ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ภูผาแพรไหม

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แพรไหมออกจากบ้านแต่เช้าตรู่มุ่งหน้าไปเยี่ยมชัย แต่วนิดากับพันทิญาช่วยกันหลอกศุภลักษณ์ว่าแพรไหมมีนัดสัมภาษณ์คนที่มาสมัครงานฝ่ายออกแบบลายผ้า

ขณะไปถึงหนทางสะดวก แพรไหมเข้าเยี่ยมชัยและพูดให้กำลังใจแม้เขาจะยังไม่รู้สึกตัวก็ตาม แต่แล้วตอนกลับออกมาไม่นึกว่าจะเจอพวกภูผาตรงหน้าลิฟต์ แพรไหมรู้สึกผิดแทบไม่กล้ามองหน้าพวกเขา ส่วนภูผาที่กรุ่นโกรธอยู่แล้วรีบบอกให้ปรางแก้วพาแม่ของตนขึ้นไปก่อน เพราะตนมีเรื่องจะคุยกับแพรไหม บุญศรีรู้แกวกลัวลูกชายเล่นงานแพรไหมจึงจะขออยู่คุยด้วย แต่ภูผาไม่ยอม

เมื่ออยู่กันตามลำพัง แพรไหมทำใจดีสู้เสือบอกภูผาว่าตนมาเยี่ยมชัยเพราะรู้สึกผิดที่ทำให้เขาบาดเจ็บ ไม่ใช่เพราะกลัวภูผาจะบอกเจ้าแสงฉายถึงต้องรีบมาแต่เช้าแบบนี้

“คนใจดำที่ทิ้งผู้ชายคนเก่าไปหาผู้ชายคนใหม่ได้หน้าตาเฉยอย่างคุณรู้สึกผิดกับเขาเป็นด้วยเหรอ”

“ฉันก็มีจิตใจ มีความรู้สึก รู้ว่าผิดชอบชั่วดีคืออะไร อย่ามองฉันในแง่ร้ายนักเลยค่ะ”

“ผมทำความรู้จักคุณจากสิ่งที่คุณทำ ในเมื่อคุณทำแต่สิ่งร้ายๆจะให้ผมมองว่าคุณดีได้ยังไง”

“ฉันเหนื่อยที่จะเถียงกับคุณเต็มทน เอาเป็นว่าฉันจะมาเยี่ยมคุณชัยทุกวัน พอเขาหายฉันจะกราบเท้าขอโทษเขา ฉันทำตามความต้องการของคุณทุกอย่างแล้วหวังว่าคุณจะเลิกตามอาละวาดฉันซะทีนะคะ”

แพรไหมผละไปด้วยความไม่พอใจนัก และโล่งอกไปทีที่เขาไม่ตามมาอีก แต่ขณะที่เธอขับรถออกจากโรงพยาบาล เธอไม่รู้ตัวว่าสวนกับรถของแสงฉายที่มีธนาเป็นคนขับ แสงฉายสงสัยจึงลองติดต่อเข้ามือถือ ปรากฏว่าเธอโกหกคำโตว่ากำลังจะออกจากบ้านไปทำงาน

แสงฉายหวาดระแวงรีบให้ธนาไปสืบดูว่าแพรไหมมาทำอะไรที่โรงพยาบาล ส่วนตนจะไปเยี่ยมยศกับเลิศที่ยังรักษาตัวอยู่ที่นี่หลังโดนคมมีดอาบยาพิษของนักฆ่าจากเชียงทวาย ธนาหายไปไม่นานก็กลับมารายงานแสง–ฉายว่าแพรไหมมาเยี่ยมผู้ชายชื่อชัย

“ชัย...ชัยไหน ตอนฉันให้คนไปสืบเรื่องคุณแพรในรายงานไม่เห็นบอกเลยว่าคุณแพรรู้จักคนชื่อชัย”

“ผมถามรายละเอียดมาแล้วครับ คุณชัยบาดเจ็บสาหัสเพราะโดดตึกฆ่าตัวตาย...คุณชัยเป็นพี่ชายของคุณภูผาครับ”

แสงฉายหน้าเครียดขึ้นมาทันที ความหึงและหวงแหนทำให้เขาบอกกับตัวเองว่า ไม่มีวันยอมให้แพรไหม รู้สึกอะไรกับภูผามากเกินไปกว่านี้อย่างแน่นอน...

ส่วนที่บ้านของแสงฉายเวลานี้ ดวงใจกำลังกระเง้า กระงอดไม่อยากให้แสงมณีไปไหน และไม่อยากเห็นเธอแสดงออกว่าชอบภูผาจนออกนอกหน้า แสงมณีรับทราบทุกอย่าง แต่พอภูผามาถึงก็ลืมตัวยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

ภูผามาพร้อมทวีป เมื่อรู้ว่าวันนี้แสงมณีจะไปดูโบราณสถานในต่างจังหวัด ทวีปถึงกับหน้าตูมบ่นที่เธอไม่บอกกันล่วงหน้า แต่พอภูผาเตือนสติให้ทำตัวดีๆ พูดดีๆกับเธอ ทวีปก็รีบปรับเปลี่ยนเพื่องานของตัวเอง

เวลานั้น แพรไหมกำลังจะก้าวเข้าร้าน พอดีพันทิญาโทร.เข้ามือถือเธอเพื่อนัดแนะให้พูดตรงกันถ้าโดนแม่ซักถาม แพรไหมรับปากตามนั้น และเกริ่นว่าอยากคุยเรื่องชัย แต่ถูกพันทิญาตวาดกลับทันทีว่า

“หยุดพูดเรื่องไอ้ชัยเดี๋ยวนี้ พี่กำลังจะไปเจอคุณพัฒน์ไม่อยากฟังเรื่องมันให้เสียอารมณ์”

“พี่พันคุยกับคุณพัฒน์เสร็จแล้วค่อยมาคุยกับแพรที่ร้านก็ได้ค่ะ” แพรไหมวางสางด้วยสีหน้าหนักใจ

เมื่อเธอเดินเข้ามาในร้าน พนักงานแจ้งให้ทราบว่าศุภลักษณ์ต้องการพบด่วน แพรไหมแน่ใจว่าไม่พ้นเรื่องสัมภาษณ์พนักงานแน่ๆ แต่กลายเป็นว่าเธอเดาผิด

“แม่ไม่ได้ให้แพรมาหาเพราะเรื่องนี้ แต่แม่อยากชวนลูกทานข้าวกลางวัน”

“ทานข้าวกับคุณแม่...วันนี้เจ้าไม่มาใช่ไหมคะ”

“จ้ะ...เจ้าติดประชุม ทานข้าวเสร็จแล้วแม่อยากให้แพรไปธุระเป็นเพื่อนหน่อย”

“ธุระอะไรคะ”

“แม่ขอเก็บไว้เป็นความลับก่อน แต่บอกได้เลยว่าเป็นเรื่องดีที่ทำให้แม่มีความสุขมาก”

ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงของแม่ทำให้แพรไหม

แปลกใจเป็นอันมาก

ooooooo

ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พิพัฒน์นัดพันทิญามาเพื่อคุยเรื่องที่เธอโกหกว่าไม่รู้จักชัย แต่รูปที่เขาได้จากพิพิธมามันคนละเรื่องกันเลย

พันทิญายังไม่รู้ตัวจึงออดอ้อนเขาหน้าระรื่น แต่พอเขาตั้งคำถามว่า “คุณโกหกผมทำไม” หญิงสาวถึงกับชะงัก...หายใจไม่ทั่วท้อง

“พันโกหกอะไรคุณคะ”

“เมื่อคืนคุณบอกว่าทานข้าวกับแม่คุณที่บ้าน แต่จริงๆแล้วคุณไปทานกับคุณชัย”

พันทิญาหน้าเจื่อนรีบแก้ตัว “ไม่จริงนะคะ พันทานข้าวกับคุณแม่ ทานเสร็จก็อยู่บ้านตลอดไม่ได้ออกไปไหนเลย”

“ถ้างั้นผู้หญิงคนนี้ก็คงเป็นฝาแฝดคุณ” เขาเอาหลักฐานออกมายืนยัน เธอตกใจหน้าซีดพูดไม่ออก “ขอบคุณนะที่โกหก แล้วก็ทำให้ผมรู้ว่าคุณก็แค่ผู้หญิงหลอกลวง”

พิพัฒน์เก็บโทรศัพท์เดินออกจากร้านด้วยความโมโห พันทิญาวิ่งตามมาดักหน้าแล้ววิงวอนขอความเห็นใจ

“โอเคค่ะคุณพัฒน์ พันขอโทษที่โกหก แต่พันมีเหตุผล ฟังพันก่อนได้ไหมคะ...เมื่อวานพอวางสายจากคุณ คุณชัยโทร.มาให้พันไปเจอเขาเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าไม่ไปเขาจะบุกมาที่บ้านพันเลยต้องออกไป”

“แล้วทำไมไม่โทร.บอกผม”

“พันรู้ว่าถ้าบอกคุณจะเป็นห่วงมาก กลัวว่าคุณจะตามไปที่ร้านแล้วมีเรื่องชกต่อยกับคุณชัยอีกน่ะค่ะ คุณก็รู้ว่าพันเกลียดคุณชัยจะตาย ทำไมยังหึงอีกล่ะคะ”

“ผมไม่ได้โกรธเพราะหึงแต่โกรธเพราะคุณโกหก แล้วเมื่อกี้ผมถามก็ยังไม่ยอมรับอีก”

“พันไม่กล้ายอมรับเพราะกลัวคุณโกรธนี่คะ คุณพัฒน์ขา...พันผิดไปแล้ว พันขอโทษ หายโกรธพันเถอะนะคะ”

ด้วยมารยาหญิง ไม่นานพิพัฒน์ก็ใจอ่อนบอกว่าหายโกรธแล้ว เธอเลยตอบแทนด้วยการหอมแก้มเขาฟอดใหญ่...

ooooooo

ธุระของศุภลักษณ์ก็คือพาแพรไหมมาลองชุดแต่งงานซึ่งแสงฉายรออยู่ก่อนแล้ว แพรไหมหน้าบูดบึ้งไม่พอใจ เล่นงานแสงฉายว่าไม่รักษาสัญญาที่ตกลงกันไว้ว่าให้เวลาเธอศึกษานิสัยเขาหนึ่งเดือน หลังจากนั้นค่อยเตรียมงานแต่ง แต่นี่เพิ่งสามอาทิตย์ทำไมให้เธอมาลองชุด

“เพราะผมรอไม่ไหวเลยเลื่อนงานแต่งของเราให้เร็วขึ้น”

“เลื่อนให้เร็วขึ้น...เมื่อไหร่คะ”

“เราจะหมั้นกันวันมะรืน แล้วแต่งอาทิตย์หน้า”

“แต่ฉันยังไม่พร้อม ทุกอย่างมันเร็วเกินไป”

“เร็วขึ้นมาแค่อาทิตย์สองอาทิตย์ไม่เห็นจะเร็วเกินไปตรงไหน แม่จะพาไปเลือกชุด” ศุภลักษณ์รวบรัดจูงมือลูกสาวไปด้านใน แสงฉายยิ้มพอใจที่เอาชนะแพรไหมได้

ด้านแสงมณีที่ไปเที่ยวโบราณสถาน เธอมีความสุขที่ใกล้ชิดภูผา แต่กับทวีปเธออยากหนีให้ห่าง ท่าทางเธอยังหมั่นไส้เขาไม่หาย ทั้งๆที่วันนี้ทวีปก็พยายามสงบปากสงบคำตามที่ภูผาแนะนำ

ขณะเดินชมความงามภายในวัด พวกเขาเจอพิพิธด้วยความบังเอิญ พิพิธดีใจมากผละจากเพื่อนมาหา

แสงมณีทันทีเลย

“คุณพิพิธมาวาดรูปเหรอคะ” แสงมณีทัก

“เปล่าครับ เพื่อนผมมาจากเมืองนอกเลยพามาเที่ยวน่ะครับ...สวัสดีครับคุณภูผา คุณผู้หมวด”

ภูผายิ้มรับ แต่ทวีปเขม่นมองอย่างหมั่นไส้แล้วบ่นออกมาว่า “เมื่อคืนก็เจอกันที่ร้านอาหาร วันนี้มาถึงอยุธยาก็ยังเจอกันอีก โลกนี้มันแคบจริงๆ”

“แคบมากเลยล่ะครับ โดยเฉพาะเมื่อคืน เพราะหลังจากพวกคุณกลับไปแล้วผมยังเห็นคุณแพรกับคุณน้าของเขาที่ร้านนั้นด้วยนะครับ”

ภูผากับทวีปชะงัก มองหน้ากันอย่างตกใจ...เวลาเดียวกันนั้น วนิดากำลังเผาทิ้งเทปจากกล้องวงจรปิด เธอโยนมันลงไปที่กองขยะก่อนจุดไฟแล้วผละไปจากตรงนั้นทันที แต่ด้วยความหวังดีของน้อยที่ผ่านมาเห็นกลัวไฟจะไหม้บ้าน จึงรีบดับไฟแล้วโกยเอาขยะทั้งหมดออกไป

ที่ร้านเวดดิ้ง ศุภลักษณ์มีความสุขมากที่ได้เห็นลูกสาวในชุดแต่งงาน ต่างจากแพรไหมที่หน้าตูมตลอดเวลา เมื่อพันทิญาโทร.หาเธอจึงทำท่าจะบ่นให้ฟังด้วยความหงุดหงิด แต่ศุภลักษณ์มาแย่งโทรศัพท์ไปคุยเสียก่อน เมื่อพันทิญาได้ยินจากแม่ว่าแพรไหมมาลองชุดแต่งงานก็ตกใจ และกลายเป็นอิจฉาริษยาจนแทบนั่งไม่ติด

ส่วนภูผากับทวีปที่ทราบจากพิพิธว่าคืนนั้นแพรไหมไปที่ร้านอาหารจริงๆ สองหนุ่มคาดเดาว่าสองน้าหลานคงเอาเงินไปปิดปากผู้จัดการจนได้หลักฐานสำคัญมาแล้ว และป่านนี้เทปนั่นก็คงโดนทำลายทิ้งไปแล้วด้วย ดังนั้นภูผาจึงจะต้องพึ่งพาพิพิธที่กลายเป็นพยานโดยไม่รู้ตัว

วันเดียวกันที่โรงพยาบาล บุญศรีดีใจมากที่ชัยรู้สึกตัว ชัยเจ็บระบมไปทั้งตัวแต่ก็ยังแข็งใจถามแม่ว่าแพรไหมพาตนมาส่งที่นี่ใช่ไหม

“เจ้าหน้าที่มูลนิธิพามาน่ะลูก”

ชัยน้ำตาไหลรำพึงรำพันด้วยความเสียใจ “ทำไมผมไม่ตายๆไปซะ จะได้ไม่ต้องทรมานอีก...คุณแพรไม่รักผม ผมอยู่โดยไม่มีคุณแพรไม่ได้”

“แล้วชัยไม่คิดบ้างเหรอลูก แม่ก็อยู่โดยไม่มีชัยไม่ได้เหมือนกัน รู้ไหมว่าลูกคือหัวใจของแม่ ลูกเจ็บหัวใจแม่ก็เจ็บไปด้วย ถ้าลูกตายหัวใจแม่ก็จะตายไปด้วย ทำไมถึงมอบชีวิตให้คนที่ไม่เห็นคุณค่า ทำไมไม่คิดถึงคนที่รักลูกสุดหัวใจอย่างแม่บ้าง” บุญศรีระบายความอัดอั้นทั้งน้ำตา

ชัยมองแม่อย่างรู้สึกผิด จับมือแม่บีบเบาๆ

“แม่ครับ...ผมขอโทษที่มัวแต่หวังความรักจากคนอื่นจนมองข้ามความรักที่แม่มีให้ผม จากนี้ไป ผมจะเข้มแข็ง จะตัดใจจากคุณแพรให้ได้ ผมสัญญานะครับว่าจะไม่ทำให้แม่เสียน้ำตากับผมอีกแล้ว”


“ลูกแม่...” บุญศรีดีใจโผกอดลูกชาย...ปรางแก้วเห็นแล้วซาบซึ้งแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่

ooooooo

พันทิญากลับเข้าบ้านด้วยความหงุดหงิด บ่นให้วนิดาฟังเรื่องศุภลักษณ์พาแพรไหมไปลองชุดเจ้าสาว พร้อมกันนี้ก็ปรึกษาว่าตนจะทำยังไงดี เวลามันใกล้เข้ามาทุกที จนป่านนี้เจ้าแสงฉายยังไม่มีทีท่าว่าจะหันมาสนใจตนเลยสักนิด

“พันยังไม่ลองหาโอกาสใกล้ชิดเจ้าแสงฉายแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเจ้าไม่สนใจ ใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่าสิจ๊ะ น้าเชื่อว่าผู้ชายอย่างเจ้าใจแข็งได้ไม่นานหรอก จืดชืดอย่างยัยแพร เจ้ายังรักเลย ดูพันของน้าสิ ทั้งสวยทั้งน่ารักออกอย่างนี้ ถ้าเจ้าไม่สนใจก็ไม่ใช่ผู้ชายแล้ว”

คำแนะนำของคุณน้าทำให้พันทิญาถึงกับยิ้มกว้าง... มั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองขึ้นมาทันที...ทางด้านภูผาที่จ้องจะขอความช่วยเหลือจากพิพิธ เขารอจนกระทั่งสบโอกาสที่พิพิธแยกตัวจากแสงมณี เดินตามไปคุยกันห่างๆเพียงสองคน

“คุณจะขอความช่วยเหลือจากผม...เรื่องอะไรครับ”

“คุณแพรบอกเลิกพี่ชายผม เมื่อคืนเขานัดเจอกันที่ร้านอาหาร แต่ไม่รู้เขาพูดยังไงพี่ชายผมเลยกระโดดตึกฆ่าตัวตาย”

“ฆ่าตัวตาย!!”

“ใช่...ผมอยากให้เขารับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำ ก็เลยไปบอกแม่ของเขา แต่คุณศุภลักษณ์ไม่เชื่อ ถ้าคุณ

ไปช่วยยืนยันว่าเห็นคุณแพรที่ร้านอาหาร คุณศุภลักษณ์อาจจะเชื่อว่าลูกสาวเขาเคยคบกับพี่ชายผมจริง”

“เราเพิ่งเจอกันไม่กี่ครั้งแทบไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ ผมจะรู้ได้ยังไงว่าที่คุณเล่ามาเป็นเรื่องจริง”

“พี่ชายผมที่นอนโคม่าอยู่ในห้องไอซียูคงทำให้คุณเชื่อผมได้ ถ้าคุณไม่เชื่อไปดูให้เห็นกับตาก็ได้”

พิพิธนิ่งเงียบไปอย่างครุ่นคิด...อีกมุมที่แสงมณีวาดรูปอย่างเพลิดเพลิน ทวีปเห็นว่าบ่ายมากแล้วจึงเข้ามาเตือนเธออย่างสุภาพ แต่เธอกลับวีนเขาเข้าให้

“นี่คุณผู้หมวด คุณเป็นองครักษ์มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยไม่ได้มีหน้าที่ออกคำสั่งว่าให้ฉันทำอะไร หรือกลับบ้านตอนไหน”

“ผมพูดด้วยถ้อยคำที่สุภาพสุดๆ ไม่ได้ออกคำสั่งอะไรเลยครับ แล้วที่ผมพูดก็เพราะหน้าที่องครักษ์นี่แหละ เดินทางกลางวันปลอดภัยกว่าเดินทางกลางคืนครับ”

“แต่ฉันยังไม่อยากกลับ”

“เพื่อการรักษาความปลอดภัยให้เจ้าอย่างเข้มงวดผมต้องขออนุญาตขัดใจเจ้านะครับ” ว่าแล้วทวีปเก็บสีใส่กล่อง แต่แสงมณียื้อยุดไม่ยอม จึงเกิดแย่งกันไปมาเป็นเหตุให้ทวีปเซถลาตามแรงกระชากของแสงมณี

แล้วปากชนปากกันอย่างจัง

สองฝ่ายอึ้งไปสักครู่เหมือนถูกไฟช็อต...ต่างคนต่างเขินทำตัวไม่ถูก ทวีปรีบบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ แสงมณีแก้เขินด้วยการตะคอกใส่เขา

“ฉันรู้แล้ว...พาฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้”

แสงมณีเดินนำไปอย่างหงุดหงิด ทวีปมองตามแล้วเผลอยิ้มออกมา...เมื่อทวีปกับภูผาไปส่งเธอถึงบ้าน แสงฉายรีบออกมารับหน้าแล้วพูดจาโอ้อวดภูผาเรื่องที่ตนพาแพรไหมไปลองชุดแต่งงาน ภูผาโกรธแพรไหมแต่ต้องสะกดใจเอาไว้ แต่พอออกรถมาได้สักครู่เขาก็ปาดซ้ายปาดขวาราวกับจะรีบไปฆ่าใคร

“เฮ้ย...จะรีบไปไหนวะ” ทวีปร้องลั่น

“รีบหาหลักฐานไปเปิดโปงความชั่วของผู้หญิงแพศยาน่ะสิ ทำให้พี่ชัยเจ็บหนัก ยังจะมีกะจิตกะใจหมั้นกับเจ้าแสงฉาย...ใจดำยิ่งกว่าอีกา”

“แล้วจะได้อะไร”

“ได้หรือไม่ได้เดี๋ยวก็รู้...แต่อย่างน้อยเขาจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำ ไม่ใช่หนีไปแต่งงานกับคนอื่นแล้วทิ้งให้อีกคนนอนเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาล”

“แต่เราต้องมีหลักฐานและพยานยืนยัน”

ภูผาไม่ฟังยังขับรถเร็วด้วยความโมโห ทวีปกลัวมากสองมือจับราวในรถแน่น...เวลาเดียวกัน แพรไหมถูกพันทิญาคาดคั้นว่าจะแต่งงานกับเจ้าแสงฉายจริงหรือ?

“แพรก็ไม่อยากแต่งหรอกค่ะ แต่ไม่รู้จะทำยังไง คุณแม่นะคุณแม่ ทำไมถึงอยากได้เจ้าแสงฉายเป็นลูกเขยนักก็ไม่รู้”

“ก็หนีไปเมืองนอกซะก็สิ้นเรื่อง มัวชักช้าอยู่นั่นแหละ”

“แพรก็อยากจะไป แต่แพรยังคิดว่าคุณแม่อาจจะเปลี่ยนใจได้”

“ยายเด็กโง่...จนป่านนี้ยังคิดเข้าข้างตัวเองอีกเหรอ เชื่อพี่เถอะ ยังไงคุณแม่ก็ไม่ฟังหรอก เว้นแต่เธอจะหนีไปให้พ้นๆ เอาไหม พี่ขโมยพาสปอร์ตมาให้”

“ไม่ค่ะ แพรจะหาทางพูดกับคุณแม่เอง ถ้าคุณแม่ไม่ยอม แพรค่อยคิดต่อว่าจะทำยังไง แต่แพรไม่หนีไปไหนอีกแล้ว”

พันทิญาฟังแล้วยิ่งหงุดหงิด แต่จะพูดอะไรมากกว่านี้ก็กลัวเป็นพิรุธให้น้องสาวสงสัย

ooooooo

รุ่งขึ้น พิพิธมาพบภูผากับทวีปที่โรงพยาบาลแล้วได้เห็นสภาพชัยบาดเจ็บสาหัสในไอซียู นอกจากนี้ภูผายังมีหลักฐานสำเนาบันทึกประจำวันของตำรวจที่ยืนยันได้ว่าพี่ชายของเขาทะเลาะกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ลานจอดรถร้านอาหารก่อนจะโดดตึก

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว พิพิธจึงตัดสินใจพูดความจริงที่เห็นกับตาว่า  ผู้หญิงคนที่มาหาพี่ชายของภูผาไม่ใช่แพรไหม

“คุณเห็นพี่ชัยไปที่ร้านด้วยเหรอ” ทวีปซักทันที

“ผมไปดื่มตั้งแต่หัวค่ำแล้วติดลมเลยอยู่ยาวถึงดึก...คนที่มาหาพี่ชายคุณคือคุณพัน”

“ตอนนี้ใครๆก็รู้จักคุณแพรในฐานะว่าที่ราชินีของเจ้าแสงฉาย คุณแพรอาจจะไม่กล้าเจอพี่ชัยในที่สาธารณะเลยให้คุณพันทิญามาตามพี่ชัยออกไปคุยที่ลานจอดรถก็ได้”

“ไม่สำคัญหรอกว่าพี่ชัยเจอกับคุณแพรยังไง ที่สำคัญตอนนี้คือคุณจะยอมช่วยเพื่อนไอ้ภูหรือปล่า”

“ผมจะช่วยคุณ”

พิพิธตกปากรับคำไปแล้ว แต่พอเขาโทร.เล่าเรื่องให้พี่ชายฟัง กลับถูกทางนั้นติเตียนทันทีว่า

“ถ้าแกไปช่วยยืนยัน แกจะทำให้คุณศุภลักษณ์เข้าใจคุณแพรผิด รู้ไว้ซะคุณแพรไม่ได้เป็นแฟนคุณชัย ที่มันเกิดเรื่องยุ่งๆขึ้นเพราะคุณชัยสติไม่ดี เลยคิดเองเออเองว่าคนชื่อแพรไหมเป็นแฟนของเขา”

“งั้นก็หมายความว่า...ผู้หญิงที่เขาเข้าใจว่าเป็นแฟนก็คือคุณพัน”

“เออ...เฮียเคยเจอคุณชัย แล้วก็มีเรื่องกับเขามาแล้ว คุณชัยเป็นบ้าจริง ยุ่งเรื่องนี้มีแต่เสียกับเสีย แกห้ามยุ่งเรื่องนี้เด็ดขาด”

“แต่ผมรับปากแล้วว่าจะช่วยคุณภูผา”

“รับปากได้ก็ยกเลิกได้ บอกคุณภูผาเดี๋ยวนี้เลยว่าไม่ช่วยแล้ว” พิพัฒน์สั่งเฉียบจนน้องชายไม่กล้าหือ

และแล้วพิพิธก็ตัดสินใจไม่ไปเจอภูผากับทวีปตามนัด สองหนุ่มมารออยู่หน้าบ้านศุภลักษณ์ รอจนเกินเวลานัด

ครึ่งชั่วโมง พิพิธถึงโทร.มาบอกภูผาว่าติดธุระมาไม่ได้จริงๆ ทวีปรู้เรื่องก็บ่นอุบว่ารับปากแล้วไม่มา ทำไมเป็นคนไม่รักษาคำพูดแบบนี้

“ถ้าให้ฉันเดาคงเป็นเพราะคุณพิพัฒน์เป็นแฟนคุณพันทิญา คุณพิพิธคงกลัวว่าถ้าช่วยฉัน...คุณพิพัฒน์จะมีปัญหากับคุณพัน”

“กลัวก็ไม่น่าจะรับปาก ไอ้ขี้ขลาดเอ๊ย”

“คุณพิพิธไม่ช่วย ฉันก็หมดทางที่จะทำให้คุณ

ศุภลักษณ์เชื่อ...กลับกันเถอะ”

สองหนุ่มกำลังจะขึ้นรถ พลันมือถือทวีปดังขึ้น ปรากฏว่าลูกน้องมีข่าวดีแจ้งทวีปว่าเจ้าหน้าที่ไอทีเจอไฟล์ภาพกล้องวงจรปิดของเมื่อคืนแล้ว ทวีปจึงสั่งให้ก๊อบปี้แล้วเอามาให้ตนเดี๋ยวนี้เลย

แต่เมื่อหลักฐานที่ว่ามาถึงแล้ว และพวกภูผาก็ได้เอาเข้าไปเปิดยืนยันต่อหน้าครอบครัวศุภลักษณ์ ซีดีแผ่นนั้นกลับไม่สมบูรณ์ ทวีปรีบโทร.จี้ลูกน้อง ก็ทราบว่าไฟล์ภาพนี้โดนไวรัสเปิดได้เท่าที่เห็น

พันทิญากับวนิดาที่ลุ้นตัวโก่งแอบสบตากันอย่างโล่งอก จากนั้นพันทิญาก็ด่วนสรุปด้วยความไม่พอใจว่า

“พวกคุณไม่ได้มีภาพจากร้านอาหารแต่แกล้งเอาซีดีนี่มาหลอกพวกฉัน”

ภูผากับทวีปหน้าเจื่อนพูดไม่ออก ศุภลักษณ์โกรธจัด ตะคอกถามพวกเขาว่าเล่นเกมอะไรกัน แบบนี้ต้องแจ้งความจับข้อหาข่มขู่ครอบตัวของตน วนิดาเห็นด้วยอย่างยิ่ง ให้ตำรวจมาจับเข้าคุกให้หมด ต่อไปจะได้ไม่กล้ารังแกครอบครัวเราอีก

“ผมไม่ได้จะรังแกครอบครัวคุณ ลูกสาวกับน้องคุณไปที่ร้านอาหารจริงๆ” ภูผายืนยัน

“ถ้าพวกฉันไปจริงก็เอาหลักฐานมา อย่าดีแต่กล่าวหาพวกฉัน”

พันทิญาเชิดหน้าท้าทาย แต่ทันใดนั้นพิพิธส่งเสียงเข้ามา เธอถึงกับสะอึกอึ้งไปทันที

“คุณภูผาไม่ได้กล่าวหาพวกคุณ” พิพิธหันไปยกมือไหว้ศุภลักษณ์ “ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่ถือวิสาสะเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต”

“เรื่องนั้นน่ะช่างมันเถอะ อธิบายที่คุณพูดว่าคุณภูผาไม่ได้กล่าวหาคนในครอบครัวฉันมาดีกว่า”

“เมื่อคืนผมอยู่ในร้านนั้นด้วย ผมเห็นด้วยตาตัวเองเลยครับว่าคุณพัน คุณแพร คุณน้าไปที่ร้านนั้น นี่ครับหลักฐาน” พิพิธยื่นโทรศัพท์โชว์รูปพันทิญากับชัยมาตรงหน้าศุภลักษณ์ วนิดากับพันทิญาขยับมาดูแล้วตกใจหน้าซีดเป็นไก่ต้ม

เมื่อหลักฐานชัดเจนขนาดนี้ ศุภลักษณ์อึ้งไปอย่างเสียหน้า “สรุปว่าคนที่โกหกคือคนของฉัน”

“เห็นหลักฐานคาตาแบบนี้คงเชื่อผมแล้วนะครับ ว่าคุณแพรไหมเคยเป็นแฟนกับพี่ชายผม”

“พวกคุณกลับไปก่อน ฉันจะจัดการคนโกหกให้แล้วจะให้เขาทำตามข้อเรียกร้องของคุณ”

หลังจากสามหนุ่มกลับออกไปแล้ว ศุภลักษณ์ก็ตำหนิคนของตนอย่างโกรธจัด “วันหลังถ้าทำให้ฉันเป็นคนโง่ในสายตาคนอื่นอีก ฉันจะไล่พวกเธอออกจากบ้าน ดูซิไม่มีฉันสักคนพวกเธอจะอยู่กันยังไง”

“พันขอโทษค่ะคุณแม่ พันผิดเองที่ใจอ่อนสงสารยัยแพรจนยอมช่วยยัยแพรโกหกคุณแม่” พันทิญาบีบน้ำตาเอาตัวรอด แพรไหมลอบมองพี่สาวด้วยความน้อยใจ

“เจ้าแสงฉายรักแพรจนโงหัวไม่ขึ้น แต่แพรกลับไปเป็นแฟนกับเจ้าของร้านคอมพิวเตอร์กระจอกๆ ทำไมถึงใฝ่ต่ำอย่างนี้” ศุภลักษณ์คับแค้นใจ...แล้วรวบรัดว่า “พรุ่งนี้เช้าแพรต้องไปกับแม่ แม่จะพาแพรไปกราบเท้าขอโทษคุณชัยด้วยตัวแม่เอง”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ แพรไปกับพี่พันกับคุณน้าก็ได้”

“จริงด้วยค่ะคุณแม่ เรื่องแค่นี้คุณแม่ไม่ต้องยุ่งยากหรอกค่ะ เดี๋ยวพันจะพาน้องไปเอง รับรองทุกอย่างจะต้อง เรียบร้อย”

“ก็ได้...ถ้าน้องชายเขามาอาละวาดที่บ้านอีกล่ะก็ แม่จะเป็นคนพาไปเอง”

เมื่อพากันแยกจากศุภลักษณ์มาแล้ว พันทิญาปึงปังแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวจนวนิดาต้องเตือน เพราะกลัวจะเป็นเรื่องขึ้นมาอีกถ้าศุภลักษณ์ได้ยิน

“ก็พันโกรธนี่คะ”

“แล้วคิดว่าน้าไม่โกรธรึไงที่พี่ศุทำขนาดนี้ แต่เราต้องอดทนระงับความโกรธให้ได้ รอเวลาของเราแล้วเราค่อยแก้แค้นให้สาสม”

“แก้แค้น? คุณน้าจะแก้แค้นอะไรคุณแม่คะ”

วนิดาหน้าเจื่อนกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร ตนไม่ได้หมายถึงศุภลักษณ์ แต่หมายถึงนายภูผาต่างหาก

“มีโอกาสเมื่อไหร่ พันจะยุให้เจ้าแกล้งให้บริษัทมันล่มจมไปเลย”

“ถ้าพรุ่งนี้พี่ศุพายัยแพรไปเจอนายชัยได้ละก็ พันต้องโดนพี่ศุไล่ออกจากบ้านแน่”

“แต่คนที่พันแค้นที่สุดในเรื่องนี้ไม่ใช่ไอ้ภูผาหรอกนะคะ แต่เป็นไอ้พิพิธ มันส่งรูปพันกับนายชัยให้คุณพัฒน์โกรธพันยังไม่พอ มันยังมาเป็นพยานให้ไอ้ภูผาจนพวกเราโดนคุณแม่ดุ”

“ถ้าปล่อยให้นายพิพิธยุ่งเรื่องพันไปเรื่อยๆ สักวันพันคงต้องโดนคุณพัฒน์ทิ้ง...พันเสียหน้าแย่เลย”

พันทิญาคิดๆแล้วหยิบโทรศัพท์มาโทร.หาพิพัฒน์ โอดครวญว่าน้องชายของเขาไม่รู้รังเกียจอะไรตนนักหนา ถึงได้จ้องหาเรื่องให้ตนเดือดร้อน ทั้งที่ตนจริงใจกับเขาทุกอย่าง

“มันทำอะไรคุณพันเหรอครับ”

พันทิญายิ้มสมใจ ได้โอกาสฟ้องฉอดๆ ต่อมาเมื่อพิพิธกลับเข้าบ้านจึงถูกพี่ชายตำหนิว่าไปช่วยนายภูผาทำไม

“เพราะผมเข้าใจความรักที่น้องชายมีให้พี่ชายดี และที่สำคัญผมทำเพื่อความถูกต้อง”

“ช่วยคนบ้าแล้วทำให้ครอบครัวคุณพันเดือดร้อนเนี่ยนะ”

“ผมแค่ไปยืนยันว่าเห็นพวกเขาที่ร้านอาหาร”

“แค่นั้นมันก็มากพอที่จะทำให้คุณศุโกรธแล้ว เฮียขอสั่งเลยนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามแกยุ่งเรื่องของคุณพันอีก”

พิพิธหน้าจ๋อย เพราะคราวนี้พี่ชายฉุนเฉียวหนักกว่าเดิม

ooooooo

เช้าขึ้น พันทิญาจำต้องทำตามที่รับปากศุภลักษณ์ ไว้เมื่อวาน เธอพาแพรไหมมาที่โรงพยาบาลโดยมีวนิดาติดตามมาด้วย...พันทิญาสีหน้ายุ่งยากใจ ก่นด่าชัยไม่น่าก่อเรื่องเลย

“แต่พี่พันก็มีส่วนผิดนะคะ ที่ไปหลอกเขา”

“หลอกอะไร มันอยากโง่มารักพี่เอง...ช่วยไม่ได้”

“พี่พันก็ควรจะไปขอโทษเขาด้วยตัวเอง ถ้าเขาเห็นหน้าพี่พันอาการเขาอาจจะดีขึ้น ให้เขาพ้นขีดอันตรายก่อนแล้วค่อยคิดว่าทำยังไง อย่างน้อยก็เห็นแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน”

“ไม่! พี่ไม่ยุ่งด้วย ที่มาเป็นเพื่อนเธอก็เพราะเห็นแก่คุณแม่ แพรเข้าไปพูดกับเขาน่ะดีแล้ว แล้วเธอก็อย่าเผลอไปบอกเขาล่ะว่าพี่ใช้ชื่อเธอไปหลอกเขา เดี๋ยวเรื่องมันจะไปกันใหญ่”

“ถ้าพี่พันไม่ไปขอโทษเขา แพรอาจจะบอกความจริงกับเขาก็ได้”

“อย่ามาขู่พี่นะยัยแพร”

“แพรไม่ได้ขู่ แต่เรื่องนี้พี่พันต้องรับผิดชอบ... ไม่ใช่แพร”

วนิดาเห็นท่าไม่ดีแทรกขึ้นว่า “รีบไปเถอะ ตอนนี้คนไม่เยอะ เราจะได้ขอโทษมันให้จบๆไป”

ทั้งสามคนเดินเข้าไปในโรงพยาบาลโดยไม่ทันสังเกต ว่าลูกน้องของเจ้าแสงฉายจับจ้องมองอยู่ เมื่อเข้าไปถึงหน้า ห้องไอซียูที่ชัยนอนอยู่ข้างใน พันทิญาผลักไสแพรไหมให้เข้าไปคนเดียว ส่วนตัวเองกับวนิดายืนรอด้านนอก

แพรไหมเข้ามาเจอปรางแก้วจึงซักถามอาการชัยด้วยความเป็นห่วง ปรางแก้วบอกว่าตอนนี้เขาหลับ แต่เมื่อวานเขาฟื้นแล้ว และหมอยังให้รอดูอาการอยู่

“โธ่...คุณชัยไม่น่าโชคร้ายเลย คุณปรางแก้วคะ ฉันไม่รู้จะพูดยังไงดี ฉันไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเป็นแบบนี้เลยนะคะ”

“ทำใจดีๆไว้ก่อนเถอะค่ะ เข้าไปเยี่ยมพี่ชัยสิคะ พี่ชัยคงดีใจที่คุณมา...ขอตัวก่อนนะคะ”

ปรางแก้วเลี่ยงออกไป ส่วนแพรไหมเดินเข้ามานั่งข้างเตียงชัย จับมือเขาและเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิด

“คุณชัยคะ ฉันอยากจะมาขอโทษแทนพี่สาวของฉันที่ ทำ ให้คุณเสียใจ ฉันขอให้คุณปลอดภัยนะคะ อย่าเอาชีวิตมาต่อรองกับคนที่ไม่ได้รักคุณเลย มันไม่มีประโยชน์หรอก ชีวิต ของคุณยังมีค่าสำหรับคนที่รักคุณอย่างแท้จริง แต่ไม่ใช่พี่พัน...”

ชัยเหมือนรับรู้ ค่อยๆลืมตามองพร้อมกับขยับมือที่เธอจับไว้...แพรไหมดีใจเรียกชื่อเขาหลายครั้ง

“คุณเป็นใคร?” เสียงชัยถามแผ่วเบา

“ฉันเป็นน้องสาวของพี่พันค่ะ ฉันชื่อแพรไหม คนที่คุณรักชื่อพันทิญาไม่ใช่ฉัน”

“ไม่จริง...”

“เชื่อฉันเถอะค่ะ ที่ฉันตัดสินใจบอกคุณก็เพื่อให้คุณยอมรับความจริง แล้วก็ตัดใจจากพี่พันให้ได้ อย่าเอาชีวิตมาทิ้งเพื่อผู้หญิงที่ไม่ได้รักคุณเลยนะคะ”

ชัยเบือนหน้าไปอย่างเจ็บปวด แพรไหมเข้าใจและ สงสาร แต่พันทิญาที่กระวนกระวายอยู่นอกห้องกับวนิดา เธอบ่นแล้วบ่นอีกว่าเมื่อไหร่แพรไหมจะกลับออกมาเสียที จังหวะนี้เอง ภูผาเดินมากับบุญศรี พันทิญาตาไวเห็นพวกเขาก่อน วนิดาแตกตื่นรีบดึงหลานสาวหลบเข้ามุม แล้วลงความเห็นกันว่าต้องให้แพรไหมรับหน้าไปคนเดียว

สองน้าหลานเปิดแนบไปแล้ว แพรไหมออกมาเจอภูผากับแม่ตรงหน้าห้อง เธอทักทายแล้วจะไปพาพี่สาวมาขอโทษชัย ภูผาโกรธมากเดินตามมาถามเธอว่า จะมาไม้ไหนอีก?

“เปล่านะคะ ฉันจะพาพี่พันมาขอโทษคุณชัย”

“จนเดี๋ยวนี้คุณยังกล้าโกหกอีกเหรอ คุณนี่มันร้ายกาจจริงๆ”

“ฉันจะพูดยังไงดีคุณถึงจะยอมเข้าใจ”

“ไม่ต้องพูด ไม่ต้องแก้ตัวอะไรทั้งนั้น ไปกราบเท้าขอโทษพี่ชายผมเดี๋ยวนี้” ภูผากระชากแขนแพรไหม แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นแสงฉายเดินเข้ามาพร้อมลูกน้องอีกสองสามคน

“ปล่อยคุณแพรไหมเดี๋ยวนี้”

“ขอโทษนะครับเจ้า นี่เป็นเรื่องระหว่างผมกับคุณแพรไหม”

“แต่คุณแพรไหมกำลังจะแต่งงานกับผม”

ภูผากับแสงฉายจ้องหน้ากันอย่างไม่ยอม ระหว่างนั้นปรางแก้ววิ่งหน้าตื่นมาบอกภูผาว่าพี่ชัยแย่แล้ว ภูผาตกใจมากวิ่งกลับไปทันที ขณะที่แพรไหมก็ก้าวตามโดยไม่ฟัง เสียงห้ามปรามของแสงฉาย

บุญศรีร้องไห้จนเป็นลมเมื่อหมอยื้อชีวิตชัยไว้ไม่ได้ ภูผาเองก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ และโกรธแค้นแพรไหมมากขึ้นอีกเท่าทวีคูณ

“หลับให้สบายนะครับพี่ชัย ผมสัญญาว่าจะเอาตัวคนที่เป็นต้นเหตุให้พี่ชัยตายมาชดใช้ให้กับครอบครัว ของเราอย่างสาสม”

แพรไหมเมียงมองอยู่ห่างๆด้วยความสงสารและเห็นใจ แต่พอภูผาเหลือบมาเห็น เธอก็หลบวูบแล้วเดินไปจากตรงนั้นทันทีเลย

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป
23 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 15:06 น.