ข่าว

วิดีโอ



ปี่แก้วนางหงส์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-โรแมนติก-ย้อนยุค

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: บลูลาวา

กำกับการแสดงโดย: แมน เมธี

ผลิตโดย: บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: วรินทร ปัญหกาญจน์,ราณี แคมเปน

ฝ่ายคุณหญิงเร่งให้สร้อยหายไวๆ ตนจะได้ไล่นังลูกเจ๊กนั่นให้พ้นจากชีวิตของตายศ และจะแฉเรื่องของสารภีให้ทุกคนรู้

ที่ห้องดนตรีบ้านเจ้าคุณ สารภีชงชาให้เจ้าคุณและคุณหลวง แต่ขณะยกถ้วยชาจะจิบ อยู่ๆมีถ้วยชาอีกใบเขวี้ยงมากระแทกจนถ้วยชาหล่น น้ำชาหกรดเสื้อผ้า สารภีบอกว่าตนไม่เป็นอะไร จะชงใหม่ แต่แล้วก็ยิ่งตกใจเมื่อเห็นเจ้าคุณหงายท้องไปทั้งเก้าอี้เหมือนถูกถีบอย่างแรง สองมือกุมที่คอเหมือนถูกบีบ ร้องขอความช่วยเหลือ หลวงราชตกใจรีบเข้าไปดู

พิกุลตกตะลึงเห็นเงาดำร่างใหญ่กำลังคร่อมร่างเจ้าคุณและบีบคอแล้วเงานั้นก็ค่อยๆหันมองพิกุล พิกุลตกใจกลัวจนทำอะไรไม่ถูก

 บ่าวรีบรายงานคุณหญิง คุณหญิงรีบไปที่ห้องดนตรีเห็นเจ้าคุณกำลังทุรนทุรายมีสารภีดูอยู่อย่างตกใจ ถามหลวงราชว่าคุณพ่อเป็นอะไร หลวงราชบอกว่าตนไม่ทราบ พ่อจิบชาอยู่แล้วก็ฟุบไป คุณหญิงหันขวับถามสารภีว่าเอาอะไรให้เจ้าคุณกิน วางยาท่านเจ้าคุณหรือ! สารภีบอกว่า “มิได้เจ้าค่ะ”

“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าหล่อนทำอะไรกับพี่ชายหล่อนไว้”

สารภีนิ่งงัน พยายามควบคุมอารมณ์ตนเอง

พิกุลยกมือไหว้ขอร้องเงาดำอย่าทำเจ้าคุณ แต่เงาดำกลับทำรุนแรงยิ่งขึ้นราวกับจะเอาชีวิตให้ได้

เอื้อยมองพิกุลแปลกใจ เห็นยกมือไหว้อะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น

จนกลางคืนพิกุลถามสินที่ถือตะเกียงเข้ามาว่าท่านเจ้าคุณเป็นอย่างไรบ้าง สินบอกว่าบ่าวบอกว่าท่านไม่เป็นอะไรแล้ว สินถามพิกุลว่าไม่ปวดใจบ้างหรือ

ที่ต้องไปเป่าปี่กล่อมคุณหลวงกับสารภีเมื่อบ่ายนี้ พิกุลบอกว่าถ้าบอกปัดก็ไม่ต่างจากเราเลี่ยงหน้าที่ สินถามว่าก็ไม่ต่างจากหลอกตัวเองกระมัง เห็นพิกุลนิ่ง สินบอกว่า

“อย่าโกรธพี่นะ พี่เพียงอยากให้พิกุลรู้จักปฏิเสธบ้าง หากรู้ว่ายอมแล้วต้องเจ็บ ก็อย่ายอมอีกเลย” พิกุลพยักหน้า สินปลอบว่า “ถึงเอื้อยมันจะมึนตึงนัก แต่พิกุลยังมีพี่นะ”

“พิกุลช่างโชคดีเหลือเกินจ้ะ ที่ยังมีคนนึกถึง ยังมีคนคอยห่วงใยอย่างพี่”

“กลับเรือนเถอะ น้ำค้างลงแล้วจะจับไข้เอาได้” สินยิ้มอบอุ่นถือตะเกียงเดินนำไป พิกุลเดินตามแต่ก็ยังอดมองไปที่ตึกใหญ่ไม่ได้

คืนนี้พิกุลเข้านอนวางปี่ท่านจันไว้เหนือหัวนอน ยังอดมองไปตึกใหญ่ที่อยู่ไกลๆไม่ได้ ลมยามค่ำพัดเข้ามาทำให้มุ้งไหวพะเยิบคล้ายสะกดจิต พิกุลค่อยๆหลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อน


เสียงปี่ท่านจันที่หัวนอนดังขึ้นเบาๆ...พิกุลขยับตัว กระสับกระส่าย แต่ลืมตาไม่ขึ้น...พักหนึ่งจึงสงบ

ooooooo

ในความหลับนั้น...ย้อนไปเมื่อ 40 ปีก่อน พิกุลพบตัวเองยืนอยู่ที่หน้าตำหนักแห่งหนึ่ง ฟ้าเป็นสีส้มสีผีตากผ้าอ้อม ขณะที่กำลังสับสนว่าตัวเองอยู่ที่ไหน พิกุลเห็นบานประตูตำหนักเปิดช้าๆเหมือนเรียกให้เข้าไป พิกุลลังเลก่อนจะเดินเข้าตำหนักไป

พิกุลคลานเข่าเข้าไปในตำหนัก บรรยากาศทึบทึม ท่ามกลางความเงียบ มีเสียงกระแอมดังขึ้นจากหลังฉากกั้น พิกุลนิ่งเมื่อรู้ว่ามีคนอยู่หลังฉากกั้น...

เสียงถามว่าใคร พิกุลบอกว่า “อิฉัน พิกุลเจ้าค่ะ” แล้วทุกอย่างก็เงียบลง พิกุลรู้สึกหวาดหวั่นหันมอง เห็นกระชุที่มุมห้องล้มลง งูเห่าตัวหนึ่งเลื้อยมาทางหลังฉาก พิกุลตกใจร้อง

“ท่านเจ้าคะ...ท่านเจ้าคะ”

พิกุลเห็นงูเห่าเลื้อยไปที่ด้านหลังฉากจึงลุกขึ้นไปดู เห็นหญิงสาวนั่งอยู่บนตั่ง และยื่นมือออกมาในขณะที่งูเห่าแผ่แม่เบี้ยแล้วฉกที่แขนหญิงสาวนั้น พิกุลจะเข้าไปช่วยแต่งูเห่ากลับหันมาพุ่งเข้าฉกพิกุลอีกคน พิกุลตกใจกรีดร้อง

พิกุลตกใจเสียงร้องของตัวเองตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายหายใจเหนื่อยหอบ

ที่นอกมุ้งมีเงาดำรูปคนเลือนรางอยู่ แต่พิกุลไม่เห็น

เช้าวันรุ่งขึ้นหลวงราชเร่งฝีเท้าอย่างร้อนรนไปที่เรือนจางวาง ถูกสินขวางก็บอกให้หลบไป ตนจะไปหาพิกุล สินไม่พอใจถามว่าคุณหลวงจะปั่นหัวพิกุลไปถึงไหน หลวงราชโมโหปล่อยหมัดใส่หน้าสินเต็มแรง สินบอกว่าตนยอมให้คุณหลวงกระทืบซ้ำดีกว่าให้คุณหลวงทำร้ายจิตใจพิกุลอีก

หลวงราชจะเข้าไปหาพิกุลให้ได้ ตราหน้าสินว่าไม่เป็นเจนเทิลแมนที่มาขวางตนไม่ให้เข้าถึงตัวพิกุล สินยังไม่ยอมให้เข้าไป หลวงราชปรี่เข้าไปชกอีกรอบ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นพิกุลมายืนตรงหน้า!

พิกุลบอกให้คุณหลวงพอเถอะ คุณหลวงทำร้ายพี่สินทำไม หลวงราชบอกว่ามันไม่ยอมให้ตนเข้าไปหาพิกุล พิกุลถามว่าเรื่องเพียงเท่านี้ทำไมต้องลงไม้ลงมือกัน มองหลวงราชด้วยสายตาห่างเหิน เย็นชา

“ฉันชังสายตาหล่อนนัก”

“พิกุลก็ชังตัวเองเหลือเกินที่เป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องวิวาทกันเช่นนี้” พูดแล้วเดินหนีไปเลย

ooooooo

สินในสภาพบอบช้ำกลับมานั่งที่แคร่หน้าห้องครัวให้เอื้อยประคบให้ เอื้อยประคบไปบ่นไปว่าเจ็บแล้วจำบ้างเถิด เจ็บตัวเพื่อพิกุลแต่เขาไม่ไยดีเลยด่าว่า “พี่มันไม่ผิดคนโง่”

“ข้ายอมให้เอ็งเรียกไอ้โง่ ขอแต่ข้าได้ดูแลพิกุล ข้ายอมทั้งนั้น”

“โง่เอ๊ย!!!” เอื้อยกระแทกลูกประคบ แล้วลุกไปเลย สินมองถาดลูกประคบที่เอื้อยหามาให้ พึมพำอย่างรู้สึกถึงความหวังดีของเอื้อยที่มีให้ตน...

“ข้าไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงรักเอ็งไม่ได้ นังเอื้อยเอ๊ย...”

ฝ่ายคุณหญิงเกสรถือเรื่องเจ้าคุณดื่มชาแล้วล้มตึงเป็นโอกาสโจมตีสารภีว่าวางยาเจ้าคุณ จะให้สร้อยไปจัดการนังลูกเจ๊ก สร้อยติงให้ตรองว่าถ้าแม่นั่นวางยาเจ้าคุณจริง คุณยศกับมันก็ต้องพลอยมีอันเป็นไปด้วย

คุณหญิงจึงให้สร้อยอยู่ดูท่านเจ้าคุณแล้วรีบขึ้นรถไปเลย สร้อยพึมพำสยองราวกับรู้ว่าคุณหญิงจะไปไหน ไปทำอะไร

“เรื่องถึงหูคุณหญิงพิศอย่างนี้ นังสารภีมันได้อยู่ไม่เป็นสุขแน่”

ที่บูรพาเคหาสน์...สารภีเล่าให้จีนพ้งฟัง บอกว่าคุณหญิงเกสรชังน้ำหน้าตนขนาดคิดว่าตนวางยาท่านเจ้าคุณ จีนพ้งชี้แนะว่าสารภีต้องไปหาเจ้าคุณให้เร็วที่สุดเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ สารภีถามว่าแล้วเตี่ยจะเตือนคนของเตี่ยยังไงเรื่องที่ทำให้คุณหญิงเข้าใจตนผิด

จีนพ้งบอกว่าเรื่องเล็กน้อย สารภีติงว่ามันทำให้คุณยศพลอยระแวงตนไปด้วยเตี่ยจะว่ากระไร ก็พอดีชบาเข้ามาบอกว่ามีแขกมาหาคุณสารภี สารภีสงสัยว่าเป็นใคร

หลวงราชมาหาสารภีเจอนิ่มจึงทักทายกัน นิ่มเล่าเรื่องที่คุยกับคุณหญิงเกสรและคุยถึงคุณสารภีด้วย หลวงราชถามว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ตนต้องรู้หรือไม่ นิ่มไม่ทันตอบสารภีออกมาเห็นหลวงราชคุยกับนิ่มก็มองอย่างระแวง พุดกรองเห็นสารภีก็หลบไปอยู่หลังแม่ ซึ่งคุณหลวงก็จับสังเกตได้ทัน

สารภีมองสองแม่ลูกไล่ด้วยสายตา นิ่มจึงพาพุดกรองออกไป หลวงราชมาขอโทษเรื่องที่แม่ตนกล่าวหาสารภีเมื่อวาน สารภียิ้มกว้างนึกว่าหลวงราชมีใจให้ตน บอกว่าตนไม่ถือสา แต่เมื่อคุณยศตั้งใจมาเพื่อการนี้ตนก็ยินดีเหลือเกินแล้ว ฉอเลาะว่า

“บ่ายนี้สารภีจะไปเยี่ยมท่านเจ้าคุณอยู่พอดีเจ้าค่ะ” แล้วเอามาลัยดอกปีบให้บอกว่า “สารภีเตรียมไว้จะส่งให้ที่กระทรวงเจ้าค่ะ”

หลวงราชรับมาลัยสารภีไม่ยอมปล่อยมือมองมาลัยด้วยแววตาลึกซึ้ง หลวงราชนึกรู้ว่าสารภีตายใจแล้ว

ฝ่ายพิกุลขอร้องสินว่าอย่าทำอย่างนี้อีกเลย สินบอกว่าอย่าห้ามเลย ตนจะดูดายมองพิกุลซับน้ำตาครั้งแล้วครั้งเล่าได้อย่างไร พูดอย่างน้อยใจว่าไม่เห็นว่าพี่ห่วง

ก็ไม่กระไร พิกุลบอกว่าไม่เพียงตนห่วงเขา เอื้อยก็ห่วงเขาไม่แพ้ตน แต่สินเห็นว่าห่วงอย่างเอื้อยมีแต่จะซ้ำให้ตนเจ็บกว่าเดิม ประคบไปด่าไปพานจะตีกันอีกรอบ ตนซึ้งใจที่เอื้อยเป็นห่วงแต่มันก็เป็นได้แค่น้องเท่านั้น สินอธิบายเพื่อให้พิกุลใจอ่อนว่า

“พี่กันไม่ให้คุณหลวงมากล้ำกรายกับพิกุลก็ใช่จะฉวยโอกาสแทนที่ พี่รู้แก่ใจว่าไม่อาจเทียมเขาได้ อย่างน้อยขอให้พี่ได้ปกป้องพิกุลเถิด”

“ซึ้งใจหรือยังพี่สิน” เอื้อยถามแทรกขึ้น ถือตลับยาหม่องมาจะนวดให้สิน “เข้าใจหัวอกของฉันหรือยัง หัวอกของคนที่ทำไม่ได้แม้แต่ห่วงใย...อกไหม้ไส้ขมถึงเพียงไหนก็ต้องทน”

สินบอกว่าจะสมน้ำหน้าตนยังไงก็เอาเลย เอื้อยบอกว่าตนเตือนสติ ไม่ได้สมน้ำหน้า

“เอ็งมันปากไม่ตรงกับใจ” สินโพล่ง เอื้อยโกรธขว้างตลับยาหม่องใส่แต่สินหลบทัน ดุเอื้อย “นังเอื้อย!! ถ้าโดนพิกุลขึ้นมาเอ็งจะว่ากระไร”

เอื้อยยิ่งน้อยใจ พิกุลเรียกเอื้อยให้ฟังตนก่อน เอื้อยย้อนถามเสียงสะท้านว่า

“ยังต้องฟังอะไรอีก...จำไว้นะ ถึงวันที่หล่อนออกเรือนกับพี่สิน อย่าหวังจะเห็นเงาของอีเอื้อยในวันแต่งงานของหล่อน”

“มันจะไม่มีวันนั้น เอื้อย!! ถ้าไม่เชื่อจะไปสาบานที่วัดไหนก็ได้”

สินกล้ำกลืนข่มความผิดหวังทั้งที่รู้ตัวก่อน บอกเอื้อยว่าอย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่นักเลย

“คิดว่าฉันไม่กล้ารึ” เอื้อยจ้องพิกุลอย่างท้าทาย

ooooooo

สารภีชงชาให้หลวงราชดื่ม หลวงราชดื่มจนหมด สารภีบอกว่าได้เวลาคุณยศต้องกลับกระทรวงแล้ว บอกว่าตนไม่ได้ไล่ แต่ตนทำถูกต้องตามธรรมเนียมใช่ไหม เมื่อแขกดื่มน้ำชาหมดแสดงว่าไม่ต้องการรับชาอีก

หลวงราชลุกขึ้นเหมือนจะลืมมาลัยดอกปีบ สารภีจะหยิบให้พอดีหลวงราชกลับมาหยิบ มือกับมือสัมผัสกันเต็มๆ สารภียิ้มเขิน บอกว่าหากลืม ตนก็จะส่งให้ถึงกระทรวงเลย หลวงราชหยิบมาลัยแล้วออกไป

ส่งหลวงราชแล้วสารภีกลับเข้ามาเจอนิ่มถือถาดส้มไปทางห้องบูชา สารภีชักสีหน้าปรามว่าตนเตือนแล้วว่าหล่อนมีหน้าที่มาเก็บกวาดเท่านั้นอย่าเสนอหน้าเอาอะไรมาบูชาบรรพบุรุษตระกูลตน ไม่รู้สึกรู้สาเลยหรือ นิ่มถามว่าจะให้ตนขัดคำสั่งเจ้าสัวหรือ สารภีปรามว่าไม่ต้องอ้างเตี่ย หยิบส้มลูกหนึ่งจากถาดบอกว่าลูกนี้มันเน่าในให้ไปเอามาใหม่ตนจะรออยู่ที่ห้องป้าย อย่าให้รอนาน

พิกุลกับเอื้อยเข้าไปในโบสถ์ เอื้อยถามว่าคุณหลวงทำให้พิกุลแน่ใจแล้วหรือถึงได้กล้าตัดสัมพันธ์สินเช่นนี้ พิกุลไม่ตอบแต่เร่งให้รีบสาบานจะได้กลับ เอื้อยบอกไม่ต้องสาบาน ตนอยากรู้เรื่องหล่อนกับคุณหลวงเท่านั้น พิกุลบอกว่าถ้าไม่สาบานตนก็จะกลับ แต่ไม่ทันที่ทั้งสองจะกลับ คุณหญิงเกสรกับคุณหญิงพิศพิลาศก็เข้ามา พิกุลดึงเอื้อยไปหลบหลังพระประธาน จึงได้ยินสองคุณหญิงคุยกันทุกถ้อยคำ

คุณหญิงเกสรปรารภว่าตนไม่รู้จะทำอย่างไรเมื่อเจ้าคุณถือหางสารภีอยู่ ตนเกรงว่าท่านเจ้าคุณยุทธนาจะเห็นว่าเป็นเรื่องของเด็กๆแล้วปล่อยเลยตามเลย

คุณหญิงพิศพิลาศบอกว่าอย่าได้เกรงใจเลย ตนเห็นคุณหญิงร้อนใจเรื่องลูกดาวกับลูกเดือนแล้วจะนิ่งเฉยได้อย่างไร ตนขอสาบานต่อหน้าพระประธานว่า

“จะทำทุกทางเพื่อกำจัดขวากหนามให้พ้นทาง อย่างไรลูกสาวของอิฉันต้องได้เป็นหนึ่งในหัวใจของตายศ จะเป็นใครอื่นไปไม่ได้”

พิกุลได้ยินคำสาบานถึงกับหน้าเสีย เอื้อยปลอบว่าถ้าคุณหลวงมีใจให้หล่อนไม่ว่าใครก็ไม่มีวันทำให้คุณหลวงเปลี่ยนใจได้ พิกุลติงว่ารักอย่างเดียวจะเทียบยศศักดิ์ได้อย่างไร เอื้อยจึงให้อธิษฐานขอพระท่านดลใจให้ท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงเกสรใจอ่อนฟังคุณหลวงบ้าง พิกุลอึ้งจนเอื้อยถามว่านิ่งอยู่ทำไม

“ฉันซาบซึ้งน้ำใจของเอื้อยเหลือเกิน”

“ค่อยซาบซึ้งตอนหล่อนออกเรือนไปกับคุณหลวงเถิด” เอื้อยบอกแล้วส่งธูปให้ พิกุลรับธูปปักด้วยความซาบซึ้งน้ำใจของเอื้อย

ooooooo

สินรู้ว่าอ้นมีใจให้เอื้อยอยู่แต่ไม่กล้าทำอะไรให้เอื้อยรู้ สินถามว่าอย่างนี้เมื่อไหร่เอื้อยจะมีใจให้เล่า อ้นถามว่าสินไม่หวงหรือ สินส่ายหน้าบอกว่าตนกับเอื้อยไม่มีวันได้คู่กันดอก สงสารที่เอื้อยหวังลมๆ แล้งๆกับตน

 “แล้วที่เอ็งหวังลมๆแล้งๆกับแม่พิกุลไม่สงสารตัวเองดอกรึ” อ้นถามตรงจนอ่ำติงว่าพูดแทงใจดำพี่สิน สินเลยลุกขึ้นไล่เตะอ้น พอดีเพียรเข้ามาขัดจังหวะบอกให้สินไปตัดใบตองให้ทีแล้วใช้อ่ำกับอ้นไปดูพ่อจางวางทีเผื่อมีอะไรจะใช้เพราะไม่รู้ว่าพิกุลกับเอื้อยหายหัวไปไหน

 ที่แท้เพียรหลอกให้สินไปในป่ากล้วยเพื่อถามว่ารู้เรื่องที่จางวางหมายพิกุลให้เขาหรือไม่ สินพยักหน้ายิ้มปลื้ม เพียรถามว่าแล้วสินไม่สงสารนังเอื้อยหรือ

เพียรซักถามจนรู้ว่าสินรักเอื้อยเหมือนน้อง เพียรบอกว่าแต่พิกุลก็ไม่มีใจให้เขา สินหน้าสลดหันไปฟันก้านกล้วยข่มอารมณ์ “โธ่...ไอ้สินเอ๊ย...” เพียรมองสินอย่างเห็นใจ

ooooooo

กลางวันวันนี้ สุดเตรียมทำข้าวต้มมัดสูตรวังคุณพระสรรพ์หวังอวดคนบ้านเจ้าคุณพิชัยโดยเฉพาะคุณหญิงเกสร เอื้อยบอกว่าคุณหญิงเขาเลี้ยงแขกด้วยขนมอบอย่างฝรั่ง แม่คิดหรือว่าคุณหญิงจะแลขนมอย่างนี้

สุดเชื่อว่าข้าวต้มมัดสูตรเด็ดนี้ไม่มีใครปฏิเสธ เอื้อยบอกว่ารอคุณหญิงกลับมาแม่ก็จะรู้เองว่าอะไรเป็นอะไร

ทำข้าวต้มมัดเสร็จเอื้อยเอาใส่ถาด สร้อยมาเห็นพูดประชดกับบ่าวว่า เป็นบุญปากของพวกเอ็งที่จะได้กินข้าวต้มมัดชาววัง พิกุลตัดบทไม่ให้มีเรื่องกันว่าตนเตรียมมาให้ท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงด้วย สร้อยหางตาใส่พูดลอยๆว่าใส่อะไรลงไปบ้างก็ไม่รู้

เอื้อยโพล่งไปว่าอยากกินก็กิน ไม่อยากกินก็ไม่ต้องกิน สร้อยจิกใส่ “นังนี่” พิกุลขอร้องอย่ามีเรื่องกันเลยถ้าท่านไม่อยากกินก็ไม่เป็นไร จัดเสร็จแล้วขอตัวดึงเอื้อยออกไปและจะคว้าตะกร้าข้าวต้มมัด

สร้อยถามว่าอยากให้คุณหญิงรับข้าวต้มมัดไม่ใช่หรือ ถ้าเช่นนั้นก็ตามมา สั่งบ่าวให้จัดสำรับของว่างให้ท่านรับกับน้ำชาตอนบ่ายด้วย แล้วบอกพิกุลให้ตามมา...

สร้อยพาไปที่ศาลาในสวน คุณหญิงกำลังคุมบ่าวตวงเหล้าเตรียมทำน้ำปรุง สร้อยเห็นเหล้าก็เปรี้ยวปากขอที่เหลือก้นไหสักจิบสองจิบ ถูกคุณหญิงว่าเห็นเหล้าเป็นไม่ได้เชียว

คุณหญิงเห็นข้าวต้มมัดก็ถามเสียงกระด้างว่าเอาข้าวต้มผัดใส่สำรับมาทำไม พิเรนทร์ สร้อยบอกว่าคนปี่พาทย์มีน้ำใจอยากให้คุณหญิงลองข้าวต้มชาววัง ตนไม่รู้จะขัดอย่างไรก็เลยต้องเลยตามเลย

“ของแบบนี้ฉันไม่กิน ใส่อะไรบ้างก็ไม่รู้ ทำกันยังไงก็ไม่เห็น สกปรก!!!” คุณหญิงหยิบจานออกจากสำรับไสไปอย่างรังเกียจ

สร้อยทำเป็นบ่นว่าตนเลยพลอยโดนด่าไปด้วย ไม่น่าหวังดีเลย เอื้อยถามว่าหวังดีจริงหรือ สร้อยปรามว่าอยู่ต่อหน้าคุณหญิงอย่าพูดพล่อยๆ แล้วบอกบ่าวให้พาสองคนออกไป เอื้อยบอกว่ามาเองก็กลับเองได้

คุณหญิงโกรธถามว่า “พ่อแม่พวกหล่อนไม่อบรมสั่งสอนรึไง” พิกุลไหว้บอกว่าตนสองคนกราบขอโทษ

คุณหญิงเหยียดว่าสั่งสอนกันมาอย่างนี้มันถึงไม่มีวันเจริญ ลำเลิกว่ามาอยู่ที่นี่ก็คงไม่สำนึกบุญคุณสักวันคงกินบนเรือนขี้รดหลังคา

“พ่อจางวางกับอิฉันแทนคุณหญิงได้แต่ทางมโหรีพี่ปี่พาทย์ หากไม่สมกับที่คุณหญิงหวังจะได้ ก็เกินปัญญาที่พิกุลตอบแทนเจ้าค่ะ”

“ต่อปากต่อคำนัก ตบปากสั่งสอนมันที” คุณหญิงสั่งบ่าว สร้อยกับบ่าวรี่เข้าหาพิกุลกับเอื้อยทันที

เอื้อยส่งจานข้าวต้มมัดให้พิกุลถือ ตัวเองสะอึกออกไปขวางไม่ให้เข้าถึงพิกุล ท้าเหยง

“เข้ามาเลย เดี๋ยวอีเอื้อยจะสนองคุณให้ดูต่อหน้านี่ละ”

พวกบ่าวเห็นเอื้อยเอาจริงก็ไม่กล้าเข้าไป เอื้อยท้าไปก็หาทางหลบพ้นจากการถูกล้อมกรอบจนได้

ooooooo

แต่พิกุลถอยไปชนหลวงราชที่กำลังเดินเข้ามา ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง แล้วหลวงราชก็หยิบข้าวต้มมัดในจานถามว่าฝีมือหล่อนรึ เอื้อยชิงตอบว่าข้าวต้มมัดฝีมือแม่พิกุล

ฟังแล้วหลวงราชก็จงใจแกะห่อข้าวต้มมัดกินให้คุณหญิงเห็น คุณหญิงโวยวายให้วางลงเดี๋ยวนี้มันใส่อะไรเข้าไปด้วย ผ่านมือใครต่อใครมาบ้างก็ไม่รู้ เดี๋ยวเสาะท้อง ถ้าลูกอยากกินแม่จะสั่งบ่าวทำให้

“เช่นนั้นกระผมต้องเสาะท้องมีอันเป็นไปเสียตั้งแต่อยู่เมืองสุพรรณแล้วขอรับ” หลวงราชแกล้งยั่ว แล้วบอกพิกุลว่า “ฉันจะตามไปที่เรือนนะ ยังพอมีให้ฉันใช่ไหม”

เอื้อยชิงตอบยั่วคุณหญิงว่ามีเหลือเฟือตนจะเตรียมไว้ให้ คุณหญิงถามเสียงขุ่นว่า

“ตายศ ลูกกับแม่นั่น มันอะไรกัน”

“กระผมเพียงแต่ชื่นชมข้าวต้มผัดขอรับ อย่าคิดไกลไปเลยขอรับ” พูดแล้วเดินไปเลย คุณหญิงมองตามอย่างร้อนใจ สร้อยยุคุณหญิงทันทีว่า ไม่ใช่แค่เรื่องนี้แน่ๆ

กลับถึงเรือน เพียรถามว่าพวกที่ตึกใหญ่ว่าอย่างไรล่ะ เอื้อยรีบบอกว่าผิดจากที่ตนพูดเมื่อไหร่ล่ะ มีแต่คนถือยศถืออย่าง อย่างคุณหญิงกับบ่าวที่ไม่ชอบ มีแต่คุณหลวงที่ออกปากชม ไม่รู้จะตามมาถึงนี่หรือเปล่า

จางวางถามว่าเห็นคุณหลวงเห็นแก่กินรึ เอื้อยตอบเป็นนัยว่าถ้าเห็นแก่กินตนก็จะหาให้ แต่ถ้ามาเพราะเรื่องอื่น...พิกุลาทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่าพูดมาก พ่อจางวางรำคาญเต็มทีแล้ว แล้วชวนเอื้อยเข้าห้องเลย

“มันอะไรของมันก็ไม่รู้นะเจ้าสองคนนี้” เพียรพูดกลบเกลื่อน จางวางมองเพียรอย่างจับผิด เพียรก้มหน้าก้มตาฝานหมากให้จางวางทำหน้าตาย

เมื่อเข้าห้องแล้วพิกุลต่อว่าเอื้อยที่พูดเช่นนั้น

ถ้าพ่อซักขึ้นมาตนก็ไม่รู้จะตอบยังไง ยิ่งถ้าพ่อรู้ว่าตนตัดใจจากพี่สินก็ต้องมีปากเสียงกันใหญ่โตแน่

“ฉันมันก็ปากมากจริงๆ แต่ว่าถ้าคุณหลวงตามมาถึงเรือนจริงๆหล่อนจะว่าอย่างไร”

พิกุลนิ่งไปอย่างหนักใจ แต่ปี่ในกล่องที่หัวนอนพิกุลเหมือนจะฟังทั้งสองคุยกัน และมีเงาดำร่างหนึ่งนั่งอยู่ด้วย แต่ทั้งพิกุลและเอื้อยไม่รู้ตัว

ooooooo

คุณหญิงจิกเรื่องหลวงราชกับพิกุลไม่ปล่อย เตือนเชิงปรามว่าลูกมีแม่เดือนกับแม่ดาวอยู่แล้ว อย่าให้แม่ต้องร้อนใจเรื่องนังคนปี่นั่นอีกคนเลย หลวงราชแกล้งแหย่ว่า คุณแม่จงใจลืมแม่สารภีหรือ

คุณหญิงบอกว่าไม่อยากเอ่ยชื่อมันต่างหาก

หลวงราชถามว่าแม่หมายความว่าอย่างไร

“อย่าร้อนใจไปเลยตายศ อีกไม่นานลูกก็จะรู้ว่าแม่หมายความว่ากระไร” คุณหญิงยิ้มเป็นนัยแล้วลุกไป

“คุณแม่คิดจะทำอะไร?” หลวงราชคิด

เมื่อเข้าห้องนอน หลวงราชถามมุดว่าวันนี้มีแขกมาหาแม่ตนหรือเปล่า มุดบอกว่าไม่มีสักคน แต่คุณหญิงไปบ้านท่านเจ้าคุณยุทธนาแต่เช้า เพิ่งจะกลับมาตอนบ่ายนี้เอง มุดคาดว่าคงไม่พ้นไปเยี่ยมคุณหญิงทั้งสอง เพราะหายหน้าไปเสียนาน

หลวงราชคิดตามที่มุดเล่าและคาดคะเน แต่ไม่ปักใจเชื่อว่าคุณหญิงจะไปด้วยธุระเพียงเท่านั้น

และคืนนี้เมื่อหลวงโชติกับหลวงแจ่มไปยูไนเต็ดคลับที่จัดฉลองยอดจำหน่ายน้ำปรุงจากยุโรป ไม่เพียงเห็นหญิงเดือนกับหญิงดาวเฉิดฉายอยู่ในวงล้อมของหนุ่มรูปงามเท่านั้น อีกมุมหนึ่งยังมีหนุ่มๆกลุ่มใหญ่ห้อมล้อมสารภีในชุดออกงานอย่างฝรั่ง

“นังสารภี” หญิงเดือนจิกเรียก

“นังลูกเจ๊ก ริจะเป็นมาดาม!!!” หญิงดาวเหยียดปาก

ยิ่งเมื่อเห็นสารภีปลีกตัวจากหนุ่มๆที่รุมล้อม

มองหลวงโชติกับหลวงแจ่มอย่างชื่นชมก็ยิ่งหมั่นไส้

เวลาเดียวกันนี้ หลวงราชอยู่ที่ซอยลับตาในย่านสำเพ็ง ลูกน้องจีนสงส่งกรรไกรขาเดียวที่ดัดแปลงคล้ายมีดมีแพรสีแดงผูกที่ด้ามให้หลวงราชดู บอกว่ากรรไกรขาเดียวนี้ กงสีให้ตนไว้ป้องกันตัว

“อาวุธป้องกันตัวรึ” หลวงราชมองสงสัย

ลูกน้องจีนสงบอกว่าพวกตนไม่รังแกกันเอง แต่ไอ้อีคนไหนมันทำผิดกฎกงสี ก็สมควรต้องสั่งสอน หลวงราชถามว่าไม่เว้นแม้แต่เจ้าสัวสงรึ?

“ไอ้พวกนั้นมันหมาลอบกัด กลัวยี่เฮียของอั๊ว

จะแบ่งอำนาจจากมัน” หลวงราชถามว่าพวกนั้นพวกไหน แต่ลูกน้องจีนสงไม่ยอมปริปาก จึงเดา “จีนพ้งรึ?”

ลูกน้องจีนสงไม่ตอบยัดกรรไกรขาเดียวไว้ที่ผ้าคาดเอวแล้วแบมือ หลวงราชจึงส่งถุงเงินให้ พวกนั้นรับแล้วหลบหายไปในความมืด

หลวงราชจับต้นชนปลายว่าอะไรเป็นอะไรแล้วออกจากซอย แต่ยังไม่ถึงปากซอยก็มีนักเลงกลุ่มหนึ่งมาดักไว้ หลวงราชรู้ว่าภัยกำลังมา แต่ก็ทำใจดีสู้เสือ

ooooooo

สารภียิ้มหวานมาทักทายหญิงดาวและหญิงเดือนว่านึกแล้วว่าจะต้องพบบุตรีของท่านเจ้าคุณยุทธนาที่นี่ หญิงเดือนพูดอย่างไว้ตัวว่า รู้ว่าตนสองคนเป็นใครแล้วก็ดี จะได้ไม่ต้องแนะนำตัว

สารภีอ่อยว่าสักวันตนจะได้ไปกราบท่านเจ้าคุณกับคุณหญิง หญิงดาวว่าไม่ต้องเพราะคุณพ่อคุณแม่ตนใช่ว่าจะอยากรู้จักคนทั่วไป

หลวงโชติกับหลวงแจ่มเห็นบรรยากาศเริ่มกร่อยก็เปลี่ยนเรื่อง คุยเรื่องน้ำปรุงฝรั่งว่าคงถูกใจสาวๆ เลยมากันเต็มคลับ เจ้าของคลับคงพอใจยิ่งนัก

สารภีคุยว่าเสร็จจากงานนี้คงต้องแวะไปที่ห้างอีกสักรอบ เห็นว่ามีกลิ่นใหม่เพิ่งมาเมื่อเย็นนี้ หญิงดาวคุยว่าป่านนี้คนของนายห้างน่าจะถึงบ้านเราแล้วกระมัง คุณแม่คงได้ลองน้ำปรุงฝรั่งสนุกสนานแล้วเป็นแน่

“สารภีก็หวังว่าคุณหญิงเกสรจะโปรดปรานน้ำปรุงฝรั่งกลิ่นใหม่นี้เช่นกัน ป่านนี้คงถึงมือท่านเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้คงจะได้ไปถามไถ่ให้รู้ความ”

“หล่อนสั่งน้ำปรุงให้คุณหญิงเกสรหรือ” หญิงเดือนถาม สองหญิงมองหน้ากันอึ้ง เมื่อถูกบลัฟกลับ

“ไม่เหมาะไม่ควรตรงไหนหรือเจ้าคะ” สารภีมองท้าทาย หลวงโชติกับหลวงแจ่มยิ่งหน้าเจื่อนกลัวจะเกิดเรื่อง

ฝ่ายคุณหญิงเกสรได้รับน้ำปรุงก็คิดว่าคงเป็นหญิงดาวกับหญิงเดือนส่งมา ชมว่าช่างรู้ใจเลือกได้ดีเหลือเกิน กลิ่นหอมถูกใจนัก ชมกับสร้อยอย่างปลื้มปริ่มว่า ว่าที่สะใภ้ของตนต้องรู้ใจเช่นนี้ แต่ขณะกำลังอารมณ์ดีก็หงุดหงิดขึ้นมาทันทีเมื่อแว่วเสียงดนตรีที่โหมประโคมขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

ที่ประตูใหญ่บ้านเจ้าคุณพิชัย รถเจ๊กว่างเปล่าคันหนึ่งแล่นออกไปแต่ประตูใหญ่ยังคงเปิดค้างไว้

ที่ห้องดนตรีบ้านเจ้าคุณพิชัย...พิกุลเห็นท่านเจ้าคุณจิบน้ำชาที่สารภีเอามาให้ มีหลวงบำรุงนั่งฟังดนตรีอยู่ด้วย พิกุลเห็นถ้ำชาจำได้ว่าเป็นถ้ำชาที่สารภีให้หลวงราชไว้วันที่มีงานรับตำแหน่งของจีนพ้งเห็นแล้วพิกุลอดสะท้อนใจไม่ได้

เวลาเดียวกันในซอยลับตาที่สำเพ็ง หลวงราชถูกลูกน้องจีนพ้งต้อนกลับไปทางเดิม หลวงราชเห็นศพลูกน้องจีนสงที่เพิ่งคุยกันนอนตายอย่างอนาถา มีกรรไกรขาเดียวปักอยู่บนร่าง หลวงราชรู้ถึงอันตราย ถามว่าพวกเอ็งเป็นใคร ทันใดก็ถูกมือขวาของจีนพ้งเอาถุงผ้าคลุมหัวแล้วทุบจนสลบ

ทันใดนั้นพิกุลที่เป่าปี่อยู่สะดุ้งเหมือนรับรู้ว่าหลวงราชตกอยู่ในอันตรายจนเป่าปี่ผิดจังหวะ ดีแต่สินช่วยดึงจังหวะเข้าสู่เพลงปกติได้ เจ้าคุณพิชัยกับหลวงบำรุงเห็นปฏิภาณของสินก็ยิ้มพอใจ

ooooooo

ส่วนที่ยูไนเต็ดคลับ สารภีออกมารอรถที่หน้าคลับ ถูกชายฉกรรจ์ตามออกมาประกบ สารภีรู้ตัวเปิดกระเป๋าหยิบลิ่มแบ่งชาออกมาถือไว้ป้องกันตัว

ครู่เดียวหญิงดาวกับหญิงเดือนออกมาเห็นคนของตนประกบสารภีอยู่ก็ถามว่ารอรถเจ๊กกลับบ้านสินะ สารภีกำลิ่มแบ่งชาแน่นไม่ตอบ หญิงดาวพูดต่อว่า

“ฉันจะไม่ให้คนของเจ้าคุณพ่อฉันทำอะไรหล่อน ถ้าหล่อนรับปากว่าจะไม่โผล่มาที่นี่อีก”

“แล้วถ้าไม่รับปากล่ะเจ้าคะ”

หญิงดาวส่งสายตาให้ลูกน้องลงมือ ทันใดนั้นรถสองคันก็ปราดเข้ามาจอด ลูกน้องสารภีกลุ่มหนึ่งเปิดประตูรถคันแรกลงมา หญิงดาวหญิงเดือนเห็นเช่นนั้นก็ตกใจ ลูกน้องต่างถอยมาปกป้อง

“สารภีขออภัยนะเจ้าคะ ที่ทำให้คุณหญิงตกใจ” สารภีเอ่ยแล้วขึ้นรถคันหลังที่ลูกน้องเปิดประตูให้แล้วแล่นออกไป หญิงดาวกับหญิงเดือนมองอย่างเจ็บใจทั้งที่ยังไม่หายตกใจ

ooooooo

พิกุลถือตะเกียงกลับเรือนทั้งที่ใจคอไม่ดี เห็นเงาตะคุ่มๆ ส่องตะเกียงดูเห็นชายคนหนึ่งมีถุงผ้าคลุมหัวมือไพล่ที่หลังเดินโงนเงนมาสะดุดล้มลง พิกุลกลัวๆ กล้าๆส่องตะเกียงถาม “ใครน่ะ...ใคร”

“พิกุล...พิกุลใช่ไหม” เสียงอู้อี้จากถุงคลุมหัว แต่พิกุลก็จำได้ว่าเป็นหลวงราช รีบเข้าประคองร่างที่นอนกับพื้นขึ้นมาแก้มัดถุงที่คลุมหัว เห็นหลวงราชหน้าซีดเพราะขาดอากาศหายใจก็ยิ่งเป็นห่วงรีบแก้มัดที่มือ

พิกุลเห็นหลวงราชมีรอยช้ำทั้งตัวก็เอาผ้าคลุมไหล่เช็ดรอยเปื้อนให้ ความใกล้ชิดและหอมกลิ่นผมของพิกุลที่เคลียหน้าทำให้หลวงราชยิ้มออกมาทั้งที่ยังเจ็บ พิกุลถามว่าคุณหลวงไปทำอะไรมา

“ฉันต้องทำภารกิจที่ฉันไม่อาจเลี่ยงและบอกใครไม่ได้ ฉันขอให้หล่อนเข้าใจในเรื่องนี้ได้หรือไม่”

“เจ้าค่ะ”

“หากเกิดอะไรเช่นนี้ขึ้นอีก ฉันจะรักษาชีวิตเพื่อกลับมาหาหล่อน กลับมาเห็นหน้าหล่อนทั้งที่ไม่รู้ว่าโชคชะตาจะเข้าข้างฉันอีกหรือไม่”

ทั้งสองตกอยู่ในอารมณ์เคลิ้ม มีเงาดำปรากฏขึ้นโดยทั้งสองไม่รู้ตัว

สินออกตามหาพิกุล ทั้งที่ไปยืนอยู่ตรงหน้าทั้งสองแต่สินกลับมองไม่เห็นอะไรจึงเดินไปทางอื่น

หลวงราชกับพิกุลต่างมองกันอย่างลึกซึ้ง จนเมื่อพิกุลจะกลับ หลวงราชบอกว่า

“ฉันสัญญากับหล่อนว่าเสร็จจากหน้าที่การงานเมื่อไร ฉันจะทำตามหัวใจตัวเองทันที...รอฉันนะพิกุล”

“รอหรือเจ้าคะ” พิกุลใจสะท้อนเมื่อนึกถึงท่านจันแต่ก็ตอบรับ “เจ้าค่ะ”

หลวงราชไปส่งพิกุล เมื่อพิกุลถือตะเกียงขึ้นเรือนก็ตกใจเมื่อเห็นทุกคนนั่งรอตนอยู่อย่างกังวล สินกับเอื้อยถามว่าหายไปไหนมา พิกุลปดว่าตนเวียนหัวจนเดินไม่ไหวเลยหยุดพักกลางทางครู่หนึ่ง

จางวางถามว่าหยุดพักตรงไหนทำไมถึงคลาดสายตาสินไปได้ทั้งที่ออกตามหาอยู่นาน นึกว่าถูกงูขบไม่มีใครเห็น เพียรบอกสุดให้หาน้ำอุ่นมา ตนจะผสมยาหอมให้พิกุล พิกุลจำต้องปดต่ออีกว่าตนพักดีขึ้นแล้ว และกราบพ่อกับแม่อย่างรู้สึกผิดที่ตนทำให้เป็นห่วง

เอื้อยยังแคลงใจซักไซ้เวลาที่พิกุลเดินกลับและเวียนหัวนั่งพักครู่เดียว แต่เวลาที่หายไปเนิ่นนานกว่า “ครู่หนึ่ง” ที่พิกุลบอก เมื่อพิกุลยืนยันหน้าตายเช่นนั้น เอื้อยนิ่งคิดตัดบทว่า

“เอาเถอะ ไม่ถูกผีพาไปซ่อนก็ดีแล้ว”

“ที่นี่มันบางกอกนะเอื้อย ใช่ป่าดงที่ไหนจะมีผีพาไปซ่อน” พิกุลบอกเอื้อยเช่นนั้น แต่ตัวเองก็แปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่พิกุลไม่ทันเห็นว่าที่ปี่ท่านจันบนหัวนอน มีเงาจากม่านหน้าต่างวูบไหวเบาๆตามแรงลมไปทาบทับอยู่ แต่เงานั้นไม่ไหวตามอย่างที่ควรเป็น

ooooooo

รุ่งขึ้นสารภีออกจากบ้านแต่เช้าเพื่อไปดูว่าคุณหญิงเกสรชอบน้ำปรุงที่ตนให้คนของห้างส่งไปให้หรือไม่ จีนพ้งเรียกปิงคนสนิทมาเตือนว่าทำอะไรอย่าให้สารภีรู้ เดี๋ยวจะหาว่าตนไม่ไว้ใจ

เช้าเดียวกันเจ้าคุณต่วนฟังหลวงราชเล่าเรื่องเมื่อคืนแล้วก็เป็นกังวลว่าจีนพ้งจะรู้ว่าเราจับตาดูอยู่แต่หลวงราชไม่หวั่นบอกว่าตนต้องหาหลักฐานมามัดตัวจีนพ้งแล้วส่งตัวขึ้นศาลรับอาญาแผ่นดิน

เจ้าคุณต่วนถามว่าหลวงราชยังเอาใจสารภีเพื่อหาหลักฐานอยู่หรือ หลวงราชบอกว่าตนจะพยายามอย่างที่สุดจนกว่าแม่สารภีจะเอะใจ เจ้าคุณเปรยว่าสารภีคงโกรธอย่างมากเมื่อรู้ความจริง คุณหลวงเลือดเย็นกว่าที่ตนคิด

“เพื่อหน้าที่กระผมทำได้ขอรับ”

“เช่นนั้นก็จงเร่งมือเถิด...ฉันมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องที่ต้องไหว้วานคุณหลวง เรื่องที่เกินกว่าจะไหว้วานจากใครได้อีกแล้ว”

หลวงราชมองเจ้าคุณต่วนอย่างสงสัยว่าหมายถึงเรื่องอะไร

สารภีไปถึงบ้านเจ้าคุณพิชัยแต่เช้า มุดให้ไปรอที่ห้องรับรอง คุณหญิงลงมาจากชั้นบนไม่ทันเห็นมุดพาสารภีเข้าไปในห้องรับรอง เอ่ยกับสร้อยอย่างปลื้มกลิ่นน้ำปรุงใหม่ บอกสร้อยว่าจะฉีดให้หอมฟุ้งไปทั่วบ้าน หญิงดาวกับหญิงเดือนจะได้เห็นว่าตนปลื้มแค่ไหน

มุดออกจากห้องรับรองบอกคุณหญิงว่าสารภีมาขอพบ สร้อยยุว่ามันมาท้าทายคุณหญิงแน่ๆ

“มิได้นะเจ้าคะ” สารภีปรากฏตัวพร้อมเสียง ไหว้คุณหญิงอย่างนอบน้อม ได้กลิ่นน้ำปรุงจากคุณหญิงก็เอ่ยปลื้มว่า “ดูท่าคุณหญิงจะโปรดน้ำปรุงฝรั่งกลิ่นนี้นะเจ้าคะ...สารภีปลื้มที่คุณหญิงใช้น้ำปรุงที่สารภีเลือกให้”

คุณหญิงว่าเป็นน้ำปรุงที่หญิงดาวกับหญิงเดือนส่งมาให้ต่างหาก สารภีบอกว่าตนส่งมาให้ตั้งแต่เมื่อคืนวานคนของห้างส่งมาให้หมายจะให้คุณหญิงได้ใช้เช้านี้

พอคุณหญิงรู้ว่าเป็นน้ำปรุงที่สารภีส่งมาให้ก็เจ็บใจสั่งให้สร้อยไปหยิบมาเดี๋ยวนี้

คุณหญิงให้สร้อยเอาขวดน้ำปรุงคืนให้สารภี สารภีนั่งรถกลับออกไป สั่งชบาให้โยนทิ้งเสีย ชบาจึงโยนขวดน้ำปรุงทิ้งที่กอหญ้าข้างทางอย่างเสียดาย

ooooooo

วันนี้ขณะจางวางกำลังจะให้ลูกวงซ้อมดนตรี เจ้าคุณพิชัยก็เข้ามาบอกว่าเจ้าคุณต่วนให้ตนพาวงพ่อจางวางเข้าวังในอีกไม่กี่วันนี้ บอกว่านี่เป็นงานครั้งสำคัญของตนกับของจางวางทีเดียว

เจ้าคุณพิชัยให้ช่างเสื้อมาวัดตัวเพื่อตัดชุดเตรียมเข้าวังเพราะนี่เป็นหน้าตาของกระทรวง พิกุลกับเอื้อยตื่นเต้นดีใจที่จะได้ตัดเสื้อออกงานอย่างผู้ดี เอื้อยบอกว่าพิกุลต้องออกปากขอบน้ำใจคุณยศแล้วกระมัง

“เอื้อยอยากจะขอบใจเขาเมื่อไร ฉันก็ฝากไปด้วยแล้วกัน” พิกุลยิ้มน้อยๆอย่างมีความสุขไปด้วย

ฝ่ายคุณหญิงหัวเสียแต่เช้าเมื่อรู้ว่าน้ำปรุงที่ชื่นชอบนั้นสารภีเป็นคนหามาให้ ขณะกำลังจะออกจากบ้าน ก็พอดีหญิงดาวกับหญิงเดือนนั่งรถมาหา สร้อยสั่งบ่าวให้ตั้งสำรับเลยเพราะดูท่าคุณหญิงกับสองหญิงต้องคุยกันอีกยาวเป็นแน่

เย็นนี้เองหลวงราชก็ไปที่เรือนพักจางวาง อ้างว่ามาบอกกล่าวเรื่องงานที่กระทรวง จะฝากใครมาก็เกรงจะเป็นเด็กไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ จางวางฟังอย่างไม่สบอารมณ์แต่ต้องข่มไว้

พิกุลออกมาได้ยินเสียงหลวงราชจึงแอบดูว่ามาคุยเรื่องอะไรกับพ่อ หลวงราชมาบอกกล่าวเรื่องงานว่ามีแต่แขกฝรั่งกิริยาท่าทีคงไม่นอบน้อมอย่างคนบางกอก ตนจึงมาบอกกล่าวให้จางวางรู้แต่เนิ่นๆ จางวางถามว่ามีธุระเท่านี้หรือเหมือนไล่ในที ก็พอดีเพียรเอาน้ำกับจานข้าวต้มมัดมาบอกว่า

 “เห็นเอื้อยมันว่าคุณหลวงถูกใจข้าวต้มมัดชาววัง อิฉันเลยหามาให้เจ้าค่ะ”

 หลวงราชถามว่าหากตนกินหมดจานนี้แม่เพียรคงไม่ว่ากระไร เพียรบอกว่าจะว่ากระไรได้มีแต่จะปลื้มเสียด้วยซ้ำ จางวางเห็นเพียรกับหลวงราชเออออกันอย่างถูกคอก็มองอย่างไม่พอใจ ขณะหลวงราชกินข้าวต้มมัดมองไปเห็นพิกุลแอบดูอยู่จึงยิ้มให้ พิกุลรีบหลบแล้วแอบดูอีก หลวงราชรู้แต่ทำเป็นไม่เห็น พิกุลรู้สึกดีที่หลวงราชเออออกับแม่อย่างดี

กลับถึงบ้านตอนเย็นหลวงราชถูกคุณหญิงแม่ต่อว่าที่ไม่เชิญไปร่วมงานที่กระทรวง หลวงราชปะเหลาะว่าตนจะลืมคุณหญิงเกสรได้อย่างไร ท่านเจ้าคุณต่วนอยากจัดวันนี้พรุ่งนี้ด้วยซ้ำ แต่ตนเกรงคุณแม่จะตัดชุดไม่ทันจึงขอให้ทอดเวลาออกไปอีกสักหน่อย

คุณหญิงฟังแล้วคลายเคือง บอกว่าช่างเขา รู้เพียงแต่ให้สร้อยบอกว่าแม่จะตัดชุดออกงานช่างก็หาแบบหาผ้าให้เขารู้ว่าแม่เกสรน่ะต้องใช้ผ้าดีมีราคาจากยุโรปเท่านั้น แล้วบอกหลวงราชว่า เชิญแม่แล้วก็ต้องเชิญหญิงดาวกับหญิงเดือนด้วย หลวงราชรับคำอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ในใจคิดอะไรบางอย่าง

ooooooo

แล้วจู่ๆมุดก็ไปบอกเพียรว่าช่างวัดตัวตัดชุดทำผิดพลาด ช่างจึงให้ตนมารับพิกุลไปวัดตัวใหม่ บอกว่าช่างเกรงท่านเจ้าคุณจึงให้ตนมารับแทน รถรออยู่หน้าประตูใหญ่ อ้อนวอนขอให้เห็นใจเถิด เสร็จแล้วจะรีบพาพิกุลกับมาส่ง เพียรใจอ่อนบอกให้รอประเดี๋ยว

พิกุลถูกพาตัวมาในห้องวัดตัวที่มีม่านกั้นให้ช่างวัดตัวงงๆ พอวัดตัวเสร็จช่างเปิดม่านออกไป พิกุลมองเงาในกระจกตกใจมากเมื่อเห็นหลวงราชนั่งรออยู่ที่โซฟา หลวงราชยิ้มให้บอกว่าอย่าเพิ่งโมโห ตนเพียงแต่หาวิธีที่จะทำให้เราอยู่ด้วยกันตามลำพังเท่านั้นแล้วเดินไปรูดม่านปิด

พิกุลบอกว่าได้เวลาต้องกลับเพราะตนมานานแล้ว หลวงราชทำเป็นน้อยใจถามว่าไม่อยากอยู่กับตนตามลำพังหรือ ตนขอให้มาก็มีแต่ความหวังดี

ไม่ทันไรเสียงหญิงเดือนจากนอกห้องก็ดังเข้ามาว่า “ห้องนี้มีใครลองอยู่รึ” ทั้งหลวงราชและพิกุลตกใจไม่รู้จะทำอย่างไร หลวงราชจึงดึงพิกุลถอยไปจนติดกระจก

หญิงเดือนไม่ได้ยินเสียงตอบจากข้างในจึงเปิดม่าน หลวงราชออกไปรับหน้าถามว่าหญิงเดือนมาทำอะไรที่นี่ แล้วแม่ดาวล่ะ

หญิงเดือนบอกว่าตนหลบมาคนเดียว เพราะถ้าพี่ดาวมาคงไม่พ้นลอกแบบตน บอกว่าตนไม่อยากใส่ชุดซ้ำแบบพี่ดาว ถามว่าพี่ยศลองเสื้อเสร็จแล้วหรือ หลวงราชเอาตัวบังๆไว้บอกว่าเสร็จแล้วกำลังจะกลับกระทรวง หญิงเดือนพยายามดึงม่านออกบอกว่าอยากรู้ว่าพี่ยศตัดชุดอะไร จะได้เลือกผ้าเลือกแบบให้เข้ากัน

หญิงเดือนหลอกล่อจนเปิดม่านออกได้ หลวงราชตกใจแต่หญิงเดือนกลับไม่เห็นอะไรหันบอกหลวงราชว่าไม่เห็นมีอะไรสักหน่อย หลวงราชเลยผสมโรงว่าช่างรับไปแก้แล้ว

หญิงเดือนจึงควงหลวงราชกลับ ท่ามกลางความโล่งอกและแปลกใจของหลวงราช

ครู่หนึ่งพิกุลออกจากห้องลองเสื้อด้วยความแปลกใจว่าทำไมหญิงเดือนไม่เห็นตน หันมองกระจกอีกที เห็นเงาดำร่างหนึ่งซ้อนอยู่ด้านหลังตนและสลายตัวไปอย่างเร็ว

ooooooo

หญิงเดือนออกมาเลือกผ้ากับเจ้าของร้านที่เป็นชายจีน บอกว่าตนจะเอาผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสเท่านั้นผิดจากนี้ไม่เอา แล้วชี้ผ้าพับหนึ่งบอกว่าจะเอาพับนี้แล้วห้ามเอาไปตัดให้คนอื่นอีก เข้าใจไหม

เจ้าของร้านบอกว่าเห็นทีจะไม่ได้ พับนี้มีผู้หมายตาไว้แล้วและคงไม่พอตัดให้ใครอีก หญิงเดือนวางอำนาจ อวดรวย บอกว่าตนจะซื้อยกพับจะให้จ่ายเพิ่มสักกี่เท่า เจ้าของร้านบอกกี่เท่าก็ไม่ได้

หญิงเดือนคาดคั้นถามว่าใครกันที่มันหมายตาผ้าพับนี้ถึงยอมให้ตนไม่ได้ เจ้าของร้านบอกว่า

“คุณหญิงเกสรขอรับ”

หญิงเดือนหน้าเจื่อน พาลดุเจ้าของร้านว่าแล้วทำไมไม่บอกแต่แรก แล้วออดอ้อนหลวงราชว่า

“อย่าว่าเดือนนะเจ้าคะ ที่เดือนอยากได้ชุดสวยๆไปออกงานก็เพราะไม่อยากให้พี่ยศเสียเกียรติเจ้าค่ะ”

หลวงราชติงว่าแต่น้องเดือนก็ควรนึกถึงเกียรติของเจ้าของร้านด้วย มิใช่เอาแต่จะข่มเยี่ยงนี้ หญิงเดือนบอกว่ามิได้เจ้าค่ะ หลวงราชตัดบทว่าเลิกต่อความเถิด หญิงเดือนจึงบอกเจ้าของร้านว่าเลือกผ้าให้ด้วยก็แล้วกันแต่โน้มตัวกระซิบปรามกับเจ้าของร้านว่า

“อย่าให้ฉันเห็นว่าเอาไปตัดให้ใครอื่น นอกเสียจากคุณหญิงเกสรล่ะ!”

เจ้าของร้านรับคำอย่างนอบน้อม พอหญิงเดือนเดินออกไป เจ้าของร้านกับหลวงราชลอบสบตายิ้มให้อย่างรู้กัน

หลวงราชออกมาขึ้นรถที่จอดรออยู่ ครู่หนึ่งจึงเห็นมุดพาพิกุลออกมา หลวงราชถามพิกุลว่าแม่เดือนไม่เห็นหล่อนจริงหรือ พิกุลบอกว่าไม่เห็นทั้งที่ตัวเองยังแปลกใจอยู่ เร่งหลวงราชให้รีบพาตนกลับเถิดได้เวลาต้องกลับไปซ้อมแล้ว

“วันนั้น...จะต้องมีแต่คนพูดถึงหล่อนเป็นแน่” หลวงราชบอกยิ้มๆ

พิกุลมองแปลกใจถามว่าคุณหลวงหมายถึงเรื่องอะไร หลวงราชโน้มตัวเข้าไปจะบอกแต่พิกุลหลบเสียก่อนเร่งให้รีบกลับเถิด หลวงราชจึงส่งสายตาให้มุดที่ยืนรออยู่ข้างนอกมาขับรถ

ooooooo

หลวงราชไปส่งพิกุลที่บ้านแล้วจึงขับรถออกไปเอง ไม่รู้ว่าคุณหญิงเกสรจิกตามองอยู่อย่างชิงชัง พอพิกุลจะไปที่เรือนจางวางก็ถูกคุณหญิงจิกเรียก “นังพิกุล!!!”

พอพิกุลหยุดหันไหว้ คุณหญิงก็ด่าสาด ว่ามารยาสาไถยหลอกลูกชายตนให้พาขึ้นรถคงไม่พ้นทำเรื่องบัดสีแน่ ครั้นพิกุลชี้แจงก็ถูกด่าอีไพร่ ไม่เจียมตัว อยากจะจับตายศให้อยู่หมัดแล้วขึ้นเป็นเมียเอก ฝันไปเถอะ

พิกุลอดกลั้นอย่างที่สุดขอให้คุณหญิงฟังตนบ้าง ถ้าไม่ฟังตนก็ถามจากคุณหลวงดูได้ คุณหลวงคงไม่ปด

“หุบปาก!!” คุณหญิงตวาดแล้วขุดคำจิกด่าอย่างสะใจ

พิกุลกลั้นน้ำตาเดินเข้าห้องนอน หยิบกล่องปี่มาเปิด ทันทีที่เปิดกล่องน้ำตาก็หยดลงที่ปี่ พิกุลหยิบปี่ขึ้นมาเช็ด ทันทีที่มือสัมผัสปี่ ลมอ่อนๆก็พัดเข้ามา พิกุลรู้สึกถึงความอบอุ่นอย่างประหลาด กอดปี่ไว้กับตัว ทันใดก็รู้สึกมีมือมาแตะที่ไหล่รูปลักษณ์คือมือของท่านจัน แต่พอหันมองเห็นเป็นเพียร

เพียรบอกว่านึกว่าจะกลับมาไม่ทันซ้อม จะหาเรื่องอ้างกับพ่อจางวางอยู่พอดี เพียรถามว่าคนของคุณหลวงทำอะไรหรือเปล่า พิกุลส่ายหน้า บอกแม่ว่าตนเพียงแต่ว้าวุ่นใจที่จะได้ออกงานของท่านเจ้าคุณเท่านั้น

“ไม่ได้ปิดแม่นะ”

“จ้ะ พิกุลเกรงว่าพวกฝรั่งจะไม่ชอบวงปี่พาทย์ของเรา แล้วท่านเจ้าคุณจะเสียหน้าไปด้วย”

“เอ็งนี่มันกลัวไม่เข้าเรื่อง มีปี่ท่านจันอยู่กับมือแล้วจะเกรงอะไรอีกล่ะ”

“จ้ะ มีปี่ท่านจันในมือ พิกุลจะไม่เกรงอะไรแล้ว”

พิกุลมองปี่ในมือรู้สึกถึงกระแสอบอุ่นที่ไม่อาจอธิบายได้

ooooooo

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ที่กระทรวงต่างประเทศมีบรรยากาศจัดงานเลี้ยงหรูหราแบบไทยผสมฝรั่ง

จางวางพ่วงกำชับลูกวงให้สำแดงฝีมือให้เห็นว่าดนตรีปี่พาทย์ของไทยไม่น้อยหน้ากว่าแตรวงฝรั่งเลย

เอื้อยชะเง้อชะแง้คอยช่างเอาเสื้อผ้า จนเพียรถามว่าใส่ชุดนี้แล้วเล่นไม่เป็นหรือไง ครู่หนึ่งช่างเดินนำลูกน้องนำเสื้อผ้ามาส่งให้เพียร เอื้อยปราดเข้าไปดู ถามว่าทำไมของพิกุลไม่เหมือนของคนอื่น?

ที่สวนด้านนอกกระทรวงต่างประเทศ คุณหญิงเกสรให้สร้อยไปดูว่าหญิงดาวหญิงเดือนท่านอยู่ที่ไหนอยากเห็นว่างามแค่ไหน เจ้าคุณว่าออกงานฝรั่งคงไม่พ้นแต่งอย่างฝรั่ง ดีที่คุณหญิงไม่คิดจะแต่งอย่างฝรั่งด้วย

“ถ้านังลูกเจ๊กได้รับเชิญมาด้วย อิฉันก็คงไม่พ้นได้เห็นนางงิ้วมาป้วนเปี้ยนในงานฝรั่งเหมือนกันเจ้าค่ะ”

หลวงบำรุงเข้ามาไหว้ท่านเจ้าคุณ คืนนี้คุณหญิงเลยยกท่านเจ้าคุณให้คุณหลวงเพราะดูเข้าขากันดี

“กระผมห่างเหินจากเสียงปี่ของแม่พิกุลเสียนาน คืนนี้จะได้สมใจนะขอรับ” หลวงบำรุงเอ่ย

“จางวางพ่วงท่านซ้อมลูกวงทุกวัน คุณหลวงคงจะสมใจแน่ล่ะ”

หญิงเดือนหญิงดาวในชุดแบบฝรั่งเห็นคุณหญิงเกสรก็รีบเข้ามาไหว้ทักทาย หญิงเดือนเห็นผ้าตัดเสื้อของคุณหญิงก็นึกออกว่าเป็นผ้าพับเดียวกับที่เห็นในร้าน ดีที่ช่างบอกว่าผ้าพับนี้ไว้ตัดชุดให้คุณหญิงป้าเท่านั้น

ขณะคุณหญิงกับหญิงดาวหญิงเดือนกำลังทักทายกับแขกตามธรรมเนียมฝรั่งนั้น ข้าราชการผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นว่านั่นคุณสารภีควงมากับท่านเจ้าของห้างเสียด้วย ทั้งคุณหญิงและหญิงดาวกับหญิงเดือนมองขวับ เห็นสารภีในชุดฝรั่ง เข้ามากับฝรั่งที่แต่งตัวภูมิฐานดูมีตำแหน่งใหญ่โตก็ชักสีหน้าใส่

ข้าราชการผู้นั้นบอกว่าควงมากับเจ้าของห้างด้วย หญิงดาวเยาะเย้ยว่าคืนนี้คงได้คุยกันเมื่อยมือแน่

สารภีเข้ามาไหว้คุณหญิงและแนะนำฝรั่งให้รู้จักกับคุณหญิง คุณหญิงอึ้งไปนิดหนึ่งจึงยื่นมือไปเชกแฮนด์และยิ้มให้ฝรั่งตามมารยาท

หญิงดาวกับหญิงเดือนดูถูกสารีว่าพูดได้คำสองคำก็แค่นจะอวด แต่พอเห็นสารภีคุยกับฝรั่งคล่องก็ชักสีหน้าหมั่นไส้

สารภีพามิสเตอร์เคล้าส์ไปแนะนำแก่เจ้าคุณต่วนว่าเป็นนายห้างจากสิงคโปร์กำลังหาลู่ทางมาเปิดสาขาใหม่ในพระนคร เคล้าส์ฝากเนื้อฝากตัวเป็นภาษาไทย เจ้าคุณหยอกว่าคงได้ครูดีจึงเจรจาได้คล่องเช่นนี้

เคล้าส์ชื่นชมกับหลวงราชว่างานนี้ถูกตาต้องใจตนเสียทั้งนั้น ทำให้ตนรู้ว่าเป็นโอกาสใหม่ทางการค้า หวังว่ากิจการของตนจะได้รับการสนับสนุนจากท่านหลวงราชยิ้มรับตามมารยาท ว่าตนยินดีช่วยเต็มกำลังเท่าที่ทำได้ เคล้าส์ยกแก้วเชิญหลวงราชกับเจ้าคุณต่วนดื่ม

เสียงปี่พาทย์เริ่มบรรเลงทุกคนหันมองไปที่เวทีพิกุลถูกจัดให้นั่งในที่โดดเด่น งามทั้งเสื้อผ้าหน้าผม มีดอกปีบทัดดูเด่น

ตอนเย็นก่อนงานจะเริ่ม สร้อยเห็นพิกุลใส่เสื้อลูกไม้ก็หัวเราะเยาะบอกให้คุณหญิงว่าเอาขี้ริ้วมาตัดชุดแต่เห็นชุดของคุณหญิงแล้วใบ้กินสนิท หญิงเดือนมองชุดของพิกุลแล้วโวยว่าเป็นผ้าพับนั้นที่ช่างบอกว่าสำหรับชุดของคุณหญิงเท่านั้น เอะใจว่า “หรือว่าเป็นเพราะพี่ยศ!!”

คุณหญิงถามว่าตายศเกี่ยวอะไรด้วย หญิงเดือนเล่าอย่างเจ็บใจว่า

“เดือนพบพี่ยศที่ร้านนั้น นี่ไม่ได้หมายความว่าพี่ยศเป็นธุระเรื่องนี้ให้แม่นั่นนะเจ้าคะ”

คุณหญิงทบทวนถึงวันนั้นที่เห็นพิกุลลงจากรถคุยกับหลวงราชพักหนึ่งหลวงราชจึงขับรถออกไป พึมพำเครียด “วันนั้นตายศพามันไปตัดเสื้อรึ” มองไปเห็นหลวงราชมองพิกุลอย่างชื่นชม ถึงกับคำราม “ตายศ!!!”

ทั้งคุณหญิง หญิงดาว หญิงเดือน เห็นหลวงราชมองพิกุลอย่างชื่นชม ต่างโกรธจัด

เคล้าส์สนใจพิกุลเป็นพิเศษ เอ่ยอย่างชื่นชมว่าสตรีสยามมิได้งดงามแต่รูปเท่านั้น หากยังทัดเทียมชายอย่างน่าอัศจรรย์กระทั่งทำเรื่องยากๆเช่นนี้ สารภีนึกขวาง ยิ่งเห็นหลวงราชใจจดจ่ออยู่กับพิกุลก็ยิ่งโกรธ

ผิดกับเจ้าคุณพิชัยและหลวงบำรุงต่างชื่นชมเสียงปี่ของพิกุล เจ้าคุณเอ่ยว่า

“ปี่ท่านจันกับแม่พิกุลเหมือนจะแยกกันไม่ออกไปเสียแล้วใช่รึไม่ล่ะคุณหลวง”

“กระผมออกจะอิจฉาท่านเจ้าคุณและคุณยศนักขอรับ ที่ได้รับสุนทรีย์จากเสียงปี่ของแม่พิกุลทุกเมื่อเชื่อวัน...เป็นกระผมคงสับสนว่าหลงเสียงปี่หรือคนปี่กันแน่” หลวงบำรุงแซวหยอดท้าย

พอดีปี่พาทย์บรรเลงจบลง เสียงปรบมือฮือฮาทั้งงาน เจ้าคุณเห็นแล้วยิ้มปลื้มที่แขกพอใจมาก

เจ้าคุณต่วนพอใจมากจนขอให้คนปี่เดี่ยวอีกสักเพลงเพื่อความเพลิดเพลินจำเริญใจของแขกเรา เรียกบ่าวมาส่งถุงเงินให้บอกว่า “ฉันฝากให้คุณหลวงไปมอบให้จางวางกับแม่พิกุลที”

หลวงราชเอาถุงเงินไปให้จางวางพ่วงแล้วไปหยุดที่พิกุลหยิบถุงเงินให้ บอกว่าเจ้านายตนให้เป็นสินน้ำใจ พิกุลไหว้รับถุงเงินแต่หลวงราชยังไม่ปล่อยมือบอกว่า

“วันนี้มีแต่คนชื่นชมฝีมือหล่อนนะ...ก็มีแต่ฉันที่ไม่เห็นอย่างคนอื่น” พิกุลหน้าเจื่อนบอกว่าตนจะตั้งใจมากกว่านี้ “ฉันไม่เห็นว่าหล่อนเป่าปี่เพราะคืนนี้หล่อนงามจนฉันแทบไม่ได้ฟังปี่ของหล่อนต่างหาก แม่พิกุล”

จางวางพ่วงเห็นหลวงราชยังอยู่หน้าเวทีก็ไม่พอใจ สั่งพิกุลว่าเริ่มได้แล้ว หลวงราชรู้ว่าถูกไล่จึงผละไป พิกุลเตรียมตัวจะเริ่มเดี่ยวปี่ แต่ดอกปีบที่ทัดอยู่ร่วงลงมาที่ตัก ไม่ทันที่พิกุลจะหยิบหลวงราชก็หยิบเสียก่อน

“อย่าเก็บไปแซมผมอีกเลย หล่อนจะหมดสวยเพราะปีบโรยดอกนี้...ให้ฉันเป็นธุระเก็บไว้เองเถิด” แล้วหลวงราชก็เก็บดอกปีบนั้นเดินออกไป สารภีจับตาดูหลวงราชตลอดเวลาเห็นหลวงราชเอาดอกปีบเหน็บกระเป๋าเสื้อก็รู้ว่าดอกปีบมีความหมายกับหลวงราชอย่างไร ยิ่งไม่พอใจ

ส่วนคุณหญิงนอกจากตัวเองจะเจ็บใจเรื่องผ้าตัดชุดแล้ว เมื่อถูกหญิงดาวกับหญิงเดือนเป่าหูยุยงว่าพิกุลหยามน้ำหน้าคุณป้าและคุณหลวงก็มีใจให้มันก็ยิ่งแค้น

ขณะที่พิกุลจะเข้าห้องรับรองนั่นเองสร้อยก็มาบอกว่าคุณหญิงให้มาตามท่านจะตกรางวัลให้รีบตามมา

พิกุลถูกหลอกไปในมุมลับตา ถูกหญิงดาวกับสร้อยจับตัวไว้แล้วฉีกแขนเสื้อพิกุลออก บอกว่าผ้าพับนี้ต้องเป็นของคุณหญิงป้ากับตนเท่านั้น แล้วจะฉีกเสื้อพิกุลอีก คุณหญิงเข้ามาห้ามว่าเท่านี้มันก็อายพอแล้ว แล้วไล่พิกุลไปให้พ้น

แต่พอพิกุลเดินกลับก็ถูกเคล้าส์ที่เมามายกับลูกน้องดักจะทำมิดีมิร้าย พิกุลตกใจตบหน้าเคล้าส์ป้องกันตัวแล้ววิ่งหนี ถูกลูกน้องเคล้าส์ดักหน้าดักหลังและจับตัวไว้ พิกุลร้องขอความช่วยเหลือดิ้นรนสุดแรง

ทันใดนั้นสินพุ่งเข้ากระชากลูกน้องเคล้าส์ออกมาชกจนมันคว่ำ พิกุลวิ่งหนี เคล้าส์จะตามไปก็ถูกหลวงราชขวางชกเคล้าส์ล้มแล้วกอดปลอบพิกุล

“ฉันอยู่ตรงนี้แล้วพิกุล ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่ต้องกลัว”

พิกุลกอดหลวงราชไว้แน่นด้วยความกลัว หญิงดาวกับหญิงเดือนมาเห็นแผดเสียง

“พี่ยศ!!!”

หลวงราชได้ยินแต่ไม่สนใจ ยังคงกอดปลอบพิกุลอยู่อย่างนั้น

เรื่องถึงเจ้าคุณต่วน เคล้าส์โวยวายว่าตนสงสารที่เสื้อผ้าพิกุลขาดแต่กลับถูกตบหน้า คุณหญิงเกสรมาผสมโรงว่าพิกุลสมยอมฝรั่งดั้งขอ เคล้าส์ก็ว่าพิกุลมีใจให้ตนกระทั่งส่งดอกไม้ให้ พิกุลบอกว่าตนถูกใส่ความ หลวงราชทนฟังไม่ได้ชกเคล้าส์จนหงายหลัง บอกทุกคนว่า

“กระผมขอปกป้องศักดิ์ศรีของพิกุลด้วยวิธีนี้ขอรับ” แล้วกระหนาบสารภีว่า “เป็นหน้าที่ของหล่อนที่ต้องดูแลไอ้ฝรั่งขี้เมาให้ได้สตินะสารภี”

เจ้าคุณต่วนสั่งหลวงราชให้ตามตนไป เรามีเรื่องต้องคุยกัน สารภีจับตามองพิกุลคิดอะไรบางอย่าง

ooooooo

จากเหตุการณ์คืนนี้ เอื้อยบอกว่าถ้าไม่ได้คุณหลวงช่วยจะเป็นอย่างไร เพียรบอกให้คิดเสียว่าคุณหลวงทำอย่างเจ้านายกับลูกน้อง เอื้อยว่าแม่เพียรอย่าทำไม่รู้ไม่ชี้เลยเห็นอยู่ว่าพิกุลกับคุณหลวงมีใจให้กัน

“แล้วจะให้ข้าทำอย่างไร ตรองดูให้รอบด้านเถอะนังเอื้อย เอ็งกล้าหักกับพ่อจางวางรึ”

สินมาแอบฟังอยู่ใต้ถุนตรงหน้าต่าง จางวางมาเจอสินคุกเข่าลงทันที จางวางบอกสินว่าถ้าเป็นห่วงพิกุลก็ไม่สมควรมาอยู่ตรงนี้ สินน้อยใจบอกว่าตนคงไม่มีหน้าไปปลอบพิกุล ตนดูแลพิกุลไม่ได้อย่างคุณหลวง

“ไม่ใช่เวลาที่เอ็งจะยอมแพ้...ไม่มีใครคู่ควรกับเอ็งเท่าพิกุลอีกแล้ว จำไว้”

พูดแล้วจางวางออกไปเลย ทิ้งให้สินอยู่กับความมืดและสิ้นหวังอยู่ตรงนั้น

รุ่งเช้าสร้อยกับบ่าวสองคนก็ไปคุยกันที่ข้างห้องครัวเรือนจางวางอย่างจงใจให้ทุกคนได้ยิน ด่ากระทบพิกุลว่าลักกินขโมยกิน ทำเป็นซักไซ้กันว่าใครแล้วเอ่ยดังๆว่า “ก็นังคนปี่บ้านนอกนั่นไง”

เอื้อยทนไม่ไหวเอาน้ำสาดใส่ทั้งสามถูกเพียรดุก็เถียงว่าพวกนั้นมันด่าพิกุลก่อน เพียรบอกว่าให้ทำหูทวนลมเสียบ้าง

ฝ่ายจีนพ้งถามเรื่องราวจากสารภีแล้วบอกให้สารภีไปหาท่านเจ้าคุณแก้ตัวเรื่องคู่ควงตัวเองเสียก่อนที่ท่านจะเรียกถาม สารภีรับคำแล้วไปที่บ้านคุณหลวงพิชัย ปรากฏว่าหลวงราชยังไม่กลับ เจ้าคุณพิชัยถาม สารภีว่าคิดอย่างไรที่เจ้ายศปกป้องพิกุลต่อหน้าหล่อน

“สารภีเข้าใจหัวอกของคุณยศว่าต้องปกป้องคนของเราเสียก่อนเท่านั้น มิได้คิดเป็นอื่นเจ้าค่ะ”

เจ้าคุณชมว่าสารภีช่างใจกว้างไม่แพ้เตี่ยหล่อนเลย พอดีหลวงราชกลับมา เจ้าคุณถามว่าเจ้าคุณต่วนว่าอย่างไรบ้าง หลวงราชยิ้มเจื่อนบอกว่า

“กระผมถูกปลดจากราชการแล้วขอรับ”

เจ้าคุณพิชัยกับสารภีต่างตกตะลึงกับข่าวนี้!

พอคุณหญิงรู้ก็ไปด่าพิกุลว่านังกาลกิณี เป็นเหตุให้หลวงราชถูกปลดจากราชการ พุ่งเข้าตบพิกุลฉาดใหญ่แต่เพียรปราดเข้าปกป้องพิกุลเลยโดนตบแทน พอคุณหญิงจะตบซ้ำถูกจางวางพ่วงยกไม้เท้ากั้นไว้

คุณหญิงตวาดว่าอย่าคิดว่าเจ้าคุณจะเข้าข้างไปตลอด คราวนี้ไม่ปล่อยแน่เตรียมเก็บข้าวของกลับบ้านได้เลย เพียรบอกว่าตนก็ไม่อยากอยู่หรอก พอดีเจ้าคุณเข้ามาปรามคุณหญิงให้พอได้แล้ว คุณหญิงไม่ยอมจนกว่าพวกนี้จะไป เจ้าคุณบอกว่าตนเป็นคนให้จางวางมาใครก็ไม่มีสิทธิ์ไล่ บอกคุณหญิงว่า

“ถ้าตำตาคุณหญิงนัก ก็ไปให้พ้นเสียเองเถิด”

คุณหญิงเจ็บใจมาก ด่าว่าจนเจ้าคุณสั่งให้สร้อยพาคุณหญิงกลับตึกใหญ่เดี๋ยวนี้

เพียรตัดสินใจจะกลับบ้าน จางวางก็บอกเจ้าคุณว่าตนพยายามอดกลั้นเพราะเห็นว่าเจ้าคุณเป็นผู้มีพระคุณแต่คุณหญิงย่ามใจลงมือกับลูกต่อหน้าแม่จะวางใจได้หรือว่าจะไม่เกิดเรื่องชั่วช้ายิ่งกว่านี้

เจ้าคุณรับว่าตนผิดเองที่ไม่ทันห้ามคนของตัวเอง พิกุลแทรกขึ้นอย่างอัดอั้นว่าตนก็ผิดที่ทำให้คุณหลวงถูกปลดจากราชการเพราะปกป้องตน ก็ไม่พ้นเป็นคนเนรคุณเช่นกัน ถ้าเรากลับไปก็เท่ากับหนีเอาตัวรอด เราหนีได้แต่ผิดนั้นจะตามทิ่มแทงไปตลอดมีแต่จะทรมานเท่านั้น

“หล่อนดีกับเจ้ายศเหลือเกินแม่พิกุล” เจ้าคุณเอ่ยอย่างซึ้งใจ จางวางฟังแล้วยิ่งคิดมาก

หลวงราชกลับห้องนอนก็ครุ่นคิดถึงเรื่องที่คุยกันที่ห้องทำงานเจ้าคุณต่วนเมื่อคืน  มีหลวงบริบาลกับหมอฝรั่งร่วมคุยด้วย หลวงราชถามว่าผลการชันสูตรเป็นอย่างไร

หมอฝรั่งกับหลวงบริบาลบอกว่าบาดแผลที่ถูกแทงมีสองลักษณะคือแผลจากของแหลมอย่างกรรไกรขาเดียวอีกแผลที่แทงตื้นกว่าแต่ตรงจุดสำคัญที่ทำให้ถึงตาย ลักษณะของแผลเป็นอาวุธที่เทียบเหมือนแผลที่เกิดจากการแทงของลิ่ม

หลวงราชจึงเสนอเจ้าคุณต่วนว่าขอให้ตนออกจากราชการให้คนเข้าใจว่าตนตัดขาดจากคดีที่กำลังสืบอยู่เพื่อหลอกจีนพ้งกับสารภี เจ้าคุณต่วนเห็นดีถ้าจะทำให้คุณหลวงทำงานง่ายขึ้น ถามหยอกว่า

“ไม่อยากให้แม่พิกุลไขว้เขวไปกว่านี้ใช่หรือไม่”

“ขอรับท่านเจ้าคุณ” หลวงราชยิ้มรับ แต่เมื่อกลับมาคิดก็ภาวนาให้พิกุลอย่าเพิ่งน้อยใจไปนักเลย...

ooooooo


ละครปี่แก้วนางหงส์ ตอนที่ 4 อ่านปี่แก้วนางหงส์ติดตามละครปี่แก้วนางหงส์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย วรินทร ปัญหกาญจน์,ราณี แคมเปน 26 ต.ค. 2561 09:17 2018-10-30T00:21:55+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ