ข่าว

วิดีโอ



ปี่แก้วนางหงส์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-โรแมนติก-ย้อนยุค

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: บลูลาวา

กำกับการแสดงโดย: แมน เมธี

ผลิตโดย: บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: วรินทร ปัญหกาญจน์,ราณี แคมเปน

นิสารอนิราศจนหลับไป นิราศกลับมาเห็นกระทงดอกปีบก็แปลกใจแต่เมื่อเห็นนิสานอนหลับอยู่ก็ยิ้มเข้าไปดึงผ้าห่มที่ตกคลุมให้ นิสาจึงตื่นยิ้มเจื่อนบอกว่ารอพี่นิราศจนเผลอหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้

นิราศบอกว่าคราวหน้าไม่ต้องรอตนหรอก นิสาไปหยิบกระทงดอกปีบอวดบอกว่าพี่ต้องชอบแน่ๆ ตนจึงหามาให้ชื่นใจ นิราศขอบใจแต่ทำให้เขายิ่งคิดถึงพิกุล นิสาบอกว่าตนดีใจที่เขาชอบ ถามว่าเพิ่งกลับจากโรงงานหรือ นิราศเออออว่าใช่

นิสาจะไปเตรียมอะไรมาให้รองท้อง นิราศขอบใจแต่ไม่ต้อง ตนจะเข้านอนเลย บอกให้นิสาไปนอนเสีย นิสาจะกลับห้อง เห็นกระทงดอกปีบยังอยู่ที่เดิม เธอผิดหวังพึมพำกับตัวเอง...

“พี่นิราศไม่ได้ชอบดอกปีบหรือเนี่ย”

ฝ่ายนิราศเมื่อเข้าห้องนอนแล้วหยิบดอกปีบในสมุดบันทึกมาดู สงสัยว่านิสารู้เรื่องดอกปีบได้ยังไง ในขณะที่ใจก็อดคิดถึงพิกุลไม่ได้

ส่วนที่บ้านสุพรรณบุรี เช้านี้เปรื่องมองสินธรกับอัปสรที่หายไปทั้งคืนถามว่าไหนล่ะจดหมายที่ไปหากัน สินธรบอกว่าไม่ทันเจออะไรสมุนกำนันก็ขึ้นเรือนมาเสียก่อน เปรื่องถามว่าแล้วรอดมือรอดตีนมันมาได้ยังไง

สินธรบอกว่าตนก็แปลกใจเหมือนกัน อัปสรมั่นใจว่าตนเห็นสุดยืนยิ้มให้แต่ไม่พูดแล้วขอตัวไปอาบน้ำ

เปรื่องถามสินธรว่าไปหาจดหมายอะไร

“ฉันจะไปหาใบกัลปนาที่บรรพบุรุษฉันทำให้วัดแต่แรก” เปรื่องถามว่าที่นั้นเขาไม่ได้ยกให้เป็นธรณีสงฆ์หรือ “ที่ผืนนั้นถูกเปลี่ยนให้เป็นที่ธรณีสงฆ์แบบไม่ชอบ แล้วพอเปลี่ยนเป็นธรณีสงฆ์ได้ไม่กี่วัน กำนันก็มาขอเป็นคนดูแลผลประโยชน์แทนวัดแลกกับศาลาการเปรียญหลังใหม่”

“แต่ท่านเจ้าอาวาสไม่เต็มใจ กำนันกล่อมอย่างไรท่านก็ไม่ยอม ไม่กี่วันจากนั้นท่านก็มรณภาพ”

ฟังเปรื่องแล้วสินธรเข้าใจที่มาที่ไปของที่ดินผืนนี้ทันที

วันนี้นิราศไปบ้านจางวางแต่เช้า เจอกำนันพงษ์ออกมาขวางขู่ว่าถ้าก้าวขึ้นมาอีกก้าวเดียวโดนซัดลงไปกองแน่ แต่นิราศประจันหน้าจ้องกำนันอย่างไม่สะทกสะท้าน บอกว่าตนมาหาเจ้าของเรือนไม่ได้อยากมีเรื่อง

กำนันบอกว่าตนนี่แหละเจ้าของเรือนมีชื่อในโฉนด หากหาว่าตนโกงจะแจ้งความเอาผิดอีกข้อหนึ่ง

นิราศตัดบทว่างั้นเราเจอกันที่ศาลเลย ตนนี่แหละจะเอากำนันเข้าคุกเอง กำนันแสยะยิ้มบอกลูกน้องให้สั่งสอน ถ้ามันไม่มากราบตีนขอขมาตนก็อย่าได้มีชีวิตกลับไปเลย

นิราศถูกลูกน้องกำนันรุมเล่นงานแล้วลากไปให้กราบตีนกำนัน นิราศไม่ยอมกราบ ก้านจิกผมจะเอามีดเชือดคอ แต่ที่มุมหนึ่งจางวางพ่วง เพียร สุดและอ่ำมองอย่างเจ็บแค้นหันมองพิกุลดูท่าที แต่พิกุลกลับเฉยไม่ออกไปช่วย นิราศจ้องหน้ากำนันพูดอย่างไม่สะทกสะท้านกับมีดที่จ่อคออยู่ว่า

“ถ้าผมไม่ได้ตายดี กำนันก็อย่าคิดว่าจะได้อยู่ดีมีสุข เจ้าของเรือนหลังนี้ต้องได้เรือนของเขากลับคืนไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”

พวกจางวางพ่วงที่จับตาดูอยู่รับรู้ความหวังดีของนิราศก็ไม่อาจทนได้ พอก้านจะปาดคอนิราศมีดในมือกลับหันไปทางกำนันอย่างไม่อาจบังคับได้ กำนันผงะ

ก้านมองมือตัวเองที่ไม่อาจบังคับได้จึงเห็นว่าอ่ำกับสุดจับมือตนอยู่ ก้านตกใจสุดขีดร้อง

“ไอ้ผีบ้า!!!”

อ่ำกับสุดดึงมือก้านให้หันมีดใส่กำนัน ลูกน้องกำนันที่เหลือก็เข้ามาช่วยดึงมือก้านออก คนกับผีจึงยื้อยุดกันจนไม่มีใครสนใจนิราศ นิราศจึงจะขึ้นเรือน กำนันเห็นคว้ามีดของลูกน้องตามไปจะจ้วงแทงนิราศจากข้างหลัง แต่ถูกมือหนึ่งปัดมีดจนหลุด กำนันหันมองตาขวางอุทาน

“สารวัตร!!”

ที่แท้คือสารวัตรบัญชาที่ชาติก่อนคือหลวงบำรุงนั่นเอง เมื่อไปโรงพักกำนันเห็นป้ายหน้าห้อง “พ.ต.ท.บัญชา บรรเลงรมณ์” กำนันก็พูดเหยียดว่าเป็นคนใหม่เพิ่งย้ายมา ปรามว่าถ้าสารวัตรตั้งข้อหาตนพยายามฆ่า สารวัตรก็จะอยู่ที่นี่ยาก เพราะท้าทายศรัทธาชาวบ้าน สารวัตรโต้ว่าศรัทธากับความถูกมันหักล้างกันไม่ได้

สารวัตรบอกนิราศว่าแจ้งความเอาไว้ดีกว่า อย่างน้อยก็ข้อหาทำร้ายร่างกาย แต่นิราศบอกว่าตนอยากเอากำนันเข้าคุกฐานฉ้อโกงที่ดินวัดมากกว่า

ooooooo

กำนันพงษ์กลับถึงบ้านเจอดารากับเดือนเพ็ญสองพี่น้องที่ชาติก่อนคือหญิงดาวกับหญิงเดือน สองพี่น้องที่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันมาแต่ชาติก่อนชาตินี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น ทั้งสองช่างเจรจาจนกำนันบอกว่า

“เอ็งสองคนนี่มันช่างเจรจา ข้าจ้างมาช่วยเก็บค่าเช่าที่นา พวกเอ็งจะคิดค่าตัวกันคนละเท่าไหร่”

เดือนเพ็ญบอกว่าลุงก็มีพี่เก่งกาจ...ถูกดาราหยิกจึงนึกได้ ดาราพูดกลบเกลื่อนว่าแม่แก่แล้วไปไหนลำบากจึงไม่ได้มางานเผาพี่เก่งกาจ กำนันถามว่า

คิดว่าตนน้อยใจแม่เอ็งรึ ถ้าจะมาขอโทษแทนแม่เอ็งก็มาเสียเที่ยวแล้ว เดือนเพ็ญแก้ตัวแทนพี่สาวว่า

พวกตนอยากมาอยู่แล้วจะได้มาเห็นกับตาว่าที่นาของแม่ตนกว้างขวางแค่ไหน กำนันเลยชวนให้อยู่ที่นี่สักสองสามวัน ตนจะได้อวดด้วยว่าหลานสาวชาวกรุงของตนสวยแค่ไหน

สองสาวเลยจำต้องอยู่ทั้งที่กลัวกลิ่นโคลนสาบควายจะติดตัว

ฝ่ายนิราศกลับไปที่เรือนจางวาง พิกุลถามว่าเจ็บที่ไหนหรือไม่ นิราศออกตัวว่าตนมาทีไรก็มีแต่เรื่องให้เธอห่วง อย่ารำคาญตนเลย พิกุลถามว่าจะรับข้าวเที่ยงที่นี่ไหม แล้วเข้าไปจัดสำรับมาให้ นิราศมองสำรับมีแต่ข้าวสวยกับปลาแห้งย่าง เขาพยายามเปิบข้าวด้วยมือแต่ก็เก้กัง เลยนั่งดูพิกุลที่กินข้าวด้วยอย่างหลงใหล

พิกุลเห็นเขาเปิบข้าวไม่เป็นจึงสอนให้ ทำให้นิราศซึ่งก็คือหลวงราชในอดีตระลึกถึงอดีตที่พิกุลเคยป้อนข้าวให้ พิกุลเห็นนิราศกำลังจะระลึกอดีตได้ ก็บอกให้เขากลับไปเสีย นิราศอ้อนขออยู่ที่นี่ ตนอยากตื่นขึ้นมาในเช้าวันพรุ่งนี้ที่นี่ จะให้ตนนอนที่ไหนก็ได้ ขอร้องอย่าปฏิเสธเลย

“เจ้าค่ะ” พิกุลรับคำแล้วเก็บจานเข้าครัว นิราศยิ้มดีใจ

เมื่อพิกุลยกสำรับไป เพียรถามว่ามนตร์สะกดของเอ็งทำให้เขาระลึกได้หรือ พิกุลบอกว่าตนทำได้เพียงเท่านี้รอแต่กรรมเวรจะทำให้เขาระลึกได้เท่านั้น เพียรถามว่า

“ถึงวันนั้นความเกลียดของเอ็งจะไม่เปลี่ยนเป็นรักหรือ”

“ไม่มีวันจ้ะแม่”

ooooooo

คืนนี้...นิราศไปนั่งที่ท่าน้ำอย่างมีความสุข เอ่ยกับพิกุลที่นั่งอยู่ก่อนแล้วว่าที่นี่เงียบสงบดีไม่วุ่นวายเหมือนที่กรุงเทพฯ พิกุลบอกว่าแต่อาจไม่สะดวกสำหรับคนที่มาจากกรุงเทพฯ

นิราศบอกว่าทุกอย่างที่นี่ทำให้ตนรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาไปในอดีตและรู้สึกผูกพันกับที่นี่เหลือเกินพิกุลบอกว่าอาจเป็นอดีตที่ไม่น่าจดจำ นิราศบอกว่าจะดีหรือร้ายก็ขอให้ตนได้รู้เถอะ พิกุลกลับเป็นฝ่ายสะท้านเมื่อนิราศเด็ดเดี่ยวที่จะรู้เรื่องในอดีต ตัดบทว่า “อิฉันปูที่นอนให้นะเจ้าคะ” แล้วลุกไปเลย

“อดีตที่ไม่น่าจดจำ...ใครทำอะไรให้คุณหรือ?” นิราศสงสัย

เมื่อไปที่ห้องหนึ่งซึ่งพิกุลปูที่นอนกางมุ้งให้แล้ว นิราศซึ้งใจที่พิกุลดูแลตนดี แต่ยังไม่รู้จักชื่อ พิกุลบอกว่าตนชื่อพิกุล นิราศจำได้ว่าสารวัตรเล่าให้ฟังว่าพิกุลเป็นลูกสาวของเจ้าของเรือนนี้ พิกุลอยากให้เขาจำได้มากกว่านี้ แต่นิราศบอกว่าตนอยากรู้จักพิกุลที่อยู่ตรงหน้าตนมากกว่าคนที่เป็นอดีต อ้อนขอรู้จักเธอมากกว่านี้ได้ไหม พิกุลตัดบทว่า นอนเถิดเจ้าค่ะ แล้วถือตะเกียงออกไป

พิกุลเดินไปถึงประตู หันกลับมองนิราศทั้งดีใจที่เขากลับมาและปวดใจเมื่อนึกถึงอดีต เตือนใจตัวเองว่า

“ขอให้อิฉันใจแข็งพอที่จะเห็นคุณหลวงชดใช้กรรมที่คุณหลวงทำกับอิฉันด้วยเถิดหรือหากอิฉันต้องมอดไหม้ด้วยความอาฆาตเสียตอนนี้ ก็ยังดีเสียกว่าต้องทรมานด้วยความรักความปรารถนาที่คุณหลวงมีให้อิฉันในวันนี้”

ooooooo

กำนันพงษ์คิดหาทางกอบโกย อ้างว่าเอาแต่เงินบริจาคเมื่อไหร่จะได้สร้างโบสถ์หลังใหม่ เสนอว่างานวัดปีนี้ต้องจัดให้ใหญ่เรียกคนมาให้มาก ขาดเหลืออย่างไรก็ยืมตนก่อนได้ ยังไงตนก็เป็นเจ้าภาพอยู่แล้ว

เปรื่องติงว่าจัดงานแบบนี้พระจะไปหาความสงบได้ที่ไหน กำนันบอกว่าไม่กี่วันเองตนจะไปคุยกับเจ้าอาวาสท่านต้องเห็นดีด้วยแน่ เปรื่องพูดอย่างระอาว่าก็แล้วแต่กำนันเถอะ


กลับถึงบ้าน เปรื่องบ่นกับอัปสรว่ารำคาญกำนันเต็มที มันเห็นวัดเป็นที่ทำมาหากินหรือไง มันไปบังคับให้ท่านเจ้าอาวาสจัดงานวัดหาเงินมาสร้างโบสถ์ใหม่ เจ้าอาวาสก็ขัดไม่ได้เสียด้วย หรือต้องทำไม่รู้ไม่เห็นไปตลอดอย่างนี้

กำนันยังกะเกณฑ์ให้ดารากับเดือนเพ็ญประกวดเทพีงานวัดด้วยเพื่อเรียกแขกให้ช่วยซื้อดอกไม้พวงมาลัยจะได้ทำบุญให้วัด

ส่วนก้านก็ขอให้กำนันตั้งโต๊ะให้พวกตนเสี่ยงโชคกันด้วย

“เออ...กูรู้น่า เป็นประธานจัดงานทั้งทีก็ต้องให้มันครบเครื่องให้ลือกันไปทั้งบางซิวะ”

ooooooo

คืนนี้สินธรมาที่เรือนจางวางพ่วง อ่ำดีใจที่เห็นพี่สินจึงตีระนาดอวด สินธรได้ยินเสียงระนาดที่อีกห้องจึงเดินไป เห็นแต่ระนาดแต่ไม่มีคนตี รู้สึกผิดปกติเดินถอยหลังออกมาชนตู้ หันดูเห็นมีเอกสารม้วนๆในตู้จึงเปิดหยิบใส่ย่ามเท่าที่จะเอาได้

พอปิดตู้ กระจกสะท้อนเห็นอ่ำนั่งเล่นระนาดอย่างมีความสุข สินธรรู้ว่าถูกผีหลอก ค่อยๆถอยจะออกไปก็ถูกมือที่ไม่มีแขนมาจับเท้าไว้ มองไปเห็นอ่ำชูไม้ตีระนาดชวนให้มาเล่นด้วย สินธรวิ่งอ้าวออกจากห้อง สุดมาห้ามอ่ำว่าสนุกพอแล้วเดี๋ยวสินมันจับไข้หัวโกร๋นไม่กล้ามาที่นี่อีก อ่ำมองสินธรขำๆที่กลัวผีขนาดนั้น

สินธรวิ่งลงเรือนมาแต่พลาดตกบันได ในสายตาเห็นมีคนยืนอยู่แต่ไม่กล้ามองลุกได้ก็โกยอ้าว

“อ้าว...ไปเสียแล้ว ทำอย่างกับเห็นผีไปได้” นิราศนั่นเอง เขาส่ายหน้าขำๆ แล้วขึ้นเรือนไป

สินธรกลับถึงบ้านอย่างตื่นกลัว อัปสรถามว่าไปเจออะไรมาหรือ เขาบอกว่าเปล่าเพราะเคยคุยโวไว้ว่าตนไม่กลัวผี อัปสรคร้านจะจับผิดคนปากแข็ง ส่งถุงข้าวให้บอกว่าพ่อฝากมาให้ พอสินธรถือถุงข้าวออกไป อัปสรหยิบย่ามของสินธรมาดู แต่ยังไม่เห็นหุ่นดินเผาที่ใช้สะกดวิญญาณที่สินธรหยิบติดมาด้วย

ooooooo

ทิพย์เกสรจงเกลียดจงชังนิสา แต่นิสาก็อดทนพยายามดูแลทิพย์เกสรโดยสอบถามจากหมอแล้วสังเกตอาการของทิพย์เกสรจะได้แก้ปัญหาได้ทันกาลเพื่อไม่ให้นิราศผิดหวังที่เลือกตนมาดูแลแม่

วันนี้หมออนุญาตให้ทิพย์เกสรกลับบ้าน แต่นิราศไม่ได้ไปรับ กลับถึงบ้านแล้วทิพย์เกสรสอบถามจากสมคิด ระแวงว่านิราศแอบไปคบหากับใครอยู่เพราะหายไปทั้งคืน สมคิดบอกว่าตนไม่เห็นว่ามีใคร ทิพย์เกสรสั่งให้เป็นหูเป็นตาให้ด้วย นิสาแอบฟังอยู่ ระแวงนิราศไม่ต่างจากทิพย์เกสร

ทิพย์เกสรมองนิสาอย่างจับผิดว่าคิดอย่างไรกับนิราศ นิสายืนยันว่าตนรักชื่นชมนิราศเหมือนพี่ชาย แต่ทิพย์เกสรไม่เชื่อ และรังเกียจไม่ให้นิสามาดูแลตน กระทั่งบอกว่า “ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากแก”

เมื่อทิพย์เกสรออกจากห้องอย่างยากลำบาก นิสาจึงประคองมาถึงบันได ก็ถูกทิพย์เกสรสะบัดและผลักอย่างรังเกียจจนนิสาตกบันได ทิพย์เกสรตกใจตะโกนเรียกเอียด เอียดมาเห็นจึงพานิสาไปห้องนอน นิสาฝันร้ายว่าตงพี่ชายที่ตายแล้วมาหาและชี้หน้านิสาอย่างอาฆาต

ขณะนิสากำลังดิ้นรนอย่างหวาดกลัว นิราศกลับมาเห็นพอดีจึงเข้าไปกอดนิสา ถามว่าเป็นอะไร นิสาตื่นขึ้นมาอยู่ในอ้อมกอดของนิราศก็รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย

นิสาบอกนิราศว่าตนไม่เป็นอะไร พลาดตกบันไดมาเอง นิราศบอกว่า มีอะไรให้บอก ตนไม่ได้ถือว่านิสาเป็นคนอื่น

“นิสาไม่มีวันโกหกพี่นิราศค่ะเพราะชีวิตของนิสาไม่มีใครอีกแล้ว นิสาไม่เหลือแม้แต่พ่อแม่ให้กราบไหว้ ก็มีแต่คุณป้าเท่านั้นที่นิสาจะได้ทดแทนบุญคุณกับพี่นิราศที่ทำให้นิสารู้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกนี้...

มันคงเป็นเวรกรรมแต่ชาติก่อนที่ทำให้นิสาไม่เหลือใครในชาตินี้ แต่มันก็เป็นบุญของนิสาที่ได้มาพบพี่นิราศที่ปกป้องดูแลนิสาเหมือนคนในครอบครัวคนหนึ่ง”

นิราศดึงนิสาเข้าไปกอดอย่างปลอบใจ ทิพย์เกสรมาเห็นพอดียิ่งเกลียดชังนิสา คำรามในคอ

“นังนิสา!!!”

ooooooo

นิราศหยิบดอกปีบในกระทงที่นิสาเอามาวางไว้ที่โต๊ะทำงานดูแล้วอดคิดถึงพิกุลไม่ได้ ขณะกำลังคิดเคลิ้มก็ต้องสะดุ้งเมื่อทิพย์เกสรถามเสียงกระด้างว่า แม่นั่นมาฟ้องอะไรบ้างตานิราศ 

นิราศวางดอกปีบยิ้มให้แม่ถามว่าฟ้องอะไรหรือ

“ฟ้องว่าแม่ผลักมันตกบันได” ทิพย์เกสรโพล่ง นิราศถามงงๆว่า แม่ผลักนิสาตกบันได? “ใช่ แม่ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากแม่นั่น เห็นหน้ามันแล้ว แม่มีแต่จะอารมณ์เสีย นับแต่วันแรกที่มันก้าวเข้าบ้านแล้ว”

นิราศบอกว่านิสาพยายามอยู่ห่างหูห่างตาแม่แล้ว ก็ถูกหาว่าเข้าข้างกัน โพล่งว่าถึงเนื้อถึงตัวกันเมื่อกี้ คงถูกมันเป่ากระหม่อมล่ะสิ นิราศบอกว่าตนคิดกับนิสาในฐานะน้องสาวเท่านั้น ทิพย์เกสรชี้ว่าแต่แม่นั่นไม่คิดแค่นั้น นิราศขอร้องว่า

“ถ้าแม่ไม่ไว้ใจนิสาก็ขอให้ไว้ใจผมเถอะครับ ว่าผมไม่มีวันคิดกับนิสาเป็นอย่างอื่น นอกจากน้องสาว”

ทิพย์เกสรก็ยังคาใจรุกถามว่าที่แน่ใจอย่างนี้เพราะลูกมีคนของลูกอยู่แล้วใช่ไหม เห็นนิราศอึ้งก็ซักต่อ

“คนของลูกที่สุพรรณใช่ไหม...ตานิราศ” เห็นนิราศยิ้มแทนคำตอบก็ยิ่งอยากรู้

เมื่อนิราศไปทำงานที่บริษัทน้ำตาลสยามก็ซักสมคิดเรื่องที่แม่ถามถึงคนที่สุพรรณ สมคิดชี้แจงว่า ตนแค่เล่าว่าคุณนิราศไปดูทำเลทำโรงงานที่นั่น แต่คุณทิพย์ระแวงไปเองว่ามีอะไรมากกว่านั้น ชี้แจงแล้วถามดักว่า

“แล้วนี่...คุณนิราศสารภาพไปแล้วหรือครับ”

“ฉันก็บ่ายเบี่ยงไปเรื่องอื่นก่อนสิ ไม่อยากเออออไปฝ่ายเดียวว่าพิกุลเขายอมรับฉันแล้ว...แล้วฉันจะแนะนำให้รู้จัก”

สมคิดเอะใจที่ชื่อพิกุลเหมือนกับชื่อลูกสาวเจ้าของเรือนคนเก่า นิราศถามว่ารู้เรื่องนี้ด้วยหรือ สมคิดพยักหน้า หยิบรูปถ่ายที่พกมาให้ดูเล่าว่า

“ท่านเจ้าอาวาสบอกว่าเจ้าของเรือนยกค่าเช่าที่ให้แก่วัดหากมีใครมาทำประโยชน์ แต่ก็ไม่มีใครเช่าทำอะไร จนกระทั่งกำนันพงษ์เข้าไปรับดูแลผลประโยชน์เอง พอซักไซ้ว่าที่วัดกลายเป็นที่ของกำนันได้ยังไง ท่านก็ได้แต่พูดว่า เป็นเรื่องของโยมจัดการกันเอง ท่านไม่อยากเข้าไปยุ่ง”

นิราศเพ่งดูรูปเหมือนเห็นอะไรบางอย่าง ถามสมคิดว่าได้รูปนี้มาจากไหน

“ท่านเจ้าอาวาสครับ เห็นว่าได้มาพร้อมกับข้าวของที่เจ้าของเรือนยกถวายวัด”

นิราศดูรูปอีก เป็นรูปที่จางวางพ่วงยกวงปี่พาทย์ไปเล่นที่กระทรวง ภาพถ่ายระยะไกล ทำให้เห็นหน้าแต่ละคนไม่ชัด นิราศพึมพำว่าพิกุลลูกสาวจางวางหน้าตาเป็นยังไงนะ สมคิดถามว่าทำไมอยู่ๆคุณนิราศถึงอยากรู้เรื่องของแม่พิกุลขึ้นมา นิราศบอกว่าตนอยากรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรือนนั้น

สมคิดบอกว่าตนจะลองสืบดูจากรูปนี้ ถ้าวงที่ออกงานใหญ่อย่างนี้ก็น่าจะมีหลักฐานหลงเหลืออยู่บ้าง

นิราศขอบใจ ดูรูปอีกครั้ง สงสัยว่าตนรู้จักแม่พิกุลถึงสองคนเลยหรือ หรือว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

ooooooo

สินธรอยู่ในห้องเก็บของ คลี่ม้วนกระดาษที่เอามาจากเรือนจางวางพ่วงดูจนหมดก็ไม่เห็นเอกสารที่ต้องการ นึกสงสัยว่าตาเปรื่องอาจเข้าใจผิดไปเองว่าเหลือใบกัลปนาอีกใบอยู่ที่เจ้าของที่

สินธรออกจากห้องเก็บของ ใส่กุญแจแล้วเอาดอกกุญแจไปไว้ที่หิ้งพระซึ่งถูกทิ้งร้างกลายเป็นที่วางของ ไม่มีการดูแลจนฝุ่นเขรอะ แต่พอออกไปได้ไม่กี่ก้าวหิ้งพระก็เอียงเหมือนจะตก  ข้าวของหล่นแตกกระจายเหมือนจงใจให้สินธรหันมอง สินธรจึงกลับไปเก็บของที่ตกหล่น เห็นกระบอกไม้ไผ่ปล้องหนึ่งกลิ้งไปไกลจึงไปหยิบดู เห็นบางอย่างด้านในจึงดึงออกมา

เป็นม้วนกระดาษ และเมื่อคลี่ออกดู สินธรก็แทบไม่เชื่อสายตา เป็นใบกัลปนาจริงๆ

สินธรเอาใบกัลปนาไปให้เจ้าอาวาสดู ท่านบอกว่าเคยเห็นจากเจ้าอาวาสท่านก่อน แต่มันหายไปตอนที่โจรขึ้นกุฏิปล้นฆ่าท่าน เปรื่องเสริมว่าคดีเงียบแล้วอย่างกับจะจับมือใครดมไม่ได้ เจ้าอาวาสบอกว่า ตำรวจเขาก็ทำเต็มที่แล้วอย่ากล่าวโทษใครเลย

“ถึงเอาผิดใครในคดีนั้นไม่ได้ แต่ผมจะไม่ให้เรื่องนี้เงียบหายไปอีก นี่เป็นโอกาสเดียวที่ผมจะได้ทำทุกอย่างให้สมกับความต้องการของเจ้าของเรือนที่แท้จริง”


เจ้าอาวาสบอกว่าเขาคงอนุโมทนาบุญไปกับโยมถ้าทำเรื่องนี้สำเร็จลงได้ ขณะเดียวกันที่ใกล้บริเวณนั้นมีเด็กวัดคนหนึ่งทำความสะอาดโบสถ์อยู่ ได้ยินทุกคนคุยกันหมด เด็กวัดล่อกแล่กอย่างไม่น่าไว้ใจ

ฝ่ายนิราศอยู่ที่ห้องทำงาน ลุกขึ้นคิดจะไปหาพิกุลแต่สมคิดเข้ามาเสียก่อน พูดอย่างโล่งอกว่าโชคดีที่คุณนิราศยังไม่กลับ บอกว่าคนของรัฐท่านนัดกินข้าวเย็นที่เมธาวลัย เห็นว่าจะคุยเรื่องยกเลิกประกันราคาน้ำตาล นิราศจึงจำต้องรับคำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ฝ่ายนิสา คืนนี้นอนฝันร้ายอีก กรีดร้องจนสะดุ้งตื่น เอียดได้ยินเสียงมาเคาะประตูถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า นิสาบอกว่าฝันร้าย พูดอย่างเกรงใจว่าตนร้องเสียงดังจนทำให้เอียดตื่นหรือ เอียดพูดให้สบายใจว่า เราอยู่ห้องติดกันจึงได้ยิน แต่คงไม่ดังไปถึงหูคุณทิพย์หรอก

เอียดถามว่าคุณทิพย์ทำให้เครียดมากจนเก็บไปฝันหรือเปล่า นิสาบอกว่าเปล่า ตนฝันซ้ำๆแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เอียดเห็นกระปุกยานอนหลับถามว่า ถึงกับต้องกินยานอนหลับเลยหรือ บอกว่าถ้าฝันร้ายอย่างนี้ ลองไปทำบุญดู เผื่อว่าอะไรๆจะดีขึ้น นิสายิ้มรับและขอบใจ เอียดจึงกลับไป

ooooooo

คืนนี้...นิสาหลับฝันไปว่าออกมาเดินที่สวนในบ้านเห็นห้องนิราศยังเปิดไฟสว่างก็เป็นห่วงว่านอนดึกอีกแล้ว ขณะจะเดินเล่นต่อ ก็ได้กลิ่นประหลาดจนต้องปิดจมูก

นิสาหันหลังจะกลับเข้าบ้านก็ถูกผีตงในชุดจีนแสยะยิ้มเข้าหา นิสาตกใจร้องกรี๊ดจนตัวเองตกใจตื่น เธอจะหยิบยานอนหลับกินแต่พอหยิบกระปุก ปรากฏว่ายาหมด นิสารู้ตัวว่าการนอนไม่หลับของตนเป็นหนักขึ้นทุกทีแล้ว

รุ่งขึ้นนิสาโทร.ปรึกษาอาจารย์หมอและนัดจะไปหาท่าน พอวางสายนิราศก็เข้ามาพอดี เธอทักเชิงบ่นว่าเมื่อคืนนอนดึกอีกแล้ว นิราศบอกว่าเมื่อคืนตนนอนหัวค่ำกว่าทุกวัน นิสาบอกว่าตนเห็น...แต่ไม่ทันพูด นิราศถามว่าเห็นอะไร เธอบอกว่าเปล่า แล้วเปลี่ยนเรื่องถามว่าวันนี้ต้องไปสุพรรณอีกไหม

“พี่อยากไป แต่ไม่รู้ว่าคนที่โน่นอยากให้พี่ไปรึเปล่า” นิสาถามว่าใคร นิราศอึกอักบอกว่าเปล่า ไม่มีอะไร เปลี่ยนเรื่องถามว่านิสาอยู่บ้านไม่เบื่อหรือไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็ได้ จะให้สมคิดไปคอยรับส่ง นิสาบอกว่าไม่รบกวนดีกว่า แต่ถ้าคุณป้าอยากออกไปไหน ตนจะโทรศัพท์ไปบอกที่ออฟฟิศ

“เราหาความสุขให้ตัวเองบ้างก็ได้นะนิสา”

“ความสุขของนิสาคือการได้ตอบแทนครอบครัวพี่ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”

นิสาไปหาอาจารย์อนงค์ตามที่นัดไว้ อนงค์อ่านประวัติการรักษาที่หมอประจำตัวของนิสาส่งมาให้ บอกว่าเรามาเริ่มที่สาเหตุของการนอนไม่หลับกันเลย ถามว่าฝันร้ายใช่ไหม จำอะไรในความฝันได้บ้าง

นิสาบอกว่าจำกลิ่นได้ มันไม่ใช่กลิ่นยา ไม่ใช่กลิ่นคนป่วย แต่เป็นกลิ่นที่ตนไม่คุ้น นิสาพยายามนึกโดยไม่รู้ว่าข้างหลังตัวเองมีเงาดำซ้อนอยู่

นิสาออกจากอนงค์อย่างไม่สามารถอธิบายอาการของตัวเองได้ ขณะยืนรอไฟแดงเพื่อข้ามถนน มีชายคนหนึ่งมายืนด้วยและข้ามถนนไปโดยไม่รอไฟแดง นิสาจึงข้ามตาม ถูกรถคันหนึ่งพุ่งมาอย่างเร็วบีบแตรลั่น นิสาตกใจร้องกรี๊ดชายคนนั้นหันมอง ปรากฏว่ารถหักหลบจากนิสาพุ่งเข้าชนชายคนนั้นแต่ผ่านทะลุไป! นิสามองไปเห็นเขาไปยืนอยู่อีกฝั่งแล้ว จะเดินไปหา ชายคนนั้นก็เดินไปเสียก่อน นิสายิ่งหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตน

ฝ่ายนิราศออกมาขึ้นรถ ก็ได้ยินเสียงปี่แว่วมา เขาขับรถไปเหมือนถูกสะกดจิต...ไปจนถึงเรือนจางวางพ่วงไม่เจอใครจึงจะลงจากเรือน พลันก็เห็นแสงตะเกียงพร้อมเสียงทักจากพิกุล “กลับแล้วรึเจ้าคะ” ถามว่า “ธุระอะไรเจ้าคะ ถึงกลับมาที่นี่อีก”

นิราศเอารูปให้ดูบอกว่าคิดว่ารูปนี้เกี่ยวข้องกับคนที่เคยอยู่เรือนนี้ ช่วยดูทีเถอะว่ารู้จักใครบ้าง

พิกุลถามว่าอยากรู้จักแม่พิกุลคนนี้หรือ...นิราศตื่นเต้นอยากรู้มาก พิกุลจึงเล่าอย่างอยากให้เขาระลึกถึงเรื่องในอดีตว่า...

พิกุลคนนั้นดื้อนักไม่ฟังคำของพ่อแม่เห็นว่าความรักที่ตนมีต่อผู้ชายตระบัดสัตย์คนหนึ่งสำคัญกว่า เขาชื่อยศ คนใจร้ายที่ทรมานผู้หญิงที่รักเขาด้วยคำว่ารัก นิราศบอกว่าชื่อนี้คุ้นเหลือเกิน พิกุลบอกว่าตนจะทำให้เขาหายคาใจเรื่องแม่พิกุลกับคุณยศดีไหม

พิกุลพานิราศลงเรือ นั่งที่ท้ายเรือจะหยิบพาย แต่นิราศขอเป็นคนพายเอง 

ระหว่างนั่งเรือ พิกุลเล่าความรักของตนกับหลวงราชในชาติก่อนให้ฟังอย่างเจ็บปวดว่า

“หากอิฉันอ่านใจเขาได้บ้าง คงไม่พ้นเห็นว่าเขาสนุกที่ได้หักหาญหัวใจรักภักดีของผู้หญิงคนหนึ่ง เขาคงสนุกที่หลอกให้อิฉันเชื่ออย่างสนิทใจว่าเขาเป็นลมหายใจของอิฉัน เขาคงเห็นคำสัญญาเป็นเรื่องตลก และเห็นอิฉันโง่งมนัก ที่หลงเชื่อว่าเขาจะกลับมา”

นิราศฟังอย่างสะเทือนใจ ถามว่าตนจะช่วยอะไรเธอได้บ้าง พิกุลส่ายหน้า ข่มความเจ็บปวดบอกว่า

“ไม่มีใครช่วยอิฉันได้...นอกเสียจาก...อิฉันต้องไม่ใจอ่อนเท่านั้น”

พิกุลกลัวตัวเองใจอ่อนจึงนั่งหันหลังให้นิราศ ต่างเงียบไปจนนิราศพายเรือมาถึงท่าน้ำเรือนครูทับ ที่มีต้นไม้ขึ้นรกเรื้อไปหมด นิราศสงสัยว่าพิกุลพามาที่นี่ทำไม จนพิกุลขึ้นท่าน้ำเรือนครูทับ ทันใดนั้นก็มีแสงตะเกียงที่เรือน นิราศผูกเรือแล้วหิ้วตะเกียงขึ้นท่า พิกุลเริ่มเล่าต่อว่า

“ที่นี่เจ้าค่ะ ที่ที่ ‘คำสัญญา’ เคยมีความหมายกับหัวใจรักภักดีของผู้หญิงคนหนึ่งแต่กลับถูกย่ำยีแหลกสลายอย่างไม่เหลือดี” นิราศถามว่าเมื่อคำสัญญาทำให้เธอเจ็บ แล้วจะคิดถึงมันอีกทำไม พิกุลย้อนถามว่า “จะให้อิฉันลืมหรือเจ้าคะ”

นิราศบอกว่าไม่อยากให้เธอเจ็บมากไปกว่านี้ ถามว่าเธอจะเชื่อหรือไม่ถ้าตนจะบอกว่าตนไม่มีวันทำให้เธอเจ็บ ทันใดนั้นลมกระโชกมาอย่างไม่มีเค้า นิราศขอให้พิกุลเชื่อตน หรือจะให้ตนสัญญาก็ได้ สิ้นเสียงนิราศฟ้าผ่าเปรี้ยงทันที นิราศสะดุ้ง แต่พิกุลยืนนิ่ง

กิ่งไม้หักฟาดลงมา นิราศพุ่งเข้าปกป้องพิกุลจนล้มไปด้วยกัน เมื่อได้สติจึงเห็นว่าตัวเองทับอยู่บนร่างพิกุลต่างมองกันอย่างลึกซึ้ง ก่อนที่นิราศจะพูดอะไร เขาเห็นเลือดหยดลงบนหน้าพิกุล เขาถามว่าเจ็บตรงไหนไหม พิกุลส่ายหน้า เอามือแตะหน้าผากเขา เลือดติดมือมา

เธอถามว่า “เจ็บไหมเจ้าคะ”

“ถ้าผมเจ็บจนต้องกลั้นใจตายไปตอนนี้ ผมก็จะตายอย่างมีความสุขที่ผมได้ปกป้องคุณอย่างนี้...พิกุล”

พิกุลสะเทือนใจที่นิราศตอบสนองความแค้นของตนด้วยความรักและห่วงใย...เธอเริ่มใจอ่อน...

เลือดที่หน้าผากนิราศยังซึมอยู่ เขาอ้อนว่าถ้าตนเลือดไหลหมดตัวเธอจะทำอย่างไร พิกุลบอกว่าตนไม่ยอมให้เขาตายตอนนี้หรอก

“ถ้าผมต้องตายคงไม่ใช่เพราะแผลนี้แต่ผมจะตายเพราะ...ความปรารถนาที่มีต่อคุณต่างหาก”

นิราศดึงมือพิกุลไปหอมอย่างหลงใหล พิกุลโอนอ่อนไม่ขัดขืน เขามองอย่างปรารถนา โน้มหน้าจูบที่ไหล่ รำพึงเคลิ้ม “กลิ่นกายหอมละมุนของคุณ เนื้อตัวของคุณ...ผมรู้สึกคุ้นเคยเหลือเกิน”

บรรยากาศและอารมณ์ในคืนนี้ช่างเหมือนกับคืนนั้น...คืนที่พิกุลไม่มีวันลืมเหลือเกิน แต่วันนี้พิกุลไม่ได้เคลิ้มอย่างคืนนั้น สีหน้าเธอเย็นชา สายตามองไปที่มุมห้อง ทันใดก็เห็นงูเห่าตัวหนึ่งแผ่แม่เบี้ยและค่อยๆเลื้อยเข้ามาพร้อมจะฉก!

พิกุลจ้องงูเห่าตัวนั้นที่พร้อมจะพุ่งมาฉก ในขณะที่นิราศอยู่ในภวังค์รัก ปรารถนา พึมพำแผ่วอ้อน...

“พิกุล...ผมรักคุณ”

ในที่สุดพิกุลก็พ่ายต่อความรักความหวังดีของนิราศ เธอโอนอ่อนตามใจปรารถนา...

ดึกคืนนี้นิราศหลับสนิท ในขณะที่พิกุลนั่งโบกพัดไล่ยุงให้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทั้งสุขที่ได้ทำให้คนรักและทุกข์ที่ไม่อาจข่มความอ่อนแอของตัวเองได้

นิราศลืมตาขึ้นเห็นพิกุลร้องไห้ เขาดึงเธอเข้าไปกอดถามว่าร้องไห้เพราะตนหรือ ตนจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ จากนี้ไปขอให้ตนได้ดูแลเธอเถิด พิกุลอบอุ่นในอ้อมกอดถามว่าดูแลรับผิดชอบชีวิตตนหรือ

“มันอาจจะช้าเกินไปที่ผมพูดคำนี้ แต่ผมไม่ทรยศคำพูดของตัวเอง ให้ผมเป็นคนดูแลคุณเถอะนะ”

พิกุลไม่ตอบ บอกให้เขานอนเถิด นิราศรบเร้าขอคำตอบก่อน

“อิฉันก็จะตอบในวันหนึ่งเจ้าค่ะ นอนนะเจ้าคะ พิกุลจะดูแลคุณเอง”

นิราศจึงนอนมองพิกุลที่นั่งโบกพัดไล่ยุงให้อย่างหลงใหล

จนเช้า นิราศตื่นขึ้นมาไม่เห็นพิกุล เขาตกใจลุกตามจึงเห็นพัดกับเครื่องอาบน้ำและเสื้อผ้าวางอยู่ก็คลายกังวล ครู่หนึ่งได้ยินเสียงปี่แว่วมาจากท่าน้ำ  เขามองผ่านหน้าต่าง เห็นพิกุลนั่งเป่าปี่อยู่

นิราศยิ้มออก หยิบเสื้อผ้าออกไปทันที...

ooooooo


ละครปี่แก้วนางหงส์ ตอนที่ 10 อ่านปี่แก้วนางหงส์ติดตามละครปี่แก้วนางหงส์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย วรินทร ปัญหกาญจน์,ราณี แคมเปน 20 พ.ย. 2561 08:49 2018-11-23T01:43:13+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ