ข่าว

วิดีโอ



ปี่แก้วนางหงส์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-โรแมนติก-ย้อนยุค

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: บลูลาวา

กำกับการแสดงโดย: แมน เมธี

ผลิตโดย: บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: วรินทร ปัญหกาญจน์,ราณี แคมเปน

หญิงเดือนถูกนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลของหมอเฮส์ ความเจ็บปวดจากบาดแผลทำให้ร้องครวญครางออกมาทั้งที่ยังหลับ หมอฝรั่งต้องฉีดมอร์ฟีนให้จึงสงบลง หมอฝรั่งบอกหลวงราชที่ไปเฝ้าดูอาการอยู่ว่า

“ถึงบุตรีของท่านเจ้าคุณยังพอมีโชคอยู่บ้าง คมดาบไม่โดนจุดสำคัญแต่โชคร้ายที่บาดแผลฉกรรจ์เช่นนี้จะทำให้เจ็บเจียนตาย คนไข้ต้องพึ่งมอร์ฟีนระงับปวดขนานใหญ่ หากไม่แพ้เสียก่อนก็พอหวังได้”

“เช่นนั้นแม่เดือนคงยังไม่มีสติพอจะให้ปากคำได้”

“ยังมิใช่เวลาอันใกล้นี้เป็นแน่”

หมอฝรั่งออกไปแล้วหลวงราชยังยืนมองหญิงเดือนด้วยความห่วงใย ครู่หนึ่งได้ยินเสียงคนเข้ามา หลวงราชหันมองเห็นสารภียืนอยู่หน้าห้อง คุณหลวงแปลกใจว่าสารภีรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?

“หมอท่านเรียกให้มาดูแผลเจ้าค่ะ สารภีนึกไม่ถึงว่าจะพบคุณเดือนในสภาพนี้” สารภีเอ่ยขณะเดินคุยมาด้วยกัน หลวงราชถามว่าดีขึ้นหรือไม่ล่ะ “อย่าห่วงเลยเจ้าค่ะ เห็นคุณเดือนแล้ว บาดแผลของสารภีก็ดูเป็นเรื่องเล็กน้อย เธอไม่น่าจะต้องพบเจอเรื่องโหดร้ายเช่นนี้เลย...ยิ่งนึกถึงวันที่ต้องรับรู้ว่าคุณดาวมีอันเป็นไปเสียแล้วคงแทบขาดใจ” หลวงราชมองสารภีอย่างแปลกใจ “ทำไมคุณยศมองสารภีเยี่ยงนี้เจ้าคะ”

“หล่อนห่วงแม่เดือน ทั้งที่เขาทำหล่อนเจ็บรึ” สารภีย้อนถามว่าคุณยศเห็นว่าตนต้องสมน้ำหน้าพี่น้องคู่นี้หรือ “ฉันไม่ได้หมายว่าหล่อนจะต้องใจไม้ไส้ระกำ เพียงแต่นึกประหลาดใจว่าคนเราจะให้อภัยใครได้ในชั่วเวลาอันสั้นๆทั้งที่ถูกกระทำเยี่ยงนี้”

“เพราะความห่วงใยของคุณยศที่มีต่อสารภีอย่างไรเจ้าค่ะ ที่ทำให้สารภีเปลี่ยนความแค้นเคืองให้ กลายเป็นความห่วงใยคนอื่น” สารภีพูดหน้าซื่อตาใสแต่ยิ่งทำให้หลวงราชสับสน คิดว่าตนอาจระแวงสารภีเกินไป

หลวงราชพาสารภีไปที่บ้านเพราะสารภีจะมอบน้ำปรุงฝรั่งมาให้คุณหญิง แต่พอคุณหญิงเห็นก็ลุกพรวดสั่งสร้อยให้ไล่มันให้พ้นหูพ้นตาตนที สารภีทำเป็นเสียใจบอกว่าตนผิดเองไม่ทันคิดว่าคุณหญิงกำลังเสียใจเรื่องคุณดาวกับคุณเดือน วันนี้คงไม่มีอารมณ์จะรับของกำนัลจากใคร

หลวงราชบอกคุณหญิงว่าสารภีตั้งใจจะเอาน้ำปรุงฝรั่งมาให้ตั้งแต่วันเกิดเรื่อง ขอให้คุณหญิงรับไว้ให้สมกับที่สารภีมีน้ำใจเถิด คุณหญิงเสียงเข้มใส่สารภีว่า

“ไม่ต้องมาเอาใจฉัน ฉันไม่มีวันรับแกเข้าบ้าน มีแต่จะยิ่งเหม็นขี้หน้าเสียด้วยซ้ำ เก็บของหล่อนไว้ใช้เองเถิด เพราะหล่อนอาจต้องใช้มันกลบกลิ่นคาวเลือดที่เปื้อนมือหล่อนอยู่”

“คุณหญิงหมายถึงอะไรเจ้าคะ” สารภีจ้องหน้าถาม

หลวงราชก็ว่าคุณแม่พูดลอยๆ เช่นนี้ไม่เหมาะนะขอรับ คุณหญิงบอกคุณหลวงว่าแม่นี่มันไม่ได้ใสซื่ออย่างที่ลูกคิด สารภีขอให้คุณหญิงพูดให้กระจ่าง อย่าใส่ความกันเช่นนี้

คุณหญิงมองแผลที่แขนสารภี บอกว่ารอยแผลนี้หล่อนคงแค้นแม่ดาวแม่เดือนจนอยากจะเอาคืน สารภีบอกว่าแผลนี้เป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่เรื่องจะเอามาคิดแค้นกัน

“แม่เดือน แม่ดาวเป็นฝ่ายเริ่มก่อนเสียด้วยซ้ำนะขอรับ กระผมยังมิได้ไต่สวนทวนความด้วยซ้ำว่ามีใครเกี่ยวข้องอีกบ้าง”

“ไม่ต้องมาขู่แม่เรื่องนั้น เพราะเรื่องใหญ่กว่าคือคดีของแม่เดือน แม่ดาวที่ถูกทำร้ายเจียนตาย วันไหนที่ท่านเจ้าคุณยุทธนาท่านสืบสาวราวเรื่องไปถึงไอ้คนสั่งการได้ละก็...ไอ้คนสั่งการมันไม่มีวันอยู่เป็นสุขแน่”

คุณหญิงมองสารภีอย่างรู้ทัน หมายมาด แต่สารภีจ้องตอบอย่างเลือดเย็น

เมื่อสารภีกลับไปแล้ว สร้อยสอพลอว่าคุณหญิงขู่จนแม่นั่นหงอกลับไปเลย คุณหญิงบอกว่าแต่มันไม่มีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย ถามสร้อยว่า “เห็นแววตาของมันไหม แข็งกร้าวอย่างกับนังนิ่มว่าไว้ไม่ผิด”

สร้อยเสนอให้เรียกแม่นิ่มมาถามไถ่เลยไหม จับพลัดจับผลูได้รู้อะไรดีๆขึ้นมาคุณหญิงพิศจะได้แก้แค้นได้ถูกตัว คุณหญิงบอกว่าดี คิดเสียว่าได้ทำอะไรให้คุณพิศบ้าง เห็นแก่หัวอกคนเป็นแม่ด้วยกัน แล้วสั่งสร้อยอย่าลืมเตรียมชุดงานศพให้ด้วย

ooooooo

ที่ยูไนเต็ดคลับ...หลวงโชติกับหลวงแจ่มเห็นหลวงราชควงสารภีเข้ามาก็คุยกันว่า

“ดูท่าสารภีจะมัดใจคุณยศได้อยู่หมัดก็คราวนี้แหละ และสารภีก็คงได้ทีประกาศคู่ควงใหม่ให้สังคมรับทราบด้วย ต่อไปเราคงได้ยินคุณยศพูดถึงสารภีจนเบื่อไปข้าง”

หลวงราชอยู่กับสารภีที่อีกมุมหนึ่ง เมื่อคุณหลวงส่งแก้วเครื่องดื่มให้ สารภีก็เอ่ย

“สารภีตั้งใจจะไปขออโหสิกรรมคุณดาวนะเจ้าคะ แต่เกรงว่าคุณแม่ของคุณยศจะเข้าใจสารภีผิดไปกันใหญ่”

“ไม่คิดแค้นก็เท่ากับได้อโหสิกรรมกันแล้ว แต่หากหล่อนยังไม่คลายใจ ฉันจะมารับหล่อนไปคารวะศพแม่ดาวเอง”

“เจ้าค่ะ สารภีซาบซึ้งนักเจ้าค่ะที่คุณยศจะช่วยเป็นปากเป็นเสียงแทน ยิ่งเฉพาะเมื่ออยู่ต่อหน้าคุณหญิง”

สารภีส่งสายตาให้ หลวงราชทำทีเหมือนคล้อยตาม แต่จู่ๆไฟในคลับก็ดับพึ่บ เสียงสาวๆในคลับตกใจร้องวี้ดว้าย แต่สารภีกลับนิ่ง ไม่แม้แต่จะสะดุด

“แม่สาวๆพวกนี้ วี้ดว้ายจนเกินกว่าเหตุนัก” หลวงราช บ่น ถามสารภีว่า “หล่อนไม่กลัวความมืดรึ”

“เพราะสารภีรู้ว่ามีคุณยศอยู่ตรงนี้อย่างไรเจ้าคะ ...คุณยศรู้ไหมเจ้าคะว่าแท้จริงแล้ว ผู้หญิงน่ะไม่ได้ต้องการสิ่งอื่นใดเลยเจ้าค่ะ นอกเสียจากคนที่จะปกป้องดูแลเท่านั้น”

“ขอบใจที่หล่อนเห็นความห่วงใยของฉัน...ไฟดับเยี่ยงนี้ก็หมดสนุกแล้ว หล่อนจะกลับกับฉันไหม”

สารภียิ้มเต็มหน้าแทนคำตอบอย่างรู้สึกดีมากๆ แล้วควงหลวงราชมาที่หน้าคลับ ระหว่างที่รอรถนั้น มีรถเจ๊กคันหนึ่งมาส่งนักเที่ยว พอส่งนักเที่ยวแล้ว รถเจ๊กคันนั้นก็กลับมาใช้กรรไกรขาเดียวผูกผ้าแดงขู่ สารภีเห็นก็รู้ว่าเป็นลูกน้องในแก๊งจีนสง

“จีนสง?” หลวงราชพึมพำเมื่อเห็นกรรไกรขาเดียวผูกผ้าแดง คุณหลวงถีบลูกแก๊งจีนสงที่มาขวางพยายามสกัดรถลากที่จะพาสารภีหนี สามารถดึงสารภีออกจากรถได้ ถูกลูกน้องจีนสงรุมแต่หลวงราชก็ทั้งปกป้องสารภีและตัวเอง แต่ก็พลาดเมื่อสารภีถูกลูกน้องจีนสงจะใช้กรรไกรแทง จึงพุ่งเข้าปกป้อง ลูกน้องจีนสงจึงแทงหลวงราชแทน ปลายกรรไกรเฉี่ยวแขนหลวงราช ลูกน้องจีนสงจะแทงซ้ำ

“คุณยศ!!!” สารภีตกใจ ลูกน้องสารภีเข้าช่วยหลวงราชทัน ลูกน้องจีนสงจึงหนีไป สารภีเข้าไปดูหลวงราช “คุณยศ คุณยศเจ็บตัวเพราะสารภีแท้ๆ”

“หล่อนไม่เป็นอะไรใช่ไหม”

เป็นคำถามที่ทำให้สารภียิ่งซาบซึ้ง อบอุ่น ที่คุณหลวงเป็นห่วงตนมาก

เมื่อกลับถึงห้องนอน สารภีแกะผ้าพันแผลที่แขนออก แผลเริ่มเลือนแล้ว เธอหยิบสีผึ้งมานวดที่รอยแผล พึมพำเคลิ้ม...

“คุณยศทำเพื่อสารภีถึงเพียงนี้ สารภีจะดูแลตัวเองให้ดีให้สมกับที่เป็นของที่มีค่าที่สุดของคุณยศเจ้าค่ะ... แม้ตำหนิเพียงน้อย คุณยศก็ไม่มีวันจะได้เห็น”

ooooooo

จางวางพ่วงยกวงกลับสุพรรณได้ไม่นาน อ้นกับอ่ำก็ขอกลับบ้านไปหาพ่อแม่สักสี่ซ้าห้าวัน จางวางให้รีบไปรีบมาอย่าหายเข้ากลีบเมฆ แล้วถามว่าสินจะไปกี่วัน สินบอกว่าจะรีบไปรีบมา

“ข้าถามว่ากี่วัน” จางวางคาดคั้น “ข้าออกปากกับกำนันแล้วว่าจะให้มาเป็นผู้ใหญ่ในงานแต่งของเอ็งกับพิกุล ถ้าเอ็งบิดพลิ้วคิดจะเลี่ยงก็ให้นึกถึงหน้าข้าด้วย” สินรับคำเบาๆ “ที่สำคัญกว่าหน้าข้าก็คือเกียรติยศศักดิ์ศรีของนังพิกุล เอ็งรู้ดีใช่หรือไม่”

“จ้ะ”

“ข้าไว้ใจเอ็งได้ใช่ไหมไอ้สิน หากไม่กลับมา เอ็งกับข้าไม่ใช่ครูกับศิษย์กัน จำไว้!!”

คืนนี้พิกุลนั่งปักผ้าถูกเข็มแทงนิ้วพิกุลดูดเลือดออกแล้วกดแผลไว้ ถามจางวางว่า “พ่อว่าอะไรจ๊ะ”

“วันไหนที่ไอ้สินกลับมาข้าจะจัดงานแต่งงานให้เอ็ง หมดเรื่องนี้ข้าจะได้เบาใจลง” พิกุลติงอย่างอัดอั้นว่า พ่อเบาใจ...แต่ฉัน...ก็ถูกจางวางพูดดักว่า “หากเอ็งยังอาลัยอาวรณ์กับไอ้คนทางพระนคร ก็ให้นึกบ้างว่ามันทำอะไรพวกเราไว้บ้าง”

“พิกุลลืมเขาไปแล้ว แต่ก็หมายว่าพ่อจะเลิกบังคับใจให้พิกุลออกเรือนไปกับพี่สินด้วย”

“ไอ้สินมันคู่ควรกับเอ็ง ข้าหวังดีอยากเห็นเอ็งออกเรือนไปโดยไม่ต้องห่วงกังวล หากเอ็งขัดใจก็มีแต่จะสร้างกังวลให้พ่อกับแม่เท่านั้น”

“แต่เอื้อยก็รักพี่สินไม่น้อยกว่าฉัน หากพ่อบังคับใจให้ฉันออกเรือนกับพี่สิน เอื้อยก็จะมีแต่เสียใจ ฉันก็ไม่พ้นเป็นเพื่อนที่เลวเท่านั้น” จางวางตวาดปราม แต่พิกุลก็ยังพูดความคิดของตนว่า “ไม่มีใครสมควรต้องถูกทำร้ายจิตใจเพราะการแต่งงานครั้งนี้ พ่อตรองดูทีเถอะจ้ะ” พิกุลคลานเข้าไปหาเพื่อขอร้อง แต่ถูกจางวางเสียงเข้มใส่ว่า

“ข้าตรองดีถี่ถ้วนแล้ว เอ็งอย่าขวาง” เมื่อพิกุลจะขอร้องอีกก็ถูกตวาด “นังพิกุล!!!”

พิกุลคลานหนีไป จางวางมองโกรธๆ เพียรเข้ามาเห็นพอดีรีบตามพิกุลไปที่ห้อง ปลอบพิกุลให้ทำใจเถิด ตนก็เกินจะห้ามพ่อได้แล้ว ถามตรงๆว่า

“เอ็งยังหักใจจากคุณหลวงไม่ได้รึ...หากเกินจะหักใจ ก็ขอให้เอ็งนึกถึงคำทำนายของท่านขรัวตาให้จงหนักเถิดลูก เรื่องเป็นเรื่องตาย เอ็งอย่าไปคิดล้อเล่น”

“จ้ะแม่...ฉันจะตระหนักไว้ เรื่องเป็นเรื่องตายมิใช่เรื่องเล่น”

เพียรลูบหลังลูบไหล่พิกุลโดยไม่รู้ว่าพิกุลคิดอย่างไร

ooooooo

ที่โรงพยาบาลหมอเฮส์ คืนนี้หลวงราชยังเฝ้าหญิงเดือนอยู่ ถามพยาบาลที่เข้ามาฉีดยาให้ว่าแม่เดือนได้สติบ้างหรือไม่

“ยังเจ้าค่ะ คุณหมอท่านให้แต่มอร์ฟีนเท่านั้น ท่านเจ้าคุณได้แต่ขอให้คุณหมอดูแลให้คุณเดือนเจ็บน้อยที่สุด แต่คุณเดือนเธอเข้มแข็งนักนะเจ้าคะ บาดแผลฉกรรจ์เช่นนี้ แต่ยังกลั้นใจเอาชีวิตรอดมาได้”

พยาบาลฉีดยาเสร็จก็ออกไป บ่าวของหญิงเดือนที่เฝ้าอยู่หน้าห้องชะโงกเข้ามาดู เห็นหลวงราชยังอยู่ก็ไม่ได้สงสัยอะไร ครู่เดียวจู่ๆหญิงเดือนก็ลืมตาขึ้นมองหลวงราชด้วยสายตาเลื่อนลอย หลวงราชพยายามเรียกให้หญิงเดือนรู้สึกตัว แต่ยิ่งเรียกหน้าหญิงเดือนก็ยิ่งบิดเบี้ยวอย่างเจ็บปวดทั้งที่เพิ่งได้รับมอร์ฟีน

หลวงราชบอกบ่าวที่เฝ้าหน้าห้องให้เรียกพยาบาล แต่พอหันกลับมาก็เห็นหญิงเดือนไปเกาะที่ขอบหน้าต่างแล้ว! หลวงราชเรียกให้ลงมาพลางเดินเข้าไปหา แต่หญิงเดือนส่ายหน้าท่าทางหวาดกลัว

“อย่าเข้ามา...อย่าเข้ามา เดือนกลัวแล้วพี่ดาว เดือนกลัวแล้ว...เดือนไม่ได้หมายจะทำร้ายพี่ดาว เดือนผิดไปแล้ว อย่าทำอะไรเดือนเลย”

หลวงราชสืบเท้าเข้าไปเรื่อยๆ หญิงเดือนร้องอย่างหวาดกลัวเพราะเห็นหน้าหลวงราชเป็นหน้าหญิงดาว หญิงเดือนตัดสินใจกระโดดหน้าต่างลงไป หลวงราชโผล่ไปดูเห็นหญิงเดือนเจ็บปวดพอเห็นหน้าหลวงราชโผล่หน้าต่างดูก็ยิ้มให้ เรียกเสียงแผ่วเบา...

“พี่ยศ...เจ้าคะ”

หลวงราชหายไปจากหน้าต่าง หญิงเดือนสำลัก กระตุก และสิ้นลมก่อนที่หลวงราชลงไปถึง

ที่มุมหนึ่งด้านล่างของโรงพยาบาล มีชุดพยาบาลถูกโยนทิ้งที่มุมมืด แต่ไม่มีใครสังเกตเพราะมุ่งแต่จะไปช่วยหญิงเดือน

เวลาเดียวกันสารภีอยู่ที่ห้องนอนฉีดน้ำหอมก่อนเข้านอนอย่างมีความสุข ชบาเตรียมชุดไปงานศพให้สารภี โผล่หน้ามาถามว่าคิดอะไรจึงจะไปอโหสิกรรมแม่นั่น ไหนว่าจะให้ตายตกไปตามกัน ใครทำให้เปลี่ยนใจหรือ ถูกสารภีตวาด “เรื่องของฉัน อย่ายุ่ง...”

ชบาชูชุดถามว่าตัวนี้ดีหรือไม่ สารภีมองแว่บเดียว บอกให้เลือกมาใหม่ เอาตัวที่สวยที่สุด วิญญาณมันจะได้อยู่เป็นสุข

เมื่อชบาออกไป สารภีคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อหัวค่ำแล้วอดยิ้มไม่ได้ เหลือบมองอุปกรณ์ปักผ้าบนโต๊ะที่ยังปักค้างอยู่แล้วหยิบมาทำต่อ แสยะยิ้ม พึมพำ

“อโหสิกรรมรึ แม่จะแช่งไม่ให้ผุดให้เกิดเลยต่างหาก!!”

ooooooo

หลวงราชเดินในสวน คิดถึงที่หญิงเดือนกระโดดหน้าต่างลงมาเสียชีวิต บอกมุดที่เอาวิสกี้มาให้ว่าตนตั้งตัวไม่ทันเลย สงสารคุณหญิงป้าที่เสียลูกสาวถึงสองคนในคราวเดียว มุดว่าจิตใจมันทำด้วยอะไรถึงทำได้

“มันจงใจฆ่าปิดปากแม่เดือนเพราะไม่ต้องการให้เรื่องถึงตัว วางแผนเป็นขั้นตอนอย่างไม่มีใครจับพิรุธได้เช่นนี้เท่ากับจะเย้ยหยันอำนาจของท่านเจ้าคุณยุทธนาโดยแท้”

มุดว่าอย่างนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กเสียแล้ว ถ้าพวกปี่พาทย์ยังอยู่คงได้เสียงปี่เสียงกลองช่วยผ่อนคลายได้บ้าง ไม่อยู่เสียอย่างนี้บ้านก็เงียบไปเลย หลวงราชว่าถ้าท่านจางวางไม่บังคับจิตใจให้พิกุลผูกข้อมือกับไอ้สินตนก็ไม่ต้องออกปากไล่ที่หรอก

มุดว่าท่านจางวางเชื่อคำของขรัวตาที่สินมาหลอกเอาดวงคุณหลวงไปผูกกับแม่พิกุล แล้ว...หลวงราชตัดบทว่าคร่ำครึนัก คนรักกันจะพากันฉิบหายได้อย่างไร มุดถามว่า “แล้วคุณสารภีล่ะขอรับ”

“เอ็งอย่าพูดถึงใครอื่น...ใจข้ามีแต่พิกุลเท่านั้น” หลวงราชมองไปที่เรือนจางวางพ่วง คิดถึงพิกุล

ooooooo

คืนนี้สารภีฝันว่าได้กลิ่นฝิ่น พลันก็ปรากฏใบหน้าของชายคนหนึ่งไว้ผมแบบจีนหงอกขาวที่ตาเป็นเบ้าลึกเลือดแห้งกรังเกาะที่ขอบตาด้านล่าง แสยะยิ้มฟันดำเพราะยางฝิ่น ยื่นหน้ามาติดหน้าตัวเอง

“ไป!!”

สารภีตวาดตกใจตื่น มองไปรอบห้องเห็นว่าเป็นห้องนอนตัวเองจึงลุกเดินออกไปที่ห้องป้ายบรรพบุรุษตรงไปที่ป้ายวิญญาณของตงพี่ชายตัวเอง กวาดทุกอย่างบนโต๊ะบูชาลงกระจัดกระจายที่พื้น คำราม

“มึงทำอะไรกูไม่ได้หรอก ไอ้ตง”

รุ่งเช้าจีนพ้งมาที่ห้องป้ายบรรพบุรุษมองสภาพอย่างไม่พอใจ สารภีเข้ามาเห็นพวกบ่าวกำลังช่วยกันทำความสะอาดก็พูดอย่างเย็นชาว่า “หนูบ้านเราตัวใหญ่นะเตี่ย มันถึงพินาศอย่างนี้”

“ของไหว้พี่ชายลื้อล่ะ” จีนพ้งถามไม่มองหน้า

สารภีบอกว่าของเตี่ยก็วางเต็มโต๊ะอยู่แล้ว จีนพ้งว่าวันนี้ครบรอบวันตายของไอ้ตง สารภีเพิ่งนึกออก พึมพำ “มิน่า...เมื่อคืนมาทวงของไหว้”

บ่าวจัดของไหว้เสร็จออกมาเชิญทั้งสองเข้าไป จีนพ้งเดินเข้าไปก่อน สารภีตามเข้าไปอย่างเสียไม่ได้

เมื่อเข้าไปเห็นของไหว้ สารภีเปรยว่าเตี่ยยังตามใจเฮียตงอย่างกับมันยังอยู่ จีนพ้งบอกว่ายังไงมันก็ลูก ถ้ามันยังอยู่อั๊วก็ไม่ต้องเหนื่อย สารภีติงอย่างน้อยใจว่า “เตี่ยมีฉันนะ”

“วันนึงลื้อก็ต้องออกเรือนจะใช้งานก็ต้องเกรงอกเกรงใจผัวลื้อบ้าง ถ้าเป็นไอ้ตงอั๊วจะเรียกใช้เมื่อไรก็ได้”

สารภีถามว่ามันจะช่วยอะไรได้ วันๆอยู่แต่โรงฝิ่นกับซ่อง อย่าเห็นว่าเป็นลูกชายแล้วจะดีอย่างนั้นอย่างนี้เลย จีนพ้งแย้งว่าแต่มันก็ไม่สมควรตายแต่ตอนนั้น

“เตี่ยรู้ได้ยังไงว่ามันไม่สมควรตาย...หาคนที่ฆ่าลูกเตี่ยได้ เตี่ยก็จะรู้ว่าลูกชายคนโปรดของเตี่ยมันทำอะไรให้เจ็บใจ ถึงต้องชดใช้กันด้วยชีวิต...ฉันไปเปลี่ยนเสื้อผ้านะ เดี๋ยวคุณหลวงจะมารับไปข้างนอก”

จีนพ้งถามว่าเขาจะมารึ สารภีชะงักถามว่าทำไมเตี่ยถึงพูดอย่างนั้น จีนพ้งไม่ตอบแต่ยิ้มร้ายแล้วเดินออกไปเลย

ooooooo

เช้านี้เจ้าคุณพิชัยเพิ่งรู้ข่าวหญิงเดือนจากหลวงราช หลวงราชบอกว่าตนให้ปากคำกับพลตระเวนไปแล้วเช้านี้คงจะได้เรื่องคืบหน้าบ้าง

หลวงราชคาดว่าคดีของแม่เดือนอาจช่วยไขปริศนาเรื่องทั้งหมดได้ ขอแต่ตามตัวผู้ต้องสงสัยมารีดเค้นความจริงให้ได้เท่านั้น เจ้าคุณถามว่าหมายถึงพยาบาลที่เข้าไปฉีดยาให้แม่เดือนรึ

“ขอรับ กระผมได้ให้รูปลายเส้นแก่พลตระเวนไปแล้ว ตอนนี้คงช่วยกันหาทั่วพระนครแล้วเป็นแน่” หลวงราชถามเจ้าคุณพ่อว่า “ท่านเจ้าคุณยุทธนาตามคดีถึงไหนแล้วขอรับ”

“คืบหน้าไปทุกขณะแล้ว ห่วงแต่ว่าท่านเจ้าคุณจะตั้งศาลเตี้ยเอาเองโดยไม่พึ่งคนจากนครบาล...ถึงจะไม่เห็นด้วยแต่ฉันก็เข้าใจหัวอกของคนเป็นพ่อ ท่านว่าเมื่อมันกระทำการอันอุกอาจไม่เกรงขื่อแปของบ้านเมือง มันก็ไม่จำเป็นต้องได้รับความยุติธรรม...ไอ้คนพรรค์นั้นมันไม่มีวันลอยนวลง่ายๆเป็นแน่”

ooooooo

บ้านจางวางพ่วงที่สุพรรณ...เอื้อยพูดถึงสินว่าสัญญาว่าจะรีบกลับมาคงอยากออกเรือนเต็มทีนี่เอง

เพียรบอกว่าสินจำต้องสัญญาเพราะขัดใจพ่อจางวางไม่ได้ต่างหาก แต่เอื้อยยังมีความหวังว่าตราบใดที่พี่สินยังไม่กลับมา เราก็ยังจะพอกล่อมพ่อจางวางให้เปลี่ยนใจได้ แต่เพียรเห็นว่ากล่อมอย่างไรพ่อจางวางก็เร่งให้สินกลับมาเพื่อการนี้

“เมื่อพี่สินขัดพ่อไม่ได้ ฉันก็ต้องหาทางของฉันเอง”

พิกุลพูดอย่างไม่เห็นทางออกอื่น ทั้งเอื้อย เพียร และสุด มองสงสัยว่าพิกุลจะทำอะไร

ooooooo

สร้อยพานิ่มไปหาคุณหญิงเกสรบนตึก สร้อยบอกนิ่มว่ามาได้เวลาพอดีจะได้ช่วยปลอบช่วยคุยกับคุณหญิง อดประชดไม่ได้ว่าถ้าคนที่บ้านหล่อนรู้ก็คงมีแต่สะใจน่ะสิ

นิ่มบอกว่าตนก็ลำบากใจเหมือนกัน ข้างหนึ่งก็ลูกผัวอีกข้างก็เป็นเจ้านาย จะอยู่ฝั่งไหนก็ไม่พ้นถูกมองว่าเป็นนกสองหัว สร้อยบอกว่าคุณหญิงให้เป็นหูเป็นตาเท่านั้นไม่ได้จะให้เข้าข้างใคร

“ฉันไม่ขัดข้องเรื่องนั้นหรอก อย่างไรก็ไม่มีวันลืมคุณข้าวแดงแกงร้อนของคุณหญิง แต่พ่อลูกคู่นี้เขาไม่คุยเรื่องสำคัญต่อหน้าฉันนี่สิ” สร้อยติงว่าแต่หล่อนเป็นเมียเขา “คนเป็นเมียใช่ว่าจะยุ่งเรื่องผัวได้ทุกเรื่องนี่”

สร้อยมองนิ่มที่ไม่ได้ดั่งใจ แล้วพาขึ้นตึกไป

เช้าวันเดียวกัน หลวงราชนั่งรถเจ๊กมาที่ตลาดแห่งหนึ่ง บอกคนลากรถว่าให้จอดหน้าร้านเจ๊กกี คนลากรถส่งหลวงราชแล้ววนรถไปหยุดฝั่งตรงข้ามจับตาดูเห็นหลวงราชเข้าไปในร้านแต่หลวงราชไม่รู้ตัว

ฝ่ายจีนพ้งถามสารภีที่แต่งตัวพร้อมไปงานศพอีกว่าแน่ใจหรือว่าคุณหลวงจะมารับ สารภีเชื่อว่าคุณหลวงไม่มีวันผิดคำพูด

จีนพ้งจึงบอกว่าไม่ได้หมายความว่าคุณหลวงผิดคำพูดแต่วันนี้เขาคงมีธุระให้ทำแต่เช้า สารภีเอะใจถามว่าเตี่ยรู้อะไรบอกตนตรงๆดีกว่า จีนพ้งบอกว่าคุณหลวงต้องไปจัดการงานศพลูกสาวท่านเจ้าคุณยุทธนา

สารภีแปลกใจเมื่อรู้ว่าหญิงเดือนตายแล้ว จีนพ้งพูดอย่างเลือดเย็นว่า

“สบายใจแล้วใช่ไหม...ปล่อยมันไว้เราจะเดือดร้อน ถ้าไม่อยากให้อั๊วยุ่งเรื่องของลื้อทีหลังก็เก็บกวาด ให้เรียบร้อย”

สารภีจึงกลับขึ้นห้อง ครู่หนึ่งชบาเข้ามา จีนพ้งสั่งทันที

“ไปเตรียมชุดใหม่ให้เจ้านายลื้อ เห็นมันใส่ชุดออกงานศพแล้วอั๊วหดหู่”

ooooooo

คนลากรถยังซุ่มดูอยู่เห็นหลวงราชออกจากร้านแล้วเดินไป คนลากรถตามหลวงราชไปห่างๆ ไม่ให้รู้ตัว จู่ๆ ก็มีชายคนหนึ่งคลุมผ้าออกมาชนหลวงราชอย่างจังจนข้าวของที่ถือมาหล่นกระจาย

หลวงราชช่วยเก็บให้ ทั้งสองคุยอะไรกันบางอย่างก่อนที่ชายคนนั้นจะเดินหนีไป โดยไม่เห็นว่ามีจดหมายน้อยตกที่พื้น หลวงราชเก็บจดหมายรีบตามไป

คนลากรถมองตามหลวงราชคล้ายจะตามไป แต่แล้วก็ไม่ติดใจอะไร ฝ่ายหลวงราชหลบที่มุมหนึ่งแอบดูคนลากรถที่ตามตนมาอย่างสงสัย แล้วเปิดจดหมายน้อยออกอ่าน...

คนลากรถไปคุยกับชบาที่หน้าบูรพาเคหาสน์ ชบารีบไปรายงานสารภี สารภีฟังชบาแล้วยิ้มออกบอกว่า

“หากเป็นอย่างที่มันเล่า ข้าก็วางใจได้ว่าคุณยศมิได้ลักลอบไปหาหญิงที่ไหน” แล้วลุกขึ้น ชบาถามว่าจะไปหาคุณยศหรือ ถูกสารภีด่าหน้ายิ้มๆ “สาระแน” ชบายิ้มแล้วรีบตามไปส่งสารภี

สารภีไม่ทันออกไปไหนก็ถูกเจ้าคุณยุทธนานำพลตระเวนกรูกันเข้าไปในบ้าน สารภีตกใจรู้ว่ามีเรื่องใหญ่แน่ ยกมือไหว้เจ้าคุณแล้วพาไปในบ้าน แต่ยังไม่ทันถึงเรือนรับรองจีนพ้งก็ปรากฏตัวขึ้น เพียงเจ้าคุณพยักหน้าพลตระเวนก็กรูกันเข้าล้อมทั้งจีนพ้งและสารภีไว้ ชบาตกใจถอยออกไปยืนห่างๆ

เจ้าคุณยุทธนาเชิญจีนพ้งไปโรงพัก จีนพ้งถามว่า “เรื่องอะไรกันหรือขอรับ”

“ฆ่าลูกอั๊วทำไม?” เจ้าคุณยุทธนาตวาดถาม

จีนพ้งถามว่าท่านพูดอะไร “นังผู้หญิงสำเพ็งมันซัดทอดว่าลื้อจ้างวานมันไปวางยาแม่เดือน!!”

จีนพ้งบอกว่าท่านเจ้าคุณไม่มีวันได้คำตอบจากตนเพราะตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แม้แต่น้อย

“หากท่านเจ้าคุณสงสัย ก็ขอให้สงสัยในตัวอิฉันเถิดเจ้าค่ะ อิฉันถูกคุณเดือนกระทำให้เลือดตกยางออกก็คงไม่ผิดหากอิฉันจะคิดแค้นคุณเดือน” สารภีออกรับแทน

จีนพ้งดุสารภีว่าพูดอะไร รู้หรือไม่ว่าโทษมหันต์นัก บอกเจ้าคุณว่าหากจะเอาโทษสารภีก็มาเอาโทษตนเถิด แล้วคุกเข่าตรงหน้าเจ้าคุณ พรรณนา

“กระผมหนีร้อนมาพึ่งเย็นบนแผ่นดินนี้ ได้ลืมตาอ้าปากก็เพราะเจียมตัวว่าเป็นเพียงธุลีดินเม็ดหนึ่งที่ไม่อาจหาญต้านแรงลม คนอย่างกระผมนี่รึขอรับจะกล้าทำอุกอาจเยี่ยงนั้น”

“ทำให้มันเปิดปากให้ได้”

เจ้าคุณยุทธนาสั่ง บ่าวของเจ้าคุณจึงไปดึงตัวจีนพ้งให้ลุกขึ้น สารภีกันไม่ให้บ่าวเอาตัวจีนพ้งออกไป บอกว่าอย่าแตะต้องเตี่ย เตี่ยตนไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ จีนพ้งยังคงคุกเข่าอยู่ตรงนั้นไม่ยอมให้บ่าวของเจ้าคุณเอาตัวไป พลตระเวนเข้ามาจะเอาพานท้ายปืนกระแทกหน้าจีนพ้ง แต่ถูกมีดพุ่งเข้าปักมือเสียก่อน

ทุกคนตกใจมองหาที่มาของมีด ปิงปรากฏตัวขึ้นพร้อมมีดอีกเล่มในมือ พลตระเวนหันปืนใส่ปิงทันที

ปิงเห็นสภาพของจีนพ้งกับสารภีก็รับไม่ได้ บอกว่า

“กระผมนี่เองขอรับ ที่ว่าจ้างนังผู้หญิงสำเพ็งไปปลิดชีพคุณเดือน”

จีนพ้งเข้าใจสถานการณ์ตวาดถามปิงว่ามึงกล้าทำเช่นนั้นรึ ตบหน้าปิงฉาดด่าไอ้สารเลว มึงมันเนรคุณนัก ซัดปิงจนกองกับพื้น ตะคอก

“ตอบมา...มึงทำเช่นนั้นเพื่ออะไร”

“กระผมเจ็บแค้นแทนคุณสารภีขอรับ” ปิงตวัดตามองเจ้าคุณยุทธนากล่าวอาฆาต “ใครทำคุณสารภีถึงเลือดตกยางออก มันต้องชดใช้ขอรับ”

“มึงขอขมาท่านเจ้าคุณเดี๋ยวนี้ สารภาพเสียให้หมดสิ้นว่ามึงทำอะไรกับคุณเดือนคุณดาว”

ปิงเข้าไปคุกเข่าเบื้องหน้าเจ้าคุณแล้วจะกราบ เจ้าคุณชักเท้าออก เอาด้ามไม้เท้าฟาดหน้าปิง

“นี่สำหรับแม่ดาว” เอาไม้เท้าเขี่ยหน้าปิงให้เงยแล้วหวดไม้เท้าใส่อีกครั้ง “นี่สำหรับแม่เดือน” เจ้าคุณหวดไม้เท้าใส่จนปิงฟุบกับพื้น สารภีพยายามทำใจแข็ง ในขณะที่จีนพ้งหน้านิ่งสนิท

ooooooo

คืนนี้เอื้อยไปเคาะประตูเรียกพิกุล แต่ไม่มีเสียงตอบ เมื่อผลักประตูเข้าไปไม่เห็นพิกุลอยู่ในห้องมีแต่ปี่ที่วางอยู่หัวนอน

เป็นเวลาที่พิกุลอยู่ที่ท่าน้ำเอาหินก้อนใหญ่ผูกกับข้อเท้าหมายฆ่าตัวตาย เอื้อยโผล่หน้าต่างมาเห็นพอดี รีบไปปลุกเพียรกับจางวางพ่วงกับสุด แต่พอทั้งสามไปถึงท่าน้ำ พิกุลก็กระกระโดดลงน้ำไปแล้ว จางวางจะโดดตาม เอื้อยรั้งไว้กลัวจะหายไปอีกคน แล้วเอื้อยก็พุ่งลงน้ำไปตามหาพิกุล

เพียรเสียใจโทษว่าเพราะจางวางเอาแต่ใจตัวเองแท้ๆทำให้พิกุลตัดสินใจเช่นนี้ จางวางบอกว่าตนหวังดี เพียรทนไม่ได้ปรี่เข้าลงไม้ลงมือกับจางวาง สุดรั้งไว้ แต่จางวางบอกให้ปล่อยเขา อยากทำอะไรที่คิดว่าช่วยพิกุลได้ก็เอาเลย

เอื้อยโดดน้ำดำไปมองหาพิกุล ยิ่งดำลึกลงไปก็ยิ่งมองไม่เห็นจนตัวเองจะหมดอากาศ ตัดสินใจจะขึ้นผิวน้ำแต่กลับเห็นแสงสว่างจากผิวน้ำส่องลงไปให้เห็นพิกุลอยู่ลึกลงไปอีก ทั้งที่ตัวเองจะหมดอากาศเอื้อยก็ตัดสินใจดำลงไปแต่ไม่ทันคว้าพิกุลเอื้อยก็หมดอากาศหายใจเสียก่อน จึงโผขึ้นผิวน้ำอย่างทุลักทุเล

จางวางพ่วง เพียร กับสุดเห็นเอื้อยโผล่ขึ้นมาอย่างหมดแรงก็ช่วยกันดึงขึ้นท่าน้ำ

“พิกุลล่ะ” จางวางถาม เอื้อยได้แต่ส่ายหน้าหมดแรงที่จะตอบ จางวางมองไปที่แม่น้ำยกมือไหว้ท่วมหัว

“ท่านจันขอรับ...ช่วยนังพิกุลสักครั้งเถิดขอรับ”

ทันใดนั้นเชือกที่มัดก้อนหินกับเท้าของพิกุลก็คลายออก หินจมดิ่งลงไปและร่างพิกุลที่ไม่ได้สติก็ลอยขึ้นมา

เอื้อยนวดให้เพียรที่เป็นลมอยู่ที่เรือน จู่ๆก็เห็นพิกุลมายืนที่ซุ้มประตู เอื้อยลุกไปหาพิกุลอย่างไม่แน่ใจว่าตาฝาดหรือไม่ ขณะที่จางวางก็ออกจากห้องพระ

พิกุลก้มกราบขอขมาเพียรกับจางวาง ขอให้ยกโทษให้ตนด้วยที่ทำให้พ่อแม่เป็นห่วง ต่อไปจะไม่ขัดใจพ่อกับแม่อีกแล้ว จางวางมองนิ่ง เพียรขอร้องให้อภัยให้ลูกเถอะ แต่จางวางก็ยังนิ่ง ยากที่จะเดาใจได้

จางวางขังพิกุลไว้ในห้องนอน เพียรขอร้องว่าลูกสำนึกผิดแล้วจะกักขังอีกทำไม จางวางบอกว่าไม่ทำอย่างนี้มันก็ไม่สำนึก ต่อไปจะได้ไม่กล้ากำแหงกับพ่อแม่อีก

“พี่จะกักขังมันถึงเมื่อไร”

“เมื่อไอ้สินกลับมา ข้าจะจับมันแต่งงานกันทันที...วันนั้นมันจะรู้เองว่าข้าหวังดีกับมันแค่ไหน”

พิกุลถูกขังอยู่ในห้อง เอาปี่ท่านจันมาเป่าน้ำตาไหล ไม่รู้ว่าท่านจันนั่งอยู่ข้างหลัง ท่านจันฟังเสียงปี่ร้องไห้ตาม พึมพำสงสาร...

“ที่นี่ไม่ใช่เรือนรักของเอ็ง...อดกลั้นไว้เถิด”

พิกุลหันมองเหมือนได้ยินแต่ไม่เห็นอะไร ถอนใจ...และเป่าปี่ต่อไปไม่ได้

ooooooo

เช้าวันต่อมาสินก็กลับมากราบจางวางที่บ้าน จางวางพอใจมากบอกว่า

“เอ็งไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆไอ้สิน ความดีเรื่องการรักษาสัจจะนี้ ทำให้ข้ารู้ว่าคิดไม่ผิดที่จะยกพิกุลให้เอ็ง”

“ขอรับพ่อจางวาง”

พอดีเห็นเอื้อยยกสำรับอาหารมื้อเช้าไปให้พิกุลที่ห้อง  สินถามว่าพิกุลไม่สบายหรือ จางวางบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง มันไม่ได้เป็นอะไรหรอก

เสียงปี่ดังขึ้นอีกเหมือนเป็นการยืนยันว่าพิกุลไม่ได้เป็นอะไร สินจึงคลายกังวล

“พักให้หายเหนื่อย พรุ่งนี้ข้าจะผูกข้อมือเอ็งกับนังพิกุล” เห็นสินอึ้งๆจางวางถามว่าขัดข้องอะไรรึ สินถามว่าพิกุลว่าอย่างไร “มันไม่ขัดข้องอะไรทั้งนั้น”

จางวางโบกมือให้สินออกไป สินกราบจางวางอีกครั้งทั้งที่ยังคาใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับพิกุล?

จนเมื่อรู้จากเอื้อย สินตกใจว่าพิกุลถึงกับกระโดดน้ำตายเลยรึ เอื้อยบอกว่าพิกุลรอดตายมาได้ แต่กลับต้องมาเจอเรื่องวิบากยิ่งกว่าเดิมเสียอีก สินปลอบใจว่าอย่าเพิ่งสิ้นหวัง สุดถามว่าแล้วจะทำอะไรถึงจะยับยั้งพ่อจางวางได้ เพียรพูดเตือนสติสินว่า

“เอ็งอย่าทำพิเรนทร์หนีงานแต่งล่ะ อย่าคิดเชียวนะไอ้สิน ทำเช่นนั้นพ่อจางวางของเอ็งเป็นได้ข้ออ้างขังพิกุลไว้แต่ในห้อง ไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันเป็นแน่”

“วางใจเถอะจ้ะ ฉันไม่ทำเช่นนั้นแน่...อย่างไรฉันก็จะแต่งงานกับพิกุล”

เอื้อยฟังแล้วสะท้อนใจ เพียรกับสุดมองอย่างเข้าใจความรู้สึกของเอื้อย ฝ่ายเพียรพูดอย่างโล่งอกว่า

“ไม่ใช่เอ็งแล้วก็ไม่รู้จะหวังเอาจากใคร ไอ้สินเอ๊ย...”

พิกุลยังนอนซมอยู่ที่เตียง เอื้อยถือผ้าพับหนึ่งเข้ามาบอกว่าแม่เพียรให้ตนเตรียมผ้าชุดใหม่ให้ พิกุลถามว่าจะไปออกงานกันหรือ เอื้อยบอกว่าพิกุลต้องผูกข้อมือกับพี่สินพรุ่งนี้เช้า พิกุลถามว่าพี่สินกลับมาแล้วรึ

“มาเมื่อสายนี้ หล่อนกินข้าวกินปลาบ้างเถิด ไม่แตะอะไรสักนิด เดี๋ยวจะเป็นอะไรไป”

พิกุลบอกให้ยกไปเถอะ เอื้อยบอกพิกุลว่าเรื่องถึงขั้นนี้แล้ว อย่าฝืนให้เหนื่อยเลย แข็งใจบอกให้พิกุลเปิดใจให้พี่สินเถิด รักเขาให้สมกับที่เขารักหล่อน พิกุลเห็นความจริงใจของเอื้อยก็ยิ่งสะเทือนใจ

“รับปากสิ ว่าจะทำอย่างที่ฉันขอ ทำให้พี่สินมีความสุข...ได้ไหม”

พิกุลสะเทือนใจ แต่ก็อึดอัดไม่รู้จะรับปากดีหรือไม่ ในขณะที่เอื้อยก็ส่งสายตาอ้อนวอนเต็มที่

ooooooo

ปิงถูกทำร้ายสาหัสและถูกจับไป ชบาบอกสารภีว่าถ้าไม่ใช่เพราะเห็นว่าเจ้าสัวกำลังจะจนมุมเฮียปิงไม่มีวันยอมให้จับง่ายๆหรอก แต่สารภีกลับเห็นว่ามันทำพลาดจนเดือดร้อนมาถึงตนกับเตี่ยสมควรตายเสียด้วยซ้ำ

“สังคมมันซุบซิบกันฉันยังไม่กระไรนัก กลัวแต่คุณยศจะยกเรื่องนี้มาอ้างเอาใจออกห่างฉัน”

 ชบาสอพลอว่าไม่มีทาง คุณหลวงหลงสารภีออก ไม่มีใครอยู่ในใจคุณหลวงนอกเสียจากคุณสารภี

 ฝ่ายนิ่มบอกจีนพ้งว่าท่านเจ้าคุณเข้าใจเป็นอย่างดีว่านายปิงก่อเรื่องโดยพลการไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าสัว จีนพ้งยังไม่วางใจถามว่าแล้วคุณหญิงล่ะ นิ่มบอกว่าจะเปลี่ยนใจคุณหญิงนั้นยากเต็มที ตนจึงให้พุดกรองอยู่ปรนนิบัติรับใช้ เผื่อคุณหญิงจะใจอ่อนลงบ้าง

“อ้อ อย่างนี้นี่เอง” เสียงสารภีแทรกขึ้น “เตี่ยหวงพุดกรองไม่ให้รับใช้ฉัน แต่แม่มันกลับพาไปรองมือรองตีนเจ้านายเก่า นี่คงเห็นว่าจะพึ่งเตี่ยไม่ได้แล้ว ถึงไปหาที่เกาะใหม่แน่ๆ”

 จีนพ้งปรามว่าอย่าพูดมาก สารภีปรามาสว่าเตี่ยไม่ทันมันหรอก สันดานบ่าวมันต้องเลือกนายที่มันจะเกาะได้นานๆ นิ่มพยายามอดกลั้นอธิบายว่าตนเห็นว่าพุดกรองจะช่วยให้คุณหญิงใจอ่อนลงบ้างเผื่อน้องสาวจะช่วยพี่สาวได้บ้าง “ฉันไม่นับมันเป็นน้อง แล้วที่สำคัญ ฉันไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากหล่อน”

จีนพ้งเตือนว่าอย่ามั่นใจคนของตัวเองนัก สารภีท้าว่าคอยดูตนจะทำให้เตี่ยเห็นว่า คุณยศเขายอมทุกอย่างเพื่อตน จีนพ้งจ้องหน้าถามว่า “ลื้อจะให้เขามาสู่ขอวันนี้พรุ่งนี้ได้รึ” สารภีนิ่งแล้วออกไปเลย ชบารีบตาม

ชบายุสารภีว่าเพราะมันคนเดียวที่ยุแยงจนเจ้าสัวมาคาดคั้นคุณสารภีอย่างนี้ เกลียดมันนักเชียว

สารภีฟังแล้วยิ่งเกลียดนิ่มและรู้สึกตัวเองถูกสบประมาทและท้าทายมาก

ooooooo

พิกุลอยู่ในภาวะหวานอมขมกลืน เมื่ออยู่ลำพังในห้องก็เหม่อเศร้าแต่พอเห็นเพียรเข้ามาก็ทำเป็นหยิบหวีมาสางผม เพียรดูออก เข้ามาลูบหัวลูบหลังปลอบ พิกุลบอกแม่ว่าจะไม่ทำให้พ่อแม่เป็นห่วงอีกแล้ว

“แม่ไม่ได้โกรธ  ไม่ได้เกลียดเอ็งแม้แต่น้อย  เพราะรู้ว่าเอ็งทำไปด้วยเหลือทน  แม่ขัดใจตัวเองนักที่ปลอบเอ็งไม่เป็น  แม่รู้แต่ว่าออกเรือนมาอยู่กับพ่อเอ็งก็เพราะพ่อเขาเต็มใจจะเลี้ยงดูแม่เท่านั้น  แม่เห็นความดีของพ่อในเรื่องนี้เหมือนที่เห็นว่าไอ้สินมันจะดูแลเอ็งได้...เหมือนที่พ่อดูแลแม่”

“ฉันจะคิดให้ได้อย่างแม่จ้ะ”

“วันนี้เอ็งฝืนใจ  แต่วันหน้าเอ็งคงประจักษ์ว่าไอ้สินมันคือคู่บุญที่แท้จริง  หาใช่คู่เวรคู่กรรมอย่างคุณหลวงไม่...ไอ้สินมันรักเอ็งเหลือเกิน รักไม่แพ้คุณหลวง ตัดใจจากคุณหลวงเสียเถิดนะ...แม่ไม่อยากเห็นเอ็งร้องไห้ตอนผูกข้อมือกับไอ้สิน เมื่อเอ็งเริ่มต้นชีวิตใหม่ ก็อย่าเริ่มต้นด้วยน้ำตานะลูก”

“พิกุลจะทำให้แม่เห็นว่าพิกุลเข้มแข็งจ้ะ”

“เอ็งต้องกินเสียบ้าง ไม่เช่นนั้นพรุ่งนี้เอ็งจะเป็นลมเอากลางงาน  พ่อเอ็งเขาตั้งใจจัดงานให้จะเสียใจเปล่าๆ...เดี๋ยวแม่เอาไปอุ่นให้”

เพียรยกสำรับอาหารออกไปอุ่น  ทันทีที่ประตูปิด น้ำตาพิกุลก็ทะลักออกมาอย่างสุดกลั้น

ท่านจันมองอยู่ได้แต่เห็นใจพิกุล...

ooooooo

หลังจากนิ่มพาพุดกรองมาอยู่รับใช้คุณหญิงเกสรแล้ว คุณหญิงชมว่าพุดกรองฉลาด หัวไว พูดอย่างเบาใจว่า อย่างนี้คงเอาตัวรอดจากพี่สาวของหล่อนได้หรอกนะ

สร้อยหลอกคุยเพื่อหยั่งความรู้สึกของพุดกรองที่มีต่อสารภี  พูดนำว่าสารภีออกจะใจดีจะมีอะไรให้พุดกรองต้องระวังเล่า  ถามพุดกรองว่าจริงไหม  พุดกรองตอบรับว่าใช่  ทำให้สร้อยผิดหวังจึงแกล้งตำหนินิ่มว่า ถ้าอย่างนั้นที่นิ่มบอกว่าพุดกรองถูกแกล้งจนร้องไห้บ่อยๆก็คงปดตนเป็นแน่ พุดกรองรีบแก้ต่างให้แม่ว่า

“แม่ไม่ได้ปดนะเจ้าคะ  คุณสารภีชอบพูดขู่พุดกรองห้ามพูดนั่นพูดนี่ไปเสียทุกเรื่อง”

คุณหญิงกับสร้อยมองหน้ากันอย่างรู้ว่าเริ่มเข้าเค้าแล้ว  คุณหญิงจึงเรียกบ่าวเข้ามาให้เตรียมขนมข้าวต้มให้พุดกรอง บอกว่า “เดี๋ยวหิวขึ้นมาจะคุยกันไม่สนุก”

คืนนี้สารภีมาที่บ้านเจ้าคุณพิชัย เจ้าคุณถามว่ามาทวงน้องสาวคืนหรือ พอสารภีปฏิเสธก็ถามว่ามาหาเจ้ายศรึ สารภีคร่ำครวญทันทีว่า

“เจ้าค่ะ นับแต่เกิดเรื่อง สารภีก็ไม่มีหน้าจะออก ไปไหน  ด้วยเบื่อสายตาและต้องอธิบายความจริงให้ใครต่อใครให้กระจ่าง ถึงอย่างนั้นสารภีก็เห็นว่าไม่มีใครที่สารภีต้องใส่ใจนอกจากคุณยศเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้น หล่อนคงต้องผิดหวังกระมัง”

สารภีหน้าเสียถามว่าคุณยศไม่เชื่อใจตนหรือ เจ้าคุณถามหยั่งว่าหล่อนคงกังวลเรื่องนี้มาก  สารภีบอกว่าขอแต่เพียงตนได้อธิบาย  หากคุณยศจะไม่เชื่อตนก็ไม่เสียใจแม้แต่น้อย เจ้าคุณบอกว่าตนเชื่อหล่อน แต่กับตายศหล่อนคงต้องพยายามไม่น้อยทีเดียว  สารภีจึงขอคุยกับคุณยศ เจ้าคุณบอกว่าออกไปแต่เช้าแล้ว แต่เวลาเช่นนี้หล่อนน่าจะรู้ว่าตายศอยู่ที่ไหน สารภีจึงลากลับ

สารภีออกมาเจอพุดกรองก็จิกตาขู่ทันทีว่า “ถ้าฉันรู้ว่าแกปริปากเรื่องที่ไม่ควรพูดเมื่อไร  แกไม่พ้นเป็นเหมือนหนูตะเภาของแกแน่” พุดกรองจึงรู้ว่าสารภีทำหนูตะเภาของตนตาบอด สารภีก้าวเข้าไปจะขู่อีก แต่คุณหญิงถามเสียงเข้มขึ้นว่าจะทำอะไรพุดกรอง

“อย่าดื้อกับคุณหญิงล่ะแม่พุดกรอง” สารภีเปลี่ยนเสียงเปลี่ยนสีหน้าทันทีแล้วไหว้คุณหญิง  คุณหญิงถามพุดกรองว่าสารภีทำอะไรหรือเปล่า  พุดกรองบอกว่ามิได้เจ้าค่ะ  คุณหญิงบอกพุดกรองให้พูดเลย  ต่อหน้าตนไม่ต้องกลัว แต่พุดกรองกลับวิ่งหนีไป

คุณหญิงประชดว่าไม่เหมือนพี่น้องที่พะเน้าพะนอกันเลย สารภีถามว่าแม่นิ่มเล่าอะไรให้ฟังอีกหรือ บอกคุณหญิงว่า “พุดกรองช่างปั้นเรื่องเหมือนแม่มัน  ฟังหูไว้หูนะเจ้าคะ”

“ความลับไม่มีในโลกหรอกนะ วันไหนตายศรู้อะไรดีๆขึ้นมาหล่อนจะโดนเฉดหัวไม่มีดี”

“สารภียินดีเหลือเกินเจ้าค่ะ ที่คุณหญิงออกปากเตือนด้วยความเป็นห่วงถึงเพียงนี้...ลานะเจ้าคะ”

สารภีไหว้แล้วเดินคอแข็งไปอย่างไม่แยแสคำขู่ของคุณหญิง

ooooooo

แม้เอื้อยจะเจ็บปวดที่จางวางจะผูกข้อมือสินกับพิกุล แต่ก็ให้กำลังใจสินว่าทำดีทุกอย่างแล้ว  เพราะถ้าไม่ใช่สินพ่อจางวางก็ต้องหาใครสักคนมาแต่งงานกับพิกุลอยู่ดี อย่างไรตนก็วางใจว่าสินจะดูแลเพื่อนตนอย่างดี

สินซาบซึ้งน้ำใจของเอื้อยที่ปลอบตนทั้งที่ตัวเองช้ำใจไม่น้อย แม้จะเห็นใจเอื้อยแต่สินก็ไม่อาจคิดเป็นอย่างอื่นได้นอกจากเป็นพี่ที่ดีที่สุดของเอื้อยเท่านั้น

เช้าวันใหม่พิธีผูกข้อมืออย่างเรียบง่ายระหว่างสินกับพิกุลเริ่มขึ้น จางวางบอกพิกุลว่ารู้ว่าฝืนใจแต่ให้ระลึกไว้ว่าพ่อไม่มีวันคิดร้ายกับลูก พิกุลกราบขอขมาที่เคยดื้อกับพ่อ สัญญาว่าจะเป็นเมียที่ดีของสินอย่างที่พ่ออยากให้เป็น

เมื่อส่งสินกับพิกุลเข้าห้องหอแล้ว สินบอกพิกุลว่าตนจะไม่มีวันทำร้ายจิตใจพิกุลแน่ แล้วกระชากสายสิญจน์จากข้อมือพิกุลบอกว่า  สายสิญจน์นี้ไม่มีความหมายอะไร ตนจะช่วยให้พิกุลเป็นอิสระเอง

สินพาพิกุลลงเรือหนีไปส่งให้หลวงราช  เพราะสินไปบอกหลวงราชที่บางกอกจึงนัดมาพาพิกุลหนี พิกุลฝากสินให้ดูแลพ่อแม่ด้วย  คุณหลวงก็ซาบซึ้งน้ำใจสินบอกว่าตนจะดูแลพิกุลอย่างดีให้สมกับที่สินทำเพื่อพิกุล

สินพยายามตัดใจ  เอาสายสิญจน์ที่กระชากจากข้อมือพิกุลผูกไว้กับสร้อยตะกรุดติดตัว

หลวงราชพาพิกุลลงเรือบอกว่าเราจะไปเริ่มชีวิตใหม่ด้วยกัน แต่ไม่ทันไรพิกุลก็เห็นเรือของกำนัน  หลวงราชรีบจ้ำพายหนี  กำนันไม่คุ้นตากับเรือร้องบอกฝีพายของตนว่าเป็นเรือโจรแน่สั่งฝีพายให้รีบตามพลางลากปืนออกมายิงลั่นคุ้งน้ำแต่พลาด  พอจะยิงนัดที่สองฟ้าก็คำรามแล้วฝนก็เทลงมากลายเป็นม่านบังสายตากำนัน  และพายุก็พัดเรือของหลวงราชพาพิกุลหนีรอดไปได้

ขณะหนีพิกุลตกน้ำซ้ำขาเป็นตะคริวจมดิ่งเหมือนถูกดึงลงใต้น้ำ หลวงราชคว้าตัวไว้ได้ประกบปากแบ่งอากาศที่เหลือของตนให้พิกุล แล้วพาขึ้นสู่ผิวน้ำ แต่พิกุลหมดสติเสียแล้ว...

หลวงราชประคองพิกุลขึ้นที่ท่าน้ำแห่งหนึ่งท่ามกลางพายุที่ยังซัดกระหน่ำ  ทั้งสองหมดสติที่ท่าน้ำมีห่อเสื้อผ้าที่ซ่อนปี่ไว้ในห่อ  หลวงราชได้สติก่อนอุ้มพิกุลจะพาหลบฝน ฟ้าแลบขึ้นทำให้คุณหลวงเห็นเรือนหลังหนึ่งอยู่เบื้องหน้า จึงอุ้มพิกุลไปที่เรือนหลังนั้น

ที่แท้คือเรือนของครูทับกับท่านจันในอดีต...

พิกุลฝันเห็นท่านจันกับครูทับที่หนีมาครองเรือนกัน แต่ท่านพ่อของท่านจันนำกำลังบ่าวไพร่มารายล้อมเรือนจะเอาตัวท่านจันกลับพระนคร  ท่านจันอ้อนวอนท่านพ่ออย่าบังคับใจตนเลย ตนจะอยู่กับนายทับ เมื่อท่านพ่อสั่งบ่าวให้เอาท่านจันลงเรือให้ได้  ท่านจันจะเอามีดปาดคอ แต่บ่าวปัดมีดทิ้งทัน

ในที่สุดท่านพ่อก็ให้บ่าวเอาตัวท่านจันลงเรือกลับพระนคร บ่าวคว้ากล่องปี่ในห่อผ้าไปด้วย

ในฝัน...พิกุลเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ได้แต่มองไปรอบๆเรือนด้วยความเศร้า...

พิกุลร้องไห้เหมือนคนละเมอ  หลวงราชตกใจตื่นถามว่า

“พิกุล...พิกุล หล่อนเป็นอะไรรึ เมื่อคืนหล่อนละเมอไม่รู้เรื่อง หล่อนสบายตัวขึ้นแล้วใช่ไหม”

พิกุลสะท้อนใจกับความฝัน  เห็นหลวงราชอยู่ใกล้ตัวก็ตกใจรีบขยับออกห่างผลุนผลันลุกออกไปคิดว่าหลวงราชฉวยโอกาสล่วงเกินตน  แม้หลวงราชจะชี้แจงอย่างไรก็ไม่เชื่อ เอาแต่ผลักไสให้ห่างตัว หลวงราชถามว่า

“ฉันทำให้หล่อนกลัวรึ ฉันจะอยู่ให้ห่างหล่อน หล่อนจะได้สบายใจขึ้น”

ooooooo

สินกลับเรือนในสภาพเลือดโชก  บอกว่าตนถูกเสือดำบุกมาชิงตัวพิกุลไปเมื่อเช้ามืด  ตนตามไปก็ได้แผล กลับมา  สินกราบขอขมาจางวางที่ปกป้องพิกุลไม่ได้ จางวางพ่วงลุกพรวดสั่ง

“ไอ้อ่ำ มึงไปเตรียมเรือ...มันพาพิกุลไปทางไหนไอ้สิน”

เอื้อยต้มยาสมุนไพรมาให้สินกิน  ถามสินว่าเกิดอะไรขึ้น เล่าให้ตนฟังเถิด สินลุกพรวดไปสารภาพกับเพียรที่นั่งเศร้าเป็นห่วงพิกุลว่าพิกุลไม่ได้ถูกลักพาตัวแต่ไปกับหลวงราช เมื่อเพียรรู้ความจริงจึงคลายกังวลแต่กลับต้องหนักใจที่ต้องปกปิดจางวาง

คุณหญิงเกสรเห็นหลวงราชหายไปทั้งคืนก็คาดคั้นเอากับมุด  มุดเองก็ไม่รู้  พูดให้คุณหญิงคลายกังวลว่าคุณหลวงอาจมีราชการลับก็ได้

สารภีรู้จากคนลากรถที่เป็นสายของตนว่าเห็นหลวงราชที่สถานีรถจึงรู้ว่าหลวงราชไปสุพรรณฯ สารภีลงเรือไปกับชบาเพื่อให้เห็นกับตา

พิกุลยังแง่งอนกับหลวงราช  แต่วันนี้ตำพริก  พริกกระเด็นเข้าตาจึงจะไปล้าง  ตามองไม่ถนัดจึงพลัดตกบันไดเรือน  ดีแต่หลวงราชมารับไว้เลยกลิ้งตกไปด้วยกัน  หลวงราชเจ็บแต่อ้อนว่าเจ็บหนัก พิกุลจึงเอาใบพลับพลึงย่างไฟประคบให้

น้ำใจคุณหลวงและความใกล้ชิดทำให้พิกุลดูแลคุณหลวงอย่างดี  หาผักรอบเรือนมาทำอาหารตามมีตามเกิด  แต่เมื่อเปิดใจและมีกันและกัน  บรรยากาศจึงเป็น ...น้ำต้มผักก็ว่าหวานอย่างโบราณว่า...

สารภีมาถึงเรือนจางวางที่สุพรรณฯ  คาดคั้นถามหาหลวงราชจนจางวางโมโหเอาไม้เท้าชี้ไล่ให้ลงเรือนไป

สินขอให้สารภีลงเรือนไปเสียแต่ตอนนี้ อย่าให้ต้องลงมือกับผู้หญิงเลย  สารภีหาว่าสินเป็นคนตามคุณยศให้มาที่นี่  คาดคั้นสินจนจางวางถามสินว่าหมายความว่ากระไร  ทั้งสินและเพียรมีพิรุธ  ถูกจางวางคาดโทษจนสินต้องเล่าความจริงให้ฟัง พอสารภีรู้ความจริงก็กลับไปพร้อมคำอาฆาตว่า

“รักกันมากอย่างนั้น  ฉันจะทำให้มันรู้สึกว่าเสียใจที่สุดมันเป็นยังไง!”

ส่วนจางวางก็ใช้ไม้เท้าหวดสินจนหมอบ ไล่ไปให้พ้น อย่ามาให้เห็นหน้าอีก ถีบเชี่ยนหมากตกน้ำไป

สารภีมาถึงท่าน้ำเรือนครูทับ ได้ยินเสียงปี่สั่งให้เอาเรือเทียบท่า  แต่พอไปถึงเสียงปี่ก็หายไปและมีต้นไม้บังเรือนครูทับไว้  สารภีแปลกใจแต่เมื่อเห็นแต่ตนไม้รกครึ้มจึงกลับไป ที่แท้สารภีถูกท่านจันบังตาไว้

ooooooo


ละครปี่แก้วนางหงส์ ตอนที่ 6 อ่านปี่แก้วนางหงส์ติดตามละครปี่แก้วนางหงส์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย วรินทร ปัญหกาญจน์,ราณี แคมเปน 3 พ.ย. 2561 09:11 2018-11-08T00:59:23+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ