ข่าว

วิดีโอ



เพลงรักเพลงปืน

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-แอคชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ปลายปากกา

กำกับการแสดงโดย: แดง บูรพา

ผลิตโดย: บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: กฤตฤทธิ์ บุตรพรม,ทัศนียา การสมนุช

เปรียว สาวห้าวประจำคณะลำตัดบ้านโคก

คาใจเรื่องเจอหินในป่าละเมาะแถวเขาหน่อ สีหน้าครุ่นคิดจนบัวบานลูกพี่ลูกน้องสาวอดถามไม่ได้

“พี่เปรียวแน่ใจหรือว่าโจรมันเอาข้าวของทองหยองที่ปล้นวันงานบุญไปซ่อนไว้ที่นั่น”

“แน่ใจ...มันไม่กล้าปล่อยของเพราะกลัวชาวบ้านจะสงสัย ปล้นกลางวันแสกๆแถมปล้นบนศาลา พอถูกจับได้ ก็เอาสีข้างถูๆไถๆแก้ตัว แต่พฤติกรรมของไอ้หินกับไอ้หาญมันบอกเหตุว่ามันเป็นโจรแน่ๆ”

“เราจะทำให้ชาวบ้านเชื่อได้ยังไงว่า...”

“เราต้องหาหลักฐานมัดตัวมัน จับมันก่อนที่มันจะก่อความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอีก แค่มีพวกสมุนของเสี่ยภุชงค์คอยกดขี่ชาวบ้านก็เดือดร้อนพอแล้ว เสี่ยภุชงค์กำลังจะทำธุรกิจท่าทราย เจ้าของที่ดินที่ไม่ยอมขายถูกข่มขู่ทุกวัน แผ่นดินกำลังจะร้อนเป็นไฟเราต้องประพฤติตัวเป็นพลเมืองดีปราบโจร!”

คืนเดียวกันที่ท่าน้ำหน้าคฤหาสน์เสี่ยภุชงค์...หินแอบดำน้ำไปสอดแนมแต่โชคร้ายพวกเสี่ยภุชงค์รู้ตัว

ไล่ยิงเฉี่ยวแขนเขา หินกลั้นใจดำน้ำไปขอความช่วยเหลือจากเปรียวกับบัวบานที่ท่าน้ำบ้านคณะลำตัด เปรียวไม่ไว้ใจแต่ต้องยอมช่วยแบบเสียไม่ได้เพราะเห็นแก่มนุษยธรรม

เสี่ยภุชงค์โกรธมากที่มีผู้บุกรุกมาลูบคมถึงบ้าน เรียกตัวหมวดรำพึงมาหาแต่เช้าวันต่อมา

“เมื่อคืนมีคนบุกเข้ามาทางน้ำแต่เราจับตายไม่ได้ วันนี้หมวดมาบอกว่ามีคนไปขอรื้อฟื้นคดีปล้นเมื่อยี่สิบห้าปีก่อนยังงั้นหรือ...มันเป็นใคร”

“ไอ้หิน...ในเอกสารคำร้องบอกว่ามันชื่อ...หิน ท่าลาด”

“ผมไม่เคยได้ยินชื่อนี้”

“ผมก็ไม่เคยได้ยิน ถึงจะอยู่ที่นี่มานับสิบปี ผมถึงได้แปลกใจที่มีคนมาขอค้นสำนวนคดีนี้”

คำพูดของหมวดรำพึงทำให้เสี่ยภุชงค์นิ่วหน้าก่อนเบิกตาโพลงเมื่อคิดถึงความเป็นไปได้ที่เหลือเชื่อ

“หมวดว่ามันชื่ออะไรนะ!”

ooooooo

หินไม่ยี่หระหากเสี่ยภุชงค์จะรู้ตัวตนแท้จริง หอบแผลเฉี่ยวที่แขนและสภาพสะบักสะบอมเพราะหนีตายกลับไปกระท่อมท้ายป่าช้าใกล้วัดบ้านโคก หาญรออยู่แล้วด้วยความเป็นห่วง

“แกบุกเข้าไปในรังของเสี่ยภุชงค์มาใช่ไหม เมื่อคืนนี้แกหายไปทั้งคืน เพิ่งโผล่กลับมาตอนตีสามพร้อมแผลถูกยิง แกบอกฉันมาเดี๋ยวนี้เลยว่าแกเข้าไปทำอะไรในนั้น”

ไม่มีคำตอบจากหิน ดินกับดำลูกศิษย์วัดบ้านโคกเสียอีกที่เป็นเดือดเป็นร้อนแทน

“พี่หิน...ตอนนี้เสี่ยภุชงค์กำลงบีบซื้อที่ดินของชาวบ้านที่มีเขตต่อเนื่องกับท่าทรายที่จะได้สัมปทานใหม่ มีชาวบ้านที่ต่อต้านเสี่ยภุชงค์หายไป ลูกเมียกำลังไปแจ้งความคนหายที่โรงพัก”

“ทีหลังพี่ไปไหนพวกฉันไปด้วยนะ พวกเราเป็นห่วงพี่”

หินซึ้งใจในความห่วงใยของเพื่อนเก่าและสองลูกศิษย์วัดแต่ยังปากแข็งบอกไม่เป็นอะไรมาก หาญอดรนทนไม่ไหวกับความดื้อรั้นของหินโพล่งอย่างเหลืออด

“แกถูกยิงมานะ...กระสุนแค่ถาก นี่ถ้าลูกกระสุนมันเข้าจุดสำคัญละก็ป่านนี้แกคงลอยอืดอยู่ตามริมตลิ่งแล้ว ไอ้ฉันน่ะไม่ได้ห่วงแกหรอก ฉันเป็นแค่เพื่อนกินข้าวร่วมบาตรของหลวงตามาด้วยกันแต่ฉันเป็นคนกลัวผีโว้ย”

คำเตือนแกมบ่นของหาญทำให้หินหัวเราะได้เป็นครั้งแรกของเช้าวันนี้ แกล้งขู่

“ถ้าฉันตาย...ฉันจะมาหลอกแกเป็นคนแรก ...จำไว้!”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งหาญให้มองตามด้วยความหมั่นไส้ ตะโกนไล่หลัง

“เออ! ฉันจะหาหมอผีมาจับผีแกใส่หม้อถ่วงน้ำ รู้จักรับความหวังดีของคนอื่นบ้าง รู้จักไหมวะ...ความหวังดีน่ะ”

ooooooo

ลูกเมียชาวบ้านท่าทรายที่โชคร้ายถูกพวกเสี่ยภุชงค์ยิงโยนทิ้งแม่น้ำไม่ต้องรอนาน หลังแจ้งความแต่ไม่มีความคืบหน้าในที่สุดก็มีคนพบศพเขาลอยมาตามน้ำ!

น้ำหวานกับน้ำแข็ง เจ้าของกิจการขายสินค้าเสริมความงามจากกรุงเทพฯนั่นเองเป็นคนพบศพระหว่างไปหาที่พักสำหรับตั้งเต็นท์ค้างคืน สองสาวเมืองกรุงรีบแจ้งตำรวจพร้อมเก็บข้อมูลว่าเกิดอะไรกับชาวบ้านโคกกันแน่...

เปรียวยังไม่รู้เรื่องชาวบ้านท่าทรายถูกยิงลอยมาตามน้ำ มัวทำตามข้อสงสัยของตนลากบัวบานกลับไปป่าละเมาะแถวเขาหน่อเพราะเชื่อว่าหินอาจฝังสมบัติที่ขโมยไว้ที่นี่ บัวบานอดถามไม่ได้

“พี่เปรียว...ทำไมพี่ถึงได้คิดว่าโจรมันจะเอาสมบัติที่ปล้นมาฝังอยู่ในที่ป่าละเมาะใต้ชะโงกหินนี่ล่ะ”

“เห็นโขดหินสูงนั่นไหม...มันสูงจนบังสายตาคนขับรถผ่านไปผ่านมาได้ โจรมันไม่ชอบเก็บของไว้ในตู้เซฟธนาคาร ไม่ชอบฝากไว้กับเพื่อนโจรด้วยกัน มันต้องใช้วิธีฝังเพราะมันเป็นหลักฐานสำคัญที่จะใช้ลากคอมันเข้าคุก”

“แล้วพี่เปรียวจะรู้ไหมว่ามันฝังตรงไหน”

“ดูที่ดิน...ดินมีรอยขุดใหม่ๆ ยิ่งฝนตกยิ่งเห็นชัด ดินที่เพิ่งขุดใหม่ๆมันจะร่วนซุยไม่แน่นเหมือนดินที่ทับถมกันมานาน ดูนี่...ดินตรงนี้ร่วนซุย มีใบไม้แห้งทับถมกันจนหนาผิดสังเกต...อาจจะตรงนี้ก็ได้”

พูดพลางขุดคุ้ยหาสมบัติไปเรื่อยจนกระทั่งเจอชิ้นส่วนบางอย่างสีขาวขุ่น สองสาวไม่รอช้ารีบขุดมาดูแล้วก็ถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อพบว่ามันคือหัวกะโหลกมนุษย์!

เปรียวกับบัวบานวิ่งหน้าตั้งกลับบ้านด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด บัวบานถึงกับหอบแต่ไม่วายเอ่ยกับลูกพี่ลูกน้องสาวให้ไปแจ้งความเรื่องหัวกะโหลก

“นี่มันเรื่องฆาตกรรมแล้วนะ ไม่ใช่แค่เรื่องปล้น แจ้งตำรวจเถอะพี่เปรียว”

“ยังแจ้งไม่ได้...จนกว่าเราจะรู้ว่าเป็นหัวกะโหลกของใคร ใครเป็นฆาตกร มีการฆ่ากันตายตั้งแต่เมื่อไหร่”

“พี่เปรียวสงสัยใคร...”

เวลาเดียวกันในป่าละเมาะแถวเขาหน่อ...หินหรือคนที่เปรียวสงสัยที่สุดยืนตื่นตะลึงเมื่อเห็นหัวกะโหลกมนุษย์บนบริเวณที่มีร่องรอยเหมือนขุดเจอใหม่ๆ เขาจึงไม่รอช้ารีบหอบหัวกะโหลกชิ้นนั้นกลับกระท่อมท้ายป่าช้าวัดบ้านโคก

ooooooo

เปรียวปักใจว่าหินเป็นคนร้ายปล้นชาวบ้านที่ศาลาวัดบ้านโคกเมื่อวันก่อน และหัวกะโหลกศีรษะก็อาจเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญบ่งชี้ว่าเขาอาจไม่ใช่แค่โจรแต่เป็นฆาตกรด้วย สาวห้าวประจำคณะลำตัดไม่รอช้าย้อนไปป่าละเมาะเพื่อเก็บหลักฐานไปแจ้งความกับตำรวจ

บัวบานไม่เห็นด้วยยื้อตัวลูกพี่ลูกน้องสาว “พี่จะบ้าหรือ เราเพิ่งวิ่งหนีผีจนป่าราบมาเมื่อกี้นี้เอง จะย้อนกลับทำไม รอให้เช้าแล้วค่อยไปแจ้งตำรวจไม่ดีกว่าหรือ ตำรวจเขามีหน้าที่สืบให้รู้ว่าคนตายเป็นใคร”

“ถ้ามันเป็นคดีฆาตกรรมมีคนเอาคนมาฆ่าแล้วตัดชิ้นส่วนแยกฝังเพื่อทำลายหลักฐานมันต้องเป็นคนไม่ใกล้ไม่ไกลนี่แหละ แล้วมันก็ต้องเฝ้าหลักฐานไว้เพราะมันกลัวว่าจะกลายเป็นหลักฐานลากคอมันเข้าคุก”

“พี่พูดเหมือนพี่รู้ว่ามันเป็นใคร”

“ก็แค่สงสัย...ถึงต้องกลับไปเก็บหลักฐานไว้ให้ตำรวจไงล่ะ จะไปไหม...ไม่ไปก็ขึ้นนอนพี่จะไปคนเดียว”

จบคำก็ก้าวลงจากบ้าน บัวบานไม่มีทางเลือกต้องตามลูกพี่ลูกน้องสาวด้วยความเป็นห่วง สองสาวมุ่งไปที่ป่าละเมาะก่อนจะพบว่าหัวกะโหลกที่พวกตนค้นพบอันตรธานหายไปแล้ว!

“กะโหลกหายไปรอยขุดก็ยังใหม่ๆ ต้องมีคนขุดเอาไปหลังจากที่เราวิ่งตาเหลือกกลับบ้าน”

“ใช่...คนที่ขุดกะโหลกไปต้องเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับการฆ่า เป็นอย่างที่เราคิด...มันต้องการอำพรางหลักฐาน...”

เปรียวสันนิษฐานว่ามีใครบางคนขโมยหัวกะโหลกเพื่ออำพรางหลักฐาน โดยไม่รู้เลยว่าหินจะประคบประหงมหัวกะโหลกชิ้นที่ว่าอย่างดีเพราะเชื่อว่าเป็นหัวกะโหลกของคนในครอบครัว

หินนำชิ้นส่วนกะโหลกที่เพิ่งได้มาเรียงประกอบโครงกระดูกส่วนอื่นๆที่ค้นพบเมื่อวันก่อน หาญตื่นมาเห็นเช้าวันต่อมาก็อดถามไม่ได้ สีหน้าเป็นกังวลไม่น้อยที่อีกฝ่ายไม่ล้มเลิกความตั้งใจ

“เมื่อคืนแกกลับไปที่นั่นอีกใช่ไหม”

“ใช่...ฉันได้กระดูกชิ้นส่วนกะโหลกที่ขาดหายไปมาจนเกือบครบ ถึงจะไม่สมบูรณ์เพราะเวลามันผ่านมานาน แต่ก็มากพอที่จะส่งพิสูจน์ดีเอ็นเอได้ คดีฆาตกรรมที่จะลากตัวคนทำผิดเข้าคุกได้ต้องมีพยานแวดล้อม มูลเหตุแล้วก็ศพ”

“แกจะไม่เลิกราจริงๆหรือ”

“ฉันจะไม่ยอมให้เวลากลืนกินความยุติธรรมที่คนตายไปแล้วควรได้รับ ถ้าโลกนี้จะหยิบยื่นความอยุติธรรมให้คนไม่มีทางสู้ โลกก็ต้องคืนส่วนต่างของความยุติธรรมให้คนที่ขาดเสียงร้องด้วยวิธี...นิติวิทยาศาสตร์”

ooooooo

น้ำหวานกับน้ำแข็งสองสาวจากกรุงเทพฯ เกาะติดคดีชาวบ้านท่าทรายถูกยิงโยนแม่น้ำ ตามไปสังเกตการณ์ถึงสถานที่พบศพ หมวดรำพึงรับหน้าที่ตรวจสอบเหมือนเคยแต่ไม่ได้สั่งสืบสวน แค่เรียกตัวเมียผู้ตายมายืนยันศพ

หมวดรำพึงมีท่าทีเย็นชาและทำทุกอย่างตามหน้าที่แบบขอไปที น้ำหวานทนไม่ไหวตามไปดักหน้า

“เดี๋ยวก่อนค่ะหมวดรำพึง จะไม่ส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุการตายที่โรงพยาบาลก่อนหรือคะ”

“ไม่ต้อง...ก็เห็นอยู่ทนโท่แล้วว่าถูกยิงตายจะต้องหาอะไรอีก”

“อย่างน้อยก็ต้องพิสูจน์ให้รู้ว่าตายด้วยลูกปืนอะไรเพื่อหาตัวฆาตกร นี่มันคดีฆาตกรรมนะคะหมวดรำพึง”

“อย่ามาสั่งสอนตำรวจ ผมรู้ว่าผมควรทำยังไง!” จบคำก็ตะโกนสั่งจ่าลูกน้อง “คุมตัวผู้หญิงสองคนนี้ไปสถานี สอบปากคำเรื่องเวลาพบศพแล้วลงบันทึกประจำวันไว้ อ้อ...ให้เซ็นรับทราบบันทึกการสอบปากคำด้วยนะ”

สลัดสองสาวเมืองกรุงได้หมวดรำพึงก็กลับโรงพัก แต่ไม่ทันนั่งก็ต้องรับมือหินซึ่งมาทวงถามเรื่องรื้อคดี

“ผมมาตามเรื่องคดีปล้นของเสือชง”

หมวดรำพึงถอนใจเบื่อหน่าย “ไม่มี...ฉันเคยบอกแกแล้วไงว่าเรื่องมันผ่านมาตั้งเกือบสามสิบปี เสือปล้นรุ่นนั้นถ้าไม่ไปบวชหรือเลี้ยงหลานเพราะคดีหมดอายุความก็เข้าโลงไปหมดแล้ว แกคงจะอ่านตำนานโจรมากไปนะไอ้หิน”

“เสือปล้นแต่ละคนต้องมีประวัติ มีที่มาที่ไป ถ้ามีการหมดอายุความมันต้องมีคดี เสือชงเคยเป็นเสือปล้นในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ถึงจะไม่ดังเหมือนเสือในตำนานแต่เสือชงก็เคยก่อกรรมทำเข็ญไว้กับเจ้าทรัพย์หลายคน”

“ชื่อว่าเสือต้องมีป่าปกป้องตัวเอง เสือหนีเข้าป่าไปแล้วจะไปตามที่ไหน เรื่องเสือชงไม่เคยมีใครพูดถึงเหมือนเรื่องปล้นหายสาบสูญไปแล้ว ไม่มีเสือชงไม่มีเจ้าทุกข์...จบไหม”

หินสวนอย่างไม่ยอมแพ้ “แต่ถ้าเสือชงยังไม่ตาย เสือชงก็ควรจะถูกลากคอมารับโทษ คดีเสือชงไม่เคยปรากฏเป็นคดีก็ดีแต่มันเริ่มต้นใหม่ได้ถ้ามีคนร้องขึ้นมา”

หมวดรำพึงจ้องหน้าหิน แผ่วเสียงครางในลำคอ “แกรู้ไหมว่าแกกำลังจะเล่นกับอะไร”

“ผมกำลังจะรื้อคดีของเสือชงขึ้นใหม่ คนทำผิดร้ายแรงไม่ควรจะได้รับการลืม!”

ooooooo

การบุกสถานีตำรวจของหินเพื่อรื้อคดีเสือชงทำให้เสี่ยภุชงค์ไม่พอใจมาก สั่งลูกสมุนทั้งสี่ไปลากคอหินมาเจอที่คฤหาสน์ในวันเดียวกันนั้นเอง

หินไม่ได้ยี่หระการเผชิญหน้ากับเสี่ยภุชงค์ มัววางแผนจะพิสูจน์โครงกระดูกของพ่อแม่และพี่สาว รวมทั้งเรื่องการปรากฏตัวของน้ำหวานกับน้ำแข็งสองสาวจากกรุงเทพฯที่มีพิรุธหลายอย่าง เย็นวันนั้นเขาไปอาบน้ำที่ท่าน้ำเปิดโอกาสให้สี่สมุนของเสี่ยภุชงค์เข้าถึงตัวและพาตัวเขาไปได้ในที่สุด

เสี่ยภุชงค์มองสภาพบอบช้ำของหินเพราะโดนสี่สมุนซ้อมด้วยแววตาเย็นชา กระชากเสียงถาม

“หิน ท่าลาด...ฉันไม่คุ้นชื่อแกเลย แล้วก็ไม่คุ้นหน้าแกด้วย แกเป็นใคร ต้องการรื้อคดีของเสือชงทำไม”

“ไม่มีหน้าที่ที่ฉันต้องตอบแก!”

หินตอบอย่างไม่กลัวเกรง เสี่ยภุชงค์โกรธจัด ตวัดด้ามปืนใส่หน้าอีกฝ่ายเต็มแรง

“กูถาม...มึงต้องตอบ มึงเป็นใคร!”

“หิน ท่าลาด...คนที่จะมาลากคอแกเข้าคุก”

พูดพลางจ้องตาไม่หลบ ก่อนจะลุกพรวดกระแทกเหล่าสมุนแล้วล็อกคอเสี่ยภุชงค์ กระซิบข้างหูเสียงเหี้ยม

“แก...ไอ้เสือชง!”

เสี่ยภุชงค์ชะงัก หวิดเสียท่าให้หินถ้าสี่สมุนจะไม่ลากตัวหินไปซ้อมสั่งสอนเสียก่อน สีดาเมียเก็บคนสวยของเสี่ยภุชงค์ถูกตาต้องใจความหล่อของหินเลยพยายามช่วยพูด เสี่ยภุชงค์ไม่อยากให้เรื่องแดงหรือมีคนตายจึงสั่งหยุดและให้สี่สมุนเอาร่างสะบักสะบอมของหินไปโยนทิ้งที่วัด

หาญ สัปเหร่อฉุย ดินและดำเป็นคนพบร่างของหิน รีบพาตัวไปทำแผลที่กระท่อมท้ายป่าช้า สัปเหร่อฉุยเดาได้ว่าหินคงมีเรื่องกับเสี่ยภุชงค์เลยถูกเล่นงานหนักแบบนี้ อยากเอ็ดแต่ช้ากว่าหาญที่แค้นใจแทนเพื่อนเก่า

“ปางตายยังงี้ยังจะโอหัง ทีนี้แกรู้แล้วใช่ไหมว่าอิทธิพลของเสี่ยภุชงค์น่ะมันมากแค่ไหน ถ้าจะกวาดขยะออกจากถนนละก็กำลังแกคนเดียวสู้มันไม่ได้หรอก แกจะเอาชีวิตมาทิ้งเสียเปล่า”

“ฉันก็แค่...ไม่ได้ระวังตัว”

“ยังจะอวดดี แกนี่มันหัวดื้อจริงๆ”

สัปเหร่อฉุยเห็นหินยังรั้นก็เตือนสติ “ไอ้หินเอ๊ย ...เชื่อลุงสัปเหร่อฉุยเถอะวะ ถ้าคิดจะเทเสี่ยภุชงค์ละก็เอ็งจะต้องหาแนวร่วมมาร่วมกับเอ็งเพราะนับวันเสี่ยภุชงค์จะกำเมืองนี้ไว้ทั้งเมือง เมืองเล็กๆริมแม่น้ำแต่มีผลประโยชน์จากทรัพยากรนับไม่ถ้วน เรือทรายถูกปล้น คนเขาก็รู้กันทั้งเมืองว่าเป็นฝีมือของเสี่ยภุชงค์”

ดินกับดำช่วยกันผสมโรงพูดถึงวีรกรรมเลวๆของเสี่ยภุชงค์ ทั้งธุรกิจสีดำ ค้าไม้เถื่อน ไม่เว้นแม้แต่ขายหวย หินได้แต่ขบกรามแน่น หมายมั่นปั้นมือจะล้างแค้นเสี่ยภุชงค์ให้ได้!

ooooooo

น้ำหวานกับน้ำแข็ง สองสาวเมืองกรุงขัดใจมากที่คดีชาวบ้านท่าทรายถูกยิงโยนแม่น้ำไม่มีความ

คืบหน้าแต่ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากตั้งหน้าตั้งตาสวมบทบาทแม่ค้าขายสินค้าเสริมความงามให้ดีที่สุด และแล้วสิ่งที่พวกเธอรอคอยก็มาถึงเมื่อสีดาส่งเหล่มาขายหวยเถื่อนในตลาด

ไม่มีใครรู้ว่าน้ำหวานกับน้ำแข็งเป็นใครมาจากกรุงเทพฯ สองสาวก็ไม่คิดจะแสดงพิรุธแต่พยายามสวมบทบาทแม่ค้าเพื่อกลมกลืนสืบข่าวจากพวกชาวบ้านโคก ต่างจากหินที่ไม่ยี่หระแผลบอบช้ำตามตัวเพราะถูกพวกสมุนเสี่ยภุชงค์ซ้อมกลับไปป่าละเมาะแถวเขาหน่ออีกครั้งเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม

เปรียวใจตรงกับหินย้อนมาที่ป่าละเมาะเพื่อหาหลักฐานจับผิดเขาแต่ไม่ทันได้เรื่อง ตัวต้นเรื่องก็โผล่มาทัก

“มาทำอะไรที่นี่”

“นายล่ะมาทำอะไรที่นี่ มาเก็บหลักฐานให้พ้นจากสายตาพลเมืองดีใช่ไหม นายนี่นอกจากจะเป็นโจรแล้วยังเป็นฆาตกรด้วย นายฆ่าคนตายแล้วแยกชิ้นส่วนของศพมาฝังทำลายหลักฐานในป่าละเมาะ นี่คงคิดสินะว่าไม่มีใครรู้ใครเห็นเพราะมันเป็นที่ที่ต่ำลงมาจากหน้าผาหินปูนนั่น...แต่ฉันเห็น!”

“คุณเห็นอะไร”

“ฉันเห็นนายมาด้อมๆมองๆเหมือนเล่นซ่อนหากับอะไรสักอย่าง...ชิ้นส่วนของมนุษย์ใช่ไหม ฉันจะแจ้งตำรวจ!”

“ต้องมีชิ้นส่วนที่ว่านั่นด้วยนะ ไม่ยังงั้นโดนข้อหาแจ้งความเท็จ”

หินขู่ไม่ไว้หน้า เปรียวอึกๆอักๆไม่ทันโต้ก็ถูกเขาเอ็ดไล่

“กลับไป...อย่ามาที่นี่อีก ทุกพื้นที่มีอันตรายสำหรับผู้หญิง”

“นั่นเป็นเพราะนายยังรู้จักฉันน้อยไป!”

ขาดคำก็โถมตัวหาเขา หินปัดป้องก่อนจับมือเธอไพล่หลัง กระซิบข้างหู “อย่าอวดเก่ง...ยอมรับซะว่าผู้หญิงไม่ได้เกิดมาเพื่อชนะผู้ชายทุกเรื่อง ผมเตือนคุณด้วยความหวังดี ระวังตัวไว้...แผ่นดินกำลังจะร้อนเป็นไฟ!”

ooooooo

การคาดการณ์ของหินเป็นจริงในเร็ววัน เสี่ยภุชงค์บ้าอำนาจขึ้นทุกวันด้วยการวางแผนข่มขู่พวกชาวบ้าน ส่งสมุนทั้งสี่ออกปล้นไม่เว้นแต่ละวัน หินก็ไม่วายตกเป็นเหยื่อจนเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญมีคนถูกยิงตาย!

หินอยู่ในเหตุการณ์ปล้นรถโดยสารของหมู่บ้านจนมีคนตายด้วย มัคนายกผวน สัปเหร่อฉุย ดำ ดินและพวกชาวบ้านตื่นตระหนกและหวาดระแวงจนต้องแล่นไปฟ้องหลวงตาบุญที่วัด

หลวงตาบุญส่ายหน้าปลงๆก่อนตั้งข้อสันนิษฐาน “แปลก...เรื่องโจรปล้นนี่มันหายไปจากละแวกลุ่มน้ำนานจนผู้คนลืมกันไปหมดแล้ว บ้านเมืองเจริญขึ้นยังมีการปล้นรถโดยสารอีกหรือ”

มัคนายกผวนก็คิดไม่ตก แต่เดาว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดี “คนมันจนลง มันขี้เกียจทำงานมันก็เลยหาวิธีรวยทางลัด ปล้นคราวนี้เห็นว่ามันแปลกๆอยู่”

สัปเหร่อฉุยนิ่วหน้า “แปลกยังไงท่านมัคนายก”

“เห็นว่าบ้านเมืองเจริญแล้ว...แล้วไอ้พวกเสือปล้นมันฟื้นคืนชีวิตมาได้ยังไง มันสูญหายไปตั้งนานแล้ว”

“หรือจะมีคนปลุกโจรขึ้นมาเพื่อให้ชาวบ้านกลัวจนต้องหาที่พึ่ง...”

ข้อสันนิษฐานของสัปเหร่อฉุยทำให้พวกชาวบ้านอกสั่นขวัญแขวน ไหนจะเรื่องเสี่ยภุชงค์ที่กว้านซื้อที่ดินของพวกชาวบ้านจนแทบไม่มีเหลือ ดนัยปลัดคนใหม่แห่งบ้านโคกเฝ้าสังเกตการณ์ทุกอย่างเงียบๆและตัดสินใจแวะไปหาเปรียวกับบัวบานที่บ้านเพื่อขอบคุณเรื่องที่ช่วยเขาเมื่อวันก่อน

บัวบานปลื้มดนัยมาก ยิ่งรู้ว่าเป็นปลัดยิ่งชื่นชมและเชื่อมั่นว่าเขาจะทำให้บ้านโคกเจริญและสงบสุข เปรียวก็มองดนัยในแง่ดีขึ้นเพราะท่าทีสุภาพและเป็นกันเองของเขาทำให้ไม่ฉุกใจคิดสักนิดว่าเขาจะเป็นคนไม่ดี...

เสี่ยภุชงค์หรืออดีตเสือชงลำพองใจที่ไม่มีใครเอาผิดเรื่องคดีชาวบ้านถูกยิงโยนแม่น้ำ คิดการใหญ่กว่านั้นด้วยการทำพื้นที่ท่าทรายให้เป็นแหล่งทำเงิน หมวดรำพึงตำรวจกังฉินถูกเรียกตัวมาบอกแผนงานขั้นต่อไป

“นี่เป็นภาพถ่ายทางอากาศรวมที่ทั้งหมดริมฝั่งแม่น้ำที่เราจะสร้างเป็นท่าทรายใหญ่ที่สุดในภาคกลาง เราต้องเริ่มรวบรวมโฉนดผืนเล็กจากพวกชาวนาเพื่อรวมให้เป็นผืนใหญ่”

“เสี่ยคิดจะรวบที่ดินทั้งหมดแล้วชาวนาจะยอมหรือ ไม่ใช่ชาวนาทุกคนที่ยิ่งทำนาก็ยิ่งเป็นหนี้ ยังมีชาวนาที่มีสมบัติเก่ารู้จักกินรู้จักเก็บ คนพวกนี้ไม่มีความจำเป็นต้องขายสมบัติของพ่อแม่กิน”

“เราจะเสนอราคาอย่างงามแถมลูกปืนไปด้วย นัดเดียวเท่านั้นแหละคนพวกนี้ก็จะรู้ว่าจะไม่ได้อยู่

ใช้เงินอีกแล้ว”

สีดาเมียเก็บคนสวยของเสี่ยภุชงค์สะดุ้งกับความโหดเหี้ยมของเขา พยายามค้านแต่เขาไม่สนสั่งสี่สมุน “ไปจัดการหว่านล้อมให้ชาวนายอมขายที่นาให้ฉัน ส่วนหมวดแค่อยู่เบื้องหลังคอยเคลียร์ตอนคนของผมมีปัญหา”

หมวดรำพึงอึกอักก่อนตัดสินใจถาม “แบบเรื่องไอ้หิน...”

“มันคงเข็ด...มันโดนจัดหนักปางตายออกยังงั้น มันเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืนปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม คนอย่างไอ้หินส่งล่องแม่น้ำเสียเมื่อไหร่ก็ได้ เรื่องสำคัญคือเราจะเปิดท่าทรายใหญ่ที่สุดในภาคนี้...เราต้องมีเรือทรายร้อยลำ!”

สี่สมุนของเสี่ยภุชงค์หรืออดีตเสือชงทำตามคำสั่งในคืนเดียวกันนั่นเอง...ออกปล้นเรือทรายของพวกชาวบ้านและฆ่าครอบครัวเจ้าของเรืออย่างเลือดเย็น เมื่อพวกชาวบ้านโคกทราบเรื่องเช้าวันต่อมาก็ถึงกับหวาดผวาเพราะรู้กันโดยไม่ต้องเดาว่าทั้งหมดเป็นฝีมือเสี่ยภุชงค์กับพวก

ข่าวปล้นเรือทรายแพร่สะพัดทั่วหมู่บ้าน พวกชาวบ้านไม่เป็นอันทำงาน หวาดระแวงกลัวถูกพวกเสี่ยภุชงค์ปล้นฆ่า มัคนายกผวนกับสัปเหร่อฉุยต้องช่วยกันกล่อมพวกชาวบ้านที่คิดจะขายที่ดินให้เสี่ยภุชงค์

“คิดให้ดีนะโว้ย เห็นว่าพ่อแม่ปู่ย่าตายายกว่าจะได้ที่นาสักผืนก็ใช้เหงื่ออาบแผ่นดินมาแล้วไม่รู้ว่ากี่ชั่วโคตร เห็นว่าชาวนายิ่งทำยิ่งเป็นหนี้ข้าก็เห็นว่ามีที่เขาทำเขายึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงก็เห็นว่าเขาอยู่รอดกันได้ก็มีตั้งเยอะแยะ”

หินกับหาญนั่งสังเกตปฏิกิริยาของพวกชาวบ้านเงียบๆ มัคนายกผวนกล่อมพวกชาวบ้านสุดความสามารถ โดยมีสัปเหร่อฉุยคอยพูดหนุน

“คิดเสียใหม่เถอะวะ...คิดให้ดีๆ เป็นชาวนามีอาชีพทำนามาแต่ครั้งบรรพบุรุษ ขายที่นาแล้วเอ็งจะทำอะไรกิน”

พวกชาวบ้านคิดนิดเดียวก่อนส่ายหน้า “ฉันจะขายที่นาให้เสี่ยภุชงค์ ฉันบอกตรงๆ...ฉันกลัวตาย!”

ooooooo

ดนัยยังไม่เคลื่อนไหวเรื่องเสี่ยภุชงค์ สำรวจและสังเกตพวกชาวบ้านไปเรื่อยๆ รวมถึงไปแนะนำตัวกับหลวงตาบุญศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านโคก

“ผมทราบมาว่าหลวงตาจำพรรษาอยู่ที่วัดนี้ก็เลยมากราบนมัสการท่านเพื่อปวารณาตัวขอรับใช้หลวงตาครับ”

หลวงตาบุญสบตาดนัยหรือปลัดคนใหม่แน่นิ่งก่อนจะเปรยเอ่ยเรียบ

“พระไม่ประสงค์จะใช้ใครหรอกคุณปลัด แค่คุณปลัดทำความเจริญให้แก่ท้องถิ่นให้แก่บ้านเมืองก็ถือว่าได้ทำหน้าที่ของตัวเองดีที่สุดแล้ว มนุษย์...ต่างก็มีหน้าที่ แค่ทำหน้าที่...คิดดี...ทำดี...แล้วสิ่งดีๆมันจะเกิดขึ้น”

คำพูดเหมือนรู้ทันของหลวงตาบุญทำให้ดนัยชะงักแต่ต้องเก็บอาการ ยังเปิดเผยไม่ได้ว่าเขาเป็นใคร...

เสี่ยภุชงค์หรืออดีตเสือชงกว้านซื้อและยึดที่ดินจากพวกชาวบ้านได้เกือบหมดยกเว้นที่ดินบ้านก้านจึงส่งสีดากับเหล่ไปเจรจา เปรียวเป็นคนรับหน้าแทนพ่อแม่ ปฏิเสธและประกาศกร้าวจะไม่ขายที่ดินให้เสี่ยภุชงค์เด็ดขาด!

หินตามสืบคดีปล้นฆ่าเรือทรายเงียบๆจนพบหลักฐานว่าเสี่ยภุชงค์เป็นตัวการเรื่องทั้งหมดตามคาด เขาคิดหาทางแฉแต่ไม่ทันเริ่มก็เกิดเรื่องใหญ่เมื่อก้านพ่อของเปรียวถูกยิงตาย!

ก้านเป็นตัวตั้งตัวตีร่วมกับมัคนายกผวนและสัปเหร่อฉุยเกลี้ยกล่อมพวกชาวบ้านโคกไม่ให้ขายที่ดินทำกินให้เสี่ยภุชงค์ โดยยกพระราชดำรัสฯและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักการสำคัญ เมื่อเสี่ยภุชงค์รู้เรื่องก็โกรธมากสั่งสี่สมุนไปฆ่าก้านหวังให้พวกชาวบ้านหวาดกลัวและยอมขายที่ดินแต่โดยดี

สี่สมุนของเสี่ยภุชงค์ลงมือรวดเร็วทันใจ ก้านถูกยิงตายระหว่างไปดูที่นาตอนย่ำค่ำ เมื่อเมียกับลูกสาวรู้เรื่องก็รีบไปดูศพ แก้วถึงกับล้มทั้งยืนโผกอดศพผัวร้องไห้อย่างไม่อายใคร

“ตาก้าน...ไหนแกบอกว่าจะออกมาดูนายังไงล่ะ แล้วทำไมถึงได้เป็นยังงี้ ใคร...ใครทำ...ใครทำผัวกู!”

เปรียวก็เจ็บแค้นไม่ต่างจากแก้วแม่แท้ๆ ร่ำไห้กอดศพพ่อข้างๆกัน

“พ่อ...ใครฆ่าพ่อ มันฆ่าพ่อทำไม เพราะพ่อเป็นคนนำชาวบ้านต่อต้านการขายที่ทำกินใช่ไหม พ่อเป็นลำตัด พ่อไม่เคยทำความเดือดร้อนให้ใคร ชาวบ้านรักพ่อ คนที่ทำกับพ่อแบบนี้ต้องเป็นคนที่เสียประโยชน์จากการต่อต้านของพ่อ”

เสียงร้องไห้ของลูกสาวทำให้แก้วสะเทือนใจมากประกาศลั่น

“ตลอดชีวิตของคนลำตัดเราสู้...อย่างหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน สู้เพื่อรักษาแผ่นดินเกิด รักษาวัฒนธรรมที่เป็นรากเหง้าของท้องถิ่น เราเติมปุ๋ย...เติมพลังลงในแผ่นดินนี้เพื่อให้ความดีงามงอกเงย เพื่อให้ชาวบ้านอยู่กันได้อย่างพอดี ตาก้านทำอะไรผิดถึงต้องฆ่าแกงกันยังงี้ กูจะฆ่ามัน...กูจะฆ่ามัน!”

เปรียวก็ไม่น้อยหน้าแม่โพล่งเสียงกร้าว “เปรียวก็สาบานว่าเปรียวจะล้างแค้นให้พ่อ พ่อจะไม่ตายฟรี ตายอย่างไร้ค่าเหมือนคนอื่นที่ตาย ฉันจะทำให้ศพของพ่อส่งเสียงร้อง ฉันจะลากคอคนที่ทำกับพ่อมารับโทษตามกฎหมายให้ได้!”

พวกชาวบ้านเฝ้ามองความสูญเสียของครอบครัวคณะลำตัดด้วยแววตาสลดหดหู่ มัคนายกผวนซึ่งแวะมาดูเหตุการณ์ด้วยรีบแยกตัวแก้วจากศพก้านและบอกให้เปรียวไปแจ้งความ เปรียวพยายามตั้งสติและหันไปบอกแม่

“แม่ต้องเข้มแข็งไว้...เปรียวสัญญาแล้วแม่ต้องเชื่อ ถ้ากฎหมายเอาผิดมันไม่ได้เปรียวนี่แหละจะจองล้างจองผลาญมันจนกว่า...มันจะเข้าคุก!”

ooooooo

ข่าวการตายของก้านทำให้พวกชาวบ้านยิ่งหวาดระแวง เสี่ยภุชงค์หรืออดีตเสือชงสะใจมากที่ทำให้พวกชาวบ้านเสียขวัญและกำลังใจได้ กระนั้นก็ไม่วายกำชับสี่สมุน

“อย่าทิ้งร่องรอยให้เป็นหลักฐาน ถึงฉันจะมีหมวดรำพึงเป็นคนคอยเคลียร์เรื่องคดีให้แต่ฉันก็ไม่ต้องการทำอะไรเอิกเกริก ฉันแค่แหวกพงหญ้าแค่นี้งูก็ตื่นกันพล่านไปหมดแล้ว”

สี่สมุนยืนยันว่าไม่มีใครเห็น เสี่ยภุชงค์พอใจมาก หันไปสั่งสีดาเมียเก็บคนสวย

“คืนนี้ส่งหรีดไปงานศพนายก้านเพื่อแสดงว่า... เราจริงใจ เราไม่ได้รู้เห็นเรื่องการตายของตาก้านคนลำตัด เราบริสุทธิ์...วันเผานายก้านฉันจะไปร่วมด้วย!”

เสี่ยภุชงค์มัวย่ามใจว่าไม่มีใครรู้เห็นเรื่องเขาบงการฆ่าก้าน ไม่รู้ตัวเลยว่าหินมาสอดแนมถึงในคฤหาสน์และจะหาหลักฐานไปแฉ หาญซึ่งแอบตามมาอีกทีเป็นห่วงกลัวหินถูกจับได้รีบลากตัวออกจากคฤหาสน์

หินสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของหาญ ตะคอกเสียงถาม

“นี่แกตามฉันมาหรือ”

“ฉันก็อยากรู้เรื่องที่แกอยากรู้ แกอยากรู้คนเดียวที่ไหนล่ะ คำสั่งไอ้เสี่ยภุชงค์ต้องเกี่ยวกับเรื่องกว้านซื้อที่นาแน่”

“ใช่...พ่อก้านคนลำตัดเป็นตัวตั้งตัวตีคัดค้านชาวบ้านไม่ให้ขายที่ทำกิน พวกมันก็เลยฆ่าพ่อก้าน สัญชาติโจรมันทิ้งสันดานโจรไม่ได้หรอก ถึงแม้ว่าตอนนี้มันจะใส่สูท”

“เฮ้ย...เบา...เดี๋ยวก็พรุนไปทั้งตัวอีกคนหรอก แล้วนี่แกจะทำยังไง”

“เราจะทำอะไรได้ คนที่ต้องทำก็คือ...”

หินไม่ยอมบอกว่าใครที่เขาคาดหวังให้ช่วยคลี่คลายคดีเสี่ยภุชงค์ แต่ในคืนต่อมาดนัยหรือปลัดอำเภอบ้านโคกคนใหม่ก็กลายเป็นแขกในงานศพของก้าน เปรียวออกมาต้อนรับด้วยท่าทีเศร้าหมอง

“ผมเพิ่งกลับจากตรวจท้องที่ พอรู้ข่าวก็รีบมา ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับเปรียว ผมไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงแบบนี้กับพ่อก้าน”

“ขอบคุณค่ะคุณปลัด พ่อไปท้องนาดูข้าวที่หว่านไว้เพราะพ่อไม่คิดว่าพ่อเคยก่อกรรมทำเข็ญไว้กับใครพ่อก็เลยไม่รู้ว่าอันตรายกำลังมาถึงตัว...มันฆ่าพ่อ!”

น้ำเสียงแข็งกร้าวของเปรียวทำให้ดนัยนิ่วหน้า แสร้งถาม

“คุณพูดเหมือนคุณรู้ว่าใครเป็นคนทำ”

“ทุกคนในบ้านโคกรู้แต่ไม่มีใครกล้าพูดเพราะกลัวตาย พ่อลุกขึ้นมาสู้เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้ชาวบ้าน”

ดนัยตั้งท่าจะถามเพื่อหยั่งเชิงเปรียวแต่คณะเสี่ยภุชงค์ก็โผล่มาก่อน เปรียวรีบผละจากดนัยไปรับหน้าเสี่ยภุชงค์พร้อมกระชากพวงหรีดของอีกฝ่ายมาเขวี้ยงทิ้ง

“เอาหรีดกลับไป...เก็บไว้วางหน้าศพเสี่ยภุชงค์เถอะ พ่อกูมีเกียรติ พ่อเป็นลำตัด พ่อเป็นชาวนา เกียรติของพ่ออยู่สูงกว่าหัวของพวกมึงไอ้พวกหนักแผ่นดิน

ไอ้พวก...ชาติเลว...เอากลับไป!”

พวกชาวบ้านที่มาร่วมงานศพถึงกับอ้าปากค้าง ดนัยก็อาการไม่ต่างกัน ไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงอย่างเปรียวจะหาญกล้าต่อกรเสี่ยภุชงค์แบบนี้...

ooooooo

วีรกรรมของเปรียวกลายเป็นที่โจษจันทั่วหมู่บ้านวันต่อมา น้ำหวานกับน้ำแข็งสองสาวเมืองกรุงไม่ได้สนใจมากเพราะกำลังช่วยกันถ่ายคลิปเหล่สาวใช้ของสีดาขายหวยเถื่อนกลางตลาดบ้านโคก

“เร็วค่ะคุณน้ำหวาน จับได้คาหนังคาเขา มีหลักฐานเห็นอยู่โทนโท่ พรุ่งนี้วันหวยออก วันนี้ก็คือวันแทงหวย”

“ถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน เดี๋ยวนี้ทำอะไรต้องมีหลักฐาน แล้วคลิปนี้เราก็เอาไปลงเผยแพร่ในโซเชียล”

“แล้วก็เอาไปมอบให้ตำรวจ แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ว่ามีการขายหวยเถื่อน หวยไม่ถูกกฎหมายในบ้านโคกนี่”

“หลักฐานนี่อาจจะเชื่อมโยงไปถึงเจ้ามือใหญ่คือสีดาเมียเก็บของเสี่ยภุชงค์!”

น้ำหวานกับน้ำแข็งตัดต่อคลิปเสร็จก็รีบแจ้งความแต่หมวดรำพึงไม่รับแจ้งแถมลบคลิปทิ้งอีกต่างหาก สองสาวเมืองกรุงไม่พอใจมากจะเอาเรื่อง แต่นอกจากจะไม่ได้เรื่องยังถูกหมวดรำพึงตั้งข้อหาไม่พกบัตรประชาชน

“บัตรประชาชนมีไว้สำหรับบอกสถานะความเป็นตัวตนของคนไทย ต้องพกติดตัวตลอดเวลา ไม่ใช่ตัวไปทาง บัตรอยู่อีกทาง จ่า...เอาตัวผู้หญิงสองคนนี้เข้าห้องขังข้อหาไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนไว้ในครอบครองจนกว่าจะพิสูจน์ตัวตนของสองคนนี้ว่าไม่ได้เป็นต่างด้าวที่หนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ไป...เอาไปขัง!”

สองสาวเมืองกรุงแค้นใจมากแต่ไม่สามารถเอาบัตรประชาชนมาโชว์ได้เพราะจะเผยสถานะแท้จริงของพวกตน...

เสี่ยภุชงค์ไม่ยอมจบเรื่องกับบ้านก้านง่ายๆ แวะไปงานเผาศพพร้อมยื่นซองทำบุญให้ปึกใหญ่ เปรียวต้องอดกลั้นอย่างมากเพราะเสี่ยภุชงค์ไม่ใช่แค่มาหยามแต่พูดจาถากถางศิลปะลำตัดที่เธอและครอบครัวภูมิใจ

แก้วเสียอีกทนไม่ไหวส่งซองทำบุญคืนเสี่ยภุชงค์พร้อมประกาศกร้าว

“เอาเงินหมื่นไว้ซื้อโลงใส่ศพเสี่ยเถอะ คนลำตัดถึงจะจนแต่เราก็ไม่ได้แร้นแค้นถึงกับไม่มีเงินจะซื้อโลงใส่ศพ”

เปรียวสนับสนุนแม่เต็มที่ “ใช่...เพราะพ่อรู้ว่าคนจะใหญ่แค่ไหนเวลาตายก็เหลือไม่เท่าไหร่ ถ้าฝังก็ใช้เนื้อที่ไม่เกินกว้างศอกยาววา แต่ถ้าเผาก็คงเหลือสักห่อผ้าห่อเดียว!”

เสี่ยภุชงค์โกรธมาก ตั้งท่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่แก้วก็ตัดบท

“กลับไป...แล้วเอาความหวังดีของเสี่ยกลับไปด้วย”

เปรียวอดไม่ได้พูดแขวะสีดาทิ้งท้าย “อ้อ...และขอบอกอีกอย่างว่าคนตายแล้ว...ถึงจะร่ำรวยหรือยิ่งใหญ่สักแค่ไหนก็เอาตู้เย็นโทรทัศน์พัดลมไปด้วยไม่ได้... แม้แต่...เมียเก็บ”

สีดาปรี๊ดแตกจะเอาเรื่องแต่ไม่ทันขยับ หินกับหาญก็จุดประทัดปาใส่คณะเสี่ยภุชงค์ สี่สมุนควักปืนไปยืนคุ้มกันเจ้านายแต่ถูกตะเพิดแทบไม่ทันเพราะดันแยกไม่ออกระหว่างเสียงปืนกับเสียงประทัด!

ooooooo

หลังการตายของก้านบรรยากาศในบ้านโคกยิ่งแย่ ชาวบ้านหวาดระแวงและเกรงกลัวอิทธิพลของเสี่ยภุชงค์จนยอมขายที่ดินสมบัติเก่าแบบง่ายๆ ดินกับดำก็กลัวตายอ้อนวอนหลวงตาบุญขอของขลังไว้ป้องกันตัว

หลวงตาบุญเป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังที่เก็บตัวไม่ยุ่งกับเรื่องนอกวัดมานาน และครั้งนี้ท่านก็ยืนยันความตั้งใจเดิม

“คนเราเกิดมาก็ต้องตายทั้งนั้นแต่ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ มันเป็นคำพิพากษาของชีวิต มีเกิด มีแก่ มีเจ็บแล้วก็ต้องมีตาย จะอยู่ยงคงกระพันไปทำไม เอ็งอยู่ไปถึงสองร้อยปีแล้วคนที่อยู่กับเอ็งล่ะเขาอยู่ด้วยหรือเปล่า”

ดำกับดินหน้าเจื่อน ตั้งท่าจะขอร้องใหม่แต่ก็ถูกหลวงตาบุญพูดตัดหน้า

“เหงานะ...หันไปทางไหนคนที่รักใคร่นับถือต่างก็ตายจากไปหมด ชีวิตเอ็งก็จะมีแต่ความทุกข์เพราะการพลัดพรากจากของรักจากคนรัก การจากทุกสิ่งที่เรารักล้วนแต่เป็นทุกข์ ยิ่งรักมากยิ่งทุกข์มากเพราะผูกติดมาก คาถาน่ะมี...ข้าให้ได้แต่ถามตัวเองให้ได้เสียก่อนว่าจะอยู่นานขนาดนั้นทำไม”

หลวงตาบุญพูดพลางหวนคิดถึงเหิม พ่อของหิน ศิษย์เอกที่เขาถ่ายทอดวิชาหนังเหนียวอยู่ยงคงกระพันให้ยังถูกเสือชงฆ่าอย่างโหดเหี้ยมด้วยการแทงไม้ไผ่เข้ารูทวารหนัก

“คนยิ่งเหนียวก็ยิ่งต้องตายอย่างทุกข์ทรมานผิดกับคนอื่น เหมือนคนยิ่งแค้นก็ยิ่งเหมือนเอาไฟนรกมาสุมไว้ในอกแล้วมันก็ไหม้ในอกของตัวเอง!”

หินซึ่งนั่งฟังอยู่ด้วยถึงกับสะดุ้งเพราะสัมผัสได้ว่าหลวงตาบุญตั้งใจพูดกับเขา แต่ถึงพยายามทำใจมากแค่ไหนภาพเหตุการณ์วันที่พ่อแม่และพี่สาวถูกเสือชงฆ่าก็ไม่เคยเลือนจากใจเขาเลย...

ooooooo

เสี่ยภุชงค์หรืออดีตเสือชงไม่ล้มเลิกความคิดจะฮุบที่ดินบ้านเปรียว แต่เพราะรู้ดีว่าสาวห้าวประจำคณะลำตัดคงไม่ตกลงจึงใช้ไม้แข็งส่งสี่สมุนไปฆ่า!

เปรียวไม่ประมาทแต่ระวังตัวเสมอ หลังการตายของพ่อเธอก็มั่นใจว่าเสี่ยภุชงค์ต้องลงมืออีกจึงเตรียมความพร้อมให้ทุกคนในบ้านรวมทั้งบัวบานกับชาวคณะลำตัดให้ตื่นตัวเสมอ กระนั้นสี่สมุนก็บุกบ้านเธอตอนกลางคืนทำให้แววหนึ่งในชาวคณะตั้งรับไม่ทันเสียชีวิตแต่ยังโชคดีที่แก้วกับบัวบานไม่เป็นอะไร

หินกับหาญในชุดพรางสีมืดสนิทแอบมาช่วยบ้านเปรียวสู้สมุนเสี่ยภุชงค์ด้วย เปรียวเห็นทุกอย่างแต่ยังไม่ยอมเปลี่ยนท่าทีหรือเชื่อว่าสองหนุ่มไม่ใช่โจรร้าย

หนึ่งในสี่สมุนของเสี่ยภุชงค์ถูกยิงบาดเจ็บสาหัส สามสมุนที่เหลือรีบพยุงกลับไปที่รถแต่เจอกับเสี่ยภุชงค์ซึ่งมาดักรอและฆ่าปิดปากสมุนที่บาดเจ็บอย่างเลือดเย็น...

หมวดรำพึงตำรวจกังฉินรับหน้าที่ชันสูตรและตรวจสอบที่เกิดเหตุในบ้านเปรียวเหมือนเคย แต่ไม่มีอะไรคืบหน้าเพราะเขามีหน้าที่เคลียร์ทุกอย่างให้เสี่ยภุชงค์ เปรียวโมโหจะเอาเรื่องแต่ช้ากว่าดนัยที่สวมบทปลัดไฟแรงเต็มที่

“เกิดการปล้นเมื่อคืน คนลำตัดถูกฆ่าตาย คุณทำได้แค่นี้เองหรือหมวด”

“ผมทำตามหน้าที่ มีคนตาย มีการชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอนเรียบร้อยทุกอย่าง ผมจะกลับไปทำสำนวนที่โรงพัก เอาคนพวกนี้ไปให้ปากคำเพื่อหาทางสืบจับพวกโจรต่อไป...พอใจหรือยังครับคุณปลัด”

ดนัยไม่สนท่ายียวนของตำรวจหนุ่ม ตอกเสียงเข้ม “คุณน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้นะ...เหตุเกิดตั้งแต่เมื่อคืน มีคนร้ายถูกยิงน่าจะจับคนร้ายได้ตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว ถ้าทุกด่านมีการตรวจเข้ม โจรมันจะหนีไปได้ยังไง”

“โจรมันไม่ใช่ควายนะครับคุณปลัด มันคงไม่หนีไปทางด่านให้ตำรวจจับง่ายๆหรอก แถวนี้ทุ่งนากว้างไกลไปจนจดแม่น้ำ มันอาจจะหนีออกไปทางไหนก็ได้”

“คุณเป็นตำรวจพื้นที่มานานต้องรู้ทางหนีทีไล่ดี คุณน่าจะตามไปลากคอมันกลับมาเข้าคุกข้อหาปล้นฆ่านะ”

“ผมก็กำลังจะทำอยู่นี่ไง ทำงานน่ะมันไม่ง่ายเหมือนในหลักการหรอกครับคุณปลัด”

พูดจบก็ผละไป แก้วเห็นดังนั้นก็ถลาเกาะแขนฟ้องปลัดคนใหม่

“ช่วยด้วยค่ะคุณปลัด ตาก้านตายยังจับมือใครดมไม่ได้ แล้วนี่ไอ้แววอีกคน มันจะตายกันอีกไหมคะคุณปลัด”

“ไม่ต้องห่วงครับแม่แก้ว ผมจะดูเรื่องคดีให้ ผมจะไม่ยอมให้คนทำผิดลอยนวลเป็นอันขาด เปรียว...

พาคนของคุณไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจเถอะ...ผมจะไปด้วย”

เปรียวพยักหน้าทำตาม ดนัยพอใจแต่ไม่วายถามเรื่องคาใจ

“เอ้อ...เดี๋ยวก่อน...คุณรู้ได้ยังไงว่าคืนนี้จะมี โจรปล้น”

“ฉันไม่รู้หรอกค่ะ แต่ตั้งแต่พ่อตายฉันก็เตรียมรับมือเรื่องนี้เพราะถ้าฉันจะสู้อย่างพ่อฉันต้องพร้อมแลกด้วยชีวิต!”

ooooooo

น้ำหวานกับน้ำแข็งถูกจับเข้าคุกอีกรอบด้วยข้อหาไม่พกบัตรประชาชน สองสาวเมืองกรุงต้องยอมเพราะเผยสถานะแท้จริงไม่ได้ สีดากับเหล่ตามมาเยาะเย้ยถึงโรงพักและเตือนให้รู้ถึงอิทธิพลของเสี่ยภุชงค์ แต่นอกจากสองสาวเมืองกรุงจะไม่ยี่หระยังได้รู้ความลับของสีดาว่าเป็นแม่เล้ามาก่อน...

หินเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบ้านเปรียวแต่เขามีเป้าหมายใหญ่กว่านั้นคือล้างแค้นเสี่ยภุชงค์ซึ่งเขาปักใจว่าเป็นเสือชงฆาตกรฆ่าพ่อแม่กับพี่สาว เขาแอบเข้าไปในอู่ซ่อมเรือของเสี่ยภุชงค์ ขโมยเรือทรายที่อีกฝ่ายปล้นมาจากชาวบ้านและทำให้เรือรั่วเพื่อซ่อนเรือทรายไว้ใต้น้ำ

เสี่ยภุชงค์หัวเสียมากเมื่อสมุนแจ้งว่าเรือทรายที่ปล้นมาหายไปอย่างไร้ร่องรอย รีบสั่งให้ลูกน้องคนอื่นตามหาให้ทั่วลำน้ำแต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่พบ!

แก้วตรอมใจกับการจากไปของก้านจนไม่มีแก่ใจทำอะไร เอาแต่นั่งร้องไห้จนเปรียวหัวใจแทบสลาย

“แม่จ๋า...อย่าร้องไห้ เปรียวรู้ว่าแม่คิดถึงพ่อ เราทุกคนก็คิดถึงพ่อ เปรียวพยายามรักษาคณะลำตัดไว้เพราะพ่อรักลำตัด พ่อต้องการเก็บสมบัติชิ้นนี้ไว้ให้ลูกหลาน แม่ต้องช่วยเปรียวนะ”

เสียงร้องไห้ของเปรียวทำให้ชาวคณะลำตัดใจไม่ดี มัคนายกผวนรู้เรื่องเลยนิมนต์หลวงตาบุญมาเทศน์เตือนสติ

“แก้วเอ๊ย...เอ็งไม่กินไม่นอนเอาแต่เศร้าโศกถึงผัว ทำเหมือนเอ็งจะตายตามคนตาย ทิ้งคนอยู่ให้เป็นทุกข์ คนเรามีเวลาของตัวเองที่เรียกว่าชะตากำหนด เวลาแต่ละคนมีไม่เท่ากัน...ก็เหมือนขึ้นรถไฟขบวนชีวิต มีจอดตามสถานีให้คนขึ้นลงระหว่างทาง อยู่ที่ใครจะลงก่อนลงหลัง...แล้วแต่ใครจะตีตั๋วชีวิตคือเวรกรรมที่ทำมา”

แก้วน้ำตาไหลพราก คิดถึงผัวรักจับใจ หลวงตาบุญเข้าใจดีแต่ก็อยากให้ปล่อยวาง

“เจ้าก้านมันก็เป็นผู้โดยสารคนหนึ่งที่ขึ้นรถไฟชีวิตมาอยู่ร่วมขบวนเดียวกับเอ็ง แต่มันถึงเวลาที่จะต้องลงไปก่อน ณ สถานีใดสถานีหนึ่ง ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่ามันคือสถานีไหน สถานีข้างหน้าก็จะถึงเวลาของพวกเราแต่ละคนที่จะต้องลงจากรถไฟชีวิตขบวนนี้เช่นกัน นั่นคือความตาย ขอให้คิดว่าความตายน่ะมันเป็นธรรมดาของชีวิตนะ”

คำสั่งสอนของหลวงตาบุญทำให้แก้วได้สติยอมขยับตัวและกินข้าว เปรียวตื้นตันใจมากแต่เมื่อหันไปสบตาหินกับหาญที่ตามหลวงตามาด้วยก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงเพราะยังไม่ไว้ใจ ดนัยก็แวะมาเยี่ยมแก้วตามประสาปลัดที่ดี แต่สะดุดตาท่าทางของหินกับหาญเพราะเหมือนไม่ใช่ลูกศิษย์วัดธรรมดา...

เสี่ยภุชงค์หรืออดีตเสือชงไม่ละความพยายามจะยึดที่ดินบ้านเปรียว คิดยืมมือดนัยปลัดคนใหม่ให้กล่อมเปรียวเพราะเห็นทั้งสองเข้ากันได้ดี สีดารับหน้าที่ไปเจรจากับปลัดหนุ่มด้วยการใช้มารยาที่มียั่วยวนเขา

สีดาคิดจะมอมเหล้าดนัยแล้วยั่วให้ตบะแตกจึงวางแผนชวนเขาไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับของเสี่ยภุชงค์ น้ำหวานกับน้ำแข็งสองสาวเมืองกรุงแอบได้ยินแผนของสีดาโดยบังเอิญเลยคิดตามไปสอดแนมด้วย

เสี่ยภุชงค์ไม่อ้อมค้อมเมื่อเจอหน้าดนัยปลัดคนใหม่เปิดฉากเรื่องที่ต้องการทันที

“ผมกำลังจะทำธุรกิจท่าทรายเรียกระดมที่ดินจากคนที่ต้องการขายเพื่อเปิดเป็นที่ดินผืนใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำ เราจะสร้างท่าทราย ท่าเทียบเรือ แล้วก็เขื่อนรอบบริเวณทั้งหมด ผมต้องการความช่วยเหลือ”

“ยินดีครับ...ถ้านั่นหมายถึงความเจริญที่นำงานมาให้คนท้องถิ่นทำ”

ดนัยตอบแบบรักษาท่าที เสี่ยภุชงค์รีบบอกเรื่องที่ดินบ้านเปรียวที่ตนอยากได้ ปลัดหนุ่มพอเข้าใจเจตนาอีกฝ่าย แบ่งรับแบ่งสู้รับปากจะเป็นคนกลางให้ ก่อนขอตัวกลับเมื่อรู้สึกว่าเริ่มมึน สีดายิ้มหยาดเยิ้ม ส่งสายตาหาเสี่ยภุชงค์และเดินไปอ้อนให้ปลัดหนุ่มส่งเธอที่บ้านด้วย...


ละครเพลงรักเพลงปืน ตอนที่ 2 อ่านเพลงรักเพลงปืนติดตามละครเพลงรักเพลงปืน ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย กฤตฤทธิ์ บุตรพรม,ทัศนียา การสมนุช 13 มี.ค. 2562 08:36 2019-03-17T00:46:27+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ