ข่าว

วิดีโอ



ปี่แก้วนางหงส์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-โรแมนติก-ย้อนยุค

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: บลูลาวา

กำกับการแสดงโดย: แมน เมธี

ผลิตโดย: บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: วรินทร ปัญหกาญจน์,ราณี แคมเปน

ก้านพาลูกน้องกำนันไปเรือนจางวางพ่วงร้องท้าว่ากูจะเผาเรือนมึงให้ได้ แต่ลูกน้องต่างหวาดๆ ก้านจึงคว้าถังน้ำมันไปราดรอบเรือนจุดไม้ขีดจะเผา แต่จุดกี่ครั้งก็ถูกอ่ำเป่าดับจนไม้ขีดหมดกลัก

ก้านร้องบอกลูกน้องให้เอาไม้ขีดมาให้อีก

แต่พอไม้ขีดยื่นมาตรงหน้า ก้านเห็นแต่มือไม่มีแขน ก้านช็อกทิ้งไม้ขีดวิ่งหนีแต่ประตูเปิดออกไม่ได้ ก้านล้วงพระที่ห้อยคอออกมาอาราธนาให้พระช่วย พลันเสียงระนาดก็ดังขึ้น ก้านหันมองเห็นอ่ำนั่งรัวระนาดจนก้านกำพระเครื่องไว้แน่น สุดโผล่มาบอกว่า “พระท่านไม่อยู่กับคนเลวๆเยี่ยงมึง”

พระเครื่องของก้านถูกเหวี่ยงมาตกบนพุ่มไม้ตรงหน้ากลุ่มลูกน้องกำนันที่รออยู่ ทุกคนมองหน้ากันอย่างสยองในความเฮี้ยนของเรือน ต่างมองที่เรือนอย่างเป็นห่วงก้าน

จางวางพ่วงจับก้านเอาหัวโขกเสาถี่ๆแข่งกับเสียงระนาดที่รัวจนก้านเลือดท่วมแล้วปล่อย ปรามว่า

“มึงอย่ามาขึ้นเหยียบเรือนกูอีก จำไว้...กูไม่อยากเอาชีวิตเพราะไม่อยากก่อเวรกรรมกับคนชั่วเยี่ยงมึง ไอ้คนใจสัตว์”

ลูกน้องกำนันพงษ์เอาพระเครื่องของก้านไปให้กำนันดู บอกว่าผีเรือนเล่นพี่ก้านเสียสะบักสะบอมเลยอาจถูกหักคอหรือแหกอกไปแล้ว แต่จู่ๆก้านก็โผล่เข้ามา กำนันเห็นสภาพของก้านก็ยิ่งแค้น ประกาศลั่น

“มึงเอาชีวิตลูกชายกูไปไม่พอ นี่มึงยังอาฆาตจะเอาชีวิตลูกน้องกูอีกคน กูไม่เอามึงไว้แน่ พวกมึงต้องไม่มีเรือนอยู่ กูจะทำให้มึงเป็นผีเร่ร่อนไม่ได้ผุดได้เกิด คอยดูกูเถอะ!!!”

พิกุลเหมือนรับรู้ความอาฆาตของกำนันตอบโต้ท่ามกลางเสียงปี่พาทย์ที่ดังรัวว่า

“เรือนของกูไม่เคยเป็นของมึง คนละโมบอย่างมึงไม่มีวันตายดี”

สินธรขึ้นเรือนมาตามหานิราศแต่ไม่เห็นใคร เขารู้สึกเหมือนถูกใครมองอยู่แต่พอหันไปก็ไม่มีใครจึงยกมือไหว้อธิษฐาน

“ผลบุญใดๆ อันเกิดจากการยกเรือนนี้ให้เป็นสมบัติของวัด ได้โปรดบันดาลให้ไอ้คนที่มันโกงวัดได้รับผลกรรมอย่างสาสมด้วยเถิด เจ้าประคู้ณ...” ลมวูบใหญ่พัดผ่านสินธรไปเหมือนรับรู้คำอธิษฐานนั้น

จางวางพ่วง เพียร สุดและอ่ำเห็นสินธรก็รู้ว่าคือสิน จึงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรือนของตน จางวางสบถ

“ไอ้กำนัน...ไอ้สารเลว!!!”

ooooooo

นิสานอนเฝ้าคุณทิพย์เกสรที่โซฟาในห้องพักฟื้นคนไข้ เธอนอนกระสับกระส่ายอย่างฝันร้าย...

นิสาฝันถึงในวัยเด็กที่นั่งรถไปกับนิราศในวัยใกล้เคียงกันที่เบาะหลัง เบาะหน้ามีพ่อของนิสาและพ่อของนิราศเป็นคนขับ ทันใดนั้นมีรถบรรทุกคันหนึ่งพุ่งเข้ามา นิราศตะโกนสุดเสียง

“พ่อ!!!”

นิสาหันมองเห็นเศษกระจกที่แตกพุ่งมาตรงหน้า เธอหลับตาอย่างหวาดเสียว พอลืมตาอีกครั้งเห็นว่านิราศสลบทับอยู่บนตัวเธอรับเศษกระจกที่พุ่งมาเต็มตัวเพื่อปกป้องตน ในวินาทีที่หวาดกลัวสุดขีด นิสารู้ซึ้งถึงความปลอดภัยที่ได้รับการปกป้องจากนิราศ

นิสาสะดุ้งตื่นลืมตาค้างจากฝันร้าย หยิบยานอนหลับจะกินแต่เปลี่ยนใจเก็บใส่กระเป๋า มองไปที่เตียง เห็นทิพย์เกสรมองอยู่ พอนิสาจะเข้าไปดู ทิพย์เกสรก็หลับตาลงปฏิเสธกลายๆ นิสารับรู้ความรู้สึกนั้น

ที่ห้องทะเบียนคนไข้ อัปสรหรือเอื้อยในชาติก่อน กำลังปฏิบัติหน้าที่ จิตราก็เข้ามาทำบัตรคนไข้ อัปสรถามว่าฝากครรภ์ใช่ไหมและขอบัตรประชาชน ทันทีที่เห็นบัตรอัปสรอึ้ง ถามว่าสามีมาด้วยหรือเปล่า

จิตรายิ้มเย้ยว่า “ผัวฉันก็ไอ้คนที่หล่อนลักกินขโมยกินอยู่ไง” อัปสรไม่อยากมีเรื่องจึงส่งให้เพื่อนรับหน้าที่ต่อแล้วลุกไป แต่จิตรายังตามไปด่าสาดเสียเทเสีย อัปสรโต้ว่าอย่าคิดว่าผัวคุณมีแต่คุณ สันดานอย่างนี้ มันคงไข่ทิ้งไปทั่วแล้ว

อัปสรพยายามจะเดินหลีกแต่ถูกจิตรามาขวางบอกว่า “วันนี้ฉันไม่ได้ตบแกให้สาแก่ใจ ฉันไม่กลับ” อัปสรเตือนสติให้นึกถึงเด็กในท้อง แต่จิตราไม่ยอมขัดขาจนอัปสรล้ม ลุกขึ้นได้ก็ผลักจิตราไปกระแทกกำแพง จะตามตบอีก แต่ก็ต้องยกมือค้างเมื่อเห็นมีอะไรไหลลงมาตามหว่างขาของจิตรา

“แก...แกทำอะไรลูกฉัน...ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...” จิตราโวยวาย

อัปสรตกใจทำอะไรไม่ถูก แต่ผลก็คือถูกงามตาหัวหน้าแผนกเรียกไปตำหนิและให้ออกจากงานไม่ให้โรงพยาบาลเสื่อมเสียมากกว่านี้ อัปสรน้ำตาตกอ้อนวอนขอโอกาส แต่งามตาก็ไม่ใจอ่อน

ทิพย์เกสรไม่พอใจที่นิราศให้นิสามาดูแลตน บอกว่าเอียดก็ดูแลตนได้ นิราศบอกว่านิสาก็ไม่ใช่ใครอื่นไม่อย่างนั้นแม่ก็ไม่ส่งเสียให้เรียนจนจบ

“แม่ส่งเสียก็เพราะพ่อเราสั่งไว้ อันที่จริงพ่อเราก็ไม่ต้องรู้สึกผิดว่าทำพ่อเขาตายสักหน่อย เป็นเพราะไอ้รถคู่กรณีนั่นต่างหาก”

นิสายืนอยู่ที่มุมหนึ่งในห้องฟังแม่ลูกคุยกันอย่างไม่สบายใจ ได้ยินนิราศบอกว่านิสาเต็มใจมาดูแลแม่ หว่านล้อมว่าคนที่พยาบาลและพาแม่มาส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัยคือนิสา ถ้าเกิดเหตุอย่างนี้อีก...ถามว่า “ผมจะทำงานยังไงล่ะครับถ้าต้องเป็นห่วงแม่อย่างนี้ ให้โอกาสนิสาเถอะครับ...นะครับแม่”

ทิพย์เกสรจำต้องพยักหน้าบอกว่า “แม่เห็นแก่ลูกหรอกนะ” นิสาที่แอบฟังอยู่ยิ้มออกอย่างมีความสุข

ooooooo

สมคิดสืบมาได้ว่าโฉนดที่ดินผืนนั้นเป็นชื่อของกำนันพงษ์ นิราศไม่ให้ทำอะไรจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นโฉนดที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย สมคิดว่าเราจะสืบให้ลึกคงยากเพราะไม่รู้จักคนแถวนั้น ที่พอจะรู้ตื้นลึกหนาบางของกำนัน

นิราศยิ้มอย่างมีความหวังว่าตนพอจะรู้จักใครบางคนที่อาจให้ข้อมูลเราได้ คือเจ้าของเรือนตัวจริง เจ้าของเรือนที่อยู่ที่เรือนนั้น สมคิดถามว่าใครหรือ

“นั่นสิ เรายังไม่รู้จักชื่อกันด้วยซ้ำ...แต่เหมือนรู้จักกันมานานเหลือเกิน” นิราศพึมพำแววตามีความสุข

นิราศเปิดสมุดบันทึกที่สอดรูปเรือนหลังนั้นไว้ที่หน้าหนึ่ง ใต้รูปเป็นดอกปีบที่เขาเก็บมาทับไว้ในสมุด เขามองดอกปีบอย่างมีความสุขเมื่อนึกถึงเจ้าของ...

อัปสรไปที่แผงขายขนมจีนของอิ่มที่ตลาด อิ่มกำลังบ่นแกมด่าลูกค้าที่ซื้อขนมจีนแล้วโกยผักแนมไปเกือบหมดตะกร้าว่าแบบนี้แม่ค้าทุนหายกำไรหดหมดจนเกือบทะเลาะกับลูกค้า

พออัปสรเข้ามาอิ่มก็หันมายิ้มแย้มต้อนรับ อัปสรนั่งลงไม่ทันสั่งประกิจผัวของจิตราก็มานั่งแซะ อัปสรตกใจลุกหนี ประกิตอ้อนให้อยู่คุยกันก่อนแต่ไม่ทันคุยอะไรจิตราก็เข้ามาด่าเปิง อัปสรไม่อยากมีเรื่องจะลุกหนี ถูกจิตราป่าวร้องให้ชาวบ้านมาดูผู้หญิงหน้าด้านใจดำอำมหิตทำคนแท้งได้ลงคอ แล้วเข้าไปตบอัปสรฉาดใหญ่ พวกไทยมุงเข้ามาเชียร์ตบให้ปากแตกกินน้ำพริกไม่ได้เลย

จิตราตบแล้วไม่หนำใจหันไปคว้าหม้อน้ำยาสาดใส่อัปสร อัปสรอายจนต้องเดินหนีออกมา

ที่บ้านอัปสร เปรื่องพ่อของอัปสรกำนันจากชาติก่อน กำลังคุยกับสินธรที่มาหว่านล้อมให้เปรื่องช่วยรื้อฟื้นเรื่องที่ดินผืนนั้นที่กำนันพงษ์จะขายให้สร้างโรงงานว่าจะปล่อยน้ำเสียลงคลองที่พวกเราใช้กินใช้อาบกัน

“เอ็งก็ไปต่อรองกับเจ้าของโรงงานเขาสิวะ จะให้รื้อฟื้นที่ผืนนั้นขึ้นมาทำไม”

“ก็ที่ผืนนั้นมันของบรรพบุรุษฉันยกให้วัด...มันกลายเป็นของกำนัน แล้วกำนันจะเอาไปขายได้ยังไงเล่า”


“กูไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว” เปรื่องปฏิเสธ ก็พอดีอัปสรกลับมาเข้ากอดเปรื่องร้องไห้เหมือนเด็ก

 สินธรมองอัปสรด้วยความเห็นใจ เขารู้สึกคุ้นเคยกับอัปสรมาก่อน...หลบมุมไปนั่งกินข้าวฟังเรื่องราวที่อัปสรเล่าอย่างเห็นใจ

ooooooo

นิสากลับถึงห้องพักที่บ้านนิราศ เจอเอียดบอกว่าโชคดีที่นิสามาช่วยคุณทิพย์ไว้ทัน ตนทำอะไรไม่ถูก เพราะปกติคุณทิพย์ก็แค่วิงเวียนหน้ามืดเท่านั้นไม่ถึงกับฟุบแบบนี้

คืนนี้นิสาจะไปเฝ้าอีก เอียดบอกว่าคุณทิพย์เกสรเห็นว่าเมื่อคืนนิสาคงเหนื่อยเลยให้ตนผลัดเวรกันเฝ้าจนกว่าจะได้กลับบ้าน

คืนนี้นิสาจึงรอจนนิราศกลับมา ขณะเขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อมากินข้าวนั้น เขาลืมสมุดบันทึกไว้ นิสาจึงหยิบจะตามไปให้ ทำรูปถ่ายตกเธอหยิบเสียบไว้ตามเดิม แต่เห็นดอกปีบแห้งที่ทับไว้อีกหน้าหนึ่ง จึงหยิบมาดู รู้สึกคุ้นเคยกับดอกปีบนั้นมาก

ทันใดนั้นลมกระโชกเข้ามา มวลอากาศก่อรูปเป็นเงาของพิกุลที่จ้องนิสาอย่างเคียดแค้นแล้วตรงเข้าบีบคอ นิสากรีดร้องตกใจปล่อยดอกปีบร่วง นิราศได้ยินเสียงนิสาร้องรีบลงมาเห็นนิสาถือสมุดบันทึกของตนอยู่ เขาตรงเข้าเขย่าเรียกจนนิสารู้สึกตัว ส่งสมุดคืนให้ นิราศถามว่าเป็นอะไร เธอไม่ตอบแต่กอดเขาแน่นเหมือนเด็กต้องการคนปกป้อง

ooooooo

คืนนี้...พิกุลกลับมาที่ห้องนอนบ้านจางวาง ยืนที่หน้ากระจก นึกถึงเหตุการณ์ที่บ้านนิราศอย่างเจ็บช้ำกราดเกรี้ยวจนกระจกแตกร้าว แล้วหยิบปี่จากกล่องขึ้นมาเป่าเพลงนางหงส์จนดังไปทั่วคุ้งน้ำ

ฝ่ายอัปสรอับอายขายหน้าและเสียใจที่ตัวเองเป็นคนดีให้พ่อไม่ได้และเจ็บปวดที่รักของตนไร้ค่าจึงผูกคอตาย พิกุลมาเจอก็วิญญาณออกจากร่างแล้วอัปสรหรือเอื้อยในอดีตชาติจำพิกุลไม่ได้ พิกุลบอกว่าเราเคยเป็นเพื่อนรักกัน มองไปที่ครัว อัปสรมองตามเห็นสุดกำลังเตรียมสำรับอยู่แต่ก็จำไม่ได้

สุดเห็นอัปสรก็เรียก “เอื้อย...เอื้อยลูกแม่” ร้องไห้ถามว่าทำไมคิดสั้นอย่างนี้

“หล่อนแลกชีวิตกับไอ้ผู้ชายเลวๆอย่างนั้นรึ พ่อของหล่อนจะเสียใจแค่ไหนถ้ามาเห็นหล่อนในสภาพนี้”

ทั้งสุดและพิกุลบอกให้เอื้อยรีบกลับเข้าร่างก่อนที่จะสายเกินไป

วิญญาณอัปสรจึงกลับเข้าร่างทันในขณะที่เปรื่องพยายามช่วยปั๊มหัวใจยื้อชีวิตลูกจนหมดแรง พิกุลยินดีจนน้ำตาคลอที่วิญญาณอัปสรกลับเข้าร่างทัน

จนรุ่งเช้า อัปสรเห็นรอยเชือกที่คอ เธอพยายามเอามือถูแต่ลบไม่ออก จึงใส่เสื้อปิดคอ ลงมาเจอสินธรมาหาเปรื่อง ถามว่าแกกลับจากวัดหรือยัง อัปสรบอกให้รอก่อนและขอบใจเรื่องเมื่อคืน สินธรบอกว่าเธอรอดมาได้เพราะตาเปรื่องไม่ถอดใจต่างหาก เตือนสติว่า

“ผู้ชายคนเดียวที่คุณต้องแคร์คือพ่อของคุณไม่ใช่คนอื่น”

แล้วฝากบอกตาเปรื่องว่าตนจะกลับกรุงเทพฯแล้ว อัปสรถามว่าเขาไปที่เรือนนั้นทำไม สินธรบอกว่าไปดูว่าลูกน้องกำนันมันไปวุ่นวายอะไรที่เรือนตนอีกหรือเปล่า อัปสรถามว่าเรือนของเขาแล้วทำไมเขาไม่อยู่ที่นั่น สินธรบอกว่าเรื่องมันยาวและเป็นเรื่องที่ตนต้องมาขอความช่วยเหลือจากพ่อเธอด้วย ก็พอดีเปรื่องกลับมาบอกสินธรว่า ดูท่ากำนันพงษ์ยังไม่หายแค้น แกยังเชื่อว่าผีทำให้ลูกแกตายถึงกับนิมนต์พระไปสวดไล่ผีที่เรือน

“ผีที่ไหนกัน สืบไปสืบมาฉันว่าไม่พ้นคนกันเอง อะไรที่มันข้องเกี่ยวกับกำนันมันน่าสงสัยไปทุกเรื่อง ตาเปรื่องว่าจริงไหม” ถูกอัปสรที่เห็นอะไรที่นั่นมากับตาติงสินธรว่า คุณไม่เห็นก็ใช่ว่าจะไม่มี เปรื่องถามทันทีว่า

“เอ็งเห็นอะไรนังสร”

อัปสรไม่รู้จะเล่าเรื่องที่ตนเห็นผีพิกุลกับสุดยังไงให้สินธรกับพ่อเชื่อ

ooooooo

กำนันพงษ์นิมนต์พระสามรูปมาสวดไล่ผี พระติงว่านั่นไม่ใช่กิจของสงฆ์ที่จะเบียดเบียนชีวิตคนอื่น ก้านชี้ที่หัวตัวเองฟ้องว่า ตนถูกเล่นงานขนาดนี้ถ้าท่านไม่เชื่อก็นิมนต์ปักกลดที่นี่สักคืนเถอะ

“ทุกอย่างเกิดแต่เหตุ ไม่มีเหตุย่อมไม่มีผล” พระเอ่ยแล้วเห็นจางวางพ่วง เพียร สุดกับอ่ำ ท่านจึงแผ่เมตตาให้ บอกกำนันว่า “เลิกจองเวรกันเถิดโยม”

กำนันพงษ์ขัดใจนัก นิมนต์พระให้กลับวัดเสีย สั่งก้านให้ไปส่งท่านที พระกลับแล้วกำนันยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวเรือน ทั้งสบถทั้งด่าอาฆาต

“ไอ้อีผีห่าที่สิงเรือนกูอยู่ มึงรู้ไว้เถอะว่ากูไม่มีวันเลิกจองเวรพวกมึง หากกูขายเรือนนี้ไม่ได้ มึงอย่าหวังว่าจะอยู่เป็นสุข”

พิกุลยืนประจันหน้ากำนันมีจางวางพ่วง เพียร สุด และอ่ำยืนอยู่ข้างหลังสีหน้าอาฆาต

“ไอ้จีนพ้ง สันดานเอ็งมันเลวไม่เปลี่ยน เรือนนี้ไม่เคยเป็นของเอ็ง และไม่มีวันเป็นของเอ็ง เรือนนี้จะเป็นเรือนตายของข้ากับคุณหลวงเท่านั้น”

“มึงเก่งนักก็ปรากฏตัวให้กูเห็น กูจะแช่งมึงไม่ให้ได้ผุดได้เกิด คอยดู” กำนันท้าทายเหมือนรับรู้ความอาฆาตของพิกุล รอครู่หนึ่งไม่เห็นมีอะไรกำนันจึงกลับไป พิกุลจิกตาเอ่ยตามหลังว่า...

“ข้าไม่ทำก็เพราะยังไม่ถึงวันของเอ็ง...ไอ้จีนพ้ง”

ooooooo

แม้นิสาจะรู้ว่าคุณทิพย์เกสรไม่ชอบตน แต่ก็ยังดูแลและเอาใจนิราศหมายเอาชนะใจเขาให้ได้ วันนี้ก็เอาวิตามินมาให้กิน แอบชื่นใจที่นิราศกินวิตามินที่ตนจัดให้ เห็นเขาเปิดสมุดบันทึกหยิบดอกปีบมาดูก็คิดว่าเขาชอบดอกปีบ เธอคิดจะทำบางอย่างเพื่อเอาใจ

เย็นนี้จึงเอากระทงดอกปีบไว้ที่โต๊ะรับแขกรอนิราศกลับมาเห็น นึกถึงเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลที่ทิพย์เกสรบอกเอียดให้เฝ้าตนอีกคืน พูดเหน็บให้นิสาได้ยินว่า เพราะอยู่กับเอียดสบายใจกว่าสั่งอะไรก็ได้ไม่เหมือนสั่งคนอื่น ตนไม่ได้ใช้ใครก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ให้เกะกะสายตา

คิดแล้วนิสาเหมือนจะถอดใจ มองกระทงดอกปีบพึมพำน้ำตาไหลอย่างน้อยใจ...

“พี่นิราศคะ นิสาอาจคิดผิดไปเอง คิดว่าจะได้ดูแลคุณป้าดูแลพี่นิราศ แต่ที่นี่มันอาจไม่เหมาะกับนิสา”

ooooooo

สมคิดสืบเกี่ยวกับตัวสินธรได้ความมารายงานนิราศว่าสินธรเป็นนักกิจกรรมที่เคลื่อนไหวเรื่องสิ่งแวดล้อม เขาทำงานกับองค์กรต่างประเทศที่จะมาตั้งออฟฟิศที่กรุงเทพฯเร็วๆนี้

สมคิดบอกว่าตนติดต่อไปที่สำนักงานใหญ่ดักทางไว้แล้วว่าโรงงานของเราพร้อมรับการตรวจสอบว่าไม่ได้เอาเปรียบใคร ดูท่าว่าจะเจรจากันได้ นิราศบอกว่าถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่ต้องสนใจคนระดับสินธรแล้ว สมคิดถามว่าจะให้ตนคุยกับกำนันเรื่องเงินมัดจำอีกไหม

“ฉันไม่จำเป็นต้องต่อรองกับคนพรรค์นั้นแล้ว เพราะคนที่ฉันจะคุยด้วยไม่ใช่กำนัน แต่เป็นเจ้าของเรือนที่อยู่ที่เรือนนั้น”

“ครับ คุณนิราศ” สมคิดรับทราบทั้งที่ยังงง


ooooooo

สินธรกับอัปสรกลับมาที่เรือนจางวางพ่วงอีกครั้ง เจอลูกน้องกำนันที่มาเฝ้าไม่ให้ใครขึ้นเรือน สินธรจึงชวนกลับก่อนคืนนี้ตอนดึกๆค่อยมาดีกว่า พวกนั้นคงไม่เฝ้าทั้งคืน

อัปสรเห็นด้วยว่าตอนดึกค่อยกลับมาให้รู้ไปเลยว่าที่ตนเห็นเป็นผีหรือคนกันแน่

ส่วนผีจางวางพ่วง สุด กับอ่ำ เห็นสินธรกับอัปสรมาที่เรือน สุดดีใจที่เอื้อยปลอดภัย อ่ำรำพึงเศร้าว่าถ้าไม่ถูกสะกดไว้บนเรือน เราคงได้ไปเกิดร่วมชาติ ได้กลับไปเป็นพี่น้องร่วมวงกันอย่างเคยแล้ว

พิกุลพูดแทรกขึ้นว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะความหลงของตน ทุกคนจึงต้องทุกข์ทรมานอย่างนี้ ตนเป็นคนผูกก็ขอให้เวรกรรมตกอยู่กับตนคนเดียวเถอะ เพียรถามว่าเลิกผูกอาฆาตพยาบาทคุณหลวงไม่ได้รึ มันมีแต่จะทำให้ตัวเองร้อนรุ่ม เมื่อถึงวันที่ต้องจากไปก็จะไปอย่างมีไฟสุมอกด้วย

“ไฟที่สุมอกฉัน จะมอดก็ต่อเมื่อฉันได้เห็นว่าเขาทรมานไม่ต่างจากฉันเท่านั้น...คนผิดต้องได้รับผิด สิ่งใดที่ทำไปแล้วก็เกินที่จะเปลี่ยนเป็นอื่นได้ มีแต่จะต้องได้รับผลของการกระทำเท่านั้น”

พิกุลจิกไม่ปล่อยแล้วลุกเดินไป ทุกคนได้แต่มองตามอย่างเป็นห่วง

สินธรกับอัปสรจะไปกินขนมจีนที่ร้านอิ่ม พออิ่มเห็นอัปสรก็ด่าทันทีว่า ลูกสาวตาเปรื่องถูกเมียหลวงไล่ตบจนตลาดแตก ช่างไวไฟ ไม่ทันไรก็หาผู้ชายใหม่มาควงเล่นแล้ว อัปสรฉุนขาดถามอิ่มว่าอยากมีเรื่องหรือ สินธรบอกให้พอเถอะอายเขา

แต่พริกก็ราข่าก็แรง ทั้งอิ่มและอัปสรต่างไม่ยอมกัน อัปสรเอาจานขนมจีนจะเขวี้ยงใส่อิ่ม สินธรแตะมือห้ามแต่อัปสรไม่ยอม สินธรเลยอุ้มไปต่อหน้าทุกคนที่มามุง อิ่มมองตามไปอย่างเจ็บใจ

“อีสร มึงกล้าโผล่หน้ามาอีกล่ะก็ ไม่ได้กลับไปดีๆแบบวันนี้แน่”

พอออกไปถึงมุมปลอดคนในตลาด อัปสรดิ้นจนสินธรต้องปล่อย พอสินธรปล่อยอัปสรก็ตบหน้าอย่างแรงตวาดถามว่าทำอะไรไม่อายคนเขาบ้างหรือ

“แล้วที่จะตบกับแม่ค้านี่ไม่อายหรือไง”

อัปสรเถียงว่าก็มันด่าตนทั้งที่ไม่จริง ตนไม่มีสิทธิ์อธิบายหรือไง โต้เถียงกันไปมาอัปสรจนด้วยเหตุผลของสินธร ถามเสียงอ่อนว่าเจ็บไหม ขอโทษที่ตนมือหนักไปหน่อย

“ช่างมันเถอะ” สินธรตัดบทแล้วเดินไป อัปสรรู้สึกไม่ดีแต่ก็ไม่รู้จะขอโทษสินธรอย่างไร

เมื่ออัปสรกับสินธรกลับถึงบ้าน เปรื่องเอาเอกสารเก่าๆมาให้ดูบอกสินธรว่าดูเอาเองก็แล้วกันว่าอันไหนใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ สินธรไล่ดูเอกสารเหมือนเจอลายแทงขุมทรัพย์ เปรื่องกระซิบว่า

“ข้าเล่าเรื่องเอ็งให้เจ้าอาวาสฟัง ท่านก็เลยให้เข้าไปเปิดเซฟของวัด แล้วก็ได้ของพวกนี้มา เก็บไว้ให้ดีนะ” สินธรไหว้ขอบคุณ “ถือเสียว่าข้าตอบแทนที่เอ็งช่วยลูกสาวข้า...เอ็งรู้ไหมว่าเอ็งกำลังท้าทายอำนาจของกำนัน”

“ฉันไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ขอแค่ให้ได้ที่ผืนนั้นกลับมา แล้วทำทุกอย่างให้สมกับที่ปู่ย่าตายายของฉันตั้งใจไว้ เรื่องอื่นก็ขอให้เป็นเรื่องของกรรมเวรเถอะ”

“ระวังไว้บ้างนะเอ็ง” เปรื่องเตือน อัปสรได้ยินทั้งสองคุยกันก็แอบมองสินธรอย่างเป็นห่วง

ooooooo

คืนนี้ที่บ้านจางวางพ่วงไม่มีคนเฝ้าแล้ว แต่จู่ๆ ก็มีไฟติดขึ้นที่ท่าน้ำ นิราศยิ้ม ไม่ทันเดินเข้าไปพิกุลก็วางปี่ถามโดยไม่หันมอง “มาเสียค่ำนะเจ้าคะ”

นิราศไปนั่งตรงข้ามพิกุลมองอย่างลึกซึ้งบอกว่าตนอยากมาให้เร็วกว่านี้ แต่...พิกุลดักคอว่า “มีคนที่คุณต้องดูแล” นิราศพึมพำงงๆว่า คุณรู้?

พิกุลรู้อีกว่าเขายังไม่ได้รับมือค่ำบอกให้ตามมา พอพิกุลลุกขึ้น ชายสไบพลิ้วไปทางนิราศ เขามองอย่างคุ้นตามาก เมื่อพิกุลตั้งสำรับ นิราศมองถ้วยชามที่ไม่คุ้นตาและไม่มีช้อนแต่มีขันน้ำลอยดอกมะลิให้จุ่มมือก่อนเปิบข้าว นิราศจะยกขึ้นดื่ม พิกุลแตะแขน เขาจึงวางลง พิกุลเลื่อนผ้าเช็ดมือให้บอก

“ล้างมือ เช็ดมือเสียก่อนเปิบข้าวเจ้าค่ะ”

นิราศยิ้มเก้อทำตามแล้วลงมือเปิบข้าวเก้ๆกังๆ พิกุลมองน้ำตาไหลคิดถึงอดีตที่เคยป้อนข้าวให้หลวงราช นิราศเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้ พิกุลปัดมือออกอย่างแรงเหมือนโกรธ เขาจึงขอโทษที่รุ่มร่ามยั้งใจไม่ได้

พิกุลทั้งน้อยใจและแค้นลุกเดินไป นิราศจุ่มมือในขันน้ำ แต่...กินข้าวไม่ลง

พิกุลกลับเข้าห้องนอน เพียรติงว่า “เอ็งกำลังสุมไฟในอกตัวเอง หากเอ็งตัดคุณหลวงเสียแต่ตอนนี้ เขาก็รุ่มร้อนสมใจเอ็งแล้ว เอ็งยังไม่พอใจอีกเหรอ”

“ฉันจะเจ็บอีกเพียงไหนก็ได้ ขอแค่ให้ได้เห็นว่า ความผิดชอบชั่วดีมันย้อนกลับไปสนองเขาอย่างสาสม”

“เพลาโทสะ-โมหะของเอ็งลงบ้างเถอะพิกุล” เพียรเตือน แต่พิกุลเงียบ เพียรรู้ว่าคำเตือนของตนไม่ได้ผล

นิราศมารอลาพิกุลที่หน้าห้อง พูดอย่างรู้สึกผิดว่า

“ผมคิดเข้าข้างตัวเองว่าคุณรอผมโดยไม่ทันคิดว่าผมมารบกวนคุณ ที่แย่กว่านั้นคือ ผมทำตัวเป็นเจ้าของเรือนเสียเอง นึกจะมาก็มาโดยไม่ได้บอกกล่าวกันเสียก่อนทั้งที่เจ้าของเรือนยังยืนอยู่ตรงนี้ คุณทำให้ผมแน่ใจว่า เรือนนี้ไม่ใช่ของกำนัน ผมจะกลับไปหาทางทำให้เรือนหลังนี้กลับมาเป็นของคุณให้ได้”

นิราศเดินลงเรือนไป พิกุลน้ำตาตกเมื่อภาพในวันที่ลาจากกันหวนกลับมาอีกครั้ง...

คืนเดียวกัน สินธรกับอัปสรก็มาที่เรือน อัปสรถึงกับขนลุกเมื่อเห็นบรรยากาศบนเรือน สินธรเห็นแล้วขำเพราะอัปสรคุยไว้ว่าตนไม่กลัวผี สินธรสาดไฟฉายสำรวจไปทั่ว เห็นเงาแว้บๆ เพ่งมองก็ไม่เห็นอะไรจึงเดินไปดู

จางวางพ่วง เพียร สุด และอ่ำยืนมองอย่างมีความสุขที่เห็นทั้งสองกลับมาที่เรือนอีกครั้ง...

สินธรมาหาเอกสารชิ้นหนึ่ง อัปสรติงว่า “ถ้ากำนันจะโกงเอาเรือนนี้ไป เขาก็ต้องเผาเอกสารที่คุณหาอยู่ไปแล้ว จะเก็บไว้เป็นหลักฐานให้ย้อนเข้าตัวทำไม”

“ผมก็ต้องหาทุกที่แหละ ยังไงพระท่านก็ไม่เข้าข้างคนโกง มันต้องมีอะไรที่รอดหูรอดตาบ้างล่ะ”

อัปสรช่วยหาแต่ไม่เจออะไร สินธรเปิดประตูออกไป แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นลูกน้องกำนันมา คิดหาทางออกกัน จะโดดลงไปก็ขาหักแน่ พลันก็มีเสียงบอก “บันไดหลังเรือน” สินธรคิดว่าอัปสรพูดแต่เธอบอกว่าตนไม่ได้พูดอะไร สินธรคิดว่าตนคงหูแว่วไปเอง

ที่แท้เป็นเสียงอ่ำ เมื่อทั้งสองไปเปิดประตูหลังเรือนแสงจันทร์ก็ทอดลงมาที่บันไดเหมือนจะบอกทางให้

แต่ก่อนที่ทั้งสองจะไปถึงบันไดหลังเรือนก็ถูกลูกน้องกำนันเข้ามาดึงอัปสรไว้ สินธรต่อสู้ปกป้องอัปสร ลูกน้องกำนันจะรุมสินธร แต่จู่ๆพวกมันก็แตกกระจายกันออกไป เพราะถูกอ่ำกับสุดเล่นงานจนล้มกลิ้งไม่เป็นท่า

ในที่สุดสินธรก็พาอัปสรหนีไปได้ อัปสรหันมองไปที่เรือนเห็นสุดยืนพยักหน้าและยิ้มให้ อัปสรไม่เชื่อสายตา เขม้นมองปรากฏว่าภาพนั้นหายไปแล้ว สินธรจึงพาอัปสรหนีไปได้อย่างปลอดภัย

ooooooo


ละครปี่แก้วนางหงส์ ตอนที่ 9 อ่านปี่แก้วนางหงส์ติดตามละครปี่แก้วนางหงส์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย วรินทร ปัญหกาญจน์,ราณี แคมเปน 17 พ.ย. 2561 08:45 2018-11-20T01:48:28+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ