ข่าว

วิดีโอ



ปี่แก้วนางหงส์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-โรแมนติก-ย้อนยุค

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: บลูลาวา

กำกับการแสดงโดย: แมน เมธี

ผลิตโดย: บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: วรินทร ปัญหกาญจน์,ราณี แคมเปน

นิราศเดินไปนั่งตรงหน้าพิกุลถามว่าเป่าปี่เป็นด้วยหรือ พิกุลถามว่ารบกวนหรือเปล่า นิราศบอกว่าเปล่า แต่เสียงปี่ทำให้รู้ว่าตนไม่ได้ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว พิกุลถามว่ากลัวถูกทิ้งหรือ

นิราศมองหน้าพิกุลอย่างลึกซึ้งถามว่าเธอจะไม่ทิ้งตนใช่ไหม

“อิฉันเข้าใจหัวอกของคนที่ต้องรอเป็นอย่างดี อิฉันไม่มีวันทำเช่นนั้นเจ้าค่ะ” นิราศบอกว่าต่อไปนี้ตนจะไม่ให้เธอหายไปแม้แต่ชั่วพริบตาเดียว “คำหวานเช่นนี้คงไม่ผิดกับคำลวง ใครเชื่อก็คงมีแต่จะผิดหวังเท่านั้นและถึงจะเป็นสัญญารักคนเราก็พร้อมจะลืมเสียได้”

“แต่คนนั้นไม่ใช่ผม แน่ใจเถิดนะพิกุล...” นิราศคุกเข่าเอาหน้าแนบตักโอบพิกุลไว้อย่างไม่ให้ไปไหน “คุณจะทิ้งผม ผลักไสผมไปไหน ผมก็จะตามหาคุณให้เจอ”

พิกุลทำท่าเหมือนจะลูบหัวนิราศแล้วก็ตัดใจ วางมือลงและมองไปที่กลางน้ำ เห็นชาวบ้านคู่หนึ่งพายเรือผ่านไปทำหน้าแปลกๆเมื่อเห็นเหมือนนิราศกอดใครอยู่ พอพิกุลหันมองชาวบ้านก็ตกใจโวยวายรีบพายเรือหนีเหมือนถูกผีหลอก

ที่กรุงเทพฯ...ห้องทำงานในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง นิสาเอนหลังบนเก้าอี้ท่าทางกระสับกระส่ายในภวังค์ที่ถูกสะกดจิต อนงค์จับตามองนิสาอย่างใกล้ชิด

นิสาบอกว่ามืดเหลือเกิน ได้ยินเสียงการทรมานก็ถามว่าเสียงอะไร ร้องว่าเลือด...ที่ปลายเท้าของนิสาเหมือนมีมือแห้งเหี่ยวสีดำจับอยู่ นิสาพยายามสะบัดแต่ไม่ออก ตาก็ลืมไม่ได้ ร้องอย่างหวาดกลัวให้ปล่อย...นิสาเห็นภาพการทรมานในห้องมืด เห็นหญิงดาวกับหญิงเดือนฟันกันเอง

นิสาพยายามลืมตาลุกขึ้นแต่ลุกไม่ได้เพราะถูกร่างแห้งเหี่ยวคร่อมไว้ได้แต่ร้องอย่างหวาดกลัวให้ปล่อย อนงค์พยายามเรียกให้นิสารู้สึกตัว แต่นิสาก็ไม่อาจหลุดจากภวังค์ได้

อนงค์เห็นนิสาต่อสู้กับตัวเองก็มองอย่างหนักใจ...

ooooooo

ที่วัดประจำตำบลแห่งหนึ่งในสุพรรณบุรี ก้านพาดารากับเดือนเพ็ญมาทำบุญให้เก่งกาจ ขณะที่ก้านรออยู่หลังโบสถ์  เด็กวัดมาสะกิดเรียกก้านออกไป เมื่อเด็กวัดเล่าจบ ก้านถามว่า

“มึงว่ามันเอาอะไรมาให้หลวงพ่อดูนะ” เด็กวัดบอกว่าตนก็เรียกไม่ถูกแต่คนนั้นมันว่าเกี่ยวกับเรื่องเรือนของกำนัน ก้านหงุดหงิดที่ไม่ได้เรื่องอะไร ปรามว่า

“ถ้ามึงเห็นมันมาหาหลวงพ่ออีก มึงก็ดูให้ดีล่ะ ถ้าไม่ได้เรื่องอีกละก็...”

เด็กวัดรับคำหงอๆแล้วแบมือถาม “พี่มีให้ฉันสักร้อยไหมจ๊ะ” ก้านทำท่าจะเตะ มันยกมือไหว้ขอร้องก้านจึงควักเงินให้

สินธรเห็นก้านก็สงสัยว่าลูกน้องกำนันมาทำอะไรที่นี่ทำท่าจะไปดู อัปสรรั้งไว้เร่งว่าเดี๋ยวหลวงพ่อรอ  อัปสรกับสินธรจะออกไป ก้านแอบได้ยินก็จะตามไปแต่พอดีดารากับเดือนเพ็ญออกมาจึงตัดใจ แต่คิดว่าจะต้องทำอะไรสักอย่าง

ฝ่ายทิพย์เกสรไปตามนิราศถึงห้องทำงานในบริษัทน้ำตาลสยาม เมื่อไม่พบก็โวยวายกับสมคิดว่า

อย่าบอกนะว่านิราศยังไม่กลับจากสุพรรณฯ สมคิดบอกว่ายังไงก็ต้องกลับเพราะนัดกินข้าวกับผู้ใหญ่ของกระทรวงพาณิชย์ เขาไม่เคยผิดนัด

ทิพย์เกสรจึงรอที่นั่น เดินสำรวจโต๊ะทำงานของนิราศเห็นรูปถ่ายเรือนจางวางพ่วงหยิบดูแล้วพึมพำว่านี่หรือเรือนไทยที่นิราศจะยกมาปลูกที่บ้าน ส่ายหน้าบ่นว่า

“เก่าอย่างนี้ไม่กลัวหรือ...แต่ก็ดีกว่าไปติดผู้หญิง”

ทิพย์เกสรรอนิราศอยู่จนเย็นก็ยังไม่เห็นกลับมา สมคิดก็ได้แต่บอกว่าคุณนิราศไม่เหลวไหลแน่นอน

“เรื่องนั้นฉันรู้ ถ้าเขามาไม่ได้อย่างน้อยก็ต้องโทร.มาบอก แต่นี่เงียบไปเหมือน...” ทิพย์เกสรใจคอไม่ดีตัดใจบอกให้สมคิดไปเตรียมตัว ถ้ามีเหตุสุดวิสัยก็ต้องไปแทนนิราศ

สมคิดออกไปแล้ว ทิพย์เกสรคิดไม่ตกว่านิราศหายไปไหนมองที่รูปเรือนไทยบนโต๊ะฉุกคิดว่าหรือนิราศจะอยู่ที่นั่น

ooooooo

นิสาไปทำบุญและกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร พุดกรองในวัยกลางคนใส่ชุดขาวที่มาปฏิบัติธรรมถือไม้กวาดยืนมองอยู่ถามว่าเพิ่งมาทำบุญที่นี่หรือ นิสายิ้มแต่ไม่ตอบ พุดกรองยิ้มให้อีก ถามว่า

“เข้าวัดทำบุญอย่างนี้ มีเรื่องไม่สบายใจใช่ไหมคะ” นิสายังได้แต่ยิ้ม พุดกรองเอ่ยชวน “ถ้าผ่านมาแถวนี้อีก ก็เชิญนะคะ”

นิสายิ้มรับแล้วเอาของเข้าไปเก็บในโบสถ์ พุดกรอง มองตามเหมือนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนิสา แต่สุดท้ายก็ไม่สนใจกวาดลานวัดต่อไป

นิสายังคงถูกผีตงตามหลอกหลอนจนแทบเสียสติร้องโวยวายหวาดกลัวจนเอียดถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ไปทำบุญแล้วดีขึ้นไหม

“ค่ะพี่เอียด นิสาทำบุญกรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวรอย่างที่พี่เอียดแนะนำแล้ว แต่ว่า...”

นิสาหยุดแค่นั้นไม่พูดต่อทั้งที่เอียดคอยฟังอย่างตั้งใจ เอียดเอาสายสิญจน์ผูกข้อมือให้นิสา บอกว่ามีของดีไว้กับตัวอย่างนี้ต่อไปจะได้หลับสบายขึ้น

นิสามองสายสิญจน์อย่างมีความหวังว่าจะทำให้ตนพ้นจากฝันร้ายได้ ผีตงมองคุมเชิงที่มุมห้อง แล้วสลายตัวไปเพราะกลัวพุทธคุณที่ผูกติดมากับสายสิญจน์

ooooooo

นิราศยังอยู่ที่บ้านครูทับ พิกุลเอาชุดของเขามาให้เปลี่ยน แต่นิราศส่ายหน้าบอกว่าคืนนี้ขออยู่กับเธอ ที่นี่ พิกุลถามว่าจะอยู่ได้อย่างไร นิราศมองหน้าอ้อน

“ก็อยู่กันตามประสา...เห็นใจผมเถอะ อยู่กับผมอีกสักคืนนะ” พิกุลถามว่าลืมไปแล้วหรือว่าที่นี่เป็นเรือนร้างมีแต่อันตรายรอบตัว “ผมไม่กลัวหรอก ขอแค่ให้อยู่ใกล้คุณเท่านั้น”

พิกุลถามว่าแน่ใจหรือ นิราศบอกว่ายิ่งกว่าแน่ใจ พิกุลจึงขอตัวไปเตรียมสำรับให้

สินธรสะพายย่ามออกจากบ้านอัปสรสีหน้ายังกังวลอะไรบางอย่าง อัปสรถามว่ากังวลอะไร หรือกลัวว่าเอกสารนั้นใช้ไม่ได้ สินธรถามว่าห่วงหรือ อัปสรบอกว่าตนแค่เอาใจช่วย ถามว่าหรือว่าไม่ได้

“ได้สิ ผมรู้สึกดีจะแย่ที่มีคนเอาใจช่วย”

อึดใจเดียวลูกน้องก้านก็โผล่มาจากมุมมืดตรงเข้าแย่งย่ามที่สินธรสะพายอยู่ สินธรสู้สุดฤทธิ์ อัปสรตกใจร้องกรี๊ด ลูกน้องก้านแย่งย่ามได้แล้ววิ่งหนีไป อัปสรหันเห็นสินธรล้มฟุบอยู่ก็รีบไปดูถามว่าเจ็บตรงไหนไหม สินธรไม่สนใจบอกว่ามันเอาย่ามไป

อัปสรบอกว่าเดี๋ยวตนหาใหม่ให้ห่วงตัวเองก่อนเถอะ สินธรบอกว่าตนห่วงของในย่ามต่างหาก อัปสรตกใจถามว่า “เอกสารพวกนั้น คุณบอกว่ามีใบเดียวใช่ไหม” สินธรพยักหน้าบอกว่าใช่ อัปสรโวยวายว่าแล้วทำไมไม่ตามไปเอาคืน เอกสารพวกนั้นมันเอกสารสำคัญไม่ใช่หรือ สินธรพยักหน้ายิ้มๆมองตามลูกน้องก้านไป

เมื่อเปรื่องรู้ก็ฟันธงว่ามันจะมาเอาเอกสารนี้แน่ๆ ถามสินธรว่าแล้วนี่จะกลับบ้านหรือ พวกนั้นไม่ได้ของที่ต้องการป่านนี้มันต้องไปดักรอที่บ้านแน่ๆ เปรื่องบอกให้นอนเสียที่นี่พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน บอกให้อัปสรไปเอาหมอนมากางมุ้งให้สินธรนอนตรงนี้แหละ บอกให้อัปสรเอาหมอนมาให้ตนด้วย จะนอนเฝ้ามันตรงนี้แหละ

“นอนใต้ชายคาเดียวกันก็ยังดีวะ” สินธรยิ้มเจื่อนปลอบใจตัวเองเบาๆ

ooooooo

คืนนี้สมคิดต้องไปส่งทิพย์เกสรที่บ้านเพราะรอแล้วไม่มีวี่แววว่านิราศจะกลับ ทิพย์เกสรคาดคั้นกับสมคิดให้บอกมาตามตรงว่านิราศคบหาใครอยู่ที่นั่น

“คงเป็นแม่พิกุลครับ” สมคิดตัดสินใจบอก ทิพย์เกสรถามว่าใครกัน “เจ้าของเรือนไทยหลังนั้นครับ”

ที่มุมลับตานิสาแอบฟังอยู่ ได้ยินว่านิราศคบหาพิกุลอยู่ถึงกับน้ำตารื้น...

ทิพย์เกสรไม่ได้นอนมาสองคืนเพราะกังวลเรื่องนิราศ นิสาจะฉีดยาให้ก็โวยวายไม่ยอมให้ฉีด

“นิสาจะทำให้คุณป้าหลับสบาย ได้พักผ่อนบ้าง เชื่อนิสานะคะ”

เอียดช่วยกล่อมและช่วยจับทิพย์เกสรให้นิสาฉีดยา ทิพย์เกสรที่อ่อนเพลียแทบจะหมดแรงดิ้น นิสาจึงป้ายแอลกอฮอล์ที่แขนอย่างใจเย็น พริบตานั้นทิพย์เกสรเห็นนิสาเป็นสารภีในอดีต สะบัดและปัดสุดแรง  เข็มฉีดยา กรีดถูกแขนนิสาข้างที่ผูกสายสิญจน์

เอียดยังพยายามหว่านล้อม ทิพย์เกสรเองก็ตกใจพูดเสียงอ่อนลงว่าอย่ามายุ่งกับตน ลูกชายตนหายไปทั้งคนจะให้สบายใจอยู่ได้ยังไง

นิสาบอกว่าตนก็เป็นห่วงและพร้อมจะไปตามพี่นิราศ แต่จะไปทั้งที่คุณป้าเป็นอย่างนี้ไม่ได้

ทิพย์เกสรไม่ฟังเสียง สั่งเอียดพาตนไปหาหมอและเตรียมจัดรถให้ตนเดินทางไปตามนิราศเดี๋ยวนี้

นิสาเสียใจกับสิ่งที่ทิพย์เกสรทำ เดินเข้าห้องน้ำ ถอดสายสิญจน์ที่เปื้อนเลือดออกวางไว้แล้วล้างแขนใจลอยเพราะเป็นห่วงนิราศ พอล้างแขนเสร็จก็ออกไป ลืมสายสิญจน์สนิท

ooooooo

สมคิดขับรถพาทิพย์เกสร นิสา และเอียดบ่ายหน้าไปสุพรรณฯ แต่เมื่อคืนฝนตกหนักถนนปิดซ่อม สมคิดบอกว่าถ้าจะไปต่อก็ต้องไปทางเรือเท่านั้น ทิพย์เกสรสั่งให้ไปท่าเรือทันที

ไปถึงท่าเรือเจอเรือเมล์จอดอยู่พอดี คนเรือบอกว่าไปไม่ได้ เพราะเขาเหมาเรือแล้ว สมคิดบอกว่าจะให้จ่ายเท่าไรก็ได้แต่ขอให้ได้ลงเรือด้วย ทิพย์-เกสรเสียงดังว่า บอกเขาไปว่าคิดแพงเท่าไรก็ยอมจ่ายขอแต่ให้ได้ไปด้วย

กำนันพงษ์ได้ยินเรื่องจ่ายไม่อั้นก็สนใจถามว่าจะไปไหน สมคิดบอกว่าเรือนจางวาง กำนันหันไปพยักหน้าให้คนคุมเรือทำนองอนุญาต

ในเรือมีดารา เดือนเพ็ญ อยู่ด้วย ทั้งสองแสดงความไม่พอใจที่ต้องเสียเวลารอทิพย์เกสรที่ลงเรืออย่างลำบาก บ่นว่าเสียเวลาจริงๆ นิสาได้ยินจึงเอ่ยขอโทษที่ทำให้เสียเวลา

ดารากับเดือนเพ็ญเห็นนิสาก็รู้สึกไม่ถูกชะตาขึ้นมาทันที ผิดกับกำนันพงษ์ที่มองนิสาตาวิบวับ

สมคิดส่งทุกคนลงเรือแล้วบอกว่าเดี๋ยวตนจะรีบตามไป คนคุมเรือเห็นว่าเรียบร้อยแล้วจึงสั่งออกเรือ

พอเรือออกจากท่า ท้องฟ้าก็มืดครึ้มทันที ไม่มีใครเห็นว่าพิกุลมาอยู่ที่หัวเรือ มองกำนันพงษ์ ดารา เดือนเพ็ญ นิสา ทิพย์เกสร ทุกคนอยู่ในชุดโบราณ พิกุลยิ้มแค้น ลมก็พัดแรงขึ้นจนกลายเป็นพายุ! ทุกคนในห้องโดยสารเรือสีหน้าเป็นกังวล พายุแรงจนเรือโคลง และท้องฟ้าก็มืดเหมือนกลางคืน

ท่ามกลางพายุฝนกระหน่ำ บนฝั่งที่มีท่าน้ำ มีคน กางร่มยืนรอเรืออยู่

เรือโคลงจนน่ากลัว ทิพย์เกสรถามว่าเรือจะล่มไหม เอียดพนมมือสวดมนต์จริงจัง ครู่หนึ่งเอียดนึกได้จะไปเอาห่วงยางกู้ชีพมาไว้ใกล้ตัว ฝากทิพย์เกสรไว้กับนิสา แต่ทิพย์เกสรสั่งเอียดให้อยู่กับตนและให้นิสา ไปเอาห่วงยางชูชีพที่ท้ายเรือ

นิสาไปถึงจะปลดห่วงยางถูกเดือนเพ็ญยื่นมือมาจับไว้ นิสาจึงไปหยิบอีกอันก็ถูกเดือนเพ็ญดึงไว้

นิสาขอสักอันเพื่อให้คุณป้าเพราะท่านแก่แล้ว ดารากับเดือนเพ็ญไม่ยอมปล่อย กำนันที่มองนิสาอย่างพอใจอยู่แล้วบอกสองสาวเชิงสั่งว่าแบ่งให้เขาไปอันหนึ่งเป็นไร สองสาวจึงจำต้องยอมปล่อย กำนันจึงเอาไปให้นิสา

“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณที่รับดิฉันกับคุณป้าขึ้นเรือมาด้วย” นิสาไหว้อ่อนน้อม

ทั้งหมดนี้พิกุลยืนมองอยู่ยิ้มอย่างมีแผน

นิสาเอาห่วงยางชูชีพมาให้ทิพย์เกสร บอกว่า ไม่ต้องห่วงตนกับเอียดจะอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา ขอเพียงให้โชคช่วยเราตามหาพี่นิราศกลับไปได้โดยเร็วก็พอ

พิกุลดูและฟังเรื่องราวทั้งหมดพูดอย่างสะใจว่า

“ในที่สุดก็ถึงวาระแห่งเวรกรรมสักที ฉันรอคอยวันที่จะเห็นพวกแกต้องเจ็บปวด ทุกข์ทรมานอย่างสาสมกับที่เคยทำไว้กับฉันและครอบครัว ทรมานต้องตอบแทนด้วยทรมาน ชีวิตต้องตอบแทนด้วยชีวิต”

พายุโหมกระหน่ำจนเรือโคลงเหวี่ยงคนไปมาและข้าวของก็กลิ้งเกลื่อน ทิพย์เกสรอาการโรคหัวใจกำเริบ นิสารีบไปหากระเป๋ายา แต่กระเป๋ายากลิ้งไปอยู่ที่เท้ากำนัน กำนันรำคาญเตะไปอีกทาง นิสาถลาไปคว้าแต่เรือโคลงทำให้กระเป๋ายาตกน้ำ นิสาก้มคว้าสุดตัวเสียหลักพลัดตกน้ำ เอียดตกใจร้อง “คุณนิสา!!!”

กำนันพงษ์เองก็ถูกเรือโคลงเหวี่ยงไปมาพยายามจับเสาเรือไว้แต่ถูกของกลิ้งมากระแทกจนตกน้ำไป

ทั้งนิสาและกำนันพงษ์พยายามตะเกียกตะกายจะขึ้นเรือแต่ก็ขึ้นไม่ได้  เพราะถูกอะไรบางอย่างดึงขาไว้

นิสากำลังจะหมดลมก็เห็นพิกุลแสยะยิ้มให้ นิสาไม่รู้จักพิกุลแต่จากสีหน้ารู้ว่าไม่ได้มาดีแน่

“วันนั้นแกเอาลมหายใจของฉันไป วันนี้ฉันจะทวงลมหายใจของฉันคืน” พิกุลเห็นว่านิสาใกล้จะหมดลมหายใจแล้ว พูดสำทับว่า “แกจะได้รับรู้ว่า ฉันทรมานแค่ไหน”

ooooooo

กำนันพงษ์พยายามว่ายน้ำจะขึ้นเรือ แต่มีมือมาดึงขาไว้จนกำลังจะหมดแรง ขณะนิสาก็กำลังจะหมดลมก็มีเลือดสีดำไหลออกจากตา จมูกและปากของพิกุลลอยเข้าปะทะหน้า ทำให้นิสาหมดสติไป

ร่างนิสาเหมือนถูกดึงดิ่งลงในเหวลึก เธอค่อยๆได้สติเพราะเสียงปี่ของพิกุล ขณะเดียวกันก็มีเสียงเมตตาของพุดกรองเรียก “คุณพิกุลเจ้าคะ”

พิกุลมองหาเสียงเรียกนั้น เห็นแม่ชีกางร่มยืนที่ท่าน้ำท่ามกลางสายฝน “หยุดการอาฆาตจองเวรเถิดเจ้าค่ะคุณพิกุล ขอให้เขาทั้งสองรับกรรมแต่อดีตเถิด เพียงแค่นี้กรรมของทั้งคู่ก็หนักเหลือเกินแล้ว”

“เรื่องเวรกรรม มิใช่เรื่องที่จะมาต่อรอง วันที่พ่อหล่อน พี่สาวหล่อน กระทำชั่วช้ากับฉันกับพ่อแม่ฉันอย่างเกินอภัย ฉันเคยร้องขอความเมตตาจากใครบ้าง มันสองคน สมควรรับกรรมตามวาระของมัน”

“เวรจักระงับด้วยการหยุดจองเวร ด้วยเมตตาเท่านั้นนะเจ้าคะ”

“ไม่!! ไม่จริง พวกมันชั่วช้าสามานย์ไม่เคยมีเมตตา ก็อย่าหวังว่าจะได้รับเมตตากลับคืน แม่ชีกลับไปซะ อย่ามายุ่งกับกรรมนี้...กลับไป” สิ้นเสียงพิกุลก็หายตัวไป แม่ชีพุดกรองหลับตาใช้สมาธิตั้งจิตมั่นคงอธิษฐาน

“ขอให้พายุโทสะของคุณได้สงบลงเถิดเจ้าค่ะ” แล้วสวดคาถามหาจักรพรรดิ สวดจบก็สวดซ้ำอีก

วิญญาณที่ดึงขานิสาเริ่มคลายจนหลุด ร่างนิสาลอยขึ้นมา ฝ่ายกำนันก็หลุดพ้นจากการดึงเช่นกัน

“ขอให้พายุโทสะของคุณได้ทุเลาและสงบลงเถิดเจ้าค่ะ” เสียงแม่ชีอธิษฐานแล้วสวดคาถามหาจักรพรรดิต่อ เสียงวิญญาณกรีดร้องด้วยความโกรธ แล้วพิกุลก็ปรากฏตัวขึ้นใกล้แม่ชีที่ยังสวดคาถาอยู่

“แม่ชี...แม่ชีจะมายุ่งเรื่องนี้ไม่ได้ บุญล้างบาปมิได้...มันจะไม่จบเท่านี้” พูดแล้วพิกุลก็หายไป

พายุฝนสงบลงทุกอย่างกลับสู่สภาพปกติ แม่ชีพุดกรองลืมตาขึ้นอย่างรับรู้ว่าไม่มีอะไรจะหยุดความแค้นของพิกุลได้

เรือเมล์เทียบท่าที่ริมตลิ่งแห่งหนึ่ง ชาวบ้านมามุงดูว่าเกิดอะไรขึ้น เอียดร้องขอชาวบ้านให้ช่วยพาคุณทิพย์เกสรที่ยังหมดสติอยู่ไปโรงพยาบาลด้วย ครู่หนึ่งสมคิดแหวกชาวบ้านเข้ามาถามเอียดว่าคุณนิสาล่ะ เอียด บอกว่าคุณนิสาตกน้ำไป สมคิดกังวล ตัดใจอุ้มทิพย์เกสรออกไปก่อน

 กำนันพงษ์ลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล เห็นสมคิดอุ้มทิพย์เกสรไปแล้วก็มองหาดารากับเดือนเพ็ญถามว่าผู้หญิงที่มาจากกรุงเทพฯอีกคนล่ะ สั่งหาให้ทั่ว มีใคร

ติดอยู่บนเรืออีกหรือเปล่า ตัวเองก็พยายามมองหานิสา

ooooooo

 ที่โรงพยาบาล สารวัตรบัญชาเดินคุยมากับสมคิดสีหน้าร้อนใจ สมคิดบอกว่านิสาตกน้ำหายไป สารวัตรบอกว่าจะให้ลูกน้องออกหาตามบ้านที่อยู่ริมน้ำดู

สารวัตรถามว่าคุณทิพย์เกสรมาทำธุระอะไรที่นี่หรือ สมคิดบอกว่ามาตามหาคุณนิราศที่หายไปสองสามวันแล้ว ตนคิดว่าคงอยู่ที่เรือนไทยของกำนันแน่ สารวัตรถามว่าทำไมถึงแน่ใจอย่างนั้น

“ก็คุณนิราศกำลังคุยอยู่กับคุณพิกุลนี่ครับ  ถ้าไม่ได้อยู่เรือนไทยนั่นจะให้ไปที่ไหน”

กำนันพงษ์อยู่ที่มุมหนึ่งได้ยินทั้งหมด พอดีดารากับเดือนเพ็ญเดินมาบอกว่าไม่ชอบอยู่โรงพยาบาล ขอหมอกลับไปนอนบ้าน กำนันจึงจำต้องพาหลานสาวทั้งสองกลับไป

 พอกลับถึงเรือน เดือนเพ็ญกับดาราเห็นนิสานอนหมดสติอยู่กลางเรือนก็สงสัย ลูกน้องกำนันจึงรีบมารายงานว่า ตนเห็นลอยมาติดที่ท่าน้ำก็เลยช่วยขึ้นมาก่อน ถามว่ากำนันจะให้พาไปส่งโรงพยาบาลไหม

กำนันมองนิสาหน้านิ่งอย่างมีแผนชั่วร้าย

ทิพย์เกสรตื่นขึ้นมาตอนเช้าในห้องพักฟื้นโรงพยาบาล ถามเอียดว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เอียดบอกว่า เรือชาวบ้านมาช่วยไว้ ถามว่าแล้วนิสาล่ะ เอียดบอกว่ายังหาตัวไม่เจอ ทิพย์เกสรก็อดใจหายไม่ได้

เช้าวันเดียวกัน นิราศนอนแน่นิ่งอยู่สีหน้าซีดเซียวเหมือนคนป่วยหนัก พิกุลเดินมาดูเห็นแมลงป่องเป็นฝูงไต่อยู่ที่หน้านิราศ เธอจ้องมัน แมลงป่องทั้งฝูงก็หนีไป

“ไปซะ...ชีวิตเขาเป็นของข้า ไม่ใช่ของพวกเจ้า...” พิกุลหยิบพัดมาพัดให้ “จะไม่มีใครพรากคุณหลวงไปจากอิฉันได้หรอกเจ้าค่ะ เพราะมีแต่ลมหายใจของคุณหลวงเท่านั้นเจ้าค่ะ ที่จะทดแทนลมหายใจของอิฉันได้”

ที่เรือนกำนันพงษ์ กำนันแง้มประตูดูนิสาที่ยังหลับอยู่ ก้านมาเห็นเข้าไปกระซิบว่า คนของเขาบอกว่าตำรวจตามหาน้องเขาทั่วคุ้งน้ำเลย ทำกะลิ้มกะเหลี่ยถามว่ากำนันจะเอาไว้เองหรือจ๊ะ

กำนันยิ้มมีเลศนัยถามว่าถามทำไม บอกว่าอยากให้เมื่อไหร่จะบอกเอง ก้านหน้าจ๋อยออกไป กำนันมองเข้าไปในห้องอีกครั้ง แล้วยิ้มกริ่มเมื่อเห็นนิสายังหลับอยู่...

ในโบสถ์วัดประจำตำบล เจ้าอาวาสส่งเอกสารให้สินธรบอกว่า

“ลูกหลานของท่านกำนันคนก่อนเขาหามาให้ตามที่อาตมาร้องขอไป ลายเซ็นนี่คงพอจะเอาไปเทียบกับใบกัลปนาที่โยมหามาได้นะ”

สินธรจะส่งลายเซ็นไปพิสูจน์หลักฐานถ้าเป็นของกำนันจริงก็ถือว่าใบกัลปนานั้นเป็นของจริงชาวบ้านจะได้รู้ว่ากำนันโกงที่ดินวัดยังไง เด็กวัดคนหนึ่งเงี่ยหูฟังว่าสินธรกับเปรื่องคุยอะไรกับเจ้าอาวาส

พอนิสารู้สึกตัวขึ้นมาก็เป็นห่วงทิพย์เกสร กำนันบอกว่าเขาอยู่โรงพยาบาลปลอดภัยดีและไม่ต้องห่วงนิราศ เดี๋ยวกินข้าวอิ่มแล้วจะพาไปหา แล้วกำนันก็พา

นิสาไปที่เรือนจางวางพ่วงบอกว่าที่นี่แหละเรือนของนังพิกุลบอกว่าคงอยู่ข้างบนกันให้ขึ้นไปดู ตนจะรออยู่ข้างล่าง

นิสาขึ้นไปเรียกนิราศแต่ก้านโผล่มาบอกให้เข้าข้างในก่อนแล้วลูกน้องก้านก็ออกมารายล้อม นิสาจะหนีก็หนีไม่ได้ อ้อนวอนอย่าทำอะไรเลย ตนไม่ได้คิดร้ายกับพวกเขา

“มึงไม่ได้คิดร้ายแต่ไอ้นิราศมันทำเจ้านายกูแสบนัก มันกล่าวหาว่าเจ้านายกูขี้โกงแล้วยังจะเอาเรือนไปเป็นของตัวเองโดยไม่ยอมจ่ายสักบาท” ก้านตรงเข้าจะข่มขืนนิสา ไล่ลูกน้องให้ไปรอข้างล่างเสร็จแล้วจะเรียก

พิกุลมองความหวาดกลัวของนิสาอย่างเย็นชานึก...“ขอให้คืนนี้มันตามหลอนแก ขอให้นาทีนี้เป็นชั่วกัปกัลป์ที่แกไม่อาจลืมได้จนกว่าแกจะตาย แกสกปรกเกินกว่าจะเป็นของคนอื่นแล้วสารภี”

พิกุลเห็นความหวาดกลัวของนิสานึกถึงความเจ็บช้ำที่ตัวเองเคยเจอ เธอเข้ากระชากผมก้าน พอก้านแหงนหน้าเห็นพิกุลก็ตกใจสุดขีดอ้อนวอนอย่าทำอะไรตนเลยจะเอาอะไรก็ว่ามาเถิด ถูกพิกุลตวาดว่า

“ข้าไม่เอาของสกปรกของเอ็ง...ถึงเวลาที่เอ็งต้องรับกรรมแล้ว”

ก้านหนีออกมาจะลงเรือนก็ถูกสารวัตรบัญชากับลูกน้องกรูกันขึ้นมา ก้านยิงตำรวจคนหนึ่งล้มลงแล้ววิ่งหนี สารวัตรบัญชาสั่งให้หยุดก็ไม่หยุดจึงถูกสารวัตรยิงตาย พิกุลยืนมองศพก้านยิ้มอย่างสาแก่ใจแล้วหายตัวไป

นิสาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เธอร้องไห้ทุรนทุรายอย่างฝันร้าย พอตื่นขึ้นมาพุดกรองปลอบว่าเธอปลอดภัยแล้ว นิสาถามว่าตนทำอะไรไว้กับใครหรือถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้

“ถึงเวลาที่เขาอยากให้คุณได้รู้เอง ทำใจนะคะว่าไม่มีใครต่อรองกับเวรกรรมได้”

เช้านี้ดารากับเดือนเพ็ญไปคุยที่ตลาดว่าพิกุลฆ่าลูกน้องกำนัน คราวก่อนก็เอาชีวิตลูก คราวนี้ก็เอาลูกน้องไปอีกคน ผีดุอย่างนั้นขายเรือนไปเสียจะเก็บไว้ทำไม อิ่มแม่ค้าขนมจีนเจ้าเก่าเล่าฉอดๆว่า

 “มันจะไม่ดุได้ยังไง คนเฒ่าคนแก่เล่ากันมาว่าถูกฆ่ายกครัว ตายโหงอย่างนั้นวิญญาณมันก็ต้องอาฆาตแน่ๆ ตกดึกเมื่อไหร่ไม่มีใครกล้าเดินผ่านแถวนั้นกันหรอก” ดาราถามว่าตายยกครัวยังไง

อิ่มเล่าราวเห็นกับตาว่าโดนเผาทั้งเป็น เพราะลูกสาวที่เป็นคนเป่าปี่ไปแย่งผัวชาวบ้าน เมียเขาเลยให้ลูกน้องมาแก้แค้น เล่าแล้วเห็นอัปสรเดินซื้อของในตลาด อิ่มประจานทันทีว่านั่นก็อีกคนโดนเมียเขาตบกลางตลาดยังมาเดินลอยหน้าอยู่ได้ ตะโกนถามว่า “เหมาน้ำยาอีกหม้อไหมจ๊ะ ลูกสาวตาเปรื่อง”

อัปสรทนไม่ไหวที่อิ่มลามปามถึงพ่อ อิ่มยังด่าไม่ซ้ำคำ อัปสรเลยสาดน้ำยาใส่ปราม “สำนึกเสียบ้าง...ไม่อย่างนั้นแกไม่โดนแค่น้ำยาแน่” อัปสรเดินไปแล้ว อิ่มกรีดร้องเต้นเร่าๆ น้ำยาย้อยเต็มตัว ดารากับเดือนเพ็ญเจอของจริงเข้าก็ไม่รู้จะช่วยยังไง เมื่อกลับถึงเรือนกำนันก็ขอลากลับก่อน วันหลังจะมาเยี่ยมลุงใหม่

พอดีลูกน้องกำนันมาบอกว่าเด็กวัดลูกน้องก้านมีเรื่องสำคัญมาบอกว่า สินธรได้หลักฐานมายืนยันแล้วว่าเรือนนั่นเป็นของมันไม่ใช่ของกำนัน กำนันถามว่าเป็นไปได้ยังไงในเมื่อตนเผาหลักฐานทิ้งหมดแล้ว

“มึงมีหลักฐาน แต่กูจะเผาเรือนมันทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด ไอ้ผีจัญไรที่มันเฝ้าเรือนอยู่มันจะได้เป็นสัมภเวสี”

“อย่าทำอย่างนั้นเลยกำนัน” หมอผีติง “เฮี้ยนอย่างนั้น ฉันเอามันมาเป็นบริวาร เอาเป็นขี้ข้ารองมือรองตีนมันจะได้เรื่องกว่า”

“งั้นก็จัดการมันเสียคืนนี้เลยพ่อหมอ” กำนันยิ้มร้าย

ooooooo

ตกเย็น กำนันพงษ์ หมอผี กับลูกน้องก็ไปทุบโกฐทองเหลือง ลูกน้องกำนันทุบโกฐแล้วส่งให้หมอผี กำนันมองโกฐกระดูก ทั้งด่าทั้งแช่ง

“ไอ้ผีอัปรีย์ อย่างพวกมึงต้องไปอยู่รองมือรองตีน เป็นทาสรับใช้พ่อหมอเท่านั้น มึงไม่มีวันได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกต่อไป”

หมอผีหยิบห่อผ้าขาวบรรจุกระดูกออกมาจากโกฐทองเหลือง กำนันยิ้มเหี้ยมกล่าวอาฆาต

“ไล่มึงออกจากเรือนแล้ว กูจะเผาเรือนของมึงให้ราบเป็นหน้ากลอง ใครหน้าไหนก็ไม่มีวันได้ครอบครองเรือนของมึง”

ที่โถงกลางเรือน จางวางพ่วง เพียร สุด และอ่ำรวมตัวกันที่นั่น

“ไม่มีวัน ข้าไม่มีวันไปเป็นขี้ข้าพวกชั่วช้าอย่างเอ็ง” จางวางคำรามแค้น เพียรติงว่า

“แต่เราถูกสะกดให้อยู่กับเรือนนี้ อย่างไรก็ต้องถูกมันบังคับเอาตัวไปนะพี่พ่วง”

“ไอ้คนใจบาป จะจองเวรกันไปถึงไหน” พิกุลแค้น จะไปจัดการกับหมอผี แต่ไม่ทันได้ไป พรายหุ่นพยนต์ตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้น อ่ำไม่รู้ว่าเป็นตัวอะไรก็ด่า ไอ้พวก

ผีเปรต พวกมึงมันแค่ไหนกันวะ ขาดคำอ่ำหุ่นพยนต์ตัวนั้นก็แยกร่างออกเป็นสี่ส่วน หวดแส้ขู่ แต่อ่ำไม่สะทกสะท้าน

พริบตานั้นหุ่นพยนต์ตัวหนึ่งตวัดแส้ใส่อ่ำที่ขาจนล้มลง เปลวไฟปรากฏขึ้นที่แส้ลามไปถึงตัวอ่ำดิ้นทุรนทุราย ทุกคนเห็นอิทธิฤทธิ์ของหุ่นพยนต์ทั้งโกรธทั้งแค้นที่ถูกกระทำฝ่ายเดียว เพียรพูดกับจางวางพ่วงอย่างปลงแล้วว่า เห็นทีพวกเราจะหลีกไม่พ้นแล้ว

“ให้วิญญาณข้าแตกดับไม่ได้ผุดได้เกิดก็ยังดีกว่าไปรับใช้พวกมัน มา...พวกเอ็งเข้ามา” จางวางชี้หน้าท้า หุ่นพยนต์ยังรอคำสั่งหมอผี แต่พิกุลทนมาได้ร้องบอกจางวางพ่วงกับเพียรว่า

“พ่อจ๋า...แม่จ๋า...ฉันจะช่วยทุกคนเอง”

“มึงคิดหรือว่าจะช่วยใครได้ พวกมึงต้องมาเป็นบริวารของกูเท่านั้น” หมอผีพูดเหมือนรู้ว่าพิกุลจะทำอะไร แล้วบริกรรมคาถา กำนันกระหยิ่มยิ้มย่องรอดูสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

 หุ่นพยนต์ทั้งสี่ตัวตวัดแส้ล้อมพิกุล พิกุลจ้องพูดอย่างดุดัน

 “เอ็งช่างไม่กลัวบาปกรรม คิดทำแต่เรื่องเบียดเบียนชีวิตผู้อื่น ถึงข้าไม่อยากผูกเวรกับเอ็ง แต่ข้าก็ไม่อาจปล่อยให้เอ็งทำชั่วโดยไม่สำนึกอีกต่อไป ข้าไม่หวังให้กรรมสนองเอ็ง แต่จะสั่งสอนเอ็งให้สำนึก เลิกทำบาปหยาบช้าเสียที”

 พิกุลจะไปสู้กับหมอผี แต่ถูกหุ่นพยนต์ตวัดแส้ดักไว้ พิกุลถูกแส้ทั้งสี่มัดแขนขาแล้วไฟก็ลุกพึบพุ่งไปตามแส้เผาพิกุล พิกุลร้องอย่างเจ็บปวดทรมานด้วยไฟอาคม โดยที่จางวางพ่วง เพียร สุด และอ่ำช่วยอะไรไม่ได้เลย ในที่สุดเพียรกับสุดทนไม่ได้ร้องบอกหมอผี

“ปล่อยลูกข้าเถิด...ข้ายอมแล้ว...ยอมแล้ว...”

แต่หมอผียังไม่สั่ง หุ่นพยนต์ทั้งสี่จึงไม่ยอมปล่อย พิกุลดิ้นทรมานเพราะไฟอาคม ทุกคนจะเข้าไปช่วยแต่ต้องถอยออกมาเมื่อถูกแส้ตวัดโดน ไฟอาคมแผดเผาทั้งห้าจนร้องอย่างเจ็บปวด ทรมาน

หมอผีฟังเสียงกรีดร้องอย่างทรมานนั้นอย่างพอใจ พึมพำ

“กูจะสั่งสอนให้พวกมึงหลาบจำด้วยฤทธาอาคมของกู พวกมึงมีแต่จะต้องสยบอยู่ใต้ตีนกูเท่านั้น” กำนันร้อนใจถามว่าพ่อหมอจับพวกมันได้หรือยัง “ยังไงมันก็หนีบริวารของข้าไม่พ้น มันสิ้นฤทธิ์เมื่อไร บริวารของข้าจะลากมันมากราบตีนกำนันเอง”

กำนันยิ้มพอใจ หมอผีหยิบตุ๊กตาดินเผาออกมา 5 ตัว พึมพำ...

“พวกมึงต้องมาเป็นบริวารของกูเท่านั้น ไม่มีผิดเป็นอย่างอื่น!!”

พิกุลถูกไฟอาคมจากแส้หุ่นพยนต์จนฟุบกับพื้น จางวางพ่วงบอกให้พิกุลหนีไป อยู่ตรงนี้ก็ไม่พ้นต้องถูกหมอผีจับไปด้วย พิกุลไม่ยอมเอาตัวรอด ทั้งจางวางและเพียรจะพูดอย่างไรพิกุลก็ไม่ยอมไป

จนกระทั่งหุ่นพยนต์หวดแส้ลงที่พิกุลแต่อ่ำคลานเอาร่างรับแส้แทน ถูกแส้หวดจนอ่ำร้องอย่างเจ็บปวด พิกุลจึงตัดสินใจไป

เปรื่องอยู่ที่เรือน สั่งอัปสรว่าให้เตรียมข้าวปลาอาหารเผื่อสินธรที่ไปคุยกับเจ้าอาวาสเรื่องที่ทางของเขาด้วย กลับจากวัดจะได้กินพร้อมกันเลย

พอเปรื่องออกไป อัปสรหันกลับก็เห็นพิกุลยืนอยู่ในสภาพบาดเจ็บ ขอร้อง

“เอื้อย...ช่วยด้วย ช่วยพวกฉันด้วย”

อัปสรยืนงงทำอะไรไม่ถูก พิกุลก็เข้าสวมร่างอัปสรทันที พิกุลขอโทษเอื้อยที่ทำเช่นนี้ แล้วหันมองตามเปรื่องไป พึมพำ “พี่สิน...”

พิกุลในร่างอัปสรเดินตามเปรื่องไป เปรื่องหันมาเห็นถามว่า “นังสร เอ็งตามข้ามาทำไม” พิกุลบอกว่าจะไปหาพี่สิน “มันอยู่ในโบสถ์นั่น เอ็งมีเรื่องด่วนอะไรถึงรอมันกลับไปคุยที่บ้านไม่ได้”

พิกุลในร่างอัปสรอึกอักแล้วเดินดุ่มเข้าไปในเขตกำแพงโบสถ์อย่างไม่รู้จะอธิบายอย่างไร แต่ทันทีที่เหยียบเข้าในเขตพัทธสีมา พิกุลก็หลุดจากร่างอัปสรกระเด็นไปนอกเขตพัทธสีมา อัปสรกลับมาเป็นตัวเองก็ยืนงงว่าตนมาทำอะไรที่วัด เปรื่องเห็นอัปสรยืนงงอยู่ก็เร่งว่าจะไปหาไอ้สินก็เข้าไปสิ

อัปสรถามงงๆว่า “ฉันน่ะเหรอ...มาหาตานั่น”

เปรื่องส่ายหน้ารำคาญแล้วดึงอัปสรเข้าโบสถ์ไปด้วยกัน พิกุลได้แต่ยืนมองไม่รู้ว่าจะตามสินให้ออกมาได้อย่างไร ทันใดก็รู้สึกมีใครอยู่ข้างหลัง หันมองเห็นเจ้าอาวาสกำลังจะเข้าไปทำวัตรเย็น พิกุลยกมือไหว้

“ช่วยพ่อแม่อิฉันด้วยเจ้าค่ะ พ่อแม่อิฉันเจ็บเจียนตาย...พระคุณเจ้า”

เจ้าอาวาสหยุดยืนเหมือนรับรู้ แล้วเดินเข้าโบสถ์ไปโดยไม่สนทนาด้วย เจ้าอาวาสเข้าไปเจอสินธรถามว่ามาธุระเรื่องเรือนของโยมใช่ไหม สินธรบอกว่ารอท่านทำวัตรเสร็จก่อนก็ได้พลางจะลุกไป

“ไม่ต้องไปไหนหรอก ไหนๆก็มาแล้ว อยู่ฟังพระทำวัตรเย็นด้วยกัน ตั้งจิตระลึกถึงเจ้าเรือน อุทิศส่วนกุศลจากการทำกุศลนี้แก่บรรพบุรุษของโยมให้พ้นจากบ่วงทุกข์ทรมานเสีย”

ขณะที่จางวางพ่วง เพียร สุด และอ่ำ กำลังทรมานเพราะถูกมัดรวมกันและหมอผีก็ร่ายมนตร์ไม่หยุด

พลันเสียงพระสวดมนต์ทำวัตรเย็นก็แว่วมา

พวกจางวางได้ยินก็สวดตาม ทุกคนสวดมนต์ แผ่เมตตาพร้อมๆกัน

สวดทำวัตรเย็นแล้ว เจ้าอาวาสใช้กำหญ้าคาจุ่มน้ำมนต์ซัดให้สินธร อัปสร และเปรื่อง ทันใดอักขระเขมรก็ลอยขึ้นจากย่ามของสินธรแล้วสลายไป

วิญญาณของจางวาง เพียร สุด และอ่ำยังทรมานจากแส้อาคมของหมอผี แต่ทันทีที่เจ้าอาวาสพรมน้ำมนต์ก็ปรากฏแสงสว่างวาบขึ้น พรายหุ่นพยนต์ทั้งสี่กระเด็นออกไป และวิญญาณของทั้งสี่ก็หายไปจากเรือน

หลังทำวัตรเสร็จ สินธร เปรื่อง และอัปสร ยังนั่งอยู่ในโบสถ์ เปรื่องรู้ว่าเจ้าอาวาสรับรู้ความผิดปกติบางอย่าง ถามสินธรว่าเอาอะไรมาด้วยรึ สินธรส่ายหน้า เปรื่องย้ำว่า “ในย่ามเอ็งน่ะ”

สินธรเปิดย่ามดูจึงเห็นตุ๊กตาดินเผาสี่ตัวแตกหักอยู่ในย่าม เขาหยิบออกมา เปรื่องตกใจถามว่ายังไม่เอาไปทิ้งน้ำหรือ สินธรบอกว่าลืม เปรื่องให้เอาไปทิ้งเดี๋ยวนี้เลย

พอสินธรกับอัปสรเอาตุ๊กตาดินเผาออกไป

เจ้าอาวาสมาหยุดตรงหน้าเปรื่องแล้วเปิดให้เห็นว่า จางวางพ่วง พิกุล เพียร สุด และอ่ำนั่งพนมมือไหว้

เจ้าอาวาสอยู่นอกเขตพัทธสีมา เจ้าอาวาสบอกให้เปรื่องไปรอในโบสถ์ เปรื่องลุกไป แต่อดมองเจ้าอาวาสด้วยความสงสัยไม่ได้...

ooooooo


ละครปี่แก้วนางหงส์ ตอนที่ 11 อ่านปี่แก้วนางหงส์ติดตามละครปี่แก้วนางหงส์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย วรินทร ปัญหกาญจน์,ราณี แคมเปน 23 พ.ย. 2561 08:48 2018-11-27T00:05:46+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ