ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ภูผาแพรไหม

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ทิ้งแพรไหมไว้กลางทางแล้วภูผารีบไปพบทวีปกับปรางแก้วที่บ้าน เพื่อบอกเล่าความจริงที่เกิดขึ้นเมื่อคืนจนทำให้เขาต้องผิดนัด และทำให้ปรางแก้วร้องไห้เสียใจ

เมื่อทำความเข้าใจกันได้ด้วยดีแล้ว ภูผาขอโทษปรางแก้วก่อนลากลับไปเพราะต้องรีบเตรียมงานให้นายดิเรกแล้วจะนัด คุยกับทวีปอีกทีเกี่ยวกับงานที่รับทำครั้งนี้

หลังจากภูผาไปแล้ว ปรางแก้วรู้สึกสบายใจและยิ่งมีความหวังเมื่อพี่ชายบอกว่าคนไม่สนใจสังคม อย่างภูผาถึงขนาดแจ้นมาอธิบายเรื่องผู้หญิงคนนั้นให้น้องพี่ฟังถึงบ้าน แสดงว่าเขาแคร์ความรู้สึกน้องและน่าจะมีใจให้ด้วยเหมือนกัน

ฝ่ายแพรไหม ที่ถูกภูผาทิ้งไว้กลางทางอย่างไม่ไยดี เธอยังคิดไม่ออกจะทำอย่างไรต่อ จึงกลับไปตั้งหลักพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งแต่นึกไม่ถึงว่าจะเจอเจ้าแสงฉายและ ถูกเขาพากลับบ้านอย่างไม่มีทางเลี่ยง

ศุภลักษณ์แสนดีใจที่เจ้าแสงฉายพา แพรไหมกลับมาได้ ต่างจากวนิดากับพันทิญาที่แอบหมั่นไส้และด่าแพรไหมอยู่ในใจ เพราะทั้งคู่อุตส่าห์ช่วยให้หนีออกจากบ้านไปได้แต่ดันโง่โดนจับกลับมาได้ เมื่อมีจังหวะตอนศุภลักษณ์ซักถามถึงบาดแผลที่แขนว่าเกิดจากนักเลงหัวไม้มัน ทำร้ายใช่หรือไม่ พันทิญากับวนิดาก็เหมาทันทีว่านายคนนั้นคือแฟนของแพรไหม เพราะถ้าไม่ได้เป็นอะไรกันใครจะเสี่ยงชีวิตมาช่วย

“เขาไม่ได้เป็นแฟนแพรจริงๆค่ะ แล้วเขาก็ไม่ได้เป็นนักเลงอย่างที่ทุกคนเข้าใจด้วย” แพรไหมยืนยัน

“แล้วเขาเป็นใคร” เจ้าแสงฉายคาดคั้นอยู่ในที

“เป็นสุภาพบุรุษที่ช่วยแพรด้วยความจริงใจ...เขาไม่ได้ทำร้ายแพรนะคะแม่ ที่แพรบาดเจ็บเป็นเพราะฝีมือคนของเจ้า”

“คนของผมพลั้งมือไปหน่อย...ผมต้องขอโทษด้วย”

แพรไหมค้อนเจ้าแสงฉายก่อนหันไปอ้อนแม่ว่าตนเจ็บแผลแล้วก็เหนื่อยมากอยากพักผ่อนก่อน

“จ้ะลูก...ขอบคุณเจ้ามากนะคะทีี่่ช่วยตามตัวยัยแพร กลับมาจนได้ แต่มีอะไรไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้ดีกว่านะคะ วันนี้ขอยัยแพรพักก่อน”

“ได้ครับ” เจ้าแสงฉายรับคำ

พัน ทิญากับวนิดามองสองแม่ลูกอย่างหมั่นไส้ ครั้นแพรไหมขึ้นไปพักบนห้อง สองน้าหลานก็รีบตามมาต่อว่า “หน้าตาก็ฉลาดไม่คิดเลยว่าจะโง่ขนาดนี้ อุตส่าห์ ช่วยให้ออกจากบ้านจนหนีไปไกลถึงตากยังจะย้อนกลับมาให้โดนเจ้าจับตัวกลับมา ได้”

“เพื่อนแพรต้องทำงาน แพรไม่มีเพื่อนอยู่ที่โน่นเลยต้องกลับมากับเขาน่ะค่ะ”

“กลับมาเพราะเพื่อน...คิดตื้นอย่างนี้ก็สมควรแล้วที่จะโดนถูกบังคับให้แต่งงาน”

“พี่พันกับน้าดาช่วยแพรให้หนีออกจากบ้านอีกครั้งได้ไหมคะ”

“ช่วยให้หนีเดี๋ยวเธอก็ทำตัวโง่เซ่อจนถูกจับกลับมาได้อีก” พันทิญาแสร้งเล่นตัว

“แพรขอร้องละนะคะ ช่วยแพรอีกครั้งเถอะครั้งนี้แพรจะหนีไปไกลๆ ไม่ให้เจ้าจับตัวได้อีกแล้ว”

“แพร...น้า กับพี่พันน่ะรักเรามากนะ เห็นเราทุกข์เห็นเราไม่อยากแต่งงานก็อยากช่วย แต่ตอนนี้พี่ศุเข้มงวดถึงขั้นส่งน้อยมานอนเฝ้าเรา น้ายังคิดไม่ออกเลยว่าจะช่วยเราได้รึเปล่า”

“เอาเป็นว่าพี่จะพยายามหาทางดูแล้วกัน”

“ขอบคุณน้าดากับพี่พันมากนะคะ รับรองค่ะว่าถ้าครั้งนี้แพรหนีไปได้เจ้าจะจับแพรกลับมาอีกไม่ได้แล้วเพราะแพรจะหนีไปอเมริกา”

สองน้าหลานหูผึ่ง ลอบยิ้มให้กันอย่างเจ้าเล่ห์

ooooooo

ภูผา กลับถึงบ้านในตอนค่ำ เขาอดนึกถึงแพรไหมขึ้นมาไม่ได้เมื่อเห็นตุ๊กตากามเทพที่เธอวางไว้บนเบาะรถ ตอนแรกเขาทำเหมือนจะโยนมันทิ้ง แต่แล้วเปลี่ยนใจเอามันวางไว้ที่เดิมก่อนเดินเข้าบ้านไป

ขณะกินอาหารกัน พร้อมหน้าสามคนแม่ลูก ภูผาสังเกตเห็นพี่ชายอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ยิ้มแย้มตักอาหารเอาใจแม่เอาใจน้อง บุญศรีเองมองออกว่าชัยกำลังมีความสุขเพราะมีแฟน ส่วนภูผานั้นแม่บุญศรีก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขากับปรางแก้วคบกันคืบหน้าแค่ ไหนแล้ว

“ก็ดีครับ”

ภูผาตอบไม่ชัดเจน ชัยจึงซักว่าแค่นั้นเองหรือ ไม่มีความรู้สึกพิเศษมากกว่าความเป็นพี่น้องเลยเหรอ

“ไม่มีเลยครับ” ภูผาตอบนิ่งๆ

“ผู้ หญิงเรียบร้อยอ่อนหวานเป็นคนดีอย่างแก้วหาไม่ได้ง่ายๆนะลูก หมั่นไปเที่ยวกับเขาหน่อย ได้ใกล้ชิดกันมากๆ วันนึงความรักก็จะเกิดขึ้นเอง”

“แม่ ก็รู้ว่าตอนนี้ผมยังไม่อยากคิดเรื่องแฟน ผมอยากสร้างฐานะให้มั่นคงก่อน อ้อ...ผมได้ตึกที่เราจะหุ้นกันซื้อทำโฮมออฟฟิศแล้วนะครับ แค่พี่เบิกเงินในส่วนของพี่ให้ผมเราก็ไปทำสัญญาซื้อได้เลย”

ชัยชะงักหน้าเครียดทันที...หลังอาหารมื้อนั้นสองพี่น้องได้คุยกันตามลำพัง ภูผาตกใจมากที่ชัยบอกว่าเงินเก็บของพี่หมดแล้ว

“หมดแล้ว! พี่บอกผมว่ามีเงินเก็บเป็นล้านผ่านไปแค่สองเดือนบอกว่าเงินหมด เงินพี่หมดไปได้ยังไงครับ”

“ตอน นี้พี่คบกับผู้หญิงคนนึง เขาเป็นลูกคนรวย กินแต่อาหารดีๆ ใช้แต่ของแบรนด์เนม สองเดือนที่พี่คบกับเขาพี่หมดเงินไปมาก นี่พี่ก็เพิ่งซื้อแหวนเพชรให้เขาวงนึง 3 แสน ตอนนี้พี่มีเงินติดบัญชีไม่กี่หมื่นเอง”

“ทุ่มเทให้ขนาดนี้พี่คงรักเขามาก”

“มากจนตายแทนได้”

“ผู้หญิงที่โชคดีคนนั้นเป็นใครครับ”

“เขาชื่อคุณแพรไหม”

ภูผาตกใจทวนชื่อแพรไหมออกมา ทำให้ชัยสงสัยว่าเขารู้จักเธอด้วยหรือ?

“พอดีผมก็เพิ่งเจอผู้หญิงคนนึงชื่อแพรไหม แต่ไม่น่าใช่แฟนพี่คงจะแค่ชื่อเหมือนกันน่ะครับ”

ชัย พยักหน้าแล้วเล่าเรื่องพันทิญาที่เข้าใจว่าชื่อแพรไหมให้น้องชายฟัง “คุณแพรเป็นคนดีมาก ครอบครัวเขามีเงินหลายพันล้านแต่เขาก็ยอมคบกับพี่เพราะมองความรักสำคัญกว่า ฐานะ เขาพร้อมเมื่อไหร่พี่จะพาเขามาเจอแม่กับแก แล้วพี่ก็จะขอคุณแพรแต่งงาน”

“ผมดีใจนะครับที่เห็นพี่มีความสุขอย่างนี้”

“แกไม่โกรธเหรอที่พี่ไม่มีเงินหุ้นซื้อโฮมออฟฟิศกับแก”

“ความสุขของพี่มีค่ามากกว่าโฮมออฟฟิศหลังนั้นหลายเท่า ผมทำงานเก็บเงินอีกสักพักแล้วค่อยหาซื้อใหม่ก็ได้”

“ขอบใจมากนะภู ขอบใจที่เข้าใจพี่” ชัยตบไหล่น้องชายเบาๆด้วยความซึ้งใจ

ooooooo

กลับมาบ้านไม่ทันข้ามวัน แพรไหมก็จะหนีไปอีกโดยขอความช่วยเหลือจากพันทิญากับวนิดา และมีสาวใช้อีกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีหลังรับค่าจ้างจากแพรไหมมาแล้ว

คราวนี้แพรไหมจะหนีไปไกลถึงอเมริกา แต่แผนไม่สำเร็จโดนศุภลักษณ์จับได้กลางดึก แต่เธอก็ไม่ซัดทอดให้พันทิญากับวนิดาต้องโดนตำหนิไปด้วย

ศุภลักษณ์ไม่พอใจอย่างมากต่อว่าลูกสาวแล้วยึดพาสปอร์ตมาไว้กับตัว แพรไหมรู้สึกผิดในการกระทำครั้งนี้ แต่ก็ยืนยันว่าเธอไม่อยากแต่งงานกับเจ้าแสงฉาย

“เจ้าแสงฉายเป็นถึงเจ้าเมืองมีทรัพย์สินมหาศาลประมาณค่าไม่ได้ ลูกหายไปเขาก็ส่งคนออกตามหา เขาพิสูจน์แล้วว่ารักลูกมากแค่ไหน ทำไมแพรถึงยังไม่
ยอมรับเขาอีก”

“แพรไม่ได้รักเขา”

“ความรักไม่ได้ช่วยให้ชีวิตคู่มีความสุขเท่าความเหมาะสมหรอกนะ”

“ไม่จริงหรอกค่ะ การได้อยู่กับคนรักกันยังไงก็มีความสุขกว่าอยู่กับคนที่ไม่ได้รัก”

พันทิญากับวนิดานั่งฟังอยู่ด้วยสบตากันอย่างเบื่อหน่ายรำคาญ ที่สุดพันทิญาก็แทรกขึ้นว่า

“คุณแม่ขา...ในเมื่อยัยแพรไม่ได้รักเจ้าก็ยกเลิกการแต่งงานไปเถอะค่ะ ยัยแพรจะได้ไม่ต้องหนี คุณแม่กับยัยแพรก็ไม่ต้องทะเลาะกัน บ้านเราจะได้กลับมาสงบสุขเหมือนเดิม”

“แต่แม่รับปากเจ้าแสงฉายไปแล้ว แม่กลืนน้ำลายตัวเองไม่ได้ ยังไงยัยแพรก็ต้องแต่งงานกับเจ้า”

“บังคับกันอย่างนี้ เดี๋ยวยัยแพรหนีไปแล้วไม่กลับมาคนที่ช้ำใจที่สุดจะเป็นพี่ศุนะคะ” วนิดาทักท้วง

“พี่ไม่ปล่อยให้ยัยแพรหนีไปง่ายๆอีกแล้ว...แม่จะยึดพาสปอร์ตแพรไว้ แล้วต่อไปนี้แพรต้องไปร้านกับแม่ทุกวัน ต้องมานอนกับแม่ทุกคืน ถ้าจะออกไปเที่ยวก็ไปได้แต่กับเจ้าแสงฉายเท่านั้น”

“คุณแม่จะทำอย่างนี้กับแพรไม่ได้นะคะ คุณแม่ต้องให้แพรมีพื้นที่ส่วนตัวบ้าง”

“ลูกทำผิดไม่มีสิทธิ์ต่อรอง...ส่วนเธอ ฉันไล่เธอออก”

สาวใช้หน้าเสียแทบร้องไห้ แพรไหมสงสารรีบขอร้องแม่อย่าไล่น้อยออกเลย เขาทำตามคำสั่งของตน

“น้อยสาบานค่ะว่าน้อยจะไม่เห็นแก่เงินแล้วช่วยคุณแพรหนีอีกแล้ว อย่าไล่น้อยออกเลยนะคะ น้อยกราบล่ะคะ” น้อยทำท่าจะกราบ แต่ศุภลักษณ์ตวาดห้ามเสียก่อน

“ไม่ต้อง...แต่ถ้าช่วยลูกฉันทำเรื่องผิดๆอีก ฉันไม่เอาเธอไว้แน่”

“ขอบคุณคุณผู้หญิงมากค่ะ ขอบคุณมากค่ะ”

เสร็จเรื่องแล้วแยกย้ายกันไป วนิดาตามพันทิญาเข้ามาในห้องนอน พันทิญายังหงุดหงิดไม่หายบ่นอุบว่าวางแผนให้หนีแต่ก็ยังหนีไม่รอด ทำไมนังแพรมันถึงได้โง่อย่างนี้

“ครั้งนี้จะว่าแพรโง่ก็ไม่ได้ เรียกว่าโชคร้ายดีกว่าที่ดันไปเจอพี่ศุที่นอนไม่หลับแล้วลงมาเดินเล่นในสวนพอดี”

“ต้องทำยังไงพันถึงจะกำจัดมันออกไปจากบ้านนี้ได้นะ”

“ปล่อยไปสักพักให้พี่ศุตายใจ แล้วค่อยแอบขโมยพาสปอร์ตช่วยยัยแพรให้หนีอีกที”

พันทิญาหน้าบึ้งไม่ได้ดังใจ แต่พอพิพัฒน์ส่งข้อความหวานๆมาให้ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มหวานจนน้าสาวกระเซ้าว่า

“มีหนุ่มๆแมสเสจมาบอกฝันดี คงช่วยให้หายหงุดหงิดเรื่องยัยแพรแล้วใช่มั้ย”

“มากเลยละค่ะ คุณพิพัฒน์เริ่มจีบพันแล้ว...ถึงเวลาขว้างของเล่นทิ้งซะที” พันทิญายิ้มกริ่มเมื่อนึกถึงนายชัยที่แสนซื่อ

ooooooo

เช้าวันใหม่ เมื่อชัยโทร.หาพันทิญา เขานึกไม่ถึงว่าจะได้ยินคำพูดบอกเลิกจากเธอ ชัยทั้งงงทั้งตกใจพยายามติดต่อกลับไปอีกหลายครั้งแต่พันทิญาก็กดสายทิ้งเสียทุกครั้งไป

ส่วนที่ร้านผ้าไหมของศุภลักษณ์ สายวันนี้ เจ้าแสงฉายแวะมาหาแพรไหมพร้อมช่อดอกไม้งามๆ หญิงสาวไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งของ ออกจะไม่พอใจด้วยซ้ำเมื่อเขาเรียกเธอว่า...ว่าที่เจ้าสาวของผม

“ฉันไม่ได้อยากเป็นเจ้าสาวของเจ้า เจ้ายกเลิกงานทั้งหมดได้ไหมคะ”

“ไม่ได้หรอกครับ เพราะผมรักคุณ”

“เจ้าก็รู้ว่าฉันไม่ได้รักเจ้า”

“เพราะคุณยังไม่รู้จักผม ผมไม่ใช่คนใจร้ายชอบบังคับคนอื่นอย่างที่คุณคิดหรอกนะครับ ถ้าคุณยังไม่พร้อมสำหรับการแต่งงาน ผมจะให้เวลาคุณ”

“สามปี” แพรไหมยื่นเงื่อนไข แต่เขาไม่ให้เวลานานขนาดนั้น ให้แค่หนึ่งเดือนสำหรับการทำความรู้จักกันก่อนเข้าพิธีแต่งงาน “หนึ่งเดือน...นี่เหรอคะไม่ใช่คนใจร้ายที่ชอบบังคับคนอื่น”

“ถ้าใจร้ายผมคงจัดงานหมั้นพรุ่งนี้แล้วแต่งมะรืน...”

“ขอบคุณนะคะที่เมตตาให้เวลาฉันอีกตั้งเดือน”

ชายหนุ่มไม่สนใจถ้อยคำประชดนั้น บอกจุดประสงค์ของการมาวันนี้ว่า “ผมมารับคุณออกไปทานข้าว”

“ฉันปวดหัวค่ะ ไม่อยากออกไปไหน”

“งั้นผมจะให้คนสั่งอาหารจากโรงแรมมาทานกับคุณที่นี่ แล้วก็จะอยู่ดูแลจนกว่าคุณจะหายปวดหัว”

ถูกเขาดักหมดทุกทาง แพรไหมถึงกับถอนหายใจอย่างสุดเซ็ง

ooooooo

หลังอาหารมื้อกลางวันก่อนจะต่อด้วยผลไม้ที่ปรางแก้วฝากมาให้ ภูผาเล่าเรื่องแฟนพี่ชายที่ชื่อแพรไหมให้ทวีปฟัง...ทวีปฟังไปคิดตามไปก่อนจะแสดงความคิดเห็นว่า

“น้องชายช่วยผู้หญิงชื่อแพรไหม พี่ชายมีแฟนชื่อแพรไหม...ประหลาดดี แต่ฟังจากแกแล้วฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าคนที่รับผิดชอบครอบครัวสูงอย่างพี่ชัยจะเอาเงินที่จะหุ้นกับแกซื้อตึกไปซื้อของให้ผู้หญิงหมด”

“ผู้หญิงคนนี้เป็นรักครั้งแรกในชีวิตของพี่ชัย พี่ชัยเลยรักมากจนยอมทุ่มเททุกอย่าง”

“แล้วถ้าพี่ชัยโดนหลอกขึ้นมาล่ะ”

“พี่ชัยไม่ใช่เด็กๆ คิดอะไรรอบคอบจะตายคงไม่โดนผู้หญิงหลอกง่ายๆ”

“ไม่แน่ ไม่เคยได้ยินเหรอที่เขาบอกว่าความรักทำให้คนตาบอดน่ะ มันมีจริงนะโว้ย”

“พี่ชัยบอกว่าครอบครัวคุณแพรไหมรวยมาก เขาคงไม่มาหลอกพี่ชัยให้เสียเวลาหรอก”

ภูผาว่าไปเรื่อย แต่ทวีปกินผลไม้ไปอย่างเพลินมาก กินเอาๆจนของตัวเองหมดแล้วเลยมาหยิบที่กล่องของภูผากินเกือบหมด ถ้าเจ้าของไม่ร้องทัก

ทวีปหัวเราะแหะๆ แล้วแหย่เหย้าเพื่อนด้วยการคายผลไม้ออกจากปากคืนให้

“แกนี่มันจริงๆเลย ตอนเรียนประถมที่ฉันจะฟ้องครูว่าแกขโมยกินไข่เจียวแกคายให้ฉัน โตแล้วก็ยังเหมือนเดิม ไอ้โสโครก”

คราวนี้ทวีปหัวเราะลั่น แต่พลันต้องชะงักเมื่อประตูห้องเปิดผัวะเข้ามาโดยชัยในสภาพน้ำตานองหน้า...สองหนุ่มตกใจตั้งคำถามเป็นเสียงเดียวกันว่า พี่ชัยเป็นอะไร?

“คุณแพรบอกเลิกพี่”

“ทำไมล่ะครับ”

“พี่ก็ไม่รู้ จู่ๆเขาก็บอกเลิกพี่ โทร.กลับไปจะคุยให้รู้เรื่องคุณแพรก็ตัดสายทิ้งเหมือนโกรธพี่มาก พี่งงไปหมดจนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”

“ไปหาเขาที่บ้านสิครับ จะได้คุยกันให้รู้เรื่อง”

“พี่ไม่รู้จักบ้านคุณแพร”

“ที่ทำงานล่ะครับ”

“คุณแพรไม่ได้ทำงาน ภูต้องช่วยพี่นะ ภูต้องช่วยให้คุณแพรกลับมาคืนดีกับพี่”

สองหนุ่มหันมองหน้ากันอย่างจนปัญญา ขณะที่ชัยก็เอาแต่สะอื้นไห้อย่างทำใจไม่ได้ ระหว่างนี้เองลูกน้องภูผาเคาะประตูก่อนเปิดเข้ามารายงานว่า

“ทีมที่จะไปทำงานคุณดิเรกพร้อมประชุมแล้วครับ”

ภูผาพยักหน้ารับรู้แล้วหันมาพูดกับพี่ชายของตนว่า “ผมกับวีปต้องประชุม พี่นั่งรออยู่ตรงนี้ก่อนนะครับ ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมกับวีปจะออกมาคุยด้วย”

คนอื่นๆพากันออกไปแล้ว ชัยนั่งลงอย่างหมดแรง แต่พอเหลือบมองนาฬิกาที่บอกเวลาเที่ยงตรง เขาลุกพรวดออกจากห้องไปทันที

ชัยไปดักรอพันทิญาที่หน้าร้านอาหารประจำที่เธอชอบ ปรากฏว่าเจอเธอจริงๆ แต่เธอไม่ได้มาคนเดียว เธอควงชายหนุ่มหน้าตาดีมีฐานะเดินคุยกะหนุงกะหนิงกันเข้ามา

“พันชอบทานอาหารร้านนี้ที่สุดเลยค่ะ ชอบมากถึงขนาดทานได้ทุกวัน”

“งั้นผมขอมาทานเป็นเพื่อนคุณทุกวันเลยได้ไหมครับ”

“ถ้าคุณไม่เบื่อซะก่อนพันก็ยินดีค่ะ”

“ผมเป็นคนมั่นคงในความรัก ลองถ้ารักอะไรแล้วไม่มีทางเปลี่ยนใจ ผมไม่เบื่ออะไรง่ายๆหรอกครับ”

พันทิญายิ้มเขินกับคำพูดหวานๆของพิพัฒน์ พอจะเลี้ยวเข้าในร้านเธอตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นชัยยืนจังก้าสีหน้าเศร้าหมองเต็มไปด้วยคราบน้ำตา

พันทิญาถูกชัยตัดพ้อต่อว่าทั้งน้ำตา แต่เธอไม่สนใจและไม่ยอมรับว่ารู้จักเขา หาว่าเขาเป็นคนบ้าที่พูดจาไม่รู้เรื่อง พิพัฒน์ก็เชื่ออย่างนั้นเพราะได้ยินชัยเรียกเธอว่าแพรไหม เขาจึงกางกั้นขัดขวางเมื่อชัยจะเข้าถึงตัวเธอ

เมื่อเว้าวอนขอร้องไม่สำเร็จ ชัยยิ่งเจ็บปวดเสียใจแล้ววิ่งหนีไปทันทีที่พันทิญาตะโกนเรียกยามมาจับคนบ้า

“นายชัยเป็นเจ้าของร้านโทรศัพท์ที่พันซื้อประจำ โทร.มาพันก็คุยด้วยเพราะเกรงใจ เพิ่งรู้ว่าสติไม่ดีก็ตอนที่เขาเรียกพันในชื่อแพรแล้วก็เพ้อเป็นตุเป็นตะว่าเป็นแฟนเขานี่ล่ะค่ะ” พันทิญาโกหกหน้าตาเฉยขณะเข้ามานั่งในร้านอาหารกับพิพัฒน์

“โดนคนสติไม่ดีตามราวีมันอันตรายนะครับ คุณน่าจะแจ้งตำรวจ”

“พันกลัวเสื่อมเสียไปถึงคุณแม่เลยไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่น่ะค่ะ...พันกลัวจังเลย ถ้ามีใครสักคนไปไหนมาไหนเป็นเพื่อนคอยปกป้องจากนายชัย พันคงใช้ชีวิตมีความสุขกว่านี้”

“ผมยินดีจะเป็นคนคนนั้นครับ”

พันทิญาพอใจมากกับคำตอบของเขา แต่ทำเป็นยิ้มเขินๆอย่างมีจริต ผ่านไปสักพักเธอลุกออกไปห้องน้ำ ไม่นึกว่าจะเจอชัยโผล่พรวดมาดักหน้า

“คุณแพร...”

“อยากถูกลากคอเข้าตะรางใช่ไหมถึงมาหาฉันอีก”

“ผมอยากรู้ว่าทำไมคุณถึงทิ้งผมไปหาเขา ผมผิดอะไร”

“ผิดที่ฉันไม่เคยรักแก”

“แต่คุณบอกรักผมทุกวัน”

“เหรอ...ฉันจำไม่ได้เลยว่าเคยพูดอย่างนั้น”

“ที่ผ่านมาเรามีความสุขกันมาก ผมไม่เชื่อหรอกว่าคุณไม่รักผม แม่คุณบังคับให้คุณคบกับเขาใช่ไหม พาผมไปหาแม่คุณนะ ผมจะไปพูดกับท่านเองว่าเรารักกัน”

“จับแพะชนแกะให้มั่วไปหมดบ้าไปใหญ่แล้ว...น่ารำคาญ”

พันทิญาจะเดินหนีแต่ชัยพยายามรั้งเธอไว้ นี่เองทำให้เธอโกรธมากถึงกับชี้หน้าขู่ว่า

“ถ้ายังไม่เลิกยุ่ง...ฉันจะจับแกส่งตำรวจ”

ชัยชะงักมองเธออย่างเจ็บปวด พันทิญาผลักเขาอย่างแรงแล้วเดินหนีไปอย่างไม่ไยดี ชัยทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินน้ำตาไหลกลับมาที่รถตัวเอง เป็นจังหวะที่ภูผาโทร.เข้ามาพอดี

“ว่าไงภู...” ชัยปรับเสียงเป็นปกติ

“พี่ชัยอยู่ไหนครับ”

“พี่คิดว่าคุณแพรน่าจะมาทานข้าวที่นี่เลยมาดูแล้วก็เจอจริงๆ คุณแพรมากับผู้ชายอื่น”

“เขานอกใจพี่”

“เขาน่าจะถูกแม่เขาบังคับให้คบคนรวยด้วยกัน พี่กำลังรอคุยกับเขา คุณแพรกับพี่รักกันมากได้คุยกันเดี๋ยวก็รู้เรื่อง ภูไม่ต้องห่วงนะ”

พูดเสร็จ ชัยรีบวางสายเพื่อปกปิดว่าตนกำลังเสียใจอยู่ แต่ถึงกระนั้นภูผาก็อดเป็นกังวลไม่ได้ ส่วนทวีปที่นั่งอยู่ด้วยกันกับภูผาได้ยินทั้งหมด...พูดโพล่งขึ้นว่า

“คุณแพรมีคนอื่น ฉันว่าแล้วว่าผู้หญิงคนนี้ต้องหลอกพี่ชัย”

“แกก็อย่ามองคุณแพรในแง่ร้ายนักเลยน่า พี่ชัยบอกว่าคุณแพรอาจจะโดนแม่เขาบังคับ ขอคุยกับคุณแพรก่อนน่าจะตกลงกันได้”

“ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นจริงๆ พี่ชัยจะได้ไม่ต้องเสียใจ”

แต่เหตุการณ์ไม่เป็นไปอย่างที่ภูผาคาดหวังเสียแล้ว ชัยกำลังนั่งร้องไห้อยู่ในรถ เฝ้ามองผู้หญิงที่ตนรักเดินเคียงคู่มากับแฟนใหม่หน้าระรื่น

“คุณแพรรักเรา...คุณแพรโดนแม่เขาบังคับเลยต้องแกล้งดีกับมัน” ชัยพยายามปลอบใจตัวเอง...แล้วแอบขับรถตามพันทิญาไป โดยที่พิพัฒน์ขึ้นรถตัวเองขับไปคนละทาง

ชัยเว้นระยะห่างพอสมควรเพื่อไม่ให้เธอรู้ตัว กระทั่งเธอเลี้ยวเข้าซอยที่เป็นทางลัด ชัยจึงเร่งแซงมาปาดหน้าทำให้เธอต้องเบรกจนตัวโก่ง

“ว้าย...ไอ้ชัย!” พันทิญาคำรามอย่างโกรธจัด ก้าวลงจากรถเดินไปประจันหน้า “แกนี่มันคนหรือควาย ทำไมถึงฟังไม่รู้เรื่องสักทีว่าอย่ามายุ่งกับฉัน”

“ถ้าด่าเพื่อให้ผมโกรธแล้วตัดใจจากคุณอย่างที่แม่คุณต้องการก็ไม่ต้องหรอกครับ เพราะยังไงผมก็ไม่โกรธ”

“แล้วแบบนี้โกรธมั้ย”

พันทิญาเหลือทนตบหน้าเขาเต็มแรงแล้วระรัวหมัดทุบตีอีกไม่ยั้ง โดยที่ชัยยืนนิ่งปล่อยเธอกระทำตามอำเภอใจ

“จำใส่กะโหลกไว้ด้วยนะว่าแม่ฉันไม่ได้สั่งอะไรทั้งนั้น ฉันทำทุกอย่างเพราะฉันไม่ได้รักแก ฉันไม่ได้รักแก ได้ยินมั้ยฉันไม่ได้รักแก”

“แต่ผมรักคุณ...รักมาก มากกว่าชีวิตผม มากกว่าชีวิตใครในโลก...บอกมาสิว่าผมทำอะไรไม่ถูกใจ ผมจะได้ปรับปรุงตัว ผมยอมทำทุกอย่าง ขอแค่คุณอย่าทิ้งผมไปเท่านั้น”

“แกไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นเพราะยังไงฉันก็ไม่มีวันรักแกลง คนจนอย่างแกเป็นได้แค่ของเล่นคั่นเวลาของฉัน”

ชัยเจ็บช้ำแต่ยังพยายามตื๊อเธออีก เลยเกือบจะโดนเธอขับรถชนตายถ้าไม่ได้ชายคนหนึ่งโดดเข้ามาช่วยไว้

“เป็นไงบ้างคุณ”

ชัยค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นมองตามรถพันทิญาด้วยความเสียใจ “คุณแพร...คุณไม่รักผมแล้วจริงๆ คุณไม่รักผมแล้วจริงๆ”

“ดูท่าแล้วไม่ใช่แค่ไม่รักหรอก เกลียดเลยล่ะถึงพุ่งรถใส่กะให้ตายแบบนี้”

คำพูดของพลเมืองดีทำให้ชัยยิ่งเสียใจถึงกับร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อาย

ooooooo

เมื่อกลางวันแพรไหมอึดอัดแทบแย่ที่โดนเจ้าแสงฉายประกบแจ พอถึงบ้านในตอนค่ำนึกว่าจะปลอดโปร่งโล่งใจบ้าง กลับต้องเจอเขานั่งหน้าแป้นแล้นอยู่ในบ้านอีก

“มาอีกแล้วเหรอ” หญิงสาวแอบบ่นกับแม่

“เจ้าบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะมาทานข้าวกับลูกทุกวัน”

“ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกมื้อนี่คะ”

“ทุกมื้อที่ไหน อย่างน้อยมื้อเช้าเจ้าก็ไม่ได้มา”

“ถ้ามาทานมื้อเช้าด้วยคุณแม่ก็ให้เจ้าหอบเสื้อผ้ามาอยู่นี่เลยละกันค่ะ”

“แพร...ต่อไปต้องลูกอยู่บ้านเดียวกับเจ้าใช้ชีวิตร่วมกับเจ้า...ถ้าไม่มาเจอกันบ่อยๆ ลูกกับเจ้าจะรู้จักนิสัยใจคอกันได้ยังไง”

“กว่าจะรู้จักกันแพรคงผอมตาย แต่ก็ดีเหมือนกัน ถ้าแพรผอมตายจะได้ไม่ต้องแต่งงานกับเจ้าแสงฉาย”

แพรไหมกระแทกเสียงอย่างหงุดหงิดเลยโดนแม่ปรามด้วยสายตา พอมาร่วมโต๊ะอาหารกันพร้อมหน้ารวมทั้งวนิดาและพันทิญาด้วย แพรไหมยิ่งอึดอัดเพราะเจ้าแสงฉายพยายามเอาใจเธอเหลือเกิน ด้วยการตักอาหารให้อย่างต่อเนื่อง พันทิญาเห็นแล้วแอบอิจฉาน้องสาวต่างมารดาแทบปิดไม่มิด จนวนิดาต้องสะกิดเตือน เธอถึงปรับสีหน้ายิ้มแย้มบอกแพรไหมตักอาหารให้เจ้าบ้าง แต่แพรไหมปฏิเสธ อ้างว่าตนไม่รู้เจ้าชอบอะไร ให้เจ้าตักเองดีกว่าจะได้ทานแต่ของที่ชอบ

“บนโต๊ะนี้ผมชอบทุกอย่างเลยครับ”

คำตอบของเจ้าแสงฉายทำให้แพรไหมหน้ามุ่ยไม่ชอบใจ แต่จำต้องตักอาหารให้เขาเมื่อศุภลักษณ์ส่งสายตาเชิงบังคับมาก่อนจะชวนคุยเรื่องงานการกุศลของดิเรก ซึ่งชุดที่แพรไหมจะใส่แม่เตรียมไว้ให้ในห้องแล้ว

สมใจกับน้อยที่คอยปรนนิบัติเจ้านายต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เห็นชุดคุณแพรตอนคนมาส่ง ชุดสวยมาก ถ้าคุณแพรใส่ต้องสวยที่สุดในงานแน่

เท่านั้นเองพันทิญาหน้าตึงทันที วนิดามองด้วยความสงสารแล้วถามศุภลักษณ์ว่า “ชุดของยัยพันล่ะคะ”

“เตรียมให้ก็ไม่เคยถูกใจ แล้วเสื้อผ้าสวยๆของยัยพันก็เยอะแยะพี่เลยไม่ได้เตรียมน่ะ”

“คุณแม่ลำเอียง” พันทิญาตัดพ้อหน้าเศร้า

“คุณน้าไม่ได้เป็นคนเตรียมชุดให้คุณแพรหรอกครับ ผมเป็นคนสั่งให้”

พันทิญาชะงัก แอบน้อยใจที่เจ้าแสงฉายให้ความสำคัญแพรไหมไปเสียทุกเรื่อง ในขณะที่คนโดนเอาใจกลับมีสีหน้าเบื่อหน่าย เอ่ยกับแม่ว่าตนไม่ไปเพราะไม่ชอบออกงานสังคม

“ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่าเราคบกัน...คุณควรไป”

“นี่เจ้าจะบังคับฉันเหรอคะ”

“ใช้คำว่าคุยกันด้วยเหตุผลดีกว่า”

“เหตุผลที่ยังไงฉันก็ต้องทำตามก็ไม่ต่างจากคำว่าบังคับหรอกค่ะ แพรอิ่มแล้วค่ะแม่ ขอตัวนะคะ”

แพรไหมลุกออกไปอย่างหงุดหงิด ศุภลักษณ์มองตามไม่พอใจแล้วหันมาขอโทษเจ้าแสงฉายที่ลูกสาวเสียมารยาท แต่เจ้าไม่ถือสา เข้าใจดีว่าผู้หญิงอารมณ์เป็นใหญ่อย่างนี้ทุกคนตนเจอจากน้องมณีจนชินแล้ว

ooooooo

ขณะนั้นเอง แสงมณีกำลังซื้อของในซุปเปอร์- มาร์เกตกับดวงใจ และไม่นึกว่าจะเจอทวีปที่มากับปรางแก้ว การเจอกันของสองฝ่ายเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยเมื่อแสงมณีเข็นรถใส่ของชนทวีปโดยไม่ตั้งใจ แต่ฝ่ายชายกลับหงุดหงิดใส่ฝ่ายหญิงทันทีเพราะจำได้ว่าเคยเจอกันมาแล้วครั้งหนึ่ง

“ช่วยคนก็ไม่ดูตาม้าตาเรือ เดินยังไม่ดูตาม้าตาเรืออีก ผมว่าเวลาเจ้าจะทำอะไรเจ้าควรระวังให้มากกว่านี้นะครับ”

ดวงใจได้ยินแล้วของขึ้นเถียงแทนว่า เจ้าของตนระวังตลอดเวลา เขานั่นแหละที่เดินไม่ดีเอง

“แทนที่จะบอกให้ขอโทษ กลับเข้าข้างจนสีข้างถลอก เลี้ยงกันอย่างนี้น่ะสิ นายของป้าถึงซุ่มซ่ามทำแต่เรื่องผิดพลาดอย่างนี้”

“ว่าคุณหญิงของฉันอีกแล้ว ฉันจะบอกให้คุณชายเด้งคุณไปอยู่ชายแดน”

“อยากทำก็ทำเลย เจ้านายผมไม่ปัญญาอ่อนย้ายผมเพราะเหตุผลบ้าๆของป้าหรอก”

“กับคนงี่เง่าพูดไปก็เหนื่อยเปล่า ไปกันเถอะค่ะ” แสงมณีจะเข็นรถไป ทวีปรีบขวาง

“ยังไปไม่ได้...ขอโทษผมก่อน”

แสงมณีงงๆ ย้อนถามเขาว่าขอโทษเรื่องอะไร?

“ที่เข็นรถชนผมแล้วก็ด่าว่าผมงี่เง่านี่ไง”

“คุณก็ว่าฉันว่าซุ่มซ่าม ฉันไม่จำเป็นต้องขอโทษคุณ”

เธอไปแล้ว แต่ทวีปยังฮึดฮัดโมโหไม่หาย “ทำคนอื่นเจ็บแล้วยังปรี๊ดใส่ วัยทองทั้งนายทั้งบ่าว”

“เข็นรถชนนิดเดียวแต่โดนว่าซะแรง เป็นแก้วก็คงโกรธเหมือนกัน”

“ไม่ดูตาม้าตาเรือกับซุ่มซ่ามเนี่ยนะแรง”

“สำหรับผู้หญิงแค่นี้ก็แรงแล้วค่ะ”

“โอ๊ย...แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลย ผู้หญิงนี่เรื่องมากจริงๆ”

ปรางแก้วมองพี่ชายแล้วส่ายหน้าขำๆ

ooooooo

หลังจากเจ้าแสงฉายกลับไปแล้ว ศุภลักษณ์ตามแพรไหมขึ้นมาบนห้อง กำชับให้ใส่ชุดสวยที่เจ้าแสงฉายชอบ แต่ลูกสาวก็ยังบ่ายเบี่ยงอยู่ดี

“แพรไม่ใส่ชุดนี้นะคะ”

“แพรใส่ชุดนี้ขึ้นออก แล้วก็เคยใส่แค่ครั้งเดียวตอนถ่ายรูปเป็นพรีเซนเตอร์ร้าน ทำไมจะไม่ใส่ล่ะลูก”

“แพรเกลียดชุดนี้ เกลียดรูปนั้น เกลียดที่มันทำให้เจ้าเข้ามาในชีวิตแพร”

“ในโลกนี้จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่มีเจ้าชายที่เพียบ พร้อมหลงรูปจนอยากแต่งงานกับตัวจริง แพรโชคดีมากนะลูก”

“โชคดีที่ถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่แพรไม่ได้รักน่ะเหรอคะ ไม่รู้ละค่ะยังไงแพรก็ไม่ใส่”

“แต่เจ้าอยากให้แพรใส่”

“แพรไม่ใช่ตุ๊กตาที่เจ้าจะมาจับแต่งตัวแบบไหนก็ได้นะคะ”

“คิดแค่ว่าเราใส่ชุดนี้แล้วสวยสิจ๊ะ จะได้ไม่คิดเลยเถิดว่าเป็นตุ๊กตุ่นตุ๊กตาของใคร ใส่ไปงานแค่ไม่กี่ชั่วโมงอย่าทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่เลยนะแพร”

แพรไหมพูดไม่ออก ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างเซ็งสุดๆ

ooooooo

ดึกแล้วแต่ชัยยังไม่กลับเข้าบ้าน บุญศรีเป็นห่วงมากพยายามโทร.หา แต่ลูกชายก็ปิดเครื่อง ทำให้คนเป็นแม่ยิ่งร้อนใจจนนั่งไม่ติด

“โทร.ตั้งแต่หัวค่ำแล้วยังติดต่อไม่ได้เลย”

“พี่ชัยคงตกลงกับคุณแพรได้แล้วถึงยังไม่กลับ ป่านนี้อาจจะกำลังสวีตกันในโรงหนังก็ได้นะครับถึงปิดเครื่อง แม่อย่าร้อนใจไปเลยครับ” ภูผาปลอบ...บุญศรีพยักหน้าทั้งที่ใจยังกังวล...

ชัยเสียใจเรื่องคนรัก เขาดื่มเหล้าเมามายแล้วเผอิญไปเจอพันทิญาควงหนุ่มคนใหม่มาเที่ยวผับ ขณะทั้งคู่กำลังสวีตหวานกันอยู่นั้น ชัยปรากฏตัวตรงหน้า คว้าแขนพันทิญาแล้วประกาศว่า

“ผู้หญิงคนนี้แฟนกู...อย่ามายุ่ง”

“ฉันไม่ใช่แฟนแก...ปล่อยฉันนะ ปล่อย!”

“ไม่ปล่อย จนกว่าเราจะคุยกันให้รู้เรื่อง”

“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับแก ปล่อยฉัน...บอกให้ปล่อย” พันทิญาสะบัดขัดขืน แต่ชัยไม่ยอมปล่อย พิพัฒน์เห็นดังนั้นก็ปกป้องหญิงสาว

“ปล่อยคุณพันเดี๋ยวนี้นะ”

“พัน?” ชัยชะงักแปลกใจ

“ใช่...ฉันชื่อพัน ไม่ได้ชื่อแพรอย่างที่แกเข้าใจ แกจำคนผิดแล้ว”

“ผมไม่มีวันจำชื่อคนที่ผมรักผิด คุณไม่ได้ชื่อพัน แต่ชื่อแพร...คุณแพรของผม”

“ไอ้บ้า หยุดคลั่งซะที ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ”

ยังไม่ทันที่ชัยจะพูดอะไร พิพัฒน์ก็กระโจนเข้าต่อยจนชัยเซไป...พอตั้งหลักได้ชัยพุ่งเข้าใส่พิพัฒน์ ต่างคนต่างไม่ยอมกันท่ามกลางเสียงกรีดร้องของพันทิญาและผู้คนที่เห็นเหตุการณ์

เมื่อเห็นว่าพิพัฒน์เป็นรอง พันทิญาคว้าแจกันฟาดศีรษะชัยจนแตกเลือดอาบแล้วประคองพิพัฒน์ขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง

“คุณรักเขาขนาดนี้เชียวเหรอ” ชัยครางออกมาอย่างเจ็บปวด

ทันใดนั้น เสียงคนวิ่งกรูเข้ามา ชัยตกใจลุกขึ้นวิ่งหนีออกไปขึ้นรถได้ทันก่อนที่จะโดนการ์ดของผับจับตัวไว้ ส่วนพันทิญารีบพาพิพัฒน์ไปล้างหน้าแล้วเอาผ้าประคบรอยแดงช้ำบริเวณหน้าให้เขาอย่างเบามือ

“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยพัน...ถ้าไม่ได้คุณพันคงแย่”

“ผมบอกแล้วว่าจะปกป้องคุณ”

“แต่พันก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดีที่เป็นต้นเหตุให้คุณเจ็บตัว”

“ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกครับ เพราะคนผิดไม่ใช่คุณแต่เป็นนายชัย”

“การ์ดก็จับตัวนายชัยไม่ได้ซะด้วย ไม่รู้ว่านายชัยจะไปดักจับตัวพันที่ไหนอีกรึเปล่า พันกลัวจังเลยค่ะ คืนนี้ พันจะทิ้งรถไว้ที่นี่แล้วคุณไปส่งพันที่บ้านหน่อยนะคะ”

“ผมตั้งใจไว้อย่างนั้นอยู่แล้วครับ...ต่อไปนี้ถ้าคุณจะไปไหนผมจะไปรับไปส่งคุณทุกวันเลย”

“ขอบคุณค่ะ” พันทิญาส่งยิ้มหวานเสียจนพิพัฒน์หายเจ็บเป็นปลิดทิ้ง

ooooooo

เสียงฝนฟ้าคะนอง บุญศรียิ่งเป็นห่วงชัย ชะเง้อชะแง้หน้าประตูตลอดเวลา ขณะที่ภูผาก็พยายามติดต่อพี่ชายด้วยสีหน้าค่อนข้างเครียด

“ปกติไปไหนชัยต้องบอกแม่แล้วก็ไม่เคยติดต่อไม่ได้อย่างนี้เลย หรือจะเกิดเรื่องไม่ดีกับชัย”

“อย่าเพิ่งคิดอะไรร้ายๆเลยครับ พี่ชัยอยู่กับคุณแพร คุณแพรคงไม่ปล่อยให้พี่ชัยเป็นอะไรไปหรอก”

“แล้วถ้าชัยตกลงกับหนูแพรไม่ได้ แล้วตอนนี้ไม่ได้อยู่กับหนูแพรล่ะ ชัยไม่เคยมีความรัก ไม่เคยอกหัก แม่กลัวว่าคนอ่อนแออย่างชัยจะรับความเสียใจไม่ไหวแล้วคิดสั้น”

“พี่ชัยไม่อ่อนแออย่างนั้นหรอกครับ เดี๋ยวผมจะโทร.บอกทวีปให้มันช่วยส่งลูกน้องออกตามหาพี่ชัย... เที่ยงคืนแล้วแม่ขึ้นนอนเถอะครับผมจะรอพี่ชัยเอง”

“ชัยหายไปทั้งคนแม่หลับไม่ลงหรอก...แม่จะรอชัยเป็นเพื่อนภู” บุญศรีสีหน้าไม่สู้ดี นั่งภาวนาขออย่าให้ชัยเป็นอะไรเลย...

เวลานั้นชัยยืนตากฝนอยู่ริมแม่น้ำ ในมือเขาถือขวดเหล้าที่ดื่มไปแล้วเกือบหมด...ความผิดหวังเสียใจทำให้เขาร้องไห้ออกมา ยิ่งนึกย้อนคืนวันแห่งความสุขกับผู้หญิงที่เขารัก ยิ่งทำให้เขาร้องไห้อย่างหนัก รำพึงรำพัน ไม่นึกว่าเธอจะเปลี่ยนใจและตัดรอนกันได้ง่ายๆ โดยที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด

คิดทบทวนไปมาแต่ก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้...ชัยได้แต่ยืนน้ำตานองหน้ามองสายน้ำเชี่ยวกรากเบื้องหน้าอย่างสับสนว้าวุ่นเป็นที่สุด...แล้วตะโกนก้องแข่งกับสายฝน

“ทำไม...ทำไมคุณใจร้ายกับผมอย่างนี้ ทำไมใจร้ายกับผม รู้ไหมว่าผมรักคุณ ผมอยู่โดยไม่มีคุณไม่ได้...ผมอยู่ไม่ได้ ฮือๆๆๆ”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่
14 พ.ค. 2564

13:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 20:42 น.