ข่าว

วิดีโอ



ปี่แก้วนางหงส์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-โรแมนติก-ย้อนยุค

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: บลูลาวา

กำกับการแสดงโดย: แมน เมธี

ผลิตโดย: บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: วรินทร ปัญหกาญจน์,ราณี แคมเปน

พิกุลกับหลวงราชอยู่เรือนครูทับ แม้จะขาดแคลนแต่มีความสุข พิกุลปรนนิบัติคุณหลวงด้วยความรัก เมื่อถึงเวลานอน คุณหลวงอ้อนว่าตนยังไม่หายดี คืนนี้ให้คอยดูแลใกล้ๆได้ไหม

ตกดึกพิกุลเปิดประตูออกมาดู เห็นคุณหลวงนอนหลับสนิทที่เสื่อด้านนอก มองไปที่ซุ้มประตูเห็นตะเกียงแขวนอยู่จึงเดินลงไปดู เจอท่านจันที่นั่น

พิกุลก้มกราบถามท่านจันว่าทุกสิ่งที่ตนเห็นเกิดขึ้นที่นี่หรือ

“ถูกของเอ็ง  ทั้งรัก  ทั้งพราก  ล้วนแต่เกิดที่นี่...ข้าพาเอ็งมาที่นี่เพื่อให้เอ็งสองคนได้สมหวังในรัก...แล้วข้าจะได้พ้นจากบ่วงแห่งการรอคอยอันทรมาน...ไปเถิด  คนของเอ็งรออยู่ อย่าคลางแคลงใจอีกเลย”

แล้วท่านจันก็นั่งมองแม่น้ำตรงหน้าอย่างรอคอยใครบางคน

พิกุลจะกลับเข้าห้องก็ไม่เห็นหลวงราชแล้ว  พอจะเข้าห้องก็เห็นหลวงราชรออยู่ในห้องแล้ว พอพิกุลเดินเข้าห้องจะปิดประตู หลวงราชก็มากอดจากด้านหลัง พิกุลสะท้านไปทั้งร่าง...แล้วประตูก็ค่อยๆปิดลง...

พิกุลตื่นแต่เช้ามืด  ค่อยๆเอามือหลวงราชออกจากตัว ไม่ให้เขาตื่น แต่หลวงราชตื่นแล้วเอ่ยอ้อน

“หากหล่อนลุกไปเสียตอนนี้ ฉันคงเหมือนถูกปลุกให้ตื่นจากฝัน หล่อนจะไม่ใจร้ายทำลายความสุขของฉันใช่ไหม” แล้วลุกขึ้นนั่งกอดพิกุลจากด้านหลังอ้อน “ฉันไม่ให้หล่อนไป”

พิกุลบอกว่าตนไม่อยากรู้สึกผิดบาปไปกว่านี้ หลวงราชบอกว่าจะพาพิกุลไปขอขมาพ่อ

“เขาจะได้รู้ว่าฉันมิได้ลักพาหล่อนมาเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ฉันหมายให้หล่อนเป็นเมียของฉัน มีเกียรติศักดิ์ศรีสมฐานะสะใภ้ของตระกูล”

พิกุลติงว่าคุณหลวงจะกล่อมพ่อกับแม่ไม่ได้ง่าย หลวงราชบอกว่าถ้าเช่นนั้นก็พากันไปอยู่ยุโรปเสียให้รู้แล้วรู้รอด

“พาอิฉันไปไกลถึงเพียงไหน ก็ไม่มีวันพ้นจากผิดบาปที่กระทำต่อพ่อแม่หรอกเจ้าค่ะ”

“ฉันจะพาหล่อนไปขอขมากับท่านจางวาง จะเป็นอย่างไรก็เป็นกัน” หลวงราชตัดสินใจมั่นใจ

พิกุลกราบที่อกหลวงราชอย่างซึ้งใจ  หลวงราชดึงพิกุลเข้าไปกอด  พิกุลซบอยู่ในอ้อมอกคนรักอย่างอบอุ่น

พิกุลจัดสำรับเสร็จบอกว่าวันนี้จะเอาเกลือไปแลกข้าวสาร  หลวงราชถามว่าหล่อนเป็นหญิงจะออกไปคนเดียวได้อย่างไร

หลวงราชเปิบข้าวเก้ๆกังๆ พิกุลจึงสอนให้แต่คุณหลวงอ้อนว่ารู้ว่าตนไม่ถนัดใช้มือเปิบข้าวจะไม่มีแก่ใจป้อนให้หรือ

“เก่งกล้าสามารถอย่างคุณหลวง  คงไม่จนปัญญากับเรื่องแค่นี้หรอกเจ้าค่ะ”

พิกุลรู้ทัน  หลวงราชเลยต้องลองเปิบข้าวอีกครั้ง พิกุลมองหลวงราชลังเลใจว่าจะเล่าเรื่องท่านจันกับครูทับที่ไม่อาจครองรักกันในเรือนนี้...ดีหรือไม่?

ooooooo

พิกุลไปหาเสื้อผ้าเก่าในหีบมาให้หลวงราชเปลี่ยน บอกว่าคงเป็นของเจ้าของเรือนเก่า  บอกให้คุณหลวงไปอาบน้ำเสีย

เช้านี้...ขณะหลวงราชอาบน้ำที่ท่านั้นมีชาวบ้านสองคนพายเรือผ่านมา ชาวบ้านทั้งสองชะงัก ขยี้ตาตัวเอง เขม้นมอง แล้วก็จ้ำพายสุดแรง คนหนึ่งโวยเสียงสั่น

“ฉิบหายแล้ว...มันเอาแต่หัววันเลยโว้ย”

หลวงราชมองชายทั้งสองอย่างแปลกใจ  พลันก็ได้ยินเสียงพิกุลโวยวายขึ้น หลวงราชคว้าผ้าขาวม้านุ่งวิ่งขึ้นไปหาพิกุลทันที ถามว่ามีอะไรหรือ พิกุลบอกหน้าตาตื่นว่า “มีคนตามมาเจ้าค่ะ”

หลวงราชคว้าไม้ใกล้ตัวเป็นอาวุธเมื่อเห็นชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเข้ามาด้อมๆมองๆรอบเรือน ได้ยินชาวบ้านถามกันว่า

“พวกเอ็งไม่ได้ตาฝาดใช่ไหมวะ นี่มันผีหรือคนกัน”

“คนที่ไหนมันจะมาอยู่บ้านร้างเยี่ยงนี้ มีแต่ผีเท่านั้นแหละ” ชาวบ้านทุกคนกลัวๆกล้าๆ

“คร่ำครึนัก” หลวงราชส่ายหน้า ชาวบ้านได้ยินต่างโกรธ คนหนึ่งว่าปากดีอย่างนี้ต่อให้เป็นผีตนก็จะฟาดให้ปากแตก อีกคนก็ว่าดูท่ามันอยากลองดีนะพี่ หลวงราชตั้งท่าเตรียมพร้อมรับศึก

“คุณหลวง อย่าเจ้าค่ะ” พิกุลร้องห้าม

“คุณหลวง??” ชาวบ้านมองหน้ากันงงๆ

เมื่อพูดคุยกันแล้ว  ชาวบ้านขึ้นเรือนไปกินข้าวกับคุณหลวงและพิกุลเล่าให้ฟังว่าที่นี่มันเรือนร้าง ไม่มีใครกล้าย่างกรายมาหลายสิบปีแล้ว  เพราะผีเจ้าของเรือนดุนัก ถ้าได้ยินเสียงปี่โหยหวนขึ้นมาก็เข้าห้องปิดประตูเรือนนอนกันเลย พิกุลบอกว่านับแต่นี้ก็จะได้ยินเสียงปี่เลานี้ อย่ากลัวกันเลย ชาวบ้านถามว่า

“เป่าปี่เป็นด้วยรึ?”

ooooooo

พิกุลเป่าปี่ให้ชาวบ้านฟังเพื่อไม่ให้ชาวบ้านกลัวอีก ชาวบ้านชมว่าเสียงปี่เสนาะหูเหลือเกิน ก่อนชาวบ้านลากลับมีแก่ใจบอกคุณหลวงว่าหากขาดเหลืออะไรก็ตะโกนเรียก บ้านตนอยู่ใกล้ๆ นี่เอง

แต่พอชาวบ้านกลับไป หลวงราชก็มีสีหน้ากังวล บอกพิกุลว่าเราทั้งสองเป็นที่รู้จักของชาวบ้านเช่นนี้ กลัวว่าพ่อจางวางจะตามเราเจอก่อนที่จดหมายที่บอกให้พ่อมาสู่ขอพิกุลจะถึงมือพ่อ บอกพิกุลว่า

“เราจะแต่งงานกัน หล่อนจะเป็นภรรยาที่ฉันจะพาออกหน้าออกตา” พิกุลบอกว่าตนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้มีแต่จะทำให้คุณหลวงอับอาย “ฉันจะอายก็เพราะได้เมียจิตใจต่ำช้าต่างหาก อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ก็สั่งสอนได้ แต่หากจิตใจมืดบอด สิ่งใดก็แก้ไขไม่ได้...หล่อนอย่าปฏิเสธฉันเลยนะ”

พิกุลนิ่ง หลวงราชขอให้ตอบ พิกุลจึงตอบ“เจ้าค่ะ” คุณหลวงยิ้มฉวยโอกาสขโมยหอมแก้มพิกุลฟอดหนึ่งแล้วจึงไปส่งจดหมาย พิกุลบอกให้รีบไปรีบกลับ มองหลวงราชด้วยความรักอย่างมีความหวังในชีวิต

เสียงปี่ที่พิกุลเป่าแว่วไปถึงเรือนจางวางพ่วง จางวางลุกออกมามองหา เชื่อว่าพิกุลต้องอยู่ไม่ไกลจากที่นี่

เพียรบอกว่าป่านนี้คุณหลวงพาพิกุลไปถึงบางกอกแล้วกระมัง จางวางยืนยันว่าจะไปตาม

เพียรถามว่าถึงตามไปเชื่อหรือว่าคุณหลวงจะยอมให้พิกุลกลับมาง่ายๆ คุณหลวงอุตส่าห์ตามมาถึงที่นี่ ยังไม่เชื่ออีกหรือว่าเด็กสองคนรักกันแค่ไหน จางวางยืนกรานจะไม่ยอมยกพิกุลให้ใครนอกจากสินเพราะลูกเราจะมีอันเป็นไปเพราะไอ้คุณหลวงนั่น ถามว่าแม่เพียรลืมไปแล้วหรือ

“ใช่ว่าฉันไม่ห่วงมันเมื่อไร แต่พี่จะหักหาญน้ำใจลูกก็เหมือนทำให้มันตายทั้งเป็นเท่านั้น ถ้าพี่ยกความห่วงใยทำร้ายจิตใจลูก ฉันก็ไม่เห็นสมควรเหมือนกัน...เรื่องนี้มันเกินกว่าที่จะบังคับใจกันแล้ว ถึงคราวที่ต้องปล่อยให้มันเป็นไป แล้วพี่ก็ยอมรับมัน”

จางวางยังทำใจไม่ได้ เดินไปที่ทางลงเรือน แต่แล้วก็ทรุดลงที่หน้าซุ้มบันได ไม่อาจก้าวลงไปได้ เพียรจึงไปประคองจางวางกลับมาอย่างพร้อมจะอยู่เคียงข้างกันเสมอ

สารภีกลับบูรพาเคหาสน์ทิ้งตัวนั่งที่ห้องรับแขกอย่างแค้นใจ พอดีจีนพ้งเดินคุยมากับนิ่ม นิ่มบอกว่าคุณหญิงท่านเอ็นดูพุดกรองมาก ท่านว่าพุดกรองเป็นเด็กหัวไวสอนอะไรก็ช่างจำ

“ได้มารยาทอย่างฝรั่งมาบ้างก็ดี ไปปีนังจะได้เข้ากับพวกผู้ดีได้ อั๊วจะส่งไปเรียนโรงเรียนเก่าของสารภีมัน” บอกนิ่มว่าคราวหน้าถ้าไปเยี่ยมท่านเจ้าคุณอีกก็อย่าลืมของติดไม้ติดมือไปด้วย

นิ่มรับคำแล้วเลี่ยงไปอย่างรู้ว่าจีนพ้งจะคุยกับสารภีเพราะรู้ว่าสารภีไปตามหลวงราชที่สุพรรณบุรี ถามว่าเขาไม่ได้มาด้วยหรือ สารภีส่ายหน้า พูดอย่างมุ่งมั่น มั่นใจว่า

“ตราบใดที่ฉันยังไม่ได้พบคุณยศ ฉันจะไม่มีวันเชื่อว่าเขาทรยศหัวใจฉัน” จีนพ้งเตือนว่าเรื่องแบบนี้

อย่าดึงดันนัก “คุณยศถูกนังพิกุลหลอกให้หนีตามไปกับมัน”

“ลื้อถอยก็ใช่ว่าลื้อจะแพ้สารภี หลบแต่รักษาไว้ได้ก็พึงหลบ”

“หลบก็มีแต่จะแพ้ ฉันจะไม่มีวันแพ้...ไม่แต่เรื่องคุณยศ” สารภีพูดเป็นนัยแล้วลุกไป จีนพ้งมองตามอย่างไม่เข้าใจว่าสารภีจะทำอะไร

ooooooo

หลวงราชไปส่งจดหมาย พิกุลอยู่เรือนครูทับคนเดียวอดคิดเรื่องของท่านจันกับครูทับไม่ได้ ครู่หนึ่งฝันเห็นเงาของใครบางคนอยู่หลังผ้าที่กำลังตากอยู่ จึงแง้มผ้าดู เห็นครูทับนั่งซ้อนอยู่หลังท่านจัน

ท่านจันวางมือที่กระดานชนวน ทั้งสองกำลังต่อกลอนกัน ท่านจันขึ้นบาทแรกแล้วให้ครูทับต่อ สลับกันคนละบาทจนจบบทกลอนที่กลั่นจากความรู้สึกทั้งสองคนอย่างไพเราะลึกซึ้ง...

“รักแล้วมิลืมรักสมัครสวาสดิ์ รักแม้นหมายมาดสวาสดิ์สวรรค์ รักแล้วมิร้างรักสลักชีวัน รักนิรันดร์สวรรค์สวาสดิ์มิคลาดคลา”

เมื่อต่อกลอนกันจบท่านจันอ่านทวนให้ฟัง ชื่นชมว่าไพเราะจับใจไม่แพ้เสียงปี่ของนายทับเลย ครูทับยิ้มอย่างมีความสุขมองกระดานชนวน คิดอะไรบางอย่าง

แล้วครูทับก็สลักบทกลอนนี้ลงบนแผ่นไม้อย่างสวยงาม วัดความยาวกับปี่แล้วจึงประกอบเป็นกล่องใส่ปี่ โดยมีบทกลอนอมตะนี้ซ่อนอยู่ด้านใน

แล้วภาพที่พิกุลเห็นก็หายไปในพริบตา พิกุลเปิดกล่องปี่มีผ้าดิบรองอยู่ พอเปิดผ้าออกก็เห็นบทกลอนที่สลักไว้ พอพิกุลสัมผัสที่ผิวไม้ก็เหมือนเสียงท่านจันอ่านบทกลอนนั้นแว่วมา

“คำสัญญาของท่าน เรือนรักของท่านอย่างนั้นรึเจ้าคะ” พิกุลพึมพำ

ท่านจันนั่งน้ำตาซึมอยู่ตรงข้ามกับพิกุล มองไปที่ท่าน้ำเหมือนรอครูทับอยู่อย่างมีความหวัง

พิกุลจัดสำรับรอหลวงราช มือปัดแมลงที่มาตอม ตามองไปที่ท่าน้ำรอว่าเมื่อไหร่คุณหลวงจะกลับมา แต่รอแล้วรอเล่าก็ไร้วี่แวว จึงยกสำรับไปเก็บ แล้วถือปี่ถือตะเกียงไปรอที่ท่าน้ำอย่างกระวนกระวาย พึมพำอย่างห่วงใย “คุณหลวง...คุณหลวงรีบกลับมาเถิดเจ้าค่ะ”

ครู่หนึ่งเห็นเรือลำหนึ่งมุ่งมาที่ท่าน้ำ พิกุลนึกว่าหลวงราชกลับมาแล้วแต่พอเข้าใกล้พิกุลก็ใจหาย อุทาน

“พ่อ!!!”

จางวางขึ้นมาทั้งด่าทั้งลากพิกุลให้ลงเรือ พิกุลขืนตัวบอกพ่อว่า

“พ่อจ๋า ฉันจะกลับไปกับพ่อได้แต่เพียงร่างเท่านั้น ฉันขอตายเสียดีกว่าจะกลับไป...เพราะคุณหลวงคือหัวใจของฉัน”

จางวางด่าและยื่นมีดให้พิกุลแทงตนให้ตายดีกว่าจะต้องมาได้ยินพิกุลพูดเช่นนี้ พิกุลมองมีดงงๆ ทันใดนั้นจางวางก็แทงอกตัวเองต่อหน้าพิกุลจนล้มลง พิกุลร้องสุดเสียง

“พ่อ!!!”

พิกุลตกใจตื่นจากฝันเพราะเสียงร้องของตนเอง ก็พอดีหลวงราชกลับมาถามว่าฝันร้ายอีกแล้วหรือ

“เจ้าค่ะ พิกุลฝันเห็นพ่อ...พ่อจะมาพาพิกุลไปจากที่นี่”

“ฉันไม่ให้ใครพาหล่อนไปไหนทั้งนั้นพิกุล...ฉันสัญญา” หลวงราชดึงพิกุลเข้าไปกอดอย่างหวงแหน

ท่านจันรับรู้คำมั่นสัญญาของหลวงราชที่ให้กับพิกุลจึงสลายไปแล้วเสียงปี่ก็ดังไปทั่วบริเวณ พิกุลมองหาที่มาของเสียงแต่ก็ไม่เห็นใคร กลับพบแต่ดอกปีบดอกหนึ่งวางอยู่ พิกุลจึงรับรู้ว่าท่านจันสลายร่างไปแล้ว...

จางวางพ่วงตรอมใจจนเจ็บป่วย แม้เพียรจะรู้ว่าพิกุลไปกับหลวงราชก็เป็นห่วงจนกินข้าวกินน้ำฝืดคอไปหมด

“แม่อย่าห่วงเลยนะจ๊ะ คุณหลวงรักพิกุลอย่างนั้น คงไม่ปล่อยให้พิกุลเป็นอะไรแน่ เมื่อไรตั้งหลักทำอกทำใจได้ก็คงส่งข่าวบอกพวกเราเอง พิกุลไม่มีวันทิ้งพ่อแม่ลงคอหรอก” เอื้อยปลอบ เพียรพยายามทำใจเชื่อ

ooooooo

วันนี้พุดกรองแกะสลักผลไม้ไปอวดเจ้าคุณพิชัยที่คุยกับสารภีอยู่ในห้องรับแขก เจ้าคุณชมกับสารภีว่าเห็นฝีมือน้องหล่อนไหมล่ะ สารภียิ้มชมว่าเป็นเพราะคุณหญิงจ้ำจี้จ้ำไชจึงมีฝีมือถึงขั้นเจ้าคุณออกปากชมเจ้าคุณว่าพุดกรองคงมีพรสวรรค์อยู่บ้าง มิเช่นนั้นสอนอย่างไรก็คงไม่ได้เรื่อง สารภีขัดหู ส่งสายตาให้พุดกรองออกไป

เจ้าคุณขอบใจสารภีที่ไปตามหลวงราชถึงสุพรรณ ถามว่าถึงขั้นนี้แล้วหล่อนยังไม่เข็ดตายศอีก

“สารภีไม่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแปลกที่ตรงไหนเจ้าค่ะ คุณยศเป็นนักเรียนนอก คงเห็นเรื่องพรรค์นี้เป็นเรื่องสนุก...สารภีใจกว้างพอเจ้าค่ะ...แต่เชื่อว่าวันหนึ่งเมื่อคุณยศหมดสนุกกับแม่คนปี่แล้ว คุณยศจะมีแต่คิดถึงสารภีเพียงคนเดียวเจ้าค่ะ”

“ถ้าหล่อนแน่ใจในตัวลูกชายฉันถึงเพียงนั้น ฉันก็คงไม่ขัดใจหล่อนนะแม่สารภี...ฉันถือว่า...ฉันได้บอกหล่อนแล้วนะ”

สารภียิ้มรับคำทั้งที่ใจเริ่มหวั่นไหวกับท่าทีของเจ้าคุณที่มีต่อตน

คุณหญิงเกสรเห็นพุดกรองเดินออกมาทางห้องรับแขกถามว่าท่านเจ้าคุณเรียกใช้งานหรือ พุดกรองบอกว่าตนแกะสลักผลไม้ไปอวดคุณสารภี คุณหญิงจะไปห้องรับแขกสงสัยว่าสารภีมามีธุระอะไร แต่เห็นมุดถือจดหมายท่าทางรีบร้อนจะไปหาเจ้าคุณ พอเห็นคุณหญิง มุดก็เอาจดหมายซ่อนไว้ข้างหลังคุณหญิงถามว่าแอบอะไรไว้ข้างหลัง

มุดปดว่าเปล่า สร้อยรู้ทันยื่นมือไปขอ มุดจำต้องส่งให้สร้อยบอกคุณหญิงว่าเป็นจดหมายถึงท่านเจ้าคุณแต่ลายมือคุ้นตานัก คุณหญิงรับไปดูเห็นเป็นลายมือหลวงราชก็ยิ้มออก ลิ่วไปที่ห้องรับแขก เจอสารภีลากลับพอดี

คุณหญิงบอกเจ้าคุณว่าจดหมายตายศถึงคุณพี่ สารภีชะงักรีรออยากรู้ว่าเป็นจดหมายอะไร เจ้าคุณจะอ่านจดหมาย คุณหญิงติงว่าเรื่องของคนในบ้าน คนนอกไม่สมควรรู้กระมัง

“ตายศคงรายงานว่าไปกับแม่พิกุลอย่างที่สารภีเพิ่งมาบอกข่าวฉัน มันคงไม่ใช่เรื่องลับอะไร”

“อะไรนะเจ้าคะ หล่อนรู้ได้อย่างไรว่าตายศไปกับนังบ้านนอกนั่น”

“เปิดจดหมายอ่านเถิดเจ้าค่ะ คุณหญิงจะได้ไม่คิดว่าอิฉันปั้นเรื่องขึ้นมา” สารภียิ้มอย่างเป็นต่อ

เจ้าคุณเปิดจดหมายอ่านแล้วนิ่งงัน คุณหญิงถามก็ไม่บอกแต่ส่งจดหมายให้อ่านเอง พอคุณหญิงอ่านจดหมายแล้วทำท่าจะเป็นลม สารภีแอบยิ้มสะใจแล้วขอลากลับ


คุณหญิงมองสารภีอย่างเกลียดชัง หาทางทำให้สารภีเจ็บใจให้สาแก่ใจ จึงบอกเจ้าคุณว่าตนตามใจเจ้ายศ สารภีที่กำลังจะกลับชะงักทันที เจ้าคุณแปลกใจถามว่าคุณหญิงคิดดีแล้วหรือ

“เจ้าค่ะ...อิฉันพอใจจะมีสะใภ้บ้านนอกยังดีกว่าสะใภ้เจ๊กที่ดีแต่หยิ่งจองหองอย่างแม่นั่น...ตายศคงจะดีใจมากถ้าคุณพี่ไปสู่ขอนังพิกุลเสียแต่วันนี้” พูดแล้ว ปรายตามองสารภีจงใจพูดให้ได้ยินว่า “อิฉันจะจัดแจงเตรียมงานฉลองสมรสให้ใหญ่โตให้สมกับที่ลูกรักของเราจะออกเรือนไปกับคนที่เขาเลือกแล้วนะเจ้าคะ”

“อะไรกันเจ้าคะ” สารภีถามเจ้าคุณ คุณหญิงส่งจดหมายของหลวงราชให้สร้อยเอาไปให้สารภีอ่านเอง

สารภีเจ็บใจที่ตนเป็นฝ่ายแพ้ทั้งที่เพิ่งคุยโวอวดกับเจ้าคุณ เดินออกไปอย่างฉุนเฉียว คุณหญิงมองอย่างสะใจ สร้อยเห็นดังนั้นสั่งบ่าวให้เอาน้ำด่างมาขัดพื้นล้างกลิ่นเน่าแถวนี้ บ่าวเอาถังน้ำถูพื้นสาดไปที่สารภียืนอยู่

ชบารีบไปกันสารภีออก ตวาดด่าบ่าวที่สาดน้ำ สร้อยออกรับแทนปราดเข้าตบชบาว่าปากพล่อยนัก

ชบากับสร้อยตบกันไปมาจนชบาพลาดล้มกลิ้งลุกขึ้นจะไปเอาคืน สารภีรั้งไว้

“กำพืดเจ๊กริใฝ่สูงอย่างหล่อน จะยกตัวมาร่วมสายเลือดพระน้ำพระยาก็อย่าได้หวังอีกเลย” คุณหญิงยิ้มเยาะสะใจ กระหนาบซ้ำว่า “หล่อนอย่าคิดกลับมาเหยียบที่นี่อีก หาไม่แล้วจะถูกสั่งสอนยิ่งกว่านี้”

สารภีจิกตามองคุณหญิงอย่างคับแค้นใจ สร้อยหมั่นไส้เลยปรี่เข้าตบสารภีที่ไม่ทันระวังตัวจนเลือดออกที่มุมปาก บ่าวกับบ่าวเลยตบกันชุลมุน สารภีเช็ดเลือดที่มุมปากสีหน้าเย็นชา คุณหญิงออกปากไล่ สร้อยผสมโรงด่าและไล่ส่ง สารภีจึงเดินออกไปด้วยความแค้น

ooooooo

สารภีกลับถึงบูรพาเคหาสน์ในสภาพเสื้อผ้าร่างกายยับเยิน หัวใจสลายคับแค้นสาหัสที่ผิดหวังกับหลวงราชและถูกคุณหญิงย่ำยีศักดิ์ศรี เข้าห้องนอนล็อกประตูร้องไห้ทำลายข้าวของระบายอารมณ์

ชบายืนเฝ้าอยู่หน้าห้องร้องเรียกก็ไม่เปิดประตู นิ่มพูดกับจีนพ้งว่าคุณสารภีไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน จีนพ้งพยายามรวบรวมสมาธิจะเขียนพู่กันแต่ก็อดมองไปที่ห้องนอนของสารภีด้วยสายตาเจ็บปวดแทนลูกไม่ได้

วันนี้สินกับเอื้อยพายเรือไปตลาดแต่บ่ายกลับเอาเย็น เพราะไปได้ยินคนที่ตลาดพูดกันว่าเห็นหลวงราชกับพิกุล เพียรถามว่าไปโอ้เอ้ที่ไหนกันมา เอื้อยแก้ตัวว่ามัวแวะซื้อของร้านนั้นร้านนี้และแม่ค้าชวนคุยอีก

สุดขัดคอว่าเอื้อยหาเรื่องชวนเขาคุยมากกว่า แต่ถ้าพูดให้ถูกเรื่องมันก็ไม่เรียกว่าพูดมากหรอก

“อย่างเรื่องพิกุลน่ะหรือจ๊ะ”

“อะไร เอ็งรู้อะไรมา” เพียรวางงานถามอย่างร้อนใจ สินมองปรามไม่ให้เอื้อยพูด แต่เอื้อยไม่สนใจเตรียมเล่าเต็มที่

เพียรฟังเอื้อยแล้วถามสินว่าเชื่อไหมว่าหลวงราชกับพิกุลยังอยู่ด้วยกันแถวนี้และรู้หรือไม่ว่าเรือนครูทับอยู่ที่ไหน สินพยักหน้า เพียรบอกให้ทำเรื่องนี้ให้กระจ่างทีเถิด ตนทนเห็นพ่อจางวางตรอมใจไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว

คืนนี้สินจึงเอาเรือออกหาเรือนครูทับตามที่ได้ข่าวจากชาวบ้าน ทั้งที่สินพายเรือมาถึงเรือนครูทับแต่กลับไม่เห็นอะไรเลย คิดว่าตัวเองจำผิดจะหันหัวเรือกลับ

พลันก็เห็นพิกุลเดินมาพร้อมอุปกรณ์อาบน้ำ

สินวาดเรือเข้าใต้ร่มไม้ริมตลิ่งแอบดู แต่แล้วก็หน้าเจื่อนเมื่อเห็นหลวงราชตามมานั่งข้างๆที่ท่าน้ำตักน้ำราดตัว พิกุลเอารังบวบถูหลังให้ ทั้งสองหัวร่อต่อกระซิกกันด้วยความรักอย่างมีความสุข

สินดีใจที่พิกุลปลอดภัย แต่เจ็บปวดขมขื่นเกินกว่าที่จะอยู่ดูได้ ตัดสินใจพายเรือกลับ

พอกลับถึงท่าน้ำผูกเรือจะขึ้นเรือนเห็นจางวางรออยู่แล้ว จางวางถามว่าไปไหนมาค่ำมืดดึกดื่น สินอึกอัก จางวางถามว่าไม่ได้ข่าวพิกุลรึ สินบอกว่าไม่ต้องห่วงคุณหลวงรักพิกุลมากไม่ปล่อยให้พิกุลเป็นอะไรแน่

“เอ็งรู้ใช่ไหมว่าพิกุลมันอยู่ที่ไหน” จางวางมองอย่างคาดคั้น สินเมินหน้าหนี จางวางรู้ว่าสินไม่บอก พูดทิ้งท้ายว่า “ปดข้าให้ได้ตลอดไปเถิด ไอ้สิน” แล้วเดินขึ้นเรือนไป สินได้แต่ถอนใจหนัก...

ooooooo

ขณะที่พุดกรองเก็บดอกปีบที่ร่วงอยู่ สารภีเข้ามายืนมอง พุดกรองถามว่าคุณสารภีหายแล้วหรือ

สารภีบอกว่าตนไม่ได้เป็นอะไร พุดกรองบอกว่าตนเก็บดอกปีบคิดว่าจะกรองมาลัยให้คุณสารภี อยากให้คุณสารภีชื่นใจบ้าง อยากเห็นคุณสารภียิ้มได้อีกครั้ง สารภีถามว่าอยากเห็นตนยิ้มรึ

“เจ้าค่ะ ถ้าคุณสารภียิ้มได้อย่างนี้เตี่ยก็จะยิ้มออกด้วย คุณสารภีรู้ไหมเจ้าคะว่าวันนี้เตี่ยเอาแต่เงียบไม่พูดกับพุดกรองเลย พุดกรองกลัวว่าเตี่ยจะเป็นอะไรไปเจ้าค่ะ”

“ฉันจะสอนหล่อนกรองมาลัยดอกปีบ จะได้เอาไปอวดคุณหญิงเกสร”

“เจ้าค่ะ พุดกรองจะร้อยไปไว้ที่หัวนอนคุณหญิงทุกคืน คุณหญิงต้องชอบแน่ๆเจ้าค่ะ”

สารภีฟังแล้วยิ้มอย่างมีความหมาย ยิ้มอย่างมีความสุขอีกครั้ง...

ที่เรือนจางวางพ่วง...เพียรต้มยามาให้จางวาง

พูดอย่างมีกำลังใจว่าตนคงไม่ต้องต้มยาอีกแล้วกระมัง ดูกระปรี้กระเปร่าโขเลย ปะเหลาะให้จางวางกินถ้วยสุดท้ายนี้เสีย ถ้าจางวางไม่กินตนจะถูกหมอสวดเอา

จางวางถามถึงสิน เพียรบอกว่าหายหัวไปไหนแต่เช้าก็ไม่รู้ “พี่จะใช้อะไรมันรึ”

“มันต้องพาข้าไปหานังพิกุล” เพียรถามว่ามันรู้รึว่าพิกุลอยู่ไหน “ข้าจะรอดูว่ามันจะหนีข้าได้ถึงไหน”

“จ้ะ...พี่พ่วง” เพียรรีบลุกออกไป จางวางมองตามเพียรไปอย่างรู้ทัน

ฝ่ายพุดกรองเอามาลัยกรองดอกปีบไปให้คุณหญิงเกสรอย่างที่ตั้งใจไว้ คุณหญิงชมกับนิ่มว่าลูกสาวช่างคิดช่างทำนัก นิ่มบอกว่านับแต่พุดกรองมาอยู่กับคุณหญิงพุดกรองก็ได้วิชาไปมาก คุณหญิงบอกพุดกรองว่าคืนนี้ให้ไปนอนเป็นเพื่อนตน สั่งสร้อยให้หาที่นอนให้พุดกรองด้วย นิ่มถามว่าเมื่อไหร่ท่านเจ้าคุณจะกลับ

“ก็จนกว่าไอ้จางวางนั่นมันจะใจอ่อนกระมังอย่างไรมันก็คงเล่นตัวให้ลูกสาวมันมีค่าขึ้นมาบ้าง...ได้สะใภ้บ้านนอกก็ยังดีเสียกว่าไอ้สะใภ้เจ๊ก” ถามหยั่งว่า “นี่คงกลับไปตีโพยตีพายกับผัวหล่อนใหญ่โตสิ”

“มิได้เจ้าค่ะ เธอไม่ปริปากกับเจ้าสัวสักคำ เอาแต่เก็บตัวร้องห่มร้องไห้ในห้อง ไม่ออกมาสู้หน้าใคร”

คุณหญิงว่า “น่าสมเพช!!” นิ่มรู้ถึงความเกลียดชังของคุณหญิงที่มีต่อสารภีจึงเงียบไป

ที่ป้ายบรรพบุรุษบูรพาเคหาสน์ จีนพ้งเข้ามายืนมองบรรพบุรุษ หยุดที่ป้ายวิญญาณของตง ครู่เดียวสารภีก็เข้ามา จีนพ้งถามว่าตัดใจได้แล้วรึ สารภีส่ายหน้าบอกว่า

“เตี่ยไม่ต้องห่วงฉันนัก ฉันจะทำให้มันจบด้วยมือฉันเอง” จีนพ้งถามว่าจะให้มันจบยังไง สารภีจิกตาบอกว่า “จบอย่างสาแก่ใจอั๊วที่สุด”

“อั๊วให้ลื้อได้ยิ่งกว่าสาแก่ใจ...คุณหลวงจะเป็นของลื้อคนเดียว”

สารภีแปลกใจในคำพูดของจีนพ้ง ทันใดก็มีเงาทาบเข้ามาในห้อง สารภีหันมองพอเห็นว่าเป็นใครสีหน้าก็เปลี่ยนไป แต่จีนพ้งยิ้มให้สารภีบอกเป็นนัย

ooooooo

คืนนี้สินย่องจากเรือนเอาเรือออกจากท่าน้ำ จางวางพ่วงมองตามอย่างเดาได้ว่าสินจะไปไหน

สินไปที่คลองท่าน้ำบ้านครูทับ ซุ่มดูเงียบๆเห็นพิกุลลงมาตักน้ำใส่กระชุโดยมีหลวงราชมาช่วยถือไปขึ้นเรือน สินจึงพายเรือหลบไป

ตักน้ำขึ้นไปแล้ว หลวงราชหยอกล้อพิกุลประสาข้าวใหม่ปลามัน ครู่หนึ่งพิกุลขอตัวไปเตรียมผ้าให้คุณหลวงอาบน้ำ เตรียมผ้าเสร็จออกมา พิกุลแทบลมจับเมื่อเห็นจางวางพ่วงยืนอยู่ที่ชานบันได อึดใจเดียวหลวงราชเดินออกมา จางวางมองด้วยความเกรี้ยวกราด

“ข้าไม่คิดเลยว่าคุณหลวงจะทำระยำย่ำยีศักดิ์ศรีของข้าถึงขนาดนี้”

“ฉันไม่เคยคิดที่จะทำเช่นนั้นแม้แต่น้อย...”

หลวงราชคุกเข่าลง “ฉันขอขมาพ่อจางวางและขอให้พ่อจางวางเข้าใจในความรักของเราด้วย เพราะถึงอย่างไรเสียฉันกับพิกุล เราสองคนก็ได้ชื่อว่าเป็นผัวเมียกันแล้ว”

พิกุลตกใจไม่นึกว่าหลวงราชจะพูดเรื่องนี้ จางวางตาวาวหันขวับไปทางพิกุลตบหน้าฉาดใหญ่ หลวงราชพุ่งเข้าขวางเลยถูกไม้เท้าฟาดจนเลือดอาบ บอกจางวางว่า

“เอาเลยพ่อจางวาง หากพ่อจางวางคิดจะลงโทษพิกุล ขอให้พ่อจางวางลงโทษฉันแทนเถิด”

จางวางหันมาฟาดหลวงราช พิกุลเข้ากอดขาอ้อนวอนอย่าทำร้ายคุณหลวงเลย เห็นเพียรขึ้นเรือนมาพอดี

พิกุลขอให้แม่ช่วย อย่าให้พ่อทำร้ายคุณหลวง เพียรขอร้องจางวางว่า “พี่พ่วง...พอเถอะ”

“แม่เพียรไม่เห็นสิ่งที่มันสองคนทำรึ มันไม่เคยคิดถึงหัวอกคนเป็นพ่อแม่ ถึงได้ทำเรื่องอัปรีย์เยี่ยงนี้”

“แต่ฉันเชื่อว่าเด็กสองคนมันรักกันจริง พิกุลมันผิดหนีมา แต่คุณหลวงก็ไม่ใช่คนที่เราไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้า มีอะไรพี่พ่วงก็ค่อยๆเจรจากันได้นี่จ๊ะพี่พ่วง”

“พอแล้วแม่เพียร ฉันจะให้โอกาสมัน...กลับเรือนไปกับข้าเดี๋ยวนี้อีพิกุล! หากเอ็งคิดว่ายังเป็นลูกข้า”

“พ่อจ๋า...พิกุลไม่เคยคิดอกตัญญูต่อพ่อแม่เลย พ่อกับแม่คือผู้ให้กำเนิดให้ชีวิตและเลี้ยงดูพิกุลมา ชาตินี้ทั้งชาติพิกุลก็ชดใช้ไม่หมด ร่างกายและชีวิตของพิกุลเป็นของพ่อแม่ แต่หัวใจของพิกุลให้คุณหลวงไปแล้ว ในยามนี้ที่คุณหลวงบาดเจ็บเพราะพิกุลเป็นต้นเหตุ พ่อจะให้พิกุลไม่ดูดำดูดีทิ้งไปอย่างนั้นหรือจ๊ะ”

“เอ็งเลือกเช่นนี้ใช่ไหม อีพิกุล! ดี นับแต่นี้ต่อไป ข้าไม่ใช่พ่อเอ็ง!”

จางวางประกาศตัดพ่อลูกแล้วผลุนผลันลงเรือนไป พิกุลขอให้แม่ช่วยด้วย

“ปล่อยพ่อเอ็งไปก่อน เย็นลงค่อยว่ากันใหม่ ขืนไปตอนนี้จะยิ่งโมโห เอ็งอยู่ดูแลคุณหลวงไปเถอะ รู้แล้วว่าอยู่ที่เรือนนี้ มีอะไรแม่จะให้ไอ้สินมาส่งข่าว แม่ไปล่ะ”

เมื่อเพียรลงเรือนตามจางวางไปแล้ว หลวงราชขอบใจพิกุลที่เลือกตนและไม่กลับไปกับพ่อจางวาง  บอกว่ารู้ว่าพิกุลเสียใจตนเองก็เสียใจไม่น้อยไปกว่ากันเลย บอกพิกุลว่า

“ฉันดีใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ฉันได้เห็นว่าหล่อนเลือกฉัน...” พิกุลบอกว่าตนปวดใจเหลือเกิน ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว “ฉันจะรีบจัดการเรื่องทั้งหมดที่ทำให้หล่อนปวดใจ พ่อจางวางจะต้องเห็นในความรักของเรา ฉันสัญญานะพิกุล ฉันจะไม่ทำให้หล่อนต้องเสียใจกับการที่หล่อนเลือกฉัน ฉันสัญญา”

“พิกุลเชื่อคุณหลวงเจ้าค่ะ”

หลวงราชกระชับกอด พิกุลรับรู้ถึงความรักและห่วงใยของหลวงราชจนทำให้คลายกังวล...

ooooooo

พุดกรองร้อยมาลัยดอกปีบเสร็จจะเอาไปให้คุณหญิง สร้อยบอกให้เอาไปไว้ที่ห้องนอนคุณหญิงเลยตนจะไปตรวจตราว่าประตูหน้าต่างปิดเรียบร้อยดีหรือไม่

พุดกรองเอามาลัยใส่พานเตรียมไปให้คุณหญิง ส่วนสร้อยแยกไปตรวจประตูหน้าต่าง พบว่าหน้าต่างบานหนึ่งแง้มออกก็ไปดึงปิด พลันก็เห็นอะไรวูบวาบด้านนอก สร้อยตะโกนถาม

“ใคร...นั่นใคร!!” ไม่มีเสียงตอบ สร้อยตัดสินใจคว้าปืนยาวลงไปตรวจบริเวณนั้น สั่งใครอยู่ตรงนั้นให้ออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นจะยิงให้ไส้แตก

ไม่มีเสียงตอบ พลันก็เห็นควันไฟ ได้ยินบ่าวร้องตะโกนไฟไหม้เรือนเล็ก พลางวิ่งผ่านหน้าสร้อยไป สร้อยรีบขึ้นไปรายงานคุณหญิง แต่พอหันกลับก็เจอไอ้โม่งออกจากเงามืดหลังต้นไม้พร้อมเล็งปืนใส่ สร้อยยิงสวนไปทันที ไอ้โม่งหลบ แต่พอสร้อยจะวิ่งขึ้นตึก เสียงปืนก็ดังขึ้นนัดหนึ่ง

สร้อยถูกยิงนอนขวางประตูปืนยาวตกข้างตัว สารภีปรากฏตัวขึ้น มีผ้าปิดปากปิดหน้าตา ก้าวข้ามศพสร้อยเข้าไป อึดใจเดียวก็ได้ยินเสียงพุดกรองร้องกรี๊ดจากห้องของคุณหญิง สารภีแสยะยิ้ม เดินไปหาคุณหญิง มือถือลิ่มแบ่งชา!

คุณหญิงถูกไอ้โม่งล็อกคอ มืออีกข้างถือมีดเตรียมเชือด คุณหญิงดิ้นและร้องสุดชีวิต ร้องให้พุดกรองช่วย พุดกรองอ้อนวอนไอ้โม่งอย่าทำอะไรคุณหญิง แต่ไอ้โม่งกลับล็อกคอแน่นจนคุณหญิงเกือบหมดลม

พุดกรองพยายามมองหน้าไอ้โม่งจนจำได้ว่าคือปิงนั่นเอง!

“ปิง...ไอ้ปิง ปล่อยคุณหญิงเถิด ฉันจะไม่ฟ้องเตี่ย ปล่อยคุณหญิงเถิด”

คุณหญิงดิ้นจนหลุดจากปิงคลานหนีไปทางประตู พุดกรองวิ่งเข้าไปช่วย ปิงส่ายหน้าว่าไม่ให้ยุ่ง

คุณหญิงวิ่งไปถึงประตูก็ถูกมีดปักหลังล้มลงแต่ยังพยายามหนี คลานไปจนชนเท้าสารภี พุดกรองจะเข้าไปช่วยคุณหญิง ถูกปิงจับไว้ พุดกรองได้แต่มองคุณหญิงที่เผชิญหน้ากับสารภี

“เจ็บมากไหมเจ้าคะคุณหญิง” สารภีนั่งมองคุณหญิงอย่างสมเพช ถูกคุณหญิงด่าว่าอำมหิต ใจสัตว์ แต่สารภีกลับยิ้มบอกให้คุณหญิงด่าเถิด ถ้ามันทำให้คุณหญิงเจ็บน้อยลง

“กูขอสาปแช่งมึง ขอให้มึงตกอยู่ในนรกภูมิสาสมกับที่มึงทำกับกู”

สารภีเห็นมีดที่ปักหลังคุณหญิงจึงกระชากออก คุณหญิงร้องด้วยความเจ็บปวด สารภีขยับเข้าใกล้อีก  คุณหญิงพลิกตัวนอนหงาย หายใจติดขัด แต่ยังกล่าวอาฆาต

“ถึงกูตาย...แต่มึงไม่มีวันได้ครองเรือนหลังนี้ กู...จะ...ตาม...”

คุณหญิงพูดได้แค่นั้นก็ถูกสารภีชูลิ่มแบ่งชา คุณหญิงพยายามปัดออก

“อิฉันจะสงเคราะห์คุณหญิง...คุณหญิงจะได้ไม่ต้องทรมานอีกต่อไป” แล้วสารภีก็ใช้ลิ่มแบ่งชาปักคอคุณหญิง พุดกรองตกใจร้องไม่ออก สารภีเอาลิ่มแบ่งชาชี้หน้าพุดกรองไม่ให้พูดสิ่งที่เห็น พูดกับร่างคุณหญิงว่า

“อิฉันจะกรวดน้ำให้นะเจ้าคะ คุณหญิงกับอีสร้อยจะได้ไม่ต้องกลายเป็นเปรตมาร้องขอส่วนบุญแถวนี้”


สารภีเดินออกจากห้องคุณหญิง ได้ยินเสียงพุดกรองร้องลั่นบ้าน สารภีถอดผ้าคลุมหน้าออกยิ้มพอใจกับผลงานของตัวเอง

ooooooo

กระทั่งวันรุ่งขึ้น จางวางพ่วงก็ยังอารมณ์ค้างขุ่นมัวมึนตึงจนเพียรอ่อนใจที่จะหว่านล้อม พลันก็ได้ยินเสียงเอื้อยร้องเรียกและวิ่งขึ้นเรือนมาอย่างตื่นเต้น แต่พอเห็นจางวางพ่วงเอื้อยก็พูดอย่างสงบเสงี่ยม

“พิกุลกลับมาแล้วจ้ะ”

“ไปเรียกมันขึ้นมา” จางวางสั่ง แต่เอื้อยไม่ทันลงไปพิกุลก็ขึ้นมาแล้วตามด้วยเจ้าคุณพิชัย

“ไม่เจอกันเสียนานนะจางวาง” เจ้าคุณทักยิ้มแย้ม

จางวางมองเจ้าคุณอย่างแปลกใจ อึดใจเดียว หลวงราชก็ตามขึ้นมามีผ้าพันแผลที่หัว มุดตามมายืนห่างๆ  จางวางเห็นทุกคนแล้วเมินหน้าอย่างมีทิฐิ เจ้าคุณถามว่าจะไม่ถามหน่อยรึว่าตนมาเยี่ยมถึงเรือนด้วยเหตุใด จางวางยังทำเฉย เจ้าคุณบอกว่าตนพาลูกมาขอขมาก็ถูกจางวางไล่ให้กลับไป

“ฉันกลับแน่ แต่จะกลับไปพร้อมกับลูกสะใภ้ของฉัน” จางวางทนไม่ไหวหันกลับมาเผชิญหน้าเจ้าคุณ

“ฉันมาสู่ขอแม่พิกุลให้ลูกชายฉัน” เจ้าคุณพูดธุระของตน

จางวางส่ายหน้าบอกว่าพิกุลผูกข้อมือกับสินแล้ว ใครอื่นก็ไม่มีสิทธิ์ในตัวมัน เจ้าคุณติงว่าไม่เห็นสายสิญจน์ที่ข้อมือพิกุล จางวางมองที่ข้อมือพิกุลไม่เห็นสายสิญจน์ แต่พูดอย่างเป็นต่อว่าสายสิญจน์อีกเส้นยังผูกที่ข้อมือของสิน

สินจึงกระชากสายสิญจน์จากข้อมือตนต่อหน้าจางวาง

“ไอ้สิน!! กูจะเอาเลือดหัวมึงออกอีกคน”

“ฉันขอเถอะท่านจางวาง” เจ้าคุณเข้าขวาง และสินก็ไหว้ขอโทษ เจ้าคุณมองสินกับพิกุล เอ่ยขอ “เมื่อเด็กสองคนนี้มีพันธะต่อกันแล้ว ฉันก็จะขอเป็นผู้ดูแลพิกุลให้สมฐานะสะใภ้ของตระกูล...ได้รึไม่ล่ะ”

จางวางชักสีหน้าเหมือนถูกมัดมือชก แต่เจ้าคุณยังคงพูดต่อไปอย่างเยือกเย็น

“ลูกชายฉันทำผิดต่อท่านจางวางอย่างเกินอภัย ในฐานะพ่อ ฉันก็ได้แต่โทษตัวเองที่อบรมบ่มนิสัยได้แต่เพียงไม่ให้ระรานใคร แต่ไอ้เรื่องรักใคร่ชอบพอฉันหนุ่มสาว ฉันเกินจะอบรมได้” เจ้าคุณมองผ้าพันหัว ของหลวงราชแล้วพูดต่อยิ้มๆ “เมื่อจางวางก็เป็นธุระสั่งสอนให้แต่เมื่อคืนแล้วก็ถือเสียว่าลูกฉันเป็นลูกหลานจางวางด้วยก็แล้วกัน”

พิกุลบอกว่าตนตามคุณหลวงไปเอง ไม่คิดว่าผิดครั้งนี้พ่อเจ็บช้ำเพียงไหน จางวางบอกว่าเจ็บครั้งนี้ขอขมาอย่างไรแผลในใจตนก็ไม่มีวันสนิทได้อย่างเดิม

“หากพี่เอาแต่ทิ่มแทงตัวเองด้วยความคิดเช่นนี้มันก็ไม่มีวันสนิทไปได้หรอก ลูกหันมาขอขมาพี่แล้ว ทั้งท่านเจ้าคุณและคุณหลวงก็มากราบกรานต่อหน้า พี่จะอโหสิไม่ได้รึ” เพียรช่วยหว่านล้อม ถูกจางวางย้อนถามว่า

“แม่เพียรอยากเห็นมันตายตกตามกันไปหรืออย่างไร”

“ใช่ว่าฉันจะดูแคลนสิ่งที่ท่านจางวางถือหรอกนะ แต่ฉันเห็นว่าท่านขรัวตาเพียงแต่เตือนให้ระวัง มิใช่จะสาปแช่งให้เป็นเช่นนั้น” เจ้าคุณพูดแทรก จางวางแปลกใจที่เจ้าคุณรู้เรื่องนี้ เจ้าคุณถามว่า “ฉันพูดอะไรผิดไปรึ”

เพียรบอกว่าไม่ผิด ดีเสียด้วยซ้ำที่เจ้าคุณเตือนสติ เจ้าคุณจึงพยักหน้าให้หลวงราชทำตามที่นัดกันไว้

หลวงราชคลานเข้าไปหาจางวาง พิกุลตามไปนั่งพับเพียบต่อหน้าจางวางกับเพียร เพียรสะกิดให้จางวางรับไหว้  จางวางไม่สนใจแต่ไม่ลุกหนี

ทุกคนลุ้นว่าจางวางจะทำอย่างไร ในที่สุดจางวางก็เอามือจับบ่าหลวงราชกับพิกุล

พิกุลเงยหน้ามองพ่ออย่างซาบซึ้ง ความอึดอัดทั้งหมดคลี่คลายทันที หลวงราชกับพิกุลก้มกราบ จางวางมองทั้งสองน้ำตาซึมเป็นการให้อภัยโดยปริยาย ทุกคนยิ้มเมื่อความบาดหมางคลี่คลาย

สินยิ้มให้กับความสมหวังของหลวงราชกับพิกุลทั้งที่หัวใจตัวเองมีบาดแผล...

ooooooo

เมื่อทุกอย่างลงเอยด้วยดีแล้ว เจ้าคุณกับหลวงราชจึงเดินทางกลับพระนคร พิกุลยืนที่หน้าต่างมองเรือของหลวงราชที่ห่างสายตาออกไปเรื่อยๆ พึมพำ

“รีบกลับมานะเจ้าคะ...คุณยศของพิกุล”

แล้ววันนี้จีนพ้งก็ส่งพุดกรองไปเรียนที่ปีนัง ส่งพุดกรองแล้วกลับมาเจอสารภี จีนพ้งมองหน้าถามว่า

“ไอ้ปิงมันบอกว่าลื้อฆ่าคุณหญิงต่อหน้าพุดกรอง...”

สารภีจิบชาใจเย็นบอกว่าถ้าไม่เสนอหน้าสอพลอนังคุณหญิงเสียอย่างมันก็ไม่เห็น แส่ไม่เข้าเรื่อง จีนพ้งตำหนิว่าลื้อไม่เห็นใจพุดกรองแม้แต่น้อย สารภีสวนว่ามันต้องเกรงใจต่างหาก โตขึ้นมันจะได้ไม่ทำกำแหงกับฉัน

“ตอกตะปูปิดฝาโลงส่งเมียท่านเจ้าคุณแล้ว ต่อไปก็ถึงทีมัดมือมัดตีนไอ้คุณหลวงให้ลื้อ” สารภีบอกว่าถ้าง่ายอย่างนั้นตนทำเองแล้ว “มีหมากตัวสำคัญอยู่กับมือคุณหลวงจะพลิกกระดานเล่นอย่างไรก็มีแต่จนแต้ม”

“หมากตัวสำคัญ...อะไรรึเตี่ย?”

ooooooo

เจ้าคุณพิชัยกับหลวงราชกลับมาถึงบ้านเห็นพวกบ่าวพากันร้องไห้ก็แปลกใจ เมื่อเข้าไปในบ้านเห็นเจ้าคุณต่วนกับหลวงบำรุงยืนมองร่างคุณหญิงที่นอนอยู่บนตั่งมีผ้าคลุมถึงคอ

เจ้าคุณตรงไปทรุดตัวข้างตั่งมองร่างคุณหญิงอย่างไม่เชื่อสายตา ถามเสียงปร่าว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณหญิง พวกบ่าวพากันหลบหน้า เจ้าคุณต่วนจึงอธิบายให้ฟัง

หลวงราชเห็นร่องรอยที่คอคุณหญิงจึงดึงผ้าคลุมออก เจ้าคุณเห็นร่องรอยนั่นด่าอย่างแค้นใจ

“ไอ้คนที่มันทำเช่นนี้ได้ก็มีแต่สัตว์นรกเท่านั้น มันทำไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงไม่มีทางสู้อย่างนี้”

เจ้าคุณต่วนบอกมุดให้พาเจ้าคุณพิชัยไปพัก บอกเจ้าคุณว่าทางนี้ตนจะให้ลูกน้องดูแลต่อเอง พูดกับหลวงราชว่า พลตระเวนรายงานว่าก๊วนโจรเผาเรือนเล็ก ล่อให้พวกบ่าวออกจากตึกใหญ่แล้วจึงขึ้นโจรกรรมทรัพย์สินมีค่าของคุณหญิงไปจนหมด คุณหญิงท่านขัดขืน ก็เลย...

หลวงราชบอกว่าถ้าตนอยู่เฝ้าเรือน คุณแม่ก็คงไม่ต้องมารับเคราะห์เยี่ยงนี้ เจ้าคุณต่วนบอกว่าเอาแต่โทษตัวเองก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ทางที่ดีให้ไปให้ปากคำท่านเจ้ากรมก่อนเถิด ทางนั้นอาจจะได้เบาะแสก๊วนโจรบ้างก็ได้ 

หลวงบำรุงก็บอกว่าตนจะช่วยดูแลเรื่องพิธีการงานศพให้เอง

หลวงราชบอกบ่าวให้ออกไปเสีย ตนจะอยู่กับแม่ตามลำพัง แล้วเอามือคุณหญิงมาวางที่หัว เจ็บปวดปานหัวใจสลาย...

เช้าวันรุ่งขึ้น สารภีมาแสดงความเสียใจกับเจ้าคุณพิชัยที่ยังซึมเศร้าเหมือนไม่อยากรับรู้อะไรทั้งสิ้น สารภีบอกเจ้าคุณว่าคืนเกิดเหตุพุดกรองก็อยู่กับคุณหญิง แต่น้องสาวตนตกใจจนพูดอะไรไม่ออก ถามอะไรก็เอาแต่ร้องไห้ ครั้นถามว่าเห็นหน้าโจรนั่นไหมก็ไม่ได้เรื่อง รวบรัดกันพุดกรองออกไปว่า

“ที่หวังจะให้ช่วยบอกรูปพรรณสัณฐานแก่พวกโปลิศก็เป็นอันหมดหวัง” แล้วสารภีก็ตัดบทหยั่งเชิงว่า “เกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้ก็คงต้องลืมเรื่องอื่นไปก่อนสิเจ้าคะ”

เจ้าคุณรู้ว่าสารภีหมายถึงเรื่องอะไร แต่ไม่ตอบ ลุกขึ้น มุดจะเข้าช่วยแต่สารภีปราดเข้าไปช่วยแทน เจ้าคุณยิ้มขอบใจแต่ยืนขึ้นด้วยตัวเองโดยไม่ทันที่สารภีจะช่วย

สารภียิ้มแก้เก้อ แต่พอเจ้าคุณเดินออกไป สีหน้าที่ยิ้มแย้มก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อเดินออกไปก็เหลียวกลับมองไปทั่วบริเวณยิ้มอย่างหมายมาดว่า 

อีกไม่นานบ้านพิชัยเดชาก็ต้องตกเป็นของตน แต่พอมองไปเห็นหลวงราชกำลังขึ้นตึกมากับพลตระเวนสองคน ทั้งสองเห็นกันแต่หลวงราชไม่ได้เดินมาหา สารภีจึงเดินไปหาเอง ไหว้แล้วเอ่ยแสดงความเสียใจกับหลวงราช

คุณหลวงถามว่าหล่อนมีธุระอะไรหรือ สารภีบอกว่ามาแจ้งข่าวพุดกรองให้ท่านเจ้าคุณทราบว่าเตี่ยส่งพุดกรองไปรักษาตัวที่ปีนังแล้ว

“ช่างรีบร้อนนัก ถ้าแม่พุดกรองเห็นหน้าไอ้โจรนั่น คงพอจะให้การที่เป็นประโยชน์ได้”

“แต่ก็คงช่วยอะไรไม่ได้นักเจ้าค่ะ เพราะตอนนี้ก็เหมือนคนไม่มีสมประดี”

หลวงราชบอกว่าพุดกรองช่างโชคร้ายที่ต้องมารับรู้ความต่ำช้าของโจรทมิฬที่ทรามเกินคน บอกพลตระเวนที่มาด้วยว่าตนจะพาไปตรวจที่เกิดเหตุอีกครั้ง “หากเป็นแค่โจรมันต้องทิ้งหลักฐานไว้บ้าง นอกเสียจากไอ้โจรผู้นี้มันจะวางแผนเตรียมการมาอย่างดี...เกินโจร”

หลวงราชมองสารภีเหมือนจะบอกกลายๆ แล้วพาพลตระเวนขึ้นไปที่ห้องพักของคุณหญิง

สารภีเจ็บใจที่ถูกหลวงราชด่ากระทบต่อหน้า คิดแค้นว่าจะต้องทำบางอย่างให้สาแก่ใจ

วันนี้ขณะจีนพ้งฝนหมึกจะเขียนพู่กัน สารภีก็เข้ามาถามว่าไอ้ปิงมันหายหัวไปไหน จีนพ้งถามว่าจะใช้งานอะไรตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา แต่สารภีบอกว่าตนไม่รอ พลางตะโกนเรียกปิง

“แผนการของอั๊วจะพังเพราะโทสะลื้อ สารภี” จีนพ้งพยายามทัดทาน แต่สารภีบอกว่าหากปล่อยไว้นานกว่านี้ คุณหลวงก็มีแต่จะห่างตนไปทุกที จีนพ้งหว่านล้อมว่า “ถึงอย่างไรคุณหลวงก็ต้องเป็นของลื้อวันยังค่ำ ลื้อใจเย็นลงเสียก่อน”

สารภีสะบัดหน้าฮึดฮัดไม่ฟัง

ooooooo

เพราะการสูญเสียคุณหญิง ทุกคนที่บ้านเจ้าคุณพิชัยอยู่ในความเศร้าโศกเสียใจ เจ้าคุณต่วนบอกหลวงราชว่าเรื่องที่จะให้ตนไปสู่ขอพิกุลนั้นเห็นทีต้องยุติไว้ก่อน หลวงราชบอกว่าตนส่งจดหมายไปแจ้งข่าวพิกุลแล้ว

แต่แล้วก็มีเรื่องตึงเครียดยิ่งขึ้น เมื่อมีคนแปลกหน้าฝากของมาให้หลวงราช เปิดกล่องออกดูเป็นนิ้วนางคนสวมแหวน! เจ้าคุณต่วนเห็นแหวนนั้นเป็นแหวนทองหน้าเรียบสลักตราประจำตระกูลสำหรับประทับในสัญญาการค้าของผู้แทนการค้าจากยุโรป

ขณะนั้นเองมุดก็เอากล่องใหญ่กว่ากล่องแรกมาให้หลวงราช เมื่อแกะออกดูเป็นชุดสากลสำหรับออกงานเลี้ยงที่เปื้อนคราบเลือดทั้งชุด มีจดหมายวางอยู่บนเสื้อ พอหลวงราชอ่านจดหมายก็โพล่งอย่างฉุนขาด

“มันต้องการค่าไถ่เป็นทองคำสามหีบในสามวันนี้ มิเช่นนั้น...มันจะกุดหัวท่านผู้แทนการค้า”

 “มันเป็นใคร นี่มันไม่รู้หรือว่าหากท่านเป็นอะไรไป พวกฝรั่งมันจะหาเหตุส่งเรือรบมาปิดอ่าวแล้วต่อรอง เอาดินแดนไปอีกก็เป็นได้” เจ้าคุณต่วนเป็นกังวล

เจ้าคุณต่วนปรารภกับหลวงราชว่าดูท่าคนของเราจะหาตัวมันไม่ได้ง่ายในสามวัน จีนพ้งก็มาขอพบหลวงราช ตีหน้าเศร้าขอร้องคุณหลวงอย่าปรักปรำตน เพราะตนตัดนายตัดบ่าวกับปิงนับแต่มันก่อเรื่องกับคุณดาวคุณเดือนแล้ว ที่รู้ว่ามันแหกคุกออกมาก่อเรื่องนี้เพราะลูกน้องกงสีคาบข่าวมาบอก มันคงโกรธเป็นหมาบ้าแว้งกัดคนไปทั่ว

หลวงราชติงอย่างจับผิดจีนพ้งว่า มันทำเรื่องร้ายนี้เพียงแค่ต้องการค่าไถ่รึ...คนอย่างมันรึจะรู้ว่าต้องลักพาคนสำคัญเช่นนี้หากไม่มีใครบอกมัน

“คุณหลวงมองมันผิดไปแล้วขอรับ ไอ้ปิงมันฉลาดกว่าที่ใครจะตามมันทัน ดูแต่เรื่องคุณเดือนคุณดาวสิขอรับ กระผมเป็นนายมันแท้ๆยังอ่านใจมันไม่ออกว่ามันวางแผนกระทำการชั่วร้ายได้ถึงเพียงนั้น...กระผมยังโทษตัวเองจนถึงบัดนี้ว่าถ้ารู้ทันมัน เจ้าคุณยุทธนาคงไม่ต้องสูญเสียลูกสาวไปคราเดียวกันทั้งสองคน ความรู้สึกผิดครั้งนั้นยากที่จะหาอะไรมาลบล้างไปได้ขอรับ”

“ฉันว่าเจ้าสัวยังพอมีโอกาสจะลบล้างความผิดในใจได้นะ” เสียงเจ้าคุณพิชัยเอ่ยแทรกและปรากฏตัวที่ประตู เจ้าคุณพิชัยเข้ามาร่วมสนทนาเสนอเงื่อนไขบางอย่างแก่จีนพ้ง

เจ้าคุณพิชัยเสนอให้จีนพ้งที่เป็นเจ้านายเก่าของปิงเจรจากับปิงยืดเวลาออกไปเราก็ยังพอมีทางช่วยผู้แทนการค้าได้ หลวงราชถามว่าเมื่อรู้แน่แท้ว่าเป็นมัน ทำไมเราไม่จับตาย เจ้าคุณต่วนติงว่าหากมันรู้ว่าเราตุกติกมันอาจปลิดชีวิตตัวประกันเสียแต่ตอนนี้เลยก็ได้

เจ้าคุณต่วนเชื่อว่าปิงยังสำนึกคุณข้าวแดงแกงร้อนเจ้าสัวอยู่ มันคงไม่เอาชีวิตเจ้าสัวหรอก

จีนพ้งว่าตนเองไม่กระไรแต่เป็นห่วงสารภีว่าใครจะดูแล ถามว่าท่านเจ้าคุณจะรับปากได้หรือไม่ว่าจะดูแลลูกสาวตนได้ หลวงราชไม่พอใจลุกออกไปทันที เจ้าคุณพิชัยพูดไล่หลังไปว่า

“เจ้ายศ...เรื่องมันจะฉิบหายบานปลายก็เพราะความดึงดันของแกนะ”

จีนพ้งกระหยิ่มยิ้มย่องในแผนการของตน เมื่อเจ้าคุณพิชัยช่วยบีบหลวงราช

หลวงราชออกมาเจอสารภียืนรอจีนพ้งอยู่หน้าห้องถามว่าเตี่ยเอาเรื่องไม่สบายใจมาคุยกับคุณยศหรือ

หลวงราชถามว่าเรื่องสำคัญเช่นนี้หล่อนไม่รู้รึ สารภียังทำหน้าซื่อตาใส หลวงราชจึงบอกว่า

“คนของหล่อนมันก่อเรื่องใหญ่ให้ฉันตามแก้ไม่พอ แต่ต้องเดือดร้อนพ่อของหล่อนด้วย...พ่อของหล่อนต้องช่วยเจรจากับไอ้ปิงเพื่อช่วยตัวท่านผู้แทนการค้ากลับมา”

“จริงรึเจ้าคะ มันแค้นเรื่องที่เตี่ยตัดหางปล่อยวัดมัน...หากเตี่ยต้องเผชิญหน้ากับมันสารภียิ่งเป็นห่วง”

“เช่นนั้นรึ พ่อหล่อนถึงฝากฝังหล่อนไว้กับฉัน...แต่ฉันมีคนของฉันแล้ว ฉันดูแลแม่พิกุลของฉัน ไม่มีใครหรือสิ่งอื่นใดสำคัญเหนือกว่านี้...สามวัน มันเหลือพอที่ฉันจะปลิดหัวไอ้ปิง มันจะไม่ได้เศษทองแม้สักธุลีเดียว”

สารภีหน้าชื่นแล้วหน้าเจื่อนเมื่อฟังหลวงราชจบ เมื่อหลบออกมาแล้ว พึมพำอย่างเจ็บแค้น...

“คุณยศบังคับให้อิฉันต้องตัดสินใจเช่นนี้นะเจ้าคะ”

กลับมาถึงบูรพาเคหาสน์ จีนพ้งถามสารภีว่าใช้ไอ้ปิงไปทำอะไร อย่างไรคุณหลวงก็ต้องสยบแทบเท้าตน จะใช้ไอ้ปิงให้เปลืองแรงทำไม สารภีเหยียดยิ้มติงว่า เอาแต่เจรจาอย่างเตี่ย คุณยศจะเป็นของตนได้ยังไง

เช้าวันต่อมาหลวงราชไม่พอใจมากเมื่อฟังเจ้าคุณพ่อพูดจบ ตัดพ้อว่าคุณพ่อก็รู้ว่าตนต้องแลกความช่วยเหลือครั้งนี้กับอะไร

“ฉันรู้ว่าแกรักแม่พิกุล แต่แกก็ต้องทำหน้าที่ของข้าราชการที่ดี มันถึงเวลาแล้วที่แกต้องพิสูจน์ว่าแกเห็นแก่ประโยชน์ของแผ่นดินมากกว่าความพอใจของตัวเอง”

หลวงราชบอกว่าเรายังมีเวลา เจ้าคุณเสียงเข้มว่าท่านผู้แทนการค้าไม่สมควรต้องเสี่ยงชีวิตแม้แต่นาทีเดียว เจ้าคุณต่วนเข้ามาบอกว่า

“ฟังบิดาของคุณหลวงเสียบ้างเถิด ฉันไม่เห็นทางอื่นใดที่จะช่วยท่านผู้แทนการค้าได้ดีกว่านี้แล้ว... แต่งงานกับแม่สารภีเถิดคุณหลวง”

ooooooo


ละครปี่แก้วนางหงส์ ตอนที่ 7 อ่านปี่แก้วนางหงส์ติดตามละครปี่แก้วนางหงส์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย วรินทร ปัญหกาญจน์,ราณี แคมเปน 8 พ.ย. 2561 08:04 2018-11-13T03:10:16+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ