก็เข้าใจว่ามีไอ้โรคจิตแอบเข้ามาหวังทำมิดีมิร้าย ผู้หญิง จึงตะโกนบอกเพื่อนพนักงานให้มาช่วยกันจัดการ

เพรียวหน้าซีดหน้าเสีย ได้ยินนางกับเพื่อนวางแผนจะพังประตูแล้วฟาดกบาลไอ้โรคจิต เพรียวก็ยิ่งเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก ในที่สุดเขาก็ต้องยกมือไหว้ขอโทษรัมภาไปทั่วทิศ บอกว่าจะไม่ด่าเธออีกแล้ว

รัมภาไม่ปรากฏตัว แต่ก็ใช้เวทมนตร์ทำให้เพรียวกลายเป็นพิมมาลาได้ทันท่วงที พวกนางที่กำลังเงื้อง่าจะพังประตูถึงกับชะงักแปลกใจ

“อ้าว...เธอเองเหรอ”

“ก็ใช่น่ะสิ”

“เรียกแล้วทำไมไม่ตอบ”

“ตอบก็แหยเธอน่ะสิ” ว่าแล้วพิมมาลาก็สะบัดบ๊อบใส่เดินกรีดกรายออกไปจากห้องน้ำ นางเจ็บใจกระแทกเสียงไล่หลัง

“หัดแวกซ์ขนหน้าแข้งมั่งนะยะ” ขาดคำก็ฉุกคิด “อุ๊ย รึว่าจงใจเลี้ยงให้ยาวแบบผู้ชาย...ชัวร์แน่ๆ โธ่คุณน้ำ ไม่น่าเลย”

“อะไรคะพี่นาง หนูงงหมดแล้ว”

“เธองงไปก่อนแล้วกัน รอให้ฉันจับได้คาหนังคาเขาก่อนเถ๊อะ คุณฟ้างามต้องเด้งหล่อนพ้นเซนซูยาแน่ๆ นังพิมลั้นลา” นางขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่เพื่อนรุ่นน้องยิ่งหน้ายุ่งไม่เข้าใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แจ๊ค ซู-จีน่า" ตื่นเต้นเข้าพิธีวิวาห์ “IN TIME WITH YOU ถึงห้ามใจก็จะรัก”

"แจ๊ค ซู-จีน่า" ตื่นเต้นเข้าพิธีวิวาห์ “IN TIME WITH YOU ถึงห้ามใจก็จะรัก”
19 พ.ค. 2564

02:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2564 เวลา 02:57 น.