ข่าว

วิดีโอ



เพลงรักเพลงปืน

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-แอคชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ปลายปากกา

กำกับการแสดงโดย: แดง บูรพา

ผลิตโดย: บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: กฤตฤทธิ์ บุตรพรม,ทัศนียา การสมนุช

สีดายั่วยวนดนัยเพื่อมัดใจเขาและร่วมมือกับเสี่ยภุชงค์แต่ล้มเหลวไม่เป็นท่าเพราะน้ำหวานกับน้ำแข็งซึ่งแอบตามมาสังเกตการณ์แกล้งโยนรังมดแดงใส่ทำให้ทั้งสีดาและดนัยผละจากกันแทบไม่ทัน!

เปรียวสบายใจขึ้นเมื่อเห็นแก้วแม่แท้ๆยอมกินข้าวและทำใจได้บ้าง กระนั้นความแค้นที่มีต่อเสี่ยภุชงค์ก็ไม่จางหาย สาวห้าวปฏิญาณต่อหน้ารูปถ่ายพ่อและบรรพบุรุษ

“หนูจะไม่ยอมขายที่นาที่เป็นที่ทำกินของปู่ย่าตายายที่อาบเหงื่อต่างน้ำเพื่อลูกหลานเพื่อให้เรามีที่ปลูกข้าว ชาวนาถ้าไม่มีที่นาทำกินก็เหมือนขอทานคอยขอเขากินไปวันๆ หนูรักพ่อนะ หนูรักพ่อ...พ่อเป็นกำลังใจให้หนูด้วย”

แก้วแอบฟังตลอด ตัดสินใจจะสู้เคียงข้างลูกสาว เปรียวเห็นแม่ก็ลุกประคองด้วยความเป็นห่วง

“แม่...นี่แม่ลุกขึ้นมาทำไม แม่เดินได้แล้วหรือ เปรียวดีใจจังเลย...แม่ดีขึ้นแล้ว”

“แม่จะตายไม่ได้ ถ้าแม่ตายแล้วใครจะอยู่กับลำตัด”

ครอบครัวเปรียวตั้งหลักได้อีกครั้งเพราะความรักที่มีต่อกันและต่อสมาชิกคณะลำตัด หินไม่ได้กังวล

หรือคิดถึงเปรียวมาก มุ่งมั่นจะกลับกรุงเทพฯเพื่อนำโครงกระดูกของพ่อแม่และพี่สาวไปชันสูตร กระนั้นเรื่องทุกอย่างยังเป็นความลับ เขาไม่ได้บอกใครนอกจากหาญเพื่อนเก่าว่าจะไปกรุงเทพฯ

“ฉันจะไปสักสองสามวัน แกดูแลหลวงตาให้ด้วยนะ ขากลับฉันจะซื้อใบชามาถวายหลวงตา”

หาญพยักหน้ารับปาก “ได้...ไม่ต้องห่วง หลวงตาน่ะท่านมีคนปรนนิบัติอยู่แล้วตั้งหลายคน ไอ้ดิน ไอ้ดำ หรือแม้แต่สัปเหร่อฉุยหรือท่านมัคนายกผวน แต่ว่า...เปรียวนี่สิ”

“ทำไมฉันต้องห่วงเด็กนั่น”

ท่าทางร้อนตัวของหินทำให้หาญอดไม่ได้ แกล้งยั่ว “แกไม่ห่วงก็ดีแล้ว...เพราะแค่ความห่วงใยของฉันก็มากพอสำหรับเปรียวอยู่แล้ว ไปเถอะ...ฉันรู้ว่าแกจะไปทำอะไรที่กรุงเทพฯ...”

หาญสบตาหินอย่างรู้ทัน หินไม่ได้โต้หรือแสดงท่าทีอะไร...อยากรู้ก็รู้ไป

ooooooo

สีดากับเหล่สืบจนรู้ว่ารังมดแดงปริศนาที่ถูกโยนมาขัดขวางตอนจะเผด็จศึกดนัยเป็นฝีมือน้ำหวานกับน้ำแข็งเลยไปเอาคืนถึงรถที่ขายสินค้าเสริมความงาม หาญผ่านมาเข้าช่วยเลยโดนลูกหลงเป็นฝ่ามือสี่สาวจนน่วมทั้งตัว

หาญหัวเสียมาก หอบใบหน้าบวมฉึ่งเพราะถูกตบกลับวัดบ้านโคก หลวงตาบุญกับมัคนายกผวนซึ่งกำลังหารือกันเรื่องงานวัดประจำปีถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นสภาพหาญ ดำกับดินที่ตามหาญไปด้วยก็สภาพไม่ต่างกัน แต่ทั้งสามหนุ่มก็ไม่มีใครปริปากพูดอะไรเพราะเป็นเรื่องขายหน้า...โดนผู้หญิงรุมตบกลางตลาด!

เปรียวกำลังใจดีขึ้นเมื่อเห็นแก้วออกมาคุมคณะลำตัดอีกครั้ง แต่ความแค้นต่อเสี่ยภุชงค์ก็ยังคับอกรอเวลาล้างแค้น สาวห้าวแวะมากราบกระดูกของก้านที่วัด

“แม่ดีขึ้นแล้วล่ะจ้ะพ่อ แม่กินได้นอนหลับ ร่างกายฟื้นตัวขึ้นเรื่อยๆหลังจากที่หลวงตาบุญท่านไปเทศน์โปรดแม่ แม่ต้องมีชีวิตอยู่เพื่อสืบสานงานลำตัดของพ่อ เปรียวก็จะมีชีวิตอยู่เพื่อล้างแค้นให้พ่อ”

เสี่ยภุชงค์ไม่ยอมจบ ส่งสี่สมุนเอก ปอก กุด เกี้ยวและฉ่ำไปดักฉุดเปรียว!

เปรียวไม่ทันระวังตัว ขากลับจากไหว้กระดูกพ่อที่วัดก็ถูกสี่สมุนของเสี่ยภุชงค์ขับรถเฉี่ยวมอเตอร์ไซค์ล้มและฉุดกระชากลากถูไปทำมิดีมิร้ายในป่าละเมาะข้างทาง

ปอกเห็นเปรียวสลบไสลเพราะหัวกระแทกต้นไม้ก็มองมาด้วยแววตาหื่นกระหาย

“ข้าขอได้รับสิทธิ์เป็นผัวคนแรกของนังเปรียวในฐานะที่ข้าโดนตีนของนังเปรียวมากกว่าพวกเอ็ง ส่วนพวกเอ็งก็เป่ายิ้งฉุบจัดลำดับกันเพื่อความเป็นระเบียบ”

สามสมุนที่เหลือเป่ายิ้งฉุบเพื่อจัดคิว ปอกไม่สนใจขยับตัวถอดเสื้อผ้า

“นังเปรียว...ฤทธิ์เยอะนักใช่ไหม...วันนี้แหละที่ข้าจะหักเหล็กในแมลงป่อง ฉีกเนื้อ...แล้วขย้ำ!”

เวลาเดียวกันนั่นเอง...หินเพิ่งกลับจากกรุงเทพฯ นั่งรถประจำหมู่บ้านมาตามทางเห็นมอเตอร์ไซค์ของเปรียวก็จำได้รีบลงไปดูและตามไปช่วยเธอจากสี่สมุนของเสี่ยภุชงค์ได้ทันเวลา

หินไม่ได้พาเปรียวส่งบ้านกลัวคนที่บ้านเธอจะแตกตื่นเมื่อเห็นสภาพสลบไสล เปรียวไม่รู้เรื่องด้วยเมื่อรู้สึกตัวก็โถมตัวทำร้ายเขาเพราะคิดว่าเขาเป็นคนลอบทำร้าย หินยกมือปัดป้อง ปากก็รีบอธิบาย

“ผมเปล่านะ ผมไม่ได้ข่มขืนคุณ ผมช่วยคุณไว้จากพวกนั้นต่างหาก นี่ถ้าผมไม่ช่วยป่านนี้คุณก็มีฝาชีทีเดียวสี่อัน เอ๊ย...สี่คนรวดไปแล้ว...ตั้งสติให้ดีแล้วคิด”

“อย่ามาแก้ตัว...นี่แน่ะ!”

เปรียวไม่ฟังคว้าท่อนไม้ข้างตัวทุบตีเขาพัลวัน หินเหลืออดรวบตัวเธอมากอดแน่น

“ปล่อย...ฉันจะฆ่าแก...ปล่อย!”

“ขืนปล่อยก็ตายเปล่าน่ะสิ รู้ไหมจะปราบผู้หญิงฤทธิ์มากผู้ชายเขาทำยังไง”

คำถามของหินทำให้เปรียวชะงักอึดใจ พยายามดิ้นหนีเพราะคิดไปไกลว่าเขาจะจูบสั่งสอนเหมือนในละครน้ำเน่า หินเห็นท่าเธอก็พอเดาได้ แกล้งโน้มตัวหาและให้มะเหงกเขกหัวเธอเต็มแรงแทน

“นี่แน่ะ! จำไว้...ทีหลังอย่าออกนอกบ้านค่ำๆมืดๆ รู้ไหมว่าทุกที่มีอันตรายสำหรับผู้หญิง ไอ้ปอก ไอ้กุด ไอ้เกี้ยว ไอ้ฉ่ำมันเป็นมนุษย์ทั้งนั้น เป็นผู้หญิงต้องรู้จักดูแลตัวเอง...เข้าใจไหม!”

ooooooo

เปรียวอายมากที่หินไม่จูบแถมเขกมะเหงกสั่งสอน กลับถึงบ้านก็พุ่งเข้าห้องนอนและเก็บตัวไม่ยอมพูดกับใคร แก้วกับบัวบานได้แต่มองตามงงๆพลางสงสัย...ใครทำสาวห้าวประจำบ้านสิ้นท่าขนาดนี้

สีดากับเหล่ไปหาเสี่ยภุชงค์เพื่อรายงานความคืบหน้าเรื่องแผนเผด็จศึกดนัย เสี่ยภุชงค์หงุดหงิดที่ทุกอย่างยังไม่เป็นตามแผนแต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ สั่งสีดาเมียเก็บคนสวยให้ลองอีกครั้ง

“ฉันเชื่อว่าเสน่ห์ของเธอต้องเอาปลัดดนัยอยู่ นอกจากเงินแล้วไม่มีอะไรจะล่อแมลงพวกนี้ได้ดีไปกว่าผู้หญิง พวกมีตำแหน่งหน้าที่ที่จะเอื้ออวยประโยชน์ให้เราได้ก็คือคนพวกนี้ ยิ่งแก่ยิ่งต้องหาเด็กๆไว้ป้อนเป็นเหยื่อ โครงการท่าทรายของฉันจะสำเร็จลงได้ก็เพราะปลัดดนัย”

คำสั่งเสี่ยภุชงค์ทำให้สีดาอึดอัด ไม่แน่ใจว่าจะทำได้เพราะดูออกว่าดนัยไม่เหมือนคนอื่น เสี่ยภุชงค์ ไม่ยี่หระท่าทางอึกอักนั้น กำชับเสียงเข้ม

“เธอต้องเร่งเครื่องให้ร้อน ทำให้คุณปลัดดนัยหลงจนไปไหนไม่รอด โครงการของฉันสำเร็จเธอก็ได้ประโยชน์ส่วนที่ฉันแบ่งให้ทำธุรกิจ ฉันจะสร้างเขตการค้าใหม่ให้เธอคุม เธอมีอำนาจคุมพื้นที่เศรษฐกิจทั้งหมดในอำเภอนี้ ไม่พอใจผู้ค้าคนไหนก็ไล่มันออกไป เมืองทั้งเมืองอยู่ในกำมือเรา เราจะทำยังไงก็ได้กับคน ในเมืองนี้”

สีดาตาวาววาดฝันถึงอำนาจที่เสี่ยภุชงค์จะให้ ก่อนนึกถึงศัตรูคู่ปรับคู่แรกที่ต้องการล้างแค้นและกำจัดถ้าเป็นไปได้...นังน้ำหวานกับนังน้ำแข็ง!

น้ำหวานกับน้ำแข็งไม่รู้เรื่อง ตั้งหน้าตั้งตาสวมบทบาทแม่ค้าขายสินค้าเสริมความงามเหมือนเคย หาญ ดินและดำซึ่งโดนลูกหลงเพราะช่วยสองสาวเมื่อวันก่อนแกล้งแวะมาเยี่ยมเพื่อทวงบุญคุณ

ขณะที่หาญต่อปากต่อคำกับน้ำหวาน หินก็ปะทะคารมกับเปรียวซึ่งคับแค้นใจที่เขาเขกมะเหงกเธอ

“ผิดหวังสินะ...ชอบแบบตบจูบๆเหมือนกันนะเราน่ะ”

เปรียวชักสีหน้า ท่าทางเอาเรื่องจนหินต้องแกล้งทวงบุญคุณ

“คนอุตส่าห์ช่วยให้พ้นจากการถูกข่มขืน  กลับกลายเป็นทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาป นี่ถ้าผมตามไปไม่ทัน ป่านนี้คุณคงตกเป็นเมียของไอ้ปอก ไอ้กุด ไอ้ฉ่ำแล้วก็ไอ้เกี้ยวสี่คนรวด”

แววตาเปรียวเปล่งประกายคั่งแค้น “ไอ้เดนนรก... มึงกับกูเจอกันแน่!”

“ระวังหน่อย...ผู้หญิงน่ะถึงจะเก่งยังไงก็สู้ผู้ชายไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอ้สี่คนนั่นน่ะล้วนแต่สายโหดทั้งนั้น”

“ฉันจะสอนบทเรียนให้มันหลาบจำจนเจอผู้หญิงที่ไหนมันต้องก้มกราบเหมือนแม่...รวมทั้งนายด้วย!”

ooooooo

หินถูกเปรียวผลักลงน้ำแต่เขาไม่ได้ถือสา ดำผุดดำว่ายจากท่าน้ำบ้านเธอกลับท่าน้ำกระท่อมป่าช้าหลังวัดบ้านโคก เจอกับหาญซึ่งเพิ่งกลับจากปะทะคารมกับน้ำหวาน สองหนุ่มมองหน้ากันเซ็งๆ เพราะต่างก็หัวเสียเพราะเจอฤทธิ์เดชผู้หญิงบ้านโคกแต่ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นสุมหัวเมื่อดำกับดินแจ้งเรื่องดนัย

“ตอนนี้เสี่ยภุชงค์กำลังจะมีปลัดคนใหม่เป็นพวก”

“ใช่แล้ว...คนเขารู้กันทั้งตำบลว่าคุณปลัดดนัยไปงานเลี้ยงต้อนรับที่เสี่ยภุชงค์จัดให้”

หาญฟังแล้วถอนใจยาว พยายามไม่คิดมากหรือมองปลัดคนใหม่ในแง่ร้าย

“คุณปลัดดนัยเขาเป็นนักปกครอง เขาต้องมีกลยุทธ์ในการเข้าถึงประชาชน...ไอ้ที่เรียกว่านโยบายการปกครอง”

ดำอดแย้งไม่ได้ “แต่ก็มีพวกคนในที่มีสีมีอำนาจตกเป็นเครื่องมือของเสี่ยภุชงค์ไม่ใช่หรือพี่”

“มันก็ต้องแล้วแต่คุณปลัดดนัยเขาล่ะว่าเลือดเขาจะเข้มหรือเลือดเขาจะจางเวลาเห็นเงิน”

หินพยักหน้าเห็นด้วยกับหาญ เปรยเสียงเข้ม

“ใช่...ถึงตอนนั้นเราจะได้รู้ไว้ว่าใครเป็นคนขายชาติขายแผ่นดิน!”

เสี่ยภุชงค์ไม่ปล่อยเวลาไว้นาน เดินหน้าเข้าหาดนัยปลัดคนใหม่ถึงที่ว่าการอำเภอ หวังสร้างภาพให้พวกชาวบ้านโคกเห็นว่าดนัยเป็นพวกเดียวกับเขา

“ผมนำกระเช้ามาแสดงความยินดีกับปลัดในฐานะที่ปลัดดนัยเพิ่งจะย้ายมารับหน้าที่ใหม่ที่บ้านโคกนี่เป็นการต้อนรับอย่างเป็นทางการ...เอ้า...ถ่ายรูปลงเฟซเพื่อการประชาสัมพันธ์”

พูดพลางโบกไม้โบกมือให้สี่สมุนเอกถ่ายภาพจากมือถือ ดนัยปฏิเสธไม่ออกได้แต่ปั้นหน้ายิ้มเจื่อนถ่ายรูปด้วย เปรียวกับบัวบานเห็นภาพคู่ของเสี่ยภุชงค์กับดนัยก็ตาลุก โดยเฉพาะเปรียวที่ถึงกับหมดศรัทธาในตัวปลัดหนุ่ม

บัวบานเลื่อนภาพในมือถือแล้วยื่นให้เปรียวดู “คุณปลัดดนัยถ่ายรูปกับพวกเสี่ยภุชงค์แล้วยังมีการลงเฟซกันเอิกเกริก เหมือนจะประกาศตัวว่าเขายอมเป็นพวกของเสี่ยภุชงค์แล้ว”

เปรียวรับมาดูแล้วอดเซ็งไม่ได้ สังคมสื่อโซเชียลสมัยนี้แพร่สะพัดเร็ว ภาพที่เห็นทำให้อดคิดไม่ได้ว่าดนัยกลายเป็นพวกเดียวกับเสี่ยภุชงค์แล้ว

“ไม่อยากเชื่อเลยว่าเราจะมองคุณปลัดดนัยผิดไป แต่มาคิดๆดูเขาก็เคยออกปากเรื่องที่นาผืนนั้น...

หรือว่าเขาเป็นพวกของเสี่ยภุชงค์”

“พี่เปรียวคิดมากไปหรือเปล่า เดี๋ยวนี้ใครทำอะไรก็ถ่ายรูปลงเฟซจนมันกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ไปแล้ว”

“ต้องไม่ใช่คนที่มีหน้าที่รับใช้แผ่นดินอย่างคุณปลัดดนัย คิดดูสิบัวบานถ้าข้าราชการต่างกลายเป็นผู้รับใช้ผู้มีอิทธิพล ประชาชนอย่างเราๆจะพึ่งใคร...”

ooooooo

ระหว่างที่หินหาทางขโมยเรือทรายของเสี่ยภุชงค์มาจมน้ำ ดนัยก็แก้เกมภาพลักษณ์ใกล้ชิดกับเสี่ยภุชงค์ด้วยการลงรูปตัวเองถ่ายคู่กับชาวบ้านโคกลงสื่อโซเชียลบ้าง

บัวบานกับเปรียวนั่งมองรูปภาพล่าสุดของดนัยด้วยแววตาฉายความพอใจ

“คุณปลัดเขาแก้ลำถูกทาง เขาเอารูปเขากับชาวบ้านลงเฟซเพื่อลบคำครหาเรื่องเสี่ยภุชงค์ ทีนี้พี่เปรียวเลิกมองคุณปลัดดนัยในทางลบหรือยัง”

“พี่เข้าใจแล้ว คุณปลัดเขาคงลำบากใจกับของกำนัลที่เสี่ยภุชงค์เอาไปให้ ไม่รับก็ไม่ได้ รับก็ถูกมองว่าเป็นพวกเดียวกับผู้ยิ่งใหญ่ เอาเป็นว่าเขาเป็นคนดี...เป็นคนที่ประชาชนตาดำๆอย่างเราจะพึ่งได้ก็แล้วกัน”

เรื่องภาพลักษณ์ดนัยจบลงด้วยดี บัวบานดีใจมากเพราะปลื้มปลัดหนุ่มเป็นทุน เปรียวก็เช่นกันคิดมาตลอดว่าคนสุภาพอย่างดนัยคงไม่ใช่คนไม่ดี...โดยไม่รู้เลยว่าเขาปกปิดความจริงอะไรไว้

สถานการณ์บ้านโคกเงียบสงบอีกครั้งหลังการตายของก้าน กระนั้นเสี่ยภุชงค์ก็ไม่ไว้ใจ โดยเฉพาะเวลาที่ยังจับตัวคนร้ายหัวขโมยเรือทรายของเขาไม่ได้ หินย่ามใจคิดว่าแผนจมเรือทรายได้ผลจะลงมืออีก หาญเป็นห่วงตามไปห้าม

“แกทำยังงี้เท่ากับท้าทายเสี่ยภุชงค์เป็นครั้งที่สอง”

“ใช่...ฉันอยากให้เสี่ยภุชงค์รู้ว่าเรือทรายที่ถูกขโมยมันอยู่ที่ไหน”

หินพูดอย่างท้าทายก่อนลงมือจมเรือด้วยความชำนิชำนาญ เมื่อเสี่ยภุชงค์ทราบเรื่องเช้าวันต่อมาก็หัวเสียมาก เรียกตัวหมวดรำพึงตำรวจกังฉินลิ่วล้อของเขามาด่าระบายอารมณ์

“เรือทรายหาย...นี่มันท้าทายกันชัดๆ หมวดยังหาเบาะแสเรือลำแรกไม่ได้ เมื่อคืนเรือทรายหายไปอีกลำ”

“ผมให้ฝ่ายสืบตามสืบไปถึงนครสวรรค์แต่ไม่มีใครพบเรือทรายของเสี่ยเลย”

“แม่น้ำสายแค่นี้เรือมีน้ำหนักเท่าตึกจะย้ายเรือขึ้นฝั่งโดยไม่ทิ้งร่องรอยได้ยังไง มันจะต้องอยู่ในแม่น้ำสายนี้ มันต้องเป็นการกระทำของพวกแมวน้ำแน่”

เสี่ยภุชงค์สงสัยว่าเรื่องเรือหายเป็นฝีมือพวกแมวน้ำหรือหน่วยซีล...หน่วยรบพิเศษของพวกทหาร แต่หมวดรำพึงส่ายหน้าไม่เห็นด้วย

“ไม่มีแมวน้ำในแม่น้ำสายนี้มาเกือบห้าสิบปีแล้วนะครับ”

“แล้วมันจะแปลกอะไรถ้ามันจะมีขึ้นมาอีก วิธีการของมันแค่ท้าทาย แค่อยากลองดีกับอิทธิพลของฉัน!”

ท่าทางเกรี้ยวกราดของเสี่ยภุชงค์ทำให้ทุกคนขยาดไม่กล้าสู้หน้า อดีตเสือชงเลยต้องหาคำตอบเองแล้วก็เบิกตาโพลงเมื่อมองลำน้ำหน้าบ้านที่สงบนิ่งอย่างผิดสังเกต ร้องสั่งลูกสมุน

“ฉันรู้แล้วว่าไอ้พวกแมวน้ำมันซ่อนเรือฉันไว้ที่ไหน...เรียกประดาน้ำมา!”

ooooooo

นักดำน้ำหลายคนถูกเรียกตัวมาท่าน้ำหน้าคฤหาสน์ของเสี่ยภุชงค์ ทั้งหมดรีบดำน้ำตามคำสั่ง

ก่อนจะพบว่ามีเรือทรายหลายลำถูกจมใต้น้ำ!


สีดาที่ตามเสี่ยภุชงค์มาดูการดำน้ำหาเรือทรายด้วยกรีดร้องดีใจ

“พบแล้วค่ะ...เอ้อ...คุณภุชงค์รู้ได้ยังไงคะว่าเรือทรายจมอยู่ที่นี่”

“แมวน้ำมันไม่มีกำลังลากเรือไปซ่อนไว้ที่อื่น มันต้องจมเรือใกล้ๆนี่แหละ เพราะมันเป็นแค่...แมว!”

หมวดรำพึงก็ตามมาด้วย ทึ่งในความฉลาดล้ำลึกของเสี่ยภุชงค์มาก กระนั้นก็อดสงสัยเหมือนคนอื่นๆไม่ได้ว่าแมวน้ำหรือหน่วยซีล...หน่วยรบพิเศษของพวกทหารคือใคร...

เสี่ยภุชงค์คิดจับแมวน้ำหรือหน่วยรบพิเศษของทหารให้ได้คาหนังคาเขา สั่งสมุนให้ดักรอจนดึกดื่นแล้วก็เป็นเรื่องจนได้เมื่อมีผู้บุกรุกอู่เรือของเขาตามคาด!

หินนั่นเองที่ลำพองใจกับแผนจมเรือของตนจนไม่ทันระวังตัว ถูกสมุนเสี่ยภุชงค์ยิงเฉี่ยวแขนเลือดไหลเป็นทาง หาญกำลังช่วยดำกับดินจับปลาในคลองหน้ากระท่อม เห็นหินหอบสภาพแขนเลือดอาบกลับมาก็จะพาไปโรงพยาบาลโดยโบกรถของน้ำหวานกับน้ำแข็งให้ช่วยแต่หินไม่อยากให้เอิกเกริกเลยดำน้ำหายไปอีกทาง

หาญโดนน้ำหวานกับน้ำแข็งเล่นงานโทษฐานหลอกให้ตกใจว่ามีคนโดนยิงต้องนำส่งโรงพยาบาล

หินไม่รู้เรื่องด้วยกลั้นใจดำน้ำไปโผล่บ้านเปรียวให้เธอช่วยทำแผลเหมือนครั้งที่แล้ว

เปรียวถอนใจเหนื่อยหน่ายแต่สุดท้ายก็อดไม่ได้ทำแผลให้หินอย่างใจเย็น

“เอ้า...ฉันทำแผลให้แล้ว เลือดก็หยุดแล้ว ดวงแข็งเหมือนกันนี่...ถ้าตรงหัวใจฉันก็ไม่ต้องลำบากแล้ว”

หินปรายตามองเธอเงียบๆแต่ไม่ยอมพูดอะไร เปรียวเสียอีกอดห่วงไม่ได้

“ถึงกระสุนจะเฉียดไปก็ควรไปโรงพยาบาลนะเผื่อแผลติดเชื้อขึ้นมามันจะยุ่ง”

“ผมไม่เป็นไร”

ท่าทีเฉยเมยเหมือนไม่สนโลกของเขาทำให้เปรียวเหลืออด แหวเสียงเขียว “ก็ไม่ได้สนใจหรอกว่าใครจะเป็นหรือใครจะตาย แต่ไหนๆก็ว่ายน้ำมาขึ้นที่บ้านลำตัดแล้วก็เลยไม่อยากให้มาสิ้นใจตายที่นี่ บอกตรงๆ...กลัวผี”

“ผีน่ากลัวตรงไหน คุณควรจะกลัวคนมากกว่ากลัวผี”

“ไม่ต้องพูดมาก...ไปซะ!”

เปรียวเอ่ยไล่เพราะโมโห แต่เมื่อเหลือบมองแผลที่แขนเขาก็ใจอ่อน พูดเสียงอ่อนลง

“ว่ายน้ำกลับไปเดี๋ยวแผลก็อักเสบ น้ำเข้าแผล แผลติดเชื้อ...เอางี้เดี๋ยวให้บัวบานพายเรือไปส่งที่ป่าช้า”

ooooooo

หินหอบสภาพสะบักสะบอมเพราะแผลถูกยิงกลับกระท่อมในป่าช้าหลังวัดบ้านโคก หาญเห็นเพื่อนเก่าบาดเจ็บก็นึกรู้ว่าคงโดนพวกเสี่ยภุชงค์เล่นงานมา

“ฉันเตือนแกแล้ว...อย่าใช้แต่ลูกบ้า นี่มันรู้แล้วใช่ไหมว่าเรือทรายถูกจมไว้ตรงไหน”

คำถามของหาญทำให้หินต้องข่มใจ พยักหน้ารับเงียบๆ

“แกหาเรื่องตาย เสี่ยภุชงค์มีอิทธิพล มีคนในเครื่องแบบเป็นมือเป็นตีน ความตายมันใกล้แกเข้ามาทุกที”

“แต่ฉันก็ยังไม่ตาย”

“ฉันไม่เข้าใจว่าแกทำอะไร...ล้างแค้นหรือก่อกวน การกระทำของแกยังบอกไม่ได้เลยว่ากำลังจะปราบอธรรม”

หาญจงใจเตือนสติเพื่อนเก่าอย่างหินให้คิดมากกว่านี้เพื่อเอาคืนเสี่ยภุชงค์เพราะลำพังพวกเขาสองคนคงต้านทานอิทธิพลและอำนาจมืดอีกฝ่ายไม่ได้ง่ายๆ

เสี่ยภุชงค์กร่างมากตามที่หาญคาด บุกหาดนัยอีกครั้งพร้อมหมวดรำพึงเพื่อกดดันเรื่องที่ดินบ้านเปรียว

“เรื่องที่ผมเคยขอความร่วมมือจากคุณปลัดเรื่องที่นาของคนลำตัดผมต้องเริ่มสร้างท่าทรายเพื่อรองรับสัมปทานใหม่ ถ้าการก่อสร้างไม่เป็นไปตามเวลาที่กำหนดผมจะเสียหายอีกหลายล้าน”

ดนัยไม่มีท่าทีหวาดกลัวหรือสะทกสะท้าน ตอกเสียงเรียบ

“เรื่องนี้ผมก็เคยบอกกับเสี่ยแล้วว่าขึ้นกับการตัดสินใจของเปรียว ผมไม่มีอำนาจหน้าที่จะบังคับให้เปรียวขายที่นาผืนนั้นได้ เสี่ยเจรจากับเจ้าของที่ดินซื้อได้ทั้งหมดยกเว้นของบ้านลำตัด แล้วทำไมถึงเจรจากับเปรียวไม่ได้ล่ะครับ”

คำถามของดนัยทำให้เสี่ยภุชงค์ผงะ ท่าทางพิรุธจนดนัยพอเดาเรื่องราวได้ แกล้งถาม

“นี่แสดงว่าเปรียวยังไม่เห็นด้วยกับการสร้างท่าทรายกับสัมปทานใหม่ของเสี่ย...ใช่ไหมครับ”

ooooooo

การเจรจาให้ดนัยช่วยเกลี้ยกล่อมเปรียวเรื่องที่ดินพังไม่เป็นท่าแต่เสี่ยภุชงค์ไม่ยอมแพ้คิดหาทางบีบปลัดคนใหม่อีก เปรียวไม่รู้ตัวว่าเป็นเป้าหมายมุ่งหน้าล้างแค้นสี่สมุนของเสี่ยภุชงค์ที่ดักฉุดเธอเมื่อวันก่อน

บัวบานร่วมลงมือกับเปรียวด้วย เมื่อสบโอกาสเห็นปอกหนึ่งในสี่สมุนแยกตัวไปปัสสาวะข้างทางก็แอบตามไปเล่นงาน เอาท่อนไม้ฟาดจนสลบและลากตัวไปมัดกับต้นไม้

อีกสามสมุนที่เหลือของเสี่ยภุชงค์นั่งรอในรถอย่างอดทน ไม่สำเหนียกสักนิดว่าปอกกำลังถูกเปรียวกับบัวบานเล่นงาน ปอกตาเหลือกเมื่อเห็นเปรียว พยายามขยับตัวหนีแต่ไปไหนไม่รอดต้องถูกเปรียวกับบัวบานด่าประจาน

“ผู้หญิงถูกทำร้ายเพราะผู้หญิงเป็นเพศอ่อนแอ ผู้หญิงถูกรังแกทั้งร่างกายและจิตใจโดยผู้ชายชั่วๆอย่างเอ็ง”

บัวบานพยักพเยิดกับลูกพี่ลูกน้องสาว “ผู้หญิงเขาไม่สมยอม แทนที่จะไปผ่าตัดเปลี่ยนสันดานใหม่ ไม่ก็ฆ่าตัวตายแล้วกลับชาติมาเกิดพร้อมสันดานอันใหม่ แต่นี่...”

“กลับเห็นผู้หญิงเป็นเหยื่อ...ทุบ...ทารุณ...ข่มขืน!”

เปรียวควักมีดโกนออกมา ย่างสามขุมเข้าหา ปอกถึงกับหน้าซีด

“นังเปรียว...นั่น...นั่นเอ็งจะทำอะไรข้า!”

“เลือกเอา! มีทางเลือกสองทาง ไม่ต้องร้อง ไม่ต้องแหกปากขอความกรุณาเพราะตอนที่ผู้หญิงถูกทำร้ายเสียงของผู้หญิงไม่เคยดังไปถึงผู้ชาย!”

บัวบานร่วมเล่นเกมเขย่าประสาทด้วยการควักไฟแช็กมาขู่ให้ปอกเลือกว่าจะโดนมีดโกนหรือไฟแช็ก ปอกร้องโหยหวนด้วยความกลัวสุดขีดหวังให้สมุนที่เหลือมาช่วยแต่เปรียวก็ดับความหวังนั้น

“ไม่มีใครช่วยหรอก ไอ้พวกนั้นมันนั่งฟังเพลงในรถสบายใจไม่มีใครได้ยินเสียงเอ็งหรอก”

“อย่า...กราบเลย ต่อไปนี้ไม่ฉุดคร่า ไม่ข่มขืนใครอีกแล้ว...กราบเพศแม่ไว้ ณ ที่นี้เลย”

“เห็นแก่สำนึกที่ดีที่คิดจะกลับตัวกลับใจ เอ็งควรจะมีอวัยวะเพื่อใช้ในการอื่น...”

พูดจบก็ขยิบตาให้บัวบานจุดไฟ ปอกหลับตาปี๋ แหกปากร้องลั่นป่าก่อนลืมตามาพบว่าสองสาวจากคณะลำตัดบ้านโคกหายตัวไปแล้ว!

ooooooo

เสียงร้องโหยหวนของปอกเรียกพรรคพวกที่เหลือคือกุด เกี้ยวและฉ่ำให้วิ่งไปดู ทั้งสามตะลึงมากเพราะสภาพเกือบล่อนจ้อนของปอกแต่ก็พูดอะไรไม่ได้มากต้องรีบแก้มัดและพาปอกกลับบ้าน

เปรียวกับบัวบานสะใจมากที่ได้เอาคืนสมุนของเสี่ยภุชงค์ เดินยิ้มร่ากลับบ้านจนแก้วอดแปลกใจไม่ได้ เปรียวไม่ได้ตอบว่าหายไปทำอะไรตั้งแต่เช้าแต่บอกปัดดื้อๆ

“แม่ไม่ต้องรู้หรอก แม่ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องก็ได้ หน้าที่ของแม่คือทำบุญตักบาตร อุทิศส่วนกุศลให้พ่อให้บรรพบุรุษชาวลำตัดกับชาวนาของพวกเรา”

แก้วเชื่อใจลูกสาวว่าคงไม่ทำเรื่องไม่ดีแต่ก็อยากเตือนสติ “อย่าทำเรื่องเดือดร้อน เรื่องผิดกฎหมายนะเปรียว...ถึงเราจะรู้ว่าใครฆ่าพ่อแต่เราก็ต้องให้กฎหมายเอาตัวมันมาลงโทษ บ้านเมืองมีกฎหมายนะ...อย่าใช้กฎหมู่”

บัวบานรู้เห็นวีรกรรมทุกอย่างของลูกพี่ลูกน้องสาวอดแย้งไม่ได้

“แล้วถ้ากฎหมายจัดการกับคนผิดไม่ได้ล่ะแม่แก้ว”

“ก็ยังมีกฎแห่งกรรม...กฎแห่งกรรมจะตามไปสนองมัน!”

เสี่ยภุชงค์ไม่ยอมอยู่เฉยเดินเกมบีบพวกบ้านเปรียวให้ขายที่ดินด้วยการบำเพ็ญตัวให้เป็นประโยชน์ ตั้งแต่ช่วยเหลือชุมชนยันไปร่วมงานทำบุญที่วัด สัปเหร่อฉุยเห็นบ่อยเข้าก็อดเปรยกับหาญไม่ได้

“พักนี้เสี่ยภุชงค์เข้าวัดทุกวันพระทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเอาหน้าโผล่มาให้พระเห็น สงสัยจะมีอะไรเสียแล้วละ”

“เสี่ยภุชงค์คงมาหาแนวร่วมเรื่องสร้างท่าทรายใหม่ ชาวบ้านทยอยขายที่นาให้เสี่ยภุชงค์แล้วนี่”

“ก็ไม่ใช่ทั้งหมด...ยัง...พวกบ้านลำตัดยังไม่ขายที่นังเปรียวยังขวางทางอยู่เสี่ยภุชงค์เลยไม่มีทางออก”

หินนั่งฟังอยู่ด้วย ตั้งท่าจะบอกว่าเสี่ยภุชงค์คงมีเป้าหมายหลักคือดนัย แต่ไม่ทันอ้าปากดนัยก็โผล่มาที่วัด สัปเหร่อฉุยรีบไปต้อนรับขับสู้อย่างดีตามประสาพวกเห่อคนในเครื่องแบบ

“คุณปลัดดนัย...สวัสดีครับ วันนี้วันพระคุณปลัดมาทำบุญด้วยหรือครับ”

ดนัยอึกอัก ไม่กล้าบอกว่ามาวัดเพราะอยากดูเปรียวเล่นลำตัด ได้แต่อ้อมๆแอ้มๆถามถึงเปรียว หาญได้ยินก็หงุดหงิดแต่ไม่คิดยอมแพ้ ประกาศทีเล่นทีจริงจะเอาคารมและเสียงร้องของตนเอาชนะใจเปรียวให้ได้

ooooooo

ดนัยถูกตาต้องใจเปรียวเลยอยากผูกสัมพันธ์ เสี่ยภุชงค์ไม่รู้เรื่องนี้แต่อยากบีบให้ดนัยเป็นพวกจึงไปดักรอเขาตามที่ต่างๆไม่เว้นแม้แต่ในวัดโดยยกเรื่องทำบุญบังหน้า น้ำหวานกับน้ำแข็งฉวยจังหวะนี้บุกคฤหาสน์ของเสี่ยภุชงค์เพราะอยากหาหลักฐานเรื่องอิทธิพลเถื่อนในบ้านโคก

น้ำหวานกับน้ำแข็งย่ามใจคิดว่าพวกเสี่ยภุชงค์ไม่อยู่บ้าน ควักมือถือถ่ายมุมต่างๆแต่ไม่ทันได้ครบดังใจ หมวดรำพึงกับจ่าลูกน้องที่รับอาสาเฝ้าบ้านแทนเสี่ยภุชงค์ก็โผล่มาดักหน้าและยึดมือถือพวกเธอ

หมวดรำพึงเหม็นหน้าสองสาวเมืองกรุงมากเพราะเจอทุกครั้งก็มีเรื่องถึงโรงพัก เขาจึงไม่ลังเลจะสั่งยึดมือถือ น้ำหวานกับน้ำแข็งร้อนใจมากเพราะกลัวความลับและสถานะแท้จริงของพวกตนเปิดเผย แก้ตัวน้ำขุ่นๆว่ามาเที่ยวและแค่อยากถ่ายเซลฟี่ ตำรวจหนุ่มกังฉินไม่เชื่อแม้แต่น้อยตอกเสียงเข้ม

“จะเซลฟี่หรือบุกรุกที่นี่ก็เป็นเขตหวงห้าม เป็นที่ส่วนบุคคล ไม่อนุญาตให้ใครเข้ามายุ่มย่าม ไป...ไปโรงพัก ส่วนโทรศัพท์มือถือนี่ยึดเป็นของกลาง จ่า...คุมตัวไป!”

ขณะที่น้ำหวานกับน้ำแข็งโดนคุมตัวไปโรงพัก เสี่ยภุชงค์ก็ทำคะแนนต่อหน้าพวกชาวบ้านที่มาร่วมงานทำบุญที่วัดบ้านโคก ดนัยไม่ได้สนใจเสี่ยภุชงค์แต่ตามติดเปรียวโดยมีแก้วสนับสนุนตามประสาพวกชอบคนในเครื่องแบบ หินมองตามด้วยแววตานิ่งสงบก่อนตาลุกวาวเมื่อเสี่ยภุชงค์แย่งไมโครโฟนจากมัคนายกผวนไปพูดกลางเวทีงานวัด

“สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้องชาวบ้านโคก ผม...เสี่ยภุชงค์มีข่าวจะประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องชาวบ้านโคกทราบเกี่ยวกับการเปิดท่าทรายใหม่ เราได้เตรียม

การจัดพื้นที่ในโครงการนี้เพื่อเป็นประโยชน์กับพ่อแม่พี่น้องชาวบ้านโคก บ้านโคกเราจะมีท่าทรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ จะนำความเจริญมาสู่อำเภอบ้านโคก”

เสี่ยภุชงค์พยายามชี้ชวนให้พวกชาวบ้านเห็นดีเห็นงามกับโครงการท่าทรายของตน หิน หาญและเปรียวเบือนหน้าหนีแต่เสี่ยภุชงค์ก็ไม่สนใจเดินหน้าโฆษณาข้อดีของโครงการ

“ลูกหลานชาวบ้านโคกจะได้มีงานทำ ไม่ต้องไปเร่ร่อนหางานทำไกลบ้าน สนับสนุนท่าทรายก็เหมือนพ่อแม่พี่น้องสนับสนุนความเจริญของท้องถิ่น”

เปรียวอดรนทนไม่ไหว กระโดดขึ้นเวทีไปแย่งไมโครโฟนจากเสี่ยภุชงค์

“แต่พ่อแม่พี่น้องก็ต้องคิดให้ดี มีท่าทรายแล้วใครได้ประโยชน์ ใครได้ดูดทรายในแม่น้ำเจ้าพระยาย่านนี้ พี่น้องหรือ ไม่ใช่...เราแค่หากุ้งหาปลา ทำนาทำสวนโดยอาศัยน้ำจากแม่น้ำ การดูดทรายทั้งปี

ทั้งชาติมีผลต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ข้อสำคัญ...ใครได้ประโยชน์มากกว่าชาวบ้านโคก”

เสี่ยภุชงค์โมโหมาก แย่งไมโครโฟนคืนแล้วโต้เสียงเข้ม “ชาวบ้านต้องได้ประโยชน์แน่”

เปรียวแสยะยิ้มก่อนแกล้งท้า “งั้นปีนี้งานประจำปีวัดบ้านโคกคงไม่ต้องเรี่ยไรปัจจัยจากชาวบ้าน กฐินไม่ต้องจองเพราะเสี่ยภุชงค์จะเป็นเจ้าภาพทั้งหมด เราหยุดเรื่องท่าทรายเอาไว้ก่อนเพราะนี่ก็ใกล้ถึงงานบุญประจำปีของวัดบ้านโคกเข้ามาแล้ว เรามาร่วมกันจัดงานบุญประจำปีวัดบ้านโคกให้ยิ่งใหญ่กันดีกว่า”

สีหน้าเสี่ยภุชงค์เข้มขึ้นจนเหล่าสมุนและคณะติดตามอย่างสีดากับเหล่นั่งไม่ติด เปรียวยักไหล่ไม่ยี่หระและลงไปร้องรำทำเพลงกับคณะลำตัดให้ความบันเทิงกับพวกชาวบ้านเหมือนเคย

เสี่ยภุชงค์เสียหน้าที่ถูกเปรียวท้าทายกลางงานวัดท่ามกลางพวกชาวบ้านและดนัยปลัดหนุ่มที่เขาต้องการดึงเป็นพวก อดีตเสือชงผลุนผลันกลับบ้านแทบไม่ทันเพราะกลัวอดใจไม่ไหวสั่งฆ่าเปรียวกลางงานวัด!

“นังเปรียวโอหังขึ้นทุกวัน มันฉีกหน้าฉันบนศาลาต่อหน้าชาวบ้าน ต่อหน้าหลวงตาบุญ ต่อหน้าคุณปลัดดนัย”

เหล่าสมุนของเสี่ยภุชงค์ถึงกับกระเจิงเมื่อเจออารมณ์เกรี้ยวกราดของเจ้านายหนุ่มใหญ่ สีดาก็กลัวเลยรีบผสมโรงด่าเปรียวไปด้วย

“มันพยายามเลี่ยงประเด็นเรื่องท่าทราย เอางานวัดขึ้นมาอ้าง นังนี่แรงขึ้นทุกวัน ตั้งแต่พ่อมันตายมันก็ทำเหมือนอยากจะตายตามพ่อมัน จัดการมันเลยค่ะคุณภุชงค์”

“ยังไม่ใช่ตอนนี้...ฉันยังต้องการศรัทธาของชาวบ้านเพราะเราต้องทำธุรกิจ แม่น้ำยังมีทรายให้ดูดขึ้นหาประโยชน์ ทรายจะหมดแม่น้ำก็ช่างมัน ทรายหมดเราก็ย้ายท่าทรายไปเปิดดูดทรายที่อื่น”

“แล้วเรื่องงานวัดคุณภุชงค์จะยอมให้นังเปรียวได้หน้าได้เสียงไปคนเดียวหรือคะ”

“ฉันจะทำลายความเชื่อถือของชาวบ้านที่มีต่อนังเปรียวด้วยการทำให้มัน...เสียหน้า!”

เสี่ยภุชงค์รอเวลาเอาคืนเปรียวอย่างใจเย็น ขณะเดียวกันที่วัดบ้านโคก...หลวงตาบุญกับมัคนายกผวนก็หารือเรื่องงานวัดประจำปีที่จะจัดในอีกไม่กี่วัน

“ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ก็กำหนดวันงานบุญประจำปีแบบตกกระไดพลอยโจนเลยมัคนายกผวน ดีเหมือนกันชาวบ้านเหนื่อยทำนามาทั้งปีเขาจะได้มีงานรื่นเริง ได้รักษาทั้งขนบทั้งธรรมเนียมประเพณี ได้ทำบุญตักบาตรให้มีลำตัดเพราะเป็นสมบัติของคนบ้านเรา...ให้มีลำตัดประชันกัน”

หาญได้ยินว่าจะมีประชันลำตัดก็ดีใจเนื้อเต้น อยากอวดฝีมือร้องเพลงของตน รีบหันไปอวดหิน

“แกได้ยินไหม...จะมีลำตัดประชัน ฉันนี่แหละจะขึ้นไปดวลกับเปรียว”

หินทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ แกล้งทำเสียงดูถูก “แกน่ะหรือ”

หาญไม่ถือสา มั่นใจในน้ำเสียงของตนมาก “ฉันนี่แหละ...ฉันจะเอาชนะเปรียวด้วยฝีปากอันคมกริบของฉัน ฉันจะเอาชนะหัวใจของเปรียวให้ได้!”

ooooooo

น้ำหวานกับน้ำแข็งถูกคุมตัวไปโรงพักเพื่อรับทราบข้อหาบุกรุกคฤหาสน์เสี่ยภุชงค์ สองสาวเมืองกรุงไม่ยี่หระเรื่องข้อหาหรือค่าปรับ อยากได้มือถือคืนมากกว่าแต่หมวดรำพึงไม่ยอมคืนให้ง่ายๆ

“กลับไปได้แล้ว...แล้วจำไว้นะ...อย่าเฉียดเข้าไปใกล้บ้านของคุณภุชงค์อีกเดี๋ยวจะเจอข้อหาบุกรุก โทรศัพท์นี่เก็บเป็นของกลาง ถ้ารูปในโทรศัพท์พิสูจน์ได้ว่าเป็นรูปโป๊ รูปส่วนตัว...ดูเสร็จแล้วจะคืนให้”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งสองสาวเมืองกรุงให้มองหน้ากันเครียดๆ...กลัวความลับเปิดเผย


พวกชาวบ้านตื่นเต้นกับงานวัดประจำปีกันมาก ช่วยกันเตรียมงานอย่างขยันขันแข็ง หินกับหาญเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ช่วยสัปเหร่อฉุยกับมัคนายกผวนควบคุมงานก่อสร้างต่างๆ สีหน้ายิ้มแย้มของพวกชาวบ้านทำให้หลวงตาบุญอิ่มใจ หาญเห็นดังนั้นก็เอ่ยกับหินอย่างมาดมั่น

“ฉันจะประฝีปากกับเปรียว คราวนี้เปรียวต้องหันมารักฉันแน่”

“แกเป็นนักร้องไม่ใช่ลำตัด แกจะเอาอะไรไปประชันกับเปรียว”

“ฉันมีทีเด็ดของฉัน แกล่ะ...คืนพรุ่งนี้แกจะทำอะไร”

หินไม่ได้ตอบคำถามของหาญแต่แอบออกจากวัดไปคฤหาสน์เสี่ยภุชงค์ในคืนเดียวกัน

“ฉันต้องหาหลักฐานที่จะระบุให้ได้ว่าแกคือเสือชง!”

เสี่ยภุชงค์ไม่คิดว่าจะมีคนล้วงคองูเห่าบุกรุกบ้านในคืนที่มีงานวัดจึงควงสีดาไปร่วมงานหวังฉีกหน้าเปรียวเอาคืน คณะลำตัดของเปรียวกำลังแสดงอย่างสนุกสนาน เสี่ยภุชงค์เห็นดังนั้นก็กระโดดขึ้นขวางกลางเวทีดื้อๆ

“ลำตัดฟังเมื่อไหร่ก็ได้แต่ข้อเสนอเราต้องฟังเดี๋ยวนี้ ตัดสินใจให้เร็วที่สุดเพราะมันเกี่ยวกับปากท้องชาวบ้านโคก”

ชาวบ้านถึงกับไปไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าเสี่ยภุชงค์จะกล้าทำขนาดนี้ สีดาไม่สนใจโพล่งไล่คณะลำตัด

“สนใจแล้วใช่ไหม...ถ้าสนใจก็ไล่ลำตัดลงไปจากเวทีก่อน”

คณะลำตัดของเปรียวยังนิ่งไม่ขยับ สีดาโมโหแหวขู่เสียงเขียว

“ต้องให้ชาวบ้านโห่ไล่ใช่ไหมลำตัดถึงจะยอมลงจากเวที”

หาญอยากช่วยกู้หน้าให้คณะลำตัดและหักหน้าเสี่ยภุชงค์ตัดสินใจกระโจนขึ้นเวที

“เดี๋ยวก่อนครับพ่อแม่พี่น้อง อย่าเพิ่งไล่ลำตัดลงจากเวที ไม่ยังงั้นท่านจะไม่รู้ว่าลำตัดกับแร็ปใครจะแน่กว่ากัน!”

พูดจบก็ออกลีลาร้องเพลงแร็ปพร้อมเต้นประกอบอย่างเมามัน เปรียวกับชาวคณะลำตัดตะลึงมาก พวกชาวบ้านก็เช่นกัน หัวเราะยิ้มร่าอย่างสนุกสนาน ไม่สนใจข้อเสนอและท่าทางเกรี้ยวกราดของเสี่ยภุชงค์แม้แต่นิดเดียว

ooooooo

หินเข้าไปสำรวจคฤหาสน์เสี่ยภุชงค์อย่างไม่กลัวเกรงกระทั่งเจอตู้โชว์ในห้องโถงที่มีปืนโบราณกระบอกหนึ่งตั้งอยู่ เขารู้สึกสะดุดตาอย่างบอกไม่ถูกแต่ไม่ทันเอื้อมไปหยิบยามเฝ้าคฤหาสน์ก็โผล่มาเห็นเขา!

เหตุการณ์ชุลมุนหลังจากนั้น สี่สมุนเอกของเสี่ยภุชงค์คือ ปอก กุด เกี้ยวและฉ่ำคว้าปืนไล่ยิงผู้บุกรุกที่ยังไม่เห็นหน้าแต่ก็จับไม่ได้แม้แต่เงา ทุกคนในบ้านร้อนใจมากรีบไปตามเสี่ยภุชงค์ที่วัดให้กลับมาดูความเสียหาย

เสี่ยภุชงค์โกรธมากที่ถูกลูบคมถึงบ้าน เขาเดินไปหยุดดูตู้โชว์ปืนโบราณแล้วนิ่วหน้า


“ปืน...มันต้องการปืนกระบอกนี้ไปทำไม ปืนเก่า...ฉันเก็บมันไว้เกือบสามสิบปี ปืนกระบอกนี้มันมีวิญญาณเพชฌฆาตเพราะมันเป็นปืนของ...”

ไม่มีใครรู้ว่าปืนโบราณกระบอกนั้นมาจากไหน เสี่ยภุชงค์หรืออดีตเสือชงไม่เคยบอกใครแม้แต่สี่สมุนเอก หินมั่นใจว่าปืนกระบอกนั้นต้องมีเบื้องหลังน่าสนใจจึงคิดกลับมาที่คฤหาสน์อีกครั้ง

ระหว่างที่หินหาทางกลับไปคฤหาสน์เสี่ยภุชงค์ น้ำหวานกับน้ำแข็งก็บ่นเรื่องมือถือที่ถูกตำรวจยึด

“หมวดรำพึงแสดงตัวตนชัดเจนว่าเขาเป็นสมุนรับใช้เสี่ยภุชงค์ คอยเคลียร์คดีให้ผู้มีอิทธิพล เขาเป็นตำรวจเลว”

“เรารู้ว่าเขาเป็นตำรวจเลวน่ะไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ แต่ถ้าหมวดรำพึงรู้ว่าเราเป็น...”

“ฉันกำลังคิดอยู่นี่ไงว่าจะเอาโทรศัพท์มือถือคืนมาได้ยังไง”

“รีบคิดเร็วๆเถอะค่ะคุณน้ำหวาน ขืนคิดช้าเราเดือดร้อนแน่”

สองสาวจากกรุงเทพฯคิดไม่ตกจะชิงมือถือคืนจากหมวดรำพึงด้วยวิธีไหน เช่นเดียวกับหาญที่หนักใจมากขึ้นทุกวันเรื่องหินไม่ยอมล้มเลิกเรื่องล้างแค้นเสี่ยภุชงค์ ข่าวการบุกรุกคฤหาสน์หลังใหญ่ของเสี่ยภุชงค์แพร่สะพัดทั่วหมู่บ้าน หาญเดาได้โดยไม่ต้องคิดว่าต้องเป็นฝีมือหินเพื่อนเก่า

หินไม่ยี่หระคำเตือนของเพื่อนเก่าอย่างหาญ เดินหน้าคิดแผนกลับไปคฤหาสน์ของเสี่ยภุชงค์อีก เสี่ยภุชงค์ก็ไม่หวั่นเช่นกัน พักเรื่องตามหาผู้บุกรุกแต่เดินหน้าบีบดนัยเรื่องที่ดินบ้านเปรียว

“ผมยังทำโครงการท่าทรายไปไม่ถึงไหน ทั้งที่สายของผมในกระทรวงไฟเขียวเรื่องสัมปทานใหม่แล้ว คุณปลัดสัญญาว่าจะช่วยทำโครงการนี้ให้สำเร็จ”

“ผมพยายามช่วยแล้วนะ อย่างที่บอก...เรื่องนี้แล้วแต่การตัดสินใจของเปรียว เสี่ยเป็นคนที่นี่ ทำมาหากินกับชาวนามานานน่าจะทำความเข้าใจกับเปรียวไม่ยาก ผมเป็นคนจากที่อื่นเปรียวคงไม่เชื่อผมมากกว่าเสี่ยนอกเสียจาก...”

เสี่ยภุชงค์นิ่วหน้าด้วยความอยากรู้ ดนัยแกล้งเงียบอึดใจก่อนเอ่ยทิ้งท้าย

“เสี่ยจะทำให้เปรียวเชื่อไม่ได้ว่าโครงการท่าทรายมีประโยชน์กับชาวบ้านบ้านโคกจริง”

ooooooo

วีรกรรมของดนัยปลัดหนุ่มคนใหม่ประจำ บ้านโคกเป็นที่โจษจันในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น การเผชิญหน้าระหว่างเขากับเสี่ยภุชงค์เป็นที่จับตา ไม่มีใครรู้ว่าเขาคุยอะไรกับเสี่ยใหญ่บ้าง แต่ท่าทางหัวเสียของฝ่ายนั้นก็ทำให้พวกชาวบ้านเดาว่าคงจบไม่สวย แก้วก็เป็นคนหนึ่งที่ปลื้มปลัดหนุ่มอย่างออกนอกหน้า

“คุณปลัดนี่สุดยอดไปเลยค่ะ มันต้องยังงี้สิ คุณปลัดเป็นข้าราชการ...ข้าราชการคือคนของรัฐของประชาชน คนของแผ่นดิน ฉันภูมิใจในตัวคุณปลัดที่คุณปลัดไม่ตกเป็นทาสน้ำเงินของผู้มีอิทธิพล”


บัวบานก็ออกอาการไม่ต่างกัน “บัวบานกับพี่เปรียวขอโทษด้วยนะคะที่เคยมองคุณปลัดผิดไป”

เปรียวยิ้มกว้างเสริมคำพูดของบัวบาน “แต่ตอนนี้เราเข้าใจคุณปลัดแล้วล่ะค่ะ”

“ผมดีใจที่เปรียวกับบัวบานเข้าใจผม หวังว่าชาวบ้านโคกคงเข้าใจความจำเป็นของผมด้วย”

“เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงค่ะ บัวบานกับพี่เปรียวจะคอยเป็นกระบอกเสียงให้คุณปลัดเอง”

“เราจะฟอกคุณปลัดให้ขาวตอนที่คุณปลัดโดนสาดโคลน คุณปลัดไม่ต้องห่วงค่ะ ยังไงเปรียวก็ไม่ขายที่ทำกินของปู่ย่าตายายสนองตัณหาที่ไม่รู้จักพอของเสี่ยภุชงค์หรอกค่ะ”

ดนัยชอบใจมากที่ตบตาสองสาวบ้านโคกอย่างเปรียวกับบัวบานได้ แถมซื้อใจพวกชาวบ้านไว้เป็นพวกอีกมาก...อีกไม่นานภารกิจที่เขาได้รับมอบหมายจากใครคนหนึ่งจะต้องเป็นจริงในไม่ช้า

ooooooo

เสี่ยภุชงค์มัววุ่นกับงานที่ท่าทรายจนไม่มีเวลาให้สีดา เมียเก็บคนสวยเหงามากและคิดเข้าหาหินเพราะถูกตาต้องใจในความหล่อล่ำของเขา เหล่อาสาช่วยเต็มที่แต่ดันโชคไม่ดีเปรียวโผล่มาเห็นเสียก่อน

หินรอดตัวจากสีดาหวุดหวิด กว่าจะรู้ตัวว่าถูกสีดากับเหล่หลอกมาทำมิดีมิร้ายก็เมื่อได้ยินเสียงกรี๊ดของเปรียว เขารีบผละตัวออกห่างทิ้งสีดาให้กระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความขัดใจที่ไม่ได้เผด็จศึกหิน

เปรียวหงุดหงิดหัวใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นภาพบาดตาระหว่างหินกับสีดา อาละวาดปาข้าวของในบ้าน บัวบานที่เห็นทุกอย่างด้วยนิ่วหน้า งงท่าทางเปรียวมากกว่าที่ทำเหมือนหึงหินแต่อีกฝ่ายคงยังไม่รู้ตัว

“หญิงก็โฉดชายก็ชั่ว นังสีดาก็ไม่รู้จักอิ่มจักพอ ส่วนเจ้าหินก็กินไม่เลือก คนเราถึงจะได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ที่ต้องผสมพันธุ์กันก็จริงแต่คนก็เป็นสัตว์ประเสริฐที่เกิดมามีปัญญาติดตัว คนต้องมีสติต้องมีศีล ศีลห้าข้อท่องได้หรือเปล่าไม่รู้ อยู่ในวัดซะเปล่า อาศัยข้าววัดกินไปวันๆ แต่ไม่มีทั้งสำนึกทั้งสติ คนแบบนี้เขาเรียกว่าคนเดนคน!”

หินผละจากสีดามาได้ก็เข้าเมืองไปเดินตลาด แอบได้ยินน้ำหวานกับน้ำแข็งพูดเรื่องมือถือถูกตำรวจยึดก็ช่วยเอาคืนแบบเงียบๆด้วยการลอบเข้าโรงพักขโมยมือถือพวกเธอมาคืนให้

น้ำหวานกับน้ำแข็งอึ้งมากเมื่อหินเอามือถือมาคืนโดยอ้างว่าเก็บได้ เห็นรูปในมือถือเลยคืนถูกคน หินไม่รอให้พวกเธอขอบคุณปลีกตัวดื้อๆ ทิ้งสองสาวให้ยืนงงก่อนมองหน้ากันเครียดๆ...กลัวเขาจะรู้ความจริง

“เขาจะรู้ไหมว่าในโทรศัพท์เครื่องนี้มีอะไร”

หมวดรำพึงไม่ได้ยี่หระเรื่องมือถือของสองสาวเมืองกรุงที่หายไปมากนัก ถูกเสี่ยภุชงค์เรียกตัวไปที่คฤหาสน์เพื่อหารือเรื่องเปรียวที่นับวันจะยิ่งเป็นตัวปัญหาทำให้โครงการท่าทรายเขาเริ่มไม่ได้

“ก็ไหนคุณปลัดดนัยจะเจรจากับนังเปรียวให้ไงครับเสี่ย”

“คุณปลัดดนัยเจรจาแล้วแต่ไม่สำเร็จ นังเปรียวนี่มันหัวแข็ง หัวดื้อหัวชนฝาเหมือนพ่อมันไม่มีผิด”

“แล้วทำไมเราไม่หาทางกำจัดนังเปรียวล่ะครับเสี่ย”

“ฉันทำอะไรเอิกเกริกไม่ได้เพราะฉันไม่แน่ใจว่าปลัดดนัยเขาจะอยู่ข้างเราหรือเปล่า ฉันดูเขาไม่ออก”

“งั้นก็ทำให้มันเป็นเหตุสุดวิสัยสิครับเสี่ย”

คำแนะนำของหมวดรำพึงทำให้เสี่ยภุชงค์หรืออดีตเสือชงตาวาว เอ่ยเสียงเหี้ยม

“ฉันรู้แล้วว่าจะทำยังไง!”

ooooooo


ละครเพลงรักเพลงปืน ตอนที่ 3 อ่านเพลงรักเพลงปืนติดตามละครเพลงรักเพลงปืน ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย กฤตฤทธิ์ บุตรพรม,ทัศนียา การสมนุช 17 มี.ค. 2562 07:47 2019-03-20T03:08:46+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ