ข่าว

วิดีโอ



ปี่แก้วนางหงส์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-โรแมนติก-ย้อนยุค

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: บลูลาวา

กำกับการแสดงโดย: แมน เมธี

ผลิตโดย: บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: วรินทร ปัญหกาญจน์,ราณี แคมเปน

จีนพ้งไหว้ขอบคุณเจ้าคุณพิชัยกับเจ้าคุณต่วน บอกว่าตนเบาใจเหลือเกิน หากตนมีอันเป็นไปด้วยกิจการของราชการ แม่สารภีจะได้รับการดูแลอย่างดีในฐานะภริยาของคุณหลวง

“ฉันหวังว่าเจ้าสัวจะใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อพาท่านผู้แทนการค้ากลับมานะ” เจ้าคุณต่วนเอ่ย หลวงราชถามว่าแล้วตนจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าสัวเจรจาสำเร็จ

“หากคุณหลวงต้องการให้ประจักษ์แก่สายตา กระผมจะให้มันส่งตัวมาในงานแต่งงานดีหรือไม่ขอรับ” หลวงราชว่าถ้าไม่มีการปรากฏตัวตนขอให้ถือการแต่งงานเป็นโมฆะ “กระผมจะพยายามอย่างถึงที่สุดขอรับ มิใช่หวังจะให้แม่สารภีได้แต่งงานออกเรือน แต่เพราะจะช่วยชีวิตท่านผู้แทนการค้าฝรั่งเท่านั้น”

จีนพ้งบอกว่าจะให้บ่าวเตรียมที่บูรพาเคหาสน์เพื่องานฉลองสมรส รับรองว่าจะทำให้สมเกียรติ หลวงราชตัดบทว่าไม่จำเป็นกระมัง ตนขอให้จัดพิธีที่เรือนของตน จีนพ้งติงว่าเห็นไม่สมควรที่งานมงคลสมรสจะจัดร่วมกับงานศพ

“กระผมถือว่าการแต่งงานนี้มิได้เป็นไปด้วยความรักของบ่าวสาวอย่างควรจะเป็น พิธีแต่งงานครั้งนี้คงไม่ต่างจากพิธีศพที่แขกต้องมาไว้อาลัยแก่เจ้าของงานเท่านั้น จะจัดงานแต่งงานร่วมกับงานศพก็คงไม่แปลก ใช่ไหมขอรับเจ้าสัว”

หลวงราชยิ้มอย่างเหนือกว่า ในขณะที่จีนพ้งแสยะยิ้ม

กลับถึงบูรพาเคหาสน์ สารภีบอกว่าตนว่าแล้วว่าคุณยศไม่มีวันยอมจำนนง่ายๆ จีนพ้งบอกว่าหลวงราชก็ไม่คิดว่าตนจะยอมให้จัดงานแต่งทั้งที่มีงานศพของคุณหญิง สารภีสะใจว่าคุณหญิงคงทรมานสิ้นดี

“เมื่อไรที่ลื้อได้เข้าไปเป็นคุณนายของบ้าน เมื่อนั้นตระกูลของเราจะยิ่งใหญ่กว่าเดิม ทั้งฐานะ ทั้งอำนาจ ไม่ว่าไอ้หน้าไหนก็ต้องมาสยบแทบเท้าอั๊ว”

“ฉันจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคุณนายของบ้าน ขึ้นเป็นคุณหญิงเมื่อไหร่จะไม่มีใครเรียกฉันว่าลูกเจ๊กอีกต่อไป”

ooooooo

พิกุลถามเอื้อยว่าสินใจอ่อนลงบ้างหรือไม่ เอื้อยบอกว่ายังไงพี่สินก็อยู่กันไปอย่างพี่อย่างน้องเท่านั้น

“ไม่มีหล่อนเขาก็ไม่มีใคร” พิกุลบอกว่าเข้าใจความรู้สึกของเอื้อยดีเพราะคุณยศก็เคยทำกับตนเช่นนี้

เอื้อยสะดุดหูคำว่าคุณยศ แซวพิกุลว่าได้เสียเป็นผัวเมียกันแล้วหล่อนก็เรียกคุณหลวงได้อย่างคนธรรมดาสามัญอย่างนี้รึ พิกุลยิ้มเขินต่อว่าเอื้อยที่ช่างจับผิด

“รักมันทำให้คนเป็นสุข ยิ้มได้อย่างนี้นี่เอง” เอื้อยแซว พิกุลบอกว่าเดี๋ยวพี่สินก็ทำให้หล่อนยิ้มได้อย่างนี้เหมือนกัน “ชาติหน้ากระมัง...ต่อไปหล่อนเป็นเมียขุนน้ำขุนนางจะหาเรื่องสนุกๆทำเยี่ยงนี้ไม่ได้แล้วนะ”

เอื้อยชวนพิกุลกระโดดน้ำเล่นกันเหมือนแต่ก่อนแล้วโดดลงไปเลย แต่ว่ายไปถึงกลางคลองแล้วพิกุลยังไม่ยอมลงน้ำ เลยโวยวายเป็นที่สนุกสนาน

หลวงราชจดหมายมาบอกพิกุลเรื่องเลื่อนวันแต่งงานเพราะงานศพคุณหญิง พิกุลบอกกำนันที่มาส่งข่าวว่า ตนเข้าใจเรื่องนี้ดีคุณหลวงอย่าได้กังวลเรื่องนี้เลย จางวางพ่วงกับเพียรเห็นพ้องกับพิกุล

ตกเย็นจางวางบอกสินว่ากินข้าวอิ่มแล้วให้ไปดูพิกุลกับเอื้อยที่เรือนด้วย อยู่กันสองคนตนอดห่วงไม่ได้ สุดก็บอกอ่ำว่าอิ่มแล้วให้ไปตักแกงบวดบนเตามาให้พ่อจางวางที

อ่ำไปถึงประตูเรือนยังไม่ทันก้าวลงบันไดก็ถูกถีบจนหงายกลับมา ทุกคนตกใจมองไปเห็นคนกำลังก้าวขึ้นเรือนมาอย่างเอาเรื่อง อ่ำถามว่าพวกมึงเป็นใคร แต่สุดเห็นจำได้ร้องบอก “คนของเจ้าสัว”

ปิงขึ้นเรือนมาเป็นคนสุดท้าย ลูกน้องปิดประตูลงกลอนทันที สินรู้ว่าเป็นเรื่องแน่จึงคว้าของใกล้มือไว้เป็นอาวุธ ปิงตะคอกถามว่า “อีพิกุลอยู่ไหน”

“มึงมีเรื่องอันใดกับลูกกู” จางวางพ่วงตะคอกกลับ สินไล่พวกกักขฬะให้ลงเรือนไปเดี๋ยวนี้ ปิงไม่สนใจสั่งให้ไปลากพิกุลออกมาให้ได้ ครู่หนึ่งลูกน้องมารายงานว่ามันไม่ได้อยู่เรือนนี้ ปิงคาดคั้นจางวางว่ามันอยู่ไหน จางวางส่ายหน้าถามว่า “ลูกกูไปทำอะไรให้มึง”

“มึงรู้เอาไว้นะ ลูกสาวมึงไม่มีวันได้แต่งงานออกเรือนกับคุณหลวงเพราะคุณหลวงจะแต่งงานกับคุณสารภีวันนี้วันพรุ่งแล้ว” เพียรโต้ว่าคุณหลวงมาขอพิกุลแล้ว คุณหลวงไม่มีวันหลอกพิกุล ปิงยิ้มเย้ยว่า “ให้คุณหลวงรักลูกมึงแค่ไหน เขาก็ไม่มีวันได้เห็นหน้าลูกหน้าเมียอีก เพราะกูจะให้ลูกมึงหายไปจากชีวิตคุณหลวง”

“มึงคิดจะทำอะไรพิกุลก็มาทำกูนี่ อย่าทำลูกเมียกู ...จะเด็ดชีวิตกูเสียตอนนี้ก็ได้ มา! มาเอาชีวิตกูไป” จางวางท้า เพียรตกใจด่าปิงว่าเจ้านายมึงเลวกว่าสัตว์ ปิงตวาดถามว่าอีพิกุลอยู่ไหน เพียรไม่บอกก็ถูกปิงตบจนเลือดกบปาก จางวางเห็นเช่นนั้นพุ่งเข้าไปช่วยเพียรโดยไม่กลัวคมดาบที่พาดคอ

สินเห็นเช่นนั้นลุยเข้าไปช่วยจางวาง เลยถูกลูกน้องปิงรุม อ่ำเข้าไปช่วยเลยถูกฟันจนล้ม

“ไอ้อ่ำ!!!” สุดร้องสุดเสียงแล้วพุ่งเข้าไปพร้อมกับเพียรขวางปิงไม่ให้ซ้ำอ่ำ แต่ถูกลูกน้องปิงดึงออกมา จางวางเห็นอ่ำถูกรุมก็พุ่งเข้าไปช่วยทั้งที่ไม่มีอาวุธ ปิงจะฟันจางวางแต่ถูกสินขวางเลยโดนฟันจนหงาย

เกิดตะลุมบอนกันระหว่างพวกปิงที่มีอาวุธครบมือกับพวกจางวางที่ตะลุยมือเปล่าด้วยความแค้น...

ooooooo

แม้พวกจางวางจะไม่มีอาวุธทั้งอายุมากและเป็นผู้หญิงสองคนแต่ทุกคนก็ต่อสู้กับพวกปิง ชายฉกรรจ์ที่มีทั้งอาวุธและพละกำลังอย่างกล้าหาญ สินแย่งดาบจากลูกน้องปิงได้ก็ตะลุยเข้าสู้แต่พลาดถูกปิงฟันหงาย

จางวางโดดเข้าคว้าดาบจากสินบอกให้สินพาพิกุลหนีไปและอย่ามาที่นี่อีก บังคับทั้งด้วยคำพูดและสายตา ลูกน้องปิงคนหนึ่งจะเข้าฟันสินแต่จางวางโดดเข้ารับดาบแทน สินจึงจำต้องไหว้ลา

“ดาบมึงจะได้เซ่นเลือดมึงเองก็ครานี้” จางวางตะโกนพุ่งเข้าฟันปิงแต่ลูกน้องปิงเข้าขวาง แม้จางวางจะถูกรุมแต่ก็พยายามปกป้องเพียรกับสุดเต็มกำลัง ปิงจะตามสินถูกอ่ำกอดขาไว้ ปิงตวัดดาบฟันมืออ่ำขาดกระเด็นแล้วเดินไปหลังเรือน เห็นสินที่เลือดอาบทั้งตัวก็รู้ว่าสินจะไปหาพิกุล พอสินวิ่งไปพ้นมุมลับตาก็ถูกปิงโผล่มาขวาง ลูกน้องปิงฟันสินล้มคว่ำไปกับพื้น ปิงเข้าเหยียบ ตะคอกให้บอกว่าพิกุลอยู่ไหน

“ลากกูลงนรก กูก็ไม่เปิดปากบอกมึง”

“ดี...กูจะดูว่ามึงปากดีเพียงไหน” ปิงสั่งลูกน้องกดคมดาบที่ตัวสินจนเลือดไหล ปิงยิ้มสะใจถาม “มึงจะบอกหรือไม่บอก”

สินใช้ทั้งท่อนฟืนติดไฟและกระทะเหวี่ยงใส่ลูกน้องปิงจนมันล้มกลิ้ง ปิงจึงลุยเข้าหาสินแต่ถูกสินจับกดหัวลงในน้ำเดือดที่ค้างกระทะ กดจนเห็นปิงแน่นิ่งจึงแย่งดาบลูกน้องปิงวิ่งไปที่ท่าเรือ ปะทะกับลูกน้องปิงที่เฝ้าท่าเรืออีก สินฟันมันตกน้ำแล้วรีบพายเรือหนีทั้งที่เป็นห่วงพวกจางวาง แต่จำต้องตัดใจไป

สินพายเรือมาถึงเรือนครูทับทุบประตูเรียกพิกุลให้เปิดประตู พอพิกุลเปิดประตูเห็นสินในสภาพเลือดอาบก็ตกใจถามว่าไปมีเรื่องกับใครมา

เมื่อสินเล่าเหตุการณ์ที่บ้านจางวางแล้ว บอกพิกุลให้รีบหนี แต่ทั้งพิกุลและเอื้อยไม่ยอมไป พิกุลเป็นห่วงพ่อกับแม่ เอื้อยก็เป็นห่วงแม่จะกลับไปช่วย สินบอกว่าไปตอนนี้ก็มีแต่จะถูกพวกมันฆ่าตาย สินบอกว่าตนช่วยพ่อจางวางไม่ได้ก็ขอให้ได้ปกป้องทั้งสองคนเถิด อ้อนวอนสองคนให้หนีไปกับตน

แต่ทั้งพิกุลและเอื้อยไม่ยอมหนี หากช่วยพ่อแม่ไม่ได้ก็พร้อมจะตาย

“ก็ได้...หากจะตาย...ก็ให้มันตายด้วยกันทั้งหมดนี้” สินตัดสินใจพาทั้งสองลงเรือนไป

ooooooo

ปิงในสภาพถูกน้ำร้อนลวกบาดเจ็บสาหัสให้ ลูกน้องหิ้วปีกไปยังเสาที่มัดจางวางพ่วง เพียร สุด และอ่ำด้วยกัน รอบตัวทั้งสี่มีฟืนสุมไว้เป็นเชื้อเพลิง ปิงประกาศว่าในเมื่อไม่ยอมบอกว่าพิกุลอยู่ไหนก็จะเผาทั้งเป็น

แม้จะเผชิญกับความตาย แต่จางวางกับเพียรก็ไม่สะทกสะท้านด่าทั้งปิงและเจ้านายว่าสันดานชั่วช้าทำตัวเป็นพวกชั้นสูงแต่แท้จริงจิตใจต่ำช้ากว่าสัตว์ แม้สุดจะกลัวจนร้องไห้แต่ก็ยังสาปแช่งให้พวกมันฉิบหายตกนรกไปตามกันอย่าได้ผุดได้เกิด

เพียรขอสุดอโหสิให้ตนด้วย เพราะสุดไม่น่าจะต้องมาตายอย่างนี้เลย มองตาจางวางแทนคำพูด จางวางเอ่ยอย่างรู้ความหมายนั้นว่า

“ขอให้ไอ้สินมันพานังพิกุล นังเอื้อย หนีไปให้พ้นจากไอ้สัตว์นรกพวกนี้เท่านั้น บุญกุศลอันใดที่ข้าทำไว้ขอให้ส่งผลให้นังพิกุล นังเอื้อย มันอยู่รอดปลอดภัยด้วยเถิด” แล้วจางวางก็บอกปิงด้วยสีหน้าไม่พรั่นพรึงว่า “พวกมึงจะเผากู ก็ทำเสียบัดนี้...ไอ้สัตว์นรก!!!”

ปิงแสยะยิ้มมองทั้งสี่แล้วลูกน้องก็เอาน้ำมันราดกองฟืนที่สุมอยู่ พอปิงหันเดินออกไป ลูกน้องก็จ่อคบไฟเข้ากองฟืน ไฟลุกโชนทันที ปิงหันกลับมองความทุกข์ทรมานของทั้งสี่ในกองไฟ ปิงไม่เพียงเผาทั้งเป็นแต่ยังเอาหมอผีมาสะกดวิญญาณของทั้งสี่ไว้ที่นี่ไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีก

ปิงมองทั้งสี่ที่ดิ้นรนทรมานในกองไฟและเสียงร้องอย่างเจ็บปวดด้วยสีหน้าพอใจ

พิกุล เอื้อย และสินมาถึงเรือนจางวาง มองไปเห็นควันไฟที่หน้าเรือนก็ตกใจ วิ่งไปเห็นร่างทั้งสี่ในกองไฟก็หัวใจสลาย

“พ่อจ๋าแม่จ๋า พิกุลสมควรตายเสียตอนนี้ เพราะพิกุลแท้ๆ...มีแต่ชีวิตของพิกุลเท่านั้นที่จะชดใช้แทนพ่อกับแม่ได้ พ่อแม่รอพิกุลด้วย...” พิกุลจะวิ่งเข้าไปในกองไฟ เอื้อยฉุดไว้ สินพูดเตือนสติว่า

“พิกุล...พ่อจางวางเสียสละชีวิตตัวเองให้พิกุลรอด ถ้าพิกุลตายเสียตอนนี้ แล้วชีวิตของพ่อจางวางกับแม่เพียรจะมีความหมายอะไร”

พิกุลดิ้นจะวิ่งเข้าในกองไฟ สินฉุดและห้ามปรามจนพิกุลหมดแรงทรุดลง ทันทีที่ทรุดพิกุลกระอักเลือดออกมา ยิ่งร้องไห้ก็ยิ่งกระอักเลือด พิกุลมองเลือดในมือแล้วมองไปที่กองไฟ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเจ็บแค้น พลันเสียงปี่เพลงนางหงส์ก็ดังขึ้น...

เช้าวันต่อมาโลงศพทั้งสี่ถูกวางบนเชิงตะกอนที่ไฟกำลังลุกโชน เอื้อยร้องไห้จนตัวโยน มีสินคอยประคอง พิกุลเป่าปี่เพลงนางหงส์ที่ข้างเชิงตะกอน แต่ความแค้นใจอย่างที่สุดทำให้พิกุลเป่าปี่ต่อไปไม่ได้หยุดมองโลงศพที่กำลังถูกเผา สินเอ่ยขึ้นว่า

“พวกมันจะเอาชีวิตพิกุล พ่อจางวางให้พี่พาพิกุลหนี” พิกุลถามว่าทำไมมันต้องการชีวิตตน “มันจะกำจัดพิกุลให้พ้นทาง...เพราะเจ้านายมัน...แม่สารภี จะแต่งงานกับคุณหลวง”

“เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะฉัน ฉันต้องทำให้มันจบ ไม่เช่นนั้นฉันจะไม่มีวันให้อภัยตัวเองเป็นอันขาด”

ooooooo

ที่บ้านพิชัยเดชา...เจ้าคุณนั่งมองเครื่องดนตรีที่วางไว้ในห้องดนตรี เปรยกับหลวงราชว่า

“นับจากนี้บ้านเราคงไม่เหลือความรื่นรมย์ใดๆ อีกแล้ว”

“พ้นงานคุณแม่เมื่อไร กระผมจะไปเชิญให้ท่านจางวางกลับมาอีกครั้งขอรับ”

“แกจะแต่งงานกับแม่สารภีอยู่วันสองวันนี้แล้ว อย่างไรก็เกรงใจแม่พิกุลบ้าง”

หลวงราชเชื่อว่าพิกุลจะรับฟังเหตุผล เจ้าคุณขอให้เป็นเช่นนั้น ตนยังรอจะฟังเสียงปี่ท่านจันของพิกุล

สารภีแอบฟังอยู่ แสยะยิ้มพึมพำเจ็บใจ “ป่านนี้มันไปลงนรกที่ไหนแล้ว ไอ้แก่...” แล้วทำทีเพิ่งเดินเข้ามา เจ้าคุณถามว่ามีธุระกับตายศรึ สารภีบอกว่ามากราบศพคุณหญิงแล้วก็อยากพบคุณยศเท่านั้น หลวงราชมองด้วยสายตาเย็นชา สารภีทำเป็นไม่ใส่ใจถามว่า

“สารภีอยากจะแน่ใจเจ้าค่ะ ว่าคุณยศยินดีกับการแต่งงานครั้งนี้” หลวงราชตอบหน้านิ่งว่าตนรู้หน้าที่ของตัวเองดี “ผู้ใหญ่ทางสารภียินดีนักเจ้าค่ะ ที่จะได้มาร่วมงานสมรสของสารภีกับคุณหลวง”

“แต่ฉันจะยินดีกว่าหากรู้ว่าท่านผู้แทนการค้าจะปลอดภัยกลับมา” เจ้าคุณเอ่ย

“สารภีก็หวังเช่นนั้นเจ้าค่ะ แม้การแต่งงานครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความจำเป็นด้วยหน้าที่ของคุณยศ แต่มันก็มีความหมายกับสารภีนักเจ้าค่ะ เพียงเท่านี้ก็ดีเกินพอสำหรับลูกเจ๊กอย่างสารภีแล้ว”

สารภีพูดแล้วยิ้มเศร้ากลบเกลื่อน ในขณะที่หลวงราชมองอย่างพยายามอ่านใจสารภี...

พอกลับถึงบูรพาเคหาสน์ ชบาก็เอาชุดแต่งงานมาทาบตัวสารภี สารภีดูตัวเองในกระจกแล้วยิ้มพอใจ ชบาสอพลอว่าถ้าคุณหลวงได้เห็นคุณสารภีในชุดนี้เป็นได้เอ่ยชมไม่หยุดปากแน่

“สอพลอนัก...นี่หมายจะให้พาเข้าไปอยู่ที่เรือนคุณยศด้วยใช่ไหม”

“โธ่...คุณสารภีเจ้าคะ อีพวกบ่าวไพร่ที่นั่นมันจะรู้ใจคุณสารภีได้ดีกว่าชบาเป็นไม่มีหรอกเจ้าค่ะ แล้วอีกอย่าง ไอ้อีพวกนั้นมันคงยังภักดีอยู่กับเจ้านายเก่า คุณสารภีเข้าไปเป็นเจ้านายใหม่ เป็นได้ถูกลองดีแน่ๆ”


สารภีจิกตายิ้มไม่แยแส บอกว่าถ้าลองดีมันจะได้ตามไปรับใช้เจ้านายในนรกเท่านั้น

ชบาเปลี่ยนเรื่องบอกว่าตนเตรียมเครื่องหอมประทินผิวผงสมุนไพรขัดพร้อมเป็นเจ้าสาวแล้ว

“แล้วรออะไรล่ะ...สารภีจะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดสำหรับคุณยศเจ้าค่ะ” สารภีอิ่มเอมมีความสุขมาก

ปิงกลับมารักษาตัวที่บูรพาเคหาสน์ ต้องนอนบนใบตองในห้องเล็กๆ เนื้อตัวที่ถูกน้ำร้อนลวกเป็นแผลพุพอง ลูกน้องจีนพ้งต้องคอยเอาผ้าปัดไล่แมลงที่มาตอมแผล

เมื่อจีนพ้งเข้ามาในห้องต้องเอามือปิดจมูกเพราะกลิ่นแผลเน่า ลูกน้องรายงานว่า

“คนของทางการกำลังตามหาพี่ปิงจ้าละหวั่นเลยขอรับท่านเจ้าสัว เช่นนี้จะตามหมอที่ไหน”

จีนพ้งยกมือไม่ให้ลูกน้องคนนั้นพูดต่อและโบกมือไล่ให้ออกจากห้อง พอลูกน้องออกไปจีนพ้งถามปิง

“ลื้อทรมานเหลือเกินแล้วสิไอ้ปิง”

“ขอรับ” ปิงตอบเสียงแผ่วเบาอย่างยากลำบาก

เมื่อจีนพ้งเห็นว่าปิงหมดประโยชน์แล้วจึงใช้กรรไกรขาเดียวแทงตรงหัวใจปิงจนเลือดพุ่งใส่หน้าและเสื้อผ้า จีนพ้งมองปิงอย่างเลือดเย็น ไร้ความรู้สึก

ooooooo

คืนนี้พิกุลออกมานั่งที่ท่าน้ำพร้อมกับกล่องปี่ พิกุลเปิดกล่องออกมา เห็นรอยสลักบทกลอนอยู่ใต้กล่อง พิกุลลูบไล้อักษรที่สลักเหมือนจะอ่านแต่แล้วก็ตัดใจไม่อ่านเพราะกลอนรักไม่มีความหมายกับตนต่อไปแล้ว

เช้าวันรุ่งขึ้นหลวงราชในชุดแต่งงานมองเครื่องดนตรีในห้องดนตรีที่มีครบทุกอย่างยกเว้นปี่ หลวงราชเศร้าใจไม่อยากให้มีพิธีแต่งงานเกิดขึ้นเลย

ครู่เดียว บ่าวเข้ามาบอกว่าท่านเจ้าคุณให้ไปพบ เพราะคนของจีนพ้งมาขอพบคุณหลวง เจ้าคุณถอนใจเฮือก มุดบอกว่าขอให้เป็นเรื่องดีนะขอรับ

“ไม่มีอะไรดีกว่าที่ข้าได้แต่งงานกับพิกุลหรอก ไอ้มุด” หลวงราชตอบแล้วตัดใจเดินออกไป

ที่ห้องหนึ่ง หลวงราชเข้าไปเห็นเจ้าคุณพิชัยกับเจ้าคุณต่วนยืนอยู่ ที่เตียงมีร่างหนึ่งนอนตะแคงห่มผ้า หลวงราชมองจากด้านหลังเห็นว่าเป็นผู้แทนการค้าจริง เห็นนิ้วผู้แทนการค้าที่ถูกตัดมีผ้าพันแผลอยู่

“เจ้าสัวล่ะ ไม่มางานแต่งงานรึ” เจ้าคุณต่วนถามลูกน้องจีนพ้ง

“ท่านเจ้าสัวหายไปตั้งแต่วันที่ท่านไปเจรจากับไอ้ปิงขอรับ จนวันนี้ก็ยังไม่กลับ” ลูกน้องจีนพ้งตอบสีหน้ากังวล

เจ้าคุณบอกหลวงราชว่า “จีนพ้งทำหน้าที่ของเขาแล้วต่อไปก็เป็นหน้าที่ของแก...ตายศ” สั่งมุดดูแลฝรั่งท่านนี้ให้ดี แล้วทั้งเจ้าคุณต่วน เจ้าคุณพิชัยและหลวงราชก็เดินออกไป

ลูกน้องจีนพ้งแอบยิ้มกริ่ม แต่พอเห็นมุดมองอยู่ก็พยักหน้าทำกลบเกลื่อนแล้วเดินออกไป มุดมองตาม อย่างสงสัย

ooooooo

พิธีแต่งงานจัดในห้องรับแขกบ้านเจ้าคุณพิชัย แขกที่มางานมีทั้งคนไทย ฝรั่ง และจีน นั่งเก้าอี้รอรดน้ำอวยพรบ่าวสาว สารภีกับหลวงราชนั่งคู่กันบนตั่ง สารภียิ้มแย้มมีความสุขมาก แต่หลวงราชสีหน้าเย็นชา

ท่ามกลางแขกเหรื่อ...สาวหนึ่งมีผ้าคลุมหัวเข้ามาในงานแล้วเดินหายไปที่มุมหนึ่ง...พิกุลนั่นเอง!

เจ้าคุณพิชัยรดน้ำสังข์ให้หลวงราช อวยพร

“พ่อกับแม่ขอให้ลูกมีความสุขความเจริญในชีวิตแต่งงานนะตายศ” แล้วรดน้ำสังข์ให้สารภีเอ่ยเบาๆ

“ฉันกับคุณหญิง ยินดีกับหล่อนด้วยนะแม่สารภี”

ขณะนั้นหลวงราชรู้สึกมีสายตาคู่หนึ่งจ้องมาที่ตน พอเงยหน้าก็เห็นใครบางคนในกลุ่มแขกที่ขยับผ้าคลุมหัวพอดี คุณหลวงขยับจะลุกก็พอดีจีนพ้งปรากฏตัวขึ้นเอ่ยฝากฝัง

“ดูแลสารภีแทนกระผมด้วยนะขอรับคุณหลวง”

หลวงราชจึงต้องหมอบลงรับน้ำสังข์จากจีนพ้ง พอจีนพ้งรดน้ำสังข์เสร็จ หลวงราชมองหาพิกุลอีกแต่ไม่เห็นแล้ว สารภีดูอาการรู้ว่าหลวงราชเห็นพิกุลแล้ว สารภีสะใจ...ในที่สุดตนก็ได้เป็นเจ้าของหลวงราชสมใจ

ส่วนที่เรือนจางวางพ่วงเอื้อยกับสินตามหาพิกุลจนทั่วแน่ใจว่าพิกุลไม่ได้อยู่ที่เรือนนี้ เอื้อยเอะใจว่าหรือพิกุลจะไปที่เรือนครูทับ สินจึงชวนกันไปดู แต่เอื้อยมีท่าทีเหมือนมีอะไรข้องใจ สินสังเกตเห็นถามว่าเป็นอะไร เอื้อยถามว่า

“วันนี้...คุณหลวงแต่งงานไม่ใช่รึ”

สินนึกได้ก็ยิ่งกังวล

ooooooo

คืนนี้หลวงราชดื่มเมาจนมุดต้องหิ้วปีกมาส่งที่ห้องหอ สารภีรับหลวงราชบอกมุดว่าตนดูแลคุณยศเอง

หลวงราชเมาหนัก พร่ำเพ้อว่าตนอยู่กับพิกุลไขว่คว้าจะกอด เลยถูกสารภีผลักออกอย่างเจ็บใจ พอหลวงราชได้สติก็ลุกไปจะเติมเหล้า สารภีเข้าไปขวางอ้อนขอดูแลคุณยศเอง เอ่ยตัดพ้อขณะจะรินวิสกี้ว่า

“สารภีจะอยู่อย่างเจียมตัวเจียมใจเจ้าค่ะ ทั้งที่รู้เต็มอกมาตลอดว่าคุณยศมีเรื่องคลางแคลงใจในตัวสารภีมากเพียงไหน”

หลวงราชเมาหนัก เหมือนไม่รับรู้สิ่งที่สารภีพูด สารภียืนหันหลังให้แอบเปิดตลับเล็กๆที่พกติดตัว ใช้เล็บตักผงสีขาวจากตลับเหยาะลงในแก้ววิสกี้ ปากก็ยังพร่ำพูดเพื่อให้หลวงราชตายใจ

“นับจากนี้สารภีจะทำให้คุณหลวงไว้วางใจ เพียงเท่านั้นก็เป็นความกรุณาของคุณยศที่มีต่อสารภีแล้ว” หลวงราชถามว่าหล่อนรู้ว่าตนจับผิด “เจ้าค่ะ แต่คุณยศก็ประจักษ์แล้วใช่ไหมเจ้าคะว่าสารภีไม่ได้ข้องเกี่ยวอันใดกับเรื่องที่คุณยศสงสัยแม้แต่น้อย”

“ฉันจับหล่อนไม่ได้คาหนังคาเขาเท่านั้น” สารภีถามว่าคุณยศสงสัยตนเรื่องอะไร “เรื่องที่จีนสงถูกฆ่าตายด้วยลิ่มแบ่งชาของหล่อน หล่อนจะสารภาพเสียตอนนี้ก็ได้”

สารภีบอกว่าคนที่ต้องสารภาพคือไอ้ปิงต่างหาก เห็นหลวงราชรับวิสกี้ไปจิบ สารภีก็ยิ้มพอใจ เล่าเป็นตุเป็นตะว่า

“ไอ้ปิงเป็นลูกน้องที่ภักดีต่อเจ้านายเหลือเกิน โดยหารู้ไม่ว่าความภักดีอย่างหูหนวกตาบอดจะหวนมาทำร้ายเจ้านายให้เดือดร้อน ทำให้คุณหลวงคลางแคลงใจสารภีจนถึงตอนนี้ ทั้งที่เราสมควรต้องวางใจกันในฐานะผัวเมียมิใช่หรือเจ้าคะ”

หลวงราชดื่มวิสกี้จนหมดแก้ว สารภีจะเติมให้ หลวงราชนึกเอะใจมองแก้ววิสกี้ในมือ แล้วอยู่ๆก็ปล่อยแก้วตกพื้น ถามสารภีเสียงเข้ม “หล่อนทำอะไรฉัน”

สารภียิ้มให้คิดว่าตนวางยาสำเร็จแล้ว ขณะนั้นเองมีเสียงปี่แว่วมา หลวงราชได้ยินเสียงปี่ก็แน่ใจว่าเป็นเสียงปี่ของพิกุลจะเดินไปที่ประตูแต่ก็ทรุดลงก่อน กระนั้นก็พยายามคลานไปปากก็พร่ำเรียก

“พิกุล!! พิกุล!!”

สารภีถามว่าคุณยศจะไปไหน หลวงราชบอกว่าพิกุลมาที่นี่ สารภีหลอกว่าไม่ใช่นั่นคือเสียงปี่พาทย์กล่อมหอต่างหาก หลวงราชยืนยันว่านั่นคือเสียงปี่ท่านจัน ปี่ท่านจันของพิกุล แล้วพยายามคลานไปที่ประตูจะออกไป แต่ฟุบที่หน้าประตูเสียก่อน 

สารภียิ้มพอใจที่วางยาหลวงราชสำเร็จ

ที่ริมน้ำบ้านเจ้าคุณพิชัย...พิกุลกำลังเดี่ยวปี่เพลงนางหงส์ด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก...นึกถึงที่ตัวเองจะเปิดกล่องปี่อ่านกลอนที่สลักไว้...

“รักแล้ว มิลืมรัก สมัครสวาสดิ์ รักแม้น หมายมาด สวาสดิ์สวรรค์”

แต่วันนี้ได้เห็นหลวงราชรับน้ำสังข์คู่กับสารภี พิกุลต่อบทกลอนจากที่สลักไว้ในกล่องอย่างเจ็บปวด

“สัญญารัก ทรยศ หมดผูกพัน ขอทวงแค้น ทวงคำมั่น ชั่วกัลป์กาล”

พิกุลเป่าเพลงนางหงส์...สายตาจับจ้องที่ห้องหอของหลวงราช เสียงปี่ดังแว่วอย่างบีบคั้น!

หลวงราชนอนอยู่บนเตียงอย่างหมดสภาพ สารภีมานั่งที่เตียงเสียงปี่ยังแว่วอยู่ สารภีหยิบขี้ผึ้งอุดหูแล้วล้มตัวลงนอนมองหลวงราชที่หลับสนิท ยิ้มอย่างผู้ชนะ

ooooooo

พิกุลเป่าปี่เพื่อเรียกหลวงราชให้ลงมา มองไปที่ห้องนอนเห็นไฟดับแล้วก็ยิ่งเจ็บปวด กลั้นใจเป่าปี่ น้ำตาไหลจนกลายเป็นสายเลือดแต่ยังเป่าปี่ต่อไป

พิกุลเริ่มหมดแรง...เสียงปี่เริ่มขาดหายเป็นห้วงๆ แต่น้ำตาที่เป็นสายเลือดยังหลั่งรินไม่หยุด...

หลวงราชนอนหลับอยู่ แว่วเสียงปี่ที่แผ่วลงและขาดหายเป็นห้วงๆ หลวงราชผุดลุกขึ้นเห็นสารภีนอนอยู่ข้างๆ จึงย่องมาที่หน้าต่างจับทิศทางเสียงปี่ได้ก็เร่งฝีเท้าออกไป สารภีลุกขึ้นมองตามแววตาร้าย...

พิกุลเป่าปี่จนลมหายใจเฮือกสุดท้าย ร่างล้มลงและปี่ตกที่พื้น คราบเลือดเกาะกรังที่ขอบตา...หลวงราชลงมาเห็น ถลาเข้าประคองร้องเรียกพิกุลร้องไห้หัวใจแทบสลาย

สารภีตามมา มองและถามด้วยเสียงเย็นชาว่า

“ตายแล้วหรือเจ้าคะ...ตายเสียก็ดีนะเจ้าคะ...หนวกหูออกเจ้าค่ะ”

หลวงราชตวาดให้หุบปาก เมื่อสารภีจะจับปี่ของพิกุล หลวงราชเสียงเข้มว่าอย่าเอามือสกปรกของหล่อนไปแตะต้องของของพิกุล สารภีเย้ยว่าคุณหลวงกอดซากศพต่างหากที่สกปรกมีแต่จะเน่าเปื่อยไปเท่านั้น

“หล่อนมันสกปรกยิ่งกว่าซากศพ กอดศพเมียฉันยังดีเสียกว่ากอดร่างเป็นๆ ของหล่อน ไปให้พ้นหน้าฉันเสียตอนนี้ ฉันไม่มีวันอยู่ร่วมชายคาเดียวกับหล่อนได้แม้นาทีเดียว ไป!”

สารภีโกรธจนปากคอสั่นถอยหลังไป หลวงราชหันกลับไปหยิบปี่ใส่มือพิกุลแล้วกอดร่างพิกุลที่ยังลืมตาค้าง พร่ำอ้อนวอน...

“หล่อนตื่นขึ้นมาเถิดพิกุล ฉันอยากบอกหล่อนว่าฉันรักหล่อนเพียงไหน ตื่นมาฟังคำรักของฉันเสียก่อน ตื่นเถิด...แม่พิกุลของฉัน...”


หลวงราชร้องไห้คร่ำครวญกับร่างพิกุลต่อหน้าสารภีที่มองอย่างเจ็บปวดจนทนต่อไปไม่ได้ ใช้ลิ่มแบ่งชาแทงหลวงราชจากข้างหลัง หลวงราชสะดุ้งเฮือกหันมองสารภีที่กำลิ่มแบ่งชาเปื้อนเลือดในมือ หลวงราชยิ้มน้อยๆ เดินเข้าหาสารภีจนถึงตัว สารภีไม่ถอย หลวงราชจับมือสารภีที่กำลิ่มแบ่งชาไว้แน่น ถาม

“นี่คือคำสารภาพของหล่อนใช่ไหมสารภี หากหล่อนอยากให้ฉันตายด้วยอาวุธหล่อน หล่อนแทงผิดที่เสียแล้ว หล่อนต้องแทงตรงนี้”

หลวงราชจับมือสารภีแทงลิ่มแบ่งชาเข้าตรงหัวใจตัวเอง สารภีพยายามดึงมือออกแต่หลวงราชจับไว้แน่นและแทงซ้ำๆจนสารภีร้องขอให้พอ หลวงราชรู้ตัวว่าใกล้ตาย พูดขาดเป็นห้วงๆว่า

“ฉันแน่ใจนักว่าความผิดพลาดที่สุดในชีวิตของฉัน...คือการได้พานพบกับหล่อน...ฉันพร้อมจะตายเสียตอนนี้ เพื่อจะไม่ต้องข้องเกี่ยวกับหล่อนอีกต่อไป...”

หลวงราชขาดใจต่อหน้าสารภี สารภีกรีดร้องอย่างเจ็บปวด แต่ยังอาฆาตจองเวรว่า

“ถึงคุณยศจะไม่รักอิฉัน...แต่คุณยศก็ไม่มีวันพ้นจากอิฉันไปได้...ไม่ว่าชาติไหน คุณยศก็ไม่มีวันพรากจากอิฉันไปได้ทั้งนั้น” สารภีร้องไห้คลุ้มคลั่งกับศพของหลวงราช เห็นพิกุลตายอยู่เคียงข้างกันก็ยิ่งแค้นด่า...

“อีมารหัวใจ!!!! กูไม่มีวันยอมให้มึงพรากคุณยศไปจากกูได้ คุณยศเป็นของกู อีพิกุล!!!”

ที่ท่าน้ำเรือนจางวางพ่วง...สินนั่งหน้าเศร้าอยู่กับเอื้อย สินตำหนิตัวเองว่าถ้าวันนั้นตนตามไปทัน พิกุลคงไม่...สินกลั้นน้ำตาค่อยๆ หย่อนปี่ลงน้ำ เอื้อยมองอย่างพยายามทำใจ แล้วลอยกระทงดอกปีบตาม

ปี่ท่านจันค่อยๆ จมลงใต้น้ำ เสียงปี่แก้วดังขึ้นแล้วค่อยๆแผ่วหายไปในความมืดใต้น้ำ...และเรือนของจางวางพ่วง ...ก็กลายเป็นเรือนร้างที่ตั้งอยู่ริมน้ำอย่างวังเวง วันแล้วคืนเล่าผ่านไปจนถึง...

“จังหวัดสุพรรณบุรี พ.ศ.2500”

ที่ใต้ถุนเรือนจางวางพ่วง เก่งกาจลูกชายกำนันพงษ์หรือจีนพ้งในอดีตชาติ ขับรถพาสะเดาเด็กสาวเข้ามาที่เขตเรือน สะเดามองไปรอบๆ รู้สึกหนาวยะเยือกถามเก่งกาจว่าพามาที่นี่ทำไม น่ากลัวจะแย่

สะเดาบอกว่าตนไม่ชอบที่นี่ เก่งกาจตบหน้าสะเดา ถามว่ากล้าขึ้นเสียงกับตนหรือ

“ฉันรักพี่นะ ทำไมพี่ทำกับฉันอย่างนี้” สะเดาตัดพ้อ กลับถูกเก่งกาจด่าอีโง่ ตนหลอกนิดเดียวก็เชื่อ

เก่งกาจหลอกสะเดามาหมายรุมโทรมกับเพื่อนอีกหลายคน สะเดาหนีไปซ่อนในห้องก็ถูกเก่งกาจจิกผมลากออกมาจะข่มขืน ทันใดนั้นมีเลือดหยดใส่หน้าสะเดาแล้วหยดลงมาจนเต็มหน้า สะเดาตกใจร้องกรี๊ดถีบเก่งกาจที่ขึ้นคร่อมจนกระเด็น วิ่งไปซุกที่มุมห้องตัวสั่นขวัญหนีดีฝ่อ

เก่งกาจถูกถีบกระเด็น แหงนหน้ามองขึ้นไปที่คานเรือน เห็นหญิงสาวนางหนึ่งเป่าปี่อยู่บนคาน 

ผีพิกุลนั่นเอง!

“มึงเป็นใคร!! กูจะสอยมึงให้ร่วง”

“มึงไม่เห็นหัวใจผู้หญิงที่รักมึง มึงมันเลวยิ่งนัก” ผีพิกุลวางปี่ พูดแบบไม่มองหน้า

เก่งกาจเหนี่ยวไกรัวใส่ แต่กระสุนร่วงกราวไปไม่ถึงตัวผีพิกุล เก่งกาจกลัวจะวิ่งหนีแต่ถูกมือที่ไม่มีแขนกระตุกขาจนล้ม เก่งกาจร้องเสียงหลงให้ไอ้ก้านช่วยด้วยก็ถูกผีพิกุลเหยียบคอจนร้องไม่ออก

“ชั่วช้าอย่างมึง ต้องตายอย่างสาสม” ผีพิกุลพูดเสียงเย็นเยือก เหยียบจนเก่งกาจใกล้สิ้นลมก็ยกเท้าออก เก่งกาจวิ่งพรวดไปที่ประตูที่ลูกสมุนกำลังช่วยกันพังจะเข้าไปช่วยลูกพี่ ก้านคว้าคราดเงื้อสุดแขนจะฟาดประตูเป็นจังหวะที่ประตูเปิดและเก่งกาจวิ่งพรวดจะออกจึงถูกคราดในมือก้านหวดเข้ากลางหัวอย่างจัง เก่งกาจล้มตึงชักไม่กี่ทีก็ตายสนิทต่อหน้าลูกสมุนทุกคน

สมุนของเก่งกาจมองเข้าไปเห็นผีพิกุลยืนจังก้าก็วิ่งหนีกันกระเจิง

ผีพิกุลมองร่างสะเดาที่ฟุบหมดสติสะท้อนใจเมื่อคิดถึงตัวเอง พิกุลมองไปที่ประตู แล้วประตูก็ปิดลง

รุ่งขึ้นกำนันพงษ์มาเห็นศพเก่งกาจโวยวายว่าใครทำลูกข้าถึงเพียงนี้ ก้านอ้ำอึ้งแล้วเบี่ยงเบนว่าเมื่อคืนเก่งกาจพาสะเดามาพลอดรักกันที่นี่ กำนันสั่งให้ก้านไปตามสะเดามา

สะเดาร้องไห้อย่างหวาดกลัวพูดได้แต่เพียง “ฆ่า... ฆ่า...ผี...ผี...ผีบนเรือน” ก้านผสมโรงถามว่าผีหักคอพี่เก่งกาจใช่ไหม สะเดาพยักหน้าชี้ไปบนเรือน

“มึงเอาชีวิตลูกกูไป กูกับมึงอยู่ร่วมกันไม่ได้แล้ว อีผีเวร!!!” กำนันพงษ์ตะโกนลั่น

ก้านโล่งอกที่ปัดผิดพ้นตัวได้

ooooooo

กำนันพงษ์แค้นผีที่เรือนจางวางพ่วง คืนนี้จะมาเผาเรือนเอาหมอผีมามาสาปส่งวิญญาณให้เป็นผีเร่ร่อน หมอผีตั้งปะรำพิธีเสร็จเริ่มบริกรรมคาถา ก็มีเสียงวงปี่พาทย์ดังมาจากในเรือน ทุกคนมองหน้ากันอึ้ง

ครู่หนึ่งก็ปรากฏลูกไฟขนาดใหญ่ล้อมพวกผีจางวางที่ตั้งวงเล่นกันบนเรือน ทั้งหมดถูกเผาด้วยไฟอาคมร้องกันโหยหวน เสียงหมอผีบริกรรมคาถา ปนกับเสียงปี่เสียงหวีดร้องระงมไปทั่ว

ผีพิกุลเห็นพ่อแม่และลูกวงถูกไฟไหม้ก็จะเข้าไปช่วยแต่ฝ่าแนวไฟไปไม่ได้จึงเป่าปี่สู้แต่ถูกกลุ่มวิญญาณชั่วร้ายตรึงไว้แล้วจะลากเข้าแนวไฟที่กั้นอยู่ ผีจางวาง เพียร สุดและอ่ำพยายามจะช่วยพิกุลแต่ฝ่าแนวไฟออกไปไม่ได้ ทั้งหมดจึงได้แต่หวีดร้องโหยหวนด้วยความทรมาน

ที่บ้านเดชาพัฒนาในกรุงเทพฯ ซึ่งก็คือบ้านของเจ้าคุณพิชัยในอดีตชาติ ทุกคนเกิดใหม่ในครอบครัวเดียวกัน เจ้าคุณพิชัยคือพิชิตชัย คุณหญิงเกสรคือคุณเกสร และหลวงราชคือนิราศในปัจจุบัน

ขณะนิราศนั่งฟังเพลงฝรั่งอยู่ในห้องทำงาน สมคิดซึ่งก็คือมุดเอาจดหมายสนเท่ห์มาให้ บอกว่าเกี่ยวกับที่ดินที่สุพรรณฯ นิราศหยิบรูปมาวางถามว่าที่ดินผืนนี้หรือ สมคิดบอกว่าใช่ ดูเหมือนเราจะถูกกำนันพงษ์โกงไป

ที่หน้าบ้านจางวาง ขณะที่พวกกำนันพงษ์ในปะรำพิธีเอามือปิดหูหวาดกลัวเสียงร้องนั้น จู่ๆเครื่องเซ่นไหว้บนโต๊ะก็ถูกเตะเกลื่อนกระจาย หมอผีหยุดบริกรรมคาถา และเสียงร้องโหยหวนก็เงียบไป

กำนันพงษ์ได้สติมองไปที่คนทำลายพิธี เห็นเป็นชายหนุ่มก็แปลกใจว่าเป็นใคร

นิราศนั่นเอง เขาถูกกำนันชี้หน้าถามว่า “มึงเป็นใคร กล้าทำลายพิธีกูฉิบหายอย่างนี้หรือ”

นิราศถามว่าพวกแกเข้ามาทำอะไรที่นี่ กำนันอ้างว่าเป็นที่ของตน นิราศถามว่าแน่ใจหรือว่าเป็นที่ของกำนันไม่ใช่ที่วัด กำนันหัวเราะเยาะไล่ให้ออกไปเสียดีๆ มาทำตนเสียเวลาชำระแค้นอีผีบ้านผีเรือนพอแล้ว

นิราศเยาะเย้ยว่าคร่ำครึ เป็นกำนันน่าจะพาลูกบ้านเข้าวัดไม่ใช่มากราบไหว้หมอผีอย่างนี้ไม่เข้าท่า

กำนันพงษ์สั่งลูกน้องให้ลากนิราศออกไปสั่งสอนให้รู้ว่าปากพล่อยกับตนแล้วเป็นยังไง นิราศถูกเล่นงานจนสะบักสะบอมแล้วลากไปฟุบแทบเท้ากำนัน กำนันสั่งให้เอาขึ้นไปเผามันทั้งเรือนทั้งคนอย่าให้เหลือแม้แต่ซาก!

ในภาวะจะถูกเผาทั้งเป็นนี้ ผีพิกุลก็มาช่วยไว้ นิราศได้ยินเสียงเรียกแผ่วเบา

“คุณยศ...คุณยศ...”

นิราศสงสัยแต่ก็อ่อนแรงเกินกว่าจะลุกขึ้นดูฟุบลงไปอีก ในความรู้สึกที่เลือนรางเขาถูกยกขึ้นพาดบ่าเห็นเพียงสไบไหวๆผ่านสายตา

รุ่งขึ้นจึงรู้ว่าตนพักอยู่ในบ้านของสินธรหรือสินในอดีตชาติ สินธรเตือนว่าอย่ากลับไปที่บ้านหลังนั้นอีก นิราศจะให้เงินสินธรตอบแทนที่ช่วยตน สินธรไม่รับ เขาจึงส่งนามบัตรให้ สินธรยื่นมือจะรับ นิราศคิดว่ารับแล้วจึงปล่อยมือ นามบัตรร่วงลงพื้น เมื่อนิราศเดินไป สินธรใช้เท้าเขี่ยนามบัตร รู้สึกสะดุดตาจึงหยิบดู

“นิราศ เดชาชาญ ผู้จัดการใหญ่บริษัทน้ำตาลสยาม” สินธรอ่านแล้วนึกออกพึมพำ... “ไอ้นี่นี่เอง”

ooooooo

นิราศกลับไปที่เรือนจางวางพ่วงอีก ไปมองจุดที่เห็นพิกุลเมื่อคืนแต่ไม่เห็นอะไรแล้ว แปลกใจว่าไม่มีใครอยู่จริงๆ แต่ที่แท้อ่ำยืนมองอยู่หลังเสา และจางวางพ่วง เพียร สุดก็ยืนมองเขาอยู่เป็นตาเดียว

นิราศได้ยินเสียงดังจากห้องหนึ่งจึงเดินไป

เห็นเงาผ่านไปวูบหนึ่ง ตามไปดูเห็นพิกุลทัดดอกปีบนั่งหันหลังทำอะไรอยู่ นิราศกระแอมให้รู้ตัว พอพิกุลวางมือจากตัดใบตาลทำกำพรวดปี่ นิราศขอโทษ ถามว่าเข้าไปได้ไหม

เมื่อพิกุลอนุญาต นิราศเข้าไปขอบคุณที่ช่วยตนเมื่อคืนนี้ นิราศมองสไบพิกุลอย่างจำได้ พิกุลรู้ตัวหันมาสบตาแว่บหนึ่งถามว่าไม่คุ้นหรือเจ้าคะ

นิราศยิ้มให้เห็นมีดกำลังจะบาดนิ้วพิกุลร้องบอกให้ระวัง แต่พิกุลเหมือนตั้งใจให้มีดบาด นิราศรู้สึกผิดที่ชวนคุยทำให้มีดบาดมือ แต่พิกุลพูดเป็นนัยว่า

“แผลเท่านี้ไม่นานก็หาย...แต่แผลที่เจ็บลึกทั้งที่ไม่มีบาดแผลนั้น เกินรักษาเยียวยา”

“ไม่มีแผลแล้วเจ็บอย่างไร” นิราศงง พิกุลไม่ตอบลุกเดินไป ดอกปีบที่ทัดร่วงลง นิราศเก็บขึ้นมามองเหมือนจำได้จึงขอเก็บไว้ พิกุลนิ่งเขาจึงส่งคืน แต่พิกุลบอกให้เก็บไว้เถิด นิราศเอาผ้าเช็ดหน้าห่อเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ ก็พอดีพิกุลบอกว่ามีคนมาตามเขาแล้ว

สมคิดนั่นเอง นิราศถามพิกุลว่าตนจะขอกลับมาที่นี่อีกได้ไหม พิกุลตอบว่า “อย่างไรก็ต้องกลับมาเจ้าค่ะ” นิราศเดินลงเรือนไปอย่างอาลัยอาวรณ์ พิกุลตัดใบตาลต่อ ใบมีดที่วาววับสะท้อนสีหน้าพิกุลที่น่าสะพรึง!

นิราศลงเรือนมาแปลกใจว่าทำไมสมคิดรู้ว่าตนมาที่นี่ สมคิดบอกว่าดูจากจดหมายสนเท่ห์ ถามว่าแล้วเรื่องที่ดินเป็นอย่างที่จดหมายว่าไว้หรือเปล่า นิราศบอกว่านั่นเป็นเรื่องที่สมคิดต้องทำให้ชัดเจน แต่สิ่งที่กำนันทำกับตนมันก็เข้าเค้า

สมคิดว่าถ้าอย่างนั้นตนจะทวงเงินมัดจำคืน นิราศว่าตนไม่เสียดายเงินเท่ากับความถูกต้อง ถ้าพิสูจน์ว่ากำนันโกงที่วัดจริงตนก็ต้องตัดใจคืนที่ดินตรงนี้ให้เป็นของวัดตามเดิม

สมคิดถามว่าจะให้ตนหาที่ริมน้ำเผื่อไว้ไหม ถ้าอยากได้เรือนสวยๆก็จะหาช่างปรุงเรือนให้

“ไม่ใช่แค่ตัวเรือนหลังนี้หรอกสมคิด” นิราศบอกยิ้มๆ สมคิดสงสัยว่าถ้าไม่ใช่แค่เรือนแล้วคืออะไร?

พิกุลมองจากบนเรือนเห็นนิราศยังคุยกับสมคิด เพียรถามพิกุลว่าคอยคุณหลวงเพียงเพื่อแก้แค้นรึ

“ฉันเพียงแต่จะทำให้เขาระลึกได้ว่าทำระยำอะไรกับพวกเราไว้ วันใดที่เขารู้ ฉันก็ขอให้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีย้อนไปทำร้ายเขาอีกร้อยเท่าพันเท่า ขอให้เขาไม่แม้แต่จะให้อภัยตัวเอง ฉันจะรอวันนั้น...วันที่เขาทำได้แค่สาปส่งตัวเองลงนรก ขอให้คำแก้ตัวของเขาไม่มีความหมายต่อหน้ายมบาลแม้สักคำเดียว”

“เอ็งไม่หมายจะอโหสิกรรมต่อกันรึ”

“ไม่มีวัน...ไม่มีวันจ้ะแม่” พิกุลตอบเสียงเย็นเยียบ

ooooooo

ฝ่ายทิพย์เกสรแม่ของนิราศ ชิมชาตัวใหม่ที่นิราศสั่งมาจากอังกฤษที่เอียดชงให้ ชมว่าช่างเลือกได้ถูกใจแม่ ขณะนั้นสาวใช้อีกคนเข้ามารายงานว่าพยาบาลที่คุณนิราศแนะนำมาขอพบ

แต่พอเห็นนิสาหรืออดีตชาติคือสารภีที่เข้ามา สีหน้าทิพย์เกสรก็เปลี่ยนจากยิ้มเป็นเย็นชาทันที ไม่แม้แต่จะรับไหว้ แต่พอประสานสายตากันทิพย์เกสรก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ เหงื่อแตก หายใจเร็ว ร้องถามว่าใครเหยียบอกฉัน นิสาเข้าประคองรู้ว่าอาการเกี่ยวกับโรคหัวใจถามหาแอสไพรินและให้เรียกรถพยาบาลทันที

นิราศตามไปที่โรงพยาบาลเจอนิสา เธอบอกว่าคุณป้าอาการดีขึ้นแล้ว นิราศบอกว่าถ้าไม่ได้นิสา เอียดก็คงทำอะไรไม่ถูก ตนจึงอยากให้นิสามาช่วยดูแลคุณแม่ นิสายินดีที่จะได้ดูแลเพราะคุณป้าส่งเสียตนเรียนจนจบ ถึงโอกาสที่ตนจะตอบแทนแล้ว นิราศขออย่าถือเป็นบุญคุณเลยเพราะเป็นสิ่งที่ครอบครัวตนต้องรับผิดชอบ

นิสาว่าเรื่องผ่านมานานแล้วและมันก็เป็นอุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น นิราศบอกว่าตนจะลืมได้ยังไงเราผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันอย่างนั้น นิสายิ้มปลอบใจว่าแต่เราก็ผ่านมันมาแล้ว...

ooooooo


ละครปี่แก้วนางหงส์ ตอนที่ 8 อ่านปี่แก้วนางหงส์ติดตามละครปี่แก้วนางหงส์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย วรินทร ปัญหกาญจน์,ราณี แคมเปน 13 พ.ย. 2561 10:10 2018-11-17T01:38:45+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ