ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ภูผาแพรไหม

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ด้วยความเป็นห่วงลูกชายคนโตที่ยังไม่กลับมาทำให้บุญศรีนอนไม่หลับกระสับกระส่ายตลอดคืน พอฟ้าสางเธอจึงออกไปใส่บาตรพระที่หน้าบ้านแล้วตั้งจิตอธิษฐานขอให้ชัยปลอดภัยด้วยเถิด

เสร็จเรียบร้อยจะลุกขึ้นกลับเข้าบ้าน ปรากฏว่าบุญศรีหน้ามืดเกือบล้มถ้าไม่ได้ปรางแก้ววิ่งมาประคองทันเวลา...ปรางแก้วติดรถทวีปมาด้วยเพราะเป็นห่วงบุญศรีกับภูผา แต่พอรู้ว่าอีกเดี๋ยวภูผาต้องออกไปทำงาน เธอจึงโทร.ลางานอยู่เป็นเพื่อนบุญศรี เพื่อที่ภูผาจะได้ไม่ต้องกังวล

ภูผาขอบคุณปรางแก้วด้วยความซาบซึ้งน้ำใจ ในขณะที่ทวีปก็บอกบุญศรีว่าตนได้สั่งลูกน้องไว้แล้วว่าให้ตามหาพี่ชัยจนกว่าจะเจอตัว

บ่ายวันเดียวกันนี้ ศุภลักษณ์เตรียมเลือกเครื่องเพชรให้แพรไหมใส่ไปงานดิเรก โดยวนิดากับพันทิญาก็อยู่ด้วย วนิดาพูดโยกโย้ไม่ยอมให้แพรไหมได้สร้อยเพชรเส้นใหญ่กว่าพันทิญา ก็พอดีสมใจเอาสร้อยของเจ้าแสงฉายที่เพิ่งส่งมาสดๆร้อนๆเข้ามาให้ สร้อยเส้นนี้งามมากเพราะมันคือเพชรสีชมพูที่ทั้งแพงทั้งหายาก ศุภลักษณ์จึงบังคับให้แพรไหมใส่ออกงานคืนนี้เพื่อไม่ให้เจ้าแสงฉายเสียน้ำใจ

เมื่อเดินทางถึงโรงแรมที่จัดงานประมูลการกุศลของนายดิเรก แพรไหมไม่คิดว่าจะได้เจอภูผาที่มาทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยภายในงาน ภูผาเองก็นึกไม่ถึงเช่นกัน แต่เขาพยายามไม่เผชิญหน้ากับแพรไหม หลังทราบเรื่องจากทวีปว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นลูกเต้าเหล่าใคร และหนีไปจังหวัดตากด้วยสาเหตุใด

เจ้าแสงฉายรู้สึกได้ถึงความผิดปกติในแววตาแพรไหมที่ลอบมองภูผา แต่ก็ไม่ซักถามอะไร นอกจากพยายามเน้นย้ำและแนะนำกับใครต่อใครว่าแพรไหมคือว่าที่ราชินีของตน

พันทิญาควงพิพัฒน์เข้ามาในงานหน้าระรื่น แต่พอเห็นหนุ่มหล่อภูผา สาวเจ้าชู้อย่างพันทิญาก็เหมือนจะโบยบินไปหว่านเสน่ห์ แต่ยังติดขัดไม่ถนัดนัก จึงทำได้แค่แอบมองเขาอยู่บ่อยๆ

ฝ่ายแพรไหมขี้เกียจปั้นหน้าจึงแยกตัวออกมาเดินดูของในงานอย่างเซ็งๆ แต่เจ้าแสงฉายยังตามมาอีก พันทิญาเห็นแล้วหมั่นไส้ และอยากอวดว่าตนก็มีคนรักเป็นเจ้าของร้านเพชร จึงควงพิพัฒน์มาแนะนำเพื่อประชดเจ้าแสงฉายที่ไม่เคยสนใจตนเลย

แต่เมื่อแนะนำตัวต่อกันหมดทุกคนแล้ว เจ้าแสงฉายก็ได้ช่องแขวะพันทิญา โดยทำทีเป็นสนทนากับพิพัฒน์ด้วยเรื่องธุรกิจ

“ถ้าเดาไม่ผิดที่ร้านคุณพิพัฒน์คงขายแต่เพชรเกรดเอจากแอฟริกาใต้ราคาสูงๆ”

“เพชรเกรดบีเกรดซีราคาถูกกว่าแต่มีตำหนิผมไม่อยากให้ลูกค้าผิดหวังเลยไม่เอามาขายน่ะครับ...เจ้ารู้ได้ยังไงครับ”

“คุณพันไงครับ คุณพันเป็นคนมีรสนิยม ถ้าร้านคุณไม่ได้มีแต่ของดีมีราคาคุณพันไม่พาคุณมาแนะนำหรอกครับ”

พันทิญามองเจ้าแสงฉายอย่างแค้นใจ แต่แพรไหมเบื่อมากๆ พอเหลือบเห็นภูผาเดินอยู่มุมหนึ่ง เธอจึงขอตัวออกจากกลุ่มตามไปทันที ส่วนพันทิญาก็ขอตัวเช่นกัน โดยอ้างว่าเจอเพื่อน ให้สองหนุ่มคุยกันไปก่อนตามลำพัง

อีกด้านหนึ่งในงาน พิพิธน้องชายของพิพัฒน์ได้พบเจ้าแสงมณี ตอนแรกไม่รู้ว่าเธอคือใครก็พึงพอใจในความสวยของเธออยู่แล้ว ยิ่งมารู้ว่าเธอคือเจ้าหญิงแห่งเชียงทวาย ชายหนุ่มยิ่งให้ความสนใจเธอเป็นพิเศษ

ขณะที่แพรไหมเดินมองหาภูผาอยู่นั้น เธอเกือบล้มหน้าคะมำเพราะแรงผลักของพันทิญา โชคดีที่ภูผาโผล่พรวดมารับร่างแพรไหมทัน เจ้าแสงฉายจึงไม่ได้ขายหน้าคนทั้งงานอย่างที่พันทิญาคาดหวังไว้

แพรไหมยิ้มดีใจเมื่อเห็นหน้าคนที่ช่วยเหลือ แต่ภูผากลับมองเธออย่างเย็นชาแล้วพูดโพล่งว่า

“ถ้ารู้ว่าเป็นคุณผมจะปล่อยให้ล้มให้ขายหน้าคนทั้งงานไปเลย”

“ยังไม่หายโกรธฉันเหรอคะ”

ชายหนุ่มหน้าตึงเดินหนีไปทันที แพรไหมรีบก้าวตาม โดยไม่รู้ว่าพันทิญาจับตามองด้วยความสงสัย ตลอดเวลา ก่อนตัดสินใจเดินตามทั้งคู่ไป

แพรไหมเร่งฝีเท้าตามมาจับแขนภูผาไว้ “ฉันอธิบายไปแล้วว่าทำไมต้องโกหกเรื่องคุณปรางแก้วโทร.มา เข้าใจฉันบ้างสิคะ”

“แล้วก็ต้องเข้าใจเรื่องที่คุณโกหกว่าไม่มีพ่อเลี้ยงด้วยใช่มั้ย”

หญิงสาวหน้าเจื่อนอย่างรู้สึกผิด “ฉัน...ฉันอธิบายได้นะคะ”

“คำอธิบายของคุณก็ไม่พ้นเหตุผลที่เข้าข้างตัวเอง ผมไม่อยากฟัง”

“ฉันคงไม่มีสิทธิ์บังคับคุณ เอาเป็นว่าฉันขอโทษจริงๆค่ะ”

“คำขอโทษของคนไม่จริงใจไม่มีค่าสำหรับผม”

“ฉันจริงใจกับคุณนะคะ”

“คนจริงใจไม่หลอกกันซ้ำซากแบบนี้หรอก อย่ามายุ่งกับผมอีกเลย”

แพรไหมจ๋อยสนิท ไม่กล้าตามเขาไปอีก พันทิญาค่อยๆเยี่ยมหน้าเข้ามาหาน้องสาวหลังจากเฝ้ามองอยู่ห่างๆ

“ใครน่ะ รู้จักเขาด้วยเหรอ”

“คุณภูผาค่ะ คนที่ช่วยแพรไว้ที่ตาก”

“นึกว่าใคร ที่แท้ก็สุภาพบุรุษในดวงใจของแพรนี่เอง...ถามจริง อยู่ใกล้คนหล่อๆอย่างนี้ทั้งคืนไม่หวั่นไหวบ้างเลยเหรอ”

แพรไหมชะงักเล็กน้อย นึกย้อนไปคืนวันนั้นที่ได้ใกล้ชิดภูผา เธอยอมรับกับตัวเองว่าแอบหวิวไหวบ้างเหมือนกัน แต่ปฏิเสธกับพี่สาวว่า

“ไม่ค่ะ แพรคิดกับเขาแค่เพื่อน”

“คิดกับเขามากกว่าเพื่อนพี่ก็ไม่ว่าหรอก พี่อยู่ข้างแพรเสมอ ว่าแต่เขาเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ทำงานอะไร”

“ไม่ทราบค่ะ”

“อะไร อยู่ด้วยกันข้ามวันข้ามคืนแต่ไม่รู้เรื่องเขาเลย”

“แพรยังไม่มีโอกาสถามเขาน่ะค่ะ”

พันทิญาทำท่าจะซักอีก แต่แพรไหมไม่อยากตอบคำถามเรื่องภูผาจึงตัดบทว่าตนยังไม่ได้เข้าห้องน้ำเลย ขอตัวก่อน

พันทิญาเบ้ปากไล่หลังแพรไหมก่อนหันมองไปทางภูผาด้วยสายตาเจ้าชู้ “ต้องเป็นลูกผู้ดีมีสกุลหรือไม่ก็เจ้าของธุรกิจอะไรสักอย่างละน่า ถึงมาร่วมงานนี้ได้” ว่าแล้วเธอจะไปทำความรู้จัก แต่พิพัฒน์เดินมาเรียกเสียก่อน

“คุณพันครับ”

เธอแสนเสียดาย แต่ก็รีบปั้นยิ้มให้พิพัฒน์ “พันคุยกับเพื่อนเสร็จแล้วค่ะ กำลังจะกลับไปหาคุณพอดี”

“ผมก็คุยกับเจ้าเสร็จแล้วเหมือนกัน เลยจะมาชวนคุณเดินดูของน่ะครับ”

พันทิญาฉีกยิ้มหวาน ควงแขนพิพัฒน์เดินไป

แต่ยังไม่วายหันมามองภูผาด้วยสายตาเจ้าชู้

ooooooo

ในงานเดียวกัน เจ้าแสงมณีเพิ่งจะเห็นทวีป เธอยังเคืองเขาไม่หายเรื่องเมื่อวานที่ซุปเปอร์มาร์เกตจึงแกล้งเดินชนเขาล้มเค้เก้ลงกับพื้น

“เจ้าอีกแล้วเหรอ...” ทวีปลุกพรวดอย่างไม่พอใจ

“ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นคุณหรอกน่า”

“ชนคนอื่นบ่อยๆ ท่าทางเจ้าจะมีปัญหาทางสายตานะ”

“ถ้าฉันมีปัญหาทางสายตาคุณก็น่าจะมีปัญหาทางปาก”

นายตำรวจหนุ่มตกใจนึกว่าตัวเองปากเหม็น แต่ลองพิสูจน์ดูก็ไม่เห็นจะมีกลิ่น

“ไม่มีกลิ่นแต่มีเสียงแล้วมีเขี้ยว เวลาใครเดินผ่านถึงต้องเห่าต้องกัดทุกที”

“นี่เจ้าหาว่าผมเป็นหมา”

เจ้าแสงมณียักไหล่กวนๆ แล้วเดินจากไปด้วยความสะใจ ทิ้งทวีปยืนฮึดฮัดโมโหอยู่ตรงนั้น

“ว่าแต่คนอื่นแล้วตัวเองพูดจาดีนักรึไง ยัยเจ้าสายตาสั้น ยัยเจ้าขี้หงุดหงิด ยัยเจ้าวัยทองเอ๊ย”

บ่นเสร็จออกเดินจะไปหาภูผา แต่ระหว่างทางมีคนมองและหัวเราะกันตลอด ทวีปแปลกใจสงสัยว่าพวกเขาหัวเราะอะไรกันนักหนา จนเมื่อเดินมาหยุดหน้าภูผาถึงรู้ว่าที่หลังตัวเองมีกระดาษเขียนข้อความติดเสื้อว่า...ผมปากหมาครับ

ทวีปรู้ทันทีว่าใครคือตัวการ เขาทำท่าจะไปเอาเรื่องเจ้าแสงมณี แต่ภูผาห้ามไว้เพราะงานกำลังจะเริ่มแล้ว เรื่องแก้แค้นเอาไว้ทีหลัง

เมื่อรู้เห็นการทำงานของภูผาที่ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด พันทิญาถึงกับเบ้ปากและพึมพำดูถูกเขาว่า “นึกว่าไฮโซ ที่แท้ก็แค่บอดี้การ์ด”

การประมูลเริ่มแล้ว พิพัฒน์ประเดิมด้วยเทวรูปโบราณในราคาสามแสนห้าที่พันทิญาให้ความสนใจตั้งแต่เข้างานมา ตามด้วยเจ้าแสงฉายประมูลภาพวาดที่น้องสาวชอบในราคาห้าแสนบาท แล้วอีกชิ้นสุดท้ายที่เป็นไฮไลต์ของงานคือเครื่องประดับหายากและมีความหมายมากที่ชายจะให้แก่หญิงที่ตนรัก

เจ้าแสงฉายทุ่มประมูลเครื่องประดับชุดนี้สิบล้านมอบให้แพรไหม ทำให้พันทิญาอิจฉาตาร้อนแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้

เมื่อเสร็จสิ้นการประมูล ดิเรกในฐานะเจ้าของงานได้เชิญทุกคนที่ประมูลของได้ขึ้นเวทีถ่ายภาพเพื่อเป็นที่ระลึก ปรากฏว่าช่วงเวลานี้เองมีชายฉกรรจ์สองคนลอบเข้ามาหมายฆ่าเจ้าแสงฉาย แต่ภูผากับทวีปช่วยเหลือได้ทันท่วงที เจ้าแสงฉายปลอดภัยแต่ภูผาโดนยิงบาดเจ็บ และไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้ด้วย

ขณะเกิดความชุลมุนวุ่นวาย เจ้าแสงมณีรีบเก็บอาวุธมีดของนักฆ่าจากเชียงทวายมาไว้กับตัว ทวีปกำลังติดต่อเรียกรถพยาบาลเห็นเข้าพอดี เขามองเธอด้วยความสงสัย แต่นาทีนี้เขาไม่มีเวลาสนใจอะไร นอกจากรีบส่งภูผาไปรักษาตัว

ooooooo

ก่อนหน้าที่ภูผาจะถูกยิงบาดเจ็บ บุญศรีกับปรางแก้วอยู่ที่บ้านพยายามติดต่อภูผาเพื่อแจ้งข่าวของชัย ที่มีคนติดต่อมาว่าพบศพเขาที่ท่าน้ำและนำส่งไปที่โรงพยาบาลแล้ว

เมื่อติดต่อภูผาไม่ได้ บุญศรีกับปรางแก้วจึงรีบเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อขอดูศพชัย ปรากฏว่าศพนั้นไม่ใช่ชัย ยังความโล่งใจดีใจแก่บุญศรีอย่างที่สุด ส่วนศพเป็นใครนั้นตำรวจต้องเร่งตรวจสอบ ที่สำคัญผู้ตายมีกระเป๋าสตางค์ของชัยมาอยู่กับตัวได้ยังไง...

ในโรงพยาบาลอีกแห่ง ภูผาถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉิน โดยกลุ่มคนที่ติดตามมาดูอาการเฝ้ารออยู่นอกห้อง หนึ่งในนี้มีแพรไหมที่ดูเป็นกังวลเหลือเกิน เธอยืนชะเง้อมองไปข้างในด้วยความเป็นห่วงภูผา

“พี่รู้ว่าแพรห่วงคนที่มีบุญคุณกับแพร แต่มาชะเง้อดูตรงนี้ก็ไม่เห็นอะไร ไปนั่งรอให้ใจเย็นก่อนดีกว่านะ”

คำพูดจงใจของพันทิญาทำให้ศุภลักษณ์ซักถามด้วยความแปลกใจว่าบอดี้การ์ดคนนี้มีบุญคุณอะไรกับแพรไหม

“อ้าว ยังไม่มีใครรู้เหรอคะว่าคุณภูผาคือคนที่ช่วยยัยแพรที่ตาก...อุ๊ย พี่พลั้งปากไปแล้วความลับหรือเปล่าแพร”

“เปล่าค่ะ” แพรไหมตอบนิ่งๆ

“ไม่ใช่ความลับแล้วทำไมไม่บอกแม่”

“แพรเห็นว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ”

เจ้าแสงฉายมองแพรไหมอย่างสงสัยแล้วแสร้งพูดดี “สำคัญสิครับ อย่างน้อยผมจะได้ขอบคุณที่เขาช่วยดูแลคุณ”

“ไม่จำเป็นมั้งคะ”

เจ้าแสงฉายไม่ค่อยพอใจและอยากเอาชนะแพรไหม “เขาดูแลคนรักของผมเชียวนะครับ จะไม่จำเป็นได้ยังไง แล้วตอนนี้ก็ยิ่งจำเป็นเพราะเขาช่วยชีวิตมณีด้วย”

“ถ้าไม่ได้เขามณีคงแย่ เป็นอะไรมากรึเปล่าก็ไม่รู้” เจ้าแสงมณีเอ่ยอย่างเป็นกังวล

จังหวะนี้เอง พิพิธนำกาแฟหลายแก้วมาเสิร์ฟ  ด้วยหวังว่ากาแฟร้อนๆคงช่วยให้ทุกคนหายตกใจได้บ้าง โดยเฉพาะเจ้าแสงมณีที่พิพิธมีใจให้อย่างเปิดเผย

อีกครู่ต่อมา ทุกคนต่างพากันโล่งใจเมื่อหมอออกมาบอกว่าคนเจ็บปลอดภัย โชคดีที่กระสุนแค่ถาก แต่เขาเสียเลือดมากต้องนอนพักที่โรงพยาบาลก่อน พอบุรุษพยาบาลเข็นเตียงภูผาออกมา แพรไหมถลาเข้าไปหาพร้อมเจ้าแสงมณี...แพรไหมถามเขาว่าเจ็บมากไหม ขณะที่เจ้าแสงมณีขอบคุณเขาที่ช่วยชีวิตตนไว้

ภูผามองแพรไหมอย่างเย็นชาก่อนหันไปตอบเจ้าแสงมณีว่า เป็นหน้าที่ของตนอยู่แล้ว

“คนเจ็บกำลังอ่อนเพลียมาก หมอว่าให้คนไข้ไปพักก่อนดีกว่าครับ”

“แล้วฉันจะมาเยี่ยมคุณอีกนะคะ” เจ้าแสงมณีบอกลา ส่วนแพรไหมให้ภูผาพักผ่อนมากๆ แต่เขาทำเป็นไม่ได้ยินแล้วหลับตาลงเพื่อบอกให้รู้ว่าต้องการพักผ่อน

ooooooo

หลังจากทุกคนกลับไปพักใหญ่ๆ บุญศรีกับปรางแก้วมาเยี่ยมภูผาด้วยความร้อนใจเป็นห่วง

“ผมปลอดภัยดีครับแม่ ผมไม่เป็นไร” ภูผาเน้นย้ำเพื่อให้แม่สบายใจ

“รู้ไหมว่าตอนวีปโทร.บอกแก้วว่าลูกถูกยิงใจแม่แทบสลาย มีลูกอยู่สองคน คนนึงหายไป อีกคนโดนยิง เวรกรรมอะไรนักหนาก็ไม่รู้”

“แม่อย่าคิดอย่างนั้นสิครับ คิดซะว่าเรายังมีบุญที่ผมถูกยิงแต่รอดมาได้ ส่วนเรื่องพี่ชัยเชียงใหม่แคบแค่นี้เอง อีกไม่นานเราต้องเจอพี่ชัยแน่ครับ” ภูผาเช็ดน้ำตาให้แม่ ปรางแก้วมองสองแม่ลูกด้วยความสงสาร

“แม่จะพยายามคิดให้ได้อย่างที่ลูกบอกนะ”

เมื่อทวีปตามเข้ามาอีกคน ภูผาถามเพื่อนทันทีว่า ที่งานเป็นยังไงบ้าง

“ลูกน้องฉันมาเก็บหลักฐานในงานแล้ว ผู้กำกับให้ฉันรับผิดชอบคดีนี้เพราะฉันอยู่ในงานด้วย ให้ไปประชุมพรุ่งนี้เช้า”

“ขอบใจวีปมากนะที่ช่วยดูแลภู วีปกับแก้วเหนื่อยมาทั้งวันแล้วกลับไปพักผ่อนเถอะ ป้าจะอยู่เฝ้าภูเอง”

“คุณป้าไม่ค่อยสบายกลับไปนอนบ้านเถอะครับ ผมจะเฝ้าไอ้ภูให้เอง”

บุญศรีจะคัดค้านแต่ภูผาขัดขึ้นเสียก่อน “แม่นอนบ้านเถอะครับ เผื่อพี่ชัยกลับบ้านจะได้เจอแม่”

“จริงของภู”

“เดี๋ยวแก้วจะแวะเอาเสื้อผ้าแล้วไปนอนเป็นเพื่อนคุณป้านะคะ”

“ขอบใจมากนะแก้ว” ภูผายิ้มให้ปรางแก้วอย่างอ่อนโยน

ooooooo

กลับถึงบ้านกลางดึกคืนนั้น เจ้าแสงมณีนำมีดที่เก็บได้จากในงานมาวางต่อหน้าพี่ชายและดวงใจ ซึ่งมีดเล่มนี้มีสัญลักษณ์บ่งบอกว่าเป็นของเชียงทวาย

“น้องคิดว่าพี่ชายคงไม่อยากให้ตำรวจรู้ว่าคนที่ทำร้ายเราเป็นนักฆ่าจากเชียงทวายเลยเก็บมาด้วย”

“มีดนี่อาบยาพิษทั้งเล่ม โดนบาดนิดเดียวถึงตาย เจ้าแตะต้องทำไม ทำไมไม่ให้ยศกับเลิศเก็บให้” ดวงใจติงขึ้นมาหน้าตาตื่น

“หญิงอยู่ใกล้ที่ที่มีดตกมากที่สุดเลยรีบเก็บ เพราะกลัวคนในงานจะเก็บไว้ให้ตำรวจน่ะค่ะ”

“น้องคิดถูกแล้วที่เก็บมา นักฆ่าจากเชียงทวายมือดีทุกคน ตำรวจตามจับไม่ได้หรอก ถึงจับได้นายพลจันทร์เทพหัวหน้ากบฏที่ส่งพวกมันมาก็ต้องใช้เส้นสายช่วยให้พวกมันหลุดคดีจนได้ พี่ส่งคนของพี่ไปจัดการพวกมันเองดีกว่า”

“ไอ้พวกกบฏกล้าส่งคนมาเอาชีวิตเจ้าถึงที่นี่ ต่อไปนี้เจ้าห้ามออกจากบ้านนะคะ อยู่แต่ในบ้านจะได้ปลอดภัย”

“ผมกับน้องหญิงเป็นรัชทายาทของเชียงทวาย ถ้าเอาแต่หลบอยู่ในบ้านพวกกบฏจะได้ใจที่พวกเรากลัวมัน ผมกับน้องหญิงจะใช้ชีวิตให้เป็นปกติ พวกมันจะได้รู้ว่าเลือดขัตติยะแห่งเชียงทวายกล้าหาญไม่กลัวแม้แต่ความตาย”

“แต่ดวงใจห่วงเจ้า”

“ผมจะเพิ่มองครักษ์ มีคนคุ้มกันมากขึ้น พวกมันเข้าไม่ถึงตัวผมกับน้องหญิงหรอกครับ”

ดวงใจมองเจ้านายทั้งสองด้วยสีหน้ากังวลและเป็นห่วง

ooooooo

ฝ่ายพันทิญาที่กลับเข้าบ้านอย่างสุดเซ็ง เพียงเธอเดินเข้าห้อง วนิดาก็ตามติดมากอดปลอบขวัญหลานรัก

“เห็นคนยิงกันต่อหน้าต่อตาพันคงตกใจมาก ขวัญเอ๊ยขวัญมานะหลานน้า”

“มีแต่คุณน้าเท่านั้นล่ะค่ะที่ห่วงพัน คุณแม่ปลอบแต่ยัยแพร ไม่ปลอบพันสักคำ”

“น้าเคยพูดกับพี่ศุหลายครั้งแล้วว่าให้รักลูกเท่าๆกัน แต่พี่ศุก็ไม่เคยฟังน้าเลย พูดถึงพี่ศุก็พานเสียอารมณ์เปล่าๆ พูดเรื่องพันดีกว่า...คุณพิพัฒน์ประมูลของให้พันหรือเปล่า”

“เทวรูปราคาสามแสนห้าค่ะ”

“เพิ่งคบกันไม่กี่วันซื้อของราคาสามแสนห้าให้... ใจปํ้าใช้ได้”

“แต่พันไม่ได้อยากได้เทวรูปค่ะ พันอยากได้กำไลนพเก้า แต่เจ้าอยากได้คุณพิพัฒน์เลยไม่กล้าสู้ ตั้งสิบล้านนะคะ แต่ที่น่าโมโหคือเจ้ายกให้ยัยแพร”

“ไม่รู้เจ้าหลงยัยเด็กกะโปโลนั่นเข้าไปได้ยังไง ไม่เป็นไรนะ พันสวยกว่ามีเสน่ห์กว่ายัยแพรตั้งเยอะ พันทำให้เจ้าหลงพันได้แน่ น้าจะช่วยพันเอง”

ได้รับกำลังใจอย่างนี้ พันทิญาค่อยยิ้มได้บ้าง...ต่างจากแพรไหมที่กำลังหนักใจกับสร้อยเพชรสีชมพูที่เจ้าแสงฉายส่งมาให้ใส่ออกงาน ไหนจะกำไลนพเก้าในรถนั่นอีก เธอไม่อยากได้ของเขาเลยแม้แต่น้อย จึงวางมันทิ้งไว้ในรถอย่างไม่ใส่ใจ แต่แล้วศุภลักษณ์ก็นำขึ้นมาส่งถึงมือเธออีกจนได้

“แพรไม่อยากใส่ใจ แพรไม่อยากได้ของจากเจ้าแสงฉาย แพรไม่ชอบเขา เมื่อไหร่คุณแม่จะเข้าใจแพรซะทีคะ” เธอบ่นออกมาอย่างอึดอัดเต็มที

“แม่เข้าใจ...แต่แม่ก็เห็นมานักต่อนักว่าที่รักกันแทบกลืนกินสุดท้ายก็ต้องเลิกกันเพราะความไม่เหมาะสม... เลิกคิดถึงความรักลมๆแล้งๆแบบในนิยายแล้วมองความรักที่มีอยู่จริงของเจ้าแล้วแพรจะมีความสุข เชื่อแม่นะ”

แพรไหมหน้าหงิกมองศุภลักษณ์อย่างหนักใจ

ooooooo

เช้าตรู่ ศุภลักษณ์ตกใจมากที่แพรหายไปจากบ้านอีกแล้ว เธอกลัวลูกสาวจะหนีเหมือนครั้งก่อน จึงรีบโทร.บอกเจ้าแสงฉายเพื่อให้ติดตาม ปรากฏว่าคนของเจ้าแสงฉายทำงานได้เร็วมาก สืบรู้ว่าแพรไหมไม่ได้หนีไปไหน แต่เธอไปเยี่ยมภูผาที่โรงพยาบาล นี่เอง ทำให้เจ้าแสงฉายไม่พอใจอย่างมาก ถึงกับเร่งน้องสาวให้แต่งตัวโดยเร็ว

เจ้าแสงมณีกระวีกระวาดทำตามทันที เพราะเธอเองก็อยากไปเยี่ยมภูผาอยู่แล้ว เนื่องจากพบเขาเพียงครั้งแรกเมื่อคืน เธอก็ตกหลุมรักเขาเสียแล้ว...

ทางด้านแพรไหมมาถึงโรงพยาบาลเป็นจังหวะที่ทวีปไม่อยู่ เธอจึงมีโอกาสอยู่ตามลำพังกับภูผา และจะช่วยเขาในยามลุกเดินที่ยังไม่ค่อยถนัด แต่เขาไม่ยอมให้แตะต้อง เป็นเหตุให้เกิดการยื้ดยุดกันไปมาจนภูผารู้สึกเจ็บแผล

“โอ๊ย...”

“คุณภูผา ฉันขอโทษค่ะ ฉันขอโทษ”

“ไม่ต้องยุ่ง ผมจะเป็นยังไงมันก็เรื่องของผม ไม่เกี่ยวกับคุณ”

“ไม่เกี่ยวได้ยังไง ในเมื่อคุณเคยช่วยฉัน คุณเป็นเพื่อนฉัน”

“ผมไม่นับคนโกหกเป็นเพื่อน”

“ฉัน...ฉันขอโทษ”

“ขอโทษๆๆ ตั้งแต่เจอกันผมได้ยินคำขอโทษจากคุณไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ทางที่ดีผมว่าคุณเลิกโกหก เลิกทำตัวเป็นเด็กพูดไม่รู้เรื่องดีกว่า คุณจะได้ไม่ต้องทำผิด จะได้ไม่ต้องขอโทษบ่อยๆจนคำนี้ดูไม่มีค่า”

แพรไหมหน้าเจื่อน พอดีบุญศรีกับปรางแก้วเปิดประตูเข้ามา แพรไหมได้ยินหญิงกลางคนเรียกภูผาว่าลูกก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นแม่ของเขา จึงรีบยกมือไหว้เธออย่างนอบน้อม

“ไหว้พระเถอะ ฉันไม่เคยเห็นหน้าหนูเลย หนูเป็นเพื่อนภูเหรอจ๊ะ”

“ใช่ค่ะ หนูเป็นเพื่อนคุณภูผา ชื่อแพรไหม”

บุญศรีทวนชื่อแพรไหมอย่างตกใจ ภูผารีบบอก แม่ว่า “คนละคนกับแฟนพี่ชัยครับ”

“งั้นแพรไหมคนนี้ก็คือคนที่พี่ภูช่วยไว้ที่ตาก” ปรางแก้วเอ่ยเบาๆ ภูผาได้ทีตอกย้ำความผิดของแพรไหม

“นี่ไงคนที่เธอทำให้เขาเข้าใจผิดแล้วร้องไห้ทั้งคืน”

แพรไหมชะงัก มองปรางแก้วหน้าจ๋อยๆ แล้วครู่ต่อมาแพรไหมก็ขอเวลาคุยส่วนตัวกับปรางแก้วนอกห้อง

“เพราะความเห็นแก่ตัวของฉัน คุณเลยต้องเสียใจ ...ขอโทษจริงๆนะคะ”

“คืนนั้นคุณกำลังโดนตามล่า...ฉันเข้าใจค่ะว่าความกลัวทำให้คุณจำเป็นต้องโกหก”

“คุณเข้าใจอะไรง่ายดีนะคะ ไม่เหมือนคุณภูผาป่านนี้เขาไม่หายโกรธฉันเลย”

“พี่ภูรักแรงเกลียดแรงต้องใช้เวลาหน่อยกว่าเขาจะหายโกรธ ฉันช่วยพูดกับพี่ภูให้คุณอีกแรงนะคะ”

“ขอบคุณมากค่ะ” แพรไหมกับปรางแก้วยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตร

“คุณแพร...” เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้นข้างหลัง คนถูกเรียกหันไปมองแล้วต้องหงุดหงิดเมื่อเห็นเจ้าแสงฉายเดินมากับเจ้าแสงมณี และยังมีลูกน้องถือกระเช้าผลไม้ตามมาห่างๆ

“ทำไมไม่บอกผมล่ะครับว่าจะมาที่นี่” เจ้าแสงฉายทักอย่างอ่อนโยนทั้งที่ลึกๆนั้นไม่พอใจ

“แล้วทำไมฉันต้องบอกเจ้าด้วยล่ะคะ”

“อย่าลืมสิว่าคุณเป็นว่าที่ราชินีของผม คุณจะทำอะไรผมต้องรับรู้”

“ก็แค่ว่าที่...รอให้ฉันเป็นราชินีของเจ้าจริงๆก่อนแล้วค่อยให้ฉันรายงานชีวิตให้ฟังดีไหมคะ”

“อีกไม่นานหรอกครับ”

แพรไหมมองเจ้าแสงฉายอย่างเบื่อหน่าย แต่จำต้องแนะนำให้ปรางแก้วรู้จักพวกเขาตามมารยาท ก่อนที่เจ้าแสงมณีจะถามอาการภูผาจากปรางแก้วว่าเป็นยังไงบ้าง

“ดีขึ้นค่ะ ฉันว่าเจ้าเข้าไปคุยกับเจ้าตัวเขาเองดีกว่า ...ฉันจะพาไป”

“ฉันคงต้องขอตัวนะคะ” แพรไหมตัดบททันที

“คุณควรเข้าไปเยี่ยมคุณภูผากับผม”

เจ้าแสงฉายส่งสายตาบังคับ แต่แพรไหมสวนกลับอย่างไม่สนใจ

“ฉันเยี่ยมเสร็จแล้วค่ะ อีกอย่างฉันออกจากบ้านมาตั้งแต่เช้า ป่านนี้คุณแม่คงห่วงมาก ฉันกลับดีกว่า...แล้วพบกันใหม่นะคะคุณปรางแก้ว”

ปรางแก้วยิ้มรับ แต่เจ้าแสงฉายนั้นขุ่นมัว มองตามแพรไหมแล้วแอบพึมพำอยากเอาชนะ

“คุณมีเวลาอวดดีอีกไม่นานหรอก...แพรไหม”

ooooooo

ในห้องผู้ป่วย เจ้าแสงมณีมอบของเยี่ยมให้ภูผาพลางส่งยิ้มหวานด้วยมิตรไมตรี ภูผาขอบคุณเธอแล้วส่งต่อตะกร้าผลไม้ให้ปรางแก้วรับไปวาง

ท่าทางเจ้าแสงมณีชื่นชอบภูผามาก แต่เจ้าแสงฉายกลับมองภูผาอย่างไม่ชอบหน้า

“เอาชีวิตตัวเองปกป้องคนอื่น ลูกผู้ชายเกินร้อยอย่างนี้นี่เอง คุณแพรไหมว่าที่ราชินีของผมถึงชื่นชมคุณนัก” เจ้าแสงฉายจงใจเน้นให้ภูผาตระหนักถึงตำแหน่งในอนาคตของแพรไหม

“หนูแพรไหมเป็นแฟนเจ้าเหรอจ๊ะ แล้วทำไมต่างคนต่างมา ไม่มาด้วยกัน” บุญศรีถามซื่อๆ

แต่เจ้าแสงฉายรู้สึกเสียหน้าอย่างแรง ปรางแก้วที่รู้เห็นว่าเขาเพิ่งทะเลาะกับแพรไหมมาหยกๆ รีบเดินมายืนข้างบุญศรี

“ผมไม่ได้บอก คุณแพรเลยไม่ทราบว่าผมจะมา” เจ้าแสงฉายแก้ตัว

บุญศรีทำท่าจะถามต่อ ปรางแก้วจึงจับแขนเป็นเชิงเตือนให้เลิกพูดถึงแพรไหม แต่บุญศรีกลับเข้าใจไปอีกอย่าง

“ป้าเพิ่งยืนเดี๋ยวเดียวหน้าไม่มืดหรอก...แล้วหนูแพรไหมไปไหนแล้วล่ะจ๊ะ ทำไมไม่เข้ามาด้วย”

“คุณแพรมีธุระเลยกลับไปแล้วน่ะครับ”

ปรางแก้วกลัวบุญศรีจะซักอะไรอีก ก้มลงกระซิบข้างหูว่า “เขาทะเลาะกันค่ะ”

บุญศรีถึงกับวางหน้าไม่ถูก สรุปทันทีว่าตนหมดเรื่องถามแล้ว เชิญเจ้าคุยกับภูผาตามสบาย

“ตั้งแต่กลับจากตากคุณแพรชมคุณให้ผมฟังทุกวันเลยนะครับ” เจ้าแสงฉายชวนคุยพร้อมกับจับสังเกตท่าทีภูผาตลอดเวลา

“ผู้หญิงก็อย่างนี้ล่ะครับ พูดเรื่องซ้ำๆได้ทุกวัน”

“ในห้องนี้ผู้หญิงเยอะกว่า พูดแบบนี้ไม่กลัวผู้หญิงรุมเหรอคะ” เจ้าแสงมณีพูดติดตลกจนภูผาอดยิ้มขำไม่ได้ ในขณะที่คนอื่นก็ยิ้มตาม ยกเว้นเจ้าแสงฉายที่ลอบมองภูผาอย่างไม่ถูกชะตา

ooooooo

การที่แพรไหมแอบไปเยี่ยมภูผาทำให้พันทิญายิ่งแน่ใจว่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้ไม่ธรรมดา และเมื่อแพรไหมกลับมาจึงถูกพันทิญากับวนิดาช่วยกันคาดคั้นก่อนที่เรื่องจะแดงว่าศุภลักษณ์นั่นเองที่เป็นคนโทร.บอกเจ้าแสงฉาย เขาถึงได้ตามแพรไหมไปที่โรงพยาบาล

“คุณแม่โทร.หาเจ้า ให้เจ้าส่งคนตามหาแพรเหรอคะ”

“ก็ใช่น่ะสิ แม่ตื่นมาไม่เห็นแพรคิดว่าหนีออกจากบ้านไปอีกเลยโทร.บอกเจ้า...แพรยังไม่ได้ตอบเลยนะว่าทำไมต้องแอบไปเยี่ยมคุณภูผา”

“ถ้าบอก...คุณแม่ก็ต้องให้แพรไปพร้อมเจ้า”

“แล้วทำไมไปพร้อมเจ้าไม่ได้ หรือแพรมีอะไรกับคุณภูผาเลยต้องหาโอกาสไปเจอเขาสองต่อสอง”

“เมื่อไหร่พี่พันจะเชื่อคะว่าแพรกับเขาเป็นแค่เพื่อนกัน แล้วที่แพรไม่อยากไปพร้อมเจ้าทุกคนก็รู้ว่าเพราะอะไร...แพรต้องไปทำงาน ขอไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ”

ศุภลักษณ์มองตามแพรไหมอย่างหนักใจแล้วหันมาตำหนิวนิดากับพันทิญา

“สั่งแล้วสั่งอีกว่าให้ยัยแพรรู้ไม่ได้ว่าเจ้าส่งคนตาม เธอก็ยังตั้งคำถามให้ยัยแพรสงสัย แถมพันก็ยังบอกอีกว่ารู้ว่ายัยแพรไปโรงพยาบาลจากเจ้า ดีนะที่แม่แก้ตัวได้...เก็บความลับอะไรไม่ได้เลย”

สองคนหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย แต่พอศุภลักษณ์หันหลังจากไป พันทิญาก็เปลี่ยนสีหน้าจากกลัวเป็นยิ้มเยาะ

“มีแต่คุณแม่คนเดียวเท่านั้นล่ะค่ะที่อยากให้เรื่องนี้เป็นความลับ...พันไปหายัยแพรก่อนนะคะคุณน้า”

วนิดายิ้มหวานให้หลานรัก มั่นใจว่าพันทิญาเก่งพอที่จะทำให้แพรไหมพูดความจริงเรื่องภูผาได้...เมื่อตามขึ้นมาในห้อง พันทิญาทำตีหน้าซื่อถามน้องสาวว่า

“โกรธที่พี่พูดว่าแพรมีอะไรกับคุณภูผาเหรอ”

แพรไหมนิ่งเงียบไม่ตอบ พันทิญาลอบมองอย่างไม่พอใจแต่แสร้งทำดีแสดงความอ่อนโยนออกมา

“พี่รู้ว่าแพรไม่ได้มีอะไรกับเขา แต่ที่พี่พูดเพราะอยากให้คุณแม่เข้าใจว่าแพรมีคนรักแล้วคุณแม่จะเห็นใจไม่ยกแพรให้เจ้า”

“ขอโทษนะคะที่แพรเข้าใจพี่พันผิด แต่คุณแม่เคยพูดว่าความเหมาะสมสำคัญกว่าความรัก ต่อให้แพรมีคนรักจริงๆคุณแม่ก็ยกแพรให้เจ้าอยู่ดีละค่ะ”

“เฮ้อ...ยิ่งคิดพี่ยิ่งสงสาร ถ้าแต่งกันไปเจ้าคงเลี้ยงแพรเหมือนนกในกรงทอง สุขสบายแต่ไร้อิสระ เพราะขนาดยังไม่แต่งเจ้ายังส่งคนตามดูแพรตลอดเวลา”

“เจ้าส่งคนตามแพรตลอดเวลา?”

“ไม่งั้นจะรู้เร็วอย่างนี้เหรอว่าแพรไปที่โรงพยาบาล คุณแม่ไม่อยากให้แพรรู้เพราะกลัวแพรโกรธเจ้า แต่พี่ว่าเจ้าสมควรถูกโกรธเพราะก้าวก่ายสิทธิส่วนตัวแพรมากเกินไป”

แพรไหมหน้ามุ่ยขุ่นเคืองใจ พันทิญาลอบสังเกตแล้วยิ้มสมใจ คาดหวังให้แพรไหมตัดขาดเจ้าแสงฉายในเร็ววัน

ooooooo

ขณะนั้นเจ้าแสงฉายกับเจ้าแสงมณียังอยู่ในระหว่างเยี่ยมภูผา เจ้าแสงฉายแอบไม่พอใจภูผาเรื่องที่แพรไหมมาเยี่ยม จึงพยายามพูดให้เขาตระหนักถึงตำแหน่งในอนาคตของแพรไหม อีกทั้งถ้าแต่งงานกันแล้วตนก็อยากจะมีลูกเร็วๆ ภูผาฟังแล้วหงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก เร่งอยู่ในใจให้พวกเขากลับกันไปเสียที

“ผมรบกวนเวลาพักผ่อนของคุณภูผามามากแล้วเห็นทีต้องกลับซะที ขอบคุณอีกครั้งที่ช่วยชีวิตมณี นี่ครับ... น้ำใจเล็กๆน้อยๆจากผม” เจ้าแสงฉายยื่นเช็คสิบล้านมาตรงหน้าภูผา

“สิบล้านไม่เล็กน้อยหรอกครับ แต่ผมรับไว้ไม่ได้ ผมทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยแต่บกพร่องให้คนร้ายพกอาวุธเข้ามาในงานจนเกือบทำให้ทุกคนเป็นอันตราย ถ้าผมยังกล้ารับเงินของเจ้าผมคงเป็นคนไร้ศักดิ์ศรีที่สุด”

เจ้าแสงฉายมองภูผาอย่างไม่เชื่อแต่ทำเป็นยิ้มอ่อนโยนกลบเกลื่อน “เอาเรื่องศักดิ์ศรีมาพูดตื๊อยังไงคุณก็คงไม่รับเงินผม แต่ยังไงผมก็อยากตอบแทนคุณนะ วันไหนเดือดร้อนไปหาผม ผมจะช่วยคุณทุกอย่าง”

“ขอบคุณครับ”

เป็นอันว่าภูผาไม่รับเช็คแน่ เจ้าแสงมณีรู้สึกทึ่งและชื่นชมชายหนุ่ม แต่เจ้าแสงฉายกลับเอ่ยวาจาดูถูกขณะเดินนำหน้าน้องสาวออกมาจากห้อง

“ทำทีเป็นรู้สึกผิดแล้วไม่รับเช็ค...อยากได้มากกว่านี้ละไม่ว่า”

“น้องรู้ค่ะว่าพี่เจอแต่คนที่อยากได้ประโยชน์จากพี่ แต่สีหน้าแววตาคุณภูผาไม่ได้ดูเป็นคนแบบนั้นเลยนะคะ”

“น้องยังเด็กไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมคนหรอก จำคำพี่ไว้นะว่าไม่มีใครไม่หิวเงิน”

“แต่เขาเอาชีวิตมาเสี่ยงนะคะ ถ้าตายเขาจะได้ประโยชน์อะไร”

“อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าเราต้องตอบแทนครอบครัวเขาให้สุขสบายไปทั้งชาติ แล้วถ้ารอดเขาก็จะเป็นฮีโร่ที่เราต้องตอบแทนบุญคุณตลอดชีวิต ไม่มีใครทำอะไรโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนหรอก...เชื่อพี่”

เจ้าแสงมณีสีหน้าหนักใจที่พี่ชายมองภูผาในแง่ร้าย พอเดินมาถึงหน้าลิฟต์เจ้าแสงฉายขอตัวไปก่อน โดยทิ้งลูกน้องไว้ดูแลน้องสาว แต่ไม่ทันที่เจ้าแสงมณีจะออกจากโรงพยาบาล ทวีปโผล่มาได้จังหวะพอดี ชายหนุ่มมองหญิงสูงศักดิ์ด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวสุดๆ

“ได้เจอกันจังๆซะที...เจ้าใช่มั้ยที่เอากระดาษแปะหลังผมว่าผมปากหมาจนคนหัวเราะเยาะผมทั้งงาน”

คนของเธอขยับจะเข้าไปจัดการเขา แต่เธอสั่งเฉียบว่าไม่ต้อง เดี๋ยวจัดการเอง

“เจอหน้าปุ๊บก็เห่าทักปั๊บเลยนะ” เธอยิ้มใส่เขาอย่างกวนๆ

“เป็นเจ้าจริงๆ อย่าคิดนะว่าตำแหน่งใหญ่โตมีเงินล้นฟ้าแล้วจะเที่ยวรังแกใครก็ได้”

“ฉันไม่เคยคิดแบบนั้น แล้วฉันก็คงไม่ทำอะไรใครถ้าไม่ถูกรังแกก่อน”

“ผมรังแกอะไรเจ้า”

“คุณว่าฉัน”

“แค่คำว่าซุ่มซ่ามไม่รู้จะโกรธแค้นอะไรนักหนา หยุมหยิมตัวแม่”

“ว่าฉันซุ่มซ่ามยังไม่พอ ยังว่าฉันหยุมหยิมอีกเหรอ”

“เอ้า...แค่คำว่าซุ่มซ่ามทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ไม่เรียกว่าหยุมหยิมตัวแม่แล้วจะให้เรียกว่าอะไร”

เธอโกรธจี๊ด หันไปคว้าแก้วน้ำที่วางไว้บริการผู้คนที่มาในโรงพยาบาลสาดใส่เขา แต่ทวีปหลบวูบแล้วหยิบน้ำอีกแก้วสาดใส่เสื้อเธอจนเปียกชุ่ม

“กล้าดียังไงเอาน้ำสาดฉัน”

“ทีเจ้ายังกล้าสาดผมเลย ผมไม่อ่อนข้อให้ผู้หญิงเจ้าอารมณ์อย่างเจ้าหรอกนะ” ทวีปยื่นหน้ายื่นตาอย่างยียวนกวนประสาทก่อนผละไป ทิ้งความเจ็บใจไว้ให้เธอ...

ในห้องผู้ป่วย บุญศรีและปรางแก้วกำลังคุยกันเรื่องเจ้าแสงฉายกับแพรไหมทะเลาะกัน ภูผายังเคืองแพรไหมไม่หายได้ทีผสมโรงว่าแพรไหมเก่งนักเรื่องยั่วให้คนโมโห...บุญศรีเลยนึกได้ตั้งคำถามขึ้นว่า

“แล้วหนูแพรยั่วโมโหอะไรลูก เขาทำอะไรแก้วถึงร้องไห้”

“เขาโกหกจนทำให้แก้วเข้าใจผิดน่ะครับ”

“แต่ตอนนี้แก้วรู้แล้วว่าเขาโกหกเพราะจำเป็น แก้วเข้าใจคุณแพรแล้วละค่ะ”

“คุณแพรปากหวานก้นเปรี้ยว แก้วอย่าหลงคารมเขาง่ายๆสิ”

“แก้วคิดตามเหตุผลค่ะ พี่ภูก็ควรจะคิดถึงเหตุผลแล้วก็เลิกโกรธคุณแพรได้แล้วนะคะ”

“พี่เกลียดคนโกหก นั่นแหละเหตุผลของพี่” ภูผาหน้าบึ้งตึง ปรางแก้วพูดไม่ออก ได้แต่สบตาบุญศรีอย่างหนักใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย
7 พ.ค. 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 22:53 น.